Search Latest Topics | Create New Topic  
เชิด ทรงศรี ถึงแก่กรรม
เชิด ทรงศรี เสียชีวิตเมื่อประมาณ 4 นาฬิกา วันนี้
มีพิธีรดน้ำศพ ที่ ศาลา 14 วัดเทพศิรินทราวาส เวลา 16.00 น วันนี้่ (20 พ.ค.)

ขอแสดงความอาลัยและตั้งจิตอธิษฐานให้ท่านจงไปสู่สุคติ
ขอเชิญชวนร่วมอาลัย

จาก: ลุงจอ
วันที่: 20/05/49 - 9:55 น.
หัวข้อที่: B308
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
ผมดูหนังเรื่องสุดท้ายของท่านคือ"อำแดงเหมือนกับนายริด"
ดูรอบปิดโรง"เอเธนส์" ด้วย
ขอร่วมไว้อาลัยครับ

จาก: ปี๊ป
วันที่: 20/05/49 - 10:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2
ขอแสดงความไว้อาลัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยครับ

จาก: โต้ง
วันที่: 20/05/49 - 14:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3
ผลงานของท่านจะยังคงอยู่ สำแดงความเป็นไทยต่อไป
ขอร่วมไว้อาลัยครับ

จาก: nuttorn
วันที่: 20/05/49 - 22:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4



คุณเชิดไม่ไปไหนหรอกนะ......อยู่ที่หอภาพยนตร์นี่แหละ.

จาก: พักรบ
วันที่: 20/05/49 - 22:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
ขออำนาจคุณพระรัตนตรัย โปรดนำดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติ
คุณเชิดเป็นเจ้าของผลงานหลายเรื่องที่ผู้เขียนมีโอกาสชม และเป็นคุณพ่อเพื่อนของเพื่อนคนหนึ่งของผู้เขียนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผู้เรียนสาขาเดียวกัน แต่คนละที่ โดยผู้เขียนไม่รู้จักคุณเชิดและเพื่อนของเพื่อนคนนั้นเป็นการส่วนตัว
ผลงานของคุณเชิดที่ผู้เขียนได้ดูและชอบที่สุดคือ เพื่อน-แพง โดยก่อนไปดูเรื่องนี้ก็ได้ฟังละครวิทยุด้วย เลยยิ่งประทับใจมาก ผู้แสดงในเรื่องนี้คัดเลือกลงตัว เสียดายที่คุณชณุตพรไม่มีงานแสดงออกมาอีก หลังจากพลอยทะเล และคุณคนึงนิจก็เล่นดีสมบท ตอนที่เธอกรอกน้ำหอมทั้งขวดเข้าปากนั้นฮาสุดขีด เรื่องนี้มีทั้งน้ำตาและเสียงก๊ากท่วมจอ เสียดายนิดนึงที่หนังไม่บันทึกเสียงในฟิล์ม แต่ก็ทดแทนด้วยการออกแบบงานสร้างที่น่าชื่นชม

จาก: จตุพร
วันที่: 21/05/49 - 0:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
ขอแสดงความไว้อาลัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยครับ
วงการบันเทิงสูญเสียปูชนียบุคคลที่มีความสามารถสูงไปอีกท่านแล้ว...

จาก: เอกชัย
วันที่: 21/05/49 - 10:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว่อาลัยให้ดวงวิญญาณท่านไปสู่สุขคติค่ะ
ผลงานที่ประทับใจมากก็เรื่องข้างหลังภาพ เพราะเอาซีดีมาดูทีไร น้ำตาไหลทุกที

จาก: แพ
วันที่: 21/05/49 - 10:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8
ขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณเชิด ทรงศรี ผู้มีบทบาทสำคัญหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์หนังไทย
----------------------------------------------------------------------
หนังเมโลดราม่าในยุคโนราห์ เมขลา อกธรณี ที่สร้างจากเรื่องที่คุณเชิดเขียนเองในนามปากกา ธม ธาตรี เป็นหนังชีวิตเข้มข้นประทับใจคนดูหนังไทยยุคนั้นเป็นอย่างมาก แม้แต่ภายหลังมีคนเอาเรื่องมาสร้างเป็นละครทีวี โปรดัคชั่นและดาราจะห่วยแตกขนาดไหน แต่ความเข้มข้นของเนื้อหาก็ทำเอาคนดูแทบไม่อยากลุกจากจอทีวี
-----------------------------------------------------------------------
หนังตลกอย่าง พ่อปลาไหล พ่อไก่แจ้ เป็นคอมมอดี้ที่ตลกมาก ประโยคว่า ปลงเถอะแม่จำเนียร กลายเป็นประโยคฮิตติดหู คุณนัทจากรายการ sat&sun เคยพูดในรายการว่า ไม่เคยมีหนังไทยเรื่องไหนตลกเท่า พ่อปลาไหล ยุคสมบัติ-เพชรา ที่คุณเชิดสร้างอีกแล้ว
----------------------------------------------------------------------
หนังจากนิยายลูกทุ่งคลาสสิค แผลเก่า เพื่อนแพง พลอยทะเล ทำให้นิยายลูกทุ่งของไม้ เมืองเดิม ได้รับความนิยมสำหรับคนรุ่นหลัง โดยเฉพาะ แผลเก่า เป็นหนังในดวงใจของหลายๆคนรวมทั้งผมด้วย และอีกนานที่จะมีใครสร้างได้เยียมเทียบเท่า คล้ายๆกับที่ วิมานลอย (Gone With The Wind) กลายเป็นหนังอมตะนิรันดร์กาล ที่ไม่มีใครหาญกล้าสร้างขึ้นใหม่ด้วยไม่สามารถสร้างได้ดีกว่าเดิมอีกแล้ว
-----------------------------------------------------------------------
หนังรุ่นท้ายๆของคุณเชิด อย่าง ทวิภพ อำแดงเหมือนกับนายริด ข้างหลังภาพ แม้ว่าอาจจะไม่สามารถเทียบได้กับยุคแผลเก่า แต่ก็เป็นหนังคุณภาพ หลายคนก็ยังชอบ
------------------------------------------------------------------------
ผมเคยเห็นคุณเชิด ทรงศรี ในช่วงที่เริ่มเจ็บป่วย ไปนั่งรอหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ยังอดเป็นห่วงว่าเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร มาทราบทีหลังจากเป็นมะเร็งก็เอาใจช่วยให้หายเจ็บป่วย จนกระทั่งคุณเชิดมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ก็ดีใจคิดว่าคงเอาชนะมันได้ แล้วข่าวคราวก็หายไปอีก วันนี้มารับทราบว่าคุณเชิด จากไปก็อดใจหายไม่ได้นับเป็น การสูญเสียปูชนียบุคคลสำคัญของวงการหนังไทย
-------------------------------------------------------------------------
วันนี้คุณเชิดจากไปแล้ว วิญญานของไอ้ขวัญ อีเรียม แห่งท้องทุ่งบางกะปิ คงจะร่ำให้อาลัยต่อผู้ที่ปลุกวิญญานความรักอมตะของมันให้เป็นเรื่องเล่าขานจากคนรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่มีวันลืม เฉกเช่นนักดูหนังไทยคงไม่มีวันลืมคุณเชิด ทรงศรี ที่ทิ้งผลงานหนังไทยอมตะให้อยู่ในใจของเราอย่างไม่มีวันลืม
หลับให้สบายนะครับ..................

จาก: อิท
วันที่: 21/05/49 - 13:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9



ความคิดเห็นที่ 247



เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยแด่คุณเชิด ทรงศรี ผมจึงขอนำเอาบทความที่เคยเขียนถึงผลงานของคุณเชิดไว้ มาลงให้อ่านอีกครั้งครับ....

เชิด ทรงศรี ผู้สร้างเอกลักษณ์ให้หนังไทย
โดย มนัส กิ่งจันทร์

ถึงแม้ว่า เมืองไทยจะมีการฉายหนังมาเป็นร้อยปีแล้ว แต่ถ้าจะถามว่า หนังไทยแท้ ๆ เป็นอย่างไรนั้น ก็คงยากที่จะหาความหมายที่แท้จริงได้เพราะหนังเป็นวัฒนธรรมที่เรานำมาจากต่างประเทศ หนังที่สร้างออกมาแต่ละเรื่องจึงพยายามทำให้เหมือนหนังต่างประเทศ แต่ในยุคที่กระแสหนังต่างประเทศครอบงำความรู้สึกของคนไทย ก็ยังมีอยู่คนหนึ่ง คนที่บอกใคร ๆ ว่า เขามาจากบ้านนอก เป็นคนลูกทุ่ง พยายามอย่างยิ่งจะนำวิถีชีวิตแบบไทย ๆ มาถ่ายทอดเป็นหนัง แม้จะสร้างหนังได้เพียงปีละเรื่อง แต่หนังของเขาตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงวันนี้ ทำให้คนไทยหลายคนพอจะหาความหมายของคำว่า หนังไทยแท้ ๆ ได้บ้างแล้ว หนังของเขาเป็นเครื่องยืนยันถึงอุดมการณ์ ความตั้งใจในการส่งเสริมและการสร้างเอกลักษณ์ให้กับหนังไทยอย่างแท้จริง

เชิด ทรงศรี คือ บุคคลที่เรากำลังจะพูดถึง

เชิด ทรงศรี เริ่มจากการเป็นผู้สื่อข่าวบันเทิงในนิตยสารภาพยนตร์-โทรทัศน์ในยุคของ ไพรัช กสิวัฒน์ แล้วจึงเขียนนิยายใช้นามปากว่า ธม ธาตรี ลงตีพิมพ์ในนิตยสารต่าง ๆ จนเป็นที่ถูกใจนักอ่านถึงขนาดเรียกร้องให้นำมาสร้างเป็นหนัง แต่เชิด ทรงศรี ก็ไม่ด่วนใจร้อน จนประมาณปี 2509 จึงตกลงใจจะสร้างหนังเรื่องแรก

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตั้งชื่อและเขียนชื่อบริษัทด้วยลายมือว่า เชิดไชยภาพยนตร์ ส่วนตราบริษัทที่เป็นรูปช้างนั้น ก็เป็นช้างเผือกชื่อ พระเศวตอดุลยเดชพาหน ช้างต้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญมาเป็นตราบริษัท

จากปี 2509 ถึงเรื่องสุดท้ายในปี 2544 เชิด ทรงศรี มีผลงานหนัง 18 เรื่อง ในช่วงแรกเรียกว่า เป็นยุคหนัง 16 ม.ม. ถ่ายจากฟิล์ม 16 ม.ม. ไม่มีเสียง เวลาฉายต้องพากย์กันสด ๆ อยู่ระหว่างปี 2509 ถึงปี 2515 หลังจากปี 2517 เป็นต้นมาจึงเปลี่ยนมาสร้างหนัง 35 ม.ม. เสียงในฟิล์มจนถึงปัจจุบัน

เหตุที่ปริมาณหนังของ เชิด ทรงศรี มีน้อยเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ใช้ไป ก็เป็นเพราะว่า เชิด ทรงศรี ยึดหลักการสร้างหนังแบบบันไดสามขั้นคือ ผู้สร้างต้องมีความรู้ (ในเรื่องของหนัง)ดี ต้องมีอุปกรณ์การสร้างดี และต้องมีทุนดีด้วย หนังแต่ละเรื่องจึงพิถีพิถันเพื่อให้คุณภาพอยู่เหนือปริมาณ

โนห์รา (ปี 2509) เป็นหนังเรื่องแรกของ เชิด ทรงศรี ซึ่งนำบทประพันธ์ของตนที่พิมพ์ในนิตยสารบางกอกมาสร้าง ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความผูกพันระหว่างลูกสาวกับพ่อที่ต้องพลัดพรากกัน แล้วนำไปสู่ความรักระหว่างชายหญิงโดยมีการแสดงโนห์ราเป็นสื่อรัก นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี พิศมัย วิไลศักดิ์ และได้รับเกียรติจาก 3 ผู้ยิ่งใหญ่ในวงการหนังคือ วิจิตร คุณาวุฒิ เจ้าของฉายาเศรษฐีตุ๊กตาทอง ส.อาสนจินดา ปรมาจารย์หนังไทย สุพรรณ พราหมณ์พันธ์ ยักษ์ใหญ่จ้าวยุทธจักรหนังร่วมประเดิมกล้องกำกับการแสดง

เมขลา (ปี 2510) เป็นหนังที่เชิด ทรงศรี รับกำกับการแสดงให้กับ บางกอกภาพยนตร์ ของ วิชิต โรจนประภา นำแสดงโดย พิศมัย วิไลศักดิ์ ภาวนา ชนะจิต สมบัติ เมทะนี

อกธรณี (ปี 2511) งานสร้างและกำกับของ เชิด ทรงศรี ที่ลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยประกบดาราดังถึง 4 คนคือ พิศมัย วิไลศักดิ์ สมบัติ เมทะนี โสภา สถาพร และครรชิต ขวัญประชา เนื้อหนังจะถ่ายด้วยฟิล์ม 16 ม.ม. แต่เฉพาะท่อนที่เป็นฉากร้องเพลงระหว่างสมบัติกับพิศมัย จะถ่ายทำด้วยฟิล์ม 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม นอกจากนี้ ยังให้โสภา สถาพร เต้นระบำแขกเพื่อเป็นจุดขายด้วย

พญาโศก (ปี 2512) หนังโศกนาฏกรรมเรื่องยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งที่เชิด ทรงศรี นำความรักของแม่ ลูกชายและหญิงสาวคนรักมาถ่ายทอดได้อย่างสะเทือนอารมณ์ เมื่อแม่บังเกิดเกล้าต้องฆ่าลูกชายของตนอย่างเต็มใจ โดยไม่มีเสียงห้ามปรามจากหญิงสาวคู่รักแม้จะรักมากแต่อย่างใด นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี สุทิศา พัฒนุช ภาวนา ชนะจิต และชัชฎาภรณ์ รักษณาเวศ

ลำพู (ปี 2513) เป็นหนังเรื่องแรกที่เชิด ทรงศรี ได้คิวจากนางเอกนัยน์ตาหยาดน้ำผึ้ง เพชรา เชาวราษฎร์ มาแสดงอย่างเต็มที่โดยไม่จัดประกบดาราเหมือนอย่างที่ผ่านมา แต่ขอให้เพชราไปฝึกรำอิเหนาฉายกริชเพราะหนังเชิด ทรงศรีทุกเรื่องนั้น นางเอกต้องแสดงบทเด่นพิเศษกว่าเรื่องอื่น ๆ ที่เคยแสดงมา นอกจากนี้ ยังมีการนำนักร้องลูกทุ่งอย่าง สังข์ทอง สีใส สมัย อ่อนวงศ์ มาร่วมแสดงพร้อมเพลงประกอบอีก 10 เพลง ลำพู เรื่องของสาวชาวนาที่รอคอยการกลับมาของหนุ่มนักเรียนนอก ซึ่งแสดงโดย สมบัติ เมทะนี แต่มหาวาตภัยพายุตะลุมพุก ก็ทำให้ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกัน

คนใจบอด (ปี 2514) หนังมหกรรมการกุศลเรื่องที่พูดได้ว่า มีเงินเป็น 10 ล้าน ก็สร้างไม่ได้ แค่ดูชื่อดาราเกียรติยศอย่างอาภัสรา นางงามจักรวาล ประภัสสร สมบัติ เพชรา ภาวนา ครรชิต ปรีดา อาณัติ พันคำ ฯลฯ ที่ยกขบวนมาร่วมแสดงหรือบทประพันธ์ที่ช่วยเขียนกันถึง 5 คนคือ รพีพร สุวรรณี สุคนธา ทมยันตี อรชร ธม ธาตรี หรือยังมีเพลงประกอบอีก 13 เพลงซึ่งนักร้องลูกทุ่ง ลูกกรุงแห่กันมาแสดง โดยมี เชิด ทรงศรี รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ

พ่อปลาไหล (ปี 2515) หนังที่ขณะสร้างเป็นข่าวร้อนที่สุดเพราะเชิด ทรงศรี ทำสัญญาไว้กับโรงหนังคาเธ่ย์ว่า จะนำเข้าฉายให้ทันในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2514 โรงหนังจึงจะปรับฐานผิดสัญญาวันละหนึ่งหมื่นบาท แต่เชิด ทรงศรี ก็ผิดสัญญาเพราะสร้างไม่เสร็จ แต่ก็มีเหตุผลว่า ต้องตรวจอย่างละเอียดทุกขั้นตอนของหนังก่อนฉาย ถึงขั้นถ่ายแล้วล้างเอามาฉายดูก่อน ถ้าไม่ดีก็ทิ้งฟิล์มแล้วถ่ายใหม่อีกที (เพราะสมัยก่อนไม่มีจอมอนิเตอร์ให้ดูภาพขณะถ่าย) แต่ในที่สุด พ่อปลาไหล ก็ได้นำออกฉายในวันที่ 31 มีนาคม 2515 แล้ว พ่อปลาไหล ก็พลิกประวัติศาสตร์วงการหนัง 16 ม.ม. เพราะทำรายได้สูงสุดถึง 3 ล้าน 8 แสนบาท เรียกว่า เป็นแชมป์หนัง 16 ม.ม. จนโรงหนังคาเธ่ย์มอบโล่หนังเงินให้และถือว่า เป็นการปิดยุคหนัง 16 ม.ม. ของเชิด ทรงศรี ได้สวยงามที่สุด

ความจริงหนังทั้ง 7 เรื่องของ เชิด ทรงศรี ในยุค 16 ม.ม. นั้น ทำเงินผ่านหลักล้านทุกเรื่องและก็ได้รับโล่เงินล้านมาแล้วทุกเรื่อง

เชิด ทรงศรี เริ่มงานสร้างหนังในระบบ 35 ม.ม. เสียงในฟิล์มเรื่องแรก โดยนำบทประพันธ์ของ กนกเรขา เรื่อง อุบัติเหตุ ที่เป็นเรื่องของสาวที่ขับรถชนคนรักของชายหนุ่มอีกคนตาย ทำให้ชายหนุ่มโกรธแค้นเพราะว่าเป็นฆาตกรรม ทั้ง ๆ ที่เธอว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ในที่สุดทั้งสองก็รักและเข้าใจกัน ซึ่ง เชิด ทรงศรี นำมาสร้างเป็นหนังชื่อ ความรัก (ปี 2517) นำแสดงโดย สมบัติ เมทะนี ภาวนา ชนะจิต

พ่อไก่แจ้ (ปี 2519) บทประพันธ์ของ กนกเรขา เป็นหนังแนวเดียวกับ พ่อปลาไหล ที่เคยทำเงินล้านมาแล้ว แต่คราวนี้ เชิด ทรงศรี เลือก กรุง ศรีวิไล มารับบท อาทิตย์ ชายเจ้าชู้เจ้าของฉายา พ่อไก่แจ้ ปะทะอารมณ์และคารมกับ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ฯ ในบท มัทนี เลขาธิการสมาคมสตรีไทยวัฒนาที่เกลียดผู้ชายเจ้าชู้ไก่แจ้ทั้งหลาย แต่ลีลาเจ้าชู้ไก่แจ้ร้อยเล่ห์เพทุบาย ก็ทำให้มัทนียอมแต่งงาน เธอจึงต้องรับหน้าที่ปราบจอมเจ้าชู้ไก่แจ้ หนังเรื่องนี้ถือว่า ประสบความสำเร็จ แม้รายได้จะไม่ดีเท่าพ่อปลาไหลและทำให้เกิดวลีฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองสมัยนั้นว่า “ปลงเสียเถอะแม่จำเนียร”

แผลเก่า (ปี 2520) รักของขวัญกับเรียม แห่งทุ่งบางกะปิ ที่ต้องจบลงด้วยความตายต่อหน้าศาลเจ้าพ่อไทร ที่เคยสาบานรัก บทประพันธ์ของ ไม้ เมืองเดิม ซึ่ง เชิด ทรงศรี นำมาสร้างอย่างยิ่งใหญ่โดยใช้บุคคลที่เชี่ยวชาญศึกษาถึงขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ในยุค 2473 ที่ ไม้ เมืองเดิม เขียนเรื่องไว้อย่างละเอียดที่สุด การถ่ายทำแต่ละฉาก ก็พิถีพิถันไม่ว่าจะเป็นฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก การแต่งตัวของผู้แสดง ถึงขนาดว่าต้องให้ดารานำแต่ละคนตัดผมสั้น ซึ่งสมัยนั้นจะเป็นเรื่องยากมาก เมื่อนำออกฉายก็ทำรายได้เป็นประวัติการณ์อีกครั้งถึง 13 ล้านบาท จนเรียกว่า แผลเก่า เป็นแชมป์หนัง 35 ม.ม. และยังมีรางวัลตุ๊กตาทองประดับเกียรติอีกหลายรางวัล ซึ่งหลายคนคงประจักษ์ในความยิ่งใหญ่มาแล้ว แผลเก่า จึงเป็นหนังส่งเสริมและแสดงออกถึงเอกลักษณ์ไทยได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่ยังครองใจคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้

เลือดสุพรรณ (ปี 2522) “มาด้วยกัน ไปด้วยกัน ตายด้วยกัน” คนไทย 99 คน แต่อาจหาญต่อสู้กับทหารพม่าถึง 40,000 คนเพราะยึดหลักว่า “ถ้าอยู่อย่างไทไม่ได้ เรามาสู้ตายพร้อมกัน” อันเป็นหัวใจหลักของหนังเรื่อง เลือดสุพรรณ ที่เชิด ทรงศรี ตั้งใจลงทุนสร้างให้ยิ่งใหญ่กว่า แผลเก่า ซึ่งแม้ว่าหนังจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ แต่ก็นำออกฉายไม่ได้เพราะเกิดศึกศักดิ์ศรีระหว่างหนังสือพิมพ์ไทยรัฐกับเครือพีรามิดในยุคนั้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับหนังไทยทุกเรื่องเพราะไทยรัฐตั้งข้อแม้ว่า หนังเรื่องไหน ถ้าลงโฆษณาในไทยรัฐจะต้องไม่เข้าฉายในเครือพีรามิด ส่วนเครือพีรามิดก็ยื่นคำขาดว่า หนังเรื่องไหนที่ไปลงโฆษณาในไทยรัฐ ก็ไม่ให้ฉายในเครือเช่นกัน กว่าจะลงเอยกันได้ โฆษณาต่างๆ ก็แทบไม่ได้ทำ หนังออกฉายช้ากว่ากำหนด ก็เลยตกกระแสไป

พ่อปลาไหล (ปี 2524) เป็นการย้อนกลับมาที่เก่าของ เชิด ทรงศรี อีกครั้ง แต่ในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม บทพ่อปลาไหลหรืออุลิด ก็ยังคงแสดงโดยสมบัติ เมทะนี คนเดิม แต่บทจันทนี เปลี่ยนมาเป็น เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์ แทน ส่วนเนื้อเรื่องก็ยังคงเดินตามแบบฉบับเดิม
เพื่อน-แพง (ปี 2526) บทประพันธ์ของ ยาขอบ ที่ เชิด ทรงศรี นำมาถ่ายทอดให้เห็นความรักของแพง (ชณุตพร วิศิษฎโสภณ)ที่เรียกได้ว่า เกิดมาเพื่อรักพี่ลอ (สรพงษ์ ชาตรี) คนเดียว แต่พี่ลอ กลับรักแพงอย่างน้องเพราะใจพี่ลอสาบานว่า จะรักเพื่อน (คนึงนิช ฤกษะสาร) ผู้เป็นพี่คนเดียว จนพี่ลอมารู้ความจริงว่า เพื่อนปันใจให้หนุ่มบางกอก (วิโรจน์ ควันธรรม) รักที่มีให้นั้นเป็นรักเผื่อเลือก พี่ลอจึงเห็นความดีของแพงและรักแพง แต่ก็สายเกินไปเพราะเพื่อนผิดหวังกลับมาและต่อว่าพี่ลอพร้อมกับทวงสัญญารักคืน พี่ลอรู้ว่า ทำผิดคำสาบาน เมื่อแพงตายไป พี่ลอจึงยอมมัดมือมัดเท้าโดนน้ำตื้นตายตามไป ซึ่งเนื้อหนังและการถ่ายทำทำได้ไม่แพ้เรื่องแผลเก่า เรียกได้ว่าเป็นการลุกขึ้นมาทวงสิทธิเจ้าตำรับหนังส่งเสริมเอกลักษณ์ไทยของเชิด ทรงศรี ได้อย่างงดงาม

ผลงานของ เชิด ทรงศรี ที่ติดตามมาอีกคือ พลอยทะเล (ปี 2530:สรพงษ์ ชาตรี-สินจัย พงษ์ไทย-ชณุตพร วิศิษฎโสภณ) ทวิภพ (ปี 2533:ฉัตรชัย เปล่งพานิช-จันจิรา จูแจ้ง) อำแดงเหมือนกับนายริด (ปี 2537:สันติสุข พรหมศิริ-จินตหรา สุชพัฒน์) เรือนมยุรา (ปี 2539:ศรันยู วงษ์กระจ่าง-นุสบา วานิชอังกูร) ข้างหลังภาพ (ปี 2544:คารา พลสิทธิ์-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้ชื่อว่า เป็นหนังคุณภาพ แม้ว่าบางเรื่องจะทำรายได้ไม่ดีนัก แต่ก็ชี้ให้เห็นเจตนาเดิมของ เชิด ทรงศรี ได้เป็นอย่างดีว่า มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างหนังไทยแท้ ๆ
จาก: มนัส138


ความคิดเห็นที่ 248



ผมดูข่าว ฟังข่าวจากผู้ประกาศข่าวต่าง ๆ แล้ว เห็นว่า แต่ละคนก็พูดถึงหนังของเชิด ทรงศรี ไปตามที่ตนเองจดจำได้เท่านั้น เช่น บางคนก็บอกว่า จำเรื่อง ข้างหลังภาพได้ บางคนก็บอกว่า จำเรื่อง แผลเก่า ได้ ฯลฯ...

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า คนทำหนังระดับอย่างคุณเชิด ทรงศรี ทำไมคนยังจำหนังของคุณเชิด ทรงศรี ได้น้อยเหลือเกิน หากเทียบเป็นการศึกษาแล้ว ต้องถือว่า การให้การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของหนังไทยเรานั้น สอบตกจริง ๆ

ที่ผมพูดเช่นนี้ ก็เพราะการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของหนังไทยนั้น หาแหล่งที่จะเข้าถึงข้อมูลหนังได้ยากจริง ๆ ยิ่งโดยเฉพาะหนังของคุณเชิด ทรงศรี ด้วยแล้ว ยิ่งยากที่เราจะหาชมได้โดยง่าย ๆ ตามท้องตลาด จึงเท่ากับว่า เป็นการปิดบังข้อมูลที่จะเข้าถึงหนังของคุณเชิด ทรงศรีและทำให้คนรุ่นใหม่ ๆ ไม่รู้จักงานของคุณเชิด ทรงศรี....

ในโอกาสที่คุณเชิด ทรงศรี เสียชีวิตนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้อง น่าจะพิจารณานำผลงานหนังที่คุณเชิด ทรงศรี สร้างไว้ตั้งแต่ยุคหนัง 16 ม.ม. และหนัง 35 ม.ม.(แม้ว่าจะมีบางเรื่องเคยออกมาแล้ว ก็ควรจะรีมาสเตอร์ใหม่) ออกมาเผยแพร่ในรูปแบบวีซีดีหรือดีวีดีเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ร่วมกันจดจำและช่วยอนุรักษ์หนังเหล่านั้นไว้ให้หาดูได้ง่าย ๆ มิใช่จะปล่อยให้หนังเหล่านั้นต้องตายตามคุณเชิดไปอีก.....
จาก: มนัส138
วันที่: 21/05/49 - 14:15 น.

ความคิดเห็นที่ 249
ภาพอดีตของคุณเชิด ทรงศรี ขณะถ่ายทำเรื่อง พ่อปลาไหล

รู้แต่ว่า ท่านทำหนังดี ๆ ไว้มากมาย
อยากจะสื่อเรื่องเหล่านี้ให้คนรุ่นใหม่ ๆ ได้รู้จักงานของท่าน
แต่พูดไป ก็เหมือนกับว่า พวกเราเชียร์หนังไทย ใครจะเข้าใจ
สิ่งเดียวที่ทำให้พวกเราไม่ต้องพูดจนเกินเหตุ ก็คือ...
การที่มีหนังของท่านให้คนรุ่นใหม่ได้ดู ได้ศึกษากันจะดีกว่าใช่ไหมครับ...


จาก: มนัส138




จาก: ส่งต่อ
วันที่: 21/05/49 - 15:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ คุณเชิด ทรงศรี มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 21/05/49 - 15:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11
ได้ดูหนังเกีอบจะทุกเรื่องที่ คุณเชิดสร้าง เอกลักษณ์ของท่านคือต้องเน้นความเป็นไทยในทุกเรื่อง ใครที่มีผลงานภาพยนตร์ของท่านขอความกรุณานำมาเผยแพร่ให้ชนรุ่นหลังได้ดูด้วย เรื่องโนราห์เป็นหนังที่ประทับใจมากเท่าที่จำได้ หนังของท่านส่วนใหญ่ดูแล้วทำให้รักความเป็นไทยมากขึ้น
ขอแสดงความเสียใจด้วยแต่อย่าให้ผลงานของท่านตายตามไปด้วยเลยนะคะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 21/05/49 - 18:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณเชิด ขอให้ดวงวิญญานของท่านจงไปสู่สุคติด้วยเทอญ คิดว่าคุณความดีที่ท่านทำให้กับวงการภาพยนตร์ไทย ผลบุญคงส่งให้ท่านสู่ภพภูมิใหม่ที่ดี ที่ประเสริฐ เป็นแน่

เพิ่งได้ดูหนัง อำแดงเหมือนกับนายริด จากวีซีดีเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง(เคยดูจากโรงใหญ่ เมื่อปี 2537) ยังชื่นชมท่านอยู่เลย ว่าฝีมือคุณภาพ มีสาระข้อคิดทุกเรื่อง

ติดตามผลงานของท่านมาตลอดตั้งแต่ แผลเก่า เป็นต้นมา หนังที่ยังไม่ได้ดูและอยากดู ได้แก่ โนราห์,เมขลา,ลำพู เป็นหนังยุคแรกๆของท่าน และยังไม่ได้ทำออกมา โดยเฉพาะหนังเรื่อง คน...ผู้ถามหาตัวเอง ซึ่งท่านสร้างเพื่อฉายโชว์เท่านั้น มีคนอีกจำนวนมากทั้งประเทศที่ไม่มีโอกาสได้ดู อยากให้ทางทายาท นำหนังทั้งหมดของท่านมาทำเป็นวีซีดี,ดีวีดี ออกจำหน่าย เพื่อเป็นการเผยแพร่หนังไทยคุณภาพแสดงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยให้กับประชาชนทั้วทั้งประเทศและคนไทยในต่างประเทศ ได้เก็บไว้ชื่นชม และเป็นการอนุรักษ์หนังไทยด้วย ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 22/05/49 - 10:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13
เพิ่งรู้ว่าหนังพ่อปลาไหลมีลลนา สุลาวัลย์ แสดงด้วย

จาก: วินัย สมประสงค์
วันที่: 02/06/49 - 22:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14
คุณเชิดบริจาคร่างกายให้ศิริราช สำหรับใช้เป็นตัวอย่างนักเรียนแพทย์ชำแหละเรียนร่างกายมนุษยื เรียกว่าเป็นครูใหญ่ ราวสองปีก็จะจบ จึงจะมีพิธีฌาปณกิจ ซึ่งปกติบรรดานักเรียนลูกศิาย์จะทำให้ หรือทายาทจะขอนำมาทำก็ได้
ขออนุโมทนา เจตนากุศลที่ท่านอุทิศร่างเป็นวิทยาทาน

จาก: ลุงจอ
วันที่: 03/06/49 - 17:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15
ลองโพสท์ค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 03/06/49 - 18:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
ลลนา สุลาวัลย์ ได้รับรางวัลเกียรติคุณทางการแสดงครั้งที่3/2548 สาขานักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในบทนำ จากกลุ่มผู้มีประสบการณ์ทางการแสดง ในหนังเรื่องวัยอลวน4 เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2549 ณ หอภาพยนตร์แห่งชาติ


จาก: วินัย สมประสงค์
วันที่: 05/09/49 - 16:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
ลืมทวิภพของคุณเชิด ที่แสดงโดยฉัตรชัย เปล่งพานิช แล้วหรือค่ะ อยากดูอีกครั้งจัง

จาก: สุชาดา รัตนานุรักษ์
วันที่: 12/01/51 - 16:11 น.
IP Address: 124.120.180.xx
ความคิดเห็นที่ 18
เคยดู เพื่อน - แพง แล้วประทับใจมาก อยากมีเก็บไว้ และให้ลูกหลานได้ดู ไครมีบ้าง หรือรู้แหล่งจำหน่ายหนังเก่า ๆ ของคุณเชิด ทรงศรี แจ่งด้วย ตอกนนี้มีเร่องโนราห์ เพียงเรื่องเดียว

จาก: orm
วันที่: 02/10/51 - 16:14 น.
IP Address: 61.19.66.xx
ความคิดเห็นที่ 19
ที่ร้านอาหารหู มีขายครับ

จาก: บอย กรุงเก่า
วันที่: 02/10/51 - 18:13 น.
IP Address: 117.47.117.xx
ความคิดเห็นที่ 20
ติดตามชมเรื่องราวของเชิด ทรงศรี ในรายการหนังกลางแปลง
ทาง ThaiPBS เวลา 23.00 น. (พุธ-ศุกร์) เริ่มพุธที่ 1 ตุลาคม 2551


จาก: หนุ่มสัญจร
วันที่: 02/10/51 - 20:20 น.
IP Address: 125.26.200.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab