จอมพล ป. พิบูลสงคราม (รัฐบุรุษ ผู้ใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อทางการเมือง)
01/01/04

เมื่อเอ่ยชื่อจอมพล แปลก พิบูลสงคราม อดีตผู้นำประเทศในช่วงทศวรรษที่ ๒๔๘๐ - ๒๕๐๐ น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักโดยเฉพาะบทบาททางการเมืองที่นำพาประเทศจน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อก็ตามกล่าวถึงจอมพล ป.กับภาพยนตร์ แล้วดูเหมือนว่าจะมีน้อยคน อีกเช่นกันที่ทราบว่าท่านจอมพลก็มีบทบาทต่อวงการนี้ไม่น้อย

ความสัมพันธ์ระหว่างจอมพล ป.กับภาพยนตร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ตอนนั้นท่านเริ่มมองเห็นความสำคัญของภาพยนตร์ในฐานะเป็นสื่อสำหรับเผยแพร่กิจการของรัฐบาล ดังนั้นท่านจึงเกิดความคิดที่จะสร้างภาพยนตร์ออกมาเรื่องหนึ่ง เป็นภาพยนตร์ขนาดยาวใช้ดาราแสดง มีเนื้อหาเกี่ยวกับทหารสามเหล่าทัพ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า " เลือดทหารไทย " โดยมอบหมายให้ทีมงานของบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ซึ่งนำโดยขุนวิจิตรมาตรา มาดำเนินงานถ่ายทำ ส่วนกระทรวงกลาโหมให้การสนับสนุนในเรื่องกำลังพล และยุทโธปกรณ์ มาประกอบฉาก เมื่อภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายปรากฎว่าได้รับความสำเร็จอย่างงดงาม

สี่ปีต่อมาจอมพล ป. พิบูลสงครามได้ขึ้นเป็นผู้นำประเทศอย่างเต็มตัว ถึงตอนนี้ท่านเห็นความสำคัญของภาพยนตร์มากขึ้น จึงได้ซื้อกิจการโรงถ่ายต่อจากบริษัทไทยฟิล์มก่อตังกองภาพยนตร์ทหารอากาศขึ้นมา ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ โดยมีจุดประสงค์เพื่อผลิตภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์กิจการของรัฐบาล ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ เกิดสงครามโลกครั้งที่สองขึ้น จอมพล ป. ได้มอบหมายให้กองถ่ายภาพยนตร์ทหารอากาศผลิตภาพยนตร์สนองนโยบายรักชาติของรัฐบาลถึงสามเรื่องด้วยกัน ได้แก่ "บ้านไร่นาเรา" (๒๔๘๕) "สงครามเขตหลัง" และ "บินกลางคืน" (๒๔๘๖)

พ.ศ. ๒๔๘๘ สงครามโลกครั้งที่สองยุติลง จอมพล ป. พิบูลสงครามตกเป็นจำเลยในข้อกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรสงคราม เนื่องจากได้ประกาศตัวเป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงคราม แต่ผลสุดท้ายจอมพล ป. ก็รอดพ้นการลงโทษมาได้ และได้หวนกลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้งในปี พ.ศ. ๒๔๙๒

ในการบริหารประเทศครั้งนี้ ดูเหมือนจอมพล ป. ไม่ได้ให้ความสนใจภาพยนตร์ในฐานะเป็นเครื่องมือของรัฐเหมือนแต่ อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าท่านจะไม่เหลียวแลอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเลย โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มผู้ประกอบการภาพยนตร์ ๓๕ มิลลิเมตรมาตรฐาน เสียงในฟิล์มเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยซึ่งกำลังประสบกับภาวะตกต่ำเนื่องจากประชาชนหันไปนิยมหนังพากย์ ๑๖ มิลลิเมตรกันหมด ภายหลังจากที่ได้เข้าร่วมประชุมหารือกันหลายครั้ง ในที่สุดรัฐบาลของจอมพล ป. ตัดสินใจรับในหลักการ โดยกำหนดจะสร้างศูนย์กลางผลิตภาพยนตร์ขึ้นที่ จังหวัดชลบุรี แต่น่าเสียดายที่ความคิดดังกล่าวไม่มีโอกาสเป็นจริงเมื่อรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงครามถูกโค่นล้มอำนาจในปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่จอมพล ป. พิบูลสงครามข้องแวะกับภาพยนตร์


       











สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab