Search Latest Topics | Create New Topic  
รวมเด็ดสะเก็ดข่าวบันเทิงในอดีต


ข่าวจากไทยรัฐ
เมื่อวันศุกณืที่ 21 กุมภาพันธ์ 2507 ข่าวการเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง วีระบุรุษเมืองใต้ ที่ได้ทำการเปิดกล้องไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2507 โดยทาง รุ่งโรจน์ ณ นคร ได้นำ สมบัติ เมทะนี กับเพชรา เชาวราษฏร์ไปเปิดกล้องที่ภาคใต้

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 13:38 น.
หัวข้อที่: B260
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
ข่าวจากไทยรัฐ
เมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2507 จากภาพยนตร์เรื่อง สมิงบ้านไร่ เกิดอุบัติเหตุกับเพชรา เชาวราษฏร์ในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องสมิงบ้านไร่ ในฉากที่เพชราขี่รถมอเตอร์ไซค์หนีดาวร้ายนำทีมโดย จุ๋มจิ๋ม ศรทอง กับชานีย์ ยอดชัย รถเกิดเสียหลักคว่ำ ทำให้ข้อเท้าเดาะ เหตุเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2507 เวลาประมาณ 11.00 น.สาเหตุการที่รถคว่ำเพราะมอเตอร์ไซค์ที่เพชราขี่เกิดไปสะดุดกับหิน ทำให้เพชราต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 2 อาทิตย์เต็ม

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 13:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2



ข่าวจากไทยรัฐ เมื่อวันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 (หน้าหนึ่ง)
กมลศิลป์ภาพยนตร์ตัดเชือกสมบัติเมทะนี
น้อย กมลวาทิน ว่า "กระผมกระเทือนใจที่สุด" สาเหตุเพราะพระเอกนักควงปืนพาเพื่อนมาเมาสุราไปอาละวาดในบ้านซอยรุ้งเพชร รำเลิกบุญคุณขนิดไม่มีความเคารพนับถือเหลืออยู่เลย
"ผมอายุ 40 ปี เพิ่มได้รับความกระทบกระเทือนใจที่สุดก็ครั้งนี้ ผมไม่นึกไม่ฝันเลยว่าคนที่ผมทุ่มเททุกอย่างสร้างเขาขึ้นมาจะมีนิสัยอย่างนี้" น้อยกมลวาทินกล่าว
พระเอกสมบัติ พาพื่อนมาก่อเหตุที่บ้านของผู้อำนวยการสร้างกมลศิลป์ภาพยนตร์ เลขที่ 62/40 ซอยรุ้งเพชร ธนบุรี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 20.00 น. สมบัติ ได้พาโต ยมราช และเพื่อนอีก 3 คน ซึ่งแต่ละคนมีลักษณะดื่มเหล้ามา ได้เกิดมีการโต้เถียงกันกรณีคัดค้านไม่ให้สมบัติ ประชันกับมิตร ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง (สิงห์ล่าสิงห์) จึงประกาศตัดเชือกสมบัติตั้งแต่บัดนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในตอนดึกพ่อของสมบัติคือเสนอ เมทะนี หัวหน้ากองรถไฟได้รุดไปพบและมีการเจรจากัน เพื่อความเข้าใจแต่น้อย กมลวาทินไม่ยอม (นี่เป็นเนื้อข่าวในไทยรัฐฉบับเมื่อวันพุธที่ 5 ก.พ. 2507)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 14:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3



ข่าวจากไทยรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ม.ค. 2507
ภาพยนตร์เรื่อง ชโลมเลือด สามารถทำรายได้เกินกว่า 7 แสนบาท ผู้อำนวยการสร้างพงษ์ลดา พิมลพรรณ ยิ้มหน้าบาน

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 14:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4



ข่าวจากไทยรัฐ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2507
ภาพยนตร์เรื่อง น้ำตาลไม่หวาน ของรัตน์ เปสตันยี ผู้อำนวยการสร้างในนาม หนุมานภาพยนตร์ ได้ฟอร์มทีมงานสร้างภาพยนตร์ 35 ม.ม. เสียงในฟิล์มเรื่อง น้ำตาลไม่หวาน โดยมี มิตร ชัยบัญชา และเพชรา เชาวราษฏร์ เป็นดารานำโดยทั้งคู่เซ้นต์สัญญาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังมีเพลงประกอบ 10 เพลง

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 14:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
ข่าวจากไทยรัฐ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. 2507
ภาพยนตร์เรื่อง น้ำตาลไม่หวาน ทางมิตร กับเพชรา ปฎิเสธไม่แสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง น้ำตาลไม่หวาน เพราะไม่สามารถรับเงื่อนไขได้ ด้วยต้องท่องบทให้คล่อง ด้วยทั้งคู่ไม่เคยแสดงภาพยนตร์เสียงในฟิล์มมาก่อน และอีกอย่างช่วงนี้มีงานการแสดงมากทั้งคู่จึงกลัวว่าจะเกิดความเสียนหายต่อผู้สร้าง (เป็นที่น่าเสียดายไม่เช่นนั้นเราคงจะได้ยินเสียงของมิตร ชัยบัญชาจริง ๆ จากเรื่องน้ำตาลไม่หวานนี้)

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 14:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
ข่าวไทยรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ม.ค. 2507
ภาพยนตร์เรื่อง เลือดแค้น นำอุษา อัจฉรานิมิตร มาแสดงเปลือยเป็นครั้งแรก โดยการสร้างของสมพงษ์ พงษ์มิตร โดยปักหลักถ่ายที่บ้านเฟื่องสุข บางแสน จากการกำกับของปริญญา ลีละศร
ข่าวไทยรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ม.ค. 2507
จากภาพยนตร์เรื่อง เลือดแค้น อุษา อัจฉรานิมิตร ไม่ยอมเปลือยกายถ่าย ทีมงานจึงต้องหยุดการถ่ายทำ ทั้สมพงษ์ และปริญญา ต่างพยายามขอร้องแต่ก็ไม่เป็นผล

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 14:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7



เลือดแค้น เข้าฉายวันที่ 7 พฤษภาคม 2507 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 01/04/49 - 15:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8
คุณมูฟวี่แมนครับ...ช่วยเปลี่ยนสกุลภาพจาก BMP เป็น JPG ได้ไหมครับเพราะBMPมันละเอียดและกินพื้นที่มาก..สอร์ทนานกว่าจะขึ้นหมด...และจะได้ดพสตืรูปใหย่ๆได้บ้างครับ...

จาก: โต้ง
วันที่: 01/04/49 - 20:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9
มีข่าวน่าตื่นเต้นดีนะคะ มีของคุณพิศมัยบ้างไหมเอย????????
ในสมัยนั้นมีเสียงในฟิลม์แล้วหรือ เคยดูแต่มารุ่นนาตยา แดงบุหงา,คุณสินจัย หงษไทย มีเรื่องอะไรบ้างค่ะที่เสียงในฟิลม์(ในตอนนั้น)

จาก: จุ
วันที่: 02/04/49 - 0:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10
สวัสดีครับสมาชิกทุกท่าน
นึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านเรื่องน่าตื้นเต้นเป็นสะเก็ดข่าวเล็กๆนะครับอยู่ในหนังสือแปลกหรือมหัศจรรย์ไม่แน่ใจประมาณเกือบ20ปีก่อนแต่เรื่องที่เกิดขึ้น40ปีก่อนครับพาดหัวข่าวไทยรัฐสองนางเอกสาวพิสมัยกับรัตนาภรณ์โดนอาถรรพ์ทางภาคใต้ตอนไปถ่ายหนังเรื่องโนราห์กำลังจะปิดกล้องไม่ทราบอย่างไรนางเอกทั้งสองท่านใบหน้าขึ้นเม็ดผื่นจนเข้ากล้องไม่ได้จนกระทั่งคุณเชิดทรงศรีต้องทำพิธีขอขมาเจ้าที่เจ้าทางใบหน้าก็กลับปกติ(รายละเอียดต่างๆจำไม่ได้ครับถ้าอยากทราบมากกว่านี้คงต้องรบกวนถามมี้หรือคุณเชิดทรงศรีดูนะครับ)ที่จริงแล้วรบกวนพวกเราชาวสมาชิกทุกท่านเก็บเรื่องราวข้อมูลตื่นเต้นของดาราในอดีตมาเล่าสู่กันฟังก็ดีนะครับเผื่อสามารถรวบรวมเป็นเล่มออกขายหาเงินเข้ามูลนิธิหรือนำเงินนี้ไปแลกกับลิขสิทธิ์หนังดีๆอีกหลายเรื่องมาทำvcdก่อนที่หนังจะเน่าเสียหายมากกว่านี้ก็ดีนะครับ ฟ้าสดใสมีใจรักหนังไทย(ในอดีต)จริงๆคิดถึงชอว์บราเด้อร์เขายังเอาหนังเก่าๆมาออกขายตั้ง200กว่าเรื่องแล้วนะครับแต่หนังไทยเก่าของเรากลับสูญพันธุ์หมด

จาก: ฟ้าสดใส
วันที่: 04/04/49 - 17:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11
ไม่ทราบเรื่องนี้จะตื่นเต้นหรือเปล่า อ่านจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หน้าบันเทิงปี 2519 ในกองถ่ายหนัง ผู้ยิ่งใหญ่ชายแดน ของปริทรรศน์ฟิลม์ กำกับโดย ชุติมา สุวรรณรัต เป็นฉากบู๊ในป่า ของ 3 พระเอก กรุง-สรพงษ์-ยอดชาย หลังจากลงไปคลุกฝุ่นบนพื้นหญ้านัวเนียกับเหล่าร้ายเสร็จแล้ว ผู้กำกับก็สั่งคัท แล้วกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็โชยมา หาที่มาของกลิ่นก็เจอที่ตัวของพระเอกทั้ง 3 เพราะพื้นหญ้าที่ว่าเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วนั้น มันยังมีอุจจาระหลงเหลืออยู่ ในข่าวไม่ได้บอกว่าเป็นอุจจาระแห้งหรือสด(แต่คิดว่าน่าจะแห้ง มันถึงเคลียร์พลาด)และเป็นของคนหรือสัตว์ ข่าวนี้ถือว่าตื่นเต้นหรือเปล่าครับ คุณฟ้าสดใส

จาก: อ๊อด
วันที่: 05/04/49 - 8:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12
ไม่ยืนยันข้อมูลเพราะไม่ได้ดูตัวหนัง
หนังเรื่อง ลำพู ของคุณเชิด ทรงศรี ไปถ่ายทำที่แหลมตะลุมพุกในช่วงที่มีพายุเข้าพอดี เลยได้ถ่ายเหตุการณ์จริงพายุถล่มแหลมตะลุมพุก

จาก: อิท
วันที่: 05/04/49 - 14:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13
ขออภัยที่หายไปนานเพราะติดภาระกิจเกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยนี่แหละที่ต่างจังหวัด ครั้งนี้เลยขอนำเรื่องของทายาทนักแสดงแต่ละคนว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันบ้าน
เริ่มจากทายาทคนเดียวของมิตร ชัยบัญชา เวลานี้ทำงานอยู่ที่ไทยรัฐ ส่วนผู้เป็นแม่คือภรรยาคนแรกของมิตรน่าจะกระเษียรอายุงานไปแล้ว
ลูกของสมบัติ เมทะนี อั๋นทำธุรกิจเล็ก ๆ ลูกอีกคนเป็นอาจารย์สอนด้านดนตรีอยู่ที่จุฬาฯ
ลูกของลือชัย นฤนาท จากเมียคนแรก น้ำฟ้า นฤนาท เป็นประชาสัมพันธ์อยู่ เจ เอส แอล ซอย ลาดพร้าว 107 พี่สาวรับงานแสดงละครอยู่กับดาราวีดีโอ กับเมียคนที่สอง คนโตเป็นชายเดิมจะเป็นนักร้อง แต่ก็ไม่รุ่ง พอจะเป็นนักแสดงก็ไม่ค่อยมีใครสนับสนุน ความหล่อสู้พ่อไม่ได้ ตอนนี้รับหน้าที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างแทนผู้เป็นพ่อ ส่วนลูกสาวคนเล็กเรียนใกล้จบมหาวิทยาลัย
ลูกของสรพงษ์ เอาคนที่เกิดกับทัศวรรณ น้องขวัญ เวลานี้ก็ทำงานอยู่กับบริษัท ทีแชลแนล เป็นพิธีกร
เอาแค่นี้ก่อนนะครับแล้วจะเอามาฝากใหม่ครับ

จาก: มูฟวี่แมน
วันที่: 03/05/49 - 19:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14
รวมเรื่องเด็ด ๆ ของดาราดังในอดีตที่ไม่ค่อยมีใครทราบ
เรื่อง "แสลง" ของดาราในอดีต ที่เล่าโดยคุณวรุณ ฉัตรกุล ณ อยุธยา ได้เล่าเรื่องเก็บตกของดาราดังในอดีตให้ฟังว่า
เกี่ยวกับเรื่องแสลงหรือสิ่งที่ดาราไม่กล้าเข้าใกล้ สำหรับมิตร ชัยบัญชา กับ กรุง ศรีวิไล จะเป็นโรคแสลงน้ำหรือกลัวน้ำเอามาก ๆ ถ้าผู้กำกับฯคนไหนสั่งให้เล่นบทตากฝนหรือตกน้ำเป็นค้อนหน้าคว่ำ แล้วจะหงุดหงิดทั้งวันเลย ไม่เพราะทั้งสองเป็นโรคกลัวน้ำหรอก แต่เป็นเพราะทั้งมิตรและกรุง มีผมที่บางจ๋อย พอหัวโชกน้ำผมที่เป่าเซ็ทเอาไว้ก็จะแนบหนังหัวใส ดูแล้วไม่เจริญ ดังนั้นจะเห็นว่าหนังเกือบทุกเรื่องของมิตรและกรุงจะไม่มีบทโชกน้ำ ผู้สร้างผู้กำกับที่รู้มือกันจะรู้กันโดยปริยาย ไม่มีใครกล้ายื่นบทแบบนี้ให้ ยกเว้นผู้สร้างหน้าใหม่ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เป็นโดนหน้าคว่ำใส่
ประเภทแสลงลม ก็ต้อง ยอดชาย เมฆสุวรรณ ฉากที่ถ่ายชายทะเลหรือกลางแจ้งที่ลมแรง แล้วไม่ให้หมวกใส่กับยอดชายเป็นเกิดอารมณ์ขุ้นมัวขึ้นมาทันที เรื่องนี้ถือเป็นการทำลายหัวใจกันอย่างเลือดเย็น เพราะผมบางเหมือนกันพอลมแรงทรงผมที่จัดไว้ปิดด้านหนึ่งที่บางจะมากองรวมกันด้านที่ผมหนา โดนแบบนี้มาดพระเอกจะเหลืออะไร คิดดู
อีกคนที่เป็นเรื่องฮาในกองถ่าย นั่นคืออุเทน บุญยงค์ พระเอกคนนี้ในอดีตจะแสลงชื่อ หยิน - ภาวนา ชนะจิต เวลาเพื่อน ๆ เอ่ยชื่อ หยินมา ในกองถ่ายอุเทนเป็นเตรียมเผ่นแนบ เพื่อน ๆ ถามก็เลยได้ความว่า แสลง ลูกปืน กลัวใจภาวนา แต่จะเป็นเรื่องอะไรคงไม่ต้องบอกแฟนหนังเก่าเป็นที่รู้กันดี
ย้อนไปในยุคก่อน ๆ สมัยป๋า ส. อาสนจินดา ทักษิณ แจ่มผล สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ทั้งสามนี้ เรื่อง แสลง ที่สุดหรือเรียกว่ากลัวจนขึ้นสมอง ก็คือ ผี คนเก่า ๆ เล่าให้ฟังว่า สมัยทั้งสามหนุ่ม ๆ จะกลัวผีอย่างมากขนาดเข้าห้องส่วม ห้องน้ำตอนกลางคืนต้องจ้าเบ๊มายืนเฝ้าหน้าห้องแถมต้องเปิดประตูโล่งโจ้ง ด้านสุรสิทธิ์มีอีกเรื่องคือความสำอาง เป็นพระเอกที่สำอางสุด ๆ เสื้อผ้าที่จะเข้าฉากสกปรกแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้ ต้องซักก่อนเอามาใส่ก่อนถ่ายทุกครั้ง จนคนในกองถ่ายกระแนะแน๋ว่า เป็นพระเอกที่แสลงสังคังอันดับหนึ่ง ทักษิณนอกจากจะเป็นคนกลัวผี เขายังเป็นพระเอกที่แสลงสตรีเอามาก ๆ เพราะนักแสดงหญิงคนไหนมาแสดงร่วมกันเป็นอดที่จะรักไม่ได้ เลิฟซีนทีไรเป็นเคลิ้มกับบทบาท จนใจรักนักแสดงหญิงเข้าจริง ๆ ทุกทีเลย แต่สุดท้ายก็แห้วกิน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/05/49 - 9:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15
ขอเรียนถามคุณไชยโรจน์เกี่ยวกับ ดาราจีนคนหนึ่งชื่อ จินฟง เขาเป็นดาราดังพอควรในฮ่องกง แต่มาแสดงหนังไทยหลายเรื่อง บางเรื่องยังรับบทรองๆด้วยซ้ำ เขามีความผูกพันธ์กับคนไทยเป็นพิเศษหรือเปล่า ถึงมาแสดงหนังไทยบ่อยๆครับ

จาก: อิท
วันที่: 04/05/49 - 9:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
ตอบคุณอิท
เท่าที่ผมทราบตอนค้นคว้าเรื่องของอัศวินภาพยนตร์ ทางพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล มีความสนิทสนมกับทางเซอร์รัน รัน ชอว์ มาตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต สายป่านการสนิทสนมก็ผ่านหลายฝ่ายตั้งแต่ผู้ซื้อขายหนังของชอว์ เท่าที่ทราบสมัยนั้น มีสองกลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มกรุงเกษมฟิล์ม ซื้อขายหนังทางไต้หวัน อีกกลุ่มคือกลุ่มบรอดเวย์ที่ซื้อขายหนังชอว์ ทีนี้พอดีทางอัศวินการภาพยนตร์จะทำหนังเรือนแพ ก็มีข้อสัญญากันว่าทางชอว์บราเดอร์จะมาถ่ายหนังในเมืองไทย โดยมีคนไทยร่วมแสดง เรียกเป็นหนังร่วมลงทุนกัน เรือนแพ ทางชอว์ให้จินฟง มาแสดง จริงแล้วจินฟงนั้นทางฮ่องกงดัง แต่ก็ไม่ถึงกับโดดเด่น เหมือนหลินไต้ นางเอกที่โด่งดังอย่างมากในฮ่องกง เรียกว่าจินฟงดังในระดับหนึงเท่านั้น เดิมแรกเริ่ม ภาณุพันธ์ อยากได้หลินไต้มาแสดงเรื่อง จำปูน แต่บทในเรื่องนางเอกต้องเปลือยกายเลยได้รับการปฏิเสธจากหลินไต้ เรื่องนี้เปลี่ยนนางเอกถึง 3 ครั้ง ทีเดียว ช่วงปี 2500 - 2503 มีหนังต่างประเทศมาถ่ายทำเมืองไทยเยอะมาก แล้วก็ดาราฮ่องกงก็มาเล่นหนังไทยหลายเรื่อง เอาไว้ค่อยเล่าให้ฟังทีหลัง อัศวินภาพยนตร์คือบริษัทแรกที่ร่วมงานกับชอว์บราเดอร์ครับ เหตุผลทั้งหมดนี้ผมอาจจะคาดการผิดก็ได้ แต่ผมเอาข้อมูลเรื่องราวที่ลงตีพิมพ์ในนิตยสารดาราไทย เกี่ยวกับการสร้างหนังร่วมกันของอัศวินภาพยนตร์กับชอว์บราเดอร์ แล้วนำมาวิเคราะห์โดยเหตุและผลที่น่าจะเป็นไปได้ นำมาลงตรงนี้ครับ ผมไม่สามารถสรุปว่าข้อมูลผมถูกต้องร้อยเปอร์เซนต์ครับคุณอิท แต่อาจจะใกล้เคียงความจริงที่สุดตรงที่ว่า การสร้างหนังร่วมกันของชอว์บราเดอร์กับอัศวินภาพยนตร์ อีกอย่างก็เรื่องของจินฟงที่คุณอิทอยากทราบนั่นแหละครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/05/49 - 11:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
อ้อผมลืมบอกอีกเรื่อง ดาราแถวหน้าของชอว์ยุคนั้นอันดับต้น ๆ ก็คือ หวังอยู่ ที่โด่งดังจากเรื่อง อินทรีกายสิทธิ์ ซึ่งทางชอว์ไม่ปล่อยไปแสดงหนังกับประเทศไหนแน่ แต่ต่อมาก็แตกคอกันระหว่างหวังอยู่กับชอว์บราเดอร์ จนหวังอยู่ออกจากชอว์ ตี้หลุง เดวิดเจียง เยี๊ยะหัว ถึงเข้ามาเสียบความดังแทน จินฟงคือลูกหม้อของชอว์ ที่ไม่โด่งดังมากนักในฮ่องกง มีผลงานออกมาในแต่ละปีก็ไม่มากนัก ที่สำคัญเท่าที่ผมทราบ จินฟง คือนักแสดงของชอว์ที่เล่นหนังต่างประเทศมากที่สุดก็ว่าได้ เขาเล่นหนังให้ไต้หวัน ให้ประเทศไทย ประเทศอื่นมีเรื่องใดยังค้นไม่เจอครับ แต่เขาเป็นนักแสดงที่หลายประเทศรู้จัก เวลาดาราไทยไปฮ่องกง จินฟงจะไปต้อนรับเสมอ อีกคนที่ลืมไม่ได้คือภาวนา ชนะจิต ลูกครึ่งไทย จีน ภาวนาพูดจีนได้คล่องทำให้สนิทสนมกับดาราจีนหลายคน ทั้งจินฟง เดวิดเจียง ตี้หลุง เรียกว่าเป็นร่ามของวงการบันเทิงไทยสมัยนั้นเลยก็ว่าได้ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/05/49 - 12:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณครับคุณชัยโรจน์สำหรับข้อมูลของจินฟง
ดาราจีนอีกคนที่ผมพยายามสืบหาความเชื่อมโยงคือ นางเอก เพชรตัดเพชร ที่ชื่อ แอนเจล่า ไป่ปิง เพราะมีดาราอาวุโสของทีวีบีคนหนึ่งชื่อ ไป๋ปิง ซึ่งเล่นเป็นบทแม่พระเอกหนังชุดหลายเรื่อง เธอมีอายุแล้วแต่ยังสวยมาก รูปร่างก็ยังดี เรียกว่าสวยกว่าดารารุ่นลูกหลายคน ถ้าใครดูหนังชุด ลูกผู้ชายต้องสู้ ที่เจิ้งเส้าชิวเล่นเป็นจ่าตำรวจ และคนที่เล่นเป็นแม่เลี้ยงของเจิ้งเส้าชิวนี่แหละที่ชื่อ ไป๋ปิง ใครได้ดูหนังเรื่องนี้บ้างไหมครับ อยากให้ช่วยดูว่าใช่คนเดียวกับนางเอกเพชรตัดเพชรหรือไม่ ผมก็ไม่มีรูปถ่ายแอนเจล่า ไป่ปิง ชัดๆ จะได้ดูเค้าหน้าว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่

จาก: อิท
วันที่: 04/05/49 - 13:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19
ตอบคุณอิท
ใช่ครับ แองเจล่า ไป่ปิง เป็นดาราอาวุโสในสังกัด ทีวีบี ชุดลูกผู้ชายต้องสู้ ผมก็มีเก็บไว้ที่ห้องสมุดศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทย ไป่ปิงเล่นหลายเรื่องในทีวีบี ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ ทีวีบี เจ้าของก็คือตระกูล รัน รัน ชอว์ ดาราชอว์หลายคนก็เลยทำงานอยู่กับทีวีบี ผมมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวดาราทีวีบี เก็บไว้ที่ศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทย ผมได้มาจากทางช่อง 3 ให้มา เอาไว้ผมจะเปิดคอลัมน์ใหม่ที่เกี่ยวกับดาราจีน ไว้คุยกันครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/05/49 - 14:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20



เบื้องลึกเบื้องหลังคมน์โกรธกับอาจารย์ไพจิตรในเรื่อง เสือภูเขา
หลายคนที่ชมภาพยนตร์เรื่อง เสือภูเขา เมื่อปี 2522 ที่จารุณี สุขสวัสดิ์ เล่นแล้วต่อมาทราบว่ามีข่าวคมน์ อรรฆเดช โกรธกับอาจารย์ไพจิตร ศุภวารี ผู้ดูแลจารุณี จนมีการประกาศไม่เอาจารุณีเล่นหนังของโคลีเซี่ยมฟิล์มอีก หลายคนคงอยากทราบสาเหตุ ผมจะเล่าให้ฟัง คมน์กับอาจารย์ไพจิตรเคยร่วมงานกันในเรื่อง อยู่กับก๋ง จนต่อมาพี่คมน์กับเจ๊พร - พรพิมล มั่นฤทัย ก็ประกาศสร้าง เสือภูเขา โดยขอจารุณี สุขสวัสดิ์ มาเล่น ซึ่งอาจารย์ไพจิตรก็โอเค ปรากฎว่าหนัง เสือภูเขา กวาดรายได้ถึง 4 ล้านบาท ซึ่งในวงการบันเทิงทราบดีว่า เจ๊พร ขึ้นชื่อในเรื่องขีเหนียว ก็จ่ายค่าตัวให้เปิ้ล - จารุณี ไป 5 หมื่นบาท ซึ่งถ้าเปิ้ลได้มากกว่าคนอื่นก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ทีนี้ นิจ อลิษา ที่เล่นด้วยกัน ได้ค่าตัวถึง 8 หมื่นบาท เรื่องก็เลยเกิดขึ้น อาจารย์ไพจิตรไม่ยอม ค่าตัวเปิ้ลควรจะเป็นแสน แต่ได้แค่ครึ่งเดียว งานนี้เลยตัดสัมพันธ์กันจนถึงทุกวันนี้ ด้วยประการละฉะนี้

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/05/49 - 16:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21



เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของเพชรา
เรื่อง.....เพชราถูกสื่อขนานนามให้เป็นนางเอกห้องแถว
ผมไปอ่านเจอเรื่องที่คุณภราดร รัตนกุลเขียนไว้เมื่อปี พ.ศ.2512 เกี่ยวกับเรื่องของเพชรา เห็นว่าน่าสนใจ แล้วหลายคนก็คงไม่รู้ เรื่องฉายาอีกฉายาหนึ่งของเพชรา ที่สื่อเรียกเธอว่านางเอกห้องแถว นับแต่ปี พ.ศ.2505 คือก้าวแรกของการเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เพชราเป็นนางเอกคนเดียวในยุคนั้นที่อาศัยห้องแถวอยู่มาจนถึงปี 2512
บ้านที่เพชราอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นบ้านพี่สาวเป็นห้องแถว ตั้งอยู่ที่ข้าง ๆ กรมประชาสงเคราะห์ สะพานขาว ติดป้ายจอดรถเมล์สาย 26 มีนบุรีในอดีต ต่อมาห้องแถวที่เคยอยู่โดนรื้อ แทนที่เพชราจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ กลับย้ายไปอยู่ห้องแถวอีก แต่เป็นฝั่งเยื้องกับที่เก่า แต่ดีกว่าที่เก่าหน่อยตรงที่ว่า ห้องแถวที่อยู่ใหม่เป็นอาคารตึกแถว แต่ที่เท่าเป็นห้องแถวไม้ เลยทำให้สื่อสมัยนั้นเรียกเธอว่านางเอกห้องแถว ซึ่งเพชราก็ได้ให้เหตุผลว่า
"ปลูกทำไมกันคะ เราแก่ตัวลงไป อยู่บ้านนอกดีกว่า"
เวลานั้นเพชราได้ปลูกบ้านใหม่ที่จังหวัดระยองบ้านเกิด อีกเรื่องของเพชราคือเรื่องรถยนต์ เพชราเป็นนางเอกที่ซื้อรถยนต์ช้ากว่าเพื่อนก็ว่าได้ เพราะเธอเพิ่งมาซื้อรถเป็นของตนเองในปี 2512 โดยเพชราให้เหตุผลว่า
"ฟุ่มเฟือยค่ะ เวลาจะไปไหนมาไหนส่วนมากเจ้าของหนังเขามารับ ไม่ต้องไปเอง" กว่าจะตัดสินใจซื้อก็ปาเข้าไป 7 ปีเต็มเล่นหนังเป็นร้อย ๆ เรื่องแล้วถึงตัดสินใจซื้อ เกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเพชรา เห็นว่าน่าสนใจเลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/05/49 - 8:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22
ฟังพี่ชัยโรจน์เล่าเรื่อง รวมเด็ดสะเก็ดข่าวบันเทิง สนุกดี
แต่เห็นรูปที่พี่ชัยโรจน์ลงประกอบแล้ว ทำไมบางรูปจึงดูคล้ายกับเอามา
จากกระทู้ของพี่มนัส138 น่าจะมีรูปที่แตกต่างกันบ้างนะคะ
หนูชอบดูรูป รูปจากกระทู้พี่มนัส หนูเซฟไว้ทุกใบเลยค่ะ
อยากให้พี่ชัยโรจน์ หารูปอื่น ๆ มาประกอบเยอะนะคะ
ขอบคุณคะ

จาก: แนน
วันที่: 05/05/49 - 12:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23
ขอบคุณครับอาจารย์ไชยโรจน์ (ขออนุญาตเรียกว่า อาจารย์ครับ เพราะจากที่ผ่านๆมาผมได้รับความรู้และความกระจ่างหลายเรื่องจากท่าน ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิท่านควรจะมีฐานะเป็นอาจารย์สำหรับพวกเรา) สำหรับคำยืนยันเกี่ยวกับข้อมูลแอนเจล่า ไป่ปิง นางเอกเพชรตัดเพชร ซึ่งผมพยายามเพ่งแล้วเพ่งอีกจากหนังทีวีเรื่องต่างๆ กับเพชรตัดเพชร แต่ไม่แน่ใจเลย

---------------------------------------------------
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับอัศวินภาพยนตร์กับชอว์ บราเดอร์ น่าจะมีเค้าว่าจริงตามที่อาจารย์คาดไว้ เพราะผมได้ดูหนังชอว์ บราเดอร์ เรื่อง แม่น้ำจรเข้ ซึ่งเรื่องราวคล้ายกับ จำปูนมาก แต่จำปูนจะเศร้ากว่า แถมมีป้ามาลี เวชประเสริฐเล่นเหมือนกันอีกด้วย แต่ผมไม่แน่ใจว่าทั้งสองเรื่องใช้นางเอกจีนคนเดียวกันไหม เพราะดูจากข้อมูลนางเอกแม่น้ำจรเข้ ชื่อ หลี่ถิง ขณะที่จำปูนไม่ใช่ หลี่ถิง ใช่ไหมครับ

จาก: อิท
วันที่: 05/05/49 - 14:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24
ตอบคำถามเพื่อน ๆ
เริ่มจากคุณแนนก่อน จริงแล้วภาพที่ผมมีเยอะมากแต่ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์นั้นไฟล์รูปมันใหญ่เกิน 100 ขนาด 150 ถึง 300 ยังไม่รู้ว่าจะลดอย่างไร ส่วนที่เป็นภาพบังเอิญว่าเครื่องสแกนผมมีปัญหาอยู่เลยยังไม่มีภาพลง จึงเอาภาพของคุณมนัสมาลงไว้ชั่วคราวก่อนครับ จะได้เห็นทั้งภาพและเรื่องราว
ส่วนคุณอิทที่ถามเรื่อง แม่น้ำจรเข้ นั้นเป็นดังนี้ครับ เรื่องจำปูน นี้เป็นเรื่องราวของคนไทย โดยมีการสร้างออกมา 2 เวอร์ชั่น เหมือน ๆ กับเรื่อง อัศวินดาบกายสิทธิ์ ที่มีนางเอก 2 คน เรื่องนี้ถ้าเป็นเวอร์ชั่นแม่น้ำจรเข้ ก็จะฉายทั่วโลก แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นจำปูน เรื่องราวจะเน้นหนักในไทย ก็จะฉายในเมืองไทยครับ ส่วนที่เป็นวีซีดีนั้นเป็นฉบับเวอร์ชั่นฮ่องกงครับ เรื่องราวเนื้อหาจะเน้นที่ฮ่องกงเป็นส่วนใหญ่ ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/05/49 - 14:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25
พี่ชัยโรจน์ครับ คุณกรุงน่ะดูออกว่าน่าจะหัวล้านเพราะเอาผมมาปิดตรงข้างหน้าหมด แต่คุณมิตรนี่สิ ดูไม่ออกเลยว่าจะหัวล้านหรือผมบางเพราะเวลาลมพัดก็ดูปกติดีนี่ครับ แล้วเรื่องคุณภาวนากับคุณอุเทนเป็นยังไงครับ ช่วยอธิบายให้ชัดเจนด้วยครับ อ้อ และอยากถามว่าดาราดาวยั่วยุคเก่าเช่นคุณชฎาพร แก่นใจ หรือปริม ประภาพร ตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้างครับ อย่างคุณชฎาพรเคยรู้มาว่าแต่งงานกับคุณแมน ธีระพลและคุณปริมแต่งงานกับนักมวยชือดัง และนางเอกอีกคนที่เล่นหนังน้อยมากคือคุณรักชนก จินดาวรรณ ผมได้ดูสองเรื่องคือ ไทรโศกกับเพื่อนรัก เล่นคู่คุณมิตร คุณรักชนกเวลาเล่นหนังดูแข็งๆนะครับ แต่ก็น่ารักดี

จาก: กร
วันที่: 19/05/49 - 17:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26
ตอบคุณกร
ผมของนักแสดงนั้นเวลาก่อนเข้าฉากแสดง จะต่างไปจากตอนที่แสดงมาก ฝ่ายทำผม เขาต้องมีรูปดาราของแต่ละคนไว้ดูทั้งด้านหน้า ด้านข้าง การหวีผมของมิตร ชัยบัญชาจะหวีเป๋ กินไปด้านหนึ่งเยอะ อีกด้านหนึ่งจะน้อย ฉะนั้นผมด้านนึงจะมาก อีกด้านจะน้อย ที่ถ้าไม่โดนน้ำมันใส่ผม ไม่โดนสเปรเวลาโดนลม ผมก็จะมากองอีกด้านหนึ่งที่ผมมีน้อย ลองวาดภาพดูถ้าเป็นระดับพระเอกหมายเลขหนึ่งอย่างมิตร ชัยบัญชา อยู่ในสภาพผมตกไปอยู่อีกด้านนึง จะเป็นอย่างไร แล้วยิ่งถูกถ่ายลงฟิล์มภาพยนตร์ด้วยยิ่งไปใหญ่ ส่วนที่ผมบางก็จะมองเห็นได้เด่นชัดครับ
ส่วนที่อุเทนแสดงภาวนา ก็เพราะครั้งหนึ่งทั้งคู่เคยเป็นคนรักกัน ต่อมาก็เลิกลากัน ด้วยเหตุใดคงเดาถูกนะครับ เป็นเพราะเรื่องรักของทั้งคู่ ตรงนี้จึงทำให้ผมอยากโยงไปถึงเรื่องที่มิตรกับภาวนาไม่ถูกกัน หลายคนเคยได้ฟังคำที่คุณภาวนากล่าวในรายการโทรทัศน์ บอกว่าไม่เคยโกรธมิตร นั้น เท่าที่ผมได้ฟังจากใกล้ตัวของภาวนา บอกว่า เพิ่งหายโกรธมิตรมาเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง หลังจากมีการเชิญภาวนามาร่วมงานรำลึกมิตร ซึ่งก่อนนั้นเคยมีการเชิญหลายครั้งแต่ถูกปฎิเสธอย่างสุภาพว่าไม่ว่าง ดั่งที่ผมเคยกล่าวไว้ว่าที่เราเห็นบนเวที หรือโทรทัศน์นั้นบางทีอาจไม่เป็นเรื่องจริงเสมอไป ภาวนาไม่ใช่ไม่ดีนะครับ แต่เป็นคนที่โกรธใครโกรธนาน ภาวนาเป็นคนเก่งมาก นิสัยตรงๆกล้าได้กล้าเสียเหมือนผู้ชายครับ แต่ที่ผมแย้งคำที่คุณภาวนากล่าวในรายการโทรทัศน์ เพราะผมได้รับฟังจากคนที่เชื่อถือได้เล่าให้ฟังครับ
ทางด้านของดาวยั่ว ชฎาพร เท่าที่ถามนักแสดงเก่า ๆ บอกว่าตอนนี้เธอไปปักหลักอยู่ต่างประเทศ คุณชฎาพรกับแมนเลิกกันนานแล้ว แมนแต่งงานใหม่ใช้ชีวิตอยู่แถวชลบุรี คุณปริมก็ยังอยู่เมืองไทย ผมยังไม่เจอตัวเลย ถ้าเจอเมื่อไหร่จะนำมาเล่าให้ฟังครับ แก่นใจ มีนะกนิษฐ์ เวลานี้เธอกลายเป็นเศรษฐีใหญ่แห่งสระบุรี มีโรงโม่หินใหญ่โต เธอปิดฉากความเป็นดาวยั่วนานแล้วครับ ถ้าผมเจอฤทธิ์ ลือชา ผมจะลองถามว่าคุณแก่นใจเป็นอย่างไรบ้าง แล้วจะมาเล่าให้ฟังในคราวต่อไปครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 19/05/49 - 19:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27
มิตร ชัยบัญชา

จาก: พักรบ
วันที่: 19/05/49 - 20:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28
พี่ชัยโรจน์ครับ...ก็ดีใจนะครับที่ดาราเก่าๆหลายคนมีความเป็นอยู่สบาย ร่ำรวยเพราะยังมีดาราอีกหลายท่านที่ยังลำบากตอนนี้เช่นคุณท้วม ทรนง ผมเคยเห็นข่าวท่านในทีวีน่ะครับ ส่วนคุณชฏาพร ผมเคยทราบมาว่าท่านมีลูกชายกับคุณแมน ธีระพล ชื่อคุณบอย หรือวรวุฒิ ธีระพล เป็นดาราและอ่านข่าวด้วยใช่ไหมครับ เท่าที่ผมได้ดูหนังที่คุณชฏาพร เล่น บทจะเปรี้ยวหมด ส่วนมากจะเป็นน้าหรือแม่ที่ร้ายๆแกล้งนางเอกตลอด หน้าตาท่านเปรี้ยวดีนะครับ ส่วนคุณปริม ผมว่าที่จริงท่านหน้าตาออกไปทางน่ารักมากกว่า เทียบกับคนสมัยนี้หน้าคุณปริมไม่เชยนะครับ พี่ว่ามั้ยและเรื่องคุณภาวนา ผมก็เห็นใจท่านนะครับ คนสมัยก่อนเวลาโกรธนี่โกรธกันนานนะครับพี่ แต่ท่านก็คงมีเหตุผลแหละ อย่างเรื่องคุณมิตรที่เคยอ่านๆมาก็ดูเหมือนคุณภาวนาก็ไม่ได้ผิด เป็นเพราะคุณมิตรเจ้าอารมณ์นิดหน่อยเท่านั้น อ้อ พี่ยังไม่ได้ตอบเรื่องคุณรักชนก จินดาวรรณเลยครับ คงเป็นเด็กปั้นค่ายจินดาวรรณภาพยนตร์ใช่ไหมครับ เพราะใช้นามสกุลจินดาวรรณ

จาก: กร
วันที่: 20/05/49 - 15:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29
มิตร ชัยบัญชา

จาก: พักรบ
วันที่: 20/05/49 - 22:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30



เรื่องเล่าก่อนเข้าวงการของสรพงษ์ ชาตรี
สรพงษ์ ชาตรี ชื่อนี้เป็นที่รู้กันดีว่าครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นพระเอกยอดนิยม ต่อจากสมบัติ เมทะนี เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยของสรพงษ์มีเยอะมาก เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความทรงจำของสรพงษ์มานาน ถ้าใครไม่ถามพี่เอกก็จะไม่บอก
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งพี่เอกยังเป็นสามเณรอายุแค่ 14 ปี เพราะความคลั่งไคล้กับการแสดง ของสามเณรพิทยา เทียมเศวต (สรพงษ์ ชาตรี)ที่แอบหนีออกจากวัด ไปเที่ยววัดภูเขาทอง โดยเปลี่ยนชุดสามเณรใส่หมวกไปเที่ยวงาน แถมยังแอบไปถ่ายรูปแล้วให้ร้านถ่ายรูปในงานวัดแต่งรูปให้มีผมปรกลงมา รูปนี้เป็นรูปที่สรพงษ์รักที่สุด และเอาติดกระเป๋าสตางค์ไว้ตลอดเวลาจนถึงทุกวันนี้ หลังสรพงษ์เที่ยวเสร็จ ก็กลับวัดมาใส่จีวรพระอย่างเดิม มาถึงเวลานี้สรพงษ์นึกถึงความผิดที่กระทำนั้น จุดนี้เป็นอีกจุดที่ทำให้สรพงษ์หันหน้าเข้าหาวัด สร้างโบสถ์สร้างวัด โดยเฉพาะวัดหลวงพ่อโตที่โคราช

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 22/05/49 - 15:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31



ข่าวจากนิตยสารดาราไทย
ปีที่ 4 ฉบับที่ 136 ประจำวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2501
เรื่อง การประสบอุบัติเหตุของกองถ่าย ชาติเสือ เป็นครั้งที่สอง
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2501 รังสรรค์ ตันติวงสื ผู้อำนวยการสร้างหนุ่มของทัศไนยภาพยนตร์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง ชาติเสือ ที่ถ่ายทำอยู่ที่โคกสำโรง ได้ประสบอุบัติเหตุระหว่างทางจากลพบุรีมากรุงเทพฯ เมื่อเช้ามือในวันที่ 15 มกราคม โดยรถเก๋งของรังสรรค์ได้ปะทะกับรถโดยสาร โยมีรังสรรค์ ตันติวงศ์ ผู้อำนวยการสร้าง แสวง ดิษยวรรธนะ ผู้ถ่ายภาพ สัมพันธ์ อุมากุล นักแสดงที่นั่งมาด้วย ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประมินทร์ จารุจารีตกับเรวดี ศิริวิไล ก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 22/05/49 - 15:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32
ข่าวจากหนังสือพิมพ์สารเสรี
ได้บอกเกล็ดข่าวเรื่องการแต่งงานของดอกดิน กัญญามาลย์ว่า ตลกร่างเล็กดอกดิน กัญญามาลย์ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์กับนางสาวบรรจง โดยมีพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล เป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2493

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 22/05/49 - 16:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33
แม่นาคพระโขนง ถ่ายทำที่บ้านโบราณหลังหนึ่งตำบลบางขุนเทียน ฉากงานทอดกฐินที่วัด ก็ได้ไปถ่ายทำที่วัดบางขุนเทียน แล้วยังทำการทอดกฐินจริงที่วัดด้วย โดยในการถ่ายทำและทอดกฐิน ทางเสน่ห์ โกมารชุน ได้บริการเรือรับส่งให้ผู้ร่วมจิตศรัทธาจอดรอรับที่ท่าเรือดาวคนอง ดังนั้นฉากงานทอดกฐินในเรื่อง แม่นาคพระโขนง ผู้เข้าฉากในหนังเป็นชาวบ้านที่มาทอดกฐินจริง ๆ ฉากนี้ถ่ายทำเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2502

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 25/05/49 - 21:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34
มิตร ชัยบัญชา

จาก: พักรบ
วันที่: 25/05/49 - 22:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35



เมขลา ซื้อสต๊อทช้อททำหนัง ฉากทิ้งระเบิดถล่มโตเกียว
เมขลา ของบางกอกกภาพยนตร์ ทุ่งทุนเงินแสนสั่งซื้อสต๊อค ช้อท จาก บริษัท โตเอะ ของญี่ปุ่น โดยการติดต่อของสุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ ซึ่งได้มีหนังสือแจ้งความจำนงไปยัง มร.ทากากิ แห่งโตเอะ ว่าในตอนต้นเรื่องของภาพยนตร์เรื่อง เมขลา มีฉากเครื่องบินทิ้งระเบิดถล่มมหานครโตเกียว โดยมี พิศมัย ประกบ อดุลย์ ฉากเผชิญภัยสงคราม เพื่อให้ฉษกนี้มโหฬาร และสมจริงที่สุด ทางคุณวิชิต โรจนประภา ผู้อำนวยการสร้างแห่งบางกอกภาพนตร์ก็ขอซื้อภาพฉากทิ้งระเบิดถล่มโตเกียว เป็นเงิน 1 แสน 2 หมื่นบาท มาใส่ในเรื่อง
สำหรับเมขลานี้ พิศมัยรับบทสาวญี่ปุ่นที่โดนพิษของสงครามทำให้หน้าเสียโฉมจากระเบิดนิวเคลียร์ ต้องพลัดพลากจากคนรักรับบทโดยอดุลย์ ดุลยรัตน์ แล้วเธอยังต้องพลัดพลากจากลูกสาวที่ชื่อเมขลารับบทโดยภาวนา ซึ่งมาอยู่กับผู้เป็นพ่อที่เมืองไทย ด้วยกลัวลูกจะติดเชื้อ กลัวลูกจะรังเกียรติ เลยเอาลูกไปอยู่กับญาติ แล้วเธอก็เก็บตัวไม่ยอมติดต่อใคร จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป เมขลาได้เติบโตอยู่ที่บ้านญาติ ก่อนที่ผู้เป็นพ่อซึ่งพยายามตามหาคนรัก ได้ไปรับตัวลูกสาวมาเลี้ยง พิศมัยผู้เป็นแม่ได้เดินทางเข้ามาหาลูกที่เมืองไทย พิศมัยได้รับการดูแลจากสมบัติ เมทะนี แม่ลูกเจอกันแต่ไม่สามารถบอกความจริงกันได้ อดุลย์แต่งงานใหม่ สุดท้ายชีวิตของพิศมัยยิ่งรันทด เมื่อแฟนใหม่ของอดุลย์กับลูกสาวพยายามทำร้ายเมขลา พิศมัยพยายามปกป้องลูกสาว จนถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าลูกแฟนใหม่ของอดุลย์ ทั้งๆที่ลูกสาวแฟนใหม่ของอดุลย์ ได้ประสบอุบัติเหตุเองจากการหกล้ม โดนมีดแทงเข้าตัวเอง พิศมัยกลัวลูกจะอับอายในใบหน้าตนเอง จึงยอมรับสารภาพผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ แต่สมบัติก็พยายาม สุดท้ายโดยการหาพยานของสมบัติ จนเจอคนเห็นเหตุการณ์ จึงช่วยพิศมัยมาได้ สามีเจอภรรยา แม่เจอลูก แล้วความรักของหนุ่มไทยกับสาวลูกครึงญี่ปุ่นก็ลงตัว นี่เป็นเรื่องย่อของเรื่อง เมขลา เป็นอีกผลงานหนึ่งของ เชิด ทรงศรี ในการประพันธ์เรื่องในนาม ธม ธาตรี ที่ถือว่าเยี่ยมยอดอีกเรื่องหนึ่ง

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 10:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36



เพชรา หวิดเสียโฉม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2510 ขณะที่เพชรานั่งรถจะไปถ่ายหนังเรื่อง พระลอ รถเกิดไปชนกับรถอีกคันหนึ่งอย่างแรง เพชราที่นั่งอยู่ด้านหน้า ศรีษะได้กระทบกับกระจกอย่างแรง แต่โชคดีที่ศรีษะของเพชราแข็ง ทำให้เป็นแปลตรงหน้าผากเล็กน้อย แต่กระจกหน้ารถแตกละเอียด ผีซ้ำด้ามพลอย วันนั้นต้องเข้าฉากฝึกฟันดาบกับเยาวเรศ นิสากร ดาราหน้าคล้ายเพชราอย่าง เยาวเรศ แกว่งดาบไปมา ไปเฉี่ยวโดนผิวหนังของเพชรา จนเลือดไหลอีก ต้องส่งตัวไปทำแผลที่โรงพยาบาล

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 10:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37



เบื้องหลังฉากในหนัง เรือนแพ (2503)
อัศวินภาพยนตร์ ได้มุ่งสู่เวียงเหนือ (เชียงใหม่) ก่อนวันสงกรานต์ 13 - 14 เมษายน 2503 ที่เชียงใหม่ เพื่อไปถ่ายภาพยนตร์เรื่อง สุดชีวิต นักแสดงที่ร่วมเดินทางด้วยมี คุณปริม บุนนาค,พูลสวัสดิ์ ธีมากร ที่เป็นผู้ถ่ายภาพ,ดอกดิน กัญญามาลย์,สุพรรณ บูรณะพิมพ์และไชยา สุริยัน โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล เสด็จทรงดูแลอย่างใกล้ชิด
นอกจากจะไปถ่ายเรื่อง สุดชีวิต แล้วยังประเดิมเปิดกล้องเรื่อง เรือนแพ ที่น้ำตกแม่กลางและที่ออกหลวง ในวันที่ 16 เม.ย.2503 นักแสดงที่เข้าฉากมี ส. อาสนจินดากับจรี อมาตยกุล ในการเดินทางครั้งนี้นักแสดงทั้งหมดจะพักอยู่ที่โรงแรมสุขสวัสดิ์ เชียงใหม่ ด้าน ส. อาสนจินดา นอกจากจะถ่ายเรื่องเรือนแพ ตนเองยังไปถ่ายเรื่อง ลูกจ๋า ให้กับประมวล จรัสตระกูล โดยให้คิว 13 - 14 เม.ย. อันเป็นฉากสงกรานต์ มี วิไลวรรณ วัฒนพานิช,เทียชัย สุทรการันต์,อดุลย์ ดุลยรัตน์,ประมินทร์ จารุจารีต,กรองจิตต์ เตมีย์ศิลปิน ร่วมเข้าฉาก โดยมี ส. อาสนจินดา ทำหน้าที่กำกับการแสดง
ดังนั้นในช่วงสงกรานต์ปี 2503 มีหนังไทยไปถ่ายทำที่เชียงใหม่ช่วงสงกรานต์ถึง 3 เรื่อง คือ สุดชีวิต , เรือนแพ และ ลูกจ๋า เสียดายหนังหลายเรื่องไม่มีฟิล์มแล้ว ถ้ามีเราคงเห็นบรรยากาศสงกรานต์เชียงใหม่ในหลายมุมจากหนัง 3 เรื่องเลยทีเดียว


จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 11:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 38



วันเปิดกล้องหนัง มือโจร (2503)
วิจิตร คุณาวุฒิ ได้เริ่มเปิดกล้องหนัง ในมือโจร (ชื่อเดิม) เมื่อวันที่ 9 เมษายน เวลา 14.00 น. ที่บ้านพักของมานิต ศรีสาคร ในซอยอนุสาวรีย์ นักแสดงที่เข้าฉากแรกของหนังก็คือ ประจวบ ฤกษ์ยามดี กับเยาวลักษณ์ มณีเดช นางเอกของเรื่อง มีนงเยาว์ สุวรรณสมบูรณ์ ผู้สำเร็จการออกแบบเครื่องแต่งกาย แต่งผมและแต่งหน้าจากอเมริกา และปารีส มาทำหน้าที่ออกแบบทรงผมให้ เยาวลักษณ์ แล้วตั้งชื่อทรงผมนี้ว่า เยาวลักษณ์ โดยเอาชื่อของนางเอกมาเป็นชื่อทรงผม

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 11:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 39
ขอบคุณมากค่ะ ทำให้รู้สึกว่าได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลย มีอะไรเล่าให้ฟังอีกนะคะ อยากทราบเรื่องของดาราสุดโปรดด้วยค่ะ(ถ้ามี)

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 04/06/49 - 19:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 40
..อยากทราบข่าวที่เกี่ยวกับการตายของผู้จัดการคุณทูน หิรัญทรัพย์ ตอนนั้นผมเด็กมากๆ เป็นเรื่องคาใจมาตลอด สาเหตุในเบื้องลึกเกิดจากอะไรครับ และใครคือผู้บงการ ขอเนื้อข่าวหรือคำบอกเล่าก็ได้นะครับโดยละเอียด ขอบพระคุณพี่มากครับ..

จาก: ป๊อก
วันที่: 04/06/49 - 21:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 41
ครั้งแรกของการไหว้ครูของพิศมัยในวงการภาพยนตร์
สมัยอดีตการไหว้ครูเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวงการบันเทิง เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยเรื่องนี้น่าสนใจ สำหรับพิศมัยหลังเข้าสู่วงการหนังไทย ในเรื่อง การะเกด เมื่อปี 2501 ก่อนหน้าพิศมัยเคยแต่ไหว้ครูที่กรมศิลป์ แต่ครั้งนั้นถือเป็นครั้งแรกที่พิศมัยเข้าพิธียกครู โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2503 สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ผู้อำนวยการสร้างสหนาวีไทย ได้ทำการจัดพิธียกครูและบวงสรวงดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ขึ้นที่สำนักงานภาพยนตร์สหนาวีไทย ครั้งนั้นมีนักแสดงมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ แสน สุรศักดิ์,หม่อมราชวงศ์ประสิทธิ์ศํกดิ์ สิงหรา,งามตา ภพงษ์ และพิศมัย วิไลศักดิ์ สิ่งที่แปลกที่สุดในครั้งนั้นก็คือมีผู้หญิงคนหนึ่งได้เป็นผู้เข้าทรงและสามารถตรวจสอบโชคชะตาราศีพยากรณ์ชีวิตให้กับนักแสดงทุกคนอีกด้วย

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 23:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 42
ขอบคุณอย่างสูงค่ะ

จาก: จุฑามาศ-จุ
วันที่: 05/06/49 - 11:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 43
พอทราบไหมค่ะ ว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนถึงชีวิต หรีอพิการ ในระหว่างถ่ายทำ ใครรับผิดชอบค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 06/06/49 - 18:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 44
ตอบคุณจุ
ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับกองถ่ายมาหลายกอง พอจะทราบว่าเป็นเช่นไร มีอย่างนี้ครับ ถ้าเป็นทีมงานในกองด้วยกองถ่ายทำภาพยนตร์จะเป็นประเภทว่าจ้างมาเฉพาะกิจ เป็นเรื่อง ๆ ไป เช่น ทีมเครื่องไฟ ฝ่ายเสื้อผ้า ฝ่ายทำฉาก ทำพล๊อบ นักแสดงประกอบ ทั้งหมดจะมีบริษัทดูแลอยู่แล้ว ด้านดาราทางบริษัทผู้สร้างจะดูความเสี่ยง ถ้าดาราเสี่ยงสูงก็จะทำประกันชีวิตให้ แต่ธรรมดาการออกกองทุกครั้งจะมีการประกันทีมงานอยู่แล้ว ถ้าเกิดเหตุถึงตายหรือพิการ ทางบริษัทสร้างหนังก็จะมาดูแลถ้าเป็นอุบัติเหตุระหว่างการถ่ายทำ อย่าง จา พนม และนักแสดงในหนัง องค์บาก เกิดมาลุย ต้มยำกุ้ง ทุกคนจะได้รับการประกันชีวิตสูงทุกคนครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/06/49 - 19:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 45
ขอบคุณมากเลยค่ะ เรื่องนี้พอทราบมาบ้าง แต่ไม่ละเอียดเท่านี้ อ่านแล้วสงสารท่านจัง กว่าจะเป็นศิลปินที่ให้ความบันเทิงกับประชาชนแต่ส่วนลึกของจิตใจกับย่ำแย่ ยิ่งกว่าหนังหรือละครที่จำลองมาแสดง
ผ่านมา 67ปี ในชีวิตของท่าน ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ ตลอดไปเทอด

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 07/06/49 - 18:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 46



ใครรู้รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับลุงหนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยาบ้างคะช่วยโพสบอกด้วยนะคะขอรบกวนด้วยค่ะ(แฟนคลับลุงหนิง)

จาก: น้องมุมิ
วันที่: 07/06/49 - 18:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 47
เรื่องราวของ จิ๋ม ปฎิมา มนุษย์ยักษ์ของวงการหนังไทย เมื่อก่อนที่จะเสียชีวิต ไปอย่างไร้ซึ่งคนเหลียวแล
เพื่อน ๆ หลายคนคงไม่ลืม เขา จิ๋ม ปฎิมา มนุษย์ยักษ์ที่มีร่างกายสูงใหญ่ ความสูงของเขากว่า 2 เมตร เล่นหนังมาก็หลายเรื่อง ก่อนที่จะมรณะภาพ พระสุรศักดิ์ หรือชื่อก่อนบวช สุรศักดิ์ สุดประเสริฐ ต้องเผชิญกับโชคชะตาที่สุดรันทด นี่เป็นคำพูดของท่านเมื่อครั้นบวชเป็นพระ
"ทางบ้านเขาบนไว้ตอนป่วยน่ะแล้วก็มีข่าวลือเยอะด้วยว่า อาตมาเสียชีวิตแล้ว ประกอบกับเข้าเบญจเพศด้วย ปรึกษากันแล้วก็เลยบวชดีกว่า ทั้งเพิ่งเมื่อปีที่แล้วนี่เอง กะว่าจะบวชสัก 15 วันหรือเดือนหนึ่งนี่แหละ"
"ก่อนเข้าโรงพยาบาล ก็ไม่สบายอยู่ที่บ้านสองสามเดือนแล้ว มันไม่แรงเอาเลย นี่น้ำหนักลดไปตั้งสิบกิโล ไปอยู่โรงพยาบาลรามาอีกสามเดือน ดีว่าได้อาจารย์เทพ (รองศาสตราจารย์เทพ ภีมะทองคำ) รับอุปการะรักษานะ ไม่งั้นก็ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลหรอก นี่ก็ยังไม่รู้ว่าทางโรงพยาบาลเขาจะคิดอีกเท่าไหร่ค่ายา ค่าอะไรน่ะ"
"เป็นหลายโรค ต่อมความเจริญเติบโตผิดปรกติ เนื้องอกในสมอง กับที่หนักหน่อยก็เบาหวาน ต้องฉีดยาทุกวันไปตลอดจนกว่าจะหายขาดซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นตลอดชีวิตก็ได้"
"ยาฉีดนั้นหลอดละ 260 บาท หลอดนึงฉีดได้ 2 - 3 วัน ก็ตกสัปดาห์ละพันกว่าบาทได้ล่ะครับ ยิ่งตอนนี้ออกทำงานไม่ได้ก็ยิ่งแย่ไปใหญ่เลยนะครับ" เมื่อถามถึงตอนป่วยมีใครในวงการมาดูแลหรือไม่ ท่านก็ตอบว่า
"ไม่มีหรอก เขาอาจจะไม่รู้ หรือรู้แล้วไม่สนใจก็ได้ ผมก็ไม่ได้หวังอะไรจากใครหรอก ไม่เคยออกปากขอความช่วยเหลือใครด้วย ทำไงได้ล่ะเราไม่เคยทำอะไรไว้ให้ใคร เขาจะมาช่วยเหลือเราทำไม ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา อาตมาปลงซะแล้ว" อาจจะเป็นเพราะเขาไม่รู้หรือไม่ คำตอบจากท่านคือ "พี่สันติ เศวตวิมล ที่ไทยรัฐให้ลูกน้องมาถ่ายรูปผมนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อ 20 มกราคม (2525) ไทยรัฐลงแล้วมีหรือว่าเขาไม่รู้ แต่เขามีน้ำใจกันหรือเปล่าเท่านั้น"
ถามถึงการก้าวเข้าสู่วงการ "วิน วันชัย รู้จักกันมานานแล้วพาไปฝากกับคุณไพรัช สังวริบุตร ก็เลยได้เล่นเรื่อง แก้วพิศดาร มีนรา นพนิรันดร์เป็นพระเอก แต่คนมารู้จักมากก็เรื่อง มนุษย์ประหลาด แสดงกันมาแทบทุกเรื่อง พอตอนหลังชักลืม ๆ เรา อาตมาไม่ได้แสดงหนังมาตั้งแต่ปี 2523 แล้ว จนไปบวชทีแล้ว สึกออกมาไปเล่นหนังรับเป็นรายวันเรื่อง ซุปเปอร์เก๋า กับเหนือธรณี ช่วงไม่มีงานครอบครัวอาตมาคือ พ่อ แม่ น้อง ๆ น่ะ เขาเลี้ยงตัวเองกันได้อยู่หรอก อาตมาก็ได้อาศัยไปร้องพลง เป็นโฆษกกับวงดนตรีรุ่งนิรันดร์บ้าง บางทีก็นอนที่นั่นเสียเลย เคยตั้งตลกคณะจิ๋ม โจโจ้ก็อยู่ได้ไม่นานอีก ดวงคงไม่ค่อยดีน่ะ"
นี่เป็นบทสัมภาษณ์ของจิ๋ม ปฎิมา สมัยที่บวช ครั้งสุดท้าย จากนั้นไม่นานก็เสียชีวิต

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 08/06/49 - 17:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 48
คุณชัยโรจน์ค่ะ คุณลมูล อติพยัคฆ์ ท่านทำงานด้านหนังสือพิมพ์หรือด้านอะไรค่ะ อยากทราบมากเลยค่ะ ชื่อท่านฟังแล้วคุ้นๆแต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 08/06/49 - 17:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 49
คนนี้ผมจำได้ตอนเด็ก เห็นเขาถ่ายรูปกับ ยอดชาย-ภาวนา ขนาดยอดชาย สูงตั้ง 182 ยังถึงแค่บ่าแกเลย รู้สึกจะเป็นหนังเรื่อง สิงห์ดง ของ วิน วันชัย ประมาณปี 2517 เป็นหนังเรื่องแรกของแก ตอนนั้นอายุ 17 ปี ความสูง 221 ซ.ม.หรือ 7 ฟุต 4 นิ้วกว่า เรื่องเหมือนฝัน(2519)ก็มีแกเล่น ออกมาฉากเดียวตอนช่วงท้ายถูกพระเอกนาท ตีตาย ยังมีวีซีดี ขายอยู่ หายากหน่อย มีหนังของเชาว์ มีคุณสุต ถ้าจำไม่ผิด สมัย สรพงษ์-พอเจตน์ จำชื่อเรื่องไม่ได้ ที่เป็นเด็กในค่ายมวยที่สรพงษ์หรือพอเจตน์ฝึกมวยอยู่ รู้สึกแกจะอายุสั้นนะครับ ตอนตายอายุยังน้อยอยู่ ใช่ 25 ปีหรือเปล่าไม่แน่ใจ

จาก: อ๊อด
วันที่: 08/06/49 - 17:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 50
ตอบคุณจุ อาลมูล เป็นคนหนังสือพิมพ์ครับพวกเราจะเรียกว่า ผู้สื่อข่าวบันเทิง เป็นผู้สื่อข่าวบันเทิงยุคเกือบต้น ๆ รุ่นไล่เลี่ยกับ ป๋า ส. อาสนจินดา เป็นเจ้านิตยสารโลกดารา เขียนหนังสือบันเทิงหลายเล่มครับ ท่านเสียชีวิตไปแล้ว ยุคนั้นผู้สื่อข่าวบันเทิง ที่เป็นระดับเจ้าของหนังสือหรือมีชื่อเสียง ก็มี คุณสุรัจน์ พุกกะเวส เจ้าของนิตยสารดาราไทย เริ่มผลิตเมือปี พ.ศ.2497 ส่วนโลกดารา เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2513 นักข่าวท่านอื่น ๆ ก็มี กมลพันธ์ สันติธาดา ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ ทำงานอยู่ที่นิตยสารภาพยนตร์บันเทิง เจ้านิตยสารสตาร์พิค ก็ออกนิตยสารดาราภาพ เมื่อปี พ.ศ.2511 มาหยุดเอาปี 2516 ส่วนสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2507 โดยคุณสุรัจน์ พุกะกะเวส สานงานต่อทำการจัดงานประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทอง สำหรับผู้ก่อตั้งงานประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทองพระราชทาน คือสมาคมหอการค้าไทย ที่จัดงานขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2501 ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 08/06/49 - 18:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 51
คุณลมูล แต่งนิยายเรือง ฉุยฉาย ซึ่งมีบางส่วนน่าจะนำมาจากชีวิตของคุณพิศมัย วิไลศักดิ์ ด้วยครับ

จาก: อิท
วันที่: 08/06/49 - 22:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 52
ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 09/06/49 - 10:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 53



กับข่าวตรงนี้จะเป็นข้อสรุปเกี่ยวกับที่ผมเคยเขียนไว้ว่า ทำไมไชยาจึงไม่ได้ความนิยมจากผู้สร้าง อันเนื่องมาจากการไม่ตรงต่อเวลาของไชยา
ข่าวจากนิตยสาร ดาราไทย ฉบับวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507
เรื่อง มิตร - ไชยา พบกันใน เก้ามหากาฬ
วงการภาพยนตร์พากันวิจารณ์อย่างอึงคนึง เมื่อสองสิงห์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งจอเงินโคจรมาประชันบทบาทกันเป็นครั้งแรก อย่างที่ไม่ปรากฎมาเลยในภาพยนตร์เรื่องใด นั่นคือการพบกันระหว่าง มิตร ชัยบัญชา ดาราฝ่ายชายหมายเลขหนึ่ง กับ ไชยา สุริยัน พระเอกหน้าหยกดาราตุ๊กตาทอง ใน เก้ามหากาฬ ของ ส. เนาวราช ภาพยนตร์ยิ่งใหญ่ต้อนรับตรุษจีนของ วัชรภาพยนตร์
ส. อาสนจินดา ผู้กำกับการแสดงกล่าวว่า ไชยา เหมือนม้าพยศ ซึ่งผู้สร้างภาพยนตร์หลายคนส่ายหน้าเอือมระอามาแล้ว แต่เมื่อรู้ว่าเรื่องนี้จะต้องเล่นคู่กับมิตร - ไชยา กลับคลายพยศไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาตั้งอกตั้งใจฝึกซ้อมสุดฝีมือ แม้แต่ฉากเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นเดินผ่านประตู ไชยายังต้องซ้อมแล้วซ้อมอีก ถึงสิบครั้งกว่าจะยอมให้ถ่าย ไม่มีเรื่องไหนอีกแล้วที่ไชยา จะแสดงได้เยี่ยมยอดกว่านี้ ส่วนมิตรนะหรือครับ เรื่องนี้มิตรต้องแสดงเป็นมนุษย์เก้าชีวิต เก้าคาแร็คเตอร์ บอกสั้น ๆ ก็คงรู้ว่าร้ายเพียงใด"
ส. อาสนจินดากล่าว อันเป็นเครื่องยืนยันเกี่ยวกับเรื่องราวของไชยา สุริยันที่ผมเคยกล่าวเอาไว้ว่า เขาเป็นพระเอกคนแรกที่ถูกขนานนามให้เป็น คุณชายสายเสมอ เพราะไชยา เป็นหม่อมราชวงศ์ เลยได้ฉายานี้ ก่อนที่ วรุฒ วรธรรมจะได้ในยุคต่อไป

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 10/06/49 - 20:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 54



จำคุก ลือชัย 6 ปี 8 เดือน
เป็นข่าวฮือฮาเมื่อปี 2503 โดยเนื้อข่าวมีอยู่ว่า
ภายหลังจากพระเอกลักยิ้มแห่ง กงกรรม ผู้นี้ มีข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ในคดีฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา ซึ่งเขาตกเป็นจำเลยของศาลทหารกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2503 นั้น
บัดนี้ศาลได้พิจารณาพิพากษาคดีแล้ว ให้ลงโทษจำเลยโดยการจำคุก 15 ปี แต่เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคน คงลดโทษลงเพียง 2 ใน 3 จำคุกเพียง 10 ปี และเนื่องจากว่าจำเลยได้ให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่มาก ศาลจึงปรานีเหลือจำคุก เพียง 6 ปี 8 เดือน
แล้วนับแต่ฟังการพิจรณาเมื่อเดือนธันวาคม 03 เป็นต้นมา เหมือนเป็นการสิ้นสุดความดังของเขาไป แล้วลือชัยก็หายหน้าไปจากวงการ จนปรากฎกายอีกครั้งเมื่อปี 2507

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/06/49 - 8:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 55



เบื้องหลังการถ่ายทำ ภ.เรื่อง เรือนแพ
ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง เรือนแพ ฉบับไชยา สุริยัน แสดงกับมิส มาเรีย จาง เห็นภาพสวย ๆ หลายภาพ คงอยากจะรู้เขาถ่ายทำกันที่ไหนใช่ไหมครับ นี่เป็นเบื้องหลังการถ่ายทำเมื่อปี 2503
เรือนแพ เริ่มถ่ายทำตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2503 เริ่มต้นด้วยซีนบ้านของมาเรีย จาง เป็นซีนแรก ผู้แสดงที่เข้ากล้องในวันแรกคือ มาเรีย จาง สถาพร มุกดาประกร และสมจิตต์ ทรัพย์สำรวย
ต่อมาเป็นซีนภายในร้านศุภลักษณ์ ซึ่ง เฉลิม พันธ์นิล ได้จำลองขึ้นในโรงถ่ายอัศวินที่หนองแขม ผู้แสดงมี มาเรีย จาง ไชยา สุริยัน ส. อาสนจินดา และเชาว์ แคล่วคล่อง สถาพร มุกดาประกร สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย และเกษม มิลินทจินดา ใช้ฟิล์มถ่ายทำไปแล้ว 8,000ฟิต ขณะนี้ได้ส่งฟิล์มที่ถ่ายทำไปแล้ว ส่งไปยังบริษัทนากาเซ ในประเทศญี่ปุ่น เพื่อล้างและส่งเวิร์คปรินท์กลับมาติดต่อทางเมืองไทย โดยการลำดับภาพเป็นหน้าที่ของ อำนวย กลัสนิมิ หลังจากเสร็จซีนเรือนแพ ที่สร้างฉากในโรงถ่ายอัศวินแล้ว ก็จะหยุดการถ่ายในโรงถ่ายชั่วคราวเพื่อสร้างฉากใหม่ และกำหนดถ่ายซีนเอาท์ดอร์ที่ ถนนเพชรบุรี เป็นฉากหน้าร้านศุภลักษณ์ และวัดบางแห่งในพระนคร และฉากประกอบเพลง สายชล อันเป็ฯเพลงเอกเพลงหนึ่งในภาพยนตร์ ซึ่งประพันธ์โดยประสิทธิ์ พยอมยงค์และชาลี อินทรวิจิตร การถ่ายทำจะเสร็จประมาณ 11 ธันวาคม กำหนดข้อตกลงในสัญญามาเรีย จาง และจินฟง จะต้องเดินทางกลับไต้หวันและฮ่องกงายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้


จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/06/49 - 8:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 56
ประมวลเหตุการณ์อันสาเหตุให้ลือชัยต้องถูกศาลสั่งจำคุกฐานพยายามฆ่า
เสียงปืนที่กัมปานาทขึ้นในกลางดึกของคืนวันหนึ่ง ได้ปลุกให้ชาวบ้านย่านถนนราชปรารภ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 2503 ต้องตืนขึ้น บริเวณใกล้หัวถนนดินแดง ชาวบ้านพากันอกสั่นขวัญกระเจิงไปตาม ๆ กัน ที่โณงแรมรัตนพิทักษ์ อันเป็นที่เกิดเหตุ ลือชัย นฤนาท พระเอกตุ๊กตาทอง คนแรกของเมืองไทย ได้พาพวกบุกเข้ายิง นายเชิง มงคล ซึ่งพักอยู่ ณ โรงแรมนั้น ได้รับบอดเจ็บล้มคว่ำลง แล้วลือชัยกับพรรคพวกของเขาก็โดดขึ้นรถจิ๊บหายไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามได้ความแน่ชัดแล้ว จึงรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลตำรวจ และได้แบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่ง รุดไปติดตามพระเอกดาราตุ๊กตาทอง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้พร้อมด้วยลูกน้องคู่ใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวขณะที่ลือชัย นฤนาท กำลังอยู่กับมิสคู่มี่ เพื่อนนอนของเขา
ก่อนหน้านี้ลือชัยก็มีปัญหากับพี่เลี้ยง สุพรรณ พราหมณ์พันธ์ ถึงขนาดตัดสัมพันธ์ความเป็นลูกพี่และลูกน้องกัน จนลือชัยได้หันมาสร้างหนังเองในเรื่อง กงกรรม เหตุการณ์เกิดระหว่างที่เขาถ่ายทำหนังไปได้ 60 เปอร์เซนต์ ลือชัยเลยขอประกันตัวออกมาสู้คดี ก่อนจะถึงวันรอฟังคำพิพากษา หลังฟังคำพิพากษาเสร็จลือชัยมีสีหน้าเผือดซีดและอยู่ในอาการเงียบหงอยไปชั่วขณะ
นี่เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้มิตร ชัยบัญชา กลายเป็นพระเอกที่ได้รับความสนใจจากผู้สร้างอย่างมากแม้แต่สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ ที่เคยมองข้ามมิตร ชัยบัญชาไป แต่ก็ไม่สามารถนำมิตรมาแสดงหนังให้ตนเองได้ จนต้องให้จรี อมาตยกุล ทาบทามมิตรมาเล่นในหนังเรื่อง ครุฑเพชร นอกจากเรื่องของลือชัย ไชยาที่ก้าวขึ้นมาแทนลือชัยก็เกิดมีปัญหากับผู้สร้างหลายท่าน เป็นอีกส่วนที่ทำให้มิตรก้าวสู่ความนิยมอย่างรวดเร็ว

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/06/49 - 9:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 57



ความคิดเห็นที่ 55

คุณไชยา สุริยันนี่ ท่านเป็นแค่เป็นหม่อมหลวงไม่ใช่เหรอครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 12/06/49 - 12:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 58



ใช่ครับขอโทษทีให้ฐานันดรผิดไปครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/06/49 - 12:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 59
ตอนนี้มีงานเฉลิมฉลองเอาแบบให้เข้าบรรยากาศหน่อย.....
ในอดีตมีเสก็ดข่าวด้านความรักบ้างไหมเอ่ย....(เอ. เกี่ยวกันหรือเปล่า)

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 15/06/49 - 12:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 60



เรื่องของความรัก...เอาข่าวใหญ่ไปเลยละกัน....ประชาชนหลายหมี่นคนเดินทางไปร่วมงาน พระราชทานเพลิงศพ มิตร ชัยบัญชา ณ.วัดเทพศิรินทราวาส กทม ในวันพฤหัสที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. จนทำให้ต้นไม้ สวนประดับโดยรอบบริเวณวัดฯ พังราบในพริบตา...

จาก: พักรบ
วันที่: 25/06/49 - 15:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 61
รักมิตร...แต่ต้นไม้ตายงานหนักของ กทม. ในยุคนั้น ข้าพเจ้าเพิ่งจะ6-7ขวบ ในรูปเห็นมีคนถือ ธงชาติไทยกันในกระบวนแห่ ดูเป็นงานระดับชาติเลยนะคะ ช่วยเล่าบรรยากาศและอารมญ์ของเหตุการณ์ให้อ่านบ้างนะคะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 25/06/49 - 18:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 62



มิตร ชัยบัญชา คือ พระอกหนังไทย ที่ถือได้ว่ามีธงชาติไทยติดอยู่ที่หน้าอก เพราะว่าด้วยความขยัน อดทน ต่อหน้าที่ ต่ออาชีพ ทำให้เกิดความนิยมหนังไทย สามารถทำลายสถิติรายได้ที่หนังฝรั่งทำไว้ได้เสมอๆๆ ดังนั้นเมื่อต้องมาตายในหน้าที่ ตายคากองถ่าย ตั้งแต่ยังหนุ่ม ประชาชนจึงเสียใจและไปร่วมงานไว้อาลัยอย่างมากมาย และทุกวันนี้ คนไทยก็ยังไม่ลืม มิตร ชัยบัญชา....พระเอกหนังไทยตัวจริง...เพราะตลอดชีวิตของเขา ไม่เคยไปทำอย่างอื่น นอกจากเล่นหนังแต่เพียงอย่างเดียว....
และตายคากล้องถ่ายหนัง...ในที่สุด....

จาก: พักรบ
วันที่: 25/06/49 - 22:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 63
ขอบคุณมากค่ะ ยิ่งเห็นรูปแล้ว ท่านเสี่ยงเกินไป หน้าจะมีอะไรป้องกันหน่อยนะคะ ทำไมไม่มีใครคิดกันบ้างณ.เวลานั้น

จาก: จุ
วันที่: 26/06/49 - 10:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 64



ภาพถ่ายนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน เพราะจะมองเห็นได้จากภาพว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นทุ่งโล่งกว้าง...ไม่ได้เป็นกอไม้ กอไผ่ หรือยอดตาล ตามที่ได้ถูกโกหกมาตลอด เพื่อช่วยเหลือคนบางคนให้พ้นผิด......เรื่องมันซับซ้อนครับ.....น่าเสียใจจริงๆๆๆ..............

จาก: พักรบ
วันที่: 26/06/49 - 11:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 65
คุณจุ เรื่องป้องกัน เขาว่าเตรียมไว้แล้วหลายด้าน ทั้งแสตนอิน ,มุมกล้อง แต่ตัวสแตนอินลืมเอาเสื้ออินทรีแดงมา พอดีมิตรมีอยู่ก็เลยถ่ายเองเลยและตัวเขาต้องการแสดงเองด้วย เพื่อให้ดูสมจริง ตอบแทนประชาชน แล้วก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านอีกเลย เท็จจริงอย่างไร คุณพักรบ จะตอบได้ดีกว่าผมแน่นอนครับ ภาพนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ เพราะดูมิตรอยู่ห่างจากพื้นไม่มาก ไม่เหมือนกับภาพที่เขาถ่าย เอามาออกทางสื่อกัน ภาพนี้เป็นตอนที่เครื่องบินเพิ่งเริ่มบินขึ้นไปใช่ไหมครับ ผมข้องใจอยู่อย่าง ตามหลักเขาต้องให้คนโหนบันไดลิง เหยียบบันไดด้วย แต่ในข่าวบอกว่าเหยียบพลาด เมื่อพลาดแล้วทำไมไม่ยอมคัท ถ่ายใหม่ หรือการให้สัญญานทำไม่สะดวกเหมือนปัจจุบัน แล้วในข่าวยังบอกว่า มิตรใช้มือทั้ง 2 ข้าง จับบันไดคนละขั้นกัน คือข้างนึงจับขั้นที่ 3 อีกข้างจับขั้นที่ 4 อย่างนี้มันก็แย่ตั้งแต่เริ่มขึ้นไปแล้ว หรือในบทให้เป็นแบบนนั้น แล้วที่อดุลย์ ดุลยรัตน์ บอกว่าถ้าเขาอยู่ด้วย คงไม่เป็นแบบนี้ หมายความว่า มิตร เขายอมฟังอดุลย์หรือครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 26/06/49 - 13:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 66



ขอขอบคุณ คุณอีอด มากๆๆ ครับที่สงสัยเรื่องนี้ เป็นความสงสัยที่ตรงประเด็นมาก ท่าทางการแสดงในรูปที่ผมส่งมาให้ดู เป็นท่าทางการแสดงที่ถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดพลาด การถ่ายทำจึงไม่ถูกยุติ ในขั้นตอนของการถ่ายทำนั้น คุณมิตรกำหนดไว้ว่า ให้นางเอกขับเครื่องบิน "โฉบ" มารับตัวอินทรีแดง คุณมิตรต้องกระโกะห้อยโหน เท้าไม่เหยียบบันได เพื่อให้ดูตื่นเต้น หนีมาได้อย่างหวุดหวิด .....เรื่องมันยาวครับ เอาไว้มาคุยกัน...ตอนนี้ดูบอลก่อน........

จาก: พักรบ
วันที่: 26/06/49 - 22:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 67
ขอถามคุณชัยโรจน์ หน่อยคับ อยากรู้ประวัติส่วนตัวของคุณ
ไชยา สุริยัน หน่อยคับ อยากเห็นรูปด้วยคับ

จาก: วัยรุ่น
วันที่: 28/06/49 - 17:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 68



ไชยา.....รูปนี้พึ่งเล่นหนัง.......

จาก: พักรบ
วันที่: 28/06/49 - 19:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 69
ใครมีสะเก็ดข่าวตลกๆ เล่าให้ฟังบ้างนะคะ(มีแต่ข่าวเศร้าๆเฮ้อ)

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 28/06/49 - 22:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 70
ความคิดเห็นที่ 13
อยากทราบประวัติชีวิตปัจจุบันของ ไชยา สุริยัน
เกียวกับรายละเอียดส่วนตัวของท่านชีวิตครอบครัว
ของท่านนะ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยนะคับ สนใจมากเลย

จาก: ชอบอ่าน
วันที่: 29/06/49 - 16:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 71



ข่าว...ตลก... มิตร ชัยบัญชา ควงคู่ พิศมัย วิไลศักดิ์ แสดงนำใน นางสาวโพระดก .....และพระเอกต้องทำหน้าตลกๆๆ มาก ๆๆ ในหนังด้วย..ดูกันเอาเองว่า ตลก...ขนาดไหน

จาก: พักรบ
วันที่: 29/06/49 - 20:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 72
ขอรูปอรัญญา นามวงศ์ในเรื่องอีแตนตอนที่ระบำไก่ด้วยครับ

จาก: เชิด
วันที่: 29/06/49 - 20:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 73
ขอทราบสะเก็ดข่าวของไชยาด้วยค่ะ ชีวิต นิสัยส่วนตัว ข่าวในอดีด
แล้วทำไมหายไปจากวงการเลยคะ ช่วงสุดท้ายในชีวิตท่านเป็นไง
บ้างคะ

จาก: เกล้าลัด
วันที่: 30/06/49 - 1:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 74
ขำกลิ้ง.......แล้ว มี้ตลกอยู่ไหนเอ่ย...น่ารักดีค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 30/06/49 - 10:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 75



คุณหมัย เขามีแต่ กุ๊กกิ๊ก....น่ารัก...ดูแล้วอมยิ้ม.....

จาก: พักรบ
วันที่: 01/07/49 - 21:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 76
รู้สึกว่ากระทู้สะเก็ดข่าวบันเทิงไม่มีการเล่าต่อเลยค่ะ พี่ท่านใดพอจะ
มีสะเก็ดข่าวในอดีตช่วยสานต่อ หรือเล่าเรื่องราวให้ฟังบ้างนะค่ะ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 30/07/49 - 18:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 77
อยากเห็นปริม ประภาพร

จาก: กรม
วันที่: 30/03/54 - 20:46 น.
IP Address: 58.8.147.xx
ความคิดเห็นที่ 78
ขอบคุณคห.37 38 และ 55 ที่บันทึกเกร็ดเบื้องหลังเรือนแพ และมือโจรที่คงหาที่ไหนไม่ได้แล้วใส่ไว้ในเว็บ...

จาก: นวิน
วันที่: 03/04/54 - 23:32 น.
IP Address: 202.57.173.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab