Search Latest Topics | Create New Topic  
เปิดตำนานดาวตลกของไทย
ผมเห็นว่าพระเอกนางเอกก็มีแล้ว ดาวร้ายก็มีแล้ว ดาวยั่วก็มี เรื่องย่อหนังก็มี ผู้สร้าง ผู้กำกับก็มี ผมเลยขอเปิดเรื่องของนักแสดงตลกบ้าง เพราะผมก็สัมภาษณ์มาเยอะมาก ใครที่ชื่นชอบเรื่องของนักแสดงตลก ตรงนี้ไม่ผิดหวังครับ สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีภาพนักแสดงตลก อยู่ยังไงช่วยผมหน่อย ลงมาให้ดูด้วยนะครับ เพราะตอนนี้เครื่องสแกนรูปผมเสียครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/05/49 - 18:31 น.
หัวข้อที่: B314
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
ตลกท่านแรกที่จะนำมาเสนอคือบรมครูตลก4แผ่นดิน สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/05/49 - 20:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2
สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ปรมาจารย์ตลก 4 แผ่นดิน
สำหรับเรื่องราวของตลกผมขอเริ่มที่ปรมาจารย์ตลก 4 แผ่นดิน ครูสุคนธ์ คิ้วเหลี่ยมเป็นท่านแรกครับ ครูสุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม มีชื่อจริงว่า สุคนธ์ แก้วอำไพ เกิดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2453 เป็นคนกรุงเทพฯแถวสำราญราษฏร์ หรือประตูผีในอดีตนั่นเอง ครอบครัวครูมีอาชีพค้าขาย มีพี่น้องทั้งสิ้น 4 คน สมัยเด็กครอบครัวได้ย้ายจากประตูผี ไปอยู่แถวยศเส

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/05/49 - 20:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3
ครูสุคนธ์เริ่มเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ช่วงที่เรียนหนังสืออยู่ครูได้แสดงละครของโรงเรียน ตอนนั้นอายุได้ 13 ปี ผลงานการแสดงละครของครูได้รับการชื่นชมจากครูและเพื่อน ๆ เป็นอย่างมาก ตรงนี้เองที่ทำให้ครูตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่วงการแสดง

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/05/49 - 22:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4
ครูสุคนธ์ได้ตัดสินลาออกจากการโรงเรียน ไปสมัครเป็นนักแสดงกับคณะละครเร่ของแม่ทองอยู่ ได้เล่นเป็นนักแสดงตลกตามพระนาง ครูได้อยู่กับคณะแม่ทองอยู่หลายปี จนมีชื่อเสียงโด่งดังด้วยบทบาทเรียนแบบชาลี แชปปลิ้น จนแฟนๆให้ฉายาครูว่าเป็นชาลี แชปปลิ้น เมืองไทย ตรงนี้เองทำให้ชาลีตัดสินใจใส่หนวด เขียนคิ้วเหมือนชาลี แล้วใช้นามในการแสดงว่า สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 24/05/49 - 7:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
ท่านยังมีชีวิตอยู่ไหมครับ จำได้ว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณกับคุณยอดชาย เมฆสุวรรณ รักกันเหมือนพ่อ-ลูก ผมเคยดูท่านเล่บทเศร้าสุดๆ ในหนัง วังบัวบาน โดยเล่นเป็นพ่อของนางเอก(สุทิศา พัฒนุช)

จาก: อิท
วันที่: 25/05/49 - 10:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
ขอโทษทีผมยังเขียนไม่หมดพอดีเข้าเท่าไหร่ก็ไม่ได้
ขอต่อเลยนะครับ เล่นตลกตามนางอยู่หลายปี จนครูอายุได้ 21 ปี ก็ต้องไปรับใช้ชาติ โดยการเป็นทหารเกณฑ์ อยู่ 2 ปี ก็ออกมายึดอาชีพตลกตามเดิมโดยไปเล่นอยู่กับคณะปราโมทย์ ซึ่งเป็นคณะละครเร่ ของแม่เสงี่ยม กลิ่นหอม เปิดงานแสดงไปทั่วประเทศ แสดงอยู่ได้พักหนึ่งก็ย้ายมาเล่นอยู่กับคณธ เทพศิลป์ ที่นี้เองที่ครูสุคนธ์ได้เจอกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ นักแสดงชื่อดัง อย่าง อบ บุญติค,จอก ดอกจันทร์,จิ๋ว ดอกจอก,ชูเตี้ย,ทองถม ปากลำโพง,ทองแถม เขียวแสงใส,ผล ขา ตาเกียบ,ล้อต๊อก,จันตรี สาริกบุตร,ชูศรี มีสมมนต์ เป็นต้น อยู่วงการบันเทิงมานานกว่า 60 ปีครูสุคนธ์ได้สร้างนักแสดงประดับวงการไว้มากมาย อาทิ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์,ฉลอง สิมะเสถียร,สมควร กระจ่างศาสตร์,สุพรรณ บูรณะพิมพ์,เสน่ห์ โกมารชุน ยอดชาย เมฆสุวรรณ เป็นต้น
สำหรับชีวิตครอบครัวแล้ว ครูสุคนธ์แต่งงานกับประยงค์ แก้วอำไพ ที่เป็นดารานักแสดงคนหนึ่ง ถ้าคนเป็นคอหนังเก่า จะเห็นว่ามีผู้รับบทคนใช้ประจำในหนังไทย ร่างอ้วน ๆ นั่นแหละคือภรรยาของครูสุคนธ์ ป้าประยงค์ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2526 หลังภรรยาเสียชีวิต ครูสุคนธ์ก็ตัดสินใจหันหลังให้กับทางโลก โดยการก้าวเข้าสู่สมณะเพศ บวชเป็นพระ ได้รับสมญานามว่า พระภิกษุสุคนธ์ มหาปุณโญ บวชอยู่ที่วัดอัมพวัน แถวดุสิต กทม. ท่านตั้งใจจะบวชไปจนสิ้นอายุไข แล้วท่านก็ได้ดังหวัง วันที่ 12 ตุลาคม 2534 พระสุคนธ์ก็มรณะภาพ หลังจากหกล้มในห้องน้ำ แล้วได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา เมื่ออายุได้ 81 ปี ได้มีการพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2535 เวลา 17.00 น. ณ วัดน้อยนพคุณ โดยมี พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสร มงคลการ ทรงเป็นประธาน นอกจากจะบวชเป็นพระแล้ว ท่านยังมีตำแหน่งในกองทัพเรืออีกด้วยยศสุดท้ายของท่านคือพันจ่าเอก เพราะนอกจากงานแสดงท่านยังรับราชการทหารด้วย

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 25/05/49 - 16:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
สาธุ อนุโมทนากับครูสุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ด้วยครับ ช่วงสุดท้ายของชีวิตท่านอยู่กับพระธรรม ไปดีแน่นอนครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/05/49 - 16:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8
ดอกดิน กัญญามาลย์
ชีวิตนี้ดีได้เพราะมีคู่ชีวิตร่วมสร้างฝันให้เป็นจริง
“ ล้านแล้ว….จ้า ”กลายเป็นคำกล่าวโฆษณาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้สร้างท่านหนึ่ง ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการสร้างหนังไทยสมัยหนัง 16 มิลลิเมตร เมื่อครั้งอดีตพอกล่าวถึงผู้สร้างผู้กำกับและดารานักแสดงที่ตัวดำ แล้วไม่มีใครไม่รู้จักเขา ดอกดิน กัญญามาลย์ ผู้สร้างหนังได้เงินล้านมาตลอด เรื่องราวชีวิตการทำงาน และเรื่องราวความรักของดอกดินเป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับท่านผู้อ่านอย่างยิ่ง หลายเรื่องในชีวิตของดอกดินท่านผู้อ่านน่าจะนำเป็นแบบอย่าง จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ชีวิตครอบครัวของเขาอยู่อย่างสุขสบาย ด้วยวัย 77 ปีรวมถึงภรรยาอันเป็นที่รักบรรจง กัญญามาลย์ที่มีอายุ 67 ปีเข้าไปแล้ว
ดอกดิน กัญญามาลย์มีชื่อจริงว่า ธำรง กัญญามาลย์ สมัยเด็กๆครอบครัวเขามีอาชีพค้าขาย ฐานะยากจน เพราะมีหน้าตาที่ดำสนิทเลยมีชื่อเล่นว่า ดิน ด้วยต้องตามมารดาไปขายขนมตามที่ต่างๆก็เลยทำให้มีโอกาสได้ไปเล่นจำอวด ร่วมกับอบ บุญติค จากการเล่นจำอวดก็มาเล่นละครย่อย ไม่แค่นั้นยังผันตนเองมาร้องเพลง และเล่นลิเก ซึ่งช่วงนั้นดิน ยังคงใช้ชื่อเดิมคือ ธำรง อยู่ จะเริ่มมาเปลี่ยนใช้คำนำหน้าว่าดอกดิน ก็ตอนที่เล่นละครกับคณะอัศวินการละครของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์ภาณุพันธ์ ยุคล และที่อัศวินการละครนี้เองดอกดินได้มีโอกาสพบรักเป็นครั้งแรกกับนางสาวบรรจง ชมกลิ่น ที่เป็นนางเอกละครเวที นางสาวบรรจงนั้นเพิ่งจบมาจากโรงเรียนเสาวภาผ่องศรี ในระดับชั้น ม. 3 เธอเข้ามาแสดงละครได้เพราะเพื่อของพี่สาวได้นำมาฝากให้เล่นละคร
ครั้งแรกของการพบกันระหว่างดอกดิน กัญญามาลย์กับบรรจง ชมกลิ่นก็ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ซึ่งนางสาวบรรจงได้มาเล่นละครเป็นนางเอกของเรื่อง ส่วนดอกดินเล่นเป็นตัวประกอบเป็นดาวตลกของเรื่อง แรกพบก็ทำให้หัวใจของดอกดินพองโต รู้ได้ทันทีว่าตนเองกำลังจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้อย่างสุดหัวใจ ดอกดินไม่เคยสนใจกับปมด้อยตนเองในเรื่องของผิวที่ดำ แถมพ่วงท้ายด้วยการเป็นคนตัวเตี้ยอีกด้วย ดอกดินเข้าไปตีสนิทกับบรรจง พูดคุย เฝ้าคอยติดตามดูแลตลอด 2 ปีเต็มอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยไม่ได้รับความสนใจจากนางสาวบรรจงเลย เปรียบเทียบระหว่างทั้งสองคน ดอกดินทั้งดำทั้งแก่กว่าตั้ง 10 ปี ส่วนนางสาวบรรจงทั้งสาว ทั้งสวย ดีกรีเป็นถึงนางเอกละคร รู้ทั้งรู้ว่าบรรจงไม่รักตน แต่ดอกดินก็เพียรพยายาม ขอมีความรักแต่เพียงฝ่ายเดียวก็พอ ด้วยมารดาของดอกดินมีหน้าที่ทำอาหารปิ่นโตส่งให้กับนักแสดงและทีมงานละครของอัศวินการละคร มารดาของดอกดินรู้ดีว่าลูกชายตนชอบพอนางสาวบรรจง แล้วเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นให้นางสาวบรรจงเริ่มหันมาสนใจดอกดิน ก็คือตอนที่มารดาของดอกดิน นำอาหารปิ่นโตส่งให้นางสาวบรรจง แต่วันนั้นด้วยเธอเกิดเหนื่อยต่อการทำงาน ก็เลยไม่ทานอาหารปิ่นโตนั้น บังเอิญว่ามีแมวตัวหนึ่งได้แอบมากินอาหารในปิ่นโตที่มารดาเขานำมาให้ ดอกดินโกรธมากคิดว่านางสาวบรรจงโกรธตนแล้วประชดโดยการเอาอาหารที่แม่ตนเองทำไปให้แมวกิน ดอกดินโมโหจัดโดดชกกระจกที่วางอยู่ตรงหน้าแตกกระจาย ผลมือของเขาฉีกเลือดไหลนองพื้น นางสาวบรรจงเกิดความสงสัย จึงถามดอกดินว่าไปชกกระจกทำไม ดอกดินเองก็ไม่ตอบ เธอได้ทำการปฐมพยาบาลดอกดินในขั้นต้นจากนั้นก็พาไปส่งโรงพยาบาล แล้วสิ่งหนึ่งก็เกิดขึ้นในหัวใจนางสาวบรรจงมันเป็นความสงสาร เพราะได้เห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของเขา ต่อมาพอความจริงประจักษ์ เธอจึงเริ่มเห็นถึงความห่วงใยที่เขามีต่อเธอ
เธอเฝ้าดูแลรักษาพยาบาลดอกดินหลังจากออกจากโรงพยาบาลจนหายดี ระหว่างนั้นเธอเริ่มคิดทบทวนตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ดอกดินเฝ้าคอยติดตามจีบตนมา เท่าที่เห็นดอกดินไม่เจ้าชู้ เวลาอยู่ใกล้ดอกดินเธอมีความรู้สึกว่าสบายใจ เขาคอยเอาใจใส่เธอ แล้วเพียงไม่นานที่นางสาวบรรจงเริ่มเห็นใจ ดอกดินก็รีบขอเธอแต่งงานในทันที ปี พ.ศ.2494 ทั้งคู่ก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ เรือนหอหลังแรกของทั้งคู่คือบ้านแถวถนนหลานหลวง (ปัจจุบันยังอยู่ตั้งอยู่แถวริมถนนหลานหลวงข้างวัดนางเลิ้ง) เมื่อภาระเริ่มมีมากขึ้น ดอกดินก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น ทั้งแสดงจำอวด เล่นละคร ร้องเพลง เมื่อมีโทรทัศน์ในเมืองไทย ดอกดินก็เริ่มทำรายการทีวี ให้ชื่อรายการว่า ดอกดินพาเหรด มีเพื่อนๆตลกยุคเดียวกันที่เติบโตมาจากการแสดงจำอวดด้วยกัน อย่าง ล้อต๊อก สมพงษ์ พงษ์มิตร ชูศรี มีสมมนต์ ธรรมนูญ ปุงคานนท์ อบ บุญติค และอีกหลายคน มาช่วยทำรายการปรากฏว่ารายการดอกดินพาเหรดดำเนินไปได้อย่างดี รายการออกอากาศนานหลายปีพอควร ก่อนที่จะต้องมีอันต้องเลิกรายการไปตามกระแสความนิยมที่ลดลง ดอกดินเวลานั้นทั้งทำรายการโทรทัศน์ ทั้งแสดงละครเวที ทั้งทำเพลง และยังแสดงหนังไทยอีกด้วย
ขณะที่แสดงละครเวที ดอกดินก็เริ่มศึกษางานด้านการเขียนบทภาพยนตร์ ด้วยคณะอัศวินการละครเคยสร้างหนังมาก่อน ในชื่อไทยฟิล์มก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาวงการหนังไทยเริ่มเฟื่องฟู ดอกดินก็ได้มาแสดงหนังไทย พร้อมกันนี้ก็เริ่มศึกษางานด้านภาพยนตร์ จนมาปี พ.ศ. 2498 ดอกดินก็ได้ร่วมกับเพื่อนรักล้อต๊อกและสมพงษ์ พงษ์มิตร ทดลองทำหนังไทยกันในชื่อเรื่องสามเกลอ แบ่งเป็นสามตอนโดยทำคนละตอน เรื่องแรกล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จทั้งสามคน ดอกดินหันมาแสดงหนังอย่างเดียว พร้อมกับการเตรียมงานใหม่อย่างไม่ย่อท้อ จนมาปี พ.ศ.2502 ได้มีคนขายลิขสิทธิ์หนังเรื่องหนึ่งที่ถ่ายไม่เสร็จให้คือเรื่อง ดาวคลี่ เป็นหนังขาวดำ ดอกดินก็ซื้อมาสร้างต่อ ปรากฏว่าเรื่องแรกไม่ประสบความสำเร็จ มีหรือจะท้อถอยนี่คือคุณสมบัติของดอกดิน ปรึกษากับภรรยาอันเป็นที่รักขอเอาเรือนหอไปจำนอง เพื่อเอาเงินมาลงทุนสร้างหนัง ที่ดอกดินเตรียมไว้ นั่นก็คือเรื่อง แพนน้อย นับเป็นการเสี่ยงที่สูง ดอกดินรอคำตอบจากภรรยาอย่างเดียวถ้าเธอไม่เขาก็ไม่ แต่บรรจงเชื่อในความตั้งใจของดอกดิน ไม่มีการขัดขวางพร้อมสนับสนุน แม้ว่าถ้าหนังเรื่องนี้วูบ ทั้งเขาและเธอรวมไปถึงลูกๆมีหวังต้องไปเช่าบ้านอยู่กัน
ดอกดินทาบทามพระเอกยอดนิยมยุคมิตร ชัยบัญชามาประชันบทบาทกับนางเอกใหม่ของศิริ ศิริจินดาที่เพิ่งมีผลงานการแสดงเพียง 2 เรื่องมาแสดงเธอผู้นั้นก็คือเพชร เชาวราษฏร์ มาแสดงนำคู่กับในหนังเรื่อง แพนน้อย วันแรกของการฉายดอกดินนั่งไม่ติดลุ้นตัวโก่ง ถ้าพลาดก็จบกัน ดีที่ว่าเวลานั้นดอกดินยังมีรายการ ดอกดินพาเหรด ก็ทำการโฆษณาในรายการโทรทัศน์ ได้ผลหนังเรื่อง แพนน้อย ประสบความสำเร็จ ดอกดินจะใช้วิธีโฆษณาแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัวตลอด เรื่องแรกไปได้ด้วยดี มาเรื่องที่สอง ฝนแรก (2506) เปลี่ยนพระเอกมาเป็นไชยา สุริยัน ส่วนนางเอกยังคงเดิมคือเพชรา เชาวราษฏร์ แต่เรื่องที่ทำความสำเร็จให้กับดอกดินอย่างมากก็คือเรื่อง นกน้อย (2507) ที่นอกจากจะทำรายได้แล้ว ยังส่งให้มิตร – เพชรา กลายเป็นดาราคูขวัญ แล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “ล้านแล้ว….จ้า” เพราะเป็นหนังเรื่องแรกของเขาที่ทำรายได้เกินหลักล้านอีกด้วย แถมท้ายยังได้รางวัลตุ๊กตาทองมาครอง แล้วนับแต่นั้นมาหนังเกือบทุกเรื่องของดอกดินก็ทำรายได้เกินหลักล้านมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ลมหวน (2508) , แสงเทียน (2509), มดแดง (2510) , ปูจ๋า (2510) , กบเต้น (2511) , ลมเหนือ (2512) ทั้งหมดนี้เป็นผลงานการแสดงของสองดาราคู่ขวัญ มิตร – เพชรา ต่อมาก็ได้เปลี่ยนพระเอกมาเป็นสมบัติ เมทะนี ประเดิมด้วยเรื่อง ไทยน้อย (2512) ,ไทยใหญ่ (2513) , ไก่นา (2514) ม้ามืด (2514) , เชียงตุง (2515) ,สายฝน (2516) , ทั้งหมดเป็นผลงานการแสดงของ สมบัติ – เพชรา (สายฝนเป็นเรื่องสุดท้ายของเพชราที่แสดงให้กับดอกดิน) สมบัติ เมทะนียังคงแสดงเป็นพระเอกนำของดอกดินต่อไปแต่นางเอกมีการเปลี่ยนคือ เรื่อง คนกินเมีย (2517) แสดงคู่กับวันดี ศรีตรัง เรื่อง แหม่มจ๋า (2518)แสดงคู่กับมยุรา ธนะบุตร (นางเอกใหม่ของดอกดิน) มือปืนพ่อลูกอ่อน (2518), กุ้งนาง (2519) , สิงห์สำออย (2520) , แม่ดอกกัญชา (2521) เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่สมบัติแสดงให้กับดอกดิน พระเอกคนต่อไปก็คือสรพงศ์ ชาตรี ประเดิมด้วยเรื่อง ไอ้ 8 นิ้ว (2521) แสดงคู่กับมยุรา ธนะบุตร (มยุราแสดงเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับหนังของดอกดิน) เรื่อง สาวแดดเดียว (2523)แสดงคู่กับ สุรีวัลย์ สุริยง เรื่อง นกน้อย แสดงคู่กับนางเอกใหม่ สาลิกา และเรื่องเรื่องสุดท้ายก่อนเลิกสร้างคือ เฮงสองร้อยปี (2525)แสดงคู่กับ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
ช่วงที่สร้างหนัง เรือนหอหลังแรกของดอกดินกับบรรจง กัญญามาลย์ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นบริษัทกัญญามาลย์ภาพยนตร์ ส่วนดอกดินและบรรจง กัญญามาลย์พร้อมด้วยลูกๆอีก 4 คนก็ย้ายมาอยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 3 ในซอยโชคชัยร่วมมิตร บนถนนวิภาวดีรังสิต ที่มีทั้งบ้านและยังสร้างโรงถ่ายเองอีกด้วย ทุกวันนี้ดอกดินเลิกลาการสร้างหนังแล้วกว่า 20 ปี แต่ยังมีรายได้กับการเช่าอุปกรณ์ถ่ายหนัง และให้เช่าโรงถ่าย ครอบครัวเป็นปึกแผ่น โดยการต่อสู้ชีวิตพร้อมกับคู่ชีวิตที่กล้าตัดสินใจและเชื่อใจในความคิดของสามี ถ้าครั้งนั้นกับการสร้างหนังครั้งแรก ภรรยาปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือก็คงไม่มีวันนี้ นี่คือเรื่องราวชีวิตรักของอดีตผู้สร้างผู้กำกับและนักแสดงชื่อดัง ดอกดิน กัญญามาลย์




จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 02/06/49 - 22:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9
รบกวนผู้รู้ช่วยเล่าประวัติ คุณชูศรี มีสมมนต์ ให้หน่อยค่ะ เพราะท่านแสดงตลกเก่งมาก

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 04/06/49 - 19:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10



ประวัติตลกหญิง ชูศรี มีสมมนต์

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 21:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11
ชูศรีเรียนจบชันมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนนาฏศิลป์ จากนั้นก็มาเรียนต่อชั้น ม. 6 ที่โรงเรียนขัตติยานีผดุง ระหว่างที่เรียนทางบ้านได้ขอให้ชูศรีเรียนต่อพยาบาล แต่ชูศรีเวลานั้นใจร่ำร้องอยากจะยึดอาชีพเต้นกินรำกิน เพราะเรียนมาทางนาฏศิลป์ ในที่สุดก็ปฎิเสธคำขอของทางบ้าน อาจารย์ลัดดา สารตายนต์ แห่งโรงเรียนนาฏศิลป์ สมัยนั้น ได้ตั้งคณะละครชายจริงหญิงแท้ขึ้น และเปิดการแสดงที่โรงละครแหงชาติ ประเดิมด้วยเรื่อง ผกาวลี มี อุโฆษ จันทร์เรือง เป็นพระเอก ชูศรี มีสมมนต์ก็ได้มีโอกาสแสดงกับเขาด้วยในบทตลกติดตามนางเอกและร้องเพลงสลับหน้าเวที แล้วจากนั้นอาจารย์ลัดดา ก็ใช้ชื่อคณะละครตนเองว่า ผกาวลี ผลการแสดงเรื่องแรกผ่านไปได้อย่างดี แล้วชีวิตแห่งการแสดงของชูศรีก็เริ่มแต่นั้นมา ความเป็นศิลปินอิสระทำให้ชูศรีแสดงได้กับหลายคณะ อาทิ คณะเทพศิลป์การละคร คณะศิวารมณ์,คณะอัศวินการละคร,คณะวิจิตรเกษม,คณะชื่นชุมนุมศิลปิน,และคณะลูกไทย เป็นต้น
ละครที่สร้างชื่อเสียงให้กับชูศรีมากที่สุดก็คือเรื่อง ขุนเหล็ก ที่ชูศรีแสดงคู่กับดอกดิน กัญญามาลย์ อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการตลกก็คือ อบ บุญติค ชูศรีได้พบรักครั้งแรกเมืออายุได้ 17 ปี กับชายหนุ่มที่ชือ เชิด โรจนประดิษฐ์ ชูศรีเล่นละครเวทีตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 มาจนถึงปี 2497 ก่อนที่วงการละครเวทีจะซบเซาลง ครั้งสุดท้ายก่อนปิดฉากละครเวทียุคนั้น ส.อาสนจินดาได้รวบรวมนักแสดงทั้งหมดที่เกิดในวงการละครรวมทั้งชูศรี เล่นละครเรื่อง อภัยทศพเนจร แสดงที่โรงภาพยนตร์ศรีอยุธยา หลังจากนี้ ต่างก็แยกย้ายกันไปหาอาชีพ ชูศรีได้ไปสมัครร้องเพลงสลับหน้าม่านกับพยงค์ มุกดาและเชาว์ แคล่วคล่อง เพลง อัดซีบาบา คือเพลงแรกของชูศรีที่ร้อง จากนั้นก็หันมาเล่นหนัง ผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของชูศรีคือเรื่อง ยอดรักคนยาก ของ ส.อาสนจินดา ผลงานการสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกของชูศรีก็คือเรื่อง แม่ค้าหาบเร่ นำแสดงโดย เติม โมรากุล กับกรองจิต เตมีย์ศิลปิน เข้าฉายที่เฉลิมกรุง ได้กำไรมา 1 หมื่นบาท ทิ้งช่วงไปพักนึงก็กลับมาสร้างอีกครั้งในเรื่อง ในฝูงหงส์ เรื่องนี้ไม่ประสบความสำเร็จ ชูศรีเลยต้องหันมาเล่นหนังอย่างเดียวไปหลายปี ก่อนจะหวนมาสร้างหนังอีกครั้งเรื่อง สามเกลอเจอล่องหน เช่นเคยแม่จะมีพระเอกนางเอกดังอย่าง มิตร - เพชรา เล่นแต่ก็ไม่เป็นผล ผลของหนังสองเรื่อง สร้างหนี้ให้ชูศรีเพิ่มขึ้นมาอย่างมากมาย เท่านั้นยังไม่พอคู่ชีวิตของตนเองคือเชิด ได้หลบลี้หนีหายไปอย่างไร้ล่องรอย ใครดูหนังหรือเป็นแฟนประจำชูศรี จะเห็นว่ามีบางช่วงชูศรีใช้นามสกุล โรจนประดิษฐ์ แต่ต่อมาก็กลับมาใช้มีสมมนต์อย่างเก่า ต่อแต่นั้นมาชูศรีก็ทำหน้าที่แสดงอย่างเดียว จนปี 2524 ชูศรีได้ล้มป่วยลงเข้าออกโรงพยาลอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2535 ชูศรีได้เสียชวิตลงอย่างสงบ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 04/06/49 - 22:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12
เคยฟังสัมภาษณ์คุณชูศรี สนุกมาก คุณชูศรีเล่าว่าเกิดภาคอีสาณ พอมาอยู่กรุงเทพ พูดภาษาอีสาณได้อย่างเดียว ทำให้แทบอดข้าว พอมาเรียนนาฏศิลป์ก็ซนเป็นทะโมน ได้เล่นละครออกโรงครั้งแรก แต่งตัวแต่หัววันกว่าจะได้ออกโรงก็ดึก ความเป็นเด็กจึงได้รำอยู่บนสุดคนดูแทบมองไม่เห็น ผมยังเก็บเทปไว้อยู่เลย แต่มันเก่าจนเทปยานไปแล้วมั๊ง หยิบมาฟังทีไรก็คิดถึง เป็นดาราตลกที่มีความสามารถหลายด้านร้องรำทำเพลงได้หมด คราวที่ได้ออกรายการจันทร์กระพริบ และวิก 07 ก็สนุกมาก ร้องเพลงโจโจ้ซังตอนจะฆ่าตัวตายสนุกสุดๆ ขนาดตอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์มาออกรายการจันทร์กระพริบ ร้องเพลงสเปน Pepito ได้ทั้งเพราะทั้งสนุก หาไม่ได้อีกแล้วฝีมือตลกระดับนี้ สงสัยต้องไปค้นเทปมาฟังอีกแล้ว คิดถึงมาก
ท่านต่อไปผมขอประวัติตลกหญิงรุ่นเก๋าสุดๆ หม่อมชั้น พวงวัน ครับ คนนี้เห็นหน้าก็ขำแล้ว แถมต้องมีผู้ชายให้เสียงพากษ์ด้วยจึงจะครบสูตร ขอทราบด้วยครับว่า ใครเป็นผู้ให้เสียงพากษ์ประจำของหม่อมชั้น พวงวันด้วยครับ

จาก: อิท
วันที่: 04/06/49 - 23:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13
ขอเรียนถามพี่ชัยโรจน์ ว่า หนังเรื่อง เมียสั่งทางไปรษณีย์ ที่สร้างและออกฉายเมื่อปี 2523 ที่มี สรพงษ์-สุพรรษา-อำภา แสดงนำ ผมได้ข่าวว่า ชูศรี เป็นผู้สร้าง ส่วนผู้กำกับ ไม่แน่ใจว่าใช่ ณรงค์ ภูมินทร์ หรือเปล่า จริงๆแล้วใช่ ชูศรี เป็นผู้สร้างหรือเปล่า รู้สึกเรื่องนี้ก็ไม่ทำเงินเท่าไร แล้วเหตุใดเสียงพากย์ตัวหม่อมชั้น พวงวัน จึงต้องเป็นเสียงผู้ชายตลอด แม้กระทั่งปัจจุบันนำมาพากย์ใหม่ ก็ยังใช้เสียงผู้ชายอีก

จาก: อ๊อด
วันที่: 05/06/49 - 7:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณมากค่ะคุณชัยโรจน์ ท่านอายุเท่าไรค่ะ

จาก: จุฑามาศ-จุ
วันที่: 05/06/49 - 11:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15
ดอกดิน กัญญามาลย์
ชีวิตนี้ดีได้เพราะมีคู่ชีวิตร่วมสร้างฝันให้เป็นจริง
“ ล้านแล้ว….จ้า ”กลายเป็นคำกล่าวโฆษณาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผู้สร้างท่านหนึ่ง ผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการสร้างหนังไทยสมัยหนัง 16 มิลลิเมตร เมื่อครั้งอดีตพอกล่าวถึงผู้สร้างผู้กำกับและดารานักแสดงที่ตัวดำ แล้วไม่มีใครไม่รู้จักเขา ดอกดิน กัญญามาลย์ ผู้สร้างหนังได้เงินล้านมาตลอด เรื่องราวชีวิตการทำงาน และเรื่องราวความรักของดอกดินเป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับท่านผู้อ่านอย่างยิ่ง หลายเรื่องในชีวิตของดอกดินท่านผู้อ่านน่าจะนำเป็นแบบอย่าง จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ชีวิตครอบครัวของเขาอยู่อย่างสุขสบาย ด้วยวัย 77 ปีรวมถึงภรรยาอันเป็นที่รักบรรจง กัญญามาลย์ที่มีอายุ 67 ปีเข้าไปแล้ว
ดอกดิน กัญญามาลย์มีชื่อจริงว่า ธำรง กัญญามาลย์ สมัยเด็กๆครอบครัวเขามีอาชีพค้าขาย ฐานะยากจน เพราะมีหน้าตาที่ดำสนิทเลยมีชื่อเล่นว่า ดิน ด้วยต้องตามมารดาไปขายขนมตามที่ต่างๆก็เลยทำให้มีโอกาสได้ไปเล่นจำอวด ร่วมกับอบ บุญติค จากการเล่นจำอวดก็มาเล่นละครย่อย ไม่แค่นั้นยังผันตนเองมาร้องเพลง และเล่นลิเก ซึ่งช่วงนั้นดิน ยังคงใช้ชื่อเดิมคือ ธำรง อยู่ จะเริ่มมาเปลี่ยนใช้คำนำหน้าว่าดอกดิน ก็ตอนที่เล่นละครกับคณะอัศวินการละครของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์ภาณุพันธ์ ยุคล และที่อัศวินการละครนี้เองดอกดินได้มีโอกาสพบรักเป็นครั้งแรกกับนางสาวบรรจง ชมกลิ่น ที่เป็นนางเอกละครเวที นางสาวบรรจงนั้นเพิ่งจบมาจากโรงเรียนเสาวภาผ่องศรี ในระดับชั้น ม. 3 เธอเข้ามาแสดงละครได้เพราะเพื่อของพี่สาวได้นำมาฝากให้เล่นละคร
ครั้งแรกของการพบกันระหว่างดอกดิน กัญญามาลย์กับบรรจง ชมกลิ่นก็ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทย ซึ่งนางสาวบรรจงได้มาเล่นละครเป็นนางเอกของเรื่อง ส่วนดอกดินเล่นเป็นตัวประกอบเป็นดาวตลกของเรื่อง แรกพบก็ทำให้หัวใจของดอกดินพองโต รู้ได้ทันทีว่าตนเองกำลังจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้อย่างสุดหัวใจ ดอกดินไม่เคยสนใจกับปมด้อยตนเองในเรื่องของผิวที่ดำ แถมพ่วงท้ายด้วยการเป็นคนตัวเตี้ยอีกด้วย ดอกดินเข้าไปตีสนิทกับบรรจง พูดคุย เฝ้าคอยติดตามดูแลตลอด 2 ปีเต็มอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยไม่ได้รับความสนใจจากนางสาวบรรจงเลย เปรียบเทียบระหว่างทั้งสองคน ดอกดินทั้งดำทั้งแก่กว่าตั้ง 10 ปี ส่วนนางสาวบรรจงทั้งสาว ทั้งสวย ดีกรีเป็นถึงนางเอกละคร รู้ทั้งรู้ว่าบรรจงไม่รักตน แต่ดอกดินก็เพียรพยายาม ขอมีความรักแต่เพียงฝ่ายเดียวก็พอ ด้วยมารดาของดอกดินมีหน้าที่ทำอาหารปิ่นโตส่งให้กับนักแสดงและทีมงานละครของอัศวินการละคร มารดาของดอกดินรู้ดีว่าลูกชายตนชอบพอนางสาวบรรจง แล้วเหตุการณ์ครั้งหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นให้นางสาวบรรจงเริ่มหันมาสนใจดอกดิน ก็คือตอนที่มารดาของดอกดิน นำอาหารปิ่นโตส่งให้นางสาวบรรจง แต่วันนั้นด้วยเธอเกิดเหนื่อยต่อการทำงาน ก็เลยไม่ทานอาหารปิ่นโตนั้น บังเอิญว่ามีแมวตัวหนึ่งได้แอบมากินอาหารในปิ่นโตที่มารดาเขานำมาให้ ดอกดินโกรธมากคิดว่านางสาวบรรจงโกรธตนแล้วประชดโดยการเอาอาหารที่แม่ตนเองทำไปให้แมวกิน ดอกดินโมโหจัดโดดชกกระจกที่วางอยู่ตรงหน้าแตกกระจาย ผลมือของเขาฉีกเลือดไหลนองพื้น นางสาวบรรจงเกิดความสงสัย จึงถามดอกดินว่าไปชกกระจกทำไม ดอกดินเองก็ไม่ตอบ เธอได้ทำการปฐมพยาบาลดอกดินในขั้นต้นจากนั้นก็พาไปส่งโรงพยาบาล แล้วสิ่งหนึ่งก็เกิดขึ้นในหัวใจนางสาวบรรจงมันเป็นความสงสาร เพราะได้เห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของเขา ต่อมาพอความจริงประจักษ์ เธอจึงเริ่มเห็นถึงความห่วงใยที่เขามีต่อเธอ
เธอเฝ้าดูแลรักษาพยาบาลดอกดินหลังจากออกจากโรงพยาบาลจนหายดี ระหว่างนั้นเธอเริ่มคิดทบทวนตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ดอกดินเฝ้าคอยติดตามจีบตนมา เท่าที่เห็นดอกดินไม่เจ้าชู้ เวลาอยู่ใกล้ดอกดินเธอมีความรู้สึกว่าสบายใจ เขาคอยเอาใจใส่เธอ แล้วเพียงไม่นานที่นางสาวบรรจงเริ่มเห็นใจ ดอกดินก็รีบขอเธอแต่งงานในทันที ปี พ.ศ.2494 ทั้งคู่ก็เข้าสู่ประตูวิวาห์ เรือนหอหลังแรกของทั้งคู่คือบ้านแถวถนนหลานหลวง (ปัจจุบันยังอยู่ตั้งอยู่แถวริมถนนหลานหลวงข้างวัดนางเลิ้ง) เมื่อภาระเริ่มมีมากขึ้น ดอกดินก็ต้องทำงานหนักมากขึ้น ทั้งแสดงจำอวด เล่นละคร ร้องเพลง เมื่อมีโทรทัศน์ในเมืองไทย ดอกดินก็เริ่มทำรายการทีวี ให้ชื่อรายการว่า ดอกดินพาเหรด มีเพื่อนๆตลกยุคเดียวกันที่เติบโตมาจากการแสดงจำอวดด้วยกัน อย่าง ล้อต๊อก สมพงษ์ พงษ์มิตร ชูศรี มีสมมนต์ ธรรมนูญ ปุงคานนท์ อบ บุญติค และอีกหลายคน มาช่วยทำรายการปรากฏว่ารายการดอกดินพาเหรดดำเนินไปได้อย่างดี รายการออกอากาศนานหลายปีพอควร ก่อนที่จะต้องมีอันต้องเลิกรายการไปตามกระแสความนิยมที่ลดลง ดอกดินเวลานั้นทั้งทำรายการโทรทัศน์ ทั้งแสดงละครเวที ทั้งทำเพลง และยังแสดงหนังไทยอีกด้วย
ขณะที่แสดงละครเวที ดอกดินก็เริ่มศึกษางานด้านการเขียนบทภาพยนตร์ ด้วยคณะอัศวินการละครเคยสร้างหนังมาก่อน ในชื่อไทยฟิล์มก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาวงการหนังไทยเริ่มเฟื่องฟู ดอกดินก็ได้มาแสดงหนังไทย พร้อมกันนี้ก็เริ่มศึกษางานด้านภาพยนตร์ จนมาปี พ.ศ. 2498 ดอกดินก็ได้ร่วมกับเพื่อนรักล้อต๊อกและสมพงษ์ พงษ์มิตร ทดลองทำหนังไทยกันในชื่อเรื่องสามเกลอ แบ่งเป็นสามตอนโดยทำคนละตอน เรื่องแรกล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จทั้งสามคน ดอกดินหันมาแสดงหนังอย่างเดียว พร้อมกับการเตรียมงานใหม่อย่างไม่ย่อท้อ จนมาปี พ.ศ.2502 ได้มีคนขายลิขสิทธิ์หนังเรื่องหนึ่งที่ถ่ายไม่เสร็จให้คือเรื่อง ดาวคลี่ เป็นหนังขาวดำ ดอกดินก็ซื้อมาสร้างต่อ ปรากฏว่าเรื่องแรกไม่ประสบความสำเร็จ มีหรือจะท้อถอยนี่คือคุณสมบัติของดอกดิน ปรึกษากับภรรยาอันเป็นที่รักขอเอาเรือนหอไปจำนอง เพื่อเอาเงินมาลงทุนสร้างหนัง ที่ดอกดินเตรียมไว้ นั่นก็คือเรื่อง แพนน้อย นับเป็นการเสี่ยงที่สูง ดอกดินรอคำตอบจากภรรยาอย่างเดียวถ้าเธอไม่เขาก็ไม่ แต่บรรจงเชื่อในความตั้งใจของดอกดิน ไม่มีการขัดขวางพร้อมสนับสนุน แม้ว่าถ้าหนังเรื่องนี้วูบ ทั้งเขาและเธอรวมไปถึงลูกๆมีหวังต้องไปเช่าบ้านอยู่กัน
ดอกดินทาบทามพระเอกยอดนิยมยุคมิตร ชัยบัญชามาประชันบทบาทกับนางเอกใหม่ของศิริ ศิริจินดาที่เพิ่งมีผลงานการแสดงเพียง 2 เรื่องมาแสดงเธอผู้นั้นก็คือเพชร เชาวราษฏร์ มาแสดงนำคู่กับในหนังเรื่อง แพนน้อย วันแรกของการฉายดอกดินนั่งไม่ติดลุ้นตัวโก่ง ถ้าพลาดก็จบกัน ดีที่ว่าเวลานั้นดอกดินยังมีรายการ ดอกดินพาเหรด ก็ทำการโฆษณาในรายการโทรทัศน์ ได้ผลหนังเรื่อง แพนน้อย ประสบความสำเร็จ ดอกดินจะใช้วิธีโฆษณาแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัวตลอด เรื่องแรกไปได้ด้วยดี มาเรื่องที่สอง ฝนแรก (2506) เปลี่ยนพระเอกมาเป็นไชยา สุริยัน ส่วนนางเอกยังคงเดิมคือเพชรา เชาวราษฏร์ แต่เรื่องที่ทำความสำเร็จให้กับดอกดินอย่างมากก็คือเรื่อง นกน้อย (2507) ที่นอกจากจะทำรายได้แล้ว ยังส่งให้มิตร – เพชรา กลายเป็นดาราคูขวัญ แล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “ล้านแล้ว….จ้า” เพราะเป็นหนังเรื่องแรกของเขาที่ทำรายได้เกินหลักล้านอีกด้วย แถมท้ายยังได้รางวัลตุ๊กตาทองมาครอง แล้วนับแต่นั้นมาหนังเกือบทุกเรื่องของดอกดินก็ทำรายได้เกินหลักล้านมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ลมหวน (2508) , แสงเทียน (2509), มดแดง (2510) , ปูจ๋า (2510) , กบเต้น (2511) , ลมเหนือ (2512) ทั้งหมดนี้เป็นผลงานการแสดงของสองดาราคู่ขวัญ มิตร – เพชรา ต่อมาก็ได้เปลี่ยนพระเอกมาเป็นสมบัติ เมทะนี ประเดิมด้วยเรื่อง ไทยน้อย (2512) ,ไทยใหญ่ (2513) , ไก่นา (2514) ม้ามืด (2514) , เชียงตุง (2515) ,สายฝน (2516) , ทั้งหมดเป็นผลงานการแสดงของ สมบัติ – เพชรา (สายฝนเป็นเรื่องสุดท้ายของเพชราที่แสดงให้กับดอกดิน) สมบัติ เมทะนียังคงแสดงเป็นพระเอกนำของดอกดินต่อไปแต่นางเอกมีการเปลี่ยนคือ เรื่อง คนกินเมีย (2517) แสดงคู่กับวันดี ศรีตรัง เรื่อง แหม่มจ๋า (2518)แสดงคู่กับมยุรา ธนะบุตร (นางเอกใหม่ของดอกดิน) มือปืนพ่อลูกอ่อน (2518), กุ้งนาง (2519) , สิงห์สำออย (2520) , แม่ดอกกัญชา (2521) เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่สมบัติแสดงให้กับดอกดิน พระเอกคนต่อไปก็คือสรพงศ์ ชาตรี ประเดิมด้วยเรื่อง ไอ้ 8 นิ้ว (2521) แสดงคู่กับมยุรา ธนะบุตร (มยุราแสดงเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับหนังของดอกดิน) เรื่อง สาวแดดเดียว (2523)แสดงคู่กับ สุรีวัลย์ สุริยง เรื่อง นกน้อย แสดงคู่กับนางเอกใหม่ สาลิกา และเรื่องเรื่องสุดท้ายก่อนเลิกสร้างคือ เฮงสองร้อยปี (2525)แสดงคู่กับ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์
ช่วงที่สร้างหนัง เรือนหอหลังแรกของดอกดินกับบรรจง กัญญามาลย์ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นบริษัทกัญญามาลย์ภาพยนตร์ ส่วนดอกดินและบรรจง กัญญามาลย์พร้อมด้วยลูกๆอีก 4 คนก็ย้ายมาอยู่ในซอยโชคชัยร่วมมิตร บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 3 ในซอยโชคชัยร่วมมิตร บนถนนวิภาวดีรังสิต ที่มีทั้งบ้านและยังสร้างโรงถ่ายเองอีกด้วย ทุกวันนี้ดอกดินเลิกลาการสร้างหนังแล้วกว่า 20 ปี แต่ยังมีรายได้กับการเช่าอุปกรณ์ถ่ายหนัง และให้เช่าโรงถ่าย ครอบครัวเป็นปึกแผ่น โดยการต่อสู้ชีวิตพร้อมกับคู่ชีวิตที่กล้าตัดสินใจและเชื่อใจในความคิดของสามี ถ้าครั้งนั้นกับการสร้างหนังครั้งแรก ภรรยาปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือก็คงไม่มีวันนี้ นี่คือเรื่องราวชีวิตรักของอดีตผู้สร้างผู้กำกับและนักแสดงชื่อดัง ดอกดิน กัญญามาลย์




จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/06/49 - 22:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
มัวแต่ไปโพสต์กระทู้หนังต่างชาติ เดี๋ยวหนังไทยจะน้อยใจเลยหยิบกระทู้นี้ขึ้นมาถามคุณไขยโรจน์ดีกว่า อยากได้เรื่องราวของดาราตลก ท่านต่อไปนี้ครับ
หม่อมชั้น พวงวัน (แฟนผม..ยังไงก็ไม่เปลี่ยนไปรักใคร..ฮ่าๆๆๆ)
ศรีสละ ทองธารา
ดาวน้อย ดวงใหญ่
จุ๋มจิ๋ม เข็มเล็ก
เอ...ทำไมวันนี้นึกถึงแต่รุ่นเฮฟวี่เวททั้งนั้นเลยเนี่ย!!!

จาก: อิท
วันที่: 09/06/49 - 10:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
ประวัติ ศรีสละ ทองธารา
ดาราตลกในอดีตที่ร่างอ้วน ถ้าเป็นดาราชายทุกคนจะรู้จักเขาดี ดาวน้อย ดวงใหญ่ นักแสดงตลกร่างอ้วน ของหนังยุค 16 มิลลิเมตร แต่ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วละก็ ศรีสละ ทองธารา คือดาราตลกหญิงร่างอ้วนที่โด่งดังอย่างมากยุคหนัง 16 ม.ม. ดังถึงขนาดถูกเอาชื่อมาล้อเมื่อเจอใครอ้วน ก็จะถูกล้อว่า อ้วนเหมือนศรีสละ ทองธาราเลยนะ
ศรีสละ ทองธารา เดิมชื่อ สละ ทองธารา เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2472 แถวฝั่งธน หลังโรงพยาบาลศิริราช มีพี่น้อง 5 คน ศรีสละเป็นคนที่ 5 บิดาชื่อพ่อวงศ์ มารดาชื่อแม่แม้น ทองธารา ก่อนที่จะก้าวเข้ามาสู่วงการแสดง ศรีสละเคยเข้ามาร้องเพลงเล่นตลกหน้าเวทีคณะ พยงค์ มุกดา และใช้ชื่อศรีสละ ตั้งแต่นั้นมา
ในด้านของการแสดงภาพยนตร์ ศรีสละเริ่มก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ครั้งแรกในเรื่อง อันตาบูลัง ในด้านการร้องเพลงครูพยงค์ มุกดาได้สอนวิชาการร้องเพลง มีครูประหยัด คำเรียบร้อย เป็นครูผู้ชี้แนะวิธีการร้อง ก่อนเข้าสู่วงการศรีสละได้ทำอยู่ร้านเสริมสวย คุณประหยัด คำเรียบร้อย ได้ติดต่อให้มาเล่นหนัง และร้องเพลง คู่กับคุณเฉลิม แก้วสมัย นักร้องดังแห่งกองทัพเรือ ผลงานเรื่องแรกได้เล่นเป็นชาวเกาะ
ศรีสละไม่ใช่ร่างอ้วนมาแต่เกิด สมัยที่เป็นครูสอนบัลเล่ศรีสละรูปร่างสวยหุ่นเพรียว มีหลายคนบอกไว้ว่าถ้าหยุดเต้นบัลเล่เมื่อไหร่จะทำให้อ้วนขึ้นมาทันที ศรีสละไม่เชื่อ หลังเลิกเต้นบัลเล่ศรีสละยังกระโดด โลดเต้น ออกกำลังกาย แต่พอหลังแต่งงานร่างกายก็เปลี่ยนไป อ้วนเอา อ้วนเอา แล้วชีวิตคู่ของศรีสละก็จบลง ต่อมาศรีสละก็รับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงถึง 10 คน ส่วนใหญ่จะเป็นหลาน ๆ ที่เป็นญาติกัน สมัยสาว ๆ ศรีสละเกือบตาย เพราะไส้ติ่งเป็นหนอง ถึงกับสลบไป 3วันเต็ม อาการน่ากลัวมาก ท้องบวมขึ้นมาเอง จนศรีสละไม่สามารถรับงานแสดง จากนั้นก็สลบไปไม่รู้เรื่องเลย
ข้อมูลการเสียชีวิตของศรีสละผมไม่มีเลย ท่านใดมีข้อมูลก็ต่อเติมเสริมให้ผมหน่อยครับ จะได้สมบูรณ์


จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 17/06/49 - 22:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18
หลังจากงานด้านเล่นหนังซาไป คุณศรีสละเปิดร้านขายน้ำพริกอยู่สนามหลวง สมัยที่ยังมีตลาดนัดอยู่ครับ

จาก: อิท
วันที่: 18/06/49 - 20:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19
หนูอยากรู้ประวัติพี่เล็ก คาราบาว พี่กบ อนุสรา และเรื่องย่อ หยุดหัวใจไว้ที่รัก หนูรักพี่เล็กกับพี่กบมาก ใครรู้ช่วยตอบหน่อยนะคะ

จาก: น้องต้อย
วันที่: 20/06/49 - 0:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20



ป๋าต๊อก.......

จาก: พักรบ
วันที่: 27/06/49 - 21:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21
พอจะมีรูป ล้อต๊อก-พิศมัย บ้างไหมค่ะ มีหนังที่เล่นด้วยกันแต่ไม่เคยเห็นรูปเลย เห็นหน้าท่านก็ตลกแล้วข้าพเจ้าว่า ปัจจุบันนี้ยังหาศิลปินตลกแบบท่านยังไม่มีเลยนะคะ เล่นภาพยนตร์,ละคร,สร้างภาพยนตร์......เก่งไปหมด....

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 28/06/49 - 22:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22



หายาก..ครับ มีแต่ภาพสวยๆๆ ของ คุณหมัย...

จาก: พักรบ
วันที่: 28/06/49 - 23:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23
ขอบคุณเจ้าค่ะ ของดีก็เลยหายาก

จาก: จุ
วันที่: 29/06/49 - 11:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24



มุมนี้ คุณหมัย...ก็สวย..

จาก: พักรบ
วันที่: 29/06/49 - 20:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25
ดูแล้วเซ็กซี่เล็กๆ จากเรื่องอะไรเอ่ย...เป็นดาราที่หารูปท้าทายได้ยากจริงๆ เดี๋ยวจับมี้ถ่ายใหม่เสียเลยดีไหมเนี่ย...

จาก: จุ
วันที่: 30/06/49 - 10:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26



คู่กับ คุณมิตร...ใน...จำเลยรัก....

จาก: พักรบ
วันที่: 01/07/49 - 20:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27
คุณชูศรี เคยสร้างและกำกับหนังเรื่องอะไรบ้างครับ

จาก: จุ้ย
วันที่: 28/08/49 - 11:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28
เรื่อง เมียสั่งทางไปรษณีย์ไม่ทราบว่าทำเป็นวีซีดีหรือยังครับ

จาก: จุ้ย
วันที่: 28/08/49 - 11:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29
เมียสั่งทางไปรษณีย์ ยังไม่เคยทำเป็นวีซีดีนะครับ ผมก็รออยู่ รวมทั้งฉุยฉาย,แม่ค้าขายผัก,น้ำพริกก้นถ้วย,แถมแหลกแจกสะบัด,บอกว่าอย่ามายุ่ง,เต้าฮวยเกศทิพย์,เสือมังกร(เรื่องนี้พอทราบมาว่าเจ้าของหนังคือคุณชุติมา สุวรรณรัต มีก็อปปี้อยู่รวมทั้งหนังของเขาอีกหลายเรื่อง แต่ไม่รู้เมื่อไรพวกเราจะมีโอกาสได้ดู)

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/08/49 - 11:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30
ขอให้ได้ดูเถอะนะครับ ขอร้อง ขอบคุณคุณอ๊อดมากๆ วันหนึ่งเราคงรู้จักกับครับ คุณคือ สุดยอด ของสุดยอดแฟนหนังไทยจริงๆ

จาก: จุ้ย แฟนพันธุ์แท้อำภา
วันที่: 28/08/49 - 12:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31
ขอบคุณคุณจุ้ยมากครับ ผมไม่ใช่แฟนพันธ์แท้หนังไทยหรอกครับ ยังมีอะไรที่ผมไม่รู้อีกมาก และผมคิดว่ายังมีคนที่รู้จักหนังไทยมากกว่าผมอีกมากครับ เพียงแต่เขาอาจจะยังไม่ได้เข้ามาในเว็บนี้หรือท่านที่เข้ามาประจำอยู่แล้วก็มีมากมายหลายท่านที่มีความรู้มากกว่าผมตั้งเยอะแยะ ผมก็อยากให้ท่านที่ยังไม่ได้เข้ามา ได้เข้ามา ผมจะได้รู้เรื่องที่ผมไม่ทราบอีกมากมายหลายเรื่องน่ะครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/08/49 - 12:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32
อยู่ๆก็หายไป เพลงนี้บอกความหมายอะไรบางอย่าง

จาก: ขมิ้น
วันที่: 13/09/49 - 19:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33



อีกหนึ่งดาวตลกกับนางเอกเจ้าบทบาท

จาก: จุ้ย
วันที่: 14/09/49 - 8:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34
อยากทราบอาการของดี๋ ดอกมะดัน

จาก: มะดันดอง
วันที่: 11/11/49 - 14:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35
เด่น+เด๋อ+เทพ+ลลนา สุลาวัลย์ ในเทพบุตรต๊ะติ้งโหน่ง

จาก: วินัย สมประสงค์
วันที่: 11/11/49 - 16:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36
ดรียนคุณชัยโรจน์และทุกๆ ท่าน สังข์ทอง สีใสเรื่องราวของเขาเกี่ยวกับการแสดงหนังมีจำนวนกี่เรื่อง เรื่องอะไรบ้างแสดงเรื่องแรกคือเรื่องอะไร ท่านใดพอทราบแจ้งเป็นวิทยาทานให้ด้วยนะครับ ขอขอบคุณ

จาก: อรชุน
วันที่: 12/11/49 - 18:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37
ข้างเซนทรัล วังบูรพา มีชายแก่คนหนึ่งนั่งขายของกระจุกกระจิก (ถ้าหันหน้าเข้าหาเซนทรัล คุณตาคนนี้จะอยู่ทางขวามือของเรา) ผมมั่นใจนะว่าเป็นดาราภาพยนตร์ คุณตาเคยแสดงละครที.วี.ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ ลองแวะไปดูหน่อยนะ คุณตาอายุมากแล้ว เครายาว
ถ้าเป็นดาราอาวุโสจริงแล้วตกอับก็น่าสงสารนะ หรือว่าผมจำคนผิด

จาก: ไผ่
วันที่: 14/01/51 - 13:17 น.
IP Address: 61.7.150.xx
ความคิดเห็นที่ 38
อยากได้รูปของ ดอกดิน กัญญมาลย์บ้าง หาได้จากไหนบ้างคะ

ไม่แน่ใจว่าคนที่คุณไผ่เอ่ยถึง จะใช่คนเดียวกับคุณตาเครายาวที่พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทยที่คลอง 5 หรือเปล่า ได้ข่าวว่ารู้เรื่องภาพยนตร์ไทยเป็นอย่างดี
ถ้ามีโอกาส จะลองเข้าไปคุยกับแกละกันนะคะ อยากทราบเรื่องภาพยนตร์ไทยมากกว่านี้



จาก: ...
วันที่: 27/01/51 - 0:28 น.
IP Address: 202.44.135.xx
ความคิดเห็นที่ 39
ไม่รู้ว่าเห็นนานหรือยัง ถ้านานแล้วน่าจะเป็นคุณประวิท สุดจริตจันทร์ แต่ได้ข่าวว่าเสียชีวิตไปแล้วนะ มีหลายคนที่อยู่แถวนั้น ไม่ว่าจะเป็น หมี หมัดแมน เวลานี้ก็แก่มากไว้เครา เดินไปมาอยู่แถวนั้น โต นักแสดงประกอบที่มักจะเอาใบปิดหนังเก่ามาขาย ถ้าคุณไผ่มีโอกาสเจอลองถ่ายรูปมาซิครับ จะได้ดูกัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 28/01/51 - 6:44 น.
IP Address: 124.120.161.xx
ความคิดเห็นที่ 40
กลับมาอีกครั้งหลังจากเริ่มมีเวลาว่างแล้ว

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/03/51 - 7:34 น.
IP Address: 124.120.166.xx
ความคิดเห็นที่ 41



ภาพนี้จากภาพยนตร์เรื่อง 4 สีทีเด็ด เมื่อปี พ.ศ. 2517 ในภาพประกอบไปด้วยนักแสดงตลกชื่อดัง สีเผือก,ศรีสุริยา,สีหมึก,เทพ เทียนชัย และพระเอกของเรื่อง ยอดชาย เมฆสุวรรณ ยุคนั้น 4 สี เป็นตลกที่โด่งดังถัดมาจากยุคของป๋าต๊อก (ล้อต๊อก) ชูศรี

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/03/51 - 15:56 น.
IP Address: 124.120.252.xx
ความคิดเห็นที่ 42
คุณชัยโรจน์ครับ คุณประวิทย์ สุจริตจันทร์ ยังไม่เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2551 ข้าพเจ้ายังเจอท่านนั่งอยู่หน้าเซ็นทรัล วังบูรพา
ท่านนั่งอยู่ที่นี่เป็นประจำ ปัจจุบันน่าจะอายุเกือบ 80 ปี แก่กว่ามิตร
ชัยบัญชา 4-6 ปี ในยุคมิตรเพชราโด่งดัง จะเห็นท่านเล่นอยู่ประจำ
น่าสงสารทานมาก อยากให้ดาราทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ช่วยเหลือท่านด้วย
เพราะท่านพูดไม่ได้ คงเป็นมะเร็งกล่องเสียง

จาก: คอหนังไทย
วันที่: 03/03/51 - 20:24 น.
IP Address: 202.6.107.xx
ความคิดเห็นที่ 43
No.8 หนังเรื่อง สาวแดดเดียว ฉาย ปี2526 ไม่ใช่2523 มล.สุรีวัลย์ สุริยงค์ เล่นหนังเรื่องเเรกเรื่องเพชรตัดหยก ปี2525อายุประมาณ15-16 ปี

จาก: nv
วันที่: 29/05/52 - 11:37 น.
IP Address: 202.5.83.xx
ความคิดเห็นที่ 44
สมัยเป็นเด็กเคยดูสุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม กับล้อต็อก เล่นหนังเรื่องมนต์รักลูก
ทุ่งด้วยกัน ถ้าไม่ได้สองท่านนี้ผมยังมองไม่ออกเลยว่า หนังเรื่องนี้จะโด่งดังมากในยุคนั้น

จาก: ถาวร
วันที่: 04/09/52 - 22:38 น.
IP Address: 58.11.38.xx
ความคิดเห็นที่ 45
ตลกยุคนี้ดูแล้วมีคุณค่อม ชวนชื่น คนเดียวเท่านั้นที่พอจะแทน ล้อต็อก กับสุคนธ์ได้

จาก: โกต่วย
วันที่: 04/09/52 - 22:42 น.
IP Address: 58.11.38.xx
ความคิดเห็นที่ 46
ใครอยากรู้อะไรถามมา เดี๋ยวบอกให้

จาก: เราเอง
วันที่: 21/07/53 - 11:42 น.
IP Address: 210.246.145.xx
ความคิดเห็นที่ 47
ขอรูป ปีวัติ ของ หม่อมชั้น พวงวัน

ขอบพระคุณครับ

จาก: พล
วันที่: 28/08/53 - 15:32 น.
IP Address: 124.122.136.xx
ความคิดเห็นที่ 48
- ป้าชูศรี ไม่เคยทิ้ง เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ สร้างหนัง - ละคร ทีไร มี
พี่จิ๊ก ฯ ร่วมแสดงด้วย ไม่เคยขาด น้าฉลอง ฯ ก็มีเนาวรัตน์ เล่นทุกเรื่อง
เช่นเดียวกัน

จาก: พริ้มเพรา
วันที่: 29/08/53 - 13:07 น.
IP Address: 119.31.121.xx
ความคิดเห็นที่ 49
อยากทราบว่าขณะนี้คุณดอกดิน กัญญามาลย์ ยังมีชีวิตอยู่ป่าวคับ

จาก: ธนกฤต
วันที่: 16/09/54 - 7:47 น.
IP Address: 223.207.145.xx
ความคิดเห็นที่ 50
คุณดอกดินยังมีชีวิตอยู่ครับ

จาก: กำกม
วันที่: 26/09/54 - 18:44 น.
IP Address: 125.24.27.xx
ความคิดเห็นที่ 51
- เมือวานเจอน้าดิน เดินไม่ค่อยไหว ไม่น่าให้แกไปทอดผ้าเลย ....
สงสารแก คุณอาประจวบด้วย เดินไม่ไหวแล้ว (จำปาทอง)

- ที่จริง งานดาราเก่า ๆ ศิลปินแห่งชาติ ถ้าไม่ติดงานจริง ๆ น่าจะมานะ
ผมว่า มันเป็นการเชิดชูพวกคุณกันเอง .... (ศิลปินแห่งชาติที่มาจาก
ดารา มีอยู่ ๒ ท่าน ได้ปีที่แล้ว ... )

จาก: เนวีบลู
วันที่: 27/09/54 - 11:48 น.
IP Address: 110.77.166.xx
ความคิดเห็นที่ 52
[url=http://Women114.com]เจ้าชู้[/url] [url=http://Men114.com]และ[/url] [url=http://Gpstravelguides.com]ดูดี[/url]

จาก: dorara
วันที่: 16/10/54 - 15:01 น.
IP Address: 27.116.62.xx
ความคิดเห็นที่ 53
ขอบคุณครับ

จาก: รชา
วันที่: 16/10/54 - 21:32 น.
IP Address: 110.169.227.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab