Search Latest Topics | Create New Topic  
บันเทิงเรื่องอดีต
บันเทิงเรื่องอดีต

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 23/02/49 - 6:33 น.
หัวข้อที่: B220
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
ผมมีภาพเก่า ๆ หาดูยากเยอะมาก แต่ไม่รู้ทำไมใส่เข้าไปในนี้ ไม่ได้ ต้องทำอย่างไรโปรดบอกด้วย ผมจะได้เอารูปเก่ามาใส่ ใครทราบช่วยบอกวิธีให้หน่อยครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 23/02/49 - 6:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2
คงต้องลดความละเอียดของรูปที่จะส่งเข้ามาครับ
ไม่เกินรูปละ 100 kb.

จาก: อยากชมภาพเก่า ๆ
วันที่: 23/02/49 - 7:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3
ผมได้เคยอ่านข้อเขียนของคุณสุรชัย ดิลกวิลาส เกี่ยวกับควันหลงการไปถ่ายทำหนังอัศวินดาบกายสิทธิ์ ของ มิตรกับเพชรา เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้ ก็เลยจะนำมาเล่าให้ฟังเป็นเรื่อง
"คุณเชื่อไหม ผมมาถ่ายทำหนังต่างประนี้ใจมันไม่ค่อยสบายเลย"
นี่คือคำพูดของคุณมิตร ชัยบัญชา ที่พูดกับคุณสุรชัย ดิลกวิลาสในร้านอาหารที่คอฟฟี่ช้อปในนาธานโฮเต็ล ที่ฮ่องกง เมื่อปี 2513
เป็นอาหารเช้าก่อนจะเดินทางไปถ้ายทำภาพยนตร์เรื่อง อัศวินดาบกายสิทธิ์ บนโต๊ะอาหารมีเพชรา เชาวราษฏร์ นั่งอยู่ด้วย ฉากที่ถ่ายเป็นการถ่ายเฉพาะคุณมิตรผู้เดียว ส่วนคุณเพชรา มีคิวถ่ายในตอนบ่าย
"อี๊ด อยู่ที่นี่สบายใจดี เดินไปไหนมาไหนไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร เลยเที่ยวสนุกไปเลย"
ฉากที่ถ่ายทำวันนั้นเป็นฉากพระเอก(มิตร) ลอยตัว มีกระโดดโหนโยนตัวฟาดฟันดาบอย่างดุเดือด ถ่ายทำกันที่โรงถ่ายวาเตอร์ หลังเสร็จถ่ายทำในวันนั้น ห้าทุ่ม เดวิดเจียง เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารให้กับมิตรและเพชราพร้อมทีมงานคนไทยที่ร้าน ไนไน้ท์คลับชั้นสองของภัตตาคารโกลเด้นคราวน์ ไปถึงก็มีการแนะนำกันวุ่นวายพอควร คนอื่นดูจะไม่น่ามีปัญหายกเว้นคนเดียวคือ เพชรา เพราะประเพณีจีนเขาเมื่อเจอกันต้องยกแก้เหล้าขึ้นให้แก่กันและกัน เพื่อเป็นเกียรติในการเจอกัน หรือที่คนจีนเขาเรียก กัมไป เหมือนหนังจีนกำลังภายในที่เรา ๆ ดูกัน แต่เพชราไม่ดื่มเหล้า คนไทยฉลาดในเรื่องเอาตัว ด้านเพชราก็กลัวว่าเดวิดเจียงจะเข้าใจผิดคิดว่าไม่ให้เกียรติกัน บังเอิญว่าเดวิดเจียงได้สั่งยินโทนิคขวดใหญ่(ยีนโทนิคต้องดื่มผสมกลับโซดาหรือเซเว่นอัพถึงจะอร่อย) มาตั้งตรงกลางโต๊ะ ยีนเป็นเหล้าสีขาว เพชราหัวไวแอบหยิบขวดเซเว่นอัพส่งให้คุณสุรชัย ดิลกวิลาศ ขณะเดวิดเจียงกำลังสาละวนรินยีนใส่แก้วแต่ละใบ เอาละซิเกิดปัญหาอีก จะแอบรินเซเว่นอัพใส่แก้วได้อย่างไร แล้วจะเทได้อย่างไร สุรชัยคิดไม่ออก เพชราหัวไวอีก เพราะเธอเห็นแก้วยินของมิตรยังไม่ได้ผสมเซเว่นอัพ เพชรายกแก้วยีนของเธอเทใส่ในแก้วของมิตรจนหมด จากนั้นก็เอาแก้วมาให้สุรชัยใส่เซเว่นอัพ มิตรมองหน้าเพชราที มองหน้าสุรชัยที ปากอยากจะบอกว่าอย่างเทผมดื่มไม่ไหว ถ้าเป็นเมืองไทยคงเอ่ยปากได้ แต่นั่นเป็นต่างประเทศแล้วมันเกี่ยวกับประเพณี ทีนี้พอลงมิตรลงมือดื่ม ยีนทั้งแก้วโดยไม่มีเซเว่นอัพผสม แถมน้ำแข็งก็ใส่ไม่ได้เพราะยีนเต็มแก้วพอดี ดื่มไปนิดเดียวแทบจะเททิ้ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะกลัวเสียมารยาท ทำหน้าประเริกประลัก ผะอืดผะอม
เดวืดเจียงยกก้วขึ้นมาชูจรดตรงหน้าแต่ละคน ทุกคนต่างดื่มกันทุกคน เพชรายิ้มแต้ ยกแก้วดื่มหน้าตาเฉย หลังงานวันนั้น เช้ารุ่งขึ้นมิตรตื่นขึ้นมาทุกคนเห็นอาการมิตรแล้วขำกันกลิ้งเลย เมื่อหน้าตามิตรยู่ยี่ เสียงที่ออกมาแหบเสียยิ่งกว้าเป้า สายัณห์ สัญญาอีก บ่นไปพร้อมกับส่ายหัวไปมา คำแรกที่มิตรพูดคือ
"แย่ แก้ปัญหากันยังงี้ผมแย่คนเดียว" เท่านั้นแหละฮากันแทบตกโต๊ะเลย เพราะไม่คิดว่าจะแหบขนาดนั้น และนี่เป็นคำพูดของมิตรที่กล่าวระหว่างอยู่ในเวลาพักกองถ่ายอัศวินดาบกายสิทธิ์ ที่ฮ่องกง พูดกับคุณสุรชัย ดิลกวิลาศว่า
"พี่ผมไม่สบายใจเลย มาถ่ายหนังต่างประเทศนี่ เจ้าของหนังอีกหลายคนกำลังจะปิดกล้องหนังที่ผมแสดงอยู่"ผมมีภาพบรรยากาศการถ่ายทำประกอบด้วย แต่ยังเข้าไม่เป็นถ้ารู้วิธีจะนำภาพส่งให้ดูกันครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 23/02/49 - 7:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4
อดุลย์ ดุลยรัตน์ เจ้าของฉายา พระเอกแก้มสีชมพู เมื่อครั้งอดีต
ฉายานี้ไม่ได้ออกมาแพร่หลายข้างนอก จะถูกเรียกกันแต่ในเฉพาะดารานักแสดง ผู้ที่ตั้งฉายานี้ขึ้นมาก็คือ ป้าแดง รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง เพราะทุกครั้งที่อดุลย์อายหรือเขิน แก้มทั้งสองข้างของอดุลย์จะแดงเป็นสีชมพู เพราะเป็นคนพูดน้อย ถ่อมตน แถมขี้อายเลยมักจะเห็นอดุลย์มีแก้มสีชมพูบ่อย ๆ เมื่อเวลาเข้าฉากเลิฟซีนกับดาราผู้หญิงคนไหน ๆ
หลายคนอาจจะรู้เรื่องราวของอดุลย์ดี แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ ผมเลยขอนำประวัติอดุลย์มาเล่าสู่กันฟัง เพราะครั้งหนึ่ง อดุลย์คือพระเอกที่มีผลงานแสดงมากที่สุด คือช่วง ปี พ.ศ.2500ถึง 2503 จัดได้ว่าอดุลย์คืออดีตพระเอกยอดนิยมคนหนึ่งอดุลย์อดีตคือดาราซัลโวของทีมฟุตบอลมุสลิม อดุลย์ได้เคยเล่าให้ผมฟังว่า
"ผมมีพี่น้อง 5 คนเป็นชาย 3 คนหญิง 2 คนอดุลย์เป็นคนที่ 4 จบ ม.8 จากโรงเรียนอัสสัมชัญ จากนั้นก็เข้าทำงานที่ธนาคารกรุงเทพในสำนักงานใหญ่ สาขาราชวงศ์ ตอนนั้นมีพนักงานเพียง 60 - 70 คน ผมทำงานอยู่ในแผนกบัญชี ตอนนั้นก็ประมาณ 2499 ผมพักอยู่แถวตรอกโรงภาษี สุริวงศ์ ผมได้เจอกับคุณแท้ ประกาศวุฒิสาร แห่งไทยไตรมิตรภาพยนตร์ ซึ่งตอนนั้นเป็นลูกค้าของทางธนาคาร คุณแม้ได้ชักชวนผมให้มาแสดงหนัง เรื่อง ปาหนัน อีกท่านที่ชวนผมแสดงก็คือ คุณจรี อมาตยกุล ชวนผมแสดงในเรื่อง สามรักในปารีส เรื่องผมต้องไปถ่ายทำถึง ปารีส ภาพยนตร์เรื่อง สามรักในปารีส ตอนนั้นมีนางเอกถึงสามคนคือ งามตา ศุภพงษ์ มีนางเอกจากฝรั่งเศส นางเอกจากฮ่องกง เมื่อโดนทาบทามเช่นนี้ผมมาคิดอยู่นาน ก็ตัดสินใจ เอาวะ ตายเป็นตาย ว่าแล้วผมก็ยื่นใบลางานทันที ผมลางานไปหนึ่งเดือน ตามที่คุณจรีบอกคือใช้เวลาถ่ายทำ หนึ่งเดือน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ถ่ายกันไปถ่ายกันมาไม่รนู้ว่าอีท่าไหนปาเข้า 24 วัน กลับมาถึงกรุงเทพฯไม่รู้ว่าเก้าอี้ทำงานผมหายไปไหน (หัวเราะ) ก็เลยจำใจต้อง โบมือลาเพื่อน ๆ บ๊าย บาย ออกจากธนาคารกรุงเทพฯ หันมาสู่วงการเต็มตัวเลย
สมัยนั้นพระเอกดัง ๆ มีอยู่ไม่กี่คน มีชนะ ศรีอุบล สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ส. อาสนจินดา ผมเล่นหนังหลายเรื่อง แต่หนังที่ผมรักมากที่สุดมีไม่กี่เรื่อง อย่าง ปราถนาแห่งหัวใจ ของครูวิจิตร คุณาวุฒิกับเรื่อง กตัญญูประกาศิต สำหรับเรื่องนี้ผมรักมากเพราะส่งเข้าประกวดชิงตุ๊กตาทองผมพ่ายแพ้สุรสิทธิ์ ไปอย่างชนิดเส้นยาแดงผ่า 20 เท่านั้น เรื่องนี้ทำให้ผมยอมรับครูวิจิตร คุณาวุฒิ ผมให้เป็นบรมครูในทางกำกับเลยครับ ผมเริ่มกำกับทีวีเรื่องแรกคือชุมทางชีวิต ให้กับรัชฟิล์มทีวี ด้านภาพยนตร์ผมกำกับเรื่อง สวรรค์เบี่ยง เป็นเรื่องแรก เหตุที่ผมกำกับเรื่องนี้ก็เพราะคุณวิเชียร สงวนไทย ซึ่งเป็นเพื่อนกันได้คะยั้นคะยอให้ผมช่วย และคนที่แนะนำวิเชียรให้ผมมากำกับก็คือ เชษฐ์ (มิตร ชัยบัญชา) เขาบอกกับวิเชียรว่า "อดุลย์ ดุลยรัตน์ นี่แหละต่อไปจะเป็นผู้กำกับที่มีฝีมือในอนาคต" โดนเพื่อนคะยั้นคะยอกันขนาดผมก็เลยตอบตกลงรับกำกับ
ผมความรัก ผมบอกได้เลยผมเคยแต่งงานครั้งแรกกับวิไลวรรณ วัฒนพานิช ซึ่งมีลูกด้วยกัน 1 คน ชือ น้ำฝน ชื่อจริงเขาคือ อนิวรรณ ต่อมาเราก็แยกทางกัน ผมแต่งงานอีกทีกับคุณลัดดา ศรีประไพ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2510 ผมจำได้แม่นเลย สถานีโทรทัศน์ช่อง 5 สนามเป้า สงสัยละซิใครคือลัดดา (หัวเราะ) ก็คุณบุษรา นฤมิตร นั่นเองแหละครับ ผมมีลูก 3 คน คนโตชื่อ อดิสรณ์ หรือเก่ง เข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าทำไมผมใช้ชื่อในการกำกับว่า อดิสรณ์ ผมเอาชื่อลูกมาเป็นชื่อในการกำกับ คนที่สองเป็นผู้หญิง ชื่อก้อยหรือนิรา ส่วนคนสุดท้องก็ชื่อวดี เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เส้นทางความรักของผมกับคุณบุษรา ผมรุ้จักกันมานานตั้งแต่ผมแต่งงานกับคุณวิไลวรรณ แต่รู้จักกันในฐานะเป็นนักแสดง จนกระทั่งไปถ่ายหนังเรื่อง ดรุณีสีเลือด ผมก็ได้เพื่อน ๆ ทั้งเชษฐ์(มิตร) อี๊ด(เพชรา) พี่ส. พี่จุ (จุรี โอศิริ) ช่วยประสานให้ครับ"
นี่คือเรื่องราวพอสังเขปของอดุลย์ ดุลยรัตน์ ตอนนี้อดุลย์กับบุศรา และลูกๆก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับบ้าน ที่หมู่บ้านพฤษชาติ แถวซอยวัชรพลครับ คอยอ่านไปเรื่อย ๆ นะครับผมจะมีเรื่องราวแบบนี้มานำเสนอเรื่อย ๆ และเป็นเรื่องที่ออกจากปากของนักแสดงเก่า ๆ ที่ท่านชื่นชอบทั้งนั้นครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 23/02/49 - 9:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
ลงทำแล้วแต่ก็ไม่เข้า ผมเซฟรูปแล้วกด BROWSE....จะเป็นลักษณะเปิด แล้วทำอย่างไรต่อไม่รู้ ผมยังไม่ค่อยเก่งเรื่องการนำภาพลง ใครทราบช่วยบอกแต่ละขั้นตอนให้ผมที เวลาผมเขียนผมอยากเอาภาพลงด้วย จะได้อรรถรสในการชมมากขึ้น ผมจะทำคอลัมน์นี้ให้เป็นเสมือนหนังสือบันเทิงในอดีต มีทั้งบทสัมภาษณ์และภาพประกอบด้วย ขอบคุณครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 23/02/49 - 9:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
**เมื่อแต่งรูปให้มีขนาดไม่เกิน 100 kb. และรูปภาพอยู่ในสถานะเป็นไฟล์แล้ว
ก็คลิ๊กที่ Browse ซึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์จะเปิดไปสู่อีกหน้าต่างหนึ่งที่เขียนว่า Choose file.
**จากนั้นดูในช่อง Look in. เพื่อมองหาไฟล์ที่เราแต่งภาพไว้ว่าเก็บไว้ที่ใด เมื่อพบแล้วก็ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์นั้น
ไฟล์นั้นก็จะมาปรากฏในช่อง Photo. ของกระทู้นี้
**แล้วกดปุ่ม Send. ที่กระทู้นี้ ภาพก็จะปรากฏขึ้นมาครับ

**ลองอีกที ผมคอยดูอยู่

จาก: ปี๊ป
วันที่: 23/02/49 - 9:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
สวัสดีค่ะ จะรองหัดทำบ้าง ถ้ามีรูปคุณพิศมัย ช่วยลงให้ดูด้วยนะคะ ดีใจจังได้รู้ อะไรๆ ที่ไม่เคยทราบ แล้วคุณวิไลวรรณ วัฒนพานิช ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 23/02/49 - 10:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8



แฟน ๆ หนังของ อุเทน บุญยงค์ อยากหวนรำลึกความหลัง ก็ชมภาพนี้ นี่เป็นภาพแรกของการก้าวเข้าสู่วงการหนังไทยของอุเทน จากเรื่อง เขาสมิง เมื่อปี 2516 อุเทน กับภาวนา ชนะจิต ได้ไปออกในรายการ ไททรรศน์ทางช่อง 7 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 16 แล้วก็ได้ถ่ายภาพนี้มาโปรโมทหนังเรื่อง เขาสมิง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9



เขียนเรื่องอดุลย์ไปแล้วก็เลยส่งภาพน่ารัก น่ารัก ของพระเอกฉายา พระเอกแก้มสีชมพู อดุลย์ ดุลยรัตน์ที่ถ่ายคู่พิศมัย วิไลศักดิ์ จาก ภ.เรื่อง เกียรติศักดิ์ทหารเสือ เมื่อประมาณปี 2509 มาให้ชมกัน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10



ภาพสวย ๆ แบบนี้ยังมีอีกเยอะรับรองว่าแต่ละภาพหายากมากครับ อย่างภาพนี้จากภาพยนตร์เรื่อง แม่ เมื่อปี 2501 เป็นภาพของสมควร กระจ่างศาสตร์กับรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง ส่วนเด็กที่เห็นคือ ด.ย.อ้อย อินทิรา ดาราเด็กที่โด่งดังในยุคนั้น

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11



เราเคยเห็นผลงานของนุ่น วรนุช วงษ์สวรรค์ในบทบาทของหมอนวดในภาพยนตร์เรื่อง เฉิ่ม มาแล้ว ครั้งนี้เลยหยิบเอาภาพในอดีตที่พิศมัย วิไลศักดิ์ มารับบทหมอนวดเหมือนกัน จากเรื่อง สักขีแม่ปิง เมื่อปี 2516

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12



ส่วนเรื่องนี้กำลังออนแอร์อยู่ทางช่อง 7 สี เรื่อง แคนลำโขง ที่นุ่น วรนุชแสดงนำ ก็เลยหยิบเอาภาพฉบับที่เป็นภาพยนตร์ สมัยที่อรัญญา นามวงศ์ แสดงในเรื่อง แคนลำโขง นำภาพมาให้ชมกัน ดูว่าระหว่างอรัญญา นามวงศ์ สมัยสาว ๆ กับนุ่น วรนุช เวลานี้ ใครสวยกว่ากัน ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี พ.ศ.2515 ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13



มาร่วมสนุกกันนะครับ ใครรู้บ้างครับภาพนี้มี มิตร ชัยบัญชา สมจิตร ทรัพย์สำรวย และวิน วิษณุรักษ์ จากภาพยนตร์เรื่องอะไร (ผมจะเฉลยในตอนต่อไปครับ)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14



เก่า ๆ เก่ามาก ๆ เลยกับภาพนี้ โน่นแน่ตั้งแต่ ป๋า ส. อาสนจินดา เล่นละครอยู่เลย ผมเองไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเรื่องอะไร ใครทราบบ้างครับ ถ้าเป็นคนอายุ 60 ปีขึ้นไปน่าจะทราบนะครับ ใครจำได้ช่วยบอกผมด้วย จะได้บันทึกเอาไว้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15



ต่อเลยนะครับ ร่วมสนุกกันอีกภาพนี้เป็นภาพถ่ายเมื่อปี 2505 ลองทายกันดูว่าจากภาพยนตร์เรื่องอะไร เป็นผลงานเรื่องที่สองของสมบัติ เมทะนี เล่นคู่กับ 3 นางเอกฮอตยุคนั้นคือ วิไลวรรณ วัฒนพานิช,อมรา อัศวนนท์ และรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16



เป็นอีกภาพที่หาดูยาก บรรยากาศสบาย ๆ ของมิตร ชัยบัญชา ขณะที่พักผ่อนอยู่กับบ้านที่ซอยอารีย์ ภาพนี้ถ่ายเมื่อช่วงปี พ.ศ.2511 ช่วงที่ไปสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 7:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17



อีกภาพใครรู้บ้างภาพนี้จากเรื่องอะไร มีสมบัติ เมทะนี สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ศรีสุริยา และพนม นพพร ในชุดคนป่า ลองทายกันดูนะครับ เพื่อเป็นการรำลึกความทรงจำเก่า ๆ กัน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 8:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18



เคยบอกแล้วว่าถ้าผมเอาภาพลงได้ ผมจะหาภาพเด็ด ๆ ที่หาชมยากมาฝาก ชุดนี้สำหรับเพื่อน ๆ แฟนหนังเก่า เอามาให้ชมก่อน 1 ชุด ภาพนี้เป็นภาพสุดท้ายในชุดนี้ เช่นเคยครับอยากให้ทายกันดูว่าภาพนี้จากเรื่องอะไร มีทำเป็นวีซีดีแล้ว ดาราในภาพก็มี พันคำ อรสา อิศรางกูรฯ และโขมพัสตร์ อรรถยา ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 24/02/49 - 8:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19
สมบัติกับรัตนาภรณ์-อมรา-วิไลวรรณนั้น จากสกาวเดือน..
พันคำ-อรสา-โขมพัตร จากฝนเหนือ..
ได้เท่านี้แหละครับที่เหลือต้องเฉลยแล้วละครับ..

จาก: โต้ง
วันที่: 24/02/49 - 8:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20
ดีใจจังได้เห็นรูปที่บางรูปเรายังไม่เกิดเลย ภาพมี้เต้นรำ สวยมากค่ะแต่เสียดายจังไกลไปหน่อย ใครทราบเรื่องย่อสักขีแม่ปิงบ้าง ลงให้อ่านบ้างนะคะ ในละครเสียดายไม่ได้ดูคะ ไม่เคยเห็นคุณพิศมัยใส่ชุดว่ายน้ำเลย ใครมีบ้างค่ะอยากเห็น ส่วนภาพที่ให้ทาย แฮะๆ....ไม่ทราบเลย ขอให้เวปนี้คงอยู่ตลอดไปนะคะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 24/02/49 - 9:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21
รูปความเห็น17 ใช่เรื่องเจ้าป่าบ้าจี้ หรือเปล่าครับ

จาก: ยุทธ
วันที่: 24/02/49 - 11:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22
เล่าเรื่องย่อ รัก - ยม
รัก - ยม เป็นบทประพันธ์ของ ป.พิมล ประสิทธิ์ ศิริบรรเทิง สร้างบทภาพยนตร์ จินดา พันธ์ทองดี อำนวยการสร้าง พันคำ กำกับการแสดง ฉลอง ภักดีวิจิตร ถ่ายภาพ เข้าฉายเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2512
ณ หมู่บ้านสะแกลาย สีดา (จุฑารัตน์ จินรัตน์) อดีตนางเอกละครชื่อดัง อาศัยอยู่กับลูกสาวชื่อแสงดาว (เพชรา เชาวราษฏร์) ที่สนใจอยากเป็นศิลปินนักแสดงอย่างแม่สีดา แสงดาวรบเร้าแม่ให้ช่วยสนันสนุนแต่สีดาทัดทาน สีดามี รัก - ยม คอยช่วยเหลือตลอดมา แต่ต่อมาสีดาผิดคำสาบานที่ให้ไว้กับรัก - ยม สีดาจึงตกต่ำและยากจนลง คืนวันหนึ่งแสงดาวได้อธิษฐานต่อ รัก - ยม ให้รัก - ยมช่วยเหลือเธอ แล้วได้นำเอา รัก - ยม ติดตัวหนีออกจากบ้านมุ่งเข้ากรุงเทพฯ
ที่สำนักงานสร้างภาพยนตร์ในกรุงเทพฯ จักรา (มิตร ชัยบัญชา) ผู้อำนวยการสร้างหนุ่ม ที่กำลังต้องการหานางเอกใหม่ เพราะวงเดือน (ศศิธร เพชรรุ่ง) นางเอกดาวรุ่งแม้มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่จักราเห็นว่าวงเดือน แสดงภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาได้ไม่ถึงบทบาท วันหนึ่ง แสงดาวเดินไปด้วยความหิวโหย ประกอบกับความร้อน ทำให้เธอเป็นลมล้มฟุบลงหน้าบ้านหลวงวิเศษสรรพการ (วงศ์ ศรีสวัสดิ์) คนทำสวนได้ช่วยจนฟื้น สอบถามจนได้ความ บังเกิดความสงสารจึงพาเข้าไปกินข้าวที่เรือนครัวในบ้านหลวงวิเศษ แสงดาวกับรัก - ยม จึงช่วยกันกินข้าวปลาจนหมด ทั้งครัว คุณนายละออ (ศรินทิพย์ ศิริวรรณ) ภรรยาหลวงวิเศษ มาพบ จึงสอบถาม คุณนายละออเห็นใจจึงรับไว้ แสงดาวได้ขอให้วงเดือนลูกสาวหลวงวิเศษฯที่เป็นดาราช่วยสนับสนุนเธอ แต่สิ่งที่ได้รับคือเสียงหัวเราะ เยาะเย้ย ด้วยความสวยของแสดงดาว ทำให้วงเดือนอิจฉาคิดกับคุณนายละออทรมานแสงดาวให้ทำงานหนัก แต่แสดงดาวก็อดทน เพราะได้ รัก - ยมช่วย
ต่อมา เชนย์ (อดุลย์ ดุลยรัตน์) พระเอกเนื้อหอมได้มาบ้านหลวงวิเศษฯ พบแสงดาว ความสวยและมีแววของดาว เชนย์จึงเอ่ยปากชวนแสดง แสงดาวดีใจ วงเดือนรู้ก็เกิดความริษยา วงเดือนไล่แสงดาวออกจากบ้าน ราชสีห์ได้ขับรถชนแสงดาว ราชสีห์นำแสงดาวไปโรงพยาบาล หลังฟ้นราชสีห์แมวมองของจักราได้นำความไปบอกจักรา ผู้อำนวยการสร้าง จักราได้เห็นดีใจสั่งให้ทำการฝึกซ้อมบทบาทให้กับแสงดาว แสงดาวอธิฐานให้ รัก - ยมช่วย ผลภาพยนตร์เรื่องแรกที่เธอแสดงได้รับการต้อนรับ หลังเป็นดาราแสดงดาวอยู่สุขสบาย ในทางส่วนตัวจักราผู้อำนวยการสร้างหน่มกับแสงดาวนั้นมีใจให้แก่กัน แสดงดาวลืมตัว รัก - ผม เห็นว่าเป็ฯการกระทำผิดคำมั่นสัญญา จึงลงโทษแสงดาวให้ตกต่ำลง สุดท้านงานแสดงของแสงดาวหยุดชะงัก แสงดาวต้องกลับมาอยู่กับสีดา ขณะที่ราชสีห์ ได้บอกคุณหลวงว่าแสงดาวเป็นลูกของสีดา อดีตภรรยาคุณหลวง คุณหลวงจึงรู้ว่าแสงดาวคือลูก คุณหลวงไปพร้อมกับจักรา ไปพบกับสีดา และแสงดาว แล้วทุกคนก็ปรับความเข้าใจกัน อยู่กินกันอย่างมีความสุข

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 0:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23



รัก - ยม ที่อยู่กับสีดา และคอยช่วยเหลือแสงดาวเมื่อยามที่แสงดาวถูกทำร้าย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 0:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24



แสงดาว (เพชรา เชาวราษฏร์)กราบลาแม่สีดา (จุฑารัตน์ จินรัตน์)เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อต้องการสานฝันตนเองในการเป็นดารา

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 0:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25



แสงดาว(เพชรา เชาวราษฏร์)ได้รับการช่วยเหลือจากคนทำสวน ของหลวงวิเศษสรรพการ นำมาทานข้าวที่ห้องครัว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 0:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26



จักรา (มิตร ชัยบัญชา) กำลังบอกรักกับแสงดาว (เพชรา เชาวราษฏร์)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 0:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27
อ่านแล้วสนุกดีครับ--เสียดายถ้ามีฟีล์มก็ดีสิครับ

จาก: โต้ง
วันที่: 25/02/49 - 15:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28
ตอบกระทู้ที่ 15 ภาพนั้นจากเรื่อง สกาวเดือน ปี 2505

จาก: มาดี
วันที่: 25/02/49 - 17:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29
ผมได้เอาหนังไทย 10 เรื่องที่เป็นใบปิดแบบใช้ภาพคนจริง ๆ แป๊ะทำเป็นโปสเตอร์ ไม่รู้ใครเคยดูบ้างหรือยัง ใครดูแล้วรู้สึกอย่างไรตอบกลับมาด้วยนะครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 17:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30



ภาพนี้เป็นภาพจากภาพยนตร์เรื่อง นเรศวรมหาราช ของอัศวินภาพยนตร์ เกล็ดของหนังเรื่องนี้คือ เดิมเคยทาบทามให้เกชา เปลี่ยนวิถี พระเอกในตาแขกที่เคยแสดงหนังเรื่อง ไพรกว้าง มารับบทพระเอกคือพระนเรศวร เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะเปิดกล้อง ปรากฎว่าเกชา เปลี่ยนวิถี ถูกตำรวจเขาจับกุมโดนข้อรุนแรง หาว่าเป็นภัยต่อสังคม งานนี้เลยทำให้เกชาต้องหยุดการแสดงไปพักใหญ่ก่อนจะกับมาเล่นหนังอีกครั้งเมื่อปี 2508 เรื่อง เพชรตัดเพชร ส่วนทางด้านอัศวินภาพยนตร์พอพระเอกโดนจับก็เลยต้องใช้พระเอกคู่บุญของอัศวินภาพยนตร์ยุคนั้น คือ ชูชัย พระขรรณ์ชัย พระเอกดังจากเรื่องพันท้ายนรสิงห์ มารับบทแทนเกชา เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่อีกเรื่องที่อัศวินภาพยนตร์ตั้งใจสร้างฉลอง 25 ศตวรรษในปี 2500 ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 17:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31



ภาพยนตร์เรื่อง สายโลหิต ภาคนี้เป็นคนละแบบกับสายโลหิตที่ออกฉายเป็นโทรทัศน์นะครับ สายโลหิตฉบับนี้เป็นภาพยนตร์ชีวิต เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในการกำกับฯของสมควร กระจ่างศาสตร์ และยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในวันสาวของอรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา เพราะก่อนหน้าอรสาเคยแสดงหนังหลายเรื่องแต่ยังใช้คำว่า ด.ญ.อยู่ เรื่องนี้ อรสารับบทนางเอกเต็มตัว เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ทางบริษัทบริการสากลภาพยนตร์ สร้างเพื่อฉลอง 25 ศตวรรษ คือปี 2500 เข้าฉายในเดือน มีนาคม ที่ศาลาเฉลิมกรุงครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 17:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32



เป็นผลงานเรื่องที่สองของไชยา สุริยัน พระเอกใหม่มาแรงของปี 2502 ซึ่งเวลานั้นไชยาโด่งดังยิ่งกว่ามิตร ชัยบัญชาเสียอีก แต่ก็เป็นรอง ลือชัย นฤนาท และอดุลย์ ดุลยรัตน์ เรื่อง สี่คิงส์ ไชยาเล่นคู่กับนางเอกคนเดิมจากเห่าดง คืออมรา อัศวนนท์ ผู้กำกับก็คนเดิมคือแท้ ประกาศ วุฒิสารที่นำไชยาเข้าสู่วงการ ครับและผู้สร้างก็คนเดิมคือคุณแท้ ประกาศวุฒิสาร แห่ง ไทยไตรมิตรภาพยนตร์ เรื่องนี้เข้าฉายในปี พ.ศ.2502ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 17:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33
ภาพแต่ละภาพคงไม่เหลือแผ่นหนังแล้ว แต่ได้ดูรูปก็ยังดี ถ้ามีของคุณพิศมัยอีก ขอดูนะคะ ตอนนี้ทำแฟ้มผลงานการแสดงของมี้อยู่ค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว จะเอาไปให้ท่านผู้รู้ทั่งหลายช่วยเช็คให้ด้วยนะคะ ใครพอทราบบ้างว่า คุณพิศมัยได้รับรางวัล 1.ผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม จากเรื่อง ดวงตาสวรรค์ 2.สมทบหญิงยอดเยี่ยมปี 2526 จาก เงิน เงิน เงิน 3.สมทบหญิงยอดเยี่ยมปี2542 จากกำแพง แล้วรางวัลอื่นมีอีกไหมค่ะ ใครรู้ช่วยบอกด้วยรออยู่คะ

จาก: จุ
วันที่: 25/02/49 - 18:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34



เดนชีวิตต้องถือว่าเป็นใบปิดใบแรกและใบเดียวเท่าที่ทราบ ที่เอาภาพพระเอกของเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับในหนัง คือภาพในตอนได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจากภาพยนตร์เรื่อง เรือนแพ เมื่อปี 2505 มาเป็นภาพนำ จึงเป็นอะไรที่แปลกกว่าเรื่องอื่น ๆ เรื่อง เดนชีวิต เข้าฉายเมื่อวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2506 ที่โรงภาพยนตร์ เอ็มไพร์ ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35
คุณ จ. อดใจรออีกนิดนึงไม่นานผมจะนำเรื่องราวพร้อมภาพที่ไม่ใช่เกี่ยวกับการแสดง แต่เป็นภาพอริยบทและเรื่องราวชีวิตจริงของอาหมัย มาลงที่นี่ หลังจากลงภาพทั้ง 10 เรื่องนี้เสร็จแล้ว เป็นเรื่องราวชีวิตจริงของอาหมัยเลยนะครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36



นี่เป็นภาพหลักฐานที่แสดงว่าก่อนหน้าที่ภาพยนตร์ที่มิตรและเพชราไปแสดงที่ฮ่องกง เรื่องแรกนั้นเคยตั้งชื่อว่า อภินิหารดาบทองคำ ก่อนที่จะมาใช้ชื่อว่า อัศวินดาบกายสิทธิ์ ซึ่งตรงนี้ถ้าจำไม่ผิดเป็นที่ทำให้แฟนพันธุ์แท้ มิตร ชัยบัญชา ได้รับเงินแสนจากคำถามนี้ ผมเลยนำภาพหลักฐานเดิมมาให้ดูครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37



ภาพนี้สำหรับคุณ จ. ที่ผมว่าในเรื่องพิมพิลาไลยอาหมัยสวยที่สุด เท่าที่เคยดูหนังของอาหมัยมา อาจจะเป็นเพราะชุดที่ใส่ และอีกอย่างอาหมัยอยู่กรมศิลป์มานาน ความอ่อนหวาน และอ่อนช้อยของอาหมัยเวลาเยื้องย่าง ตอนใส่ชุดไทย เลยดูสวยมีสง่า และงามอย่างมาก ใบปิดที่ตัดภาพอาหมัยเรื่องนี้เลยดูสวยน่ามองมาก เรื่องนี้ผมดูสามรอบ จำได้ว่าผมรู้สึกโกรธคนสร้างที่ตอนจบทำไมไม่ให้ลูกของพิมพิลาไลย ที่เล่นโดยธานิทร์ อินทรเทพ ขี่ม้าถือธงมาให้ทันสถานที่ประหารชีวิตพิมพิลาไลย เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ตอนจบคนดูต้องลุ้นระทึกว่าลูกจะช่วยแม่ได้ทันหรือไม่ เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2509 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์ ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 38



นี่เป็นตอนแรกของภาพยนตร์เรื่อง 1 ต่อ 7 ที่ป๋าส.สร้างมาจากความเคืองแค้นโรงภาพยนตร์อันเนื่องมาจาก หนังตั้งใจสร้างอย่าง พ่อจ๋า ที่ฉายโรงภาพยนตร์แกรนด์ โดนกลั่นแกล้ง หนังดีกำลังทำเงินแต่โดนออกจากโรง ขณะหนังอีกเรื่อง สุภาพบุรุษสลึมสลือ หนังบู๊ไม่ได้บรรจงสร้างเหมื่อนพ่อจ๋ากลับทำเงิน จนเจ้าของโรงพัฒนากร ให้เงินก้อนหนึ่ง ให้ป๋า ส.ไปสร้างหนังบู๊มาเข้าช่วงเทศกาลตรุษจีน 2501 เรื่องนี้ป๋า ส. สร้างแบบไปตายเอาดาบหน้า เดินทางไปหาดใหญ่ โดยยังไม่มีพล๊อตเรื่อง ให้ลูกน้องคู่ใจ สังเวียน หาญบุญตรงประสานดารา ได้อดุลย์/วิไลวรรณ/วิภา/ทม(พระเอกคู่บุญของส.ตั้งแต่เรื่องสุภาพบุรุษสลึมสลือ) สมชาย ตันฑกำเนิด และอีกหลายคน โดยงานนี้มีพระเอกอย่างสุรสิทธิ์ ขอเล่นด้วยแต่มีข้อแม้อยากเล่นเป็นตัวร้ายของเรื่อง ขึ้นรถไฟไปด้วยกันอย่างไร้จุดหมาย จนถึงหาดใหญ่จึงได้ชื่อเรื่อง 1 ต่อ 7 ส่วนชื่อพระเอกก็มาจากการที่ป๋า ส.ชอบบทประพันธ์ของ อรวรรณ ในเรื่อง อกสามศอก ที่ชื่อพระเอกคล้องจองกันมี มิตร เมืองแมน ,แสน สุรศักดิ์,กรด แก้วสามสี,ปลิว ปานทอง และวิง ไกรลาศ ตรงนี้จึงเกิดแรงบันดาลใจให้ ป๋า ส.ตั้งชื่อพระเอกทั้ง 7 คนให้สอดคล้องกัน เป้น จ่าดับ จำเปาะ เหมาะ เชิงมวย ตัวกวย แซ่ลี้ อัคคี เมฆยันต์ ดั้น มหิตรา กล้า ตะลุมพุก จุก เบี้ยวสกุล หลังหนังออกฉษยปรากฎว่ากวาดรายได้เกินหลักล้าน งานนี้ทำเอาป๋า ส.ส่ายหัวเลย ทำหนังแบบตั้งใจไม่ได้ตัง แต่ทำหนังแบบคิดลวก ๆ กลับได้ตัง แล้วนับแต่นั้นป๋า ส.ก็เลยหากินกับ 1 ต่ อ 7 ตลอดมา อย่างตอนต่อเรื่อง นักเลงเดียว 7 ตะลุมบอน เจ็ดประจัญบาน เป็นต้น
เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2501 ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 39



ความพิเศษของเรื่องนี้ก็คือเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้จัดจำหน่ายไปทั่วเอเซีย ตั้งแต่ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินโดจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน และเกาะมาเก๊า สุรนารี สร้างขึ้นมาด้วยระบบ 35 มิลลิเมตร มีนักแสดงทั้งไทยและฮ่องกง ร่วมแสดง ของไทยก็คือสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ กับวิไลวรรณ วัฒนพานิช ส่วนฮ่องกงก็คื ยูหมิ่นกับเจาหลุ่น ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายเมื่อปี พ.ศ.2500 เป็นภาพยนตร์แห่งการฉลอง 25 ศตวรรษอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกันครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 40



เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่พันคำชอบมากที่สุด ทั้งป๋า ส. อาสนจินดาและพันคำ เล่นเรื่องดีได้อารมณ์ดีอย่างมาก ประชันบทบาทกันอย่างถึงอารมณ์มาก อมรา ในเรื่องนี้ก็สวย เพราะความสวยของอมราจากเรื่องนี้ จึงกลายเป็นที่หมายปองของนายพลที่เป็นนายกสมัยนั้น จนอำราต้องตัดสินใจแต่งงาน เพื่อหนีการตกเป็นภรรยาน้อยของผู้มีอำนาจสมัยนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือว่าเป็นฉนวนหนึ่งของเหตุการณ์อย่างที่เล่า ทหารเสือกรมหลวงชุมพร ได้เข้าฉายในต้นปี 2501 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 19:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 41



ภาพสุดท้ายสำหรับชุดนี้เป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดในยุคปี 2500 นั่นคือเรื่อง เล็บครุฑ ที่สร้างให้พระเอกใหม่อย่าง ลือชัย นฤนาท ในบทชีพ ชูชัย โด่งดัง จนผูชายไทยยุคนั้นเดินคอเคียงตามแบบลือชัยกันเป็นแภว สำหรับลือชัยไม่ได้เล่นเรื่องเล็บครูฑเป็นเรื่องแรก ก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงเรือง ก่อนรุ่งอรุณ มาแล้วในบทนักแสดงประกอบ และเป็นนักแสดงรับเชิญในเรื่อง บ้านทรายทอง จากตำรวจเขาก้าวสู่การเป็นดาราเพราะชอบขี่รถไปหาเพื่อนในกองถ่าย เลยถูกจับไปเล่นเป็นดาราประกอบ ก่อนไปเข้าตาสุพรรณ พราหมพันธุ์ เลยวานให้ชาลี อินทรวิจิตร ไปพาตัวมาพบเพื่อให้แสดงเป็นพระเอกในเรื่อง เล็บครูฑ แล้วก็สำเร็จลือชัยดังเปรี้ยงปร้างในปี 2500 เล็บครุฑเข้าฉาย 11 พฤษภาคม 2500 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง และศาลาเฉลิมบุรี ทำรายได้เกินหลักล้านในยุคนั้นเหมือนกันครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 25/02/49 - 20:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 42
ดูแล้วปลื้มใจมาก-เป็นบุญตา-ไม่ทราบว่ามีเรื่องที่เก่ากว่านี้อีกไหมอยากดูจริงๆว่ากันตั้งแต่พ.ศ.2470มาเลยครับ..ชอบจริงๆ

จาก: โต้ง
วันที่: 26/02/49 - 9:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 43
ขอบคุณมูฟวี่เเมนที่ทำให้ความสุขในอดีตกลับคืนมาเหมือนอยู่ตรงหน้า สี่คิงส์เเละเห่าดงเป็นภาพยนตร์ไทยเรืองเเรกๆที่ผมได้ดู ทำให้ชอบไชยา อมรามาก โดยเฉพาะเรื่องเรือนเเพ มีเรื่องราวหรือภาพเพิ่มเติมใน3เรื่องนั้นไหมครับ

จาก: ชัยยา
วันที่: 26/02/49 - 21:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 44
คุณจุ รางวัลที่คุณพิศมัยได้รับ เท่าที่จำได้รู้สึกจะมีรางวัลสุพรรณหงส์ในบทนำ จากเรื่อง ไร้เสน่หา ด้วยนะฮะ ส่วนปี พ.ศ. เท่าไรนั้นไม่แน่ใจ หนังเรื่องนี้ไม่ได้ไปดูในโรง ดูจากทีวีแบบกระท่อนกระแท่น เรียกว่าแทบยังไม่ได้ดูจะดีกว่า มีเสียงกล่าวขานว่าเป็นบทที่ดีมากบทหนึ่งของคุณพิศมัย
ขอบคุณทุกท่านมากเลยฮะ ที่นำรูปและเรื่องราวต่างๆ มาถ่ายทอดให้รับรู้เกี่ยวกับวงการหนังไทยมากยิ่งขึ้น

จาก: จตุพร
วันที่: 27/02/49 - 1:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 45
ไร้เสน่หา..เป็นหนังกำกับโดยคุณชนะ คราประยูร..พิศมัยเล่นเป็นพี่ทาริกา..และได้อุปการะหรรษาไว้..ทาริกานำนิภาพรมาขอให้ฝากงานให้..ป้าหลานก็ได้ไปทำงานที่เดียวกัน..และก็ไปชอบสรพงษ์เหมือนกัน..พิศมัยตามตื้อสรพงษ์-อาละวาดผู้หญิงคนอื่นแบบไม่สนใจใคร..สุดท้ายหรรษาก้แอบไปกับนิรุตต์หนุ่มข้างบ้านส่วนพิศมัยก็ถูกยิ่งใหญ่หนุ่มรุ่นลูกมาปอกลอก...ไร้เสน่หาจริงๆครับ

จาก: โต้ง
วันที่: 27/02/49 - 9:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 46
ขอขอบคุณมากเลยค่ะ ที่ได้ทราบทั้งรางวัล และยังได้รู้เรื่องย่อด้วย เพราะไม่เคยดูเหมือนกันค่ะ ใครรู้บ้างว่า มาธาร์ดอจอมเพี้ยน ปีอะไร เพราะไม่มีในข้อมูลเลยค่ะ เรื่องนี้ถ่ายที่ สเปน ในหนังก็ไม่ได้บอก พ.ศที่ถ่ายด้วย ตอนนี้เป็นลูกอีขออีกหน่อยนะคะ อยากได้ใบปิดหนัง หรือ ภาพ คุณพิศมัย ส่วนที่ลงในเวปทุกเวป เก็บไว้หมดแล้วค่ะ ตอนที่ท่านเข้าวงการใหม่ๆ ยังไม่เคยเห็นเลยค่ะ (จะไปขอที่มี้เลย ก็ไม่รู้จักแฮะๆ...) ส่วนแผ่นหนังเก่าที่ลงมาคลาสสิคมากเลยเจ้าค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 27/02/49 - 10:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 47
ตามคำขอของคุณ จุฑามาศ กับภาพพิศมัยในแต่ละยุค มีให้ชมอย่างเต็มอิ่ม 10 ภาพ
แต่ก่อนที่จะชมภาพสวย ๆ ของพิศมัย ผมขอเฉลยคำถามจากในสัปดาห์ก่อนให้ทราบครับ
ภาพที่มิตรถือเข็มฉีดยานั้นมาจากภาพยนตร์เรื่อง เอื้อมเดือน เมื่อปี พ.ศ.2506 ครับ
ภาพที่สองผมรู้อย่างเดียวว่าเป็นด้านข้างโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ขณะที่พักการแสดงละครเวที เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2490 ครับ
ส่วนภาพที่สามเป็นภาพสมบัติกับวิไลวรรณ อมรา และรัตนาภรณ์ จากภาพยนตร์เรื่อง สกาวเดือน เมื่อปี พ.ศ.2505
ภาพสมบัติ เมทะนีในชุดคนป่านี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง สนหน่อยนะทูลหัว สมบัติ แสดงคู่กับอรัญญา เมื่อปี พ.ศ.2514
ภาพสุดท้ายเป็นภาพจากหนังเรื่อง ฝนเหนือ ของฉลอง ภักดีวิจิตร เมื่อปี 2514 เช่นกันครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 18:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 48



เป็นภาพของพิศมัย วิไลศักดิ์ จากภาพยนตร์เรื่อง พิมพิลาไลย ที่ถ่ายสำหรับโปรโมทในหน้านิตยสาร ดาราไทย


จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 18:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 49



ชออภัยผมลงภาพผิด ภาพด้านบนเป็นภาพพิศมัยกับลือชัย สมัยโปรโมทหนังเรื่องแรกคือ การะเกด เมื่อปี 2501 ภาพนี้จากนิตยสารดาราไทย โดยถ่ายคู่กับพระเอกของเรื่องคือ ลือชัย นฤนาท (ขออภัยภาพบนยังไม่ได้ทำการตบแต่ง เดี๋ยวจะนำมาลงแก้ตัวให้ใหม่เป็นภาพสวยสดใสเลยครับ) ส่วนภาพนี้คำบรรยายจากด้านบนครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 18:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 50



แก้ตัวกับภาพที่ตกแต่งแล้ว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 18:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 51
ขอบคุณมากค่ะคุณมูฟวี่แมน มี้สวยเหมือนแขกจังเลย ส่วนสุภาพบุรุษคือใครค่ะ เดาไม่ออก เลยค่ะ ไม่ค่อยเหมือนมิตรเลย จะรอดูภาพต่อไปนะคะ ตื่นเต้นจัง ยังกับดูหนังเองเลยฮิๆ....

จาก: จุ
วันที่: 27/02/49 - 18:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 52



ภาพพิศมัยกับลื่อชัย สมัยเข้าวงการใหม่ ๆ แต่เป็นแบบสไตร์โก๋หลังวัง เป็นชุดทันสมัยยุคนั้น หนุ่ม ๆ นิยมนุ่งกางเกงขาเดฟ ส่วนฝ่ายหญิงนุ่งกระโปรงซุ่มไก่เป็นชุดฮิตของวัยรุ่นยุคปี 2501

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 18:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 53



อีกภาพกับพิศมัยวัยสาว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 19:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 54



ใครรู้บ้างว่าภาพนี้ของพิศมัย วิไลศักดิ์ จากภาพยนตร์เรื่องใด รู้แต่ว่าภาพนี้ไม่น่าจะเกินปี พ.ศ.2514

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 19:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 55



อีกภาพที่ไม่ทราบว่าจากเรื่องอะไร แต่รู้ว่าน่าจะอยู่ในราวปี พ.ศ.2519 พิศมัยอายุ 30 กว่าแล้ว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 19:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 56



ลงผิดอีกแล้วครับขอภัย ภาพด้านบนเป็นภาพช่วงปี พ.ศ.2513 แต่ก็ไม่ทราบว่าจากเรื่องอะไร เช่นกันกับภาพนี้ ที่ถ่ายเมื่อประมาณปี พ.ศ.2519 แต่ไม่รู้จากเรื่องอะไรเช่นกัน ใครรู้ช่วยบอกหน่อยครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 27/02/49 - 19:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 57
คุณพิศมัย มักจะได้บทเด่นๆ ในหนังคุณเริงศิริ ลิมอักษร เช่น หัวใจที่ไม่อยากเต้น แต่มีอีกเรื่องน่าจะเป็นหนังคุณเริงศิริ ที่ผมจำไม่ได้คือ เรื่องที่คุณพิศมัยเล่นเป็นนักร้อง มีคุณชูศรีเป็นเพื่อน แล้วในวันงานประกาศรางวัลนักร้องยอดเยี่ยมที่ใครๆก็ว่า เธอต้องได้รางวัลแน่ แต่กลับกลายเป็นคุณทิริกา(ไม่แน่ใจ!) ใช้เส้นแซงขึ้นไปรับรางวัลแทน ใครจำได้ไหมครับว่า หนังเรื่องอะไร

จาก: อิท
วันที่: 28/02/49 - 11:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 58
เรื่องเพลงรักเพื่อเธอ ที่มี สรพงษ์,ชัยรัตน์ เทียบเทียม เล่นด้วยใช่ไหมครับ ฉายเมื่อ เม.ย.2521 เริงศิริ สร้าง,กำกับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/02/49 - 12:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 59
ขอบคุณมากเลยค่ะ ภาพมี้สวยทุกภาพเลย เพลงรักเพื่อเธอ ยังมีหนังให้ดูใหมค่ะ ตอนนี้กำลังเก็บหนังที่เป็น วีดีโอ แปลงเป็น ดีวีดี อยู่ค่ะ เพราะเดี๋ยวจะขึ้นราหมดใครอยากให้ช่วยก็บอกมานะคะ ดีใจที่ได้รู้จักผู้ที่ชื่นชอบเหมือนกัน อ้อภาพที่ยังไม่ได้แต่ง ดูสวยนุ่มนวลเป็นธรรมชาติดี ไม่ต้องแต่งก็ได้ค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 28/02/49 - 13:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 60
หนัง เพลงรักเพื่อเธอ ผมก็อยากได้ ลองไปถามคอลัมน์คุณมนัสดูซิครับ เขารู้เยอะ แต่ผมว่าถ้าจะยาก จริงๆหนังของเริงสิริ ค่ายโซล่าร์ เอามาทำก็หลายเรื่อง เช่น หัวใจที่ไม่อยากเต้น(ไชยา-พิศมัย-อุเทน) เห็นด้วยกับคุณจุครับ ว่าภาพของลือชัยกับพิศมัยจากเรื่องการะเกด ตอนยังไม่แต่งดูดีกว่าตอนแต่งแล้วซะอีก ขอบคุณคุณมูฟวี่แมนมาก ที่หารูปดีๆมาลงให้ดูกัน ถ้ามีเรื่องราวรายละเอียดหน่อย ยิ่งแจ๋วใหญ่เลยครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/02/49 - 14:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 61
สวัสดีคะ คุณมูฟวี่แมน และทุกท่าน พอทราบไหมค่ะ เรื่องซำเหมา คุณพิศมัยเล่นเป็นคน ตาบอดหรือค่ะ แล้วเรื่องย่อ-ตอนจบ เป็นอย่างไรค่ะ มี้เล่นเป็นคนพิการ มีเรื่องอะไรบ้างค่ะ (อยากเห็นหนังจัง)

จาก: จุ
วันที่: 01/03/49 - 12:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 62
รู้สึกว่าพิศมัยจะถูกรถชนตายนะ...คนที่ชนก็คือมานพ อัศวเทพญาติผู้พี่ที่มาตามหาพิศมัยในเมืองไทย...

จาก: โต้ง
วันที่: 02/03/49 - 11:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 63
สวัสดีค่ะ เผลอแป็ปเดียวเกือบหากระทู้นี้ไม่เจอแนะ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณคุณโต้งที่เล่าให้ฟัง ถ้าทราบเรื่องจิ๊กกี๋ก็มีหัวใจ เล่าให้ฟังด้วยนะคะ เห็นในใบแผ่นหนังแล้ว หยากดูจัง ไม่ทราบช่วงนี้มีหนังใหม่ๆเข้ามาอีกหรือเปล่า ถ้ามีบอกกันบ้างนะคะ

จาก: จุ
วันที่: 06/03/49 - 12:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 64
หายไปไหนกันหมด คุณมูฟวี่แมน คุณโต้ง คุณอ๊อด คุณฟ้าสดใส ค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 08/03/49 - 9:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 65
คุณมูฟวี่แมน ผมขอรูปคุณปิยะมาศด้วยครับ.....

จาก: ป้อย
วันที่: 08/03/49 - 18:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 66
ขออภัยที่หายไปสัปดาห์นึง เนื่องจากผมเป็นคณะกรรมการในการพิจารณาผลงานสตาร์เอนเตอร์เทนเมนท์อวอร์ด ของสมาคมนักข่าวบันเทิง แล้วยังเป็นผู้ทำข้อมูลในสูจิบัตรงาน เลยไม่มีเวลาเข้ามาเล่น ที่คุยป้อยขอภาพ คุณ ปุ๊ ปิยะมาศ ได้ครับเดี๋ยวจะให้ไล่ปีเลยตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ต่อจากข้อมูลหนังที่หายไปจากความทรงจำคนดูนานมาก นั่นคือเรื่อง เก้ามหากาฬ มาให้ชมกัน ภาพบางภาพเก่าจนแทบหมดสภาพก็ทนดูกันหน่อยนะครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 16:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 67



เกล็ดจาก ภ.เรื่อง เก้ามหากาฬ (2507)
เชื่อว่าหลายคนอยากจะรู้เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่อง เก้ามหากาฬ ที่ส่วนมากจะไม่ค่อยพูดถึงกัน ทั้ง ๆ ที่ เก้ามหากาฬเรื่องนี้เป็นการประชันบทบาทกันครั้งแรกของมิตร ชัยบัญชา กับไชยา สุริยัน แต่ก็ไม่ค่อยเห็นใครกล่าวถึง ผมเลยนำกลับมาเล่าใหม่ เก้ามหากาฬเป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2507 โดยเข้าฉายเมื่อวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2507 ที่โรงภาพยนตร์ คาเธ่ย์ ทำเอาโรงหนังแทบแตก เพราะเวลานั้นแฟนหนังของทั้งคู่เรียกว่ามากมายเหลือคณานับ (สมัยนั้นสมบัติ เมทะนี ยังไม่โดดเด่นมากเท่าไหร่) ในเรื่องมิตร ชัยบัญชา รับบทเป็น เก้าชีวิต เก้าแบบ ส่วนไชยา สุริยัน รับบทเป็นเหยี่ยวทอง ผู้เก่งกาจ ส่วนนางเอกของเรื่องก็คือเพชรา เชาวราษฏร์ ที่ประชันบทบาทกับมิส โรส อามีน่า ดาราสาวจากไต้หวัน ส. อาสนจินดา กำกับเอง บทบาทการแสดงของมิตร ชัยบัญชากับไชยา สริยัน เชือดเฉือนกันสุดฤทธิ์สุดเดช ผมจำได้ว่าบัตรเข้าชมวันแรกในรอบปฐมทัศน์ มีราคาสูงถึง 25 บาท แต่ก็เต็มหมดเรียกว่าล้นเลยก็ว่าได้เพราะพอดีตรงกับวันศุกร์ด้วย แล้วยังเป็นเทศกาลตรุษจีนอีกตางหาก รถแถวเยาวราชติดกันเพราะคนล้นออกมาถึงข้างนอกโรงหนังคาเธ่ย์เลยทีเดียว ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไรขอเก็บไว้ก่อน รอบนี้เอาให้ดูเป็นไตเติ้ลให้อยากเห็นก่อนดีไหมครับ แต่ส่วนหนังจะมีอยู่หรือไม่คงต้องถามคุณมนัสดู แต่เชื่อว่าคงไม่เหลือเป็นแน่แล้วครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 17:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 68



เป็นภาพที่สามดาราเอก มิตร ชัยบัญชา ไชยา สุริยัน และประจวบ ฤกษ์ยมดี ถ่ายร่วมกันเพื่อนำไปทำเป็นโปสเตอร์ และโปรโมทตามนิตยสารบันเทิง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 17:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 69



ภาพจากภาพยนตร์เรื่อง ทายาทป๋องแป๋ง เมื่อปี 2520 ซึ่งเป็นผลงานการสร้างเรื่องแรกของ กำธร ทัพคัลไลย อดีตแฟนของปิยะมาศ ผู้ล่วงลับไปแล้ว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 17:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 70



จากหลายภาพที่เห็นดูเหมือนภาพนี้ปิยะมาศจะดูสวยที่สุด มีความสดใส น่ารัก อาจเป็เนพราะเสื้อผ้ากับทรงผมที่ตรงสไตล์วัยรุ่นยุคนั้น ที่นิยมรูปแบบอย่าง ดารานักร้อง โอลิเวีย นิวตันจอห์น นางเอกในภาพยนตร์เรื่องดัง กรีส ทำให้หลายคนชื่นชอบและนิยมทำทรงผมสไตล์แบบนี้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 17:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 71



ขออภัยเผลออีกแล้ว ลงภาพผิดครับ ภาพบนเป็นภาพปิยะมาศถ่ายกับวาสนา สิทธิเวช ลงในนิตยสารดัง โลกดารา เมื่อปี พ.ศ. 2522 ครับ แก้ตัวใหม่ ภาพบนนี้อ่านข้อมูลจากเรื่องด้านบนนะครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 17:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 72



เป็นภาพสุดเซ็กซี่ของปิยะมาศ ภาพนี้ถือว่าเซ็กซี่ที่สุดในสมัยที่เป็นสาว เพราะเป็นหนังของผู้มีพระคุณที่นำปิยะมาศเข้ามาวงการ นั่นคือวินิจ ภักดีวิจิตร จาก ภ.เรื่อง สนับมือ เมื่อปี 2524 ที่ปิยะมาศยอมแต่งชุดว่ายน้ำถ่ายทำเรื่องนี้ โดยแสดงคู่กับเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ พระเอกก็มี สรพงษ์ ชาตรีกับพิศาล อัครเศรณี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 17:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 73



เรื่องย่อ สมิงบ้านไร่ (2507)
สำหรับสัปดาห์นี้ขอเสนอภาพยนตร์เรื่อง สมิงบ้านไร่ ฉบับที่ มิตร ชัยบัญชา,เพชรา เชาวราษฏร์ แสดงนำ พร้อมดาราร่วมแสดงคับคั่ง อาทิ ประจวบ ฤกษ์ยามดี,บุศรา นฤมิตร,อดุลย์ ดุลยรัตน์,พันคำ,วิไลวรรณ วัฒนพานิช,เชาว์ แคล่วคล่อง,ฤทธิ์ นฤบาล สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม,ชาณีย์ ยอดชัย และนางงามนครนายก อัมพิกา ดาราวรรณ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 19:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 74



เรื่องย่อ สมิงบ้านไร่
ในละแวกตำบลบ้านไร่ คนที่ใหญ่ยิ่งด้วยอิทธิพลที่สุด มั่งมีที่สุด เหี้ยมโหดที่สุดและดุร้ายที่สุด สามารถคุมนักเลงฝีมือดีไว้ได้มากมายหลายคนคือ โมกขศักดิ์ ผาณิตเวส
โมกขศักดิ์(พันคำ)มาสู่บ้านไร่อย่างไมมีอะไรเลย แต่ด้วยความสามารถในเชิงนักเลงและเล่ห์เหลี่ยมของเขา ในที่สุดเขาก็ได้ครองตำหน่งผู้จัดการโรงงานน้ำตาล ที่ใหญ่ที่สุดของตำบล ปรากฎว่าเมื่อโมกขศักดิ์ขึ้นครองตำหน่งอำนาจนั้น โรงงานน้ำตาลจนจะล้มอยู่แล้ว เพราะว่าไม่มีชาวไร่คนใดให้ความร่วมมือ ปลูกอ้อยส่งโรงงาน และพากันหันไปปลูกพืชอื่นกันเสียหมด โมกขศักดิ์ต้องใช้วิธีแก้สถานการณ์อันน่าวิตกนี้ ด้วยการแผ่อิทธิพล ปล่อยนักเลงอันธพาลในสังกัด ให้ออกไปบังคับกดขี้ให้ชาวไร่หันกลับมาร่วมมือปลูอกอ้อยส่งโรงงาน ชาวไร่ทนต่อความบีบคั้นไม่ได้ ก็จำต้องยอมและโรงงานก็เจริญรุ่งเรืองสืบมา
ในจำนวนชาวไร่ของบ้านไร่ ที่ขัดขืนไม่ยอมปลูกอ้อยส่งโรงงานนั้นมี ที่สำคัญอยู่คนหนึ่งคือ สมิง บ้านไร่ (มิตร ชัยบัญชา) เด็กหนุ่มคนนี้มีไร่กว้างขวางมากมาย และได้พยายามจะสลงส้มในไร่แทนพีชอย่างอื่น จึงเป็นการขัดกับจุดประสงค์ของโมกขศักดิ์นักเลงใหญ่ อย่างรุนแรง โดยธรรมดาโมกขศักดิ์จะต้องใช้อิทธิพลเล่นงานสมิง ก็ฌพราะว่าประการแรก สมิงเป็นนักสู้อย่างไม่ยอมแพ้ใคร และมีฝีมือในการต่อสู้ ไม่ว่าด้วยหมัด ปืน หรืออาวุธใด ๆ ได้อย่างดียิ่ง อีกประการหนึ่งเป็นเรื่องที่มีเบื้องหลังอยู่อย่างสำคัญ
โมกขศักดิ์พาลูกเมียมาอยู่ ที่บ้านไร่ได้หน่อยเดียว ภริยาที่แสนรักของเขาก็ตายจากไป คงทิ้งลูกสาวแสนสวย และดื้อไว้ให้ชมเพียงคนเดียวชื่อว่า สัตวา ผาณิตเวส หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่า นกเขียว (เพชรา เชาวราษฏร์) ธิดาสาวคนเดียว ที่เป็นดวงใจของโมกศักดิ์ ผู้พ่อคนในบ้านไร่รู้กันว่า นกเขียว ธิดาสาวคนเดียวนี้ คือดวงใจของโมกขศักดิ์ ผู้พ่อคนในบ้านไร่รู้กันว่า ไม่มีใครกล้าขัดใจหรือว่าสู้รบปรบมือกับโมกขศักดิ์ได้ นอกจากคนเดียวคือนกเขียว ธิดาของเขานั่นเอง และเป็นการบังเอิญอย่างยิ่ง ที่ในตำบลบ้านไร่นั้นไม่มีใครถูกกับนกเขียวเท่ากับสมิง ทั้งสองคบกันเป็นเพื่อนที่ดี จนเป็นที่สงสัยกันว่าสองหนุ่มสาวจะรักกัน ด้วยเหตุนี้เอง เป็นเหตุให้โฒกขศักดิ์ไม่กล้ารุกราน สมิงบ้านไร่ เพราะเก่งว่าหากสมิงต้องเป็นอะไร เพราะเขา มันอาจจะกลายเป็นการทำลายหัวใจของลกสาวที่เปรียบด้วยชีวิตของเขาเอาก็ได้ สองฝ่ายจึงได้คุมเชิงกันเรื่อยมา
วันหนึ่ง มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินผ่านมาที่บ้านไร่ และได้เข้าไปหาอะไรดื่มที่ในร้ายอาหรของ น้ำผึ้ง - หญิงสาวเจ้าของร้านที่สวยอย่างยิ่งอีกคนหนึ่ง ชายคนนั้นชื่อว่า สมัย บ้านดอน (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) ได้เกิดเรื่องกับ เดช ไช และทองก้อนสมุนเอกง 3 นายของโมกขศักดิ์ ในร้านของ นำผึ้ง เพราะน้ำผึ้ง (บุศรา นฤมิตร) เป็นต้นเหตุ ในตอนแรกสมัยใช้ขวานขว้างขู่ให้นักเลงสามคนนั้นกลัว แต่พอเผลอก็ถูกรุมจากนักเลงสามคนนั้น บังเอิญสมิง บ้านไร่ มาพบเข้า และได้ช่วยเหลือสมัยไว้ทันท่งทีก่อนที่จะถูกรุมถึงตายสมัย - นักพนเจรก็ตกลงใจอยู่ที่บ้านไร่กับสมิงเพื่อช่วยสมิงทำสงครามล้างอิทธิพลโมกขศักดิ์ต่อไป
ระหว่างที่พักอยู่กับสมิงที่บ้านไร่นั้น สมัยไออกเดินทางไดบริเวณไร่อันกว่างขวางของสมิง และที่ชายไร่ เขาได้พบกับหญิงงามอีกคนหนึ่งชื่อว่า ทองกร (อัมพิกา ดาราวรรณ)ขณะที่เธอกำลังเปลือยกายว่ายน้ำเล่นอยู่ในลำธารพอดี สมัยได้พยายาถามชื่อจนได้ความ และทั้งสองก็รู้สึกขอบพอกันตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาอีกวันหนึ่งสมัยได้ไปดื่มเหล้าอยู่ที่ร้านของน้ำผึ้ง นกเขียว ลูกสาวของโมกขศักดิ์ได้มาหาน้ำผึ้งซื้อแป้งสักอับหนึ่ง และได้มาพบสมัยที่กำลังเมาอย่างหนัก สมัยึงได้เอ่ยปากกับเขียวด้วยถ้อยคำที่สนุกสนานต่าง ๆ นา ๆ นกเขียวโกรธ จึงรีบกลับเข้าบ้าน นกเขียวพบแม่วอน (วิไลวรรณ วัฒนพานิช)แม่บ้านและอยู่ในฐานะที่เป็นภรรยาและฐานะ มารดาเลี้ยง ของนกเขียว เธออาละวาดแม่วอนเสียจนร้องไห้ แม่วอนก็ไม่เคยว่าอะไร เพราะเธอรักนกเขียวเหมือนลูกในไส้ของเธอ โมกขศักดิ์ทราบเรื่อง จึงบอกให้เดชไช และทองก้อนออกไปเล่นงานคนที่ก้าวร้าวกับนกเขียว แต่เมื่อไปถึงสมัยได้กลับไปไร่แล้ว มีแต่ชายแปลกหน้าคนหนึ่งนั่งอยู่ เขามีชื่อว่า สมาน บ้านนา (อดุลย์ ดุลยรัตน์) มีฝีมือในทางยิ่งปืนอย่างมาก ทั้งสองปะทะกันเพราะความเข้าใจผิด สมัยกลับมาที่ร้านเห็นก็เข้าช่วยสมาน ทั้งสองสาบานเป็นเพื่อนกัน
นกเขียวนั้นรักสมิงอย่างจับใจ หากแต่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามรรถบอกความในใจแก่กันได้ เพราะความขัดแย้งระหว่างโมกขศักดิ์กับสมิง มันมีมากเกินกว่าจะประณีประณอมได้ นกเขียวพยายามเป็นสือกลางแต่ไม่สำเร็จ สมิงได้พรรคพวกมาสมทบมากขึ้น นกเขียวแอบไปพบสมิง โมกขศักดิ์โกรธมากสั่งให้ลูกน้องพานกเขียวไปกักขังไว้ที่บ้านพักในป่า โดยมีแม่วอนไปคอยดูแล สมิงกลุ้มใจที่นกเขียวถูกนำตัวไปกักขัง ทำให้สมิงประกาศจะล้างอิทธิพลของโมกขศักดิ์ แล้วสมิงก็ได้เจอกับสมร บ้านด่าน (ฤทธิ์ นฤบาล) นักมวยพเนจร สมิงได้เพื่อนร่วมล้างอิทธิพลโมกขศักดิ์ 3 คน มี สมัย บ้านดอน สมร บ้านด่าน สมาน บ้านนาและเขาสมิง บ้านไร่ ศึกการล้างอิทธิพลจึงเริ่มขึ้น สุดท้ายโมกขศักดิ์ก็ถูกล้มอำนาจลงได้ โมกขศักดิ์ได้ชดใช้กรรมที่ตนเองกระทำ นกเขียวกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของสมิง บ้านไร่ อย่างเต็มใจ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 20:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 75



สมุนของโมกขศักดิ์นำโดย เดช ไช กำลังหาแผ่อิทธิพลไปทั่วบ้านไร่

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 20:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 76



สมิง บ้านไร่ สมัย บ้านดอน สมอน บ้านนาและทองกอนกำลังดูอาการชาวบ้านที่ถูกสมุนโมกขศักดิ์ยิ่ง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 20:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 77



เดช ไช สมุนของโมกขศักดิ์ นำตัวนกเขียวไปกักขังในบ้านพักที่อยู่ในป่าโดยมีแม่วอนคอยดูแล

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 20:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 78



เมื่อโมกขศักดิ์ถูกกำจัดทุกอย่างก็ถูกเปิดเผย สมาน บ้านนา คือนายตำรวจ เช่นกันกับสมัย บ้านดอน และสมร บ้านด่าน นกเขียวก็อยู่ในความดูแลของสมิง บ้านไร่ สมานคู่กับน้ำผึ้ง และสมรคู่กับทองก้อน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 10/03/49 - 20:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 79
เหมือนได้ดูหนังเลย หายไปนาน ต้องลงหลายๆ เรื่องนะเจ้าค่ะ ขอบคุณที่ยังมีผู้ใจดีเปิดกว้างให้ได้รู้ (เริ่มเป็นกบนอกกะลาแล้ว) มีหนังของคุณพิศมัยบ้างหรือเปล่า กบตัวใหญ่รออยู่ค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 10/03/49 - 21:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 80
สุดยอดไปเลยครับ...

จาก: โต้ง
วันที่: 11/03/49 - 9:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 81



เรื่องต่อไปที่จะเสนอคือเรื่อง นี่แหละรัก (2515)
เรื่องเริ่มขึ้นจาก คัมภีร์ (ไชยา สุริยัน) ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ จุดหมายปลายทางคือตั้งใจจะไปพบเพื่อนเก่าที่จังหวัดแห่งหนึ่ง ทว่าเมื่อถึงปลายทาง ความตั้งใจของเขาก็เป็นอันพับไป เพราะคนที่นั่นบอกว่าเพื่อนได้ย้ายไปแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ผิดหวังเสียเลยทีเดียว เมื่อพบกับชิน (ยุทธภุมิ)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 82



ชินอ้างว่าเป็นคนงานอยู่ในไร่ของวิรัตน์เพื่อนคัมภีร์และอาสาที่จะนำทางไปที่ไร่ ขณะเดินทาง คัมภีร์เริ่มจะรู้ว่าทุกอย่างน่าจะมีแผนการณ์บางอย่างเคลือบแฝงอยู่ เพราะสังเกตุจากพิรุธของชิน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 83



ชินนำคัมภีร์ไปยังทานน้ำตก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 84



และในที่สุดก็เป็นจริง เมื่อชินแสดงตัวให้คัมภีร์เห็นว่าชินคือผู้หมายปองชีวิตคัมภีร์ คัมภีร์ปราบชินเสียอยู่หมัด

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 85



และก็เป็นเวลาเดียวกันที่นนท์ (กฤษณะ)ที่สะกดรอยตามมาทัน คัมภีร์ถูกนนท์ยิงตกลงไปในลำธารหายไป

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 86



คัมภีร์ได้รับบาดเจ็บ กระเสือกระสนไปสิ้นแรงที่ชายไร่แห่งหนึ่ง ทด (ธนาชัย) หัวหน้าคนงานในไร่มาพบเข้าจึงพาไปที่บ้านเจ้าของไร่ รัศมี (พิศมัย วิไลศักดิ์) เจ้าของไร่สตรีผู้สงบขรึม ได้ช่วยพยาบาลจนคัมภีร์หายเป็นปกติ จึงได้ถามถึงความเป็นมาของคัมภีร์ เขาบอกว่าเขาชื่อคำ การที่มาที่นี่ก็เพื่อจะหางานทำ ส่วนสาเหตุที่ถูกทำร้ายนั้นเขาไม่รู้เรื่อง และความจริงก็เป็นเช่นนั้น

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 87



คัมภีร์ได้เข้าเป็นคนงานในไร่ของรัศมี โดยมีทดเป็นหัวหน้า และไม่ต้องสงสัยเลยว่า การเข้าทำงานของคัมภีร์ครั้งนี้ไม่เป็นที่ต้องใจของทดเลย โดยความเป็นจริงแล้ว ทดเป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อรัศมีมาก แต่หามีใครรู้ซึ้งถึงส่วนลึกของหัวใจทดไม่ ว่าในความซื่อสัตย์นั้นทดแอบรักนายจ้างสาวสวยอยู่อย่างเงียบ ๆ และความรักที่คนอย่างทดพร้อมที่จะพลีกายถวายชีวิตที่เดียว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 88



ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ออกจะหล่อเหลา ประกอบกับบุคคลิกหลาย ๆ อย่างของคัมภีร์ ทำให้ อ้อ (ตุ๊กตา จินดานุช) หลาสนของรัศมีและพงษ์ (จำลักษณ์) ผู้มีศักดิ์เป็นน้องของรัศมี และแม้แต่คนงานในไร่คนอื่น ๆ สนิทสนมชอบพอกับคัมภีร์อย่างรวดเร็ว จนเป็นที่ขวางหูขวางตาของทดและผกา (น้ำเงิน บุญหนัก) ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ของรัศมี


จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 89



ส่วนตัวผกานั้น เป็นผู้หญิงที่เคยพลาดรักมาก่อน ด้วยสาเหตุนี้เองที่ทำให้ผกามีความรู้สึกเกลียดผู้ชายทุกคน ยกเว้นแต่ทดซึ่งผกาเห็นว่าเป็นผู้ซื่อสัตย์กว่าผู้ชายทุกคน ดูเหมือนอ้อและพงษ์จะเป็นตัวเชื่อต่ออย่างดีในความสัมพันธ์ระหว่างรัศมีกับคัมภีร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 90



และความไม่พอใจอย่างยิ่งยวดของผกา ผกาได้ถือโอกาสกล่าวเตือนรัศมีอยู่บ่อยครั้ง ทว่ารัศมีก็เพียงแต่รับฟังเอาไว้เท่านั้น ส่วนความจริงใจของรัศมีนั้น รัศมีเห้ฯว่าคัมภีร์หรือนายคำเป็นคนที่น่าจะคบได้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 91



ทางกรุงเทพฯการออกจากบ้านและหายเงียบไปกลายเป็นนิมิตดีของคนหลายคน เพราะเขาเหล่านั้นต่างก็มีจุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือเกรงว่าคัมภีร์จะเป็นกว้างขวางคอของมรดกชิ้นมหาศาล ซึ่งคัมภีร์มีส่วนที่จะได้อยู่ด้วย
คนที่หวังมากที่สุดก็คือ มณเฑียร (แมน ธีระพล) และสิ่งที่มณเฑียร ปรารถนาอีกอย่างหนึ่งก็คือสุทธาทิพย์ (ภาวนา ชนะจิต) ซึ่งเป็นคู่หมั้นของคัมภีร์ และสุทธาทิพย์เองก็นับได้ว่าร่ำรวยจากกองมรดกมากมาย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 92



เมื่อคัมภีร์ออกจากบ้านไป นกุล (ราม) จึงได้มีจดหมายไปบอกสุทธาทิพย์ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศและสุทธาทิพย์ก็รีบเดินทางกลับเมืองไทยอย่างกะทันหันจะอย่างไรก็ตาม แม้ว่าสุทธาทิพย์จะเป็นคู่หมั้นของคัมภีร์โดยพินัยกรรม แต่สทธษทิพย์ก็มีใจรักใคร่คัมภีร์อยู่ไม่ใช่น้อย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 11/03/49 - 23:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 93



สุทธาทิพย์ถึงเมืองไทยแล้ว จึงได้รับความกระข่างแจ้งจากนกุลว่าเหตุใดคัมภีร์จึงหนีออกจากบ้าน และจากนั้นทั้งสองก็ได้พยายามที่จะสืบหาว่าคัมภีร์อยู่ที่ไหน ทางด้านมณเฑียร ครั้นสุทธาทิพย์กลับมาก็หาโอกาสที่จะใกล้ชิด ทั้งยังพยายามจะใส่ร้ายคัมภีร์ต่าง ๆ นานา หมายจะให้สุธาทิพย์เกลียดคัมภีร์ จะอย่างไรก็ตาม สุทธาทิพย์ก็พอจะรู้ว่ามณเฑียรต้องการอะไร แต่สุทธาทิพย์ก็แสร้งทำเป็นเฉยเสีย และในเวลาต่อมาความจริงก็ปรากฏว่า มณเฑียรนั่นเองคือตัวบงการให้สมุนคอยตามล่าคัมภีร์อยู่ตลอดเวลา

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 0:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 94



ที่ไร่รัศมี ความสนิทสนมของคัมภีร์กับรัศมีเริ่มเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ คัมภีร์เฝ้าสังเกตุตลอดเวลาว่าด้วยเหตุใดรัศมีจึงเป็นคนเงียบขรึมไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับใคร

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 0:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 95



ในที่สุดเขาก็ได้รู้ความจริงจากอ้อว่า รัศมีถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากชาวบ้านระแวกนี้มาก ถึงขั้นกล่าวกันว่าเป็นผู้หญิงกาลกิณีผู้หญิงกินผัว เพราะก่อนจะแต่งงานถึงสามครั้งสามครา คู่หมันของรัศมีต้องถึงแก่ชีวิตด้วยอาการต่าง ๆ กันเป็นที่ร่ำลือกันทั้งตำบล จากนั้นมาคัมภีร์ก็เข้าใจและเห็ฯใจรัศมียิ่งขึ้นเมื่อเขาเองก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว จึงทำให้เขาเกิความรักรัศมีขึ้นอย่างเงียบ ๆ แม้แต่รัศมีก็เช่นเดียวกัน มีหรือคนเราจะปฎิเสธหัวใจตัวเองได้ ความเมื่อมันจะเกิดขึ้นมีใครเล่าที่จะปรามมันได้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 0:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 96



ทดและผกา ยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคัมภีร์ต่อไป และดูเหมือนว่าจะนับวันพอกพูนความไม่ชอบหน้ากันขึ้นเรื่อย ๆ การหักร้างระหว่างกันและกันเกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่นเดียวกันกับการตามล่าของมณเฑียรก็ยังคงดำเนินไปเรื่อย ๆ พอ ๆ กับนกุลกับสุทธาทิพย์ที่พยายาจะสืบเสาะหาที่อยู่ของคัมภีร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 0:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 97
ขอบคุณครับ รูปคุณปิยะมาศสวยจริงๆครับ ถ้ามีก็ขออีกนะครับ

จาก: ป้อย
วันที่: 12/03/49 - 7:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 98



คัมภีร์กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมของหมู่บ้าน ซึ่งในขณะเดียวกันก็กลายเป็นขี้ปากให้ชาวบ้านถากถางกันอีกด้วย โนรี (รจนา นามวงศ์) สาวชาวไร่ก็ยังลุ่มหลงคัมภีร์ เพียงแค่พบกันในวันแรก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 7:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 99



โนรีสาวชาวไร่ที่หลงรักคัมภีร์เพียงแค่พบกันในวันแรก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 7:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 100



เรื่องของโนรีเลยพลอยทำให้คัมภีร์มีคนไม่ชอบหน้าขึ้นมาอีกคนนั่นคือแผ้ว (ชุมพร เทพพิทักษ์)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 7:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 101



คนทั้งสองคือ แผ้วและคัมภีร์กลายเป็นอริกันโดยปริยายด้วยเรื่องความรักแต่ด้วยใจจริงของคัมภีร์เขาไม่เคยคิดถึงโนรีในเรื่องของความรักเลย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 102



โนรีพยายามที่จะสลัดแผ้วออกไปจากหัวใจ โดยให้คัมภีร์เข้ามาแทนที่ ทั้งนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากแม่คือนางเน้ย (ศรีสละ ทองธารา)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 103



นางเน้ย คอยใส่ร้ายป้ายสีคัมภีร์และรัศมีทั้ง ๆ ที่ใจของนางเน้ยเองก็เห็นใจแผ้วอยู่มาก ฝีปากของนางเน้ย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 104



คัมภีร์ต้องมีเรื่องกับนักเลงชาวไร่คือ กลั่น จ้อน และแรมกับพวกจนถึงเลือด

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 105



การมีเรื่องครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้รัศมีเป็นอย่างยิ่ง แต่ในที่สุดรัศมีก็เข้าใจในความหวังดีที่คัมภีร์ป้องกันเกียรติให้ตัวเอง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 106



ชีวิตที่ถูกตามล่า และถูกหักร้างอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่สิ่งที่สุนทรีสำหรับคัมภีร์เลย แต่เขาก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ตรงข้ามกับรัศมี ทุกครั้งที่มีอะไรเกิดขึ้นกับคัมภีร์ เธออดคิไม่ได้ว่านั่นมันเกิดขึ้นจากอาถรรพณ์ในตัวของเธอ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 107



ใครจะยุ่งเกี่ยวในเรื่องความรักกับรัศมี ไม่ได้ คนผู้นั้นต้องพบกับความตาย รัศมีคิดอย่างนี้ แล้วความรักที่รัศมีมีต่อนายคำล่ะ ในที่สุดนายคำของเธอก็คงจะต้องมีอันเป็นไปเช่นกัน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 108



ครั้งสุดท้าย คัมภีร์ถูกลอบยิง แม้ว่ากระสุนจะเพียงเฉียดไป แต่ความเจ็บปวดก็วาบลึกเข้าไปถึงหัวใจรัศมี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 109



ถูกแล้ว...ทุกอย่างเป็นไปตามอาถรรพณ์ในตัวของรัศมีเอง รัศมีคิดเช่นนี้ ความตายยื่นมือเข้าไปสัมผัสกับผู้ชายทุกคน หากเขาผู้นั้นมายุ่งกับรัศมีในด้านความรัก แม้แต่...คัมภีร์ ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่เขาคลาดแคล้วจากความตาย รัศมีจะทนได้ละหรือ หากจะเห็นคนที่ตนรักมีอันต้องตายไปเพราะความรักที่มีต่อตัวเอง
ไม่มีใครหรอกที่จะระงับความรู้สึกอันแท้จริงได้ เมื่อเรารู้สึกว่าของสักสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่เราหมายปอง และควรจะต้องเป็นสมบัติของเรา แต่ ...เราจำต้องปล่อยให้มันหลุดลอยไป เจ็บปวดและทรมารยากที่จะบรรยาย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 110



รัศมีปล่อยคัมภีร์ไป ไล่เขาออกจากงานเสียก่อนที่จะเห็นว่าเขาตายเพราะเธอ เด็ดเดี่ยวนักในท่วงท่าของผ้หญิงคนหนึ่ง แต่ปวดร้าวเหลือหลายในหัวใจของผู้หญิงคนนี้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 111



เป็นเวลาเดียวกับที่สุธาทิพย์และนุกุลได้สืบจนทราบว่าคัมภีร์อยู่ที่นี่จึงเดินทางมาหาคัมภีร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 112



อีกด้านเด็กหญิงอ้อพยายามอ้อนวอนให้รัศมีอย่าไล่คัมภีร์ไป แต่รัศมียังยืนกรานคำเดิม อ้อสุดแสนเสียใจ กับการที่คัมภีร์ต้องจากไป

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 113



อ้อพยายามอ้อนวอนขอให้น้าคำของเธออยู่กับเธอต่อไป

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 114



เป็นเวลาเดียวกับที่นุกุลและสุธาทิพย์มาถึงไร่รัศมี และได้พบกับคัมภีร์ รัศมีทราบว่าคัมภีร์มีคู่หมั้นแล้ว สุธาทิพย์ไม่ทราบเรื่องอะไร ชวนคัมภีร์กลับกรุงเทพฯ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 115



คัมภีร์ต้องจากรัศมีไปอย่างอาลัย โดยมีอ้อตามไปส่ง ขณะที่รัศมีทำเหมือนว่าดีใจที่คัมภีร์ไปจากไร่ของตน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 116



รัศมีเจ็บปวดร้าวปางจะตาย ที่ต้องเก็บความรู้สึกของตัวเองผู้ซึ่งหัวใจรักมอบให้คัมภีร์จนเปลี่ยนล้น แต่ไม่สามารถเผยออกมาได้ เพราะกลัวอาถรรพณ์จะทำร้ายคนที่ตนรัก การเสียสละคือทางออกที่ดีที่สุด น้ำตาจึงเป็นสิ่งที่ทดแทนความเสียใจสำหรับเธอ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 8:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 117



บทสรุปของความรักระหว่าง รัศมี คัมภีร์ และสุธาทิพย์จะเป็นเช่นไร ใครได้ดูเรื่องนี้มาบ้างช่วย เขียนมาบอกด้วยว่าตอนจบเป็นเช่นไร ถือว่าเป็นการร่วมสนุกกันนะครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 9:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 118



พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น รัศมี สาวผู้อาภัพรักเพราะความเชื่อเกิดอาถรรพณ์ขึ้นกับตนเอง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 9:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 119



ภาวนา ชนะจิต รับบทเป็น สุธาทิพย์ คู่หมั้นของคัมภีร์ที่ต้องสูญเสียความรักในใจของคัมภีร์ ที่แบ่งปันไปให้กับรัศมี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 12/03/49 - 9:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 120
- ได้เห็นรูปจากหนังเรื่อง นี่แหละรัก แล้วคลับคล้ายคลับคราว่าเคยเห็นจากนิตยสาร จำไม่ได้ว่านิตยสารอะไรครับ คุณมูฟวี่แมน ใช่หนังสือดาราภาพไหมครับ
- เพิ่งรู้จริงๆว่า คุณมิตรกับคุณไชยา เคยเล่นหนังคู่กันด้วย น่าดูมากเลยครับ เก้ามหากาฬ ยังมีฟิล์มให้ดูหรือเปล่านะ
- อยากได้ภาพคุณสุทิศาพัฒนุช ที่เป็นปกนิตรสารดาราภาพ ช่วงที่เล่น เพขรพระอุมา รูปที่ใส่ชุดเหลืองไว้ผมยาวและอุ้มลูกสุนัข รูปนี้เป็นรูปคุณสุทิศาที่ผมชอบมากครับ

จาก: อิท
วันที่: 12/03/49 - 12:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 121
สนุกมากเลย ช่วยเล่าตอนจบเร็วๆๆๆๆๆๆ เพราะไม่เคยดูเลย (รองเดาเอานะคะ ว่าคนที่บงการฆ่าทุกคนที่มารักรัศมี น่าจะเป็นทด หรือ พี่ที่แสดงโดยคุณน้ำเงิน บุญหนัก) ขอให้รัศมีกับคัมภีร์ได้กลับมาครองคู่กันนะคะ รูปสวยทุกรูปเลย เพราะชอบ คุณพิศมัย หวังว่าสักวันเราคงได้เจอกันนะคะคุณมูฟวี่แมน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 12/03/49 - 13:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 122
ยอดเยี่ยมจริงๆครับ คุณมูฟวี่แมน ถ้าเป็นไปได้ รบกวนขอเรื่องราว,รูปภาพ ของหนังเรื่อง อินทรีมหากาฬ และ จามรีสีฟ้า ที่มิตรกับไชยา เล่นประกบกัน ทั้ง 2 คน พบกับ 3 เรื่องเท่านั้นใช่ไหมครับ เห็นคุณมูฟวี่แมนเล่าถึงบรรยากาศของหนังเรื่อง เก้ามหากาฬ แล้ว อยากดูจริงๆ รบกวนอีกนิดครับ อยากได้เรื่องราว,รูปภาพ ของหนังที่มิตรประกบสมบัติ คือ สิงห์ล่าสิงห์, 5 พยัคฆ์ร้าย ส่วนเรื่อง คนเหนือคน,จุฬาตรีคูณ ผมมีวีซีดีแล้ว หนังทั้งหมดนี้พวกเราจะมีโอกาสได้ดูไหมครับคุณมนัส

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/03/49 - 9:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 123
ไม่ต้องห่วงครับผมเตรียมเรื่องย่อที่จะนำมาเสนอ เรียกว่าเหมือนดูหนังเลย นับตั้งแต่ เสือเฒ่า (ลือชัย - พันคำ) มดแดง (มิตร - เพชรา) เล็บอินทรีย์ (สมบัติ - พิศมัย) สิงห์ล่าสิงห์ (มิตร - สมบัติ - เพชรา) ครุฑเพชร (มิตร - พิศมัย) 12 มือปืน (ส.- วิไลวรรณ) อาชญากร 9999 เป็นต้น นอกจากนี้แล้วจะเพิ่มเติมในเรื่องเบื้องหลังการถ่ายทำ และข่าวบางส่วนที่เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ บันเทิงเรื่องอดีตนี้จะไม่ให้ซ้ำกับของคุณมนัส เพื่อเพื่อน ๆ จะได้อรรถรสในการดู ที่นี่จะเน้นเรื่องย่อหนัง กับข่าวน่าสนใจ ที่ผมเอามาจากหนังสือที่ผมเก็บสะสมไว้ หรือไม่ก็ได้รับฟังจากดารานักแสดงครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 12:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 124
สุดยอดครับ ขอบคุณมาก

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/03/49 - 13:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 125



เรื่องย่อต่อไปนี้เป็นของ แว่วเสียงซึง ผลงานของชุติมา สุวรรณรัตน์ แห่งกรุงเกษมภาพยนตร์ นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี กับ อรัญญา นามวงศ์
ณ ที่โรงเรียนผาคำ กิ่งอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านกำลังจัดงานต้อนรับศึกษาวุฒิ ศึกษาธิการอำเภอ และหมอเทวัญ (กำธร สุวรรณปิยะศิริ) หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ซึ่งเดินทางมารักษาชาวบ้านกิ่งอำเภอแม่อายชั่วคราว ในงานต้อนรับนี้มีครูคำฟ้า (เนาวรัตน์ วัชรา)และครูบัวโรย (จารุวรรณ ปัญโญภาส) พี่สาวของครูบัวโรยร่วมขบวนต้อนรับอยู่ด้วย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 22:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 126



ในงานนี้ครูคำฟ้าได้แสดงการดีดซึง อันเป็นสัญญลักษณ์ของดนตรีพื้นเมือง จึงทำให้หมอเทวัญหลงรักครูคำฟ้า ส่วนวุมิได้ชอบพอกับบัวลอย และบัวโรยก็หลงรักหมอเทวัญด้วย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 22:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 127



หมอเทวัญได้พยายามตามดักพบครูคำฟ้าด้วยความหลงรักที่หน้าโรงเรียนทุกวัน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 22:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 128



แจ้ง (จุ๋มจิ๋ม ศรทอง) เศรษฐีของกิ่งอำเภอแม่อายซึ่งหลงรักครูคำฟ้าอยู่ พยายามกีดกันหมอเทวัญทุกวิถีทาง แต่ไม่สำเร็จ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 22:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 129



ต่อมาทางราชการได้มีคำสั่งให้หมอเทวัญเดินทางกลับกรุงเทพฯ หมอเทวัญจึงให้ศึกษาวุฒิเป็นผู้ใหญ่ไปสู่ขอครูคำฟ้าจากยายของครูคำฟ้า เป็นเหตุให้แจ้งไม่พอใจเป็นอย่างมาก ในที่สุดหมอเทวัญได้พาครูคำฟ้ามาเช่าบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ เพราะไม่ต้องการให้คุรหญิงสุนทรีย์ (อาภรณ์ ตาบองค์รักษ์) ผู้เป็นแม่รู้เรื่อง และจากการที่หมอเทวัญไปหาคำฟ้าบ่อย ๆ จนไม่ค่อยได้กลับบ้าน จึงทำให้คุณหญิงสุนทรีย์สงสัยมาก
เวลาผ่านไปจนกระทั่งครูคำฟ้าตั้งครรภ์ วันหนึ่งหลังจากเลิกงานแล้ว หมอเทวัญและดุ่ย (สมพงษ์ พงษ์มิตร) คนขับรถของหมอเทวัญ หมอเทวัญได้แวะซื้อของขวัญ เพื่อรับขวัญลูกซึ่งจะเกิดกับคำฟ้า เมื่อซื้อของขวัญเสร็จแล้ว ขณะที่หมอเทวัญเดินข้ามถนนได้เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชน ถึงกับสลบไม่ได้สติ คุณหญิงสุนทรีย์เมื่อรู้จากดุ่ยก็รีบไปเยี่ยมลูกชายที่โรงพยาบาล จากห่อของขวัญกล่องนั้นเอง ทำให้คุณหญิงสุนทรีย์รู้ว่าลูกชายแอบไปมีเมีย จึงคาดคั้นจากดุ่ยให้บอกความจริง ด้วยความเกรงกลัว ดุ่ยจึงบอกความจริงแก่คุณหญิงสุนทรีย์ คุณหญิงสุนทรีย์จึงหาทางกำจัดครูคำฟ้า โดยให้ดุ่ยไปตามคมคาย (ปริม ประภาพร) สาวสังคมซึ่งสนิทสนมชอบพอกับคูณหญิงสุนทรีย์มาก เพื่อให้คมคายกำจัดคำฟ้าไปจากหมอเทวัญ จะได้ค่าตอบแทน สามหมื่นบาท คมคายตกลงทันที คมคายได้หาเด็กเล็กๆ 3 คน ไปพบคำฟ้าที่บ้านเช่าแล้วอ้างกับคำฟ้าว่า เด็กทั้ง 3 คน นี้เป็นลูกของเธอซึ่งเกิดกับหมอเทวัญ และขอร้องให้คำฟ้าไปเสียจากหมอเทวัญ ซึ่งคำฟ้าเองก็หลงเชื่อและเธอไม่รู้หรอกว่า ขณะนี้หมอเทวัญนอนรักษตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คมคายได้ขโมยรูปของคำฟ้าและบังคับให้คำฟ้าเขียนจดหมายถึงหมอเทวัญในลักณะว่า เธอมีชู้และไม่ขออยู่กับหมอเทวัญอีกต่อไป ด้วยความเสียใจคำฟ้าจึงได้ออกจากบ้านไป ในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์อยู่ และด้วยความไม่เคยชินต่อกรุงเทพฯ ขณะที่เธอเดินไปถึงท่าน้ำ ได้เกิดเป็นลม ตกลงไปในน้ำ บังเอิญชาวเรื่อผ่านมาช่วยเหลือเอาไว้
หมอเทวัญหลังจากได้หายเป็นปกติและกลังมาอยู่บ้านแล้ว จึงได้ทราบเรื่องจากคุณหญิงสุนทรีย์ และคามคายว่าคำฟ้ามีชู้ หมอเทวัญหลงเชือและโกรธคำฟ้ามากนั่นเองจึงทำให้คมคายหักหลังคุณหญิงสุนทรีย์ โดยตัวเองหาทางยั่วยวนหมอเทวัญ จนในที่สุดคมคายก็ไดเป็นเมียหมอเทวัญสำเร็จ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับคุณหญิงสุนทรีย์เป็นอันมาก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 22:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 130



วันเวลาผ่านไป คำฟ้าพร้อมด้วยลูกได้เดินทางกลับกิ่งอำเภอแม่อ้ายด้วยความช่วยเหลือจากชาวเรื่อผู้อารีย์ เมื่อเธอไปถึงปรากฎว่ายายได้ตายเสียแล้ว คำฟ้าจึงได้อุ้มลูกไปที่หลุมฝังศพของยาย บังเอิญคำฟ้าได้ยินเสียงของแจ้งซึ่งกำลังพูดอยู่กับหลุมฝังศพของยายว่า "ถ้าคำฟ้ายังอยู่ยายก็คงยังไม่ตายหรอก ป่านนี้คำฟ้าเขาคงมีความสุขกับหมอเทวัญอยู่ที่กรุงเทพฯ นะยายนะ" ซึ่งคำพูดของแจ้งนี้เองจึงทำให้คำฟ้าคิดฆ่าตัวตายแต่ก่อนจะฆ่าตัวตาย คำฟ้าได้เอาลูกน้อยของเธอไปติดกัณฑ์เทศ ซึ่งขณะนั้นในวัดกำลังมีเทศน์มหาชาติ หลวงพ่อที่วัดไดนำลูกของคำฟ้าซึ่งเป็นผู้หญิงไปให้แม่เฒ่าบุญ (มาลี เวชประเสริฐ) ชาวไทยภูเขาเป็นผู้เลี้ยงดูเอาไว้ โดยหลวงพ่อองค์นั้นได้ตั้งชื่อให้เด็กน้อยคนนั้นว่า เนตรดาว

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 13/03/49 - 22:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 131



ภัทราวุฒิ (สมบัติ เมทะนี) ลูกชายของศึกษาวุฒิกับบัวลอย ซึ่งขณะนี้ได้ย้ายไปรับราชการอยู่ที่ปักษ์ใต้ ได้ส่งภัทราวุฒิลูกชายเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ โดยได้ไปพักที่บ้านหมอเทวัญพร้อมกับฉะโนด (ประจวบ ฤกษ์ยามดี) เพื่อนของภัทราวุฒิและบัวโรยได้เดินทางมาพร้อมกับภัทราวุฒิ เพื่อมาเยี่ยมคำฟ้าเพื่อนรัก แต่เมื่อมาถึงบ้านหมอเทวัญ หมอเทวัญได้เล่าเรื่องราวที่คำฟ้ามีชู้ให้บัวโรยฟัง แต่บัวโรยไม่เชื่อจึงรีบเดินทางไปกิ่งอำเภอแม่อายเพื่อพิสูจน์ความจริง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 7:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 132



ดารา (มาลาริน บุนนาค) ดาเรศ (โขมพัสตร อรรถยา) ลุกสาวของหมอเทวัญและคมคาย ได้เกิดหลงรักภัทราวูฒิโดยหาทางยั่วยวนต่าง ๆ นา ๆแต่ภัทราวุฒิไม่เล่น เพราะความนับถือหมอเทวัญ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 7:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 133



วันหนึ่งภัทราวุฒิได้จดหมายจากบัวโรยให้เดินทางไปกิ่งอำเภอแม่อายโดยให้ชวนหมอเทวัญไปด้วย ทั้งนี้เพราะบัวโรยต้องการให้หมอเทวัญพบกับเนตรดาวลูกสาวของหมอเทวัญซึ่งเกิดกับคำฟ้า บนหมู่บ้านชาวไทยภูเขา เนตรดาว (อรัญญา นามวงศ์) มีเพื่อนสนิทชื่อสีแพร (เมตตา รุ่งรัตน์ พร้อมทั้งชะนีซึ่งเป็นเพื่อนมาตั้งแต่เล็ก ๆ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 7:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 134



สมศักดิ์ (ชินกร ไกรลาศ) น้องชายของสีแพรหลงรักเนตรดาวอยู่

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 7:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 135



รอด (แพน บรเพ็ด) หลานของแจ้ง เป็นคนเกรเรของกิ่งอำเภอแม่อาย ชอบขึ้นมาหาเรื่องบนดอยอยู่เนื่อง ๆ มาลัยน้องสาวของรอดซึ่งเพชร (สังข์ทอง สีใส) หลงรักอยู่พยายามมาติดพันอยู่เสมอ สร้างความไม่พอใจให้แก่รอดเป็นอย่างมาก...ในที่สุดหมอเทวัญ คมคาย ภัทราวุฒิ ฉะโนด ดารา ดาเรศ ดุ่ย ได้เดินทางไปกิ่งอำเภอแม่อาย และในคืนนั้นเองชาวไทยภูเขาได้จัดงานประจำปีขึ้น เนตรดาวได้แสดงการดีดซึง โดยเฉพาะเพลงที่ดีดซึงนั้นเป็นเพลงแห่งความหลังของหมอเทวัญกับคำฟ้า จึงทำให้หมอเทวัญเกิดสงสัยว่า ทำไมเนตรดาวจึงดีดซึงเพลงนี้ได้เพราะนัก บัวโยได้บอกกับหมอเทวัญว่า เนตรดาวคือลูกสาวของหมอเทวัญซึ่งเกิดกับคำฟ้า ส่วนคมคายรู้เรื่องนี้ดีได้แกล้วทำลายเหตุการณ์โดยการทำเป็นลมล้มพับไป จึงทำให้หมอเทวัญหันมาสนใจกับคมคายเสีย บัวโรยรู้ทันจึงได้วางแผนให้ภัทราวุฒิขึ้นมารับเนตรดาวที่กิ่งอำเภอแม่อายอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้น ภัทราวูฒิและฉะโอดได้เดินทางไปกิ่งอำเภอแม่อาย เพื่อรับเนตรดาวให้ลงไปอยู่กรุงเทพฯ กับหมอเทวัญ ในการมาครั้งนี้เนตรดาวเนตรดาวได้นำสีแพรและชะนีแสนรู้ลงมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 136



ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านของหมอเทวัญซึ่งเป็นพ่อนั้น เนตรดาว สีแพร ถูกคมคาย ดารา ดาเรศ กลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 137



แต่ภัทราวุฒิและฉะโนดคอยช่วยเหลือเอาไว้ และทุกครั้งที่เนตรดาวถูกรังแกวิญญาณของคำฟ้าจะเข้าชะนีเพื่อป้องกันและช่วยเหลือลูก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 138



เหตุนี้ทำให้สามแม่ลูกหาทางกำจัดชะนี โดยเอายาพิษใส่อาหารให้ชะนีกิน ส่วนยาพิษที่เหลือดาเรศได้วางแอบไว้ในตู้ยา วันหนึ่งหมอเทวัญได้รับเชิญให้ไปในงานบอลล์ของโรงพยาบาล โดยมีคมคาย ดารา ภัทราวุฒิ ฉะโนด เนตรดาว และสีแพรไปด้วย ในขณะที่นั่งรอเนตรดาว สีแพร แต่งตัวอยู่นั้น สาวแม่ลูกได้วางแผนการเพื่อจะไม่ให้เนตรดาว สีแพร ได้ไปบ้าง เป็นเหตุให้สามแม่ลูกด่าว่าเนตรดาวและสีแพรว่าเป็นคนป่าเถื่อน และด่าว่าคำฟ้าแม่ของเนตรดาวจนทำให้เนตรดาวทนไม่ไหวจึงตบหน้าดาเรศ ตอนนี้เหตุการชุลมุนตบตีจึงเกิดขึ้น จนกระทั่งหมอเทวัญ ภัทราวุฒิ ฉะโนด ได้เข้ามาห้าม แต่เรื่องไม่ได้ยุติเพียงเท่านั้น หมอเทวัญกลับตบหน้าเนตรดาว และด่าคำฟ้าแม่ของเนตรดาวอย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุให้เนตรดาวเสียใจมาก ถึงกับหนีออกจากบ้านหมอเทวัญเพื่อเดินทางกลับกิ่งอำเภอแม่อายพร้อมสีแพรและชะนี วันหนึ่งรอดบุกฉุดเนตรดาวที่บ้าน สมศักดิ์เข้าขัดขวางเลยถูกรอดกับพวกแทงตาย เพชรแอบมาพบมาลัย รอดกับพวกเห็นจึงได้ทำร้ายเพชร ภัทราวุฒิและฉะโอดเดินทางมาตามเตรดาวกับสีแพรด้วยความหลงรัก เห็นเหตุการณ์เข้าจึงไช่วยเพชรเอาไว้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 139



ส่วนบัวโรยซึ่งไม่พอใจที่หมอเทวัญตบหน้าเนตรดาว จึงปรึกษากับภัทราวุฒิว่าจะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับเรื่องของคำฟ้า ซึ่งบัวโรยเรื่องจริงมาจากดุ่ยภัทราวุฒิเห็นดีด้วย จึงรีบพาบัวโรยกรุงเทพฯ เพื่อพบหมอเทวัญ ในขณะที่บัวโรยเล่าเรื่องให้หมอเทวัญฟังนั้น คุณหญิงสุนทรีย์พร้อมนายดุ่ย ก็เข้ามาสารภาพและเปิดเผย เรื่องราวความจริงทั้งหมดให้แก่หมอเทวัญทราบ ทำให้หมอเทวัญตาสว่างและโกรธคมคายมาก ขณะนั้นเองคมคายซึ่งแอบได้ยินเรื่องราวทั้งหมดกำลังถูกเปิดเผยเกี่ยวกับความชั่วของตัวเองที่ทำกับคำฟ้า จึงได้ออกมาบอกกับหมอเทวัญว่า เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ คุณหญิงสุนทรีย์เป็นคนสร้างเหตุการณ์ขึ้น ขอให้ทุกคนลืมเรื่องนี้เสียให้หมด ไม่เช่นนั้นจะเอาหลักฐานที่คุณหญิงสุนทรีย์ติดต่อกับเธอไปให้ตำรวจ เทวัญโรธคมคายมากถึงกับตบหน้าคมคาย จึงเป็นเหตุให้คมคายเสียใจมากถึงกับกินเหล้าเมามาย จึงทำให้คมคายปวดหัวมาก ด้วยความเมาคมคายได้ไปหยิบยาในตู้ยาเพื่อมากิน แต่หารู้ไม่ว่ายาที่หยิบมากินนั้นเป็นยาพิษที่ตัวเองซื้อมาให้ชะนีกิน ในที่สุดคมคายก็ถึงแก่ความตายเพราะยาพิษนั้น เมื่อหมอเทวัญเข้าใจเรื่องราวตลอดแล้ว จึงได้เดินทางไปกิ่งอำเภอแม่อาย เพื่อไปรับลูกเนตรดาว การไปครั้งนี้ ภัทราวุฒิ ฉะโอด และบัวโรยได้เดินทางไปด้วย แล้วทุกอย่างก็เข้าใจ หมอเทวัญได้ไปขอโทษคำฟ้า หน้าหลุมฝังศพของคำฟ้า ขณะที่ภัทราวุฒิก็ไปรับหัวใจของตัวเอง คือเนตรดาวให้มาอยู่ในอ้อมกอดของตนเอง โดยไม่ยอมให้ใครรังแกอีกแล้ว เช่นกันกับฉะโอดก็รับดูแลสีแพรด้วยใจรัก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 140



ดารา ฉะโอด ภัทราวุฒิ และดาเรศ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 141



ดารา คมคายผู้เป็นแม่ และดาเรศกำลังทะเลาะกันเพื่อแย่งภัทราวุฒิ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 14/03/49 - 8:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 142
สวสดีค่ะ คุณมูฟวี่แมน รู้สึกจะโฆษณานานจังยังไม่ได้อ่านตอนจบของเรื่อง นี่แหละรัก เลยนะคะ จุ รออยู่ เอหรือสปอนต์เซอร์ไม่เข้าเอ่ย.....เลยยังไม่ยอมอวสานเสียที(ล้อเล่นนะเจ้าคะ) ภาพมี้สวยมากเลยถ่ายตอนปีอะไรค่ะ เห็นในใบปิดรูปมี้นั่งคุกเข่า มีภาพถ่ายไว้บ้างไหม อยากเห็นจังค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ทำให้ผู้ที่เกิดมาดูไม่ทันได้ดู

จาก: จุ
วันที่: 15/03/49 - 10:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 143
ตอนจบของ นี่แหละรัก ผมไม่รู้จริง ๆ เพราะเอามาจากหนังสือบันเทิงยุคนั้น เลยต้องขอพึ่งเพื่อน ๆ ที่เคยดูเรื่องนี้ว่าตอนจบเป็นเช่นไร ตรงนี้แหละครับที่ผมอยากเอาเรื่องย่อสมัยเก่ามานำเสนอ แล้วมาหาบทสรุปตอนจบกัน เพราะในหนังสือเก่า ๆ ทุกเรื่องจะไม่ค่อยลงบทสรุปครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 14:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 144
ผมเอาโปสเตอร์หนังที่สมบัติ เมทะนีแสดงในยุคแรก ๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันนักมาให้ชมกันครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 23:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 145



สิงห์สั่งป่า
เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ของสมบัติ เมทะนี ที่เวลานั้นสมบัติยังเป็นนักแสดงในสังกัดของ กมลศิลป์ภาพยนตร์โดยรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง ที่เป็นทั้งผู้สร้างและนำแสดง ส่วนสามีป้าแดง(รัตนาภรณ์) น้อย กมลวาทิน เป็นผูกำกับเรื่องนี้ เข้าฉายเมื่อเดือนมกราคม 2506 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์ เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ยอดฮิตของ พนมเทียน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 146



กฎหมายป่า
เรื่องถือเป็นอีกเรื่องหลังจากที่สมบัติออกจากกมลศิลป์อันเนื่องมาจากรับเล่นหนังเรื่อง สิงห์ล่าสิงห์ เรื่องนี้สมบัติแสดงนำคู่กับปริม ประภาพร เข้าฉายเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2507 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 23:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 147



อาชญากร 999
ปี 2507 ถือว่าเป็นปีแห่งการสร้างหนังบู๊ หลายเรื่องจะมาในสไตล์หนังเจมส์บอนด์ เพราะได้อิทธิพลจากหนังเรื่องเจมส์บอนด์ ตอนดอกเตอร์โน ที่เป็นตอนแรกของหนังเจมส์บอน ซึ่งเข้าฉายในต้นปี2507 ทำให้หนังไทยหลายเรื่องได้รับอิทธิพลจากหนังเจมส์บอนด์ เรื่องอาชญากร 999 ก็เช่นกัน เรื่องนี้สมบัติแสดงคู่กับขวัญใจ สะอาดรักษ์ เข้าฉายเมื่อเดือนธันวาคม 2507 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 23:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 148



เหนือมหากาฬ
เรื่องนี้ถ้าจำไม่ผิดเป็นผลงานการแสดงร่วมกันของสมบัติ กับพิศมัย วิไลศักดิ์ เป็นเรื่องที่สอง หลังจากเคยแสดงร่วมกันในเรื่อง เล็บอินทรีย์ เมื่อปี 2507 เข้าฉายเมื่อเดือนมิถุนายน 2508 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 23:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 149



สามมงกุฎ
เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่สมบัติสวมชุดตำรวจ ส่วนนางเอกก็เป็นนางเอกที่เคยแสดงร่วมกับสมบัติมาแล้วจากเรื่อง น้ำตาลไม่หวาน (2506) นั่นคือเมตตา รุ่งรัตน์ เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อเดือนมิถุนายน 2508 ที่โรงภาพยนตร์เท็กซัส

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 15/03/49 - 23:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 150



รัศมีแข
ใครที่เคยชมบทบาทการแสดงของพิศมัย ในภาพยนตร์เรื่อง นางสาวโพระดก ละก็ในเรื่องรัศมีแข หรือสกาวเดือน ภาคสอง ก็คล้าย ๆ กัน พิศมัยเล่นได้อย่างน่ารัก ทั้งซน ทั้งแก่น เรื่องนี้เป็นผลงานการสร้างของ คุณสุรัจน์ พุกะเวส เจ้าของนิตยสารบันเทิงชื่อดังในอดีต ดาราไทย เข้าฉายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2508 ที่โรงภาพยนตร์ควีนส์ วังบูรพา

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 16/03/49 - 7:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 151



หมอชนินทร์ผู้วิเศษ
ถ้าใครได้ดูผลงานการแสดงของสมบัติ เมทะนี จะเห็นได้ว่ามีไม่กี่เรื่องสมบัติสวมแว่นตา เรื่องหมอชินนทร์ผู้วิเศษนี้ภาพยนตร์เรื่องแรกที่สมบัติสวมแว่นตา แสดงเป็นหมอ มีภาวนา ชนะจิต นางเอกเจ้าของฉายาไข่มุกเอเซียร่วมแสดงด้วย เข้าฉายเมื่อวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2509 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 16/03/49 - 7:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 152



นางไม้
ยอมรับว่าโปสเตอร์ของหนังเรื่องนางไม้ ดูดีมาก มีแอ็คติ้งขอนักแสดงแต่ละคนหลากหลายรูปแบบ อย่างรูปสมบัติกำลังต่อสู้กับสุวินต์ สว่างรัตน์ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ถูกขวานจามไหล่ ภาวนา ชนะจิตกำลังยิ่งธนู แค่เห็นโปสเตอร์ก็ทำให้อยากดูเนื้อหนังแล้วครับ เรื่อง นางไม้ เข้าฉายเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2508 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 16/03/49 - 7:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 153



อรุณเบิกฟ้า
เป็นผลงานอีกเรื่องที่พิศมัยเล่นได้อย่างน่ารัก สมบัติก็หล่อมากในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเพลงประกอบภาพยนตร์ขับร้องโดยจินตนา สุขสถิตมีคณะสามศักดิ์มาร้องประสานเสียงฟังไพเราะมากโดยเฉพาะเพลง อรุณเบิกฟ้า และที่สำคัญที่ไม่ค่อยมีใครรู้ก็คือ เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกของ กรุง ศรีวิไล ที่แอบไปรับเล่นเป็นตัวประกอบ ขณะที่ตอนนั้นเขาทำธุรกิจขายเสื้อผ้าอยู่แถวราชประสงค์ ผมทราบเพราะพี่เอ็ดดี้ กรุง ศรีวิไลเล่าให้ฟัง แต่ตอนนั้นไม่ได้ใช้ชื่อ กรุง ศรีวิไล ส่วนตัวหนังจะมีอยู่หรือไม่ต้องถามคุณมนัสดูครับ เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2509 ที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 16/03/49 - 7:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 154



สายพิณ
เป็นผลงานการแสดงเรื่องที่สองของเนาวรัตน์ วัชรา ต่อจากเรื่องเดือนร้าว ที่แสดงคู่กับมิตร ชัยบัญชา จนได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่แสดงร่วมกับสมบัติ เมทะนี ก่อนจะไปเล่นคู่กันในเรื่องลมกรด เป็นเรื่องต่อไป ขออภัยผมจำวันเดือนปีที่ฉายไม่ได้ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 16/03/49 - 7:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 155
ขอบคุณมากเลยค่ะ มีภาพคุณพิศมัยสวยทุกรูปเลย เรี่องแรกที่ มี้เล่นกับคุณสมบัติ เรื่องเล็บอินทรีย์ ช่วยเล่าให้ฟัง เร็วๆๆๆๆๆนะคะตื่นเต้น เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีวีซีดีหนัง มี้สมัยแรกๆเลย เศร้าจัง

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 16/03/49 - 10:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 156
เจ๋งมากครับ

รูปเก่าๆทั้งนั้น



จาก: มารูโกะคุง
วันที่: 16/03/49 - 12:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 157
ชอบมากเลยครับโปสเตอร์หนังล็อตนี้ อยากดูหนังเจมส์บอนด์แบบไทยๆ อย่างอาชญากร999 มากครับ

จาก: อิท
วันที่: 16/03/49 - 13:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 158
สัปดาห์นี้สำหรับใบปิดหนังที่จะนำมาโชว์จะเป็นใบปิดหนังของมิตร ชัยบัญชา แบบที่เป็นภาพถ่ายนำมาตัดต่อใส่เป็นใบปิด เพื่อนำมาลงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารบันเทิงในอดีต คงจะเป็นที่ถูกใจแฟน ๆ หนังมิตรทุกท่านนะครับ มีด้วยกัน 10 เรื่อง บางเรื่องอาจจะเป็นภาพถ่ายแต่ที่นำมาลงเพราะมีเรื่องราวน่าสนใจครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 8:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 159



ชาติเสือ (2501)
นี่เป็นผลงานเรื่องแรกของมิตร ชัยบัญชา สมัยที่เป็นยังเป็นทหารอากาศอยู่ ภาพที่อยู่ด้านบนมีมิตร ชัยบัญชาพระเอกของเรื่องในบทไวย ศักดา อีกภาพเป็นภาพนางเอกของเรื่อง เรวดี ปัตตะพงษ์ ส่วนด้านร่างเป็นภาพวิน วันชัย ดาวร้ายของเรื่องกับน้ำเงิน บุญหนัก เรื่องนี้เป็นภาคต่อของไพรกว้าง ที่เกชา เปลี่ยนวิถีเคยแสดงไว้เมื่อปี พ.ศ.2499 ดังนั้นชื่อนักแสดงหลายคนก็มาจากหนังเรื่องไพรกว้าง เว้นแต่เกชา เปลี่ยนวิถีที่เวลานั้นโดนจับข้อหาเป็นภัยต่อสังคม ใครที่ติดตามผลงานการประพันธ์ของอรวรรณจะเห็นว่า บทประพันธ์เกือบทุกเรื่องของอรวรรณ ต้องมีที่มาที่ไป และจะต่อเนื่องกันเป็นภาคต่อ อย่างเรื่อง อกสามศอก ก็จะมี ศึก 5 เสือ อำนาจมืด ฯลฯ อีกหลายตอน เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2501 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงและศาลาเฉลิมบุรี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 8:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 160



หงษ์ฟ้า (2504)
เป็นผลงานเรื่องที่ 3 ของเสน่ห์ศิลป์ภาพยนตร์ โดยเสน่ห์ โกมารชุน หลังเคยสร้างเรื่อง แม่นาคพระโขนง จนโด่งดังไปเมื่อปลายปี 2502 สำหรับมิตร ชัยบัญชา ก็เป็นการประชันบทบาทกับอมรา อัศวนนท์เป็นเรื่องที่ 2 นับแต่เรื่องแรกที่เจอกันคือ แสงสูรย์ ที่อมรารับบทร้าย เรื่อง หงษ์ฟ้า นี้อมราสวมบทบาทเป็นสาวจีน ผู้อาภัพ ที่แปลกแหวกแนวที่สุดและกลายเป็นเรื่องฮือฮาอย่างมากเมื่อปี 2504 ก็คือ การจับเอาล้อต๊อกมาแสดงเป็นหญิง รับบทเป็นอาซิ้มแก่ ๆ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ความดังของล้อต๊อกในบทนี้ ถึงขนาดทำรูปล้อต๊อกใบใหญ่ติดหน้าโรงภาพยนตร์เอ็มไพร์เลยทีเดียว หงษ์ฟ้า เข้าฉายเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2504 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 8:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 161



บันทึกรักของพิมพ์ฉวี (2505)
หลายคนคงทราบแล้วว่าเรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกของเพชรา เชาวราษฏร์ โดยมีมิตร ชัยบัญชา รับบทพระเอกของเรื่อง หลายคนมักจะพูดว่ามิตร เพชรา โด่งดังกลายเป็นดาราคู่ขวัญร่วมกันก็เริ่มจากเรื่องนี้ เท่าที่ได้รับฟังจากนักแสดงหลายท่านในยุคนั้นรวมถึงอาอี๊ด เพชรา เชาวราษฏร์ ทราบว่าเรื่องแรกคือ บันทึกรักของพิมพ์ฉวี ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพชรา ยังเล่นแข็งอยู่มาก อีกทั้งมิตร ชัยบัญชาเพิ่งประสบอุบัติจนเกือบจะเสียชีวิตจากการไปดูโลเกชั่นเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์กับเพื่อน ๆ จนต้องเข้าใส่เหล็กดามหัวเข่า บันทึกรักของพิมพ์ฉวีเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2505

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 8:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 162



ยอดขวัญจิต (2505)
เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของมิตร ชัยบัญชาก็ว่าได้ ที่ถ่ายทำนานมาก เกือบจะ 2 ปีเต็ม เหตุก็เพราะว่า ระหว่างถ่ายทำมิตร ชัยบัญชาได้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ จนต้องหามส่งโรงพยาบาลปรากฎว่ากระดูกหัวเข่าแตกละเอียด ต้องใส่เหล็กดามแทน จากนั้นก็ต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลอยู่นานถึง 3 เดือน ก่อนจะมาพักรักษาตัวที่บ้านอีก 6 เดือนเต็ม ทำให้การถ่ายทำต้องล่าช้าไปอีก เลยทำให้ยอดขวัญจิต ต้องเข้าเข้าฉายเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2505 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 8:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 163



ใจเดียว (2506)
เพิ่งจะออกอากาศอยู่ตอนนี้ทางช่อง 7 สี กับเรื่องใจเดียว ในอดีตถือว่ายิ่งใหญ่พอควรเพราะเป็นการประชันบทบาทกันครั้งแรกของ มิตร ชัยบัญชา กับชนะ ศรีอุบล ที่เวลานั้นถือว่าเป็นพระเอกดังคนหนึ่ง ส่วนนางเอกก็เป็นการประชันบทบาทของสองนางเอกใหม่ ที่กำลังโด่งดังในยุคนั้น คือ บุศรา นฤมิตรกับรัชนี จันทรังษี
ถ้าใครชมละครช่อง 7 ในอดีตผู้รับบทเขื่อนเพชรคือมิตร ชัยบัญชา ส่วนผู้รับบทเสาวรสคือ บุศรา นฤมิตร ด้ายชนะ ศรีอุบล รับบทเป็นอลงกต รัชนี จันรังษี รับบทเป็นฟ้าใส สมควร กระจ่างศาสตร์แสดงเป็นธนากร พ่อผู้เกลียดชังเขื่อนเพชรเพราะเข้าใจว่าไม่ใช่ลูกของตนเอง พระเอกรุ่นเก่าอย่างสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์แสดงเป็นเมธี ที่ถูกประณามว่าเป็นชู้กับภรรยาของธนากร เมธีถูกธนากรตามล่าและถูกลูกน้องของธนากรทำเกินกว่าเหตุทำร้ายหวังสังหารให้ตาย แต่เมธีรอดมาได้ เก็บความแค้นเพื่อเล่นงานธนากร เมธีมีหลานสาวคือฟ้าใส พอทราบว่าฟ้าใสรับจ้างเป็นภรรยาให้กับอลงกต ก็เลยไม่พอใจ ขณะที่เขื่อนเพชรเข้าใจว่าเสาวรสจะมาเป็นแม่เลี้ยงตนเอง เพราะเสาวรสมาอยู่ในไร่ของธนากร อันเนื่องมาจากพ่อที่เป็นเพื่อนกับธนากรเสียชีวิต เรื่องนี้สนุกอย่างมาก กิ่งดาว ดารณีรับบทเป็นเรณุกา สาวผู้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นในตัวธนากร เข้ามาตีสนิทกับอลงกตก็เพื่อการแก้แค้น ส่วนเรื่องราวจะเป็นเช่นไร ใครอยากทราบเรื่องก็ดูละคร ใจเดียว ช่อง 7 สีก็เหมือนดูหนังเก่า นึกภาพเอาก็แล้วกัน ผมจะบอกบทบาทที่แต่ละคนเคยแสดง สมพงษ์ พงษ์มิตรเล่นเป็น โป๊งเหน่ง วิน วิษณุรักษ์ เล่นเป็นระวีผู้หลงรักฟ้าใส จุฑารัตน์ จินตรัตน์แสดงเป็นครูประภา แม่ของเขื่อนเพชรและอลงกต นี่คือเท่าที่จำได้ ส่วนคนอื่น ๆ จำไม่ได้จริง ๆครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 9:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 164



ใจเพชร (2506)
เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์แห่งประวัติศาสตร์วงการหนังไทยก็ว่าได้เพราะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกและเรื่องเดียวของเพชรา เชาวราษฏร์ที่แสดงคู่กับพิศมัย วิไลศักดิ์ โดยในเรื่องพิศมัยเล่นเป็นแม่ของเพชรา เรื่องนี้ชนะคู่กับพิศมัย มิตรคู่กับเพชรา เสียดายที่ฟิล์มหนังเรื่องนี้ไม่มีเหลือแล้ว และเรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกของเยาวเรศ นิสากรอีกด้วย ซึ่งแต่ละคนที่มีส่วนสร้างเรื่องนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสุดยอดของวงการหนังไทยทั้งนั้น ตั้งแต่คนประพันธ์เรื่อง คือ ส. อาสนจินดา คนเขียนบทภาพยนตร์คือธม ธาตรีหรือเชิด ทรงศรี นั่นเอง ส่วนผู้กำกับก็คือครูเนรมิต ดังนั้นเรื่องนี้จึงโด่งดังอย่างมากในยุคนั้น เข้าฉายเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2506 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ผมมีภาพพิศมัยกับเพชรากอดกันเอาไว้จะนำเอามาให้ชมในคราวต่อไปครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 11:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 165



นกน้อย (2507)
นี่คือภาพยนตร์เรื่องที่ทำให้ มิตร และเพชรา กลายเป็นดาราคู่ขวัญกันเลยก็ว่าได้ จากการได้สอบถามนักแสดงหลายคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องนกน้อย ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการ ด้วยบทบาทที่ท้าทายของเพชรา ในบทสาวแก่นที่เข้าตาคนดู กระแสตอบรับจากหนังเรื่องนี้ทำให้คนดูล้นหลาม เรื่องนี้ส่งผลให้เพชราได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง นกน้อย เข้าฉายเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2507 ที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์ นับจากนั้นมาบทบาทการแสดงของเพชราก็ออกมาคล้าย ๆ กับหนังเรื่องนกน้อย อย่างเช่น นกเอี้ยง นกแก้ว นกขมิ้น มดแดง ฯลฯ ก่อนหน้าจะเล่นหนังเรื่องนี้ เพชราได้รับบทหลายแบบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เรื่อง บันทึกรักของพิมพ์ฉวี(มิตร - เพชรา) ม่านน้ำตา (อดุลย์ - เพชรา) อ้อมอกสวรรค์ (มิตร - เพชรา) ฝนแรก (ไชยา - เพชรา) แพนน้อย (มิตร - เพชรา) แต่ก็ไม่โดดเด่นเหมือนเรื่อง นกน้อย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 11:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 166
สวยมากเลย เรื่องใจเพรช เรื่องย่อเป็นอย่างไรค่ะ แล้วมี้เล่นบทแม่แล้วหรือค่ะ ทราบมาว่าในยุคนั้นเขาจะไม่ยอมเอาดาราดังมาประชันกัน อย่างนี้บทคงต้องสำคัญไม่แพ้กันแน่......เสียดายอย่างสุดซึ่งที่อดดู

จาก: จุ
วันที่: 18/03/49 - 12:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 167



หัวใจเถื่อน (2507)
ภาพมิตร ชัยบัญชาในเรื่องนี้ไม่น่าเชื่อว่าถูกนำมาใช้ในใบปิดหลายเรื่อง ฝีมือของครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ บทบาทที่เพชราได้รับในเรื่องนี้สุดแสนน่าสงสาร หลายคนดูต่างโกรธมิตร ที่ดูจะร้ายกับเพชราอย่างมาก เป็นหนังอีกเรื่องที่มาจาก นวนิยายยอดฮิตของบุษยมาส พอมาทำเป็นละครวิทยุก็ทำให้ผู้ฟังติดกันระนาว จากฝีมือการพากย์ของคณะแก้วฟ้า พอละครออกมาได้ไม่กี่ตอนล้อต๊อกก็มาบทประพันธ์เรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์เพื่อต้อนรับปีใหม่ปี 2508 ทันที เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2507 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 12:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 168
สวัสดีครับสมาชิกทุกท่าน
ขอร่วมแสดงความเห็นด้วยนะครับความเห็นที่164เรื่องใจเพ็ชรคุณพิสมัยเล่นเป็นแม่คุณมิตรนะครับใจเพ็ชรเป็นชื่อของพระเอกคือคุณมิตรหนังเรื่องนี้ดีมากครับฟ้าสดใสดูที่ช่อง7(เมื่อปี2511ครับ)ส่วนภาพที่คุณพิสมัยกอดกับเพ็ชราเป็นตอนใกล้จบครับคือทั้งสองคนโดนผู้ร้ายข่มขู่คือผู้ร้ายบังคับให้เพ็ชราออกจากกระท่อมโดยการทรมานพิสมัยความจริงนางเอกทั้งสองคนนี้น่าจะใกล้ชิดกันนะครับเพราะเคยมีบทสนทนาทั้งสองท่านลงในไทยรัฐปี25416ในงานกีฬาของดาราพิสมัยถามว่าคุณเพ็ชราเป็นอย่างไรบ้างเพ็ชราตอบว่าตอนนี้รับงานน้อยลงแล้วเพราะสายตาเริ่มไม่ค่อยดีส่วนพิสมัยบอกว่ายังมีงานแสดงอยู่เรื่อยๆค่ะต่อมาปี2520พิสมัยยังชวนอรัญญามาเล่นเรื่องเล็บครุฑ78ด้วยเลยครับแสดงว่านางเอกสมัยก่อนทุกคนน่านับถือมากนะครับไม่เคยมีใครเกี่ยงงอนกันเลยและก็ไม่เคยตบกันด้วยนางอกรุ่นน้องๆน่ายึดถือเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ(มีแต่ตบกันในหนัง)พิสมัยตบโสภา(อกธรณี)ภาวนาตบพิสมัยในหนึ่งนุชแปลกมั้ยครับทั้งๆที่เรื่องนี้ภาวนาเป็นนางเอกพิสมัยเป็นนางร้ายคือสมัยก่อนนางเอกทุกคนถือเรื่องงานเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าว่าใครจะใหญ่กว่ากัน(น่านับถือ)วันหน้ามีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ

จาก: ฟ้าสดใส
วันที่: 18/03/49 - 18:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 169
ขอบคุณๆฟ้าสดใสมากที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมมา เพราะความนานของหนังที่ผมเคยดูเลยจำผิด ซึ่งแรก ๆ ก็เตรียมจะไปหาเรื่องย่อมาลงเหมือนกัน เพราะเป็นหนังไทยที่มีหลายคนให้ความสนใจ ในเมื่อเนื้อหนังไม่มีแล้ว ก็เลยเตรียมจะเก็บภาพที่สมบูรณ์ที่สุดพร้อมเรื่องย่อมาให้ชมกัน อดใจรอสักนิดนึงรับรองได้ชมภาพสวย ๆ พร้อมเรื่องย่อแน่นอนครับ ส่วนถ้าผมเขียนตรงไหนผิดช่วยแย้งด้วยครับ ความสมบูรณ์ของเนื้อหาจะได้ถูกต้องยิ่งขึ้นครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 170



ภาพมิตรสมัยเรียนหนังสือ
ภาพนี้เป็นภาพของมิตร ชัยบัญชา(คนซ้ายที่ยกมือ) สมัยที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนไทยประสาทวิทยา ถ่ายกับเพื่อนรักคือชาญชัย โชติชูตระกูล ประมาณปี พ.ศ.2491 เป็นอีกภาพที่หาดูได้ยากมาก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 171



สาวเครือฟ้า
ภาพของวิไลวรรณ วัฒนพานิช จากภาพยนตร์เรื่อง สาวเครือฟ้า เมื่อปี พ.ศ.2496 ภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับวิไลวรรณเป็นอย่างมากจนสามารถคว้ารางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงมาครองในงานประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทองที่จัดขึ้นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2500 โดยสมาคมหอการค้าไทย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 172



ค่าน้ำนม (2504)
ภาพโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง ค่าน้ำนม ที่ถ่ายลงในปกนิตยสารดาราไทย เมื่อปี พ.ศ.2504 เป็นภาพมิตร ชัยบัญชาพระเอกของเรื่อง ถ่ายคู่กับปรียา รุ่งเรือง ผู้รับบทนางเอก

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 173



มังกรแดง (2502)
ลงพระเอกคนอื่นมาก็หลายคนแล้ว คิดถึงลือชัย นฤนาทพระเอกเล็บครุฑยุคแรก ๆ หลายคนคงอยากเห็นมาดเท่ห์ ๆ ของลือชัย สมัยที่โด่งดังสุดขีดยุคนั้น เลยเอาภาพจากภาพยนตร์เรื่อง มังกรแดง เมื่อปี พ.ศ.2502 มาให้ชมกัน


จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 174



กัลปังหา (2505)
เป็นภาพจากในภาพยนตร์เรื่อง กัลปังหา เมื่อปี พ.ศ.2505 ภาพของชูศรี โรจนประดิษฐ์ (มีสมมนต์)กับนางเอกของเรื่อง เกศรินทร์ ปัทมวรรณ ภาพยนตร์เรื่อง กัลปังหา นี้สภาพฟิล์มยังสมบูรณ์อยู่ ถูกรักษาไว้ที่หอภาพยนตร์ เคยมีทำเป็นวีดีโอ แต่วีซีดี ยังไม่ทำออกมา

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 175



สมบัติ เมทะนี (2504)
ภาพสุดเท่ห์ หล่อมาก สำหรับสมบัติ เมทะนี เมื่อครั้งเข้าวงการใหม่ ๆ เป็นภาพจากภาพยนตร์เรื่อง รุ้งเพชร เมื่อปี พ.ศ.2504 ภาพสมบัติ พร้อมลายเซ็นต์ ที่ทำไว้แจกให้แฟนหนังไทยสมัยนั้นครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 176



5 พยัคฆ์ร้าย (2508)
ภาพถ่ายในงานแถลงข่าวโปรโมทภาพยนตร์เรื่อง 5 พยัคฆ์ร้าย ภาพที่เห็นคนแรกคือทักษิณ แจ่มผล คนต่อมาก็คือ สมบัติ เมทะนี ตามด้วยเพชรา เชาวราษฏร์ กับมิตร ชัยบัญชา แลสุดท้ายคือประจวบ ฤกษ์ยามดี ภาพนี้ถ่ายโดยนักข่าวบันเทิงชื่อดังในอดีตคือสมชาย จันทวังโส ที่ถ่ายไว้ในวันแถลงข่าวเมื่อปี 2508

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 177



ชายชาตรี (2507)
ภาพมิตร ชัยบัญชากำลังอุ้มพิศมัย วิไลศักดิ์ ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ เรื่อง ชายชาตรี เมื่อปี พ.ศ.2507 ภาพยนตร์ที่สร้างโดย คุณแท้ ประกาศวุฒิสาร ในนามบริษัทไทยไตรมิตรภาพยนตร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 178
สองพี่น้องหน้าผี
เรียกว่าได้เห็นยากมากกับภาพสองพี่น้องหน้าผี อย่าง สังข์ทอง สีใสกับสุเทพ สีใส ในบทบาทการแสดงร่วมกันในภาพยนตร์เรื่อง แม่ศรีไพร เมื่อปี พ.ศ.2514 ปัจจุบันนี้ผู้พี่สังข์ทอง เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนผู้น้อง สุเทพ สีใส โลดแล่นอยู่ในวงการตลก กลายเป็นตลกที่มีชื่อเสียงไปแล้ว ภาพนี้สุเทพ สีใสยังเด็กอยู่เลย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 19:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 179



ภาพสองพี่น้องหน้าผี

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 20:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 180



เหนือพญายม (2515)
ฉากบู๊ที่สุดมันส์ของสองพระเอก ระหว่าง สมบัติ เมทะนี กับครรชิต ขวัญประชา จากภาพยนตร์เรื่อง เหนือพญายม เมื่อปี พ.ศ.2515 ฉากนี้เป็นฉากต่อสู้กันใช้เวลานานเกือบ 5 นาที ก็ว่าได้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 18/03/49 - 20:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 181
เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับหนัง ใจเพชร
คุณเพชรา ให้สัมภาษณ์ในรายการ sat & sun ว่า ตอนนั้นยังเพิ่งเล่นหนังไม่กี่เรื่อง ตอนที่ผู้สร้างติดต่อให้ไปเล่นก็ไม่คิดว่าจะต้องเล่นประกบกับคุณพิศมัย ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์กว่ามาก พอรู้ว่ามีพิศมัยเล่นด้วยก็กลัวว่าจะถูกบดบังจนหมดทางในวงการ อยากจะยกเลิกไม่เล่นก็รับปากผู้สร้างเอาไว้แล้ว ก็มีผู้ใหญ่(คิดว่าเป็นคุณ ส อาสนจินดา)ปลอบใจว่าไม่เป็นไร เพราะเล่นกันคนละยุคไม่ได้ประกบกันตลอดทั้งเรื่อง พิศมัยเล่นบทนางเอกในรุ่นแม่ในช่วงครึ่งเรื่องแรกซึ่งเป็นบทเศร้าโศกเล่นคู่กับคุณชนะ ศรีอุบล ส่วนเพขราเล่นเป็นนางเอกในรุ่นลูก เป็นบทแบบพ่อแง่แม่งอนกับมิตร ชัยบัญชา แต่ก็ปรากฏว่าผู้ชมชอบบทแบบพ่อแง่แม่งอนที่เล่นกับมิตรมาก ถือว่าการประกบครั้งนี้ไม่ได้เสียหายอะไร แต่ก็บอกว่าไม่ชอบที่จะเล่นหนังที่มีดาราประกบกันเยอะๆเพราะบทมันจะเฉลี่ยกันไป เธอบอกว่าเหมือนแกงโฮ๊ะ เล่นแล้วไม่สนุก ชอบเล่นหนังทีมีพระนางคู่เดียวมากกว่า บทหนักแค่ไหนก็ไม่ว่า รู้สึกสนุก โดยเฉพาะเล่นหนังที่มีคุณ ส อาสนจินดา กำกับ เพราะจะได้บทให้เล่นเต็มที่ อย่างคราวที่ไปถ่ายทำหนังเรื่อง ดรุณีสีเลือด ที่ญี่ปุ่น สมัยนั้นไปถ่ายทำหนังต่างประเทศก็เตรียมอาหารเผื่อไว้ยามอาหารต่างชาติไม่ถูกปาก คราวนั้นเธอเอาไข่ต้มใส่ในกระเป๋าที่ถือเข้าฉากด้วย เป็นฉากที่คุณเพขราถูกผู้ร้ายตามล่าในสนามบิน คุณ ส สั่งให้คุณเพชราวิ่งหนีผู้ร้ายไกลเป็นกิโลเลย เธอบอกว่าตอนที่วิ่งก็วิ่งเต็มที่ ไข่ต้มก็กลิ้งขลุกๆขลักๆอยู่ในกระเป๋า เหนื่อยก็เหนื่อย เป็นห่วงไข้ต้มก็ห่วง พอเล่นได้เต็มที่ถูกใจ คุณ ส ก็ยิ้มแก้มปริชอบใจ
คุณเพชราเป็นคนที่คุยสนุกนะครับ ผมอัดเทปรายการนี้เก็บไว้ด้วย ไม่รู้ป่านนี้เทปจะยืดเสียไปแล้วหรือยัง

จาก: อิท
วันที่: 18/03/49 - 23:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 182
อยากฟังเสียงคุณเพขราจังทำอย่างไรจะได้ฟังคะ และหลังจากเรื่องใจเพชรแล้วมีเรื่องอะไรที่มีบทประชันกันระหว่างดาราเด่นๆอีกบ้าง เพราะบางทีเห็นขึ้นไตเติ้ลว่าเรื่องนี้ประชันกับคนนั้น คนนี้ แต่พอดูทั้งเรื่อง แทบไม่มีบทที่พูดกันเลย อย่างเช่น "ประกาศิษจางซูเหลียง" ที่มีคุณพิศมัย กับคุณอรัญญา ก็ไม่มีบทเจอเลย "ผิดหรือที่จะรัก" สามดารามีบทบาทด้วยกันน้อยมาก แต่สรุปข้าพเจ้าก็ชอบดูอยู่ดีเพราะรักหนังไทยไงค่ะ เพียงแต่คิดว่าบางครั้งไม่ค่อยจะดีกลายเป็นโฆษณาหนังเกินจริงไปหน่อย

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 19/03/49 - 18:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 183
เรื่อง..ใจเดียว V.2.....

ดูในทีวีครั้งหนึ่ง..มีพอเจตน์ แก่นเพชร..รับบท..เขื่อนเพชร/ทูน หิรัญทรัพย์..รับบทอลงกต/คุณสุพรรษา เนื่องภิรมย์..รับบทฟ้าใส/ลินดา ค้าธัญเจริญ..รับบทเป็นเสาวรส/ประจวบ ฤกษ์ยามดี..รับบทเป็นธนากร/ชนะ ศรีอุบล...รับบทเป็นเมธี/สมจิตร ทรัพย์สำรวย..รับบทแม่ของฟ้าใสน้องสาวเมธี/ลักษณ์ อภิชาติ...รับบทหนุ่มนักเลงในตลาดสดผู้หลงรักฟ้าใส...เอามาให้ลองเปรียบเทียบดาราที่สวมบทบาทดู3ยุค 3สมัย...ครับ..และเวอร์ชั่นนี้น่าจะมีสิทธิ์ได้ดูทางวีซีดีด้วย...

จาก: โต้ง
วันที่: 19/03/49 - 22:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 184
ถึงคุณจุฑามาส...

ประกาศิตจางซูเหลียง..ไม่มีอรัญญาครับ..สมบัติ/พิศมัย..ล้วนๆครับ
ที่มีอรัญญา คงเป็นเรื่อง..เล็บครุฑ78..มีกรุง/เผ่าพันธิ์/พิศมัย/อรัญญา..เล่นเป็นปรีดาหะนัม..นะครับ
ก็เห็นด้วยครับที่ประกบดาราแล้วดาราไม่เจอกันสักฉากมันเสียอารมณ์..แต่หนังฝรั่งเขาชอบทำ..มีเยอะในฮอลีวู๊ด..

จาก: โต้ง
วันที่: 19/03/49 - 22:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 185



ลงเรื่องย่อไปแล้วก็ขอลงใบปิดหนัง แว่วเสียงซึงให้ชมกันด้วยครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 20/03/49 - 7:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 186
ทำไมพระเอกนางเอกจึงกลัวการประกบ
ผมเห็นกระทู้ของคุณอิทกับคุณจุฑามาศ ก็เลยต้องนำความมาเล่าถึงเหตุที่ทำไมเพชราจึงไม่อยากแสดงประกบพิศมัย ผมได้เคยพูดคุยกับคุณอดุลย์ ดุลยรัตน์ ได้เล่าให้ผมฟังว่า สมัยที่อดุลย์โด่งดังใหม่ ๆ ปี 2500 เพราะความเป็นคนยังไงก็ได้ ส่งผลเสียให้กับอดุลย์ เมื่อผู้สร้างต้องการให้หนังตนเองทำรายได้ เอาพระเอกดัง ๆ หลายคนมาประกบ อย่างเรื่อง มังกรทอง ที่จับเอา อดุลย์ ดุลยรัตน์มาประชันบทบาทกับ สุรสิทธิ์ ส. พันคำ ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็นดาราดัง หรืออย่างเรื่องเหนือมนุษย์ ที่เอาพระเอกใหม่ซึ่งกำลังดังยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น มิตร ชัยบัญชา แมน ธีระพล อดุลย์ ดุลยรัตน์ ทีนี้ก็แล้วแต่ผู้สร้างจะเน้นความโดดเด่นไปที่ใคร คนนั้นก็เกิด จากเรื่องหนึ่งประสบความสำเร็จ ผู้สร้างคนอื่น ๆ ก็เอาบ้าง สุดท้ายพระเอกก็ร่วงเป็นใบไม้ร่วง จากบทพระเอกกลายเป็นพระรอง ดาวร้ายไป นางเอกก็เหมือนกัน ยุคนั้นก่อนเพชราจะเข้า ก็นิยมเอานางเอกประกบ สมัยนั้น นางเอกที่ขึ้นชื่อว่าอยู่ในระดับฮอตแล้วต้องยกให้ อมรา อัศวนนท์ วิไลวรรณ วัฒนพานิช และรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง รองลงมาก็มี เรวดี ศิริวิไล เยาวนารถ ปัญญโชติ เป็นต้น นางเอกหลายคนถูกจับประกบกันเล่น บางคนได้บทดี บางคนได้บทรอง สุดท้ายก็เป็นเหมือนพระเอก แล้วจุดนี้หลังจากนักแสดงที่เคยอยู่ในระดับพระเอกดัง ต้องมาเป็นบทรอง ก็เลยมีการพูดเล่าให้ดาราระดับพระเอกนางเอกในยุคนั้นฟัง หรือแม้แต่ผู้สร้างเอง มิตร เพชรา หรือดาราคนอื่น ๆ ส่วนมากสนิทกับอดุลย์ ก็ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด เลยทำให้พระเอกนางเอกหลายคนต่างกลัวเรื่องการประกบกันอย่างมาก สังเกตุได้ว่าสมัยนั้นดาราดัง ๆ ไม่ค่อยกล้าประกบกัน หนังที่แสดงประกบกันจึงมีน้อย แต่ก็มีบางเรื่องที่มีชื่อดาราดังแต่ไม่ได้มาจากการประกบกันเช่นเรื่อง เก้ามังกร ที่จะเห็นในโปสเตอร์ มีไชยา สุริยันแสดงคู่กับสมบัติ เมทะนี จริง ๆ แล้ว เพราะไชยาไม่มาเข้าฉากถ่ายทำ ผู้สร้างก็เลยเปลี่ยนตัวนักแสดงเอาสมบัติ เมทะนีมาแสดงแทน แต่ไม่ตัดฉากที่ไชยาแสดงไว้ในต้นเรื่อง สร้างตัวนักแสดงขึ้นมาใหม่แทนไชยา เหมือนเรื่องขวัญใจลูกทุ่ง ที่ไชยามีปัญหากับศรีไพร ใจพระ ก็เลยต้องเปลี่ยนเอานาท ภูวนัยแสดงแทน แต่ต้นเรื่องก็ยังมีไชยาเล่นแล้วก็ตัดไปเลย เรื่อง จอมดาบพิชัยยุทธ เรื่องนี้ผมต้องยอมรับและยกนิ้วให้คนตัดต่อที่สามารถตัดต่อเนื้อหาของเรื่องได้ดีมากจริง ๆ ตัดเอาตอนที่มิตร ชัยบัญชาแสดงทิ้งไว้ก่อนเสียชีวิต ให้กลายเป็นว่ามิตรคือตัวรอง แล้วเอาลือชัย นฤนาท เป็นผู้แสดงนำแทน การตัดต่อที่เนียนทำ แล้วมีมิตรออกมาเป็นช่วง ๆ ทำให้หนังดูสมบูรณ์ นี่คือเกล็ด เล็ก ๆ น้อยของวงการหนังไทยในอดีตครับ เอาไว้ว่าง ๆ ผมจะเล่าเรื่องของหนังไทยในปัจจุบันให้ฟังครับว่า เบื้องหลังกองถ่ายเขาเป้นแบบไหนกันครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 20/03/49 - 7:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 187
ขอบคุณคุณโต้งมากที่ช่วยแก้ความจำเสื่อมให้ค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 20/03/49 - 12:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 188
ไปเที่ยวสนามหลวงกันหมดเลยหรือค่ะ คิดถึงแล้ว

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 23/03/49 - 23:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 189



เรื่องย่อ
พนาสวรรค์
ผลงานการสร้างของ ต๊อกบูมภาพยนตร์ โดย ล้อต๊อกและสมจิตต์ ทรัพย์สำรวย
ขุนคเชนทร์ ผู้จัดการป่าไม้ พนาสวรรค์ ได้ทำการลักลอบ ตัดไม้ที่ยังไม่ได้รับอนุญาติจากทางการอยู่เนือง ๆ ทำให้คุณพระพิสัณฑ์ฯ และคุณนายอำพันผู้เป็นเจ้าของไม่พอใจจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเกิดมีปากเสียงกัน เป็นผลให้ขุนคเชนทร์ฯ มีความโกรธแค้นและอาฆาต และเมื่อมีโอกาสจึงเข้ายึดอำนาจในพนาสวรรค์ทั้งหมด โดยจับคุณพระพิสัฯฑ์ฆ่าหมกป่าเสีย แล้วขังคุณนายอำพันอย่างทรมานไว้ในถ้ำเพื่อจะให้บอกที่อยู่ของลูกชายทั้งสอง แล้วเรื่องราวเหล่านั้นก็เงียบหายอยู่ในป่าลึก มีผู้ที่รู้อยู่คนเดียวเป็นพรานป่าชื่อ เพชร
ทางกรุงเทพฯ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ มารดาของขุนคเชนทร์ เกิดความไม่พอใจที่หลานสาววัยรุ่นคือกฤติกาหรือลูกไก่ (เพชรา เชาวราษฏร์)ที่ท่านรักและหวงแหนมักจะไปยุ่งเกี่ยวกัน พร พนมวัน (มิตร ชัยบัญชา)เด็กหนุ่มหน้าทะเล้นอาศัยอยู่ในไร่มะละกอ อยู่ถักหลังตึกออกไปซึ่งเป็นของตาเพชร (ล้อต๊อก) ท่านผุ้หญิงผู้เป็นย่าจึงวางแผนที่จะให้กฤติกาได้แต่งงานกับชายหนุ่มเชื่อพระวงส์ชื่อ หม่อมหลวงศุภกียรติ แต่กฤติกาไม่ชอบและรู้สึกทรมาณที่ต้องถูกบังคับ จึงพยายามเล็ดลอดออกไปหาพรอยู่เนื่อง ๆ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 28/03/49 - 23:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 190



ครั้งหนึ่ง สุดเขต คีรีศักดิ์ (สิงห์ มิลินทราศรัย) พี่ชายขอกฤติกาเดินทางมาจากพนาสวรรค์เพื่อเจรจาขายไม้เถื่อนและสืบข่าวเรื่อง ลูกชายพระพิสัณห์ให้กับขุนคเชนทร์ ผู้เป็นพ่อได้มาพบพรกำลัง วุ่นวายอยู่กับกฤติกาจึงเข้าขัดขวางและชกต่อยแต่ก็ถูกพรโต้ตอบเอาอย่างไม่มีทางสู้ พรจะจัดการเสียแต่พรานเพชรก็เข้ามาห้ามไว้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 28/03/49 - 23:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 191



ส่วนทางป่าไม้พนาสวรรค์ ยังมีป่าไม้อีกแห่งหนึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน ชื่อป่าไม้ ไพรแก้ว เจ้าของเป็นชายหนุ่มขี้เมาชื่อ ไพร พนาดร (ชนะ ศรีอุบล) มีเมียชื่อ คมเดือน (กิ่งดาว ดารณี) ฝ่ายไพรแก้วได้ส่งสายลับออกไปดูลาดเลาในเขตพนาสวรรค์อยู่เป็นนิจ แต่ก็ถูกพวกขุนคเชนทร์ยิงตายหมด จึงกลายเป็นชนวนสงครามอันร้อนระอุอยู่ตลอดเวลา ถึงกับขีดเส้นกั้นอาณาเขต ใครล้ำแดนใครก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ไพรพยายามค้นหาความลับของขุนคเชนทร์จนกระทั่งเขาได้พบไม้เถื่อน และตนเองถูกยิงต้องส่งสถานพยาบาลในตัวเมืองและเช้าวันรุ่งขึ้นก็ปะทะกับ สุดเขตที่เดินทางกลับไปจากกรุงเทพฯ สุดเขตท้าทายไพร แต่ไพรเจ็บอยู่คมเดือนจึงอาสาสู้แทน และใช้ระบบการต่อสู้ของผู้หญิงกัดเอาสุดเขตบาดเจ็บไป จนเตลิดหนีเข้าสู่พนาสวรรค์
กฤติกาหนีจากการหมั้นกับหม่อมศุภเกียรติเพื่อจะเดินทางไปหาขุนคเชนทร์แต่เพียงคนเดียว ระหว่างทางถูกหนุ่มฉกรรจ์หมู่หนึ่งปลุกปล้ำ พอดีพรตามมาช่วยไว้ทันจึงรอดจากอันตรายและพากันไปสู่พนาสวรรคืได้โดยปลอดภัย พรขอสมัครเป็นคนงานอยู่ที่นั่น ทั้ง ๆ ที่ขุนคเชนทร์ไม่พอใจในตัวเขาเลย พรได้ออกตระเวณทั่วพนาสวรรค์ได้พบกับคมเดือน ซึ่งความจริงเป็นพี่สะไภ้แต่ไม่รูจักกัน พรจึงยั่วเย้าโดยการถือดีเข้ากอดจูบ ข่าวรู้ไปถึงหูไพรจึงได้เกิดประจัญหน้าระหว่างไพรกับพรอย่างดุเดือด แต่พรานเพชรตามมาระงับเหตุการณ์ไว้แลชี้แจงว่า ทั้งหมดเป็นแผนการณ์ของตนเอง พรกลับมาจากไพรแก้วก็ถูกสุดเขตซ้อมเอา เพราะเข้าใจว่าพรล่วงรู้ความลับเรื่องไม้เถื่อน และเอาใจปเข้าข้างไพรแก้ว
ขุนคเชนทร์(สมควร กระจ่างศาสตร์)ถูกเสือยอด (ฑัต เอกฑัต)สมุนเอกหักหลังเสียเงินเสียไม้เถื่อนไปมาก จึงเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้น พอดีกับหม่อมศุภเกียรติ(วิน วิษณุรักษ์)ตามมาขอหมั้นกฤติกา สุดเขตเห็นทางได้เงินจากหม่อมจึงยุให้ขุนคเชนทร์บังคับให้กฤติการับหมั้น พอจะถึงเวลานั้นก็มีหญิงสาวอีกคนหนึ่งชื่อ ดวงดาว (อุษา อัจฉรานิมิตร) มาขัดจังหวะเสียโดยอ้างว่าตนคือคู่หมั้นที่แท้จริง จึงทำให้เหตุการณ์อลเวง ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ตามมาหวังจะพากฤติกากลับคืน แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดเขตสงสัยในพฤติกรรมของดวงดาว ที่มีความสวยบาดใจจึงเข้าปลุกปล้ำ แต่พรมาขัดขวางเอาไว้ แล้วพาดวงดาวไป สุดเขตโกรธมากจึงกลับมายุกฤติกา และหม่อมศุภเกียรติให้แตกแยกกับพร ทั้งสองโกรธมากจึงพากันไปเผากระท่อมในป่าของพรเสีย แต่ทั้งหมดก็เข้าใจกันได้เพราะทั้งหม่อมศุภเกียรติและดวงดาว ก็คือตำรวจลับปลอมตัวมานั่นเอง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 29/03/49 - 0:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 192



ส่วนไพร พนาดร เล็ดลอดเข้าไปสืบข่าวอีกถึงถ้ำเขาแดง ในเขตของขุนคเชนทร์พบที่ซ่อนศพของพระพิสัณฑ์ผู้เป็นพ่อ ก็รู้เค้าเงื่อนว่าขุนคเชนทร์เป็นตัวการ ก็พอดีถูกจับไปทรมานเพื่อให้ยอมรับว่าเป็นลูกชายพระพิสัณฑ์ ทั้งได้นำคุณนายอำพันมายืนยัน แต่ทั้งสองก็ไม่ยอมรับ ขุนคเชนทร์จึงฆ่าเสีย พอดีตำรวจบุกเข้ามาจึงได้เกิดต่อสู้อย่างดุเดือด พรยิงสุดเขตตาย ส่วนขุนคเชนทร์นั้นกฤติกาขอชีวิตไว้ จึงมีโอกาสได้เปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดที่หักหลัง ในป่าไร่พนาสวรรค์ และสุดท้ายเหตุการณ์ก็ได้ปรากฎว่าทั้งไพรแลพรคือลูกชายทั้งสองของพระพิสัณฑ์นั่นเอง พรกับกฤติกาได้ร่วมกันเป็นเจ้าขอพนาสวรรค์ ส่วนไพรกับคมเดือนก็ครอบครองไพรแก้วสืบไป

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 29/03/49 - 0:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 193



พนาสวรรค์ เข้าฉายเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2507 ที่โรงภาพยนตร์ ศาลาเฉลิมกรุง ตลอดโปรแกรมพากย์โดย เทพา - อาภรณ์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 29/03/49 - 0:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 194
ถึงคุณมูฟวี่แมน....

ขอความกรุณาช่วยแก้ไขภาพที่คุณโพสต์..ให้เป็นนามสกุล .jpgได้ไหมครับ..เพราะสกุลภาพที่คุณโพสต์อยู่เป็น .bmpซึ่งมันมีความละเอียดภาพสูง..ขนาดของภาพจะกินพื้นที่มาก(แต่ภาพไม่ใหญ่ขึ้น)...เวลาเปิดกระทู้ทีจะใช้เวลาเสิร์ชนานมาก..../ขอบคุณครับ

จาก: โต้ง
วันที่: 29/03/49 - 9:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 195



เบื้องหลังการถ่ายทำ พนาสวรรค์
พนาสวรรค์ ถ่ายฉากจบที่โรงถ่ายหนุมาน ส่วนฉากในไร่นั้นถ่ายที่ไร่สุริยน กับป่าดงดิบแถวป่าแดง ย่านบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เพราะในบทประพันธ์ที่เขียนได้ระบุไว้ว่าเรื่องราวเกิดขึ้นที่ป่าแดง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 196



เรื่องย่อ ทับทิม
ตลอดเวลาที่ แก้ว (ระวิน ชุ่มภาณี) ใช้ชีวิตร่วมกันสามีใหม่ คือผ่อน (สิงห์ มิลินทราศัย) นั้นไม่ได้เป็นที่พอใจของลูกชายหญิง 2 คน คือ เทียบ (ฤทธิ์ นฤบาล)และทับทิม น้องสาวผู้อาภัพ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 197



เหตุการณ์ภายในครอบครัวน้อยๆ นี้ทำให้เทียบสุดที่จะทนทานได้ จึงหนีออกจากบ้านไปทำให้ผ่อนได้ใจที่ไม่ใครกีดขวาง ตั้งหน้ารีดไถทารุณกับแก้วและทับทิม จนในที่สุดแก้วล้มเจ็บด้วยความตรมตรอมใจ ขณะเดียวกันทับทิมก็เสียเชิง เพลี่ยงพล้ำแก่ผ่อนผู้เป็นพ่อเลี้ยง ผ่อนยังเหน็บแนมให้แก้วได้รู้ความจริงนั้นเสียอีกด้วย อาการเจ็บของแก้วึงเพียบหนักขึ้นทุกทีจนสิ้นใจไปในที่สุด

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 198



เมื่อเคว้งคว้างออกจากบ้านมาแล้ว เทียบมุ่งหน้าไปแสวงโชคที่ปักษ์ใต้ และได้เข้าทำงานในเหมืองแร่ของรัตนา (ศิรินทิพย์ ศิริวรรณ) เศรษฐีนีหม้าย จนในที่สุดคนทั้งสองได้อยู่ร่วมชีวิตกันด้วยความรักและเห็นอกเห็นใจกัน แล้วจึงเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ
เทียบตรงมาบ้านเก่าเพื่อรับแม่และน้องสาวผู้อาภัพไปอุปการะ แต่เทียบได้ทราบข่าวร้ายว่าแม่ บังเกิดเกล้าได้สิ้นชีพเสียแล้ว ส่วนทับทิมก็หายไปอย่างปราศจากร่อยรอย เที่ยบจึงออกค้นหาและติดตามแต่ก็ไร้ผล จนกระทั่งวันหนึ่ง น่วม (สุลาลีวัลย์ สุวรรณฑัต) กลับจากตลาดได้พบกับทับทิมโดยบังเอิญ น่วมจึงกลับมาบอกเทียบผู้เป็นนายให้ทราบทันที เทียบจึงตรงไปรับตัวทับทิมพร้อมกับรัตนากลับมาอยู่ด้วย

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 199



ความรักของคู่พี่น้องกลับเป็นมารความสุขของความอิจฉาริษยาจากรัตนา ทับทิมถูกกลั่นแกล้งและได้รับการทารุณจากรัตนา ต่าง ๆ นา ๆ โดยทับทิมไม่กล้าจะให้พี่ชายของเธอล่วงรู้ จนกระทั่งทับทิมล้มเจ็บลง นายแพทย์ได้ตรวจพบว่า ทับทิมมีครรภ์ได้ห้าเดือนเศษ ทำให้รัตนาเพิ่มความชิงชังมากขึ้น

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 200



ท่ามกลางความวุ่นวายไม่สงบสุขในครอบครัว เทียบต้องเดินทางกลับไปยังเหมืองที่ภาคใต้โดยกระทันหัน เนื่องมาจากคนงานสไตร์ค รัตนาได้โอกาสจึงหาลู่ทางจากเพทุบายอันลึกซึ้งหวังพร่าชีวิตของทับทิมด้วยการสนับสนุนให้เทพ (เมืองเริง ปัทมินทร์) ข่มขืนใจเสีย แต่ทับทิมพยายามต่อสู้ขัดขืนเทพอย่างสุดความสามารถ รัตนาก็กลับซ้ำเติมด้วยการเฆี่ยนเมื่อเธอขัดขืน พอดีกับทื่เทียบเดินทางกับมาบ้านพบเหตุการณ์นี้ น่วมก็เล่าเรื่องความจริงให้ฟังอย่างละเอียด ทับทิมรู้ดีว่าเรื่องของเธอทำให้พี่ชายไม่สะบายใจจึงเล็ดลอดหนีออกจากบ้าน น่วมก็ติดตามไปด้วยความเป็นห่วง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 201



รัตนาเห็นว่า ความลับของตนเองจะปรากฎออกมา จึงโทรศัพท์เรียกเทพมาพบเดี๋ยวนั้นและได้ปะทะคารมย์กับเทพอย่างเผ็ดร้อน เทียบมีความเศร้าโศกในชะตากรรมของทับทิม น้องสาวผู้อาภัพเป็นอย่างยิ่งพยายามออกหาติดตามเรื่อยมา จนกระทั่งเวลาผ่านไปสามเดือนเศษ เทียบจึงทราบว่าทับทิมพร้อมด้วยน่วมหนีไปอยู่ที่แปดริ้ว เมื่อเทียบเดินทางไปพบกลับปรากฏว่า ทับทิมย้อนลงมากรุงเทพฯ เพื่อคลอดลูกที่โรงพยาบาลหญิง แต่ทั้งสองฝ่ายก็คลาดจากกันอีก
ทับทิมและน่วมหอบลูกออกจากโรงพยาบาล พบกับเหตุการณ์อันไม่คาดฝันนั่นคือ รถยนตร์คันหนึ่งวิ่งเข้าขวางหน้า คนร้ายเอาปืนจี้พาตัวทับทิม น่ยวมและลูกแดง ๆ ขึ้นรถไปแล้ว เหล่าร้ายได้บังคับให้น่วมลงจากรถ โดยมีเจ้าผ่อนพาทัวทับทิมพร้อมด้วยลูกมุ่งตรงไปยังบ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็นของเจ้าคำ เพื่อประกอบทารุรกรรมทับทิมให้สมแค้น
น่วมได้ตรงไปหาเทียบและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เทียบรู้ เทียบจึงดั้นด้นตามไปพบบ้านที่ผ่อนใช้กักขังทับทิมนั้น
ทับทิม เข้าฉายเมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2507 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ถือว่าเป็นภาพยนตร์ชีวิตเรื่องเยี่ยมเรื่องหนึ่งของบุศรา นฤมิต

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 31/03/49 - 22:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 202
สวัสดีค่ะ คุณมูฟวี่แมน ขอบคุณมากเลยค่ะที่เปิดโอกาศให้คนรุ่นหลังได้ดู มีเรื่อง การะเกดปี2501 บ้างไหมค่ะอยากรู้เรื่องย่อจังเลย อยากเห็นคุณพิศมัยกับคุญลือชัยเล่นหนังด้วยกันยังไม่เคยมีวีซีดีดูเลย

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 02/04/49 - 15:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 203
คุณมูฟวี่แมนคะ อยากให้เล่าเรื่องผีๆบ้าง เช่นเรื่องกล้วยไม้สีเลือด ที่คุณเนาวรัตน์แสดง หรือเรื่องพรายกินรีก็ได้ค่า....ขอขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ
(มีคนขอรูปน้าปุ๊ด้วยแฮะ เพิ่งเข้ามาเห็นวันนี้)

จาก: แพเองค่า
วันที่: 02/04/49 - 20:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 204
มีครับทั้งเรื่องพรายกินรี การะเกด กล้วยไม้สีเลือด มีทั้งเรื่องย่อเบื้องหลังกองถ่ายและภาพ จะมีที่ขาดหายไปบ้างก็เรื่องการะเกด กำลังหาอยู่เชื่อว่าไม่นานก็จะได้มาให้ชมกันครับ


จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 03/04/49 - 12:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 205
คุณมูฟวี่แมน...
ขอเรื่องกล้วยไม้สีเลือดก่อนนะคะ....เคยดูตอนเด็กๆแล้วจำภาพติดตา..แต่หลงๆลืมๆเนื้อเรื่องไปแล้ว..
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ...

จาก: แพ
วันที่: 03/04/49 - 12:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 206
เรียนคุณมูฟวี่แมน,
คือว่า ดิฉันเป็นลูกสาวของคุณจรัสศรี สายะศิลปี หน่ะค่ะ ซึ่งคุณแม่ก็ได้เสียไปนานมากแล้ว ตั้งแต่ดิฉันยังเด็ก และคุณพ่อก็ไม่ได้เก็บรูปภาพ หรือโปสเตอร์หนังเมื่อตอนที่ท่านแสดงไว้เลย ไม่ทราบว่าคุณ movie man พอจะให้คำแนะนำได้มั๊ยคะว่าจะหาที่ไหนได้บ้าง เพราะดูจากใน website ก็มีข้อมูลเยอะใช้ได้เลยหล่ะค่ะ
คือว่าอยากมีรูป poster คุณแม่มาเก็บไว้เป็นที่ระลึกหน่ะค่ะ เคยเดินไปเจอโดยบังเอิญที่ตลาดนัดจตุจักร เป็นกระจกอันเล็กๆ ที่สมัยก่อน เค้าทำขาย แล้วด้านหลังกระจกก็เป็นรูปดาราต่างๆหน่ะค่ะ โอ้โฮ ดีใจมากเลยค่ะ รีบซื้อเลย เท่าไรก็ยอมค่ะ เพราะหาไม่ได้อีกแล้ว
รบกวนด้วยค่ะ

จาก: อรชา
วันที่: 26/04/49 - 19:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 207
ผมจำได้ว่าเคยเห็นรูปคุณจรัสศรี ฉายะศิลปี ถ่ายคู่กับคุณอดุลย์ ดุลยรัตน์ ในหนังเรื่อง ปาหนัน คุณจรัสศรีตอนสาวๆสวยคมมากครับ

จาก: อิท
วันที่: 26/04/49 - 22:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 208
คุณอรชา ได้เก็บหนังของคุณจรัสศรี ไว้บ้างหรือเปล่าครับ ตอนนี้ยังพอหาได้ แถวร้านเจบิ๊คส์ คลองถม รู้สึกส่วนใหญ่จะเป็นหนังช่วงปลายๆของแกแล้ว เป็นตัวประกอบ,ตัวแม่ หนังของคุณวินิจ ภักดีวิจิตร ก็มีหลายเรื่อง เช่น ขัง8,สัตว์มนุษย์,สาวแรงสูง ฯ ขนาดตอนมีอายุแล้ว แกยังมีเค้าความสวยอยู่เลย ตอนหลังมาเล่นหนังทีวีบทร้าย มีบทเด่นเยอะหน่อย เล่นร้ายได้ดีมากเลยครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 27/04/49 - 9:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 209
อยากทราบเรื่องราวของสามใบเถา เนาวรัตน์/อำภา/สุพรรษา

จาก: จุ้ย
วันที่: 17/08/49 - 3:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 210
เรื่อง สกาวเดือน รุ่น สมบัติ รัตนาภรณ์ อมรา วิไลวรรณ ใครเป็นสกาวเดือนคะ แล้วที่เหลือเป็นใคร จริงๆ ทั้งสามนางเอกไม่น่ายอมประกบกันเรื่องนี้ เพราะบทเด่นจะอยู่ที่คนรับบท สกาวเดือน

จาก: ณัญธิกา
วันที่: 14/09/49 - 13:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 211
อยากทราบว่าทำไมพิสมัยภึงยอมเป็นนางร้ายให้ภาวนาในหนึ่งนุชคะ ใครพอจะมีใบปิดเรื่อง หนึ่งนุช สกาวเดือน สมบัติ รัตนาภรณ์ อมรา วิไลวรรณ และเรื่อง ตามล่า 20,000 ไมล์ ที่มีกรุง สรพงษ์ ทัศน์วรรณ ภาวนา แสดงร่วมกันบ้างคะ

จาก: ณัญธิกา
วันที่: 14/09/49 - 14:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 212
อีกข้อสงสัยนะคะ ประจวบ ฤกษ์ยามดี กับ สอาด เปี่ยมพงษ์ศาน เคยเล่นคู่กันไหมคะ อีกคู่หนึ่งคือ กำธร สุวรรณปิยศิริ กับ อดุลย์ ดุลยรัตน์ เคยร่วมงานกันหรือเปล่าคะ ขอบคุณค่ะ

จาก: ณัญธิกา
วันที่: 14/09/49 - 15:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 213
แม่เล่าว่า สกาวเดือน เป็นครั้งแรกผมได้เข้าไปดูหนังในโรงหนัง ผมจำอะไรไม่ได้หรอกครับ แต่รู้มาว่าคุณรัตนาภรณ์ เล่นเป็น สกาวเดือน ครับ เพราะบทแก่นแก้วแบบนี้เป็นบทที่คุณรัตนาภรณ์ได้รับประจำสมัยสาวๆ ส่วนเรื่องการประกบกันผมว่าในสมันนั้นวงการยังแคบๆ ก็เหมือนพี่น้องกัน ไม่ได้แข่งขันเรื่องศักดิ์ศรีอะไรมากมาย

การประกบระหว่าง ภาวนา กับ พิศมัย ใน หนึ่งนุช ผมว่าศักดิ์ศรีไม่ด้อยกว่ากันนะครับ โดยปกติภาวนากับพิศมัย จะเล่นบทกันคนละแนวอยู่แล้ว บางเรื่องคุณภาวนาเล่นเป็นลูกสาวเลยก็มี แม้ว่าบท หนึ่งนุช ที่ภาวนาเล่นจะเป็นชื่อหนัง แต่บทที่เข้มข้นและมีพัฒนาการจะเป็นบทของคุณพิศมัย เพราะได้แสดงอารมณ์ที่หลากหลาย จากอิจฉาริษยาในต้นเรื่องไปจนถึงการสำนึกผิดและกลับใจในตอนท้าย ถือเป็นบทที่มีสีสันมากกว่านางเอกเสียอีกครับ

จาก: อิท
วันที่: 14/09/49 - 15:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 214
พอดีว่าตอนนี้ฟ้าสดใสมีเรื่องย่อหนึ่งนุช(มีภาพshowcardด้วยครับ)กำลังจะxeroxไว้เคยดูเรื่องนี้หนังยาวมาก(ฉากพิสมัยรำฉุยฉายสวยมากครับหนังไทยที่มีฉากรำคงเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว)ทั้งพิสมัยและภาวนามีบทเด่นมากครับและเป็นเรื่องเดียวที่ภาวนาตบหน้าพิสมัยด้วย ถ้าสนใจโทร.มาถาม 087-084-4323นะครับ

จาก: ฟ้าสดใส
วันที่: 14/09/49 - 16:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 215



ฝากให้คุณ ณัฐิกานะคะ พอดีมีใบปิดเรื่อง "หนึ่งนุช"

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 14/09/49 - 20:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 216
ตอบคุณอรชร ครับ ผมมูฟวี่แมน หรือชัยโรจน์ ผมอยากให้คุณอรชรมาที่ศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทย จะมีรูปคุณจรัสศรี รวมถึงหนังสือบันเทิงเก่า ๆ ที่มีเรื่องราวคุณจรัสศรีหลายเรื่องครับ รูปครอบครัวก็มี มาดูมาชมได้ครับ ที่อยู่เปิดไปดูกระทู้ศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทยได้ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 16/09/49 - 12:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 217



สามใบเถา ในดวงใจของคนไทยยุค 2523-2524

จาก: จุ้ย
วันที่: 16/09/49 - 16:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 218
ผมอยากรู้เรื่องราวพระเอกเรื่องเพชรพระอุมา เป้นพระเอกเรื่องเดียวใช่มั้ยครับ



จาก: บุญนำ
วันที่: 09/01/50 - 13:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 219
เพิ่งเข้ามาดูใน web นี้ ก็เห็นมีป้าผมแสดงอยู่ด้วย ป้าของผมคือจุฑารัตน์ จินรัตน์ ตอนนี้ป้าได้เดินทางไปอยู่ที่อเมริกา 3ปีจะมาสักที เห็นรูปป้าตอนสาวๆ แล้วก็ทำให้คิดถึงครับ

จาก: พงศกร จินรัตน์
วันที่: 19/01/50 - 11:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 220
เจ้าของกระทู้คงไม่ว่าง เห็นหายไปเลย ขออนุญาตตอบแทน คำถามของคุณบุญนำ คห.218 ใช่ครับ พระเอกเรื่องเพชรพระอุมา เป็นพระเอกแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 19/01/50 - 11:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 221
ดีใจครับ ที่ลูกหลานดาราเก่าๆ มาเยี่ยมบอร์ด ฝากคุณพงศกรอวยพรปีใหม่กับคุณจุฑารัตน์ จินตรัตน์ ด้วยครับ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขนะครับ จะรบกวนคุณพงศกรหรือเปล่า อยากได้ประวัติท่านครับ ท่านเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีส่วนร่วมอยู่ในยุควงการละครเวทีไทยโดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผมหาประวัติท่านได้น้อยมากครับ จำได้แต่เคยอ่านหนังสือเก่าของคุณแม่พบว่า ท่านเคยเล่นบท สายสวรรค์ ในละครเวทีเรื่อง แผ่นดินของเรา และเป็นเพื่อนสนิทกับคุณสุพรรณ บูรณพิมพ์

จาก: อิท
วันที่: 19/01/50 - 12:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 222
อยากรู้ประวัติของเรื่องเจ้าป่าบ้าจี้ เคยได้ยินมาว่า เป็นหนังที่ถูกออกจากการฉายโรงเร็วที่สุด คือ ฉายได้แค่วันเดียวที่โรงหนังแอมบาสเดอร์ มีคนซื้อตั๋วแค่ 5 ใบเอง มีใครมีข้อมูลเรื่องนี้บ้างคะ

จาก: เยาว์
วันที่: 19/01/50 - 14:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 223
ผมเคยไปโทร.หาคุณอดุลย์ อดุลย์เป็นบุคคลที่อัธยาศัยดี
แต่อย่าไปโทร.บ่อยเดี่ยวจะรำคาญเอาน่ะครับ หาว่ารบกวน
หลับนอนเขาครับ

จาก: แว่น
วันที่: 31/01/50 - 15:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 224
ผมอยากได้หนังวีซีดี สิงห์ล่าสิงห์ ไม่รู้จะหาซื้อที่ไหนใคร
ถ้าใครมีกรุณา โทร.0851083387 เรืองราคาค่อยตกลงกัน


จาก: พิการ
วันที่: 31/01/50 - 15:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 225
ผมอยากได้หนังวีซีดี เรือง สิงห์ล่าสิงห์ สมัยมิตร-สมบัติ
ถ้าใครมีติดต่ด โทร.0851083387 ราคาตกลงกันได้


จาก: แว่น
วันที่: 31/01/50 - 15:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 226
สมบัติ เมทะนี ขวัญใจผมตลอดถึงแม้จะมีอายุมากแล้ว
ก็ตาม

จาก: พิการ
วันที่: 31/01/50 - 16:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 227
ขอความช่วยเหลือหน่อยครับ คือผมอยากได้รูปดาราเก่าๆ ขอเป็นรูปถ่ายนะครับ เพื่อมาทำปก vcd มันเป็นการอณุรักษ์หนังเก่าๆไปในตัว
ผมขอแต่เอามา scan นำรูปมาทำปก แล้วผมจะสงต้นฉบับคืนทันที
ผมจะทำเดือนละ 4 เรื่อง ชุดแลกมี "หนองบัวแดง" "เด๋อด๋าเฮงระเบิด"
"แม่ย่านาง" "อยุธยาที่รัก" คือผมมีแค่ poster ที่เป็นรูปวาด กับหนัง
ผมไม่ขอฟรีนะครับมีค่าตอบแทนให้ tel 086 519 6885 ป๋อง

จาก: ป๋อง
วันที่: 15/06/50 - 18:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 228
ปี 2502 มิตร กับ ไชยา ยังไม่น่าบอกได้ว่าใครดังกว่านะ เพราะเป็นหนังเรื่องที่ 2 เหมือนกัน อยู่ที่ว่าเรื่องไหนฉายก่อน และหลังจากนั้นต่อไปก็คงจะอย่างที่ทราบว่าเป็นใคร

จาก: AA
วันที่: 26/05/51 - 16:44 น.
IP Address: 61.91.251.xx
ความคิดเห็นที่ 229
ด้วยวินัยและนิสัยในการทำงานที่ดีกว่าจึงทำให้มิตรดังกว่า

จาก: Mas
วันที่: 26/05/51 - 16:51 น.
IP Address: 61.91.251.xx
ความคิดเห็นที่ 230
ปี2506-2507 เป็นต้นไป มิตร แสดงกับชนะ หลายเรื่องเลย แต่ มิตร ก็เป็นพระเอกทุกเรื่อง แล้วก็เจอกับสมบัติเรื่องแรก สิงห์ล่าสิงห์ซึ่งตอนนั้นสมบัติเพิ่งเริ่มจะดังใช่ไหม แล้วก็ไชยาอีก ซึ่งจากบทที่รับตามที่บอกไว้แม้จะบอกว่าเชือดเชือนกัน แต่พระเอกก็เป็นมิตรนะ เก้าชีวิต- เก้ามหากาฬ มิตร ไม่กลัวหรือ หรือว่าเพราะเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว ดังที่สุดแล้ว เลยกล้ารับแสดง เห็นตั้งแต่ปี 2502 ที่เพิ่งมีหนังฉายไป 2 เรื่อง คือ ชาติเสือ กับ จ้าวนักเลง มิตร แสดงกับ อดุลย์ และแมน เรื่องเหนือมนุษย์ มิตร ก็เป็นพระเอก ตอนหลังก็ยังมีลือชัยอีก เท่าที่อ่านเจอมายังไม่เคยเห็นมิตร รับบทที่ไม่ใช่พระเอก หรือเป็นรองพระเอกคนไหนเลย

จาก: Mas
วันที่: 27/05/51 - 14:12 น.
IP Address: 61.91.251.xx
ความคิดเห็นที่ 231
เรื่องบันทึกรักของพิมพ์ฉวี ในใบโฆษณาเขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ คุณมิตร แสดงไว้ก่อนประสบอุบัติเหตุต่างหาก เขาบอกว่ามิตร ออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว แล้วก็เรื่อง ยอดขวัญจิต เป็นเรื่องที่ มิตรกับเพื่อนตั้งบริษัท วชิรนทร์ภาพยนตร์ ในปี 2505 หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว สร้างเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก ของบริษัท ไม่ไช่หรือ เรื่องต่อมาที่สร้างในปีเดียวกันก็เป็น ทับสมิงคลา ใช่ไหม

จาก: 8 ต.ค.
วันที่: 30/05/51 - 11:34 น.
IP Address: 61.91.251.xx
ความคิดเห็นที่ 232
....... ใครหนอ คือ ๘ ต.ค. อยากรู้จัก ครับ.


จาก: พักรบ
วันที่: 30/05/51 - 12:35 น.
IP Address: 124.120.217.xx
ความคิดเห็นที่ 233
สวัสดีค่ะคุณพักรบ อยากรู้จักแบบดีๆ หรือเขียนอะไรไว้ผิดไปคะ แต่คิดว่าคงได้เจอกันค่ะ

จาก: 8 ต.ค.
วันที่: 11/06/51 - 11:06 น.
IP Address: 61.91.251.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab