Search Latest Topics | Create New Topic  
เรามาช่วยโพสรูปจากหนัง เชิด ทรงศรีกันดีกว่า
มูลนิธิฯกำลังจะจัดงานเทศกาลหนังคุณเชิด วันที่ 20-30นี้ืั้แกรนด์ฺอีจีวี ก็อยากชวนกันมาโพสรูปหนังคุณเชิด กันดีกว่า

จาก: คุณแม่ฉายหนัง
วันที่: 13/09/50 - 2:28 น.
หัวข้อที่: C699
IP Address: 58.9.91.xx
ความคิดเห็นที่ 1



แฮนด์บิลงาน ค่ะ

จาก: เวบมาสเตอร์
วันที่: 13/09/50 - 3:54 น.
IP Address: 203.156.25.xx
ความคิดเห็นที่ 2



เลือดสุพรรณ ไพโรจน์ สังวริบุตร/ลลนา สุลาวัลย์

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 13/09/50 - 6:38 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 3
รบกวนขอโปรแกรมและรายละเอีดยของงานด้วยครับ เช่น รายการเสวนา,วันเวลาที่จะฉายหนังแต่ละเรื่อง,รูปแบบของงาน ฯลฯ

ยินดีกับแฟนหนังของคุณเชิด ทรงศรี ด้วยครับ(ทั้งในกรุงเทพฯ,ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง) ที่จะได้ดูหนังดีดีหลายเรื่องของคุณเชิดอีกครั้ง

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/09/50 - 8:23 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 4
สัปดาห์ภาพยนตร์ เชิด ทรงศรี “ผู้สำแดงความเป็นไทยต่อโลก”.... คลิกได้เลยค่ะ

มูลนิธิจัดงานบ่อยค่ะ ติดตาม ข่าวสารได้ในหน้า

HOME และ หน้า NEWS ได้เสมอค่ะ

จาก: เวบมาสเตอร์
วันที่: 13/09/50 - 10:22 น.
IP Address: 203.156.25.xx
ความคิดเห็นที่ 5
เข้าไปดูแล้ว ขอบคุณมากครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/09/50 - 10:23 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 6



ร่วมด้วยช่วยกันครับ
เคยนำลงไปแล้วในกระทู้ใบปิดและวีซีดี ภาค 10 แล้ว
ใบปิด หนังไทย แผลเก่า

จาก: เอกชัย
วันที่: 13/09/50 - 10:34 น.
IP Address: 58.137.23.xx
ความคิดเห็นที่ 7



นำภาพจากหนังไทย เพือน-แพง มาให้ชมกันครับ
เพื่อนแพง (24 กันยายน 2526)

* ผู้กำกับ: เชิด ทรงศรี
* นำแสดงโดย: สรพงศ์ ชาตรี, ปิยะ ตระกูลราษฎร์, วิโรจน์ ควันธรรม, ชณุตพร วิศิษฎโสภณ, คนึงนิจ ฤกษะสาร, โดม สิงโมฬี

จากกระทู้ใบปิด วีซีดีหนังไทยในอดีต ภาค 10



จาก: เอกชัย
วันที่: 13/09/50 - 10:51 น.
IP Address: 58.137.23.xx
ความคิดเห็นที่ 8



หลายท่านทีเคยชมหนังเรื่องนี้ คงจำประโยคนี้ได้

"ฟังนะอีเพื่อน! ให้ไฟนรกลุกขึ้นมาเห็นอยู่ตรงหน้า
ให้ความฉิบหาย ตายโหงทุกประการมาสุมอยู่บนหัว
ให้สาบานต่อหน้าพระสักร้อยครั้งพันหน
ให้ไปตกนรกร้อยกัปแสนกัลย์
กูยอมสิ้น ขออย่างเดียวในชาตินี้
ในชาติที่มาพบแพง ขอเป็นผัวมัน รักมัน ให้สมกับที่มันรักไอ้ลอ ให้จงได้"

ไอ้ลอ (สรพงษ์ ชาตรี) พูดกับ อีเพื่อน (คนึงนิจ ฤกษะสาร) ในตอนท้ายเรื่อง


จาก: เอกชัย
วันที่: 13/09/50 - 10:51 น.
IP Address: 58.137.23.xx
ความคิดเห็นที่ 9



ภาพบางส่วนจากหนังไทยเรื่อง แผลเก่า ที่หลายท่านยังคงประทับใจกันมิเสื่อมคลาย

จาก: เอกชัย
วันที่: 13/09/50 - 10:59 น.
IP Address: 58.137.23.xx
ความคิดเห็นที่ 10
ผมเป็นแฟนหนังของท่านเชิด ทรงศรี....แผลเก่า กับ เพื่อนแพง ถ้าจะให้เลือกเป็นหนังในดวงใจผมไม่รู้จะเลือกเรืองใดเพราะดีมากทั้งสองเรื่อง...ถ้าทำเป็น dvd เมื่องไร ซื้อล้านเปอร์เซ็น...แต่เสียดายที่ตัดฉากพิเศษๆ ออกไปบ้าง...

จาก: สมควร
วันที่: 13/09/50 - 11:28 น.
IP Address: 203.172.181.xx
ความคิดเห็นที่ 11
ดีครับ..ถึงผมจะไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ของเขา แต่ก็ดูผลงานหลายเรื่องและชื่นชมทีสามารถสื่อสารในระดับนานาชาติได้อีกคนหนึ่ง.....อยากเก็บงานสองสามเรื่องแต่ไม่เคยมีการทำแผ่นที่ได้มาตรฐานในบ้านเราเลย ถ้างานนี้มีขาย (เป็นbox Set สัก 2-3 เรื่อง แบบจำนวนจำกัด) น่าจะนำรายได้ไปใช้ประโยชน์เพื่อวงการหนังหรือสาธารณกุศลอีกทางหนึ่งนอกจากให้คนรักหนังเชิดได้เก็บสะสมไว้สำหรับคนรุ่นต่อไปเพราะนับวันต้นฉบับมีแต่จะเสื่อมลงและไม่ทราบว่าฟิล์มที่ฉายพิมพ์ใหม่เฉพาะกิจหรือก็อบเก่า...ยังไงอย่าลืมสัปดาห์หนังท่านอื่นอย่าง ส.อาสนจินดา อัจฉริยเจ้าบทบาทในวงการบันเทิงไทยตั้งแต่ยุคละครเวที นักเขียนหลากหลายแนว ทำบท ลำดับภาพ ผู้กำกับ นักแสดงคุณภาพยุค 16 มมถึง 70 มม.ให้คนรุ่นใหม่คนไทยได้สัมผัสปรมาจารย์รากเหง้าวงการบันเทิงไทยอีกคนหนึ่งด้วยนะครับ.......

จาก: chat
วันที่: 13/09/50 - 12:46 น.
IP Address: 202.5.82.xx
ความคิดเห็นที่ 12



"แผลเก่า" (2520) ของเชิด ทรงศรี ได้ชื่อว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ประทับใจที่สุดในความทรงจำของคนไทย

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/09/50 - 21:31 น.
IP Address: 58.9.35.xx
ความคิดเห็นที่ 13



ขวัญ : เรียม...เจ้าฆ่าพี่แท้...เจ้าฆ่าผัว
เรียมเอ๊ย เจ้าฆ่าผัวของเจ้าด้วยมือคนอื่น
พี่รักเจ้าด้วยใจซื่อ
แผลเก่าของพี่ เป็นแผลรัก แผลรอ...
แผลใหม่นี้ เป็นแผลจาก
อย่า...อย่าเข้ามา อีเรียม
บัดนี้ กูรู้แล้วว่าใครรักกูอย่างแท้จริง
กูมันโง่ หลงรักมึง จนลืมพ่อ
พ่อจ๋า อโหสิให้ลูกด้วย !
เจ้าพ่อ ช่วยคุ้มครองพ่อข้าด้วย ข้าขอฝากพ่อ.....

....แผลเก่า...แผลรัก..ที่สลัก..กาย..ใจ

จาก: อ๊อด
วันที่: 13/09/50 - 21:49 น.
IP Address: 58.9.35.xx
ความคิดเห็นที่ 14
ขอดันกระทู้หน่อยครับ
อยากให้แฟนหนังไทยได้ทราบกันครับ ถือเป็นข่าวดี มาก ๆ

จาก: เอกชัย
วันที่: 14/09/50 - 22:09 น.
IP Address: 202.57.183.xx
ความคิดเห็นที่ 15
ชอบเรื่อง เพื่อน-แพง และแผลเก่า มากๆ ครับท่านเอกชัย ท่านอรชุน ท่านอ๊อด และท่านศูภชัย

จาก: คนชะอวด
วันที่: 14/09/50 - 22:59 น.
IP Address: 125.27.164.xx
ความคิดเห็นที่ 16



ข้างหลังภาพ

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 15/09/50 - 9:10 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 17



พ่อไก่แจ้

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 15/09/50 - 10:07 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 18



เลือดสุพรรณ นำแสดงโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร ลลนา สุลาวัลย์ ส. อาสนจินดา จุฑารัตน์ จินตรัตน์

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 15/09/50 - 11:19 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 19



พ่อปลาไหล

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 15/09/50 - 11:20 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 20



"ผมไม่ทำหนัง ถ้าอ่านเรื่องแล้วไม่เกิดความอยากทำ"
นี่คืออุดมการณ์ของ...เชิด ทรงศรี.....
จากหนังแนวDRAMA คือ
โนราห์
เมขลา
อกธรณี
พญาโศก ,และ ลำพู
ท่านแสดงให้คนชมหนัง ได้ทึ่งในฝีมือ โดยฉีกแนว ซื้อบทประพันธ์จาก
..กนกเรขา..
พ่อปลาไหล...พ่อไก่แจ้ เลยตามมา แถมทำเงินถล่มทลาย
...พ่อไก่แจ้..ท่านแฝงมุขตลก โดยให้น้าเอ็ด ผิวปากเพลง
รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุง ให้รุ่งเรือง แล้วท่านก็นำความรุ่งเรืองของเมืองไทย ด้วยการเสนอภาพ น้ำท่วมใหญ่ กทม. (ปี 2518
..ถนนขรุขละ..น้ำเจิ่ง รถติดขัด...นี่แหละความรุ่งเรือง
"
เอื้อเฟื้อภาพโดย แม๊กกี้


จาก: สาโรจน์
วันที่: 15/09/50 - 11:44 น.
IP Address: 58.8.157.xx
ความคิดเห็นที่ 21



พลอยทะเล

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 15/09/50 - 11:58 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 22
แผลเก่า ผลิตเป็นดีวีดีในต่างประเทศรวมอยู่ในชุดชื่อ Krzysztof Kieslowski Collection (ผกก โปแลนด์)....ขายรวมกับหนังต่างประเทศอื่นๆอีก 5 เรื่องใน Boxset ราว70-90 ดอล.....มีซับอังกฤษ

จาก: chat
วันที่: 16/09/50 - 21:13 น.
IP Address: 202.57.183.xx
ความคิดเห็นที่ 23
ที่อยู่ในชุด Krzysztof Kieslowski Collection คือหนังเรื่อง The Scar ของผู้กำกับ Krzysztof Kieslowski เอง ไม่ใช่แผลเก่าแต่อย่างใด เพราะแผลเก่าทางเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่เคยขายหนังให้ไปออกกับชาติอื่นเลย

จาก: ต๊อบ
วันที่: 17/09/50 - 1:22 น.
IP Address: 58.8.173.xx
ความคิดเห็นที่ 24
ที่ค้นใน imdb เขาระบุ แผลเก่า (เขาเขียนว่า Plae Chow 1979) มีชื่อผกก. ดารานำและอื่นๆเป็นภาษาอังกฤษ และมีภาพกล่องดีวีดีด้วย....นี่แสดงว่าข้อมูล imdb สับสน.....ดีเหมือนกันที่ได้รู้ความจริงเพราะสงสัยมานานแล้วว่าทำไมหนังเรื่องนี้ไปโผล่อยู่เรื่องเดียวควบกับหนังของคนอื่นที่โน่น เคยคิดว่าหรือเจ้าของลิขสิทธ์ขายต่างประเทศ ต้องขออภัยด้วยเพราะไม่เคยเห็นของจริงๆเหมือนกันครับ

จาก: chat
วันที่: 17/09/50 - 13:17 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 25
เข้ามาช่วยดันครับ เห็นตกไปหน้า 4 แล้ว
กระทู้ดีดีอย่างนี้ ไม่อยากให้ละเลย
อยากให้คนไทยไปดูหนังไทยที่แสดงถึงความเป็นไทย
คนที่เคยเข้ามาในเว็บนี้หลายคน
ที่เคยบอกว่าอยากดูหนังเชิด ทรงศรี มากมาก
โดยเฉพาะเรื่อง "แผลเก่า" กับ "ทวิภพ"
ได้รู้ข่าว และไปดูกันครับ
ฉาย 5 เรื่อง 10 วัน 10 รอบเท่านั้น(เรื่องละ 2 รอบ)

พรุ่งนี้(ศุกร์ 21 ก.ย.50)แล้วนะครับ เริ่มฉายเป็นวันแรก ผมขออนุญาตินำโปรแกรมที่ทางเว็บให้มาเป็นเรื่องๆ จัดโปรแกรมเรียงตามวันที่ เพื่อความสะดวกในการค้นหาครับ

ศุกร์ที่ 21 ก.ย.50 - รอบ 19.00 น. - เพื่อนแพง

เสาร์ที่ 22 ก.ย.50 - รอบ 14.00 น. - ทวิภพ

อาทิตย์ 23 ก.ย.50 - รอบ 14.00 น. - แผลเก่า

จันทร์ 24 ก.ย.50 - รอบ 19.00 น. - พลอยทะเล

อังคาร 25 ก.ย.50 - รอบ 19.00 น. - อำแดงเหมือนกับนายริด

พุธ 26 ก.ย.50 - รอบ 19.00 น. - แผลเก่า

พฤหัส 27 ก.ย.50 - รอบ 19.00 น. - ทวิภพ

ศุกร์ 28 ก.ย.50 - รอบ 19.00 น. - พลอยทะเล

เสาร์ 29 ก.ย.50 - รอบ 14.00 น. - อำแดงเหมือนกับนายริด

อาทิตย์ 30 ก.ย.50 - รอบ 14.00 น. - เพื่อนแพง

ไม่มีการจองบัตร(ไม่มีรายการส่วนลด) บัตรราคา 120 บาท ไปถึงซื้อบัตรเข้าชมได้เลยครับ
ที่แกรนด์อีจีวี(สยามดิสคัฟเวอรี่ ชั่น 6 ) โทร.02-5155555

ถ้าไม่ดูคราวนี้ ไม่รู้เมื่อไรจะได้ดูอีก หรืออาจจะไม่ได้ดูอีกแล้วก็ได้ (ฟิล์มมีแต่จะเสื่อมสูญสลาย)

จาก: อ๊อด
วันที่: 20/09/50 - 13:53 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 26
ความจริงน่าจะมีหนัง 35 มม. เรื่องแรกของ เชิด ทรงศรี มาร่วมฉายด้วยจะดีมาก (ทางหอมี เนกาทีฟ หรือเปล่า)

จาก: อยากรู้
วันที่: 20/09/50 - 14:16 น.
IP Address: 124.120.183.xx
ความคิดเห็นที่ 27
คงจะเลือกเฉพาะหนังที่แสดงถึงความเป็นไทยน่ะครับ
เชิด ทรงศรี เพิ่งมาเริ่มสร้างหนังแนวนี้ ตั้งแต่เรื่อง แผลเก่า(2520) เป็นต้นมา

จาก: อ๊อด
วันที่: 20/09/50 - 14:50 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 28



เพื่อนแพง(2526) วรรณกรรมอมตะซาบซึ้งประทับใจ ของ ยาขอบ

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/09/50 - 9:33 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 29



ทวิภพ อมตะนิยายของ ทมยันตี เป็นเวอร์ชั่นที่ดีอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง หลายคนที่ชมแล้ว ยังติดตาตรึงอยากชมอีก

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/09/50 - 9:39 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 30



อำแดงเหมือนกับนายริด(2537) บันทึกประวัติศาสตร์ของลูกผู้หญิงนามอำแดง ผู้หาญกล้าเรียกร้องสิทธิสตรีท่ามกลางหมอกควันของกฎหมายและจารีตแห่งการกดขี่

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/09/50 - 9:44 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 31
ตกไปครับ นางเอกในเรื่องชื่อ "เหมือน" ส่วนอำแดง เป็นสรรพนามเรียกผู้หญิงในสมัยก่อน

เห็นเขาบอกว่า หนังเรื่อง เพื่อนแพง กับ พลอยทะเล ปรับปรุงฟิล์มใหม่ ภาพชัดทีเดียว

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/09/50 - 9:55 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 32



ผลงานเรื่องนี้ ถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเยี่ยม ของท่านอีกเรื่องหนึ่ง

จาก: สาโรจน์
วันที่: 21/09/50 - 12:40 น.
IP Address: 58.8.150.xx
ความคิดเห็นที่ 33
งานของท่าน เป็นการถ่ายทอดที่ควรค่าแก่การเผยแผ่ให้ลูกหลานได้ชื่นชม เรื่อง แผลเก่า ที่จะฉายให้ชมไม่ทราบว่าต้นฉบับหรือปล่าวครับ (กลัวว่าความทรงจำที่ดีๆจะเสียไป)

จาก: คนรักษ์หนังไทย
วันที่: 21/09/50 - 14:51 น.
IP Address: 58.10.149.xx
ความคิดเห็นที่ 34
มีใบปิดจำหน่ายห้นางานไหมครับ

จาก: คนรักษ์หนังไทย
วันที่: 21/09/50 - 14:53 น.
IP Address: 58.10.149.xx
ความคิดเห็นที่ 35
เห็นคนที่ไปดูมาเขาบอกว่า อาจารย์โดมบอกว่าเป็นฉบับที่ฉายรอบ 2 เมื่อปี 2531-32
แต่ก็ไม่ต่างจากฉบับที่ฉายครั้งแรก ภาพชัดดีมาก
ความทรงจำดีดีไม่เสียหรอกครับ คุณคนรักษ์หนังไทย

เรื่องใบปิด ผมไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้ไปดู
ต้องรอให้คนที่ไปมาแล้ว เข้ามาตอบครับ
คุณแม๊กกี้ รบกวนด้วยครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/09/50 - 15:25 น.
IP Address: 58.136.105.xx
ความคิดเห็นที่ 36



พ่อปลาไหล

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 24/09/50 - 5:27 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 37
ผมไปดูเรื่อง "เพื่อนแพง" มาเมื่อวันศุกร์
ภาพคมชัด สีเหมือนหนังใหม่ เสียงดังฟังชัด จอกว้างเหมือนสมัยก่อนเลย
แต่คนดูได้กำไรมากกว่าสมัยก่อนหลายอย่าง เช่น ที่นั่ง เสียงรอบทิศทาง คุ้มค่ามากครับ
หนังยาว 132 นาท ไม่มีตัด การแสดงแบบไทยๆอยู่ครบ มีไม่น้อยกว่า 8 ฉาก

คุณคนรักษ์หนังไทยครับ ใบปิดภาพยนตร์โดยตรงไม่มีขายในงานครับ
มีแต่ของจากมูลนิธิหนังไทย นำไปขายหน้างาน พวกไปรษณียบัตรหนังไทย ชุดที่ ๑ กับ โปสการ์ดชุดสูจิบัตรหนังไทย
รายละเอียดสินค้าต้องเข้าไปที่หัวข้อ Shop ครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 24/09/50 - 8:48 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 38
ผมอิจฉาคนกรุงเสียเหลือเกิน ที่มี่การจัดฉายหนังคุณเชิดได้ดูกับ ส่วนคนบ้านนอก(ต่าวจังหวัด) คงไม่มีโอกาสได้ดูหนังที่เขารักเหมือนคนกรุง หรือไงครับ

จาก: คนรักษ์หนังไทย
วันที่: 24/09/50 - 12:13 น.
IP Address: 58.10.149.xx
ความคิดเห็นที่ 39
คุณคนบ้านนอกไม่ต้องอิจฉาคนกรุงเทพหรอกครับ
วันที่ผมไปดู เพื่อนแพง มีคนดูไม่เกิน 30 คนครับ จากที่นั่งกว่า 200 ที่
อยู่กรุงเทพหรือต่างจังหวัด ก็เหมือนกันครับ
ถึงอยู่ไกลไม่มีโอกาส แต่ถ้าความรักในหนังไทยอยู่ในใจเราตลอดไปก็มีค่ามากแล้วครับ

ไม่ทราบคุณคนรักษ์หนังไทยอยู่จังหวัดไหน
เพราะที่นครศรีธรรมราช เขาจัดนิทรรศการเชิด ทรงศรี
ตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึง 30 ก.ย.นี้เลยนี่ครับ
แต่ผมไม่แน่ใจว่ามีหนังฉายตลอดหรือเปล่า(ไม่น่ามีตลอด คงฉายเฉพาะช่วงแรกเท่านั้น)

ในใจผมคิดนะ ถ้าจัดฉายที่บ้านเกิดเชิด ทรงศรีได้,จัดฉายที่กรุงเทพได้
ในอนาคต ก็อาจจัดฉายที่จังหวัดอื่นได้
ว่าแต่ พอถึงเวลานั้น เราจะไปดูกันหรือเปล่าเท่านั้นเอง
เหมือนกับที่กรุงเทพ ที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้
แต่ดูจากสภาพฟิล์มแล้ว คงจะยังอยู่ได้อีกนาน
(ถ้าเก็บรักษาอย่างดีตลอดไป)
ยังดีอยู่มาก เขารักษาไว้ดี ขอชมครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 24/09/50 - 12:29 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 40
ขออภัยครับ พิมพ์ชื่อคุณคนรักษ์หนังไทยผิดเป็นคนบ้านนอก
ขอให้โชคดี ได้ดูหนังที่ต้องการดูครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 24/09/50 - 12:31 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 41
ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบโปสเตอร์หนังของคุณเชิด ทรงศรีครับ มีเอกลักษณ์และดูไม่เชยไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหน เห็นแล้วเราก็อยากจะดูว่าในเนื้อหาของหนังเป็นยังไงบ้าง ที่ชอบมากคือ แผลเก่า เลือดสุพรรณ และ เพื่อนแพง เสียดายที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ดูเรื่องเลือดสุพรรณ แม้แต่ในช่วงหนังเทศกาลที่กำลังจัดอยู่นี้ แต่พอคาดคะเนได้ว่าคุณภาพของหนังคงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า แผลเก่า หรือ เพื่อนแพง คงได้มีโอกาสดูสักวัน ผมเชื่ออย่างนั้นครับ
ข้อสังเกตที่ผมเห็นและขอยกย่องคุณเชิด ทรงศรี มีอยู่ข้อนะครับ คือกล้าเอานักแสดงหญิงที่ดังปานกลาง หรือหน้าใหม่มาแสดงในผลงานคุณภาพ อย่างแผลเก่า ผมก็ว่า คุณนันทนา ยังไม่ได้ดังมากมายอะไรในตอนนั้น (ก่อนหนังฉาย) หรือ คุณชนุตพร หรือคุณคนึงนิจ ในเพื่อนแพง ก็ยังใหม่มากกก และยังไม่มีเครดิตมากมายอะไร แต่คุณเชิดกล้าครับ และกำกับผลงานของตัวเองด้วยความมั่นใจ และสำเร็จครับ หนังประสบความสำเร็จทางรายรับพอสมควร และที่ได้แนอนคือได้ใจคนดูครับ คงมีน้อยมากครับถ้าจะมีคนค้านว่า แผลเก่า เพื่อนแพง พลอยทะเล หรืออย่าง อำแดงเหมือนกับนายริด ไม่ดี และที่สำคัญคุณเชิด ทรงศรีท่านเก่งมากในการกำกับบทหรือฉากดราม่าสำคัญของหนังแต่ละเรื่องครับ คือปกติผมน่ะจะไม่ค่อยตื้นตันกับหนังอะไรง่ายๆ แต่บางฉากใน เพื่อนแพง, อำแดงเหมือนกับนายริด หรือ แม้กระทั่ง ข้างหลังภาพ (เวอร์ชั่นล่าสุด) น้ำตาผมคลอเบ้ามาแล้วครับ
ท้ายสุดนี้ผมขอให้ช่วงเทศกาลหนังของท่านเชิด ทรงศรี มีคนไปร่วมงานกันเยอะเยอะนะคร้าบบบ

จาก: พี.อาร์.
วันที่: 24/09/50 - 21:05 น.
IP Address: 124.120.147.xx
ความคิดเห็นที่ 42



ผมติดตามผลงานของคุณเชิดมาตั้งแต่เป็นเด็กแทบจะทุกเรื่อง
ตั้งแต่เรื่อง พ่อไก่แจ้(2519)เป็นต้นมา

หลังจากหนังเรื่อง "แผลเก่า"(ฉาย 24 ธ.ค.2520) ประสบความสำเร็จด้านรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ลบสถิติหนังทุกเรื่อง ทกชาติ ที่เคยเข้าฉายมาแล้วในเมืองไทยทั้งหมด
คุณเชิด ทรงศรี ก็ได้เริ่มงานภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์ย้อนยุค(พีเรียด)
คราวนี้ลงทุนมากมายมหาศาล รวมทั้งนำดาราวัยรุ่นคู่ขวัญ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนั้น
(ช่วงปี 2521 เป็นอันดับ 2 รองจาก สรพงษ์-เนาวรัตน์) คือ ไพโรจน์ สังวริบุตร - ลลนา สุลาวัลย์
แต่พอหนังเข้าฉายส่งท้ายปีเก่า 2522 กลับประสบความล้มเหลวทางด้านรายได้ พลิกล็อค ไม่เป็นไปตามคาด ต่างกับ"แผลเก่า" ราวฟ้ากับดิน
สาเหตุที่เป็นดังนี ผมประเมินเอาเองว่า

1.เนื้อเรื่อง ค่อนข้างธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น
(ถึงแม้จะเป็นบทประพันธ์อมตะของบรมครู พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ
แต่คุณเชิด ทรงศรี อาจจะพลาดไปบางจุดหรืออาจจะไม่เหมาะแก่การนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ก็ได้ เพราะมีเพลงสลับฉากตลอด
ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะทำให้ดูสนุก) และความบันเทิงน้อยไป
การเดินเรื่อง ค่อนข้าง อืดอาด ยืดยาด พูดง่ายๆ คนดู(คอหนังไทย)รับไม่ได้
ดูไม่สนุก ชวนหลับมากกว่า ไม่รู้เป็นที่บทภาพยนตร์ด้วยหรือเปล่า
ตอนนั้นผมยังละอ่อน ไม่มีความรู้ในด้านอื่นของหนัง
นอกจากประเมินด้วยการดูภายนอกของเด็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ความจำก็ค่อนข้างเลือนลางในรายละเอียดของหนังแล้ว

2.เข้าฉายในเครือที่ไม่ดี เช่น แอมบาสเดอร์ ดาดา สิริรามา เพราะช่วงนั้น
หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่มีเรื่องกับค่ายหนังยักษ์ใหญ่เช่นกัน ซึ่งค่ายนี้มีโรงหนังอันดับ 1 เก่าแก่ชื่อดังทำเลทอง มากมายในมือ

3.ผมพูดไม่อ้อมค้อมเลย คือการแสดงของไพโรจน์ สังวริบุตร ซึ่งเป็นหัวใจของเรื่อง ยังอ่อนมาก
ในบทชีวิตหนัก ผู้ชมค่อนข้างผิดหวัง(เหมือนเรื่อง"แสนแสบ" กรณีเดียวกันเลย)
ไพโรจน์ จะเล่นบทตลก กุ๊กกิ๊ก ทะเล้น หรือแนวรัก วัยรุ่นหวานแหว ได้ดี
แต่ด้านบทชีวิตเศร้า ที่ต้องแสดงพลังออกมาอย่างมากให้ผู้ชมร่วมรับในอารมณ์ ยังไม่มีประสบการณ์พอ(ไม่จำเป็นต้องเป็นแนวเมโลดราม่าก็ได้) ส่วนเรื่องบุคลิก,รูปร่างหน้าตา ความเหมาะสมกับบท คิดว่าพอใช้ได้แล้ว
ส่วนลลนา สุลาวัลย์ ก็พูดตรงตรงเลยว่า สุดยอดมาก แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
สำหรับ ส.อาสนจินดา ไม่ต้องพูดถึง ฝีมือระดับครูอยู่แล้ว

ผมเสียดายที่เทศกาลหนังคุณเชิด ทรงศรี ครั้งนี้ ไม่มีเรื่องนี้
ทั้งๆที่ เรื่องนี้ ก็มีความเป็นไทยมากไม่แพ้เรื่องอื่นเลย
อาจจะมากกว่าในแง่ของประวัติศาสตร์ระดับชาติด้วยซ้ำ
รวมทั้งส่วนประกอบต่างๆของหนัง ก็ยังมีคุณค่ามหาศาลอยู่มาก

จาก: อ๊อด
วันที่: 24/09/50 - 22:13 น.
IP Address: 58.9.35.xx
ความคิดเห็นที่ 43
เชื่อแล้วว่าคุณเชิดหยุดอายุไว้ที่ 28 จริงๆ
ที่ล็อบบี้โรงหนัง (หน้าโรง 3 ที่ฉาย ซึ่งเป็นโรงที่จุคนน้อยที่สุด
ของแกรนด์ อีจีวี) มีบอร์ดนึงที่เอาข้อเขียนของคุณเชิดมาลง 3 บท
บทความแรก คุณเชิดแสดงบทบาทด่ากองเซ็นเซอร์แบบนิ่มๆ สุภาพๆ
เรื่องที่เซ็นเซอร์หนังองคุลีมาลถึง 3 หน ถือเป็นความอัปยศเป็นที่สุด
บทความที่ 2 คุณเชิดแสดงความชื่นชมหนังเรื่องสัตว์ประหลาดของคุณเจ้ย
ว่าสมควรแล้วที่ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยมที่เมืองคานส์
และหวังว่าคงมีสักวันที่จะได้ร่วมงานกับคุณเจ้ย
(น่าเสียดายที่โดนมะเร็งเล่นงานไปซะก่อน)
บทสุดท้าย คุณเชิดบอกว่าชอบหนังเรื่องโหมโรง คุณอดุลย์กับคุณพงษ์พัฒน์แสดงเก่งชวนให้คนไปดูกันเยอะๆ
ความคิดความอ่านไม่เคยตกยุคหลงยุคเลยสำหรับท่านผู้นี้
ถ้าตอนนี้ท่านอยู่ ท่านต้องเป็นหัวหอกให้คุณเจ้ยในกรณีที่เซ็นเซอร์ตัดหนังของคุณเจ้ย ท่านต้องนำหน้าแน่ๆ
แล้วท่าก็นต้องร่วมกับคุณเจ้ยสร้างหนังออกมาเรื่องนึงตามที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน

ความจริงทุกเรื่องของท่าน ก็เคยดูที่โรงมาทั้งนั้น มีพัฒนาการมาตลอด
ยุค 16 มม. ก็เป็นแบบน้ำเน่าตามความนิยม เขียนเรื่องเอง
ใช้ชื่อ ธม ธาตรี พิมพ์เป็นตอนๆ ลงในบางกอก
แล้วเอาไปสร้างเป็นหนังพร้อมๆ กัน
จุดขายคือต้องให้นางเอกแต่งชุดมาระบำรำฟ้อน
มโนราห์ ก็ชุดมโนราห์นั่นแหละ
อกธรณี ให้นางเอกแต่งเป็นแขกอินเดีย
เมขลา ก็ญี่ปุ่น ถือร่มใหญ่ๆ
ลำพู เป็นแขวกชวา
พอหนังเข้าโรง ก็ถ่ายรูปนางเอกลงหน้าปก-หน้ากลางของบางกอก
เรียกว่าการตลาดเป็นเยี่ยม
ก็ดูได้เพลินๆ ตามยุคสมัยที่หนังไทยยังไม่พัฒนา

พอมายุค 2 ค่อยร่วมสมัยใหม่หน่อย
ทั้งพ่อปลาไหล พ่อไก่แจ้ ความรัก (อุบัติเหตุ)

ยุค 3 มาแผลเก่า รายได้ดี เลยตามมาเป็นพรวน
จะว่าค้นพบตัวตนหรือความถนัดก็ว่าได้
ก็อย่างที่นักสร้างหนังญี่ปุ่นเลือกไปทำหนังสั้ง 4 เรื่อง
คุณเชิดบอกผมทำหนังยังไม่เก่ง ทำไมเลือกผม
คนญี่ปุ่นบอกว่าหนังของคุณเชิดถึงจะไม่ได้เข้าขั้นยอดเยี่ยม
แต่หนังของคุณเชิดมีความเป็นไทยสูง
พูดแบบเป็นกลาง ก็ต้องบอกว่าหนังของคุณเชิด
ไม่ได้ยอดเยี่ยมอย่างที่ว่าจริงๆ แต่มีเสน่ห็
ก็ต้องเบียดเสียดไปดูตลอด อย่างเพื่อนแพงไป 3-4 รอบ
ถึงจะได้ตั๋วที่โรงสยาม โรงอื่นไม่ดู กระจอก (พูดตรงๆ เลย)
หนังของคูณเชิดเหมาะกับโรงหนังสยาม ลิโด้ สกาล่า ในยุคนั้นเท่านั้น
ถ้าหนังของคุณเชิดมีอันระเห็จไปโรงอื่น จะกลายเป็นหนังเกรดต่ำ
ซึ่งเป็นอุปทานของคนดูไปเอง ดังเช่นที่เลือดสุพรรณโดนมา
พักหลังคุณเชิดจึงสร้างแล้วฉายที่โรงหนังสยามตลอด
ยกเว้นอำแดงเหมือนที่เป็นของไฟว์สตาร์
และเรื่อนมยุรากับข้างหลังภาพที่เป็นของเสี่ยเจียง
ทุกเรื่องออกจะเป็นโมโนโทน นางเอกมีแคแร็คเตอร์เดียว
กระโดกกระเดก เดี๋ยวก็ โอบอย มายด่าลิ้ง คัมมิ่ง ถู่มี
เดี๋ยวก็คุณหลวง คุณหลวง อยู่กระทรวงมหาดไทย

มายุค 3 แม่เจ้า คุณเชิดก้าวไปไกลเลยทีนี้
ลองดูข้างหลังภาพสิ ถ้าไม่บังเอิญติดภาพอำพล-นาถยา
เรื่องนี้ฝีมือดีขึ้นเยอะ ทันสมัยขึ้นมาก มุมกล้อง การเล่าเรื่อง
ทุกอย่างเข้าขั้นสากลหมด

ถ้าท่านยังอยู่ ตอนนี้ อาจมียุค 4
ท่านอาจทำหนังแบบเป็นเอก แบบเจ้ย แบบหว่องกาไว
เล่าเรื่องกลับไปกลับมา ถือกล้องแฮนด์เฮลส่ายไปส่ายมา
จนท่านมุ้ยอาจต้องมองค้อนเอาเลยก็ได้ว่า
"เอ๊ะ คนอะไร ทำไมไม่รู้จักแก่เลยวะ ผิดกับเราเลยว่ะ"








จาก: เชิดเมเนีย
วันที่: 24/09/50 - 23:22 น.
IP Address: 203.113.38.xx
ความคิดเห็นที่ 44
บังเอิญได้อ่านความเห็นของคุณอ๊อด ก็ต้องขอมองต่างมุมว่า
ทุกเรื่องของขุนวิจิตรเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเอง
ไม่มีจริงในประวัติศาสตร์เลยแม้แต่เรื่องเดียวนะท่าน
มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย ไม่มีในประวัติศาสตร์เลย
นักประวัติศาสตร์ยังพากันระเหี่ย ที่ท่านทำให้คนไทยเข้าใจประวัตฺศาสตร์ผิดๆ มาตลอด ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรนะท่าน


จาก: เชิดเมเนีย
วันที่: 24/09/50 - 23:28 น.
IP Address: 203.113.38.xx
ความคิดเห็นที่ 45
ขอบคุณคุณเชิดเมเนียครับ
ผมหมายถึงตัวหนังเป็นแนวประวัติศาสตร์ระหว่างไทย,พม่าในสมัยอะไรก็ว่าไป จะบอกว่าสมัยกรุงศรี เดี๋ยวผิดอีก หมอไม่รับเย็บ
ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริงก็ได้ครับ
มีหนังจำนวนมากจากทั่วโลก ที่แต่งเรื่องขึ้นมาเอง โดยโยงตัวละครเข้าไปในสมัยประวัติศาสตร์จริงของชาตินั้นๆ
ผมไม่ค่อยรู้อะไรหรอก อาศัยใจกล้า เลยฮึดเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกของตัวเองและสิ่งที่เราได้เห็นได้ฟังมา
แต่หลวงวิจิตรวาทการ นี่เขาว่าเป็นนักเขียนที่แฝงไว้ด้วยแนวปรัชญาไม่ใช่หรือครับ
ผมก็ไม่ใช่นักอ่านซะด้วย
อยากรู้ประวัติท่านเหมือนกัน ได้ยินมานาน
นวนิยายดังดัง ท่านก็มีส่วนด้วยหลายเรื่อง

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/09/50 - 10:26 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 46
นิยายของหลวงวิจิตร ไม่ใช่นิยายอิงประวัติศาสตร์แต่อย่างใด
กรณีของเลือดสุพรรณ จะไปเปรียบกับบางระจันมิได้
เพราะชาวบ้านบางระจันรวมตัวสู้กับพม่าจริง
ส่วนชาวบ้านสุพรรณไม่เคยรวมตัวสู้กับพม่าแต่อย่างใด
บางระจันถือเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ได้ ถึงแม้ในประวัติศาสตร์
จะไม่มีนายจันหนวดเขี้ยว ไม่มีนายทองเหม็น ฯลฯ
แต่ก็มีเหตุการณ์สู้รบจริงๆ นั้นเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์

จาก: เชิดเมเนีย
วันที่: 25/09/50 - 12:59 น.
IP Address: 203.113.39.xx
ความคิดเห็นที่ 47
ผมเชื่อคุณเชิดเมเนีย ผู้รู้จริง
แล้วอย่างหนังเรื่อง "เลือดสุพรรณ"
เราจะให้คำจำกัดความของหนังเรื่องนี้ว่าอย่างไร
เช่น เป็นหนังประเภท..?..อะไร
ขอความรู้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ผมก็จำไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้ ช่วงที่ฉายโฆษณาบอกประเภทหรือแนวของหนังไว้ว่าอย่างไร
ก็เลยบอกไปตามความเข้าใจของตัวเอง ที่ไม่มีความรู้อะไรเลย
ถ้าผิดพลาดไป ก็ต้องขออภัยด้วย

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/09/50 - 13:05 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 48
หนังเรื่องเลือสุพรรณเป็นหนังในดวงใจของแดงค่ะคุณเชิดเมเนีย ค่ะ...ประทับใจตรงความรักของพระเอกนางเอกนะคะ..ร้องให้ตามเลย..ก็ดูนานแล้วตอนเด็กๆ...เป็นแนวหนังที่ชี้ว่าเมื่อมีสงครามก็ต้องมีผลกระทบถึงความรักด้วย..(ประเด็นเรื่องจะสื่อให้เราเห็นว่าความรักสามัคคีต่างคนต่างไม่รุกรานกันนั้นเป็นทางที่ดีที่สุด...ประทับใจแบบนั้นค่ะสำหรับแดง...)..คุณเชิดมาเนียประทับใจเรื่องนี้มั๊ยคะ..แดงเข้าใจว่าเป็นเรื่องไม่อิงประวัติศาสตร์เพียงแต่จับเหตุการณ์แบบนั้นมา..แต่แดงว่าระหว่างสงครามจะต้องมีคูรักหลายคู่ที่เกิดความรักระหว่างเชื้อชาติแบบนั้นนะคะ..ท่านผู้แต่งเรื่องจะชี้ประเด็นนั้น...กินใจมากค่ะ..เพลงก็เพราะมากก..เพลงดวงจันทร์

จาก: แดง
วันที่: 25/09/50 - 13:09 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 49
เป็นหนังรักโรแมนติกไง ระหว่างดวงจันทร์กับมังตรา
จะซอยย่อยเป็นหนังรักระหว่างรบก็ได้
แต่คนสร้างฝีมือจะถึงเหมือนสมัยขวัญ-เรียมหรือเปล่า
ก็เป็นอีกเรื่อง ประเด็นอิงไม่อิงคงไม่ใช่เรื่องใหญ่
ถ้าหากเด็กไทยถูกสอนมาว่ามันก็เป็นแค่นิยายเรื่องหนึ่ง
เหมือนอย่างพันท้ายนรสิงห์ ที่ตอนนี้คนเข้าใจทั้งประเทศว่า
เมียของพันท้ายชื่อนวล
แต่คนที่ตั้งชื่อให้เมียของพันท้ายคือเสด็จองค์ชายใหญ่
จะมีใครรู้บ้างไหมหนอ


จาก: เชิดเมเนีย
วันที่: 25/09/50 - 13:15 น.
IP Address: 203.113.39.xx
ความคิดเห็นที่ 50
ขอบคุณมากครับคุณเชิดเมเนีย
ถ้าเป็นหนังรักโรแมนติก ก็คงจะไม่ใช่ประเภทเคลิบเคลิ้ม เพ้อเจ้อ เพ้อฝัน ไร้สติ ไร้สาระ นะครับ
ก็คงให้ประโยชน์แก่ผู้ดูได้พอสมควร
จัดได้ว่าเป็นหนังไทยที่ดีเรื่องหนึ่ง
ถ้าไม่คิดอะไรมากมาย

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/09/50 - 13:34 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 51
ความคิดเห็นที่ 49...ขยายความต่อด้วยอีกนะคะคุณเชิดเมเนีย อยากทราบค่ะ...

แดงประทับใจเรื่องเลอดสุพรรณไม่รู้ลืมค่ะจนเดี๋ยวนี้ก็ยังเด่นชัดอยู่เลยในความทรงจำ...ชาวบ้านสุพรรณที่ตามฉากก็ต้องมีคุณงามความดีที่การจดบันทึกอาจะไม่ให้ความสำคัญนักก็อาจเป็นได้นะคะ..ทุกชีวิตที่รักชาตินั้นมีศักดิ์ศรี..ท่านผู้แต่งต้องเจาะปรเด็นนี้เช่นกันนะ???


จาก: แดง
วันที่: 25/09/50 - 16:48 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 52
เลือดสุพรรณ
คำร้อง: พลตรีหลวงวิจิตรวาทการ
เลือดสุพรรณ เคยหาญ ในการศึก เหี้ยมฮึก กล้าสู้ ไม่รู้หนี
ไม่ครั่นคร้าม ขามใจ ต่อไพรี ผู้ใดมี มีดพร้า คว้ามารบ
(สร้อย) มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย
เลือดสุพรรณ เข้าประจัน อย่าได้พรั่นเลย

อยู่ไม่สุข เขามารุก แดนกระหน่ำ ให้ชอกช้ำ แสนอนาถ ชาติไทยเอ๋ย
เขาเฆี่ยนฆ่า เพราะว่าเห็น เป็นเชลย จะนิ่งเฉย อยู่ทำไม พวกไทยเรา
(สร้อย)

อันเมืองไทย เป็นของไทย ใช่ของอื่น มาต่อสู้ กู้คืน เถอะเราเอ๋ย
ถึงตัวตาย อย่าเสียดาย ชีวิตเลย มาเถอะเหวย พวกเรากล้ามาประจัญ
(สร้อย)


เป็นเพลงประกอบละครเรื่อง เลือดสุพรรณ ละครเชิงประวัติศาสตร์ ที่แสดงให้เห็นถึงความรักชาติของคนไทยในการต่อสู้กับศัตรู หลวงวิจิตรวาทการได้แต่งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2479

เลือดสุพรรณ นำแสดงโดย ไพโรจน์ สังวริบุตร ลลนา สุลาวัลย์ ส. อาสนจินดา จุฑารัตน์ จินตรัตน์
ลลนา สุลาวัลย์ เข้ารอบสุดท้ายนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม รางวัลพระสุรัสวดี ปี 2524 และ ส. อาสนจินดา ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม ปี 2523

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 25/09/50 - 16:48 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 53
ขอบคุณค่ะแฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์ ....สำหรับเพลง...น่ารักจังค่ะ..

จาก: แดง
วันที่: 25/09/50 - 16:52 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 54
เพลงจากภาพยนตร์เรื่อง เลือดสุพรรณ
ประพันธ์โดย หลวงวิจิตรวาทการ

ดวงจันทร์

(มังราย) ดวงจันทร์ งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์
(ดวงจันทร์) อย่ามาแกล้งยอฉัน ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง เมื่อเมฆขยาย จันทร์จะฉายท้องฟ้า
(มังราย) แต่ไม่ลอยลงมา พี่ก็ไม่มีหวัง
(ดวงจันทร์) จะหวังอะไร ที่ในตัวฉัน
(มังราย) พี่รักดวงจันทร์ อยู่เจียมจะคลั่ง ห่วงการข้างหน้า พะว้าพะวัง
(ดวงจันทร์) แล้วยังห่วงหลัง อยู่ทางเมืองโน้น
(มังราย) ดวงจันทร์ งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์
(ดวงจันทร์) อย่ามาแกล้งยอฉัน ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง เมื่อเมฆขยาย จันทร์จะฉายท้องฟ้า
(มังราย) แต่ไม่ลอยลงมา พี่ก็ได้แต่ฝัน
(ดวงจันทร์) จะฝันอะไร ในตัวคนยาก
(มังราย) พี่ฝันจะฝาก ชีพไว้สุพรรณ
(ดวงจันทร์) พอเสร็จการทัพ คงกลับเขตขัณฑ์
(มังราย) จะมาหาดวงจันทร์ ไม่ไปอื่นเลย

ที่มาของเพลงดวงจันทร์


เพลงดวงจันทร์เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องเลือดสุพรรณ ประพันธ์โดย
หลวงวิจิตรวาทการ ซึ่งในครั้งแรกน่าจะเป็นเพลงประกอบในละครเวทีในยุค
สมัยนั้น (พศ. 2484 - พศ. 2486) เข้าใจว่าได้ถูกนำมาดัดแปลงสร้างเป็น
ภาพยนตร์มากกว่าหนึ่งครั้ง เท่าที่เสาะหาดูมีผลงานของเชิด ทรงศรี เมื่อปี
พศ. 2522 ในยุคเฟื่องฟู จากความสำเร็จของ "แผลเก่า" ผลงานหนังไทยอมตะ
นิรันดร์กาล

"เลือดสุพรรณ" ในยุคของคุณเชิด นำแสดงโดยคู่พระนางสุดฮอตในยุคนั้น
จาก "วัยอลวน" และ "รักอุตลุด" คือคุณไพโรจน์ สังวริบุตร และคุณลลนา สุลาวัลย์
นอกจากเพลงดวงจันทร์แล้ว มีอีกหนึ่งเพลงประกอบ คือเพลงเลือดสุพรรณ ที่มี
ท่อนร้องหนึ่งว่า "เลือดสุพรรณ มาด้วยกัน ไปด้วยกัน" เข้าใจว่าคงเคยได้ยินบ้าง

คงเดากันไม่ยากว่าหนังของคุณเชิดในยุคเฟื่องฟูนั้นเป็นแนวรักโศกย้อนยุค
"เลือดสุพรรณ" เป็นเหตุการณ์สมัยอยุธยา เปิดเรื่องณ.หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน
เมืองสุพรรณบุรี ยามฤดูน้ำหลากชาวบ้านต่างพากันรื่นเริงสนุกสนาน
ด้วยคาดว่าพม่าคงไม่ยกทัพเข้ามา เพลาค่ำของคืนหนึ่งดวงจันทร์ ลูกสาวของ
นายดวงและนางจันทร์ ได้ถูกชายแปลกหน้าบุกเข้ามาฉุดคร่าไปโชคดีที่มี
บุรุษลึกลับเข้ามาช่วยไว้ทันในระหว่างทาง ดวงจันทร์ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าแพลง
จึงต้องพักรักษาอยู่ที่กระท่อมกลางทาง จากการใกล้ชิดสนิทสนมเธอได้ทราบว่า
เขาชื่อทับเป็นทหารไทยมาสอดแนมข้าศึก ผ่านไป 3 วัน ในขณะที่ทั้งสองเริ่มมี
ความรักต่อกัน ชาวบ้านก็ตามมาพบดวงจันทร์ และได้พาเธอกลับไป ต่อมา
ไม่นานนัก ด้วยความประมาทและชะล่าใจของชาวบ้าน พม่าจึงบุกเข้ายึดเมือง
ได้อย่างง่ายดาย ชาวบ้านได้ถูกฆ่าตายหลายคนรวมทั้งย่าของดวงจันทร์ด้วย
ชาวบ้านถูกทารุณกรรมอย่างเหี้ยมโหด หญิงสาวหลายคนถุกฉุดไปข่มขืน
แม้กระทั่งเพื่อนของดวงจันทร์ ก็ถูกฉุดไปให้มังระโธนายกองปีกขวา แต่ถูก
ขัดขวางโดยมังราย ซึ่งเป็นลูกชายของมังมหาสุรนาท แม่ทัพใหญ่ของการศึก
ครั้งนี้ ดวงจันทร์จึงทราบว่าแท้จริงแล้วทับบุรุษลึกลับที่เธอมีจิตปฏิพัทธ์
คือมังราย นายกองปีกซ้ายแห่งกองทัพพม่า เธอจึงโกรธแค้นและอาฆาตมังราย
เป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านยังคงถูกใช้งานและทารุณอย่างหนักไม่เว้นดวงจันทร์
ที่ปลอมเป็นชาย ในขณะนั้น เมื่อพ่อถูกทำร้ายเธอจึงลุกขึ้นสู้ จนพม่าทราบว่า
เธอเป็นหญิง มังระโธจึงเข้าปล้ำ มังรายผ่านมาเห็นจึงช่วยไว้โดยเกิดการต่อสู้
กับมังระโธ ในที่สุดมังระโธพ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บแค้น ค่ำคืนนั้นมังรายและ
ดวงจันทร์ต่างคิดถึงกันและกัน เธอพยายามหักห้ามใจไม่ให้คิดถึงมังราย
ศัตรูต่างชนชาติ เธอไปยังโบสถ์ร้างเพื่อภาวนาให้ตนมีจิตใจเข้มแข็ง ไม่คิดรัก
ศัตรู แม้ว่าเขาจะทำดีอย่างไรก็ตาม บังเอิญมังรายมาพบเข้า เธออดใจอ่อนไม่ได้
มังรายพาเธอออกจากค่ายกักกัน ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกันได้ มังรายปล่อยให้
ดวงจันทร์หนีไป แต่เธอไม่ยอมเพราะไม่อยากทิ้งพ่อและแม่ไว้ เธอจึงย้อนกลับ
เข้าค่าย ในขณะเดียวกับที่มังระโธตามหาดวงจันทร์ไม่พบจึงทารุณพ่อกับแม่
ของเธอจนนางจันทร์ตายในที่สุด เมื่อทั้งคู่มาพบเข้า มังรายรู้สึกสงสารและหดหู่
ในการกระทำของพวกตน จึงตัดสินใจปล่อยเชลยไปทั้งหมด มังระโธส่งทัพตามล่า
เหล่าเชลยจนมาล้อมไว้ใกล้ฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี มังระโธนำความขึ้นฟ้อง
มังมหาสุรนาทในการกระทำของมังราย มังรายจึงชี้แจงถึงการกระทำของตนนั้น
เป็นการรักษาเกียรติของกองทัพพม่า ไม่ให้กระทำตนเช่นกองโจร ทหารชั้น
ผู้ใหญ่จึงประชุมกันและลงความเห็นว่ามังระโธผิดจริงจึงตัดสินให้ประหารมังระโธ
ก่อนตายมังระโธได้เรียกร้องให้มังมหาสุรนาทประหารบุตรชายคือมังรายด้วย
เพราะมีความผิดในการปล่อยเชลย ด้วยวินัยและความเป็นชายชาติทหาร
มังมหาสุรนาทจึงตัดสินให้ประหารมังรายด้วย เมื่อดวงจันทร์ทราบข่าวจึงกลับมา
ขอให้มังมหาสุรนาทประหารเธอแทนเนื่องจากเป็นต้นเหตุให้มังรายปล่อยเชลย
ทั้งหมด แต่มังมหาสุรนาทไม่ยอม มังรายจึงถูกประหารชีวิตในที่สุด ส่วนดวงจันทร์
เมื่อได้รับอิสระก็สมทบกับดวง ผู้เป็นพ่อและเชลยคนอื่นๆ พร้อมยอมสู้ตายแม้ว่า
จะสู้ไม่ได้ก็ตามที่สุดน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟเชลยทั้งหมดสู้จนตัวตาย แม่ทัพมังมหา
สุรนาทก็ยกย่องต่อการศึกของชาวบ้านถึงกับพูดว่าคนไทยเหล่านี้ต่างก็รู้อยู่แล้วว่า
สู้ไม่ได้ แต่ก็พร้อมใจกันมาสู้จนตาย สมแล้วที่เกิดมาในสายเลือดของ
เลือดสุพรรณ

"เลือดสุพรรณ" จึงปิดฉากลงด้วยโศกนาฏกรรมรักของหนุ่มสาวคู่ศัตรูทาง
ชนชาติ

คงทราบแล้วนะครับว่า เพลงดวงจันทร์นั้นนายทัพมังรายใช้ร้องเกี้ยวดวงจันทร์
และทำไมเธอถึงร้องว่า "ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง เมื่อเมฆขยายจันทร์
จะฉายท้องฟ้า" นับเป็น sound track เพลงไทยที่สุดยอดจริงๆ และถูกนำมา
ขับร้องใหม่หลายครั้ง ล่าสุดก็สุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง
หากย้อนไปนิดนึงก็วงเยื่อไม้ ร้องในชุด เก้าละคร

น่าเสียดายปี 2524 ลลนา สุลาวัลย์ พลาดรางวัลนักแสดงนำฝ่ายหญิงไป


จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 25/09/50 - 17:15 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 55



แผลเก่า

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 25/09/50 - 22:01 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 56



อำแดงเหมือนกับนายริด

จาก: แฟนพันธุ์แท้ลลนา สุลาวัลย์
วันที่: 25/09/50 - 23:14 น.
IP Address: 210.1.58.xx
ความคิดเห็นที่ 57
แวะมาอ่านด้วยความสุขครับ

โห กระทู้ข้ามปีเลย ขุดมาหน่อย คนรุ่นใหม่จะได้อ่านกันด้วย
ผมเองก็เป็นแฟนหนังของคุณเชิด ทรงศรีมานานเหมือนกัน ตั้งแต่สมัย พ่อไก่แจ้ นู้น... ที่มีโฆษณา กรุึง ตัวเป็นไก่

แน่นอนครับ ประโยคเด็ดใน เพื่อนแพง ผมก็ท่องได้จนขึ้นใจเหมือนกัน จำได้่ว่า ละครวิทยุก็ได้ฟัง เสียงของ อาทร พาทีพัฒนะ (ถ้าจำไม่ผิด) คณะเกศทิพย์ (น่าจะยังไม่ใช่ ละครสยาม ๘๑)

ส่วนแผลเก่า ดูหนังกลางแปลงตอนเป็นเด็กเช่นกัน ต่อมาราวปี 2530-2534 จำไม่ได้ว่าปีไหน โรงหนังที่มาบุญครอง (ชั้นล่าง) เอ็มเค นำมาฉายอีกครั้ง โอ้.. สุดยอด ได้ไปดูอีก

ครับ คอหนังไทย ก็ต้องไม่ลืมหนังของ เชิด ทรงศรี ไปอีกนานแสนนาน

จาก: คนขอนแก่น
วันที่: 24/09/51 - 4:22 น.
IP Address: 138.253.89.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab