Search Latest Topics | Create New Topic  
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 16 (เพื่อการสนทนาและให้ข้อมูลหนังไทยเก่า)


สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน....

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ กระทู้ตอนที่ 16 ของ ชุมทางหนังไทยในอดีต

สำหรับท่านที่ต้องการตรวจสอบข้อมูลและรูปภาพที่เคย post ไว้ในกระทู้ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 15 นั้น
สามารถเลือกดูได้ ตามหมายเลขกระทู้ที่พิมพ์ไว้ด้านล่างนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านเปิดกระทู้เก่า (ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 15) แล้ว หากมีความประสงค์จะพูดคุยหรือสอบถามใด ๆ
ขอความกรุณาให้ท่านติดต่อสอบถามได้เฉพาะในกระทู้ตอนที่ 16 นี้เท่านั้นนะครับ
เพราะกระทู้ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 15 นั้น ปิดแล้วครับ ....
สำหรับท่านที่ต้องการดูภาพทุกภาพที่เคย post ไว้ในกระทู้ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 15 นั้น
สามารถใช้วิธีลัด โดยเข้าไปใน http://www.google.com/ โดยพิมพ์คำว่า มนัส138 หรือ มนัส 138
เลือก “รูปภาพ” แล้วกดค้นหา ก็จะมีรูปภาพต่าง ๆ ขึ้นมาให้เลือกดูเป็นพัน ๆ ภาพ
ท่านต้องการดูข้อมูลหรือภาพในกระทู้เก่า ๆ เลือกดูได้ตามหมายเลขกระทู้ข้างล่างนี้ครับ.....

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 1 กระทู้ที่ A939

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 2 กระทู้ที่ A983

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 3 กระทู้ที่ B006

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 4 กระทู้ที่ B022

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 5 กระทู้ที่ B049

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 6 กระทู้ที่ B062

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 7 กระทู้ที่ B121

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 8 กระทู้ที่ B211

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 9 กระทู้ที่ B253

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 10 กระทู้ที่ B278

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 11 กระทู้ที่ B353

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 12 กระทู้ที่ B419

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 13 กระทู้ที่ B 505

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 14 กระทู้ที่ B 625

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 15 กระทู้ที่ B 753

ขอขอบคุณทุกท่านที่รักเรื่องราวของหนังไทยเก่า ๆ และขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มีส่วนช่วยผลักดันให้กระทู้นี้
ผ่านมาได้จนถึงทุกวันนี้......

มนัส กิ่งจันทร์


จาก: มนัส138
วันที่: 07/01/50 - 8:21 น.
หัวข้อที่: B844
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1



เงียบหายไปหลายวัน...
รู้สึกจะเป็นตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2549
ทีแรกก็เป็นเรื่องของเว็ปมาสเตอร์...
ครั้นพอเว็ปมาสเตอร์แก้ไขเรียบร้อย.. เครื่องคอมผมก็มาเสียอีก
เสียครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยเป็นเพราะถึงขั้นฮาร์ดดิสต์เสียหายหมด
ข้อมูลต่าง ๆ ที่เคยเก็บอยู่ในฮาร์ดดิสต์ ก็มีอันต้องหายไปหมดเช่นกัน...
ยิ่งช่วงนี้ ใช้แต่สมองของเครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยจำให้ ก็เลยยิ่งยุ่งกันไป
ใหญ่.. ต้องรอช่างประจำตัวกลับมาก่อนจึงจะดูว่า จะกู้คืนได้หรือไม่...
คิดว่า ต้องเลยกลางเดือนมกราคม 2550 ไปแล้วจึงจะรู้ผล...

แต่ด้วยความคิดถึงเพื่อน ๆ จึงต้องมาหาเครื่องอื่นใช้แทนไปก่อน..

จำได้ว่า ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2549
ผมเคยบอกว่า คุณโต๊ะพันธมิตร เดินทางไปภาคใต้เพื่อไปเอาฟิล์มหนัง
มิตร ชัยบัญชา นั้น ก็ยังโชคดีครับที่ได้หนังมิตร มาอีก 2 เรื่อง
(แต่คุณโต๊ะ ขอว่าอย่าเพิ่งเปิดเผยชื่อเรื่อง กะไว้ฉายในงานวันมิตรปี 2550 ครับ)
นอกจากได้หนังมิตรมา 2 เรื่องแล้ว ยังได้บทพากย์หนังมิตรมาอีกหลาย
เรื่อง และมีเรื่องหนึ่งที่หอภาพยนตร์ฯเก็บฟิล์มไว้ คุณโต๊ะจึงไปขอเบิก
ฟิล์มจากหอภาพยนตร์ฯ เอาไปเทเลซีนแล้ว เห็นว่า ภาพชัด สวยดีมาก ๆ
เป็นหนังแนวบู๊ ...สวยขนาดกะว่าจะออกเป็น ดีวีดีหนัง 16 ม.ม.เรื่องแรก
ของมิตร ชัยบัญชา ด้วย แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ก็ต้องรอดูในเดือนตุลาคม 2550

ก็เป็นอันสรุปได้ว่า ตอนนี้ค่าย xxx ของคุณโต๊ะได้หนังมิตร ชัยบัญชา
มานอนกอดไว้รอฉายแล้ว 3 เรื่องครับ...

ตอนที่เดินทางกลับจากภาคใต้นั้น ก็ได้ข่าวมาอีกว่า ที่จังหวัดสุรินทร์
ยังมีหนังรุ่นมิตร ชัยบัญชาและหนัง 16 ม.ม.อีกประมาณ 30 เรื่องเก็บ
อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์...จึงได้นัดแนะจะลงไปจังหวัดสุรินทร์กัน..

การเดินทางไปเอาฟิล์มหนังที่สุรินทร์ครั้งนี้ ผมเดินทางไปด้วย
กะว่า จะมาเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านกัน ด้วยความที่ต้องการเก็บราย
ละเอียดให้มากที่สุด จึงใช้วิธีบันทึกใส่เทปเสียงดิจิตอลแทนการจด
บันทึก ..พอกลับมาก็เอาเทปเสียงนั้นมาโหลตลงคอมพิวเตอร์ ได้เสียง
มาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า... แต่บังเอิญเครื่องคอมฯเสีย จึงทำให้เสียง
เหล่านั้นหายไปหมดแล้ว.....

การเดินทางไปเอาฟิล์มที่สุรินทร์ครั้งนั้น ช่วงแรกต้องแวะไปงานชุมนุม
นักพากย์และคนทำหนังที่จังหวัดขอนแก่นก่อน...
ซึ่งเขาจัดเป็นงานผ้าป่าสามัคคี....มีการเชิญนักพากย์หนังในสมัยก่อน
มาร่วมงานเช่น โกญจนาท ฯลฯ มีการฉายหนังที่พากย์มีเสียงพากย์ของ
นักพากย์เก่า ๆ เช่น โกญจนาท มหาราช พงษ์พิทักษ์-กัณทิมา
นันทวันใหญ่ ให้ดูด้วย

พอเสร็จจากงานที่ขอนแก่นจึงเดินทางต่อไปยังจังหวัดสุรินทร์
เล่าย่อ ๆ เลยนะครับ.. ฟิล์มหนังที่เราไปตามนั้น เคยมีอยู่จริง
แต่ว่า เราได้ข่าวช้าไปเพราะเจ้าของเขาได้ให้คนอื่นไปบ้าง
เอาทิ้งไปบ้าง เอาเผาไฟบ้าง...
ลองเลียบเคียงถามดูแล้ว เขาเคยมีเรื่อง สิงห์ล่าสิงห์ รุ่นมิตร ชัยบัญชา
ด้วยครับ....เอาไว้ถ้ากู้เครื่องคอมฯได้ อาจจะเล่าให้ฟังอีกทีนะครับ

สำหรับหนังชุดใหม่ของค่าย xxx ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 นั้น
ตอนนี้กำลังทำปกวีซีดีอยู่ครับ
ที่จะออก 4 เรื่องนี้ เป็นหนัง สรพงษ์ ชาตรี ทั้งหมดคือเรื่อง

ไผ่สีทอง
ช่างเขาเถอะ
4 คิงส์
สนับมือ


จาก: มนัส138
วันที่: 07/01/50 - 8:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2



ดีใจมากครับ.. ที่เห็นเพื่อน ๆ ช่วยกันเปิดกระทู้เล่าขานตำนานหนังไทย
ช่วยกันคนละไม้คนละมือ...คุณอ๊อดก็ลงทุนซื้อคอมฯใหม่เพื่อการนี้โดย
เฉพาะ.. ดีครับ ช่วยกัน หนังไทยเก่า ๆ จะได้เจริญรุ่งเรือง...
ช่วงนี้ เวลาน้อย เครื่องคอมฯ ก็ยังไม่ดี.. เลยเอาบทความเก่าที่เขียนไว้
มาให้อ่านครับ....

รักแท้... จากหนังไทย

เรามักจะได้ยินเสมออยู่ว่า “ ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ” คนที่เคยมีความรักมาแล้ว ย่อมจะรู้ดีว่า ความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกันเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้รักนั้นไม่เป็นทุกข์และคงอยู่ได้ตลอดไป แม้ว่ารักจะเป็นเพียงปรารถนาหนึ่งแห่งจิตใต้สำนึกที่คนเราแสดงออกมา แต่รักก็เป็นสิ่งที่บอบบางที่เกิดขึ้นได้ง่ายและก็อาจจะจบลงได้ง่าย ๆ เช่นกัน หากคนเราปราศจากซึ่งความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกัน เมื่อนั่นแหละถึงจะเรียกว่า รักนั้นเป็นทุกข์

เท่าที่ผ่านมา หนังรักของไทยนั้นมีมากมายหลายรูปแบบ แต่ท้ายสุดก็มักจะจบลงด้วยดีเสมอ ฉบับนี้ จึงจะขอกล่าวถึงอดีตของหนังไทยที่เรียกได้ว่า เป็นหนังรักแท้ ๆ ที่เคยได้รับความนิยมมาแล้ว เริ่มจาก

ไผ่สีทอง สรพงษ์ ชาตรี-สุพรรษา เนื่องภิรมย์ นำแสดง สร้างโดย วีรกรณ์โปรดักชั่น บัณฑิต ฤทธิ์ถกล เขียนบทภาพยนตร์ แสนยากร กำกับการแสดง ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2522 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยมและพาราเมาท์

ไผ่สีทอง เป็นหนังรักที่คนหนุ่มสาวในปี 2522 หลงใหลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก หนังจะกล่าวถึง ไผ่ สีทอง (สรพงษ์) นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีฐานะยากจน เช่าบ้านหลังเล็ก ๆ อยู่อาศัย กลางคืนจะขับรถแท็กซี่หาเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง จนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าจึงถูกไล่ออกจากบ้านและไปอาศัยวัดแทน ต่อมามีเพื่อนฝากให้เข้าทำงานเป็นคนตรวจปรู๊ฟที่โรงพิมพ์แห่งหนึ่ง จึงได้ไปอาศัยอยู่ที่โรงพิมพ์นั้น และที่นี่เอง ไผ่ก็ได้พบกับขนิษฐา (สุพรรษา) ลูกสาวเจ้าของโรงพิมพ์ซึ่งเรียนอยู่ที่เดียวกัน แรก ๆ ขนิษฐาก็หมั่นไส้ไผ่ที่ทำตัวเป็นพ่อสื่อให้กับเพื่อน จึงหาทางกลั่นแกล้ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขนิษฐาแกล้งไผ่ขณะแล่นเรือใบ แต่ตัวขนิษฐาเองกลับเป็นฝ่ายตกน้ำ ไผ่ได้ช่วยชีวิตขนิษฐาไว้ ทำให้ขนิษฐาได้คิดและนึกรักไผ่ขึ้นมา ขณะที่ไผ่เองก็แอบรักขนิษฐามาแต่แรกเห็นเช่นกัน ไผ่มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักเขียนและตั้งใจจะเขียนเรื่อง “หมึกสีดำ” ส่งประกวดเพื่อเอารางวัลมาเป็นของขวัญให้แก่ขนิษฐา แต่ก็เขียนไม่สำเร็จทั้ง ๆ ที่มีขนิษฐาคอยเป็นกำลังใจ บังเอิญช่วงนั้น พี่ชายซึ่งเป็นลูกของลุงกลับมาจากต่างประเทศและขนิษฐาต้องคอยช่วยดูแล ทำให้ไผ่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นแฟน จึงชกต่อยกัน แล้วไผ่ก็เลือกที่จะออกจากบ้าน ไปอยู่ต่างจังหวัด ไปรับจ้างทำงานพร้อมกับเริ่มเขียนเรื่อง “หมึกสีดำ” ต่อ ไผ่เริ่มติดเหล้าจนสุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ เมื่อเขียน “ หมึกสีดำ ” จบ ก็ส่งให้ขนิษฐา แล้วตัวเองก็หนีกลับมานอนซมด้วยเป็นพิษไข้ ไอเป็นเลือดอยู่คนเดียว จนเมื่อ “ หมึกสีดำ ” ชนะเลิศการประกวด ขนิษฐาจึงรู้ที่อยู่ไผ่และรีบเดินทางนำถ้วยรางวัลมาให้พร้อมกับความรัก แต่ก็สายเกินไปเพราะไผ่เจ็บหนัก จนในที่สุด ไผ่ก็สิ้นใจตายในอ้อมกอดของขนิษฐานั่นเอง

แม้เรื่องดูเหมือนจะธรรมดา แต่ความพิเศษอยู่ที่บรรยากาศหนังซึ่งอบอวลไปด้วยความรัก ยิ่งได้ดาราฟอร์มสดในยุคนั้นอย่าง สุพรรษา เนื่องภิรมย์ มาแสดง ก็ยิ่งเพิ่มความหวานให้กับหนังมากขึ้น นอกจากจะมีเนื้อหากินใจ ยังมีบทกลอนกับเพลง “ รักตรึงใจ ” เพลงเอกของเรื่องที่มีส่วนช่วยให้หนังเศร้าสะเทือนอารมณ์ยิ่งขึ้น ภายหลังหนังออกฉาย บทกลอนดังกล่าว ก็ยังเป็นกลอนยอดฮิตสำหรับหนุ่ม ๆ ในการใช้จีบสาว ๆ หวานไม่หวาน ลองอ่านดูซิครับ…

“ จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็ปีกว่า ที่ตาพบ สบตา พาผสาน
ตาที่สบ คอยล่อ ทรมาน กว่าจะพบ แววหวาน สงสารตา
ถ้าถามว่า พี่รัก มากแค่ไหน จะขอให้ สัจจา ประสาซื่อ
หัวใจพร้อม ถอดวาง กลางฝ่ามือ แล้วยื่นถือ ให้นาง อย่างวางใจ
ก็เขียนได้ แค่นี้ แหละที่รัก มันให้หนัก กมล ทนไม่ไหว
ถ้าหากรัก อยู่ที่เนื้อ ใช่ที่ใจ จะเชือดให้ กากิน จนสิ้นกาย ”

เมื่อนำบทกลอนนี้ไปฟังผสมผสานกับเพลง “ รักตรึงใจ ” ( ดวงใจใยจึงคร่ำครวญ ปั่นป่วนยิ่งนักหรือเพราะรักเป็นเหตุ..) แล้ว ก็ยิ่งช่วยให้ ไผ่สีทอง เป็นหนังที่สามารถถ่ายทอดความรักแท้ ๆ ได้ดีเรื่องหนึ่ง แม้รักแท้ ๆ นั้น จะเป็นรักที่ไม่สมหวังก็ตามเพราะ “ ความไม่สมหวัง นั่นแหละคือ ชีวิต ”

ฟ้าหลังฝน วิฑูรย์ กรุณา-อำภา ภูษิต-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์-ด.ช.อภิรัฐ นำแสดง สร้างโดย จิรบันเทิงฟิล์ม พิศาล อัครเศรณี เขียนบทภาพยนตร์และกำกับการแสดง ออกฉายครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2521 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

ฟ้าหลังฝน เป็นหนังรักที่เศร้าสะเทือนอารมณ์อีกเรื่องหนึ่ง หนังจะกล่าวถึง การันต์ (วิฑูรย์) นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นหนุ่มคนจน แต่เรียนหนังสือเก่ง มุมานะอดทน ได้อยู่กินรักใคร่กับ พรรณี (อำภา) หญิงผู้ยากจนและด้อยการศึกษา โดยเช่าบ้านอยู่ในสลัม พรรณีพยายามทำงานหาเงินส่งให้การันต์เรียนปริญญาตรี ด้วยหวังว่า ถ้าเรียนจบแล้ว ชีวิตทั้งคู่คงจะดีขึ้น แต่เมื่อวันรับปริญญามาถึงจริง ๆ พรรณีซึ่งกำลังท้องอ่อน ๆ ได้ 2 เดือน ก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะสิ่งที่เธอได้เห็นเต็มตาก็คือ ความสนิทสนมที่มีให้แก่กันระหว่างการันต์กับ ดาลัด (เนาวรัตน์) ลูกสาวมหาเศรษฐี มันทำให้พรรณีน้อยใจในโชคชะตาของตนเอง เธอจึงเลือกที่จะจากการันต์ไปเพื่อเสียสละให้การันต์สามีเธอพบกับชีวิตที่สดใสกว่า.. 8 ปีที่พรรณีหายไป พรรณีพาลูกชายชื่อ โอปอ (ด.ช.อภิรัฐ) ไปตกระกำลำบาก ส่วนการันต์ก็รอพรรณีอยู่ 2 ปีจึงตัดสินใจแต่งงานกับดาลัดและได้เข้าทำงานเป็นผู้จัดการฯที่บริษัทพ่อของดาลัดนั่นเอง พรรณีพร่ำสอนโอปอเสมอว่า ถ้าเจอหน้าพ่อ ก็อย่าบอกว่า ตัวเองเป็นลูกเพราะจะทำให้พ่อเดือดร้อนพร้อมกับให้รูปถ่ายพ่อไว้ เมื่อพรรณีเสียชีวิต โอปอก็เลยเป็นเด็กเร่ร่อน ขายหนังสือพิมพ์และได้พบกับการันต์ผู้เป็นพ่อโดยบังเอิญ แต่การันต์ไม่รู้ว่าเป็นลูก โอปอได้ทำงานเป็นเด็กรับใช้ในบริษัทของพ่อตน ขณะที่หวาน (เปียทิพย์) ก็เพิ่งมาบอกความจริงกับการันต์ว่า โอปอนั่นแหละคือ ลูกแท้ ๆ ของพรรณี แต่ก็สายเกินไปเพราะโอปอเลือกที่จะเชื่อฟังคำพูดของแม่ โอปอจึงหนีออกจากบ้านพ่อไป ขณะที่ดาลัดเองก็ยื่นคำขาดให้การันต์เลือกว่า จะเลือกเธอหรือลูก ..ในที่สุดการันต์ก็ตัดสินใจหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านดาลัดเพื่อไปตามหาลูก.. ดาลัดเองจึงเริ่มได้คิด การันต์ไปพบโอปอร้องไห้คร่ำครวญรำพึงรำพรรณต่อหน้าโลงศพผู้เป็นแม่ “ รักแม่ แต่โอปอ ก็อยากอยู่กับพ่อ.. แต่โอปอ ก็ไม่อยากทำให้แม่เสียใจ..” ขณะที่โอปอตัดสินใจไม่ถูก การันต์ก็มาพบ สองคนพ่อลูกเลือกทางเดินที่จะอยู่ด้วย ขณะที่ดาลัดเองก็ตามมาพบและเปิดใจกว้างยอมรับโอปอเป็นลูกอีกคน...

ฟ้าหลังฝน เป็นหนังรักแท้ ๆ เข้าทำนอง “ รักแท้ต้องเสียสละ ” ซึ่งผู้แสดงไม่ว่าจะเป็น อำภา ภูษิต-วิฑูรย์ กรุณา-เด็กชายอภิรัฐล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดอารมณ์การแสดงได้เป็นอย่างดี ทั้งเพลง “ พะวงรัก ” ( เฝ้าพะวงห่วงคิดถึงเธอ ใจใคร่เจอเห็นเธอใกล้เคียง อยากแบ่งกายให้เป็นหลายเสี่ยง เพื่อได้เคียงติดตามใกล้เธอ.. ) ที่ถูกดึงมาประกอบหนัง ก็เข้ากับเนื้อหาและอารมณ์หนังได้เป็นอย่างดีเพราะชีวิตรักของพรรณี ช่างน่าสงสารและน่าเศร้านัก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมีความรักที่จักได้เรียนรู้ ดูเป็นตัวอย่างเพื่อจะได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของคำว่า “ รักแท้ ๆ “ นั่นเป็นอย่างไร

ส่วนใหญ่ หนังที่สร้างเกี่ยวกับเรื่องราวของความรักแท้ ๆ นั้น มักจะจบลงด้วยความตายของผู้ที่มีรักแท้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่มีรักแท้จักต้องผิดหวังอยู่เสมอเพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ก็อาจส่งผลให้โลกนี้ขาดซึ่งรักแท้และคงไม่มีใครคิดที่จะเสียสละให้กับความรักแท้ ๆ อีกเลย รักเอย ( 2521:พิศาล-เนาวรัตน์ ) ซึ่ง ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย กำกับการแสดงไว้ ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของหนังรักแท้ ๆ ที่จบลงด้วยความสุขของทุกคู่รัก..

(หมายเหตุ เป็นบทความเก่าที่ตีพิมพ์ในนิตยสารฟิล์มสตาร์ เดือนธันวาคม 2549)
สวัสดีครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 07/01/50 - 9:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3
สวัสดีปีใหม่ พ.ศ. 2550 ถึงคุณมนัส กิ่งจันทร์ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง และมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ตลอดปี 2550 นะครับ


สำหรับเรื่องวันและเวลาที่ผมจะเดินทางไปรับฟิล์มภาพยนตร์ เรื่อง สันกำแพง คืน คงจะเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ คาดว่าน่าจะเป็นช่วงปลายเดือนมกราคม (27 หรือ 28 มกราคม) หรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ (วันที่ 4 ก.พ.) ที่จะถึงนี้ครับ เพราะตอนนี้ผมกลับไปเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนในเขต อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ นั่นแหละครับ ก็เลยยังไม่สะดวกที่จะเดินทางซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายด้วย (กำลังรวบรวมอยู่) ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ผมจะโทรแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะครับ


ส่วนฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่างที่เป็นหนังไทยเก่าที่เอาออกมาพร้อมกับฟิล์มภาพยนตร์เรื่อง สันกำแพง ในคราวนั้น ได้นำมาซ่อมแซมไปแล้ว ที่หนักสุด ๆ ก็คือเรื่อง ส้มตำ เพราะหนามเตยเสียหายมาก ส่วนดับเครื่องชน ฟิล์มก็เริ่มจะบิดงอในช่วงต้น อีกเรื่องหนึ่งคือ ดอกคูณเสียงแคน ฟิล์มก็บิดงอแต่เป็นช่วงท้ายของตัวอย่าง ตอนนี้ก็เลยต้องชะลอในการซ่อมแซมฟิล์มไปก่อน เพราะตอนนี้มีงานสอน ส่วนฟิล์มก็เก็บไว้ในที่เย็นก็คงจะชะลอความเสียหายไปได้บ้าง และไปกรุงเทพ ฯ ในครั้งหน้านี้ก็จะซื้อเครื่องต่อฟิล์มที่แจกันหยก กับน้ำยาเช็ดฟิล์มที่เป็ดทอง ด้วยเลย และเร็ว ๆ นี้ผมก็จะนำเศษฟิล์มที่ตัดออกมา (เพราะเสียหาย) ไปสแกนแล้วนำมาโพสต์ให้คุณผู้อ่านในภายหลัง เร็ว ๆ นี้ครับ

จาก: อนุกูล วิมูลศักดิ์ (กระปุกจำปา)
วันที่: 07/01/50 - 9:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4
มี "สนับมือ" ด้วยหรือ อย่าตัดฉากบนเตียงระหว่าฉวีวรรณกับพิศาลออกนะ ไม่งั้นจะไม่ช่วยอุดหนุนด้วย

จาก: กระจับมวย
วันที่: 07/01/50 - 22:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
โอ้โห นี่ถือเป็นครั้งแรกสำหรับค่าย XxX ที่ปล่อยหนังที่ สรพงษ์ แสดงนำตามที่แฟนๆเรียกร้อง แถมออกมาทีเดียว 4 เรื่องเลย โดนๆทั้งนั้น ก็คงต้องเตรียมสตางค์ไว้แน่นอนครับ เมื่อวันเสาร์ผมเพิ่งไปซื้อ นรกตะรุเตา, ราชสีห์ดง แล้วก็ชูชกฯ มาครับ เรื่องแรกคุณภาพของภาพและเสียงดีมากเลยครับ นี่ขนาดแค่เปิดลองดูเฉยๆ เพราะยังไม่มีเวลาได้ดูเลยครับ หนังล็อตเก่าๆ ที่ซื้อมาดองไว้ยังเหลืออยู่เลย

สอบถามคุณมนัสฯ อีกทีครับ ว่าเรื่อง เกวียนหัก นี่จะมีโอกาสได้ดูเป็น VCD จาก XxX ไหมครับ แถมอีกเรื่อง วีรบุรุษกองขยะ เรื่องนี้ประทับใจมากตอนจบนี่เศร้าเลยครับที่พระเอกถูกยิงตาย

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 08/01/50 - 0:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
ผมเพิ่งเข้ามาดูในเวปนี้แล้วชอบมากเพราะมีหนังไทยในอดีตที่ผมเคยดูตอนเด็กๆแล้วประทับใจ ผมเลยอยากถามว่าถ้าผมจะหาซื้อหนังของค่าย ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ ผมจะสามารถหาซื้อได้ที่ไหนบ้างครับ

จาก: วัลลพ
วันที่: 08/01/50 - 14:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
ยกมือสนับสนุน อย่า ตัดภาพ สนับมือ ตอนนั้นเด็ดขาดเลยนะ
คิดว่าให้กำไรคนรักหนังไทยเถอะ น้ำจิ๋มคู่หนังบู๊ไทยครับ

จาก: ติ๊ก
วันที่: 08/01/50 - 15:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8
สวัสดีปีใหม่ 2550 ครับ คุณมนัส ขอให้มีแต่ความสุข ความเจริญ ร่ำรวยเงินทอง(ต้องมีเก็บเยอะๆด้วย) สุขภาพแข็งแรง ลูกสาวให้เลี้ยงง่ายๆ เป็นเด็กดี

เห็นรายชื่อหนังของXxX แล้ว ซี้ดปากเลย สุดยอดมาก เกินกว่าที่คิดซะอีก ขอขอบคุณ พี่โต๊ะ พันธมิตรและทีมงาน,คุณมนัส เป็นอย่างสูง เรื่อง "ช่างเขาเถอะ" ผมมีแล้วเป็นV2D(เพิ่งซื้อจากเว็บเมื่อไม่นานมานี้) ลองแผ่นดูแล้ว ภาพประมาณหนังของค่ายโซล่าร์ ซื้อเก็บไว้ ยังไม่ได้ดูเลย แต่ก็จะซื้อของXxXอีกครับ คิดว่าของXxX ต้องชัดกว่าแน่นอน สรุปแล้วซื้อหมดทุกเรื่องเหมือนเดิมครับ

สรุปแล้ว เรื่อง"สันกำแพง" ทำเป็นวีซีดีได้หรือเปล่าครับ เห็นคุณอนุกูลบอก จะเดินทางไปรับฟิล์มคืน หรือว่าทำเสร็จแล้ว ก็คืนต้นฉบับให้เจ้าของ ขอให้เป็นอย่างหลังเถิดครับ


จาก: อ๊อด
วันที่: 08/01/50 - 16:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9



สวัสดีปีใหม่ครับคุณมนัส

ขออำนาจคุณพระฯให้ประสบแต่จตุรพิธพร

เป็นหลักชัยให้กับน้อง ๆ พี่ ๆในเวปนี้ตลอดไป

"ภาพ พระราชวังบ้านปืน เพชรบุรี"

จาก: อรชุน
วันที่: 08/01/50 - 20:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10
สวัสดีครับคุณมนัสและผู้รักษ์หนังไทยทุกท่าน.

คุณวัลลพ ครับง่ายมากๆเลยหาซื้อได้ที่คลองถมครับมีร้านขายหลายร้านมาก แต่ที่จะเยอะสุดก็น่าจะเป็นร้านเจบิ๊คส์นะ วันนี้ผมเพิ่งคุยกับพนักงานผู้ขายเค้าบอกว่าหนังของเล็บโซ่ ที่ราคาเรื่องละ 20 บาท นั้นทางร้านเค้าเก็บกลับคืนหมดแล้ว คิดว่าจะมีมาขายอีกทีก็น่าจะอีก 2 เดือนข้างหน้า ช่วงนี้รับหนังลดราคาล้างสต๊อกไปก่อนก็แล้วกัน เรื่องละ 10 บาท.

ขอบคุณคุณมนัส,คุณโต๊ะและที่มงานมากๆเลยนะครับ แหมถูกใจจริงๆ ผมเพิ่งเข้ากระทู้วีซีดีฯภาค2 บอกว่าอยากดู "ช่างเขาเถอะ" เมื่อไหร่จะออกเป็นวีซีดีนะ. ยังกับฝันไปแน่ะ เดือนหน้าได้ดูแล้ว ส่วนอีก 3 เรื่องที่เหลือก็โอเคเลยนะ..แจ๋วสุดๆ

ขอภาวนาให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมนัส กู้ข้อมูลคืนกลับมาให้ได้นะครับ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข....สาธุ...

จาก: สหสักก์
วันที่: 08/01/50 - 20:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11



ตื่นเต้นจัง. ขออนุญาตลงใบปิดให้ชมกันก่อนเพื่อย้ำเตือนความทรงจำอีกทีนะครับ ก่อนที่จะถึงเดือน ก.พ.2550

จาก: สหสักก์
วันที่: 08/01/50 - 20:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12



อีกซักเรื่องนะครับ

จาก: สหสักก์
วันที่: 08/01/50 - 20:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13



สวัสดีครับทุกท่าน..
ขอบคุณ ขอบใจ สำหรับทุกคำอำนวยพร ที่มีให้ครับ...

คุณอนุกูล ถ้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อไร อย่าลืมโทรหาผมนะครับ...

ถึงคุณJasonSจัง!!! เหตุที่หนังเรื่อง นรกตะรูเตา ชัดนั้น เป็นเพราะได้
ฟิล์มต้นฉบับมาเทเลซีนครับ..
ส่วนเรื่อง เกวียนหัก และหนังค่ายอื่น ๆ ของค่ายนี้เช่นเรื่อง เตือนใจ
ไอ้หนวดเหล็ก พยัคฆ์ร้าย 191 นั้น อยู่ในความสนใจของค่าย xxx
เหมือนกัน แต่ว่าติดขัดตรงการเจรจาลิขสิทธิ์ครับ..ที่ต้องเหมาซื้อเกือบ
ยกค่าย จึงทำให้ตัดสินใจไม่ได้สักที....
ส่วนเรื่อง วีระบุรุษกองขยะ ข่าวจากค่ายxxx นั้น ก็มีคนมาบอกขาย
เหมือนกัน แต่พอเอาเข้าจริง ๆ กลับเงียบหายไป จนเบื่อที่จะติดตามแล้ว
ไม่ว่า พวกคนขายหนังนี่เป็นอะไร.. เวลามาบอกขาย ก็บอกว่ามีแล้ว
แต่พอจะเอาเข้าจริง ๆ กลับยึกยัก เหมือนเล่นตัว....

คุณอ็อดครับ ..สำหรับหนังเรื่อง สันกำแพง นั้น ได้นำฟิล์มไปเทเลซีน
ไว้หมดแล้วครับ.. จึงต้องส่งฟิล์มคืนโดยฝากคุณอนุกูลไปครับ
ส่วนหนังนั้น คิดว่า อีกนานครับ เพราะตอนนี้ ผมเพิ่งตัดต่อไปได้แค่ 20 นาที
เท่านั้นเองครับ... หนังเสียหายและโดดมาก ๆ ๆ จึงต้องลำดับภาพให้ดู
ดีที่สุด ที่สำคัญต้องวางภาพให้ทีมพากย์เขาพากย์ให้ได้ครับ...

เมื่อคืนเพิ่งคุยกับคุณโต๊ะเรื่อง การออกวีซีดีหนัง
อย่างที่บอกไว้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 จะเป็นหนัง สรพงษ์ ชาตรี
แต่ว่าในเดือนมีนาคม 2550 เห็นว่า ถ้าซื้อได้อีกเรื่องหนึ่ง ก็จะออกเป็น
ของ กรุง ศรีวิไล อีก 4 เรื่องเลยครับ..
เอาไว้ รายชื่อหนัง ลงตัวเมื่อไร จะเอาข่าวมาบอกอีกทีครับ....



จาก: มนัส138
วันที่: 08/01/50 - 22:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14
ได้รับข่าวดีรับปีใหม่ 50 เลย เดือน ก.พ. หนังน้าเอก พอมาถึงเดือน มี.ค.
เป็นหนัง น้าเอ็ดดี้ กรุง ศรีวิไล น่าจะมี เรื่อง เพื่อนคู่แค้น (กรุง- นิรุตติ์) รวมอยู่ด้วยนะครับพี่มนัส

จาก: เอกชัย
วันที่: 08/01/50 - 23:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15
จริงเหรอค่ะ ที่ค่ายXXX จะออกหนังเรื่อง "ช่างเขาเถอะ"อยากดูเรื่องนี้มากๆเลยคะกำลังตามหาอยู่เลยค่ะ

จาก: แฟนพี่เปิ้ล
วันที่: 09/01/50 - 0:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
เดือนมีนาคมนี้จะออกหนังของ"กรุง ศรีวิไล" ก็ดีนะซิ สลับสับเปลี่ยนกันบ้างจะได้ไม่ซ้ำซาก จะเป็นหนังบู๊ทั้งหมดเลยรึเปล่าหนอ? ขอเดานะ.

1.นรกแตก มีทั้งกรุงและสมบัติ
2.สามร้อยยอด ก็กรุง อีกนั่นแหล่ะ
3.รุกฆาต ก็กรุง อีกเหมือนกัน
4.1ต่อ7
5.5 แฉก

ไม่รู้ว่าจะมีถูกซักเรื่องรึเปล่านะ. (เพราะเรามันชอบบู๊ ล้างผลาญ)

จาก: สหสักก์
วันที่: 09/01/50 - 21:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
รอเรื่องสนับมือมาตั้งนานแล้ว ช่วยบอกก่อนได้ไหมว่า
ฉากเลิฟซีนระหว่างพิศาลกับฉวีวรรณยังอยู่ครบหรือเปล่า
อยากดูฉากนี้มากๆ เห็นแค่ภาพนิ่งก็สยิวกิ้วแล้ว อยากดู

จาก: สนับสนุน
วันที่: 09/01/50 - 21:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18
แล้วเมื่อไหร่จะมีหนังของยอดชายบ้างล่ะ สวนสนงี้ วางฟูซานงี้ พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณงี้ แรงรักงี้ จินตหรางี้ ตัณหางี้ แก้วกลางนางี้ วิวาห์เงินผ่อนงี้ ฯลฯ ดับเบิ้ลสแตนดาร์ดนี่นา xxx

จาก: นึกชื่อไม่ออก ไม่บอกละกัน
วันที่: 09/01/50 - 23:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19
ความจริง xXx จะเน้นหนังของมิตรและสมบัติ เท่านั้นนะครับ มาระยะหลัง
ยังเปิดกว้าง มาที่พระเอกท่านอื่นๆบ้าง คิดว่าคงอีกไม่นานครับ ยอดชาย
อาจจะกลับมาอีกครั้ง เพราะหนังดีๆ ของยอดชายในช่วงปี 15-16 มีดีเยอะ
ทีเดียว แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ฟิลม์หนัง ยังจะมีอยู่หรือเปล่า?

จาก: เอกชัย
วันที่: 09/01/50 - 23:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20
ใจเย็นๆครับ คุณนึกชื่อไม่ออก ไม่บอกละกัน เขาเพิ่งเริ่มเอาพระเอกคนอื่นก็เพิ่งเดือน ก.พ.นี้เอง ซึ่งก็ยังมาไม่ถึง ถ้ามีแฟนหนังหลายๆคนขอมาบ่อยๆ เขาก็ต้องจัดให้ แต่จะหาฟิล์มได้หรือไม่ เป็นอีกเรื่องครับ ต้องเข้าใจและให้กำลังใจเขาครับ คนที่มีความตั้งใจและความพยายามขนาดนี้ หาไม่ได้ง่ายๆนะครับ หนังดีๆของยอดชาย-กรุง ผมก็ชอบหลายสิบเรื่องเหมือนกัน แม้แต่สมบัติ-มิตร-ไชยา ก็ยังมีหนังดีๆที่เราอยากดูอีกมากครับ ไม่มีใครลำเอียงหรอกครับ พวกเราคนรักชาติเอ๊ยรักหนังไทยเหมือนกันทุกคน พวกผมก็รอหนังสรพงษ์ มาเป็นสิบปีแล้ว ถึงเดือนหน้า ฝันก็จะเป็นจริงแล้ว

จาก: อ๊อด
วันที่: 10/01/50 - 0:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21



ขอมอบภาพนี้ให้กับคุณโต้ง(หายไปเลย) และแฟนหนังของสมบัติทุกคนครับ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้สมบัติบ้าง บอกบอกกันมาก็ดีนะครับ จะได้แบ่งของขวัญได้ถูก

จาก: อ๊อด
วันที่: 10/01/50 - 0:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22



ยอดชาย-ภาวนา พระเอก-นางเอกคู่ขวัญยอดนิยม ช่วงปี 2515-2517

จาก: อ๊อด
วันที่: 10/01/50 - 0:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23
สวัสดีค่ะทุกๆท่าน กระทู้น่าสนใจมากๆค่ะ ดิฉันเพิ่งจะเจอเมื่อไม่นานมานี้เองนะคะ อยากจะได้หนังไทยในรูปแบบ VCDคะ กำลังตามหาหลายเรื่อง ดังนี้คะ หย่าเพราะมีชู้ นาถยา สินจัย อภิชาติ แรงหึง จินตหรา อำพล ไฟซ่อนเชื้อ ลีลาวดี สินจัย รอยลิขิต สุพรรษา อำภา ใครมีหนังดังกล่าวกรุณาช่วยบอกว่าจะยังหาซื้อได้ที่ไหนบ้างคะี่ที่เจบิ๊ก ไม่มีแล้วคะ อยากได้มากๆ ท่านใดมีดิัฉันยินดีซื้อต่อหรือไม่ก็ขอเช่าก็ได้คะ ขอบคุณมากค่ะ หวังว่าคงจะได้รับคำตอบนะคะ ติดต่อได้ที่นี่นะคะ real_love23@yahoo.com

จาก: Natty
วันที่: 10/01/50 - 0:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24
สวัสดึครับ พี่มนัสและพี่,เพื่อนๆทุกคน ผมขอสมัครเข้าร่วมชมรมรักษ์หนังไทยด้วยคนหนึ่งครับ ผมได้เข้ามาชมกะทู้แทบทุกกะทู้แล้วประทับใจในความรู้เรื่องหนังไทยจากทุกๆคนมาก ผมเป็นคนหนึ่งที่สะสมหนังไทยเก่าเอ่อ ผมมีหนังเรื่อง พยัคฆ์ยี่เก,เพชรตัดหยก,ไอ้ผาง รฟท,ไอ้ป4ไม่มีเส้น,ปล้นลอยฟ้า,เพชรตราแมว,บุหงาหน้าฝน,น้ำตาลไม่หวานและ ฟ้าคะนองทุกเรื่องแปลงเป็นดีวีดีแล้ว ผมยินดีอัดให้ฟรีนะครับไม่ขายเดี๋ยวถูกลิขสิทธิ์จับ เพียงแต่ต้องดีวีดีเปล่ามาให้ผม เบอร์018 4042486
ขอถามพี่มนัสครับ หนังเรื่อง ดวล,สิงห์ล่าสิงห์(สมบัติ,กรุง)เสือโค่นสิงห์ของคุณนำดี วิตตะจะมีโอกาสเป็นวีซีดีไหมครับ ขอชมใบปิด สิงห์ล่าสิงห์ด้วยครับไม่ได้เห็นนานแล้ว
จะเป็นไปได้ไหมถ้าผมจะขอยืมหนังบางเรื่องจากพี่ ที่สะสมไว้มาอัดเป็นดีวีดี จะเป็นในรูปแบบวีด๊โอเทปก็ได เช่นเรื่อง เผาขน,ลูกขวาน,มหาหิน
เจ้าพายุ,ข้ามากับพระ รับรองอัดเสร็จแล้วคืนให้เลย ถ้ามาเป็นวีดีโอจะแปลงเป็นดีวีดีให้กลับไปด้วย(เก็บสะสมไว้ดูยามคิดถึงไม่ได้เอาไปทำขาย)



จาก: ศุภชัย
วันที่: 10/01/50 - 1:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25
อยากทราบว่าหนังเรื่อง มหาอุตต์(สมบัติ,ไชยา)จะมีโอกาสเป็นvcdไหมครับ

จาก: ศุภชัย
วันที่: 10/01/50 - 1:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26
ลืมอีกเรื่องคะ แสงสูรย์ สินจัย อภิชาติ ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า อยากดูมากเลยคะ

จาก: Natty
วันที่: 10/01/50 - 4:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27
น่าสนใจครับ เดี๋ยวติดต่อกันหลังไมค์ ดีกว่า ... ครับ คุณศุภชัย
เรื่อง เพชรตราแมว,บุหงาหน้าฝน,น้ำตาลไม่หวานและ ฟ้าคะนอง
ไม่ทราบบันทึกจากม้วนวีดีโอมาสเตอร์หรือจากทีวีครับ...?

จาก: เอกชัย
วันที่: 10/01/50 - 9:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28
ขอรบกวนสอบถามพี่มนัส นิดนึงครับ
หนังเรื่อง สนับมือ ที่จะนำมาจำหน่ายในเดือน ก.พ. มาสเตอร์ที่ใช้ผลิต
มาจากฟิลม์ หรือ เป็น เทปเบต้า เหมือนเรื่อง เสาร์5 - ตามฆ่า 20000 ไมล์
ส่วนตัวผม ชอบภาพที่ได้จาก ฟิลม์แล้วนำมาเทเลซีน มากกว่า ที่ได้ มาสเตอร์สำเร็จมาครับ
อย่างเรือง แค้น หรือ ชูชก ซึ่งได้มาจากฟิลม์ ถึงแม้จะมีเส้นฝนมาก แต่ก็คม
ชัดดีครับ เป็นกำลังใจให้ ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ ในการสืบหา ฟิลม์หนังไทยในอดีต
แล้วนำมาผลิต-จำหน่ายให้พวกเราได้ชื่นชม สะสม กันตลอดไปครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 10/01/50 - 9:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29
แหม...ภาพสมบัติภาพนี้อุเทน พรหมมินทร์จริงๆนะคุณอ๊อด..มีโอกาสจะได้ดูหนังเรื่องนี้ไหมละเนี่ยพี่น้อง.../ขอยกรักแร้(ดำๆ)สนับสนุนคุณเอกชัยครับ..เพราะหนังที่เทเลจากฟีล์มนั้นไม่มีตัดอยู่แล้ว ถ้าต้นฉบับจากเบต้าฉายทางทีวีโดนตัดซะเยอะดูเรื่องตามฆ่า20,000ไมล์เป็นตัวอย่าง...ของการตัด-ช่วงไตเติ้ล...แต่ต้องยกประโยชน์ให้ตัวเอง..เพราะไม่มีสิทธิ์จะไปเลือกได้...มีคนทำ-คนหามาให้ดูก็บุญแล้วครับพี่น้อง....

จาก: โต้ง
วันที่: 10/01/50 - 10:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30
แม่นแล้วครับ ลุงโต้ง ตามฆ่า 20000 ไมล์ ไตเติ้ลถูกหั่นซะ ไม่เหลือเลย
ไตเติ้ลที่ว่า เป็น ฉากที่กรุงอยู่บนเครื่องบิน แล้ว นึกฝันถึง แอร์ (เปียทิพย์)
เป็นฉากเลิฟซีนครับ ... แต่พวกเราไม่ได้ดู 555
ขอยืมมาใช้หน่อยนะ ลุงโต้ง
มีคนทำ-คนหามาให้ดูก็บุญแล้วครับพี่น้อง....จ๊ะ จ๊ะ




จาก: เอกชัย
วันที่: 10/01/50 - 10:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31
คุณศุภชัยครับ เรื่อง เจ้าพายุ ขนาดคุณมนัส ก็ยังตามหาอยู่เลย ผมก็อยากได้ เรื่องนี้หายากมาก ไม่เห็นมีใครมีอยู่เลย ไม่รู้คุณคมน์ จะมีด้วยหรือเปล่า ส่วนเรื่อง ไอ้ป. 4 ไม่มีเส้นไม่ทราบคุณศุภชัย ได้มาจากวีดีโอหรืออัดจากทีวีครับ อยากได้เหมือนกัน ผมว่าหนังบู๊ของคมน์ สนุกและมันที่สุด ตั้งแต่เรื่อง เผาขน แล้ว(เรื่องแรก ปล้นครั้งสุดท้าย ไม่ได้ดู แค่เห็นแว๊บๆทางทีวี) หนังบู๊ของคมน์ยุคสมบัติ-สรพงษ์ จะดีที่สุดและดังระเบิด แต่ช่วงปลายยุคหนังบู๊ของเขา(ยุคบิณฑ์) รู้สึกจะซาๆไป

คุณโต้ง เรื่อง ข้ามาคนเดียว ของ พร ไพโรจน์ น่าจะมีสิทธิ์นะครับ ต้องรบกวนถามคุณมนัส อีกที

จาก: อ๊อด
วันที่: 10/01/50 - 11:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32
ีขอรบกวนพี่มนัส หน่อยครับ ขอภาพใบปิด เรื่อง หมัดสังหาร กับ เรื่อง
สิงห์สยามถล่มคาราเต้ (ใบเก่าไม่ละเอียดเท่าไหร่ครับ)

ขอขอบคุณครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 10/01/50 - 20:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33
ตามเก็บกันต่อไปให้ครบทุกเรื่องสำหรับค่าย xxx ดูอย่างไงก็ไม่เบื่อยิ่งถ้าเทเลซีนมาด้วยแล้วได้อรรถรสในการชมจริง ๆ แบบว่าเคยดูหนังกลางแปลงแถวบ้านก็ประมาณนี้มีเส้นฝนประปราย ยิ่งตอนนี้ค่าย xxx มีหนังหลายแนวและมีหนังของพระเอกที่อยู่ในใจเรา ๆ ท่าน ๆ เยอะผมว่าก็เป็นทางเลือกสำหรับแฟนคลับของพระเอกแต่ละคนแต่ถ้าคนที่มีใจรักษ์หนังไทยอย่างพวกเราแล้วทุกเรื่องเป็นไม่พลาดแน่


จาก: อ๋อยหนังไทยพิจิตร
วันที่: 10/01/50 - 21:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณมากครับคุณเอกชัยและคุณอ้อดที่ได้อ่านกระทู้ผม ครับผมขอเรียนดังนี้นะครับ เรื่องเพชรตราแมว บุหงาหน้าฝน น้ำตาลไม่หวาน และก็ฟ้าคะนอง ผมอัดมาจากทีวีช่อง7(ตัดต่อเรียบร้อยแล้ว) ซึ่งจำเป็นต้องทำไว้เพื่ออนุรัษณ์เพราะถ้าจะรอซื้อจากลิขสิทธิ์ก็ไม่รู้จะทำเมื่อไหร่ ยิ่งเป็นลิขสิทธิ์ของมูลนิธิหนังไทยแล้วด้วย ผมเคยโทรสอบถามก็ทราบว่าไม่ทำวีดีโอหรือวีซีดีแล้วแต่จะทำดีวีดีแทนและทราบมาว่าจะออกเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย กับเรื่อง เงิน เงิน เงิน แต่เขาก็บอกไม่ได้ว่าจะออกมาเมื่อไหร่นะ เอ่อผมลืมบอกว่าที่ผมติดต่อไปก็เพราะต้องการวีดีโอชุดโครงการ"ทึ่ง"ซึ่งผมได้ซื้อมาได้แค่เรื่องเดียว คือ ทรชนคนสวย ที่เหลือ ใครมีเก็บไว้ขอยืมจะได้ไหมครับ ส่วนหนังของโคลีเซียม ฟลีมที่ผมสะสมไว้เป็นเทปวีดีโอ(ของ st) เป็นมาสเตอร์แท้ๆจากศูนย์เช่าเลยละครับ ขอบอก เสียดายที่ผมได้มาแค่ 4 เรื่อง ที่คุณอ้อดถามผมว่า ไอ้ ป4ไม่มีเส้น ว่าเป็นเทปจากทีวีหรือวีดีโอมาสเตอร์ ก็ต้องบอกว่ามาจากเทปมาสเตอร์ ภาพคมชัดมาก เสียอย่างเดียวเป็นภาพ Full Screen ถ้าต้องการจะจัดให้ครับ แค่ส่งแผ่นDVDเปล่าและติดต่อที่ส่งกับผมตามเบอร์โทรที่ให้ไว้แล้ว (ฟรี)

จาก: ศุภชัย
วันที่: 10/01/50 - 23:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35
คุณมนัสฯครับ

ถ้าเป็นไปได้ขอสักเดือนที่ XxX ออกหนังประกบพระเอก 4 เรื่องรวด ประเภท สมบัติ-กรุง, กรุง-สรพงษ์, สมบัติ-สรพงษ์, สมบัติ-นาท-ไชยา อะไรทำนองนี้น่าจะเจ๋งมากๆเลยนะครับ (แต่มีข้อแม้ว่า XxX ต้องมีหนังเหล่านั้นอยู่ในมือด้วยน่ะครับ)

สำหรับเดือน มีนาคม พอรู้ข่าวว่าหนังที่ XxX จะออกอาจเป็นหนังของ กรุง 4 เรื่องรวด ก็ตาลุกวาวอีกแล้วครับท่าน

ขอถามคำถามที่เคยถามคุณมนัสฯ ในกระทู้ก่อนอีกข้อครับ สำหรับความเป็นไปได้ที่ XxX จะทำเป็น VCD ของหนัง สมิงเจ้าท่า เวอร์ชั่น ทูน-สมบัติ ครับ แล้วก็หนัง ทอง ภาค 2 ที่มีขายอยู่ทุกวันนี้เป็นเวอร์ชั่นไม่พากย์ไทยใช่ไหมครับ เพราะเคยถามคนขายที่ J Bic เขาเคยบอกไว้ ผมเองยังไม่ได้ซื้อเลย กะว่ารอเผื่อจะมีเวอร์ชั่นพากย์ไทยผลิตออกมาน่ะครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 10/01/50 - 23:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36
คุณศุภชัยครับ ผมขอร่วมแจมด้วยคนได้ หรือปล่าวได้เห็นรายชื่อหนัง
บู๊ที่คุณมี น้ำลายหก หามานาน หนังน้าเอกด้วยสิ คุณแจ้งมาแบบนี้แฟน
คงตรึม จะอัดให้ไหวเหรอ

จาก: อรชุน
วันที่: 11/01/50 - 0:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37
เรื่องดีวีดีของมูลนิธิหนังไทย ผมโทรไปตั้งแต่ ม.ค.ปีที่แล้ว เขาก็บอกว่าจะทำดีวีดีหนังเรื่อง อีแตน,เงิน เงิน เงิน นี่ 1 ปีแล้ว ก็ยังเงียบอยู่ ก็ไม่รู้จะเอาไง ถ้าหนังลิขสิทธิ์หาซื้อไม่ได้ จะไปห้ามไม่ให้คนซื้อทางอื่น มันก็คงยาก ขอบคุณคุณศุภชัยครับ ที่มีน้ำใจ เราทำเก็บไว้ดู ไม่ใช่จำหน่าย คงไม่เป็นไรหรอก

จาก: อ๊อด
วันที่: 11/01/50 - 10:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 38
ท่านอ๊อดนี่ ว่าได้อย่างถูกต้องและแน่นอนที่สุด สนับสนุน

จาก: อรชุน
วันที่: 12/01/50 - 12:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 39



สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกเก่าและใหม่ทุกๆท่าน.

ยกมือสนับสนุนด้วยกับคุณอ๊อดอีกคน อย่างนี้คงไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์นะครับ ผมสนใจหนังของคุณศุภชัย 3 เรื่องครับ คือพยัคฆ์ยี่เก , เพชรตัดหยก และปล้นลอยฟ้า ทั้งสามเรื่องนี้หาซื้อไม่ได้จริงๆครับ

ฝากใบปิดภาพยนตร์แทนคุณมนัสด้วยล่ะกันนะ (ภาพมาจากคุณมนัสนั่นแหล่ะ)จะได้สมใจซะที คิดถึงความหลังเก่าๆ

จาก: สหสักก์
วันที่: 12/01/50 - 12:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 40



อีกซักเรื่องนะครับ"สิงห์ล่าสิงห์"

จาก: สหสักก์
วันที่: 12/01/50 - 12:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 41



เรื่อง"ดวล"ครับ

จาก: สหสักก์
วันที่: 12/01/50 - 12:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 42
"ช่างเขาเถอะ" เคยเป็นละครวิทยุตอนเด็กๆ พี่สาวชอบฟังทุกวันกลางนา หลังจากนั้นลครวิทยุก็มี ลำพูนดำ เพชรฆาตหน้าเป็น และอีกหลายเรือ่งก่อนจะเงียบหายไป ดีใจถ้าจะได้ดูเป็นภาพยนตร์ ถูกใจภาพ "ข้ามาคนเดียว" จริงๆ

จาก: แฟนหนังไทยคนหนึ่ง
วันที่: 12/01/50 - 23:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 43
ให้ได้ย่างนี้ซีน้าอ๊อด "ข้ามาคนเดียว" ชอบมากๆๆๆ แท้งกิ้วหลาย ลุงมนัสเคยลงใบปิดเรือ่ง "ลุกสาวจ่าโท" หรือยังคร๊าบ

จาก: น้องคนชะอวด
วันที่: 12/01/50 - 23:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 44
ช่วยดันให้อาจารย์หน่อย ตอนนี้คงมีภารกิจหาหนังมาให้พวกเราดู

จาก: อรชุน
วันที่: 15/01/50 - 16:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 45
เคยมีการประกวด โปสเตอร์ภาพยนตร์ไทยบ้างหรือเปล่า การวาดใช่เวลานานไหม และแต่ละเรื่อง พอจะทราบราคาที่ว่าจ้างวาดหรือเปล่าค่ะ
เสียดายที่ปัจจุบันไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 15/01/50 - 17:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 46
ขอใบปิดหนัง เจ้าสาวเรือพ่วง เพชรา เล่นกับ สมบัติ (หรือ ครรชิต) ที่ไปถ่ายทำที่ฮ่องกงครับ ไม่รู้จะมีฟิล์มหนังเหลือให้ดูกันไหม

จาก: อิท
วันที่: 16/01/50 - 9:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 47
เจ้าสาวเรือพ่วง...เป็นครรชิตแสดงแน่ๆ...ครับ

คุณมนัสมีใบปิดลูกหน้อทีเด็ดฉบับมิตรไหมครับ..รบกวนขอชมหน่อยครับผม...

จาก: โต้ง
วันที่: 16/01/50 - 14:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 48



คืนนี้มีเวลาน้อย จึงนำมาปิดมาฝากครับ..
นำใบปิดหนังมาฝากครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 18/01/50 - 0:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 49



อีกใบครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 18/01/50 - 0:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 50



ส่วนนี้ เป็นปกวีซีดีหนังค่าย xxx ที่กำหนดวางตลาดเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ครับ

ไผ่สีทอง เทเลซีนจากฟิล์มต้นฉบับ
ส่วนเรื่อง ช่างเขาเถอะ มาจากมาสเตอร์เทปรุ่นเก่า ซึ่งเหลือเป็นตัว
สุดท้ายจริง ๆ ส่วนฟิล์มนั้น หาไม่ได้แล้วครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 18/01/50 - 0:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 51



อีก 2 เรื่องครับ.. สนับมือ (เห็นว่าอยู่ครบครับ)
ตามด้วย 4 คิงส์

ส่วนเดือนมีนาคม 2550 ที่ผมเคยแจ้งว่า จะเป็นหนังกรุง ศรีวิไล 4 เรื่อง
นั้น ปรากฏว่า มีกรุง 1 เรื่อง ซึ่งยังเจรจาลิขสิทธิ์ไม่สำเร็จ จึงทำให้มี
หนังกรุง ออกได้แค่ 3 เรื่อง จึงขอเลื่อนไปออกในเดือนอื่นแทนก่อน
(หนังกรุงที่จะออกนั้นมีเรื่อง รุกฆาต ถล่มมาเฟีย ขุนดอน ส่วนอีกเรื่อง
ยังเจรจาไม่สำเร็จ จึงยังไม่กล้าบอกชื่อครับ)

ส่วนในเดือนมีนาคม 2550 นั้น กำหนดจะเป็นหนัง เพชรา เชาวราษฎร์
4 เรื่อง โดยเป็น เพชรา กับ 4 พระเอก..
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีก จะเป็นเรื่อง
มิตร-เพชรา เรื่อง ปราสาททราย
นาท-เพชรา เรื่อง แม่ศรีไพร
ไชยา-เพชรา เรื่อง วิวาห์ลูกทุ่ง
สมบัติ-เพชรา เรื่อง ยังไม่ได้กำหนดครับว่าเป็นเรื่องอะไร

คืนนี้ขอเท่านี้ก่อนนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 18/01/50 - 0:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 52
สวัสดีครับ พี่มนัส138
หนังของ บริษัท XxX จะออกหนังไทยเรื่องอะไร ผมก็ให้การสนับสนุน
ทุกเรื่องอยู่แล้ว.. แต่น่าเสียดายที่เดือนมีนาคม หนัง กรุง ถูกเลื่อน...
หนังของกรุง 3 เรื่อง รุกฆาต-ขุนดอน-ถล่มมาเฟีย (เรื่องถล่มมาเฟียไม่
คิดว่าจะได้ดูจากทริปเปิ้ลเอ็กซ์) ไม่แน่ใจว่าเรื่อง ถล่มมาเฟีย ได้ฟิลม์
มาเทเลซีน หรือ ได้เทปเบต้า เหมือนที่ฉายทางช่อง 7 สี มาทำครับ
แต่ถ้าได้เทปเบต้า ก็โอเคครับ ภาพถือว่าสียังสวยอยู่ เสียแต่ว่าเป็นภาพ
เต็มจอ เมื่อครั้งฉายทางช่อง 7 หนังก็ถูกตัดทอนเหลือแค่ ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้น XxX ทำออกมาจะได้ดูแบบเต็มๆ ไม่ตัดทอนครับ

จะว่าไปแล้วหนังล๊อตของ กรุง น่าจะใช้ว่า "กรุง สรพงษ์" นะครับ มีสรพงษ์
มาแสดงประกบร่วมด้วยทุกเรื่องเลย ถูกใจท่านพี่อ๊อด แน่ๆ
แต่เรื่องที่ 4 นี่ไม่ใช่ เรื่อง เพื่อนคู่แค้น เหรอครับ เห็นเคยแจ้งไว้ว่า
ได้สิทธิ์มาแล้ว ?

พี่มนัส138 ครับ ไผ่สีทอง ของ XxX กับ ของ โรส ใช้ต้นฉบับคนละอย่างกันใช่ไหมครับ ถ้าใช่ จะได้อุดหนุนของ XxX อีกครั้ง...
เพราะเห็นพี่มนัส138 แจ้งไว้ว่า XxX เทเลซีนจากฟิลม์ต้นฉบับ

ขอบคุณพี่มนัสกับภาพใบปิดที่ขอไปด้วยครับ ถูกใจมาก ชัดแจ๋วเลย

จาก: เอกชัย
วันที่: 18/01/50 - 7:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 53
เสียดายหนัง กรุง-สรพงษ์ เลื่อนไป แต่ไม่เป็นไร ทุกเรื่องสุดยอดอยู่แล้ว หนังเพชรากับ 4 พระเอก ก็สุดยอด ผมมีหนัง"แม่ศรีไพร"แล้วแต่ภาพ,เสียงดูไม่จืด ต้องอุดหนุน XxX ทุกเรื่องอยู่แล้ว ยี่ห้อนี้รับประกันความผิดหวัง คือภาพ,เสียงดีกว่าทุกค่ายอยู่แล้ว แต่จะดีขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับต้นฉบับด้วย

ไม่คิดว่าจะได้ดูหนังเรื่อง"ปราสาททราย" เพราะจำได้ เคยไปดูในงานมิตร เมื่อปี 2526 ที่ ธ.กรุงเทพ สาขาผ่านฟ้า เรื่องนี้มีแค่เศษหนังมาฉายให้ดูแป๊บเดียว แล้วอาจารย์โดม(หรือใครไม่แน่ใจ แต่ในงานมีอาจารย์โดมร่วมจัดอยู่ด้วย)บอกว่า เหลืออยู่แค่นี้ ไม่มีบทพากย์ด้วย จำได้ตอนมิตรถีบจักรยานแล้วหันหลังมาพูดกับคนนั่งเป็นเพชราหรือไรนี่แหละ นี่ได้ดูทั้งเรื่อง มีบทพากย์ด้วย นับถือทีมงานครับ ที่ทำออกมาให้เราได้ดูกันจนได้ สุดยอดดด

คุณโต้ง คห.47 หนังมิตร ใช่เรื่อง"ลูกหนี้ทีเด็ด"หรือเปล่าครับ(หรือไม่ครับ)

จาก: อ๊อด
วันที่: 18/01/50 - 9:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 54
นับวันรอหนังเดือนมีนาคมแล้วล่ะครับ งวดนี้เหมาทุกเรื่องอีกแล้ว

จาก: อิท
วันที่: 18/01/50 - 12:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 55
แค่เห็นรายชื่อหนังก็อยากดูแล้วค่ะ ขอนับวันรอด้วยคนนะคะคุณอิท
อยากดูเรื่อง ปราสาททราย มากที่สุดค่ะ คุณโต๊ะรับไว้พิจารณาด้วย
นะคะ

จาก: จาจา
วันที่: 18/01/50 - 15:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 56
หนังมิตรแสดง ผมอุดหนุนทุกเรื่องเลย บริษัท XXX ทำได้ดี ถูกใจมาก ภาพ เสียง ชัด มีคุณภาพดีมากครับ

จาก: นิรมิต
วันที่: 18/01/50 - 21:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 57



สวัสดีครับทุกท่าน
คุณโต้ง ขอดูใบปิดหนังมิตรเรื่อง ลูกหนี้ทีเด็ด มา
เรื่องนี้ ยังหาใบปิดสีไม่ได้ครับ มีแต่ใบปิดจากหนังสือพิมพ์ขาวดำ
อย่างที่เห็นนี่แหละครับ
ส่วนฟิล์มหนังนั้น ตามหาไม่เจอแล้วครับ
ครั้งสุดท้ายเจอเฉพาะท่อนเพลงซึ่งเป็นฟิล์ม 16 ม.ม.มีเสียง
เจออยู่ 3 เพลงครับ ผมเคยทำเอาไปฉายโชว์ที่ศาลาเฉลิมกรุง
ตอนงานมิตรแล้ว ไม่ทราบคุณโต้งเคยได้ดูแล้วหรือยัง..
ฟิล์มจะออกสีแดง ๆ หน่อยนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 18/01/50 - 22:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 58



อีกใบครับ เจ้าสาวเรือพ่วง
เรื่องนี้ ก็ไม่มีหนังแล้วครับ..

ส่วนที่คุณเอกชัยสงสัยเรื่องฟิล์มหนังที่ค่าย xxx นำมาทำนั้น

เรื่อง ถล่มมาเฟีย นั้น เป็นเทปเบต้าซึ่งเทเลซีนมาจากฟิล์มครับ
แต่ว่าคนอื่นเป็นคนทำไว้ครับ สภาพเต็มเรื่องครับ..
ส่วนเรื่อง ไผ่สีทอง นั้น เป็นมาสเตอร์แท้ซึ่งคุณโต๊ะถือสิทธิขาด
แต่ผู้เดียว ส่วนที่ค่ายอื่นเคยออกนั้น เขาใช้เทปวีดีโอที่ซื้อไปสมัย
ที่ค่ายพันธมิตรเคยออกเป็นม้วนนานแล้วมาทำครับ..
ภาพจะเป็นไวด์สกรีนแบบเดียวกันกับ แต่อาจจะคมชัดกว่าเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนเรื่อง ปราสาททราย นั้น เป็นการยืมฟิล์มาจากคนทางภาคใต้
ซึ่งยืมมาได้ 2 เรื่องครับ.. จึงขอออกเรื่อง ปราสาททราย ไว้ก่อน
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ก็เป็นหนังมิตร-เพชรา เช่นกัน จะออกตามมาอีก
ส่วนอีกเรื่อง เอาไว้ฉายในงานมิตรเดือนตุลาคม 2550 ครับ

คืนนี้ ขอแค่นี้ก่อนนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 18/01/50 - 22:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 59
ขอบคุณครับคุณมนัสสำหรับใบปิด เจ้าสาวเรือพ่วง
อยากดูหนังคุณดอกดินมากครับ จำได้ว่าคุณดอกดินได้มอบฟิล์มหนัง ไทยใหญ่ ให้หอภาพยนตร์ไป ไม่ทราบว่ามีโอกาสที่ทริปเปิ้ลเอ็กซ์จะเอามาทำซีดีไหมครับ

จาก: อิท
วันที่: 19/01/50 - 11:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 60
หนังของกรุง เลื่อนการวางแผงออกไปก็ดีเหมือนกันครับ จะได้มีเวลาดูหนังที่ค้าง stock ที่ยังคั่งค้างอยู่หลายสิบเรื่องให้หมดก่อน

เดือนต่อๆไป ออกเป็นหนังของนางเอก สลับกับพระเอกบ้างก็ดีครับ เช่นหนังของ อรัญญา, ปิยะมาศ, พิศมัย

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 19/01/50 - 23:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 61
ลูกหนี้ทีเด็ดครับคุณอ๊อด...ขอบคุณคุณมนัสด้วยครับที่ลงให้ดู...

จาก: โต้ง
วันที่: 20/01/50 - 20:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 62
อยากทราบว่า คุณมนัส เป็นเจ้าของ XXX ใช่ไหมคะ

จาก: วรัญญา
วันที่: 20/01/50 - 20:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 63



สวัสดีครับทุกท่าน..

สำหรับคุณอิท ที่ถามถึงหนังค่ายกัญญามาลย์ภาพยนตร์นั้น
ถ้าตอบตอนนี้ ต้องบอกคำเดียวว่า ยากมาก ๆ ครับ เพราะเคยมีการ
เจรจาแล้ว แต่ตกลงราคากันไม่ได้ครับ....

สำหรับข่าวการออกวีซีดีหนังของค่าย xxx นั้น หากมีความคืบหน้า
อย่างไร จะนำข่าวมาบอกอีกทีครับ...

ปิดท้ายด้วย บทความเก่าที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารฟิล์มแอนด์สตาร์
เล่มที่ 40 ครับ....

10 หนังชาวดอย.. โดย มนัส กิ่งจันทร์

หนังแต่ละเรื่องที่สร้างขึ้นมานั้น นอกจากจะบอกได้ว่า เป็นหนังบู๊ หนังชีวิตหรือหนังตลกแล้ว บางเรื่องก็ยังระบุได้ว่าเป็นหนังภูมิภาคใด อย่างไรก็ตาม หนังก็คือ มหรสพที่ให้ความสุขกับเราทุก ๆ คนได้อย่างไร้พรมแดน อย่างหนังที่จะกล่าวถึงในฉบับนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นหนังชาวดอยเพราะมีเนื้อหาเกี่ยวพันคนบนดอยสูง ถึงแม้จะมีการสร้างออกมาหลาย ๆ เรื่อง แต่นี่คือ 10 หนังที่คนยังไม่ลืม...

1. ลมเหนือ จากเรื่องเดิมชื่อ ทนอีกนิดเถอะน่า ของ พ.ต.ต.ประชา พูนวิวัฒน์ ที่ดอกดิน กัญญามาลย์ นำมาสร้างและกำกับการแสดง เป็นหนังในยุค 16 ม.ม. ซึ่งมีมิตร-เพชรา แสดงนำ ออกฉายครั้งแรกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2512 ที่โรงหนังคาเธ่ย์ แม้ชื่อหนังจะตั้งไว้เรียบง่าย แต่เนื้อหาหนังก็ยังมีครบทุกรสตามสไตล์หนังดอกดิน..ศิลปินล้านแล้วจ้า...นำเสนอเรื่องราวความรัก การต่อสู้ของคนบนดอยได้อย่างเข้มข้นจนเป็นที่ชื่นชอบของคนดูในยุคนั้นและหลังจากนั้นดอกดินจึงสร้างเรื่อง ไทยน้อย (2512:สมบัติ-เพชรา) ไทยใหญ่ (2513:สมบัติ-เพชรา) ติดตามมาอีก..ซึ่งน่าเสียดายที่ปัจจุบัน แม้จะมีฟิล์มเก็บไว้ที่หอภาพยนตร์ฯ แต่ก็ยุ่งยากในการรับชมเพราะเป็นหนังใบ้ที่ต้องพากย์สด ๆ เวลาฉาย

2. แม่ศรีไพร บทประพันธ์ของ เรียมเอง สร้างและกำกับการแสดงโดย วิจิตร คุณาวุฒิ แห่งแหลมทองภาพยนตร์ นำแสดงโดย นาท-เพชรา ออกฉายครั้งแรกวันที่ 28 สิงหาคม 2514 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง เป็นหนังเปิดตัวเรื่องแรกของพระเอก นาท ภูวนัย นำเสนอเรื่องราวความรักและการแก้แค้นของสองพี่น้อง ผลร้ายจึงเกิดแก่เพชราเจ้าสาวของชายผู้พี่เพราะนาทซึ่งเป็นน้องชายบุกชิงตัวในคืนวันเข้าหอ แล้วพาหนีเตลิดขึ้นดอยไปอยู่กับเผ่ากะเหรี่ยง กว่าที่ผู้เป็นพี่จะตามไปพบ นาทและเพชราก็ปลงใจรักเสียแล้ว แม้หนังจะยาว 3 ชั่วโมง แต่จุดเด่นก็อยู่ที่บทหนังซึ่งเขียนไว้ได้อย่างน่าติดตาม แถมยังมีเพลงไพเราะอีก 11 เพลง จนกล่าวได้ว่าเข้าข่ายเป็นหนังเพลงอีกเรื่องหนึ่ง ปัจจุบันแม้ว่าจะพบกากฟิล์มแล้ว แต่เนื่องจากเส้นเสียงไม่ดีพอ จึงไม่อาจนำกลับมาทำเป็นวีซีดีให้เราได้ชมกันอีก

3. ลานสาวกอด จากบทประพันธ์ของครูเพลง ไพบูลย์ บุตรขัน สร้างโดยสมนึกภาพยนตร์ผู้ที่เคยสร้างเรื่องอินทรีทอง นำแสดงโดยครรชิต-เพชรา โดยมี วีระโชติ เป็นผู้กำกับการแสดง ออกฉายครั้งแรกวันที่ 28 เมษายน 2515 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย หนังนำเสนอเรื่องราวของเพชราซึ่งเป็นรับบทเป็นชาวเขาเผ่าอีก้อและต้องพบรักกับครรชิตหนุ่มคนเมือง ท่ามกลางการขัดขวางของหนุ่มชาวเขาอีกหลายคนที่แอบรักเพชรา แต่ท้ายเรื่องครรชิตก็แสดงให้เห็นถึงความรักของเขาที่มีต่อเพชรา จุดเด่นของหนังอยู่ตรงที่การนำนักร้องลูกทุ่งมาร่วมแสดงและยังมีบทเพลงไพเราะให้ฟังเพลิน ๆ อีก 9 เพลงเหมือนอย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วจากเรื่อง ทุ่งเศรษฐี (2514:ครรชิต-เพชรา)

4. สามเหลี่ยมทองคำ เป็นหนังที่นำเสนอเรื่องราวขบวนการค้าฝิ่นบนดอยสูงซึ่งทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ผลงานการสร้างของครีเอชั่น นำดารา 2 ประเทศมาประกบกันคือ สมบัติ-หลอลี่-ธัญญรัตน์-เถียนหนี กำกับการแสดงโดย โรม บุนนาค-อู๋หม่า ออกฉายครั้งแรกวันที่ 23 สิงหาคม 2518 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยมและมีการนำไปฉายยังต่างประเทศด้วย แต่ในไทยขณะเข้าฉายนั้นไม่ค่อยประสบความสำเร็จเพราะฉายชนกับเรื่อง ราชินีฝิ่น (2518:สมบัติ-เกาเป่าสู้) ซึ่งมีโครงเรื่องคล้าย ๆ กัน คนดูจึงสับสนในการเลือกดู อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ สามเหลี่ยมทองคำ กลับเป็นที่ต้องการของตลาดหนังเก่า แต่ก็หาฟิล์มไม่ได้ คงมีแต่เทปฉบับต่างประเทศที่เหลือความยาวเพียง 90 นาทีกลับมาในไทยเท่านั้น

5. ใต้ฟ้าสีคราม ผลงานการสร้างของ บางกอกการภาพยนตร์ จากบทประพันธ์ของ สีฟ้า นำแสดงโดย นพพล-เนาวรัตน์ กำกับการแสดงโดย ฉลอง ภักดีวิจิตร ออกฉายครั้งแรกวันที่ 30 ธันวาคม 2521 ที่โรงหนังลิโด-โคลีเซี่ยม เป็นหนังเปิดตัวเรื่องแรกของพระเอกใหม่ นพพล โกมารชุน ซึ่งมาในบทชาวเขาที่ต้องลงมาเรียนหนังสือกับคนเมือง แล้วเกิดพบรักกับนักศึกษาสาวเนาวรัตน์ จากนั้นทั้งคู่ก็ขึ้นไปใช้ชีวิตร่วมกันบนดอยสูงท่ามกลางเรื่องราวเรื่องร้ายต่าง ๆ ที่น่าติดตาม จุดที่วิจารณ์กันในยุคนั้นก็คือ ความกล้าของฉลอง ที่ท้าทายคนดูในการเปิดตัวพระเอกหน้าใหม่ แต่เมื่อหนังออกฉาย ก็ไม่ผิดหวังเพราะหนังเรื่องนี้สามารถแจ้งเกิดให้กับ นพพล โกมารชุน ได้สำเร็จ

6. คนภูเขา แม้คุณาวุฒิจะเคยผิดหวังจากการกำกับเรื่อง ผารีซอ (2498) มาแล้ว แต่ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากไฟว์สตาร์โปรดักชั่น คุณาวุฒิจึงคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่ ๆ อย่าง มนตรี-วลัยกร พร้อมด้วยทีมงานตะลุยขึ้นดอยสูง เก็บเกี่ยวภาพต่าง ๆ ของชาวเขาชาวดอยที่คนเมืองไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน..คำกล่าวที่ว่า น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก ภูเขาเป็นของหมู่เฮา..ก็กลายเป็นสัจจะแห่งชีวิตที่หนังสอนเราไว้ประหนึ่งว่า ทางใคร ก็ทางใคร จะบังคับใครให้เดินในทางเราหาได้ไม่..แม้หนังดูเหมือนจะเป็นเพียงการนำเสนอเรื่องราวกึ่งสารคดีชีวิตชาวเขา แต่เมื่อนำออกฉายก็ทำให้คุณาวุฒิยิ้มออกเพราะประสบความสำเร็จอย่างมาก...ฉายครั้งแรกวันที่ 30 มิถุนายน 2522 ที่โรงหนังเอเธนส์-แกรนด์

7. เสือภูเขา จากบทประพันธ์ของ ชาติอินทรี ผลงานการสร้างของ โคลีเซี่ยมฟิล์ม นำแสดงโดย สรพงษ์-จารุณี กำกับการแสดงโดย คมน์ อรรฆเดช ออกฉายครั้งแรกวันที่ 5 ตุลาคม 2522 ที่โรงหนังเพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์ นำเสนอเรื่องราวของสรพงษ์ฉายา เสือภูเขา ที่นิจเมียรักถูกชาวเขาอีกเผ่าหนึ่งฉุดไป สรพงษ์ตามไปช่วยมาได้และได้ฆ่าน้องชายของดามพ์ตาย การออกตามล่ากันจึงเกิดขึ้นและเข้มข้นตลอดทั้งเรื่องจนเรียกได้ว่า เป็นหนังที่ครองใจคนดูในยุคนั้นเพราะมีคิวบู๊ที่ดูสนุก ตื่นเต้น เดินเรื่องได้ฉับไว แถมยังทิ้งมุขตลกให้ฮาอยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังทำให้ จารุณี สุขสวัสดิ์ แจ้งเกิดได้สำเร็จในบทคิวบู๊อีกด้วย อยากให้คอหนังเก่าได้ดูเรื่องนี้ แต่ว่ารอจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่ค่ายใดได้ลิขสิทธิ์ไปทำวีซีดีเลย

8. เทพธิดาดอย เป็นผลงานการสร้างร่วมกันของ จิรบันเทิงฟิล์มกับซิงเก๋อ ไต้หวัน นำแสดงโดย เนาวรัตน์-ไกรสร กำกับการแสดงโดย แสนยากร ออกฉายครั้งแรกวันที่ 7 มิถุนายน 2523 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-พาราเมาท์ แม้เนื้อหาจะคล้าย ๆ กับหนังจีน แต่จังหวะของการเข้าฉายเกิดไปเข้าทางคนดูพอดี จุดเด่นที่ทำให้คนพูดถึงหนังเรื่องนี้บ่อย ๆ ก็คือ เพลงเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นฉากวิวทิวทัศน์บนดอยสูงและมีเนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เข้าฉากประกอบเพลง ดูแล้วเห็นถึงความสดใส น่ารักของเธอในยุคนั้นอย่างมาก ทำให้เพลงเอกนี้กลายเป็นเพลงฮิตไปทั่วประเทศในเวลาต่อมา แม้ว่าจะเคยมีหนังของค่ายนี้ออกมาเป็นวีซีดีแล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่ยังขาดหนังเรื่องนี้ไป

9. เพชรตัดหยก อีกครั้งหนึ่งที่ โคลีเซี่ยมฟิล์ม ยกขบวนดาราขึ้นดอยเหมือนเรื่อง เสือภูเขา แต่ครั้งนี้ แปลกออกไปเพราะมีการนำดาราจีนคือ ฉีเส้าเฉียน ที่กำลังโด่งดังจากเรื่อง กระบี่ไร้เทียมทาน มาแสดงประกบกับสรพงษ์ ชาตรี เพชรตัดหยก เป็นบทประพันธ์ของ ส.อาสนจินดา กำกับการแสดงโดย คมน์ อรรฆเดช ออกฉายครั้งแรกวันที่ 23 มกราคม 2525 ที่โรงหนังเพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์ จุดเด่นของหนังอยู่ที่การวางคิวบู๊ให้สองพระเอกไทย-จีนได้แสดงร่วมกัน โดยสรพงษ์ก็ยังไม่ทิ้งลายเสือภูเขา ส่วนฉีเส้าเฉียนก็ยังคงโชว์ลีลากระบี่มือหนึ่งได้อย่างไร้เทียมทาน ขณะที่เพลงประกอบใช้ทั้งเพลงไทยและเพลงกระบี่ไร้เทียมทาน จนทำให้คนดูในยุคนั้นชื่นชอบมาก ๆ ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังไม่มีค่ายใดได้รับลิขสิทธิ์มาจัดทำเป็นวีซีดี

10. อย่าดีกว่า ก่อนหน้านี้ ธรรมจักรภาพยนตร์ ของ เสถียร ธรรมเจริญ เคยสร้างหนังออกเสียงสำเนียงเหน่อ ๆ แบบชาวสุพรรณที่ทำให้ จารุณี สุขสวัสดิ์ โด่งดังมาแล้วจากเรื่อง ช่างเขาเถอะ.. พอมาครั้งนี้ ชื่อหนังก็ยังคงเป็นวลียอดฮิตอีกคือ อย่าดีกว่า.. เป็นการนำจารุณีกลับไปรับบทบาทสาวห้าว ๆ บนดอยสูงอีกครั้ง เธอต้องเข้าเรียนเป็นลูกศิษย์สรพงษ์ครูหนุ่มผู้มุ่งมั่นพัฒนาชาวเขา แต่กลับถูกกลุ่มนายทุนกีดกัน จารุณีที่เคยแก่น ๆ จึงหันมาช่วยสรพงษ์ จนทั้งคู่เกิดความรักและสุดท้ายจารุณีก็ได้กลับมาเป็นครูสอนเด็ก ๆ บนดอยสูงอีกคน ออกฉายครั้งแรกวันที่ 16 เมษายน 2526 ที่โรงหนังอินทรา-ศาลาเฉลิมไทย





จาก: มนัส138
วันที่: 21/01/50 - 23:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 64
คุณมนัสครับ ผมติดตามอ่านเรื่องราวที่คุณมนัสโพสต์มาตลอด
ยอมรับครับว่า คุณมนัสเป็นห้องสมุดหนังไทยจริงๆครับ
คุณมนัสทราบไหมครับว่า
1.เกียรติศักดิ์รัก(ของ)ข้า และมันต้องสู้ ของทักษา สินชัย
มีสรพงศ์ อำภา นำแสดงนั้น เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

2.เรื่องสวรรค์เบี่ยง ของวินิจ ภักดีวิจิตร ที่วางตัว สรพงศ์ อำภา ปิยะ อัญชลี และนางเอกใหม่ อรุณี หังสาวณิชนั้นทำไมถึงไม่สร้างต่อครับ

3.เรื่องความรักของบัวทอง ของพรพจน์ กำกับโดย เศรษฐา เมื่อปี 26-27 นั้นสร้างเสร็จหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็นใบปิด
เรื่องนี้ แสดงโดย พร้อมพงษ์ จารุณี อำภา เศรษฐา โน๊ต ครับผม

4.คุณมนัสมีใบปิดเรื่อง อั่งเปา พอเจตน์ วาสนา อำภา
และเต้าฮวยเกษทิพย์ สรพงศ์ อาภาพร อำภา พิศมัยหรือไม่ครับ

ขอบคุณคุณมนัสมากกนะครับ

จาก: จุ้ยแฟนพันธุ์แท้อำภา ภูษิต
วันที่: 22/01/50 - 11:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 65



อยากได้เหมือนกันค่ะพี่มนัส....มีแตใบ ขาว-ดำ

จาก: จุ
วันที่: 22/01/50 - 12:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 66
หนังชาวดอยเท่าที่นึกได้เพิ่มเติมน่าจะมี
1. ราชินีฝิ่น สร้างเวลาเดียวกับ สามเหลี่ยมทองคำ กำกับโดยผู้กำกับหญิงฮ่องกง เก่าเป่าสู้ เธอแสดงด้วยคู่กับ สมบัติ มิสหูจิ้น
2. ป่าแสนสวย สร้างจากนิยายของพจนารถ เกศจินดา อรัญญา เล่นกับพระเอกคนไหนจำไม่ได้
3. หมอกฟ้า สุทิศา พัฒนุช เล่นไว้ก่อนออกจากวงการ คู่กับ เศกสิทธิ์ สวัสดิรักษ์

จาก: อิท
วันที่: 22/01/50 - 13:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 67
ขออนุญาตคุณมนัส เจ้าของกระท้ให้ข้อมูลหนังที่คุณ Natty กำลังหาอยู่นะครับ คือเรื่อง อย่าเพราะมีชู้ แรงหึง ไฟซ่อนเชื้อ และรอยลิขิต ในคห.23 ที่คุณต้องการยังพอหาได้อยู่นะครับ ติดต่อคุณจุ้ก เบอร์โทร 02 9839305 หลัง 4ทุ่มนะครับ

จาก: จุ้ก
วันที่: 23/01/50 - 1:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 68
พี่มนัสไปอยู่ไหนเอ่ย....ทุกคนคิดถึงแล้ว ช่วงนี้ยังมีการฉายหนังที่หอจดหมายเหตุ และศาลายาอยู่หรือเปล่าค่ะ

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 25/01/50 - 11:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 69
สวัสดีปีใหม่ คุณมนัสและเพื่อนๆชมทางหนังไทยฯ(เข้ามาชมนานไปนิด) ดีใจจังเลย ที่หนังคุณมิตรจะออกมาอีก ขอซื้อทุกเรื่องเลย ขอขอบคุณคุณโตีะที่มีมานะอดทนได้หนังคุณมิตรมาให้แฟนมิตรไดชมกัน บอกคุณโตีะให้พวกเราได้ซื้อทางไปราณีย์บางนะจีะเราคนต่างจังหวัดหาซื้อยากจัง


จาก: รักมิตร
วันที่: 25/01/50 - 17:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 70



สวัสดีครับทุกท่าน..

ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ.. เพียงแต่เหลือคอมฯอยู่เครื่องเดียว
กว่าจะเสร็จงานอื่น ๆ มันก็ดึกมากแล้ว ก็เลยขอนอนพักก่อน...

หนังที่คุณจุ้ยฯ ถามถึงนั้น อย่างเรื่อง มันต้องสู้ กับ เกียรติศักดิ์รัก (ของ) ข้า นั้น
ตอนที่ผมค้นหาข้อมูลนั้น ก็พบแต่เพียงว่า มันต้องสู้ ได้ออกฉาย
ส่วนเรื่อง เกียรติศักดิ์รัก (ของ) ข้า นั้น ไม่พบวันออกฉาย จึงไม่แน่ใจว่า
ได้ออกฉายหรือไม่
ส่วนเรื่อง สวรรค์เบี่ยง ก็ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงครับ.
ส่วนเรื่อง ความรักของบัวทอง นั้น ค้นไม่พบวันออกฉายครับ
และใบปิดที่ขอมา 2 เรื่อง ผมก็ยังไม่มีเช่นกันครับ..
ต้องขออภัยด้วยครับ..

ส่วนที่คุณจุ ถามถึงเรื่องการฉายหนังที่หอจดหมายเหตุและศาลายานั้น
ก็ยังคงมีการฉายตามปกติ แต่ช่วงนี้ ผมไม่ค่อยได้ไปครับ เพราะมีแต่หนัง
ต่างประเทศ... เลยขอมาพักผ่อนเอาแรงดีกว่า..

ช่วงนี้เวลามีน้อย ผมจึงขอนำบทความเก่า ที่เคยเขียนไว้เมื่อเดือนกันยายน 2546 ตีพิมพ์นิตยสารฟิล์มแอนด์สตาร์ มาให้อ่านกันเล่น ๆ ครับ

โกนหัวสู้
โดย มนัส กิ่งจันทร์

สมัยก่อน การที่จะเห็นดาราระดับพระเอกนางเอกโกนหัวเล่นหนังนั้นเป็นเรื่องยากมาก ส่วนใหญ่จะใช้วิกครอบหัวแทนซึ่งดูแล้วไม่แนบเนียน ต่างกับทุกวันนี้ที่ดาราน้อยใหญ่ยอมโกนหัวเล่นหนัง เล่นละครกันง่ายขึ้น

เคยมีดาวร้ายรุ่นเก่าในยุคหนัง 16 ม.ม.ที่โกนหัวเล่นหนังอยู่คนหนึ่งคือ พิภพ ภู่ภิญโญ แต่ตอนที่เข้าวงการใหม่ ๆ ก็ยังมีผมดกเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่การแสดงยังไม่มีอะไรโดดเด่น จึงลองเปลี่ยนมาโกนหัวเล่นหนังดูบ้าง พิภพชอบเอามือลูบหัวโล้นด้วยท่าทางกวน ๆ ในหนังทุกเรื่องที่แสดง ทำให้คนดูชอบใจและกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของพิภพ ภู่ภิญโญ มาถึงทุกวันนี้

แต่ถ้าเป็นระดับพระเอกยอดนิยมที่ยอมโกนหัวเล่นหนังคนแรก ๆ จนเป็นข่าวดังครึกโครมลงหน้าหนังสือพิมพ์มาแล้ว ก็เห็นจะมีแต่ สมบัติ เมทะนี ที่ขณะนั้น ค่ายหนังโคลีเซี่ยมฟิล์ม ของ คมน์ อรรฆเดช ผู้กำกับหนังบู๊มือกำลังขึ้นออกข่าวว่า จะนำบทประพันธ์ของ ชาติอินทรี ในเรื่อง มหาหิน มาสร้างหนังและต้องการให้ สมบัติ เมทะนี ดาราอันดับหนึ่งมาโกนหัวรับบทเป็น หิน ภูธร พระเอกของเรื่อง ในแวดวงบันเทิงต่างวิพากษ์วิจารณ์ไม่เชื่อว่า สมบัติ เมทะนี จะกล้าโกนหัวเพื่อเล่นหนังเพียงเรื่องเดียวเพราะจะกระทบกระเทือนถึงคิวถ่ายหนังเรื่องอื่น ๆ ด้วย แต่ในที่สุด สมบัติ เมทะนี ก็ยอมโกนหัวโดยบอกว่า ชอบใจในบทของหิน ภูธร ที่ได้รับพร้อม ๆ กับมีข่าวลือว่า สมบัติ เมทะนี รับค่าโกนหัวเล่นหนังมหาหินถึงหนึ่งล้านบาท ซึ่งถ้าจริง ก็จะเป็นค่าตัวที่สูงที่สุดในขณะนั้น ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดกล้อง

สมบัติ เมทะนี ได้ฤกษ์โกนหัวจากพระอาจารย์ที่เคารพนับถือในวันที่ 30 มกราคม 2521 ซึ่งวันนั้น ก็มีเพื่อนดารา ผู้สื่อข่าวและกองถ่ายหนังของโคลีเซี่ยมฟิล์ม ยกขบวนไปร่วมงานอย่างคับคั่งจนเป็นข่าวดังเกรียวกราวอย่างที่บอกไว้

มหาหิน เป็นเรื่องราวของ หิน ภูธร (สมบัติ เมทะนี) อดีตนักเลงที่ยอมสละกิเลสไปบวชเป็นพระอยู่หลายพรรษาจนได้เป็นมหา แต่เมื่อได้รับข่าวจากน้องสาวว่า พี่ชายถูกฆ่าตาย มหาหินก็จำต้องสึกออกมาเพื่อดูแลน้องสาวกับหลานชายแทน ซึ่งทีแรกก็ไม่หวังแก้แค้นอะไรได้แต่ช่วยกันทำไร่ไปตามประสา แต่ก็ยังถูกสมุนของ พ่อเลี้ยงเกียรติ (เกชา เปลี่ยนวิถี) คอยกลั่นแกล้งและร้ายที่สุดก็คือ จับตัวน้องสาวไปข่มขืนและฆ่าทิ้งอย่างทารุณ มหาหินที่เคยเอาคำพระเข้าข่มตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็เลยศีลขาด เปลี่ยนจากถือศีลมาถือโซ่ออกคิดบัญชีแค้นทีละคนโดยมี ไอ้อ่าง (ลักษณ์ อภิชาติ) เป็นผู้ช่วย

มหาหิน ออกฉายครั้งแรก รอบมิดไนท์คืนวันที่ 21-22 เมษายน 2521 ก่อนที่จะเริ่มฉายจริงในวันที่ 29 เมษายน 2521 ที่โรงภาพยนตร์ เพชรรามา และ เพชรเอ็มไพร์ แม้ช่วงนั้นจะถูกนักวิจารณ์หนังบางคนบอกว่า เป็นเพียงหนังบู๊ธรรมดาที่ไม่มีอะไรใหม่นอกจากพระเอกโกนหัวเท่านั้นพร้อมกับตำหนิสมบัติ เมทะนี ที่ยอมโกนหัวเล่นหนังน้ำเน่าแบบนี้ ไม่สมราคาคุย แต่มหาหิน ก็ยังเป็นหนังทำเงินที่ถูกอกถูกใจตลาดหนังบู๊อย่างมากและยังเป็นการจุดประกายให้ดาราคนอื่น ๆ เริ่มโกนหัวเล่นหนังอีกหลายคน ส่วนสมบัติ เมทะนี ก็กลับมาโกนหัวแสดงเป็นพระในบท หลวงพ่อเสือ ให้กับคมน์ อรรฆเดช อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ได้เล่นเป็นพระเต็ม ๆ เรื่องไม่เหมือนกับมหาหินที่ได้ห่มผ้าเหลืองเพียงแค่ฉากไตเติ้ลเรื่องเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี สรพงษ์ ชาตรี มารับบทเป็น บิณฑ์ บารมี หนุ่มพเนจรที่หนีร้อนตามตื้อขอเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเสือและเป็นคนที่นำเรื่องเดือดร้อนมาสู่หลวงพ่อตลอดเวลาจากหนังเรื่อง ข้ามากับพระ ซึ่งออกฉายต้อนรับสงกรานต์ในปี 2527

กระแสความโด่งดังของหนังมหาหินประกอบกับมีหนังจีนอีกเรื่องหนึ่งที่ให้ผู้หญิงโกนหัวเล่นหนังด้วย ทำให้เสือปืนไว เจ้าของฉายา คนจนผู้ยิ่งใหญ่ พิชัย น้อยรอด (เฮียหลอ) ซึ่งกำลังเร่งสร้างหนังเรื่อง ไอ้ติงต๊อง (2522:สมบัติ-เนาวรัตน์) ต้องเหยียบเบรคตัวโก่งแล้วสั่งให้นางเอกหน้าใหม่ เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์ มาโกนหัวเล่นหนังเรื่อง อีโล้นซ่าส์ ที่เฮียหลอเขียนบทขึ้นมากระทันหันแล้วก็รีบถ่ายทำทันที ใช้เวลาเพียง 16 วันก็ปิดกล้อง แต่ชื่อหนังไปมีปัญหากับกองเซ็นเซอร์จนต้องตัดคำว่า อี กับ ซ่าส์ ออกไปก่อน จึงได้นำออกฉายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2521 ที่โรงภาพยนตร์ เมโทร

อีโล้นซ่าส์ เป็นเรื่องราวของ สายฝน (เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์) สาวสวยชาวสลัมที่พยายามต่อสู้ดิ้นรนในอาชีพช่างตัดเสื้อ แต่เมื่อ หัตกร (กรุง ศรีวิไล) หนุ่มเจ้าสำราญหลอกเชยชมความสาวของเธอจนสมใจแล้ว ก็นำเธอไปขายให้กับซ่องนางทางโทรศัพท์ ซึ่งถ้าเธอไม่ยอมขายตัว ก็จะถูกซ้อม ถูกทรมานต่าง ๆ จนในที่สุดก็กร้อนผมโกนหัวเธอ เธอจึงจำยอมเป็นหญิงขายตัว แม้ในหมู่นักเที่ยวจะเรียกเธอว่า อีโล้นซ่าส์ แต่ชีวิตจริงของเธอชอกช้ำเกินกว่าจะซ่าส์ได้

เนื้อหาหนังก็เป็นเรื่องธรรมดาง่าย ๆ แต่ด้วยความจัดเจนในการออกข่าวประชาสัมพันธ์ของเฮียหลอ พอถึงวันหนังออกฉาย คนก็แห่กันไปดู หนังเลยประสบความสำเร็จเกินคาด ชื่ออีโล้นซ่าส์ จึงยังติดปากมาถึงทุกวันนี้ เฮียหลอเคยพยายามจะนำ อีโล้นซ่าส์แบบต้นฉบับเดิมกลับมาฉายอีก แต่ไม่มีฟิล์มต้นฉบับ วันนี้ จึงต้องปั้นอีโล้นซ่าส์คนใหม่ในรูปแบบเทเลมูฟวี่ โดยให้ แนน ปรางค์วลัย เทพสาธร มาโกนหัวเป็น อีโล้นซ่าส์ แทน ซึ่งเนื้อหาหลักของหนังก็ยังคงเดิม

แต่ก่อนที่เนาวรัตน์ ซื่อสัตย์ จะโกนหัวนั้น ก็มีดาราหญิงอีกคนที่ได้โกนหัวเล่นหนังในบทแม่ชีมาก่อน แต่ไม่เป็นข่าวดังคือ ทาริกา ธิดาทิตย์ ซึ่งบวชชีเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2521 ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อเล่นหนังเรื่อง เหนือกว่ารัก ให้ สนาน คราประยูร

เหนือกว่ารัก เป็นหนังเรื่องเดียวกับ ดวงใจแม่ ที่แสดงโดย สมบัติ เมทะนี สุทิศา พัฒนุช ซึ่งเคยออกฉายในปี 2512 ที่โรงภาพยนตร์ เฉลิมบุรี มาก่อน เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่รับบทโดยทาริกา ธิดาทิตย์ ซึ่งต่อสู้ดิ้นรนถึงขนาดต้องยอมเป็นพาร์ตเนอร์หาเงินมาเลี้ยงสามีตาบอดกับลูกสาวสองคน แต่เมื่อลูกสาวคนหนึ่งตายไปเพราะความยากจน เธอจึงไม่อยากให้สามีกับลูกสาวต้องเดือดร้อนอีก จึงสมรู้กับแม่สามีเพื่อหลอกสามีกับลูกว่า เธอมีชู้รักคนใหม่ ต้องการเลิกกับสามี ทั้งนี้ เพื่อให้สามีและลูกได้กลับไปอยู่กับแม่ที่มีฐานะดีกว่า สามีก็หลงเชื่อและกลับไปรักษาตาจนหาย แล้วได้แต่งงานใหม่มีลูกสาวอีกคนหนึ่ง ต่อมาความจริงปรากฏต่อลูกสาวว่า มีแม่เป็นพาร์ตเนอร์ ลูกสาวก็ยังรักแม่และออกตามมาหาแม่ที่แท้จริง แต่หัวอกผู้เป็นแม่มีหรือที่จะยอมให้ลูกสาวมาอยู่กับตนเองได้ จึงต้องฝืนใจเล่นละครให้ลูกสาวเห็นว่า เธอเป็นเจ้าของซ่อง เป็นหญิงพาร์ตเนอร์ ไม่ควรค่าที่ผู้ดีอย่างลูกสาวจะมาอยู่ด้วยจนลูกสาวเข้าใจผิดด่าว่าแม่ต่างๆ นานาแล้วก็หนีกลับไป หัวอกแม่ที่เสียสละให้กับสามีและลูกตลอดมาจนไม่มีอะไรจะเหลืออีกแล้ว ก็หมดอาลัยตายอยากในชีวิตหันหน้าเข้าวัดโกนหัวบวชชี ทุกคนที่รู้ความจริงในภายหลังได้แต่ยืนมองเธอด้วยความสงสาร

ตอนประกาศสร้างนั้น สนาน คราประยูร มีโครงการจะส่งหนังไปฉายประกวดในงานมหกรรมหนังเอเชีย ครั้งที่ 24 ที่ประเทศออสเตรเลีย จึงมีการจัดทำไตเติ้ลหนังและคำบรรยายเป็นภาษาต่างประเทศไว้ด้วย ส่วนในเมืองไทยได้นำออกฉายรอบมิดไนท์คืนวันที่ 29 กันยายน 2521 ก่อนที่จะเริ่มฉายจริงในวันที่ 14 ตุลาคม 2521 ที่โรงภาพยนตร์ แกรนด์
ช่วงปี 2521 มีดาราที่โกนหัวเล่นหนังอีกคนหนึ่ง แต่ยังไม่ขอกล่าวถึงตอนนี้และในปีถัดไปเป็นต้นมา ใครที่จะต้องรับบทบวชเป็นพระหรือเป็นแม่ชี ก็จะเริ่มโกนหัวกันจริง ๆ เช่น

ผ.ศ. สุรพล วิรุฬห์รักษ์ รับบทเป็น สมภารกร่าง ปะทะคารม (อารมณ์) กับ สรพงษ์ ชาตรี จากเรื่องไผ่แดง (2522)

ไกรสร แสงอนันต์ ก็ต้องบวชเป็นพระจากเรื่อง รักนอกตำรา (2523)
ล้อต๊อก ก็มารับบทเป็นหลวงตา พระนักเทศน์ จากเรื่อง หลวงตา (2523) ที่คว้ารางวัลตุ๊กตาทองดารานำชายยอดเยี่ยมปี 2524 ไปครอง ก่อนที่ล้อต๊อกจะผูกขาดเป็นหลวงตาในหนังภาคต่ออีกหลายตอน

กรุง ศรีวิไล พระเอกอินเตอร์ ก็เป็นอีกคนที่แหวกตลาดโกนหัวเล่นหนังโดยไม่ได้รับบทเป็นพระ จากเรื่อง ล่าข้ามโลก (2526) และตามมาอีกหลายเรื่องจนปัจจุบันก็กลายเป็นโล้นถาวรไปแล้ว

ศิริพร เอี่ยมสุนทร นางเอกนักบู๊ จากเรื่อง ชี (2527)

รุจน์ รณภพ เป็น หลวงพ่อเติม จากเรื่อง กาเหว่าที่บางเพลง (2537) ที่ได้รับรางวัลผู้แสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม จากชมรมวิจารณ์บันเทิง ปี 2537

นพดล ดวงพร แห่งวงดนตรีเพชรพิณทอง ก็มารับบทเป็นหลวงพ่อผู้ทิ้งปริศนาธรรม เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ จากเรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 (2545) ที่กวาดไปหลายรางวัล

แม้จะรู้ว่าหนังก็เป็นการเพียงการแสดงอย่างหนึ่ง แต่ก็คนดูก็ต้องการเห็นดาราของเขาแสดงให้ได้สมจริงมากที่สุด อาชีพนักแสดงจึงต้องสู้หนักขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่ง โกนหัวสู้ ก็ต้องยอม…







จาก: มนัส138
วันที่: 25/01/50 - 23:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 71
เห็นคุณมนัส พูดถึง มหาหิน และ ข้ามากับพระ แล้ว พลันก็ทำให้อยากดูหนังทั้ง 2 เรื่องนี้เปี่ยมใจจะขาด แต่คงต้องขาดใจ เมื่อเจ้าของหนังเขาไม่สนใจใยดี ไม่ยอมปล่อยหนังให้พวกเราชมกันเลยนะครับ น่าเสียดายครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 26/01/50 - 1:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 72
สวัสดีครับทุกท่านค่ะ

ขอบคุณ คุณจุ้ก มากๆค่ะ อยากได้หนังทั้งหมดนี้มากๆค่ะ หย่าเพราะมีชู้ แรงหึง ไฟซ่อนเชื้อ และรอยลิขิต เพิ่งได้เข้ามาอ่านกระทู้่ค่ะ เอาไว้คุยกันทางโทรศัพท์นะคะ ถ้ายังไงอาจจะให้เพื่อนติดต่อไปนะคะ

จาก: Natty
วันที่: 26/01/50 - 6:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 73



พี่มน้สพูดถึง โกนหัว เลยนำภาพมาให้ชมค่ะ ถ้าเริ่มมีหนังไทยฉายก็อย่าลืมนะคะ

จาก: จ
วันที่: 26/01/50 - 17:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 74
ขอบคุณคุณจุฯครับ สำหรับภาพก่อนโกนศีรษะของ พระเอก สมบัติ เมทะนี แหมมีเพื่อนๆดารามาร่วมงานกันเยอะเชียว เท่าที่เห็นจากในภาพนอกจากภรรยาและลูกของคุณสมบัติ ก็มีคุณ ชาญ มีศรี ที่นั่งข้างหลัง, คุณดามพ์, คุณลักษณ์, คุณอนันต์, คุณฉัตร(เสื้อลาย โดนหัวบัง น่าจะใช่)

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 26/01/50 - 23:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 75
อยากไปดูหนังเก่า...แต่ไม่ทราบว่าจะไปดูที่ไหนได้บ้าง....ช่วยตอบทีนะค่ะ

จาก: lala_poko
วันที่: 28/01/50 - 0:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 76
คุณรักมิตรครับ เรื่องซื้อหนังของ xxx ทางไปรษณีย์ ผมบอกคุณผ่านกระทู้นี้ไป 2 รอบแล้ว ทั้งเบอร์โทร,รายละเอียด คุณถามเสร็จแล้วก็ไป ไม่กลับมาดูคำตอบอีกเลย ซักพักก็กลับมาถามอีก ถามปุ๊บก็คงรีบไป ไม่กลับมาดูอีก นี่เป็นรอบที่ 3 แล้ว ที่คุณกลับมาถามอีก ผมคิดว่าคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป ไม่ทราบคุณติดปัญหาเรื่องคอมฯหรือเปล่า ผมบอกอีกหลายคนผ่านกระทู้อื่นอีก รวมแล้วเกือบ 10 รอบแล้วมั้ง มีคนที่ประสบความสำเร็จเพราะมีความเพียรก็หลายคน เช่น คุณศธร และคิดว่ายังมีอีกหลายคนที่เขาได้หนังไปแล้ว เพราะความพยายามของเขาเอง กระทู้เบอร์โทรของบริษัททั้งหลายที่ผมแนะนำไป รู้สึกจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับคนอีกหลายคนที่ต้องการดูหนังไทยในอดีต อยากดูถามมาเราก็ชี้ทางให้ แต่คุณไม่ติดตามเลย เราต้องการสิ่งใด มันต้องใช้ความพยายามครับ(เทศน์ซะเลย) ระวังความจับจดมันจะติดไปกับเรื่องงานประจำด้วยนะครับ ไม่มีคำพูดแล้วครับ

เรื่องโกนหัว พวกพระเอกดังๆเขาก็โกนกันเกือบหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สมบัติ-กรุง-ยอดชาย-พอเจตน์-ไกรสร-บิณฑ์-เอกพัน-เจษฎาภรณ์-เต๋า-มอส ฯลฯ เหลือแต่ สรพงษ์ ไม่เคยโกนหัว(นอกจากตัวจริง เคยโกนหัวบวชเณรอยู่ 7 ปี ตั้งแต่อายุ 12-19) เอาแต่กร้อนผมหรือไม่ก็ใส่วิกยางมาหลายเรื่องแล้ว(ในบทพระ) สงสัยต้องรอเรื่อง"เพชรพระอุมา"(ถ้าท่านมุ้ยสร้าง) บท "ผีดิบมันตรัย" ต้องโกนหัวแน่นอน

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/01/50 - 16:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 77
สรพงษ์ ในบท มหาเถรคันฉ่อง นี่ถือว่า โกนหัว หรือว่า กร้อนผมครับ คุณอ๊อด เพราะคุณสรพงษ์ต้องไว้ผมทรงนี้ยาวนานหลายปีเลย เพื่อรับบทนี้น่ะครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 28/01/50 - 16:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 78
กร้อนผมครับ คุณJsonsจัง!!! สรพงษ์ ไม่เคยโกนหัวเล่นหนังเลย แม้ในบทต้องโกน เช่น บวชพระในหนังเรื่อง"ลูกทาส" ก็ใส่วิก เป็นพระธุดงค์ ในละคร"เปรตวัดสุทัศน์" ก็ใส่วิก เป็นนายร้อยเรื่อง "สตรีหมายเลขศูนย์" ก็กร้อนผม ผมคิดว่าถ้าท่านมุ้ยสร้าง"เพชรพระอุมา" สรพงษ์ ต้องโกนหัวแน่นอน คราวนี้คงเหมือน กรุง ศรีวิไล คือหัวล้านอยู่หลายปีเลย

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/01/50 - 17:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 79
ผมยังสงสัยอยู่เรื่อง วานผู้รู้ตอบด้วย ในละครเรื่อง"ผู้ชนะสิบทิศ" พระอาจารย์ของจะเด็ด ใช่มหาเถรคันฉ่อง หรือเปล่า แต่เคยดูวีซีดี เขาปูเรื่องตอนต้นว่า พระอาจารย์องค์นี้(มล.รุจิรา เล่น แต่จำชื่อในหนังไม่ได้)เป็นทหารเพื่อนคู่ใจกับทัต เอกทัต นายทหารใหญ่ผู้คิดการใหญ่ ทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่ มหาเถรคันฉ่อง เขาว่าเป็นคนมอญ ซึ่งตอนที่ยังไม่บวช ก็ถูกพม่ากดขี่มาก่อน ในใจลึกๆของท่าน ก็ไม่ค่อยชอบพวกพม่าเท่าไร เพราะกดขี่คนมอญมาตลอดเหมือนกัน

จาก: อ๊อด
วันที่: 28/01/50 - 17:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 80
ส่วนใหญ่จะเรียกว่า "ท่านพระครูสำนักกุโสดอ"น่าจะใช่คนเดียวกันค่ะ ถ้าใครทราบมากกว่านี้บอกกันด้วยค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 28/01/50 - 18:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 81
ขอบคุณจ้า คุณอ๊อดที่เทศเราซ้าาาารับไม่ทันเลย ไม่โกระเพราะเป็นเรื่องจริงเราทำงานหนักไม่ค่อยมีเวลาหลังจากสอบถามในกระทู้ บางครั้งก็เป็น
อาทิตย์เลย คอมฯที่บ้านเราก็ไม่มี จะมีเวลาก็ตอนพักกลางวันเช่นวันนี้
ถ้าไม่ออกไปทานข้าวเราจะอ่านกระทู้นี้ได้ แต่ถ้าเวลทำงานคอมฯจะไม่ว่าง แต่วันนี้ไม่ต้องทานก็อิ่มๆๆแล้วจ้า จะหาเวลาไปเปิดอ่านย้อนหลัง
นะจ้านาย นาร้าย..นาราย ไปก่อนแว้ว

จาก: รักมิตร
วันที่: 29/01/50 - 12:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 82
ขอบคุณคุณรักมิตร ที่เข้าใจ และไม่โกรธ ผมต้องขอโทษด้วย ผมเป็นคนสไตล์แบบนี้ล่ะครับ ตรง โผงผาง (แต่จริงใจนะ) ก็รบกวนช่วยย้อนกลับไปอ่านก็ดีครับ หรือง่ายๆ คุณก็ดูเบอร์โทรของบริษัทxxx ได้ที่ด้านหลังของปกหนัง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน เขาก็เบอร์เดิม ไม่เปลี่ยนแปลงครับ

ใช่เลย คุณจุ ผมกำลังนึกชื่อ กุโสดอ ได้หลังจากพิมพ์ถามไป ขอบคุณครับ ไม่ทราบจะเป็นตัวเดียวกับมหาเถรคันฉ่องหรือเปล่า เป็นพระอาจารย์(พระราชครู) ของมังตรา ลูกกษัตริย์ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกับจะเด็ดมาตั้งแต่เด็ก ตอนเป็นละครปี 2519-2520(นิรุตติ์ เป็นจะเด็ด) บทพระราชครูกุโสดอนี่ แสดงโดย พฤหัส บุญหลง ผมก็ไม่ได้ดูเหมือนกัน นี่ถ้าท่านมุ้ยสร้างละคร"ผู้ชนะสิบทิศ" จะเอา สรพงษ์ รับบทนี้อีกหรือเปล่า

จาก: อ๊อด
วันที่: 29/01/50 - 12:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 83
สวัสดีครับพี่มนัส รบกวนสอบถามเกี่ยวกับความคมชัดของภาพ ในหนังไทย
ของ XxX เรื่อง ช่างเขาเถอะ ด้วยครับ เห็นแจ้งว่าเป็นมาสเตอร์เทป
คุณภาพประมาณ เสาร์ 5 หรือเปล่า
ส่วนเรื่องสนับมือ ทุกส่วนในภาพยนตร์อยู่ครบ อย่างนี้แฟนฉวีวรรณ แฮปปี้ครับ

รบกวนขอชมใบปิดหนังเรื่อง อาถรรพ์เสือสมิง ด้วยครับ พันนา ฤทธิไกร นำแสดง
ถ้าข้อมูลในเครื่องยังแก้ไขไม่ได้ ก็ไม่เป็นไรครับ เข้ามาคุยกับน้องๆบ้างก็พอแล้ว

จาก: เอกชัย
วันที่: 29/01/50 - 16:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 84
สวัสดีทุกท่านครับ

แว่วเสียงนางพราย สรพงษ์ อาภาพร สะใภ้ สินจัย อภิรดี อภิชาติ ไฟชีวิต สุพรรษา พิศาล สินจัย ไม่ทราบว่าหนังเหล่านี้ยังสามารถหาดูได้ไหมครับ เคยได้ดูแต่ แว่วเสียงนางพราย อันนี้น่ากลัวมากๆครับ กับ สะใภ้ ก็สนุกดีเรื่องแ่ม่ผัวกับลูกสะใภ้ เรื่องไฟชีวิต เคยเห็นแต่ใบปิด เรื่องไฟรักอสูรได้ดูแต่ละครที่นาถยาเล่น อยากดูเรื่องนี้เหมือนกัน หวังว่าคงจะได้ดูหนังเหล่านี้อยู่นะครับ รบกวนนะครับถ้ามีใบปิดเรื่อแว่วเสียงนางพราย สะใภ้ ช่วยลงให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ



จาก: เด็กใหม่ในต่างแดน
วันที่: 30/01/50 - 6:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 85
ผมว่าอย่าเอา...ผู้ชนะสิบทิศ...มาเปรียบเทียบกับ...ตำนานสมเด็จพระนเรศวร...เลยครับ
ยาขอบท่านบอกไว้ตอนต้นเรื่องผู้ชนะสิบทิศว่า..เมื่อผู้ชมได้รับชมภาพยนตร์(หรือผู้อ่านได้อ่านหนังสือ)นั่นหมายถึงทุกท่านกำลังเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของข้าพเจ้า(ยาขอบ)แล้ว....(จำได้ไม่แม่นแต่ก็ทำนองนี้)..นั่นหมายถึงว่ายาขอบท่านแต่งขึ้นเอง...จะอิงพงศาวดารหรือประวัติศาสตร์พม่า-ไทย/ไทย-พม่าหรือไม่ท่านไม่แจ้ง
ท่านอาจเอาชื่อ..บุเรงนองมาใช้เพราะเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ยุติธรรม มีเมตตา..และอีกหลายๆนาม...
ท่านมุ้ย...ท่านก็กลัวมีคนเถียง หรือวิจารณ์เรื่องจริงไม่จริง...ใช่ไม่ใช่...ท่านจึงตั้งชื่อหนังว่า...ตำนานนำหน้า...
เพราะคำว่า...ตำนาน...มันจริงหรือไม่จริงไม่มีใครรู้กว่าใคร....

จาก: โต้ง
วันที่: 30/01/50 - 9:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 86
ขอบคุณคุณโต้ง ผมก็ลืมไป จริงจังมากไปหน่อย มาคิดคิดดู ก็จริงอย่างที่คุณโต้งพูด ทั้งยาขอบ ทั้งหนังของท่านมุ้ย มันไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เพราะคนละแบบ เรื่อง "ผู้ชนะสิบทิศ" ยาขอบแต่งขึ้นเอง ส่วนท่านมุ้ย ถึงแม้จะอิงพงศาวดารแต่ก็ต้องมีเติมเสริมแต่งเข้ามาบ้าง เพราะมันเป็นภาพยนตร์ ผมเพียงแต่ให้ข้อสังเกตุในจุดนี้เท่านั้น มีอีกหลายเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงเรื่อง"ตำนานสมเด็จพระนเรศวร" อยากจะถามถึงเหตุผลที่ท่านมุ้ย ไม่เปลี่ยนตัวองค์นเรศวรตอนเด็ก เพราะเล่นรวดเดียวตั้งแต่อายุ 9 -14 ขวบ สุวนพระสุพรรณกัลยา ยังเปลี่ยนจากสาวน้อยอายุประมาณ 13-14 มาเป็น คุณเกรซ มหาดำรงค์กุล(นามสกุลอาจผิด) ซึ่งในเรื่องคงอายุ 18-20 แล้ว แต่ไอ้หนูที่เล่นบทพระนเรศวร ยังตัวเท่าเดิม หรือเขาเล่นดี ก็ยอมรับว่าเด็กคนนี้เล่นดี น่ารัก มีเสน่ห์ในการดึงดูดคนดูมาก นี่คือจุดพลาดจุดเดียวที่เห็นชัดที่สุด นอกนั้นผมไม่ใส่ใจ ถือว่างานใหญ่ขนาดนี้ จะให้สมบูรณ์ 100 % มันก็ลำบาก สู้ให้กำลังใจกันดีกว่า ไม่รู้อีกกี่สิบ กี่ร้อยปี ถึงจะได้ดูหนังยิ่งใหญ่ขนาดนี้ และคนกล้าทำอย่างท่านมุ้ย จะมีสักกี่คน

จาก: อ๊อด
วันที่: 30/01/50 - 9:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 87
สวัสดีค่ะ พี่อ๊อด และทุกๆท่าน
ชื่นชมท่านมุ้ยจริงๆค่ะ ท่านทำหนังออกมาเพื่อให้คนไทยรู้รักสามัคคี
ได้แต่หวังว่าคนไทยดูหนังเรื่องตำนานพระนเรศวรแล้วจะหันรักกันมากขึ้น

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 30/01/50 - 10:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 88
สวัสดีทุกท่านครับ

แว่วเสียงนางพราย สรพงษ์ อาภาพร สะใภ้ สินจัย อภิรดี อภิชาติ ไฟชีวิต สุพรรษา พิศาล สินจัย ไม่ทราบว่าหนังเหล่านี้ยังสามารถหาดูได้ไหมครับ เคยได้ดูแต่ แว่วเสียงนางพราย อันนี้น่ากลัวมากๆครับ กับ สะใภ้ ก็สนุกดีเรื่องแ่ม่ผัวกับลูกสะใภ้ เรื่องไฟชีวิต เคยเห็นแต่ใบปิด เรื่องไฟรักอสูรได้ดูแต่ละครที่นาถยาเล่น อยากดูเรื่องนี้เหมือนกัน หวังว่าคงจะได้ดูหนังเหล่านี้อยู่นะครับ รบกวนนะครับถ้ามีใบปิดเรื่องแว่วเสียงนางพราย สะใภ้ ช่วยลงให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

เด็กใหม่ในต่างแดน

จาก: เด็กใหม่ในต่างแดน
วันที่: 31/01/50 - 4:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 89
เห็นด้วยกับคุณลัดเกล้าครับ.

จาก: สหสักก์
วันที่: 31/01/50 - 20:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 90
พี่มนัส...
กลับกระทู้ด่วน...
น้องๆถามหากันเยอะแล้ว...จ้า

ว่าแต่หนังค่ายxxx จะออกเมื่อไหร่แน่คะ

จาก: สาวกน้าปุ๊
วันที่: 01/02/50 - 15:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 91
แจ้งข่าว หนัง"ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ภาค 2 ชื่อตอน"ประกาศอิสรภาพ" กำหนดฉาย วันพฤหัสบดี ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 นี้นะครับ(เลื่อนมาจากวันที่ 1 ก.พ.) ใครที่ดูภาค 1 ไปแล้ว ผมว่าไม่พลาด ภาค 2 แน่นอน เพราะทุกคนที่ดูมา ส่วนใหญ่บอกอยากดูต่อภาค 2 ทันทีเลย ผมก็เช่นกัน ส่วนภาค 3 ชื่อตอน "สงครามยุทธหัตถี"(กำลังถ่ายทำ) กำหนดฉาย 5 ธ.ค.50 แต่ผมคิดว่ามีสิทธิ์สร้างไม่ทันกำหนดฉาย เพราะเขาบอกมีฉากรบยิ่งใหญ่หลายฉากมาก เรียกว่า ภาค 1 ดราม่า ภาค 2 แอ๊คชั่น ภาค 3 ซุเปอร์แอ๊คชั่น ขอบอกว่าเรื่องนี้ดูสนุกกว่า "สุริโยไท"มาก เรื่องนั้นเหมือนกึ่งสารคดี แต่เรื่องนี้เป็นหนังมากกว่า ได้ทั้งบันเทิงและความรู้ ผมไปดูแบบหาความบันเทิงและความภาคภูมิใจในชาติมากกว่าไปจับผิด ความรู้สึกที่ได้ มันจะต่างกันมาก

คุณมนัส ได้ข่าวว่าได้บัตรดูหนัง"นเรศวร" ดูแล้วหรือยังครับ ถ้าดูช่วยออกความเห็นหนังเรื่องนี้ด้วยนะครับ ช่วยมาบอกด้วยว่าหนังของxxx ออกวันไหน เห็นน้องเอกชัย สอบถามทางร้านมา เขาบอกออกวันที่ 5 ก.พ. นี้ เข้ากับบรรยากาศพอดีเป๊ะ ต้อนรับเทศกาลแห่งความรักด้วยเรื่อง"ไผ่สีทอง"


จาก: อ๊อด
วันที่: 01/02/50 - 16:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 92



สวัสดีครับทุกท่าน..

สำหรับหนังของค่าย xxx ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2550 นั้น
จะออกในสัปดาห์หน้านี่ครับ..
สำหรับภาพเรื่อง ช่างเขาเถอะ นั้น ภาพไม่ถึงขนาดเรื่อง เสาร์ 5 ครับ
เพราะเป็นเทปยูเมติก และเรื่องนี้ หาฟิล์มไม่ได้แล้วครับ จึงต้องทำออกมา

ส่วนใบปิดข้างบนเป็น หนังค่าย xxx ที่จะออกในเดือนมีนาคม 2550 ครับ
มิตร-เพชรา เรื่อง ปราสาททราย..


จาก: มนัส138
วันที่: 02/02/50 - 0:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 93



อีกเรื่องหนึ่งคือ วิวาห์ลูกทุ่ง เป็นหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มครับ
เรื่องนี้ ภาพคมชัด สีสวย ทำจากฟิล์ม 16 ม.ม.สโคป

จาก: มนัส138
วันที่: 02/02/50 - 0:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 94



อีกเรื่องหนึ่งคือ ตาลเดี่ยว เป็นหนังทำจากฟิล์ม 16 ม.ม.
มีความยาววีซีดี 3 แผ่นจบครับ สี สวย

จาก: มนัส138
วันที่: 02/02/50 - 0:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 95



และอีกเรื่องสุดท้ายที่จะออกในเดือนมีนาคม 2550
ก็คือเรื่อง แม่ศรีไพร หนังเรื่องแรกของ นาท ภูวนัย
เป็นหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม
เนื่องจากหนังเรื่องนี้ ไม่มีฟิล์มเนกาตีฟ
คงมีแต่ฟิล์ม 16 ม.ม.สโคปเสียงในฟิล์ม
ซึ่งเป็นกากฟิล์ม ใช้แล้ว มีเส้นด้วย ขนาดภาพพอ ๆ กับเรื่อง
ลานสาวกอด ที่เคยออกมาแล้วครับ
เป็นวีซีดียาว 3 แผ่นจบครับ

คืนนี้ ขอแค่นี้ก่อนนะครับ



จาก: มนัส138
วันที่: 02/02/50 - 0:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 96
โปรแกรมเดือนมีนาคม ผมเหมาหมดอีกแล้ว ว่าจะไม่เก็บ ตาลเดี่ยว แต่พอดีจำได้ว่า เคยฟังละครวิทยุเรื่องนี้มา เรื่องนี้สนุก เข้มข้นมาก ก็เลยต้องไม่พลาดอีกแล้วครับ

จาก: อิท
วันที่: 02/02/50 - 13:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 97
ผมก็คงต้องเหมาด้วยคนครับ สุดยอดทั้งนั้น

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/02/50 - 13:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 98
เดือนมีนาคมพบกันสุดยอดพระเอกอมตะนิรันดร์กาล

มิตร , ไชยา ,สมบัติและนาท

โปรดคอยติดตามชมให้ได้นะครับ.

จาก: สหสักก์
วันที่: 02/02/50 - 14:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 99
วิวาห์ลูกทุ่ง เสียงดายเป็นคนต่างจังหวัด.........อด!!!

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 02/02/50 - 15:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 100
"ปราสาททราย" กับ "ตาลเดี่ยว" (ที่จะออกเป็นวีซีดีของค่าย xxx) ไม่ทราบว่าเป็นเสียงในฟิล์มหรือพากย์ใหม่ครับ คุณมนัสหรือท่านอื่นๆที่ทราบช่วยตอบหน่อยครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 03/02/50 - 23:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 101
น้องลัดเกล้า อยู่ต่างจังหวัดไกลแค่ไหน ก็สั่งซื้อทางไปรษณีย์ได้ครับ โทรไปที่บริษัททริปเปิ้ลเอ๊กซ์ เบอร์ 02-5873542 มีหนังของไชยา ตั้งหลายเรื่อง

จาก: อ๊อด
วันที่: 04/02/50 - 0:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 102
ขอบคุณพี่อ๊อดมากๆค่ะ ดึกแล้วยังไม่นอนเหมือนกันนะค่ะ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 04/02/50 - 1:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 103
ผมขออณุญาติคุณมนัสคุยนอกกระทู้กับพี่อ๊อดนิดนึงนะฮะ

พี่อ๊อดครับ ผมได้ซื้อตั๋วกลับเมืองไทยแล้วครับ หลังจากเลื่อนมาหลายเดือนก็เป็นอันว่าจะกลับวันที่ ๘ มีนาคมแน่นอนแล้วครับ แล้วผมจะเอาหนังเรื่อง "นํ้าผึ้งขม" และซีดีเพลงเก่าๆที่อัดไว้ไปฝากพี่อ๊อดตามสัญญานะครับ รบกวนพี่อ๊อดช่วยส่งเบอร์โทรศัพท์ให้ผมทางอีเมลด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 04/02/50 - 3:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 104



...... คุณสุทธิพงษ์ และ คุณอ๊อด
วันไหนที่นัดพบกัน ผมขอเชิญมาทานข้าว
ด้วยกันสักมื้อนะครับ
จะเลือกวันไหน ช่วยแจ้งมาด้วย ครับ
แล้วพบกัน ครับ


จาก: พักรบ
วันที่: 04/02/50 - 8:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 105
ปราสาททราย เป็นหนัง 16 ม.ม. ไม่มีเสียงในฟิลม์ครับ

สมัยก่อนเขาพากสดกันคับ

จาก: *-*
วันที่: 04/02/50 - 20:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 106
อยากอ่านกระทู้ชุมทางหนังไทย ตอน ที่ 1 -14
จะหาได้งัยคะ ใส่เลขทู้ แล้ว search มันก็ไม่ออกมาค่ะ
ช่วยด้วย

จาก: dude
วันที่: 05/02/50 - 20:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 107
search ใน google ด้วยคำว่า ชุมทางหนังไทยในอดีตครับ

จาก: อิท
วันที่: 05/02/50 - 20:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 108
ขอบคุณมากค่ะคุณอิท

จาก: dude
วันที่: 05/02/50 - 22:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 109
ผู้หญิงไรหว่าชื่อ dude แปลกดีแฮะ

จาก: guy
วันที่: 05/02/50 - 23:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 110
ถึงคุณมนัส...
อยากชมใบปิดเรื่อง...น้ำใต้ศอก(สรพงษ์-เนาวรัตน์)/เพชรพันล้าน(สรพงษ์-วิเวียน)..ครับ..ไม่ทราบว่ามีหรือเปล่า..

จาก: โต้ง
วันที่: 06/02/50 - 10:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 111
ถึงคุณสุทธิพงษ์ครับ อีเมล์คุณสุทธิพงษ์ ช่วยลงที่กระทู้นี้เลยได้ไหมครับ แต่ผมเคยส่งไปก็ไม่ได้ เอาเบอร์โทรผมไปเลยก็ได้ครับ 086-8844178

ขอบคุณพี่พักรบครับ ไว้ต้องรอคุณสุทธิพงษ์ กลับมาเมืองไทยก่อน แล้วค่อยนัดกันอีกที ดีใจครับที่พี่พักรบให้เกียรติ

น้องลัดเกล้าครับ ช่วงคืนวันศุกร์-เสาร์ ผมจะนอนดึก เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดครับ แต่วันธรรมดานี้ ต้องเข้านอนแต่หัวค่ำเลย

จาก: อ๊อด
วันที่: 06/02/50 - 11:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 112
เรื่อง ตาลเดี่ยว และ แม่ศรีไพร ออกเป็นวีซีดีสามแผ่น แล้วราคาขายจะเท่าไหร่กันครับ และจะใส่เป็นกล่องเดียวหรือเปล่าครับ

จาก: กร
วันที่: 06/02/50 - 12:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 113

ท่านใดในเวบส์นี้มีหนังเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่น ธงไชย แสดงคู่กับ อาภาศิริ นิติพน เมื่อสิบกว่าปีก่อน เป็นหนังของแกรมมี่ บ้างคะ ขอรบกวนไรท์ด้วยค่ะ รบกวนลง e-mail เพื่อจะติดต่อกลับด้วยนะคะ อยากดูจริงๆค่ะ

จาก: น้อยหน่า
วันที่: 06/02/50 - 12:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 114



มีข่าวนักแสดงรุ่นอาวุโสมาฝากค่ะ

จาก: จ
วันที่: 06/02/50 - 18:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 115
ความจริงผมได้รับอีเมลของพี่อ๊อดที่ส่งมาอวยพรปีใหม่นะครับ ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ตอบกลับไป ไม่ทราบว่าพี่อ๊อดสะดวกวันไหนครับ เสาร์-อาทิตย์ หรือ เย็นวันศุกร์หลังเลิกงานดีมั้ยครับ เจอกันแถวๆที่ทำงานพี่อ๊อดก็ได้ครับ ผมจะได้ไปซื้อหนังแถวคลองถมด้วย คงต้องเป็นหลังจากวันที่ ๒๒ มี.ค. ไปแล้ว เพราะก่อนหน้านั้น (ประมาณวันที่ ๙ ถึง ๒๑ มีนาคม) ผมจะไปพม่าก่อนสองอาทิตย์

ขอบพระคุณคุณพักรบมากครับที่ให้เกียรติเชิญผมกับพี่อ๊อด เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยนัดวันที่และสถานที่กันอีกทีนะครับ

นี่ผมก็ตื่นเต้นมากครับที่เห็นค่าย XXX เตรียมออกหนังของคุณเพชราตั้งหลายเรื่อง หนังของดาราคนอื่นๆที่เคยออกมาแล้วผมก็ยังไม่มีตั้งหลายเรื่อง ที่อยากได้มากที่สุดตอนนี้คือเรื่อง "โทน" (ไชยา, อรัญญา) กับ "ชู้" (กรุง, มานพ) ไม่ทราบว่าจะยังพอหาได้รึเปล่า... เรือง "โทน" ผมยังไม่เคยดูเลยครับ อยากดูมาก เคยดูแต่เวอร์ชั่น สันติสุข-จันทร์จิรา ที่เป็นละครทางช่องสาม
เรื่องอื่นๆเช่น "ระเริงชล" ได้ข่าวว่าหาไม่ได้แล้ว ก็คงต้องทำใจอย่างเดียว

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 06/02/50 - 19:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 116



..... คุณมนัส ครับ
คู่กรรม ฉบับพี่เบิร์ด ไม่มีหรือ
น่าจะมีนะ ทั้งโกดังเห็นมีแต่หนังไทยทั้งนั้น ......

คุณอ๊อดและคุณสุทธิพงษ์และคุณมนัสด้วย อีกคน
ใกล้ๆแล้วนัดทานข้าวด้วยกัน... ขอบคุณครับ.

จาก: พักรบ
วันที่: 06/02/50 - 20:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 117
ถึงคุณน้อยหน่าครับ พอดีผมมีแผ่น VCD คู่กรรมเวอร์ชัน เบิร์ด-อาภาสิริ พอดี ติดต่อได้ที่ av_entlib@yahoo.com แล้วเดี๋ยวจะดำเนินการให้ครับ เพราะแผ่นหนังเรื่องนี้ไม่มีการผลิตแล้ว และออกวางจำหน่ายพร้อมกันเมื่อคราวที่ทางแกรมมี่นำหนังมาผลิตได้แก่ คู่กรรม , จักรยานสีแดง , อันดากับฟ้าใส , โอเนกาทีฟ รักออกแบบไม่ได้ , กำแพง และ ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ ภายหลังมาเปลี่ยนเป็น GMM แกรมมี่นั้นก็ยังพอหาซื้อได้อยู่ อย่าง 15 ค่ำ เดือน 11 , กุมภาพันธ์ , คืนไร้เงา , ไอ้ฟัก ฯลฯ

จาก: กระปุกจำปา
วันที่: 06/02/50 - 20:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 118
วีซีดี ของค่าย xxx เรื่อง สันกำแพง เวอร์ชัน สมบัติ อรัญญา วางตลาดหรือยังครับ

จาก: นิรมิต
วันที่: 08/02/50 - 16:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 119
ยังอีกนานครับ เพราะคุณมนัสแจ้งว่า ตอนนี้กำลังเรียงลำดับภาพใหม่ให้ตรงกับบทพากย์ เนื่องจากตัวฟิล์มเดิมถูกตัดต่อสลับไปมาทำให้ไม่ตรงกับบทพาย์เดิมซึ่ง XXX มีอยู่แล้ว จึงทำให้ VCD ชุดนี้อาจจะออกวางจำหน่ายช้าไปหน่อย อย่างว่าหละครับ ช้า ๆ ได้พร่าเล่มงาม แอนด์ ชัวร์ เพราะหนังดี ๆ ที่ผมแนะนำให้คุณมนัสและทีมงานได้ไปพบฟิล์ม แม้ว่าจะพลาดหนังเรื่อง "ไอ้ควายเหล็ก" ไป (เนื่องจากฟิล์ม 35 มม. เสียหายมาก จนไม่สามารถใช้งานได้อีก และคิดว่าคงไม่มีก็อปปี้ที่อื่นอีกแล้ว) ถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งครับ


คุณมนัสครับ ผมอาจจะต้อง Late การเข้ากรุงเทพ ฯ ออกไปอีกเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคม นี้ เพราะตั้งใจว่าจะไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิต์ (งานเริ่มวันที่ 28 มี.ค. - 10 เม.ย. นี้) คงจะเป็นช่วงเสาร์-อาทิตย์ แล้วผมจะโทรไปหาคุณมนัสอีกครับ

จาก: กระปุกจำปา
วันที่: 08/02/50 - 19:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 120
ขอนอกเรื่องนิดครับ พอดีไปเจอรูปดาราเวียตนามที่เคยมาแสดงหนังไทย มีส เคียวจิน และ มีสถำทุยหั่ง (ทอง ภาค 1) เลยแวะเอาลิงค์มาฝากครับ มีรูปดาราเวียตนามที่เราไม่รู้จักหลายคนด้วย

http://www.asiafinest.com/forum/lofiversion/index.php/t68223.html

จาก: อิท
วันที่: 08/02/50 - 21:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 121
คุณมนัสครับ
ภ.เรื่องเมืองแม่หม้าย (สมบัติ-อรัญญา) มีสิทธิ์ได้ชมหรือเปล่าครับ

จาก: ศธร
วันที่: 08/02/50 - 23:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 122



สวัสดีครับทุกท่าน..
ต้องขออภัยที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาในกระทู้..
เนื่องจากต้องมีภาระหลายอย่าง....

สำหรับคุณนิรมิตที่ถามถึงเรื่อง สันกำแพง นั้น คำตอบก็เป็นอย่างที่
คุณกระปุกจำปาได้ตอบไปนั่นแหละครับ... ตอนนี้ ก็ยังอยู่ที่ 20 นาที
แรกของหนังเท่านั้นเพราะเวลาไม่ค่อยจะมี (อีกอย่างคุณโต๊ะเขาก็ไม่
ได้เร่งมาด้วย ก็เลยอืดไปหน่อย)

สำหรับคุณศธร ที่ถามถึงเรื่อง เมืองแม่หม้าย นั้น
คงต้องรอ (อีกนาน) ครับเพราะติดปัญหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
แต่ไม่ต้องห่วงฟิล์มหนังครับเพราะมีการเทเลซีนเป็นเทปเบต้าแล้ว

ส่วนเรื่อง ปราสาททราย กับ ตาลเดี่ยว ต้นฉบับเดิมเป็นหนัง 16 ม.ม.
พากย์สดเวลาฉายในโรง... เมื่อถึงวันนี้ จึงต้องมีการพากย์และวาง
เสียงแบ็คกราวน์เพลงประกอบใหม่.. แต่ไม่ต้องห่วงครับเพราะเป็น
ฝีปากการพากย์ของ ทีมพากย์พันธมิตร ครับ...
ส่วนราคานั้น ต้องเพิ่มขึ้นอีกแน่ครับเพราะมี 3 แผ่นจบ..
ตอนนี้กำลังทำปกวีซีดีอยู่ครับ.. ถ้าเสร็จเมื่อไร จะไปคว้ามาให้ดูก่อน..

ส่วนใบปิดข้างบนนี้ เป็นเรื่อง น้ำใต้ศอก.ที่คุณโต้งขอดูรูปมา
แต่ว่า ใบปิดจริงยังไม่มีครับ..มีแต่ใบปิดที่เคยลงไว้ในหนังสือดาราครับ
เคยออกวีซีดีมาแล้วครับ ภาพชัดเสียงใส..
เป็นหนังแนวชีวิตอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบเช่นกัน

ส่วนอีกเรื่องคือ เพชรพันล้าน นั้น ใบปิดใช้เป็นภาพตัดแปะ
แต่ว่า ผมยังไม่มีครับ..เป็นหนังออกฉายเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2537
เริ่มแรกก็ฉายควบเลยครับที่ โรงหนังเฉลิมสินและเฉลิมเกียรติ.


จาก: มนัส138
วันที่: 09/02/50 - 2:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 123



แถมท้ายด้วยบทความเก่าทีผมเคยเขียนไว้ในนิตยสารฟิล์มแอนด์สตาร์
ฉบับประจำเดือนมีนาคม 2547 เป็นการเขียนเพื่อรำลึกถึง
ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์ ผู้สร้างตำนาน มนต์รักลูกทุ่ง ที่โด่งดังในปี 2513

ปิดตำนาน รังสี...เสือปืนไว
โดย มนัส กิ่งจันทร์

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2546 วงการหนังไทยได้สูญเสีย รังสี ทัศนพยัคฆ์ ผู้กำกับหนังรุ่นใหญ่ไปอีกคนหนึ่ง ซึ่งในวันที่ 28 มีนาคม 2547 นี้ ก็จะมีงานพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดมกุฎกษัตริยาราม กรุงเทพฯ ถ้าเป็นคนรุ่นใหม่ ๆ อาจจะยังไม่คุ้นกับชื่อรังสี แต่สำหรับนักดูหนังระหว่างปี 2490 ถึงปี 2526 แล้ว จะต้องเคยได้ยินชื่อรังสี ทัศนพยัคฆ์ อย่างแน่นอน

รังสี ทัศนพยัคฆ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2469 ที่กรุงเทพฯ เริ่มเข้าสู่วงการหนังเมื่อประมาณปี 2490 โดยแรก ๆ ก็ทำหน้าที่วางเพลงประกอบการพากย์หนัง 16 ม.ม. จากนั้นก็มาเป็นนักพากย์ (ใช้นามแฝงว่า พรรณรังสี) เป็นผู้เขียนเรื่องเขียนบทหนัง (ใช้นามแฝงว่า มหศักดิ์ สารากร) แล้วจึงเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นผู้กำกับหนัง (เคยใช้ชื่อ รังสี เสวิกุล แต่บางเรื่องใช้นามแฝงว่า พรรณราย)

รังสีกำกับหนังโดยไม่ยึดติดกับผู้สร้างรายหนึ่งรายใด สุดแต่ว่าใครจะเรียกใช้ อาศัยว่าเป็นคนที่ทำงานว่องไว หนังทุกเรื่องจึงปิดกล้องได้เร็วกว่าผู้กำกับคนอื่น ๆ บางครั้งก็ยังรับกำกับหนังหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน บางปีจึงมีหนังออกมาฉายถึง 10 เรื่อง โดยเฉพาะยุคที่ มิตร ชัยบัญชา กำลังโด่งดัง สองคนนี้จะทำงานเข้าขากันเป็นที่สุดเรียกได้ว่ามีหนังรังสีก็ต้องมีมิตรเพราะมิตรจะมีคิวให้รังสีเสมอ รังสีจึงเป็นผู้กำกับคนเดียวที่ได้กำกับหนังมิตรมากที่สุดถึง 56 เรื่อง ทำให้ใคร ๆ ก็เรียกว่า รังสี เสือปืนไว

แม้ชื่อรังสี ทัศนพยัคฆ์ จะผ่านตาจากหนังหลาย ๆ เรื่อง แต่ผมก็ไม่เคยนับดูว่า รังสีกำกับหนังมาทั้งหมดกี่เรื่องแล้ว ผมเพิ่งจะเริ่มค้นหาอย่างจริงจังก็ตอนที่รู้ว่ารังสีเสียชีวิต ซึ่งก็หาได้ยากเต็มทีเพราะไม่มีใครบันทึกเป็นข้อมูลเก็บไว้ ในเบื้องต้นผมจึงเริ่มหาจากใบปิดหนังที่ออกฉายทั้งหมดในช่วงปี 2490–2526 โดยคัดเลือกเอาแต่เฉพาะใบปิดหนังที่มีชื่อรังสีเป็นผู้กำกับ เมื่อได้ชื่อหนังมาแล้ว ก็ต้องมาจัดเรียงลำดับก่อนหลังโดยยึดถือวันฉายครั้งแรกเป็นหลัก การค้นหาวันฉายก็ค้นจากหนังสือพิมพ์หรือหนังสือดาราเก่า ๆ อีกทีหนึ่ง แม้จะเคยได้ยินมาว่า ทาสรัก เป็นหนังเรื่องแรกที่รังสีกำกับไว้ก็ตาม แต่ผมก็ยังหาใบปิดหนังเรื่องนี้มายืนยันไม่ได้ ในบรรดาข้อมูลทั้งหมดที่ผมค้นพบมาที่เห็นว่าเป็นหนังที่เก่าที่สุดที่รังสีกำกับก็คือเรื่อง วิญญาณรักของนางนาค สร้างโดยราชวัตร์ภาพยนตร์ แสดงโดยธงชัย นิลกนิษฐ ไพบูลย์ เกษมวัน มีชื่อรังสี เสวิกุล เป็นผู้เขียนเรื่องและกำกับการแสดง ออกฉายเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2494 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมบุรีและหลังจากนั้นรังสีก็มีผลงานทยอยออกมาฉายติดต่อกันทุกปี มากบ้าง น้อยบ้างตามแต่กำลังของผู้สร้าง เมื่อนับมาจนถึงปี 2526 พบว่ามีถึง 109 เรื่องซึ่งความจริงน่าจะมีอีก แต่ข้อมูลยังไปไม่ถึง เอาเป็นว่าตอนนี้รังสี ทัศนพยัคฆ์ ผ่านการกำกับหนังมาเกินกว่า 100 เรื่องก็แล้วกัน ซึ่งเชื่อว่ามากกว่าผู้กำกับคนใดในประเทศไทย (ขออภัยไม่สามารถแจงรายละเอียดเกี่ยวกับหนังที่รังสีกำกับได้ครบ 109 เรื่องเพราะเนื้อที่มีจำกัด)

แม้จะผ่านการกำกับหนังมาทุกแนว แต่หนังที่โดดเด่นที่สุดของรังสีก็คือ หนังผีกับหนังเพลง โดยหนังผีโกยเงินล้านเรื่องแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จักชื่อรังสีพอ ๆ กับจำชื่อผีในหนังได้ก็คือเรื่อง แม่นาคพระโขนง หนัง 16 ม.ม.ที่สร้างโดยเสน่ห์ โกมารชุน มีปรียา รุ่งเรือง รับบทเป็นผีแม่นาค ซึ่งต่อมาหนังเรื่องนี้ก็กลายเป็นต้นแบบแม่นาคที่มีการนำไปสร้างอีกหลายครั้ง แม่นาคต้นแบบนี้ออกฉายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2502 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง-ศาลาเฉลิมบุรี แต่หนังที่ทำให้รังสีได้ทั้งเงินล้าน ได้ทั้งชื่อเสียงมากที่สุดก็คือหนัง 35 ม.ม.เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ซึ่งออกฉายเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2513 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

หนังที่รังสีกำกับไว้เกินกว่าครึ่งหนึ่งเป็นหนัง 16 ม.ม. ซึ่งอยู่ระหว่างปี 2490 ถึงปี 2513 โดยหนัง 16 ม.ม.เรื่องสุดท้ายที่รังสีกำกับไว้มีการนำออกฉายในปี 2513 คือเรื่อง กำแพงเงินตรา (มิตร-เพชรา) และในปีเดียวกันก็เริ่มมีหนัง 35 ม.ม.เรื่องแรกที่รังสีกำกับไว้เรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ออกฉายเช่นกันและหลังจากปี 2513 เป็นต้นมาก็จะมีแต่หนัง 35 ม.ม. แต่เมื่อถึงวันนี้ หนังทั้ง 109 เรื่องที่รังสีกำกับไว้มีเหลือออกมาเป็น VCD ให้เราดูได้เพียง 8 เรื่องเท่านั้นคือ แม่นาคพระโขนง (2502:สุรสิทธิ์-ปรียา เป็น VCD ของเลปโส้) เจ้าแม่ตะเคียนทอง (2509:ไชยา-โสภา-ปรียา เป็น VCD ของเลปโส้) พระอภัยมณี (2509:มิตร-เพชรา เป็น VCD ของโครงการคิดถึงหนังไทย) 5 พยัคฆ์สาว (2510:มิตร-เพชรา เป็น VCD ของโครงการคิดถึงหนังไทย) สองฟากฟ้า (2511:มิตร-เพชรา เป็น VCD ของเลปโส้) มนต์รักลูกทุ่ง (2513:มิตร-เพชรา เป็น VCD ของโครงการคิดถึงหนังไทย) ถล่มวังข่า (2521:สมบัติ-อรัญญา-นัยนา เป็น VCD ของโซล่าร์ ) ตะเคียนคนอง (2522:ปริญญา-อำภา เป็น VCD ของโรส)

ในชีวิตการกำกับหนังของรังสี ทัศนพยัคฆ์ แม้จะผ่านหนังมาเป็นร้อย ๆ เรื่อง แต่ก็มีเพียง 6 เรื่องที่รังสีลงทุนสร้างเองในชื่อ รุ่งสุริยาภาพยนตร์ เริ่มจากเรื่อง ชาติลำชี (2512:มิตร-เพชรา) มนต์รักลูกทุ่ง (2513:มิตร-เพชรา) มนต์รักจากใจ (2514:ชัช-เพชรา) บัวลำพู (2517:มานพ-น้ำเพ็ญ) วิญญาณโลกีย์ (2518:อุเทน-น้ำเพ็ญ) มนต์รักนักเพลง (2526:พุ่มพวง-โชคชัย) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังเพลง

พูดถึงหนังเพลงแล้ว ความจริงในยุคนั้นแต่ละเรื่องก็มักจะมีเพลงประกอบอยู่ 1-3 เพลง แต่ก็ไม่เรียกว่าเป็นหนังเพลง ว่ากันว่าเหตุที่หนังสมัยก่อนชอบใส่เพลงเข้าไปก็เพื่อต้องการให้นักพากย์ที่พากย์กันสด ๆ ได้หยุดพักเสียงบ้าง แต่บังเอิญเพลงประกอบมักจะถูกใจคนดูจนบางครั้งกลายเป็นจุดเด่นของหนังอย่างไม่ตั้งใจถึงขนาดบางคนยังจำเพลงได้ดีกว่าเนื้อหาของหนังเสียอีก

ชาติลำชี เป็นหนัง 16 ม.ม.เรื่องแรกที่รังสีลงทุนสร้าง ซึ่งคงจะตามใจคนดูในสมัยนั้นเพราะแม้จะมีเนื้อหาโดยรวมออกไปในทางหนังบู๊หนังชีวิต แต่รังสีก็ยังใส่เพลงประกอบเข้าไปถึง 7 เพลงและเพิ่มสีสันโดยนำ 6 นักร้องลูกทุ่งชื่อดังคือ ไพรวัลย์ ลูกเพชร วิภารัตน์ เปรื่องสุวรรณ บรรจบ เจริญพร ชินกร ไกรลาศ ศรีไพร ใจพระและบุปผา สายชล มาร่วมแสดงด้วย ส่วนพระเอก-นางเอกของเรื่องก็ต้องเป็นขาประจำอย่างมิตร-เพชรา ซึ่งออกฉายเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2512 ที่โรงหนังแกรนด์และไม่ทำให้รังสีผิดหวังแต่อย่างใดเพราะได้ทั้งเงินได้ทั้งชื่อเสียง รังสีจึงตัดสินใจที่จะสร้างหนังแนวนี้อีก แต่ระหว่างนั้นเป็นช่วงที่ผู้สร้างหลายคนเริ่มมีท่าทีจะเปลี่ยนมาสร้างหนังด้วยฟิล์ม 35 ม.ม.กันบ้างแล้ว รังสีจึงปล่อยให้ชาติลำชีเป็นหนัง 16 ม.ม.เรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายที่สร้างที่กำกับเอง จากนั้นก็เปิดตัว รุ่งสุริยาภาพยนตร์ ยุคใหม่อีกครั้งด้วยการสร้างเป็นหนัง 35 ม.ม. สโคปเสียงในฟิล์มเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง

มนต์รักลูกทุ่ง เป็นหนังที่รังสีเขียนเรื่องเขียนบทเอง แม้จะมีนักร้องลูกทุ่งมาร่วมแสดงน้อยกว่าเรื่องชาติลำชี แต่รังสีก็เน้นให้เป็นหนังเพลงมากขึ้นโดยเพิ่มเพลงเข้าไปถึง 14 เพลง ดารานำแสดงส่วนใหญ่ก็ยกทีมมาจากชาติลำชีแถมยังให้มิตร ชัยบัญชา ร้องเพลง สิบหมื่น กับ แม่ร้อยใจ เพื่อเป็นจุดขายด้วย มีการประโคมข่าวว่าเป็นเสียงร้องของมิตร ชัยบัญชาจริง ๆ ซึ่งก็ได้ผลเพราะทันทีที่หนังออกฉาย คนก็เชื่อเช่นนั้น อีกนานกว่าจะเปิดเผยว่าแท้จริงเป็นเสียงของเสน่ห์ เพชรบูรณ์ มนต์รักลูกทุ่งสามารถทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์จนทำให้รังสีซึ่งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นเจ้าตำรับหนังผีต้องมาควบตำแหน่งเจ้าตำรับหนังเพลงอีก ใครที่อยากเห็นอยากดูความเป็นอมตะของมนต์รักลูกทุ่งก็ไปหาดูได้จาก VCD ของโครงการคิดถึงหนังไทย ส่วนเรื่องชาติลำชีนั้น แม้ว่ารังสีต้องการจะให้โครงการคิดถึงหนังไทยนำกลับมาทำเป็น VCD อีก แต่ถึงวันนี้ทั้งรังสีและโครงการคิดถึงหนังไทยก็ยังหาฟิล์มหนังเรื่องนี้ไม่พบแต่อย่างใด

มนต์รักลูกทุ่ง ทำให้ชีวิตของรังสี ทัศนพยัคฆ์ รุ่งสุด ๆ เสือปืนไวก็เลยต้องตามกระแสสร้างหนังเพลงตามเสียงเรียกร้องอีกคือเรื่อง มนต์รักจากใจ โดยรังสีตั้งใจเขียนเรื่อง เขียนบท หานักร้องดัง ๆ ในยุคนั้นมาร่วมแสดงอีก 8 คนพร้อมด้วยเพลงประกอบอีก 20 เพลง ตั้งใจว่าจะให้ยิ่งใหญ่กว่ามนต์รักลูกทุ่ง แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเพราะยังไม่ทันเปิดกล้อง มิตร ชัยบัญชา ที่รังสีวางตัวให้เป็นพระเอกก็ได้เสียชีวิตไปก่อน รังสีจึงดึงตัวลูกพี่ลูกน้องของมิตรมาปั้นเป็นพระเอกใหม่ใช้ชื่อว่า ชัช ชัยบัญชา มาแสดงแทน จากนั้นก็นำออกฉายในวันที่ 3 กันยายน 2514 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม แต่เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับฟิล์มที่ส่งมาจากต่างประเทศ ทำให้สีหนังออกมาไม่สดใส ทั้งพระเอกใหม่ก็ไม่สามารถดึงคนมาดูได้ หนังจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แต่ก็น่าแปลกที่ทุกวันนี้ คนที่ยังไม่ได้ดูหรือคนที่เคยติว่าไม่มีใครมาแทนมิตรได้ ก็เกิดอยากจะดูหนังเรื่องขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ได้ข่าวว่าฟิล์มต้นฉบับที่นำกลับจากต่างประเทศนั้นบางม้วนได้ขาดหายไป หนังจึงไม่สมบูรณ์เลยไม่มีใครนำกลับมาทำเป็น VCD อีก

หลังจากนั้น รังสีก็สร้างหนังชีวิตการต่อสู้ของของหนุ่มสาวชาวอีสานที่ต้องการปกป้องผืนแผ่นดินไทยสอดแทรกด้วยเพลงไพเราะนำแสดงโดยน้ำเพ็ญ จิระจันทร์ มานพ อัศวเทพและ 2 หมอลำสาว อังคนางค์ คุณไชย สไบแพร บัวสด ในเรื่อง บัวลำพู ออกฉายเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2517 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม แต่รายได้ก็ไม่ดีนัก รังสีจึงเปลี่ยนแนวกลับไปสร้างหนังผีอีกในเรื่อง วิญญาณโลกีย์ นำแสดงโดย อุเทน บุญยงค์ น้ำเพ็ญ จิระจันทร์ นำออกฉายที่โรงหนังโคลีเซี่ยม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2518 แต่ก็ยังไม่ถูกใจคนดูอีก รังสีจึงพักการสร้างหนังไว้แล้วหันไปรับหน้าที่เป็นผู้กำกับหนังให้กับผู้สร้างอื่น ๆ อีกประมาณ 23 เรื่อง จึงได้กลับมาสร้างหนังเพลงอีกครั้งในปี 2526 ด้วยเรื่อง มนต์รักนักเพลง ซึ่งมีเพลงประกอบ 13 เพลงและเป็นการนำราชินีลูกทุ่งหญิงพุ่มพวง ดวงจันทร์ มาประชันกับลูกทุ่งภารตะโชคชัย โชคอนันต์ (ผู้ร้องเพลง หลงเสียงนาง)

แม้ว่าหลังจากปี 2526 จะไม่ปรากฏชื่อรังสี ทัศนพยัคฆ์ ในฐานะผู้กำกับหนัง แต่ผลงานที่รังสีสร้างไว้ก็ยังถูกพูดถึง ถูกนำกลับมาสร้างเป็นหนัง เป็นละครให้เห็นอีกเรื่อย ๆ ณ วันนี้ หนังเป็นร้อย ๆ เรื่องที่รังสีกำกับไว้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หนังไทย แม้จะหามาดูได้ไม่ครบ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ยังมี แม่นาคพระโขนง กับ มนต์รักลูกทุ่ง สองเรื่องที่ยังเป็นอมตะเหลือไว้เป็นตัวแทนความสำเร็จในชีวิตการกำกับหนังของรังสี ทัศนพยัคฆ์ ที่ทำให้นักดูหนังทั้งหลายไม่เคยลืมชื่อ รังสี เสือปืนไว คนนี้…

(หมายเหตุ เป็นบทความเก่า ตีพิมพ์เมื่อเดือนมีนาคม 2547)

จาก: มนัส138
วันที่: 09/02/50 - 2:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 124
ปี 25-26 หนังเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ถูกนำมาสร้างใหม่ นำโดย
ทูน สายัณห์ นิรุตติ์ พยัคฆ์ รอง บู๊ ลักษณ์ ราม นิดภูมิ
ฤทัยรัตน์ อำภา ธิติมา เสน่หา

จาก: จุ้ยแฟนพันธุ์แท้อำภา ภูษิต
วันที่: 09/02/50 - 9:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 125
ถึงคุณมนัส...
ขอบคุณสำหรับใบปิดครับ../หนังชัดใช่ได้อย่างว่าจริงๆ

จาก: โต้ง
วันที่: 09/02/50 - 10:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 126
ถึงคุณสุทธิพงษ์ ช่วงวันที่ 23-30 มี.ค.(วันทำงานจันทร์-ศุกร์)เวลา 12.30-14.30 ผมว่างตลอด ถ้าคุณสุทธิพงษ์ สะดวกวันไหนก็โทรมานัดได้เลยครับ จะเตรียมหนังเรื่อง"ระเริงชล" ไว้ให้ ภาพ,เสียง ชัดแจ๋ว สนุกมากครับเรื่องนี้ เพลงจากวงดิอิมฯ ก็เพราะมาก หนังฉลองช่วงนั้น ผมว่าดูสนุกครบเครื่องทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ฝนใต้,ฝนเหนือ,ระเริงชล, 2 สิงห์ 2 แผ่นดิน หลังจากเรื่อง"ทอง"แล้ว จะทยอยลดความสนุกครบเครื่องลง และเสียแชมป์ให้กับ คมน์ อรรฆเดช ในที่สุด ไม่ทราบคุณสุทธิพงษ์ มีหนังเรื่อง"บัวแก้วบัวทอง"ที่ทางดาราฟิล์มเอาจากทีวีมาพิมพ์ฟิล์มทำเป็นหนังใหญ่หรือเปล่าครับ ที่มีจตุพล ภูอภิรมย์ แสดง ถ้ามีต้องขอรบกวนได้ไหมครับ อยากได้เก็บเอาไว้ครับ ผมมีแต่เรื่อง"แก้วหน้าม้า" ผมว่าหนังทีวีจักร์ๆวงศ์ๆของดาราฟิล์ม สมัยก่อนน่าดูทุกเรื่อง อีกอย่างผมอยากดูจตุพลตอนเล่นทีวีใหม่ๆด้วย

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/02/50 - 11:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 127
ขอบคุณพี่อ๊อดมากครับ
เรื่อง "บัวแก้วบัวทอง" ผมไม่มีหรอกครับพี่อ๊อด อยากดูมากเหมือนกัน... (เพราะผมเป็นแฟนหนัง/ละครของคุณรัชนู)

ผมคิดว่า "นํ้าผึ้งขม" คงเป็นเรื่องเดียวที่ผมมีแล้วพี่อ๊อดไม่มี นอกจากนี้ผมก็มีเรื่อง "กาม" (สรพงษ์ เป็นดารารับเชิญ) กับ "รักนิรันดร์" (สมบัติ, เพชรา) ซึ่งถ้าพี่อ๊อดต้องการ ผมก็ยินดีจะก๊อปปี้ไปฝากครับ (แต่ผมสงสัยว่าพี่อ๊อดคงจะมีแล้วแน่ๆ) ต้องขออภัยพี่อ๊อดด้วยที่ผมไม่ค่อยจะมีหนังไทยที่หายากๆเก็บไว้เลย เอาเป็นว่าผมจะเอาเพลงเพราะๆไปฝากแทนก็แล้วกันนะครับ

ใบปิด "นํ้าใต้ศอก" สวยมากครับคุณมนัส ตอนผมซื้อวีซีดีมาก็งงๆนึกว่ามีพิศาลแสดงด้วยหรือ เพราะเขาไปเอาภาพจากเรื่อง "ละอองดาว" มาทำปก ดีใจมากครับที่ได้เห็นของแท้ในกระทู้นี้ ต้องขอบคุณคุณโต้งที่ขอมา

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 09/02/50 - 16:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 128
ชอบป๋าแอ๊ดสมบัติมากครับ เป็นแฟนหนังยุคประมาณปี พ.ศ. 16 เป็นต้นมาผมอยู่ต่างจังหวัด (จ.เลย)ปัจจุบันอยู่ (ชัยภูมิ) หาซื้อหนังไทยเก่าโดยเฉพาะของป๋าแอ๊ดแต่หายากมาก เคยซื้อของมิตรเรื่อง 7สิงห์คืนถิ่น ป๋าแอ๊ดเรื่องขุนศึก/บางระจัน สมัยก่อนดูหนังเยอะมากหนังไทย หนังจีน เฟื่องฟูมาก รอบมิดไนท์ต้องไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวรอ เดี๋ยวนี้โรงหนังทางชนบทแทบไม่มีแล้ว ผมอยากดูเรื่องชุมแพอีกครั้งตอนนั้นดังมากๆ ประทับใจตอนที่นาทขับสามล้อมไปส่งป๋าแอ๊ด รู้สึกว่า ชุมแพภาค 2 (ทุ่งลุยลาย) ป๋าแอ๊ดขับสามล้อไปส่งนาทคืน ปลายเดือนนี้จะเข้า กทม. จะหาโอกาสไปที่คลองถมไม่รู้ว่าจะได้หนังที่ต้องการหรือเปล่า

จาก: หน่อย สมาชิกใหม่
วันที่: 10/02/50 - 13:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 129
คุณมนัสค่ะ
ปุ้ยเป็นคนที่สนใจเรื่องของคุณมิตร
ปุ้ยได้อ่านกระทู้ด้านบนคุณมนัสบอกว่า
มีภาพให้ดูเยอะเลย ปุ้ยอยากทราบว่า
คุณมนัสมีภาพที่เป็นเฉพาะของคุณมิตร รึเปล่าค่ะ
ที่เป็นคุณมิตรล้วนๆ นะค่ะ และถ้าไม่มี
จะหาโหลดได้จากเว็บไหนได้บ้างค่ะ

และเมื่อครู่ปุ้ยได้ลองเข้าไปโหลดภาพ
ที่คุณมนัสแนะนำว่าให้เข้าที่ Google
ทำตามขั้นตอนทุกอย่างแล้วค่ะ
คุณมนัสบอกว่ามีเป็นพันภาพ
แต่ทำไม่ที่ปุ้ยเข้าไปโหลดดูกลับ
มีแค่ 200 กว่าภาพค่ะ คุณมนัสช่วย
บอกขั้นตอนใหม่ได้ไหมค่ะ อยากได้รูปเก็บไว้ค่ะ
คุณมนัสอย่าลืมตอบปุ้ยเรื่องรูปภาพคุณมิตรนะค่ะ
ขอขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ค่ะ

จาก: ปุ้ย
วันที่: 10/02/50 - 21:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 130
ดันให้จ้า...รีบๆมาตอบเลยลุง

จาก: สาวกน้าปุ๊
วันที่: 12/02/50 - 16:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 131
ช่วงนี้กระทู้ตกไปอยู่หน้า 2 บ่อยต้องช่วยดันให้มาหน้าแรกก่อนจะหาไม่เจอ

ถามคุณมนัสฯครับว่าภายในปีนี้ พวกเราจะมีโอกาสได้ดูหนังของค่ายทริบเปิ้ลเอ็กซ์ ประเภทหนังบู๊ประกบพระเอกอีกหลายเรื่องไหมครับ (เช่น กรุง-สรพงษ์, สมบัติ-นาท, สมบัติ-สรพงษ์, สรพงษ์-นาท หรือ สมบัติ-กรุง) เผื่อแฟนๆหนังบู๊ไทยจะได้ทราบข่าวคราวคืบหน้าบ้าง

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 13/02/50 - 1:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 132
ถึงคุณสุทธิพงษ์

ขออภัยครับ เข้ามาช้าไปหน่อย เรื่อง"กาม" กับ "รักนิรันดร์" ผมมีแล้ว เรื่องหนังเก่าผมก็เก็บหมด ไม่ว่าจะเป็นแนวไหน ดูได้หมด ขอบคุณคุณสุทธิพงษ์มากครับ สำหรับของฝากจากแดนไกล แล้วค่อยนัดพบกันอีกที ตามเวลาที่ผมบอกไป ถ้าไม่สะดวกจะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจครับ หรือถ้าไม่สะดวกอีก เมื่อมาถึงเมืองไทยจะส่งมาทางไปรษณีย์ก็ได้นะครับ จะแจ้งที่อยู่ผ่านเมล์หรือโทรก็ได้

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/02/50 - 6:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 133
พี่มนัสไปไหนเนี่ย กลับมาด่วนจ้า เค้าคิดถึงกันแล้ว (++555++)





จาก: จาจา
วันที่: 13/02/50 - 17:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 134
ขอบคุณพี่อ๊อดมากครับ
ผมว่าเรานัดเจอกันดีกว่านะครับ กลัวไปรษณีย์ทำหาย อีกอย่างจะให้ผมไปเจอพี่อ๊อดที่ไหนก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะผมกลับเมืองไทยคราวนี้ก็คงเหมือนคนจรจัด ไม่มีบ้าน (คงต้องขอนอนบ้านเพื่อนบ้าง แต่ถ้าเขาไม่สะดวกก็คงต้องไปนอนโรงแรม) เพราะบ้านที่สี่แยกลำสาลี เขตบางกะปิ ถูกคุณพ่อผมเอาไปขายเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง ท่านบอกว่าก็อยู่เมืองนอกนานๆจะกลับมาซักที ก็ไม่รู้จะเก็บเอาไว้ทำไม คุณพ่อผมท่านเป็นคนจังหวัดราชบุรีที่เข้ามาเรียนหนังสือและทำงานในกรุงเทพฯ พอแก่ตัวลงก็กลับไปปลูกบ้านอยู่ที่ราชบุรี ส่วนบ้านที่บางกะปิก็ให้ลูกๆอยู่ต่อ พอลูกๆโตก็แยกย้ายกันไปซื้อบ้านใหม่กันหมด บ้านที่สี่แยกลำสาลีก็เลยปิดทิ้งไว้เฉยๆ เมื่อก่อนเวลาผมกลับเมืองไทยก็ได้อาศัยเป็นที่ซุกหัวนอนบ้างเพื่อประหยัดค่าโรงแรม แต่โทรศัพท์กับไฟฟ้าถูกตัดไปหลายปีแล้ว เวลาผมถึงบ้านตอนคํ่าแล้วก็ต้องจุดเทียนเอา นี่เจ้าของใหม่เขาคงต้องไปขอติดใหม่เอง...

คุยนอกเรื่องมาซะยาว ต้องขออภัยคุณมนัสด้วยครับ ผมขอรบกวนขอรูปของแมน ธีรพลด้วยนะครับ ถ้าคุณมนัสหรือท่านอื่นๆมีก็รบกวนช่วยลงให้หน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 13/02/50 - 17:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 135
คุณมนัสค่ะ รบกวนช่วยตอบความคิดเห็นที่ 129
ด้วยค่ะ รอคุณมนัสมาหลายวันแล้วค่ะ
เอ หรือว่าไม่ว่าง ถ้าว่างๆ แล้วช่วยตอบกลับ
ด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

จาก: ปุ้ย
วันที่: 13/02/50 - 17:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 136



สวัสดีครับ..
แหม..ไม่ได้เข้ามานาน กระทู้ปาไปอยู่หน้าที่ 4 แล้ว....
ตอบคุณปุ้ย..
ภาพที่ผม post ไปในกระทู้นี้ตั้งแต่กระทู้ที่ 1 จนถึงปัจจุบันนี้มีคละกันไป
ส่วนใหญ่จะเป็นใบปิดหนังและภาพดาราต่าง ๆ บ้าง ตามแต่เพื่อน ๆ จะ
ขอมาครับ..
ส่วนภาพมิตร ชัยบัญชา แบบเดี่ยว ๆ ก็มีเยอะครับ แต่ว่าคงไม่สะดวก
ที่จะ post ลงในกระทู้นี้จนหมด เอาไว้คุณปุ้ยมาเข้ากลุ่มกับพวกเรา
คนรักมิตร ชัยบัญชา มีคุณเอ็ม อิงคศักดิ์ เกตุหอม เป็นหัวหอกใหญ่แล้ว
ผมจะค่อย ๆ จัดการให้ครับ ผมไม่หวงภาพหรอกครับ ต้องการให้ดูและ
เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน เรื่องราวของหนังไทยเก่า ๆ จะได้ไม่ถูกลืม
ครับ.....
ส่วนที่คุณปุ้ยบอกว่า ใช้วิธีค้นหาทาง Google ตามที่ผมเขียนแนะนำ
ไว้แล้วมีรูปเพียง 200 ภาพ เข้าใจว่า คงพิมพ์ชื่อผมแบบแบ่งวรรคระหว่าง
ชื่อกับตัวเลขคือ มนัส 138 ภาพจึงขึ้นมาน้อย ลองใหม่อีกทีนะครับ
ลองพิมพ์แบบไม่ต้องวรรคคือ มนัส138 แล้วเปิดดูหลาย ๆ หน้านะครับ


สำหรับคุณอ๊อดที่นัดเจอกับคุณสุทธิพงษ์ ผมว่า ถ้าเป็นไปได้ น่าจะนัด
เจอกันคืนวันเสาร์ที่ KFC คลองถมก็จะดีนะครับ จะได้รู้จักกับเพื่อน ๆ เรา
อีกหลาย ๆ คน...

สำหรับหนังค่าย xxx เขาพยายามจะหาหนังแนวประกบพระเอกอยู่แล้ว
เพราะจุดขายกว่าหนังชีวิต ต้องรอกันไปนะครับ ช่วงนี้เขายังไม่ให้บอก
ชื่อหนังครับ....




จาก: มนัส138
วันที่: 16/02/50 - 0:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 137



ปิดท้ายคืนนี้ด้วย บทความเก่าที่เขียนไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2547
ตีพิมพ์ในนิตยสารฟิล์มแอนด์สตาร

ใครฆ่า ? มิตร ชัยบัญชา
โดย มนัส กิ่งจันทร์

วันที่ 8 ตุลาคม 2513 เป็นวันที่มิตร ชัยบัญชา พระเอกหนังไทยเสียชีวิตในขณะแสดงหนังเรื่อง อินทรีทอง…

ข้อมูลที่ได้จากข่าวก็คือ หนังเรื่อง อินทรีทอง นั้น มิตร ชัยบัญชา ในฐานะผู้กำกับการแสดงได้สั่งการให้มิตร ชัยบัญชา ในฐานะดารานักแสดงเข้าไปแสดงฉากโหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ แต่ในขณะที่เฮลิคอปเตอร์บินอยู่บนท้องฟ้า มือของมิตร ชัยบัญชาก็หลุดจากบันไดเชือก ร่างล่วงลงสู่พื้นดิน ถึงแก่ความตายทันที

บทสรุปในเบื้องต้น ผู้ที่ควรจะต้องรับผิดฐานกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุผู้อื่นถึงแก่ความตายก็คือ ผู้กำกับการแสดงหนัง ซึ่งในที่นี้ก็คือ ตัวมิตร ชัยบัญชา เอง แต่ตามกฏหมายแล้ว เมื่อผู้กระทำผิดได้ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปด้วย ดังนั้น คดีการตายของมิตร ชัยบัญชา จึงถูกปิดสำนวนตั้งแต่นั้นมา…

แต่เรื่องราวและสาเหตุการตายของมิตร ชัยบัญชา ก็ยังคงมีการพูดต่อ ๆ กันไปต่าง ๆ นานา เช่น

บ้างก็ว่า มิตรรับเล่นหนังไว้มากเกินไป จึงอดหลับอดนอนจนไม่มีแรงพอที่จะโหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ ก็เลยตกมาตาย…
บ้างก็ว่า เป็นเพราะแรงสาบานที่มิตรเคยสาบานไว้ว่า จะไม่เล่นหนังให้กับใครคนหนึ่ง แล้วภายหลังมาผิดคำสาบาน…
บ้างก็ว่า เป็นเพราะมิตรยังไม่ได้เหยียบบันไดเชือกขั้นสุดท้าย แต่เฮลิคอปเตอร์ก็บินขึ้นไปก่อนและยังบินสูงเกินไปอีกด้วย…
บ้างก็ว่า มิตรเป็นคนดื้อ ไม่ยอมฟังใคร ไม่ยอมใช้สแตนอินทั้ง ๆ ที่มีการเตรียมไว้แล้ว…
บ้างก็ว่า เป็นเพราะมิตรไปรื้อบทหนังและคิดฉากจบขึ้นมาใหม่ ก็เลยเกิดเหตุขึ้นมา ฯลฯ

แม้ปีนี้จะครบ 34 ปีที่มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตไป แต่มีคนคนหนึ่งที่ทนเก็บความข้องใจในการตายของมิตร ชัยบัญชา ไว้ลึก ๆ อยู่เพียงคนเดียว แม้เขาจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะมิตร ชัยบัญชา เสียชีวิต แต่เพราะเขาเป็นคนที่รักและชื่นชอบมิตร ชัยบัญชา อย่างมาก เคยเขียนหนังสือเรื่องราวเกี่ยวกับมิตร ชัยบัญชา อยู่บ่อย ๆ ซึ่งทีแรกเขาก็ฟังข่าวและเชื่อเหมือนกับคนอื่น ๆ แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ขณะถ่ายทำหนังเรื่องอินทรีทอง เขาจึงเริ่มแสวงหาข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เก่า ๆ หรือบทความต่าง ๆ ที่ตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับการตายของมิตร ชัยบัญชา ไว้ไปอ่าน อ่านไปคิดไป ก็ชักสงสัยกับข่าวที่ได้มา จึงออกตามหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำหนังเรื่องอินทรีทอง เข้าไปพบ ไปพูดคุย สอบถามเก็บข้อมูลต่าง ๆ แล้วนำมาพินิจพิเคราะห์กับพยานหลักฐานที่หามาได้จากแหล่งอื่นจนค่อนข้างมั่นใจว่า มีข้อมูลข่าวบางอย่างถูกปกปิดไว้ จากนั้นเขาก็นำความเห็นดังกล่าวมาตั้งเป็นประเด็นเพื่อให้บุคคลที่เคยเกี่ยวข้องกับมิตร ชัยบัญชา ช่วยกันคิด ช่วยกันหาเหตุผล แล้วในที่สุดเขาก็ฟันธงว่า มีคนทำให้มิตร ชัยบัญชาตาย…ซึ่งเขาจะนำเรื่องทั้งหมดนี้ไปเปิดเผยในเช้า วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม 2547 ที่วัดแค นางเลิ้ง วัดที่เคยตั้งศพมิตร ชัยบัญชาเมื่อ 34 ปีก่อน

นี่เป็นเพียงเรื่องราวย่อ ๆ ที่ คุณเอ็ม เฉลิมกรุง ผู้ซึ่งออกสืบหาข้อมูลต่าง ๆ เล่าให้ฟัง ใครที่อยากรู้เพิ่มเติม ก็ลองแวะไปสอบถามได้ เชื่อว่า เมื่อได้ฟังแล้วจะต้องตกตะลึงแน่ ๆ เพราะข้อมูลจะไม่เหมือนกับข่าวที่เราเคยได้ยินได้ฟังมา แต่บอกก่อนว่า เจตนาของคุณเอ็มที่ใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปีค้นเรื่องดังกล่าวนั้น มิใช่ทำขึ้นเพื่อต้องการให้ผู้หนึ่งผู้ใดลุกขึ้นมาแสดงความรับผิดชอบในการตายของมิตร ชัยบัญชา เพียงแต่อยากให้ใช้บทเรียนนี้เป็นกรณีศึกษาถึงความปลอดภัยในการถ่ายทำหนังเรื่องอื่น ๆ อีก ข้อสำคัญก็คือ เขาต้องการจะปลดปล่อยพันธนาการคำกล่าวหาต่าง ๆ ที่คนหลายคนโยนบาปเหตุการณ์ครั้งนี้ให้กับดวงวิญญาณของมิตร ชัยบัญชา เขาต้องการลบล้างคำพูดที่ว่า คนตายพูดไม่ได้ คนตายจึงต้องเป็นคนผิด...

อย่างไรก็ตาม การตายของมิตร ชัยบัญชา ยังสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า ตัวตาย แต่ชี่อยัง เพราะได้ทิ้งผลงานการแสดงหนังไว้เป็นร้อยเรื่อง แม้ในปัจจุบันจะมีให้ดูน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนหนังที่ออกฉายมาทั้งหมด 266 เรื่อง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อหนังรุ่นมิตรส่วนใหญ่จะถ่ายทำด้วยฟิล์ม 16 ม.ม.ซึ่งเป็นระบบที่ไม่มีฟิล์มต้นฉบับ (เนกาตีฟ) ดังนั้น การได้หนังมิตรเรื่องหนึ่งเรื่องใดกลับคืนมา แม้ฟิล์มจะเสียหายหรือเป็นเส้นฝนบ้าง แต่แฟนหนังมิตรก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยต่อว่า หากแต่จะถือว่าเป็นบุญแล้วที่ยังอุตส่าห์เหลือกลับมาได้

ใบปิดโปสเตอร์หนังมิตร ชัยบัญชา ที่นำมาตีพิมพ์ในฉบับนี้ทุกเรื่อง ล้วนแต่เป็นหนังที่มีการค้นพบฟิล์มแล้วทั้งสิ้น บางเรื่องก็หาเจอมาเป็นสิบ ๆ ปี แต่สงสัยไหมครับว่า ทำไมจนป่านนี้ เราจึงยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนั้น ๆ (ยกเว้น คนเหนือคน ที่จะฉายในปีนี้) นี่แหละคือ ประเด็นที่ผมจะกล่าวต่อไป

ถ้าถือกันว่า ดาราหนังเป็นคนของประชาชนแล้ว หนังก็ย่อมต้องเป็นของประชาชนด้วยเช่นกัน แม้ว่าหนังแต่ละเรื่องจะเป็นงานลิขสิทธิ์ของผู้สร้าง แต่หนังก็เป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่ผู้สร้างสร้างขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงแก่ประชาชนโดยอาศัยฐานแห่งความชื่นชอบของประชาชนเป็นที่ตั้ง หนังจึงเป็นเสมือนงานสาธารณะอย่างหนึ่งที่ประชาชนทุกคนควรมีสิทธิที่จะได้ดูเมื่อต้องการจะดู จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมีใครคนใดคนหนึ่งมากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นการปิดกั้นสิทธิการดูหนังเช่นว่านี้

ผมจะไม่พูดถึงผู้ถือลิขสิทธิ์หนังที่มิตรแสดงไว้เพราะเท่าที่ทราบส่วนใหญ่จะถือไว้แต่เพียงสิทธิเท่านั้น ส่วนตัวทรัพย์ซึ่งจะก่อให้เกิดภาพคือฟิล์มหนังนั้น แทบจะไม่มีใครได้ถือไว้เลยเนื่องจากว่ายุคนั้นฟิล์มหนังจะมีการเปลี่ยนมือฉายกันเป็นทอด ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหาที่ฉายไม่ได้และสุดท้ายก็จะไปอยู่กับบริการหนังเร่ตามต่างจังหวัด ซึ่งบางเจ้าก็เก็บไว้ บางเจ้าพอหมดยุคหนัง 16 ม.ม.ก็ทิ้งไปหรือถ้าเห็นว่าเป็นหนังที่เคยทำเงินให้มาก่อนก็เอาฟิล์มขึ้นหิ้งบูชาเป็นที่ระลึกก็มี

ส่วนที่ว่า ถ้าได้ฟิล์มหนังมาก็ไม่มีโรงฉายนั้น ไม่เป็นปัญหาเพราะทุกวันนี้ เราสามารถดูหนังอยู่ที่บ้านผ่านทางเครื่องเล่น VCD หรืออุปกรณ์อย่างอื่นได้แล้ว ปัญหาใหญ่จะอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรเราจะหาฟิล์มหนังมิตรให้ได้ต่างหากเพราะหนังรุ่นนั้นจะพิมพ์ฟิล์มก๊อบปี้ไว้ไม่กี่ชุด แล้วยังต้องนำออกฉายไปทั่วประเทศ ฟิล์มจึงเสียหายไปตามกาลเวลา แต่ถ้าจะเสียหายด้วยเหตุนี้จริง ๆ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาเพราะฟิล์มหนังเขามีไว้ให้ฉาย ไม่ได้มีไว้ให้เก็บและการที่หนังมิตรเรื่องหนึ่งเรื่องใดได้ออกฉายมาก ๆ จนถึงขั้นฟิล์มผุพัง คนรักมิตรก็ควรจะดีใจเพราะเป็นเหตุเป็นผลอยู่ในตัวแล้วว่า คนในสมัยนั้นให้การต้อนรับหนังมิตร ชัยบัญชามากแค่ไหน

มีคนชอบพูดว่า ทำไมเจ้าของหนังจึงไม่เก็บฟิล์มไว้ เรื่องนี้อย่าไปว่าเจ้าของหนังเลยครับเพราะเขาสร้างหนังมา เขาลงทุนพิมพ์ฟิล์มก๊อบปี้ขึ้นมาชุดหนึ่งก็เพื่อที่จะเอามาฉายให้คนดูและโดยเฉพาะยุคที่หนังมิตรออกฉายนั้น ก็ยังไม่มีใครรู้ล่วงหน้าด้วยว่าจะมี VDO-VCD เกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้น คงไม่มีใครบ้าพอที่จะลงทุนพิมพ์ฟิล์มก๊อบปี้มาเก็บไว้เฉย ๆ หรอกครับ เมื่อฟิล์มยังฉายได้ก็ฉายไปเรื่อย ๆ ผมถึงไม่อยากโทษเจ้าของหนัง แต่ผมอยากเข้าไปหาไปถามว่า หนังเรื่องนั้น ๆ มีฟิล์มกี่ก๊อบปี้และจำหน่ายไปที่ใดบ้าง เผื่อวันหน้าวันหลังจะได้เอาลายแทงนี้ออกไปตามหาหนังมิตรมาดูกัน

ณ วันนี้ ใครที่ครอบครองฟิล์มหนังมิตร ชัยบัญชา อยู่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด แต่เชื่อว่าอย่างน้อย ๆ ก็คงมีใจรักมิตรจึงคิดครอบครองฟิล์มหนังนั้นไว้ ผมว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนความคิดเก่า ๆ นั้นเสียที เคยได้ยินคำว่า รักแท้ต้องเสียสละไหมครับ ทุกวันนี้เรื่องราวของมิตร ชัยบัญชา ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หนังไทยไปแล้วและยังมีคนรุ่นใหม่ ๆ อีกมากที่ปัจจุบันได้เห็นเพียงแค่ใบปิดโปสเตอร์หนังมิตร แต่ยังหาหนังดูไม่ได้ ดังนั้น หนังมิตร ชัยบัญชา จึงไม่ควรเป็นสมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไปแล้ว หากแต่ต้องกลับมาเป็นสมบัติของประชาชน อย่าลืมนะครับว่าคนที่รักมิตร เขาก็อยากจะดูหนังมิตรเหมือนกับคุณ ในฐานะคนหัวอกเดียวกันก็ควรเห็นใจกันบ้าง ปล่อยเถอะครับ..ปล่อยฟิล์มหนังมิตรออกมาให้คนที่เขามีความชำนาญด้านนี้เอาไปทำเป็น VCD มาแบ่งกันดูดีกว่า โปรดอย่าให้ความรักความชอบที่คุณมีต่อมิตร ชัยบัญชา มาเป็นเครื่องทำลายหนังมิตร ชัยบัญชา อย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยครับ

ผมยังไม่อยากบอกว่า ฟิล์มหนังมิตรเหล่านั้น ตอนนี้มีใครเก็บไว้บ้าง กลัวคนรักมิตรเขารู้เข้า เขาจะเหมาเอาว่า คุณนี่แหละ..เป็นคนฆ่าหนังมิตร ชัยบัญชา
สำหรับงานรำลึก 34 ปีแห่งการจากไปของมิตร ชัยบัญชา ในปีนี้จะจัดที่ โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง โดย พันธมิตรฟิล์ม เจ้าของ VCD โครงการคิดถึงหนังไทย จะนำหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มเรื่อง คนเหนือคน มาฉาย เริ่มจาก วันที่ 8-10 ตุลาคม 2547
คนเหนือคน เป็นหนังเรื่องสุดท้าย (ในจำนวน 4 เรื่อง) ที่มิตรกับสมบัติ เมทะนี แสดงคู่กัน สร้างโดย สหการภาพยนตร์ไทย ของ ปริญญา ทัศนียกุล ซึ่งเคยสร้าง เพชรตัดเพชร (2509 มิตร-ลือชัย-เพชรา) มาแล้ว แต่ครั้งนี้ เปลี่ยนให้มิตรมาประกบกับสมบัติ โดยมีโสภา สถาพรและมิสออเดรย์ชิง จากฮ่องกงเป็นนางเอก เป็นหนังบู๊สไตล์สากล แนวรักชาติบ้านเมือง โดยวางเรื่องให้มิตร ชัยบัญชา ซึ่งเป็นนายตำรวจเข้าไปสืบหาข่าวในองค์การก่อการร้ายที่มีเกชา เปลี่ยนวิถี เป็นหัวหน้า แล้วต่อมามิตรถูกจับตัวไว้ ทางการจึงต้องส่งนายตำรวจภูธรหน้าใหม่ซึ่งแสดงโดยสมบัติ เมทะนี รับบทเป็นน้องชายมิตรเข้าไปช่วยพี่ จากนั้นก็มีการรวมพลเข้ากวาดล้างองค์การก่อการร้ายแห่งนี้
คนเหนือคน เคยฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2510 ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์ เป็นหนังที่ลงทุนสร้างอย่างยิ่งใหญ่ กำกับแสดงโดย วิจิตร คุณาวุฒิ คนที่พูดเสมอว่า ไม่ชอบทำหนังบู๊ แต่เมื่อทำทีไร ก็ยิ่งใหญ่ทุกที นอกจากนี้การตั้งชื่อตัวละครในหนัง ก็เป็นเรื่องแปลกเพราะตัวละครแทบทุกคนต่างถูกเรียกชื่อตามชื่อจริงชื่อเล่นของดาราคนนั้น ๆ เลยเช่น มิตร ชัยบัญชา ก็เรียกตามชื่อจริงว่า พิเชษฐ์ สมบัติ เมทะนี ก็เรียกว่า สมบัติ ชุมพร เทพพิทักษ์ ก็เรียกตามชื่อเล่นว่า เดียร์ โสภา สถาพร ก็เรียกว่า โสภา อมรา อัศวนนท์ ก็เรียกว่า อมรา แมน ธีระพล ก็เรียกว่า แมน ฯลฯ เป็นต้น ใครที่ไม่รู้ชื่อดาราหนังรุ่นเก่า ๆ ถ้าไปดูหนังเรื่องนี้ก็จะรู้เองว่าดาราคนที่แสดงอยู่นั้นมีชื่อจริงหรือชื่อเล่นว่าอะไร
การนำหนังมิตร ชัยบัญชา กลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และไม่แน่ว่าปีต่อ ๆ ไปจะมีหนังมิตรมาฉายอีกหรือไม่เพราะนับวันฟิล์มหนังมิตร ชัยบัญชา ก็ยิ่งหายากขึ้นเรื่อย ๆ

(หมายเหตุ เป็นบทความเก่าตีพิมพ์เมื่อเดือนตุลาคม 2547)

จาก: มนัส138
วันที่: 16/02/50 - 0:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 138
...... คิดถึงนะครับ คุณมนัส
อย่าหายตัวไปบ่อยๆ
เพื่อนๆจะเหงา ........

จาก: พักรบ
วันที่: 16/02/50 - 7:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 139
จะพยายามเข้ามาบ่อย ๆ ครับ คุณพักรบ..
เดี๋ยวค่ำ ๆ จะนำปกวีซีดีหนังเดือนมีนาคม 2550 ของค่ายxxx
เรื่อง ปราสาททราย มาให้ดูกันครับ..
แต่ว่า ตอนนี้ขอเตรียมตัวไปฉายหนังเรื่อง อยู่กับก๋ง (อี้หมิง-สรพงษ์)
ที่ ทีเคปาร์ค ก่อนนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 18/02/50 - 7:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 140



ตามสัญญาครับ..
เอาปกวีซีดีหนังค่ายxxx ที่กำหนดออกให้เดือนมีนาคม 2550 ครับ
ปราสาททราย-วิวาห์ลูกทุ่ง

จาก: มนัส138
วันที่: 19/02/50 - 21:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 141



สำหรับ 2 เรื่องนี้ ออกมา 3 แผ่นจบ ไม่ตัดครับ
ตาลเดี่ยว
แม่ศรีไพร

จาก: มนัส138
วันที่: 19/02/50 - 21:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 142
ถ้าคุณมนัสมีเวลาว่าง รบกวนลงรูปแมน ธีรพลให้ดูหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 19/02/50 - 21:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 143



ใบปิดหนังเรื่อง "แว่วเสียงนางพราย" สร้าง 2524 ฉาย 2525 สร้าง-กำกับ โดย ประยูร วงศ์ชื่น นำโดย สรพงษ์ - อาภาพร และดาวยั่วดวงใหม่ รับบท" นางพราย" คือ ศกุนตลา พราหมณ์สกุล(น้องสาว ดวงชีวัน โกมลเสน) จำได้ เคยมีคนขอใบปิดหนังเรื่องนี้ รู้สึกจะจากกระทู้นี้ แต่ตอนที่เท่าไร จำไม่ได้แล้ว เป็นหนังผีทำเงินอีกเรื่อง ทีถือว่าสร้างได้ดี ฝีมือ ประยูร วงศ์ชื่น ซึ่งกำลังโด่งดังจากหนังผีที่ผ่านมา คือเรื่อง "ตะเคียนคะนอง" และ "ลูกกรอกคะนอง" ได้ชื่อว่า ราชาหนังผี คนใหม่ ต่อจาก สุริยน ดวงทองดี

จาก: อ๊อด
วันที่: 20/02/50 - 6:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 144
ไม่ทราบว่ามีใครมีหนังเรื่อง คู่รัก บ้างครับ ฉบับฉายปี 2532 นำแสดงโดย (เดชดวง อนุศาสนนันท์ +ผกามาศ สวัสดี ) ติดต่อผมด้วยนะครับ
แบบว่าเห็นใจผมด้วยเพราะถือว่าเป็นหนังในดวงใจเลยครับ
หรือว่าจะสามรถแนะนำผมว่าจะสามารถเสาะหาได้ที่ใหนจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับผม mahamongkon@hotmail.com หรือ โทร 0869430835 24ชม ครับผม

จาก: sun
วันที่: 20/02/50 - 14:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 145
พี่มนัสค่ะ
-เรื่องผ่าโลกบันเทิง ใช่ เรื่องเดียวกับ เธอของเรา ของเขา ของใคร ปี 2536หรือเปล่าค่ะ อยากดูใบปิดจังค่ะ (ตกสำรวจได้ไงเรา)
-กระสือ ที่มี อาภาพรแสดง ขอดูใบปิดด้วยเจ้าค่ะ
- รักทรมาน ภาค 2 ก็เหมือนกันฮิฮิ..

ช่วงนี้ที่หอภาพยนตร์ฉายหนังอะไรค่ะ..
ขอบคุณมากค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 22/02/50 - 19:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 146
แก้ให้คุณจุ..เป็นวีซีดีเรื่อง...ผ่าโลกเพลงลูกทุ่ง..พุ่มพวงดวงจันทร์..ครับ...หลายคนเขาว่าเป็นเรื่องเดียวกัน..

จาก: โต้ง
วันที่: 23/02/50 - 10:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 147



สวัสดีครับ..

ทีแรกเข้าใจว่า ได้ส่งรูป แมน ธีระพล ให้คุณสุทธิพงษ์แล้วตั้งแต่เมื่อ
คราวที่เข้ากระทู้ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์.. แต่ที่ไหนได้ รูปกลับไม่มี..
พอดี คืนนี้เข้ามาเจอข้อความของคุณสุทธิพงษ์อีก...
ก็เลย นำรูป แมน ธีระพล มาให้ดูครับ เป็นภาพถ่ายไว้เมื่อปี 2515
เป็นช่วงที่ แมน ธีระพล ไม่ได้เล่นเป็นพระเอกแล้วครับ....

จาก: มนัส138
วันที่: 23/02/50 - 22:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 148



ตอบคุณ sun หนังเรื่อง คู่รัก ที่ผมเคยดูแล้ว ประทับใจ จะเป็นรุ่นที่
ไพโรจน์ สังวริบุตร-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ แสดงคู่กัน..ฉายปี 2521
แต่ว่า รุ่นนี้ หาหนังดูไม่ได้แล้วครับ...

ส่วนรุ่นเดชดวง-ผกามาศ นั้น เคยดูอยู่เหมือนกัน เป็นการเดินเรื่องตาม
แบบ คู่รัก รุ่นแรกเกือบทั้งเรื่อง หนังฉายปี 2532
ส่วนหนังนั้น เคยออกเป็นวีดีโอให้เช่านานมาแล้ว ตามปกวีดีโอที่ผมเอา
มาให้ดูนี้ แต่ว่า ตอนนี้ยังหาม้วนที่เคยซื้อไว้ไม่เจอเลยครับ
คิดว่าอาจจะใช้เวลาสักหน่อย.. ค่อย ๆ ตามหาเดี๋ยวก็เจอเอง


จาก: มนัส138
วันที่: 23/02/50 - 23:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 149



ตอบพี่จุฑามาศ
เรื่อง เธอ ของเรา ของเขาหรือของใคร
นำแสดงโดย ยุรนันท์-ชุดาภา-พิศมัย-หม่ำ-วิทิต
สร้างโดย ทรงพลเอ็นเตอร์เทนเมนท์
อำนวยการสร้างโดย เรียนจด นิลขำ
กำกับการแสดงโดย อนิรุทธ์ นุตไพโรจน์
จากเสี้ยวหนึ่งชีวิต พุ่มพวง ดวงจันทร์
ฉายครั้งแรก วันที่ 26 มิถุนายน 2536 ที่โรงหนัง ปู่เจ้าสำโรง-เมอรี่คิงส์รังสิต-บางปะกอกรามา-เดอะมอลล์6-ศรีย่าน-รามอินทรารามา
เป็นข้อมูลที่ค้นได้จากหนังสือพิมพ์

แต่ว่าพอมาออกเป็นวีดีโอได้เปลี่ยนชื่อเป็นเรื่อง ผ่าโลกเพลงลูกทุ่ง
แต่ว่า ใบปิดชื่อเรื่องครั้งแรก ผมไม่มีครับ มีแต่ใบนี้ครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 23/02/50 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 150



ส่วนใบนี้ ใบปิดเรื่อง กระสือ ที่พี่จุขอมาครับ
ออกเป็นวีซีดีหลายปีแล้วครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 23/02/50 - 23:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 151



อีกใบครับ เป็นหนังภาคต่อจากเรื่อง เพลงสุดท้าย
ชื่อเรื่อง รักทรมาน ตามที่พี่จุขอมา..
ทั้งสองเรื่องนี้ มีวีซีดีออกมาหลายปีแล้วครับ




จาก: มนัส138
วันที่: 23/02/50 - 23:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 152
ขอบคุณพี่มนัสมากเลยเจ้าค่ะ ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้างค่ะ ยังงานยุ่งเป็นยุงตีกันอีกหรือเปล่าเอ่ย....

จาก: จุ
วันที่: 24/02/50 - 11:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 153
สวัสดีค่ะ......เรื่อง แว่วเสียงนางพราย เคยได้ดูสมัยตอนเป็นเด็กค่ะ น่ากลัวมากๆ นางพรายถูกตอกตะปูที่เสามีตายายมาถอนตะปูออก จำไม่ได้ว่าคุณมยุราก็เล่นด้วย ใครพอทราบว่าคุณมยุราเล่นเป็นใครค่ะจำได้แต่นางเอกคือคุณอาภาพร ไม่ทราบว่าเรื่อง แว่วเสียงนางพราย ยังหาดูได้ไหมค่ะอยากดูมากๆค่ะ

จาก: แว่วเสียงนางพราย
วันที่: 24/02/50 - 18:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 154
เรื่อง แว่วเสียงนางพราย ผมก็เคยดูครับ แต่จำไม่ได้ว่ามยุราเล่นเป็นใคร ก็คงเป็นนางรอง เพราะนางเอกคือ อาภาพร ส่วน ศกุนตลา เป็นตัวนางพราย เรื่องวีซีดี ต้องถามคุณมนัสครับ หนังของประยูร วงศ์ชื่น ทำเป็นวีซีดีก็หลายเรื่องแล้วนะครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 24/02/50 - 21:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 155
อุดหนุนทุกเรื่องอยู่แล้วครับ สำหรับหนังของ ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ แต่...สิ่งที่พวกผม
เคยร้องขอไป ไม่ได้รับการตอบสนองเลย ในเรื่องของการให้รายละเอียดของ
หนังและแหล่งที่มาที่ไปของฟิลม์หรือมาสเตอร์ฯลฯที่นำผลิตและจำหน่าย
เป็นวีซีดีหรือดีวีดี
อย่างที่เรียนให้ทราบ พวกเราชาวไทยฟิลม์อาจจะได้รับข้อมูลจากพี่มนัส
พอสมควร แต่..ลูกค้าหรือแฟนหนังไทยทั่วไปล่ะครับ ที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามา
ในเวปบอร์ดแห่งนี้ ผมกลัวว่า แฟนๆเหล่านั้นจะไม่เข้าใจเจตนาของทริปเปิ้ลเอ็กซ์
อาจจะซื้อไปไม่ถูกใจในเรื่องของภาพและเสียง (ทั้งที่ราคาก็สูงพอสมควร)

เราอาจจะได้ลูกค้าแบบนี้จริง แต่คงแค่ครั้งเดียว ทำให้แฟนๆหรือลูกค้า
เหล่านี้อาจจะพลาดไม่ได้หยิบหนังไทยที่มีคุณภาพไปชมกัน

สิ่งที่ผมแนะนำ ทริปเปิ้ลเอ็กซ์จะพิจารณาหรือไม่ก็ตาม พวกผมไม่มีปัญหา
อยู่แล้ว ซื้อหมด ซื้อครบทุกเบอร์อยู่แล้ว

แต่อยากให้ใส่ใจถึงแฟนหนังไทยกลุ่มอื่นๆด้วย

จาก: เอกชัย
วันที่: 25/02/50 - 8:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 156
เห็นด้วยกับเหตุผลที่น้องเอกชัยพูดมา เพราะถึงแม้ทาง xxx ทำหนังคุณภาพชัดที่สุดแล้ว แต่ลูกค้าใหม่บางคนไม่เข้าใจ อย่างล็อตสรพงษ์เมื่อต้นเดือน ก.พ. เรื่อง "ช่างเขาเถอะ" ต้นฉบับมันคงเละมาก ถ้าเราบอกที่มาของต้นฉบับ เขาก็อาจจะเข้าใจ แต่ถ้าไม่ได้เกริ่นเอาไว้ เขาอาจจะเสียความรู้สึกว่า ราคาก็ไม่น้อย ทำไมภาพเป็นแบบนี้ อาจจะเข็ดขยาดก็ได้นะครับ แต่ปกหลังทาง xxx ได้ลงเป็นใบปิดแบบเต็ม 100 % แล้ว เยี่ยมแล้วครับ ก็ขอขอบคุณทางทีมงานด้วยครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/02/50 - 18:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 157
ขอขอบคุณพี่มนัสมากครับ ทีกรุณาโพสรูปเรื่องคู่รักให้ผมดู ขอบคุณจริงๆครับ และยิ่งกระตุ้นให้ผมนึกถึงหนังเรื่องนี้มากขึ้นอีก ผมจะรอครับ
mahamongkon@hotmail.com

จาก: sun
วันที่: 25/02/50 - 19:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 158
ขอขอบคุณพี่มนัสมากครับ ทีกรุณาโพสรูปเรื่องคู่รักให้ผมดู ขอบคุณจริงๆครับ และยิ่งกระตุ้นให้ผมนึกถึงหนังเรื่องนี้มากขึ้นอีก ผมจะรอครับ
mahamongkon@hotmail.com

จาก: sun
วันที่: 25/02/50 - 19:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 159
สวัสดีค่ะทุกๆท่าน รบกวนคุณมนัส ช่วยบอกทีนะค่ะว่าเรื่อง แว่วเสียงนางพรายผลิตและจำหน่ายเป็นวีซีดี บ้างไหมค่ะ อยากดูอีกครั้งค่ะ จำได้ว่าสยอง มากๆค่ะ นางพรายน่ากลัวมากๆ


จาก: แว่วเสียงนางพราย
วันที่: 26/02/50 - 6:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 160
สวัสดีครับเพิ่งเปิดพบ ดีใจเรื่องแรก คนรอบข้างว่าผมบ้าจมแต่กับอดีต ทีนี้ผมมีเพื่อนบ้าแล้ว(ในทางที่ดีนะครับ)อีกเรื่องคือมีคนสืบทอดมรดกอันมีค่าของไทยไว้ให้รุ่นลูกเราได้ศึกษา ขณะดูหนังเก่าเห็นสถานที่ถ่ายทำก็อดตื่นเต้นไม่ได้ธรรมชาติในอดีตที่เราเรียกคืนไม่ได้ แต่แค่เห็นก็ชื่นใจแล้ว คุณมนัสว่าจริงไหมครับ ผมรบกวนใบปิด"แก้วสารพัดนึก"ใครแสดงครับ เรี่อง"จอมเมฆินท์"กับ"แก้วขนเหล๊ก"เนื้อเรี่องเดียวกันไหมครับ ส่วนหนังของคุณไพโรจน์เช่น วัยอลวน พ่อครัวหัวปาก์ พ่อหม้ายทีเด็ด (ที่เอาขวดสไปร์หลอมเป็นมรกตหลอกแม่ยาย)พอมีหวังได้ชมไหมครับ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะครับ คุณเก่งมาก

จาก: สาโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 12:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 161
สวัสดีครับเพิ่งเปิดพบ ดีใจเรื่องแรก คนรอบข้างว่าผมบ้าจมแต่กับอดีต ทีนี้ผมมีเพื่อนบ้าแล้ว(ในทางที่ดีนะครับ)อีกเรื่องคือมีคนสืบทอดมรดกอันมีค่าของไทยไว้ให้รุ่นลูกเราได้ศึกษา ขณะดูหนังเก่าเห็นสถานที่ถ่ายทำก็อดตื่นเต้นไม่ได้ธรรมชาติในอดีตที่เราเรียกคืนไม่ได้ แต่แค่เห็นก็ชื่นใจแล้ว คุณมนัสว่าจริงไหมครับ ผมรบกวนใบปิด"แก้วสารพัดนึก"ใครแสดงครับ เรี่อง"จอมเมฆินท์"กับ"แก้วขนเหล๊ก"เนื้อเรี่องเดียวกันไหมครับ ส่วนหนังของคุณไพโรจน์เช่น วัยอลวน พ่อครัวหัวปาก์ พ่อหม้ายทีเด็ด (ที่เอาขวดสไปร์หลอมเป็นมรกตหลอกแม่ยาย)พอมีหวังได้ชมไหมครับ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะครับ คุณเก่งมาก

จาก: สาโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 12:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 162
จอมเมฆินท์ เป็นภาคต่อของ แก้วขนเหล็ก ครับ

จาก: อิท
วันที่: 26/02/50 - 12:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 163
สวัสดีครับเพิ่งเปิดพบ ดีใจเรื่องแรก คนรอบข้างว่าผมบ้าจมแต่กับอดีต ทีนี้ผมมีเพื่อนบ้าแล้ว(ในทางที่ดีนะครับ)อีกเรื่องคือมีคนสืบทอดมรดกอันมีค่าของไทยไว้ให้รุ่นลูกเราได้ศึกษา ขณะดูหนังเก่าเห็นสถานที่ถ่ายทำก็อดตื่นเต้นไม่ได้ธรรมชาติในอดีตที่เราเรียกคืนไม่ได้ แต่แค่เห็นก็ชื่นใจแล้ว คุณมนัสว่าจริงไหมครับ ผมรบกวนใบปิด"แก้วสารพัดนึก"ใครแสดงครับ เรี่อง"จอมเมฆินท์"กับ"แก้วขนเหล๊ก"เนื้อเรี่องเดียวกันไหมครับ ส่วนหนังของคุณไพโรจน์เช่น วัยอลวน พ่อครัวหัวปาก์ พ่อหม้ายทีเด็ด (ที่เอาขวดสไปร์หลอมเป็นมรกตหลอกแม่ยาย)พอมีหวังได้ชมไหมครับ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะครับ คุณเก่งมาก

จาก: สาโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 13:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 164
มี 2 คำถามครับ
1.อยากได้รายชื่อหนังของค่ายพันธมิตรที่ออกมาในรูปแบบดีวีดีจนถึงวันนี้ครับ (26-02-2550)
2.เรื่องที่ออกเป็นวีซีดีแล้วแต่ยังไม่เคยมีดีวีดีออกมา มีสิทธิ์จะมีดีวีดีออกมาไม๊ครับ
3.อยากให้บริษัทแจ้งไว้เลยได้มั๊ยครับว่าเรื่องไหนมีรูปแบบไหนบ้าง
เช่น
ไอ้เหล็กไหล มีเป็น vcd/dvd
สนับมือ มีเป็น vcd เท่านั้น เป็นต้น


จาก: 2514
วันที่: 26/02/50 - 14:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 165



สวัสดีครับ..
สำหรับหนังเรื่อง แว่วเสียงนางพราย นั้น ผมก็รออยู่เหมือนกัน แต่
ตอนที่ค่ายนี้ขายให้ค่ายวีซีดีนั้น ยังไม่มีเรื่องนี้ออกมาเลยครับ..
อาจจะติดปัญหาด้านเทปนะครับ..

ส่วนรายชื่อหนังค่าย xxx นั้น ผมว่า ลองเข้าไปดูในกระทู้วีซีดีของคุณ
เอกชัยจะสะดวกกว่านะครับ
ส่วนหนังเรื่องไหน จะทำวีซีดีหรือดีวีดีนั้น ตามปกติผมจะแจ้งให้ทราบ
ทางกระทู้นี้อยู่แล้วครับ ติดตามได้ต่อ ๆ ไปนะครับ...

เห็นคุณสาโรจน์ สมาชิกใหม่ถามถึงใบปิดเรื่อง แก้วสารพัดนึก
ก็เลยเอามาฝากครับ..
อ้อ..เดิมทีผมเคยบอกว่า ให้ค้นหาใบปิดและรูปภาพเก่า ๆ ได้ทาง
google นั้น แต่ว่าตอนนี้คงทำไม่ได้แล้วครับเพราะผมลองเข้าไปดูแล้ว
ปรากฏว่า รูปภาพเป็นพัน ๆ ใบได้หายไปหมดแล้ว ไม่ทราบว่าเกิดจาก
อะไร... เอาเป็นว่า ตอนนี้ถ้าเห็นภาพในกระทู้นี้แล้ว ก็รีบเก็บไว้ก็แล้วกัน
เพราะไม่รู้ว่า ภาพจะหายไปอีกเมื่อใดครับ..




จาก: มนัส138
วันที่: 27/02/50 - 22:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 166



ลืมบอกไปครับ สำหรับหนังเรื่อง แก้วสารพัดนึก นั้น หมดหวังที่จะได้ดู
แล้วครับ เพราะไม่มีฟิล์มเหลือแล้วครับ

ส่วนใบนี้ เรื่อง แก้วขนเหล็ก เป็นหนัง 16 ม.ม.เงินล้านอีกเรื่องหนึ่ง
ไม่มีฟิล์มเหลืออีกเช่นกันครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 27/02/50 - 23:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 167
เพิ่งได้ดู VCD เรื่อง สนับมือ จบไป ภาพของหนังออกจะมืดๆนะครับ หรือว่าฟิล์มต้นฉบับเป็นมาอย่างนั้นอยู่แล้วครับ คุณมนัสฯ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 27/02/50 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 168



อีกใบครับ เรื่อง จอมเมฆินทร์ เรื่องนี้เป็นหนัง 35 ม.ม.ครับ
แต่ว่า ก็ไม่มีฟิล์มหนังเหลืออีกเช่นกัน..


จาก: มนัส138
วันที่: 27/02/50 - 23:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 169
สำหรับเรื่อง สนับมือ นั้น เป็นการซื้อเทปยูเมติกเดิมซึ่งทำไว้ก่อน
หน้าที่จะมีบริษัทเทเลซีน (เจ้าประจำของค่ายพันธมิตรมาเปิดบริการ)
ยูเมติกสมัยก่อนจึงมักจะมีภาพไม่ค่อยคมชัด บางครั้งแสงก็มืด หรือ
สว่างจนเกินไป อันเกิดจากกล้องวีดีโอที่ใช้จับภาพ...
จึงทำให้หนังไทยเก่า ๆ ที่มีการทำเป็นเทปยูเมติกอีกเป็นร้อย ๆ เรื่อง
ที่ค่าย xxx ไม่ซื้อมาทำวีซีดี... ที่เลือกซื้อมานี้ ก็เฉพาะหนังที่คิดว่า
น่าสนใจจริง ๆ และเรื่องนั้น ๆ ไม่มีฟิล์มหนังเหลือแล้วครับ เช่นเรื่อง
สนับมือ หรือว่า เรื่อง ช่างเขาเถอะ เป็นต้น เพราะถ้าไม่ตัดสินใจทำแล้ว
หนังแบบนี้จะสูญหายไปอีกเพราะไม่นาน เทปยูเมติกก็จะเริ่มขึ้นราและ
ใช้ไม่ได้ครับ..
ผมเองยังเสียดายหนังบางเรื่องที่ผมชอบ แต่ค่าย xxx เขาไม่ชอบ
เขาก็เลยไม่ซื้อมาทำครับ....

แต่ถึงอย่างไร ก็ยินดีช่วยซื้อทุกเรื่องครับเพราะ ต้องการช่วยเพิ่มยอด
ขาย เผื่อว่า จะได้มีแรงไปซื้อเรื่องอื่น ๆ มาทำอีกครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 27/02/50 - 23:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 170
ขอบคุณสำหรับคำอธิบายครับคุณมนัสฯ น่าเสียดายนะครับที่ค่าย XxX ไม่สนใจหนังหลายร้อยเรื่องท่ทำเป็นเทปยูเมติก อย่างที่คุณมนัสฯบอก เอ๊ะอย่างนี้พอจะแพลมๆชื่อเรื่องมาได้บ้างไหมครับ สำหรับหนังที่ค่าย XxX ไม่ซื้อมาทำน่ะครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 27/02/50 - 23:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 171
สวัสดีค่ะทุกๆท่าน ขอบคุณ คุณมนัสที่ช่วยให้ข้ิอให้ข้ิอมูลเกี่ยวกับ หนังเรื่อง แว่วเสียงนางพราย หวังว่าคงจะมีให้ได้ดูและสะสมได้ในเร็วๆนี้นะคะ

จาก: แว่วเสียงนางพราย
วันที่: 28/02/50 - 5:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 172
ถึงคุณมนัส...
เห็นใบปิดเรื่องแก้วสารพัดนึกแล้ว..นึกถึงหนังเมืองแม่หม้าย..ของคุณแท้..ที่xxxจะออกขาย...แต่มีอันต้องระงับไปนั้น...ณ วันนี้มีโอกาสจะได้ทำวีซีดีขายอยู่อีกไหมครับ....
ขอชมใบปิดหนัง...
1.แก้วขนเหล็ก...ยุคทูน/อภิรดี..
2.จอมเมฆินทรื..ยุคฤทธิ์ ลือชา..บ้างสิครับผม...
ขอบคุณครับ

จาก: โต้ง
วันที่: 28/02/50 - 9:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 173
อยากทราบว่าตอนนี้มีหนังไทยของค่ายตั้งแต่แรกเลย มีเรื่องอะไรบ้างที่ออกมาเป็น DVD แล้วบ้างครับ...ที่ผมเห็น
1.อินทรีทอง
2.ชุมแพ
3.โทน

ใครช่วย update หน่อยครับ

จาก: นายต๋อง
วันที่: 01/03/50 - 11:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 174
เท่าที่จำได้ของค่ายxxx
ก็มี เรื่อง
1. นรกตะรูเตา
2. ไผ่สีทอง
3. นักเลงป่าสัก
4. ชู้
5. เสาร์ 5
6. อัศวินดากายสิทธิ์
7. เรือนแพ
จ้า...
เดือนตุลาคมนี้จะมีหนังคุณมิตร ชัยบัญชา ออกมาอีกเรื่องหนึ่ง
ของอุบไว้ก่อน..ฮิฮิ ติดตามชาละกันค่า..

จาก: นู๋แพ
วันที่: 01/03/50 - 11:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 175
เมื่อกี๊ถามไม่หมดครับ...
ต้องการรายชื่อที่ออกเป็นวีซีดีแล้วตั้งแต่ลำดับที่ 1-ปัจจุบันด้วยครับ..

จาก: นายต๋อง
วันที่: 01/03/50 - 13:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 176
คุณนายต๋อง ลองเข้าไป Search โดยพิมพ์คำว่า วีซีดีหนังไทยในอดีต ตอนที่ 2 จะมีรายละเอียดครบหมดทั้งของค่าย xxx และค่ายอื่นด้วย


จาก: อ๊อด
วันที่: 01/03/50 - 13:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 177
ขอแก้นิดนึงครับ ที่ถูกต้อง คือ กระทู้วีซีดีหนังไทยในอดีต ภาค 2 หรือจะพิมพ์แค่รหัสก็ได้ คือ B.795 แต่ผมลองทำดูหมดแล้ว ใช้ไม่ได้แล้วครับ มีอีกวิธีคือ คุณต๋อง ต้องกลับไปที่หน้าหลัก(Forum) แล้วลงมาด้านล่างสุด คลิ๊กคำว่า Show All แล้วค่อยๆหาลงมา จะอยู่ประมาณช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค.49 เจ้าของกระทู้คือ คุณเอกชัย เจอแน่ครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 01/03/50 - 13:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 178
เห็นมีคอหนังเก่าเขียนถึงเรื่อง"พิษสวาท" ผมพอจะจำเนื้อเรื่องได้เลยขออนุญาติพี่มนัส(ขอปีนเกลียวเรียกพี่เลยนะครับ)และเพื่อนๆเล่าเรื่องย่อ(ถ้าเคยอ่านแล้วหรือลำดับเรื่องพลาดไปบ้างต้องขออภัยด้วยครับ) " อัคนี(คุณสมบัติ)นักโบราณคดีได้รับทับทิมล้อมเพชรจากศจ.นอร์แมนให้ช่วยศึกษาโดยมีเพื่อนซี้คือเชษฐา(คุณรุจน์)และแฟนสาวทิพอาภา(คุณมยุรฉัตร)มีส่วนต้องเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์การปรากฎตัวของสาวลึกลับสโรชิณีหรืออุบล(คุณอรัญญา)เธอมาออกงานการกุศลความสง่างามทำให้เป็นที่หมายปองของท่านนายพล ๆจึงใช้ให้ทส. ตามหาตัวโดยไปหาอัคนีเพื่อสืบข่าว จังหวะได้เห็นทับทิมเลยเกิดโลภ ตกกลางคืนจึงให้ลูกน้องไปโขมยแต่ก็เจอกับปีศาจอุบลเล่นงาน สุดท้ายทส.ขับรถสะกดรอยตาม รถของอุบลแล่นจอดข้างทางด้วยอำนาจลึกลับทส.ไม่เห็นรถซุงที่จอดหน้ารถอุบลเลยถูกอัดก๊อบปี้ตาย ส่วนอัคนีและเพื่อนถูกเชิญไปบ้านอุบล เขาจำอดีตได้ลางๆ จำวิธีดื่มเหล้าหมักด้วยน้ำผึ้งต้องค่อยๆจิบ รวมทั้งดาบคู่ทะลวงฟันได้หายไป สร้างความหวาดกลัวให้กับเชษฐ์และทิพอาภาๆ ได้ขอวาดรูปอุบลก่อนกลับกรุงเทพฯด้วยปรากฎว่าภาพกลายเป็นหน้าปีศาจ กล่าวถึงนายพลปีศาจอุบลได้เชิญไปเที่ยวบ้านที่อยุธยาได้เห็นสมบัติมากมายจนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ส่วนคนรถเห็นผีก็เผ่นหนีเจ้านายไป จนรุ่งเช้าตำรวจตามมาพบศพที่เจดีย์สามองค์ (เมื่อก่อนมาสาบานขอปฎิวัติให้สำเร็จแล้วลืมตัวโกงกินชาติ) ฝ่ายอัคนีระลึกชาติได้หมดได้เดินทางไปอยุธยาเพื่อใช้หนี้ให้แก่เมียรักโดยเพื่อนทั้งสองได้ขอติดตามไม่ยอมห่าง ในที่สุดทางกรมศิลป์ก็ขุดพบกระดูกของเขารวมทั้งดาบที่หายไปอีกด้ามอยู่ข้างกายโดยที่อัคนีเองเป็นคนบอกกรรมกรว่าอยู่ตรงไหนหันหัววางมืออย่างไร ทำให้ทีมงานงงกันหมด เขาพาเพื่อนทั้งสองมาทางอุโมงค์ลึกลับ ได้พบกับสมบัติมากมาย และมีงูเห่าขู่จะฉก เชษฐ์ห้ามอัคนีแต่เขาจับงูตัวนั้นก็กลายเป็นเชือกขดธรรมดา ข้างสมบัติเชษฐ์ได้พบโครงกระดูกไม่มีหัวกับดาบอีกเล่มตกข้างๆ อุบลปรากฎร่างแล้วจึงต่อว่าด้วยความแค้น "ข้าฯเคยรักแต่การตอบแทนคือหัวของเรากระด็นเป็นปีศาจเผ้าทรัพย์แผ่นดิน "เอาชีวิตเราคืนมาอัคนี"เขาจึงตามเธอไปชดใช้ แต่เพื่อนทั้งสองดึงดันจะขอตามไปด้วย ทั้งๆที่หวาดกลัวปีศาจอุบลใช่น้อย แล้วทั้งสี่ก็เดินทางลัดเลาะป่าจนมาถึงทางทอดยาวเวิ้งว้างแห่งหนึ่ง เสียงของยมเทพรับสั่ง อุบลขอให้อัคนีเป็นตัวตาย ตัวแทนเธอ แต่เชษฐ์กับทิพอาภาขอเป็นแทนด้วยนำใจแห่งความรักและเสียสละทำให้ดวงวิญญานของเธอสงบและไปบังเกิดในโลกสวรรค์โดยมีดอกไม้ร่วงลงมา ทั้งสามได้สติอีกครั้งพบตัวเองนอนอยู่ในเต้นท์ของทีมขุดโบราณคดีเชษฐ์ว่าเราฝันไป แต่อัคนีแบมือให้ดู ปรากฏเป็นดอกไม้จากสวรรค์ที่เขารับได้ เป็นอันจบแบบHAPPY ENDING (แต่ในบทประพันธ์ของคุณทมยันตรีแต่งให้อัคนีบวชไม่สึกเพื่อสร้างกุศลให้กับอุบล ที่อยุธยานั่นเอง)

ขอบคุณที่ทนอ่านครับ เสียดายไม่มีฟิล์ม แต่อะไรๆ มันไม่แน่ครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 01/03/50 - 16:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 179
-ขออภัยครับพิมพ์ชื่อผู้ประพันธ์ผิด "คุณทมยันตี" ไม่มีร.เรือครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 01/03/50 - 16:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 180
แดงก็ชอบเรื่องเดียวกับคุณสาโรจน์ค่ะดีใจมากกที่ได้คุยกัน....และมีคำพูดหนึ่งที่สมบัติพูดตอนบวชว่าแรกๆตั้งใจบวชเพื่อนางเอก..ประมาณว่าอยากเห็นนางเอกได้บ้างแม้จะอยู่คนละภพ..แต่สุดท้ายค้นพบว่าตนเองเข้าใจความหมายของพุทธศาสนาค่ะ...แดงดีใจค่ะที่ได้คุยกะคนที่ชอบเรื่องเดียวกัน

จาก: แดง
วันที่: 01/03/50 - 17:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 181
ขอความกรุณาเพื่อนๆร่วมกระทู้อย่าไปเอารูปหรือใบปิดของคุณมนัสในกระทู้เก่าๆมาลงซํ้าไว้ที่นี่อีกเพราะจะทำให้กระทู้โหลดช้าโดยใช่เหตุ นอกจากนั้นทางเว็บบอร์ดก็เคยขอร้องแล้วหลายครั้งว่าอย่าโพสต์ภาพซํ้าๆกันบ่อยๆเพราะจะทำให้เกิดการโอเวอร์โหลดจนเว็บใช้การไม่ได้อีก ไม่เข้าใจว่าทำไมบางท่านถึงไม่ให้ความร่วมมือเลย ขอความเห็นใจด้วยครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 01/03/50 - 18:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 182
จะเป็นไปได้ไหมครับที่เวปมาสเตอร์จะหาที่แยกเก็บภาพโปสเตอร์หนังของคุณมนัสไว้ที่ใดที่หนึ่งในเวป หรือมีที่เก็บคลังกระทู้ เพราะผมเสียดายมากหากกระทู้ที่มีรูปภาพเหล่านี้ตกไป

***********************************************
มีเกร็ดจากหนังเรื่อง พิษสวาท จำได้ว่าตอนที่สร้างมีข่าวว่า นิยายเรื่องนี้มีอาถรรพ์ (อ่านจากหนังสือโลกดารา) คล้ายๆกับว่าก่อนหน้านี้มีการเอามาทำละครแล้วเกิดอะไรบางอย่างกับผู้แสดง พอคุณรุจน์เอามาทำหนังก็เห็นมีการบวงสรวงกันเป็นพิเศษ แต่แล้วพอสร้างเรื่องนี้เสร็จ ทางคุณรุจน์กับคุณอรัญญาก็แยกทางกัน จะเป็นอาถรรพ์หรือไม่แล้วแต่ความเชื่อนะครับ

จาก: อิท
วันที่: 01/03/50 - 22:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 183
ขอบคุณครับคุณอ๊อด..หาเจอหมดแล้ว...อ่านกันปวดตาเลย..

แต่หน้าปกซีดีชุดแรกๆ ไม่ค่อยมีเลยนะครับ..

จาก: นายต๋อง
วันที่: 02/03/50 - 13:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 184



วันนี้มีภาพที่ดูแล้วคิดถึงเจ้าของกระทู้จัง..หายไปไหนเอ่ย

จากภาพยนตร์ "ลูกเขย" เห็น ป๋าต๊อกแล้วทำให้คิดว่าตลกรุ่นนี้มีใครที่เหมือนป๋าบ้างหนอ....

จาก: จุ
วันที่: 04/03/50 - 17:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 185
อยากได้ข้อมูลภาพยนต์ของคุณไพโรจน์ (น้าเอ๋) เล่นบทกระล่อนน่ารักๆ เช่น วัยอลวน พ่อม่ายทีเด็ด คู่รัก และอีกหลายๆเรื่อง ผมเดินหาซื้อไม่ได้เลย มีค่ายไหนทำบ้างไหมครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 04/03/50 - 17:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 186
เดี๋ยวจะค้นให้ค่ะ รู้สึกเพิ่งผ่านตาไปเมื่อกี้นี้เองแฮะ..โปรดรอสักครู่...

จาก: จุ
วันที่: 04/03/50 - 17:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 187
พูดถึง "ป๋าต๊อก" นึกถึงช่อง 7 เคยออกอากาศปีอะไรไม่แน่ใจ เป็นโชว์ตลกรุ่นแรกๆ ชื่อคณะ "ต๊อกบูม"ชื่อรายการน่าจะเป็นขายหัวเราะ ฉายตอนเย็นๆ มีตลกรุ่นใหญ่ ทองฮะ ทองแถม ชูศรี (นึกชื่อไม่ออกแล้ว)ผมคิดว่าท่านเป็นต้นแบบ รายการโชว์ตลกในเมืองไทยเลยทีเดียวครับ หนังสมัยก่อน คนดูหนังไม่ใช่ดูว่า แค่ มิตร-เพชรา สมบัติ-อรัญญาหรือปล่าว ผมว่าถ้าไม่มี ล้อต๊อก-ชูศรี หนังก็กร่อยเหมือนกัน คงหาใครมาแทนยากนะครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 05/03/50 - 19:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 188
ดาวตลกระดับครูอย่าง ป๋าต๊อก,สมพงษ์ พงษ์มิตร เขาว่ามีหนังเล่นเป็นพันเรื่องเลยนะครับ เพียงแต่ไม่ได้เป็นพระเอกเท่านั้น บางเรื่องก็มีบทนิดหน่อย ก็คิดดูจะไม่มากได้ยังไง ท่านทั้ง 2 เป็นตลกตามพระเอกมาโดยตลอดแทบทุกเรื่องตั้งแต่สมัยก่อน ส.อาสนจินดา มาจนถึงสมัยสรพงษ์-ทูน-ยุรนันท์ เลย กินเวลาไม่ต่ำกว่า 40-50 ปี

จาก: อ๊อด
วันที่: 05/03/50 - 19:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 189
เรียนคุณมนัส

ไม่ทราบว่าพรุ่งนี้(อังคารที่ 6 มี.ค.) หนังใหม่ของ xxx ทั้ง 4 เรื่อง จะวางตลาดหรือยังครับ จะได้ไปซื้อ

จาก: อ๊อด
วันที่: 05/03/50 - 19:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 190
แดงเคยดูหนังคุณไพโรจน์ - เนาวรัตน์นึกตั้งหลายวันไม่ทราบเรื่องอะไร...ที่นางเอกหนีจากบ้าน??..แล้วพบกับพระเอกบนรถเมล์..นอนหลับซบไหล่พระเอก..น่ารักค่ะ.มีทานน้ำมะพร้าวอ่อนด้วย...และในที่สุดพระเอกพากลับบ้าน..มีเศรษฐาโดร่มเป็นคู่หมั้นนางเอก...

จาก: แดง
วันที่: 05/03/50 - 19:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 191
...เรื่อง....ยิ้มสวัสดี...จ้า!!!!!


จาก: โต้ง
วันที่: 05/03/50 - 20:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 192
ขอบคุณค่ะคุณโต้ง..แดงคิดตั้งหลายวันคิดไม่ออกสักทีค่ะ.....

จาก: แดง
วันที่: 05/03/50 - 21:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 193
ตอบพี่อ๊อด..แทนพี่มนัสนะคะ
พอดีทราบข่าวมาจากพี่เขาว่า..
เขาปล่อยหนังออกจากต่างจังหวัดตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 มี.ค.
ส่วนที่คลองถมมีขายตั้งแต่วันนี้แล้ว.....

และมีข่าวที่ไม่สู้จะดีนัก..จากร้านค้าพูดกันมา
ว่า..ทางxxx จะปล่อยหนังช้าลงไปอีก..
ประมาณว่า 3-4 เดือนจะออก...ไม่ทราบว่าเพราะเหตุอันใดนะ
แล้วอย่างนี้ต้องรออีกนานเท่าใด..จะได้ดูหนังไทย...อีก
ว้า...หรือว่ากำลังจะหายตัวไปเหมือนกับค่ายอื่นๆๆอีกแล้ว
ทำยังไงดีนี่...


จาก: ตอบพี่อ๊อด
วันที่: 05/03/50 - 22:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 194
สวัสดีครับคุณมนัส
ขอชมใบปิดหนัง
1.จอมใจ (มิตร/เพชรา)
2.ดอกดิน (อรัญญา)
ขอบคุณมากครับ

จาก: ป.ปอนด์
วันที่: 06/03/50 - 12:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 195
เดี๋ยวจะไปซื้อทั้ง 4 เรื่อง ช่วยๆกันหน่อยครับแฟนหนังไทยทั้งหลาย เขาจะได้มีกำลังใจทำวีซีดีให้เราดูต่อไป เหลืออยู่เจ้าเดียวแล้ว

จาก: อ๊อด
วันที่: 06/03/50 - 13:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 196
ขออภัย ลืมขอบคุณ คุณตอบพี่อ๊อดไป มือมันพลาดกดส่งไปก่อน

จาก: อ๊อด
วันที่: 06/03/50 - 13:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 197
ซื้อมาแล้วครับ ที่ร้าน ชมภู คลองถม เรื่อง "ตาลเดี่ยว" กับ "แม่ศรีไพร" มี 3 แผ่น ขายเรื่องละ 100 ส่วนเรื่อง ปราสาททราย กับ วิวาห์ลูกทุ่ง มี 2 แผ่น ขายราคาเดิม คือเรื่องละ 85 บาท (ราคาขายปลีก) ยังไม่ได้ลองแผ่นดู ว่าจะกลับไปลองที่บ้าน

จาก: อ๊อด
วันที่: 06/03/50 - 15:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 198
รบกวนคุณมนัสช่วยคอนเฟิร์มการวางตลาดของหนัง VCD ค่าย XxX ว่าจะยังออกทุกเดือนเหมือนเดิม หรือว่าเป็นอย่างความเห็นที่ 193 บอกมาครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 16:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 199



วันนี้มาดันกระทู้คุณมนัสฯ ด้วยปกนี้ครับใบปิดหนังไทยเรื่องใหม่ ที่ไม่เคยฉายที่ไหนมาก่อน "ทรชน-คนโฉด" นำแสดงโดย ดามพ์ ดัสกร

ที่มา - Monkey Magazine ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2550

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 21:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 200



ในเล่มมีบทสัมภาษณ์ ดาวร้ายตลอดกาล คุณดามพ์ ดัสกร ด้วยพร้อมประวัติโดยย่อที่น่าสนใจทีเดียวครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 21:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 201



ในหนังสือกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า ในหนังไทยหลายๆเรื่องเช่น ใครใหญ่ใครอยู่, มันส์, ทุ่งลุยลาย, ห้าแผ่นดินเพลิง, ลุยแหลก, พระรถเมรี ฯลฯ มีดามพ์ ดัสกร เพียงคนเดียวที่ได้รับบทดาวร้ายที่เด่นยืนประกบคู่พระเอกดังๆทุกเรื่อง ทำให้ได้รับฉายาว่า "ดาวร้ายหุ่นพระเอก, พระเอกดาวร้าย" และเคยได้รับมติจากมหาชนให้เป็น ดาวร้ายอันดับ 1 ติดต่อกันนานถึง 15 ปี

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 21:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 202



บทสัมภาษณ์ถึง ผลกระทบจากการแสดงที่เล่นเป็นแต่ตัวร้าย ซึ่งน่าอ่านมากครับ

ดามพ์ไปรอเพื่อนที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านราชเทวี ในขณะรอ ดามพ์ถูกชักชวนให้ดื่มเหล้าจากชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพกึ่งเมากึ่งซ่า มาแนวอินกับบทตัวร้ายที่ดามพ์เล่น ซึ่งดามพ์ได้ขอปฏิเสธ จึงถูกพูดจาประชดเสียดสี ด่าทออย่างหยาบคาย ทำให้ดามพ์เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวอยากแสดงบทบู๊นอกจออยู่เหมือนกัน แต่ด้วยสติยั้งคิดที่ถูกสอนมาจากผู้ใหญ่ในวงการ จึงพูดจาตอบอย่างสุภาพและถึงกับยกมือไหว้ขอร้องให้หยุด เพราะตรงนั้นเป็นที่ที่มีคนนั่งทานอาหารและนั่งพักผ่อนอยู่มากมาย ไอ้หนุ่มคนนั้นก็ยังไม่หยุด ดามพ์ต้องเก็บอารมณ์นั่งเงียบไม่แสดงออกอะไร สุดท้ายพอสบโอกาสเห็นไอ้หนุ่มสุดซ่าเดินเข้าห้องน้ำลับตาคนไป "ดามพ์ก็เดินตามเข้าไปเลย" วันนั้น....คงจะมีแต่ไอ้หนุ่มผู้โชคร้ายคนนี้เท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องน้ำนั้นบ้าง เพราะรู้ตัวอีกที่ก็หน้าตายับเยินนอนกองอยู่ในช่องยืนปัสสาวะของห้องน้ำซะแล้ว

"แค่นี้ก็ไม่ต้องเป็นข่าวผู้ร้ายนอกจอแล้วครับ"

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 21:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 203



ดามพ์ฯ เคยโกอินเตอร์มาแล้วครับ มีอยู่ตอนหนึ่งดามพ์กล่าวไว้ว่า ดามพ์ได้ถูกรับเชิญให้ไปแสดงหนังญึ่ปุ่นชื่อ The Great Karate Wars" เป็นเรื่องราวของนักคาราเต้ชาวญี่ปุ่นที่ไล่สยบการต่อสู้รูปแบบต่างๆ ชนะมาแล้วทุกชาติ และสุดท้ายจะต้องาประลองกับมวยไทย สุดยอดศิลปะการป้องกันตังของประเทศไทย ที่แสดงโดย ดามพ์ ตามบทเดิม นักมวยไทยจะต้องพ่ายแพ้แก่คาราเต้ ซึ่งดามพ์เลือกปฏิเสธที่จะรับเล่นทันที โดยบอกว่า

"ในฐานะคนไทย มวยไทยจะแพ้แก่คาราเต้ได้รึเปล่า มันต้องมาพิสูจน์กันจริงๆเท่านั้น ถ้ามวยไทยจะต้องแพ้เพราะบทบาทบังคับแบบนี้ คนไทยคงยอมรับไม่ได้"

ก็มีการต่อรองเรื่องบทกันหลายวัน สุดท้ายทางทีมงานญี่ปุ่นก็ยอมแก้บทให้มวยไทยจากที่ต้องแพ้ เป็น "เสมอกัน" แทน ดามพ์ถึงจะยอมรับเล่น

นอกจากนั้นยังมีบทสัมภาษณืเกี่ยวกับ เรื่องน่าเสียดายสุดๆของชีวิต ซึ่งผมขอไม่นำมาเล่าตรงนี้ ลองไปหาซื้ออ่านกันดูนะครับ คุ้มค่าแน่นอนครับ

สุดท้าย ขอขอบคุณ นิตยสาร Monkey Magazine ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลให้แฟนๆหนังไทยได้อ่านกันครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 22:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 204
ปิดท้ายก็อยากรบกวนคุณมนัสฯ หรือท่านใดก็ได้ที่มีภาพใบปิดหนังเรื่อง The Great Karate Wars แบบข้างบน ช่วยนำมาลงเต็มๆ ให้ชมกันหน่อยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/50 - 22:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 205
ชื่อหนังอาจถูกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว..ไม่ทราบว่าคุณอรชุนมีชื่อดารา-ผู้กำกับญี่ปุ่นหรือปีพ.ศ.ที่ออกฉายหรือไม่...จะลองหาข้อมูลดูครับ...
เพิ่มเติม...
คุณดามพ์เคยแสดงภ.ฝรั่งเรื่อง killing beach หรือ turtle beach ด้วย...
อสดงเป็นตำรวจทาเลเซีย....

จาก: โต้ง
วันที่: 07/03/50 - 9:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 206
สวัสดีค่ะ สมาชิกทุกท่าน
ไม่ทราบว่าใครมีหนังเรื่องตาลเดี่ยวแล้วบ้างค่ะ
เพราะตอนนี้กำลังวางแผงค่ะ

จาก: ลูกสาวอรัญญา
วันที่: 07/03/50 - 9:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 207
พอดีได้ลองแผ่นหนังเรื่อง "ปราสาททราย" เห็นมีรายชื่อ สอาด เปี่ยมพงศ์สานต์เล่นด้วย คิดว่าสอาดไม่เคยเล่นกับมิตรซะอีก สงสัยจะมีเรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะสอาดเริ่มเล่นหนังปี 2512 เป็นช่วงก่อนมิตรเสียชีวิตปีเศษเอง ไม่ทราบมิตรเคยเล่นหนังกับดาราเหล่านี้หรือเปล่าครับ

1.มาลาริน บุนนาค
2.ดรุณี ชื่นสกุล
3.พนม นพพร
4.โดม-คมน์-ลักษณ์

ใครพอจะทราบ รบกวนบอกด้วย เพราะผมยังไม่เคยเห็นมิตรเล่นกับดาราเหล่านี้เลย

จาก: อ๊อด
วันที่: 08/03/50 - 13:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 208
มาลาริน ดรุณี ผมไม่แน่ใจ แต่อย่างพนม นพพร และ โดม-คมณ์-ลักษณ์ เด็กปั้นของคุณชาลี อินทรวิจิตร น่าจะไม่ทันกันนะครับ

จาก: อิท
วันที่: 08/03/50 - 13:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 209
เรื่องแรกของดามพ์...7สิงห์คืนถิ่น มีมิตร-เพชรานำแสดง..

จาก: โต้ง
วันที่: 08/03/50 - 14:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 210
ลักษณ์ อภิชาติ คงไม่เจอมิตร เพราะเล่นหนังเรื่องแรกคือ "สื่อกามเทพ" ปี 2514 ซึ่งมิตรเสียชีวิตไปแล้ว แต่คนอื่นจะเข้ามาช่วง 2513 ยกเว้นดรุณี เข้ามาช่วง 2511 เลยไม่แน่ใจว่าเคยเล่นกับมิตรหรือเปล่า จะไปถามคุณพักรบที่กระทู้ดาวดิน ก็กลัวไปขัดจังหวะเนื้อเรื่องเขาที่กำลังสนุกเข้มข้นอยู่

จาก: อ๊อด
วันที่: 08/03/50 - 15:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 211
อย่างโดม เล่นลูกยอด ปลายปี 2513(ถ้าไม่ผิด) พนม ไม่แน่ใจ ไม่ปลาย 13 ก็ต้น 14 ส่วนคมน์ ผมไม่แน่ใจว่าเรื่องแรกใช่ สื่อกามเทพ ปี 2514 พร้อมกับลักษณ์หรือเปล่า 2 คนนี้คงจะสวนกับมิตรพอดีเหมือนอย่างที่คุณอิทบอกมา เหลือมาลารินกับดรุณี 2 คนนี้ ที่เดายาก ไม่รู้พี่แต๋ว แฟนพันธ์แท้มิตร ชัยบัญชา จะทราบหรือเปล่า เดี๋ยวจะหาเบอร์ถามดู ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยมาตอบครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 08/03/50 - 15:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 212
ลืมไปอีกคน คือ สายัณห์ จันทรวิบูลย์ เล่นหนังตั้งแต่ปี 2511-12 แต่ยังไม่เคยเห็นเล่นกับมิตร ไม่ทราบเคยเล่นด้วยกันไหม ใครทราบรบกวนบอกด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/03/50 - 10:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 213
vdo หนังไทยเก่าหาชื้อได้ที่ใหนครับ ไม่ใช่ vcd ครับ

จาก: sun
วันที่: 12/03/50 - 20:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 214
ขอแจมด้วยคนได้ไหมครับแอบอ่านพวกท่านมานานแล้ว ดีใจที่มีหนังในอดีตให้รำลึกถึงความหลัง เลยตามหาหนังในอดีตตอนนี้ได้มาสองเรื่องแล้ว และกำลังตามหาอีกหลายเรื่องเขาบอกว่ามี12เรื่องโดยเฉพาะเรื่องดอกโศกเห็นบอกว่าฟลิมดีกว่าเรื่องอื่นๆ ขอใบปิดเรื่องวนาลีกับเรื่องดอกโศก ตอนนี้ให้พี่ชายติดตามอยู่เห็นบอกว่ามีหนังที่ต้องพากษ์ด้วย คิดว่าน่าจะเป็นหนัง 16 ม.ม.ถ้าได้ประการใดจะแจ้งให้พวกท่านทราบ

จาก: สีนวล
วันที่: 12/03/50 - 22:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 215
ติดต่อคุณลุงสมภัทร ที่กรุงเทพซิค่ะ
ท่านมีเยอะเลย
ยังไงโทรมาหาเนตรนะ
เดี๊ยวเอาเบอร์โทรคุณลุงให้


จาก: ลูกสาวอรัญญา
วันที่: 13/03/50 - 8:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 216
ล่าสุด ถามพี่แต๋ว แฟนพันธ์แท้มิตร ชัยบัญชา แล้ว ดรุณี ชื่นสกุล เล่นกับมิตรเรื่องเดียว คือ "ปี่แก้วนางหงษ์" หนังประมาณปี 2511-2512 ส่วน สายัณห์ จันทรวิบูลย์ ไม่เคยเล่นกับมิตร ส่วนมาลาริน บุนนาค เคยเล่นกับมิตรหรือเปล่า พี่แต๋ว บอกน่าจะมีแต่ไม่แน่ใจ ผมก็ตื๊อ นึกไม่ออก(จำความไม่ได้) ใครพอจะทราบบ้างครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/03/50 - 8:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 217



สวัสดีครับทุกท่าน
เดิมทีก็ตั้งใจว่า จะพยายามเข้ามาให้บ่อยกว่าเดิม แต่จนแล้วจนเล่า
ก็ยังติดขัดอยู่เหมือนเดิม.....
อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณ ขอบใจทุกท่านที่เข้ามาพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับหนังไทยเก่า ๆ

ขอบคุณสีนวล ที่โทรมาหาและบอกว่าจะมอบฟิล์มหนังให้ผม
ถ้าได้ความอย่างไร ก็ติดต่อมาอีกนะครับ...
หนังไทยเก่า ๆ นั้น ตอนนี้อาจเรียกว่า ถึงยุควิกฤติแล้วครับ..
ค่ายที่เคยออกหนังไทยเก่า ๆ ก็ชักจะเริ่มแผ่วแล้วครับ..
เห็นว่า ยอดขายลดลงเรื่อย ๆ ประมาณว่าหนังหนึ่งเรื่องทั่วประเทศ
มีคนซื้อไม่ถึง 1,000 คน ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อครับ....

แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองก็จะพยายามทำหน้าที่อนุรักษ์หนังไทยเก่า ๆ
ตามแบบฉบับของผมต่อไปเรื่อย ๆ ครับ
วันนี้ ก็เลยเอาบทความที่เขียนไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมา
มาให้อ่านกันครับ..
อ่านแล้ว อยากแสดงความคิดเห็นอย่างไร ก็เชิญนะครับ....

ใคร ? จะช่วยหนังไทยเก่า ๆ บ้าง โดย มนัส กิ่งจันทร์ manat138@yahoo.co.th

ผมเคยดีใจ ตอนที่เห็นแผ่นวีซีดีเข้ามาแทนที่ม้วนวีดีโอเพราะในช่วงนั้นมีหลายค่ายหลายบริษัทนำเอาหนังไทยเก่า ๆ ทั้งที่เคยและไม่เคยออกจำหน่ายมาก่อนกลับคืนสู่ท้องตลาดมากมายหลายเรื่อง แต่ก็ดีใจได้ไม่นานเพราะอีกเพียงไม่กี่ปี ก็เหลือผู้ผลิตไม่กี่รายเท่านั้นที่ยังผลิตวีซีดีหนังไทยเก่า ๆ ออกจำหน่าย จนทำให้เกิดคำถามว่า แล้วใคร ? จะช่วยหนังไทยเก่า ๆ ได้บ้าง

ถ้าเป็นคนทั่ว ๆ ไป ก็คงจะตอบว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติ นั่นแหละที่จะช่วยได้ แต่ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ซึ่งชอบสะสมหรืออนุรักษ์หนังไทยเก่า ๆ แล้ว คำตอบนี้ยังไม่ถึงกับถูกต้อง 100% เพราะพวกเขาเห็นว่า ยังมีหนังไทยเก่า ๆ อีกหลายเรื่องถูกเก็บไว้แบบปิดประตูตายที่หอภาพยนตร์แห่งชาติและยากเหลือเกินที่จะมีโอกาสได้ดูหนังเหล่านั้นอีก จึงยังมองว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติยังไม่ได้ช่วยหนัง อย่างที่เขารู้สึก

เจตนารมณ์ของการกำเนิดหอภาพยนตร์แห่งชาติ ( ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย ) นั้น ก็เพื่อ แสวงหา รวบรวม ซ่อมแซม บำรุงรักษาฟิล์มหนังและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหนังโดยเฉพาะหนังไทย แต่เพราะหอภาพยนตร์แห่งชาติขาดแคลนทั้งเงินงบประมาณและบุคลากร ทำให้ภาพการทำงานของหอภาพยนตร์แห่งชาติซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2527 จึงดูเหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าที่ควร ไม่ต้องอะไรหรอกครับ.. ลองคิดเล่น ๆ ว่า หากเราต้องการดูหนังไทยเก่า ๆ สักเรื่องหนึ่ง แล้วเราก็ไปติดต่อสอบถามที่หอภาพยนตร์แห่งชาติว่า มีหนังเรื่องนั้นหรือไม่ เขาก็จะเช็คดูทะเบียนหนัง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า มี... แต่ว่ายังเป็นฟิล์มหนังอยู่ ( ฟิล์มเนกาตีฟหรือฟิล์มก๊อบปี้ ) ถ้าได้รับคำตอบเช่นนี้ เราก็หมดสิทธิที่จะได้ดูหนังเรื่องนั้นแล้วเพราะเขาจะไม่มีการเอาฟิล์มหนังเหล่านั้นมาฉายให้เราดูอย่างเด็ดขาด เราจะต้องรอจนกว่าเขาจะเอาฟิล์มหนังเหล่านั้นไปเทเลซีนออกมาเป็นเทปวีดีโอหรือวีซีดีเสียก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่า เขาจะทำเมื่อไรเพราะทราบมาว่าเครื่องไม้เครื่องมือดี ๆ ในการใช้การเทเลซีนภาพและเสียงนั้น เขาก็ยังไม่มีเลยครับ หนังไทยเก่า ๆ หลายร้อยเรื่องจึงเหมือนกับสูญพันธุ์ไปโดยปริยาย

ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่า ตั้งแต่ก่อตั้งหอภาพยนตร์แห่งชาติมานั้น ก็มีบรรดาเจ้าของหนัง สายหนังเร่ หนังขายยาหรือหนังกลางแปลงร่วมกันบริจาคฟิล์มหนังเก่า ๆ ( ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟิล์มชุดสุดท้ายแล้ว ) ให้แก่หอภาพยนตร์แห่งชาติเป็นจำนวนมาก โดยหวังว่า สักวันหนึ่ง ฟิล์มหนังเหล่านั้นจะได้กลับมาฉายให้ลูกหลานได้ดูกันอีก แต่หาได้เป็นเช่นนั้นไม่เพราะขั้นตอนการซ่อมแซม บำรุงรักษาฟิล์มหนังนั้นกินเวลายาวนานและกินงบประมาณมากเหลือเกิน ข้อสำคัญจุดยืนของหอภาพยนตร์แห่งชาติอยู่ที่ว่า ต้องอนุรักษ์หนังไว้ในรูปแบบฟิล์มหนังเท่านั้น จึงทำให้หนังเหล่านั้นไม่ได้ออกเผยแพร่มาตราบเท่าทุกวันนี้และยังมีฟิล์มหนังอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียหายไปก่อนเพราะทนรอคอยการช่วยเหลือไม่ไหว หอภาพยนตร์แห่งชาติต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเก็บและรักษาฟิล์มหนังมากกว่าที่จะเน้นเรื่องการนำหนังนั้นออกเผยแพร่ ถ้าใครเป็นแฟนประจำรายการฉาย ภาพยนตร์สโมสร ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ คงจะสังเกตเห็นได้จากโปรแกรมรายชื่อหนังที่จัดเข้ามาฉายในแต่ละเดือน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังที่มีให้เห็นตามท้องตลาดทั่ว ๆ ไป ซึ่งก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้แฟนรายการภาพยนตร์สโมสรค่อย ๆ หดหายไปเรื่อย ๆ

ณ วันนี้ หากหอภาพยนตร์แห่งชาติ ยังไม่ยอมเปลี่ยนจุดยืน ยังดึงดันที่จะเก็บอนุรักษ์หนังในรูปแบบฟิล์มหนังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผมคิดว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติ ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะช่วยหนังไทยเก่า ๆ ได้อีกแล้วครับเพราะการทำสำเนาฟิล์มหนังขึ้นมาใหม่สักเรื่องหนึ่ง ต้องใช้เงินเป็นแสน ๆ บาท บางเรื่องอาจจะเกินล้านบาทด้วยซ้ำ ลำพังแต่เพียงเงินงบประมาณน้อยนิดที่หอภาพยนตร์แห่งชาติได้รับมาในแต่ละปีนั้น ก็ไม่มีทางที่จะช่วยหนังได้แล้วครับ เมื่อพิจารณาถึงข้อนี้แล้ว จึงสรุปได้เลยว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติไม่อยู่ในสภาพที่จะช่วยหนังไทยเก่า ๆ ได้แล้วครับ แม้ว่า การขอปรับตัวเองเป็นองค์การมหาชนคือเป้าหมายที่หอภาพยนตร์แห่งชาติมองว่า เป็นทางรอดทางหนึ่งซึ่งจะส่งผลดีแก่การช่วยหนังไทยเก่า ๆ ได้นั้น แต่ถึงวันนี้ ก็ยังไร้วี่แววที่จะได้รับการสนองตอบอย่างจริงจังจากภาครัฐ ผมคิดว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติต้องไม่ลืมว่า ฟิล์มหนังและอุปกรณ์เครื่องฉายหนัง ก็มีวันหมดอายุเช่นเดียวกัน ฉะนั้น แม้จะรักษาฟิล์มหนังไว้ได้ แต่ถ้าไม่มีเครื่องฉายหนัง หนังเหล่านั้นก็จะหมดคุณค่าไปในตัว หอภาพยนตร์แห่งชาติน่าจะปรับศักยภาพตัวเองเท่าที่มีอยู่ทุกวันนี้ในการคิดที่จะช่วยหนังไทยเก่า ๆ ไว้ก่อน ผมคิดว่า คนที่ชอบดูหนังไทยเก่า ๆ นั้น เขาจะให้ความสนใจที่คุณค่าของเนื้อหนังมากกว่าฟิล์มหนังซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอกนะครับ ทางออกง่าย ๆ ตอนนี้ เพียงแค่ปรับจุดยืนเล็กน้อย โดยคิดเสียว่า หากยังไม่มีเงินเป็นล้านเพื่อใช้ทำสำเนาฟิล์มหนังแต่ละเรื่องแล้ว ก็น่าจะใช้เงินที่มีอยู่นั้นมาจัดทำเป็น โครงการช่วยหนังไทยก่อน โดยนำฟิล์มหนังไทยเก่า ๆ ทุกเรื่องที่มีอยู่ทั้งหมดและโดยเฉพาะที่ยังไม่มีแผ่นวีซีดีตามท้องตลาดมาจัดทำสำเนาในรูปแบบม้วนวีดีโอหรือแผ่นดีวีดีไว้แทน อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมเมื่อฟิล์มหนังเหล่านั้นเสียหายไปหมดซึ่งวิธีนี้ก็ยังถือได้ว่า เป็นการช่วยอนุรักษ์ความเป็นหนังได้เช่นเดียวกัน

ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็เพราะเห็นว่า หอภาพยนตร์แห่งชาติเป็นแหล่งที่เก็บฟิล์มหนังไทยเก่า ๆ ไว้มากที่สุด จึงถูกคาดหวังสูงจากคนรักหนังไทยเก่า ๆ จึงควรรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาบ้าง แต่ถ้าเป็นในส่วนของภาคเอกชนแล้ว แม้เดิมจะเคยมีหลายบริษัทที่ผลิตวีซีดีหนังไทยเก่า ๆ แต่ส่วนใหญ่ ก็มักจะเป็นการซื้อมาสเตอร์เทปสำเร็จรูปมาผลิตจำหน่ายเท่านั้น จึงยังไม่ขอกล่าวถึงนะครับ แต่ถ้าเป็นผู้ผลิตวีซีดีที่เริ่มต้นกระบวนการคล้าย ๆ กับการทำหน้าที่เป็นหอภาพยนตร์แห่งชาติแล้ว ก็ต้องยกให้ ค่ายพันธมิตรฟิล์ม ครับ

การผลิตและจำหน่ายวีซีดีหนังไทยเก่า ๆ ของค่ายพันธมิตรฟิล์มนี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2543 โดยมี คุณปริภัณฑ์ วัชรานนท์ (โต๊ะ) หัวหน้าทีมพากย์พันธมิตร เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินการทั้งหมด เหตุผลหลัก ๆ ในการลุกขึ้นมาทำวีซีดีหนังไทยเก่าก็เพราะว่า คุณโต๊ะเป็นคนรักหนังไทยเก่า ๆ ชอบซื้อและสะสมหนังไทยเก่า ๆ แต่ที่ผ่านมามักจะก็พบกับปัญหาว่า ผู้ผลิตหนังไทยเก่ามักจะมองข้ามในเรื่องของคุณภาพของภาพและเสียงที่ทำออกมา ตลอดทั้งไม่ค่อยใส่ใจกับการให้ข้อมูลเบื้องหน้าเบื้องหลังของหนังแต่ละเรื่องด้วย ก็เลยอดรนทนไม่ได้ โครงการคิดถึงหนังไทย จึงเกิดขึ้นในปีนั้น โดยพยายามคัดหาหนังไทยเก่าที่คนหลายคนยังคิดถึงและเป็นหนังที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตกลับมาทำเป็นวีซีดีให้เราได้ดูกันอีก

การทำงานของค่ายพันธมิตรฟิล์ม จะเริ่มต้นจากการสืบเสาะค้นหาฟิล์มหนังเป้าหมายเรื่องนั้น ๆ ก่อนว่า ยังมีฟิล์มต้นฉบับ (เนกาตีฟ) เก็บไว้หรือไม่ ซึ่งถ้ามี ก็จะเลือกใช้ฟิล์มต้นฉบับนั้นในการเทเลซีนภาพและเสียงเพราะจะทำให้ได้ภาพเสียงคมชัดที่สุด แต่ถ้าไม่มีฟิล์มต้นฉบับ ก็จะพยายามหาฟิล์มก๊อบปี้ที่สมบูรณ์มากที่สุด มีเส้นฝนน้อยที่สุด เว้นแต่ถ้าเป็นฟิล์มก๊อบปี้สุดท้ายจริง ๆ ก็จำเป็นต้องนำฟิล์มชุดนั้นมาใช้เพื่อเป็นการช่วยอนุรักษ์หนังเรื่องนั้น ๆ ด้วย ขั้นตอนที่ยากที่สุดของงานนี้ก็คือ การออกค้นหาฟิล์มก๊อบปี้ที่กระจัดกระจายอยู่กับหนังกลางแปลงตามต่างจังหวัด ยิ่งถ้าเป็นหนังยุคมิตร-เพชราซึ่งเป็นหนัง 16 ม.ม.ด้วยแล้ว ก็ยิ่งยากลำบากเข้าไปอีก ทำให้ฟิล์มหนังแต่ละเรื่องที่ค่ายพันธมิตรฟิล์มได้มานั้น มีเรื่องเล่าขานจากคนที่เก็บฟิล์มไว้ให้ฟังมากมาย บางเรื่องก็เปิดเผยได้ บางเรื่องก็เปิดเผยไม่ได้ หลังปกวีซีดีของค่ายพันธมิตรฟิล์มจึงมักจะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการออกค้นหาฟิล์มมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอ
จากปี 2543 เป็นต้นมา ค่ายพันธมิตรฟิล์มนำเสนออดีตของหนังไทยเก่าทั้งในยุค 16 ม.ม.พากย์สดและหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มในรูปแบบวีซีดี-ดีวีดีภายใต้ชื่อ โครงการคิดถึงหนังไทย โครงการ 1 แล้วก็ผ่านเข้าสู่ คิดถึงหนังไทย โครงการ 2 ก่อนที่ปัจจุบันจะปรับเปลี่ยนเป็นโครงการ Movie in my heart เพื่อช่วยหนังไทยเก่า ๆ ในยุคปลายให้มีโอกาสกลับคืนสู่ท้องตลาดให้มากขึ้น โดยกำหนดออกวีซีดีให้ได้เดือนละ 4 เรื่องและเป็นอันรู้กันในกลุ่มคนรักหนังไทยเก่าว่า ถ้าเป็นหนังของค่ายนี้แล้ว เรื่องคุณภาพไม่ต้องห่วง เขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด หนังเรื่องไหนเป็นเส้นฝน ก็จะบอกกล่าวถึงเหตุผลไว้ก่อน ถึงแม้ราคาจะสู้กว่าหนังค่ายอื่น ๆ แต่ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนรักหนังไทยเพราะเขามองว่า นั่นคือ มรดกหนังไทยชุดสุดท้ายแล้ว การเข้ามาผลิตจำหน่ายหนังไทยเก่า ๆ ของค่ายพันธมิตรฟิล์มจึงเป็นที่กล่าวขานในหมู่คนรักหนังไทยว่า นี่แหละคือ แหล่งสุดท้ายที่จะช่วยหนังไทยเก่า ๆ ได้จริง ๆ

การนำหนังไทยเก่า ๆ กลับคืนมาในรูปแบบวีซีดีหรือดีวีดีนั้นมีปัญหาหลายอย่าง แต่ที่วิกฤติและน่าเป็นห่วงมากที่สุด ก็เห็นจะเป็นเรื่องจิตสำนึกของคนไทยในการให้ความรักหนังไทยเก่าๆ เพราะทุกวันนี้ยังมีอยู่น้อยจริง ๆ อนาคตของหนังไทยเก่าๆ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง... หากแต่ขึ้นอยู่กับพวกเราคนไทยทุกคนเท่านั้นที่จะช่วยกัน....


.........................................

จาก: มนัส138
วันที่: 15/03/50 - 0:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 218
เรียนถามคุณมนัสฯครับ

ค่ายพันธมิตร (XxX ในปัจจุบัน) สามารถจะไปขอซื้อฟิล์มหนังไทยเก่าๆที่หอภาพยนตร์แห่งชาติ ที่คุณมนัสฯบอกว่ายังมีอีกหลายเรื่อง เพื่อจะนำมาเทเลซีน และทำออกมาเป็น VCD ให้พวกเราชมได้หรือไม่ครับ

เพราะผมมีความรู้สึกเสียดายครับ หนังไทยเก่าๆหลายเรื่องต้องถูกปล่อยทิ้งไว้อยู่ในหอภาพยนตร์ ตรงนี้น่าจะมีการคุยกันบ้างนะครับ ในเมื่อหอภาพยนตร์แห่งชาติไม่มีงบประมาณ ก็น่าจะให้ค่ายหนังที่ยังพอมีกำลังทรัพย์และมีความตั้งใจในการผลิตหนังไทยเก่าๆ อย่างเช่นค่าย XxX มาทำในส่วนตรงนี้

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 15/03/50 - 0:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 219
เห็นด้วยกับคุณมนัสเป็นอย่างยิ่ง....
ปัจจุบันหอภาพยนตร์แห่งชาติ(ไทย)..กลายเป็นเพียงสุสานฝังศพฟีล์มหนังไทย หรือเป็นเมรุที่ใช้เผาศพ(ฟีล์ม)หนังไทยเท่านั้น..เรื่องไหนชำรุด-เสียหายก็แก้ไขไปก่อนอันไหนยังทนได้ก็รอไปก่อนยังงี้!!!หนังหลายเรื่องมาตายที่หอภาพยนตร์เหมือนคนไข้มาตายเมื่อถึงมือหมอ..น่าเศร้าและเสียดาย3...
หอภาพยนตร์เดี๋ยวนี้..หาใช่โรงพยาบาลอย่างที่คาดหวังไว้ว่าจะช่วยให้หนังไทยเก่าๆแก่ๆทั้งหลายจะมีอายุยืนยาวต่อไปจนถึงยุคลูกหลานเรา..ไม่...ถ้าหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการใหม่ๆ..หนังที่มีอยู่ที่หอฯก็คงตายครึ่งเหลือครึ่งๆของทั้งหมด...(นี่!คิดในแง่ดีสุด..แล้วนะนายจ๋า..)
โทษใคร...โทษรัฐสิครับ...อ้างจังว่าเป็นวัฒนธรรมของชาติ..จัดงานเฟสติวัลๆอวดชาวบ้านเหยงๆ..เอาแต่หน้า..ไม่มาดูแลเบื้องหลังการถ่ายทำเลย..ว่าเป็นอย่างไร..ทุเรชั่นว่ะ..../การทำงานอนุรักษ์มันต้องใข้เงิน..เมื่อไม่มีเงินให้ก็ต้องวางกฎเกณฑ์ให้องค์กรนั้นๆสามารถหาเงินได้เอง..เพื่อนำมาใช้ในงานที่ทำ...นี่เงินก็ให้น้อยแถมยังห้ามทำขายเอง ห้ามนำฟีล์มมาหาประโยชน์...แล้วจะเอาตังค์ที่ไหนมาจ่ายค่าน้ำยา ค่าอุปกรณ์...
รัฐบาล(ไทย)ก็ยังงี้...
ขนาดเปิดให้ตั้ง..สถานีฟรีทีวีใหม่...ยังห้ามโฆษณา ให้มีแต่ข่าวห้ามรายการบันเทิง...มีตำราเล่มไหนสอนไว้ละพี่.../คนที่เป็นที่ปรึกษาท่านรัฐมนตรีทั้งหลายก็อาจารย์ที่สอนมหาวิทยาลัยทั้งน้าน..รู้เรื่องดี..แต่ทำไมไม่เถียงบ้าง...ทีวีเขามีไว้กระจายข่าวสาร สาระ บันเทิง คนจัดต้องใช้เงินสูงในการจัด รายได้ผู้จัดต้องมาจากการโฆษณา...อันนี้แน่นอนตายตัว...แต่บ้านนี้เมืองนี้จะทำทีวีที่ไม่โฆษณา..ให้ได้.../ตั้งช่อง9..ช่อง11..มาไอทีวี..มีสำเร็จสักช่องไหม..ก็มันสวนกับความเป็นจริง..ยังไงๆก็เจ้ง!!!
งบประมาณไม่มีให้...หาเงินเองก็ผิดกฎหมาย...มีทางอื่นให้เลือกอีกไหม ...พี่น้อง

จาก: โต้ง
วันที่: 15/03/50 - 8:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 220



ผมเห็นด้วยกับคุณโต้งครับ
ถ้าเป็นเรื่องจริงอย่างที่คุณโต้งได้พูด เกี่ยวกับภาพยนตร์ไทยหลาย
เรื่องที่ หอภาพยนตร์ดูแลอยู่ แต่งบประมาณมีน้อยบางเรื่องก็ ฟีล์มเสื่อมเสียหายไปอย่างน่าเสียดาย จะนำออกมาให้องค็กรอื่นๆเข้ามาสนับสนุน
หรือจะทำหนังออกมาเพื่ออนุรักษ์ ให้ประชาชนได้เก็บรักษาไว้ก็ไม่ได้
สิ่งเหล่านี้นับวันแต่หนังไทยเก่าๆจะสูญหายไป เพราะหนังเหล่านี้เก็บ
ไว้ที่เดียว ไม่ให้ประชาชนได้ร่วมช่วยอนุรักษ์ไว้เลย ผมอีกคนหนึ่งชอบ
ดูหนังไทยและอนุรักษ์หนังไทยเก่าๆไว้มากพอสมควร จากหลายบริษัท
ที่ผลิตในประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่ผลิตหนังออกมาอย่างมีคุณภาพเช่น
พันธมิตร มงคล โรส และสุดท้าย ทริปเปิ้ล XXX ผมก็ไดชมหนังไทย
จากบริษัทเหล่านี้ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวมีจิตวิญญาณของคนไทย ที่
จะช่วยสืบสานหนังไทย ให้อยู่คู่คนไทยตลอดไป แก่อนุชนรุ่นหลัง ผมขอ
คารวะกับคุณที่มีวิญญาณของความเป็นไท
ผมทราบว่าบริษัททริปเปิ้ล XXX จะหยุดผลิตหนังประมาณ 3 - 4เดือน ก็พอทราบเหตุผลเบื้องต้นว่า บริษัทมีหนังค้างสต๊อกไว้มาก หมายถึง การสนับสนุนหนังไทยเก่าๆ ของคนไทยมีน้อย ผมอยากจะเห็นคนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นหลังได้ดูหนังไทยมากๆ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทที่ผลิตหนังไทยเหล่านี้พออยู่ได้ ไม่ขาดทุนจนเกินไป ผมได้ทราบมาก็อดใจหายไม่ได้ เพราะปกติบริษัทจะผลิตหนังไทยออกมาทุกเดือนๆละ 4 เรื่อง
และสิ่งที่ผมไม่อยากได้ยินมากที่สุดในอนาคตคือ เลิกผลิตหนังไทยเก่าๆแล้ว
สุดท้ายผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกบริษัทฯ จงทำหน้าที่ต่อไปเถอะครับ
คุยกับผมได้ 036-266496




จาก: สัญชัย
วันที่: 15/03/50 - 11:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 221
ผมเป็นคนที่ชอบดูหนังมาแต่เด็กๆยังนึกถึงหนังเก่าๆหลายเรื่องซึ่งอยากได้มาฉายให้นักเรียนในยุคนี้ได้ชมเพื่อให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของคนในรุ่นปู่ย่าเช่นเรื่องหยกแก้วที่มิตรแสดงคู่กับเพชราถ้าจำไม่ผิดจะมีการสีข้าวด้วยมือและตำข้าวด้วยครกกระเดื่องที่ตำข้าวเปลือกออกมาเป็นข้าวสารซึ่งอยากให้คนในรุ่นนี้ได้ดู คาดว่าคงหมดหวังแล้ว ผมได้คุยกับคนฉายหนังกลางแปลงที่นครปฐมเขาบอกผมว่าได้มีการทิ้งฟลิมหนังไปคงตกร้อยกว่าเรื่องผมก็ได้แต่เสียดายที่ไปเจอเขาช้าไปแต่ยังได้ข่าวเรื่องฟลิมเรื่องอื่นๆอีกจะพยามยามตามให้ได้ ผมทำราชการที่สุพรรณบุรีจึงขาดความต่อเนื่อง ผมเห็นความพยายามของคุณมนัสที่จะอนุรักษ์หนังไทยฟรีครับช่วยด้วยใจ

จาก: สีนวล
วันที่: 15/03/50 - 11:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 222
ไม่ทราบคุณ เนตรเบอร์อะไรหล่ะครับ จะได้โทรไปถูกครับ

จาก: sun
วันที่: 15/03/50 - 20:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 223
เห็นด้วยกับบทความข้างต้นอย่างมาก และรู้สึกเสียดายในความเป็นหอภาพยนตร์ค่ะ ขอย้ำว่าเสียดาย ฟิล์มหนังมันก็มีอายุของมันถ้าเกิดเรามัวแต่มาอนุรักษ์ในความเป็นฟิล์มแล้วไม่ทำ Copy ไว้อีกไม่นานหอภาพยนตร์ก็จะไม่มีหนังไว้ให้อนุรักษ์ขอย้ำว่าอนุรักษ์ ก็จะอนุรักษ์ได้อย่างไรในเมื่อหนังไม่มีแล้ว และต่อไปในอนาคตก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องมีหอภาพยนตร์ (อุดมการณ์ค่ะ ต้องยอม)

จาก: จาจา
วันที่: 16/03/50 - 0:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 224
สรุปสั้นๆ เอาให้ได้ใจความเลยนะ เมื่อไม่มีฟิลม์หนังแล้ว ก็คงยุบหน่วยงาน
หอภาพยนตร์ไปโดยปริยาย เพราะไม่มีอะไรจะทำแล้ว ดีไหมครับพี่น้อง

จาก: เอกชัย
วันที่: 16/03/50 - 7:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 225
ที่จริงที่ทราบมา..ที่หอฯมีการทำสำเนาหนังเก็บไว้ครับ...แต่ทำไปซ่อมไปที่ละนิดละหน่อย..มันไม่ทันกับความสาหัสของคนป่วย..เหมือนรถไฟ2ขบวนชนกันคนเจ็บ-ตาย2พันกว่าคน..หมอเล่นให้ยืนเข้าแถวไล่ทายาแดงทีละคนๆ..คนท้ายๆก็ล้มไปที่ละคนๆ..เช่นกัน..
และทำไว้ให้คนไปขอดูเอาเองที่หอฯ...ศาลายา..จากบ้านผมไป-แล้วกลับก็วันหนึ่ง..ไม่ต้องคิดถึงคนต่างจังหวัดที่อดดูแหงแซะ...
ระบายออกบ้างแล้วก็สบายใจ...ไปละครับพี่น้อง..

จาก: โต้ง
วันที่: 16/03/50 - 8:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 226



ขอให้ดูหลักความเป็นจริงบ้างว่า...ฟิล์มหนังมันมีอายุขัยของมัน จะทำอย่างไรที่จะไม่ไห้มันหายไป..การที่รักษาฟิล์มมันก็ดีอยู่ แต่ณ.ปัจจุบันเราร้องเรียกงบประมาณในการรักษาฟิล์มไม่ได้..ก็ไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่ได้เลย เรามีวิธีตั้งหลายวิธีที่จะทำให้มันดูได้ไม่ไช่หรือค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 16/03/50 - 11:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 227
สวัสดีครับทุกท่าน

ผมได้อ่านความคิดเห็นที่แสดงเกี่ยวกับบทความที่ผมเขียนไว้ข้างต้นแล้ว
บอกตรง ๆ นะครับว่า ดีใจและรู้สึกเหมือนจะไม่โดดเดี่ยวอีกแล้วครับ..
ผมว่า คุณค่าของหนังไทยนั้นอยู่ที่ใจของพวกเราทุกคน...
แม้ว่า แต่ละคนจะชื่นชอบหนังไทยหรือพระเอก-นางเอกแตกต่างกันไป
แต่โดยเนื้อแท้แล้ว ทุกคนก็ชอบหนังไทย....

บังเอิญว่า ผมเป็นคนชอบแสวงหาหนังไทยเก่า ๆ มาดูและบังเอิญได้
มีส่วนร่วมในการช่วยหนังไทยเก่า ๆ มาบ้าง ก็เลยรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่
จะทำให้หนังไทยเก่า ๆ ออกมาไม่ได้.. ก็เลยเอามาบอกกล่าวให้ฟังเผื่อ
ว่า หลายคนช่วยกันคิด จะได้มีช่องทางในการช่วยหนังไทย

ส่วนเรื่องของหอภาพยนตร์ฯ นั้น เท่าที่ทราบตอนนี้ การนำฟิล์มมาทำเป็น
วีซีดีหรือดีวีดีนั้นแทบจะไม่ได้ทำเลยครับ...เพราะเขาไม่มีนโยบายด้านนี้
อยู่แล้ว..

ผมว่า หากเป็นคอหนังเก่า ๆ อย่างพวกเราแล้ว คิดว่าถ้าได้เข้าไปอยู่หรือ
ช่วยทำงาน ก็คงสนุกแน่ ๆ เพราะแค่เห็นรายชื่อหนังเก่า ๆ ที่ไม่มีในท้อง
ตลาดแล้ว รับรองอยากดูกันเป็นแถว ๆ เสียดายที่ความเห็นของผมหรือ
ของเพื่อน ๆ มักไม่ได้รับการสนองตอบจากคนที่เกี่ยวข้อง...
บอกตรง ๆ ครับว่า น่าน้อยใจแทนหนังไทยเก่า ๆ อย่างน้อย ๆ ผมว่าถ้า
ฟิล์มหนังมันพูดได้ มันร้องได้ มันคงร้องออกตอนแรก ๆ ตอนที่เขาขนย้าย
มันมาที่หอฯ ว่า ดีใจและจะรอดตายแล้ว....แต่เวลาผ่านไปจนถึงวันนี้
ผมว่า ฟิล์มหนังมันคงนั่งร้องไห้ หรือไม่ก็ตายไปแล้วครับ....

คุณค่าของหนังไทย ไม่ได้อยู่ที่ฟิล์มนะครับ แต่มันอยู่ที่ภาพที่ปรากฏอยู่
บนฟิล์มว่า เป็นภาพอะไร แน่นอน ฟิล์มก็มีความสำคัญ เพราะถ้าไม่มี
ฟิล์ม ก็ไม่มีภาพ แต่ ณ สถานการณ์จำเป็นเร่งด่วนขณะนี้ เมื่อเงินไม่พอจะ
ช่วยรักษาฟิล์มไว้ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ยอมทำอย่างอื่น
เพื่อช่วยภาพบนฟิล์มให้คงอยู่ต่อไปนะครับ.. วิธีการมันมีและก็ไม่แพง
ไม่ยาก อย่างที่คิดนะครับ อยากขอร้องๆๆๆๆๆ

แล้วเพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรบ้างครับ...




จาก: มนัส138
วันที่: 16/03/50 - 22:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 228
เห็นด้วยกับคุณมนัส เป็นอย่างยิ่ง ขอให้ทางผู้มีอำนาจโปรดช่วยอนุรักษ์หนังไทยให้คงอยู่ต่อไป ขณะนี้เราก็เสียหนังไทยเก่าๆดีๆไปมากมาย(ไม่ทราบกี่ร้อยเรื่องแล้ว) มันหวนกลับคืนมาไม่ได้แล้ว ฟิล์มเสียยังผลิตใหม่ได้ แต่ภาพของหนังที่เสียไป เราหาใหม่ไม่ได้แล้ว เรายังจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ให้มันสูญเสียมากกว่านี้อีกหรือครับ เมื่อทางภาครัฐไม่ได้ให้ความสำคัญคือให้งบมาน้อยมาก เรามีวิธีทางอื่นไหม ลองช่วยกันคิดหาทางดู พวกผมคนรักหนัง พร้อมที่จะช่วยเต็มที่(เท่าที่จะช่วยได้) ไม่ว่าจะเป็นกำลังกาย กำลังใจ หรือกำลังเงินอันน้อยนิดแต่มากด้วยความรักในหนังไทย(ข้อหลังนี่รัฐบาลจะเสียหน้าเอานา ทีเงินเป็นพันเป็นหมื่นล้านเสียเปล่าๆไปก็มีไม่น้อยแล้ว) เป็นอีก 1 เสียง 1 กำลังใจ ร่วมกับคุณมนัสและเพื่อนๆผู้รักหนังไทยทุกท่านครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 16/03/50 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 229
ผมพอจะทำใจได้แล้ว และจะค่อยๆปลงครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 17/03/50 - 9:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 230
แหม..พี่เอกชัยขา.. ทำไมปลงเร็วเหลือเกิน ๆๆๆ
นี่ถ้า พี่เอกรู้ว่า ยังมีฟิล์มหนังที่กรุง ศรีวิไล เล่นอยู่และสภาพพอฉายได้
แต่เขาไม่ยอมเอาไปทำเทปไว้ แต่ปล่อยให้มันค่อย ๆ เสียชีวิตไป
เหมือนคนเป็นมะเร็งหนะ
สมมุติว่า พี่เอกเป็นหมอ แล้วรู้อาการคนไข้
ว่ายังมีทางรอดได้ พี่เอกจะปล่อยให้คนไข้ตายหรือเปล่าค่ะ
(แต่ที่เท่าที่รู้ มีหมอบางคนกำลังปล่อยคนไข้รายนี้ตายอย่างช้าๆๆ
เพราะอ้างว่า ขาดแค่เงินเท่านั้น..)
อย่างนี้ ต้องไปดูรายการ คนค้นฅน ตอนผีบ้าแห่งอมก๋อย
ที่เขาพยายามจะช่วยรักษาชาวบ้าน ทั้ง ๆ ที่เขาไม่มีเครื่องมืออะไรเลย...

หนังก็เหมือนกัน แค่มีฟิล์ม มีเครื่องฉาย มีกล้องวีดีโอ มีเทป ก็ช่วยได้
แล้ว ตามความคิดของหนู (นี่แค่ เอาหัวเข่าคิดนะค่ะ)
แล้วพี่เอก จะว่าไงค่ะ


จาก: แพ
วันที่: 17/03/50 - 12:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 231
เข้ามาอ่าน...แล้วเคาะผ่านไปก่อนครับวันนี้
คิดไม่ออก บอกไม่ถูก..เพราะกำลังเจ็บหัวเข่าอยู่จ๊ะ...นู๋แพ

จาก: โต้ง
วันที่: 17/03/50 - 12:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 232
น้องแพครับ พี่ก็แค่ญาติผู้ป่วยเท่านั้น คนป่วยหรือญาติพี่จะเป็นจะตาย
มันอยู่ที่มือหมอ ถูกต้องแล้วครับ แต่ถ้าหมอดันทะลึ่่งเห็นอาการป่วยของญาติพี่มันจะหาย
ได้เอง หรือมาบอกว่าไม่ต้องกังวล ยังอยู่ได้อีกนาน ทั้งๆที่ญาติพี่เขาป่วยเป็น
มะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว จะให้พี่ทำไงดีครับ ในเมื่อหมอคนนั้นดันเก่งเกิน
วินิจฉัยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายว่าจะอยู่ได้อีกนาน ไม่มีปัญหา

พี่ทำได้อย่างมากก็แค่ให้กำลังใจ พี่ทำได้เท่านั้นจริงๆ (เศร้า)
นอกนั้นก็อยู่ที่ ปาฏิหารย์ ครับ

พี่จะพยามยามระวังรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
หากยังไม่หมดลมหายใจก็คงยังมีสิทธิ์ที่จะคิดจะฝัน ว่าสักวันหนังไทย
เรื่องอดีตที่เคยได้ดู จะมีโอกาสไ้ด้ดูอีกครั้ง ...

จาก: เอกชัย
วันที่: 17/03/50 - 20:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 233
พี่เอกชัยคะ...ขอคำนิยามของคำว่าปาฏิหารย์ค่ะ...อยากเทียบเคียงกับคำว่าปฏิหารย์ที่แดงทราบ...

จาก: แดง
วันที่: 17/03/50 - 20:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 234
ของพี่ หมายถึง สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ หรือ ไม่น่าเป็นไปได้
สั้นๆตามนี้ล่ะครับ ของน้องแดงเป็นไงล่ะครับ สำหรับ นิยาม
คำว่า "ปาฏิหารย์"

จาก: เอกชัย
วันที่: 18/03/50 - 8:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 235
ใครมีปาติหาน..บ้าง
ยาด..ผมป่วยเป็นมะเส็ง..ขั้นสุดท้าย..แม่บอกว่าเหลือแต่ปาติหานเท่านั้นที่จะช่วยยาดผมได้...
ผมมีเงินอยู่ 85บาท(เก็บไว้ซื้อวีซีดีบ.xxx)...อยากจะขอซื้อปาติหาน...ได้ไหมครับ...ช่วยด้วยเถอะครับ...(อย่ามัวแย่งอำนาจกันอยู่เลย!!)..ไปล่ะพี่

จาก: โต้ง
วันที่: 18/03/50 - 10:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 236
ถ้าจะต้องส่ง mail กันเหนื่อยละครับ ลุงโต้ง กว่าจะมี ปาฏิหารย์ 555
ขอลาเหมือนกันครับ ไปล่ะ พีน้อง

จาก: เอกชัย
วันที่: 18/03/50 - 10:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 237
ช่วยปล่อยหมอ..สะกิดเข่า
ออกจากหอฯ ด้วยเถอะคะ
เปมิกู ขอร้อง

จาก: เปมิกู
วันที่: 18/03/50 - 10:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 238
แดงเห็นว่าทุกท่านร่วมกันคุยเรื่อง"ปาฏิหารย์"
ได้น่ารักดีนะคะ..ทั้งนู๋แพ ลุงโต้ง พีเอกชัย คุณเปมิกู...แดงก็มีคำนิยามที่คิดว่าน่าจะเป็นไปในทางเดียวกันนะคะ..เดี๋ยวกลับมาเล่านะคะขอเวลาสกัด(ยาขนาน"ปาฏิหารย์"..).เพราะอยู่ลึกสักหน่อย..งงรึยังคะ...แล้วจะมาเพิ่มเติมค่ะ...


จาก: แดง
วันที่: 18/03/50 - 11:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 239
นู๋แพไม่ใช่คนชอบดูหนังแบบเอาเป็นเอาตาย..
แต่ที่นู๋แพคิดง่ายๆว่าหนังที่ขายในท้องตลาดที่ทุกคนเก็บไว้ดูที่บ้าน
ก็มีแค่ฟิล์ม เครื่องฉาย กล้อง เทป ก็ทำออกมาเก็บหรือขายได้แล้ว
แม้จะไม่ชัด มีเส้นฝน..แต่คนดูก็มีความสุข...เกิดปัญญา หลังจากได้ดู

เทียบกันกับ..การอ่านหนังสือ...ระหว่างการอ่านจากต้นฉบับจริงๆ
กับการอ่านที่ถ่ายสำเนา..คนอ่านก็เกิดปัญญาได้เหมือนๆกัน
เว้นแต่บางคนที่หลงใหลต้นฉบับ....จนเกินไป
ไม่ให้คนอื่นได้อ่านหรือถ่ายสำเนา..ไปอ่าน
แล้วคนอื่นๆจะเกิดปัญญาตามได้อย่างไร

การศรัทธาในสิ่งที่เราชอบนั้น
ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบสิ่งนั้นด้วยตนเอง
นู๋แพอยู่เชียงใหม่ มีโอกาสได้ไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพมากกว่าคนอื่นๆ
แต่คนที่เขาไม่มีโอกาสมา...ก็ศรัทธาองค์พระธาตุเหมือนกัน
แม้จะมีแต่รูปภาพแต่เขาก็ยังยกมือไหว้..
ไม่ได้ไหว้กระดาษนะ..แต่เขาไหว้เพราะศรัทธาองค์พระธาตุ

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือการล่มสลายของพระธาตุพนม
แล้วมีการบูรณะใหม่ เขาบูรณะจากจินตนาการ ความทรงจำ
หรือจากการดูภาพที่บันทึกไว้..จากสมัยก่อน
นี่คือประโยชน์ของการบันทึกภาพ..หรือการถ่ายเอกสารในรูปแบบอื่น
เช่นกัน....กับหนัง
ซึ่งในอนาคตข้างหน้า..เมื่อฟิล์มไม่มี..สิ่งที่เราบันทึกไว้
ก็จะเป็นประโยชน์

ที่พูดมาเพราะรักหนังไทย..
แล้วไม่อยากให้หนังไทยแต่ละเรื่อง..ตายไป
โดยที่ไม่ได้ทำเทป หรือวีซีดี ไว้ให้ลูกหลานไว้ดูเลย
อาเมน..

ไม่รู้จะสรรหาคำมาอธิบายแล้ว...
นู๋แพยังปวดหัวเข่าเลย..เจอนักเรียน
ตัวกู..ของกู..อย่างนี้...


จาก: นู๋แพ
วันที่: 18/03/50 - 11:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 240



น้องยีนลูกสาวพี่แดงไปทัศนะศึกษาจ.มุกดาหาร..กับทางโรงเรียน..ได้รูปพระธาตุพนมมาฝากคุณแม่แดงด้วย...นู๋แพเล่าถึงก็ขอลงรูปนิดนึงนะคะ...

จาก: แดง
วันที่: 18/03/50 - 11:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 241
และรูปพระธาตุพนมเรื่องนี้ก็ดูอยู่ในใจพี่แดงตั้งแต่เห็นรูปที่น้องยีนลงคอมฯไว้..พี่แดงกำลังคิดว่าจะลงในโอกาสอย่างไร...คำว่า"ปาฏิหารย์"ที่เราคุยกันและที่หนูแพเล่าตาม...ความคิดเห็นที่ 239....ทำให้พี่แดงได้ลงรูป...และเข้ากับคำอธิบายเรื่อง"ปาฏิหารย์"...ที่พี่เอกชัยพาเราพูดถึงกันค่ะ....แม้จะเป็น"ปาฏิหารย์..เล็กๆน้อยๆแต่พี่แดงมักจะได้มา..จากที่เรียกว่าพลังรักบริสุทธิ์...."ปาฏิหารย์"...จะเกิดเองไม่ได้ค่ะ...ต้องมีพลังจิตบริสุทธิ์จากอย่างน้อยหนึ่งคนก่อนและต้องมีคนอื่นๆด้วย.....ขอเวลาคิดคำอธิบายก่อนค่ะ..


จาก: แดง
วันที่: 18/03/50 - 11:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 242



เอาปกหนังมาฝาก2-3เรื่อง
แก้เหงา ทุกคนพยายาม และร่วมอนุรักษ์หนังไทย
แม้ว่า ช่วงนี้ไม่มีหนังของ XXX ออกมาใหม่ก็ตามที

จาก: Sanchai
วันที่: 18/03/50 - 14:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 243



อีกเรื่องหนึ่งผมมีสะสมไว้ ดูบ่อยมาก

จาก: sanchai
วันที่: 18/03/50 - 15:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 244



เรื่องนี้ก็อีกเรื่องที่น่าดู

จาก: sanchai
วันที่: 18/03/50 - 15:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 245
เห็นด้วยกับพี่ ๆ ทุกท่านเป็นที่ซู้ด โดยเฉพาะนู๋แพ

เมื่อไหร่จะมีคนคิดได้เหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ ซักทีหนอ โฮ้ย.......ไม่ปลง


จาก: จาจา
วันที่: 18/03/50 - 22:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 246
ขอนุญาตท่านเจ้าของกระทู้คุณมนัส138....เพิ่มเติมความคิดเห็นที่ 238

คัดมาเฉพาะคำว่าปาฏิหารย์นะคะ....
http://web.schq.mi.th/~suriyon/suri_a22.htm...
22. พุทธศาสตร์ศึกษาโดยวิธีอุปมาอุปมัย
เรื่อง “วิธีทำบุญให้ได้ผลที่สุด” (ตอนที่ ๖ การอธิษฐาน)

พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์



--------------------------------------------------------------------------------

คำว่า "ปาฏิหารย์" หมายถึง
การกระทำใดๆ เพื่อการขับไล่ ระงับยับยั้ง หรือ กำจัดสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ หรือ สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา การที่ไฟป่า
ต้องดับลงก่อนที่จะถึงที่ประทับของพระพุทธองค์เป็นการแสดงให้เห็นว่าสัจจบารมี และอธิษฐานบารมี
สามารถสร้างปาฏิหารย์ขึ้นได้

บุคคลที่จะสร้างปาฏิหารย์ได้ จะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถเป็นพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งตรงกับคำพระว่า
"อภิญญา" และจะเกิดขึ้นได้เมื่อจิตของผู้นั้นมีสมาธิเพียงพอ การฝึกจิตให้เป็นสมาธิจนกระทั่งเกิดอภิญญา
สามารถสร้างปาฏิหารย์ เช่น การเหาะเหินเดินอากาศ การแปลงร่าง การหายตัว ฯลฯ ที่เรียกว่า "อิทธิปาฏิหารย์"
นั้น ได้มีผู้สามารถกระทำกันได้มาตั้งแต่ก่อนพุทธกาลแล้ว หากนำเอาความสามารถพิเศษนี้ไปใช้ในทางที่ดี เป็น
บุญกุศล เช่น นำไปใช้ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น จะเรียกว่า "ไสยขาว
(White Magic)" ถ้านำไปใช้ในทางที่ชั่วร้าย ไม่มีศีลธรรม เบียดเบียนบุคคลอื่นให้เดือดร้อนเช่น เสกหนังควาย
เข้าท้อง ทำเสน่ห์ ฯลฯ จะเรียกว่า "ไสยดำ (Black Magic)" ทั้งสองประเภทมีชื่อเรียกรวมกันว่า "ไสยศาสตร์"

เพื่อเป็นการป้องกันมิให้สาวกนำเอาวิชาการนี้ไปใช้ในทางที่ผิด พระพุทธเจ้าจึงได้ ทรงกำหนดหัวข้อ
เรื่อง "ศีล" กำกับหัวข้อวิชาเรื่อง "สมาธิ" และ "ปัญญา" ไว้ด้วย มีชื่อเรียกรวมกันว่า "ไตรสิกขา" ผู้ที่หลงติด
ฝักใฝ่ อยู่กับอิทธิปาฏิหารย์ส่วนใหญ่จะมุ่งหวังผลจากการอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากสิ่งภายนอกให้เป็น
อำนาจดลบันดาล จึงทำให้ต้องดำรงชีพอยู่อย่างไม่มีอิสระ ขาดความมั่นใจในตัวเอง จะทำให้เป็นคนที่มีนิสั
ยเฉื่อยชา เลื่อนลอยเพ้อฝัน ขาดความเพียร ไม่ตัดสินใจลงมือกระทำการในโอกาสเวลาที่สมควร ไม่เร่งเว้นใน
สิ่งที่ควรเว้น ผัดวันประกันพรุ่ง ตั้งอยู่ในความประมาทตลอดเวลา สูญเปล่าทั้งเวลา และแรงงาน ซึ่งล้วนแต่ขัด
กับหลักพื้นฐานของพระพุทธศาสนาทั้งสิ้น ที่ได้ทรงสั่งสอนให้พึ่งตนเองเป็นสำคัญ

หากจะฝักใฝ่กับอิทธิปาฏิหารย์ แล้ว ก็ควรจะฝึกตนให้ทำปาฏิหารย์ได้เองจะดีกว่า ผมเชื่อว่า อยู่ใน
วิสัย ที่จะกระทำได้โดยการหมั่นบำเพ็ญสะสมบารมีต่างๆ ที่สามารถกระทำได้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ศีลบารมี
ทานบารมี ภาวนาบารมี เมตตาบารมี เป็นต้น ท่านผู้อ่านที่สนใจจะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการบำเพ็ญ
สะสมบารมีต่างๆ ได้จากบทความพุทธศาสตร์ศึกษาฯ ของผมเรื่อง "วิธีทำบุญให้ได้ผลที่สุด" ตอนก่อนหน้านี้
ซึ่งมีอยู่หลายตอนด้วยกัน ท่านที่ยังไม่เคยอ่านบทความของผมชุดนี้ ถ้าสนใจ ขอให้ติดต่อแจ้งความจำนงมา
ผมจะจัดส่งไปให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

------------------------------------------

เอกสารอ้างอิง
๑. "พุทธธรรม", พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุต.โต), มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. "ทศบารมี ทศพิธราชธรรม", วัดบวรนิเวศวิหาร, มหามกุฏราชวิทยาลัย



--------------------------------------------------------------------------------
ตอบพี่เอกชัยค่ะ..สำหรับปาฏิหารย์ตามความหมายของแดงก็ตามกระทู้
ความคิดเห็นที่ 241
และรูปพระธาตุพนมเรื่องนี้ก็ดูอยู่ในใจพี่แดงตั้งแต่เห็นรูปที่น้องยีนลงคอมฯไว้..พี่แดงกำลังคิดว่าจะลงในโอกาสอย่างไร...คำว่า"ปาฏิหารย์"ที่เราคุยกันและที่หนูแพเล่าตาม...ความคิดเห็นที่ 239....ทำให้พี่แดงได้ลงรูป...และเข้ากับคำอธิบายเรื่อง"ปาฏิหารย์"...ที่พี่เอกชัยพาเราพูดถึงกันค่ะ....แม้จะเป็น"ปาฏิหารย์..เล็กๆน้อยๆแต่พี่แดงมักจะได้มา..จากที่เรียกว่าพลังรักบริสุทธิ์...."ปาฏิหารย์"...จะเกิดเองไม่ได้ค่ะ...ต้องมีพลังจิตบริสุทธิ์จากอย่างน้อยหนึ่งคนก่อนและต้องมีคนอื่นๆด้วย.....ขอเวลาคิดคำอธิบายก่อนค่ะ..


จาก: แดง
วันที่: 18/03/50 - 11:46 น.

และตามกระทู้ที่...ทุกเรื่องราวเกี่ยวกับ ปิยะมาศ โมนยะกุล ตอนที่ 3...
ความคิดเห็นที่ 14


กลับมาตามสัญญา...วันนี้วันหยุดสงสัยคนเข้ากระทู้น้อย..
ครั้นวันธรรมดา..นู๋แพก็ติดงาน...เพียบ..ไม่ได้เข้ากระทู้
ใกล้ปิดเทอมแล้ว..ต้องทนเอาหน่อย....

เมื่อวานเปิดกระทู้ใหม่...เหมือนเป็นนิมิตหมายที่ดี...
พอกลับมาถึงบ้าน..
นู๋แพนั่งหน้าคอม..คิดอะไรเพลินๆ...
พี่สาวก็เปิดกระจก...แล้วยื่นซองจดหมายให้..
นู๋แพรับแล้วพลิกดูที่หน้าซอง....ดีใจสุดขีด...เพราะ
เป็นจดหมายจากดาราในดวงใจของนู๋แพ..ก็คือ..คุณปิยะมาศ..นั่นเอง
พี่ๆเพื่อนๆอาจจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา..ที่ดาราจะส่งจดหมาย
ให้แฟนๆสักคน......แต่ความรู้สึกของนู๋แพไม่ใช่....
มันพิเศษจริงๆค่ะ...นู๋แพไม่ได้ติดต่อกับคุณปิยะมาศมานานแล้ว
ตั้งแต่คุยกันทางโทรศัพท์ที่สุโขทัย...ก็ไม่ได้เขียนจดหมายไปเลย
แล้วจู่ๆคุณน้าปุ๊..ปิยะมาศก็ส่งจดหมายมา
นู๋แพรีบเปิดซองจดหมายก็พบกับรูปภาพ..
ด้านหลังก็จะเขียนข้อความ..ที่นู๋แพอ่านแล้งอึ้ง..ดีใจสุดขีด
เพราะอะไรนั้นพี่ๆที่ชื่นชอบดาราสักคนแล้วได้รับความเมตตาจากท่าน
แบบนู๋แพ จะมีความรู้สึกอย่างไรคะ...เหมือนนู๋แพหรือเปล่า

รักน้าปุ๊..สุดขีด...ปลื้ม..จบ

จาก: แพ
วันที่: 18/03/50 - 10:43 น.
ความคิดเห็นที่ 15
แวะเข้ามาชื่นชมด้วยคนนะครับ ขนาดพี่เป็นคนอื่นยังอดปลื้มใจและดีใจไปกับ
น้องแพ ด้วยจริงๆ

จาก: เอกชัย
วันที่: 18/03/50 - 10:49 น.
ความคิดเห็นที่ 16
ปลื้มและดีใจ..กับนู๋แพด้วยค่ะ...(พี่เอกชัยคะ..เริ่มเห็นความหมายตามคำนิยาม"ปาฏิหารย์"..ที่แดงค้างไว้แล้วค่ะ..จะอธิบายแบบนี้หละค่ะ...ประมาณว่า"ปาฏิหารย์"จะเกิดได้ก็ต้องมีพลังรักบริสุทธิ์ในเรื่องที่รักก่อน..จากคนอย่างน้อยหนึ่งคนก่อนและก็ ???....จะเล่าที่โน่นค่ะที่กระทู้ที่ค้างไว้..เยี่ยมจังเลยค่ะ..พี่แดงก็จะเป็นแบบนี้ประจำเลยค่ะนู๋แพหมายถึงสิ่งที่กำลังเด่นชัดในใจจะเล่าให้ใครทราบต้องมีตัวอย่างที่เป็นจริงด้วย...ตัวอย่างที่พี่แดงต้องการยกก็จะชัดเจนเหมือนมีอะไรช่วยพาให้คนที่เราคุยด้วยได้เห็นตามนั้นจริงๆ....)...

จาก: แดง
วันที่: 18/03/50 - 11:29 น.
..................................................................................

แดงทราบค่ะว่าลุงโต้งล้อเล่น..จริงๆแล้วลุงโต้งเข้าใจมากด้วยค่ะ...พี่เอกชัยและคุณเปมิกู และนู๋แพ น้องจาจา..แดงก็ว่าเข้าใจนะคะ..ได้ปฏิบัติด้วยค่ะ..ไม่งั้นคงไม่เห็นชื่อทุกท่านที่เวปฯแห่งนี้..ก็เพื่อความรักของตนต่อหนังไทยค่ะ...แต่ข้อเขียนอาจดูเพียงจะประชดเท่านนั้น..แต่ความตั้งใจ..แดงว่าบริสุทธิ์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 235
ใครมีปาติหาน..บ้าง
ยาด..ผมป่วยเป็นมะเส็ง..ขั้นสุดท้าย..แม่บอกว่าเหลือแต่ปาติหานเท่านั้นที่จะช่วยยาดผมได้...
ผมมีเงินอยู่ 85บาท(เก็บไว้ซื้อวีซีดีบ.xxx)...อยากจะขอซื้อปาติหาน...ได้ไหมครับ...ช่วยด้วยเถอะครับ...(อย่ามัวแย่งอำนาจกันอยู่เลย!!)..ไปล่ะพี่

จาก: โต้ง
วันที่: 18/03/50 - 10:43 น.

***ขอนุญาตเล่าหนังประกอบนะคะเพราะว่าแดงเป็นคนชอบดูหนังค่ะ...
1.จากละครทีวี...ที่นิ้ง กุลสตรี และทัช..แสดงนะคะ..โอย..ขอโทษนะคะจำชื่อเรื่องไม่ได้เลย...ก็ประมาณว่านางเอกถึงคราวแก่ชีวิตแล้วหละนะคะ..แต่ว่าความรักของทุกคนที่เป็นญาติและคนไกล้ชิดก็ต้องการให้นางเอกกลับคืนมา...ความรักระหว่างพระเอกกะนางเอกค่ะเป็นสายใยที่สำคัญ..ท่านยมบาลก็คืนชีวิตให้นางเอก 5 วัน..หมายถึง 50 ปีในเมืองมนุษย์...เรียกว่าปฏิหารย์แห่งรัก...ไม่แน่ใจว่ามีเรื่องศาสนามาช่วยด้วยหรือไม่เพราะดูนานมากแล้วนะคะ...
2.จากหนังอินเดียเรื่อง"บาปไหม..ถ้าหัวใจจะรัก" (Dhaai Akshar Prem Ke..).แสดงโดยอบิเชค บาจัน และนางงามโลก อิสวารย่า ไร (ทั้งคู่ปัจจุบันเป็นคู่หมั้นกันจริงๆนะคะ..)..เรื่องประมาณว่านางเอกเป็นลูกสาวมหาเศรษฐี..ถึงเวลาเหมาะสมพ่อบังคับแต่งงานก็บังคับให้แต่งงานแต่นางเอกซาฮีบา..ไม่ยอม..ย่าของเธอก็เข้าข้าง..เธอก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยอยู่ปี 2 ค่ะ..พ่อก็บังคับอีก..และเธอเกิดพบเหตุการณ์เห็นการฆาตกรรมหญิงคนนึง...และชายคนที่เป็นฆาตกรก็ตามฆ่าเธอ..พระเอกเป็นทหารค่ะผู้กองการันต์...ก็ช่วยเธอไว้ตอนนั้นพระเอกก็ลาพักผ่อนเพื่อจะกลับไปหาคนรัก(แต่เป็นคนที่พระเอกคิดว่าตนรักค่ะแต่ไม่เคยบอกเธอ..เธอก็ไม่เคยมั่นใจก็แต่งงานไปแล้วหละเพียงแต่พระเอกกำลังจะไปหาแล้วจะทราบความจริง..)..หลังจากแยกกับพระเอกแล้วนางเอกก็กระโดน้ำตายเพราะเรื่องที่พ่อจะบังคับให้แต่งาน..พระเอกก็เห็นก็ช่วยได้อีก..นางเอกกับพระเอกก็เริ่มตกหลุมรักกันนะคะ...แล้วไปส่งถึงบ้านนางเอกแกล้งบอกเป็นสามีนางเอกเพื่อไม่ให้พ่อจับเธอแต่งงาน..พอความรักเริ่มมากมายย..พระเอกก็ต้องมีสัจจะต่อคนรักเดิมเป็นสิ่งที่ยากจะตัดสินใจ..นางเอกทราบว่าพระเอกมีคนรักแต่เธอก็มีความพยายามค่ะเธอก็บอกพระเอกว่าเธอรักพระเอก..แต่พระเอกก็ต้องไปทั้งๆที่ใจรักนางเอกแล้วนะคะแต่พระเอกไม่บอกเลย...นางเอกก็โนพ่อโกรธมากเรื่องโกหกเรื่องสามี..ก็จับนางเอกแต่งงานกับชายที่เป็นฆาตกร..ที่เคนตามฆ่าเธอนะคะ..เพราะเป็นลูกชายเพื่อนพ่อไม่เคยพบมาก่อน...นางเอกเป็นลมและเล่าให้พ่อและญาติๆฟัง..พ่อไม่ยอมรับทราบเพราะลูกสาวเคยโกหก...พระเอกกลับไปหาครรักเก่าทราบความจริงว่าคนรักแต่งงานแล้วก็รีบกลับมาหานางเอก..แต่ปัญหาที่เคยโกหก..พ่อนางเอกก็ไม่ยอม...มีญาติเข้าใจนัดนางเอกพบพระเอก...นางเอกให้พระเอกพาหนีแต่พระเอกเป็นลูกผู้ชายค่ะต้องการให้ครอบครัวนางเอกยอมรับ...เรื่องก็เริ่มคลี่คลายแต่นางเอกหมดอาลัยกับปัญหาเสียแล้วเธอทานยาฆ่าตัวตายตอนเข้าพิธีแต่งงาน..ก็ส่งโรงพยาบาล..หมอก็ช่วยอย่างเต็มความสามารถและบอกเพียงว่าเหลือแต่ปาฏิหารย์เท่านั้นจะช่วยดึงชิวิตนางเอกไว้ญาติทุกคนก็ต้องการชีวิตเธอค่ะ...และความรักระหว่างคู่รักสำคัญค่ะ..พระเอกพยายามทวนความหลังเล่าถึงความรักความเอื้ออาทรต่อกันระหว่างนางเอกกับพระเอก..และร้องให้น้ำตาหยดถูกนางเอก...น้ำตาพระเอกและความรักของพระเอกกับนางเอกค่ะเป็นสายใยสุดท้ายที่ดึงให้นางเอกกลับมาสู่โลกเดิม..ที่เรียกว่าปาฏิหารย์แห่งรัก...พระเอกให้สิ่งศักดสิทธิ์ตามศาสนาฮินดูให้นางเอกไว้ด้วย..พระเอก นางเอก เขาไม่ได้ได้ปฏิหารย์แค่เพียงความรักนะคะ..เป็นเรื่องศาสนาด้วย..

3.จากหนังอินเดียเรื่องบิดท้านรก"Dhroom"..ที่ทาทา ยัง ร้องเพลงนี้นะคะ...พระเอกอบิเชค บาจัน เป็นนายตำรวจ..โจรก็จอห์น อับราฮัม...มีฉากสำคัญ..ตอนพระเอกจับโจรได้.(.โจรคนนี้ใจงามนะคะ..สุดท้ายโจรสละชีวิตเพราะเห็นความพยายามของพระเอกและคู่หูพระเอก..)..พระเอกพูดว่าความดีจะอยู่ห่างจากความชั่วสองก้าวเสมอ..เพราะชาวฮินดูเขานำหลักธรรมลงในหนังได้ด้วยนะคะ..ถ่ายทอดได้ดีด้วย..ก้าวที่หนึ่งหมายถึงเริ่มจากความดีของมนษย์คนนึงหรือหลายๆคน...ก้าวที่สองหมายถึงความดีที่มนุษย์ทำแล้วพระเจ้าต้องช่วยเหลือค่ะ...เรียกว่าปาฏิหารย์แห่งศัทธา???
4.จากหนังอินเดียเร่องดวงใจพ่อ..แสดงโดยอานิล กาปูและการิชม่า กาปู..นางเอกลูกสาวเศรษฐีพ่อกีดกันหาเรื่องให้พระเอกนางเอกเข้าใจผิดกันค่ะ...พระเอกก็มาแอบอุ้มลูกไป..ลูกชายพระเอกขาเป็นคล้ายๆจะง่อยนะคะ..แต่พระเอกรักบริสุทธิ์ต่อลูกชายมาก..ฝึกหัดลูกทุกอย่าง พาไปหาหมอ หมอก็บอกว่าไม่มีทางรกษาได้..แต่พระเอกไม่ยอมแพ้ค่ะ..ส่งลูกชายลงแข่งวิ่งกับเด็กปกติด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่...ลูกชายล้มค่ะวิ่งไม่ได้เลยโดยเฉพาะเมื่อเห็นคนขาดีๆเขาวิ่งไปก่อน..พระเอกทรุดลงนั่งอย่างหมดสิ้นทุกอย่างเลยค่ะ..ลูกชายพระเอกเห็นพ่อมีอาการแบบนั้นเกิดสงสารพ่อค่ะ..มีพลังออกมาอย่างแปลกมาก..วิ่งได้ค่ะขาที่เข้าเผือกไว้ก็เผือกแตกหักออกเพราะวิ่งนะคะ..เข้าเส้นชัยด้วย..และลูกชายพระเอกก็เดินได้ค่ะ...ชาวอินดูเขาสื่อปาฏิหารย์เริ่มจากการสร้างด้วยตัวมนุษย์ก่อนและพระเจ้าช่วยเหลือต่อให้สำเร็จงดงามยิ่งใหญ่ค่ะ...

5.ปาฏิหารย์ทั่วๆไปจากหนังฝรั่งเรื่อง"ปฏิบัติการเดือดล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก"..NATIONAL TREASURE..พระเอกนิโคลัส เคจ นางเอก และผู้ช่วยพระเอก ปู่พระเอกมีเจตนาบริสุทธิ์เรื่องขุมทรัพย์ตามลายแทงที่บรรพบุรุษพระเอกทราบมานะคะ...รุ่นพระเอกจึงแกะรหัสลายแทงได้...แต่เหล่าตัวโกงก็เก่งสุดยอดเช่นกันนะคะ...สังเกตุว่าพลังความดีที่บริสุทธิ์ทำให้พระเอกและทีมของเขาก้าวห่างกลุ่มคนโกงหนึ่งก้าวค่ะ...ห่างกันหนึ่งก้าวเสมอ..พระเอกชนะและคืนสมบัติให้แผ่นดิน..แต่เป็นความดีในฐานะมนุษย์ทั่วไปนะคะ..เรื่องนี้ยังไม่มีเรื่องศาสนา..จะเล่าว่าความดีในฐานะความพยายามของมนุษย์จะห่างจากความไม่ดีหนึ่งก้าว...เรียกปาฏิหารย์เช่นกันค่ะ...

***แดงเป็นชาวพุทธนะคะ..แต่ชอบดูหนังเปรียบเทียบ..ทุกประเด็นที่ตนพอทราบเพื่อศึกษาและค้นหาความเข้าใจที่ง่ายขึ้น...***

จาก: แดง
วันที่: 19/03/50 - 2:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 247



สวัสดีครับทุกท่าน..

ปาฎิหาริย์นั้น อาจไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้...

ความรักและศรัทธาเท่านั้นที่จะช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจริงได้
อย่างเรื่องการช่วยหนังไทย(หมายถึงช่วยให้ภาพคงอยู่ตลอดไป
ในรูปแบบวีดีโอ-วีซีดี) นั้น แค่มีใจรักและศรัทธา ก็ช่วยได้แล้วครับ
เพราะความรัก ความศรัทธาจะช่วยให้เราฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้เสมอ..

ในยุคที่วีดีโอเทปเข้ามาใหม่ ๆ ก็มีการนำเอาฟิล์มหนังไปทำเป็นเทปไว้
วิธีการก็ง่าย ๆ แค่เอาฟิล์มฉายผ่านเครื่อง แล้วก็เอากล้องวีดีโอซูมเก็บ
ภาพไว้เท่านั้น หนังเป็นร้อย ๆ เรื่องจึงเหลือให้เราได้ดูมาถึงทุกวันนี้
เห็นได้ว่า เป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย ๆ แต่ที่บางเรื่องไม่ค่อยชัด หรือว่า
ซูมภาพใหญ่ ๆ นั้น เป็นเพราะความไม่เข้าใจของมือกล้องวีดีโอครับ
ไม่ใช่เกิดจากเครื่องไม้ เครื่องมือ...

แต่ถ้าเป็นยุคปัจจุบันซึ่งมีกล้องระบบดิจิตอลและผ่านระบบตัวต่อใน
เครื่องคอมฯ แล้ว รับรองว่า ชัดครับ...เพียงแต่ปัญหาตอนนี้ อยู่ที่ว่า
เราหาฟิล์มหนังไม่ค่อยจะได้แล้วครับ..

อย่างไรก็ตาม ผมยังเห็นว่า การมีหนังไทยเก่า ๆ ดูสักเรื่องหนึ่ง
แม้ว่า จะมีเส้นฝนบ้าง สีจางบ้าง หนังขาด ๆ โดด ๆ บ้าง ก็ยังดีกว่า
ไม่มีดูใช่ไหมครับ

ส่วนภาพข้างบนนั้น เป็นบทพากย์หนังไทยเรื่อง มดตะนอย (สมบัติ-เพชรา)
ซึ่งค่าย xxx ทำออกมาให้ดูแล้ว ที่ผมเอารูปลักษณะของบทพากย์มาให้
ดูนี้ ก็อยากจะบอกว่า ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่ค้นพบฟิล์มแล้ว แต่ก็ยัง
ทำออกมาไม่ได้เพราะไม่มีบทพากย์หนังแบบนี้.. ซึ่งนี่เป็นปัญหาอย่าง
หนึ่งของหนังไทยในยุค 16 ม.ม.พากย์สด ๆ







จาก: มนัส138
วันที่: 19/03/50 - 20:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 248
สวัสดีค่ะคุณมนัส138...

จาก: แดง
วันที่: 20/03/50 - 8:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 249
เห็นบทพากย์ที่พี่มนัสนำมาลงแล้ว บอกได้คำเดียวเลยว่า
บริษัททริปเปิ้ลเอ็กซ์สุดยอดจริงๆ ที่นำหนังใบ้ 16 มม.
มาชุบชีวิต ให้พวกเราได้ดูในรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว
ขอสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้กับ ทีมงานทริปเปิ้ลเอ็กซ์ - พันธมิตร ตลอดไปครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 20/03/50 - 8:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 250



แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู
ผมจำไม่ได้ว่าค่ายไหนออกมาแล้ว เพื่อนๆคงมีไว้ครอบครองแล้ว
เรื่องนี้สนุก ผู้แสดง สมบัติ ยอดชาย นาท ถ้าผมจำไม่ผิดเรื่องนี้
ได้รับรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี2520

จาก: sanchai
วันที่: 21/03/50 - 12:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 251
ค่ายมงคลครับ คุณ sanchai

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/03/50 - 12:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 252
คุณสัญชัย..
ปกที่ทำเองนี่...ทำเพื่อเป็นปกวีซีดีที่คุณแปลงมาจากวีดีโอเองใช่ไหมครับ.....
ถ้าใช่แสดงว่าคุณต้องมีหนังเรื่องแหกค่ายฯที่ยาวกว่าวีซีดีวางขายทั่วไป...ถ้าเช่นนั้นอยากถามว่า..ทาริกา..รับบทอะไร/มีศิริขวัญแสดงด้วยหรือไม่..(อันนี้ไม่แน่ใจ)/มีจิรวะดีแสดงด้วยไหม...
เพราะในเติ้ลมีบอกไว้....แต่ฉบับมงคลไม่มีไม่เห็นหน้าเลย....

จาก: โต้ง
วันที่: 21/03/50 - 23:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 253
สวัสดีครับ..
สำหรับหนังเรื่อง แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู นั้น
ฉบับที่ช่อง 7 ฉาย (ประมาณชั่วโมงครึ่ง) และฉบับที่มงคลมาออกวีซีดี
นั้น ใช้มาสเตอร์จากฟิล์มเดียวกัน แต่ว่าฉบับของมงคลจะยาวกว่าเพราะ
ได้มาเต็มมาสเตอร์ (ไม่ต้องหั่นเวลาให้กับโฆษณา) แต่ปัญหามันอยู่
ตรงที่คุณโต้งสงสัยแหละครับว่า มีดาราบางคนหายไป มีเหตุการณ์
บางตอนหายไป สาเหตุก็เนื่องจากฟิล์มที่ใช้ทำไม่สมบูรณ์ครับ..
และเท่าที่ทราบยังไม่มีใครหาฟิล์มที่สมบูรณ์ได้เลยครับ..
แรก ๆ ค่ายพันธมิตร (ยุคโครงการคิดถึงหนังไทย) ก็สนใจเรื่องนี้อยู่
เหมือนกัน แต่ติดปัญหาตรงหนังไม่ค่อยสมบูรณ์ ตอนนั้นเลยไม่กล้าทำ
ออกมาครับ.. แต่ถ้าเป็นปัจจุบันก็เริ่มอนุโลมแล้ว โดยยึดหลักว่า
มีดูดีกว่าไม่มีเลยนะครับ..
หนังอีกหลายเรื่องของค่าย xxx ที่สภาพไม่ค่อยสมบูรณ์และอยู่ระหว่าง
นั่งชั่งใจว่า จะออกหรือไม่ก็มีหลายเรื่องครับเช่น กำนันเหี้ยม ดอนโขมด
เป็นต้นครับ...

ช่วงนี้ ติดธุระหลายอย่าง จึงไม่ค่อยได้เข้าเว็บ ต้องขออภัยด้วย
นี่ก็เพิ่งกลับจากคลองถม.. คืนนี้ มีพี่จุ น้องจาจา พี่เล็กแฟนหนังไทย
และเพื่อน ๆ มานั่งคุยกันครับ....
อีกหลายคนมานั่งคุย

จาก: มนัส138
วันที่: 25/03/50 - 1:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 254
ถึงคุณมนัส...
คุณมนัสบอกชื่อหนังมายังงี้...มันกระตุ้นต่อมอยาก...ดูขึ้นมาทันทีทันได..ถ้าพันธมิตรไม่ออกมาให้ดูโกรธกันจนลูกบวชเลยล่ะ...

ผมขอเสนอทางเลือกให้พันธมิตรหรือ บ.xxx ทำครับ...
เมื่อได้ลิขสิทธิ์มาถูกต้องแล้วก็เปิดให้เราผู้อยากดูโดยปราศจากเงื่อนไขทั้งหลาย..ลงชื่อจับจอง(โอนเงินเข้าบัญชี)..ทาง บ.xxxก็แค่ทำมาสเตอร์แล้วไรท์มาขาย..จะมีปกหรือสกรีนแผ่นหรือไม่ก็แจ้งไว้ก่อน..แล้วตั้งราคาพอควร..../ขายกันตรงๆอย่างนี้เลยครับ

ทีพวกละเมิดลิขสิทธิ์...ยังไรท์ขายแผ่นละ 100บาททั้งๆที่สภาพแย่กว่า..มาก(เดาเอา)...ยังขายได้ดีเลยครับ...!

ลองพิจารณาดูนะครับ!...

จาก: โต้ง
วันที่: 25/03/50 - 11:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 255
หนังเรื่อง กำนันเหี้ยม ที่คุณมนัสฯบอกมานี่ก็คือ "มัน ภาค 2" นี่ครับ ผมยกมือสนับสนุน 1 เสียงแน่นอนครับ สำหรับหนัง สมบัติ-นาท เรื่องนี้ทำมาเถอะครับ ส่วน"ดอนโขมด" นี่ใครแสดงนำครับ นึกไม่ออก

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 26/03/50 - 0:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 256
ขอตอบแทนคุณมนัสนะครับ จากการที่ผมเคยคุยกับคุณมนัสเกี่ยวกระบวนการผลิตซึ่งเครื่องไม้เครื่องมือของ SOHO ซึ่งพันธมิตรได้ใช้บริการมาตลอดตั้งแต่โครงการคิดถึงหนังไทย จนกระทั่งเป็น ทริปเปิ้ล เอ็กซ์ ในปัจจุบันนั้นมีคุณภาพสูงและเน้นพิถีพิถันเรื่องคุณภาพ เพราะต้องมีการปรับแก้สี อันเนื่องมาจากสภาพของฟิล์ม เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายในการเทเลซีนเพื่อผลิตเป็นมาสเตอร์ต้นฉบับซึ่งเป็นเทปเบต้าแคม (แบบเดียวกับที่ใช้ในสถานีโทรทัศน์) ราคาสูงมาก ขนาดผมเองซึ่งเคยคิดและตั้งใจจะเอาฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่างหนังไทยเก่า ๆ (ไม่เกี่ยวกับพันธมิตร ฯ) ไปใช้บริการยังต้องถอดใจเลยครับ และที่สำคัญเครื่องเล่นเทปเบต้าแคมตัวนี้หายากมาก ๆ นอกจากระดับมืออาชีพเท่านั้น

เมื่อต้นทุนในการผลิตมีราคาสูง เพราะฉะนั้น เวลานำมาผลิตเป็นมาสเตอร์ ซีดี และออกวางจำหน่าย ดังนั้นราคาขายจึงต้องสูงตามไปด้วย แต่ก็ถือว่าคุ้มค่า ดีกว่าไม่มีตัวหนังให้เห็นอีกเลย

ที่คุณโต้งเสนอแนะมานั้น ถ้าว่ากันในเชิงธุรกิจอาจจะเสี่ยงขาดทุนไม่ใช่น้อย เพราะลักษณะนี้เรียกว่า MADE TO ORDER คือ สั่งมาจึงทำให้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน คนไทยด้วยกันเองให้ความสำคัญกับภาพยนตร์ไทยในอดีตน้อยมาก ซึ่งมักจะเป็นคนรุ่นใหม่ ในขณะที่คนรุ่นก่อนเคยมีประสบการณ์ในการชม ก็จะรู้ได้ทันทีว่ายุคสมัยของภาพยนตร์เรื่องนั้นเป็นอย่างไร

การเข้ามาเทคโนโลยีในการชมภาพยนตร์ในบ้าน จาก วิดีโอ VHS สู่ VCD หรือ DVD ทำให้ คนไทยสนใจภาพยนตร์ต่างประเทศที่เป็นภาพยนตร์ใหม่มากกว่า ในขณะที่ภาพยนตร์เก่าได้กลายเป็นสิ่งที่ควรละเลยหรือไม่ให้ความสนใจ แม้ว่าในยุคที่ VCD เฟื่องฟู ภาพยนตร์ไทยเก่าทั้งที่เคยออกเป็นวิดีโอ เทป มาก่อนหรือยังไม่เคยเลย นำมาผลิตเป็น VCD ออกวางจำหน่าย แต่ผลสะท้อนที่เกิดก็คือ ขายได้น้อย จนต้องนำมาใส่กระบะรวมกันตามตลาดทั่วไป ซึ่งสาเหตุหลักนอกเหนือที่กล่าวไปที่ย่อหน้าที่ 3 แล้ว เรื่องของคุณภาพของภาพและเสียงที่ขาดความพิถีพิถันอันเนื่องมาจากเครื่องไม้เครื่องมือในยุคสมัยที่ วิดีโอ VHS ยังได้รับความนิยมซึ่งระบบคอมพิวเตอร์หรือแบบดิจิตอลยังไม่มี คนที่ซื้อไปแล้วก็ต้องทำใจ รวมทั้งตัวผมเองที่ยังรู้สึกแบบนี้

เมื่อคุณโต้งเปิดประเด็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ ผมเลยจะขอกล่าวถึงกระบวนการของพวกเขา ซึ่งวิธีการมีดังนี้

1. การใช้อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงจากจอภาพยนตร์โดยตรง

2. ใช้วิธีการจับเสียงพากย์ภาษาไทยในโรงภาพยนตร์ (เฉพาะภาพยนตร์ต่างประเทศ) แล้วนำมา Sync กับภาพ ที่ดึงข้อมูลมาจากแผ่นดีวีดี ซึ่งจะมีโปรแกรมที่สามารถทำได้ ภาพที่ออกมาจะคมชัด ส่วนคุณภาพเสียงอาจจะลดลง

3. ใช้วิธีการของข้อ 1 ร่วมกับ ทำเสียงพากย์ภาษาไทยทับลงไป

4. ใช้วิธีการทำสำเนาซ้ำจากแผ่นต้นฉบับ หรือที่เรียกว่า ก็อบปี้ นั่นเอง โดยใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับเครื่องซีดีไรท์เตอร์ที่เรียกว่า ซีดี ดับพลิเคเตอร์ แบบ 3 แผ่น , 5 แผ่น (แล้วแต่รุ่น) แล้วทำสำเนาออกมาหลาย ๆ แผ่น ถ้าแผ่นต้นฉบับมีระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ (Copy Protection) ก็จะต้องแฮ็คเพื่อดึงข้อมูลในส่วนที่เป็นหนังออกมา จากนั้นจึงนำไปผลิตต่อไป

ราคาขายส่งของซีดีละเมิดลิขสิทธิ์นี้ ไม่ถึงสิบบาทเลย เมื่อมาขายตามแผง จนถึงศูนย์การค้า ราคาขายจึงสูงขึ้นไปตามลำดับ แต่ก็ต้องไม่ให้เกินราคาที่เป็นแผ่นลิขสิทธิ์อยู่แล้ว

ผมเคยมีโอกาสทำแบบสอบถามเพื่อทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องซีดีละเมิดลิขสิทธิ์กับคนที่เคยซื้อแผ่นแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็ตอบไปในทางเดียวกันว่า ทราบ หรือ รู้ ว่าเป็นแผ่นเถื่อน แต่ก็ต้องซื้อเพราะต้องการประหยัดรายจ่าย บางคนก็ตอบแบบไม่เกรงใจว่า จะแผ่นแท้หรือแผ่นเถื่อนคุณภาพก็เหมือน ๆ กัน เวลามันเสียก็ชำรุดเหมือนกัน คนที่ซื้อส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ไม่เกิน 35 ปี ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 35 หรืออายุต่ำกว่าซึ่งรักและชื่นชอบภาพยนตร์อย่างจริงจังก็จะซื้อของแท้ไป บางคนไม่ซื้อ แต่ขออาศัยก็อบปี้จากแผ่นของเพื่อนด้วยคอมพิวเตอร์ คำตอบที่พวกเขาตอบเหล่านี้ ไม่ได้มองหรือไม่ได้ (ให้ความ) สนใจ ในด้านผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจทั้งในประเทศและระหว่างประเทศเลยแม้แต่น้อย เพราะฉะนั้น การแก้ปัญหาจึงเสนอแนะในการสรุปของวิจัยนั้นว่า ต้องสร้างจิตสำนึกในการซื้อสินค้าที่ผลิตอย่างถูกต้อง , กำหนดบทลงโทษอย่างเฉียบขาดและไม่ประณีประนอม และให้ความคุ้มครองผู้ที่ตั้งใจที่จะกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัวจริง ๆ ถ้าเป็นในยุคนี้ผมคงจะเพิ่มลงไปอีกว่า ผู้ใดซึ่งรู้และทราบว่า ผลิตภัณฑ์นี้ได้มาจากการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยได้ซื้อ รับ แจก หรือวิธีการใด ๆ ซึ่งได้มา ถือว่ามีความผิด เพราะเชื่อว่า การสร้างจิตสำนึกคงใช้ได้กับคนรุ่นใหม่ แต่คนที่รู้แล้วทำเป็นไม่รู้ ไม่ทราบ พูดคุยกันยากครับ พวกนี้เวลาซื้อของแล้ว มุ่งเห็นแก่ราคาถูกเพียงอย่างเดียว

ขอปิดท้ายประชาสัมพันธ์เล็กน้อยครับ เมื่อวันนี้ ผมได้ซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง ของ เล็ก วงศ์สว่าง อดีตนักจัดรายการเพลงสากลชื่อดังของเมืองไทย และมีหนังสือที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ก็คือ "ทะลึ่ง" แต่ฉบับที่ผมซื้อมานี้ เป็นการ์ตูน และ สปอต ชุดที่ 3 ซึ่งแถมซีดีสปอตโฆษณาภาพยนตร์ไทยในอดีต ซึ่งมีทั้งที่เป็นต้นฉบับเดิม และนำมาเรียบเรียงใหม่ และคุณเล็ก วงศ์สว่าง ได้อธิบายถึงที่มาของสปอตเหล่านี้ หาฟังยากมากนะครับ เช่น ภาพยนตร์เรื่อง เห่าดง , ไอ้งูเขียว , โนรี , สะเดาเดือด , พล นิกร กิมหงวน , เสือเฒ่า , อภินิหารอาจารย์ทอง , ลูกเขย , ตลกร้องไห้ (มี 2 แบบ) , สี่คิงส์ , ผ่าดงดิบ , เทวดามาแล้ว , จ้าวนักเลง , ป่าช้าแตก , ไอ้บ้านนอก , สวรรค์นางไพร ฯลฯ ลองหาดูตามแผงหนังสือนะครับ

จาก: กระปุกจำปา
วันที่: 26/03/50 - 17:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 257
ดอนโขมด...สมบัติ-เพชรานำแสดงครับ....

จาก: โต้ง
วันที่: 26/03/50 - 20:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 258
ขอบคุณคุณกระปุกจำปาครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 26/03/50 - 21:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 259
ถึงคุณกระปุกจำปา...

แล้วคุณเคยทำวิจัยเกี่ยวกับจิตสำนึกของผู้ผลิตบ้างไหมครับ....
ผู้บริโภคเงินเดือน8-9พัน..จะไปซื้ออะไรไหว...มันจะแพงอะไรกันนักกันหนา...ผู้ผลิตต้องลดราคาลงมาหาผู้บริโภค...เพราะผู้บริโภคไม่มีปัญญาทำตัวร่ำรวยไปซื้อของคุณได้...พวกละเมิดมันก็ฉวยโอกาสนะซี..(พวกนี้มาลดความเลื่อมล้ำในสังคม..ทำให้คนในสังคมหาความสุขได้เท่าเทียมกัน)

ควรจะ...ทำวิจัย..แล้วตีแผ่ความจริงๆออกมา...ว่าต้นทุนผลิตที่มันสูงเกินกว่าเหตุ(ทำให้ราคาขายมันก็สูงลิบลิ่ว)..เป็นเพราะอะไร/ยกตัวอย่าง บ.เทปยักษ์ใหญ่เช่าคลื่นวิทยุทั้ง กทม.และ ตจว.ไว้เป็นร้อยๆคลื่น...ซื้อเวลาทีวีแทบยกช่อง..แต่มีโฆษณา2-3ชิ้นนอกนั้นเป็นโฆษณาเทปเพลงตัวเองทั้งนั้น...ทุนมันจะไม่สูงได้ไง!...

การ...วิจัยโดยเอากฏหมายมาวางตรงหน้า...ผู้บริโภคที่เบี้ยน้อย หอยน้อยก็จะถูกกล่าวหาว่าไม่มีจิตสำนึกผิดถูก ทำลายเศรษฐกิจไป...ผู้ทำนาบนหลังคนทั้งหลาย..จะถูกเห็นอกเห็นใจอย่างผิดๆ..มันก็จะไร้จิตสำนึกเช่นกัน.../ยกตัวอย่างเช่นซอยเล็กๆซอยหนึ่งมีร้านอาหารเลิศหรูราคาแพงตั้งอยู่ ห้ามหาบเร่รถเข็นขายข้าวแกงเข้าไปขาย ใครหลงเข้าไปก็จะถูกยามขับไล่ออกมาหัวซุน...กรรมกรเอย-พนักงานบริษัทที่ทำง่านในซอยนั้นเขาคงไม่อยากนั่งหร็อกไอ้ห้องอาหารเลิศหรูนั่นเพราะจน..แต่ข้าวแกงรถเข็นนั่นน่ะมันคือที่พึ่งของเขา...สุดท้ายก็มีคนรับจ้างอาสาเดินออกไปซื้อ...เป็นทางออก..จะถูกผิดอย่างไรไม่ทราบ...

ไม่มีใครอยากซื้อของละเมิดหร็อกครับ...แต่รัฐบาลทำให้คนในสังคมเราเสมอภาคกันไม่ได้ ยังทำให้คนในชาติมีสิทธิ์บริโภคความสุขเท่ากันไม่ได้..จะมาร้องหาจิตสำนึก...มันก็ยากนิดนึง...

ขอบคุณ บ.เล็ปโซ่..ที่ผลิตหนังไทยเก่าๆมากมายมาขายได้ในราคา 20บาท...ทำให้คนจนๆอย่างเรามีความสุขเหมือนคนอื่นๆ...

จาก: โต้ง
วันที่: 26/03/50 - 21:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 260
ดิฉันเป็นหนึ่งในผู้ผลิตแผ่นซีดีภายในประเทศ ได้อ่านข้อความแล้วต้องเรียนให้คุณโต้งทราบว่า ต้นทุนในการผลิตในส่วนที่เป็นลิขสิทธิ์นั้นมีมูลค่าสูงและเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ต้องการให้ผลงานออกมามีคุณภาพและสมกับราคาวางจำหน่ายและความต้องการทางการตลาดด้วย ในส่วนของธุรกิจความบันเทิงนั้นเป็นสิทธิ์ที่จะนำเสนอเพื่อต้องการเข้าถึงผู้บริโภคแต่สิทธิ์ในการที่จะเลือกหรือไม่เลือกอยู่ที่ตัวผู้บริโภคเอง แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายที่ทุกคนควรรู้ คนไทยเราขาดการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมมานาน ในยุคที่กระแสและวัฒนธรรมความบันเทิงจากต่างประเทศเข้ามา คนไทยก็เลยรับนำเข้ามาโดยไม่ได้สนใจว่ามันถูกต้องหรือถูกธรรมเนียมหรือไม่ บางทียังตีความไปเป็นความหมายอื่นอีกต่างหาก ไม่เหมือนต่างชาติซึ่งมีการปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็ก

ดิฉันได้ไปที่ต่างประเทศบ่อยครั้ง ได้เห็นถึงการจำหน่ายแผ่นซีดีหรือดีวีดีตามร้านค้าหรือศูนย์เช่า ซึ่งราคาคิดเป็นเงินไทยแล้วแพงกว่าบ้านเราเสียอีก พวกเขามองว่า ความสุขจากการชมภาพยนตร์นั้นต้องเป็นที่โรงหรือแบบไดร์ฟอิน ถ้าพลาดจากการชมที่โรงก็ต้องเช่าแผ่นมาดู หรือแม้กระทั่งเพลงก็เช่นกัน ก็ซื้อซีดีหรือไม่ก็ดาวน์โหลดเพลงจากอินเตอร์เน็ต หลายคนที่ดิฉันสอบถาม พวกเขาตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยคิดที่จะซื้อหรือโหลดเพลงที่ผิดกฎหมายเลย เพราะที่นั่นมีกฎหมายที่เข้มงวดและถือปฏิบัติอย่างจริงจังจากเจ้าหน้าที่ ทำให้พวกเขารู้สึกเกรงกลัว และเห็นว่า การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายไม่ต่างจากการก่อคดีอาชญากรรมเลย พวกที่กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์มีการจับกุมให้เป็นข่าวอยู่เนือง ๆ

คนไทยเราไม่ได้มองถึงผลกระทบที่จะตามมา อันเนื่องมาจากขาดความเข้าใจหรือใส่ใจ เพราะฉะนั้น เพลงไทยที่นำเอาทำนองเพลงสากลจึงถือกำเนิดขึ้นในช่วงราว ๆ ยุค '50 เป็นต้นมา เพราะ พรบ. ลิขสิทธิ์ ยังไม่เกิดขึ้น แผ่นเสียงซึ่งเป็นสื่อบันเทิงหลักก็ยังมีการละเมิดด้วยการก็อปแผ่นออกมาเลย แม้แต่เทปรีล และเทปคาร์ทริดจ์ซึ่งคนในยุคนั้นเรียกว่า เทป 8 แทรคก็มีการอัดเพลงจากแผ่นลงเทปได้อย่างสบาย ๆ จนกระทั่งเข้ามาสู่ในยุคของเทปคาสเซ็ท ปัญหานี้ทางอเมริกาทราบมาตลอดและเคยเข้ามาหารือกับรัฐบาลในยุคนั้นหลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่าไม่รู้จะแก้ปัญหากันอย่างไร สุดท้ายก็ต้องออกเป็น พรบ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 แต่พอบังคับใช้แล้ว ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์กลับหนักขึ้นกว่าเดิมโดยเฉพาะเพลงสากล ส่วนเพลงไทยโดนผลกระทบบ้างแต่มีเป็นจำนวนน้อย ส่วนวิดีโอ VHS ก็ก็อปได้อย่างสบาย ๆ ในที่สุด พ.ศ. 2537 ก็ต้องออก พรบ. นี้และบังคับใช้มาจนปัจจุบัน แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอันเนื่องมาจากเทคโนโลยี เช่น เลเซอร์ ดิสก์ , วิดีโอ ซีดี หรือ ดีวีดี รวมไปถึงเพลง MP 3 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล รวมไปถึงรายได้ที่ควรจะได้รับจากยอดจำหน่ายด้วย การที่ผู้ผลิตจะลดราคาให้ถูกลงนั้น ทางผู้ผลิตทำได้แน่นอน แต่ผู้ผลิตจะต้องมีรายรับจากยอดขายที่สูงพอและปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ภายในประเทศต้องลดลงจนไม่กระทบกระเทือนถึงผู้ผลิต ถึงเวลานั้นทางผู้ผลิตจะต้องลดราคาลงเอง และไม่ลดคุณภาพหรือมาตรฐนการผลิตด้วย เพราะฉะนั้น ค.ห. 256 นั้น จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

จาก: CD Factory
วันที่: 27/03/50 - 21:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 261
ถึงคุณcd factory
ขอบคุณครับ..ที่เสียเวลาเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน...
บอกแล้วไง..อย่าเอากฏหมายมาเป้นที่ตั้ง...
ถ้าถามคนว่า..ชอบซื้อหนังดีวีดีระเมิดลิขสิทธิ์ไหม...ใครที่ไหนจะตอบว่าชอบ...ตรงๆ

ทุกวันคุณเสพย์ข่าวสาร ความบันเทิงจากไหน..ข่าวหนังสือพิมพ์มาจากไหน...ข่าวต่างประเทศ ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬามาจากไหน..ภาพเอย-ข่าวเอยจากทั่วโลกพวกผู้ผลิตผมว่าเขาก็ละเมิดจากสื่อต่างประเทศมากว่าครึ่ง..ให้คุณอ่านคุณดูทั้งนั้นแหละครับ

คุณลองเปิดช่องทีวี(โดยเฉพาะช่องสาม)ดู..เอาหนังสือพิมพ์มานั่งอ่าน เอาหนังสือมานั่งอ่านกันเป็นว่าเล่น..หามาเองซะเมื่อไหร่..จ้างคนต้นทุนแพงๆ(โดยใช่เหตุ)มานั่งเต็มไปหมด...
ทำไมไม่คิดลดต้นทุนลง...

อย่าอ้างต่างประเทศเลยครับ..เราไม่ใช่นักการเมือง../และแต่ละประเทศไม่มีประเทศไหนเป้นมาตราฐานให้...ใครได้
ต่างประเทศก็ตัวดี...การละเมิดมีเยอะ...อย่าพูดเลยครับว่าไม่มี..คุณถามคนไม่กี่คนเอง...และก็แบบเดิมคือถามในสิ่งที่กฏหมายกำหนดไว้..ใครก็ตอบในสิ่งที่ดีทั้งนั้น!...

ไม่ได้มาเถียง ไม่ได้มาให้ท้าย เพื่อ..ให้ใครทำผิดกฏหมาย..แต่อยากให้ทั้ง2กลุ่มมีจิตสำนึกที่ดีต่อกัน เกื้อกูลกันบ้าง...เมื่อผู้ผลิตเขาทำราคาลงมาที่เหมาะสมแล้ว เช่นวีซีดีหนังไทยของบ.เล็ปโซ่-xxx-พรีเมี่ยม..ก็ไม่แพงนักก็ขอให้ผู้บริโภค-ผู้ซื้อสนับสนุนเขา.../ส่วนบริษัทที่ราคาแพงมากๆก็เห็นใจคนซื้อกันบ้างครับ ชนชั้นรากหญ้าอย่างเรา...ตอนนี้กินเกลือกันอยู่..../เราได้ขอให้แหวนเพชร35กะรัตลดราคา เราไม่ได้ขอให้รถเบนซ์ลดราคา..สิ่งของเหล่านั้นเราไม่อาจเอื้อมอยู่แล้ว...เราขอความสุขเล็กๆน้อยๆกับซีดีเพลง-ซีดีหนัง..แค่นี้..เอง

พูดกันไป-พูดกันมา...ก็ยังหาทางออกให้วีซีดีหนังไทยเก่าๆ...ขายได้เยอะๆไม่ได้...สงสัยพวกเราจะอดดูหนังที่อยากดูที่อยู่ในใจตอนนี้นับพันเรื่อง.../อวสานของบ.xxxและพันธมิตรก็คืออวสานของพวกเรา(เหมารวม)...และมันคือ..อวสานของหนังไทย(เก่าๆ)

จาก: โต้ง
วันที่: 28/03/50 - 11:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 262
สวัสดีค่ะพี่มนัส และ พี่ ๆ หนังไทยทุกท่าน

ตาลได้อ่านกระทู้นี้ทั้งหมดแล้ว หลังจากที่ไม่ได้เข้ามานานมากแล้ว ตาลมีความคิดที่ว่า ในเว็ปไซท์นี้ อาจจะยังแคบไปน่ะค่ะ เพราะบางคนยังไม่ทราบเลยว่ามีเว็ปหนังไทยน่ะค่ะ ซึ่งตาลเองก็เพิ่งรู้จักเว็ปนี้ได้แค่ปีกว่า ๆ เอง ถ้าหากว่าเราทุกคนรักหนังไทยกันแบบนี้ ทำไมเราไม่ลองช่วยกันโปรโมทผ่านสื่อบ้างล่ะคะ อาจจำทำเป็นโปสเตอร์ หรือจะเป็นใบปลิวก็ได้ เราช่วยกันลงทุนก่อน ตาลว่าผลตอบรับที่ได้มันน่าจะคุ้มค่านะคะ ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ตัวเงินที่เราลงทุนไป แต่เราก็ได้ผู้ที่มาร่วมอนุรักษ์หนังไทยเพิ่มขึ้นนะคะ

จาก: ลูกตาล
วันที่: 29/03/50 - 12:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 263
พี่มนัสค่ะ รบกวนขอดู ใบปิดภาพยนตร์ เรื่อง "ดอกไม้ร่วงที่แม่ริม"ด้วยค่ะ ตกสำรวจไปได้อย่างไรหนอเรา...

จาก: จุ
วันที่: 29/03/50 - 16:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 264
เจ้าของกระทู้..ยุ่งมาก...ครับ
กระทู้หล่นมาหน้า2-3ตลอด...เลย

จาก: โต้ง
วันที่: 30/03/50 - 22:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 265
สวัสดีครับคุณมนัส
อยากทราบความคืบหน้าของหนังเรื่อง "สันกำแพง" อีกนานมั้ยถึงจะได้ดูกันครับ

จาก: ป.ปอนด์
วันที่: 31/03/50 - 15:14 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 266



พี่มนัสกลับบ้านด่วน..ทุกท่านให้อภัยแล้ว....

จาก: จุ
วันที่: 02/04/50 - 12:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 267
ประกาศคนหาย !

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/04/50 - 13:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 268



หายไปเลยพี่เรา.....ไม่เป็นไร ขออนุญาติเข้ามาช่วยกระทุ้งหน่อยแล้วกันนะคะ.....ข้าพเจ้านำใบปิดภาพยนตร์ของคุณเพชรามาฝากแล้วกันในช่วงนี้ท่านใดมีรายละเอียดก็ขอเชิญเข้ามาช่วยด้วยนะคะ ต้นฉบับภาพมันเล็กมากค่ะ..

1."กบเต้น"

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 269



2."กล้าสิบทิศ"

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 270



3.กว๊านพะเยา

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 271



4."กามเทพลวง"

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 272



5."แก้วกาหลง"

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 273



6."แก้วสกุณา"

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 274



7."ใกล้รุ่ง"

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 275
เสียดายภาพต้นฉบับขนาดมันเล็กมาก..เดี๋ยวจะเข้ามาช่วยใหม่ เมื่อชาติต้องการครับผม...

จาก: จุ
วันที่: 04/04/50 - 1:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 276
สันกำแพงยังทำได้ 20 นาที เหมียนเดิม....
สงสัยฟิล์มจะเน่าแล้วหล่ะมั้งนี่

กลับมาด่วนพี่!!!
มนัสสสสสสสสจัง
ก่อนที่จะถูกตัดออกจากกองมรดก(หนังไทย)

จาก: นู๋แพ
วันที่: 04/04/50 - 14:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 277



สงสัยเก็บฟิล์มหนีไปแล้ว....ดูรูปที่ไม่ค่อยชัดไปพลางๆก่อนแล้วกัน

....ผลงานของ เพชรา เชาวราช.....

จาก: จุ
วันที่: 05/04/50 - 23:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 278



"ขวัญเรือน"

จาก: จุ
วันที่: 05/04/50 - 23:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 279



"ขวัญหล้า"

จาก: จุ
วันที่: 05/04/50 - 23:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 280
สวัสดีครับทุกท่าน....

และแล้ว ผมก็ยังเหมือนเดิมคือ ปลีกตัวเองมาดูแลกระทู้เหมือนเก่า
ไม่ได้อีกตามเคย
ก็ขอบคุณ ขอบใจเพื่อน ๆ ทุกคนที่ยังแวะเวียนมาดูแลให้แทน
เรื่องปัญหาหนังอย่างที่คุณโต้งพูดมานั้น ผมเองก็หนักใจครับ
เหมือนเป็นปัญหาโลกแตก..บางเรื่องก็ให้ความเห็นตรง ๆ ไม่ได้
แต่สำหรับเพื่อน ๆ เราแล้ว คงได้ฟังความรู้สึกจากผมไปแล้ว
ในคืนวันเสาร์เมื่อหลายสัปดาห์ที่คลองถมที่ผ่านมา..

สงกรานต์แล้ว ก็ขอให้มีความสุขกับวันหยุดและวันครอบครัวครับผม
แล้วจะกลับมาใหม่ครับ...
อ้อ.. เสาร์นี้หยุดสงกรานต์.. คืนวันเสาร์ที่คลองถม พวกเราก็เลยขอหยุด
พบกันด้วยครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 11/04/50 - 6:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 281
ยังคงรอคิว หนังล็อตใหม่จากค่าย XxX นะครับ ถ้าหากมีความคืบหน้ารบกวนคุณมนัสฯ ช่วยแจ้งให้ทราบด้วยครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 12/04/50 - 0:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 282
วันก่อนไปคลองถมมาฮะ ก็ไปซื้อหนังที่ออกใหม่ทั้งสี่เรื่องของ xxx นั่นแหละครับ คือเรื่อง แม่ศรีไพร วิวาห์ลูกทุ่ง ตาลเดี่ยว ปราสาททราย ชอบเรื่องปราสาททรายที่สุดครับเพราะลึกลับดี แต่ตอนจบเฉยๆนะครับ อีกเรื่องคือวิวาห์ลูกทุ่งก็ชอบพอสมควร ภาพชัด สีสดๆ ประมาณเรื่อง ผาเวียงทอง ส่วนตาลเดี่ยวที่คุณมนัสบอกว่าสีสวย ผมว่าไม่นะ สีค่อนข้างเป็นขาวดำ ภาพมืดๆ ถ้าสีสวยน่าจะเป็นอย่างเรื่องปีศาจเสน่หามากกว่า และก็ข้ามฟากไปทางร้านเจบิคส์ ตรงกะบะหนังไทย ได้เรื่องทิวาหวามมาด้วย พิศมัย นัยนา นำแสดง (หามานานแล้วเรื่องนี้ ) จะมีหนังของเอพีเอสที่สมัยก่อนหาไม่ค่อยได้เหมือนกัน เช่น สวัสดีคุณครู ครูขาหนูเหงา ฯลฯ ส่วนด้านในร้านก็มีหนังของโซล่าร์ด้วย ขายแค่ 19 บาท เหลือบไปเห็นเรื่องแก้วขนเหล็กด้วยครับ ทูน ฤทธิ์ ลือชา นำแสดง 19 บาทเหมือนกัน ใครไปคลองถมมาแล้ว มาup-date กันหน่อยนะครับ ว่ามีหนังอะไรออกมาบ้างนอกเหนือไปจากหนังของ xxx

จาก: กร
วันที่: 13/04/50 - 15:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 283
ร้านเจบิ๊กส์มีหนังดีๆเพียบเลยครับ หมอซ้ง, เผ็ด, เเซ่บ, สาวภูไท, ฝนใต้, ตาปี-อีปัน, ไอ้ฟ้าผ่า, ท่าเตียน, เจ้าสาวเเสนกล, เเผ่นดินวิปโยค, ละครเล่ ฯลฯ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 16/04/50 - 11:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 284

แวะมาสวัสดีวันสงกรานต์ ขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงนะค่ะ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 17/04/50 - 10:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 285
สวัสดีครับทุกท่าน..

หยุดสงกรานต์ไปหลายวัน...

สำหรับหนังค่าย xxx นั้น ล่าสุด เห็นบอกว่า กำลังหาทางระบาย
หนังชุดเก่า ๆ ทั้งหมดให้ได้ทั่วประเทศก่อน ช่วงนี้จึงยังไม่มีหนังตัวใหม่
ออกมาครับ..
แต่ที่กำลังเตรียมทำอยู่ตอนนี้ก็คือ กำลังเตรียมทำ DVD หนังมิตร ชัยบัญชาเรื่องหนึ่ง
เป็นหนังแนวบู๊ครับ..
เห็นว่า อาจจะเป็น DVD 9 ด้วย กะว่าจะนำออกวางตลาดในเดือน
ตุลาคม 2550 และอาจจะนำไปฉายในงานวันมิตรด้วย
ตอนนี้ กำลังวางแผนว่า จะมีอะไรแถมพิเศษท้ายเรื่องด้วย...

สำหรับข่าวคืบหน้าของหนังค่ายอื่น ๆ นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการนำหนัง
เก่าที่เคยออกเป็นวีซีดีจากค่ายอื่น ๆ มาออกซ้ำอีกครั้ง
ส่วนหนังตัวใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยออกมานั้น ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย

แต่ที่คืบหน้าเมื่อเสาร์ก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมานั้น
เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้นำม้วนวีดีโอเรื่อง เสือน้อย (รุ่นสมบัติ)
มาให้ดู (ม้วนเฉย ๆ) แต่ไม่ยอมให้ยืมกลับบ้านไปดูครับ
ตอนนี้กำลังอ้อนอยู่ว่า เมื่อไรเขาจะยอมให้ยืมดูบ้าง
เพื่อนคนนี้ มีหนังที่เป็นวีดีโอมาสเตอร์แท้ที่เป็นหนังที่หายไปจากตลาด
เกือบ 30 เรื่อง ใครอยากรู้ว่า เรื่องอะไรบ้าง ก็ต้องไปคุยที่คลองถมครับ



จาก: มนัส138
วันที่: 17/04/50 - 20:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 286
ผมก็เพิ่งแวะไปคลองถมมา ที่ร้านชมภู หนังหายไปครึ่งร้าน
ถามเค้าว่า จะเลิกกิจการหรือ เค้าบอกเปล่า ยังไม่เลิก แต่ที่หนังน้อย
เพราะตอนนี้เกือบทุกบริษัทขายขาด ห้ามคืน เลยสั่งของมาน้อย
แล้วแต่ละบริษัทก็จะทำหนังน้อยลงด้วย เพราะคนซื้อน้อยลงมาก
อย่างน่าใจหาย ก็ตั้งแต่ 19 กันยาโน่นแหละ
บางร้านก็เอามาเลหลังอย่างเจบิ๊กส์ แมงป่อง
น่าสงสารนายทุนชะมัดเลย XXX รอไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวเข้าเนื้อ

จาก: เวียร์
วันที่: 17/04/50 - 22:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 287
คุณมนัสครับ ผมสนใจที่คุณบอกว่ามีสมาชิกท่านหนึ่งมีหนังรุ่นเก่า
หลายเรื่อง เช่น เสือน้อย คุณพอจะบอกได้ไหมว่า เขาชื่ออะไร หรือ
ชื่อร้านอะไร อยู่แถวไหน พอจะติดต่อได้ไหม
ผมว่าถ้าพบเขา ลองช่วยกันอ้อนดูไม่แน่นะครับ อาจจะมีทาง
ที่จะได้หนังเหล่านั้นมาก็ได้

ผมว่ากระทู้นี้เริ่มช้าแล้ว จะเปลี่ยนเป็นตอนที่ 17ก็น่าจะดีนะครับ

จาก: วิน
วันที่: 18/04/50 - 8:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 288
ถึงคุณมนัส...........

ยังไงๆ...พันธมิตร(บ.XXX)...วางแผนวางหนังเก่า(ที่ผลิตแล้ว)ขายทั่วประเทศแล้ว...ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ...ครับ

แต่ขอให้ช่วยบอกคุณโต๊ะ พันธมิตรหน่อยครับว่า...ในกรุงเทพเนี๊ยะ!!!..ยังหาซื้อยากเลย...วางขายในกรุงเทพฯให้ทั่วถึงก่อนได้ไหม เช่น เซ็นทรัลบางนา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เทสโก้โลตัสบางนา ..ใกล้ๆบ้านผม ไม่มีขายเลย...
หนังไทยเก่าๆแทบหายไปหมดในย่านนี้...ทั้งๆที่บนซีคอนฯมีตลาดคลองถม2บนชั้น3แท้ๆ....
ยากดูหนังมิตรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ..เพราะอยากรู้สุดท้ายแล้วเราจะเหลือหนังมิตรในปัจจุบันสักกี่มากน้อย...ตอนนี้ก็
1.สกุลกา
2.จอมคน
3.เหนือมนุษย์
4.สอยดาวสาวเดือน
5.รักเอย
6.เสือสั่งถ้ำ
7.อ้อมอกสวรรค์
8.นางสมิงพราย
9.งูผี
10.ปลาไหลทอง
11.สองฝากฟ้า
12.7สิงห์คืนถิ่น
13.เพื่อนรัก
14.พรายพิศวาส
15.ทรชนเดนตาย
16.จ้าวอินทรี
17.มนต์รักลูกทุ่ง
18.อินทรีทอง
19.พระจันทร์แดง
20.5พยัคฆ์สาว
21.แม่ย่านาง
22.พระอภัยมณี
23.กังหันสวาท
24.พระลอ
25.ไทรโศก
26.นางสาวโพระดก
27.อวสานอินทรีแดง
28.ปิ่นรัก
29.คนเหนือคน
30.เพชรตัดเพชร
31.จุฬาตรีคูณ
32.อัศวินดาบกายสิทธิ์
33.16ปีแห่งความหลัง
34.เงิน เงิน เงิน
35.ปีศาจเสน่หา
36.นางพรายตานี
37.ยอดแก่น
38.ปราสาททราย
39.เกิดเป็นหงส์
40.แมวเหมียว
41.น้องรัก
42.จอมโจรมเหศวร
ที่เป็นวีดีโอ...มูลนิธิอยู่
43.อีแตน
44.ทรชนคนสวย
ที่เคยฉาย...น่าจะมีฟีย์มอยู่...
45.แสนรัก
46.ลมเหนือ
47.แม่นาคพระนคร
มีข่าวว่ามีฟีล์มแต่ขาดบทพากษ์...
48.จำปาทอง
49.วังไพร
มีข่าวว่าเจอฟีล์มแต่เจ้าของยังไม่ให้.........
50.ชาติเสือ
...................
ก็ยังหวังจะได้เก็บสะสมไว้ทั้งหมดครับ


จาก: โต้ง
วันที่: 18/04/50 - 8:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 289
หนังไทยเก่าๆ ถ้าใช้ระบบขายขาด ไม่ใช่ฝากขาย คงไม่มีร้านไหนกล้าเสี่ยง

จาก: แจ้
วันที่: 18/04/50 - 9:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 290
ขอตอบความเห็นของคุณ ป.ปอนด์ แทนคุณมนัสครับว่า ภาพยนตร์เรื่อง "สันกำแพง" นั้น ต้องอดใจรออีกสักพัก เพราะมีปัญหาหลายอย่างอันเกิดมาจากฟิล์มเดิมนั่นแหละครับ เนื่องจากฟิล์มนี้ ทางเจ้าของบริการภาพยนตร์กลางแปลง ได้ไปตัดฟิล์มสลับฉากของเรื่อง ทำให้ต้องนำภาพที่เทเลซีนจากฟิล์มแล้ว มาลำดับใหม่ ที่สำคัญ ต้องใช้ความพิถีพิถันในการเรียงลำดับเพื่อให้ตรงกับบทพากย์ ตัวหนังมีความยาว 4 ม้วนครับ เป็นฟิล์ม 16 มม. เพราะฉะนั้น ทาง XXX จึงต้องพยายามอย่างสุด ๆ ที่จะคืนสภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ ให้ได้สมบูรณ์เท่าที่จะทำได้ อดใจหน่อยนะครับ ส่วนฟิล์มเดิมและโชว์การ์ดได้คืนกับทางวัดไปแล้ว เมื่อก่อนสงกรานต์ จึงเรียนมาให้คุณมนัสรับทราบครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมตั้งใจที่จะขอเรียนให้คุณผู้อ่านที่ได้เคยติดตามเกี่ยวกับภาพยนตร์ตัวอย่างที่เป็นหนังไทยเก่า ๆ จำนวน 10 กว่าเรื่องที่ผมนำออกมาพร้อมกับภาพยนตร์เรื่อง "สันกำแพง" ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับทาง XXX และคุณมนัสแต่อย่างใด จุดประสงค์ของผมก็คือ ต้องการที่จะเห็นภาพจากภาพยนตร์ตัวอย่างนี้ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

หลังจากที่นำออกมาแล้ว ก็เริ่มดำเนินการซ่อมแซมทันที โดยใช้ช่วงเวลาว่างจากงานประจำมาทำด้านนี้ ซึ่งต้องใช้เวลาและความละเอียดอย่างมาก เพราะตัวอย่างทุกเรื่องล้วนผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก จนหนามเตยแตก ซึ่งกว่าจะเสร็จทั้งหมดก็เข้าสู่ช่วงกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2550

สิ่งที่เป็นเรื่องที่ยากลำบากที่สุด นั่นคือการถ่ายทอดภาพและเสียงจากฟิล์มลงสู่วิดีโอ มาสเตอร์ ถ้าใช้บริการแบบเดียวกับที่ XXX ผลิต คงจะไม่ไหว เพราะมีราคาสูง ที่สำคัญเป็นเทปเบตาแคมซึ่งใช้ในวงการระดับมืออาชีพ เพราะฉะนั้นจึงยอมเสี่ยงที่จะใช้วิธีการที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นั่นคือการซูมภาพด้วยกล้องวิดีโอ เนื่องจากมีบุคคลคนหนึ่งได้แนะนำมาเกี่ยวกับเครื่องมือดังกล่าวจึงเลยตัดสินใจนำฟิล์มตัวอย่างมาถ่ายทอดโดยใช้กล้องวิดีโอ

แต่พอผมนำฟิล์มที่ซ่อมแซมและจัดเก็บไว้อย่างดี มาต่อรวมกันแล้วใช้โรลล์ใส่ฟิล์ม ม้วน ๆ เข้าไป ปรากฏว่า ฟิล์มตัวอย่างทั้งหมดอยู่ในสภาพที่บิด มีกลิ่นฉุนจัด ดูจากสภาพฟิล์ม คงไม่สามารถทำได้อีกแล้ว ความหวังในการที่จะถ่ายทอดจากฟิล์มเป็นวิดีโอ คงต้องยุติลงไปโดยปริยาย ส่วนฟิล์มเดิมนั้น ผมได้ถ่ายลงเครื่องสแกนและรอนำเสนอในโอกาสต่อไป ก่อนที่ผมจะนำฟิล์มตัวอย่างทั้งหมดคืนกับทางวัดพร้อมกับภาพยนตร์เรื่อง "สันกำแพง" ที่ได้กล่าวไปแล้ว

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นการแก้ตัวหรือไม่ได้ให้ความสนใจที่จะทำ ตัวผม มีความตั้งใจและเต็มใจที่จะทำตรงนี้อยู่แล้ว แต่เนืองจากฟิล์มที่กว่าผมและ XXX ทราบก็กินเวลานานหลายปี จนไม่สามารถคืนสภาพได้อีกแล้ว เหมือนเรื่อง "ไอ้ควายเหล็ก" และอีกหลาย ๆ เรื่องที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน เนื่องจากเป็นฟิล์มธรรมดา (เซลลูลอยด์) ไม่ใช่ฟิล์มทอง (โพลีเอสเตอร์) ที่ใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ผมมีความตั้งใจที่จะทำอะไรสักอย่าง คล้าย ๆ กับ หภช. เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่สนใจด้านภาพยนตร์จริง ๆ แล้วเจอกันอีกครับ

จาก: กระปุกจำปา
วันที่: 18/04/50 - 18:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 291
อย่างไรก็ขอบคุณ...ที่คุณได้พยายามแล้ว
ขนาดยอมทำผิดกฎหมาย ผิดวิธีปฏิบัติที่ดี...ก็ทำได้แค่เกือบจะสำเร็จ...สุดท้ายยังต้องทิ้ง-ขว้างไปเฉยๆ ไม่เหลืออะไรเลย..ยยย...

นี่ถ้ามีเศรษฐีใจบุญรักหนังไทยสักคนสองคนยื่นมือมาช่วยเหลือ..ก็คงไม่ต้องหอบไปเผาทิ้งอย่างเสียดายสุดซึ้ง....

จาก: โต้ง
วันที่: 18/04/50 - 21:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 292

อยากได้ VCD หนังเรื่อง "เพราะว่าฉันรักเธอ"

ที่เสกสรร กับ ลลิตานำแสดงค่ะ

ไม่ทราบว่าผู้ใดพอจะให้ข้อมูลได้บ้างคะ

ขอบพระคุณมากเลยนะคะ

จาก: นู๋เล็ก
วันที่: 19/04/50 - 15:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 293
ถึงคุณโต้ง ครับ วัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดตัวอย่างหนังไทยเก่าในตอนนั้น ไม่ได้ทำเพื่อการค้ากำไรแต่อย่างใด เราทำไว้เพื่อดูหรือนำภาพบางส่วนเผยแพร่เพื่อให้คนที่เคยชมได้รำลึกถึงความหลังก็เท่านั้น

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับฟิล์มอันเนื่องมาจากการเสื่อมสภาพของอาการที่เรียกว่า เวนิกา ซินโดรม มันเป็นปัจจัยหลักที่จะต้องเกิดขึ้นกับฟิล์มธรรมดา ผมเองก็พยายามจนถึงที่สุดแล้วที่จะรักษาสภาพให้คงเดิมโดยให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงที่ก่อนหน้าที่ผมจะไปขอยืมฟิล์มออกมา เราไม่สามารถรู้อะไรได้เลยว่ามันเสียหายไปมากขนาดไหน กว่าจะรู้ข่าวอีกที ฟิล์มเลยยิ่งเสียหายหนักจนไม่มีให้เห็นกลับมาอีก

เมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ ผมมีโอกาสได้พบกับอดีตนักพากย์หนังกลางแปลงท่านหนึ่ง คนนี้เคยซื้อฟิล์มภาพยนตร์จีนซึ่งเป็นเสียงซาวนด์แทรคภาษาจีน แต่พิมพ์คำบรรยายภาษาไทยแบบตัวพิมพ์ดีด มาไว้หลายเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแนวกำลังภายใน ที่สำคัญนักพากย์คนนี้ยินดีที่จะมอบฟิล์มภาพยนตร์ดังกล่าวให้ผมทั้งหมด เพราะตัวนักพากย์ก็อายุมากแล้ว ฟิล์มเหล่านี้ก็ไม่ได้ใช้งานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2530 ผมก็หวังว่าภาพยนตร์เหล่านี้อาจจะเป็นมรดกตกทอดและหาดูได้ยากยิ่ง แต่แล้วเมื่อผมได้ฟิล์มมาก็ต้องพบในสภาพที่เสียหายจนไม่อาจคืนสภาพได้อีกเช่นกัน แม้กระทั่งบทพากย์ก็ถูกปลวกกินเสียหายหลายเล่ม สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรมาเลย

เชื่อว่า ในตอนนี้ฟิล์มภาพยนตร์ไทยเก่า ๆ หลายเรื่อง ทั้งที่เป็นหนังดัง หนังทำเงิน หนังเกรดบี ที่เป็นฟิล์มธรรมดาที่อยู่กับบริการหนังกลางแปลง ตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากฟิล์มที่เก็บรักษาที่หอภาพยนตร์เลย หลายครั้งที่ผมพูดคุยเจรจาเพื่อขอซื้อกากหนังก็ตั้งราคาสูงเกินกำลัง บางทีก็ถูกขอให้ซื้อกากหนังในสภาพฟิล์มที่เสียแล้วก็มี

เมื่อปลายปี 2548 ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมที่พิพิธภัณฑ์รถไฟที่ติดกับตลาดจตุจักร และได้ไปชมอุปกรณ์การผลิตภาพยนตร์สารคดีและภาพยนตร์โฆษณาของคุณสรรพสิริ วิริยะสิริ ซึ่งได้มีการมอบรางวัลเมื่อไม่นานมานี้ ผมไปเห็น VCD ภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานภาพยนตร์โฆษณาในอดีตกว่า 20 รายการ เช่น ขี้ผึ่งบริบูรณ์บาล์ม , เครื่องปรับอากาศ เฟรดเดอร์ , เสื้อเชิ้ต แซนฟอร์ไรซ์ เป็นต้น ซึ่งผมไม่เคยชมมาก่อน ที่สำคัญเหลือเพียงแผ่นเดียวและเป็นแผ่นไว้สำหรับโชว์เพื่อให้คนที่สนใจได้บริจาคเพื่อเป็นค่าบำรุงดูแลพิพิธภัณฑ์ เลยตัดสินใจนำมา แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องนำมาทำสำเนาซ้ำ เพราะแผ่นเดิมเป็นยี่ห้อ Princo ซึ่งชำรุดง่าย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Sony แทน เพื่อเก็บต้นฉบับไว้และทำสำเนาขึ้นมาอีกแผ่นหนึ่งสำหรับดูทั่วไป (เพราะถ้าแผ่นฉบับนี้เสียอีกก็จะทำสำเนาขึ้นมาใหม่เพื่อชมได้อีกเรื่อย ๆ) ซึ่งเมื่อชมแล้วก็รู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ เพราะเป็นการนำเอาวิดีโอ VHS มาทำ แต่โดยรวมแล้วถือว่า ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้ดูเลย

ที่ผมเกริ่น ๆ ไว้ในความเห็นก่อนนั้น ผมขอบอกว่า ตอนนี้กำลังรวบรวมผลงานภาพยนตร์ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นฟิล์ม (ขณะนี้ มีเฉพาะที่เป็นฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่าง ทั้งไทยและต่างประเทศ และบางส่วนเป็นคลิปวิดีโอ มีหลายเรื่อง) สิ่งพิมพ์ ใบปิด โชว์การ์ด โสตทัศนวัสดุ ฯลฯ ซึ่งผมจัดซื้อด้วยกำลังทรัพย์ของตนบ้าง และได้รับมอบจากบุคคลอื่นบ้าง และจะจัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "คลังรูปยนต์" (Motion Pictures Archives) แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้น และยังคงดำเนินการต่อไปครับ

จาก: กระปุกจำปา
วันที่: 20/04/50 - 17:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 294
กรุณาช่วยลงประวัติและผลงานของคุณภิญโญ ปานหนุ้ย บ้างครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วครับ คึดถึงผลงานเก่าๆครับ


จาก: sangtawee
วันที่: 20/04/50 - 18:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 295
ขอขอบคุณ ขอสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้คุณกระปุกจำปาครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 20/04/50 - 23:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 296
แหมถ้า โครงการ คลังรูปยนต์ ของคุณกระปุกจำปา เสร็จเมื่อไหร่ ผมคงต้องขอไปชมมั่งล่ะครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 21/04/50 - 3:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 297



ดาราชายท่านนี้ชื่ออะไรค่ะ...ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
พี่มนัสครับผม...อยากดูใบปิด "มัจจุราชสีน้ำผึ้ง" มลฤดีป็นนางเอกค่ะ

จาก: จ
วันที่: 27/04/50 - 17:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 298



ภาพลุงคนข้างบนนี่ เห็นในหนังไทยบู๊ แอ๊กชั่น หลายเรื่องเลยครับ แต่ก็ไม่รู้จักชื่อเช่นกัน วานผู้รู้ช่วยบอกทีครับ

วันนี้ฝากภาพปก VDO หนังไทยในอดีตเรื่อง 2 สิงห์เอเชีย หรือในชื่ออังกฤษ Who hold the Golden Key นำแสดงโดย สมบัติ และ ตึ้งกวงหยง ดาราฮ่องกง

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 28/04/50 - 16:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 299
เดิอนที่แล้วไปครองถมมาได้หนังของ XXX มา20 เรื่อง แผ่นละ 90 บาท ว่าจะเหมาให้หมดแต่ตังไม่พอ คงต้องกลับไปซื่อใหม่ ยินดีที่จะอุดหนุนและอนุรักษ์หนังไทยรุ่นเก่า ขอเป็นกำลังใจให้ผผู้ผลิต คิกว่าในอนาคตถ้าทำการตลาดดี ๆ ก็น่าจะไปได้ เพราะคนดูรุ่นเก่า ๆที่อยากสะสมคงจะมีอีกมาก เพียงแต่ว่าหาซื้อยากสักหน่อย เห็นใจผู้ผลิตจริงๆ ผมดูหนังไทยรุ่น พศ. 2507-2514- คุณภาพการสร้างต่างๆ จะดีกว่า ยุค 2518-2520+ ซึ่งเป็นหนังบู้ส่วนใหญ่ บทไม่ค่อยแตกต่างกัน บางเรื่องผู้แสดงเกือบยกชุดมาที่เดียว แต่ก็ดูสนุกดี ดูแล้วมีความสุขเหมือนตอนที่เป็นเด็ก ตอนนี้ถ้าไปดูแถว บิกซี จะมีหนังเก่ามาขายลดราคาทั้งไทยเทศ กาตูน แต่ไม่มีกล่อง ต้องไปซื้อกล่องใส่เอง (ถ้าต้องการสะสม) ก็ดีครับ ผมอยู่ต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพที่ก็เป็นเดือน แล้วไปคลองถมรถติดมาก ท้ายนี้อยากถามผู้รู้ว่า หนังของ XXX ทำมาทั้งหมดถึงตอนนี้กี่เรื่อง เรื่องอะไรบ้าง และอิกข้อหนังที่มิตรแสดงคู่สมบัติมีกี่เรื่องอะไรบ้างแล้วที่ทำออกมาตอนนี้กี่เรื่อง ครับ

จาก: กฤษ
วันที่: 28/04/50 - 22:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 300
ในภาพใช่ ลุง พิศ อินทร์คล้าย หรือปล่าว คล้ายๆชอบแสดงละครของ
รัชฟิล์ม (อ่านว่ารัช ชะ ฟิล์ม) ตอนเด็กๆท่านแสดงเป็นผีดิบ รับบท
ไอ้ส่าง เด็กๆกลัวกันทั้งเมือง ถ้าเราดื้อแอบไปเที่ยวข้างนอก ผู้ใหญ่มักจะขู่ว่า เดี๋ยวไอ้ส่างจับตัวไป เลยไม่กล้าออกจากบ้านเลยครับ
ถ้าไม่ใช่ช่วยชี้แนะหน่อยนะครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 28/04/50 - 22:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 301



สวัสดีครับทุกท่าน...

วันพรุ่งนี้ (1 พฤษภาคม 2550) เช้าตรู่...
คุณพักรบ จะพาเพื่อน ๆ ไปไหว้ศาลมิตร ชัยบัญชา ที่ชลบุรี
พร้อมกับเปิดตัวละครวิทยุ ดาวดิน...
เท่าที่นัดแนะกันไว้แล้ว ก็จะมีเพื่อน ๆ เราหลายคนร่วมไปกับคุณพักรบด้วย
เช่น ผม, พี่แต๋ว สุดยอดแฟนพันธุ์แท้มิตร ชัยบัญชา, พี่อ๊อดอินทรีแดง,
พี่อ๊อดสุรพงษ์, พี่จุ, น้องจาจา,นู๋แพ(มาจากเชียงใหม่อีกแล้ว),น้องลูกตาล,
พี่เล็กแฟนหนังไทย,พี่สอาด,แมวเหมียว,ฯลฯ...

แม้ว่าเพื่อน ๆ บางคนจะเกิดไม่ทันรุ่นมิตร ชัยบัญชา แต่ความที่พวกเรา
ได้มาอยู่ร่วมกันในที่นี้และมีคุณพักรบเป็นพี่ใหญ่ใจกว้าง ๆๆๆ ด้วย
พวกเราก็เลยทราบซี้งน้ำใจไมตรีที่คุณพักรบทำเพื่อมิตร ชัยบัญชา เสมอมา..
หลาย ๆ คนก็เลยเริ่มชอบ มิตร ชัยบัญชา เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ๆ
จนบางคนยืมคำพูดที่ผมชอบพูดเสมอไปใช้ว่า " มิตร ชัยบัญชา เป็น
สัญลักษณ์ของหนังไทยเก่า ๆ " ไปแล้ว
ฉะนั้น พอมีอะไรที่เกี่ยวกับมิตร ชัยบัญชาและคุณพักรบแล้ว พวกเราก็
เลยต่างเทใจให้เสมอมา....

ตอบคุณวิน
ที่ผมบอกว่า มีเพื่อนคนหนึ่งมีหนังเป็นวีดีโอหลายเรื่องนั้น
เขามีจริง ๆ เพราะเป็นคนที่ตระเวณหาซื้อหนังไทยเก่า ๆ พร้อมกับผมเอง
เพียงแต่ว่า เพื่อนเขาหวงมาก ๆ และยังไม่ยอมรับระบบการแปลงสัญญาณ
เป็นดีวีดีครับ เขาชอบเก็บเป็นม้วนวีดีโอครับ...
ผมเองคุยหลายทีแล้ว เอาดีวีดีที่แปลงไปให้ดูว่า ชัดกว่าม้วนต้นฉบับอีก
แต่เขาก็ไม่ยอมครับ... หากคุณวินอยากรู้จัก วันเสาร์ก็มาหาผมที่ KFC
คลองถมซิครับ จะแนะนำให้...
ที่ผมห่วงก็เพราะว่า เข้าใจว่า หนังแต่ละเรื่องนั้นน่าจะเป็นม้วนสุดท้ายแล้ว
เกรงว่าม้วนเทปจะขึ้นราหมดก่อน ก็เลยพยายามอ้อนแล้วแต่......

ถึงคุณโต้ง ครับ
ถ้าเป็นหนังมิตร ชัยบัญชา แล้ว ค่ายพันธมิตร หรือ xxx ทำทุกเรื่อง
แน่นอน...เพียงแต่ติดขัดเรื่องฟิล์มกับบทพากย์เท่านั้น จึงทำไม่ได้
เท่าที่พอนึกออกตอนนี้ หนังมิตรที่ถือฟิล์มไว้และบางเรื่องเทเลซีนแล้ว
แต่ไม่มีบทพากย์ จึงยังไม่ได้ทำออกมาก็คือ..

กำแพงเงินตรา (ยังหาเพลงประกอบไม่ครบ)
วังไพร (มีบทแค่ 17 หน้า กะว่าได้แค่ไม่เกิน 20 นาที)
หยกแก้ว (ไม่มีบทพากย์)
ว่าวน้อย (ไม่มีบทพากย์)
จำปาทอง (ไม่มีบทพากย์)
แม่นาคพระนคร (เจรจาลิขสิทธิ์ไม่สำเร็จ)
ฯลฯ..
แต่มี 3 เรื่อง ทำเสร็จแล้ว แต่เขายังไม่ให้บอกชื่อครับ
ส่วนชื่อข้างบน เขาก็ไม่ให้บอกเหมื่อนกัน แต่ผมเห็นว่า เผื่อจะมีใครมี
บทพากย์ จะได้เอามาช่วยชีวิตหนัง จึงขอบอกครับ...
สำหรับฟิล์มหนังมิตรที่อยู่ในมือคนอื่น ๆ แต่เอามาไม่ได้ ก็เช่น
ชาติเสือ
แสนรัก ใจนาง (ไม่ให้ใช้ฟิล์มในทางการค้า)
หนังดอกดิน บางเรื่อง เจรจาลิขสิทธิไม่ลงตัว จึงทำไม่ได้ครับ

ปัญหาของการขายหนังไทยเก่า ๆ ของแต่ละค่ายนั้น
เท่าที่ทราบ ถ้าเป็นการขายขาด จะขายได้ยากและช้า แต่ได้เงินแน่ๆ
ถ้าเป็นฝากขาย มักจะเจอปัญหาว่า หนังจะถูกเก็บออกหลังจากวาง
ขายได้ประมาณไม่เกิน 1 เดือน บางร้านแค่อาทิตย์เดียว ก็เก็บออกแล้ว
เขาบอกว่า จะเอาพื้นที่ไปวางหนังอื่น ๆ เพราะขายยาก
หนังไทยเก่า ๆ มักจะไม่มีงบโฆษณา กว่าคนจะรู้ว่า มีหนังออกมา
พอไปถึงร้าน ก็ไม่มีหนังแล้ว ข้อสำคัญคนขายมักจะไม่รู้จักหนังไทยเก่าๆ
บางร้านถามหายังตอบไม่มี ทั้ง ๆ ที่วางอยู่ใกล้ ๆ เขานั่นเอง

สำหรับคุณนู๋เล็ก
ที่ถามหาหนังเรื่อง เพราะว่าฉันรักเธอ นั้น
ขณะนี้ วีซีดี ยังไม่มีการทำออกมาครับ แต่เมื่อปี 2532 แค่ออกเป็น
วีดีโอเทปของเอสทีวีดีโอ ครับ ...

พี่จุ บอกว่า อยากดูใบปิดเรื่อง มัจจุราชสีน้ำผึ้ง รุ่นมนฤดี
ก็เลยเอามาให้ดู...แต่เป็นแบบฉบับที่ทำเพื่อจัดเก็บเข้าคลังหนังครับ

แล้วค่อยพบกันใหม่นะครับ




จาก: มนัส138
วันที่: 29/04/50 - 22:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 302
เห็นคุณมนัสฯ ลงภาพใบปิดหนัง นึกว่าค่าย XxX จะออกหนังไทยควบ ในรูปแบบ DVD ซะอีก

คุณมนัสฯครับ แล้วหนังไทยล็อตใหม่ จะได้ดูเดือนไหนครับ เห็นได้ข่าวว่าเป็นเดือน มิถุนายน ใช่หรือเปล่าครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 30/04/50 - 0:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 303
ยืนยันเหมือนสาโรจน์ครับ...
ภาพลุงพิศ อินคล้าย

ใครเคยเห็นลุงที่เคยเป็นดาราอาวุโสนั่งอยู่แถววังบูรพาบ้างครับ..
เห็นแล้วรู้สึกรันทดใจยังไม่รู้...

จาก: นายต๋อง
วันที่: 30/04/50 - 13:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 304
คุณต๋อง....ผมก็เคยเห็นฮะ ดาราอาวุโสที่นั่งอยู่ตรงเซ็นทรัลวังบูรพา คิดว่าชื่อคุณประวิทย์ใช่หรือเปล่าครับ ที่คุณอัษฎาวุธ เหลื่องสุนทร เคยหาเงินช่วย แต่ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านยังอยู่หรือเปล่า จำได้ว่าเคยเล่นละครพวกผีๆทางช่องเจ็ดตอนผมเด็กๆ แต่ก่อนเวลาผมไปคลองถมจะเดินไปแถวนั้นจะเจอท่านทุกครั้ง แต่ช่วงนี้ไม่ได้ไปนานแล้วฮะ อีกท่านที่สมัยก่อนเห็นเป็นประจำที่ดิโอลด์สยามคือ คุณท้วม ทรนง จะเห็นนั่งที่ร้านกาโตว์ และยังมีคุณพิชัย น้อยรอด ด้วยครับ

จาก: กร
วันที่: 30/04/50 - 14:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 305
ช่วนคุณต๋องยืนยันครับ...ชื่อลุงคือพิศ อินคล้าย...แต่นามสกุลนั้นเปลี่ยนหลายครั้งครับ(ในเรื่องเงิน เงิน เงิน-ที่มิตรแสดงลุงแกน่าจะใช้นามสกุลอื่น)...แต่ที่ใช้มากจนผมจำได้ก็พิศ อินคล้าย..นี่แหละ

จาก: โต้ง
วันที่: 30/04/50 - 20:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 306
ความเห็นที่303 ใช่คนที่เล่นบทคุณตาในเรื่อง"บ้านทรายทอง"จารุณี-พอเจตต์ หรือเปล่าค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 30/04/50 - 22:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 307



ถึงคุณ มนัสและทีมงานครับ
เห็นมีหนังเรื่อง แม่นาคพระนคร ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเรื่องบทพากษ์ไหม
ผมมีหนังสือเรื่องนี้อยู่เล่มหนึ่ง เป็นบทพากษ์ก็ไม่เชิง เขียนโดย มรว.ชนม์สวัสดิ์ ชมพูนุช ผมยินดีมอบให้ครับ

เอารูปประกอบมายั่วน้ำลายเพื่อนๆสักหน่อย ขออนุญาติ คุณมนัสด้วยครับ
"ยมบาลติดตามดวงวิญญานนางนาคลงไปพบพระยายมราช ในเมืองนรก
โดยมีตาหนู (ลุงสุคนธ์)กับยายนพ (ไม่ทราบชื่อ)ติดตามไปทัศนาจรแดนนรกด้วย ตาหนูกำลังสนใจกับต้นงิ้วอย่างถึงขนาด"

จาก: สาโรจน์
วันที่: 01/05/50 - 13:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 308
ในภาพ...น่าจะเป็นคุณปราณีต คุ้มเดช-สุคนธิ์ คิ้วเหลี่ยม-สมพงษ์ พงษ์มิตร-อรัญญา นามวงศ์.............

จาก: โต้ง
วันที่: 01/05/50 - 18:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 309



ขอบคุณครับคุณโต้ง
ภาพคห.ที่ 298 ผมเคยดูเมื่เร้วๆนี้ ฉายทางช่อง MVTV แต่เสียดายดูแค่ฉากสุดท้าย ตอนคุณสมบัติ บุกไปยิงกับผู้ร้ายบนเกาะ (หล่อกว่าพระเอกฮ่องกงเยอะ )ผมว่าช่องนี้เขาหาหนังเก่ามาให้ดูมากเหมือนกัน

ใน คห. 303 ผมก็จำได้ลางๆ ว่าไม่ลุงพิศ ก็อีกท่านหนึ่งในรูปที่นำมาประกอบ เคยเล่นเรื่อง เล็บครุฑ จำชื่อท่านไม่ได้ ใช่หรือปล่าวครับ ท่านใดเฉลยได้บ้างครับ ?

จาก: สาโรจน์
วันที่: 01/05/50 - 19:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 310



สวัสดีครับทุกท่าน..

กลับมาร่วมงานไหว้ศาลมิตร ชัยบัญชาเพื่อเปิดละครวิทยุ ดาวดิน..
แล้วครับ.. บรรยากาศงานดีมาก ๆ รู้สึ่กว่าเพื่อนเราทุกคนประทับใจ
มาก ๆ เอาไว้รอท่านอื่นมาเล่านำหน้าก่อน แล้วผมจะเสริมให้ทีหลังครับ

แหม ต้องขอโทษคุณJasonSจัง!!! ด้วยที่ทำเอาเกือบเข้าใจผิดเรื่องปก
นั่นเป็นปกหนังที่ทำไว้ดูส่วนตัวครับ ผมทำไว้ดูเล่น ๆ ตามที่คิด ทำ
ขนาดเท่าปกวีซีดีเพราะต้องการประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บครับ...
ส่วนหนังค่าย xxx ชุดใหม่นั้น ยังต้องรอฟังข่าวอีกครั้งครับ...

ขอบคุณสาโรจน์ครับที่ให้ข้อมูลเรื่อง แม่นาคพระนคร แต่ว่าเรื่องนี้ติด
ปัญหาลิขสิทธิ์อย่างเดียว เรื่องพากย์ไม่ต้องห่วงเพราะเป็นหนัง 35 ม.ม
เสียงไทยในฟิล์มแล้วครับ.. ปัญหาจะอยู่ที่หนัง 16 ม.ม.ครับ

ส่วนคุณลุงที่เคยเห็นแถววังบูรพานั้น ก็คือ ประวิทย์ สุจริตจันทร์
ส่วนพิศ อินคล้าย นั้น ถูกแล้วครับ
คุณตาในบ้านทรายทอง ก็คือ ประวิทย์ สุจริตจันทร์
ส่วนอีกคนที่ผมมักจะจำชื่อสับกันก็คือ ตัวผีในเรื่อง เงินปากผี ที่แสดงโดย
จุมพล กาญจนพินทุหรือนินทุ เพราะแต่ละข้อมูลเขียนไม่เหมือนกัน
แต่ว่า ถ้าเป็นเรื่อง เล็บครุฑ 78 นั้น เล่นทั้ง ประวิทย์และ จุมพล ครับ
ใครเล่นเป็น จางซูเหลียง ก็ลองเปิดดูจากวีซีดีนะครับ...

ส่วนปกข้างบนนั้น จริง ๆ แล้วค่ายxxx สนใจอยากจะทำวีซีดีครับ
แต่ว่าติดปัญหาเรื่องการเจรจาเรื่องลิขสิทธิ์ครับ เลยทำปกไว้ดูเล่น ๆ
ก่อนครับ




จาก: มนัส138
วันที่: 03/05/50 - 0:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 311
เดือนนี้เหงาจัง ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ไม่มีหนังไทยออกใหม่

จาก: อิท
วันที่: 03/05/50 - 9:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 312
ผมอุดหนุน วีซีดี ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ ทุกเรื่องเลยครับ ถ้าพบตามร้าน แต่ไม่ครบทุกเรื่อง ล่าสุดเพิ่งได้เรื่องตาลเดี่ยว,สาวบ้านแต้มา ขอใบปิด เรื่องเจ้าแพร(สมบัติ,อรัญญา,เนาวรัตน์ วัชรา)และเรื่อง แสงเดือน(สมบัติ,อรัญญา,สุทิศา) ด้วยครับ

จาก: นิรมิต
วันที่: 03/05/50 - 14:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 313



สวัสดีครับทุกท่าน..

ตามคำขอของคุณนิรมิต ครับ
ใบปิดเรื่อง เจ้าแพร
เท่าที่ทราบ ไม่มีหนังเหลือให้ดูแล้วครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 04/05/50 - 22:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 314



อีกใบครับ.. ใบปิดเรื่อง แสงเดือน
เช่นกันครับ หาหนังดูไม่ได้แล้วครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 04/05/50 - 22:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 315
ขอบคุณคุณมนัสมากครับสำหรับใบปิด,เจ้าแพร,แสงเดือน เมื่อวันก่อนผมไปที่ร้านขายซีดี ซื้อเรื่อง เผ็ด(สมบัติ,อรัญญา)และเรื่อง ศาลาลอย(สมบัติ,อรัญญา)ของเลปโส้ ปรากฏว่า เปิดดูกลายเป็นเรื่อง เผ็ด ทั้งคู่ ทำไมเลปโส้ ถึงทำอย่างนี้ได้ครับ ภาพที่แผ่นก็เป็นภาพศาลาลอย เสียความรู้สึกนะครับแบบนี้ เจอแบบนี้หลายเรื่องเลยครับ

จาก: นิรมิต
วันที่: 07/05/50 - 15:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 316
เสนอ -เสน่ห์ โกมารชุน ใช่พี่น้องกันหรือเปล่าค่ะ หรือเป็นคนๆเดียวกัน..ถ้าเป็นคนละคนกันอยากเห็นภาพ คุณเสนอ โกมารชุน ด้วยถ้ามี...

จาก: จุ
วันที่: 09/05/50 - 12:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 317
เสนอ,เสน่ห์ โกมารชุน เป็นพี่น้องกันครับคุณจุ เสนอ เป็นพ่อของนพพล โกมารชุน ครับ

ตอนนี้แถวคลองถมมีหนังของค่ายโซล่าร์ขายอยู่หลายร้าน
โดยเฉพาะกล่องไม้หน้าร้าน T.T.C. สุรชัย CD & TAPE
(ติดกับร้านซีซีเอสวีดีโอ)มีหนังโซล่าร์
ของค่ายไฟว์สตาร์และสหมงคลฟิล์ม ดีๆมากมาย
บางเรื่องเพิ่งกลับมาขายก็มี (คงจะเป็นของค้างสต๊อค)
มีมากกว่าร้านเจบิ๊คส์(ขายส่ง)เยอะครับ
ขายราคาเรืองละ 19 บาทเท่านั้น
ผมให้รายชื่อเท่าที่ผมเพิ่งซื้อมาและที่มีอยู่แล้ว
เท่าที่จำได้ก็มี

อุกาฟ้าเหลือง
อีพริ้งคนเริงเมือง
อนึ่งคิดถึงพอสังเขป
กระโปรงบานขาสั้น ตอน 2
หัวใจทะลุดิน
แพแตก
ผู้ใหญ่ลีกับนางมา
ข้างหลังภาพ
ขอเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง
เมียหลวง
ยอดรักผู้กอง
ปริศนา
ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด
ผู้ชายชื่อต้น ผู้หญิงชื่อนุช
มายาพิศวาส
หลงไฟ
เทพธิดาโรงงาน
คู่กรรม
ดาวเรือง
เหยื่อ
รักพยาบาท
ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด
สะพานรักสารสิน
หวานมันฉันคือเธอ ภาค 1
หวานมันฉันคือเธอ ตอนที่ยังเหลือ ภาค 2
วิถีคนกล้า
ปัญญาชนก้นครัว
คนแซ่ลี้
แดร๊กคูล่าต๊อก
บุกเดี่ยว
รับจ้างตายตอนแลกตาย
ลูกปืน
ตัณหาเถื่อน
น้องเมีย
ดิน น้ำ ลม ไฟ
นายฮ้อยทมิฬ
สิงห์รถบรรทุก
หนักแผ่นดิน
หยาดพิรุณ
ชี
เพชรตัดเพชร
รัตนาวดี

และอีกหลายเรื่อง เห็นคนในเว็บนี้หาอยู่หลายเรื่อง เลยรีบมาบอก
รีบไปครับ ช้าหมดตอนนี้ถ้าเจอ ก็เอาไว้ก่อนดีกว่า
เพราะถ้ารอลิขสิทธิ์ใหม่ ไม่รู้เมื่อไร เผลอๆในอนาคต
เราอาจจะไม่มีหนังไทยเก่าๆให้ดูอีกแล้ว เพราะไม่มีคนทำ(ทำแล้วเจ๊ง)
เห็นนานๆออกมาทีในค่ายใหม่แค่เรื่อง 2 เรื่องเท่านั้น เผล
แล้วตึกแถวแถวนั้นนั้นก็ทยอยกันเลหลังหนัง จะปิดร้านหมดแล้ว
เพราะเป็นที่ทรัพย์สิน เขาจะสร้างตึกแถวใหม่
(เริ่มจากแถวร้านซีซีเอส,สุรชัย ไปจนถึงซอยข้างโรงหนังแคปปิตอล
ก่อน ส่วนแถบตรงข้ามคือร้านเจบิ๊ค,ซิบูญ่า,ชมภู,บีโฟร์,BU คงทยอยทุบทีหลัง)
แต่คิดว่าเมื่อสร้างเสร็จ น่าจะกลับมาเป็นแหล่งขายหนังเหมือนเดิม
อาจจะยิ่งใหญ่กว่าเก่าก็ได้



จาก: อ๊อด
วันที่: 14/05/50 - 15:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 318
อือม์...เอาอีกแล้ว เดือนที่แล้วผมไปคลองถมตั้งหลายครั้ง หาหนังของโซล่าร์แทบไม่ได้เลย พอตอนนี้กลับมาขายกันถูกๆแค่เรื่องละสิบเก้าบาท ก็ได้แต่หวังว่าปีหน้าคงจะยังพอมีเหลือให้ผมได้ซื้อบ้างนะครับ...
จริงอย่างพี่อ๊อดว่าครับ ใครอยากได้เรื่องไหน-ถ้าเจอต้องรีบคว้าเลย ขืนเอาแต่ลังเล เดี๋ยวกลับไปซื้อใหม่จะหาไม่ได้แล้ว ผมเคยเล่าให้คุณมนัสฟังแล้วว่า หลายสัปดาห์ก่อนที่ร้านเจบิ๊กส์ ผมเจอสุภาพสตรีท่านหนึ่ง อายุ ๔๐ กว่าๆเห็นจะได้ มาถามเด็กคนขายหนังตรงกระบะหนังไทยเก่าว่า "นี่ มีหนังของปริศนา ชบาไพรมั้ย" เด็กคนขายบอกว่าไม่รู้จัก เธอก็เเย้งว่า "น่าจะมีนะ ดังจะตาย รุ่นเดียวกับเพชราน่ะ" เด็กคนขายก็ไม่สนใจ-ไม่ตอบ ผมได้ยินเข้าก็เลยช่วยค้นให้ ได้มา ๒ เรื่องคือ บุญเพ็งหีบเหล็ก กับ ล้วงคองูเห่า คุณพี่เธอก็ถามว่า "ดีๆ อยากดูมานานแล้วเรื่องนี้ เท่าไหร่เนี่ยะ" ผมตอบว่า "เรื่องละยี่สิบครับ" เธออุทานว่า "อุ๊ย! แพง" แล้วก็ถือหนังสองเรื่องเอาไว้ในมือพักใหญ่ ท่าทางลังเลว่าจะเอาดีหรือไม่เอาดี สุดท้ายคุณพี่เธอก็โยนหนังสองเรื่องนั้นคืนใส่กระบะแล้วพูดเบาๆว่า "ยังไม่เอาดีกว่า" ...

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 14/05/50 - 19:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 319
หากถือว่า การเขียนกระทู้นี้เป็นงานแล้ว
ผมคงถูกไล่ออกไปตั้งนาน ฐาน ขาดงานเกินกำหนด..
แม้ว่า ความจริง ผมเองพยายามเข้ามาอ่านทุก ๆ คืน เพียงแต่ว่า
ไปอ่านกระทู้อื่น ๆ ของเพื่อน ๆ ข้างเคียง... อ่านไป อ่านมา ก็ดึก
แถมบางครั้งก็ไปเจอกับเรื่องราวที่ทำลายความรู้สึกดี ๆ ของเจ้าของ
กระทู้เสียอีก.... ก็ได้แต่หวังว่า เพื่อน ๆ จะอดทนนะครับ...

การให้ความรู้แก่คนอื่นนั้น ความรู้เราไม่มีวันหมดหรอกครับ
ยิ่งให้ มันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น...ส่วนที่ใครเข้าจะว่าอะไรนั้น ทำเป็นไม่เห็น
ทำเป็นไม่ได้ยินบ้าง มันก็จะเงียบหายไปเองครับ....
ผมถือว่า จิตวิญญาณของผู้ให้ย่อมสำคัญกว่าผู้รับครับ
เพราะผู้รับไม่ได้ลงทุนอะไรเลย ต่างจากผู้ให้ที่ต้องลงทุนและยังต้อง
รับผิดชอบข้อความหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มอบให้ตลอดไป....

ความจริง ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็ปนี้ก็ไม่ใช่น้อย.. เราน่าจะหาทาง
นัดพบสังสรรค์กันบ้าง เพื่อให้รู้จักหน้าค่าตากันบ้าง ก็น่าจะดี..
ลำพังที่ผมมีโอกาสได้พบ ก็เฉพาะแต่กลุ่มงานมิตร ชัยบัญชา เท่านั้น
ซึ่งต้องขอบคุณคุณเอ็มหรือคุณพักรบ ที่ทำให้เพื่อน ๆ ได้มาเจอกัน
หลายครั้งแล้ว จนเหมือนกับว่า งานมิตร ชัยบัญชา เป็นงานประจำปี
ของเว็ปนี้ไปแล้ว

ยังมีเพื่อน ๆ อีกหลายคนที่ผมอยากพูด อยากคุยนอกเหนือไปจากการ
เขียนในเว็ปนี้ ผมอ่านที่หลายท่านเขียนแล้ว น่านับถือในความรู้ ความ
สามารถที่จดจำเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ของหนังไทยได้เป็นอย่างดี
ตอนที่ผมเปิดกระทู้ตอนที่ 1 ก็มุ่งหวังจะให้มีการบันทึกไว้เผื่อคนรุ่นหลัง
แต่มาถึงวันนี้ ก็ไปได้ไม่เท่าไร

อายุเราก็มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่า จะอยู่ได้อีกกี่วัน
ไม่รู้ว่า จะทันได้ดูหนังที่อยากดูจนครบหรือไม่..
การตามล่าหาหนังหรือหาฟิล์มหนัง ก็เจอปัญหาเรื่อย ๆ จนแทบจะเบื่อแล้ว
ส่วนความจำก็หมดไปเรื่อย ๆ เพราะใช้เครื่องคอมฯช่วยจำแทน...

ก็เลยมาบ่นให้เพื่อน ๆ ฟังกัน..เผื่อจะมีใครช่วยคิดอ่านอะไรได้บ้าง...
ไปก่อนนะครับ ดึกแล้ว....






จาก: มนัส138
วันที่: 16/05/50 - 1:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 320
ผมเข้ามาที่นี่ได้พบกับพี่มนัสเป็นคนแรก ในช่วงกระทู้ ชุมทางหนังไทย 1
ต้องยอมรับว่าพี่มนัสเป็นแรงบันดาลใจ (ตัวอย่างที่ดี) ให้ตัวผมมาตั้งกระทู้เอง
เพราะอยาก
จะทำ อยากให้ในสิ่งที่เราพอจะมีและแบ่งปันให้เพื่อนๆที่รักหนังไทย

อยากจะเรียนให้ทราบเหมือนกันว่า ที่เข้ามา ผมไม่ได้มองเป็นงาน
หรือจะต้องทำชนิดเอาเป็นเอาตาย
ถ้าคิดกันแบบนั้น ผมก็คงถูกยื่นซองขาวไปแล้วเหมือนกัน

หน้าที่การงานที่ทำอยู่ปัจจุบันก็ล้นมืออยู่แล้ว ก็อาศัยช่วงเวลาว่างๆ
เข้ามาทำหน้าที่ครับ หลายท่านคงเข้าใจ

ผมเชื่อว่า จะต้องมีเพื่อนๆน้องๆท่านอื่น เข้ามาต่อยอด
มาสานต่อสิ่งต่างๆเหล่านี้ครับพี่มนัส หนังไทยในอดีต จะไม่มีวันตาย แน่นอน...

จาก: เอกชัย
วันที่: 16/05/50 - 8:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 321
อ่านข้อความของคุณมนัสและน้องเอกชัยแล้วก็ชื่นใจครับ
สังคมจะอยู่กันอย่างมีความสุข ต้องมีคนแบบนี้ครับ
ขออนุโมทนาและเป็นกำลังใจให้
ผมเข้ามาเจอเว็บนี้โดยบังเอิญ
(Serch Google หาเรื่องอื่นแต่บังเอิญเข้ามาเจอเว็บนี้)
ก็ทึ่งในข้อมูลหนังไทย,ดาราไทยเก่าๆ ซึ่งหาอ่านที่เว็บไหนไม่ได้
แม้แต่หนังสือดาราเก่าๆ ก็ยังไม่ละเอียดเท่า
เมื่อได้ความรู้ ความบันเทิง ความสุขจากเว็บนี้
ก็ไม่ลืม อยากทำอะไรตอบแทนกลับไปให้เขาบ้าง
โดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน
ก็ได้กำลังใจจากคนดีดีมากมาย
ต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วย
ขอบคุณคุณมนัส ที่เป็นกำลังใจให้
และให้อดทน
เรื่องความอดทน ผมผ่านมามากแล้วครับ
ต่อสู้ทั้งมารภายใน(ตัวเราเอง)และภายนอกมาหมดแล้ว
รวมถึงธุดงค์มาหลายป่าช้าแล้ว
เรื่องที่เกิดขึ้น ผมถือว่าเป็นธรรมดาของโลกครับ
ไม่เช่นนั้นโลกนี้คงมีแต่คนดีอย่างเดียว
คงจะมีแต่ความสุขสงบร่มเย็นกันทุกคน
คงไม่มีสงคราม ซึ่งมันคงเป็นไปไม่ได้
ถ้าเรามีสติปัญญา ก็คงเลือกทางเดินกันได้นะครับ
อย่างที่บอกที่สำคัญที่สุดคือต้องชนะมารภายในใจเราให้ได้เสียก่อน
ถ้าชนะแล้ว มารภายนอก ไม่มีปัญหาเลยครับ

อยากให้น้องน้องเข้ามาสานต่อจากรุ่นพี่น่ะครับ
ยังไงก็ช่วยกันนะครับ หนังไทยในอดีตของคนไทยชาติไทยจะได้ไม่ตาย
ถ้าเจออุปสรรค ก็อย่าท้อนะครับ
ให้ถือเสียว่าเป็นเรื่องธรรมดา เช่นนั้นเอง
ของดีต้องเจอเครื่องทดสอบครับ
และอย่าลืมขอบคุณเครืองทดสอบ(อุปสรรค)นั่นด้วย

อุปสรรคไม่มี บารมีไม่เกิด
อุปสรรคไม่มี บารมีไม่แก่
เราจะถึงซึ่งฝั่งโดยแน่แท้
ถ้ารู้จักละ สละ ปล่อยวาง

จาก: อ๊อด
วันที่: 16/05/50 - 9:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 322
ผมเข้ามารู้จักกระทู้นี้เพราะพรรคพวกแนะนำเข้ามาแล้วติดใจในกระทู้ชุม
ทางหนังไทยในอดีตของคุณมนัสมาก ยังเคยขอใบปิดเรื่องไอ้บ้านนอก
ไอ้สากเหล็ก-ไอ้ขุนเพลง-และแค้นไอ้เพลิน และก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก
เจ้าของกระทู้ด้วยดี

ต่อมาจึงมีความคิดว่า ไม่อยากเป็นแค่ท่านผู้ชมหรือกองเชียร์ จึงอยากคิด
มีส่วนร่วมในเวปนี้ จึงตั้งกระทู้ใหม่ในชื่อใบปิดภาพยนตร์ ทั้งนี้ด้วยความ
ช่วยเหลือจากพี่อ๊อด ท่านเอกชัย ต่อมามีการรวมตัวกันและเติบโตมาถึง
ตอนที่10 โดยทีมงาน4 ทหารเสือท่านอ๊อด-เอกชัย-ศุภชัย ทำด้วยใจรัก
หลังจากว่างเว้นภารกิจ แต่ก็ยังนับถือคุณมนัส เช่นเดิมเพราะผมถือว่า
คุณมนัสคือพี่ใหญ่คือครูของพวกผม ขอบคุณในกำลังใจครับ เป็นธรรมดา
ครับการทำงานย่อมมีอุปสรรคบ้าง รสชาติของชีวิตครับ


จาก: อรชุน
วันที่: 16/05/50 - 10:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 323
ผมได้เข้ามาเพราะความบังเอิญ กดมาเรื่อยจนเข้า forum เจอสิ่งที่อยากได้มานานแล้ว เพราะชอบเก็บสะสมภาพยนตร์ไทย
แต่ทางบ้านไม่ชอบเอาซะเลย พอเจอวีดีโอหนังที่บันทึกหนังไทยติดชื่อหนัง/นักแสดง ก็บอกว่าไร้สาระ ไม่มีอะไรทำเหรอ
เจอสมุดที่บันทึกเกี่ยวกับหนังไทย ก็บอกทำไมไม่เอาเวลาไปอ่านหนังสือ บังเอิญดันเรียนไม่เก่ง ไม่เอาถ่านอีกต่างหากเลยไม่มีข้อโต้แย้ง ทางบ้านก็เอาเทปผมไปอัดนู่นบ้างอัดนี่บ้าง
แค่เปิดหนังไทยหรือละครไทย พ่อและแม่ก็ส่ายหัว อยู่ห้องส่วนตัวเวลาดูต้องเปิดเสียงเบาๆทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่
เชื่อไหมตอนเข้ามาครั้งแรกผมรู้สึกเสียดายวีดีโอที่ผมบันทึกไว้ขึ้นมาทันที เสียดายที่ไม่สามารถแบ่งความประทับใจให้พี่ๆ พอตอนนี้มีหนังไทยเก่าฉายปั้ป เป็นรีบเตรียมวีดีโออัดไว้เลย
กระทู้นี้สร้างสรรค์มากทำให้รุ้ที่มาที่ไปของวงการภาพยนตร์ไทย ซึ่งคนรุ่นใหม่คงไม่เอาแล้วคือดูหนังไทยสมัยนี้จบแล้วจบเลย
ไม่ค่อยประทับใจเหมือนสมัยก่อน แต่เราไม่ได้ถอยหลังเข้าคลองนะครับ หนังในอดีตมีความสมจริง มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีเทคนิคมาช่วยให้ดูรก
ขอเป็นกำลังใจให้คุณมนัสและทีม 4 ทหารเสือ มีน้ำอดน้ำทนที่ทำนุบำรุงและอนุรักษ์หนังไทยให้มีลมหายใจอีก
ให้ข้อมูลรายละเอียดที่สมบูรณ์ซึ่งที่อื่นไม่มีแน่นอน นับถือจริงๆเชื่อว่ายังมีคนรักหนังไทยเก่าอีกมากที่ไม่ได้เข้ามาในเว็บนี้ เสียดายครับ เสียดาย


จาก: อาชว์
วันที่: 16/05/50 - 10:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 324
ขอบคุณคุณอาชว์ครับ คุณอาชว์เป็นคนรุ่นใหม่ที่น่าทึ่งมาก
หาได้น้อยในยุคสมัยนี้ ที่คนรุ่นใหม่จะรักหนังไทยในอดีตมากมายขนาดนี้
ลองหาหนังไทยดีดี มีสาระ หากุศโลบายให้คุณพ่อคุณแม่ดู
ท่านอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะครับ
เพื่อนๆหรือคนที่ผมรู้จักส่วนใหญ่ก็มีความคิดแบบนี้ คือไม่ดูหนังไทย
ทั้งๆที่บางคนเป็นคนไทยแท้ 100 % ด้วยซ้ำ
แต่ครอบครัวผม ดูได้นิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับนิยมชมชอบ
หนังไทยในอดีตมีเสน่ห์ ดูสนุก เข้าใจง่าย เดินเรื่องเร็ว
ให้ความบันเทิงอย่างมาก(พร้อมข้อคิด)
แล้วยังได้เห็นบรรยากาศเก่าๆในสมัยก่อน ทุกรูปแบบ
เห็นเด็กรุ่นใหม่เข้ามาในเว็บนี้พอสมควร ก็ดีใจครับ
เป็นความหวังใหม่ที่จะช่วยอนุรักษ์หนังไทยในอดีตให้คงอยู่ต่อไป

จาก: อ๊อด
วันที่: 16/05/50 - 11:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 325
คุณอาชว์เป็นคนรุ่นใหม่เหมือนเราเรยย์ ตอนนี้เรา 23 ไม่ทราบคุณอายุเท่าไหร่ บอกหน่อยได้มะ

จาก: น้ำแข็งใส่น้ำหวาน
วันที่: 16/05/50 - 11:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 326
สู้ต่อไปนะคะพี่ๆๆทั้งหลาย...
นู๋แพก็มีความรูสึกไม่ต่างจากหลายท่านที่เขียนมา..
กระทู้น้าปุ๊..ก็มีพี่มนัสนี่แหละที่ให้คำแนะนำและให้เปิดขึ้นมา
ตอนแรกๆที่นู๋แพเข้ามา...
จำได้ว่าน่าจะเป็นกระทู้ชุมทางหนังไทยตอนที่ 7นะ
กะจะหาข้อมูลของน้าปุ๊อย่างเดียว..
ทั้งๆที่ไม่ค่อยเท่าไหร่กับหนังไทย
แต่ตอนนี้นะหรือ....รักหนังไทยยิ่งกว่า

ของจะค่า..ต่อเมื่อผู้ที่ถืออยู่รู้ค่า..เท่านั้น

จาก: นู๋แพ
วันที่: 18/05/50 - 12:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 327
ผมเองก็สนับสนุนภาพยนตร์ไทยทั้งใหม่และเก่า เพื่อให้คงอยู่ตลอดไป แม้อายุในปีหน้าจะขึ้นเลข 3 แม้จะมีหนังไทยที่ผมเกิดไม่ทันก็ต้องแสวงหามาดูให้ได้ครับ

จาก: กระปุกจำปา
วันที่: 19/05/50 - 11:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 328
สวัสดีครับ พี่มนัส ผมขอรบกวนสอบถามรายชื่อหนังไทยดังนี้ครับ
ไม่ทราบเคยผลิตเป็นวีดีโอเทปให้เช่า บ้างหรือเปล่า

1. เพลิงพิศวาส ลิขิต, สินจัย, ไชยา, วันทิพย์
2. ไอ้หนุ่มรถอีแต๋น ปิยะมาศ, สินจัย, เอกรัฐ, ยอดรัก
3. สะใภ้ สินจัย, อภิชาติ
4. ไฟหนาว ยุรนันท์, สินจัย, เพ็ญพิสุทธิ์, เกรียงไกร
5. สายน้ำไม่ไหลกลับ สินจัย, อภิชาต, ลินดา
6. ครั้งเดียวก็เกินพอ สินจัย, ลิขิต
7. รักด้วยชีวิต สินจัย, อภิชาติ, ดิลก, วจี, ปาหนัน

ขอบคุณครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 19/05/50 - 20:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 329
เรื่องอื่นๆไม่เคยผ่านตาแต่เรื่อง..เพลิงพิศวาส..มีออกเป็นวีซีดีแล้วแน่ๆครับคุณเอกชัย..

จาก: โต้ง
วันที่: 19/05/50 - 23:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 330
ผมไม่เคยผ่านตาจริๆ ครับ สำหรับเรื่อง เพลิงพิศวาส สินจัย - ลิขิต - วันทิพย์
เห็นแต่ เพลิงอารมณ์ ลิขิต - พิมพิไล
รบกวน คุณโต้ง ลงรายละเอียดวีซีีดี หนังเรื่อง เพลิงพิศวาส ให้ทราบด้วย
เช่น จากค่ายใด ความคมชัด ที่สำคัญยังหาได้อยู่หรือเปล่า
ขอบคุณมากครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 20/05/50 - 7:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 331
ขอปิดกระทู้นี้นะครับ

จาก: ปิดกระทู้นี้ ติดตามในตอนที่ 17
วันที่: 20/05/50 - 21:44 น.
IP Address:















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab