Search Latest Topics | Create New Topic  
ศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทย ๒๕๕๐
สวัสดีครับ กลับมาอีกครั้ง คาดว่าครั้งนี้จะหายไปไม่นาน ผมเคยไว้เมื่อปีที่แล้วว่าผมจะทำหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเก่า ๆ บัดนี้ผมได้ออกหนังสือใหม่เล่มหนึ่งชื่อว่า ลูกทุ่งวาไรตี้ เป็นหนังสือพิมพ์ที่รวมเรื่องราวในอดีตไว้ครบครัน ผมเขียนเรื่องของบันเทิงเกี่ยวกับละครและภาพยนตร์ สมชาย ทองขาว คนเก่า ๆ จะรู้จักดี เขียนเรื่อง ตำนานลูกทุ่ง สุเทพ วงศ์กำแหง เขียนเรื่อง ลูกกรุงในอดีต เปี๊ยก บางกะปิ อดีตผู้จัดการดาราคาเฟ่ เขียนเรื่องราวตลกในอดีต ดร.นิติภูมิ เขียนเรื่องต่างประเทศ เสริมเวช ช่วงยรรยง อดีตสมาชิกวง รอยัลสไปร์ท เขียนเรื่องของสตริงในอดีต เรียกว่าเล่มนี้จะรวมเรื่องราวอดีตแบบครบทุกวงการบันเทิง เพื่อน ๆ เตรียมหาซื้อได้ ออกจำหน่ายวันจันทร์ที่ 5 นี้เป็นต้นไป ออกทุก ๆ 10 วัน 1,11,21 ของทุกเดือนอย่างพลาดเด็ดขาด ฉบับนี้ผมเขียนเรื่องของ ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอิงประวัติศาสตร์ พร้อมรูปสวย ๆ เยอะมาก อย่าลืมไปหาซื้ออ่านนะครับ 20 บาทเท่านั้น เพื่อน ๆ จะได้เห็นภาพเด็ด ๆ ดี ๆ ที่หาดูยาก

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 12:56 น.
หัวข้อที่: B937
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
เปิดประเด็นก่อน งานสุพรรณหงส์ทองคำ ปีนี้ สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์จะมอบโล่ห์ให้ ครูชาลี อินทรวิจิตรกับชรินทร์ นันทนาคร ในฐานะศิลปินที่ทำคุณประโยชน์ให้กับวงการบันเทิง ใครมีข้อมูลดี ๆ ของทั้งสองท่านช่วยนำมาเล่าพร้อมภาพด้วยก็ดีในกระทู้นี้ เพราะเวลานี้อาจารย์สุทากร ที่เป็นผู้กำกับหนังเรื่อง ขวัญเรียม กำลังทำข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำไปออกอากาศในวันที่ 9 นี้เผยแพร่ภาพทางช่อง 3 ท่านจะเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปินทั้งสองท่านออกเผยแพร่ต่อสาธารณะชนครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 13:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2



เปิดประเด็นใหม่ขอเอาภาพเก่า ๆ จริง ๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อย ๆ มานำเสนอ เป็นหนังเก่ามาก ดาราไม่ดังมาก สำหรับเพื่อนที่ชอบสิ่งเก่ามาก ๆ ครับ ประเดิมด้วยเรื่อง คู่พิศวาส เมื่อปี 2501 ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 13:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3



ใครรู้ข้อมูลภาพยนตร์เรื่อง รักสลักใจ บ้างครับ เขียนมาเล่าให้ฟังกันหน่อยนะครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 13:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4



ร่วมสนุกกันต่อนะครับ ใบปิด ภ.เรื่อง สามเสือ ใครทราบบ้างครับว่าฉายเมื่อไหร่ ปีอะไร ใครมีข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของเรื่องนี้นี้เขียนมาเล่าให้เพื่อน ๆ ในเว็ปฟังกันบ้างนะครับ จะได้ไม่เบื่อกัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 13:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5



นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เก่ามาก ๆ หนังปี 2497 ของป๋า ส. เป็นหนังอีกเรื่องที่ป๋า ส.ชื่นชอบอย่างมาก ทั้งเบื้องหลังการสร้าง และการแสดงในเรื่องนี้ ส่วนเพื่อนคนไหนรู้ข้อมูลว่า ใครเล่นเป็นอะไรบ้างก็เขียนมาคุยกันนะครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 13:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6



ภาพสุดท้ายของวันนี้เป็นผลงานการแสดงของ คำรณ สัมบุณณานนท์ เมื่อปี 2498 ในภาพยนตร์เรื่อง เกวียนหัก เป็นภาพหายากอีกภาพหนึ่ง

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 13:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
ผมเคยถามว่าขายเล่มละเท่าไร เงียบหายไปเลย มารู้ว่าขายเล่มละ20
บาทเมื่อเปิดกระทู้ใหม่นี่เอง

ต่างจังหวัดมีขายหรือไม่ ถ้ามีจะได้อุดหนุน

จาก: อรชุน
วันที่: 03/02/50 - 14:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8



ตอบคุณอรชร ที่หายเพราะตอนนั้นผมหานายทุนกว่าจะได้ก็นานพอดู คนทำหนังสือเก่าทราบดีว่า จะหาคนอุดมการณ์เดียวกันนั้นยากมากครับ เหมือนหนังสือแฟนหนังไทย หนังสือดีแต่ขาดเงินลงทุนก็หนักใจพอควรครับ ต่างจังหวัดมีครับ แต่ส่วนมากจะอยู่ตามห้างใหญ่ ๆ ครับ เราให้ทางไทยรัฐเป็นผู้จัดส่งคงมีทั่วถึงครับ ผมเคยจะออกเล่มใหญ่มาเลย แต่กลัวว่าราคาสูงเกินไปจะทำให้เพื่อน ๆ ที่มีรายได้ไม่มากลำบากต่อการซื้อ สู้เก็บอย่างนี้ดีกว่าครับ
พร้อมกันนี้ผมนำรูปเก่า ๆ มาฝากให้ชมกัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/02/50 - 14:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9
สวัสดี ...อาชัยโรจน์ค่ะ
แวะเข้ามาติดตามอ่าน

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 03/02/50 - 15:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณมากครับ อรชุน ครับ ชื่ออรชร มันดูอ้อนแอ้นนะครับ

ถ้าหาซื้อได้รับรองอุดหนุนแน่นอน ภาพที่นำมาลงไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
แต่เล็กไปหน่อย คงจะตั้งใจให้มันเล็ก ได้ความรู้จากคุณชัยโรจน์วันนี้เอง
ว่านักร้องเพลงชีวิตคำรณเคยเป็นพระเอกหนังด้วย
ตอนเข้าเวปนี้ใหม่ ๆ ว่าง ๆ ผมไล่หาอ่านกระทู้เก่า ๆ ยอมรับครับว่า
คุณชัยโรจน์มีเรื่องราวเก่า ๆ นำมาเล่า น่าติดตามมากและได้ความรู้เพิ่ม
ขึ้นด้วย ถ้ามีเวลา น่าจะนำเสนออีกนะ หรือว่าไว้อ่านในหนังสือดีกว่า
ผมว่าถ้าเข้ามาแวะในเวปนี้บ่อย ๆ คงได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นแน่นอน เป็นการ
ประชาสัมพันธ์หนังสือไปในตัว หนังสือดังกล่าวกระดาษคงเป็นแบบ
หนังสือพิมพ์รายวันใช่ไหม มีภาพสี่สีด้วหรือไม่

จาก: อรชุน
วันที่: 03/02/50 - 15:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11
ชี้แจงเหตุที่ภาพเล็กเพราะผมยังไม่เก่งเรื่องสแกนขนาดภาพ จะพยายามปรับปรุง ต่อไปนี้คงเข้ามาบ่อยได้แล้วครับ แน่นอนผมจะพยายามหาสิ่งที่เพื่อน ๆ ไม่ค่อยได้เห็นโดยเฉพาะภาพจากในอดีต ส่วนใหญ่มาจากหนังสือที่ผมเก็บไว้ สภาพบางเล่มแทบจะไม่เหลือความสมบูรณ์ให้เห็น โดยเฉพาะหนังสือที่เก่ากว่าปี 2503 แต่อย่างไรก็จะพยายามนำมาให้ชมกัน พร้อมกับเรื่องน่ารู้หลากหลายเรื่อง จากหนังสือเก่าครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 12:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12
พี่ชัยโรจน์ มาทีไร ไม่ผิดหวังทุกที เยี่ยมมากเลยครับ ใบปิดรุ่นนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน เรื่อง "เสือน้อย"เวอร์ชั่นนี้ เคยอ่านเจอว่า พร ไพโรจน์ เป็น เสือน้อย(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) แต่ วิชิต ไวงาน เป็น เสือใหญ่ แน่นอน เรื่องหนังสือ เดี๋ยวจะไปหาซื้อครับ

คุณอรชุน ครับ คำรณ นอกจากจะเป็นนักร้องแนวลูกทุ่งเพื่อชีวิตแล้ว ท่านยังเล่นหนังหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นแนวชีวิตลูกทุ่งแนวไม้ เมืองเดิม เช่น ชายสามโบส์ถ ฯลฯ

จาก: อ๊อด
วันที่: 05/02/50 - 12:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13



ภาพนี้เป็นอีกภาพที่หายาก ผมได้ความอนุเคราะห์มาจากทายาทของคุณสุพรรณ พราหมพันธุ์ ให้มา คนที่อยู่ในภาพไล่จากคนแรกคือ ดนัย ดุลยพันธุ์ พระเอกคนหนึ่งแห่งเล็บครุฑ คนที่สองคือ หม่อมหลวงรุจิรา อิศรางกูร ณ อยุธยา บิดาของอรสา อิศรางกูรฯ,คนยืนคือ สนั่น จรัสศิลป์ผู้อำนวยการสร้างสนั่นศิลป์ภาพยนตร์ถัดมาคือนักพากย์ชื่อดังเจ้าของฉายา เทพา อาภรณ์ ที่ไม่ค่อยมีคนได้เห็นหน้าเขานอกจากชื่อกับเสียงพากย์ สุดท้ายที่มีเด็กนั่งตักก็คือสุพรรณ พราหมณ์พันธ์

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 12:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14



อีกภาพเป็นบรรยากาศงานประกาศผลรางวัลตุ๊กตาทองปี 2500 ที่จัดเป็นครั้งแรกของหอการค้าไทย ในภาพมี อบ บุญติค เสื้อดำ ลือชัย นฤนาท พระเอกจากเล็บครุฑ สุพรรณ พราหมพันธุ์ ยืนกันอยู่หน้างานเป็นกลุ่ม เป็นภาพหายากอีกภาพหนึ่งที่นำมาให้ชมกัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 13:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15



ภาะนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๐๓ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ในงานสงกรานต์เชียงใหม่ รถของบริษัทอัศวินภาพยนตร์ ได้ถ่ายทำฉากงานสงกรานต์เชียงใหม่ ในภาพยนตร์เรื่อง เรือนแพ ผู้ที่อยู่บนรถคือ ส. อาสนจินดา เป็นภาพหายากมาก ๆ ใครที่มีหนัง เรือนแพ เห็นฉากงานสงกรานต์เชียงใหม่ เบื้องหลังการถ่ายฉากนี้ก็มาจากภาพนี้และคนกลุ่มนี้เป็นผู้ถ่ายทำ เราเลยเอามาฝากให้เพื่อน ๆ ได้ชมกัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 13:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
สวัสดีค่ะ อาชัยโรจน์

ภาพไม่ชัดแต่ดีใจที่ได้ดูค่ะ ชอบภาพที่หาชมได้ยากแบบนี้แหละค่ะ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 05/02/50 - 16:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
ยอดเยี่ยมากครับคุณชัยโรจน์ เข้ามาบ่อย ๆ นะครับ
ลูกทุ่งวาไรตี้ อุดหนุนแน่นอน ถ้าเจอ

จาก: อรชุน
วันที่: 05/02/50 - 16:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18



ภาพนี้ก็เก่ามากมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี จากภาพยนตร์เรื่อง คำสั่งคำสาป รายละเอียดไม่มีอยากขอความกรุณาใครมีช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 19:02 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19



เรื่องนี้สร้างโดยรังสิตภาพยนตร์ ชื่อเรื่องเลือดกรรมกร ประชุม จุลละอมร กำกับฯ นิทัศน์ ประกาศวุฒิสาร ถ่ายภาพ ฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง แต่ปีไหนยังไม่ได้เช็ค คาดว่าประมาณปี 2496

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 19:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20



เรื่องสุดท้ายของวันนี้ขอนำเอาผลงานการแสดงของ นักร้องสาวเสียงใสในอดีต สวลี ผกาพันธุ์ ที่เล่นคู่กับฉลอง สิมะเสถียร ในเรื่อง แม่พระ หนังปี 2498 มาให้ชม กัน วันนี้เพื่อน ๆ คงนอนหลับฝันดี เพราะได้เห็นภาพเก่า ๆ ที่มีโอกาสหาดูได้ยาก บอกได้เลยมีอีกเยอะครับ จะทยอยนำมาให้ชมครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 19:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21
บอกกล่าวปิดท้ายวันนี้ ด้วยคุณภาพของต้นฉบับมันย่ำแย่มาก ทำให้ภาพไม่ชัดเสียเป็นส่วนใหญ่ เหตุเพราะหนังสือมีอายุมากกว่า 50 ปี ภาพในหนังสือจึงดรอปลงไป แต่ถ้าไม่นำมาให้ชมกันภาพเหล่านี้ก็จะตายไปกับหนังสือที่เวลานี้ทรุดโทรมลงทุกวัน ผมพยายามสแกนภาพเก็บเอาไว้เท่าที่ทำได้ เพื่อน ๆ จึงเห็นภาพได้ไม่ชัดอย่างกับโปสการ์ดทั่วไปครับ แต่ใจผมอยากให้เห็นภาพในอีกรูปแบบ ที่ไม่ซ้ำกับกระทู้อื่น ๆ เพื่อน ๆ เข้ามาจะได้มีอะไรให้ดูเยอะ ๆ ในสัปดาห์หน้านอกจากภาพแล้วผมจะเอาเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้มาเล่าให้ฟังครับ ก็คอยอ่านกันได้ แล้วอีกไม่นานเพื่อน ๆ ก็จะได้พบกับเวปไซด์เรื่องเก่า ๆ ทั้งไทยและเทศ มีภาพและเรื่องมากมายให้เข้าไปชมกัน อดใจรออีกไม่นานครับ คืบหน้าเช่นไรผมจะนำมาเสนอที่นี่ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/02/50 - 19:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณอาชัยโรจน์มากค่ะ
หายไปนานนน กลับมามีเรื่องดีๆ อีกตามเคย......

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 05/02/50 - 21:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23
สุดยอดมากครับ ดีใจจริงๆ ที่พี่ชัยโรจน์ กลับมา เพราะมาทีไร มีของดีมาฝากทุกที ภาพเก่าๆแบบนี้ หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งเก่ายิ่งขลัง ขอให้ทยอยนำรูปเก่าๆมาลงให้เราดูเรื่อยๆนะครับ ขอบคุณมากครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 06/02/50 - 12:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24



ข้อเขียนจากดาราไทยปี 2504 เรื่อง ดอกฟ้าฝาแฝด
หนังไทยเรื่องไม่ใหญ่อีกเรื่องหนึ่งในรองเดื่อนนี้(กรกฏาคม)แต่มีทีท่าว่าจะได้ดีพอใช้ทีเดียวก้คือ "ดอกฟ้าฝาแฝด"
ผู้แสดงนอกจาก อมรา อัศวนนท์ กับ พงษ์ลดา พิมลพรรณ แล้วนอกนั้นเป็นผู้แสดงหน้าใหม่ (ในยุคนั้น) และบางคนถึงจะไม่ใหม่ แต่ก็ไม่ใช่เป็นผู้แสดงที่ "ดัง" เป็นที่รู้จักและจดจำกันได้ดีมาก่อน แต่ผู้แสดงที่จะทำให้หนังเรื่องนี้ได้สตางค์ เรียกความชอบจากผู้ดูและทำให้ผู้ดูพูดกันต่อ ๆ ไปได้กลับไป อยู่ที่เด็กหญิงเล็ก ๆ ผู้มีนามว่า วชิราภรณ์ พึ่งสังข์ ฉะนั้นจึงเรียกได้เต็มปากว่าหนังเรื่องนี้เด็กหญิงผู้นี้เป็นผู้นำแสดง
ความจริง ดาราชายสองคนที่ รัตน์ เศรษฐภักดี ผู้กำกับการแสดงปลุกปั้นขึ้นใหม่ คือ พัลลภ พรพิษณุ ซึ่งแสดงเป็นพระเอก และต้องแสดงเป็น ฝาแฝดสองพี่น้องกับ ธัญญา ธัญญลักษณ์ ซึ่งแสดงเป็นพยัคฆราชผู้เหี้ยมโหดดุร้ายนั้น ก็แสดงได้ดีน่าชมเชยทั้งคู่ แต่เป็นความจงใจของ รัตน์ เศรษฐภักดี ซึ่งจับจุดความพอใจของผู้ดูได้ถูก เด็กหญิงวชิราภรณ์จึงเด่นที่สุดไป
ดอกฟ้าฝาแฝด เป็นเรื่องสมัยเก่า ข้อนี้อาจจะเป็นจุดอ่อนอยู่นิด เพราะเรื่องทำนองนิทานนี้สมัยนี้ไม่ค่อยนิยมกัน แต่ที่รัตน์ เศรษฐภักดี ตัดสินใจทำเรื่องนี้ เข้าใจว่าเป็นเพราะเขาเคยแหวกแนวทำหนังมาหลายเรื่องและปรากฎว่าได้ผลดี เช่น นางแมวผี กับ ลูกคนจน ทั้งเรื่องนี้มีทางทำให้จับจิตจับใจได้ ซึ่งเขาก็ทำได้ดี เข้าใจว่าถูกตลาดคตอหนังไทยส่วนใหญ่ทีเดียว
รัตน์ เศรษฐภักดี ขลุกอยู่ในวงการหนังไทยมานานเต็มทีแล้ว เขามีความจัดเจนที่จะทำหนังและขายได้โดยไม่ขาดทุน "ดอกฟ้าฝาแฝด" ก็เช่นกัน ผมหวังว่าเขาคงไม่ผิดหวัง และผู้ดูซึ่งเป็นคอหนังไทยแท้ ๆ ผมก็เชื่อว่าดูแล้วไม่ผิดหวัง
นี่คือข้อเขียนเกี่ยวกับเรื่อง ดอกฟ้าฝาแฝด หนังเมื่อปี 2504 ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/02/50 - 13:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25



นี่คือโฉมหน้าหนังสือลูกทุ่งวาไรตี้ ที่ผมทำเอง รวมเรื่องเก่า ๆ ไว้มากมาย วางแผงแล้วเวลานี้ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/02/50 - 14:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26



นี่คือภาพของนางเอกชาติเสือ เรวดี ศิริวิไล ภาพนี้เป็นภาพจากในภาพยนตร์เรื่องชาติเสือ เมื่อปี 2501

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/02/50 - 14:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27



เมื่อมีนางเอกก็ต้องมีดาวยั่ว เราเคยเห็นภาพพระเอกมิตร ชัยบัญชา จาก ชาติเสือ มาแล้วหลายแอ็ค โดยคุณพักรบ จัดให้ คราวนี้ผมเลยเอาองค์ประกอบของเรื่องมานำเสนอ อย่างดาวยั่วของเรื่อง ชาติเสือ นพมาศ ศิริโสภณ ดูความเซ็กซี่ของดาวยั่วสมัยรุ่นคุณยายว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/02/50 - 14:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28



นี่เป็นข้อความแรกที่โปรโมทภาพยนตร์เรื่องแรกของมิตร ชัยบัญชา ในเรื่องชาติเสือ เขียนโดยผู้ดูแลโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงสมัยนั้น (2501) โดยมีภาพ มิตร กับ น้ำเงิน บุญหนัก ที่ลงตรงนี้ประกอบในนิตยสารภาพยนตร์

ชาติเสื่อ ภาพยนตร์ไทยที่รอคอยกันมานานฉายพร้อมกันแล้วสองโรงวันนี้
เสนอพระเอกคนใหม่ มิตร ชัยบัญชา นำขบวนหกนางเอกแสนสวยประชันบทบาทสุดฝีมือ
จากนวนิยายยอดยเยมแฟนติดทั่วกรุง ของ อรวรรณ มาเป็นภาพยนตร์สีธรรมชาติสวยสุด
เรวดี ศิริวิไล รับบทนางเอกคู่ชื่นของหนุ่ม ไวย ศักดา
เฉลิมกรุงภูมิใจเสนอ
ชาติเสือ ภาพยนตร์ไทยสีวิจตรจากผลงานของ ทัศไนยภาพยนตร์ อำนวยการสร้างโดย รังสรรค์ ตันติวงศ์ สร้างบทและกำกับการแสดงโดย ประทีป โกมลภิส "ชาติเสือ" เป็นภาพยนตร์มาตราฐานเรื่องเดียวที่กำลังเป็นข่าวเกรียวกราว และรอคอยกันมานานจากนวนิยายเลื่องชื่อขายดีนักหนาของ อรวรรณ นักประพันธ์สำนวนคม กลายเป็นภาพสีแพรวพราว มีชีวิตจิตใจกระโดดโลดแต้นบนจอเงิน
"ชาติเสือ" เป็นเรื่องราวของหนุ่มนักสู้ผู้ไม่รู้จักคำว่าถอย เขารักศักดิ์ศรีของความเป็นชายถึงยอมเอาชีวิตเข้าแลก มิตร ชัยบัญชา พระเอกหน้าใหม่ผู้ไม่เคยแสดงหนังมาก่อนเลย รับบท ไวย ศักดา ได้อย่างเหมาะสมรับรองคุณๆ ที่ชมบทบาทการแสดงของเขาแล้วจะต้องติดใจจนลืมไม่ลง นอกจากรูปร่างสูงสง่าสมชายชาติเสือแล้ว มิตร ชัยบัญชา ยังมีหน้าคมคายและสุภาพอ่อนโยน จาก ชาติเสือ อนาคตของหนุ่มนักแสดงคนใหม่ยังจะก้าวไปอีกไกล
เรวดี ศิริวิไล "ขวัญใจ" ของคุณ ๆ รับบทสาวชนบทเกร่งกล้า ผู้เป็นขวัญชีวิตของ ไวย ศักดา ด้วยบทบาทแบบใหม่ เรวดีจะเป็นที่รักของบรรดาแฟนเพิ่มยิ่งขึ้น เธอนำขบวนห้าดาราสาวแสนสวย ประชันโฉมในบทบาทแตกต่างกันสุดฝีมืออาทิ ประภาศรี สาธรกิจ,น้ำเงิน บุยหนัก,อุศนี อิศรานันท์,นพมาศ สิริโสภณและนัยนา ถนอมทรัพย์
นอกจากนี้ ชาติเสือ ยังชุมนุมยอดดาวร้ายแห่งจอเงินคับคั่ง ประมินทร์ จารุจารีต,จำนงค์ คุณะดิลก,ไสล พูนชัย ฯลฯ พรั่งพร้อมด้วยตลกเอกของวงการศิลปินเมืองไทย ล้อต๊อก,สมพงศ์ พงษ์มิตร,สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม และแป๊ะอ้วน
ฉะน้นโปรดอย่าพลาด ชาติเสือ ภาพยนตร์ไทยยิ่งใหญ่แห่งยุค บู๊ ตื่นเต้น มีทั้ง หมัดมวย มีดสั้น มีดยาว ตลอดจนปืนสั้น ปืนยาว
อยากชม ภาพยนตร์ดุเดือด สู้กันแค่ตาย !
อยากดู เรื่องรัก สั่นสะเทือนอารมณ์ !
อยากเห็น ดาราสาวประชันโฉมพิศวาส !
คำตอบทั้งหมดรวมอยู่ใน ชาติเสือ ภาพยนตร์เรื่องเดียวที่กำลังกล่าวขวัญถึงกันทั่วทุกมุมเมือง
ชาติเสือ ฉายพร้อมกันสองโรง เฉลิมกรุง พากย์โดย รุจิรา - มารศรี - ปรีชา บุณยเกียรติ
เฉลิมบุรี พากย์โดย สมพงศ์ วงศ์รักไทย - ทัศไนย ชอุ่มงาม - ศักดา

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 06/02/50 - 14:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29



ภาพที่เห็นอยู่นี้ เป็นตอนที่ 2 ของการสร้างภาพยนตร์เรื่อง 1 ต่อ 7 ชื่อเรื่องว่า นักเลงเดี่ยว ภาพที่เห็นคือ ส. อาสนจินดาในบท จ่าดับ จำเปาะ กับ อดุลย์ ดุลยรัตน์ ในบทดั้น มหิตรา ส่วนผู้หญิงที่นอนคือวิไลวรรณ นางเอกของเรื่อง 1 ต่อ 7 ตอน นักเลงเดี่ยว นี้ พระเอกของเรื่องคือ ทักษิณ แจ่มผล รับบทเป็นน้องชายแท้ ๆ ของ จ่าดับ จำเปาะ ที่แยกกันตั้งแต่เล็กเลยจำกันไม่ได้ เกิดรักผู้หญิงคนเดียวกันกับพี่ชายคือวิไลวรรณ ซึ่งชื่อของทักษิณในเรื่องก็คือ เดี่ยว จำเปาะ ลูกทัพบกที่ปลอมตัวเป็นนักเลงเหมือนพี่ชาย ทำงานใต้ดินเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังมีน้องชายฝาแฝดของเหมาะ เชิงมวย คือหมัด เชิงมวย ที่เดิมตั้งใจจะมาแก้แค้นจ่าดับ จำเปาะ เข้าใจว่าจ่าดับเป็นคนทำให้พี่ชายตนเองตาย สุดท้าย ทั้งเจ็ดก็รวมตัวกันได้อีกครั้ง หลังเหมาะ เชิงมวย ตายไปในภาคแรก ก็ได้หมัด เชิงมวยมาแทน นักเลงเดี่ยว ออกฉายปีเดียวกับ 1 ต่อ 7 ในปลายปี 2501 ภาพนี้เป็นฉากท้ายเรื่องที่จ่าดับกับดั้น มาช่วยวิไลวรรณ ออกจากที่คุมขัง ขณะที่ผู้หมวดเดี่ยวได้นำทหารออกต่อสู้กับเหล่าพร้อมด้วยหมัด เชิงมวย ตังกวย แซ่ลี้ อัคคี เมฆยันต์ กล้า ตะลุมพุก และจุก เบี้ยวสกุล ผมเลยนำภาพและเรื่องราวโดยย่อมาฝากให้นึกถึงกัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 08/02/50 - 11:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30
ทั้งเล่มมีพระเจ้าช้างเผือกแค่หน้าเดียว ผิดหวัง

จาก: หวังสูง
วันที่: 08/02/50 - 12:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31
จริงดิ ทั้งเล่มมีทั้งเล่มมีพระเจ้าช้างเผือกแค่หน้าเดียว

จาก: จริงดิ
วันที่: 08/02/50 - 12:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32
สมัยเด็กๆ มีคนเล่าเรื่อง ดอกฟ้าฝาแฝด ให้ฟัง ผมฟังด้วยความตื่นเต้นมาก เพิ่งจะได้มีโอกาสเห็นรูปคราวนี้เอง ขอบคุณครับคุณไชยโรจน์

จาก: อิท
วันที่: 08/02/50 - 14:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33
แจงเรื่องหนังสือลูกทุ่งครับ
อย่าเพิ่งผิดหวังครับ เพราะเรื่องราวตำนานภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ นำเสนอเป็นยุค ๆ ในช่วงนั้นมีแค่ไม่กี่เรื่อง ผมก็เลยต้องใส่ภาพตามเนื้อหาไป เล่มต่อมาภาพจะเยอะขึ้น แต่จริงแล้วเราเน้นที่เนื้อหาเป็นหลักครับ สำหรับคอลั่มน์อื่นกำลังปรับปรุง เช่นของอาสุเทพ วงศ์กำแหง ก็บอกอาไปแล้วให้ช่วยเขียนเรื่องเพลงเก่าในอดีต เปี๊ยก บางกะปิ ผู้เขียนเรื่องของตลก ก็จะเริ่มในฉบับที่ 3 ครับ พร้อมด้วยของพี่เสริมเวชด้วย ด้านลูกทุ่งแน่นอนมีอยู่แล้วคือป๋าสมชาย ทองขาว
แต่อื่น ๆ ในปัจจุบันก็ต้องมีครับ เพราะหนังสือจะอยู่ได้ก็ต้องคู่กับโฆษณาครับ ฉะนั้นเรื่องอดีตกับปัจจุบันต้องมีคู่กัน ถ้าเขียนเรื่องอดีตอย่างเดียวผมคงหาโฆษณาไม่ได้ เมื่อไม่ได้ก็ไม่มีเงินลงทุนแน่ครับ ก็เลยต้องผสมผสานกันไป ค่อย ๆ เพิ่มเรื่องอดีตไปทีละนิด ๆ ครับ แต่ผมรับรองได้ว่าเล่มนี้ เป็นการรวมสุดยอดของผู้รู้เรื่องราวในอดีตจริง ๆ ครับ ขอให้ค่อย ๆ ติดตามไป จะไม่ผิดหวังแน่ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 08/02/50 - 16:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34
ขอเป็นกำลังใจให้คุณชัยโรจน์ผลิตผลงานคุณภาพมาให้แฟนๆหนังไทย
ได้อ่านครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 08/02/50 - 16:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35
ถึงคุณชัยโรจน์

ผมเคยอ่านข้อเขียนของคุณชัยโรจน์ไม่รู้กระทู้ไหนที่บอกว่าคุณมิตร
ชัยบัญชา ไม่ชอบนักร้องลูกทุ่ง ถ้ามีนักร้องลูกทุ่งแสดงด้วยจะหาแนว
ร่วมเพื่อน ๆ ดาราบอยคอต และยังเอ่ยปากขอกับสมบัติ เมทะนีด้วย

ขอความกรุณาชี้แจงด้วยครับ อยากรู้รายละเอียดจริง ๆ ครับ ก็ชวนให้
สงสัยทำไมคุณมิตร เป็นแบบนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะตัวคุณมิตรเอง
ก็มาจากเลข 0 เหมือนกัน

แต่ถึงจะจริง ก็ไม่เป็นไรครับ ขึ้นชื่อว่ามนุษย์คงไม่มีใครดีสมบูรณ์100
เปอรเซนต์แน่นอน ผมว่าคงมีเบื้องหลังหรือสาเหตุอะไรมากกว่าถึง
ทำให้เขาคิดเช่นนั้น(กรณีที่เป็นเรื่องจริง)


จาก: อรชุน
วันที่: 08/02/50 - 19:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36
ตอบคุณอรชุน
เรื่องนี้เท่าที่ผมอ่านเจอในหนังสือช่วงปลายปี 2512 และกับคำบอกเล่าของอาอดุลย์กับอาแอ็ด เริ่มจากที่มีนักร้องดังคนหนึ่งเกิดไปพูดในกองถ่ายว่า ที่หนังไทยได้เงินก็เพราะมีนักร้องลูกทุ่งร่วมแสดงด้วย ทีนี้อย่างที่รู้กันว่า คุณมิตรเป็นคนหูเบา อารมณ์ร้อน บังเอิญนักร้องท่านนั้นที่พูดในกองถ่ายเกิดไปเข้าหูลูกน้องคุณมิตรเข้า ก็เลยนำเรื่องนี้มาบอกกับคุณมิตร คุณมิตรโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ประกาศไม่ขอร่วมงานกับนักร้องลูกทุ่งอีก แล้วก็มาพูดคุยกับสมบัติ เมทะนี เพื่อนรัก เพื่อให้เป็นแนวร่วมแอนตี้นักร้องลูกทุ่ง ปรากฎว่าสมบัติบอกว่านักร้องไหนพูดก็ให้ไม่เล่นกับคนนั้นดีกว่า ผลจากการปฎิเสธของสมบัติตรงนี้ ทำให้มิตรโกรธสมบัติไม่พูดกันจนกระทั่งมิตรเสียชีวิตครับ แล้วก็เป็นเรื่องจริง เพราะหลังจากมนต์รักลูกทุ่งแล้วมิตรไม่มีหนังเรื่องไหนเล่นกับนักร้องลูกทุ่งเลยครับ (นี่หมายถึงหนังที่สร้างช่วงปลายปี 2512 นะครับ)

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 08/02/50 - 19:47 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37
ผมเพิ่งเจอพี่หลอ พิชัย น้อยรอด เมื่อไม่กี่วัน ก็เลยถามอย่างสงสัยในเรื่อง หนังที่พี่หลอสร้างเรื่อง จรเข้ฟาดหาง ว่าทำไมหลายอย่างในเรื่องนี้คล้ายกับเรื่อง ดอกฟ้าในมือโจร ที่ลือชัยแสดงไว้เมื่อปี 2501 โดยเฉพาะฉากที่กรุงใส่หน้ากากหานางเอก เหมือนกับที่ลือชัยใส่หน้ากากหานางเอก บทสรุปก็ออกมาว่าใช่ จรเข้ฟาดหาง ได้เอาเค้าโครงเรื่อง ดอกฟ้าในมือโจร มาสร้างเป็นภาพยนตร์ อาจจะผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน นี่คือเกล็ดของภาพยนตร์เรื่อง จรเข้ฟาดหาง ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 08/02/50 - 19:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 38
ขอบคุณมากมายครับ

พอจะบอกชื่อนักร้องคนนั้นได้ไหมครับ ถ้าไม่ได้อักษรย่อก็ยังดีหรือถ้าให้
กระจ่างกว่านั้นอีกนิดบอกชื่อเพลงก็ได้(ฮา)

จาก: อรชุน
วันที่: 08/02/50 - 19:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 39
นักร้องคนนั้นอักษรย่อว่า ว แหวน ครับ ปัญหาตรงนี้บานปลายขยายต่อไปยังรุ่งเพชร แหลมสิงห์ ที่เดิมตกลงจะเล่นหนังเรื่อง ฝนเดือนหก เลยไม่ยอมเล่นประกบกับมิตร ชัยบัญชา โดยจริงแล้วมิตรต้องเล่นเรื่องนี้อีกเรื่องกับนักร้องลูกทุ่ง ตามสัญญาที่รับงานไว้ เรื่องนี้แม้จะไม่ใช่ของครูรังสี ทัศนพยัคฆ์เป็นของวินิจหรือวิจารณ์ ภักดีวิจิตร นี่แหละ ได้ขอให้ครูรังสีคุยกับครูไพบูลย์ บุตรขัน เอา รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ที่เวลานั้นกำลังดังในเพลง ฝนเดือนหก และอีกหลายเพลง มาแสดงคู่กับมิตร ชัยบัญชา ปรากฎว่ารุ่งเพชรเบี้ยวไม่ยอมมาแสดง ทั้งๆที่รับปากกับครูไพบูลย์ไว้แล้ว เท่าที่ทราบรุ่งเพชรเห็นความแตกต่างระหว่างเขากับมิตร ที่ต่างกันมากในเรื่องหน้าตา อีกทั้งเรื่องที่มิตรประกาศแอนตี้นักร้องได้ลงในหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขั้นครูไพบูลย์ตัดขาดความเป็นศิษย์อาจารย์กันกับรุ่งเพชร แหลมสิงห์เลย ด้านหนังฝนเดือนหก ก็เลยตัดสินใจไม่เอานักร้องลูกทุ่งแสดงนำ ปั้นพระเอกใหม่ ฉัตร มงคลชัย มาแสดงแทนรุ่งเพชร แหลมสิงห์ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 09/02/50 - 15:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 40
เอ้า ตกลงเรื่อง ฝนเดือนหก ไม่มีรุ่งเพชร แหลมสิงห์หรือครับ ผมก็คิดว่ามี แต่ก็เอาเพลงรุ่งเพชรมาลงในหนังใช่ไหมครับ ตกลงรุ่งเพชรกเป็นคนปฏิเสธมิตรก่อนใช่ไหมครับ แล้วมิตรได้แสดงทีท่าว่าจะไม่เล่นกับรุ่งเพชรหรือเปล่าครับ ฟังพี่ชัยโรจน์พูดถึงเหตุผลที่สมบัติพูด เป็นเหตุผลที่ดีมากครับ เลยนึกชอบสมบัติขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้เอง คือชอบในความมีเหตุผล ใจเย็น อารมณ์ดีของแกน่ะครับ แต่ยังไงผมก็ยังรักมิตรครับ คนเราไม่มีใครสมบูรณ์ 100 % ขอให้เป็นคนดีของสังคมก็โอเคแล้ว มิตร เขาก็มีเหตุผลของเขา

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/02/50 - 16:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 41
ในหนังสือ เป็นพระเอกซะจนได้ ของสมบัติ สมบัติก็พูดถึงเรื่องของ
นักร้องลูกทุ่งที่ไม่มีสัมมาคาราวะอยู่ด้วยเหมือนกัน ไว้ผมกลับไปดูอีกครั้ง
ให้แน่ใจแล้วจะนำมาลงให้อ่านกันครับ
ถ้าจำไม่ผิด สมบัติก็ไม่พอใจนักร้องลูกทุ่งคนนั้นมากๆเช่นกัน



จาก: เอกชัย
วันที่: 09/02/50 - 16:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 42
ว่าจะปิดคอมพ์เพื่อไปธุระ แวะมากระทู้นี้ มิตรสหายผมทั้งนั้นที่เข้ามาจึง
ขอร่วมด้วยคนครับ

ความเห็นของพี่อ๊อด เกี่ยวกับท่านสมบัติตรงกันเมื่อคืนจะพิมพ์แล้ว ชั่งใจ
ไม่ดีกว่า ขอเปลี่ยนเรื่องเมื่อพี่อ๊อดพูดถึงแล้ว ก็ขอประจบด้วยคน

แปลกจัง รุ่งเพชร กับ มิตร คนบ้านเดียวกันแท้ ๆ ผมว่า ต้องมีอะไรมาก
กว่านั้น ต่างฝ่ายคงต่างพูด ทำนองคนละสำนัก ต่างคนต่างก็ถือว่าแน่
เอ้อ เพิ่งรู้อีกแล้วว่า ฝนเดือนหกไม่มีรุ่งเพชรแสดง

คุณเอกฯรีบอ่านหนังสืออย่ารอช้า แล้วนำมาเล่าด้วยผมสนใจด้วยเพราะ
ที่คุณชัยโรจน์กล่าวมันเกี่ยวข้องกับคนเมืองเพชรทั้งคู่เลย

จาก: อรชุน
วันที่: 09/02/50 - 17:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 43
อีกนิดครับ อักษรย่อ ว แหวน เฮ้อถ้าคน ๆ นั้นชื่อไพรวัลย์ ลูกเพชร
ละก้อ ไม่อยากคิด คงไม่ใช่หรอกนะ คนบ้านเดียวกัน เอาเป็นว่า
คงไม่ใช่ล่ะกัน ผมว่าคุณชัยโรจน์เล่าเรื่องนี้ให้กระจ่างไปเลยครับ
ผมอยากรู้จริง ติดใจซะด้วยสิ ไพรวัลย์และมิตร ก็จากโลกนี้ไปแล้ว
คงไม่เป็นไรหรอกครับถ้าเอ่ยชื่อ

จาก: อรชุน
วันที่: 09/02/50 - 17:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 44
ไม่ใช่ครับ ด้วยคนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว แต่อีกคนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ คนที่อยู่ก็แถมสนิทกับผม ด้วยครับ เพราะเป็นมารยาทครับเลยพูดเยอะกว่านี้ไม่ได้ ผมว่านึกดี ๆ อีกทีคุณอรชุนก็รู้แล้ว ชนวนอันหนึ่งเพราะนักร้องลูกทุ่งท่านมาเป็นดารารับเชิญให้อาดอกดิน กัญญามาลย์ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง แล้วตอนนั้นก็ดังมากลองนึกดู นอกจาก ชินกร ไกรลาศ เพลิน พรหมแดน พร พิรมย์ แล้วใครละครับอักษร ว นำหน้าชื่ออยู่บ้านเดียวกับหัวหน้าพรรคชาติไทยนะครับ ทีนี้กระจ่างนะครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 09/02/50 - 18:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 45
กระจ่างแล้วครับ คุณอรชุน เดี๋ยวเราไปเฉลยชื่อกันนอกรอบดีกว่าครับ คิดว่าคุณอรชุนก็น่าจะรู้แล้ว ผมเดาถูกจริงๆด้วยก่อนที่พี่ชัยโรจน์จะใบ้เรื่องนามสกุลซะอีก คราวนี้ไม่ใช่คนเมืองเพชรแล้วครับ คุณอรชุน

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/02/50 - 19:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 46
เพิ่มเติมให้ก่อนครับเดี๋ยวจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ครับ
ประเด็นของอารุ่งเพชรแหลมสิงห์ เหตุผลของแกไม่ใช่ว่าไม่ชอบมิตรครับ แต่เป็นเพราะหน้าตาของรุ่งเพชรเมื่อเปรียบเทียบกับมิตร ชัยบัญชา มันคนละเรื่องกันเลยในตอนนั้น มิตรหล่อเหลาส่วนรุ่งเพชรขี้เหร่สุด ๆ เพลงของอารุ่งเพชรกำลังดัง แถมมิตร ตอนนั้นก็ดังมาก อยู่ดีๆ เล่นเอาแกไปแสดงคู่กับมิตร เรียกว่าพระเอกคู่กันอย่างนี้ รุ่งเพชร แหลมสิงห์เขาก็เลยทนไม่ได้ เหมือนอายตัวเองเลยปฎิเสธเล่นเรื่องนี้ครับ เหตุผลตรงนี้อารุ่งเพชรเก็บไว้นานมาก จะรู้ก็แต่กลุ่มลูกทุ่ง เพิ่งยอมเปิดเผยให้ฟังเมื่อไม่นาน ตอนที่ผมทำงานกองถ่าย ภ.เรื่อง มนต์เพลงลูกทุ่งเอฟเอ็ม เลยได้คุยถึงเรื่องนี้กับทุกคน จึงได้ทราบครับ ก็น่าเห็นใจอารุ่งเพชรครับ หนังสมัยก่อนไม่เหมือนสมัยนี้นี่ครับ หล่อกับไม่หล่อก็เล่นด้วยกันได้ สมัยนั้นเขาห่วงภาพพจน์กันมาก ส่วนประเด็นแอนตี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ประกอบในเรื่องการไม่รับเล่น เพราะรุ่งเพชรเองก็กลัวเล่นกันไปแล้วจะมีปัญหาครับ
ด้านนักร้องลูกทุ่งอักษร ว จริง ๆ เขาก็พูดอยู่กับกลุ่มเขา ไม่ได้ไปโพทนาให้ใครฟัง แต่ริ่วล้อของคุณมิตรเกิดไปได้ยินก็รีบวิ่งแจ้นไปบอก เหตุการณ์นี้เหมือนตอนที่อาดอกดินชวนสมบัติมาเล่นหนัง ตอนที่ไปเล่นหนังเรื่อง จุฬาตรีคูณ ช่วงที่มิตรไม่เข้าฉาก อาดอกดินบอกว่าชวนด้วยมรรยาทเท่านั้นไม่ได้คิดจะให้มาเล่นจริง ๆ จัง ๆ อะไร เพราะพระเอกประจำของอาดอกดินก็คือมิตรอยู่แล้ว แต่ริ่วล้อของคุณมิตรอีกนั่นแหละ เกิดไปได้ยินก็รีบวิ่งแจ้นไปบอก จนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 09/02/50 - 20:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 47
ช่วงนี้มีเวลาพูดคุยก็เลยยังไม่อยากโพสต์รูปครับ คุณอ๊อด คุณอรชุน ทราบไหมครับว่า อาเกชา กับคุณมิตร นั่นเขาไม่ค่อยสุงสิงกัน เรียกว่าเป็นความลับของวงการเลย สังเกตุไหมครับมีแค่ เพชรตัดเพชร กับ คนเหนือคน เท่านั้นที่ทั้งสองเล่นด้วยกัน ด้วยเหตุผลก็คือผู้สร้างคนเดียวกัน ผู้สร้างคนนี้เป็นผู้ที่เกชานับถือ อาเกชาจะสนิทกับลือชัย เพราะเป็นนักเลงหัวลำโพงด้วยกัน กับสมบัติ เมทะนี ก็ถูกคอกันอยู่ อีกคน(สมบัติ) เป็นคนขี้เล่น ขี้แหย่ อีกคนขรึม ก็เลยไปกันได้ แต่กับมิตรไม่ใช่มีปัญหาอะไรกันหรอกครับ แต่เป็นเพราะต่างคนต่างไม่ค่อยถูกชะตากันเสียมากกว่า เวลาผมคุยเรื่องมิตรกับอาเกชา แกจะพูดเหมือนผ่านไปที คือไม่มีข้อมูลความสัมพันธ์เกี่ยวกับมิตรเลย ผิดกับคนอื่น ๆ มิตรมักจะมีปัญหากับนักเลง อย่างสุพรรณ พราหมณ์พันธ์ นักเลงเก้ายอด เกชา นักเลงหัวลำโพง ทั้งสองคนนี้จึงเป็นนักแสดงที่ไม่สนิทกัน เรียกว่าไม่สุงสิงกันเลยครับ แต่ถ้าใครมีข้อมูลเชิงลึกของทั้งสองบอกกันบ้างครับอยากรู้จริง ๆ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 09/02/50 - 20:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 48
เพิ่งทราบเหมือนกันว่ามิตรกับเกชา ไม่สนิทสนมกัน มิน่า เล่นด้วยกันแค่ 2 เรื่องเอง แล้วเป็นผู้สร้างคนเดียวกันด้วย อย่างที่พี่ชัยโรจน์บอก


จาก: อ๊อด
วันที่: 09/02/50 - 20:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 49
วันนี้คุยกันเรื่องมิตร พอหอมปากหอมคอ พรุ่งนี้ผมจะนำเบื้องลึกของการเข้าวงการของเพชรา เชาวราษฏร์ บางส่วนที่พอเปิดเผยได้มาเล่าให้ฟังครับ แล้วทำไมคู่รักบนจออย่างมิตรกับเพชร ทำไมถึงไม่เกิดขึ้นนอกจอด้วย ทั้ง ๆ ที่ทั้งคู่ส่อแววจะรักกัน จนผู้ผิดหวังในรักอย่างชรินทร์เข้ามาเสียบแทน เรื่องเป็นเกี่ยวข้องกับคนหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ศิริ ศิริจินดากับภรรยา ดอกดิน กัญญามาลย์กับบรรจง กัญญามาลย์ ทั้งสองท่านนี้เป็นผู้สร้างให้เพชราจากเด็กสาวไร้เดียงสา กลายมาเป็นหญิงสาวที่ฉลาดกับการใช้ชีวิต ไม่ให้เสียเหลี่ยมใคร ยังมีเรื่องสนุก ๆ แบบนี้อีกเยอะครับ ถ้ามีเพื่อนคุยแบบนี้ รับรองได้เล่ากันมันส์แน่ครับ นอกจากเรื่องมิตร เพชรา ยังมีเรื่องการจ้างหย่าของอดุลย์กับวิไลวรรณ เรื่องอมราเผ่นหนีภัยการเมืองตัดสินใจแต่งงานขณะกำลังดัง (ไม่แน่ใจว่าเล่าไปหรือยัง) แล้วใครคือเจ้าฉายาดารานักเที่ยว(โสเภณี)ของกองถ่าย กลยุทธเด็ด ๆ ของป๋าต๊อก โยนกิ๊กให้เพื่อนหลังเมีย(ป้าสมจิตต์)จับได้ อีกเยอะแยะครับ ตรงนี้เราจะมาคุยกันแต่เรื่องที่ไม่ค่อยมีใครเขาคุยกันดีไหมครับ ผมรู้เรื่องอะไรจะนำมาบอก เพราะเรื่องเหล่านี้บางทีก็ไม่มีการตีพิมพ์ เป้นเรื่องที่เล่ากันในกองถ่าย ผมเจอก็เลยเก็บๆ มาคุยกับเพื่อน ๆ เป็นเกร็ดความสนุกดีครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 09/02/50 - 20:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 50
ขออนุญาตนะครับ คุณชัยโรจน์

หยิบหนังสือของ สมบัติ เมทะนี เป็นพระเอกซะจนได้ เปิดมาก็เจอเลย
หน้า 160 เรื่องนักร้องลูกทุ่งท่าทางโอหัง...เอาไว้ผมบอกท่านอรชุนนอกรอบแล้วกันครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 09/02/50 - 21:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 51
พี่ชัยโรจน์ มีของดีเยอะมาก เข้ากระทู้นี้แล้วไม่ผิดหวังจริงๆครับ แล้วเรื่อง"นางเอก" ที่ปริญญา ลีละศร สร้าง-กำกับ ประมาณปลายปี 2518 - ต้น 2519 นำโดย นาท-ภัทราวดี เป็นเรื่องจริงทั้งหมดของอมราหรือเปล่าครับ หรือจริงแค่บางส่วน เคยดูตอนเด็กๆ ตอนนี้ จำเนื้อเรื่องไม่ได้เลย

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/02/50 - 21:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 52
จริงจ้า อมราไม่เสร็จ หนีไปได้
แต่รุ่นน้องๆ ที่ต้องไปสังเวยอีกคนเป็นกระบินี่สิ น่าสงสาร
ยุคนั้นรู้สึกจะมีรอดแค่หมิว ลลิตาคนเดียวมั้ง
น่าจะให้สมญา ค.ม.ช. หรือ คนแมร่งชั่ว จริงๆ ไอ้คนนี้
เห็นดาราสาวๆ สวยๆ เป็นไม่ได้ ฟันดะ

จาก: วรุฒ วรทำ
วันที่: 09/02/50 - 22:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 53



มาแล้วครับ เพิ่งกลับมาจากงานพระนครคีรีเมืองเพชร คนเบียดเสียดมาก
มาย กลับดีกว่า
ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ความกระจ่างแจ้ง เฮ้อ โล่งอกไปทีนึกว่าเป็น
ไพวัลย์ซะอีก ผมรู้แล้วว่านักร้องคนนั้นคือใคร และนักร้องคนนี้แม้แต่กับ
สุรพล สมบัติเจริญก็ไม่ถูกกันไม่ใช่หรือ คุณชัยโรจน์น่าจะนำมาเล่าบ้างนะ

พูดถึงคุณรุ่งเพชร ผมก็ว่าน่าเห็นใจนะ ผมเจอตัวจริงเมื่อปีประมาณปี37-
38 ณ ที่ว่าการอำเภอเขาย้อย ตอนนั้นผมเป็นเสมียนอยู่กำลังนั่งเขียน
หนังสืออยู่มีคนวัยกลางคนมาติดต่อบอกว่า ขออนุญาตมีงาน จะมีดนตรี
ที่วัดเขานาค ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย ผมก็บอกว่าขอบัตรหน่อย
จะได้เขียนทีเดียวเลยไม่ต้องถามบ่อย ๆ พอเขาชักบัตร นามว่าจ่าสิบเอก
วสันต์ จันทร์เปล่ง ผมก็ยังไม่รู้จักอยู่ดี พอผมเขียนเสร็จ ชายผู้นั้นก็ไปหา
เจ้าหน้าที่อีกคนซึ่งคงรู้จักกันดี เห็นเขาเรียกพี่ยวน พี่รุ่งเพชร หลังจากที่
รุ่งเพชรกลับไปแล้ว ผมก็ถามว่าใคร เขาบอกว่ารุ่งเพชร ฝนเดือนหกงัย
ผมหัวเราะก๊าก นึกถึงเสียงพอพบตัวเป็น ๆ หล่อไปอีกแบบ ภรรยารุ่งเพชร
สวยขาวเป็นคนสระพัง เขาย้อย คงมีเชื้อลาวเวียง ช่วงนั้นเจอบ่อยลักษณะ
ไม่ใช่เป็นคนเย่อหยิ่ง มาติดต่อราชการก็ไม่เคยแสดงตัว นั้งเก้าอี้รอคิว
เหมือนกับคนอื่น ๆพ่อตาของรุ่งเพชรเป็นสมภารอยู่วัดเขานาค ตอนนี้
ไม่รู้ว่ายังเป็นเจ้าอาวาสอยู่หรือไม่ หลานชายรุ่งเพชรก็เคยอยู่วัดกับผม
ตอนแรกไม่รู้หรอก มารู้เอาเมื่อ4 ปีให้หลังเขาไปเรียนกรุงเทพฯจบแล้ว
บังเอิญมาเจอกันเพราะทำงานอำเภอเดียวกัน เขาก็บอกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ
ไปพักบ้านน้า น้องชายของแม่ชื่อน้ายวน ตอนหลังที่ผมเจอตัวจริงของ
รุ่งเพชร ผมก็เลยถามว่าเอ๊ รุ่งเพชรก็คนบ้านเดียวกัน(บ้านบางสามแพรก
ตำบลบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี) รู้จักกันไหม เขาก็บอก
ว่าก็เป็นคน ๆ เดียวกับน้ายวนที่เขาไปพักตอนเรียนกรุงเทพฯนั่นแหละ
ผมจึงถึงบางอ้อ ตอนนี้หลานชายคนดังกล่าวมาได้ภรรยาแถว ๆ บ้านผม
ก็เจอกันบ่อยเหมือนกัน

จาก: อรชุน
วันที่: 09/02/50 - 22:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 54



ฝนเดือนหกครับ

จาก: อรชุน
วันที่: 09/02/50 - 22:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 55
เปิดประเด็นอมรา ก็เลยเล่าเลยดีกว่าครับ
คือเรื่องมันอย่างนี้ครับ เราคงทราบกันดีว่าอมรานั้นเป็นอดีตรองนางสาวไทยถ้าจำไม่ผิดก็เป็นปี 2497หรือยังไงนี่ เดิมทีเขาจะส่งนางสาวไทยไปประกวดมิสยูนิเวิร์ด แต่ด้วยนางสาวไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็เลยตัดสินใจส่งอมราไป ผมไม่แน่ใจว่าฝรั่งเศส หรืออังกฤษ ที่อมราไป ผลการตัดสินอมราไม่ได้มงกุฏนางงามจักรวาล เธอก็เลยตัดสินใจเรียนเรื่องความงามต่อที่ฝรั่งเศสเสียปีกว่า
กลับมาเธอกลายเป็นสาวงามระดับชาติ สาวลูกครึ่งที่มีดีกรีด้านความงามเป็นเลิศ แล้วนั่นเองเธอก็ได้เล่นหนัง เล่นไปได้พักนึง นายพลผ้าขะม้าแดง ที่เป็นนายกรัฐมนตรี เกิดสนใจในตัวอมราตามสไตล์ที่รู้กัน จะให้มาเป็นอนุภรรยาไม่รู้ว่าคนที่เท่าไหร่ เจอแบบนี้ อมราก็เลยต้องชั่งใจแล้ว เวลานั้นก็กำลังดัง งานก็เยอะ ด้านชีวิตส่วนตัวเธอก็มีคนรักอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่ได้บอกใคร เสียงลือเสียงเล่าขานในความร้ายกาจของนายพลผ้าขะม้าแดง เป็นที่รู้กันว่าถ้าเขาอยากได้อะไรก็ต้องได้ เพียงอย่างเดียวที่นายพลคนนี้ไม่ทำคือ ไม่ยุ่งกับลูกเขาเมียใคร ได้กาล อมรา ไม่อยากเป็นอนุภรรยาใคร เลยตัดสินใจเสี่ยงแบบเดียวกับรัตนาภรณ์ อินทรกำแหง ที่ระหว่างดังก็ตัดสินใจประกาศแต่งงานกับพี่น้อย กมล วาทิน แต่งานก็มีออกมาแม้จะไม่มากนักก็ตาม อมราเอาบ้างประกาศสละโสดทัน แต่งงานกับแฟน แต่รัตนาภรณ์กับอมราไม่เหมือนกัน ปรากฎว่างานของอมราก็เริ่มน้อยลง ในบทนางเอก แต่จะมามากในบทรอง อมรายอมรับบทรอง ดีกว่าที่จะเป็นอนุภรรยาคนที่เท่าไหร่ไม่รู้ของนายพลผ้าขะม้าแดง เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี 2503 เป็นที่โจทย์ขานกันของวงการเลยทีเดียวครับ


จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 10/02/50 - 12:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 56
คุณชัยโรจน์ครับ เพชราที่ไม่ยอมรักคุณมิตรเพราะรู้ว่ามิตรมีเมียมีลูกแล้ว
ใช่ไหม

ตอนผมเด็ก ๆ เห็นคนใหญ่เขาเล่าว่านายผลผ้าข้าวม้าแดงให้ความสนใจ
คนรำฉุยฉายด้วยมิใช่หรือ

จาก: อรชุน
วันที่: 10/02/50 - 18:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 57
ถูกต้องแล้วครับ เพชราเกือบจะหลงรักในตัวมิตรแล้ว ถ้าไม่บังเอิญเพชรามารู้เรื่องนี้ก่อน ก็สร้างความเสียใจให้กับเพชราพอสมควร งานนี้ทำให้ศิริ ศิริจินดากับภรรยาป้าวงศ์ทอง ผลานสนธิ (ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะ) ที่เคยทำหน้าที่ดูแลเพชราอยู่ในตอนแรกที่เข้าวงการ ต้องขอให้ภรรยาอาดอกดิน คือป้าบรรจง กัญญามาลย์ให้มาเป็นผู้ปกครองดูแลเพชราแทน เพราะป้าบรรจงจะมีเวลาดูแลเพชราได้มากกว่าคุณศิริและภรรยาที่มีงานแสดงรัดตัว เหมือนกัน ไม่มีเวลาดูแล ด้วยความเป็นห่วงเพชรา อีกทั้งทางป้าบรรจงจะได้สอนในเรื่องของการแสดงให้เพิ่มเติมอีกด้วย เป็นที่รู้กันในวงการสมัยนั้น ว่าถ้าป้าบรรจงดูแลใครเป็นอะไรที่ผ่านยาก ยุ่งไม่ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยทีเดียว กว่าชรินทร์จะจีบเพชราได้เล่นเอาหืดขึ้นคอเลย
ส่วนเรื่องนายพลผ้าขะม้าแดง มีอนุภรรยาเป็นใครบ้าง บอกตรงนี้ไม่ได้หรอกครับ ถ้ามีโอกาสได้เสวนาเป็นส่วนตัว นั่นแหละผมถึงจะบอกให้ได้ว่าเป็นใคร ไม่แค่นั้นนะครับ เรื่องบันเทิงลึก ๆ ประเภทนางเอกคนโน้นได้กับพระเอกคนนั้น อะไรทำนองมีเยอะครับแต่เขียนไม่ได้ครับ นอกจากจะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเท่านั้นครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 10/02/50 - 21:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 58
คุณชัยโรจน์ครับเพลงของแอ๊อดคาราบาว ชุดที่8 เวลคัมทูไทยแลนด์
หน้าแรกเพลงที่ 3 ชื่อเพลงสบายกว่า เข้ากับบรรยกาศสบาย ๆตอนนี้ดีจริงนะครับ
"ใครจะชู้ กับใครหรือใครจะหนีตามใคร การเมืองไม่ยุ่งมุ่งการมุ้งการเมา
สบายกว่ากันเยอะเลย สบายกว่า"เรื่องแบบนี้ ข่าวขายดีครับแม้ตอนทำ
ในที่ลับ แต่มีคนชอบนำมาเปิดเผยในที่แจ้ง เรื่องอะไรจะฮิตฮอตเท่าเรื่อง
แบบนี้ไม่มีอีกแล้วสำหรับวงการนี้ ไม่ว่าคุณชัยโรจน์หรือผม ถ้าเป็นพระเอก
หนังกับเขาบ้าง ฮืม มันก็ไม่แน่เหมือนกัน ของสวย ๆ งามทั้งนั้น ใครกี่คน
จะห้ามใจไหว (ฮา) คุยกันเบา ๆ สนุก ๆ นะครับไม่ได้กระทบถึงใครว่า
ด้วยเรื่องทั่ว ๆ ไป

อย่างที่คุณชัยโรจน์ว่า ฉายาผ้าขาวม้า แดง ขนาดผมเกิดไม่ทัน ได้ยิน
ผู้ใหญ่เขาเล่ากัน เหมือนกันเลย มีฮาเรมด้วยหรือปล่าวไม่รู้

จาก: lอรชุน
วันที่: 11/02/50 - 9:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 59



..... ติดตามกระทู้ของเพื่อนๆตลอดเวลา ครับ
วันนี้แวะเข้ามาพบคุยเรื่อง คุณมิตร เลยอดที่จะร่วมวงด้วยไม่ได้
ผมขออธิบายวิธีคิดของคุณมิตร ให้เพื่อนๆฟัง


คุณมิตรเขาคิดของเขาตลอดเวลาว่า ทำอย่างไรหนังไทย
จึงจะโต จึงจะเจริญ จึงจะก้าวไปข้างหน้า จึงจะสู้แขก สู้จีน ได้
ซึ่งคุณมิตรก็เชือ่ว่า ต้องมีพลังศรัทธาจากประชาชนให้การสนับสนุน
ต้องไม่เสื่อม ถ้าใครจะมาทำให้เสื่อมเขาไม่ยอมเด็ดขาด

คำว่าหนังไทย คุณมิตรเขาถือว่าเขาเป็นเจ้าถิ่น เขาดูแลอยู่
คำพูดจากนักร้องลูกทุ่งที่พูดว่า

" มนต์รักลูกทุ่งกำลังโกยเงินตอนนี้เพราะนักร้องลูกทุ่งแท้ๆ
ไม่ใช่ มิตร เพชรา หรอก "

คำพูดนี้ความจริงไม่เป็นเรื่องหรอก ธรรมดามาก เพราะเขาคุยกัน
ในกลุ่มเล็กๆของคนคอเพลงลูกทุ่งด้วยกัน เฮฮาแซวๆกันเอง
แต่ผู้ที่คาบคำพูดนี้มาขยายความนี่นะซิ ตัวร้าย ใส่สีตีไข่
กันจนฟังแล้ว เหมือนจะมาข่มรัศมีกัน
พวกบ่าวช่างยุนี่เป็นตัวร้ายของทุกๆวงการ ทำให้ด้อยพัฒนา

คุณมิตรได้ฟังแล้วถ้ายอมอยู่เฉยๆ ก็ไม่ใช่ มิตร ชัยบัญชา นะซิ
เพราะวงการอื่นเขาก็ให้ความรักและเคารพ ดังนั้นอย่างมาดูถูกกัน

คุณมิตร ตอบโต้โดยประกาศลั่นดังๆว่า

" ถ้าเก่งมากนัก ก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งกัน นักร้องก็ไปร้อง
เพลง ถ้าอยากจะมาเล่นหนังก็ไปเล่นกับคนอื่น "

แล้วพวกลิ่วล้อทั้งหลายก็เอาคำประกาศนี้ไปหาผลประโยชน์
กันมากมาย

พระอาจารย์พรภิรม ท่านได้เคยกล่าวไว้ว่า พวกเรานักร้องลูกทุ่ง
ต้องไม่ลึมบุญคุณวงการหนังไทย ที่ทำให้เรามีรายได้และมีชื่อเสียง
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องไม่ลืม มิตร ชัยบัญชา ที่เขาสนับสนุน
เพลงลูกทุ่งมาโดยตลอด เขาคือพระเอกหนังไทย หัวใจลูกทุ่ง

คุณมิตร ทะเลาะกับทุกคนได้ ถ้าจะมาทำให้วงการหนังไทย
เสื่อมเสีย ทุกวันนี้ถ้าคุณมิตรยังอยู่ คงจะเป็นพี่ใหญ่คอยคุ้มครอง
ดาราน้องๆ ไม่ให้ถูกพวกนักข่างเลวๆรังแก ที่คอยจ้องแต่เรื่องส่วนตัว
จ้องถ่ายหัวนมบ้าง จ้องถ่ายกางเกงในบ้าง แล้วเอามาตีพิม์ขาย
กัน หาเงินเข้ากระเป๋า ไม่เกรงกลัวบาปกรรม ทำไมไม่คิดไปทำกับ
พี่น้องตัวเองบ้าง ใจเขาใจเรา

คำว่าคุณมิตร หูเบา ผมไม่อยากใช้ อยากจะบอกว่าคนใกล้ตัว
เขาสร้างภาพเก่งมากกว่า เพราะคุณมิตร วันๆถ่ายหนังทุกลมหายใจ
ดังนั้นเวลาเขาเชื่อว่าคนนี้ดี มาพูดอะไรก็เชื่อว่าคนดีพูด
คุณมิตรไม่เคยมองคนใกล้ตัวในแง่ร้ายเลย
ในที่สุดก็ต้องมาเสียชีวิต เพราะคนใกล้ตัวทั้งนั้น....




จาก: พักรบ
วันที่: 11/02/50 - 11:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 60
นี่แหละครับที่ผมต้องเปิดประเด็นประเภทเรื่องราวภายในบันเทิง เพราะอยากให้คนที่อยู่ใกล้ชิด และรู้เรื่องแต่ละเรื่องมาขยายความ บางเรื่องผมไม่อาจพูดได้ เพราะผมทำงานใกล้ชิดกับดารา เว็ปนี้มีผู้เข้าชมทุกรูปแบบ ผู้กำกับหนังไทยเกือบทุกคนเปิดเว็ปนี้ดูประจำ ทั้งนักข่าว ก็เปิดดู พวกเราเจอกันคุยกันบ่อย ดังนั้นบางเรื่องผมเปิดหัวได้ แต่ขยายความมากไม่ได้ ได้คุณพักรบ และท่านอื่น ๆ มาช่วยบอกแทน จะทำให้การสนธนามีอรรถรสมากยิ่งขึ้น ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/02/50 - 16:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 61
ที่มาของสายสวาทยังไม่สิ้น
ไม่ทราบจะจำกันได้หรือเปล่า กับภาพยนตร์เรื่อง สายสวาทยังไม่สิ้น เอาฉบับที่สองก็แล้วกันที่ สินจัย หงษ์ไทยแสดงนำ เรื่องนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่สินจัย เล่นได้ดีมาก พิศาลก็ร้ายสุด ๆ นก ฉัตรชัย เรื่องนี้ใครดูก็อดสงสารไม่ได้ บทบาทชีวิตของสินจัยเรื่องนี้ ไม่แพ้เรื่อง นวลฉวีเลยทีเดียวครับ ผมเพิ่งไปเจอบทความที่เกียวกับความเป็นมาของบทประพันธ์เรื่อง สายสวาทยังไม่สิ้น อันเป็นบทประพันธ์ของ แขไข เทวินทร์ จริงแล้วเรื่องนี้มีมาตั้งแต่ปี 2497 แล้ว
สายสวาทยังไม่สิ้น นี้เคยสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเมื่อปี 2503 นำแสดงโดย อมรา อัศวนนท์กับทม วิศวชาติ สำหรับที่มาของเรื่องนี้ทางผู้ประพันธ์ แขไข เทวินทร์ ก็มีอยู่ว่า เมื่อปี 2497 ทางคุณแขไข เทวินทร์เวลานั้นมีบ้านอยู่แถวสี่พระยา ไม่ว่าเช้าและเย็นคุณแขไขจะออกไปทำงานและกลับบ้าน เธอจะต้องพบหญิงลูกครึ่งคนหนึ่ง ผิวคล้ำ ค่อาข้างเป็นไทย แต่งตัวค่อนข้างดีหน่อย อายุประมาณ 26 ปี (ถ้าอยู่ป่านนี้ก็อายุ 79 ปีแล้ว) เดินไปมาอยู่แถวบางรัก สุริวงศ์ และสี่พระยา บางครังพบกันจังหน้า เธอก็ยิ้ม ทักทายอย่างไม่มีความหมาย บางครั้งก็ยิ้มคนเดียว เด็กเดินตามล้อกันเกรียว ทราบชื่อภายหลังว่าเธอชื่อ โรมริต้า
ความสงสารและสงสัยเกิดขึ้นแก่คุณ แขไข เทวินทร์ นักประพันธ์ตุกตาทอง แล้วนวนิยายรักเรื่อง สายสวาทยังไม่สิ้น ก็เกิดขึ้นตามมา
ครั้งเมื่อคุณวิรัช พึ่งสุนทร ผู้ถนัดในการสร้างภาพยนตร์ชีวิตได้อ่านนวนิยายเรื่อง สายสวาทยังสิ้น ที่คุณแขไข เทวินทร์ แต่ง อีกทั้งได้รับแจ้งจากคุรแขไขว่าสายสวาทยังไม่สิ้น ได้เอามาจากชีวิตจริงของหญิงคนหนึ่งที่เดินเป็นบ้า ๆ บอ ๆ อยู่แถวหน้า โยคีสถาน สี่พระยา ออฟฟิศของคุณวิรัชเอง
คุณวิรัชถึงนึกขึ้นมาได้ว่าเคยพบปะหญิงคนนี้เดินผ่านห้าง ไป ๆ มา ๆ แทบทุกวัน บางวันก็เข้ามาขอยา เมื่อแน่นอนเช่นนั้น วิรัช พึ่งสุนทรก็ขอนวนิยายเรื่อง สายสวาทยังไม่สิ้น มาทำเป็นภาพยนตร์ทันที
และเพื่อให้ภาพยตร์เรื่องนี้ได้เข้าถึงจุดชีวิตของหญิงผู้มีกรรมผู้นี้จริง คุณวิรัช พึ่งสุนทร ได้พยายามพบปะ เชิญตัวริต้าหญิงผู้มีกรรมนี้ เข้ามาในห้างโยคีมาสัมภาษณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า บางวันพูดกันพอรู้เรื่องบ้าง บางวันก็ไม่รู้เรื่อง เธอพูดไปร้องไห้ไป หัวเราะไป กว่าจะเค้นเอาสาระแก่นสารอันแท้จริงมาประกอบนวนิยายได้ก็เสียเวลาหลายเดือน แต่พอจะได้เค้า พิ้นเดิมว่า

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/02/50 - 17:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 62



เบื้องหลังสายสวาทยังไม่สิ้น 2
(จากเรื่องจริง) ที่วิรัชสัมภาษณ์โรมริต้าตัวจริงที่กลายเป็นบ้าไปแล้ว เมื่อปี 2502 โรมริต้าเธอบอกว่าแม่ของเธอเป็นคนไทย ทำงานเป็นคนใช้อยู่กับชาวยุโรปคนหนึ่ง ถูกปลุกปล้ำเอาเป็นเมีย จนเกิดเธอขึ้นมา พ่อเห็นแม่เป็นคนใช้ชั้นต่ำมีความละอาย ก็เลยไล่แม่ออกจากบ้านไป ส่วนตัวเธอนั้น พอ่เลี้ยงมาจนโต ให้การศึกษาอย่างดีจนจบมัธยม 7 จะขึ้นมัธยม 8 ชีวิตรักของเธอก็เกิดขึ้น โรมริต้าไปหลงรักหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่ง พ่อห้ามก็ไม่ฟัง ครั้นพ่อไปนอกแล้ว ก็ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ให้ทั้งหมด มีเครื่องเพชร และที่ดินทั้งตัวตึก คิดเป็นเงินหลายแสน
เมื่อขาดพ่อและแม่ที่คอยตักเตือนให้สติ ผู้หญิงสาวสวยและรวยอย่างเธอก็จบชีวิตลงอย่างน่าเสีย เธอได้ถูกมัดจำชีวิตเสียก่อนจะจบการศึกษา เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยถูกคุณนายผู้ดีแปดสาแหรก ซึ่งเป็นแม่ของหนุ่มที่เธอรักนั้น ให้ลูกชายรูปหล่อใช้คารมหลอกล่อเอาเครื่องเพชร เงินทอง และทรัพย์สินของเธอไปจนหมดสิ้น เมื่อหมดเงินทั้งทรัพย์สินก็ถูกคุณนายแปดสาแหรกขับไล่ออกจากบ้านไปอีก เธอต้องตกระกำลำบาก แทบจะฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้ง จนกลายเป็นคนเสียสติไปในบทประพันธํของเรื่องนี้ ชีวิตของโรมริต้า ผู้บ้า ๆ บอ ๆ ได้กลับมามีความสุขในตอนท้ายเรื่อง แต่เรื่องจริงโรมริต้ายังเป็นคนบ้าๆบอๆ อยู่แถวสุริวงศ์ บางรัก สี่พระยา นี่คือเรื่องจริงของสายสวาทยังไม่สิ้น ใครมีรูปสายสวาทยุคสินจัยก็โพสต์มาดูกันบ้างครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 12/02/50 - 17:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 63



ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 2496 ผู้ชายคือผู้กำกับวสันต์ สุนทรปักษิณ กับสาวญี่ปุ่น มิสเชอรี่ ยามากุจิ ดาราญี่ปุ่นที่โด่งดังในยุคนั้น จากเรื่อง บุบผาราตรี กับ เจ้าสาวสงคราม ที่มาเยือนเมืองไทย ได้เข้าชมภาพยนตร์เรื่อง หยกฟ้า ที่ศาลาเฉลิมไทย (ภาพเก่ามาอาจจะเห็นกันไม่ชัดนัก)

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 12:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 64



ต่ออีกภาพขณะที่กำลังเดินทางเข้าชมภาพยนตร์เรื่อง หยกฟ้า เมื่อปี 2496 ผู้ชายใส่สูทสีเทาดำ คนซ้ายสุดคือผู้ดูแลโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยยุคนั้น คุณซัว ตันสัจจา กรรมการเฉลิมไทย คนต่อมาเป็นช่างภาพหนังสือพิมพ์จีน สาวชุดไทยเป็นเงาคือ นางเอกของเรื่อง วิไลวรรณ วัฒนพานิช ตามด้วยมิสเชอรี่ ยามากูจิ สูทดำคือคนดูแลยามากูจิ สูทสีขาวคือวสันต์ สุนทรปักษิณ สุดท้ายคือ รัตน์ เศรษฐภักดี ผู้ถ่ายภาพของภาพยนตร์เรื่อง หยกฟ้า ภาพนี้ถ่ายที่หน้าโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยเมื่อปี 2496

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 12:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 65
ขอแก้ข้อความใน คห.ที่ 12 ที่ว่า พร ไพโรจน์ เล่นเป็น "เสือน้อย" ฉบับปี 2497 ที่จริง ต้อง ทักษิณ แจ่มผล ครับ ที่เป็น "เสือน้อย" ผมจำสับสน ส่วน พร ไพโรจน์ เป็นผู้นำเรื่อง "เสือน้อย" มาสร้างใหม่ในปี 2523

จาก: อ๊อด
วันที่: 26/02/50 - 12:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 66



ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง มนต์รักอสูร คนที่นั่งกำกับก็คือคุณวสันต์ สุนทรปักษิณ ที่จับกล้องอยู่คือคุณรัตนื เศรษฐภักดี ภาพนี้ถ่ายเมื่อปี 2495

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 12:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 67



ภาพนี้ก็เก่ามากเช่นกันเป็นภาพเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง เลือดล้างแค้น ของทางสนั่นศิลป์ภาพยนตร์เมื่อปี 2495 เป็นภาพหายากมากๆอีกภาพ จากนี้ไปเตรียมพบกับภาพเก่า ๆ สมัย 2490 - 2499 ครับ หาดูที่ไหนยากมากครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 12:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 68



ภาพนี้ยิ่งหายากเข้าไปอีก เพราะเป็นภาพแรกของการโฆษณาของแม่แดง รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง ให้กับน้ำอบไทยที่ชื่อเดียวกับบทบาทที่แม่แดงได้รับใน นิทรา - สายัณห์ นั่นคือน้ำอบไทยยี่ห้อเอื้อมพร ถ่ายเอาไว้เมื่อปี 2496

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 13:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 69



ส่วนภาพนี้ก็เป็นภาพจากภาพยนตร์เรื่องดังของปี 2495 พระเอกของเรื่องคือ สมควร กระจ่างศาสตร์ ส่วนนางเอกที่นั่งคู่ด้วยจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ในภาพยนตร์เรื่อง เจดีย์หัก ของ ส. อาสนจินดา

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 13:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 70
อยากให้รวมเล่มภาพใบปิด โฆษณา เบื้องหลังหายากๆแบ่งเป็นช่วงๆ ที่นับวันจะเปื่อยยุ่ยพวกนี้ น่าสนใจมาก ได้เห็นบรรยากาศ สภาพของใช้ เสื้อผ้า รถ เครื่องมือถ่ายทำ.......ไว้ใช้ค้นคว้าศึกษาได้

จาก: กากหนัง
วันที่: 20/07/50 - 21:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 71
ตอนนี้ทำแล้วครับ แต่เป็นการเก็บภาพไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใจอยากทำรวมเล่มไว้แจกให้คนรักหนังไทยมากกว่า แต่ขาดผู้สนับสนุนเรื่องการพิมพ์ พิมพ์ขายถามหลายคนก็บอกว่าไม่คุ้ม เวลาทำได้ดีที่สุดก็คือ เซฟลงแผ่นซีดีให้กับใครที่สนใจภาพเก่า ๆ โดยผมมีไอเดียร์ใหม่คือใครสนใจภาพเก่า ๆ แบบนี้ ที่หายาก ให้ติดต่อมาได้ที่ rom.run@hotmail.com บอกความประสงค์มา ผมไม่เอาเป็นเงินครับ แต่จะแลกเป็นหนังสือบันเทิงเก่า ๆ ระบุมาว่าอยากได้ภาพใครบ้าง ผมจะส่งไปให้ครับ แต่ผู้สนใจต้องส่งหนังสือเก่า ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีมาให้ 1เล่ม หรือหนังไทยเก่า 1 เรื่อง มาถึงผม ชัยโรจน์ บ่อเหม เลขที่ 19 ซอยลาดพร้าว 69 แขวง/เขต วังทองหลาง กทม 10310 ผมได้รับหนังสือหรือหนังแล้วก็จะส่งแผ่นภาพไปให้ชมกันทันทีครับ สิ่งที่ผมได้มาก็จะมาเก็บให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน ได้ชมกันครับ หรือจะมาด้วยตนเองก็ได้ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 21/07/50 - 12:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 72
อยากทราบปีที่ฉายของหนังสารคดี 35 มม.เรื่อง 7 วันในปักกิ่ง ที่คึกฤทธิ์เยือนประธานเหมา เคยเห็นแต่ภาพคัดเอาท์หน้าโรงในโปสการ์ดแต่ไม่มีรายละเอียดว่าผลงานของใครเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ถ่ายทำ....ปล.ผมมีหนังสือยุดเพลงหนังและละครในอดีต ราว 30 กว่าปีแล้ว มีภาพเก่าๆของศรีกรุงและโรงถ่ายกับการเล่าเรื่องเบื้องหลังงานถ่ายทำรวมทั้งเกร็ดต่างๆ ไม่ทราบว่ามีแล้วหรือยังครับ หายากเล่มหนึ่ง

จาก: chat
วันที่: 22/07/50 - 17:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 73
ยังไม่มีเลยครับ คุณ CHAT จะสแกนด์ใส่แผ่นดีสต์มาแลกกับผมก็ได้ครับ ส่วนหนังสารคดี 35 มม. ผมเคยอ่านเจอว่ามีข้อมูลอยู่ที่บ้านสวนพลู เชื่อว่าที่สยามรัฐจะมี ต้องถามคุณหนึ่ง ชัชวาลย์ แห่งสยามรัฐ ครับ เชื่อว่าคุณหนึ่งจะเข้ามาเว็ปนี้บ่อย แนะให้ลองเปิดกระทู้ขึ้นมาใหม่เฉพาะหนังสารคดีนี้ คงมีคนเก็บแล้วนำมาให้คุณ CHAT ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/07/50 - 14:25 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 74
แล้วจะส่งไปตามที่อยู่ครับ....เบื้องหลังหนังคลีโอพัตราหนามากไหมครับ

จาก: chat
วันที่: 23/07/50 - 14:43 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 75
ไม่มากครับ เป็นข้อมูลมาจากหนังสือภาพยนตร์และโทรทัศน์ช่วงประมาณปี 2502 (ไม่แน่ใจครับ) เป็นภาพขาวดำแต่หาดูยากมากครับ ถ้าคุณ CHAT ชอบผมยังมีภาพดาราเก่า ๆ ของฮอลลีวู๊ดที่เขาแจกให้ผู้ไปร่วมงานออสการ์เมื่อหลายปีที่แล้ว เมืองไทยมีไม่กี่เล่ม ผมได้มาจากพี่นคร วีระประวัติ ประธานชมรมวิจารณ์บันเทิง เคยให้ไว้ผมเก็บไว้อยากดี ภาพสวยมาก หลายอริยะบทของนักแสดงที่คุณไม่เคยเห็น ทั้ง เกเกอรี่ เปค ฌอน คอนเนอรี่ เทลลี่ ซาวาลาส ฯลฯ ผมจะสแกนด์ไปให้เลยครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/07/50 - 14:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 76
ขอบคุณครับ ไว้จะโทรติดต่อไปอีกที ที่อยากได้คงเป็นภาพหายากจากคลีโอพัตรา....และภาพเบื้องหลัง ใบปิดหรือรายละเอียดพอสมควรเกี่ยวกับหนังละโว้ตั้งแต่ เรื่องหนามยอกหนามบ่ง เป็นต้นมา โดยเฉพาะเรื่องวนิดาหรือวารุณี มีหรือไม่ เคยเห็นภาพถ่ายติดผนังทางขึ้นชั้นบนโรงหนังเฉลิมเขตร์....แต่ไม่แน่ใจเรื่องชื่อ จำได้แต่ว่าเป็นหนัง 16 มม รัตนาภรณ์ คู่กับสมยศ (ที่มาคู่กันอีกครั้งเรื่องปักธง)ใช่หรือไม่....ที่สงสัยมากๆคือเรื่องนางทาษ สร้างปีไหนแน่ มักบอกว่า 2498 แต่ทำไมมีหลักฐานว่าเป็นหนังยอดเยี่ยมปี2506 แล้วส่งไปประกวดเบอร์ลิน ปีไหนแน่ (ในเว็ปบอก 2503) งงงงงง....

จาก: chat
วันที่: 23/07/50 - 15:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 77
นางทาษ นั้นเท่าที่ผมเคยคุยกับอาอดุลย์ บอกว่าเป็นหนังที่สร้างปลายปี 2498 สมัยอดุลย์เข้าวงการใหม่ ๆ แต่ประสบปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องโรงฉาย ที่ยุคนั้นผู้สร้างอิสระจะมีปัญหาเรื่องโรงภาพยนตร์ เพราะเจ้าของโรงภาพยนตร์หลายแห่ง จะอยู่เบื้องหลังการสร้างหนังเอง โดยเป็นนายทุน เพื่อนำหนังมาป้อนโรงในช่วงเทศกาล อย่าง ปีใหม่ ตรุษจีน และสงกรานต์ ก็เลยเกิดปัญหาขึ้น จนหนังนางทาษ มาฉายเอาเมื่อปี 2505 แต่เวลานั้นพระเอกนางเอกต่างก็กลายมาเป็นตัวรองหมดแล้วครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 23/07/50 - 15:18 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 78
แล้วที่ประกวดเบอร์ลิน 2503 แสดงว่าไปประกวดก่อนถึงฉายในเมืองไทยหรือครับ...หรือประกวดปีไหนแน่

จาก: chat
วันที่: 23/07/50 - 15:21 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 79
งานพระศพของพระองค์ชายเล็กมีหนังสืออนูสรณ์ที่พูดเรื่องกิจการของละโว้ หรือท่านมุ้ย เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับละโว้ไว้บ้างไหมครับ....คือผมกำลังรวบรวมเรื่องของบริษัทนี้ในฐานะที่มีการดำเนินงานมานานกว่าบริษัทใด น่าจะเป็นกิจการระดับที่เรียกว่าตำนานได้และมีเรื่องน่าสนใจหลายอย่างแต่ขาดข้อมูลอ้างอิงชัดเจน ในเว็บนี้เองยังไม่มีเลยทั้งๆที่ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ มีแต่เรื่องคนอื่น ยังไงถ้าสนใจจะส่งไปให้เผื่อมีประโยชน์ ส่วนที่ผิดพลาดช่วยแก้ให้ด้วยแล้วกันนะครับ

จาก: chat
วันที่: 23/07/50 - 15:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 80
อย่าว่าแต่เว็ปนี้เลยครับ แม้แต่ด้านข้อมูลเก่า ๆ หลายแห่งยังไม่กล่าวถึงละโว้ภาพยนตร์เลย ทั้ง ๆ ที่ละโว้ภาพยนตร์เกิดมาพร้อมกับบริษัทไทยฟิล์ม ที่พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล ทรงเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกับเพื่อน ๆ ก่อนจะมาเป็นอัศวินภาพยนตร์ ละโว้ก่อตั้งประมาณปี 2480 ผลิตภาพยนตร์มานานมาก ขนาดผมเองยังต้องจับเอาบทสัมภาษณ์ของท่านโน้นท่านนี้ที่อยู่วังละโว้มาร้อยเรียงเป็นข้อมูลเก็บไว้เลย เชื่อว่าที่หอภาพยนตร์ส่วนที่พี่โดม สุขวงศ์ดูแลน่าจะมีข้อมูลนี้ และคุณมนัสเองก็น่าจะมีครับ วังละโว้ไม่ได้แค่ผลิตภาพยนตร์เท่านั้น ยังรวมไปถึงโทรทัศน์ด้วยครับ น่าสนใจมากสำหรับเรื่องราวของวังละโว้ ครับ
ส่วนข้อสงสัยเรื่อง นางทาษ อย่างที่บอกครับ เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ถูกเก็บดองไว้นาน แต่ไม่ใช่ว่าเก็บเข้ากรุเหมือนเรื่องอื่น ๆ มีการออกไปฉายประกวดตามประเทศต่าง ๆ แถมยังเป็นฉนวนเหตุให้วังละโว้ ตัดสินใจสร้างโรงภาพยนตร์ขึ้นมา เพื่อตัดปัญหาเรื่องโรงฉาย นั่นคือโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมเขตร์ อันเป็นโรงภาพยนตร์ในความอนุเคราะห์ของตระกูล ยุคล ครับ เรื่องบาดหมางของเจ้าของโรงภาพยนตร์ยุคนั้น กับผู้สร้าง ผู้กำกับฯ มีเยอะครับ สนุกมาก เรียกว่าทั้งผู้สร้าง ผู้กำกับ อิสระต้องใช้กลยุทธสารพัดมาต่อกรกับเจ้าของโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่ ป๋า ส. สนาน คราวประยูร ประทีป โกมลภิส ฯลฯ กว่าจะมีการประนีประณอมกันได้ ยุคนั้นมีทั้งมาเฟียผู้สร้าง มาเฟียโรงภาพยนตร์ ควบคุมธุรกิจภาพยนตร์ไว้หลายรูปแบบครับ ผมได้ฟังคนเก่า ๆ เล่าแล้วยังอึ้ง ผู้สร้างรายเล็ก ๆ อย่างน้อย กมลวาทิน ต้องใช้กลยุทธ โชว์ตัว เน้นโรงหนังต่างจังหวัดเป็นหลัก คิดดูน้อย กมลวาทิน เปิดตัวหนัง รุ้งเพชร ที่เชียงใหม่ก่อน แทนที่จะเปิดกรุงเทพฯ เพราะไม่อยากไปแข่งขันกับใคร ไม่อยากไปต่อสู้กับธุรกิจภาพยนตร์ที่บีบให้หนังเข้าเร็วออกเร็ว อย่างที่ป๋า ส. เคยเจอมาครับ จนเป็นที่มาของ 1 ต่อ 7 ความแรงของธุรกิจยุคนั้นไม่เว้นแม้แต่เชื้อพระวงค์ เลยทีเดียวครับ เอาไว้ผมเปิดเว็ปแล้วผมจะเล่าให้ฟังในเว็ปครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 24/07/50 - 10:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 81
คิดๆดู ธุรกิจสมัยนั้นก็คงไม่ต่างกับสมัยนี้ คนสร้างโรงหนังก็สร้างหนังด้วย รายย่อยก็ต้องพึงโรงเขาอยู่ดี ค่ายเพลงก็พยายามทำธุรกิจแบบครบวงจร....ร่วมสร้างกับเจ้าของค่ายที่มีโรงของตัวเองเสียเลย สมัยนั้นค่ายใครค่ายมันไม่มีการร่วมสร้างถ้าไม่ใช่กับต่างประเทศ ค่ายที่ไม่มีโรงเสียเปรียบ.....ผมเคยอ่านเรื่องที่สมบัติเขียนเล่าในหนังสือตอนเอารุ้งเพชรไปฉายเชียงใหม่แต่ไม่ได้พูดเกี่ยวกับสาเหตุลึกๆที่คุณชัยเล่า....เรื่องเกี่ยวกับละโว้ ไม่ทราบว่าในหนังสืองานพระศพและงานศพของพระองค์อนุสรและหม่อมอุบล ยุคล จะมีหรือไม่ ผมไม่ทราบว่ามีหนังสือที่ว่านี้?....ท่านมุ้ยน่าจะมีข้อมูลที่ดีที่สุดแต่ก็ไม่ทราบว่าท่านเคยเขียนไว้?เพราะเรื่องมันเชื่อมโยงต่อเนื่องมาจนถึงพร้อมมิตรภาพยนตร์ของท่าน เรียกว่ายาวนานเป็นตำนานขนาดสร้างเป็นหนังไตรภาคได้เลย....ปล.ละโว้ เท่าที่ศึกษารู้สึกจะตามไล่หลังศรีกรุงเรียกว่าน้องห่างกันไม่เกินปีแล้วไทยฟิล์มก็ตามมาแต่ทั้งสามสุดท้ายเหลือละโว้ที่นานเกือบ 4 ทศวรรษ ผมลองแบ่งละโว้ไว้เป็นยุค ตามฟอร์มและสไตล์ของหนังได้ 4 ช่วงคือ หนังถูกใจชาวบ้าน(ยุคเริ่มต้น) หนังฟอร์มใหญ่ถูกใจชาวบ้าน(ยุคทอง) หนังแปลกใหม่ถูกใจชาวบ้าน(ยุคก่อน 14 ตุลา)และ หนังละโว้ยุคใหม่ถูกใจมวลชน(ยุคปลาย).....จะเห็นความแตต่างในรายละเอียดทั้งด้านเทคนิคและแนวเรื่อง ผลการตอบรับอย่างชัดเจน คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ครับ

จาก: chat
วันที่: 24/07/50 - 11:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 82
ขอโทษครับหายไปนานพอดีคุณแม่เสียเลยไม่ได้เข้ามาพูดคุย เท่าที่คุณ CHAT วิเคราะห์นั้นใกล้เคียงครับ ยุคแรกของละโว้เรียกว่าเป็นรองอย่างมากเมื่อเทียบกับบริษัทเสียงศรีกรุงที่สร้างหนังมาก่อน 4 - 5 ปี ด้วยเป็นเงินทุนที่ไม่มากนัก ไม่เหมือนกับไทยฟิล์มที่เปิดตัวยิ่งใหญ่ ของละโว้ภาพยนตร์เมื่อเทียบก็น่าจะอยู่ใกล้เคียงบูรพาศิลป์ที่เกิดไล่เลี่ยกัน ยุคแรกของละโว้ก็ทำหนังเพลงเหมือนของพี่ชายคือพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ แต่เพลงไม่ดังเหมือนไทยฟิล์ม ภาพยนตร์ก็เป็นลักษณะประยุกค์ เมื่อเกิดสงคราม ไทยฟิล์มถูกขาย แต่ละโว้ยังอยู่ เดินหน้าทำหนังเมื่อสงครามยุติ ขณะอัศวินของพระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ ยุคล ได้เกิดขึ้นหลังสงครามโลก มีความเฟื่องฟูกว่า เหตุเพราะอัศวินภาพยนตร์มีจุดมุ่งหมายด้านต่างประเทศสูง จะเห็นว่าอัศวินภาพยนตร์มีการร่วมงานกับต่างประเทศมากที่สุดในจำนวนผู้สร้างหนังไทยในอดีต อัศวินภาพยนตร์สนิทกับชอว์บราเดอร์อย่างมาก ขณะที่ละโว้ยังคงเดินแนวตลาดคงที่ไม่หวือหวาโดดเด่นมากนัก แต่ก็ไม่วูบลงเหมือนค่ายหนังอื่น ๆ ประคองตัวเช่นนี้มาตลอด นี่เป็นเรื่อง คร่าว ๆ ของละโว้ภาพยนตร์ครับ เอาไว้มีโอกาสจะเข้ามาคุญให้ฟังใหม่ครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 05/08/50 - 17:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 83
...... ขอแสดงความเสียใจ ที่คุณชัยโรจน์ต้องสูญเสียคุณแม่
มีงานมีการอะไรก็ส่งข่าวให้ผมทราบบ้าง จะได้ไปช่วยงาน .

จาก: พักรบ
วันที่: 05/08/50 - 18:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 84
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับพี่ชัยโรจน์...

จาก: จุ้ย
วันที่: 06/08/50 - 10:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 85
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ พี่ชัยโรจน์

ในอดีต ยังมีผู้สร้างรายย่อยที่เป็นอิสระ แต่ก็เหนื่อยมากในการที่จะได้รับความเป็นธรรม เรื่องโรงฉายและเวลาในการฉาย

แต่ปัจจุบัน ไม่มีรายย่อยอิสระแล้ว ทุกเจ้าต้องยอมเข้าสังกัดในค่ายใหญ่ ถึงจะอยู่ได้ เป็นทุนนิยมเต็มรูปแบบ เราจึงหาหนังคุณภาพดีดีดูได้ยากขึ้น อาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของรายได้
สุดท้าย ก็ต้องยอมสร้างหนังเอาใจตลาดกันแทบทุกคน กี่เรื่องที่ออกมาก็หนีไม่พ้นแนว คอมมานดี้(ตลกกระเทย) ยืนพื้น ซึ่งมีมากที่สุด นอกนั้นก็เป็นวัฎจักร เช่น ผี,โป๊,บู๊ แอ็คชั่น หนังตลกบางเรื่องก็แฝงไว้ด้วยสาระข้อคิด แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วง คือ คำพูดหยาบคาย,ลามก ในหนัง มีมากเหลือเกิน

อีกเรื่องที่อยากจะถามพี่ชัยโรจน์ เรื่อง"สาวเครือฟ้า" ยุค วิไลวรรณ
ถ่ายทำกันตั้งแต่ปี 2495 แต่วิไลวรรณ มาได้ตุ๊กตาทอง ปี 2500(ครั้งแรก) ใช่ไหมครับ แสดงว่าตุ๊กตาทองครั้งแรก เขาให้ย้อนหลังกันหลายปีเลยนะครับ มีกำหนดไหมครับว่า อนุโลมว่าให้ย้อนหลังเป็น 5 ปี 10 ปี ได้


จาก: อ๊อด
วันที่: 06/08/50 - 12:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 86
ปัญหาคือ ผมไม่มีข้อมูลหนังยุคก่อนสงครามของละโว้ เคยเห็นแต่ภาพมีคำอธิบายไม่กี่คำ ก็ได้แต่สันนิษฐานซึ่งก็น่าจะเป็นรองศรีกรุงอย่างว่าอยู่มากเมื่อดูจากฟอร์มในภาพ (เรื่องหนามยอกหนามบ่ง)น่าจะเป็นหนังเงียบธรรมดาเรื่องหนึ่ง...มีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มอีกอย่างคือ ในหนังสือที่สำเนาส่งไป ระบุว่าศรีกรุงสร้างหนังมาก่อนหลายปีเหมือนกัน แต่จดทะเบียนใช้คำว่า บริษัท เป็นทางการเมื่อปี 2478 ขณะที่หนังสือคุณโดมเรียกละโว้ว่า บริษัทละโว้ตั้งแต่สร้างเรื่องแรกในปี 2479 ทำให้เข้าใจว่าละโว้ตั้งเป็นบริษัทหลังศรีกรุงปีเดียว ถ้าเข้าใจผิด ก็ขออภัยด้วย แต่ยังไงๆดูเหมือนละโว้จะถนัดแนวไทยแท้อร่อยครบรสอย่างที่คุณอ๊อดพูดไว้ข้างบน มีใครเคยอธิบายว่ามันเป็นมาและซึมอยู่ในสายเลือดคนไทยมานานนม เพียงแต่ดีกรีความเข้มข้นรุนแรงมากน้อย (มากตอนนั้นก็น่าจะราวๆเฉยมากถ้าเป็นในยุคนี้)...หนังละโว้ก่อนช่วงปลายกิจการ มุ่งตลาดล่างแท้ๆ ฉากระบำรีวิวโดยเฉพาะในเรื่องทรชนคนสวยกับมันมากับความมืด คนดูระดับกลางๆน่าจะรู้สึกกระอักกระอ้วนเพราะท่าเต้นเกินเลยชัดเจนจนน่าเกลียดมากกว่าเชิงศิลป์ ดีกว่าหนังเอ๊กซ์หน่อยเดียวตรงที่มีผ้าเตี่ยวกับดอกไม้แปะไว้....ส่วนเก๊กบ้าๆบวมๆ ขำมั่งไม่ขำมั่ง เยาวเรศ นิสากร เคยเล่าในรายการวิทยุของเธอว่า พระองค์ชายเล็กท่านคิดเองทั้งหมด (แม้แต่ทรงผมล้อตราละโว้บนหัวเธอใน อีแตน) ผมลองเทียบหนังฝั่งช่วงนั้นพบว่า มีหนังตลกทั้งฟอร์มเล็กฟอร์มใหญ่ใส่เพลงครื้นเครงเบาสมองดังๆหลายเรื่องอย่างของฟ๊อกซ์ที่แข่งกับหนังเพลงหรู บุษบาริมทางของวอร์เนอร์ เลยให้เชอร์รี่ แมคเลนแต่งอะไรบวมๆวิจิตรพิสดาร พอมาดูดีวีดีเรื่องนี้อีกครั้งเลยนึกได้ว่ารสนิยมทั้งไทยทั้งฝรั่งก็พอๆกันโดยเฉพาะหนังดอริส เดย์ เจอ ร็อก ฮัดสัน หรือหนังตลกประสาทของเจอรี่ ลูอิส กับปีเตอร์ เซลเลอร์ ผมว่าเหมือนดูหนังไทย 16 มมหรือหนังละโว้ในยุคเดียวกันนั้นเอามากๆ...ๆ

จาก: chat
วันที่: 07/08/50 - 1:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 87
พระองค์ชายเล็กหรือละโว้ปรับตัวเก่งเรื่องจะทำยังไงให้ถูกใจ "ชาวบ้านร้านตลาด"(ยืมคำของคุณโดมมาใช้)ในแต่ละยุค.....บวกใช้ความคิดริเริ่มด้านเทคนิคงานสร้างที่ไม่เคยมีหรือเคยมีแต่ลงทุนมากกว่าในวงการหนังไทยกับเอาคนดังๆในสังคมมาเป็นจุดขายเรียกความสนใจในการนำเสนอ ทำให้อยู่รอดมานานกว่าเพื่อนจนแก๊กอะไรต่างๆมันหมดยุคท่านและก็ไม่มีอะไรใหม่จริงๆอีกแล้ว เคยคิดแล้วขำในใจว่าไม่ต้องเทียบหนังละโว้ในระหว่างค่ายมีระดับ ( 35 มม) ด้วยกันอย่างศรีกรุง ไทยฟิล์ม หนุมาน หนัง"เจ้า"ทำระหว่างของพี่กับของน้อง(อัศวินกับละโว้) เองยังช่างผิดกันราวฟ้ากับดิน..ผมเชื่อว่าจะไม่มีวันเห็นหนังหลุดโลกแบบ เงิน เงิน เงิน หรือแก๊กตลกสไตล์ละโว้อย่างเฮลิคอปเตอร์แบนๆตกทะเลในเกาะสวาทหาดสวรรค์ ในค่ายอื่นๆที่กล่าวถึงเด็ดขาด(ส่วนโชว์รีวิวยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย)........ประมาณว่าทำให้นึกไปถึงผู้กำกับหนังสุดขั้วอย่าง Ed Wood ที่กลายเป็นตำนานคลาสสิคพอๆกับ David Lean ไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

จาก: chat
วันที่: 08/08/50 - 0:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 88
ขอขอบคุณคุณชัยโรจน์มากที่ได้นำรูปเก่าหายากของดาราไทย ใบปิดหนังไทย บุคคลในวงการบันเทิงของไทยในยุคตั้งแต่ปี พ.ศ.2480 กว่าๆ
จนมาถึงยุค พ.ศ.2500 ต้นๆ มาให้แฟนหนังไทยได้ชมกัน ภาพทั้งหมดนี้หาดูได้ยากมาก เป็นบุญตาเหลือเกิน

จาก: คอหนังไทย
วันที่: 08/08/50 - 20:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 89
พอคุณชัยโรจน์พูดถึงบูรพาศิลป์นี่ทำให้นึกได้ลางๆ....ว่าเคยอ่านเจอเหมือนกันว่ารุ่นละโว้ แต่ไม่มีข้อมูลเลยว่ายุคแรกสร้างหนัง 35 มมหรือ 16 มม จำได้แต่ว่าหนังตราบูรพาศิลปในยุค 2500 เป็นต้นมา มีแต่เป็นหนัง 16 มม.ขณะที่ละโว้ทำหนัง 16 มมช่วงขาดแคลนฟิล์มสมัยสงครามแต่ก็กลับมาทำหนัง 35 มมอีกเรื่อยมาเหมือนครั้งแรก และข้อมูลเท่าที่มีมักเอ่ยถึงบรรดาค่ายใหญ่ ( 35 มม) โดยไม่พูดถึงบูรพาศิลป์เลยไม่ทราบจะเอามารวมรุ่นระดับ 35 มม ด้วยกันได้?...เพิ่งจำได้ว่ามีอีกค่ายคือหัสดินทร์ ที่มีข้อมูลชัดว่าสร้างหนัง 35 มม.มาแต่เริ่ม แต่ทำไม่นานก็เลิกไปเท่าที่กาญจนาคพันธ์ ท่านบันทึกไว้.....ไม่ทราบว่าพอมีข้อมูลกรณีนี้บ้าง?

จาก: chat
วันที่: 09/08/50 - 22:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 90
เรวดี ศิริวิไล เป็นยายของ จีจ้า ญาณิน เล่นจริงเจ็บจริง จะ

จาก: ฅน
วันที่: 28/02/52 - 13:37 น.
IP Address: 125.25.192.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab