Search Latest Topics | Create New Topic  
ฉากประทับใจของหนังไทยที่อยู่ในความทรงจำของคุณคือเรื่อง....
จะเป็นหนังไทยเก่าหรือใหม่ก็ได้หรือแนวไหนก็ได้ อาจจะมีหลายๆเรื่องที่เราชื่นชอบอาจจะเป็นอารมณ์เศร้า สะเทือนใจหรือ บู๊ ล้างผลาญ สำหรับผมมีหลายเรื่อง ขอยกมาแค่ 3 เรื่องก่อน
1. แผลเก่า น้ำตาไหลไปกับฉากที่ป๋าส.อาสนจินดา วิ่งถือผ้าไตรเพื่อจะมาบวชไอ้ขวัญแต่มาไม่ทัน และวิ่งสะดุดหกล้มก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ไอ้ขวัญถูกยิงพอดี ( ฝีมือการแสดงฉากนี้ของป๋า ส. ทำเอาผมเสียน้ำตาทุกครั้งที่ได้ดู
2. แก้ว ผลงานกำกับของเปี๊ยก โปสเตอร์ เรื่องแรกขอลทูน/ลินดา ชอบฉากจบที่เป็นมือของคน 3 คนจับมือกัน( ทูน/ลินดา/ศรีไสล ) สื่อความหมายและสรุปเรื่องได้ชัดเจนจากภาพนี้
3. ทอง ภาค 1 ตื่นตาตื่นใจกับฉากที่กฤษณะ อำนวยพรขี่มอเตอร์ไซด์โดดร่ม และฉากจบที่นางเอก ( อโนมา ผลารักษ์ )เตะผู้ร้ายตกเครื่องบินตาย
ยังมีอีกหลายเรื่อง รอคุณๆมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

จาก: น้ำขิง
วันที่: 25/02/50 - 12:43 น.
หัวข้อที่: C026
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 1
...... ให้นึกได้ตอนนี้ ก็ตอนจินตหรา ตักบาตรพระตอนเช้า
ในเรื่อง อำแดงเหมือนกับนายริด
หลังจากเรือล่มในคืนฝนฟ้าคะนอง
จินตหราตกน้ำและพระสันติสุขว่ายน้ำมาช่วยชีวิตไว้ได้
หญิงสาวก็เกิดความรักต่อพระหนุ่มทันที
ทุกเช้าที่ใส่บาตร สายตาที่จ้องมองพระนั้น หวานหยดย้อย
น้ำเสียงและกริยาอ้อยสร้อย ไม่อยากจากพระไปไหนเลย
ประทับใจมากครับ ....

จาก: พักรบ
วันที่: 25/02/50 - 13:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 2
ความประทับใจที่สุดครั้งแรกของผม คือ เรื่อง"แผลเก่า" เหมือนคุณน้ำขิงครับ แต่เป็นคนละฉาก เป็นฉากที่สรพงษ์ นัดกับอีเรียม(นันทนา) แล้วปะแป้งเต็มหน้าใส่เสื้อผ้าซะสวยหรู แล้วก็ลงน้ำว่ายไปถึงท่าน้ำหน้าบ้านอีเรียม พอได้ยินไอ้เริญ(กิตติ)พูดว่า อีเรียม กุลีกุจอรีบกลับบางกอกไปกับชลิต เหมือนจะหนีใครอย่างนั้น นั้นแหละครับ สรพงษ์ ก็ช็อค แล้วตาจากที่แห้งสนิทก็ค่อยๆกลั่นน้ำตาออกมาเอ่อล้นเบ้าตา กระทบกับแสงฟ้าผ่าฟ้าแล๊บ ตาเป็นประกายแวววาวเหมือนตาแมวตอนกลางคืน แล้วน้ำจากเบ้าตาก็ค่อยๆไหลเป็นทางยาวเหมือนน้ำตกลงมาอาบแก้มถึงคาง ทำเอาผมขนลุก ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แม้แต่หนังอินเดียที่ว่าสุดยอดของหนังโชว์น้ำตาที่เคยดูมาแล้วก็ตาม(ยิ่งหนังไทยด้วย ไม่ต้องพูดถึง) ฉากนี้ไม่มีการตัดต่อ ใช้ความสามารถของนักแสดงล้วนๆ ผมเปลี่ยนใจจากที่ไม่ค่อยชอบสรพงษ์ กลายมาเป็นสาวกสรพงษ์จนทุกวันนี้

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/02/50 - 18:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 3
เรื่องความประทับใจที่สุด...มันหลายสุดไปหมด ชอบหลายเรื่องเลยค่ะ
-อกธรณี....ฉากที่พิศมัยก้มลงกราบศพแม่นอกบ้านเพราะเข้าบ้านไม่ได้มันยังติดตาตรึงใจอยู่เลย
-เมียหลวง....ฉากสุดท้ายที่นางเอกบอกว่า"บ้านนี้เป็นบ้านของคุณเช่นกัน"มันสรุปความรู้สึกได้เลยว่าตั้งแต่ผ่านมาจนจบ

เดี๋ยวจะมาเล่าต่อแล้วกัน...

จาก: จุ
วันที่: 25/02/50 - 18:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 4
มาเล่าต่อเร็วๆนะคุณจุ อยากฟังต่อ...
ของผมมีเพิ่มอีก 2 เรื่อง ( ค่อนข้างใหม่ )
1. โหมโรง ฉากที่อดุลย์และลูกชายเล่นดนตรีคนละประเภทแต่เป็นเพลงเดียวกันคือลาวดวงเดือน อดุลย์เล่นดนตรีรไทยคือระนาด ลูกชายเล่นดนตรีสากลคือเปียโนแต่ก็สามารถไปด้วยกันได้หน้าตาของทั้งคู่ก็ดูมีความสุขมากในการเล่นดนตรีในฉากนี้ สื่อให้เห็นว่าดนตรีไม่มีแบ่งแยก
2. มหาลัยเหมืองแร่ ฉากเกือบจบที่สาวใต้มาส่งพระเอกกลับกรุงเทพ( พระเอกเคยจีบคนนี้อยู่) แล้วเธอก็พูดกับพระเอกเป็นภาษาใต้ว่า "กรุงเทพมันไกลเหนือเกิน ฉันคงไปไม่ถึง" แล้วก็หันไปจับมือกับหนุ่มใต้บ้านเดียวกัน บอกถึงความเจียมเนื้อเจียมตัวรู้ถึงความเหมาะสมหรือคู่ควรของฝ่ายหญิง
เดี๋ยวมีมาอีกเรื่อยๆที่นึกออก

จาก: น้ำขิง
วันที่: 25/02/50 - 19:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 5
ฉากจากเรื่องเสาร์ 5 ค่ะ..

แดงประทับใจที่คุณนิรุตน์ แผ่เมตตา...คิดว่ายังไม่เคเห็นจากหนังเรื่องไหนค่ะ...เพราะประทับใจในชายไทยแบบนั้นมากค่ะ...

จาก: แดง
วันที่: 25/02/50 - 19:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 6
ดูเหมือนจะเป็นฉากล้อต๊อกช่วยแมวจมน้ำ แล้วตัวเองจมน้ำตาย
หรือไงนี่แหละ จำได้ว่าร้องไห้กับหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก โตขึ้น
ได้มาดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งที่โรงละคอนแห่งชาติ...ยังซึ้งเหมือนเดิม
เรื่องแสนสงสารครับ

จาก: รักหนังไทย
วันที่: 26/02/50 - 7:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 7
มีเพิ่มอีกครับ

1.ฉากจตุพล มีอาการจิตหลอนตอนนึกถึงเหตุการณ์ในสนามรบ จากเรื่อง"สัญชาติญานโหด" จตุพล เล่นได้ดี เป็นธรรมชาติมาก ผมคิดว่าฉากนี้จตุพลเล่นได้ดีที่สุด ในจำนวนหนังของเขาที่เล่นมาทั้งหมด

2. ฉากพิศมัย ในเรื่อง "ไร้เสน่หา" 2 ฉาก คือ ตอนที่รู้ว่าพระเอก(สรพงษ์)ไปเที่ยวกับนางเอก(นิภาพร)และรักกันด้วยจากปากน้องสาวพระเอก สีหน้าที่เปลี่ยนจากมีความสุขกลายเป็นผิดหวังและปากคอสั่น สายตา โอ้โห ขนลุกครับ อีกฉากเป็นฉากที่สรพงษ์,สมภพ ไปเจอพิศมัยพลิกกลายเป็นเสียสติ ตอนถูกไฟฉายส่องหน้า ให้อารมณ์สุดสุดจริงๆ

3.ฉากหลายฉากในเรื่อง"อำแดงเหมือนกับนายริด" ที่มีคำพูดแสดงออกถึงสิทธิสตรี บทพูดและการแสดงของจินตหรา กินใจมาก

4.มาถึงบทบู๊ล้างผลาญ ก็สรพงษ์อีกเช่นเคย จากเรื่อง "เพชรตัดหยก" นอกจากจะบู๊กับยอดฝีมือของเอเชียอย่างฉีเส้าเฉียนได้อย่างไม่เป็นรองแล้ว ยังมีฉากวิ่งขึ้นเขาลงเขา แกเล่นแบบทุ่มชีวิตสุดสุด คล่องแคล่วว่องไว ได้อารมณ์ดีมาก(คล้ายๆฉากวิ่งขึ้นเขาลงเขาหลายลูกในเรื่อง"เสือภูเขา" แต่ผมให้เรื่องนี้มากกว่า เพราะการดวลกับฉีเส้าเฉียนได้อย่างไม่เคอะเขิน ถือว่าสุดยอด และกู้หน้าให้ประเทศไทยได้)

จาก: อ๊อด
วันที่: 26/02/50 - 9:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 8
ฉากประทับใจจากหนังไทยของผม
1. แผลเก่า ส.อาสนจินดาวิ่งประคองผ้าไตรเตรียมไปบวชไอ้ขวัญ พลางร้องบอกผู้ที่ผ่านไปมาว่าลูกฉันจะบวช แล้วช่วงที่ไอ้ขวัญตาย ส.อาสนจินดาก็วิ่งสะดุดล้มผ้าไตรหลุดมือ แล้วแกก็รีบเก็บผ้าไตรเอามาปัดดินที่เปื้อน แล้วก็มองไปเห็นว่าไอ้ขวัญตายแล้ว

2. ความรักครั้งสุดท้าย ซีนที่อยู่ในห้องนอน นางเอกนั่งอยู่บนเตียงอย่างเหงาๆ กล้องเคลื่อนผ่านมาทางปลายเตียง เป็นซีนที่ถ่ายทอดความเหงาของรสได้ดีทั้งอารมณ์และองค์ประกอบฉาก

3. คนทรงเจ้า ฉากที่กำนันและพระเอกปะหน้ากันแล้วต่อกรกันด้วยเล่ห์จนกระทั่งพระเอกชนะสามารถเอาโฉนดกลับคืน แล้วยังบังคับให้กำนันยกลูกสาว(จินตหรา) มาเป็นเมียได้ ระทึกใจมากทั้งๆที่เป็นฉากนั่งพูดกันธรรมดา

4. ชีวิตบัดซบ ซีนที่ผู้ร้ายบุกเข้าข่มขืนเปียทิพย์ และลูก เห็นภาพโคมไฟที่แกว่งไกวไปมา ให้ความรู้สึกที่หวาดหวั่นมาก

5. สอยดาวสาวเดือน ซีนที่พ่อนางเอก(จำรูญ หนวดจิ๋ม) จับได้ว่าลูกสาว(เพชรา) ไปได้เสียกับพระเอก(มิตร ชัยบัญชา) แล้ว บทตอนนี้เขียนได้จับใจมากกับคำพูดของพ่อ ที่ทั้งตำหนิทั้งน้อยใจที่ลูกสาวไม่รักศักดิ์ศรี จำรูญเล่นได้ดีมาก

น่าจะมีอีก นึกออกแล้วจะมาต่อครับ

จาก: อิท
วันที่: 26/02/50 - 10:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 9
จริงแล้วแดงกลัวผีค่ะ..แต่ถ้าดูหลายคนก็ดูได้และต้องนั่งกลางๆกลุ่ม....เพราะชอบค้นหาอะไรบางอย่าง..
..ประทับใจจากเรื่องพิษสวาท...ที่อรัญญายอมรับธรรมะจากพระธุดงค์..แล้วคลายความอามาตที่มีต่อ สมบัติ..และในที่สุดก็เปลี่ยนภพภุมิใหม่เป็นนางฟ้า..???..
..และแม่นาค...ที่ทราย..ก้มลงรับธรรมะจากสมเด็จโต..และแม่นาคก้เปลี่ยนร่างสวยงาม...
..และจำไม่แม่นนะคะ..ดูตอนเด็กมาก..คงเป็นเรื่องเจ้าแม่คุ้งตะเคียน..ที่นางตะเคียน...เลิกอาฆาตและเธอก็เปลี่ยนร่างสวยงาม...แต่ไม่ทราบสาเหตุค่ะ???..ไม่ทราบว่าจากเหตุผลใคร..
..เล่าแล้วก็กลัวค่ะ..ขนลุก...

จาก: แดง
วันที่: 26/02/50 - 13:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 10
เล่าต่อค่ะ..
..จากหนังในดวงใจ " อย่าลืมฉัน"...ประทับใจฉากที่พระเอก(สมบัติ..)..ปั่นจักรยานตามนางเอก(อรัญญา..)..และให้ดอกไม้สีม่วง..ดอกไม้ชื่อเดียวกับหนัง..
และอีกฉากที่นางเอกร้องให้อยู่บนเครื่องบิน..และได้ช้าเช็ดหน้า..จากพระเอก..ดูตอนเป็นเด็กค่ะแปลกใจมาก..ไม่คาดว่าพระเอกจะตามไปบนเครื่องบิน
ทั้งสองฉากมีความหมายคล้ายคลึงกันค่ะ..ฉากแรกเริ่มรักัน..ฉากสุดท้ายเริ่มเข้าใจกัน...

จากหนังในดวงใจมนต์รักอสูรค่ะ...พระเอกพิศาล นางเอกเนาวรัตน์..ประทับใจฉากที่นางเอกหนีไปแล้วหละนะคะเพราะพระเอกขี้โกรธมากก...ด้วยความเคยชินพระเอกก็จะโกรธอีกก..แต่ปรากฏว่าไม่มีนางเอกรองรับอารมย์แล้ว..พระเอกก็เริ่มมีสติ..มองไปที่ไหนก็รกรุงรัง...พระเอกนั่งอยู่หน้าบ้าน..ใบไม้ปลิวว..พระเอกเริ่มเหงาจับใจ...ดูตอนเป็นเป็นเด็กยังรู้สึกได้ว่าเราเหงาตามค่ะ...ทั้งๆที่ไม่เคยเหงาเลย..ไม่เคยรู้สึกว่าเหงา...แต่พิศาลสามารถทำให้แดงเหงาตามได้...

จาก: แดง
วันที่: 26/02/50 - 16:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 11
มาแล้วค่ะ
-ลูกทาส...ที่คุณสรพงษ์แสดงคู่กับคุณวงเดือน ฉากที่สรพงษ์กำลังพรวนดินแล้วคุณน้ำทิพย์มาคุยด้วย(ในฉากแรกที่ทั้งสองเจอกัน)สายตาของทาส มันสื่อออกมาแทนคำพูดได้เยี่ยมมาก ว่ารักและเทิดทูนขนาดไหน..ประทับใจสรพงษืจากเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยค่ะ
-.โอ้มาดา....ฉากที่ พิศมัยนั่งที่เก้าอี้โยก...สายตามันขัดแย้งกับความรู้สึกได้เยี่ยมมาก สายตามันไม่ยอมใคร แม้ร่างกายและจิตใจมันหมดแล้วปราศจากครอบครัวที่เคยมี (ฉากนี้ต้องทำความเข้าใจกับบทอย่างมาก ต้องแสดงให้ ผู้ชม(คนดู)ที่เคยไม่ชอบในความวุ่นวาย จุ้นจ้าน ให้กลับมาเห็นใจ และทราบถึงบทสุดท้ายของตัวละครให้ได้)



จาก: จุ
วันที่: 26/02/50 - 17:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 12



ชอบเรื่องอกธรณีที่พิศมัยเล่น แต่ไม่มีภาพเลยเอาภาพพระเอกอกธรณียุคปัจุบันมาให้ดู หล่อมมาก

จาก: ต้อม
วันที่: 26/02/50 - 18:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 13
สวัสดีทุกท่านะคะ..น่าอ่านมากเลยค่ะ...
ประทับใจจากหนังเรื่องขุนศึก..สมบัติ อรัญญา...ฉากสุดท้ายค่ะ..ที่ฉลองชัย...ปลื้มตาม.. ขนลุกค่ะ..มีพลังความสุขมากมาย....

จาก: แดง
วันที่: 26/02/50 - 18:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 14
สวัสดีครับไม่แน่ใจเรื่องพิษวาสที่ประทับใจตอนสโรชิณี หรืออุบล(คุณอรัญญา)เลิกอาฆาตเพราะพระธุดงค์หรือเพราะคุณมยุรฉัตรและคุณรุจน์เสียสละยอมเฝ้ากรุสมบัติแทนต่อหน้าองค์ยมราช เธอจึงละอายแล้วคิดได้ หนังเรื่องนี้หลายปีแล้วผมจำได้เลือนลางแต่ก็ประทับใจมาก ไม่ทราบใครมีให้ชมบ้างครับ เคยดูหลังสุด 10 กว่าปีที่แล้วช่อง 7 เคยนำมาฉาย (ถ้าผมจำผิดก็ขออภ้ยเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับ) อีกเรื่อง "ไข่ลูกเขย"(คุณทูล-เนาวรัตน์)ตอนพระเอกแกล้งถีบจักรยานอ้อมพานางเอกไปส่งบ้านเพื่อน แล้วรัองเพลง มอเตอร์ไซด์ทำหล่น ผมอัดเป็นvdoของช่อง3ฉายใครอยากชมแจ้งมาได้ครับ ไม่เสียตังค์

จาก: สาโรจน์
วันที่: 26/02/50 - 18:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 15
น่าจะเป็นเหมือนคุณสาโรจน์เล่านะคะ...แดงก็ดูตั้งแต่เด้ก..จำไม่แม่นนักแต่ประทับใจมาก

จาก: แดง
วันที่: 26/02/50 - 19:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 16
ดวงจันทร์
โดยพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ


ช. ดวงจันทร์ งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์
ญ. อย่ามาแกล้งยอฉัน ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง
ช. เมื่อเมฆขยายจันทร์จะฉายท้องฟ้า แต่ไม่ลอยลงมาพี่ก็ไม่มีหวัง
ดนตรี......

ญ. จะหวังอะไรที่ในตัวฉัน
ช. พี่รักดวงจันทร์อยู่เจียนจะคลั่ง ห่วงการข้างหน้าพะว้าพะวัง
ญ.แล้วยังห่วงหลังอยู่ทางเมืองโน้น
ดนตรี...........

ช..ดวงจันทร์งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์
ญ. อย่ามาแกล้งยอฉัน ฉันเป็นเพียงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง
ช. เมื่อเมฆขยายจันทร์จะฉายท้องฟ้า แต่ไม่ลอย..ลงมาพี่ก็ได้แต่ฝัน
ดนตรี.......

ญ..จะฝันอะไรในตัวคนยาก
ช. พี่ฝันจะฝากชีพไว้สุพรรณ
ญ. พอเสร็จการทัพคงกลับเขตขัณฑ์
ช. จะมาหาดวงจันทร์ไม่ไปอื่นเลย

ลลนา สุลาวัลย์ แสดงเป็นดวงจันทร์ เป็นเชลยศึกของพม่า โดยกำลังนั่งมองนึกถึงพระเอกไพโรจน์ สังวริบุตร แสดงเป็นมังราย


จาก: วินัย สมประสงค์
วันที่: 26/02/50 - 20:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 17
ชอบ สรพงศ์ ใน ถ้าเธอยังมีรัก ฉากใกล้จบที่ผมเอาใจช่วยว่านางเอก( เนาวรัตน์ ) ยังรักและรอพระเอกอยู่หรือเปล่า ถ้าพระเอกเห็นธงเหลืองที่บ้านนางเอกพระเอกจึงจะเข้าไปหา สรพงศ์ลุ้นเอามือปิดตาไม่กล้ามองว่านางเอกแขวนธงเหลืองหรือไม่ ปัญญาและตุ๊กตา จินดานุชที่ขับรถมาส่งพระเอกที่หน้าบ้านก็ทำสีหน้าผิดหวังบอกกับพระเอกว่าไม่เห็นธงเหลือง สรพงศ์ค่อยๆเปิดตาเด้วยสีหน้าผิดหวังแต่พอเงยหน้าเห็นบ้านจึงรู้ว่าไม่ใช่บ้านเนาวรัตน์เพราะปัญญาพามาผิดซอยสรพงศ์นั่งหลับบอกทางมาบนรถไม่กล้ามองกลัวจะรับไม่ได้ว่าจะเห็นธงเหลืองหรือเปล่า..
สรพงศ์เล่นเป็นธรรมชาติมากด้วยสีหน้าโดยไม่ต้องเค้นอารมณ์แต่บ่งบอกถึงความไม่มั่นใจกลัวผิดหวัง ...แต่ตอนจบก็แฮปปี้

จาก: น้ำขิง
วันที่: 26/02/50 - 20:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 18



ประทับใจฉาก..
1.เนาวรัตน์...ในไร่ฝิ่น
ประกอบกับเพลงเทพธิดาดอย..
ดูshe...สวยมั๊กมาก..ใสบริสุทธิ์
2.เมืองอลเวง..
สรพงษ์(พระเอก)เด็ดดอกไม้ทัดหูปิยะมาศ(นางเอก)
แล้วมองตากัน..ซึ้ง....

มีอีก..ขอเวลาคิดก่อนนะจ๊ะ

จาก: แพ
วันที่: 26/02/50 - 20:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 19



หลังจากทัดดอกไม้แล้ว...
มองตากันแบบนี้...
(ดูหน้านางเอกเอาเองละกันจ้า)

จาก: แพ
วันที่: 26/02/50 - 20:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 20
นู๋แพ..หล่ะ..ปลื้มๆๆๆๆ

จาก: นู๋แพ
วันที่: 26/02/50 - 20:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 21
หน้าตาปิยะมาศน่ารักมาก บริสุทธิ์ใสเหมือนเด็กๆ

1. ฉากประทับใจของผมอีกเรื่อง คือหนังเรื่อง "ไอ้ค่อม" ที่รับบทโดย สรพงษ์ แกช่างทำท่าทางและการแสดงออกทางสายตาได้อารมณ์น่าสงสาร,เศร้า,ผิดหวังในความรัก โดยเฉพาะตอนถูกเหล่าร้ายตามล่า หนีหัวซุกหัวซุนเข้าไปหลบในต้นไม้แห้ง ดูเฉพาะสายตาก็คุ้มแล้วครับ

2. อีกฉากที่โดน คือเรื่อง"ชีวิตบัดซบ" ตอนที่สรพงษ์ กำลังเดินอยู่ในซอยหมู่บ้านสลัม ภิญโญ ปานนุ้ยวิ่งหนีตำรวจมาแล้วไปชนสรพงษ์ ล้มลงไปคลุกวงในกันนัวเนียในน้ำคลำ สรพงษ์ทำแว่นตาตก แล้วแกทำท่าทางเงอะงะคลำหาแว่นในน้ำแบบมองไม่เห็น หน้าตาให้อารมณ์ดีมาก แบบว่าเซ่อซ่าน่าสงสารดีเหลือเกิน

3. ฉากสมบัติ ถูกซ้อมและอรัญญาเข้ามาโอบ ในหนัง "อย่ารักฉัน" แล้วสมบัติพูดแบบตัดพ้อต่อว่าอรัญญา และพูดทำนองว่าเลิกกันเถอะ เราไม่เหมาะสมกัน(ทำนองนั้น) จำไม่ค่อยได้ ยังเด็ก แต่มีความรู้สึกว่า ฉากนี้ประทับใจ แต่โดยรวมหนังเรื่องนี้สร้างได้น่าประทับใจทั้งเรื่อง สมบัติเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง (เนื้อเรื่องเหมือน "พ่อจ๋า")

4. ฉากสมบัติ กอดรัตนาภรณ์ เรื่อง "สามหัวใจ" แล้วพูดกับรัตนาภรณ์ จำไม่ได้ว่าพูดอะไร รู้แต่ว่าเป็นเรื่องเศร้าแล้วทั้งคู่เล่นรับส่งกันได้ดี ทำให้คนดูอย่างเรา(ที่ยังเด็ก)ได้อารมณ์ประทับใจร่วมไปด้วย

จาก: อ๊อด
วันที่: 26/02/50 - 21:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 22
ประทับใจฉากเดียวกับคุณ...วินัย สมประสงค์ ...ค่ะ..เรื่องเลือดสุพรรณเป็นหนังในดวงใจ...

เรื่องเมืองอลเวงของนู๋แพ..น่าดูจังค่ะ..พี่แดงก็ชอบฉากที่มีดอกไม้...

จาก: แดง
วันที่: 26/02/50 - 21:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 23
มีเพิ่มมาอีกครับ

1. มิตร รับบทไอ้ใบ้ในเรื่อง"ไทรโศก" ไม่เจาะจงฉาก ดูภาพรวมๆ ฝังใจตั้งแต่เด็ก จำได้คลับคล้ายคลับคลาทางทีวี ประทับใจบทบาทของมิตร น่ารัก น่าสงสารมาก เขาเล่นบทหนุ่มลูกทุ่งบ้านนายากจนได้เข้าถึงมากทั้งหน้าตา ท่าทาง บุคลิก(คล้ายๆสรพงษ์)

2. สรพงษ์ บทพ่อ ในเรื่อง "พ่อจ๋า"(2523) ตอนเล่นบทนี้เขาอายุเพียง 30 ย่าง 31 แต่สวมวิญญานพ่อที่แสนดี ยากจน น่าสงสารได้จับจิตจับใจ เป็นพ่อที่อบอุ่น เป็นสามีที่รักเมีย เป็นไอ้หมาวัดที่เจี๋ยมเจี้ยม น่าสงสารมาก



จาก: อ๊อด
วันที่: 26/02/50 - 21:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 24
จากเรื่อง"จอมคน" นะคะ..มิตร- เพชรา...ประทับใจฉากเปิดตัวนายอำเภอค่ะ...ก็..คาดไม่ถึงเลยย..

จาก: แดง
วันที่: 26/02/50 - 22:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 25
... พูดถึงคุณมิตร เลยนึกขึ้นมาได้ว่า
ฉากที่คุณมิตร แก้ผ้าอาบน้ำในห้องน้ำ
ในเรื่อง ลมเหนือ
ดูกี่ครั้ง ก็อยากอาบน้ำทุกที
เพราะ คุณมิตร อาบน้ำได้ สะอาด สนุก สดใส มากๆๆ ...

จาก: พักรบ
วันที่: 27/02/50 - 8:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 26



"อกธรณี" ฉากเข้าหาผิดตัว ก็น่ารัก...

จาก: จ
วันที่: 27/02/50 - 9:12 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 27
มาต่อครับ
6. ตลาดพรหมจารี ลืมไม่ได้เด็ดขาดกับซีนที่ เปียทิพย์ คว้าไม้พายเข้าฟาดเหล่าร้ายที่จะมาฉุดเอาลูกสาว (ดวงดาว) ไปเสมือนนางจงอางหวงไข่ หลังจากที่เข้ามาทำลายเครื่องยนต์เรือพังไปแล้ว เป็นฝีมือสุดยอดของ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์

7. น้ำพุ ซีนที่ แม่กำลังสาระวนอยู่กับลูกสาวและธุระของตัวเอง จู่ๆ น้ำพุก็บอกว่า แม่ฮะ พุติดยา แม่วางทุกอย่างหมดเข้าไปหาลูกชายโอบกอดไว้ แล้วบอกว่า ไม่เป็นไรนะๆ เป็นซีนที่ได้อารมณ์และทุกอย่างลงตัว

8. แผ่นดินของเรา/แฟน ซีนเล็กๆ จาก แผ่นดินของเรา ที่หลังจาก ภัคคินี(เนาวรัตน์) ได้เคยปะทะฝีปากกับ นเรนทร์ (นิรุตน์) มาก่อนแล้ว ในงานเลี้ยงของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง พ่อแม่พาภัคคินีไปกราบผู้ใหญ่ ขณะที่ นเรนทร์ เดินวนเวียนอยู่แถวนั้น ภัคคิณีสนธนากับผู้ใหญ่ ขณะที่สายตามองตามไปที่นเรนทร์ด้วยความพึงใจ เป็นซีนที่เนาวรัตน์เล่นได้เป็นธรรมชาติมากและสื่ออารมณ์ได้ดี ในซีนที่คล้ายๆกันจาก แฟน ตอนใกล้จบ หลังจากที่พระเอก-นางเอก ได้อยู่ร่วมกันบนเกาะ จนกระทั่งทางพ่อแม่ออกเรือตามหาจนพบและกำลังจะพาตัวกลับ พระ-นางยืนมองตากัน เสียงเรือที่กำลังรอรับตัวนางเอกกลับไป สายตามองพระเอกพลางเหลือบไปทางเรือที่กำลังรอพลาง เป็นอีกครั้งที่เนาวรัตน์แสดงได้ดี

9. แม่อายสะอื้น ฉากงานศพพ่อ ทัศนวรรณตีกลองสะบัดไชยหน้าศพพ่อ แล้วพี่สาว (เนาวรัตน์ วัชรา) ที่เพิ่งรู้ว่าพ่อตายวิ่งเข้ามาร้องไห้ จากนั้นก็รำดาบหน้าศพก่อนจะใช้ดาบปาดคอ เป็นฉากที่สะเทือนใจสุดๆ

10. เพลงรักเพื่อเธอ ซีนของพิศมัย ในงานประกาศรางวัลเพลง พิศมัยเดินเข้ามาในงานทุกๆคนเข้ามาแสดงความยินดีกับเธอล่วงหน้าเพราะใครๆก็คิดว่าเธอต้องได้รางวัลและเธอเองก็มั่นใจ แต่ในวินาทีของการประกาศผลกลับเป็นชื่อของนักร้องเส้นใหญ่ถูกประกาศชื่อ สีหน้าพิศมัยแปรจากเชื่อมันเป็นตะลึงงัน น้อยใจในโชคชะตา เสียใจในความไม่ยุติธรรม

จาก: อิท
วันที่: 27/02/50 - 11:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 28
ประทับใจและสะเทือนใจไปในคราวเดียวกันกับ...
ฉากงานศพ ที่คุณโย ทัศน์วรรณ ตีกลองสะบัดไชยหน้าศพพ่อ แล้วพี่สาว เนาวรัตน์ วัชรา ร้องไห้ วิ่งเข้ามา แล้วก็รำดาบหน้าศพก่อนจะใช้ดาบปาดคอครับผม



จาก: จุ้ยแฟนพันธุ์แท้อำภา ภูษิต
วันที่: 27/02/50 - 11:37 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 29
มีต่อครับ

12. จารุณี จากเรื่อง"นิจ" หลายฉากเช่น ฉาก ถูกสรพงษ์ รังเกียจต่อว่า และถูกลลนา พูดจาถากถางและแสดงท่ารังเกียจ ไม่เคยเห็นจารุณีในบทสาวน้อยผู้อ่อนโยนแท้ๆ ใส น่ารัก น่าทนุถนอม ก่อนหน้านั้นเห็นแต่บทแก่นแก้ว ทอมบอย พอมาเห็นเรื่องนี้ เหมือนกับพลิกคาแร็คเตอร์ ประทับใจจารุณีครับ ผมมีความรู้สึกว่าจารุณีเป็นผู้หญิงที่มีความเป็นผู้หญิงจ๋าอย่างสมบูรณ์ก็เรื่องนี้ล่ะครับ

13. สินจัย จากเรื่อง "นวลฉวี" ฉากที่เข้าไปหาอภิชาติที่โรงพยาบาล แล้วอภิชาติ ทำท่ารังเกียจ ตีตัวออกห่าง แล้วพูดจาไม่ดี สินจัย เล่นได้น่าสงสารในความเป็นหญิงที่รักชายคนรักของตนอย่างสุดหัวใจ และทนได้กับกิริยาวาจาที่ไม่ดีของชายคนรัก และได้พูดอ้อนวอน ขอความเห็นใจ และพูดทำนองว่า หมอจะทิ้งนวลไปไม่ได้นะ ทั้งท่าทาง สีหน้า เสียงจริง ทำให้คนดูได้อารมณ์ร่วมไปด้วย เรื่องนี้สินจัยสวยซึ้งที่สุดในหนังทั้งหมดของเธอ

จาก: อ๊อด
วันที่: 27/02/50 - 13:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 30
14. จำรูญ หนวดจิ๋ม จากเรื่อง"สัตว์มนุษย์" มีหลายฉาก เช่นฉากที่หมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง ลูกชาย(สรพงษ์)ก็ต้องคดีฆ่าคนตายต้องหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน ลูกสาว(อรัญญา)ก็ต้องไปเป็นนางบำเรอให้กับอาเสี่ยเจ้าหนี้ นาก็ล่ม บ้านก็หลุด โดยรวมคือจำรูญ สวมวิญญานของความเป็นพ่อได้เข้าถึงมาก ทั้งความรัก ความเป็นห่วง ความน้อยใจ ความโกรธ และบทโชว์น้ำตาก็ไม่มีที่ติ(ดาราชายที่สามารถหลั่งน้ำตาในสมัยนั้น มีนับคนได้) ไม่นึกว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวตลกท่านนี้ จะเล่นบทชีวิตได้ดีมากขนาดนี้ ดีกว่าดาราที่รับบทพ่ออีกหลายคน เรื่องนี้ผมว่า จำรูญ ได้แสดงออกทางสีหน้ามากกว่าบทพ่อตาบอดในเรื่อง "แม่อายสะอื้น" และบทพ่อที่รันทดในอีกหลายๆเรื่อง

จาก: อ๊อด
วันที่: 27/02/50 - 13:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 31
ต่อครับ
11. แฟนฉัน แฟนหนังไทยคงไม่ลืมฉาก เจี๊ยบ (น้องแน็ก) วิ่งไล่ตามรถ น้อยหน่า ที่กำลังย้ายบ้านออกไปอยู่ที่อื่น รถติดไฟแดง เจี๊ยบวิ่งไล่ตามไป แต่ไฟเขียวและรถก็วิ่งออกไปจนลับตา สายตาเจี๊ยบมาองตามไปอย่างอาลัย พลางล้วงกระเป๋าเอาหนังยางที่ตั้งใจจะให้น้อยหน่าออกมา

12. รักเอย ฉากระหว่าง เปี๊ยก(พิศาล) กับ เจ้าน่อย (เนาวรัตน์) เปี๊ยกเหมือนจะเป็นลูกไล่ให้กับเจ้าน่อยตลอดเวลา แต่เปี๊ยกก็แอบหลงรักเจ้าน่อยอยู่เงียบๆ ยอมเป็นลูกไล่และคอยวนเวียนอยู่ข้างเจ้าน่อย

13. วัยอลวน ตั้ม(ไพโรจน์) แอบไปติววิชาให้โอ๋(ลลนา) อยู่ใต้ถุนบ้าน ห่วงกลัวจะสอบไม่ได้ แต่พ่อของโอ๋หวงลูกสาวเหลือเกิน ยุงก็กัด โอ๋ก็ขี้เกียจอ่านหนังสือ ฉากนี้น่ารักมาก

14. คู่หู หนุ่มตาบอด(อุเทน) ถูกคนร้ายจับตัวไป ระหว่างทางเขาก็ร้องเพลงลูกทุ่งไปตลอด คนร้ายรำคาญก็รำคาญแต่ห้ามหยุดร้องก็ไม่ได้ และหนุ่มตาบอดคนนี้ก็ใช้ความจำจากเพลงที่ตัวเองร้องระหว่างถูกจับ(อย่างเช่น ร้องถึงท่อนนี้ตอนรถวิ่งข้ามสะพาน ท่อนนี้ตอนเลี้ยว) ไปหาเส้นทางนำตำรวจไปจับผู้ร้าย มุขสนุกมาก อีกฉากหนึ่งหนุ่มตาบอดต่อสู้กับคนร้ายในความมือ เขาก็ใช้ก้อนกรวดเทไปบนพื้นให้กระจายไปทั่ว เพื่อใช้ฟังเสียงเวลาคนร้ายเดินไปเหยียบก้อนกรวด (อันนี้น่าจะได้ไอเดียจากหนังฝรั่งเรื่อง Wait until dark ที่ออร์เดรย์ แฮบเบิร์นแสดง)

15. แหวนทองเหลือง นัยนาถูกพ่อจับล่ามโซ่ที่เท้าเพื่อไม่ให้ไปหาพระเอกหนุ่มชาวกรุง(ไชยา) จึงใช้มีดเฉือนส้นเท้าตัวเองเพื่อหนีไปตามหาพระเอก

จาก: อิท
วันที่: 28/02/50 - 9:46 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 32
...... นึกถึงฉาก หมื่นราชเสน่หา (สรพงษ์)
ทูลกับพระเทียร ว่า

" ข้าพระพุทธเจ้าขอนำกำลังเท่าที่มี ไปรับศึกพม่าที่เมืองกาญจน์
ช่วยประวิงเวลาให้พระองค์ได้เตรียมกรุงให้พร้อมรับศึก "

" นั่นหมายถึงว่าท่านยอมสละชีพ "

พระเทียรอุทาน และจ้องมองหมื่นราช ที่มีตาเพียงข้างเดียว
แต่ฉายแววเด็ดเดี่ยวและเสียสละ

จากเรื่อง สุริโยไท ..

จาก: พักรบ
วันที่: 28/02/50 - 10:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 33
ข้อ 12 13 14 น่ารักมากๆ...นะคะพี่อิท

ฉากที่คุณพักรบเล่าถึงอ่านแล้วขนลุกเกลียวค่ะ..ตื้นตันและรักน้ำใจหมื่นราชเสน่หา ที่มีต่อบ้านเมืองค่ะ...

จาก: แดง
วันที่: 28/02/50 - 12:22 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 34
แดงไม่เคยดูแม่อายสะอื้นค่ะ..แต่เห็นพี่ๆและหลายท่านกล่าวถึงก็มีความรู้สึกตามด้วยเรื่องสะเทือนใจฉาก(เนาวรัตน์ วัชรา)ใช้ดาบปาดคอ...ฉากแบบนี้แดงมักจะได้ดูน้อยเรื่องมาก..เช่นไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายอย่างอื่น เช่นผูกคอตาย กระโดดน้ำตาย แทงตัวตาย กินยาตาย...แดงอยากร่วมแบ่งปันความรู้เผื่อทุกท่านที่ยังอาจะยังไม่ทราบ หรือทราบมาบ้างแล้วก็รับอีกก็ได้นะคะ..กลัวว่าจะไม่ทราบเท่านั้น..เคยได้ยินตามข่าวว่ามีเด็กเรียนแบบฉากผูกคอตายตามละคร หรือหนังเป็นต้นก็สะเทือนใจตามค่ะ.... แดงชอบศึกษาตำราพุทธศาสนามีเขียนบอกไว้ว่า..การฆ่าตัวตายคนๆนั้นต้องกลับมาเกิดและฆ่าตัวตายเพื่อชดใช้กรรมที่ทำกับตนอีก 500 ชาติ...แดงมั่นใจว่าท่านไม่โกหกนะคะเพราะผู้ทรงศีลทั้งนั้นที่เขียน...
..การฆ่าคนอื่นก็เป็นไปตามกฏแห่งกรรมเช่นกันก็จะทำลายล้างกันไปมา..จนกว่าจะอโหสิกรรมกันไปอาจนานหลายชาติ...
...และผู้ที่เป็นเหตุให้คนอื่นทำบาปกับตนเองและผู้อื่นท่าน(รวมทั้งหนังละคร สื่อ เราเองเป็นต้น..แดงเชื่อมโยงตามความรู้นั้นนะคะ..)ก็มีบอกไว้ว่าต้องได้ชดใช้เช่นกันแม้ไม่เจตนาร้ายแต่คนพูดอาจพูดประชด ประชันเขา พูดดูถูกน้ำใจ...เช่นอาจใช้คำพูดห้ามคนอื่นแต่ใช้คำพูดด้านลบเช่นเดินไปเห็นคนกำลังจะฆ่าแมลง..เราก็หวังดีบอกเขาว่า."อย่าฆ่าเขาเลย"..แต่จิตใจคนกำลังจะฆ่าอาจซับซ้อนมากมาย..เพราะอาจทำกรรมร้ายกันมากะเราก็ได้..และบางคนก็เป็นคนถือดีทำประชดก็มี...เขาก็เป็นคนห้ามไม่ฟัง..ก็ฆ่าเลย...เคยอ่านพบว่าคนฆ่าเขาก็จะชดใช้กรรมกับแมลงตัวนั้น..แต่คนห้ามจะต้องชดใช้ในฐานะที่เป็นเหตุให้มีกรรมก่อขึ้นในโลก..ว่ากันว่าตายไปแล้วต้องได้ลุยกอบัวที่มีหนามแหลมคมบาดลึกสะเทือนถึงจิตวิญญาณ..สลบแล้วสลบอีกจนกว่าจะหมดวาระแห่งกรรมและจึงจะได้ไปเสวยกรรมดีกรรมชั่วเฉพาะของตน...
...แต่ในทางกลับกันถ้าคนห้ามนั้นใช้คำพูดด้านบวก..เช่น"ปล่อยแมลงตัวนั้นเถอะนะ"...เขาปล่อยก็เป็นการเพิ่มบุญเป็น 3 ทอดทั้งผู้ห้าม ผู้กำลังจะฆ่าแมลง และแมลงตัวนั้น....แต่ถ้าเขาไม่ปล่อยเราก็เสมอตัวเพราะคำพูดของเราเป็นคำพูดที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในใจผู้ฟังนั้น..คนฆ่าเขาก็ชดใช้กรรมระหว่างเขากับแมลงไป...แต่ถ้าไม่แสดงการชี้แนะเรื่องราวเลยทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวก็จะเป็นคนใจจืดใจดำ..วิญูญูชนไม่ควรทำ..ถ้าทราบว่าจะดึงเขาไปด้านดีก็ต้องพยายามทำแต่ให้ใช้คำพูดด้านบวก....นอกจากเหตุสุดวิสัยบอกไม่ทัน...เราก็ปล่อยวางตามชะตากรรมของเขา..เพราะเขาต้องเคยทำกรรมกันมาอย่างซับซ้อนก็ได้...
..แดงเป็นคุณแม่คนนึงค่ะ..ลูกสาวก็เหมือนแดงตอนเด็กชอบดูหนังอ่านหนังสือ..แดงก็หัดให้ลูกทราบวิธีการแยกเหตุผลจากหนังตามนั้น...ถ้าหนังเศร้าแดงก็แนะนำให้ลูกเฝ้าระวังจิตอย่าให้ความเศร้าซึมเข้าไปในใจ...แนะนำตามประสาที่แดงทราบบ้างจากการปฏิบัติสมาธิวิปัสสนา...แต่ถ้าไม่ฝึกมาด้านนี้จะระวังยากสักหน่อยนะคะ..เพราะเราไม่ทราบเลยว่าความเศร้านั้นซึมลงไปนอนอยู่ที่จิตใต้สำนึกเสียแล้ว..การรื้อถอนอีกทีต้องรื้อด้วยสมาธิวิปัสสนา..
แดง.ขออนุญาตท่านเจ้าของกระทู้..พี่ๆทุกท่านและทุกๆท่านด้วยนะคะ..แดงเจตนาดีอยากให้ดูหนังได้อย่างมีความสุขไม่ทำร้ายเราและคนรอบข้างเท่านั้น...

จาก: แดง
วันที่: 28/02/50 - 18:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 35
ใน "รักแท้บทที่หนึ่ง" ผมประทับใจฉากที่ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทองค่อยๆดึงเส้นด้ายออกมาจากเสื้อของตัวเอง ไม่มีคำพูด ไม่มีดนตรีประกอบ... ฉากนี้ยอดเยี่ยมสุดๆไปเลยครับ (แต่พอดูหนังจบแล้วกลายเป็นว่าไอ้ฉากที่ว่านี้น่าจะถูกตัดทิ้งไปเพราะมันไม่มีที่มาที่ไป แล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพล็อตเรื่องเลย)

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 28/02/50 - 19:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 36



เรื่องที่ประทับใจของข้าพเจ้าเกือบจะทุกตอนเลยก็ว่าได้อีกเรื่องก็คือ "ข้างหลังภาพ"เป็นบทประพันธ์ที่สวยงามจริงๆ(ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน...แต่ฉันก็ยังภูมิใจที่มีคนที่ฉันรัก)และที่ชอบมากที่สุดเป็นเวอร์ชั่นละคร...อรัญญา - นิรุจต์ เล่นได้เยี่ยมจริงๆ ท่านใดมีภาพนำมาลงให้ชมบ้างนะคะ

จาก: จุ
วันที่: 01/03/50 - 22:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 37
มีประทับใจหลายเรื่อง หลายตอน และหลายคนแสดง แต่จะยกตัวอย่างเป็นเรื่องๆ ไปดีกว่านะคะ พยายามนึกถึงความหลังไปด้วย

1.ชอบสมบัติ-อรัญญา จากเรื่อง ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน ชื่อยาวดี แปลกกว่าเรื่องอื่นในยุคนั้น ซึ้งตอนจบ พระเอกถูกซ้อมหนัก อ่าอนแรงเรียกหานางเอก บอกว่ารักเป็นครั้งแรก นางเอกวิ่งเข้ามาหา พระเอกพยายามยกตัวยืนขึ้นรับนางเอกที่ร้องไห้วิ่งมาแล้วสวมกอดกัน..จบ..ซึ้งมาก ทำให้ชอบพระนางคู่นี้ตั้งแต่นั้นว่าเล่นเข้าคู่กันดี
2.สมบัติ-อรัญญา อีกแล้ว ในแคนลำโขง ตอนที่นางเอกรู้ว่าตนเป็นเจ้าหญิง พระเอกเป็นนักร้องธรรมดา สมบัติตาละห้อย หน้าเสีย สื่อว่าหมดหวังเพราะนางเอกสูงศักดิ์กว่า แล้วนางเอกทั้งตกใจทั้งเสียใจที่จะต้องจากพระเอกกลับไปเป็นเจ้าหญิงลาว...คู่นี้สื่อความกันดี..ซึ้งอีกแล้ว
3.สมบัติ-อรัญญา อีกเรื่องใน คุณหญิงนอกทำเนียบ ตอนสมบัติตาย อรัญญาน้ำตาซึมแต่ไม่ไหล ซ่อนความนัยว่าต้องดูแลทรัพย์สินให้ลูกๆท่านแทน แต่ลูกๆ ท่านไม่เข้าใจคิดว่าแย่งชิง สุดท้ายเปิดพินัยกรรม ทุกคนรู้ว่านางเอกไม่ได้อะไร เพียงแต่เป็นผู้ดูแลให้ นางเอกกลับสลัมบ้านเดิมท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยของชาวบ้านตลอดทาง...ซึ้งนางเอกแม่พระแบบนี้จริงๆ

เดี๋ยวมาต่อเรื่องอื่นอีกค่ะ

จาก: ประภา
วันที่: 02/03/50 - 12:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 38
อ่านความเห็นที่ 37 ของคุณพี่ประภาแล้วอยากดูคุณหญิงนอกทำเนียบเวอร์ชั่นสมบัติ/อรัญญา มั่กมาก
ถึงคิวของน้ำขิงแล้วขอเล่ามั่ง สำหรับฉากประทับใจ
1. เพื่อน-แพง ฉากที่เพื่อน( นิจ อลิษา ) นำไม้มาขัดบันไดขั้นที่หักไว้ พอตอนเช้าใกล้รุ่งแพง ( ชนุตพร ) เก็บเสื้อผ้าเพื่อที่จะหนีไปกับลอ ( สรพงศ์ ) ระหว่างนั้นเพื่อนได้ยินเสียงแพงค่อยๆย่องลงบันได สีหน้าของเพื่อนเป็นกังวลเหมือนอยากจะเตือนว่าให้ระวังบันไดหักแต่สีหน้าของเพื่อนก็เปลี่ยนอารมณ์เป็นเคียดแค้นและสะใจปล่อยให้แพงตกบันไดจนตกเลือดแท้งลูกตาย ชอบสีหน้าของเพื่อนที่เปลี่ยนอารมณ์ได้ต่างกัน อีกฉากของเพื่อนแพงเป็นฉากที่ลอ( สรพงศ์ ) ยืนด่าเพื่อนในฉากใกล้จบฟังแล้วขนลุกเลยกับคำด่าประมาณว่า อีเพื่อนมึงฉลาดที่ไม่ได้ยอมสาบานด้วยปล่อยให้กู ( ลอ ) สาบานคนเดียวว่าจะไม่นอกใจ อีเพื่อนจึงไม่ผิดที่นอกใจลอ ส่วนลอได้เสียแพงเพราะรู้ว่าใครรักจริง กลับถูกเพื่อนประณามว่านอกใจ ที่จริงเรื่องนี้ยังมีฉากที่ชอบอีกสำหรับอีแพงเวลาทำท่าทะเล้นน่ารักๆหยอกเย้าพี่ลอโดยเฉพาะฉากสระผมให้พี่ลอแล้วร้องเพลง กระจุ๋มกระจิ๋ม ติดตี่ตี้ ติดตีตี้ ติดตี

จาก: น้ำขิง
วันที่: 02/03/50 - 15:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 39
มีต่อครับ

15. สรพงษ์ เป็นคนบ้า จากเรื่อง "ดอกแก้ว" (2523) ฉากนี้ หลังจากไอ้ไม้(สรพงษ์) ถูกผู้ร้ายตีหัวจนสลบไป ตื่นขึ้นมาก็เป็นบ้า แต่บ้าแบบตลกน่ารัก แต่งตัวเป็นลิเก แล้วร้องรำทำเพลง ยักคิ้วหลิ่วตา ร้องเพลง ฮ้อ โป๊ก ๆ ทั้งตลก ทั้งน่าสงสาร และน่าสมเพช ในชีวิตที่แสนอาภัพของไอ้ไม้ หัวใจมันน่ากราบมาก สรพงษ์ เล่นบทตลกบ้านี่ได้ดี เรียกเสียงฮาได้ ซึ่งบทตลกออกทั้งหน้าตาและท่าทางนี่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักสำหรับสรพงษ์ อีกฉากเป็นฉากที่ สรพงษ์ หนีระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามาในห้องเห็นวิทูรย์นอนและกอดจูบกับสุพรรษา ก็โมโหสุดขีด เข้าไปต่อยวิทูรย์แบบบ้าเลือดไม่ยั้ง พอสุพรรษา เข้ามาห้ามไม่ไหวก็เลยเอามีดขู่จะกรีดคอ ถ้าไม่หยุดทำร้ายวิทูรย์ สรพงษ์ ตะลึง วางวิทูรย์ลง แล้วค่อยๆร้องไห้คร่ำครวญ คำแรกที่พูดออกมาคือ " ไอ้ไม้ มันแพ้แล้ว แก้ว ได้ยินไหม ไอ้ไม้ มันแพ้แล้ว " ทั้งเสียง ทั้งอารมณ์ที่แสดงออกมาทางใบหน้าหลายส่วน สุดยอด(มีน้ำมูกด้วยหรือเปล่า ไม่แน่ใจ) และคำพูดที่พูดต่อไปอีกหลายประโยค ลึกซึ้ง กินใจมาก เช่น " ไอ้ไม้มันรักแก้วมาตั้งแต่เกิด รักและเทิดทูนมาตลอด ยิ่งกว่าชีวิต มีบ้างไหม ที่ทำให้แก้วเจ็บช้ำใจ ยุงแทบไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ถนอม รัก ปกป้องไม่ให้ใครมาทำลาย แต่...ก็ถูกมัน(วิทูรย์)มากระชากเอาหัวใจไปจากไอ้ไม้ แก้วไม่รู้หรอกว่าหัวใจไอ้ไม้มันเจ็บขนาดไหน มันไม่ได้สดชื่นเหมือนหัวใจแก้วนิ " เศร้า ซึ้ง ประทับใจ และสงสารไอ้ไม้มาก ผมน้ำตาซึมไปกับบทบาทของสรพงษ์ อีกครั้ง

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/03/50 - 16:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 40
ชอบสมบัติ-อรัญญา จาก 3 เรื่องที่พี่ประภาเขียนไว้ในซีนนั้นๆ เช่นกันค่ะ ไม่ได้ดูด้วยกันแต่ประทับใจเหมือนกันเลย ขอยกตัวอย่างเรื่องอื่นแทนนะคะ เช่น
- เนาวรัตน์ วัชรา เล่นบทสาวเหนือพ่ายรักได้ดีมากในยุคนั้น(ยุคพี่ ไปตีความเองนะว่ายุคไหน) ซึ้ง 2 เรื่อง คือ แว่วเสียงซึง เป็นบทคำฟ้า แม่นางเอก ตอนที่คอยกำธรเล่นเป็นหมอเทวัญสามียังไม่กลับบ้านหลายวัน จริงๆถูกรถชนสลบไปหลายวันแต่ไม่ทราบ พอได้ยินเสียงกดกริ่ง เนาวรัตน์รีบไปเปิดประตูสายตาและสีหน้าเป็นยิ้มอย่างเต็มเปี่ยมว่าเป็นสามีกลับมา เปลี่ยนจากหน้าที่กังวลได้อย่างฉับพลันดี แต่พอเปิดประตู กลายเป็นปริม(เล่นเป็นคมคาย)และเด็กๆ 3คน ซึ่งแม่กำธรจ้างให้มาหลอกว่าเป็นเมียแต่งและลูกตามกฎหมาย ปริมก็เล่นได้ดีฉากนี้สีหน้าแววตา วาจา เยาะเย้ยถากถางดูถูกเนาวรัตน์ว่าใจง่ายบ้าง แย่งสามีบ้าง เนาวรัตน์น้ำตาไหลเป็นทางโดยไม่ต้องปล่อยโฮ พร้อมทั้งแววตาแสดงความกร้าวขึ้นในศักดิ์ศรีสาวเหนือ(เหมือนพวกพี่) ตัดสินใจปิ๊กบ้านเจียงใหม่โดยแสดงออกทั้งเสียใจและทะนงได้ในเวลาเดียวกัน จากนั้นกลับไปคลอดลูกเป็นเนตรดาว(อรัญญาเล่น) และกระโดดหน้าผาตายในที่สุด ซีนนั้นสงสารเนาวรัตน์จับใจและฮึดสู้เพื่อศักดิ์ศรีสาวเหนือขึ้นมา(อินจริงๆค่ะ พี่เลยหักอกแฟนเก่าชาวบางกอกไปจริงๆ มาแต่งกับคนเมืองด้วยกัน..นี่ศักดิ์ศรีกินไม่ได้แต่เท่ห์..โชคดีแล้วที่ยังได้แต่ง..555)และซีนนั้นก็เกลียดปริม อยากตบจริงๆ ตอนนั่งดูในโรง คนดูพูดกันเองเป็นเสียงเดียวว่าตบมันเลย พี่ว่าปริมก็เล่นดีมากเช่นกันฉากนั้นคะ มีฝีมือคนหนึ่งมิใช่ยั่วยวนอย่างเดียว ยั่วโมโหก็ได้ด้วย ทั้งคู่เล่นทางสีหน้าและสายตาได้ดี โดยไม่ต้องกรี๊ดเสียงอย่างดาราเดี๋ยวนี้เล่นเลย น่าเสียดายตอนเป็นละครช่อง 7 เปลี่ยนบทไปมากไม่เหมือนหนังเลย คุณพี่ตู่ แห่งเป่า จิน จง ทำเพี้ยนไปได้...เกิดอะไรขึ้นคะ
ส่วนอีกเรื่องคือ รักต้องห้าม เนาวรัตน์เล่นเป็นน้องของมี้พิศมัย ได้กับคู่หมั้นพี่คือพระเอกสมบัติก่อน แล้วท้องจึงหนีไป ยอมให้สมบัติได้แต่งกับพิศมัย เนาวรัตน์ วัชราต้องลำบากไปขายของบ้าง ขอทานบ้าง สุดท้ายลูกป่วยไม่มีเงินรักษา เดินอุ้มลูกขอทานไป พอมีเงินบ้างผ่านร้านหมอจึงแวะเข้าไปให้หมอครวจลูก พอหมอบอกลูกตายแล้ว นานแล้วด้วย สีหน้าเนาวรัตน์ช็อค อึ้ง น้ำตาไหลพรากพร้อมแสดงความไม่เชื่อหมอ เมื่อหมอยืนยัยจึงค่อยๆ ยอมรับ ทำใจ และนิ่งเรียบ หน้าซีด สะกดคนดูได้ดีมาก ไม่เห็นต้องกรี๊ด โวยวายเหมือนเดี๋ยวนี้ สุดท้ายตัวเองป่วยจะต้องตาย จึงยอมสละดวงตาให้พระเอกที่ประสบอุบัติเหตุตาบอด เพื่อจะได้อยู่กับพี่สาวอย่างมีความสุข เรื่องนี้น่านำมาทำละครนะค่ะ ดูเหมือนยัง แต่ระวังอย่าให้แปลงบท จะเสียรส
เหมือนว่าเคยสร้างเป็นหนังอีกครั้ง อภิชาติ/สินจัย/วจี เล่นบทเนาวรัตน์ วัชรา ในชื่อ รักด้วยชีวิต หรือไงนี่ แต่ไม่ซึ้งเท่าต้นฉบับและไม่ดังด้วย

ค่ะ 2 เรื่องนี้ ทำให้เนาวรัตน์ วัชรา เป็นนางเอกในดวงใจพี่คนหนึ่งเลย แม้ว่าเธอไม่ประสบความสำเร็จเป็นนางเอกนำเดี่ยวเหมือนคนอื่น ทั้งที่รับตุ๊กตาทองนำหญิงจากการเล่นเรื่องแรกในชีวิตคือ เดือนร้าว บทคล้ายกัน บทแบบนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเธอในยุคนั้นเลย น่าเสียดายที่เธอไม่แสดงแล้ว แต่เธอยังอยู่ในความทรงจำตลอดมาจนเดี๋ยวนี้

จาก: ทิพย์อาภา
วันที่: 02/03/50 - 18:55 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 41
ฉากประทับใจกับเรื่องต่อไปนี้น่าจะมาจากการที่ดาราแสดงในเรื่องนั้นๆเป็นการพลิกบทบาทจากบทเดิมๆที่ติดเป็นภาพลักษณ์เปลี่ยนบทบาทอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนี้
1. ล่าสุดเพิ่งดูมาเมื่อคืน กิ๊ก สุวัจณี ไชยมุกสิก จากนางร้ายที่กรี๊ดกร๊าดพลิกบทเล่นหนังใหญ่เรื่องแรก ยังไงก็รัก รับบทเป็นซิ้มได้เนียนมากลืมภาพสุวัจณีตัวร้ายไปเลย ยิ่งฉาก วิ่งสู้เพื่อผัว ทำเอาน้ำตาซึมเลยเข้ากับเพลงประกอบ รักฉันนั้นเพื่อเธอ เพลงเก่าของพิงค์แพนเตอร์ ที่เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขับร้องประกอบในหนังเรื่องนี้
2. จินตหรา จาก เหยื่อ จากนางเอกวัยหวานมาเป็นคนใช้ผมหยิก ตัวดำ ปากจัด พลิกบทสุดยอดไปเลยและพี่แหม่มเล่นได้เป็นธรรมชาติมากทุ่มสุดตัวไม่ห่วงภาพพจน์นางเอกเลย ชอบฉากที่ไปจ่ายตลาดแล้วเดินกลับบ้านมีเอ็ม สุรศักดิ์ขับรถสองแถวตามมาแซว จินตหราด่าไฟแล่บเป็นชุดๆเลยหรือฉากที่เธอนั่งขัดห้องน้ำปากก็บ่นไป ดูเป็นธรรมชาติมากไม่ห่วงสวยเลย
3. สมศักดิ์ ชัยสงคราม ใน ปุกปุย พลิกบทจากดาวร้ายมาเป็น ปู่ ของตัวละครตัวเอกในเรื่องที่ชื่อ ว่าว ( ก่อนหน้าก็พลิกบทจาก มือปืน เป็นช่างตัดผมมาแล้ว ) เรื่องนี้เป็นคนแก่น่ารักๆมีฉากที่ชอบคือฉากที่แกนั่งเล่นหมากรุกกับลูกชายแล้วแกโกงพร้อมกับพูดว่ากูต้องชนะเพราะกูเป็นพ่อมึง ดูน่ารักดี อีกฉากที่แกสอนหลานเรื่องของพ่อแม่ของว่าว ว่าพ่อเป็นคนไม่ดีติดการพนันแต่ทำไมแม่ของว่าวยังรักอยู่ แกสอนว่า ความรักก็เหมือนท่อนซุงตักก็ตัดไม่ขาดซื้อ 2 บาทก็ไม่ขาย ...เรื่องนี้น่ารักดีครับ
เดี๋ยวค่อยมาต่อเรื่องอื่นๆอีก

จาก: น้ำขิง
วันที่: 02/03/50 - 19:04 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 42
ฉากประทับใจอีกฉากคือ

16. จากเรื่อง "จุฬาตรีคูณ"(2522) ฉากที่พิศาล(ผู้ร้ายในเรื่อง) พูดกับเนาวรัตน์(ชื่อ ดารารายพิลาศ นางเอกในเรื่อง) ดังนี้

พิศาล : ดารารายพิลาศของข้า สิ่งที่จะพูดต่อไปนี เจ้าเท่านั้นที่จะได้ยินคนแรกและคนเดียว...... ต่อให้ข้าได้ชัยชนะ ต่อให้ข้าได้โลกทั้งโลกไว้ในกำมือข้า ข้าก็ไม่ใช่ดวงใจของเจ้า แม้ว่าข้าจะกล้าหาญเหนือความกล้าหาญทั้งปวง แม้ว่าข้าจะฉลาดเหนือความฉลาดของนักปราชญ์ทั้งหลายในแผ่นดิน แต่ข้าก็หาใช่ดวงใจของดารารายพิลาศไม่

เนาวรัตน์ : (ยิ้มแบบเย้ยหยัน) หม่อมพี่ ทรงรักหม่อมฉันเพียงไหนเพคะ

พิศาล : ล้านจักรวาลรวมกัน มันก็หาเทียบเท่าความรักที่พี่มีต่อเจ้าไม่

คำพูดของพิศาล ประทับใจ รวมทั้งสีหน้าท่าทาง ที่แสดงถึงความโหดร้ายแต่แฝงไว้ด้วยความรักแท้ที่มีต่อหญิงที่ตนรักเพียงคนเดียว ในขณะที่พระเอก(สรพงษ์)ก็รักจริง แต่จำต้องแต่งกับผู้หญิง(วาสนา)ที่พระราชบิดา(ส.)หมายมั่นให้ก่อนตาย ฉากนี้พิศาลรวมอารมณ์ไว้ทั้งหมดในสีหน้า ทั้งร้าย ทั้งซื่อสัตย์ต่อความรัก(อาจจะเป็นความหลงก็ได้) ทั้งยียวน ก้าวร้าว ดุดัน

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/03/50 - 23:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 43
....... ฉากที่ จาพนม เข้าถล่มร้านต้มยำกุ้ง
โดยพูดแค่ประโยคเดียวว่า ช้างกูอยู่ไหน
แต่อัดพวกวายร้ายตั้งแต่ชั้นล่าง
วนขึ้นไปเรื่อยๆ จนชั้นสูงสุด อัดจนเกลี้ยงร้าน
ก็ถามแค่คำเดียว ช้างกูอยู่ไหน

ประทับใจจริงๆ จากเรื่อง ต้มยำกุ้ง

จาก: พักรบ
วันที่: 03/03/50 - 0:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 44
โหมโรง ตอนเดียวกับของคุณน้ำขิงในความเห็นที่ 4 เผลอน้ำตาซึมอย่างอิ่มใจจริงๆ.......เรือนแพ ปี 2504 ตอนพระเอกได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงเรือนแพในบาร์และพยายามเข้าไปช่วยชีวิตกับตอนจบพระเอกลังเลจะยอมมอบตัวที่หน้าแพจนพบจุดจบอย่างน่าสงสาร.......อีกเรื่องคือ ลูกอีสาน ประทับใจทั้งเรื่องโดยเฉพาะตอนจบ ภาพจากเบื้องบนที่ไม่เคยเห็นในฉากจบหนังไทยเรื่องไหน แสดงถึงความแข็งแกร่งของมนุษที่จะยังคงยืนหยัดสู้ต่อไปบนที่ราบสูงอันแตกระแหงแห้งแล้ง.......ยิ่งใหญ่ งดงามที่สุดเท่าที่เคยพบในหนังไทย

จาก: chat
วันที่: 03/03/50 - 0:32 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 45
อ่านความประทับใจของพี่ทิพย์แล้วทำให้น้องทิพย์เพิ่งรู้ความจริงเดี๋ยวนี้เองว่าทำไมคุณพี่เลิกกับแฟนที่เป็นนักเรียนแพทย์สมัยเรียน มช ด้วยกัน ว้าว...ความลับแตกแล้ว คุณพี่อินได้ขนาดนั้นเลยหรือคะ เชื่อคะไม่ได้ว่าเวอ่ร์เลย น้องก็ได้ดู ยอมรับสมัยก่อนให้รายละเอียดละเมียดละไมกว่าเดี๋ยวนี้มาก ใครเล่นบทร้ายคนจะเกลียด เดินตลาดไม่ได้ ใครเล่นบทดีคนจะสงสารจับใจ น้องก็มีบทประทับใจเช่นกัน(ในจอนะคะไม่มีนอกจอเหมือน..)
1. อรัญญา ใน ตลาดอารมณ์ คิดว่าเป็นเรื่องแรกที่พี่เปี๊ยกแสดงออกทางอารมณ์ได้ดี บทเป็นแม่ของศันสนีย์ สมานวรวงศ์ เป็นแม่เลี้ยงของสมบัติ แต่ปกปิดไม่ให้ลูกรู้ว่าเป็นแม่ ลูกเรียก อา ตอนที่ความลับจะเปิด โดยสะอาดตัวโกง) จะปล้ำลูก จึงเข้ามาช่วย สะอาดประจานว่าตนก็คือสามี รู้เบื้องหลังดี เมตตา ตัวร้ายก็แฉ สุทธิจิต เป็นน้องเมตตาก็มารุมด้วย อรัญญาอยู่ท่ามกลางผู้ไม่หวังดี เชือดเฉือนกันด้วยวาจา ท่าทาง ชั้นเชิงวาทะ สะใจคนดู ทำบทดีมาก สุดท้ายพี่เปี๊ยกสุดขีดคว้าปืนยิงสะอาดตาย พี่เปี๊ยกแสดงออกดีมากเรื่องหนึ่งในการแสดง อึดและนิ่ง แต่ร้อนรน อีกตอนตอนจบ กินยาตาย ศันสนีย์รู้ว่าเป็นแม่เข้ามากราบ สมบัติพามา จึงฝากลูกตนกับลูกเลี้ยงให้ช่วยดูแลก่อนสิ้นใจ พี่เปี๊ยกนอนน้ำตาไหลก่อนหลับตาและหมดลม ซึ้งมากค่ะ สมแล้วที่ได้รางวัลจากงานหนังอาเซียน
2.พิศมัยกับภาวนา ในหนึ่งนุช ตอนที่ภาวนาตบพิศมัย แต่ตอนหลังใจอ่อนยอมเรียกแม่ มี้สำนึกผิดก่อนตายคิดได้ตั้งแต่ไปกราบพระธุดงค์แล้วนึกถึงผลการกระทำที่ผ่านมา สองนางเอกปะทะบทกันดีมาก..ติดตาติดใจอยู่เลยค่ะ

จาก: ทิพยา
วันที่: 03/03/50 - 9:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 46
โห...เพิ่งรู้ว่าคุณพี่ทิพย์อาภาเป็นแฟนตัวจริงของคุณเนาวรัตน์ วัชรานะค่ะ แหม๋...คุณน้ำขิงเข้าใจตั้งกระทู้ เหมือนซ่อนแผนให้แฟนคลับคลายความลับออกมา เป็นหนังไทยตอนจบต้องสารภาพกันใหญ่เชียว
น้องก็มีเรื่องที่ประทับใจคุณเนาวรัตน์ วัชราเช่นกัน เป็นเรื่องเดียวกับคุณพี่ประภา คือ ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน นอกจากชอบที่ชื่อยาว ต่างจากเรื่องอื่นสมัยนั้นแล้ว ชื่อยังสื่อความดีมาก เพลงก็เพราะ เป็นเพลงของดิอิมพอสซิเบิ้ลประกอบฉาก ตอนที่ประทับใจคือ ตอนที่สมบัติ-อรัญญา-เนาวรัตน์ วัชรา มาประชันกัน ประมาณกลางเรื่อง เนาวรัตน์(เรวดี) ตามมาหาสมบัติ(คัมภีร์)ที่ต่างจังหวัด ทำท่ารังเกียจ สำรวย ว่าตนเองเป็นสาวชาวกรุง สมบัติแกล้งบอกไปว่าตนมีคนรักอยู่ที่นั่นแล้ว คือ อรัญญา(ไอลดา) ซึ่งจะนำปิ่นโตอาหารมาให้ตอนเที่ยง อรัญญาได้ยินก่อน จึงแกล้งต่อทำแต่งตัวปอนๆ บุคลิกเป๋อๆ มาหา เนาวรัตน์พูดจาดูถูก อรัญญาตอบกลับแบบซื่อๆ แต่เจ็บ(แบบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง)เนาวรัตน์เรื่องนี้เล่นบทร้ายลึกแกมเศร้าได้ดี อรัญญาเล่นตลก แก่นแก้วปนซ่อนความทะนงได้ลงตัว จิกกันด้วยวาจา สายตา สีหน้าดีมาก สมบัติคนกลางเป็นงงเลย บื้ออยู่นาน จริงด้วยค่ะ ไม่ต้องกรี๊ด ไม่ต้องตะโกน ไม่ต้องตบกัน ก็สะใจได้ ประทับใจฉากนี้กับ 3 ดาราดังกล่าวจริงๆ เรื่องนี้ก็น่าทำละคร เหมือนว่ายัง แต่ต้องคุมบทให้ดี อย่าให้เพี้ยน อย่าให้เป๋ตามยุค ไม่งั้นหมดมู้ดเลย.......

จาก: เพ็ญอาภา
วันที่: 03/03/50 - 11:24 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 47
คุณแดง ความเห็นที่ 13 หนังขุนศึก สมบัติ-นัยนา เล่นนะ ไม่ใช่อรัญญา

สำหรับส่วนตัวมีความประทับใจคุณวงเดือน อินทราวุธ (ยนตรรักษ์) เล่นเรื่อง เมียหลวงคู่จตุพล-วิยะดา ดังมากเรื่องนี้ คิดว่าคุณวงเดือนเหมาะกับบทมาก ฉากเด็ดคือตอนที่ถูกเมียน้อย แสดงโดยวิยะดาระรานหนัก เธอยังคงความเป็น ดร. ผู้ทรงศักดิ์ แต่สีหน้า แววตา ส่อถึงความอ่อนล้า บื่อหน่ายกับพฤติกรรมสามีและรำคาญปนแค้นความด้านของเมียน้อยสุดขีด จนยื่นคำขาดกับจตุพลปนด่าเหน็บวิยะดาไปว่า
"เสียดาย..ที่ฉันไม่ได้เกิดมาต่ำกว่านี้ ถ้าฉันเกิดมาต่ำกว่านี้อีกนิดเดียว ฉันจะได้ด่าคุณให้แสบเหมือนผู้หญิงตามซ่องด่า เอาให้พลิกปทานุกรมไม่ทันเลย แล้วก็จะจิกหัวอีผู้หญิงไมมียางอายคนนั้น ตบให้ควำ จิกแล้วตบ จิกแล้วตบ ให้ใครๆ ได้รู้กันทั่วเมืองว่า อ๋อ..หน้าขาวๆสวยๆ อย่างนี้แต่ยางอายสักนิดก็ไม่มี.." ขณะพูดกล้องจับสีหน้า แววตาเธอแสดงความแค้น ความเจ็บใจอย่างสุดๆ และคงความเป็นนางพญาไว้อย่างเหมาะสม กัดฟันพูดอย่างเจ็บปวดสุดอธิบาย จนเป็นฉากติดตาตรึงใจบรรดาสาวๆ ไม่สาวในขณะนั้นนำไปพูดกันเกร่อว่า จิกแล้วตบ จิกแล้วตบ.. พูดจบเธอทรุดตัวลงนั่ง แสดงความอ่อนล้าและเบื่อหน่ายกับชีวิตคู่ที่คนนอกดูว่าเธอมีความสุข แต่หาใช่ไม่ จึงโดนใจหลายคน เรื่องนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเธอในขณะนั้นเลย เล่นเรื่องอื่นไม่ดังเท่านี้จริงๆ

จาก: จันทรา
วันที่: 03/03/50 - 16:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณมากค่ะคุณจันทราขา....

จาก: แดง
วันที่: 03/03/50 - 19:07 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 49
อีกเรื่องคือ ลูกอีสาน ..เคยอ่านแต่ในหนังสือค่ะคุณchat...

จาก: แดง
วันที่: 03/03/50 - 20:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 50
หนัง "ลูกอิสาน" ขอแนะนำว่าต้องเป็นภาพคมชัดอย่างในโรง หรือภาพแบบ Letterbox เพราะหลายตอนที่ผู้สร้างต้องการให้เห็นเต็มที่ไม่ใช่แบบแผ่น วีซีดี ที่เอาก๊อบปี้เก่าๆ ภาพบีบๆ มาทำขาย.....อีกเรื่องคือตอนจบ"ความรักครั้งสุดท้าย" ของท่านมุ้ย ยุคภัทราวดี ก็จบละเมียดละมัยสมกับทำจากงานเขียนของ สุวรรณี สุคนธา ลงทุนใช้เฮลิคอปเตอร์ ถ่ายจากภาพใกล้ที่นางเอกนอนตายริมหาด จนค่อยๆลอยสูงขึ้นไกลออกไปจนเห็นเพียงร่างเล็กในชุดขาวท่ามกลางความมืด.....เป็นความตายที่สวยงามในเชิงวรรณศิลป ท่านมุ้ยทำให้ความตายธรรมดา ไม่ธรรมดาด้วยภาษาภาพ ที่หนังไทยเราไม่มีใครอยากลงทุนโดยเฉพาะตอนจบของหนังชีวิตเล็กๆเรื่องหนึ่ง

จาก: chat
วันที่: 05/03/50 - 0:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 51
...... เพื่อนสนิท

เมื่อพระเอกแอบหลงรักเพื่อนสาว เก็บเอาไว้จนมืดสนิท
ครั้นเมื่อกล้าบอกความนัยจากก้นบึ้งของหัวใจ
คำตอบที่ได้รับ

" มาพูดอะไรตอนนี้ "

แล้วเธอก็เดินจากไป ....... ทิ้งให้พระเอกยืนอย่างเดียวดาย



จาก: พักรบ
วันที่: 05/03/50 - 10:01 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 52
ตอนเด็กผมเคยดูหนังเรื่อง"คุ้งตะเคียน" จำได้แค่ฉากเดียว ตอนที่เจ้าแม่แหวกอกเห็นตับไตใส้พุง ผมรองนายกสมาคมคนกลัวผีเหมือน "คุณแดง"เลยปิดตาแล้วกลับบ้าน (ดูหนังกลางแปลงครับ) ยังเสียดายทุกวันนี้ส่วนเรื่อง" ขุนศึก"ผมเสียดายที่ผู้สร้างเก็บรายละเอียดได้ไม่หมด เรื่องนี้ผมอ่าน 2 ครั้ง (10 เล่มจบ)เป็นบทประพันธ์ที่ยาวมาก ผู้แต่งถึง 2 ท่านคุณก้าน พึ่งบุญ ณอยุธยา (ไม้เมืองเดิม)แต่งไม่จบ เสียชีวิตก่อน คุณสุมทุม บุญเอื้อ แต่งต่อจนจบ คงมีหลายท่านเคยอ่านแล้วถ้าผมเขียนผิดช่วยแก้ไขข้อมูล เป็นวิทยาทาน นะครับ ตอนจบของเรื่องในหนังให้เสมา (คุณสมบัติ) กอดคอกับ หมู่ขัน (คุณมานพ)แล้วร้องเพลงปลุกใจ (จำชื่อเพลงไม่ได้ )ท่านใดจำได้บ้างครับ? แต่ในหนังสือ แต่งให้ หมู่ขันกับขุนรามเดชะ(คุณสะอาด)ร้ายสุดๆ ตอนจบถูกคุณจีระศักดิ์ลูกน้อง เสมาแทงจนพิการ เหตุผลที่หนังเขียนบทเช่นนั้นเพราะ ในสมัยนั้น ลัทธิ คอมมิวนิสต์ระบาดอย่างหนัก ทางผู้สร้างต้องการความ"สมานฉันท์"(ขอยืมคำพูดของท่าน"นายก"มาใช้หน่อยนะครับ) จึงเขียนบทเช่นนั้น นี่คือสิ่งที่ผม ประทับใจใน "ขุนศึก" ได้เห้นความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้สร้างครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 05/03/50 - 18:29 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 53
ฉากประทับใจ ในหนังไทยนี่ไม่มีขีดจำกัดใช่ไหมครับ? คือผมมีฉากที่ชอบเอยะมากๆ ที่มากนหังที่ผมเกิดไม่ทัน แต่ได้มาดูทีหลังตอนโตเช่น

ฉากใกล้ๆจะจบเรื่อง "ชั่วฟ้าดินสลาย" ที่ ส่างหม่อง เหม่อลอยวิ่งตามเงาเลือนๆ ซ้อนกับฟ้ายามพระเอาทิตย์ขึ้น(หรือตกหว่า) ของยุพดี และเพลงชั่วฟ้าดินสลายก็ดังขึ้นมา พรอ้มๆกับส่งหม่อง ตะโกนเรียก "ยุพดี! ยุพดี!" ใครได้เคยอ่านนิยายขนาดสั้นและดูภาพยนตร์เรื่องนี้คงเข้าใจความหมายของคำว่ารักกันมากขึ้นไม่มากก็น้อยละครับ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/03/50 - 18:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 54
คุณสาโรจน์ชอบเรื่องอะไรๆไกล้เคียงกะแดงมากนะคะ...กลัวผีเหมือนกันด้วย..ขนหัวลุกค่ะ...คุณสาโรจน์ทราบรายละเอียดเรื่องขุนศึกด้วยค่ะเยี่ยมมากกเลยค่ะ..
สวัสดีค่ะคุณฮอ จอง วู ..ยังไมได้ดูค่ะเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย..อ่านแล้วเหมือนจะวังเวงนะคะ...ฉากที่เล่าชอบฟังค่ะ..

จาก: แดง
วันที่: 05/03/50 - 19:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 55
อีกเรื่องหนึ่ง คือ ใหม่ เจริญปุระ ในบท ท้าวศรีสุดาจันทร์ จาก สุริโยไท ตอนที่พระไชยราชา(พงษ์พัฒน์) จะเสวยน้ำจัน ที่มียาพิษ ใหม่รู้เพราะตนวางแผน พอพงษ์พัฒน์จะหยิบดื่มเกิดความกังวลเหมือนว่าอยากกลับใจ สีหน้าใหม่แสดงออกว่าจะเปลี่ยนความรู้สึกไม่อยากให้ตายได้ดี แต่เมื่อเสวยแล้ว ยากำเริบ แกล้งทำโวยวายหาตัวผู้ทำผิดด้วยอาการร้อนรนตกใจ เหมือนว่าตนไม่รู้เรื่องมาก่อน สีหน้า แววตาใหม่ถ่ายทอดได้ดี แสดงความอาลัยต่อพระสวามี ขณะเดียวกันต้องตัดใจเพื่อราชวงศ์ที่ตนสืบมาจะต้องกลับมาครองต่อ(ตามบท) เป็นบทที่ดีบทหนึ่งในการแสดงของใหม่ก็ว่าได้ สื่อความรู้สึกไม่แน่ใจ กระวนกระวายได้ดีทีเดียวในบทนี้

จาก: ประภา
วันที่: 06/03/50 - 15:59 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 56
ข้างหลังภาพ ฉบับ ธีระเดช-คาร่า ประทับใจตอนจบ นางเอกใกล้ตาย พบพระเอกเป็นครั้งสุดท้ายคล้ายอำลา ตอนนั้นโทรมมาก อิดโรย ใกล้หมดลม พระเอกเข้าไปพบ หน้าละห้อย ตาส่งถึงกันอย่างไม่ต้องอธิบาย นางเอกยื่นกระดาษให้ก่อนหมดลม พระเอกรับกระดาษเปิดอ่าน นางเอกสิ้นลมท่ามกลางญาติและต่อหน้าพระเอก ...มันช่างสื่อความว่า ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน...แต่ฉันก็อิ่มใจว่า..ฉันยังมีคนที่ฉันรัก...ได้โดยไม่ต้องอธิบายใดๆ เลยค่ะ

เรื่องนี้ประทับใจตั้งแต่เป็นหนังสือ ภาษาสวยงาม เมื่อมาเป็นภาพให้ชม ทุกคนที่สวมบทนี้ ตั้งแต่ นิรุตติ์-อรัญญา มาถึง อำพล-นาถยา และ ธีระเดช-คาร่า ต่างถ่ายทอดไฮไลท์ตอนนี้ดีมาก ถอดจากตัวหนังสือกันเลย ตอนนิรุตติ์-อรัญญา ตื่นเต้นเพราะเป็นครั้งแรก ผู้สร้างตั้งใจมากไปถ่ายถึงญี่ปุ่นตามเรื่องทั้งที่เป็นละครทีวี อาจติดนิดหนึ่ง ว่าพระ-นางวัยเท่ากัน(ตัวจริง) ทั้งที่ตามบท นางเอกห่างจากพระเอก 14 ปี แต่การแสดงไม่มีปัญหา นิรุตติ์ไปได้กับบท ตอนอำพล-นาถยา ไม่ได้เก็บรายละเอียดมากนัก ไปตามหนังสือจริงๆ ซึ่งมีน้อย แต่ครั้งธีระเดช-คาร่า พระ-นางตามบท ห่างกันได้เลย รายละเอียดอื่นๆ คุณเชิดเพิ่มไปอย่างกลมกลืน มีข้อย่อยเสริมให้เต็มขึ้น ทำให้ซึ้งมากโดยเฉพาะตอนจบนี่แหละค่ะ ...ประทับใจจริงๆๆๆเลย

จาก: ทิพย์อาภา
วันที่: 08/03/50 - 18:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 57
ฉากที่ประทับใจอีกเรื่องคือ ข้าวนอกนา ดูเมื่อสมัยเด็กๆ ฉากที่ป้าที่รับจ้างเลี้ยงเด็ก ( ในหนังไม่แน่ใจว่าแสดงโดยป้าทอง สุลาลีวัลย์ หรือเปล่า ) นำเด็ก 2 คน คือ ดำ ลูกครึ่งนิโกร กับ เดือน ลูกครึ่งฝรั่งหน้าตาน่ารัก มาขายให้กับเศรษฐี แต่เศรษฐีเลือกเด็กฝรั่ง ทำให้เด็กดำที่หวังจะได้อยู่บ้านเศรษฐีผิดหวังและได้เอามือล้วงไปในตู้ปลาทองจับปลาออกมาบีบจนตายแล้วพูดว่าปลาทอง นี่แน่มึงอยากเกิดมาสวย ฉากนี้ทั้งตลกและน่าสงสาร และเรื่องนี้ชอบเพลงประกอบด้วยเพลงกับหนังเข้ากันมากๆ ทั้ง ข้าวนอกนา เกลียดคนสวย ชีวิตคนดำ...

จาก: น้ำขิง
วันที่: 08/03/50 - 19:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 58



ฝากมาให้คุณน้ำขิงชมค่ะ....

จาก: จ
วันที่: 08/03/50 - 20:20 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 59
17. ลูกหลง(ถ่ายปลาย 18 ฉายต้น 19) ประทับใจตามประสาเด็กๆ รวมหมดทั้งเรื่อง ตั้งแต่บทรักของกรุงกับอรัญญา เพลงประกอบคือเพลง บุพเพสันนิวาส จำไม่ได้ว่าใครร้อง ไม่แน่ใจใช่ชรัมภ์ เทพชัยหรือเปล่า แต่เพราะและซึ้งเข้ากับหนังมาก และตอนที่กรุง ถูก ผู้ร้ายรุมทำร้าย ในสภาพซมซาน ถูกกีดกันความรัก ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกประทับใจทั้งเรื่อง

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/03/50 - 14:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 60
18.กบฎหัวใจ(ถ่ายปลาย 18 ฉายต้น 19) ประทับใจฉากที่สมบัติปล้ำจนอรัญญา เริ่มจำความได้ จากที่จำอะไรไม่ได้เลย คำพูดฟื้นความหลังของสมบัติพูดจนอรัญญา เริ่มจำความได้ (อรัญญา ความจำเสื่อม เพราะอะไร จำไม่ได้เหมือนกัน) อาจจะเป็นเพราะบทหนังดีมาก เลยทำให้ประทับใจ กอปกับบทบาทของสมบัติกับอรัญญา เล่นเข้ากันได้ดีมาก คนดูที่เป็นเด็กอย่างเราพลอยอินตามไปด้วย ต้องยกเครดิตให้กับ สมบัติ-อรํญญา คนทำบทและผู้กำกับ คือ แมน ธีระพล

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/03/50 - 14:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 61
ฉากจบของเรื่อง น้ำเซาะทราย ทั้ง 2 เวอร์ชั่นจบเหมือนกัน เวอร์ชั่น1. นาท/วันดี/มยุรฉัตร เวอร์ชั่น2. อภิชาติ/สินจัย/นาถยา ตอนจบหลังจากที่พุดกรองเดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนอก ภีม ก็กลับมาหาภรรยาเก่าคือ วรรณรี ทีเขาเคยทิ้งเธอไปเพื่ออยู่กับพุดกรอง ภีมซื้อกระเป๋าถือมาฝากวรรณรีซึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่และลูกๆกำลังเล่นก็ดีใจที่พ่อกลับมา ภีมให้ลูกเอากระเป๋าของฝากไปให้แม่ วรรณรีบอกลูกว่า ไม่ใช่ของแม่นะลูกแม่ไม่เคยมีของแบบนี้ พูดเสร็จเธอก็อ่านหนังสือต่อสีหน้าเย็นชาไม่สนใจทั้งกระเป๋าและภีมไม่แลตามองทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน จนสุนัขมาคาบกระเป๋านำไปกัดเล่นทำให้ภีมหัวเสียและรู้ตัวว่าวรรณรีไม่ต้อนรับและไม่ให้อภัยเขาอีกแล้ว ภีมเดินออกจากบ้านเรียกแท็กซี่ คนขับก็ไม่รับบอกว่าจะรีบไปหาเมียซึ่งพอภีมเดินผ่านบ้านกระต๊อบซ่อมซ่อที่คนขับรถแท๊กซี่จอดแล้วมีภรรยาชาวบ้านออกมาต้อนรับดูทั้งคู่มีความสุข เป็นความแตกต่างเปรียบเทียบกับตัวเองที่มีบ้านใหญ่โตมีการงานที่ดีแต่ไม่มีความสุข.. จบแบบสะใจดีที่วรรณรีใจเด็ดไม่ให้อภัยภีม เพราะเธอถูกทำร้ายจิตใจโดยสามีและเพื่อนรักอย่างพุดกรองเกินกว่าจะลืมได้ และดาราที่เล่นบทวรรณรีทั้ง 2 เวอร์ชั่นก็เล่นได้อารมณ์และสมบทบาทมาก ทั้งมยุรฉัตร และ นาถยา รวมถึงฉากที่ปะทะคารมเชือดเฉือนระหว่างพุดกรองกับวรรณรี ตอนที่วรรณรีเริ่มระแคะระคายว่าสามีนอกใจไปมีอะไรกับเพื่อนรัก ฉากนี้ยกให้นาถยาไปเลยทั้งสีหน้าน้ำเสียงแสดงถึงความเจ็บปวดที่ถูกหักหลัง

จาก: น้ำขิง
วันที่: 09/03/50 - 15:38 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 62
ประทับใจความรักระหว่างแม่กับลูก ใน ผิดหรือที่จะรัก ตอนที่อรัญญาซึ่งรับบทแม่เนาวรัตน์ แต่ลูกไม่รู้ว่าเป็นแม่ เพราะยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของศิริ ศิริจินดากับวงทอง ผลานุสนธ์เลี้ยง ส่วนตัวเองเป็นหญิงบริการ ไปทำงานหาเงินมาให้และแวะมาเยี่ยมประจำ จนกระทั่งมีฐานะและเลิกอาชีพเดิม จะรับลูกไปอยู่ด้วย แต่พ่อแม่บุญธรรมเกิดรักลูกที่เลี้ยงมาจริงไม่อยากให้ ขอให้อรัญญาปิดความลับต่อไป และให้ลูกรู้ไม่ได้ว่ามีแม่เป็นหญิงบริการมาก่อน พี่เปี๊ยกเล่นดีในด้านเก็บความรู้สึก ใบหน้าเฉยแต่ซ่อนความเจ็บลึก กลั้นใจพูดว่าตนคือหญิงบริการมาก่อนด้วยความจำเป็น ขณะที่ศิริ-วงทองไม่อยากให้พูด สายตาพี่เปี๊ยกสื่อถึงความรู้สึกว่าจำต้องปกปิด น้ำตาไหลข้างหนึ่ง อีกข้างปริ่มๆ แต่เนาวรัตน์แอบฟัง ได้ยินหมด และแสดงตัวออกมาว่ายอมรับได้ในอดีตของแม่ ดีใจที่รู้ว่าแม่ตัวจริงคือใครและเข้าใจแม่ที่ต้องปกปิด จึงวิ่งออกมาเรียกแม่แล้วกอดแม่ น้ำตาอีกข้างของพี่เปี๊ยกไหลมาขณะที่ลูกเข้ามากอด...ประทับใจฉากนี้มากค่ะ

จาก: เพ็ญวดี
วันที่: 10/03/50 - 14:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 63
อีกเรื่องที่ประทับใจเป็นฉากสนุกสนาน ระหว่าง ตั้มกับโอ๋(ไพโรจน์ สังวริบุตรและลลนา สุลาวัลย์) ในเรื่อง รักอุตลุด ฉากที่ยกพวกนายแบบ-นางแบบมาเต้นบั๊มพ์บนเวทีแคทวอค และมีเพลงประกอบชื่อเพลง อุตลุดบั๊มพ์ ร้องโดย สุนทร จริตฉันท์และกรองทอง ทัศนพันธ์ พอจะจำเนื้อเพลงได้บ้างดังนี้
ช. ดังอยากดัง แหม..เก่งจัง ทำสะโพกโยกไกว..ย้าย
ญ. ไป..หลีกไป ไม่ใช่เรื่องของใครอย่ามาทำ..หญ่าย
ช. ฟังจงฟัง อย่าปึงปัง มันจะพัง ยิ่งกว่านี้
ญ. ดี..จะลองดี ดูซักที มีคนสนซักเท่าไหร่
ช. ก็ตัวพี่เป็นชาย มันไม่ได้เสียหายอะไร
ญ. ถึงตัวโอ๋ เป็นหญิงก็ไม่ได้สุงสิงกับใคร
ช. อย่ามาแสร้งเกเร ทำเฉเกวุ่นวาย ....
จำเนื้อไม่ได้แล้ว ใครเกิดทันยุคตั้มกับโอ๋ ช่วยต่อให้จบทีนะครับ

จาก: น้ำขิง
วันที่: 12/03/50 - 20:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 64
ผมจำได้แต่ภาค "วัยอลวน" ฉากที่ตั้มเล่นกีต้าร์จีบโอ๋ "สาวหนึ่งงามสดใส เยื้องกายเดินผ่านมา พบเธอที่อินทรา ลักขณางามเหนือใคร เอะเธอจะไปไหน เอะเธอมากับใคร เอะเธอพูดอะไร เอะเธอใยยิ้มมา แล้วเธอเดินมาหา เอะเธอมองสบตา แล้วเธอก็ถามว่า สุขาอยู่หนใด" แล้วนางเอกของเราก็ทุบพระเอกๆก็หัวเราะใหญ่ ส่วนเพลงนี้ใช่เพลงแปลงจาก lady bumpp ไหมครับ จำได้แต่ใส่ชุดสี silver lส่วนหนังเรื่องนี้ประทับใจฉากตั้มทนายหนุ่ม ว่าความฟ้องมรดกพี่สาวคุณพจนี (ใครแสดงนะครับ?) แล้วชนะเป็นการว่าความครั้งแรก เพื่อนๆมาแสดงความยินดี พอจะกลับทนายฝ่ายตรงข้ามมาจับมือยินดีด้วย แล้วเล่าความจริงว่า ฝ่ายหญิงถูกฝ่ายชายโกงหลอกเอา จนเพื้ยน ตั้มทราบความจริงก็สลดใจ จึงเลิกเป็นทนายความ แล้วไปหางานใหม่ วันนั้นมีนัดสัมภาษณ์งาน พระเอกขึ้นแทกซี่ไป มีรถเก๋งมาปาดหน้าเลยชนกัน เลือดทนายหนุ่มฉีดแรงเลยเรียกความยุติธรรมให้แก่ คนขับแทกซี่ เขาเถียงกับเจ้าของรถคู่กรณีอย่างหนัก พอดูเวลาเขาขอตัวรีบไปสัมภาษณ์งาน พอถึงบริษัทเขานั่งรอ เจ้าของบริษัทพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงเดินเข้ามา ด้วยอาการหัวเสีย ตั้มจำเสียงได้ว่าคุ้นๆหู "รถมันชนเลยมาช้า ไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหนมันกวนปราสาทฉัน อย่าให้เจออีกแล้วกัน" พอพระเอกชโงกหน้าไปดู แทบช๊อค เจ้าของบริษัทก็คือคู่กรณีที่ชนแทกซี่เมื่อครู่ เขาจึงรีบหนีออกมาแทบไม่ทัน เรื่องแสดงให้เห็นถึง "จรรยาบรรณ" ของพระเอก ผมว่าดูหนังแล้วย้อนดูตัว อยากให้สังคมนี่ดูอย่างพระเอกของเราจัง ส่วนท่านใดเคยชมก็ช่วยต่อเพลงให้คุณ "น้ำขิง" หน่อยครับ ผมก็อยากทราบเหมือนกัน

จาก: คุณสาโรจน์
วันที่: 13/03/50 - 9:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 65
ประทับใจยอดชาย-ภาวนา ใน พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ ภาพยนตร์ที่สองดาราคู่นี้แสดงด้วยกันเป็นครั้งแรก คิดว่าเข้าคู่กันดี พ่อแง่แม่งอน ประชดประชันกันทั้งเรื่องได้น่ารักดี ฉากประทับใจคือตอนใกล้ๆจบ ที่พระเอกพานางเอกหนีไปอยู่บ้านริมทะเล พอตอนเช้ากำลังหยอกล้อกัน ทันใดนั้น ชนะกับสุทิศา ซึ่งตามเรื่องเป็นคู่หมั้นของยอดชาย จะแต่งกันอยู่แล้ว ยอดชายพาภาวนาซึ่งเป็นน้องสาวหนีมาจากงาน ทำให้สุทิศาต้องเป็นม่ายขันหมากในงาน พอทั้ง 4 คนมาพบกัน สีหน้ายอดชาย-ภาวนาที่กำลังเย้าหยอกกันกุ๊กกิ๊กเปลี่ยนเป็นเครียด กังวลขึ้นทันที ชนะพยายามปลอบสุทิศาแล้วจะพากลับไป แต่สุทิศาฝืนใจแล้วพูดว่าเราควรจะพูดกับเขาทั้งสองให้เข้าใจเสียเลย ฉากนี้ 4 ดาราดังต้องเฉือนกันด้วยสีหน้า แววตาและคำพูดที่เหมือนไม่โกรธแต่แค้นลึก สุดท้ายยอดชายขอรับผิดสารภาพความจริงว่ารักภาวนามาก่อนและสนิทกับสุทิศาเพื่อจะได้เข้าใกล้ชิดภาวนา สุทิศาเข้าใจและให้อภัยน้อง ภาวนารู้สึกตัว น้ำตาปริ่มๆ ขอโทษและกอดพี่สาว ชนะซึ่งตามบทหลงรักสุทิศา ได้โอกาสปลอบสุทิศาและเห็นใจยอดชาย-ภาวนา แล้วแยกกันไปด้วยดี แต่ยังซ่อนความรู้สึกไม่พอใจอยู่
ต่อมาอีก2-3วัน ภาวนาสำนึกว่าทำให้พี่สาวเสียใจ จึงหนีไป ยอดชายตามหาแล้วประสบอุบัติเหตุ หายตัวไป คนคิดว่าตาย ภาวนากลับไปบ้านริมทะเล ระลึกถึงความหลัง นำเสื้อ-กางเกงชุดที่ยอดชายเคยใส่ขณะพาตนหนีมา นำออกมาคลี่วางบนเตียงเป็นรูปตัวพระเอก ระลึกถึงเขาขึ้นมา(เริ่มรู้สึกรักแล้ว) โอ....ฉากนี้สุดบรรยายเลยคะซึ้งมาก...พี่ว่าเรื่องนี้สร้างกี่ครั้งก็ไม่ประทับใจเท่าครั้งยอดชาย-ภาวนานะคะ (อาจเป็นความเห็นของพี่คนเดียว) เรื่องนี้ทำให้ยอดชายแจ้งเกิดเป็นพระเอกดังแล้วภาวนากลับมาดังอีกครั้งในฐานะนางเอกด้วย ซึ่งก่อนนั้นเงียบๆลง และไปเป็นบทรองเสียหลายเรื่อง กลับมาเป็นคู่ขวัญมีงานมากคู่กันอีกหลายเรื่องตามมา

จาก: สมร
วันที่: 14/03/50 - 16:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 66
อ่าน พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ ที่คุณสมรเขียนแล้ว ทำให้ยิ่งอยากดูมากครับ ขอให้หาฟิล์มเจอทีเถอะ

จาก: อิท
วันที่: 15/03/50 - 11:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 67
ฉากประทับใจเป็นฉากกระเซ้าเย้าแย่กันระหว่างสมบัติ-อรัญญา ใน เกาะสวาทหาดสวรรค์ เรื่องแรกที่เล่นด้วยกัน( ถ่ายก่อนแต่ออกฉายทีหลังสันกำแพง) พระนางพบกันในหนังครั้งแรกบนเรือ ขณะเดินทางไปเกาะสมุย ที่ดินของพ่อแม่ ในเรื่องทั้งคู่เป็นคู่หมั้นกัน แต่พระเอกยังไม่เคยพบหน้านางเอกมาก่อน ส่วนนางเอกรู้แล้วว่าพระเอกคือใคร นางเอกชื่อเล่นในเรื่องว่า ตุ่ม พระเอกจึงเข้าใจว่าอ้วนเป็นตุ่ม ไม่สวยจึงทำให้พ่อแม่ต้องบังคับแต่งด้วย เพื่อผลประโยชน์ที่ดินบนเกาะ พระเอกเจอนางเอกสวยก็ชอบทันทีโดยไม่รู้ว่าคนนี้คือตุ่มที่ตนต้องแต่งด้วย จึงเล่าให้ฟังและว่าตุ่มต่างๆ นาๆ ส่วนนางเอกรู้แล้วแต่ไม่แสดงตัว ก็สวมรอยว่าพระเอกมองคนแง่ร้าย ชื่อไม่เพราะอาจสวยก็ได้ แต่พระเอกฝังใจว่าต้องอัปลักษณ์ น่าเกลียด หาสามีไม่ได้แน่นอน จึงว่าต่อไป (หารู้ไม่ว่าจุดไต้ตำตอ)ตลอดเรื่อง ชอบการแสดงของพระ-นางคู่นี้ เข้ากันดี นางเอกแอบกระหยิ่มอยู่ในใจ ไม่แสดงออก ทำท่าวางเฉยได้ดี ไม่โกรธออกมา หลอกซ้อนแผนพระเอกได้สนิท...น่ารักดีมากค่ะ แม้บทกุ๊กกิ๊กธรรมดาแต่ได้อารมณ์ดี ทำให้ชอบพระ-นางคู่นี้ตั้งแต่นั้นมา

จาก: จันธิรา
วันที่: 15/03/50 - 16:23 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 68
เรื่องที่คุณจันธิราเล่าน่ารักจังเลยนะคะ..หนังกุ๊กกิ๊กๆ..ก็ชอบดู..

จาก: แดง
วันที่: 15/03/50 - 16:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 69
สมบัติ อรัญญา ลงตัวเหมาะกันมากที่สุดรวมทั้งการขับร้องจากเรื่อง"เกาะสวาท......."และอีกครั้งในเรื่อง"กลัวเมีย"ของภาพยนตร์เสียงศรีกรุง(ยุคใหม่) ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็น "เกาะสวาท..."ภาค 2 (ดีกว่า"วิวาห์พาฝัน"ซึ่งเป็นตอนต่อของจริงซะอีก)

จาก: chat
วันที่: 15/03/50 - 16:57 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 70
พูดถึงสมบัติ-อรัญญา ประทับใจอีกเรื่องหนึ่งคือ รักข้ามขอบฟ้า มีดาราเขมร ดีเสวตกับเจียยุทธร แสดงด้วย เคยดูตอนนั้นยังเด็ก จำเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว ชอบเพลงเพราะมาก...ขอบฟ้าเหนืออาณาใดกั้น ใช่รักจะดั้นยากกว่านกโบยบิน...ยังซึ้งมาจนถึงเดี๋ยวนี้ พระ-นางร้องกันเองด้วยในเรื่อง แต่จำได้ว่าตอนจบไม่แฮปปี้ เพราะ สมบัติไปแต่งกับนางเอกเขมร แล้วอรัญญาไปลงเอยกับพระเอกเขมร เข้าใจว่ามีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวต้องเชื่อมสัมพันธ์กันตามชื่อเรื่องรักข้ามขอบฟ้า ทั้งที่ตอนนั้นคู่ขวัญนี้ดังมาก คนดูอินทุกเรื่องเชียร์อยากให้เป็นคู่กันจริงๆ แต่หนังจับคู่สลับกันเสียนี่
ฉากประทับใจตอนจบสมบัติตามบทต้องแต่งกับดีเสวต ยื่นมือให้ดีเสวตจับ สายตาบอกว่าสงสารและสงสัย ไม่สื่อว่ารักแต่จำใจ ฝ่ายอรัญญา นั่งหน้าเศร้าน้ำตาซึม เจียยุทธรเดินเข้ามาหา ยื่นดอกกุหลาบให้ อรัญญารับจับที่ก้านแล้วกำมือแน่น สื่อว่ากำหนามที่ก้านให้แทงเนื้อ แสดงความเจ็บลึกที่ต้องแต่งกับคนที่ไม่รัก...อะไรอย่างนี้
เรื่องนี้อยากดูอีกมาก หาไม่เจอเลย ดูครั้งเดียวจริงๆ จำเรื่องไม่ได้แล้ว แต่ซึ้งตอนจบนี้ ใครพอทราบรายละเอียดบอกหน่อยได้ไหม ซึ้งนะซึ้ง..แต่โมโหนิดๆ ว่าทำไม่ไม่ให้พระ-นางของเราลงเอยกันเล่า..โธ่

จาก: แมนสรวง
วันที่: 16/03/50 - 12:00 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 71
พี่ก็ได้ชมรักข้ามขอบฟ้าค่ะ แต่ก็ยังเด็ก เรียนชั้นประถม จำรายละเอียดไม่ได้เช่นกัน จำได้แต่ว่าประทับใจฉากที่คุณแมนสรวงเล่ามาเช่นกัน ใครทราบช่วยให้รายละเอียดด้วยนะคะ หาแผ่นก็ยังไม่เจอค่ะ
อีกเรื่อง สำหรับความประทับใจพระ-นาง สมบัติ/อรัญญา เรื่อง แสงเดือน เป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่พี่เปี๊ยกเล่น ฉายไล่ๆ กับ อีแตน แสนพยศ สันกำแพง ช่วงนั้น เรื่องนี้พี่เปี๊ยกรับบทเป็นพี่สาวของสมบัติค่ะ น่าแปลก ทั้งที่เล่นคู่กันอยู่ดีๆ มาให้รับบทพี่ แล้วเป็นตัวเอก มิใช่นางเอก เพราะสมบัติคู่สุทิศา ชอบว่าพี่เปี๊ยกสวยด้วยเล่นดีด้วยจากเรื่องนี้ที่พลิกบทบาท ทำงานส่งน้อง(คือสมบัติ)เรียน แล้วถูกหนุ่มเพลบอยหลอก(แสดงโดยอนุชา รัตนมาลย์) ต้องเป็นเมียน้อยเขาและบังคับขายบริการ ตอนแรกสมบัติไม่รู้ คิดว่าพี่สาวทำงานบริษัทใหญ่ได้เงินมาก ตอนหลังรู้ความจริง ต่อว่าและตบหน้าพี่สาวที่ทำงานไม่ดี เป็นฉากสะเทือนใจตอนหนึ่ง ประทับใจคู่นี้เล่นเข้ากันดี แต่ติดใจอยู่นิดๆ ว่าให้เป็นพี่สมบัติได้ยังไง ทั้งที่ตอนนั้นพี่เปี๊ยก 20 ต้นๆ สมบัติน่ะ 30 ต้นๆ แล้ว ในเรื่องพี่เปี๊ยกชื่อแสงเดือนเหมือนชื่อหนัง ตอนจบตาย สมบัติแต่งกับสุทิศา เพื่อนเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ประทับใจที่พี่เปี๊ยกมารับบทชีวิตหนัก เดินเรื่องตลอดเป็นครั้งแรกทั้งที่เพิ่งแสดงใหม่ๆ แล้วยังเป็นพี่สมบัติอีก(นึกแล้วขำไม่หาย)ก็ตรงนี้แหละค่ะ

จาก: ประภา
วันที่: 17/03/50 - 12:31 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 72
เมตตา รุ่งรัตน์ เป็นดาราอีกคนหนึ่งที่มีฝีมือมาก ประทับใจน้าเหน่งอยู่ 2 เรื่อง นอกเหนือจากบทร้ายกรี๊ดกร๊าด บทตลก เพื่อนคู่หูนางเอกหลายคนแล้ว บทชีวิตที่ดีก็มี รอยลิขิต เป็นเมียโจรที่พ่อนางเอกยิงตาย จึงสลับลูกตนกับลูกปลัด แล้วคิดถึงลูก จึงปลอมเป็นคนใช้ในบ้านคุณนายปลัด เพื่อใกล้ชิดลูก (แสดงโดยอำภา) น้าเหน่งแสดงด้วยสายตาทั้งเรื่อง ห่วงลูก แค้นเมียปลัด(พิศมัยแสดง) อำภาไม่รู้ว่าเป็นแม่ก็ดุ ว่า เพราะคิดว่าเป็นคนใช้ จะทำปลาร้าให้กิน เพราะตามเรื่องเป็นคนอีสาน อำภาไม่กินไม่ชอบ ดูถูกด้วย น้าเหน่งน้ำตาซึม เก็บกดดีมาก สายตาแสดงความอาทร ตอนสุดท้ายลูกไปนอก แอบไปดูอยู่ใกล้ปากทางออกผู้โดยสาร ตาละห้อยแสดงความอาดูรดีมากตลอดทั้งเรื่อง..ประทับใจจริงๆ
อีกเรื่องคือ ครูขา..หนูเหงา น้าเหน่งเป็นแม่จารุณี ในเรื่องเป็นหญิงบริการ หาเงินส่งลูกเรียนประจำ นำเงินมาให้และมาเยี่ยมบ่อยๆ ควงผู้ชายไม่ซ้ำมา ทำให้ลูกถูกเพื่อนล้อ ลูกได้คะแนนภาษาอังกฤษดี เพื่อนว่ากระทบถึงแม่ จารุณีต่อว่าเมตตาไม่อยากให้มาหา อายเพื่อน น้าเหน่งแสดงสายตาอาวรณ์ดีมาก เสียใจที่ลูกไม่รัก แต่เข้าใจว่าอายเพื่อน ตัดใจพูดว่าจะไม่มาอีก หากมาจะพยายามหลบไม่ให้ใครเห็น แต่ลูกไม่อยากให้มา น้าเหน่งแสดงความรักที่มีต่อลูกด้วยสีหน้าและแววตาได้ถึงอารมณ์ดีมากเลย น้ำตาไหลเป็นทาง สะกดคนดูได้เยี่ยมเลย....
นับเป็น 2 เรื่อง ที่น้าเหน่งแสดงด้วยสายตา ไม่ต้องเอะอะโวยวายเหมือนเรื่องอื่นๆ และเป็นบทร้ายลึกเย็นชา ซ่อนกลดีไม่ต้องกรี๊ด..ประทับใจค่ะ

จาก: ศิริสุภา
วันที่: 17/03/50 - 14:05 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 73
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับคุณศิริสุภา

จาก: จุ้ยแฟนพันธุ์แท้อำภา ภูษิต
วันที่: 19/03/50 - 10:03 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 74
ประทับใจ ไชยา-พิศมัย จากเรื่อง ค่าของคน ตอนที่นางเอกกลับบ้านสวน พระเอกตามไปง้อ พระเอกปีนหน้าต่างห้องนางเอกแล้วเสื้อไปเกี่ยวอยู่ใกล้จะตก นางเอกมาช่วยดึงออกแล้วใจอ่อนยอมให้พระเอกเข้าห้องได้ แง่งอนนิดหน่อย แต่น่ารักและดูสมจริงระหว่างพระ-นางเจ้าบทบาทฝีมือเยี่ยมทั้งคู่ ไชยา สายตาหวาน พูดจาออดอ้อนเก่งอยู่แล้ว พิศมัยเก็บความรู้สึกและทนงในตัวได้ดีอยู่แล้ว ทำให้คนดูโล่งอก ว่าต่างฝ่ายต่างลดทิฐิมานะลงแล้ว จะได้แฮปปี้เอนดิ้ง หวานๆสักนิด หลังจากประชดประชัน บีบคั้นอารมณ์กันมาทั้งเรื่อง ฉากเล็กๆ...แต่ก็ประทับใจได้เช่นกันค่ะ

จาก: สุดา
วันที่: 19/03/50 - 17:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 75



คุณสุดาขา..เล่าเรื่องค่าของคนให้ฟังอีกสิค่ะ เพราะอยากดูมากแต่ไม่มีโอกาสได้ชมเลย..และขอถามหน่อยเถอะค่ะ...ว่าภาพนี้มาจากเรื่อง "ค่าของคน"หรือเปล่า

จาก: จุ
วันที่: 20/03/50 - 12:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 76
คุณจุขา เรื่องภาพพี่ไม่แน่ใจนะคะว่าจากเรื่องค่าของคนหรือเปล่า ต้องขอโทษด้วย ให้อภัยคน(ใกล้จะ)แก่ด้วยนะคะ แต่เรื่องนี้มีฉากประทับใจอีกฉากคือ ที่บ้านสวนของนางเอกเช่นกัน แต่เป็นตอนกลางๆ เรื่อง คนละฉากกับความคิดเห็นที่ 74 นะ เป็นตอนที่พระ-นางและลูก ชื่อมากี้(ตามบทเป็นลูกของน้องชายพระเอก แต่พระเอกรับเลี้ยงแทน) ไปพักที่บ้านสวน นางเอกกับลูกพักห้องเดียวกัน แต่พระเอกแยกพักอีกห้อง พอลูกหลับ พระเอกออกอุบายให้นางเอกเข้าไปที่ห้องตน อ้างว่าหาของใช้ไม่เจอ อะไรอย่างนี้ แล้วก็พูดจาแทะโลมนางเอก จนนางเอกใจอ่อนไม่กลับห้อง ค้างกันที่นั่น เป็นฉากที่พระ-นางได้กันครั้งแรกละค่ะ แต่ลีลาออดอ้อนเล้าโลมของป๋าไชยาท่านทำซึ้งจริงๆ จนมี้ใจอ่อนไปเลย ตั้งแต่ลูบแขน แตะคาง จับแก้ม มี้ซึ่งตามบทชอบเขาอยู่แล้ว แต่ทำไว้ตัว ก็สื่อด้วยสายตาเห็นใจ ตาละห้อย เคล้ากับเสียงอ่อนหวานของป๋าแล้วทำให้เคลิ้มได้เลย...เป็นเลิฟซีนที่บริสุทธิ์จริงๆ ได้รับความรู้สึกคล้อยตามอย่างละเมียดละไมมาก..ไม่เห็นต้องตบจูบแบบที่คุณพิศาลนำมาสร้างใหม่เลยนะ...จะบอกให้ แค่ฉากนี้ก็ซึ้งลีลาของดาราทองคู่นี้แล้วค่ะ

จาก: สุดา
วันที่: 21/03/50 - 15:39 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 77



อิจฉาตาร้อน....ที่คุณสุดาได้ดู...ถ้ามีฉากไหนจำได้เล่าให้ฟังอีกนะคะ..ขอบคุณมาก...เดี๋ยวจะนำภาพมาให้ชม(มีแต่ภาพค่ะ) แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไรแล้ว

จาก: จุ
วันที่: 21/03/50 - 15:53 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 78



"ค่าของคน"

จาก: จุ
วันที่: 21/03/50 - 15:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 79
อิจฉาคนเกิดก่อน(นาน)หรือค่ะคุณจุ ไม่เป็นไร เดี๋ยวคงมีซีดีออกมาอีกเรื่อยๆ อาจมีเรื่องนี้เช่นกัน พี่เองก็ไม่ได้ดูหลายเรื่องในยุคของตน ได้มาดูซีดีเช่นกันค่ะ ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันเท่าไหร่
ทั้ง 2 ภาพ จาก ค่าของคนหรือค่ะ ภาพ 2 ใช่ค่ะ เป็นตอนที่พี่เล่าในความคิดเห็นที่ 76 พอลูกหลับ พระเอกก็เรียกนางเอกไปที่ห้อง ออกอุบายว่าหาของสักอย่างไม่เจอ แต่ภาพบนไม่แน่ใจ เพราะเห็นพระเอกแต่งชุดเต็มยศ ซึ่งในค่าของคนพระเอกเป็นหนุ่มสังคมเจ้าสำราญ ไม่น่าแต่งแบบนี้ แต่มี้แต่ชุดไทยในค่าของคนมีค่ะ เป็นตอนแรกๆ ที่รำในงานอะไรสักอย่าง(เห็นไหมค่ะ เคยดู ก็จำได้ไม่หมด) ถ้าภาพบนไม่ใช่ค่าของคนก็อาจเป็น ธนูทอง หรือเปล่าไม่แน่ใจ(คิดไปไกลตามประสาคนรู้มาก ฮิฮิฮิ)
ค่าของคนมีฉากประทับใจอีกฉาก คือนางเอกพกพารูปผู้ชายคนหนึ่ง(พี่ชาย)ติดตัวเสมอ แต่พระเอกไม่ทราบว่าเป็นพี่ชาย เข้าใจผิดว่าเป็นคนรักเก่า จึงแสดงอาการหึงหวงทุกครั้งที่นางเอกนำรูปออกมาดู ประทับใจลีลาการแสดงหึงหวงของป๋าไชยา ทำฉุนเฉียว หน้าเปลี่ยนสี พูดจาถากถางนางเอก สายตาสื่ออาการทั้งโกรธทั้งโมโหได้ดี มี้ก็แสดงท่ายิ้มเยาะ ยั่วโมโหได้น่ารัก ให้พระเอกหงุดหงิดยั่วะได้อารมณ์ดีมาก แง่งอนกันแบบน่ารักน่าเอ็นดูทีเดียวละค่ะ เรื่องนี้เคยสร้างหลายครั้ง โดยเฉพาะละครทีวี คิดว่าคุณจุคงได้ชมบ้างที่คนอื่นเล่น คงทราบเรื่องโดยรวมอยู่แล้วนะคะ

จาก: สุดา
วันที่: 22/03/50 - 13:36 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 80
ฉากจบของไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ ก็สะใจแท้นะ เมื่อนาทมาต่อว่าภัทราวดีที่นั่งรถเข็นว่าขอให้ปล่อยเขาไป เขาควรจะมีอนาคตและได้แต่งงานกับสาวๆ ไม่ใช่คนแก่ ปะทะคารมและเฉือนบทกันดี จากนั้น ภาวนา ซึ่งเป็นน้องภัทราวดี ได้ยินหมด แอบฟังอยู่ เข้าใจทุกเรื่องว่าพระเอกหลอกพี่สาวตนและเป็นคนไม่ดี กะล่อน หลอกสาวๆ หลายคน จึงตัดสินใจคว้าปืนที่ซ่อนอยู่กับพี่สาว ยิงพระเอก 3 นัด นัดแรกสำหรับพี่สาวที่มีบุญคุณ นัดที่สองสำหรับตัวเองที่ถูกหลอก และนัดที่สามสำหรับผู้หญิงอื่นๆ ที่พระเอกเคยหลอกมา...ร่างพระเอกดับคาที่..โอ้..สะใจและสาสมในความเลวของพระเอก(ในเรื่อง)ที่พบจุดจบแบบโดนใจเช่นนี้(ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

จาก: เพ็ญอาภา
วันที่: 22/03/50 - 16:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 81
ขอบคุณมากเลยค่ะ..พอดีภาพบนทราบมาแล้วเหมือนกัน จากเรื่อง ค่าของคน ตอนต้นเรื่อง ที่ต้องรำหน้าม่าน สลับกับละครที่พระเอกรับเชิญแสดงงานศิษย์เก่าภาคพื้นยุโรป...พระเอกต่อรองราคาค่าตัวนั้นเองค่ะ...ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับความกรุณา....

จาก: จุ
วันที่: 22/03/50 - 19:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 82
ฉากประทับใจในหนัง สุดทางรัก เป็นการปะทะคารมกันระหว่างอรัญญากับเปียทิพย์ ตามเรื่อง อรัญญาเป็นแม่ เนาวรัตน์เป็นลูกไปรักกับวิฑูรย์เป็นลูกเปียทิพย์กับเศรษฐา ซึ่งเศรษฐา เคยหลอกอรัญญาแล้วหนีไป มีลูกชายจะมาเอาคืนแต่กลับขับรถชนลูกตาย แล้วไปแต่งงานใหม่กับเปียทิพย์ อรัญญาแต่งใหม่กับสรพงษ์ ลูกกับลูกมารักกัน อรัญญาทราบว่าเปียทิพย์คือเมียใหม่ แต่เปียทิพย์ไม่ทราบว่าอรัญญาคือเมียเก่า จึงนำเรื่องลูกกับเรื่องของตนมาฉะกันได้สะใจ อรัญญาไม่อยากให้เนาวรัตน์โดนหลอกเหมือนตน ไปด่าเปียทิพย์ว่าไม่สั่งสอนลูกให้มีความรับผิดชอบเช่นเดียวกับพ่อ เปียทิพย์ไม่ยอมคิดว่าเรื่องของเด็กทำไมผู้ใหญ่โกรธได้ขนาดนี้ ไม่ยอมโดนด่าเปล่า แล้วตอบโต้ด้วยสีหน้า วาจา คารม คมเฉียบกันทั้งคู่ สมบทบาทนางเอกยอดนิยมกับดารายอดฝีมือจริงๆ

จาก: ประภา
วันที่: 27/03/50 - 15:09 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 83
เหมือนความคิดที่ 80

จาก: chat
วันที่: 27/03/50 - 20:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 84
ประทับใจอีกฉากในหนัง ค่าของคน ไชยา-พิศมัย ขอต่อยอดพี่สุดา เป็นตอนที่พิศมัยนำรูปพี่ชายออกมาดู แล้วร้องเพราะสงสารพี่ สุวัจชัย สุทธิมา นักร้องดังเล่นเป็นน้องของไชยา เข้ามาปลอบมี้ และแสดงความเห็นใจ ซึ่งรู่ว่าที่มี้ยอมแต่งกับไชยา เพราะเอาเงินส่งไปให้พี่ชายเรียนทหารเรือ พอป๋าไชยาเข้ามาเห็นมี้กับสุวัจชัยกำลังแสดงความสงสารกับอย่างซาบซึ้ง เกิดความหึงหวง เพราะตอนนั้นพระ-นาง ได้เสียกันแล้ว หลังกลับจากบ้านสวน จึงเข้ากระชากสุวัจชัย ชกเสียกระเด็น มี้เข้าไปห้าม เลยทำรูปตก ไชยาเห็นรูป จึงต่อว่ามี้หลายใจว่ากอดกับคนหนึ่ง ถือรูปอีกคนหนึ่ง แล้วแต่งกับอีกคนหนึ่ง ท่าทางหึงหวงหัวเสียของป๋าไชยา น่ารักน่าดู มี้ก็เก็บอารมณ์ดี ไม่พูดอะไร น้ำตาซึม เหมือนแกล้งยั่วป๋าไปในตัวให้หัวเสีย..น่าเอ็นดูทั้งคู่เลย ที่น่าสงสารคือ สุวัจชัยนอนปากแตกเลือดกลบอยู่ซิ...น่าเสียดายป๋าอู๊ด ไชยา ไม่น่าอายุสั้น ไม่งั้นถ้ายังอยู่แล้วได้เล่นหนัง-ละครกับมี้อีกในยุคนี้ คงน่าชมมากเชียวหล่ะคู่นี้เล่นบทแรงๆ ได้อารมณ์ดีมากค่ะ

จาก: จันธิรา
วันที่: 08/04/50 - 17:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 85
ฉากหนึ่งในหนัง ทิวาหวาม ตอนที่ นัยนากับมยุรฉัตรเพื่อนสนิทไปพบพิศมัย เพื่อบอกความจริงว่านัยนาท้องกับชนะ ท่านทูตมารุตแล้ว ขอให้รับผิดชอบ มยุรฉัตรพูดในเชิงต่อว่าพิศมัยและต่อว่าชนะที่ไม่รับผิดชอบ พิศมัยเก็บความรู้สึกได้ดีและมองชนะในด้านดีว่าไม่เป็นคนเช่นนั้น พูดในเชิงเปรียบเปรยว่านัยนาทำตัวไม่ดี นัยนาไม่พูดอะไร น้ำตาซึมแต่มยุรฉัตรโกรธแทน เมื่อทั้งคู่กลับไปแล้วพิศมัยน้ำไหลออกมาด้วยความอัดอั้น..ซึ้งใจมาก
เย็นนั้น ชนะกลับมาเกิดต่อว่ากันอย่างแรง พิศมัยหยิบปืนมายังไม่ทันตั้งใจจะยิน กระสุนลั่นไปโดนขาชนะ ชนะได้สติให้พิศมัยส่งปืนให้ตนถือแล้วบอกว่าตนเองทำปืนลั่นเอง..ประทับใจในความผูกพันที่ยังมีให้กันอยู่ แม้จะมีคนใหม่ตามเนื้อเรื่อง...ตอนหนึ่งใน ทิวาหวาม ชนะ-พิศมัย-ยอดชาย-นัยนา เรื่องนี้มีซีดีด้วยนะจ๊ะ ยกกองไปถ่ายที่กรุงโรม อิตาลี ตามบทเลย น่าชม

จาก: จันทรา
วันที่: 10/04/50 - 14:30 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 86
จากเรื่องเดียวกัน ทิวาหวาม ประทับใจคุณเมตตา เล่นเป็นน้าของพิศมัย แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องในวัยใกล้กัน เป็นผู้ประสานให้ปัญหาลงตัวได้ดี มีจริงจังแกมตลกอยู่ในตัว เล่นเป็นธรรมชาติมาก ตอนจบพาพิศมัยไปดูลูกของชนะที่เกิดจากนัยนา แล้วปลอบพิศมัยให้พยายามทำใจ ยอมรับความเป็นจริง ด้วยอาการสงสารอยู่ในตัว เป็นผู้ช่วยนางเอกเคลียร์ปัญหาชีวิตได้ดีทีเดียว

จาก: สุดาภา
วันที่: 17/04/50 - 11:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 87
ประทับใจบทบาทการแสดงของพิศมัยกับเนาวรัตน์อยู่เรื่องหนึ่ง คือ ผิดหรือที่จะรัก พิศมัยเล่นเป็นแม่สรพงษ์พาเนาวรัตน์ซึ่งเป็นคนรักไปพบแม่ พิศมัยไม่ชอบ แสดงความรังเกียจเนาวรัตน์ ตั้งแต่ใช้สายตาดูการแต่งตัวที่ไม่สุภาพ ใส่กางเกงยีนส์รัดรูป และรู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ของท่านรัฐมนตรีกับคุณหญิง จึงรังเกียจ บทให้ใช้สายตาถากถางและวาจาเชือดเฉือนกันดี เช่น พิศมัยบอกเนาวรัตน์ว่า นั่งซิแล้วค่อยคุยกัน ถ้าเธอไม่กลัวกางเกงจะปริและถ้าอยากจะนั่ง ทางบ้านคงสอนมาดีนะเวลาจะพูดกับผู้ใหญ่...อะไรอย่างนี้ เหมือนจิกกันด้วยวาจา สายตาระหว่างแม่ผัว-ลูกสะใภ้ ฝ่ายเนาวรัตน์ก็โต้ว่า คุณแม่เป็นแม่ม่าย คงมีเวลาลับฝีปาก หรือมีโอกาสหาผู้ช่วยหลายคนเวลาว่างมาฝึกลับปาก จึงได้มีวาจาเฉียบเช่นนี้..โอ้โห...แสบสันต์แท้ๆ โดยไม่ต้องตบตีกัน ก็สะใจจริงได้...มีซีดีด้วย..ลองหาชมซิคะ..มันส์หยด..ไม่เชื่อลองดู

จาก: สุดา
วันที่: 19/04/50 - 14:48 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 88
ประทับใจบทบาทของ ทาริกา ธิดาทิตย์ มาก ในเรื่อง เหนือกว่ารัก เป็นแม่ที่เสียสละอย่างยิ่ง วางแผนให้สามี(ยอดชาย) เข้าใจตนผิดว่านอกใจ รังเกียจที่ตาบอด เพื่อให้กลับไปอยู่กับคู่หมั้นเก่า(อรัญญา)จะได้รักษาตาหายบอดได้ สะเทือนใจกับการเสียสละครั้งนี้ถึงกับต้องหลั่งน้ำตาเลย และฉากใกล้จบไปบวชชี ลูก(เนาวรัตน์) ทราบความจริง เข้ามาหาแล้วก้มกราบ...ประทับใจมากๆ สมแล้วที่เธอได้รางวัลจากอาเชียน
แม้ภาพเธอเป็นนางร้าย ดาวเซ็กซี่ ฯลฯ แต่เรื่องนี้เป็นไฮไลท์เรื่องหนึ่งในการแสดงของเธอก็ว่าได้ เพราะต่อมาก็ไม่เห็นบทเด่นเช่นนี้อีกเลยในหนังใหญ่

จาก: อาภา
วันที่: 30/04/50 - 13:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 89
เรื่องเดียวกันกับคุณอาภา คห.88 แต่สร้างก่อนหน้านั้น ในชื่อเรื่อง "ดวงใจแม่" สมบัติ-สุทิศา-สันติ คราประยูร-เมตตา และ สุมาลี ทองหล่อ รับบทที่ทาริกาแสดง บทลูกคือสุทิศา ซึ่งชมจากวีซีดี เห็นว่าสุมาลี ทองหล่อ แสดงได้ดีมากคนหนึ่งในฉากต่างๆ ที่ทาริกาแสดงจากเรื่องเดียวกัน ประทับใจในฉากสำคัญ เช่น วางแผนให้สามีเข้าใจผิด(สมบัติ) วางแผนให้ลูกเข้าใจผิด ตอนหลังลูกสำนึกมากราบขณะเป็นชี.....
ไม่ได้ข่าวเธออีกเลย ไม่ทราบตอนนี้เธออยู่ไหน แต่เมื่อดูเรื่องนี้แล้วนึกถึงเธอจริงๆ

จาก: จันธิรา
วันที่: 02/05/50 - 18:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 90



ดูใบปิดหนังประกอบความเห็นของคุณจันธิรานะคะ

จาก: สมร
วันที่: 03/05/50 - 15:11 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 91



ดูใบปิดหนัง "เหนือกว่ารัก" ประกอบความเห็นของคุณอาภาค่ะ เรื่องนี้กับเรื่อง ดวงใจแม่ เป็นเรื่องเดียวกัน สร้างคนละครั้ง จากค่ายเดียวกัน

จาก: พิมพา
วันที่: 09/05/50 - 18:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 92



ประทับใจพี่จิ๊กสวยเซ็กซี่

จาก: น้องนิว
วันที่: 09/05/50 - 19:28 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 93
ยังมีอีกหนึ่งเรื่อง ผลงานของค่ายเดียวกันที่มีการสร้าง 2 ครั้ง แต่มีการเปลี่ยนชื่อเรื่อง ทั้งๆที่เป็นเรื่องเดียวกันชื่อตัวละครเหมือนกันผู้กำกับคนเดียวกันคือ สนาน คราประยูร
เรื่อง " รักชั่วฟ้า " สมบัติ/อรัญญา/ครรชิต/สุมาลี ทองหล่อ/เมตตา
เรื่อง " นานแค่ไหนก็จะรัก " จตุพล/เนาวรัตน์/นพพล/ธิติมา/ทาริกา
ทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน นางเอกเป็นคนฮ่องกงพระเอกไปเรียนที่นั่นแล้วได้เสียกัน พระเอกมีเหตุต้องกลับมาเมืองไทยก่อน นางเอกตามกลับมาที่เมืองไทยตามหากันไม่เจอและมีการเข้าใจผิดนางเอกตกระกำำลำบากและมีลูกด้วย กว่าจะเข้าใจกันต้องผ่านเรื่องราวมากมาย สุดท้ายก็แฮปปี้

จาก: น้ำขิง
วันที่: 10/05/50 - 10:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 94



คุณน้ำขิงหายไปนานนะคะ พี่ๆ ยังบ่นถึงว่าไม่ค่อยเห็นตอบ ซัมเมอร์ไปไหนมาหรือค่ะ พวกพี่ไปหลายที่เพิ่งกลับกันมา และช่วงนั้นได้ลองฝึกก๊อปปี้-โพสรุ) เลยได้ส่งรูปใบปิดหนัง-รูปดารามาร่วมสนุกด้วยได้(ฝึกจากลูกบ้าง ลูกศิษย์บ้าง ลูกน้องบ้าง สนุกดี)
เลยส่งมาให้ชมประกอบความเห็นค่ะ รักชั่วฟ้า สมบัติ-อรัญญา ประทับใจฉากนางเอกมีอาการเพ้อ จะกระโดหน้าผาตาย พระเอกมาช่วยทัน ตอนใกล้จบ มีซีดีดู เรื่องเหมือนกับ นานแค่ไหนก็ยังรัก (ไม่ใช่จะรัก)ค่ะ

จาก: พี่ๆ แฟนคลับ
วันที่: 10/05/50 - 13:51 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 95
ประทับใจฉากในหนัง มือปืน2สาะวิน ที่พวกจ่าเเร่ม หมวดดนัย ดอกอ้อ เเล้วก็คนของฝั่งไทย ข้ามเเม่น้ำไปช่วยพวกของทูเล่ เเละชาวบ้านกระเหรี่ยงให้อพยพหนีเครื่องบินโจมตี คือตอนดูก็นั่งลุ้นอยู้ว่าฝั่งไทยจะลงไปช่วยหรือเปล่าสุดท้ายก็ลงไป มันประทับใจบอกไม่ถูก

จาก: **nn
วันที่: 10/05/50 - 13:56 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 96



เรื่อง"ไร้เสน่หา" ฉากสุดท้ายนี้ยังติดตาอยู่ในความทรงจำไม่ลืมเลยค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 10/05/50 - 14:06 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 97
หวัดดีครับพี่ๆแฟนคลับ มีคนบ่นถึงมิน่าล่ะผมถึงจามฮัดเช้ย.. ช่วงนี้ที่หายไปนานเพราะถูกมรสุมงานกระหน่ำต้องจัดระบบระเบียบใหม่ตอนนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วครับ ปกติใช้คอมที่ออฟฟิศอย่างเดียว ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ก็ได้ไปทัวร์ประเทศเพื่อนบ้านครับ ลาว-เวียตนาม ก็สนุกดีแล้วพี่ๆไปเที่ยวไหนกันบ้างครับ.. ฉากประทับใจอีกเรื่องที่นึกออกคือ วัยอลวน 4 หนังที่มีฉากเดินทางโดยทางรถยนตร์อยู่หลายฉาก ไพโรจน์ ( สัง ) ไม่ค่อยลงรอยกับพี่เมียคือ จิรวดี จะขัดแย้งเห็นไม่ตรงกันเถียงกันทุกเรื่องตั้งแต่กรุงเทพฯยันเชียงใหม่ จนตอนสุดท้ายขากลับจากเชียงใหม่มากรุงเทพฯ ไพโรจน์เป็นคนขับเมื่อเหตุการณ์ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ลลนาได้พูดกับจิรวดีว่า " นั่งเบาะหลังกับขับเอง มันไม่เหมือนกันหรอกนะ " ตีความหมายได้หลายประเด็นด้วยมุมมองที่ต่างกัน

จาก: น้ำขิง
วันที่: 11/05/50 - 16:16 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 98
ระหว่างคุณน้ำขิงไม่อยู่ก็มีคนสนใจตอบเป็นระยะๆ เช่นกันนะคะ
มีฉากประทับใจอีกเรื่อง จาก เล็บครุฑ 78 กรุง-อรัญญา ตอนใกล้จบ พระเอก-กรุง ไปส่งอรัญญาทางเรือกลับประเทศไป ทั้งสองมองตาด้วยความอาลัย น้ำตาซึมเล็กน้อย ประทับใจได้เช่นกัน ที่ซึ้งเพราะเรื่องนี้พระ-นางเล่นเข้ากันดี คลุกคลีใกล้ชิดกันทั้งเรื่อง จนคนดูอย่างเรา "อิน" (แฮ่ะๆๆๆ) พอจะจาก เมื่อใกล้จบ ก็...เศร้าได้...เคลิ้มน่ะ
แม้เป็นหนังบู๊ แต่ก็ซึ้งใจเล็กๆ เพราะทั้งคู่เล่นกันดี ยังคิดอยู่ว่า นอกจากสมบัติที่คู่อรัญญาเล่นกันทุกบทได้แล้ว ก็มีกรุงอีกคนที่เล่นหนังกับอรัญญาได้เกือบทุกบทรองจากสมบัติ ทั้งรัก บู๊ ตลก แง่งอนแล้วก็เลิฟซีน จะมีบทเดียวที่กรุงกับอรัญญาไม่ได้เล่นด้วยกัน คือ ร้องเพลงในหนัง แต่กับสมบัติได้ร้องคู่กันหลายเรื่องโดยร้องเอง...ก็เป็นความประทับใจอีกฉากหนึ่ง

จาก: ชายขอบ
วันที่: 14/05/50 - 17:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 99



ฉากประทับใจผมอีกเรื่อง คือเรื่อง "เพื่อนแพง" มีมากมายหลายฉาก
เช่น ตอนที่ พระเอกไอ้ลอ(สรพงษ์)เพิ่งรู้ความจริงจากจดหมายที่นางเอกอีแพง(ชณุตพร)เผลอทำหล่นไว้ที่พื้น ว่าตลอดเวลาที่พระเอกป่วยหนัก คนที่ดูแลพระเอกตลอดคืออีแพง
นางเพื่อนกลับไปเที่ยวกับชายบางกอกผู้ดีร่ำรวย เพื่อหวังผลบ่อหน้า
ยามชายคนรักตกอับ และเอาความดีความชอบใส่ตัวตลอด
พอพระเอกรู้ ก็ซึ้งใจนางเอก และได้เจอนางเอกในกระท่อม ไม่ต้องพูดอะไรมาก สายตาและใบหน้าที่แสดงออกของสรพงษ์และชณุตพร ฝีมือระดับเทพ
แล้วคนดูก็ประทับใจมากกว่าจะไปสนใจเรื่องบทเลิฟซีน
ผู้กำกับ(เชิด ทรงศรี คงเน้นแบบนี้ตามบทประพันธ์)
ต่อมาทั้งสองก็ถูกชาวบ้านรังเกียจ ครหานินทา
รุมด่าประนาม ว่าเป็นชู้กัน เลวทั้งคู่ ฝ่ายชายนอกใจคู่หมั้น
ฝ่ายหญิงก็แย่งว่าที่สามีของพี่สาว
แล้วก็มาถึงคำพูดที่สรพงษ์ พูดกับนางเพื่อน ที่โดนด่าว่าเลว
เอาน้องคู่หมั้นมาเป็นเมีย โอ้โห คำพูดสรพงษ์ ฟังแล้วขนลุก น้ำตาซึมครับ ประกอบกับบทบาทการแสดงด้วย
บทภาพยนตร์ของยาขอบ บีบหัวใจ กระชากอารมณ์สุดยอดจริงๆ
มีหลายบท ค่อนข้างยาว ผมประติดประต่อไม่ค่อยได้
แต่จดจำความรู้สึกและอารมณ์จากการได้ดูหนังเรื่องนี้ได้อย่างไม่รู้ลืม
มีตลอดทั้งเรื่องครับ คุ้มค่าทั้งเงินและเวลาที่เสียไป ประทับใจตลอดกาลครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 14/05/50 - 21:35 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 100
จากเรื่อง "เพื่อนแพง" อีกฉาก ลืมบอกไป เป็นฉากที่สรพงษ์หลังจากได้กับชณุตพรแล้ว
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรวมทั้งพ่อของนางเอก(ที่เลี้ยงพระเอกซึ่งกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เล็ก)
ก็ไม่ต้อนรับ พระเอกจึงหอบผ้าหอบผ่อนพร้อมนางเอก แล้วพูดว่า "ไปเถอะอีแพง เราไปตายเอาดาบหน้า
พี่มีปัญญาพอที่จะเลี้ยงดูเจ้า
และอีกหลายคำ จำไม่ได้
รู้แต่ว่า แต่ละคำฟังแล้ว โดนทุกคำ
นับถือยาขอบกับเชิด ทรงศรี จริงๆ
นอกจากนักแสดงแล้ว
ต้องขอชมนักพากย์ด้วย
รอง เค้ามูลคดี(ลอ) กับ จุรี โอศิริ(เพื่อน)
และชณุตพร(แพง) ก็มีส่วนทำให้หนังสุดยอดประทับใจ

จาก: อ๊อด
วันที่: 14/05/50 - 21:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 101



เรื่องนี้..เรียกน้ำตาได้หลาย...ยังจำได้ค่ะ "เหนือกว่ารัก"

จาก: จุ
วันที่: 14/05/50 - 22:13 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 102
ประทับใจฉากจบของเรื่อง หัวใจที่จมดิน หนังชีวิตเข้มข้น พิศมัยเล่นเป็นแม่ พิศาลเล่นเป็นลูก พิศมัยต้องไปทำงานขายบริการส่งพิศาลเรียน โดยที่พิศาลไม่ทราบว่าแม่ทำงานอะไร สุดท้ายพิศมัยถูกรถชนตาย เพราะวิ่งหนีพิศาลที่จะเข้ามาลวนลามโดยไม่รู่ว่าเป็นแม่ พิศาลไปทราบจากป้า (มารศรี ณ บางช้าง เล่น)ว่าคือแม่ จึงมากราบศพที่ปลายเท้าพิศมัย พิศาลโขกศรีษะตนเองกับขอบแคร่ไม้ที่พิศมัยนอน เพื่อให้เลือดจาดศีรษะตนไปรดเท้าแม่ เป็นการสำนึกคุณแทนคำขอโทษ.....สะเทือนอารมณ์มากเลยค่ะ...มีใครได้ชมและประทับใจฉากนี้บ้างไหมค่ะ

จาก: สุดา
วันที่: 16/05/50 - 18:15 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 103



แค่ฟังคุณสุดาเล่าก็..สุดๆแล้วค่ะภาพยนตร์เรื่องนี้.เลยนำภาพมาให้ชมเพื่อย้อนความทรงจำเล็กๆน้อยๆ

จาก: จุ
วันที่: 16/05/50 - 18:27 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 104
เรื่อง "หัวใจที่จมดิน" ผมก็ได้ดู ประทับใจฉากสุดท้ายเช่นเดียวกับคุณสุดาครับ
รู้สึกก่อนพิศมัยจะตาย ได้มีการปะทะคารมกับพิศาลด้วย
สไตล์หนังของเชาว์ มีคุณสุต จะเป็นแนวแบบนี้(ส่วนใหญจะมีฝนตกประกอบด้วย)

จาก: อ๊อด
วันที่: 16/05/50 - 22:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 105
อีกเรื่องหนึ่งค่ะ เพิ่งไปคุยในกระทู้ของมี้มา ก็ "ราชินีบอด" ค่ะ ประทับใจฉากที่ ไชยาหนีเมตตา ก่อนไปต่อว่ากันมาก ดูถูกเมตตา ซึ่งตาบอด 1 ข้างและมีใบหน้าอัปลักษณ์แต่รักจริง ไชยารังเกียจและไม่ต้องการอยู่ด้วย จึงหาทางหนีจากเกาะ บททั้งสองเข้มข้นจนทำให้เกลียดไชยา(เฉพาะในเรื่องนี้นะ..อินมากเลย)ที่ดูถูกเมตตาว่าใจง่ายและไม่เจียมตัวที่อัปลักษณ์ ไม่คู่ควรกับตน สุนัขของเมตตากระโจนเข้ากัดไชยาขณะตบเมตตา ไชยาจึงฆ่าสุนัขตาย แล้วลงเรือหนีไป ต่อมาเรือล่มกลับมาติดเกาะอีกในสภาพอิดโรย เมตตาจึงฆ่าไชยา ควักหัวใจโยนทะเล แล้วฝังศพไว้กับสุนัข ปั้นรูปสุนัขอยู่ข้างบน...เป็นการล้างแค้นและเตือนใจว่าผู้ชายไม่ซื่อสัตย์เท่าสุนัข..เลยจะทำให้เกลียดผู้ชายเลยนะ จากฉากนี้ เพราะทั้งคู่เล่นดีมากค่ะ....แม้ในเรื่องไชยามาเกิดใหม่ เป็นพระเอกคู่พิศมัย เรายังนึกไปถึงความเลวตอนแรก...ยังมีอารมณ์อยู่เลย(ฮิฮิ)
จริงๆ แล้วประทับใจคุณเมตตามาก เป็นดารามีฝีมือท่านหนึ่ง แต่น่าเสียดาย หลังๆ มาเล่นเป็นบทตลกเสียมาก แล้วก็บทไม่เด่น เป็นคนใช้บ้าง แม่ครัวบ้าง....น่าจะได้บทย่ายาย หรือบทป้าน้าอาที่เข้มๆ อีกสักครั้ง เพราะเธอเป็นดารามีฝีมือคนหนึ่งทีเดียว จากเรื่องนี้ที่เธอได้บทเด่น...ก็ประทับใจเช่นกัน

จาก: สุดา
วันที่: 18/05/50 - 17:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 106
แต่ตอนนี้ป้าเหน่งก็กลับมาดัง ด้วยบทยายอุ่นคนใช้คู่ใจของ"กลีบผกา " ในเรื่อง แรมพิศวาส เล่นได้น่าหมั่นไส้มากและเป็นที่กล่าวถึงมากๆก็คือ ว่าน"รากราคะ" ของยายอุ่น ..แต่ก็ยังอยากเห็นป้าเหน่งได้รับบทเข้มๆบ้างทั้งบทดีบทร้ายป้าตีบทแตกอยู่แล้วจะได้หลากหลายมากขึ้นเพราะพอบทคนแก่เด่นๆทีไรตกเป็นของ มี้ พิศมัย ทุกทีอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง แฟนๆมี้อย่าโกรธนะครับ มี้ ก็เล่นดีอยู่แล้วแต่อยากเห็นดาราในรุ่นใกล้เคียงได้แสดงฝีมือบ้าง ป้าเหน่งน่าเล่นเป็นย่า/ยาย ของ เบ๊นซ์ พรชิตา/เอ๊ะ อิศริยา หรือ น้ำฝน พัชรินทร์ เพราะ สีผิวใกล้เคียงกัน

จาก: น้ำขิง
วันที่: 21/05/50 - 11:41 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 107



อยากเห็นเหมือนกันค่ะ...อาจเป็นได้ที่ใบหน้าของคุณเมตตายิ่งมีอายุยิ่งดูใจดีมีเมตตา ไม่ค่อยดุโดยเฉพาะดวงตา....ส่วนคุณพิศมัย ทำหน้าเฉยๆก็ดูดุแล้ว (ความเห็นของข้าพเจ้าเองค่ะ)หรือว่าไงค่ะ....

จาก: จุ
วันที่: 21/05/50 - 13:40 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 108
พูดถึงดาราอาวุโส ทำให้นึกถึงอีกท่านหนึ่ง ก็...เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ไงคะ ประทับใจเรื่องที่เธอแสดงอีกเรื่อง คือ วัลลี แสดงเป็นแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต เธอเล่นได้ดีมาก นอนตัวแข็ง ไม่กระดุกกระดิก สื่อทางสายตา น้ำตาไหล ได้อารมณ์มากเลย...ขณะลูกป้อนข้าวให้ เธอนอนและมองหน้าลูกด้วยความสงสาร เวทนาเป็นอย่างยิ่ง....ประทับใจมากทีเดียว

เธอหายไปนานนะคะ น่าจะกลับมาเล่นละครให้ชมบ้าง ฝีมือไม่ต้องพูดถึง รางวัล 2 ตุ๊กตาทอง 1 สุพรรณหงษ์ทองคำ และ 1 ตุ๊กตาทองทีวีมหาชนเป็นประกัน หากได้บทดี เธอเล่นได้แน่ เห็นชัดๆในยุคที่เธอดัง ส่วนมากเป็นหนังบู๊ บทไม่เน้นผู้หญิงเท่าไหร่ ถึงอย่างนั้นแม้เธอมีบทเพียง 2-3 ฉาก ไม่ว่าในเรื่องใด เธอก็ตั้งใจและทุ่มเทเต็มที่ เราได้เห็นความสามารถเธอตรงนี้ ก็น่าเสียดายที่ไม่ค่อยเห็นเธอแสดง ทราบว่าที่หยุดไปเพราะเธอไปพักกับลูกสาวในอเมริกา แล้วก็ไปๆกลับๆ อยู่บ่อย...น่าจะกลับมาเล่นละครอีกในบทที่ดีๆ ให้เราชมนะคะ...แฟนๆ คิดถึงเธอเช่นกัน

จาก: ทิพย์อาภา
วันที่: 21/05/50 - 14:17 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 109
เห็นด้วยกับคุณทิพย์อาภาค่ะ ว่าคุณเปียทิพย์เป็นดาราเจ้าบทบาทอีกคนหนึ่งที่ระยะนี้ห่างหายไป น่ากลับมาแสดงให้ชมอีก บทชีวิต บทแรงๆ ร้ายๆ หรือบทหนักๆ เธอก็เล่นได้ดีมากคนหนึ่ง เคยชมในหนังหลายเรื่อง ที่เธอมีบทเพียง 2-3 ฉาก ก็จริง แต่ความตั้งใจและลีลาการแสดง เห็นเลยว่าเธอพยายามมากและเข้าถึงบทจริงๆ

ประทับใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือ ผิดหรือที่จะรัก เธอเล่นเป็นแม่ของวิฑูรย์ กรุณา ฉากใกล้จบ วิฑูรย์ตาย เพราะผิดหวังในความรักจากเนาวรัตน์ สะเทือนอารมณ์มาก เปียทิพย์ปล่อยโฮร้องไห้ น้ำตาไหล เข้าไปกอดลูกแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งเลย ต่อว่าเนาวรัตน์ที่เป็นต้นเหตุให้ลูกเธอตาย ด้วยอารมณ์ที่สุดกลั้นไหว แม้เธอไม่มีบทมากในตอนแรก และดูว่าเป็นแม่ที่ใจดีและใจเย็น แต่ทำไมเปลี่ยนบุคลิกไปเลยเมื่อลูกตาย เหมือนคนละคน...แต่คนเป็นแม่เข้าใจค่ะ ว่าแม่ที่ใจเย็น ใจดี พอพบเหตุการณ์พลิกผันไม่คาดคิด มักควบคุมตนเองไม่ได้ ต่างจากแม่ที่โวยวาย อาจรับสถานการณ์ได้ เย็นลงและสำนึก...ซึ่งในประเด็นแรกที่สื่อให้เห็นว่าเปียทิพย์ตั้งใจเล่นและแสดงออกได้ดีมากเลย...อยากเห็นเธอแสดงอีกเช่นกันค่ะ



จาก: เพ็ญอาภา
วันที่: 23/05/50 - 17:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 110



แฟนๆเรียกร้องแล้ว...ว่างๆก็กลับมาแสดงบ้างนะคะ คุณเปียทิพย์

จาก: จุ
วันที่: 23/05/50 - 21:26 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 111
ประทับใจคุณเปียทิพย์ด้วยเช่นกันค่ะ ตามเหตุผลเดียวกันกับคุณทิพย์อาภาและคุณเพ็ญอาภา ไม่เห็นผลงานของเธอนานแล้ว...คิดถึงมากเลย

ฉากหนึ่งในเรื่อง ฝนหลงฤดู เธอเดินร้องไห้ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก เสียใจอย่างคนหมดอาลัยในชีวิต เหม่อลอย และหมดหวัง เพราะผิดหวังจากพระเอก สรพงษ์ ที่ไปหลงรัก เนาวรัตน์ (ซึ่งเป็นลูกหรือเป็นน้องในเรื่องจำไม่ได้) เธอจำต้องตัดใจจากพระเอก...น่าสงสารมาก เธอตั้งใจและทุ่มเทกับการแสดงจริงๆ ด้วย น่าชื่นชม และ อยากชมฝีมือเธออีกครั้งค่ะ

จาก: สมร
วันที่: 25/05/50 - 16:08 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 112
ถ้าจะให้ชอบ ก็มี เรื่อง
อย่าลืมฉัน (สมบัติ-อรัญญา)
คนกลางเมือง (แซม ยุรนันท์-อรัญญา)
แม่ปิง (สมบัติ - อรัญญา)
เป็นเรื่องที่ชอบมาก และจะดูบ่อยมากค่ะ

จาก: ลูกสาวอรัญญา
วันที่: 30/05/50 - 8:19 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 113
พูดถึงเรื่อง อย่าลืมฉัน ประทับใจฉากสุดท้ายใกล้จบ นางเอกจะหนีไปเมืองนอก ไม่บอกให้พระเอกทารบว่ากำลังท้อง ขณะนั่งคิดคำนึงถึงความหลัง น้ำตาคลอ เครื่องใกล้จะออก แอร์มาบอกให้รัดเข็มขัด จึงได้ทราบว่าพระเอกนั่งอยู่ข้างๆ แต่ใช้หนังสือพิมพ์ปิดหน้าไว้ ต่างสารภาพและปรับความเข้าใจกัน ในที่สุดแฮปปี้...ฉากกระหนุนกระหนิง กระเซ้าเย้าหยอกทีเล่นทีจริงแบบนี้ พ่อแอ๊ดกับแม่เปี๊ยกเล่นคู่กันได้ดี เป็นธรรมชาติมาก...ประทับใจเช่นกันค่ะ

จาก: ลูกแพร์
วันที่: 06/06/50 - 17:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 114
เพลงจากละครเรื่อง เลือดสุพรรณ
ประพันธ์โดย หลวงวิจิตรวาทการ
ดวงจันทร์
(มังราย) ดวงจันทร์ งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์
(ดวงจันทร์) อย่ามาแกล้งยอฉัน ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง เมื่อเมฆขยาย จันทร์จะฉายท้องฟ้า
(มังราย) แต่ไม่ลอยลงมา พี่ก็ไม่มีหวัง
(ดวงจันทร์) จะหวังอะไร ที่ในตัวฉัน
(มังราย) พี่รักดวงจันทร์ อยู่เจียมจะคลั่ง ห่วงการข้างหน้า พะว้าพะวัง
(ดวงจันทร์) แล้วยังห่วงหลัง อยู่ทางเมืองโน้น
(มังราย) ดวงจันทร์ งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์
(ดวงจันทร์) อย่ามาแกล้งยอฉัน ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง เมื่อเมฆขยาย จันทร์จะฉายท้องฟ้า
(มังราย) แต่ไม่ลอยลงมา พี่ก็ได้แต่ฝัน
(ดวงจันทร์) จะฝันอะไร ในตัวคนยาก
(มังราย) พี่ฝันจะฝาก ชีพไว้สุพรรณ
(ดวงจันทร์) พอเสร็จการทัพ คงกลับเขตขัณฑ์
(มังราย) จะมาหาดวงจันทร์ ไม่ไปอื่นเลย
เพลงดวงจันทร์เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องเลือดสุพรรณ ประพันธ์โดย
หลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งในครั้งแรกน่าจะเป็นเพลงประกอบในละครเวทีในยุค
สมัยนั้น (พศ. 2484 - พศ. 2486) เข้าใจว่าได้ถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็น
ภาพยนตร์มากกว่าหนึ่งครั้ง เท่าที่เสาะหาดูมีผลงานของเชิด ทรงศรี เมื่อปี
พศ. 2522 ในยุคเฟื่องฟู จากความสำเร็จของ "แผลเก่า" ผลงานหนังไทยอมตะ
นิรันดร์กาล
"เลือดสุพรรณ" ในยุคของคุณเชิด นำแสดงโดยคู่พระนางสุดฮอตในยุคนั้น
จาก "วัยอลวน" และ "รักอุตลุด" คือคุณไพโรจน์ สังวริบุตร และคุณลลนา สุลาวัลย์
นอกจากเพลงดวงจันทร์แล้ว มีอีกหนึ่งเพลงประกอบ คือเพลงเลือดสุพรรณ ที่มี
ท่อนร้องหนึ่งว่า "เลือดสุพรรณ มาด้วยกัน ไปด้วยกัน" เข้าใจว่าคงเคยได้ยินบ้าง
คงเดากันไม่ยากว่าหนังของคุณเชิดในยุคเฟื่องฟูนั้นเป็นแนวรักโศกย้อนยุค
"เลือดสุพรรณ" เป็นเหตุการณ์สมัยอยุธยา เปิดเรื่องณ.หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน
เมืองสุพรรณบุรี ยามฤดูน้ำหลากชาวบ้านต่างพากันรื่นเริงสนุกสนาน
ด้วยคาดว่าพม่าคงไม่ยกทัพเข้ามา เพลาค่ำของคืนหนึ่งดวงจันทร์ ลูกสาวของ
นายดวงและนางจันทร์ ได้ถูกชายแปลกหน้าบุกเข้ามาฉุดคร่าไปโชคดีที่มี
บุรุษลึกลับเข้ามาช่วยไว้ทันในระหว่างทาง ดวงจันทร์ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าแพลง
จึงต้องพักรักษาอยู่ที่กระท่อมกลางทาง จากการใกล้ชิดสนิทสนมเธอได้ทราบว่า
เขาชื่อทับเป็นทหารไทยมาสอดแนมข้าศึก ผ่านไป 3 วัน ในขณะที่ทั้งสองเริ่มมี
ความรักต่อกัน ชาวบ้านก็ตามมาพบดวงจันทร์ และได้พาเธอกลับไป ต่อมา
ไม่นานนัก ด้วยความประมาทและชะล่าใจของชาวบ้าน พม่าจึงบุกเข้ายึดเมือง
ได้อย่างง่ายดาย ชาวบ้านได้ถูกฆ่าตายหลายคนรวมทั้งย่าของดวงจันทร์ด้วย
ชาวบ้านถูกทารุณกรรมอย่างเหี้ยมโหด หญิงสาวหลายคนถุกฉุดไปข่มขืน
แม้กระทั่งเพื่อนของดวงจันทร์ ก็ถูกฉุดไปให้มังระโธนายกองปีกขวา แต่ถูก
ขัดขวางโดยมังราย ซึ่งเป็นลูกชายของมังมหาสุรนาท แม่ทัพใหญ่ของการศึก
ครั้งนี้ ดวงจันทร์จึงทราบว่าแท้จริงแล้วทับบุรุษลึกลับที่เธอมีจิตปฏิพัทธ์
คือมังราย นายกองปีกซ้ายแห่งกองทัพพม่า เธอจึงโกรธแค้นและอาฆาตมังราย
เป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านยังคงถูกใช้งานและทารุณอย่างหนักไม่เว้นดวงจันทร์
ที่ปลอมเป็นชาย ในขณะนั้น เมื่อพ่อถูกทำร้ายเธอจึงลุกขึ้นสู้ จนพม่าทราบว่า
เธอเป็นหญิง มังระโธจึงเข้าปล้ำ มังรายผ่านมาเห็นจึงช่วยไว้โดยเกิดการต่อสู้
กับมังระโธ ในที่สุดมังระโธพ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บแค้น ค่ำคืนนั้นมังรายและ
ดวงจันทร์ต่างคิดถึงกันและกัน เธอพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงมังราย
ศัตรูต่างชนชาติ เธอไปยังโบสถ์ร้างเพื่อภาวนาให้ตนมีจิตใจเข้มแข็ง ไม่คิดรัก
ศัตรู แม้ว่าเขาจะทำดีอย่างไรก็ตาม บังเอิญมังรายมาพบเข้า เธออดใจอ่อนไม่ได้
มังรายพาเธอออกจากค่ายกักกัน ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ มังรายปล่อยให้
ดวงจันทร์หนีไป แต่เธอไม่ยอมเพราะไม่อยากทิ้งพ่อและแม่ไว้ เธอจึงย้อนกลับ
เข้าค่าย ในขณะเดียวกับที่มังระโธตามหาดวงจันทร์ไม่พบจึงทารุณพ่อกับแม่
ของเธอจนนางจันทร์ตายในที่สุด เมื่อทั้งคู่มาพบเข้า มังรายรู้สึกสงสารและหดหู่
ในการกระทำของพวกตน จึงตัดสินใจปล่อยเชลยไปทั้งหมด มังระโธส่งทัพตามล่า
เหล่าเชลยจนมาล้อมไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี มังระโธนำความขึ้นฟ้อง
มังมหาสุรนาทในการกระทำของมังราย มังรายจึงชี้แจงถึงการกระทำของตนนั้น
เป็นการรักษาเกียรติของกองทัพพม่า ไม่ให้กระทำตนเช่นกองโจร ทหารชั้น
ผู้ใหญ่จึงประชุมกันและลงความเห็นว่ามังระโธผิดจริงจึงตัดสินให้ประหารมังระโธ
ก่อนตายมังระโธได้เรียกร้องให้มังมหาสุรนาทประหารบุตรชายคือมังรายด้วย
เพราะมีความผิดในการปล่อยเชลย ด้วยวินัยและความเป็นชายชาติทหาร
มังมหาสุรนาทจึงตัดสินให้ประหารมังรายด้วย เมื่อดวงจันทร์ทราบข่าวจึงกลับมา
ขอให้มังมหาสุรนาทประหารเธอแทนเนื่องจากเป็นต้นเหตุให้มังรายปล่อยเชลย
ทั้งหมด แต่มังมหาสุรนาทไม่ยอม มังรายจึงถูกประหารชีวิตในที่สุด ส่วนดวงจันทร์
เมื่อได้รับอิสระก็สมทบกับดวง ผู้เป็นพ่อและเชลยคนอื่นๆ พร้อมยอมสู้ตายแม้ว่า
จะสู้ไม่ได้ก็ตามที่สุดน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟเชลยทั้งหมดสู้จนตัวตาย แม่ทัพมังมหา
สุรนาทก็ยกย่องต่อการศึกของชาวบ้านถึงกับพูดว่าคนไทยเหล่านี้ต่างก็รู้อยู่แล้วว่า
สู้ไม่ได้ แต่ก็พร้อมใจกันมาสู้จนตาย สมแล้วที่เกิดมาในสายเลือดของ
เลือดสุพรรณ
"เลือดสุพรรณ" จึงปิดฉากลงด้วยโศกนาฏกรรมรักของหนุ่มสาวคู่ศัตรูทาง
ชนชาติ


จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 06/06/50 - 22:42 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 115
กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้ - ชอบฉากจินตหราตบแม่เล้า หลังจากที่ซ่องโดนทลายและเกิดไฟไหม้ ผมว่าจังหวะของฉากนี้ดีมากๆ เพราะคนดูกำลังลุ้น แล้วมีฉากนี้มาเบรค ให้ผู้หญิงที่เป็นแม่ได้โต้ตอบ

จาก: คนดู
วันที่: 07/06/50 - 1:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 116
หนังเรื่อง ดอกฟ้าและโดมผู้จองหอง ในหนังใหญ่ ไกรสร แสงอนันต์ กับ อาภาพร กรทิพย์ แสดงด้วยกันก็น่ารักดีนะคะ บทชายหยิ่ง หญิงทะนง แม้ดูไม่เหมาะกับบุคลิกของผู้แสดง แต่การกำกับและองค์ประกอบอื่นช่วยเสริมให้ลงตัวขึ้น จำได้ฉากหนึ่ง พระเอกกับนางเอกทะเลาะกัน เหมือนรุนแรงแต่น่ารัก ทั้งคู่เถียงกัน พระเอกว่านางเอก "หยิ่ง" นางเอกว่าพระเอก"จองหอง" โต้กันตลอดว่า หยิ่ง-จองหอง-หยิ่ง-จองหอง นางเอกตบหน้า พระเอกจูบ สลับกันพร้อมกับโต้กันว่า หยิ่ง-จองหอง ๆๆๆๆๆๆ ดูแล้วน่ารักดี....เป็นการตบ-จูบ-ตบ-จูบที่น่ารักมากๆๆๆๆเลยคะ

จาก: สุภา
วันที่: 13/06/50 - 16:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 117
เรื่องชลาลัย ตอนถูกจับได้ว่าแอบไปพบพระเอก จึงถูกคุณจอมเข็มตีด้วยหางกระเบน พี่เปี๊ยกเล่นเรื่องนี้น่าสงสาร เก็บกด จึงต้องร้ายลึก แก้แค้นคุณจอมโดยแอบวางยาภายหลัง ประทับใจการแสดงของ สมบัติ อรัญญา สุคนธ์ทิพย์ เรื่องนี้มาก

จาก: พิมพา
วันที่: 22/06/50 - 9:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 118
ฉากจบของเรื่อง ผิดหรือที่จะรัก เนาวรัตน์มาเยี่ยมวิฑูรย์ที่เสียแล้ว แต่ไม่รู้ กลับถูกแม่ คือเปียทิพย์ ต่อว่า พอรู้ว่าวิฑูรย์เสียแล้ว ก็ระเบิดอารมณ์จากที่เพิ่งเจ็บแค้นและผิดหวังกับสรพงษ์มา เหมือนมีอาการคลุ้มคลั่งสุดระงับ และเสียสติไป เธอเล่นได้ถึงอารมณ์ดีมากเลยฉากนี้

จาก: แฟนเนาวรัตน์คนหนึ่ง
วันที่: 04/07/50 - 15:34 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 119
ผมชอบฉากหนึ่งของเรื่อง แผ่นดินแม่ ตอนที่พิศมัย กับสุริยาซึ่งเป็นแม่ลุกกันถูกน้ำท่วมพลัดพรากจากกัน ผมนี้ร้องให้เลย แล้วอีกเรื่องหนึ่งรู้จักจะเป็นเรื่องเกวียนหัก ส.อาสนะจินดา เสียชีวิต เพราะการต่อสู้ปกป้องลูกชายโอโหสะเทือนใจมาก

จาก: ยุทธ
วันที่: 04/07/50 - 15:44 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 120
ผมชอบฉากหนึ่งของเรื่อง แผ่นดินแม่ ตอนที่พิศมัย กับสุริยาซึ่งเป็นแม่ลุกกันถูกน้ำท่วมพลัดพรากจากกัน ผมนี้ร้องให้เลย แล้วอีกเรื่องหนึ่งรู้จักจะเป็นเรื่องเกวียนหัก ส.อาสนะจินดา เสียชีวิต เพราะการต่อสู้ปกป้องลูกชายโอโหสะเทือนใจมาก

จาก: ยุทธ
วันที่: 04/07/50 - 15:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 121
แผ่นดินแม่ คุณพิศมัยไม่ได้แสดงนะคุณยุทธ เป็นคุณเพชราต่างหาก คงพิมพ์ผิดนะคะ

จาก: อาภา
วันที่: 04/07/50 - 15:52 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 122
ประทับใจฉากจบเรื่อง ครูบ้านนอก ครับ ที่ ปิยะ ถูกคนร้ายยิงตาย แล้วเด็กนักเรียนร้องตะโกนว่า ยิงครูของเขาทำไม ให้อารมณ์มากเลยว่า ทำไมคนดี ๆ ที่ทำประโยชน์ต่อสังคม ถึงได้อายุสั้นนัก ในขณะที่พวก นายทุนหน้าเลือด กลับยังมีชีวิตเสวยสุขอยู่บนความทุกข์ของคนอื่น เสียงร้องของเด็กน้อยเสมือนเป็นการบอกให้รู้ว่า แสงประทีปดวงน้อยที่จะนำพาเขาไปสู่อนาคตที่ดีงามได้ดับวูบลงไปแล้ว

จาก: tigerroad197
วันที่: 04/07/50 - 22:50 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 123
ถ้าหนังที่คุณพิศมัยเล่นเป็นแม่ ก็มีเรื่องที่ประทับใจอยู่อีกเรื่อง คือ ค่าน้ำนม ฉากที่ต่อว่าสรพงษ์ ประกาศไม่เผาผีกัน กินใจสุดๆ เรื่องนี้คุณพอเจตน์ โกนผมบวชจริงๆ ตอนจบด้วย ทดแทนพระคุณแม่ มี้เล่นได้ถึงอารมณ์คนเป็นแม่ประทับใจไม่สร่างเลยทีเดียวคะ

จาก: เพ็ญวดี
วันที่: 05/07/50 - 11:58 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 124
ฉากจบของหนังเรื่อง สุดทางรัก สรพงษ์ให้พรวิฑูรย์กับเนาวรัตน์ ให้สมหวังในความรัก(เพราะเล่นเป็นพ่อเนาวรัตน์) พูดต่อหน้าหลุมฝังศพอรัญญาซึ่งเล่นเป็นแม่ ว่า สุดทางรักคือความสมหวัง สุดทางชีวิต คือ หลุมฝังศพ เป็นวลีที่กินใจและบรรยากาศในหนังสะท้อนให้เห็นสัจจธรรมว่าความสุขในชีวิตคืออะไรได้อย่างประทับใจมากในมุมมองของชีวิตทั้งสองด้าน

จาก: สุภาวดี
วันที่: 05/07/50 - 16:49 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 125
ประทับใจคุณเปียทิพย์แสดงเป็นแม่ในเรื่อง อาอี้ มากค่ะ ฉากที่ไปหาลูกสาวคือนางเอก วาสนา สิทธิเวช แล้วถูกลูกสาวต่อว่า เพราะต้องการปิดบังไม่ให้ใครทราบว่าเป็นแม่ที่แท้จริง เปียทิพย์แสดงออกทางสายตา หน้า และท่าทางว่าเสียใจที่ลูกรังเกียจความจนและความต่ำต้อยของเธอได้ประทับใจจริงๆค่ะ สายตาเธอสื่อว่าน้อยใจและอาวรณ์ลูกได้ซึ้งมากเลย

จาก: ดอกบัว
วันที่: 19/07/50 - 13:10 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 126
เรื่อง สตางค์ ฉากที่ศรัญญูถูกยิงกำลังจะตายจินตหราวิ่งไปประครองตัดด้วยภาพในอดีตที่ทั้ง 2 เต้นรำกันภาพตัดกลับไปกลับมา ทำให้เห็นพิษของสงครามที่สองสามีภรรยาคู่นี้มีอาชีพเป็นครูสอนเต้นรำเมื่อเศรษฐกิจฝืดเคืองศรัญญูมีอุบัติเหตุขาเป๋ตกงาน จินตหรากลายมาเป็นโสเภณีเพื่อความอยู่รอด เรื่องนี้ประชันดาราเยอะมากทุกคนเล่นได้ดีเป็นธรรมชาติและได้พลิกบทเช่น ศรัญญู จินตหรา สรพงศ์รับบทคนบ้า

จาก: น้ำขิง
วันที่: 06/08/50 - 19:45 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 127
เรื่องอุกาฟ้าเหลือง หนังของท่านมุ้ย เป็นเรื่องของชาวทะเลที่หากินด้วยเครื่องมือธรรมดา (อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล) กับพ่อค้าที่ใช้ระเบิดจับปลา (ทำลายทุกอย่างไม่ใช่เฉพาะปลา) ประทับใจตอนที่พระเอก (ยมนา ชาตรี) ตัดสินใจจะเอ่ยปากลาพ่อเฒ่าผู้มีพระคุณ (ส อาสนจินดา) ไปอยู่กับนายทุน เพราะต้องการเงินไปแต่งเมีย เป็นฉากทะเลตอนกลางคืน มีตัวละคร ๓ ตัว รวมกับ อรวรรณ เชื้อทอง หลานที่ตาหมายมั่นให้ยมนาแต่งงานสืบทอดอาชีพทางทะเลนี้ เป็นฉากบีบคั้นอารมณ์ที่ตัวละครต้องตัดสินใจเลือก ถ้าอยู่กับพ่อเฒ่าก็จนเหมือนเดิม แต่อนุรักษ์ทะเล แต่ถ้าไปยู่กับนายทุน อาจจะรวย แต่เป็นผู้ทำลาย นักแสดงทั้ง ๓ คน ที่ทำงานกับท่านมุ้ย ทำหน้าที่ได้ประทับใจมาก

จาก: poo
วันที่: 09/08/50 - 17:33 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 128
ประทับใจอีกฉากหนึ่ง พอดีเพิ่งดู เลือดในดิน ฉบับละคร ช่อง 7 จบไป นึกได้ว่า ครั้งหนึ่งเรื่องนี้เคยเป็นหนังใหญ่ สรพงษ์/อรัญญา/เปียทิพย์/ยุวธิดา/ดามพ์/มารศรี อิศรางกูรฯ แสดง ในเรื่องฉากแรก เปียทิพย์ท้องแก่ใกล้คลอด(เป็นสรพงษ์ตอนโต)วิ่งหนีการตามล่าของผู้ร้าย(ดามพ์)ที่จะฆ่า เธออ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสงสาร และแสดงอาการเหนื่อยมาก กลัวมากกับการตามล่าครั้งนั้น และเจ็บท้องใกล้คลอดเต็มที จนกระทั่งตายหลังจากคลอดลูกแล้ว เธอเล่นได้ถึงอารมณ์มาก โดยเฉพาะทั้งเจ็บ ทั้งกลัว ทั้งเหนื่อย ทั้งกังวล ทั้งวิงวอนขอร้องไปพร้อมๆกัน สุดยอดฝีมือจริงๆ ในละครเปลี่ยนบทไปจากหนัง จึงเป็นอีกแนวไป

จาก: ชายเขา
วันที่: 23/08/50 - 15:54 น.
IP Address:
ความคิดเห็นที่ 129



ประทับใจฉากที่สรพงษ์ หนีการตามล่าจับตายของกลุ่มผู้คุมสุดโหด
ทั้งๆที่ประพฤติตัวดีมาตลอดแต่พลาดท่าไปทำให้ผู้คุมตาย เลยต้องหนี กฎของที่นี้คือ นักโทษคนใดหนี ต้อง "จับตาย" สถานเดียว

สรพงษ์ หนีสุดชีวิต ด้วยความหิวจัด ไปที่บ้านหลังหนึ่งเพื่อขอข้าวกิน แต่ก็ต้องใช้ปืนจี้เจ้าของบ้าน จี้ไปกินข้าวไป สรพงษ์ กินแบบตายอดตายอยากสมจริงมาก ในขณะที่กินก็ต้องระวังตัวรอบด้าน ทั้งเจ้าของบ้าน(หลายคน)และกลุ่มผู้คุมจอมโหดที่กำลังตามล่าอยู่ สีหน้า แววตา ท่าทาง มีทั้งน่าสงสารและน่ากลัว แสดงออกได้บีบหัวใจและอารมณ์คนดูมาก ความจริงเรื่องนี้มีฉากประทับใจอีกหลายฉาก แต่ฉากนี้โดดเด่นที่สุด เลยเลือกเฉพาะฉากนี้มาพูด เรื่องนี้ สรพงษ์ ได้เข้าชิงตุ๊กตาทองดารานำชาย ปี 2528 ติด 1 ใน 3 คนรอบสุดท้าย แต่พลาดไป (รณ ฤทธิชัย ได้ไปจาก "ครูสมศรี")

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/12/50 - 23:34 น.
IP Address: 58.9.29.xx
ความคิดเห็นที่ 130



อีกฉากหนึ่งที่ประทับใจ จากเรื่อง "จับตาย"
สรพงษ์ ถูกยิงจากการตามล่าของกลุ่มผู้คุมจอมโหด
ก่อนที่จะทนพิษบาดแผลไม่ไหว สลบไป

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/12/50 - 23:51 น.
IP Address: 58.9.29.xx
ความคิดเห็นที่ 131
ประทับใจฉาก ที่ต๊อก ศุภกร กลับมาจากการเป็นทหาร ในสภาพโทรม
และขาเป๋ มาหาอุ้ม สิริยากร ในสภาพโทรมเป็นสาวชาวบ้าน และมีลูก
๒ คน อีกคนนึงเป็นลูก และอีกคนเป็นลูกของผัวใหม่ และต๊อก มองเสื้อ
ที่ครั้งนึง เป็นเสื้อที่เค้าซื้อให้ตอนเป็นแฟนกัน บัดนี้เหลือบไปมองเป็นผ้าขึ้ริ้วไปแล้ว ต๊อก อ้อนวอน ขอคืนดี อุ้ม มองหน้าด้วยความช้ำ ทั้งขมขื่น
ทั้งอยากให้อภัย ตัวเองก็มีผัวใหม่ และผัวใหม่ก็ทิ้งไปอีกคน อุ้มร้องไห้
ด้วยน้ำตาไหลพรากด้วย อยากให้อภัยก็อยาก ทั้งเจ็บทั้งช้ำ

ผมดูฉากนี้ในเรื่อง มนต์รักทรานซิตเตอร์ที่ไร ร้องไห้ไปตาม
บทบาทของ ๒ พระนางจากเรื่องนี้จริง ๆ

จาก: กุ๊กกี้
วันที่: 10/12/50 - 14:47 น.
IP Address: 124.121.47.xx
ความคิดเห็นที่ 132
เพื่อนแพง - ฉากใกล้จบ แพง(ชนุตพร)ตกเลือดตายตาค้างยื่นมือไปข้างหน้า แล้วภาพตัดไปตอนเด็ก แพงร้องไห้ หาพี่ลอ หาพี่ลอ หาพี่ลอ
คนภูเขา - ฉากพระเอกนางเอกวิ่งเข้าหากันบนเนินเขา ภาพซูมจากระยะไกล เหลือเชื่อ ทำหนังเกี่ยวกับชาวเขา ให้เป็นหนังรักโรแมนติกยิ่งใหญ่ได้ยังไง สุดยอด
รักอุตลุต - ฉากนางเอก(พจนีย์)อกหัก นั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลง นางเอกคนนี้ไม่สวย แต่เก๋สุดๆ
หนี้รัก - ฉากที่พระเอก(สมบัติ)บอกนางเอก(ธัญรัตน์)ว่าโกรธได้แต่อย่าเกลียด นางเอกบอก ไม่เข้าใจทำไมต้องเกลียดด้วย
ความรัก - ฉากนางเอก(ภาวนา) นั่งไขว่ห้างแขว่งเท้าแกล้งยั่วโมโหพระเอก(สมบัติ) แล้วรองเท้าส้นตึกกระเด็นไป ภาวนาเล่นน่ารักมาก

จาก: ประทับใจ
วันที่: 11/01/51 - 15:27 น.
IP Address: 125.27.26.xx
ความคิดเห็นที่ 133
เรื่อง หย่าเพราะมีชู้ ฉากที่สินจัยปารองเท้าใส่หน้าอภิชาติ บนศาล ดูแล้วสะใจดี
เรื่อง โหมโรง ฉากที่พงษ์พัฒน์ซึ่งเป็นตำรวจขอเข้าค้นบ้านอดุลย์ซึ่งเป็นครูระนาด ทั้ง 2 คนประจันหน้ากันเชือดเฉือนกันด้วยบทสนทนาที่คมคาย เป็นเรื่องสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมพยายามให้เป็นเหมือนต่างประเทศมองเห็นดนตรีไทยเป็นสิ่งโบราณคร่ำครึ ทำให้ลืมรากเหง้าตัวเอง ฉากนี้สุดยอดฝีมือทั้ง 2 รุ่นแสดงได้ดีมาก พอพงษ์พัฒน์นั่งรถตำรวจออกจากบ้าน อดุลย์ก็เริ่มบรรเลงระนาดผู้คนใกล้เคียงบริเวณนั้นก็เริ่มออกมาฟังด้วยความไพเราะของเพลงระนาด ทำให้พงษ์พัฒน์ที่นั่งบนรถจากที่หน้าตาเกรี้ยวกราดสีหน้าค่อยๆเปลี่ยนเป็นเคลิบเคลิ้มตามเสียงดนตรี ฉากนี้พงษ์พัฒน์เยี่ยมมาก

จาก: น้ำขิง
วันที่: 21/01/51 - 21:04 น.
IP Address: 203.144.184.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab