Search Latest Topics | Create New Topic  
ชุมทางหนังไทยในอดีตตอนที่ 20


ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ กระทู้ตอนที่ 20 ของ ชุมทางหนังไทยในอดีต
หนูแพขอเปิดเฉพาะกิจ แทนพี่มนัส เนื่องจากจะขอพื้นที่ในกระทู้นี้
รายงานข่าวงานมิตรปี 50 เพื่อง่ายต่อการติดตาม และค้นคว้าข้อมูลต่างๆ
ติดตามดูรูปภาพและข้อมูลเก่า ๆ ได้ ตั้งแต่กระทู้ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 19 ตามหมายเลขกระทู้ ดังนี้

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 1 กระทู้ที่ A 939

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 2 กระทู้ที่ A 983

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 3 กระทู้ที่ B 006

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 4 กระทู้ที่ B 022

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 5 กระทู้ที่ B 049

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 6 กระทู้ที่ B 062

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 7 กระทู้ที่ B 121

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 8 กระทู้ที่ B 211

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 9 กระทู้ที่ B 253

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 10 กระทู้ที่ B 278

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 11 กระทู้ที่ B 353

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 12 กระทู้ที่ B 419

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 13 กระทู้ที่ B 505

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 14 กระทู้ที่ B 625

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 15 กระทู้ที่ B 753

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 16 กระทู้ที่ B 844

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 17 กระทู้ที่ C 312

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 18 กระทู้ที่ C 527

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 19 กระทู้ที่ C 711
ขอขอบคุณทุกท่านที่รักเรื่องราวของหนังไทยเก่า ๆ และขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มีส่วนช่วยผลักดันให้กระทู้นี้ผ่านมาได้จนถึงทุกวันนี้......

จากใจจริง...มนัส กิ่งจันทร์ และหนูแพ


จาก: หนูแพ เฉพาะกิจแทนพี่มนัส
วันที่: 11/10/50 - 14:45 น.
หัวข้อที่: C766
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 1



มาช้า...ยังดีกว่าไม่มา
หนูแพขอรายงานข่าวงานมิตรปี 50 ตามแบบฉบับของตัวเอง
หากขาดตกบกพร่องประการใด ต้องขออภัยไว้ณ. ทีนี้ด้วยนะคะ

จาก: หนูแพ
วันที่: 11/10/50 - 14:50 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 2



เปิดภาพด้วยบรรยากาศหน้างานเหมือนทุกๆปี เชิญชมกันเลยจ้า..นายจ๋า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:51 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 3



ภาพบอร์ดนิทรรศการที่ลงมือลงแรงกันทำ
ทั้ง...แรงงาน+แรงทุน+แรงศรัทธา...ออกมาอย่างที่เห็นจ๊ะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:52 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 4



ทีมงานก็มาเตรียมสถานที่และรอลงทะเบียน...
ผู้คนก็ทยอยกันมาเรื่อยๆตั้งแต่บ่ายโมงแล้ว
เพราะเกรงว่าจะไม่มีที่นั่งกัน
มีน้องลูกตาลและพี่แมวเหมียวเป็นคนรับหน้าที่นี้
ซึ่งตอนแรกตกลงกันไว้ว่าลูกตาลจะแต่งตัวเป็น..เพชรา
พี่แมวเหมียวจะแต่งเป็น...ลุงมิตรในชุดอินทรีย์แดง
เพราะเมื่องานมิตรหลายปีที่แล้วพี่แมวเหมียวเข้าประกวด
ในชุดอินทรีย์แดง และได้รับรางวัลมา
คาดว่างานนี้จะแต่งโชว์ให้เข้ากับบรรยากาศงานสักหน่อย...
แต่ปรากฏว่า..หน้ากากอินทรีย์แดงขึ้นรา....
ก็ไม่ได้แต่งชุดอย่างที่ว่า....แต่ก็รับหน้าที่ในงานนี้เหมือนเดิมแหละจ้า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:53 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 5



ลูกตาลในชุดเพชราภาคพิเศษ..
โชว์ของที่ระทึก..เอ้ย..ที่ระลึก
ที่จะแจกให้กับผู้ที่มาร่วมงาน
เร็ว..รีบมาลงทะเบียนกัน ช้าหมด..อดนะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:54 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 6



จาจาวันนี้มาในชุดทำงานสุภาพ...เตรียมต้อนรับแขก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:54 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 7



พร้อมกับพี่จุ๋ม..มาในสุด หรู..คุณน้าย...คุณนายไฮโซ..
มารอต้อนรับแขกเช่นกัน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:55 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 8



เบื้องหลัง..ชุดสวยๆๆจ้า...
โปรดฟังอีกครั้ง..เบื้องหลังจริงๆ กะพี่มนัส

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:55 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 9



พี่เอ็ม..ชี้แจงรายการให้สองสาวรับทราบว่า..
มีขั้นตอนอย่างไร..ใครจะมาบ้าง
งานนี้พี่สาโรจน์ก็รีบมากับเขาเหมือนกัน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:56 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 10



ผู้ชมทั้งหลายที่ทยอยมาในงานก็เดินดูนิทรรศการที่จัดไว้ไปพลางๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:57 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 11



บ้างก็นั่งชมหนังใบ้ 16 มม. ที่ฉายลงจอเล็กเพื่อรำลึกความหลังกันอย่างตั้งอกตั้งใจ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:57 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 12



พี่เอ็ม พี่มนัส พี่ตุ้ย และน้องๆที่จะมาทำการแสดงเปียโนซักซ้อมความเข้าใจข้างในโรงหนัง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:58 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 13



ใกล้ถึงเวลาเปิดงาน..ผู้ชมก็ทยอยกันเข้าโรงหนังแล้ว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:59 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 14



ในโรงหนังก็เตรียมการเปิดงานกันโดยมีสกู๊ปลุงมิตร ขึ้นจอรอ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 14:59 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 15



ป้าแอ๊ด จีราภา ปัญจศิลป์ ดาราทองพระราชทาน
เจ้าของละครวิทยุคณะอัชชาวดี
และพี่ติ๋ม พะนอ ธรรมเนียมอินทร์ ผู้ทำบทละครดาวดิน
ก็มารอเปิดงานกัน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:00 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 16



และแล้วเวลาประมาณ 17.30 น.
คุณลุงชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ ก็เดินทางมาถึง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:01 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 17



ป้าแอ๊ด และพี่ติ๋มก็ช่วยต้อนรับ ขอขอบพระคุณจริงๆค่า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:01 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 18



คุณลุงชินกร ไกรลาศ ลงทะเบียนก่อนที่จะเข้าไปในโรงหนัง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:02 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 19



พร้อมกันนั้นก็เป็นคนลงชื่อในภาพใบใหญ่เป็นที่ระลึก...ท่านแรก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:03 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 20



บันทึกภาพไว้หน่อย......
คุณลุงชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ
เป็นผู้ประพันธ์คำร้อง-ทำนองบทเพลง ''มิตร ชัยบัญชา''
เพลงเอกจากละครวิทยุเรื่องดังกล่าวเพื่อสร้างสีสัน
และเพื่อเป็นเกียรติสืบไป ท
างคณะผู้จัดงานขอขอบพระคุณในน้ำใจไมตรี
ที่ท่านมอบให้แก่กันในครั้งนี้เป็นอย่างสูง..
โปรดติดตามบทสัมภาษณ์ ในโรงหนังค่ะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:04 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 21



เมื่อพร้อมกันแล้ว
ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่งานเปิดตัวละครวิทยุเรื่อง
”ดาวดิน ปาฏิหาริย์แห่งรัก ลิขิตแห่งหัวใจ”
โดยเริ่มจากการฉายภาพและเพลง “อยากกินคนสวย”
จากเรื่อง 2 สิงห์ 2 แผ่นดิน
เป็นการต้อนรับคุณลุงชินกร ไกรลาศ ซึ่งทั้งร้องและทั้งเล่นเอง
และการฉายภาพและเพลง “บาสะเนอ ฉันรักเธอ”
จากเรื่องแม่ศรีไพร
เป็นการต้อนรับ ป้าแอ๊ด จีราภา ปัญจศิลป์
ซึ่งทั้งร้องและทั้งเล่นเองเช่นกัน
จะชื่นมื่นกันขนาดไหน...ชมภาพต่อไปเองละกัน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:05 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 22



ยิ้มไม่หุบเลยค่ะ...งานนี้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:06 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 23



จากนั้นก็ตามด้วยสกู๊ปมิตร ชัยบัญชา
เปิดด้วยงานศพมิตร
ตามด้วยการนำคำพูดของบุคคลสำคัญในวงการมาตัดต่อกัน
และจบลงด้วยการเริ่มเข้าสู่งานเปิดตัวละครวิทยุเรื่อง
”ดาวดิน ปาฏิหาริย์แห่งรัก ลิขิตแห่งหัวใจ”
โดยนายอดิศักดิ์ หัวหน้าหอภาพยนต์แห่งชาติ
กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและท่านผู้ชมทั้งหลาย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:07 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 24



คุณสุรีรัตน์ ผอ.หอจดหมายเหตุ เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดงานในครั้งนี้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:07 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 25



คุณสมลักษณ์ รองอธิบดีกรมศิลปากร
ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน
สร้างความปลาบปลื้มแก่ผู้จัดงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยิ่งนัก
ขอบอกว่ากล่าวเปิดแบบไม่ดูสคริปเลย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:08 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 26



จากนั้นก็เข้าสู่การแถลงข่าว โดยพี่เอ็มกล่าวถึงการจัดงานนี้อีกครั้ง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:08 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 27



แล้วเราก็ชมจินตลีลาประกอบเพลง มิตร ชัยบัญชา
จากแดนเซอร์วัยใส
ซึ่งเพลงนี้ลุงชินกรใช้เวลา 2 วันเต็มๆ
แต่งเอง ร้องเอง ทำนองเอง ดนตรีเอง …..สุดยอด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:09 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 28



และแล้ว 3 กำลังสำคัญ ในการสร้างละครวิทยุ
”ดาวดิน ปาฏิหาริย์แห่งรัก ลิขิตแห่งหัวใจ”
ก็แถลงข่าวในครั้งนี้
โดย มีพี่เอ็ม เฉลิมกรุง (อิงคศักย์ เกตุหอม) ผู้ประพันธ์เรื่อง
พี่ติ๋ม พะนอ ธรรมเนียมอินทร์ ผู้ทำบทละคร
ป้าแอ๊ด จีราภา ปัญจศิลป์ ดาราทองพระราชทาน
เจ้าของละครวิทยุคณะอัชชาวดี

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:10 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 29



ขณะที่แถลงข่าวก็คั่นด้วยการบรรเลงเปียโน
เพลง รักวันเติมวัน และรักฉันนานนาน
จากตัวแทนน้องนุช(แฟนลุงมิตร)

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:11 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 30



และเพลงคิดถึงพี่ไหม และลมสวาทจากตัวแทนลุงมิตร (แฟนน้องนุช)

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:11 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 31



ภาพนี้ขอบรรยายด้วยบทความจากหนังสือพิมพ์สยามดารานะคะ

ถึงแม้สุดยอดพระเอกสุภาพบุรุษนักสู้ผู้ยิ่งยงในใจแฟนๆ
อย่าง ''มิตร ชัยบัญชา'' จะจากโลกไปนานถึง 37 ปีเต็ม
ซึ่งวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2551
ถือเป็นการเวียนมาบรรจบครบวาระอีกหนหนึ่ง
แน่นอนว่าจะอีกกี่ปีก็ตามที
ไม่มีวันที่ภาพต่างๆ ของเขาจะลบเลือนออกไป
จากแรงศรัทธาของมหาชน

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ''เด็ก 300 ยอด''
ได้มีโอกาสไปร่วมงาน ''37 ปี มิตร ชัยบัญชา
ปิยะมิตรแห่งวงการภาพยนตร์ไทย
ที่ได้จัดขึ้นเพื่อรำลึกการจากไปของสุดยอดราชันย์หนัง 16 มม.
ณ โรงภาพยนตร์ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ'' ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี (ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่20)
แต่สำหรับการจัดงานในปี 2550 ถือเป็นการจัดงานรำลึกครั้งใหญ่
เพราะนอกจากจะเชิญชวนแฟนๆ หนังทุกยุคทุกสมัยมาร่วมเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์ทั้งนิทรรศการภาพถ่ายของ ''มิตร ชัยบัญชา''
รวมทั้งจัดให้มีการฉายหนัง 16 มม.ที่หาดูได้ยาก อาทิ แสนรัก,
ไอ้หนึ่ง, แสงสูรย์, เทพบุตรปืนทอง, ร้อยป่า,แสงเทียน, จำเลยรัก,
ชาติเจ้าพระยา, ทับสมิงคลา, ตำหนักเพชร, มดแดง, ลมหนาว
สายเปล, ยอดต่อยอด, นกแก้ว, วังไพร, หัวใจเถื่อน, ลูกหนี้ทีเด็ด

ทางผู้จัดงาน ยังได้แถลงเปิดตัวละครวิทยุเรื่อง
''ดาวดิน ปาฏิหาริย์แห่งรัก ลิขิตแห่งหัวใจ''
ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตของ ''มิตร'' ที่ไม่ค่อยมีใครได้รู้มากนัก
ตั้งแต่เริ่มตระเวนเข้าวงการหนังของ ''มิตร''
จนกระทั่งได้พบรักกับสาวคนแรกในดวงใจที่หมายปองนาม ''น้องนุช''
คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ จนกระทั่งทั้งคู่จากลากันไปเพราะ
อุบัติเหตุเหมือนกัน โดย เอ็ม เฉลิมกรุง (อิงคศักย์ เกตุหอม)
ผู้ประพันธ์เรื่อง รวมทั้งยังถือเป็นประธานชมรมผู้รักมิตร ชัยบัญชาตัวยง
คนหนึ่งอีกด้วย, พะนอ ธรรมเนียมอินทร์ ผู้ทำบทละคร,
จีราภา ปัญจศิลป์ ดาราทองพระราชทาน
เจ้าของละครวิทยุคณะอัชชาวดี

นอกจากนี้ทาง ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ
ยังได้ประพันธ์คำร้อง-ทำนองบทเพลง ''มิตร ชัยบัญชา''
เพลงเอกจากละครวิทยุเรื่องดังกล่าวเพื่อสร้างสีสัน
และเพื่อเป็นเกียรติสืบไปอีกด้วย
ซึ่งทางศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง)
ปี 2542 ได้กล่าวถึง ''มิตร ชัยบัญชา'' ว่า

''สำหรับบทเพลงที่แต่งให้กับ พี่มิตร ครั้งนี้จะเป็นลักษณะสากลปนแหล่
ตอนแต่งพอได้ข้อมูลมาผมก็ใช้เวลาแต่ง 1-2 ชั่วโมงก็เสร็จ
สำหรับพี่มิตรแล้วผมมองว่าเค้าเป็นดั่งพรหม
คือ เป็นนักแสดงที่ยึดหลักพรหมวิหาร 4 คือ
มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
เค้าเป็นคนที่มองคนอย่างมีอาการ คือมีอย่างเป็นมิตร
และมีน้ำใจกับทุกคน'' ชินกร กล่าว

ขณะเดียวกันทางอดีตศิลปินแห่งชาติได้กล่าวต่อไปว่า
''ในตอนเด็กๆ ผมอยู่บ้านนอก ไม่ค่อยมีตังค์ได้ดูหนังของพี่เค้าหรอก
ขนาดฟังวิทยุยังต้องขอยืมเค้าเลย จะได้ดูก็ช่วงหลังๆ แล้ว
แต่ผมมองดูแล้วพี่มิตรเป็นคนที่แสดงหนังได้เก่งทุกบทบาท
ไม่ว่าจะแสดงบทไหนก็ตาม ทุกเรื่องเค้าเล่นถึงใจแฟนๆ
ซึ่งหนังที่เค้าเล่นไม่เหมือนกับสมัยปัจจุบันที่กี่เรื่องดูแล้วก็คิดว่า
เป็นเรื่องเดียว เพราะบทคล้ายคลึงกัน
เหมือนหนังยุคใหม่กำลังอยู่ในวังวน เค้าถึงได้เป็นวีรบุรุษของวงการ
ภาพยนตร์ แถมยังมีคุณธรรมสูง ซื่อตรงมาก
เป็นต้นแบบของศิลปินทุกสมัยเลยก็ว่าได้''

ด้านอิงคศักย์ เกตุหอม(เอ็ม เฉลิมกรุง) นักเขียน
ประธานชมรมคนรักมิตร ชัญบัญชา กล่าวว่า
''เหตุที่จัดงานนี้ขึ้นมานั้น เพราะต้องการให้แฟนๆ หนังของคุณมิตร
ได้มีโอกาสชมผลงานการแสดง และถือเป็นการอนุรักษ์หนังไทย
ไม่ให้สูญหายไป ซึ่งทางหอภาพยนตร์แห่งชาติร่วมกับมูลนิธิหนังไทย
ได้จัดงานขึ้นทุกปีเริ่มตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา
แต่จะจัดใหญ่บ้างเล็กบ้างแล้วแต่ว่าในปีนั้นๆ
จะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้างหรือไม่
และปีนี้เราจัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 แล้วด้วย
ก็คงจะจัดต่อไปเรื่อยๆ''

''เพราะทุกปีนั้นจะมีแฟนหนังของคุณมิตรทยอยมาร่วมงานผลัดเปลี่ยน
หมุนเวียนกันมาเรื่อย อย่างบางคนลงทุนเดินทางมาจากต่างประเทศ
บางคนนั่งรถมาจากเชียงใหม่ บางคนมาจากอุดร จากใต้ คือมาจากทั่ว
สารทิศ ที่สังเกตได้อย่างหนึ่งคือ ทุกปีหน้าตาของคนที่มาร่วมงานจะไม่
ซ้ำหน้ากันเท่าไหร่ มันเลยทำให้เรารู้ว่าแฟนหนังของคุณมิตรนั้นมีมาก
มายจริงๆ''

''อย่างปีนี้เราได้จัดทำละครวิทยุขึ้นมาเรื่องดาวดินฯ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่า
สนใจมาก เพราะเป็นการนำเสนอเรื่องราวชีวิตตั้งแต่คุณมิตรยังเป็นครูฝึก
พลทหาร ยศจ่าอากาศโทวัย 23 ปีที่มุ่งมั่นอยากเป็นพระเอกหนังจึง
ตระเวนตามกองถ่ายหนังเพื่อสมัครเป็นพระเอก ใช้เวลาเพียง 6 เดือนก็
สามารถสร้างฝันเป็นพระเอกได้สำเร็จ จนกระทั่งได้พบรักครั้งแรกกับดาว
ในดวงใจซึ่งเป็นนิสิตสาวคณะอักษรฯ จุฬาฯ ชื่อ น้องนุช จากนั้นเองใน
วันเปิดตัวหนังเรื่องแรกของคุณมิตร ชาติเสือ น้องนุชได้เดินทางจาก
โคราชเพื่อมาให้กำลังใจ แต่สุดท้ายช่วงขากลับรถที่นั่งมานั้นได้ประสบ
อุบัติเหตุพลิกคว่ำทำให้น้องนุชเสียชีวิตคาที่สร้างความเสียใจต่อคุณ
มิตรมาตลอดชีวิต''

''ซึ่งตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นคุณมิตรพูดอยู่เสมอว่าน้องนุชยังไม่ไปไหน
ยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเค้าไม่ห่าง และสักวันจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่ด้วย
กัน จนกระทั่งคุณมิตรเสียชีวิต เพราะอุบัติเหตุตกจากเฮลิคอปเตอร์ เรื่อง
อินทรีทองนั่นเอง เราจึงอยากสร้างละครวิทยุขึ้นมาเพื่อให้คุณมิตรเค้าได้
สมหวังกับความรัก เพราะทั้งคู่ต่างเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเช่นกัน'' เอ็ม
เฉลิมกรุง กล่าว

ขณะเดียวกันทางเอ็ม เฉลิมกรุง ยังได้เล่าเรื่องราววันเสียชีวิตคากองถ่าย
ทำหนังเรื่องอินทรีทองให้ฟังด้วยความคิดเห็นว่า จริงๆ คุณมิตร ไม่ควร
เสียชีวิต และการเสียชีวิตไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ แต่มันเป็นความผิดพลาด
เป็นความหายนะของผู้ช่วยผู้กำกับฯ ''ทุกวันนี้ไอ้โม่งคนนั้นไม่รู้ว่าหลบ
หายไปอยู่ที่ไหนแล้ว เพราะทุกคนจะคิดเหมือนกันหมดว่า คุณมิตรเป็นทั้ง
ผู้แสดง และเป็นผู้กำกับฯ แต่ในวันนั้นคุณมิตรเข้าฉากเป็นผู้แสดง และจะ
มีผู้ช่วยผู้กำกับฯ ทำหน้าที่แทน แต่พอทำหน้าที่ชุ่ยๆ ไม่ทำตามแผนที่
วางจนเกิดคุณมิตรเกิดอุบัติเหตุ เค้าตายก็โยนความผิดให้คนตาย เพราะ
หาว่าเป็นผู้กำกับฯ คุณมิตรเลยตายฟรีไม่สามารถเรียกร้องเอาผิดจากใครได้ อย่างในหนังตอนไตเติลไอ้โม่งคนนั้นก็ได้ลบชื่อตัวเองออกจากทีม
ด้วย และทุกวันนี้ก็ยังหากันไม่เจอ''

''ทุกวันนี้มีแฟนๆ คุณมิตรที่มาร่วมในงานทุกปี บางคนจะเล่าสู่กันฟัง
ประมาณเหมือนคุณมิตรยังไม่ไปเกิด เพราะเค้าตายสยองมาก เป็นการ
ตายโหง เพราะขณะที่ใกล้จะตายนั้นเค้ายังมีสตินะ พยายามแหวกว่ายใน
อากาศจนกระทั่งหล่นลงมา และพอเคลื่อนศพไปวัด ด้วยความวุ่นวายของ
แฟนหนังที่แห่กันไปดูศพมากมายนับแสน ตลอดจนความตื่นตกใจทำให้
ลืมทำพิธีมัดตราสัง ซึ่งถือเป็นการผิดหลักทางพิธีกรรม เค้าถึงพากันพูดว่า
ตอนคุณมิตรเสียใหม่ๆ เฮี้ยนมาก อย่างทุกวันนี้บางคนก็บอกว่าคุณมิตรมา
เข้าฝัน บางคนบอกว่าเห็นตัวเป็นๆ เดินไปเดินมาให้เห็นก็มี'' เอ็ม เฉลิม
กรุง กล่าว

ขณะเดียวกันเอ็ม เฉลิมกรุงได้กล่าวถึงความเป็นสุดยอดพระเอกในดวงใจ
ให้ฟังเพิ่มเติมด้วยว่า ''สำหรับคุณมิตรแล้วไม่มีใครที่จะมาเทียบได้ ในยุค
สมัยนั้นเค้าเป็นเบอร์หนึ่งจริงๆ เล่นเรื่องไหนดังเรื่องนั้น เล่นได้ทุก
บทบาท ไม่ว่าจะรวย จน เป็นโจร ยาจก คุณชาย หรือแม้แต่เล่นหนังจีน
กำลังภายใน คุณมิตรเค้าสวมบทบาทได้อย่างไม่มีเคอะเขิน ทำให้เค้า
เป็นขวัญใจทุกคนต่างยอมเดินทางไกลเพื่อที่จะได้ดูหนังที่เค้าแสดง
อย่างเมื่อก่อนถ้าจัดฉายที่สงขลา แฟนๆ บริเวณจังหวัดในแถบภาคใต้จะ
ลงทุนเหมาโบกี้รถไฟเพื่อเดินทางมาดูหนังที่มิตรเล่นเลยทีเดียว''

''และมิตรเองนอกจากเป็นที่รักของแฟนๆ หนังแล้วยังเป็นที่รักของคนทั้ง
วงการ รวมทั้งผู้สร้างด้วย เพราะคุณมิตรเป็นคนมีน้ำใจทุกคนรวยหมดถ้า
อยู่ใกล้เค้า เพราะเค้าช่วยทุกคน ตัวประกอบเค้าก็ช่วย ขนาดเจ้าของหนัง
ขาดทุนเค้ายังช่วยเลย ฉะนั้นทุกคนในวงการไม่มีใครที่จะเกลียดเค้า มีแต่
จะรักเค้า และเสียดายที่คุณมิตรได้ด่วนจากลาไปก่อนวัยอันควรแค่ 36 ปี
เท่านั้น ''

''อย่างผมเองไม่มีโอกาสเจอคุณมิตรตัวจริง เพราะตอนนั้นยังเด็กมากแค่
5-6 ขวบ แต่จำได้ว่าเรื่องแรกที่ได้ดูคือ นกน้อย ในปี 2507 เพราะที่บ้าน
จะชอบชวนกันไปดูหนังไทยที่คุณมิตรแสดงเป็นทุนเดิม ผมจึงได้มี
โอกาสสัมผัสกับคุณมิตร แต่เรื่องที่ชอบที่สุด ดูไม่เบื่อคงเป็นเรื่อง เกิด
เป็นหงส์ เพราะสนุก เป็นเรื่องที่มิตรแสดงเป็นลูกเลี้ยงของเศรษฐี แต่
บังเอิญว่าทั้งคู่หลงรักสาวคนเดียวกันที่เป็นถึงเจ้า แสดงโดยคุณเพชรา''
''ในแง่ของการเป็นพระเอกนั้นไม่ว่าจะในสมัยก่อน หรือทุกวันนี้ผมมองว่า
นักแสดงที่จะมาเปรียบกับคุณมิตรไม่มีเลย เพราะคุณมิตรประสบการณ์
เยอะมากเค้าเล่นหนังทุกวัน 1 ปีมีวันหยุดแค่ 12 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี
2501-2513 ซึ่งคุณมิตรจะหยุดไม่แสดงหนังเพียงวันที่ 15 ของทุกเดือน
เท่านั้น ผมว่าไม่มีใครทำได้ และนั่นทำให้พระเอกสมัยนี้ขาดประสบการณ์
ไป อย่างคุณมิตรเค้าเล่นอยู่ตลอดทั้งปีทำให้เค้าได้เก็บเกี่ยวอย่างคุ้มค่า
ได้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เล่นด้วยความเป็นตัวเอง ไม่มีการเสแสร้ง
เล่นได้เป็นธรรมชาติ นี่แหละครับสุดยอดพระเอกตัวจริงตลอดกาล'' เอ็ม
เฉลิมกรุง กล่าวในที่สุด

นอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้สืบค้นบทสัมภาษณ์ของบุคคลดังๆ ฉบับดั้งเดิม
(จากหลายนสพ.ฉบับรายวัน ในอดีต) เพื่อนำมาตีแผ่คุณงามความดี รวม
ทั้งความเสียดายอย่างสุดซึ้งที่ได้สูญเสียเพื่อนในวงการที่แสนรักที่สุด
อย่าง ยอดพระเอก ''มิตร ชัยบัญชา''

เริ่มต้นที่นางเอกคู่ขวัญตลอดการ ''เพชรา เชาวราษฎร์'' เคยกล่าวรำลึก ''มิตร'' ไว้ว่า ''ฉันเป็นคนเก็บข้าวของทุกอย่างของพี่มิตรไว้ กระดูกก็เก็บเอาไว้ที่วัดแคนางเลิ้ง ทุกปีที่วัดจะจัดงานให้ เพราะพี่มิตรเป็นที่รักใคร่ของทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปนิสัยใจคอ การวางตัว หรือการแสดง จะสังเกตได้จากที่เก็บกระดูกของพี่มิตรจะมีคนมากราบไหว้ตลอดเวลามีดอกไม้สดทุกๆ วัน''
''เชษฐ์ เป็นคนดี ตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุผมกำลังอัดเทปอยู่พอดี มีโทรศัพท์มาบอกว่า คุณเชษฐ์ตกเครื่องบินตาย ถามตอบว่าทำไมตกเครื่องบินตาย หลังจากนั้นก็อัดเสียงต่อไม่ได้อีก ผมก็ออกเดินทางไปรับศพเขาที่นางเลิ้ง พอไปถึงเห็นหน้าเขาบวมใหญ่เลยขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเรายังโชคดีหรือโชคร้ายกว่าเขาไม่รู้นะที่เขาไปก่อน เพราะว่าการแสดงในสมัยก่อนนั้น เราต้องโลดโผนเหมือนๆ กัน ไม่มีสแตนอิน ไม่มีตัวแสดงแทน ฉากทุกฉากนักแสดงต้องแสดงเองทุกอย่างเลย และทุกอย่างก็ต้องจริงจังด้วย ปืนก็ใช้ลูกจริง ทำให้ดูสมจริง หนังออกมาสวย ในตัวผมยังมีร่องรอยอยู่เลย วงการบันเทิงสมัยก่อนไม่มีหลักประกันอะไรเลย การทำงานสมัยก่อนเขาจะเช่าบ้านให้อยู่ด้วยกันหลังหนึ่ง นักแสดงชายหญิงกางมุ้งอยู่คนละมุ้ง ตอนเช้าจะยุ่งหน่อยเพราะต้องแย่งห้องน้ำกันเราอยู่ด้วยกันเพราะความเข้าใจกัน'' สมบัติ เมทะนี กล่าว
ส่วน พิสมัย วิไลศักดิ์ กล่าวอาลัยว่า ''ถึงเขาจะเสียชีวิตมานานแล้วเราก็ไม่เคยลืมเขา คนไหนยังไม่ได้ค่าตัว คุณมิตรเขาจะคอยดูแล้วก็ไปบอกเจ้าของหนังว่าให้เขาหรือยัง แล้วเขาจะมีข้อแม้ว่าให้เขานะแล้วเขาจะให้คิวเป็นการันตี มิตรเขาเป็นคนตั้งใจทำงาน แล้วก็ช่วยเหลือเพื่อน ใครทุกข์ร้อนอะไรเขาช่วยหมด จำได้แม่นว่าร่วมงานกันครั้งแรกเรื่องจำเลยรัก ตอนนั้นเขาโด่งดังแล้ว คุณมิตรเกิดจากเรื่องชาติเสือ มี้เกิดจากเรื่องการะเกดก็ไล่ๆ กันเขาเข้าวงการก่อนมี้ 1 ปี เราเล่นคู่กันประมาณ 50 เรื่องได้ แต่น้อยกว่าที่คุณมิตรเล่นคู่กับคุณเพชราเยอะ มีเขาต้องมีนางเอกเป็นเพชรา เรียกว่าความดังของมิตรเขาดังมากถึงขนาดที่ว่าเล่นเรื่องไหน สายหนังยอมซื้อก่อนที่จะเล่นเสร็จด้วยซ้ำ เพราะแฟนคุณมิตรแฟนเขาเยอะจริงๆ''
''ถ้าไม่มีวันนั้นเกิดขึ้น วันที่ 8 ตุลา 2513 ก็จะไม่มี กรุง ศรีวิไล ไม่มี ไพโรจน์ ใจสิงห์ ไม่มี สรพงษ์ ชาตรี ไม่มี ยอดชาย เมฆสุวรรณ ไม่มี ระพินทร์ ไพรวัลย์ ไม่มี ขวัญชัย สุริยา ไม่มี นาท ภูวนัย ตอนเรียนมัธยมผมชอบพี่เชษฐ์มาก เพราะเขารูปร่างดีหล่อ ตอนผมได้เล่นหนังเรื่องแรกปี 2513 มีคนต่อว่าผมมาเล่นหนังเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะว่า มิตร ชัยบัญชา ครองตลาดหนังไทย รองลงมาที่สองเป็น สมบัติ เมทะนี ที่สามเป็น ไชยา สุริยัน ซึ่งกว่าผมจะผ่านมรสุมไปได้ลำบากมาก'' กรุง ศรีวิไล กล่าว
ส่วน อรัญญา นามวงศ์ อดีตนางเอกอีกคนของ ''มิตร'' กล่าวด้วยความอาลัยว่า ''มิตรเป็นคนที่น่ารัก นิสัยใจคอดี พูดถึงการที่เป็นแบบอย่างก็ทั่วๆ ไปเขาทำงานจริงจัง แต่การที่มีคนรักอยู่แล้วต้องมาจากไปโดย เป็นการตายที่ไม่ธรรมดา เป็นอะไรที่ช็อกมาก คือจากไปทั้งๆ ที่มีคนรักอยู่ รู้สึกเสียดาย และเสียใจมาก''
''สมัยนั้นหนังไทยมันล้มลุกคลุกคลานนะฮะ ไม่ค่อยได้สตางค์ มิตรเขาจะช่วยทั้งทางตรง และทางอ้อม อันนี้คือเขาล่ะ เขาเสียชีวิตมานานแล้ว แต่เราก็ไม่เคยลืม พูดก็พูดเถอะคนที่สนิทกับมิตรมากที่สุดคือคนนี้ละ เพราะป้าจุ๊พากย์หนังที่มิตรเล่นทุกเรื่องเลย มิตรเป็นรุ่นน้องที่สนิทกันมาก บ้านเราอยู่ตรอกเดียวกัน พากย์หนังคู่กันแทบทุกเรื่อง เป็นนักแสดงที่หาไม่ได้แล้ว ทั้งเรียบร้อย นิสัยดี มีเมตตา กรุณากับคนรอบข้างทุกคน'' ''ป้าจุ๊'' จุรี โอศิริ กล่าว
ขณะที่ฉลวย ศรีรัตนา กล่าวรำลึกถึง ''มิตร'' ให้ฟังว่า ''ผมไม่เคยเห็นใคร ไม่เคยเห็นพระเอกคนไหนที่เอาใจใส่ในการทำงานอย่างเขา นัดตี 5 ก็ตี 5 เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจลึกๆ อยากให้เขาเป็นตัวอย่างให้กับนักแสดงรุ่นต่อๆ ไปด้วยเชษฐ์เขาไม่ค่อยสนใจผู้หญิงคนอื่น เขาสนใจอยู่คนเดียว อย่างที่รู้ๆ กันเขาไม่ได้ขี้หึงนะ เค้าเป็นคนน่ารักมาก''
ในส่วนของแฟนๆ ผู้รักและชื่นชมในตัวของพระเอก ''มิตร ชัยบัญชา'' ต่างกล่าวกันเป็นเสียงเดียวว่า น่าเสียดายที่สุด ที่โลกต้องสูญเสียวีรบุรุษแห่งวงการหนังไทยไป หนึ่งในนั้นคือ นักพากย์เสียงชื่อดัง ซึ่งเคยพากย์เป็นตัวพระเอกที่มิตรได้ฝากผลงานเอาไว้กับเรื่อง ''อินทรีทอง'' ซึ่งก็คือ ''โต๊ะ'' ปริภัณฑ์ วัชรานนท์
''รู้สึกเสียดายครับที่แฟนๆ ได้เสียคุณมิตรไป เพราะไม่อย่างนั้นคงจะได้ดูหนังดีๆ อีกหลายเรื่องเลยทีเดียว ผมเคยพากย์เสียงของเป็นตัวพระเอกในเรื่องอินทรีทอง ตอนนั้นเป็นการเอาต้นฉบับมารีมาสเตอร์ใหม่ ซึ่งคุณดวงกมล กุลตังวัฒนา เป็นคนนำมาจัดฉายที่แอมบาสเดอร์ แต่ในส่วนของความผูกพันนั้นผมชอบเค้ามาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นผมอยู่ที่หาดใหญ่ เรื่องแรกที่ได้ดูคือ แสนรัก เรียกว่าสนุกและประทับใจมาก ตอนนั้นน่าจะอายุประมาณ 5-6 ขวบได้ แต่เรื่องที่ชอบที่สุด แต่ยังไม่มีโอกาสได้ดูมากนักคงเป็น สิงห์ล่าสิงห์ครับ เพราะผมว่าตอนที่คุณมิตรเล่นบทเข้มๆ จะเท่มาก แถมยังเป็นการพบกันครั้งแรกกับพระเอกอีกคนอย่าง สมบัติ เมทะนี ด้วย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือว่า คุณมิตรเค้าเก่งมาก สวมได้ทุกบทบาท ดังนาน ซึ่งต่างจากพระเอกสมัยนี้ที่มาเร็วไปเร็ว หาคนเปรียบเทียบยากครับ''


จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:21 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 32



ซึ้ง...ทั่วถ้วน..มิตร ชัยบัญชา และหนังไทย ยังไม่ตายไปจากเรา...

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:22 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 33



จากนั้นก็มีการมอบรางวัลต่างๆ
สำหรับทีมงานที่พากย์เสียงในละครเรื่องนี้...
คุณโต๊ะ พันธมิตร คือหนึ่งในนั้น

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:22 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 34



เมื่อเสร็จจากการแถลงข่าวก็พักตามอัธยาศัย
และมีการถ่ายรูปร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:23 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 35



ผู้คนก็ทยอยกันออกมาจากโรงหนังอย่างหนาแน่น

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:24 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 36



นักข่าวจากสำนักต่างๆ ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และหนังสือพิมพ์
สัมภาษณ์ลุงชินกร ซึ่งปีนี้สื่อมาทำข่าวกันเยอะจริงๆค่ะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:24 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 37



ขณะรอสัมภาษณ์จากนักข่าว ป้าแอ๊ด และพี่เอ็ม
ก็ตอบคำถามแก่ผู้ที่สนใจอย่างไม่ขาดสาย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:25 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 38



ป้าแอ๊ด ใช้ช่วงเวลานี้ ลงชื่อเป็นที่ระลึก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:25 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 39



ถ่ายรูปหมู่กันหน่อยค่ะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:26 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 40



งานวันนี้เสร็จแล้ว..สบายใจจังใครเป็นใคร ดู+เดากันเอาเองเน้อ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:27 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 41



คุณโต๊ะ พันธมิตร ก็มาลงไว้ชื่อ...กะเขาด้วย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:27 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 42



ใครหว่า....ทายถูกรับรางวัลกันที่พี่เอ็ม

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:28 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 43



ลงชื่อกันเข้าไป

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:29 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 44



หาหวย...ที่ก้นกระบือเหรอคะ..พี่จุ๋ม..อิอิ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:29 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 45



พรุ่งนี้ลุยงานกันต่อนะ..พวกเรา

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:30 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 46



วันที่ 6 ตุลาคม ตามเวลา
และตามรายการก็มีการฉายร้อยหนังมิตรที่หมดสิทธิ์จะได้ดูตอนที่ 1
และการเสวนาจำเป็นโดย พี่เอ็มและพี่มนัส

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:30 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 47



ผู้ชมทั้งหลายก็ยังล้นหลาม...เหมือนเดิม

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:30 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 48



ทางทีมงานก็มารับลงทะเบียนกันเหมือนเดิม
วันนี้มีหนังสือ film and star ฉบับเก่าที่เขียนถึงลุงมิตร
มาแจกกันด้วยนะจ๊ะ..รับไปอ่านกันเลย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:31 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 49



พักทานข้าวกลางวันนำทีมโดยจาจา..เอ้า!!พวกเรา..ลุย
(ถล่มพี่เอ็มอีกแล้วงานนี้)

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:32 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 50



ถ่ายรูปกับป้ายประชาสัมพันธ์หน้าหอฯกันหน่อยนะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:32 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 51



คิวตอนบ่ายมีการฉายร้อยหนังมิตรที่หมดสิทธิ์จะได้ดูตอนที่ 2
ต่อด้วย พี่เอ็มและพี่โดม เสวนาหัวข้อ
“มุมกล้องอินทรีย์ทอง พัฒนาการหนังไทย”
โดยมีการเปิดหนังแล้วนั่งวิเคราะห์กัน
ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างมาก
จากนั้นก็มีคิวฉายหนังเรื่อง ชายผ้าเหลือง ที่คุณลุงยอดชายแสดง
หนังเรื่องนี้ไม่มีขายในท้องตลาด แต่พี่ศุภชัยได้ทำเป็นดีวีดีมาให้ชมกัน

เจ้าตัวก็ชมผลงานที่ทำตั้งแต่ต้น จนจบ
ที่จริงวันนี้ตามกำหนดการเดิมลุงยอดชายต้องมาเสวนา
แต่เนื่องด้วยติดคิวถ่ายละครจึงต้องเลื่อนมาเป็นวันพรุ่งนี้
ส่วนหนังก็ยังฉายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนรายการ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:33 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 52



ทีมงานนะเหรอ...ดูหนัง 16 มม.กันข้างนอกอย่างสนุกสนาน.
ปล่อยพี่เอ็มของเรา...ไว้ข้างในโรงหนังคนเดียว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:34 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 53



หนังสนุกไหม....จาจา
เปล่า..จาง่วงแล้วตะหาก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:35 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 54



วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม
แต่เช้าก็มีการฉายร้อยหนังมิตรที่หมดสิทธิ์จะได้ดูตอนที่ 3
ต่อด้วยการเสวนา “ละครวิทยุมิตร ชัยบัญชา”
โดย ป้าแอ๊ด จีราภา และพี่ติ๋ม พะนอ เจ้าเก่า
จากนั้นมีการทดลองพากย์หนังสดๆให้ได้ชมกัน
ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจนเลยเวลาทานข้าวไปจนบ่ายโมงกว่าๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:36 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 55



ภาพนี้ของป้าแอ๊ด ขอยกบทสัมภาษณ์ของป้าแอ๊ดเกี่ยวกับละครวิทยุมาให้อ่านกันนะคะ

รำลึก37ปีมิตรฟื้นละครวิทยุ วอนรัฐใส่ใจอย่าปล่อยถูกลืม

ละครวิทยุคณะ อัชชาวดี หวนกลับมาเฉพาะกิจ เพื่อร่วมรำลึก 37 ปีการจากไปของ มิตร ชัยบัญชา กับนวนิยายเรื่อง ดาวดิน..ปาฏิหาริย์แห่งรัก ลิขิตแห่งหัวใจ พร้อมวอนรัฐเหลียวมองละครวิทยุที่นับวันจะหายไป โดยแอ๊ดจีราภา ปัญจศิลป์ หัวหน้าคณะละครวิทยุ อัชชาวดีเผยว่า
ตอนนี้ละครวิทยุเหลืออยู่ไม่กี่คณะ อายุก็รุ่นๆ 50-70 ปี ส่วนเด็กรุ่นใหม่เขาไม่ค่อยที่จะสนใจ ซึ่งนับวันละครวิทยุจะถูกกลืนหายไป อยากให้เยาวชนไทยหันมาสนใจละครวิทยุบ้าง และการที่จะใช้เสียงร้องเพลง เล่นละคร เล่นหนัง ถ้าได้ฝึกจากละครวิทยุแล้ว คุณจะใช้อารมณ์ของเสียงได้เป็นอย่างดี
ละครวิทยุเมื่อก่อนเราก็แสดงอยู่ตลอดในคลื่น วพท. (วิทยุกรมการพลังงานทหาร) คลื่น 792 เอเอ็มสเตอริโอ เป็นสถานีที่มีละครวิทยุตลอดจนปัจจุบัน แต่จะคงเหลือคณะละครวิทยุอยู่อีกไม่กี่คณะ ซึ่งคณะอัชชาวดีเองได้หยุดเล่นไป 1-2 ปี เพราะมีปัญหาเรื่องสปอนเซอร์หายาก ค่าใช้จ่ายสูง เราต้องหยุดเล่น ทั้งที่คนฟังยังพอมี และในครั้งนี้ที่คุณเอ็ม (อิงคศักย์ เกตุหอม) จากศาลาเฉลิมกรุง ชวนทำประวัติคุณมิตร ชัยบัญชา เรื่อง ดาวดิน...ปาฏิหาริย์แห่งรัก ลิขิตแห่งหัวใจ ดิฉันก็รับปากทันที ทั้งที่เรายังไม่มีสปอนเซอร์ แต่เราก็ทำกันไปก่อน ผู้ที่มาร่วมเล่นละครวิทยุเรื่องนี้ต่างก็มาเล่นให้ด้วยใจรักกันทั้งนั้น และเราโชคดีที่ได้คุณชินกร ไกรลาศ ช่วยแต่เพลงมิตร ชัยบัญชาให้
หัวหน้าคณะละครวิทยุเผยอีกว่า ก็อยากให้สปอนเซอร์หรือผู้ที่ยังอยากให้ละครวิทยุกลับมา ขอให้การสนับสนุนพวกเราบ้าง ทางภาครัฐที่เคยบอกว่าจะเอาละครวิทยุกลับคืนมา แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนผลงานละครวิทยุ เรื่อง ดาวดินฯ ตอนนี้เรากำลังผลิตอัดเสียงกันอยู่ ซึ่งมีความยาวทั้งหมด 60 ตอน คาดว่าจะได้ฟังช่วงต้อนรับปีใหม่


จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:37 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 56



เสร็จจากการเสวนา พี่แต๋วมอบของที่ระลึกให้กับป้าแอ๊ดคนเก่งของเรา

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:37 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 57



และพี่ติ๋ม ผู้เสียสละ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:38 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 58



ผู้ชมค่อยๆทยอยกันออกไปจากโรงหนัง
พี่ติ๋มก็ขับกลอนเพราะๆให้พวกเราฟัง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:38 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 59



52 เบื้องหลังก็มีกองเชียร์ยืนให้กำลังใจ
และโนราห์เฉพาะกิจของเรา มาร่ายรำให้ชมกันแบบขำขำจ้า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:39 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 60



โฉมหน้า..หลานแต้ๆๆของลุงมิตร
ที่มาร่วมงานและร่วมพากย์หนังสดกะเขาด้วย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:40 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 61



จากนั้นพวกเราก็ไปทานข้าวกลางวันกันอย่างเร่งด่วน
เพราะเลยเวลามานานแล้ว
และคิวต่อไปลุงยอดชายจะต้องมาเสวนา
ระหว่างเดินทางไปทานข้าวลุงยอดชายก็เดินทางมาแล้ว
มีการทักทายกันระหว่างทาง
แล้วพวกเราก็ทานข้าวกันอย่างเร่งด่วน
และก็กลับรีบมาที่หอภาพยนตร์
เพราะเกรงว่าจะไม่มีใครอยู่ต้อนรับ

ปรากฏว่าเมื่อมาถึง ลุงยอดชายกำลังถ่ายวีดีโอพี่โดมอยู่
เพื่อจะปั้นหุ่นพี่โดม และก็เดินเลือกซื้อภาพที่มีคนนำมาวางขาย
และชมหนังของพันธมิตรที่นำมาขายหน้างาน
พี่มนัสก็เชิญลุงยอดชายเข้าในงาน
พร้อมกับเชิญลุงยอดชายชมนิทรรศการที่จัดไว้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:41 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 62



ลุงยอดชายก็สนใจนิทรรศการเป็นอย่างมาก
ท่านบอกว่าบางภาพก็ยังไม่มีเก็บ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:42 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 63



เมื่อชมนิทรรศการที่จัดแสดงอย่างเต็มอิ่ม
ก็เข้ามานั่งชมภาพยนตร์ที่ลุงยอดชายแสดง
เรื่อง”น้ำใจพ่อค้า” ซึ่งเป็นหนังใบ้ส่วนที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 20 นาที

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:43 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 64



จากนั้นก็เริ่มการเสวนาเรื่อง “ปั้นหุ่นมิตร ประติมากรรมเหนือฝัน”
แบบเหนือฝัน เหนือจินตนาการ และเหนือเชื่อ...จริงๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:43 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 65



หลังจากเสวนา ลุงยอดชายก็มอบของที่ระลึกเป็นภาพ
แก่ทีมงานผู้มาไกลคือตัวหนูแพเอง ได้รูปลุงมิตรเป็นที่ระลึก
และลัดเกล้า ผู้มาจากอุบลฯ ได้รูปคุณไชยา พระเอกในดวงใจกลับไป
งานนี้ จาจา ฝากกระซิบพี่เอ็มว่า...
เมื่อไหร่คนที่อยู่ใกล้ๆจะได้กะเขาบ้าง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:44 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 66



หัวหน้าหอภาพยนตร์ มอบของและรูปที่ลุงยอดชายไม่มีเป็นของที่ระลึก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:45 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 67



สนุกและเป็นกันเองแบบเนี๊ยะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:45 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 68



แฟนหนังแฟนละครก็ได้ซักถามอย่างใกล้ชิด...ขอบอก ใกล้ชิดจริงๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:46 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 69



ถ่ายรูปเพื่อรำลึกถึงวันนี้ ...ปีนี้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:46 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 70



หล่อกันคนละแบบ คนละแนว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:47 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 71



และแล้ววันนี้ที่รอคอยกันก็มาถึง
วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม

ทุกคนตื่นกันแต่เช้า เดินทางกันมาแต่เช้า
คนแรกที่มาถึงคือ..ป้าแดง เยาวเรศ นิศากร หรือเพชราภาค 2
ที่ร่วมเดินทางมากับพวกเราด้วย คุณป้ามาถึงตอนตี 5
ขอปรบมือให้ค่ะ....
งานนี้มีคุณป้าลินจง บุญนากรินทร์ และป้าแอ๊ด จีราภา ปัญจศิลป์ มาด้วย
สร้างความปลาบปลื้มใจแก่แฟนๆและทีมงานมาก

แต่ที่น่าเสียดายที่พี่ๆหลายท่านในเวปไม่ได้เดินทางมาด้วย
เนื่องจากติดภารกิจสำคัญต่างๆ
โดยเฉพาะคุณโต๊ะของเรา ติดที่นอนค่ะ
ตื่นไม่ทันเพราะเมื่อคืนไปนั่งฟังหนูแพ จาจา และลัดเกล้าร้องเพลง
จนมึน...ไม่ทันจริงๆนะหนู

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:49 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 72



ผู้ร่วมเดินทางทั้งหลาย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:49 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 73



พวกแสบๆๆๆ อยู่โซนด้านล่าง

ลูกตาล จาจา และพี่จุ๋ม

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:50 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 74



คุณฮอจองวู และพี่น้ำขิงก็มา พลาดไม่ได้งานนี้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:52 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 75



คุณป้าลินจง หลบมานั่งพักข้างล่างกะหนูแพ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:52 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 76



และแล้วเราก็เดินทางมาถึงวัดท่ากระเทียม จ.เพชรบุรี
แต่รถบัสเราเข้าไปในวัดไม่ได้เพราะรถสูงกว่าประตูทางเข้าวัด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:53 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 77



ก็ต้องเดินลงมาจากรถแบบนี้ แล้วก็เดินเข้าไปในวัดกันหล่ะค่ะ
โปรดสังเกต ยังกินขนมกันไม่หมดเลย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:54 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 78



พี่อาจ เดินมาถึงวัดคนแรก
ตามด้วยหนูแพและป้าแอ๊ด
พอเข้าบริเวณวัดก็กำลังมีพิธีทางพราหมณ์กันอยู่

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:54 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 79



ทีมงาน 4 ทหารเสือ พี่มนัส(ตัวแทน...) พี่อรชุน พี่ศุภชัย และพี่อ๊อด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:55 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 80



กอล์ฟ อัครา อมาตยกุล มารอทำรายการก่อนล่วงหน้า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:56 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 81



พักกันก่อนนะ...พวกเรา

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:56 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 82



ดื่มน้ำดื่มท่า..ให้หายเหนื่อยก่อน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:57 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 83



แล้วหนูแพก็ตามพี่เอ็มไปถ่ายวีดีโอและถ่ายภาพ
กอล์ฟ สัมภาษณ์พี่เอ็มเพื่อออกในรายการบางกอกรามา ทางช่องTitv

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:58 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 84



หล่อซะ....ไม่มีที่ติ
กอล์ฟเคยร่วมงานกับพี่เอ็มเมื่อครั้งแสดงละครเรื่อง
“มิตร ชัยบัญชา มายาชีวิต”ทางช่อง 7

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:59 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 85



บรรยากาศด้านหน้าอนุสรณ์สถาน มิตร ชัยบัญชา

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 15:59 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 86



ถ่ายรูปเป็น....ที่ระลึกกันหน่อย...

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:00 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 87



ถ่ายรูปเป็น....ที่ระทึกกันหน่อย...

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:00 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 88



คุณป้าทั้งหลายก็นั่งร่วมพิธี...จนเสร็จ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:01 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 89



ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลาม เต็มวัด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:01 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 90



มีการสัมภาษณ์แบบพิเศษ...กอล์ฟ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:02 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 91



ตามด้วยป้าแดง นางเอกในรุ่นลุงมิตร
เคยแสดงหนังร่วมกันหลายเรื่องเช่น พระลอ อินทรีย์ทอง
คุณป้าน่ารัก เป็นกันเอง ยิ้มสวย คุยสนุก
ตอนนี้ก็ยังคงเล่นละครจักรๆวงศ์อยู่(พระทินวงศ์)
มีแฟนคลับเป็นเด็กๆเยอะแยะ
ตลอดงานมีชาวบ้านเข้ามาทักทายป้าแดง..อย่างไม่ขาดสาย
ปลื้ม....แทน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:03 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 92



ตามด้วยป้าแอ๊ด...มีการพากย์หนังสดโชว์ด้วย.....ป้าแอ๊ด...สุดยอด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:04 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 93



และคุณป้าหลิน ลินจง...
ได้ขับรองบทเพลง มนต์รักดอกคำใต้โชว์เสียงหวานๆ
น้ำตาลเมืองเพชร...ยังเรียกพี่

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:05 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 94



แฟนๆๆทุกรุ่น

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:05 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 95



แล้วก็ถ่ายรูปร่วมกันหน้าอนุสรณ์สถาน...เช่นเคย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:06 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 96



แล้วเราก็มาถึงพิธีเปิดอนุสรณ์สถาน มิตร ชัยบัญชา อย่างเป็นทางการ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:06 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 97
สุดยอดไปเลยจ้า ... แพ

ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ กระทู้ที่ 20 แล้วพี่มนุส

จาก: จาจา
วันที่: 11/10/50 - 16:07 น.
IP Address: 122.154.4.xx
ความคิดเห็นที่ 98



ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นเกียรติมาเปิดงานนี้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:07 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 99



และก็ทำการเปิดป้าย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:07 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 100



ให้ชมกันแบบเต็มๆ



จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:08 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 101



แล้วก็ทยอยกันเดินไปข้างใน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:08 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 102
ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะพี่มนัส (ข้างบนพิมพ์ผิด อย่าว่ากันเด้อ)

จาก: จาจา
วันที่: 11/10/50 - 16:08 น.
IP Address: 122.154.4.xx
ความคิดเห็นที่ 103



ผู้คนล้นหลาม(ไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้ว)....หิวข้าว
(นั่งหน้าคอมตั้งแต่ตี 5 เพื่อรายงานข่าวงานนี้)

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:09 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 104



บ้านใกล้เรือนเคียงกันก็ทยอยกันเข้ามา...เข้ามา...เข้ามา...

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:10 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 105



ทีมงานเราก็ชื่นชมกันอยู่ข้างล่าง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:10 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 106



ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:11 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 107



และรอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้ม

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:11 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 108



สำหรับคนนี้......ไม่ต้องบอก
ปลื้ม....ทุกงาน ที่มีมิตร

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:12 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 109



รับพวงมาลัย ดอกไม้จ้า…
จากนั้นเราก็ทยอยกันเข้าไปไหว้หุ่นลุงมิตร อธิษฐาน ขอพรกันต่างๆนานา
ห้ามขอหวยนะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:13 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 110



เสร็จแล้วก็เดินมาถ่ายรูปเล่นกัน
จาจา กับกอล์ฟ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:14 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 111



ลูกตาลกับกอล์ฟ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:14 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 112



พี่เล็กกับกอล์ฟ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:15 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 113



จาจากับป้าแดง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:15 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 114



ลูกตาลกับป้าแดง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:16 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 115



พี่อ๊อดกับป้าแดง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:16 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 116



ป้าแอ๊ด...ขวัญใจหนูแพ...
ผู้มากด้วยความสามารถทั้งพากย์หนัง ร้องเพลง แสดงละคร
คุณป้าน่ารักและเป็นกันเอง
งานมิตรปีนี้สู้ไม่ถอย มาร่วมงานเกือบทุกวัน
แถมยังซ่า วัยรุ่น โจ๋ โดนใจหนูแพสุดๆ
ว่าจะคาราวะเป็นสาวกสัก 2 เดือน
ในช่วงที่น้าปุ๊ไม่อยู่สักหน่อย...อะแฮ่ม
ลองดูภาพเอาเองละกัน...น่ารักซะขนาดนี้

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:17 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 117



ตอกย้ำความซ่า...ด้วยภาพเก่าๆ
แอ๊ค..กันเข้าไป

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:18 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 118



อีกภาพ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:19 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 119



เมื่อไหร่ก็ท่าเดียว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:19 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 120



แล้วลุงยอดชายก็เดินทางมาถึง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:20 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 121



กอล์ฟก็สัมภาษณ์ลุงยอดชายผู้ปั้นหุ่น...อีกคน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:21 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 122



ถ่ายรูปร่วมกันอีกรอบจ้า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:21 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 123



ท่าเดียวอีกแล้วนะ....พี่แต๋ว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:22 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 124



แล้วเราก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพกัน เพราะมีงานรออยู่ที่หอภาพยนตร์

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:22 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 125



เวทีที่จะมีคอนเสิร์ตเล่นกันในคืนนี้...แต่เราไม่ได้อยู่ร่วมงานด้วย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:23 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 126



เสวนากันนอกรอบจ้า...นำทีมโดยป้าแดง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:24 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 127



หนูแพควง 2 นางเอกจ้า...มีมือที่ 4 อยู่ด้านหลัง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:24 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 128



แล้วเราก็เดินไปยังกุฏิ ของหลวงพ่อ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:24 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 129



เพื่อรับองค์จตุรคาม กันคงละองค์

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:25 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 130



ถ่ายรูปไว้ก่อนกลับ...อีกครั้ง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:26 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 131



แฟนคลับ....ป้าแดง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:26 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 132



แล้วเราก็เดินลัดเลาะข้างวัด เพื่อขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่
หลายท่านก็สลบกันไป..เพราะเพลีย..แดด
รวมทั้งหนูแพด้วย...
มาตื่นตอนที่พี่เอ็มปลุก
และก็เดินทางมาถึงหอภาพยนตร์ โดยสวัสดิภาพ
ป้าหลิน ป้าแดง และพี่ๆบางส่วนขอตัวกลับก่อน ยกเว้นป้าแอ๊ด
ส่วนพวกเรามีงานรออยู่...อย่าพลาด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:28 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 133



เมื่อมาถึงที่หอภาพยนตร์ พี่เอ็ม พี่โดม และพี่มนัส
เสวนา “ ทำไมใครๆถึงคิดถึงมิตร ชัยบัญชา”
และก็ฉายหนังเรื่อง แม่นาคพระนคร
งานนี้ ป้าแอ๊ดให้เสียงนางเอกเอง ก็เลยเข้าไปชมด้วย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:29 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 134



ด้านนอก พี่โดมเป็นตัวแทนรับเงินรายได้ส่วนหนึ่ง
ที่ได้จากการขายวีซีดีและดีวีดี ของxxx
และการขายภาพของลุงสมภัทร

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:29 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 135



ทีมงานเตรียมแรงกายกันไว้ให้ดี

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:30 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 136



พี่เอ็ม: จาจา

จาจา: ขา...พี่เอ็ม

พี่เอ็ม: พี่มีอะไรจะปรึกษา

จาจา: มีอะไรหรือคะ


จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:30 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 137



พี่เอ็ม:พี่จะทำยังไงกับขนมเมืองเพชร...กองนี้ดี..พี่กลุ้มจริงๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:31 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 138



เอ้า...พวกเราลุย!!!!

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:32 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 139



แกะยากจริงๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:32 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 140



เร่งมือกันหน่อย...เร็ว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:33 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 141



แกะ...ติด...แกะ....ติด

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:33 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 142



พี่ศุภชัย: จะเอายังไงก็ว่า...คุณอ๊อด...ผมทนไม่ไหวแล้วนะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:34 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 143



พี่มนัส: อย่าเพิ่งเถียงกัน..เร่งมือหน่อย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:35 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 144



จาจา: บอกแล้วลุง..ว่าอย่าซื้อกระดาษกาวถูกๆ...มันแกะยาก

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:36 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 145



พี่มนัส: เออ..น่า...ไม่ต้องบ่น

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:36 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 146



พี่อ๊อด: สำหรับผม..ไม่เคยบ่น...เพราะมีธรรมะในหัวใจ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:37 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 147



ลายเซ็นที่ระลึก..ต่างๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:37 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 148



มาช่วยเก็บงานใช่ไหม...พี่เอกชัย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:38 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 149



แล้วก็มาถึงบอร์ดสุดท้าย

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:38 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 150



ขอมอบให้พี่แต๋ว...เป็นผู้เก็บรักษา...ไปเลยจ้า

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:39 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 151



แล้วเราก็ลงมือแกะ....อีกแล้ว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:39 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 152



งานมิตร...จงเจริญ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:40 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 153



ภาพนู้น....ภาพนี้...ภาพนั้น....หล่อ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:40 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 154



พี่เล็ก: สุดท้ายแล้ว....เย้ๆๆๆๆๆๆ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:41 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 155



พี่สาโรจน์ : ยัง.....ติดกระดาษก่อน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:42 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 156



พี่สาโรจน์ : รออีกนิดหนึ่ง...อีกนิดหนึ่ง

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:43 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 157



ใกล้เสร็จงานกันแล้ว

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:43 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 158



จริงเหรอ...อย่าหลอกกันนะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:44 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 159



จริง...ยิ่งกว่าจริง...ขูดหาหวยกันก่อน

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:44 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 160



พี่สาโรจน์...ได้กี่ตัวคะ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:45 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 161



จบด้วยความสะบักสะบอมครับ...อะไม่ใช่
ขอปิดงานมิตรปี 50 เพียงเท่านี้ พบกันปีหน้าฟ้าใหม่...ครับ

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:45 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 162



สุดท้ายขอขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆทุกท่าน
หนูแพมางานมิตรปีนี้เป็นปีที่ 2
แต่ก็ได้มีโอกาสมาร่วมงานตามสมควรหลายครั้ง
ครั้งนี้ก็ด้วยเช่นกัน

ขอจบการรายงานข่าวงานมิตรปี50 เพียงเท่านี้นะคะ
ขอตัวไปหม่ำข้าว...ก่อน
หากตกหล่นก็ขอพี่ๆเพื่อนๆช่วยเพิ่มเติมด้วย
ลาหล่ะค่ะ....แล้วพบกันใหม่ค่า....บ๊ายบาย

หนูแพสาวกป้าแอ๊ด..เอ้ย...น้าปุ๊จ้า..น้าปุ๊

จาก: แพ
วันที่: 11/10/50 - 16:50 น.
IP Address: 222.123.24.xx
ความคิดเห็นที่ 163
ตั้งหน้าตั้งตาอ่านข้อความของแพตั้งแต่ต้นจนจบ "ยอมรับว่างานรำลึกการจากไปของ "มิตร ชัยบัญชา" หรือ ลุงมิตร สำหรับจามีความสุขมาก ปีนี้ทุกอย่าง happy มีความสุข ทุกอย่างลงตัว พี่ ๆ ทุกท่านน่ารัก ถึงแม้ว่าบางท่านจะยังไม่เคยเจอกัน (แต่ด้วยเราพูดภาษาเดียวกัน) เอาเป็นว่าเป็นปีที่ดีที่สุดอีกปีหนึ่งแล้วกันค่ะ

ขอบคุณ
- พี่เอ็ม สำหรับกิจกรรมดี ๆ ที่ทำให้เราได้มาเจอกัน ได้ทำในสิ่งที่พวกเรารักร่วมกัน
- พี่มนัส สำหรับความคิด "เจ้าปัญญา" ยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์" รวมทั้งแรงกาย แรงใจ เพื่อมอบและทุมเทให้กับงานในปีนี้
- พี่แต๋ว ผู้เป็นกำลังใจให้จา เป็นที่ปรึกษา และเป็นทุก ๆ อย่างค่ะ คุยได้ทุกเรื่อง "คนนี้รักมาก"
- พี่ตุ่ม (น้องพี่แต๋ว) คนนี้ก็น่ารัก คุยสนุก เป็นคนที่มีความจำเป็นเลิศอีกคนหนึ่ง
- พี่จุ๋ม คนนี้ รัก รัก รัก เป็นพี่ที่น่ารักมาก ให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง เป็นสารถีสำหรับน้อง ๆ คอยรับคอยส่งกลับบ้านทุกวัน "ได้ข่าวว่าสลบไปเป็นวันเลยค่ะ" คนนี้ก็รักมาก
- พี่อ็อด พี่ศุภชัย พี่อรชุน พี่เอกชัย ลัดเกล้า พี่แม๊กกี้ พี่สาโรจน์ น้องลูกตาล เจ้าแพ พี่สะอาด พี่เล็ก ขอบคุณที่ทำให้งานลุงมิตร ปีนี้เป็นงานมิตร จริง ๆ เพราะว่าทุก ๆ คนคือมิตรของมิตรค่ะ +55+

ยอมรับว่างานปีนี้เหนื่อยมาก ๆ มีการเตรียมงานกันอยู่หลายเดือนเลยค่ะ แต่เห็นกิจกรรมของงานแล้วคุ้มค่ะ (เหนื่อยกายเดี๋ยวเดียวก็หาย) ได้รับคำชมจากคนรอบข้างเยอะมากว่างานปีนี้จัดได้น่ารัก คนที่มาร่วมงานก็น่ารักค่ะ มีแต่คนบอกว่า "ถ้ามีกิจกรรมเกี่ยวกับลุงมิตรให้โทรมาได้เลย" ยินดีมาร่วมงานค่ะได้ยินแบบนี้ก็ปลื้มซิค่ะ แค่นี้ละคะสำหรับคนจัดงานที่อยากจะได้ยินจากคนที่มาร่วมงาน

-----------******----------1----------******----------------

จาก: จาจา
วันที่: 11/10/50 - 17:10 น.
IP Address: 122.154.4.xx
ความคิดเห็นที่ 164
ขอบคุณพี่ น้อง ลุง ป้า ตา ยาย ชาวท่ากระเทียมทุกท่านสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น น่ารักทุกท่านเลย "อาหารอร่อย โดยเฉพาะน้ำพริก 555 ขอกลับบ้านด้วยไม่อยากบอก" ไม่ใช่จาคนเดียวนะ ป้าแอ๊ด จีราภา ป้าหลิน ลินจง ได้กันถ้วนหน้าเลยค่ะ เป็นเจ้าบ้านที่น่ารักทุกคนเลย ยกนิ้วให้ 10 นิ้วเลยค่ะ

******------------****** 2 ******-------------*******

จาก: จาจา
วันที่: 11/10/50 - 17:26 น.
IP Address: 122.154.4.xx
ความคิดเห็นที่ 165
สุดยอดและสมบูรณ์แบบทั้งภาพและข้อมูลครับ

จาก: แม็กกี้
วันที่: 11/10/50 - 18:50 น.
IP Address: 58.64.42.xx
ความคิดเห็นที่ 166
เห็นด้วยกับท่านแม็กกี้ น้องแพทำได้ยอดเยี่ยมมาก
นี่แหละ น้องสาวผม 555 (ท่านี้ทุกภาพ)

จาก: เอกชัย
วันที่: 11/10/50 - 20:15 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 167
....... ในลิ้นชักแห่งความสุข
ก็ได้รับความทรงจำดีๆ นำไปเก็บไว้อีกครั้ง
คราใดที่มีทุกข์ ... ต้อแต้ .... ไม่ซาบาย ย ยย ย ..
เราจะได้ดึงลิ้นชักแห่งความสุขนำความทรงจำดีๆ ขึ้น มาช่วยปลอบใจ
เป็นเพื่อนช่วยคลายทุกข์ลงได้บ้าง

....... มีเพื่อนมาก หรือมีเพื่อนน้อย ... ไม่สำคัญ
ขอแค่มีคนเข้าใจเป็นเพื่อนเคียงกายก็พอ
แซวกันไป .. เล่นกันไป ...ช่วยกันทำงานกันไป ..
ก้าวไปด้วยกัน เพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน ..

....... แม้ตัวจะไกลกัน แต่ใจไม่ไกลเกินเวปไทยฟิล์ม
ดังนั้นอะไรก็มาขวางเราไม่ได้ ... ยกเว้นตอนคอมฯ เสีย ..



จาก: พักรบ
วันที่: 11/10/50 - 23:03 น.
IP Address: 124.120.226.xx
ความคิดเห็นที่ 168
น้องแพ กระทู้ที่20 ขอเหมาแสดงผลงาน ยอดเยี่ยมคนเดียวเลยนะจ๊ะ
เก่งมากครับ เขียนคำอธิบายได้ละเอียดประกอบรูปภาพ คนที่ไม่ได้ไปร่วมงาน ก็เข้าใจมองเห็นภาพและมีความสุขร่วมไปด้วย

ไม่ใช่เก่งอย่างเดียว ยังน่ารักอีกต่างหาก

จาก: อาคม
วันที่: 11/10/50 - 23:05 น.
IP Address: 203.113.41.xx
ความคิดเห็นที่ 169
อาจจะสงสัยว่า ทำไมน้องแพต้องมาทำหน้าที่เปิดกระทู้ที่ 20 นี้แทนผม
แล้วผมจะหายไปไหนหรือเปล่า...

ความจริงไม่มีอะไรหรอกครับ..เพียงแต่งานมิตรเมื่อปีที่แล้ว (ครบ 36 ปี)
ผมเองต้องรอรูปถ่ายจากกล้องน้องแพก่อน แล้วจึงเข้ามารายงานใน
กระทู้นี้...แต่ว่า หลังจากคุ้นเคยและเห็นฝีไม้ลายมือกันแล้ว ปีนี้ ก็เลย
ไหว้วานให้น้องแพ..ช่างภาพประจำกลุ่ม ขยับมาทำหน้าที่นี้แทนได้เลย..

ซึ่งเมื่อได้ดูภาพ ได้อ่านแล้ว..ไม่ผิดหวัง ใช่ไหมครับ...

สิ่งแรกที่อยากพูดสำหรับงานมิตรปีนี้ (ครบ 37 ปี)
คำว่า ขอบคุณ ขอบใจพี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่เข้ามาช่วยงานปีนี้ให้
สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี...ขอบคุณคุณพักรบพี่ใหญ่ผู้มีแต่ให้...ให้ทุกสิ่ง
ทุกอย่างสำหรับงานมิตรและคนมาร่วมงานมิตร...งานนี้ถ้าไม่มีคุณพักรบ
เป็นหัวเรือใหญ่ เราคงจะเดินมาถึงจุดนี้ไม่ได้แน่ครับ....

แรก ๆ ผมเองก็กังวล เกรงว่า งานจะไม่เรียบร้อย...
แผนงานที่คิดไว้ตั้ง 3 เดือนก่อนวันงาน เปลี่ยนไปมาอยู่เสมอ..
แรก ๆ ก็กะว่า จะเป็นฉายหนัง 16 ม.ม.พากย์สด ๆ แต่ก็ต้องล้มความคิด
เพราะกำลังคนของเราไม่พอ แถมยังต้องขอบริจาคแรงงานจากเพื่อน ๆ
นักพากย์อีก เกรงว่าจะเป็นการรบกวนเขาจนเกินไป จึงต้องพักความคิดนี้

โชคดีที่มีคุณพักรบเข้ามาประสานงาน ให้ได้คุณยอดชาย เมฆสุวรรณ
ให้ได้ คุณจีราภา ปัญจศิลป์ เจ้าของละครวิทยุคณะอัชชาวดี มาร่วมงาน
แผนงานจึงกำหนดขึ้นได้ง่ายและลงตัวทันที....

ความแปลกใหม่ที่ผมกะว่า จะทำให้เพื่อน ๆ และคนมาร่วมงานได้แปลก
ใจก็คือ การประสานงานให้ได้เศษหนังมิตรที่ไม่ครบจบเรื่อง มาฉายดูกัน
แต่เนื่องจากหอภาพยนตร์ฯ ยังไม่ได้มีการทำฟิล์มหนังส่วนนี้เป็นเทปไว้
ผมจึงขอได้มาแค่ร้อยหนังตอนที่ 1 ตอนที่ 2 เท่านั้น ส่วนตอนอื่น ๆ เป็น
การใช้สต๊อกจากบ้านผมเองเข้าไปเสริมแทน...

ครั้งแรกก็คิดจะฉายร้อยหนังมิตรแบบใบ้ ๆ ตามต้นฉบับ แต่ก็เกรงว่าคนดู
จะเงียบเหงาเกินไป..ก็เลยต้องไปหาซาวด์เอฟเฟ็กซ์มาประกอบเล่น ๆ
ใส่เพลงจริงตามเรื่องบ้าง ไม่เกี่ยวกับเรื่องบ้างเข้าไปเพื่อให้ดูครึกครื้น
หน่อย...แต่งานนี้กลับกลายเป็นงานหนักที่ทำจริง ๆ ไม่เสร็จ ร้อยหนังฯ
ตอนที่ 5 จึงต้องปล่อยฉายแบบไม่มีเสียง...

ร้อยหนังฯ ที่ฉายไปนั้น คุณโต๊ะ พันธมิตร แนะไอเดียใหม่ปีหน้าว่า
น่าจะหาเพลงดังต่าง ๆ มาใส่ ประมาณว่า ร้อยหนังมิตรด้วยเพลง...
ซึ่งเพื่อน ๆ หลายคน ก็เห็นด้วย...

งานมิตรปีนี้ น้อง ๆ ที่เดินทางมาไกลคนละภาคที่เราเห็นก็คือ
น้องแพ เจ้าเก่าจากเชียงใหม่...แล้วก็น้องลัดเกล้า ที่มาจากอุบล....
ส่วนเพื่อน ๆ ในเว็บนี้ ก็เห็นหน้ากันแทบทุกคน มาทุกวันบ้าง สลับวันกัน
มาบ้าง...ปีนี้ ผมเองแทบไม่ได้คุยกับใครอย่างจริงจังเพราะต้องวิ่งขึ้นลง
ห้องฉายหนัง ต้องวิ่งประสานไปมา..
บอกตามตรง ภาพบางภาพที่น้องแพ นำมาให้ดูนั้น ในวันงานจริง ๆ ผม
เอง ก็ไม่เห็นมาก่อนเหมือนกัน..

ดูจากภาพแล้ว จึงรู้ว่า บรรยากาศงานปีนี้เป็นอย่างไร...
กล่าวโดยสรุป เรียกได้ว่า เป็นความสำเร็จของเราทุกคนในเว็บนี้ครับ
ที่สามารถทำกิจกรรมในลักษณะนี้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ หลังจากที่แค่
เขียน ๆ และพูด ๆ กันในเว็บนี้...

ความประทับใจที่ผมสัมผัสได้อย่างหนึ่งก็คือ การเสียสละของเพื่อน ๆ
ทุกคน...เพราะแม้ทุกคนต่างมีภาระหน้าที่การงานแตกต่างกันไป แต่ก็
มาร่วมงานหมดแทบทุกคน..ข้อสำคัญทุกคนยินดีออกแรงช่วยงานปีนี้
กันอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว ผมภูมิใจจริง ๆ ครับที่มีเพื่อนดี ๆ แบบนี้ครับ
เหนือสิ่งใด ผมดีใจแทนหนังไทยเก่า ๆ ที่เรามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียว
กันที่เข้มแข็งอย่างนี้..

หวังว่า ต่อไปกิจกรรมดี ๆ อย่างนี้ จะมีเพื่อน ๆ มาช่วยงาน มาร่วมงาน
เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ
..............................................

ปิดท้ายข่าวจากค่าย xxx
ตอนนี้ กำลังทำปกวีซีดีอีก 4 เรื่องครับคือ
ขุนดอน เพื่อนคู่แค้น ถล่มมาเฟีย รุกฆาต ครับ
คืนวันเสาร์นี้ คุณโต๊ะจะเข้าไปดูปกที่ให้เขาออกแบบไว้ครับ....

แล้วค่อยกลับมาพบกันใหม่ครับ...



จาก: มนัส138
วันที่: 12/10/50 - 0:16 น.
IP Address: 202.133.154.xx
ความคิดเห็นที่ 170
ผมรู้สึกประทับใจที่ได้มีโอกาสไปงานมิตรครับนี้และได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่ๆเพื่อนๆทุกคนครับ ยอมรับว่าโดยส่วนตัวแล้วประทับใจงานนี้จริงๆครับ

จาก: add
วันที่: 12/10/50 - 1:03 น.
IP Address: 125.24.101.xx
ความคิดเห็นที่ 171
บรรยายด้วยภาพและข้อความได้สมบูรณ์แบบมากครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ ถ้าโอกาสอำนวย ปีต่อๆไป ผมคงมีโอกาสได้ไปร่วมงานครับ..

หมายเหตุ แฟนๆหนัง กรุง ศรีวิไล คงดีใจ ที่ค่าย XxX จะออกหนังของ กรุงฯ 4 เรื่องรวดอย่างที่คุณมนัสฯ แจ้งมา จะรอครับ ว่าแต่เที่ยวนี้จะทำเป็น DVD ออกมาพร้อมกันเหมือนล็อตล่าสุด (สิงห์ล่าสิงห์, คมเฉือนคม) หรือเปล่าครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 12/10/50 - 1:25 น.
IP Address: 124.120.163.xx
ความคิดเห็นที่ 172
สุดยอดมากน้องแพ ป่านนี้คงกินอิ่มนอนหลับแล้ว
บรรยากาศตอนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน ดีมากครับ
ทุกคนทุ่มใจทำกันสุดสุด มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ "มิตร ชัยบัญชา"
สมกับคำว่า "ปิยะมิตร" จริงๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ทำให้งานนี้สำเร็จลงด้วยดี ขออนุโมทนา
ปลื้มใจแทนคุณมิตรครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 12/10/50 - 8:45 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 173
สำเร็จไปอย่างยิ่งใหญ่จริงๆ...สำหรับการจัดงานระดับชาติของคนตัวเล็กๆ กลุ่มเล็กๆ..
ขอชม ขอชม ...สุดยอดครับ..
ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดไปกับสิ่งดีๆที่ได้ทำไว้ครับ

จาก: โต้ง
วันที่: 12/10/50 - 11:14 น.
IP Address: 125.25.140.xx
ความคิดเห็นที่ 174



เห็นภาพแล้วหายเหนื่อยเลย...ความรู้สึกคงไม่ต้องบรรยายแล้ว...ดีใจที่ได้เจอพี่ๆ..เพื่อนๆ..และน้องๆที่เยี่ยมทั้งกายและใจ..ยังงี้ก็ต้องเจอสโลแกนประจำตัวข้าพเจ้า......รักพิศมัยเพราะพิศมัยเล่นหนังกับลุงมิตร...

จาก: จุฑามาศ
วันที่: 12/10/50 - 13:34 น.
IP Address: 124.120.41.xx
ความคิดเห็นที่ 175



ติดภารกิจเพิ่งมีเวลาแวะเข้ามา...ยอดเยี่ยมมากครับคุณปิยะแพ

ฉายา...ท่านี้ทุกภาพ เจ้า (ล้อเล่นเน้อ)

จาก: <อรชุน>
วันที่: 12/10/50 - 21:10 น.
IP Address: 125.26.34.xx
ความคิดเห็นที่ 176



สวัสดีครับ....

ใครที่ซื้อดีวีดีเรื่อง.. จ้าวอินทรี กับ 7 พระกาฬ
ของคุณโต๊ะไป ที่ปกหลังเรื่อง จ้าวอินทรี ลงวันฉายครั้งแรกผิดไป
ส่วนหน้าปก 7 พระกาฬ ลงตำแหน่งผู้กำกับเป็น นำแสดง... ผิดอีกครับ
แกเองก็เพิ่งเห็นตอนนำดีวีดีออกขาย...เลยแก้ไขไม่ทัน
เข้าใจว่า เหตุที่ผิดพลาดก็เพราะว่า คุณโต๊ะเขาชอบไปปกกันตอนดึก ๆ
บางครั้งก็ตีหนึ่ง ตีสอง สายตาก็เลยเพี้ยนไป...

คืนนี้ ก็มีคิวทำปกอีกหลายเรื่อง ไม่รู้ว่าจะเพี้ยนอีกหรือเปล่า
นี่ถ้าแกเล่นเน็ตเป็น แล้วเอาปกมาลงให้เราดูก่อนเหมือนที่คุณมงคลทำ
ก็น่าจะดีนะครับ....เผื่อมีอะไรก็จะแก้ไขได้ทัน

ซึ้งใจ สะใจกับคำพูดของคุณโต้ง (ความเห็นที่ 173)
" สำเร็จไปอย่างยิ่งใหญ่จริง ๆ...สำหรับการจัดงานระดับชาติของคนตัวเล็ก ๆ กลุ่มเล็ก ๆ.."

ความจริง ผมอยากเห็นงานมิตร เป็นงานระดับชาติครับ..
หรือไม่นั้น ก็ต้องยิ่งใหญ่เหมือนกับต่างประเทศเขาทำกัน
แต่สำหรับไทยเรา มักติดเงื่อนไขต่าง ๆ จนทำให้งานแบบนี้ไปไกล
กว่านี้ไม่ได้...

ลองคิดเล่น ๆ เอกชนจัด ถ้าไม่กำไร เขาก็ไม่อยากจัด ตัวอย่างมีให้
เห็นเยอะแยะ
แต่ถ้าเป็นราชการจัด ก็จะต้องตอบคำถามว่า ทำไมจัดให้แต่คนนี้
ทำไมไม่จัดให้คนนั้นบ้าง พูดไปพูดมา คนต้นคิดก็เลยเลิกล้มความตั้งใจ
ไป

ถูกของคุณโต้ง ที่ว่า เป็นงานระดับชาติ ของคนตัวเล็ก ๆ กลุ่มเล็ก ๆ
เพราะงานนี้ ถ้ามิได้แรงงานจากเพื่อน ๆ ที่ถอดหัวโขน ตำแหน่งหน้าที่
การงานมานั่งพื้น จัดบอร์ด เก็บบอร์ดเหมือนเป็นเด็กนักเรียน งานก็คงไม่
สำเร็จเช่นนี้...



จาก: มนัส138
วันที่: 13/10/50 - 14:32 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 177
พี่มนัสครับ ผมเห็นรูปงานมิตรแล้ว น่าเสียดายจังที่ไม่ได้ไป แต่ผมก็ติดตามข่าวจากเว๊ปนี้ตลอด เพราะมีเพื่อนๆลงรูปให้ดู ขอให้พี่มนัสและเพื่อนๆ จงอยู่คู่กับหนังไทยตลอดไปนะครับ ถ้าไม่มีกลุ่มพี่ๆ ที่ช่วยอนุรักษ์หนังไทย หนังไทยก็คงดูเศร้าและเงียบเหงาไปเลยครับ

จาก: มงคล
วันที่: 13/10/50 - 16:25 น.
IP Address: 58.9.70.xx
ความคิดเห็นที่ 178



หลังจากที่ช่วยกันแกะช่วยกันขูด

ได้ตัวดีมาบอกทุกๆท่าน อิอิ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 13/10/50 - 18:10 น.
IP Address: 222.123.223.xx
ความคิดเห็นที่ 179
ใกล้จะถึงแล้ว อย่าลืมไปซื้อก็แล้วกันค่ะ ( "เอ้า ไปกันใหญ่แล้วเรา")
แต่ถ้าถูกอย่าลืมมาแบ่งกันด้วยนะ

วันก่อนลืมขอเบอร์ลัดเกล้า ก็เลยไม่ได้โทรคุยกัน ยังไงก็เมล์มาให้หน่อยนะ jajaoa@hotmail.com

อ่านข้อความของพี่มนัสแล้วเป็นปลื้มจังค่ะ (ยังงี้ทำงานถวายหัวให้เลยเพื่อหนังไทย และเพื่อลุงมิตรค่ะ)

จาก: จาจา
วันที่: 14/10/50 - 22:27 น.
IP Address: 58.10.84.xx
ความคิดเห็นที่ 180



สวัสดีครับ...

ตอนช่วงเตรียมงานมิตร กระทั่งถึงวันงาน ผมเองก็กะว่าจะโทรไปชวน
คุณมงคลให้มาร่วมงานด้วย.. แต่เพราะต้องวิ่งไปวิ่งมา ก็เลยลืมโทรหา...
ไม่เป็นไรครับ งานหน้าค่อยว่ากันใหม่...
จริง ๆ หนังไทยอยู่กับใจทุกคนในเว็บนี้อยู่แล้วครับ ต่างคนต่างช่วยกัน
สนับสนุน หนังไทยเก่า ๆ ก็อยู่ได้ครับ
แต่ถ้าไม่ได้ผู้ผลิตอย่างคุณมงคล มาช่วยอีกแรง ก็คงลำบากนะครับ
ยังไง อย่าเพิ่งถอดใจนะครับ...

สำหรับน้องลัดเกล้า (ชื่อเล่นที่บอกมาเหมือนชื่อเล่นลูกชายของพี่เลย...)
ตลอดวันงาน เราแทบไม่ได้คุยกันเลย เพราะพี่มัวแต่ยุ่ง ๆ
แรก ๆ ก็กลัวว่า น้องมาไกล จะเหงา เพราะพี่ ๆ เพื่อน ๆ ดูแลไม่ทั่วถึง
แต่พอเห็นน้องจับไมค์ (ที่ไปกับ 2 สาวและคุณโต๊ะ) แล้ว ก็เลยสบายใจ
ได้ว่า งานนี้น้องได้รับความสนุก ความสุข กลับไป...ยิ่งพอน้องเจอพี่
ประชา...ด้วย ก็คงจะสุขยิ่งกว่านะ
ขอบอกหน่อยนะว่า พี่ประชา แต่เดิมเป็นคนที่หวงภาพมาก ๆ
ส่วนใหญ่จะเอามาให้ดู เอามาให้เราน้ำลายหก แล้วก็เอากลับไปคืน
แต่หลังจากได้เจอครั้งสุดท้ายเมื่อตอนเปิดตัวละครดาวดินที่ศาลมิตร
ที่ชลบุรี... เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2550....ประชาก็เปลี่ยนไป...
พอรู้ว่า พี่จุ กับ น้องจาจา ชอบพิศมัย..
ได้ยินว่า น้องแพ ชอบปิยะมาศ... แกก็ไม่พูดอะไร ถามแต่เพียงว่า
ชอบตรงไหน แล้วก็เงียบหาย....
เพิ่งมาเฉลยก็ต้องไปวัดท่ากระเทียมนี่เอง เพราะพี่แกขนหนังสื่อตามต้น
ฉบับที่มีรูป พิศมัย รูปปิยะมาศ มาฝาก จนสาว ๆ ยิ้มแก้มปริไปตามๆกัน..
เสียดายที่เขาเพิ่งเจอน้องลัดเกล้า ก็เลยต้องนัดแนะกันวันหลัง....
อย่าลืม ถ้ามากรุงเทพฯอีก ก็โทรหาพวกพี่ ๆ บ้างนะ.....

เพิ่งไปอ่านข้อความที่น้องจาจาเขียนไว้ในกระทู้พี่เอ็ม..
จึงถึงบางอ้อว่า ทำไม ถึงต้องการหนังสือมิตร.....
เอาหละ...อยากได้อะไรก็บอกมา..แล้วจะขนย้ายไปฝากไว้ให้
อย่างน้อย ๆ จาก็อายุน้อยกว่าใครเพื่อน หนังสือจะได้อยู่อีกนาน ๆ
เพราะพวกพี่ ๆ ก็เฒ่าชแร แกชรากันขึ้นทุกวัน...




จาก: มนัส138
วันที่: 14/10/50 - 23:46 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 181



เรายังไม่ลืมมิตร...

จาก: มนัส138
วันที่: 16/10/50 - 1:35 น.
IP Address: 210.86.221.xx
ความคิดเห็นที่ 182



ไม่รู้เป็นไร..คืนนี้กลับถึงหนังเรื่องนี้มาก ๆ ....
กราบที่ดวงใจ...หนังที่ชื่อเพราะ ๆ ..
หากมีใครมาพูดใกล้หูเราว่า อยากจะ กราบที่ดวงใจ แล้ว
ผมว่า ฟังแล้วชื่นใจนะ..

เหตุที่คิดถึงหนังเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะว่า ตอนสมัยที่ผมอยู่ต่างจังหวัด
หนังเรื่องนี้เคยผ่านมือผมหลายครั้ง หลายหน..หรืออาจเรียกได้ว่า
คืนไหน ถ้าผมไปฉายหนังกับเพื่อน (ลูกเจ้าของหนังกลางแปลง)
แล้ว หน่วยบริการหนังที่ผมติดรถไปฉายเสมอ ก็มักจะมีฟิล์มหนังเรื่องนี้
ติดไปเป็นหนังแถมเจ้าภาพอยู่เสมอ....

กราบที่ดวงใจ ไม่ใช่หนังบู๊.. จึงต้องกลายเป็นหนังแถมโดยปริยาย..
และมักจะต้องฉายเรื่องที่ห้าคือเรื่องสุดท้ายของงานเสมอ....
จำได้ว่า เวลาช่วยกันฉาย...หนังเรื่องนี้จะถูกผมยกม้วนเสมอ
เพราะขี่เกียจดู หลังจากที่ทนดูจนจบเรื่องไปครั้งหนึ่งแล้ว
...เอ..ตอนนี้นึกไม่ออกแล้วว่า หนังเรื่องนี้มันมีกี่ม้วนจบกันแน่..
ระหว่าง 6 หรือ 7 ม้วน...แต่แน่ ๆ เวลาฉาย ต้องยกม้วนทุกครั้งไป..
ทุกครั้งที่เปลี่ยนม้วน ชาวบ้านจะหันมามองที่เครื่องฉายทุกครั้งไป
แต่ผมก็ทำเป็นไม่รู้ ไม่ชี้...บางครั้งฉายยังไม่ทันจบเรื่อง ฟ้าก็สว่างแล้ว
ขนาดยกม้วน ยังฉายไม่เคยจบเลยครับ....

ที่เล่ามาก็เหมือนระบายทุกข์ เพราะตอนนี้รู้สึกว่า ทำกรรมกับหนังเรื่องนี้
ไว้มาก ใจก็อยากจะไถ่โทษ อยากจะช่วยเหลือ...พูดง่าย ๆ ก็คือ อยาก
จะให้หนังเรื่องนี้มีโอกาสกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง..อย่างน้อย ๆ ก็คงมีคุณ
เอกชัย คอยอุดหนุนอยู่แล้ว... มีครั้งหนึ่งคุยกับคุณโต๊ะพันธมิตร แล้วก็
บังเอิญคุยถึงหนังเรื่องนี้ ...กราบที่ดวงใจ กลายเป็นหนังที่คุณโต๊ะชอบ
อีกคนหนึ่ง.. ผมก็เลยเล่าวีระกรรมวีระเวรข้างต้นให้ฟัง...แกก็เลยบอกว่า
ถ้ากลับต่างจังหวัด อย่าลืมไปถามดูฟิล์มหน่อย เพราะสันนิษฐานกันว่า
หนังถูกยกม้วนบ่อย ๆ ฟิล์มน่าจะเหลือดี ๆ ครับ.....แกอยากทำหนังเรื่องนี้

แต่พอผมกลับไปต่างจังหวัด ก็เข้าไปเลียบเคียงถามถึงหนังเรื่องนี้
เพื่อนก็บอกว่า เอาไปเทิร์น์เปลี่ยนเป็นหนังเรื่องอื่น ๆ มาฉายแทนนาน
แล้ว...รู้สึกว่า ถ้าไม่อยู่ร้อยเอ็ด ก็ต้องเตลิดไปอยู่จังหวัดอื่นต่อแล้ว....
พอมีโอกาสไปร้อยเอ็ด ก็พยายามถามหาหนังเรื่องนี้ แต่ก็ไร้วี่แววครับ...
สอบถามไปยังหอภาพยนตร์ฯ แล้ว ก็ไม่มีฟิล์มเช่นกัน....

กราบที่ดวงใจ...จึงเหลือเพียงชื่อที่คาใจผมตลอดมา...


จาก: มนัส138
วันที่: 16/10/50 - 2:16 น.
IP Address: 210.86.221.xx
ความคิดเห็นที่ 183
สวัสดีครับ พี่มนัส เมื่อคืนนึกถึงพี่เช่นกัน อยากจะโทรไปคุยแต่
มันก็ดึกมากแล้ว เกรงใจพี่ครับ แต่พอเห็นเวลาที่พี่โพสท์กระทู้นี่ ก็ปา
ไปตี 2 กว่า ๆ นอนดึกมากๆเลยนะครับ ยังไงระวังรักษาสุขภาพด้วย
อากาศกำลังเปลี่ยนแปลง

เรื่องที่พี่มนัสเขียนถึงหนังไทย กราบที่ดวงใจ ผมเคยอ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว
แต่พี่มนัสนำมาเขียนอีก แสดงว่ามีความหลังฝังใจกับหนังเรื่องนี้จริง ๆ
ผมคิดว่าหากคุณโต๊ะ ก็ชื่นชอบหนังเรื่องนี้ พี่มนัสก็พยายามเสาะหาหนังเรื่องดังกล่าว เพราะคิดว่า ทำเวรทำกรรมกับหนังเรื่องนี้ไว้เยอะ (ความจริงพี่ก็พูดเกินไปนะครับ)
หากผมทำหน้าที่เหมือนพี่ก็คงทำแบบนั้นแหละ หนังชีวิตแบบนั้นคงไม่
เป็นที่นิยมของผู้ชมในยุคนั้นเท่าไหร่

ก็ได้หวังไว้ว่า พี่มนัสและทีมงานของพันธมิตรจะมีโอกาสพบเจอหนังชีวิต
ดี ๆ เรื่อง กราบที่ดวงใจ ครับ

ผมคิดว่าอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ มันก็เป็นไปได้หลายต่อหลายครั้งแล้ว
เช่นหนัง เสือสี่แคว ของพันธมิตร ผมก็ไม่คิดว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้ดูอีกครั้งแล้ว
แต่ก็ยัง...ได้ดูจนได้ ....
ขอเอาใจช่วยครับพี่

จาก: เอกชัย
วันที่: 16/10/50 - 8:29 น.
IP Address: 58.137.23.xx
ความคิดเห็นที่ 184
นู๋แพ คห.136 กะ 137 ฮาได้ใจมากๆ รู้ปะ

จาก: โนบิตะ
วันที่: 16/10/50 - 9:03 น.
IP Address: 124.120.135.xx
ความคิดเห็นที่ 185
ดีวีดีหนังเรื่อง "คมเฉือนคม" ที่ผมซื้อไปจากร้านเจบิ๊คส์(ขายส่ง) กระตุกช่วงท้าย หลายช่วง (ลองที่บ้านมาหลายเครื่องแล้ว)
เอาไปเปลี่ยนที่ร้าน ทางร้านก็ใจดี ให้เปลี่ยน(เหลืออยู่แผ่นสุดท้าย)
ตอนลองที่ร้านก็ไม่เป็น แต่พอกลับมาเปิดที่บ้าน เป็นอีกแล้ว แต่แค่ช่วงท้ายช่วงเดียว
สังเกตุแผ่นตรงริมๆจะมีรอยเหมือนเป็นรอยนิ้วมือ ลบเท่าไรก็ไม่ออก แผ่นแรกมีมากก็กระตุกมาก แผ่นหลังมีน้อยก็กระตุกน้อย
ผมแจ๊คพ็อตเจอทั้ง 2 ครั้ง ก็เลยต้องยอมแพ้(เกรงใจคนขาย แต่ของเขาก็หมดแล้วด้วย)
สังเกตุ เครื่องเล่นดีวีดีจะกระตุกมาก ลองลงไปเป็นเครื่องคอมพ์ ดีที่สุดคือเครื่อง DVD RECORDER ที่ไม่กระตุกเลย แค่สะดุดแป๊บเดียวแล้วก็ผ่าน
ผมต้องการรักษาหนังเอาไว้ ก็ลองเอาไปไรท์ อ่านถึง 99 % ก็ขึ้น ERROR ทั้ง 2 แผ่น
หนทางสุดท้ายที่จะรักษาหนังไว้ได้ก็คือ ต้องอัด DVD RECORDER ครับ(ยังไม่ได้ทำ)
แต่ดีวีดีหนังเรื่องอื่นของ XXX ล็อตล่าสุด ทุกเรื่องไม่มีปัญหาครับ
เสียดายเรื่อง คมเฉือนคม ผมว่าภาพดีมากมาก ดีที่สุดในจำนวน 6 เรื่องของ XXX ในล็อตนี้เลย
ไม่ทราบผิดพลาดที่โรงงานหรือการบรรจุ

จาก: อ๊อด
วันที่: 17/10/50 - 9:35 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 186



เห็นพี่มนัสกล่าวถึงอยู่พอดี

จาก: จุ
วันที่: 17/10/50 - 18:16 น.
IP Address: 124.120.43.xx
ความคิดเห็นที่ 187



สวัสดีครับ...
พอดึก ๆ ก็ออกมาสารภาพบาปอีกที.....
และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเคยสร้างวีระเวร วีระกรรมไว้อีก...
แค่ชื่อหนังกับเนื้อหนังก็พอเดาออกว่า ต่างจังหวัดไม่ค่อยนิยม...
วิมานดารา...ผมเคยฉาย เคยดู และก็เคยยกม้วน..(อีกแล้ว)
หนังเรื่องนี้ยาวมาก 8 ม้วนจบ...
ฉากที่ดูแล้วประทับใจอยู่ตรงที่ สุเทพ วงศ์กำแหง ซึ่งเป็นนักร้องตกยาก
บ้านอยู่ในสลัม..พอไม่มีจะกิน ก็งัดเอาแผ่นเสียงของตนที่เก็บไว้เป็นสมบัติ
ออกมาขายกิน..แต่บังเอิญมีสตรีนางหนึ่งขอซื้อไว้เพราะบอกว่า เสียดาย
ที่ผลงานดี ๆ อย่างนี้จะถูกขายให้กับซาเล้งไป......

จำได้ว่า ผมได้ฉายไม่กี่ครั้ง พ่อของเพื่อนก็เอาไปเทิร์นแลกหนังบู๊เรื่อง
อื่นมาฉายแทน....พอเข้ากรุงเทพฯมาเรียนหนังสือ เหงา ๆ ก็คิดถึงอดีต
คิดไปก็เลยคิดถึงหนังเรื่องนี้ บอกกับตัวเองว่า อยากจะกลับไปดูอีกครั้ง
หนึ่ง...ก็พยายามถามหาหนังเรื่องนี้ว่า ทำไมไม่มีวีดีโอเลย
จนเมื่อได้พบกับลุงสมภัทร ศูนย์รวมใบปิดหนังไทย แกก็ยังไม่มีใบปิด
เรื่องนี้อีก...ผมจึงไปค้นหาจากหนังสือดาราเก่า ๆ จึงได้มาเท่าที่เห็นนี่
แหละครับ...
แต่ว่าโชคดีเพราะเมื่อหลายปีก่อน ได้มีโอกาสไปดูหนังวันเสาร์ที่หอภาพยนตร์ฯ
ศาลายา..จึงได้เลียบเคียงถามดู ก็เลยรู้ว่า ยังมีฟิล์มเนกาตีฟเก็บอยู่
แต่ไม่มีใครสนใจเอาไปทำ..คุณสุเทพฯ เจ้าของหนังก็ไม่สนใจด้วย
ก็เลยยุส่งให้หอฯ ทำเทปออกมาฉาย...แม้ว่าสีจะไม่สวยเหมือนกับเอา
ฟิล์มไปเทเลซีนที่โซโฮ...แต่ผมกับเพื่อน ๆ รู้สึกว่าจะเป็นน้านุ ก็ไปดูกัน
และก็ไม่ลืมบอกให้คุณโต๊ะไปด้วย (เผื่อฟลุ๊กเขาจะทำวีซีดี)...
แต่คุณโต๊ะ ดูแล้วก็เฉย ๆ
พอหนังจบก็ไม่เคยมีใครพูดถึงหนังเรื่องนี้อีกเลย.....
แต่วันนี้ อย่างน้อยๆ ผมก็ช่วยเข็นให้หนังเรื่องนี้ได้ออกมาฉายอีกครั้ง
หมดเวรหมดกรรมไปอีกเรื่อง...
ใครที่อยากดูเรื่องนี้ ก็ลองไปขอดูเทปจากหอภาพยนตร์ในวันเวลา
ราชการครับ...





จาก: มนัส138
วันที่: 18/10/50 - 2:18 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 188
คุณ มนัส ครับ อยากได้ รูปและประวัติ ของคุณสุมาลี ทองหล่อ
ว่าเล่นอะไรบ้าง จะขอบคุณมาก

จาก: นิด
วันที่: 18/10/50 - 12:09 น.
IP Address: 75.51.166.xx
ความคิดเห็นที่ 189



สวัสดีครับ...

ลุเข้าปี 2514 ก็เริ่มมีพระเอกหนังไทยหน้าใหม่ ๆ แจ้งเกิดในวงการ
ภาพนี้ สรพงศ์ ถ่ายลงนิตยสารดารา..เต็มหน้า แต่ว่าอยู่ท้ายเล่ม..
เพราะเพิ่งเข้าวงการใหม่ ๆ จากนั้นอีกไม่นาน ก็ต้องขึ้นปกนิตยสารกัน
แทบทุกเล่ม.....
บังเอิญไฟล์ที่พี่จุสแกนมาให้เห็นเข้า ก็เลยนึกถึงพี่อ๊อด...

จาก: มนัส138
วันที่: 18/10/50 - 21:59 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 190



เวลามีพระเอกหน้าใหม่เข้าวงการ..
ก็มักจะมีนิตยสารตามไปเก็บภาพเด็ด ๆ แปลก ๆ มาให้แฟนหนังได้รู้จัก..
วิธีเขียนโปรโมตจะต่างกว่าปัจจุบันมาก...
ส่วนใหญ่ ถ้าอยากรู้แบบลึก ๆ ก็ต้องอ่านจากนิตยสาร..
ภาพนี้ ยอดชาย เมฆสุวรรณ....โชว์ๆๆ

จาก: มนัส138
วันที่: 18/10/50 - 22:02 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 191



นิตยสารฉบับหนึ่งเขียนถึงพระเอกหน้าใหม่.
ความยาว 4 หน้า....แต่เอามาเฉพาะหน้าแรกมาให้คุณเอกชัยดูว่า
มีแล้วหรือยัง...ภาพนี้นี้พี่จุเป็นคนสแกนให้ครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 18/10/50 - 22:07 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 192



ส่วนภาพนี้ สุมาลี ทองหล่อ ที่คุณนิดขอมาครับ..
แต่ประวัติและผลงานภาพยนตร์ ลองดูว่า จะมีท่านใดช่วยต่อนะครับ...
นอกจากจะเป็นนักร้อง ดารา และยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังด้วย


จาก: มนัส138
วันที่: 18/10/50 - 22:09 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 193



-----เพิ่งเห็นว่า พิมพ์นามสกุลของคุณสุมาลี ผิดไป...
ความจริง ต้องเป็น สุมาลี ทองหล่อ ครับ...

ปิดท้ายด้วย ภาพเก่า เล่าความหลัง....

ช่วงที่ผมกำลังเรียนชั้น ม.ศ.5 (ถ้าปัจจุบันเทียบเป็นชั้น ม.6)
ผมมีเพื่อนเป็นลูกชายเจ้าของหนังกลางแปลง...
เราก็เลยมักจะอาศัยคืนวันศุกร์ วันเสาร์ ออกตามหน่วยฉายหนังไป..
สนุก..เพราะได้นั่งรถเที่ยว..ได้ไปดูหนัง..ได้ไปเปิดเพลงก่อนหนังฉาย..
บางครั้งก็ได้กินกับข้าวแปลก ๆ ที่ชาวบ้านเขาเอามาเลี้ยง..
สมัยนั้น รถฉายหนังเปรียบเหมือนบุคคลสำคัญ....
ไปแวะบ้านไหน ก็จะมีคนเข้ามาทักทาย มาถามว่า คืนนี้จะไปฉายที่ไหน
พร้อมกับชำเลืองสายตาเข้าไปในรถ..มองหากระเป๋าฟิล์มหนังว่ามีเรื่อง
อะไรบ้าง....

แรกๆ ผมก็ไปแค่คืนวันศุกร์ วันเสาร์ หนัก ๆ เข้าก็ไปแทบทุกคืน..
บางวันต้องมานั่งหลับในห้องเรียนก็มี...แต่ว่าช่วงปิดเทอมนั้น ไปแทบ
ทุกวัน....ผมได้เห็น ได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของเด็กเร่หนัง..
ของคนในชนบทต่าง ๆ มากมาย

ที่ผมบอกว่า รถฉายหนังเหมือนเป็นบุคคลสำคัญนั้น ดูได้จากเพื่อนผม
ซึ่งขับรถเป็นแล้ว แต่ไม่มีใบขับขี่ เวลาไปฉายหนัง ก็มักจะถูกด่านตรวจ
แต่พี่ ๆ ตำรวจ เขาก็ใจดี ถามแค่ว่า จะไปฉายที่ไหน เรื่องอะไร..เท่านั้น
บางทีหากเข้าไปลึก ๆ ดงผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(สมัยก่อน) ตำรวจ
เขาก็จะเตือนไม่ให้เราเข้าไป.... แต่เพราะความอยากได้เงินเพราะไม่
ค่อยมีหน่วยฉายหนังไหนเข้าไปฉาย บางทีเราก็ฝืนไป..ไปเหมือนกับไป
ผจญภัย..แต่ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์ร้ายเลยสักครั้ง....

ที่ตื่นเต้นและน่าสนุก ก็ตอนวิ่งหนัง...
วิ่งหนัง จะใช้เมื่อหนังเรื่องเดียวกัน ต้องฉายกัน 2 ที่หรือ 3 ที่ในคืนเดียว
กันเพราะเจ้าภาพเขาต้องการหนังเรื่องนั้น ๆ ไปฉายในงานเขาจริง ๆ ...
ผมเองมีประสบการณ์วิ่งหนังหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลงานบุญ..
แต่ว่า ก่อนที่จะมีการวิ่งหนังจะต้องตกลงกับเจ้าภาพ (คนจ้างไปฉาย)
ไว้ก่อนล่วงหน้า ไม่งั้น เขาจะว่าเราหลอกเขา เพราะเวลาจ้างหนังไป
ฉายคืนหนึ่งยันโต้รุ่ง จะต้องมีหนังฉาย 5 เรื่อง หนังทุกเรื่องจะต้องอยู่
พร้อมกันหมด รอว่า เจ้าภาพเขาจะให้ฉายเรื่องไหนก่อน...
เวลาบอกให้ฉาย เจ้าภาพบางรายต้องการให้คนอยู่ในงานนาน ๆ ก็จะ
ให้ฉายหนังดี ๆ เรื่องท้าย ๆ เช่นฉายเรื่องที่ 3 ที่ 4 เป็นต้น...
เราก็ต้องตามใจเจ้าภาพเขา.....

การวิ่งหนังในต่างจังหวัด ไม่สบายเหมือนในกรุงเทพฯเพราะบางทีต้อง
วิ่งห่างกันถึง 80 กิโลเมตร....ทางก็เป็นดินลูกรัง บางทีก็วิ่งรถผ่านคันนา
ซึ่งทำให้ควบคุมเวลาไม่ได้แน่นอน...
มีครั้งหนึ่ง เจอเจ้าภาพหลอกว่า ทางดี เกียร์ 4 สบาย...
เราก็เขาใจว่า ทางวิ่งสะดวก แต่พอวิ่งเข้าจริง ๆ ที่ว่า เกียร์ 4 สบาย
ดันเป็นว่า สบายเพราะไม่ต้องใช้ เล่นเกียร์ 1 เกียร์ 2 แค่นั้นแหละ
คิดดูว่า กะวิ่งไปฉายให้ทันเรื่องที่ 2 ยังปาเข้าไปเกือบเรื่องที่ 4 ทั้ง ๆ ที่
เป็นหนังเต็งด้วย.....

นอกจากพ่อเพื่อนผมเขาจะรับฉายหนังกลางแปลงแล้ว บางครั้งเขาก็ลง
ทุนซื้อฟิล์มมาเดินฉายในจังหวัดอีกด้วย...
ลูกทุ่งดิสโก้ ...ก็เป็นอีกเรื่องที่ซื้อมาวิ่งฉายเอง...
เห็นบอกว่า ซื้อเพราะชื่อมันดี มันโดนเพราะตอนนั้น จังหวะดิสโก้กำลังดัง
รู้สึกจะมีเพลงของแกรนด์ x ชุดลูกทุ่งดิสโก้ ออกตีตลาดอยู่ในช่วงนั้น...
หนังก็สร้างตามกระแสนี่ด้วย
ก็เลยเลือกซื้อเรื่องนี้มาฉาย...อ้อ มีดาราแม่เหล็กของสายอีสานด้วย
คือ สุพรรษา...เล่นด้วย
พอได้ฟิล์มมา เพื่อนผมก็พาไปเดินสาย ฉายตามโรงตามอำเภอ...
ครั้งแรก ไปอำเภอหนึ่ง ห่างจากตัวเมืองไปประมาณเกือบ 50-60 กิโล
เป็นโรงหนังไม้ มีเก้าอี้ให้นั่ง เอาชื่ออำเภอมาตั้งเป็นชื่อโรง แล้วต่อท้าย
ด้วยคำว่า เธียร์เตอร์....เป็นการฉายแบบหักเปอร์เซ็นต์กัน รู้สึกว่า จะเป็น
60-40 เปอร์เซ็นต์...อะไรนี่แหละ..ที่ไม่ค่อยจำก็เพราะว่า จำได้แม่นว่า
คืนนั้นมีคนดูไม่ถึง 20 คน.. ผลก็คือ ขาดทุนค่าน้ำมัน...

พอกลับมาพ่อเพื่อนก็ถามว่า ทำไมหนังไม่มีคนดู... ผมก็ว่า หนังมันไม่มี
ไม่สนุก..เพราะชาวบ้านเขาชอบหนังบู๊เป็นหลัก...
หนังเรื่องนี้ ก็เลยต้องกลายเป็นหนังแถมในเวลาต่อมา...
แต่ก็ยังไม่เข็ดครับ...มีนักศึกษาครู มายุให้ซื้อเรื่อง แก้ว (ทูน) มาฉายอีก
แกก็ซื้ออีก แต่ว่าเป็นการซื้อมาฉายกลางแปลงอย่างเดียว...
เขาแนะนำให้เสร็จว่า ต้องไปฉายใกล้วิทยาลัยครู เพราะหนังเรื่องนี้นัก
ศึกษาชอบแน่ ๆ เพื่อนผมก็ไปปิดวิกล้อมผ้าฉาย กะว่าฉายคืนวันอาทิตย์
เพราะนักศึกษากลับมาจากบ้านนอกพอดี เงินกำลังมี....เราก็ตั้งจอเตรียม
ฉายแต่หัววัน ออกวิ่งรถประกาศในละแวกนั้นไปทั่วว่า...

..ค่ำคืนนี้ เสร็จจากภาระกิจ อย่าลืมจูงมือบุตร ฉุดมือหลาน ประสานมือแฟน
เกี่ยวแขนกันไปดูหนัง...เป็นหนังดี หนังดังชื่อสั้น ๆ ว่า แก้ว....
นำแสดงโดยพระเอกใหม่ ทูน หิรัญทรัพย์ พบนางเอกใหม่ ลินดา ค้าธัญเจริญ
เป็นหนังวัยรุ่น นักศึกษาไม่ควรพลาดชม คืนนี้เสนอฉาย 2 เรื่องควบ...
2 รสชาดกับอีกผลงานอมตะพื้นบ้าน...ที่นำมาสร้างเป็นหนังให้เราดู
ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ นำแสดงโดย
พระเอก-นางเอกที่โด่งดังจาก ครูบ้านนอก เขาคือ ปิยะ ตระกูลราษฎร์
วาสนา สิทธิเวช ครั้งนี้ มาสวมบทบาทใหม่...อย่าลืม อย่าพลาด...

พอค่ำ...ก็เงียบอีก..กะว่าจะมีนักศึกษามาดู ก็เงียบอีก..
ราคาตั๋วที่ตั้งไว้ ไม่ค่อยแน่ใจว่า จะเป็นผู้ใหญ่ 10 เด็ก 6 หรือเปล่า
จำไม่ค่อยได้เพราะ ผมจะไม่ชอบขายตั๋วหนัง ผมชอบจับไมค์อยู่กับ
เครื่องเสียง เครื่องฉายเป็นหลัก...
ก็เหมือนครับ คืนนั้นได้เงินกลับบ้านไม่กี่ร้อยบาท....ขาดทุนอีกครับ
พอเจอหน้านักศึกษาที่แนะนำ..พ่อเพื่อนผมก็ตอกหน้าว่า หนังไม่เห็นดี
ไม่มีคนดู...เขาก็ตอกกลับว่า หนังมันดีจะตายไป แต่หัวคนดูไม่ถึงเอง...
ตอนนั้น ผมก็ได้งง ๆ

เพิ่งมาถึงบางอ้อ ก็ตอนได้ดูวีซีดีเรื่อง แก้ว และ ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่
ซ้ำอีกครั้ง....ถึงได้รู้...

โดยเฉพาะเรื่อง แก้ว นั้น ผมก็ชอบเพลง ความรักเพรียกหา ที่วินัย
พันธุรักษ์ ร้องเป็นเพลงเอก.. ยังเคยเอาเทปไปอัดจากเครื่องฉายส่งให้
เพื่อน ๆ ที่เล่นกี่ตาร์เป็น มาเล่น มาร้องไห้ฟังในห้องเรียนเลยครับ....

แล้วค่อยกลับมาพบกันใหม่ครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 18/10/50 - 23:12 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 194



สุมาลี ทองหล่อ/สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ จากภ."ยอดหญิง"
ภาพจากหนังสือปี 2516

จาก: ศธร
วันที่: 19/10/50 - 8:45 น.
IP Address: 203.113.41.xx
ความคิดเห็นที่ 195
ได้อ่านเรื่อวราวของคุณมนัสแล้วสนุกๆมากครับ
อยากให้นำเรื่องราวแบบนี้มาเล่าสู่กันฟังบ่อยๆนะครับ

จาก: จุ้ยครับ
วันที่: 19/10/50 - 9:04 น.
IP Address: 124.120.5.xx
ความคิดเห็นที่ 196
ขอบคุณคุณมนัสครับ สำหรับเรื่องราวที่น่าสนใจ
และภาพพระเอกใหม่รุ่นหลังมิตรเสียชีวิตใหม่ๆ(2514) ทั้ง 3 ท่าน(สรพงษ์-ยอดชาย-กรุง)
ผมยังอยากเห็นพระเอกรุ่นนี้มารวมตัวกันในปัจจุบัน
โดยเฉพาะ 5 เสือ สรพงษ์-กรุง-นาท-ยอดชาย-ไพโรจน์ ใจสิงห์
ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดในรุ่นนี้
และปัจจุบันทั้ง 5 ท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ และวนเวียนอยู่ในหนัง,ละครให้เราเห็นมาโดยตลอด
อาจจะมาเจอกันในรายการทางโทรทัศน์หรือในงานอะไรซักอย่าง
ถ้าเป็นหนังได้ก็ยิ่งดีใหญ่เลย
(ไม่นับเรื่อง "สุริโยไท"เพราะทั้ง 5 ท่านไม่ได้พบกันเลย นอกจากสรพงษ์พบยอดชายฉากเดียวเท่านั้น)
ก็เป็นแค่ความฝันลึกๆน่ะครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 19/10/50 - 9:16 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 197



สวัสดีครับ..ทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชม...
ตอนกระทู้ในเว็บนี้ ก็มีหลากหลายแบบ แต่ละคนก็มีเรื่องราวต่าง ๆ
มาเล่าสู่กันฟังเสมอ...

ขอบคุณคุณศธร ที่มารูปมาเสริมให้คุณนิดที่ขอภาพคุณสุมาลี ทองหล่อ..
ดีใจที่คุณจุ้ย ชอบอ่านเรื่องที่ผมนำให้อ่าน...
ตอนนี้ ภาพจากหนังสือที่พี่จุเป็นธุระนำไปสแกนให้ ก็ได้มาเยอะแล้ว
กำลังหาจังหวะปล่อยออกให้เพื่อน ๆ ได้ดูกัน...

แต่ว่า ตอนนี้ ก่อนที่จะไปคลองถม มาฟังอดีตจากหนังเก่า ๆ กันอีก
เรื่องก่อนนะครับ

วันนี้ มาจากหนังเรื่อง ฟ้าหลังฝน
นำแสดงโดย วิฑูรย์-เนาวรัตน์-อำภา-ดช.อภิรัฐ-เปียทิพย์-วุฒิ-จีรศักดิ์-จำรูญ-ล้อต๊อก
สร้างโดย จิรบันเทิงฟิล์ม ของ จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร
กำกับการแสดงโดย พิศาล อัครเศรณี
ฉายรอบมิดไนท์ วันที่ 10 พฤษภาคม 2521 ที่โรงหนัง โคลีเซี่ยม-เฉลิมไทย-ไดเรคเตอร์
และฉายจริงครั้งแรก วันที่ 12 พฤษภาคม 2521 ที่โรงหนัง โคลีเซี่ยม

ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น นอกจากผมจะอาศัยเวลาว่างวันเสาร์-อาทิตย์หรือช่วงปิดเทอม
ออกไปฉายหนังกลางแปลงแล้ว
ในตอนกลางคืน ในจังหวัดบ้านผม ชอบมีหนังกลางแปลงฉายให้ดูฟรี ๆ อยู่เสมอ
แม้ตอนนั้น โรงหนังประจำจังหวัดจะมีถึง 4 โรงก็ตาม แต่หนังกลางแปลง
ก็ยังเป็นนิยมของชาวบ้าน ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานพิธีต่าง ๆ เจ้าของงานหรือที่เรียกว่า
เจ้าภาพ จึงมักจะว่าจ้างหนังกลางแปลง ไปฉายในเพื่อนบ้านละแวกข้างเคียงได้ดูอยู่เสมอ
เรียกได้ว่า ตั้งแต่จำความได้ ผมเองก็ไม่เคยอดดูหนังกลางแปลงเลย....
หนังกลางแปลงจึงผูกพันกับผมมาแต่เด็ก ๆ จนกระทั่งมาอยู่กรุงเทพฯ

การดูหนังกลางแปลง อันดับแรก จะเน้นไปที่ชื่อบริการหนังกลางแปลงเสียก่อนว่า
เป็นบริการดังหรือไม่ ถ้าดังมาก ๆ เขาก็จะคิดค่าว่าจ้างแพงหน่อย ถ้าเป็นแค่พื้น ๆ
ก็จะคิดราคาเป็นกันเอง ลองเทียบราคาดูก็ได้ครับ ถ้าเป็นหนังกลางแปลงระดับพื้น ๆ
ที่เจ้าภาพมีสิทธิเลือกชื่อหนังได้เองเพียง 1-2 เรื่องจากที่จ้างไปฉาย 5 เรื่องโต้รุ่ง
ช่วงประมาณปีที่หนังเรื่อง ฟ้าหลังฝน ฉายคือ ช่วงปี 21-22 นั้น ค่าจ้างจะอยู่ที่ราคา 2,500-3,500 บาท
ก็ฉายได้ทั้งคืนแล้ว ขณะที่ถ้าเป็นบริการดัง ๆ และเจ้าภาพได้เลือกชื่อหนังเองทั้งหมดแล้ว
ก็จะอยู่ที่ราคา 8,000-15,000 บาท เหตุที่แตกต่างกัน ก็แล้วแต่ชื่อเสียงของหนังกลางแปลงเจ้านั้น
และชื่อหนังที่เลือกไปฉายด้วยว่า เป็นหนังดังหรือไม่ ถ้าดังมาก ๆ ก็จะแพงมากขึ้นตามลำดับ

พอตกเย็น ๆ หลังเลิกเรียนแล้ว ผมมักจะปั่นจักรยานสองล้อไปรอบ ๆ ตัวเมืองก่อนจะกลับเข้าบ้าน
ทำแบบนี้ทุก ๆ วัน พวกเราจะเรียกพฤติกรรมนี้ว่าเป็นการไป สืบหนัง ครับ
ซึ่งหมายถึงว่า ออกตระเวนหาดูว่า คืนนั้นจะมีหนังกลางแปลงฉายที่ไหนกันบ้าง
สังเกตได้ไม่ยากเพราะเวลาจะมีหนังกลางแปลง จะต้องมีงานบุญ งานพิธีต่าง ๆ ตามบ้านคนหรือ
ตามวัดวาอารามต่าง ๆ เวลาปั่นจักรยานไป หูก็ต้องคอยฟังเสียงเพลงลำโพง จากเครื่องขยายเสียง
ที่หนังกลางแปลงชอบเปิดเพลงให้ฟังกันดัง ๆ สมัยก่อนเขาใช้เครื่องเสียงแบบชนิดหลอด
แค่เครื่องเสียงกำลัง 500 วัตต์ ก็ดังลั่นสนั่นเมืองแล้วครับ....

พอรู้ว่า ที่ไหนมีหนังกลางแปลง พวกเราก็จะไปดูกัน ถ้าไกลหน่อย ก็จะปั่นจักรยานไป
ถ้าไกลหน่อย ก็เดินไปกัน.. แต่ผมนิยมเดินไปเพราะจะได้เข้าไปดูใกล้ ๆ เครื่องฉายหนัง
จะได้แอบสำรวจ แอบดูว่า บริการหนังนี้เขาก้าวหน้าไปถึงไหนกันบ้าง...

หนังที่ผมจะเล่าในวันนี้ ก็เป็นความประทับใจหนึ่งที่ได้ไปดูหนังกลางแปลง
กะดูวันฉายครั้งแรกคร่าว ๆ แล้ว คิดว่า ผมต้องได้ดูหนังหลังจากวันฉายจริงเกือบปีแน่ ๆ
เพราะเป็นหนังกลางแปลง ต้องรอให้ออกจากโรงในจังหวัดก่อน คิดว่า ตอนนั้นอายุน่าจะ
ราว ๆ 16 -17 ปีแล้วมั้ง...

ความที่สมัยนั้น ผมเป็นคนดูหนังไม่เลือกอยู่แล้ว
แรก ๆ ชื่อ ฟ้าหลังฝน ก็อ่านและฟังไปงั้น ๆ แหละครับ...ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไร
แต่เมื่อมาฉายให้ดูกันฟรี ๆ ก็เลยดูไปเรื่อย ๆ
ความรู้สึกผมขณะนั้น เมื่อดูหนังจบ ยอมรับว่า ดีใจมาก ๆ ที่ได้ดูหนังเรื่องนี้และรู้สึกว่าชอบมาก ๆ ด้วย
ผมเป็นคนที่ชอบดูหนัง แล้วชอบคิดตามหนังว่า ถ้าเราเป็นผู้แสดง เราจะตัดสินใจอย่างไรกับเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นในหนัง....คำว่า หนังสอนคน ไม่ผิดเลยครับ คนต่างจังหวัดอย่างผม หนังมีอิทธิพลอย่างมาก
เพราะเป็นแหล่งเรียนรู้ทุกอย่าง ที่ดูแล้วไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายเหมือนอ่านตำราเรียน....
แม้หนังจบแล้ว ยามใดว่าง ๆ ผมก็มักจะเก็บเอาเรื่องจากหนังมาคิดอยู่เสมอ ชอบคิดว่า ทำไมคนนั้น
ต้องทำอย่างนั้น ทำไมเขาไม่ทำอย่างนี้บ้าง

วันเวลาผ่านไปจนผมเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ผมก็ได้มีโอกาสเจอกับ ฟ้าหลังฝน อีกครั้ง
แต่ไม่ใช่เจอหนังนะครับ.. แต่เจอสถานที่ที่เขาถ่ายหนังเรื่อง ฟ้าหลังฝน คือที่ ม.รามคำแหง...
ผมเดินสำรวจเส้นทางที่หนังเรื่องนี้ถ่ายทำ พร้อม ๆ กับคิดว่า นี่ไง สิ่งที่เราเคยเห็นในหนัง...
ตอนนี้เราได้มาเห็นสถานที่จริง ๆ แล้ว มันรู้สึกดีใจแปลก ๆ อย่างงั้นก็ไม่รู้น่ะ...
แต่ก่อนที่ผมจะได้เจอกับสถานที่ถ่ายหนังนั้น ผมก็ฟังเพลง พะวงรัก ซึ่งเป็นเพลงเอกของหนัง
เรื่องนี้มาตลอด ได้ยินเพลงนี้ทีไร ภาพเหตุการณ์จากหนัง ก็มักจะผุดขึ้นมาให้เห็นทันที
เพลงมีส่วนช่วยทำให้เราคิดถึงหนังเรื่องนี้ อยากดูหนังเรื่องนี้อีก...แต่ตอนนั้นก็หาหนังไม่ได้สักที...

ม.รามคำแหง สำหรับผมแล้ว เป็นอะไรที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะได้เข้าไปเห็น เข้าไปเรียนกับเขา
เพราะคนบ้านผม ลือกันว่า เข้าง่าย ออกยาก ผมเองก็กลัว ไม่กล้าพูดกับใคร ๆ ว่า ถ้าจบ ม.ศ.5
แล้วเอ็นไม่ติด จะไปเรียนที่ไหนต่อ.. แต่ไม่รู้อะไร ทำให้พี่เขยผมบอกว่า ให้ผมไปเรียนราม
แล้วจะให้อยู่บ้านฟรี กินฟรี แต่ต้องช่วยงานบ้าน และบอกพ่อแม่ผมให้ส่งเงินมา
เดือนละ 500 บาทเท่านั้น ถ้า 4 ปีเรียนไม่จบ ก็จะเริ่มเก็บเงินค่าใช้จ่ายนะ
ผมจึงได้เรียนรามโดยบังเอิญแท้ ๆ ขณะที่เพื่อน ๆ ผมที่จบ ม.ศ.5 แล้วนัดว่าจะมา
เรียนราม ก็มีอัน มาไม่ได้กันหลายคน..
แรก ๆ ก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวเพราะเพื่อน ๆ ที่สนิทกัน มาไม่ได้สักคน แต่ก็ดีที่ได้เพื่อนใหม่ ๆ
แม้จะต่างโรงเรียนกันก็ตาม แต่ก็เป็นคนจังหวัดเดียวกัน...
ยามเหงาจากการเรียน เสียงเพลงและหนังเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น

ผมมีโอกาสเจอหนังเรื่อง ฟ้าหลังฝน อีกครั้งจริง ๆ ก็ตอนที่เรียนจบรามแล้ว และได้ดูทางไอบีซีเคเบิ้ลทีวี
พอเห็นตารางวันฉาย ผมก็ตั้งหน้าตั้งตารอดู....ดูอย่างเดียวกลัวไม่อิ่ม เลยต้องอัดเทปไว้ดูซ้ำอีก..
การดู ฟ้าหลังฝน ครั้งแรกที่เป็นหนังกลางแปลง กับการได้ดูอีกครั้งทางไอบีซี บอกตรงว่า ความรู้สึก
ผมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เคยรู้สึกดี ๆ หรือชอบอย่างไร ก็ยังคงเป็นอย่างงั้น
ดาราที่ผมอยากพูดถึงมากที่สุดในเรื่องนี้ก็คือ อำภา ภูษิต เพราะเธอช่างเล่นได้น่าสงสารจริง ๆ
ไม่รู้ว่าชีวิตจริง จะมีใครเป็นอย่างเธอบ้าง ในเรื่องเธอชื่อ นี.. เธอกับวิฑูรย์ กรุณา พระเอกของเรื่อง
ใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านเช่าในดงสลัม...เธอก็ทำงาน ส่วนวิฑูรย์ ในเรื่องชื่อ การันต์ ก็เรียนราม
ในหนังบอกว่า เป็นคณะเศรษฐศาสตร์ ดูแล้วเหมือนกับว่า เธอเป็นฝ่ายส่งให้วิฑูรย์เรียน ...วิฑูรย์เอง
ก็สัญญาว่า ถ้าเรียนจบจะย้ายไปจากสลัม จะไม่ให้เธอลำบาก ชีวิตจะมีความสุขกว่านี้..
แต่ขณะที่อีกภาพหนึ่งของวิฑูรย์ยามที่อยู่มหาวิทยาลัย เขาจะเป็นคนโสดสำหรับเพื่อน ๆ
ในกลุ่มนี้ก็มี เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ลูกสาวเศรษฐีมาติดพัน รู้กันในหมู่เพื่อนฝูงว่า เธอเป็นแฟนของวิฑูรย์
หมายมั่นกันขนาดว่า เรียนจบจะแต่งงานกัน ... โดยที่อำภา ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน...

พอวิฑูรย์ใกล้เรียนจบ อำภาก็เริ่มตั้งท้อง และรู้จากพี่หวาน (เปียทิพย์) ซึ่งเป็นโสเภณีว่า มีเนาวรัตน์มาติดพันวิฑูรย์
เธอจึงได้ตามไปแอบดู จนเห็นว่า เป็นจริง.... ลองคิดว่า ถ้าเป็นชีวิตจริงสมัยนี้ ถ้าเมียรู้ว่า ผัวไปติดพันหญิงอื่น
จะเป็นอย่างไร จะตบตีกันเหมือนอย่างที่หนังสือพิมพ์ลงกันหรือเปล่า...
แต่สำหรับอำภาแล้ว บทที่ส่งให้เธอมา เธอต้องทำหน้าที่ คนรักที่เสียสละ...
เสียสละให้คนที่เธอรัก ไปมีความสุขกับหญิงอื่น เพียงเพราะหญิงอื่นนั้นรวยกว่า
ผัวเธอจะได้สุขสบาย...ภาพที่เธอแอบไปเห็นผัวอยู่กับหญิงอื่นแล้ว มีความสุขเพียบพร้อม
ทำให้เธอตัดสินใจอุ้มท้องหนีไปอยู่ที่อื่น เรียกว่า ทำตัวหายไปเลย
เธอไปเป็นกรรมกรก่อสร้าง...แต่ใช่ว่า หนังจะโหดร้าย วิฑูรย์ตามหาเธอและรอเธออยู่เกือบ 2 ปี
จึงตัดสินใจแต่งงานกับเนาวรัตน์....แต่หนังก็สอนให้เรารู้ว่า อะไรที่เคยมี เคยผูกพัน มักจะลืมกัน
ไม่ลง...ยิ่งรู้ว่า อำภาหนีไปทั้ง ๆ ที่ตั้งท้องด้วย ยิ่งทำให้วิฑูรย์คิดหนัก...คิดถึงเมีย คิดถึงลูก
อำภาหนีไปถึง 7 ปี จึงได้พบกับพี่หวานอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเป็นการสั่งลาเพราะเธอต้องมาสิ้นใจตาย
ก่อนตายเธอได้ฝากลูกชายคือ โอปอ ไว้กับพี่หวาน พร้อมกับมอบรูปถ่ายของวิฑูรย์ผู้เป็นพ่อโอปอ
ให้ด้วย แต่กำชับว่า ถ้าเจอพ่อ อย่าไปทำให้พ่อเดือดร้อน...

แต่โลกมันก็กลมจริง ๆ จับพลัดจับพลู่ โอปอ กลายเป็นเด็กรับใช้ของพ่อตัวเอง
พ่อน่ะยังไม่รู้ว่าเป็นลูก แต่ลูกนั้นรู้แล้ว แต่รักแม่ เชื่อคำแม่ จึงไม่กล้าบอกพ่อ
ยิ่งมารู้ว่า พ่อถูกเนาวรัตน์ยืนคำขาดว่า จะเลือกใครระหว่างเธอ กับ ลูกด้วยแล้ว
ทำให้โอปอรู้ว่า ตัวเองเป็นต้นเหตุให้พ่อต้องเดือดร้อน จึงหนีจากบ้านไปร้องไห้
ฟูมฟายต่อที่เก็บศพแม่....และแล้ววิฑูรย์ก็เลือกที่จะหิ้วกระเป๋าใบเดียวออกจากบ้านเนาวรัตน์
ไปเพื่อไปอยู่กับโอปอ ลูกรัก......

ที่เล่ามายาวเหยียด ไม่ใช่อะไรเผื่อว่า ใครที่ยังไม่เคยดู จะได้รู้เรื่องก่อนบ้าง
แต่ถ้าอยากให้ได้อารมณ์ชัด ๆ ก็ต้องไปหาหนังมาดูนะครับ...
ผมว่า หนังเรื่องนี้มันสอนเรานะครับ....สอนให้เราเป็นคนดี คนเสียสละ
อาจจะเสียสละจนเกินไป.. แต่ลองคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเราเป็นตัวอำภา เจอกับสภาพนี้
แล้ว จะทำอย่างไร โลกยุติธรรมแล้วหรือ ..ทำไมรักแท้ต้องเสียสละตลอดไปหรือ.....
ใครที่เคยผ่านจุด ๆ นี้ไปแล้ว คงจะได้คำตอบว่า อำภาเธอไม่ได้คิดผิด...

ผมว่า เหตุผลหลัก ๆ ที่เธอจำใจไปจากวิฑูรย์ก็เพราะว่า เธอรักเขามากเกินไป…
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน วิฑูรย์จะพูดย้ำเสมอว่า เขาไม่ต้องการชีวิตในสลัมแบบนี้
ประกอบกับเธอไม่สามารถส่งเสริมให้วิฑูรย์ไปถึงจุดนั้นได้ง่าย ๆ เมื่อได้เห็นเนาวรัตน์
งามพร้อมทั้งรูปและสมบัติ เธอจึงต้องทำตัวเสียสละให้คนที่รักไปมีความสุขที่เธอคิดว่า
จะมีความสุขยิ่งกว่าอยู่กับเธอ....

ภาพที่ผมเห็นจากหนัง อำภาจะเป็นคนสวยที่เศร้า ๆ ดูแล้ว น่าสงสารมากครับ...
น่าสงสารจนไม่รู้ว่า วิฑูรย์จะตัดสินใจอย่างไร ถ้าหากสาวสองคนมาเผชิญหน้ากัน
วิฑูรย์คงจะลำบากใจแน่ ๆ ระหว่างเมียที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยาก กับ
หญิงสาวที่มาใหม่ มาอย่างคนฟุ้งเฟ้อ แม้หนังจะไม่ได้ให้เผชิญหน้ากันตรง ๆ แต่
ความกระอักกระอ่วนใจของวิฑูรย์ ก็ทำให้เราเห็นชัด ๆ เมื่อวิฑูรย์บอกเนาวรัตน์ว่า จะขอนำ
ลูกโอปอ มาอยู่ที่บ้านด้วย....เนาวรัตน์นอกจากจะปฏิเสธแล้ว แต่ยังพูดจาก้าวร้าว
ผู้เป็นสามีและขู่แกมบังคับให้เลือกว่า ถ้าเอาลูก ก็ต้องไม่มีเธอ.....
ทำเหมือนกับให้รู้ว่า ถ้าเลือกเธอ วิฑูรย์ก็จะยังมีทรัพย์สมบัติทุกอย่าง
แต่ถ้าเลือกลูกแล้ว ก็ต้องออกจากบ้านไป......

ตอนผมดูครั้งแรก ผมก็เลือกแทนวิฑูรย์ไปทันที ...ผมเลือกที่จะเอาลูกไว้ก่อน...
ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ มิใช่อยู่ที่เงินทอง แต่อยู่ที่คุณค่าที่ทุกคนควรจะมีอยู่ในใจ...
หนังเรื่องนี้เองที่สอนให้คนจน ๆ อย่างผม ได้รู้จักเจียมเนื้อ เจียมตัว ไม่เคยอาจ
เอื้อมไปมองผู้หญิงที่รวยกว่า ยิ่งถ้าต้องแต่งงานแล้ว ต้องไปอยู่บ้านฝ่ายหญิงด้วย
ผมนี่ กลัว กลัวมาตั้งแต่รุ่น ๆ เลยครับ.... กลัวว่า สักวันหนึ่งตัวเองจะต้องเหมือนวิฑูรย์
ในเรื่องนี้

ความที่เห็นว่า เป็นหนังดี ๆ เจอเพื่อน ๆ ก็มักจะแนะนำให้ดูเรื่องนี้ตลอดมา
เคยยุให้คุณโต๊ะ ให้ทำวีดีโอขาย เขาก็ว่า หนังมันยังไม่เก่าพอ... อ้าว ไม่ว่ากัน
จนเมื่อเห็น โรสวีดีโอ ทำวีซีดีออกขาย ผมก็ซื้อมานั่งดู นอนดู
ดูแล้ว ปลื้มใจกับที่หนังเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดถึงอดีตได้มากมายขนาดนี้.....
และขอบอกว่า หนังเรื่องนี้เองที่ทำให้ อำภา ภูษิต แจ้งเกิดได้สำเร็จ...


จาก: มนัส138
วันที่: 20/10/50 - 14:26 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 198
เล่าความหลัง.....ยาวเชียวนะลุง
(ล้อเล่นจ้า)
ถูกใจคุณจุ้ย...เค้าหล่ะ

จาก: หนูแพ
วันที่: 20/10/50 - 17:39 น.
IP Address: 222.123.69.xx
ความคิดเห็นที่ 199
..... คุณมนัส คุยถึงอดีตจนทำให้คิดถึง ฟ้าหลังฝน เช่นกัน
ตัวผมเองก็จบรามฯ คณะรัฐศาสตร์ (การเมือง การปกครอง รุ่นที่ ๘ )
รุ่นผมเขาเรียกว่ารุ่นฉลองกรุง ๒๐๐ ปี คือรับปริญญาปี ๒๕๒๕

ผมดูฟ้าหลังฝน รอบปฐมทัศน์ มิดไนท์ ที่ ไดเรคเตอร์
เสียน้ำตาไปเยอะเหมือนกัน ด้วยความสงสารในโชคชะตาของทุกคน
โดยเฉพาะ อำภา ที่เทิดทูนสามีด้วยชีวิต

ชีวิตของเด็กรามฯ อย่างในหนัง ก็ไม่ต่างจากชีวิตจริงเท่าใดนัก
ในรามฯ ไม่มีใครรู้เบื้องหลังใคร แค่รู้ว่าใครเป็นแฟนใคร
ใครมีรถขับมาเรียน หรือใครมีผู้ดูแลมาคอยรับ ส่ง
ด้วยความที่เป็น มหาวิทยาลัยเปิด เสรี อิสระ จึงมีมาก
ใครควบคุมตัว ควบคุมใจไม่ได้ เรียน ๘ ปี ก็ยังไม่จบ

ตอนดูหนัง เราก็ไม่กล้าโทษว่าใครผิด เพราะกลัวว่าตัวเองก็จะเอาไม่
รอดเหมือนกัน ถ้าต้องไปตกอยู่ในสถานะการณ์แบบพระเอก
แต่พวกเพื่อนๆฝ่ายหญิง โทษพระเอกทันทีที่เห็นแก่ตัว
เพราะการไม่บอกความจริงคิดเอาแต่ได้ ทำให้ผู้หญิง ๒ คนต้องเสียใจ

"ฟ้าหลังฝน" ชอบชื่อ ชอบเพลง ชอบนักแสดง ชอบเหตุการ์ในเรื่อง
เพราะถ้าเกิดกับตัวเรา เราจะทำอย่างไรในเมื่อผู้ชายก็คิดอีกแบบ
ผู้หญิงก็คิดอีกแบบ ....

แต่หากถามว่าอยากจะดูอีกครั้ง มั้ย
สำหรับผม ยังไม่อยากดู เพราะยังจดจำความเศร้าในหนังได้ดี
ผมขอแนะนำใครๆ ที่ยังไม่เคยดู สมควรหามาดู ....


จาก: พักรบ
วันที่: 20/10/50 - 17:43 น.
IP Address: 124.120.229.xx
ความคิดเห็นที่ 200



มีอยู่ในมือแต่ยังไม่กล้าดูค่ะ..กลัวกรมชลประทานจะมาเล่นงานที่บ้านแฮะๆๆ มีอีกเรื่องที่อยากดูมาก แต่เนื้อเรื่องออกจะฉีกไปทางเมียน้อย..เมียหลวงแนวแม่พระ "เสน่หาอาลัย" ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้แสดงนำ..สมบัติ บอกเป็นเรื่องที่ประทับใจมากเพราะไม่คิดว่าจะมีบทที่สามีต้องก้มลงกราบเท้าภรรยาหลวงด้วยความซาบซึ่งและเต็มใจ..ถ้าตัวเข้าจะต้องเป็นคนนั้นจริงๆจะทำได้หรือเปล่า...ส่วนพิศมัย บอกว่า ถ้าในชีวิตจริงต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ จะทำตามบทได้หรือ..เพราะทั้งเข้มแข็ง,ใจเย็น,ให้อภัยอันนี้สิเรื่องใหญ่...พี่ๆท่านใดเคยชมเล่าให้ฟังบ้างสิค่ะ..ว่าแต่เรื่องนี้คงไม่รันทดเท่า "ฟ้าหลังฝน"

ส่วนภาพนี้ลองทายกันดูว่าคือท่านใด....เล่นเรื่องนี้ด้วยนะคะ

จาก: จุ
วันที่: 21/10/50 - 17:19 น.
IP Address: 124.120.40.xx
ความคิดเห็นที่ 201
ศิริขวัญ นันทศิริ ครับ คุณจุ
คงเป็นรูปไม่นานมานี้ ปีอะไรครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 21/10/50 - 17:40 น.
IP Address: 58.9.35.xx
ความคิดเห็นที่ 202



เห็นพี่มนัสเล่าถึงอดีตอย่างมีความสุข....ก็อดปลื้มไปกะหนังด้วย
หนูแพ..หยิบหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาดู..
บางครั้งภาพในอดีตมันก็ผุดขึ้นมาเฉยๆ..ทำให้เราอดนึกถึงไม่ได้

สำหรับหนูแพ...ความทรงจำกะหนังไทยไม่มีอะไรโลดโผนเท่าพี่มนัส
หนังที่ดูจอใหญ่(หนังกลางแปลง) ทางภาคเหนือเขาจะเรียกหนังขายยา
เพราะระหว่างที่ฉายหนังก็จะมีช่วงที่หยุดโฆษณายานั่นยานี่ไปด้วย
บางครั้งก็จะมีโชว์แบบ...อับดุล...เอ้ย!!!...รู้ไหมชายหรือหญิง(เป็นต้น)
ทุกครั้งก้จะฉายกันบริเวณวัดใกล้ๆบ้าน..พ่อกะแม่ ก็จะพาไปนั่งดู
จนหลับแล้วก็อุ้มกลับบ้านทุกที
หนังที่ดูสมัยนั้นก็จะเป็นรุ่นสมบัติ-อรัญญา ส่วนใหญ่เป็นหนังผี
เพราะคนดูชอบมาก..แม่นาคพระโขนงนี่อันดับหนึ่งเลยค่ะ

แต่ที่จำฝังใจก็จะเป็นหนังที่ฉายทางจอโทรทัศน์ซะมากกว่า
และก็เป็นหนังที่มีเพลงดังๆ สมัยก่อนเพลงดังๆที่ฮิตๆจะมาจากหนัง
และละคร พ่อจะอัดจากวิทยุใส่เทปไว้แล้วก็ชอบเปิดตอนกลางคืน
หลังจากที่กินข้าวกินปลา ทำการบ้านเสร็จ..ฝนตกปรอยๆ
อากาศเย็นๆหน่อย...นอนฟังเพลงแล้วชื่นใจ

หนูแก็จะถามพ่อว่าเป็นเพลงอะไร..หมายถึงอะไร
พ่อก็จะเล่าเป็นฉากๆให้ฟัง..และจินตนาการไปด้วย
ที่ฟังบ่อยสุดก็เพลง "เทพธิดาดอย" "สางเขียว" "แม่นาคพระโขนง"
"ดัชนีไฉไล" "เจ้าสาวชุดสีดำ" "พะวงรัก" เป็นต้น
น่าเสียดายที่เทปที่อัดไว้หนูแพหาไม่เจอ..คาดว่าจะหายตอนย้ายบ้าน

พอมาถึงตอนนี้..เวลาที่ได้ยินเสียงเพลงทีไร
ภาพในอดีตในช่วงที่มีความสุขนั้นก็จะผุดขึ้นมาทุกที
ยิ่งตอนค่ำๆฝนตกด้วยหล่ะก็...ฮืม...สุขอย่าบอกใครเชียวหล่ะค่า

หนูแพ...ท่านี้ทุกภาพ...ตั้งแต่เด็ก


จาก: หนูแพ
วันที่: 21/10/50 - 18:54 น.
IP Address: 124.157.167.xx
ความคิดเห็นที่ 203
วันนี้ผมได้ไปเดินดูหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่ศูนย์สิริกิตติ์ แวะไปเดินที่ร้านหนังสือเก่า ก็สะดุดตากับ โปสเตอร์หนังไทยเรื่อง "ดับเจ้าพ่อ" เป็นหนังรวมพระเอกไว้หลายคนเลยทีเดียว ทูน-สมบัติ-อภิรดี-กรุง-นาท-สมจินต์-ธิติมา-มานพ-ฤทธิ์-ลักษณ์

สอบถามเจ้าของร้านเขาบอกว่า โปสเตอร์แผ่นละ 200 บาท ผมเลยชะงักไม่ได้ซื้อเก็บไว้ แล้วก็ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ซะอีก เลยขอรบกวนคุณมนัส ลงรูปโปสเตอร์เรื่อง "ดับเจ้าพ่อ" พร้อมลงข้อมูลหนังให้ด้วยครับ ว่าเป็นหนังปีไหน เคยออกเป็น VCD แล้วหรือยัง และยังมีฟิล์มหนังอยู่หรือเปล่า เผื่อลุ้นให้คุณมงคลหรือค่าย XxX ทำเป็น VCD ครับ

หมายเหตุ ตอนแรกผมเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องเดียวกับ "ยอดนักเลง"เพราะมี 3 ดารา สมบัติ-กรุง-นาท แสดงด้วยกัน

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 21/10/50 - 18:55 น.
IP Address: 124.121.225.xx
ความคิดเห็นที่ 204
ภาพที่ คห. 202 น้องแพจริงๆ เหรอนี่
หากไม่ได้เห็นลีลาการโพสท่า (ท่านี้ทุกภาพ)
พี่คงเข้าใจว่าเป็นเด็กชายตัวน้อยๆ น่ารัก ไม่คิดว่าเป็นเด็กหญิง...
พรุ่งนี้เห็นว่ามีโปรแกรมเด็ดๆกัน พี่คงพลาดอีก (แล้ว)
ฝากความคิดถึง ถึงน้าปุ๊ ด้วยนะครับ

จาก: เอกชัย
วันที่: 22/10/50 - 7:47 น.
IP Address: 58.137.23.xx
ความคิดเห็นที่ 205
ได้ชมหนังเรื่อง "คมเฉือนคม" จบแล้วครับ หนังสนุกใช้ได้เลยครับ บทที่ได้รับของดาราแตละท่าน ผมมีความรู้สึกว่า บท แดง โพธิ์ดำ ที่แสดงโดยคุณ ไชยา สุริยัน ดูออกจะมีสีสรร และเหมาะสมกับบทพระเอกของเรื่องมากกว่าบทของคุณสมบัติ ซะอีก ฉากซิ่งรถระหว่าง ไชยา กับ ไพโรจน์ ตอนกลางๆเรื่อง ก็ทำออกมาได้เยี่ยมเช่นกัน ในขณะที่บทของคุณ นาท ภูวนัย ก็ยังมากกว่าบทของคุณสมบัติฯ เช่นกัน ส่วนบทโจรกลับใจของคุณสมบัติฯ ในเรื่องนี้กลับกลายเป็นเหมือนบทสมทบมากกว่า ปรากฎตัวมาแค่ตอนต้นเรื่องแล้วก็หายไปเลย จนเกือบๆจะกลางเรื่องโผล่มาอีกที ไม่มีฉากตะบันหน้ากับเหล่าร้าย หรือบทพระนางเหมือนกับหนังเรื่องอื่นๆ ไม่ทราบว่าเพื่อนๆท่านอื่นที่ได้ชมแล้ว มีความเห็นอย่างไรกันบ้างครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 22/10/50 - 21:04 น.
IP Address: 124.121.226.xx
ความคิดเห็นที่ 206
เป็นอย่างที่คุณ jasonsจัง!!!ว่ามาละครับ........ได้คิวสมบัติมาขนาดนั้นนับว่าคุณพยุง พยะกุล..แกโชคดีแล้ว..

แต่ที่ผมสังเกตุกลับเป็นไตเติ้ลหนังที่บ.xxx ทำ...มันน่าจะมาอยู่ช่วงหลังที่ปริศนาแอบถ่ายสมบัติกับดามพ์แล้ว..เป็นฉากเครื่องบิน..บินกลับไทย..มากกว่า หรือไม่ก็แบ่งเป็น2ช่วง....

ในดีวีดี..ได้ชื่อดารามา6คนเองมั้ง..แล้วตัดไปคนกำกับเลย...

จาก: โต้ง
วันที่: 22/10/50 - 23:27 น.
IP Address: 125.25.197.xx
ความคิดเห็นที่ 207
นั่นน่ะสิครับ ไตเติ้ลตอนต้นเรื่อง ชื่อดารามีแค่ 6 คนเอง ขาดชื่อเหล่าดาวร้ายอย่าง เกชา, ดามพ์, พิภพ, แพน, บู๊ ไปได้อย่างไร ทีเหลือทำไมหายไปหมดเลย แต่ถึงขนาดนั้นหนังก็ยังยาวกว่า 130 นาทีเชียวครับ คุ้มจริงๆ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 23/10/50 - 0:19 น.
IP Address: 124.120.167.xx
ความคิดเห็นที่ 208
ส่วนหนังเรื่อง "สิงห์สั่งป่า" คงถ่ายทำในช่วงก่อนและหลังที่คุณสมบัติฯ โกนหัวเล่นเรื่อง มหาหิน ใช่ไหมครับ เพราะเกือบทั้งเรื่อง คุณสมบัติฯ ก็ไว้ทรงผมปกติ มีเพียงบางฉากเท่านั้นที่ใส่วิก และฉากสุดท้ายของเรื่อง ที่สู้กับเกชา ก็เป็นใส่วิก ซะแล้ว คาดว่า คิวหนังของคุณสมบัติ ในช่วงนั้นคงชุกน่าดูเช่นกัน เพราะในเรื่อง "ทุ่งลุยลาย" ก็เป็นอย่างนี้เหมือนกัน

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 23/10/50 - 0:30 น.
IP Address: 124.120.167.xx
ความคิดเห็นที่ 209



ข่าวดีสำหรับแฟนๆหนังไทยครับ

ทีมงาน นิตยสาร Popcorn ผู้ผลิตหนังสือ Pocket Book พิพิธภัณฑ์หนังไทย แจ้งว่า หนังสือพิพิธภัณฑ์หนังไทย เล่มใหม่ ออกวางจำหน่ายแล้วครับ ที่ Booth โอเชี่ยนบุ๊คมาร์ท N 38 เห็นเขาบอกมาว่าเป็นฉบับ บู๊แซ่บ ไม่รู้เป็นอย่างไรเหมือนกัน เดี๋ยวเย็นวันพฤหัสฯนี้ คงจะไปตามซื้อและนำมาเล่าให้เพื่อนๆได้อ่านกันครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 25/10/50 - 0:38 น.
IP Address: 124.120.167.xx
ความคิดเห็นที่ 210



ไม่รู้ว่าจะแตกต่างจากฉบับ "กลางดงควันปืน" มากน้อยแค่ไหน เพื่อนๆท่านใดมีเวลาว่าง ก็ไปหาซื้อได้ครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 25/10/50 - 0:41 น.
IP Address: 124.120.167.xx
ความคิดเห็นที่ 211
ราคาประมาณกี่บ้านค่ะคุณ Jasonจัง
ร้านหนังสืออื่นวางขายบ้างหรือเปล่าเอ่ย....

พี่มนัส...
ขอใบปิดเรื่อง 2 สิงห์ 2 แผ่นดินเน้อเจ้า.....
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

จาก: หนูแพ
วันที่: 25/10/50 - 19:14 น.
IP Address: 117.47.138.xx
ความคิดเห็นที่ 212



...

จาก: โต้ง
วันที่: 25/10/50 - 19:57 น.
IP Address: 125.25.202.xx
ความคิดเห็นที่ 213



ปกดีวีดี-นอก

จาก: โต้ง
วันที่: 25/10/50 - 19:59 น.
IP Address: 125.25.202.xx
ความคิดเห็นที่ 214
หนูแพ...
จะเอาบ้านไปแลกหนังสือเลยหรือจ๊ะ...น่านนะ

จาก: โต้ง
วันที่: 25/10/50 - 20:00 น.
IP Address: 125.25.202.xx
ความคิดเห็นที่ 215



สวัสดีครับทุกท่าน...

ต้องขออภัยคุณ JasonSจัง!!! ที่ขอดูใบปิดเรื่อง ดับเจ้าพ่อ..เพราะระยะ
หลัง ๆ นี้ ผมยังไม่ได้ไปเอามาเลยครับ.. ส่วนที่เพื่อน ๆ เราไม่ค่อยพูด
ถึงใบปิดหนังนั้น ก็เพราะผมบอกหลักแหล่งแห่งให้ไปหาดูเอาเองแล้วครับ
พี่อ๊อดเอง ก็ไปคว้าใบปิดหนังสรพงษ์มาจนหมดเกลี้ยงแล้ว...
ส่วนใบปิดเรื่อง ดับเจ้าพ่อ นี้ ผมว่าลุงเขามีแน่ ๆ ครับ..
ส่วนรายละเอียดของหนังมีดังนี้ครับ....
1. ดับเจ้าพ่อ
นำแสดงโดย ทูน-สมบัติ-อภิรดี-กรุง-นาท-สมจินต์-มานพ-ธิติมา-ลักษณ์-ฤทธิ์-วิยะดา-จักรกฤช
สร้างโดย PSL โปรดักชั่น
กำกับการแสดงโดย ดำเกิง สิงขรณ์
บทภาพยนตร์โดย น้อยเศวต
ฉายครั้งแรก วันที่ 23 พฤศจิกายน 2527
ที่โรงหนัง ควีนส์-เอเชีย-ศรีสยาม-กรุงสยาม-ดาวคะนองรามา-ดาวสยาม-สเตท

2. ยอดนักเลง
นำแสดงโดย ไชยยันต์-ปิยะ-โกวิท-สมบัติ-นาท-กรุง-นันทิดา-นิภาพร-วิยะดา-รัตนาภรณ์-ลักษณ์-ฤทธิ์
สร้างโดย SA โปรโมชั่น โดย บังอร แก้วศรีโท
กำกับการแสดงโดย มรกต
บทภาพยนตร์โดย จันทราทิพย์
ฉายครั้งแรก วันที่ 24 พฤศจิกายน 2527
ที่โรงหนัง พาราเมาท์-สามย่าน-เจ้าพระยา-ศรีย่าน-บางแครามา-ไทยเจริญรามา

**เมื่อดูจากฟอร์มหนังแล้ว คิดว่า ค่าย xxx คงไม่ทำหรอกครับ
ส่วนเรื่องเทปหรือวีซีดีทั้งสองเรื่อง ยังไม่เคยเห็นครับ...

การระลึกถึงความหลังของเรา บางทีก็ทำให้ท่านอื่น ๆ นึกถึงความหลังได้เช่นกัน
ไม่นึกว่า ฟ้าหลังฝน ที่ผมชอบนั้น จะทำให้คุณพักรบคิดถึง รามคำแหงได้...
ผมเองเข้าไปเรียนรุ่นที่คุณพักรบจบพอดี....เร่งเต็มที่ตามเงื่อนไขที่วางไว้
จึงได้รับปริญญารุ่นที่ 10 ครับ....

น้องแพ ดีกว่าพี่ ๆ หน่อย ตรงที่ว่า เกิดทีหลังจึงมีภาพเก่า ๆ สมัยเด็ก ๆ มาให้
พวกเราได้ดูกัน รุ่นที่พี่เกิดนั้น กล้องยังเป็นขาวดำ..จะมีรูปทั้งทีก็ต้องรอถ่าย
ในชุดนักเรียน เอาไปสมัครเรียน เอาไปติดใบสุทธินั่นแหละครับ....
ส่วนที่ขอภาพเรื่อง 2 สิงห์ 2 แผ่นดิน.. คุณโต้ง จัดการให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เป็น
ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษครับ...
สงสัยว่า น้องแพคงจะติดใจเพลง อยากกินคนสวย ที่พี่ตัดเอาไปฉายในงานมิตรใช่ไหมหล่ะ
จึงถามหาใบปิด....ส่วนหนังนั้น รออีกสักพักเพราะคุณโต๊ะกำลังใส่เสียงพากย์เป็นภาษาไทย
อีกไม่นาน คงจะได้ดูกันนะครับ....

ส่วนภาพข้างบน... ภาพจากหนังสือดารา ลงโฆษณาเรื่อง ดวง ในปี 2514
แต่ว่าปัจจุบัน ฟิล์มหนังและหนังไม่มีเหลือให้ดูแล้วครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 25/10/50 - 22:03 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 216



ส่วนภาพนี้ ไชยา สุริยัน...โฆษณาหนังเรื่อง สะใภ้หัวนอก
ภาพปี 2514 เช่นกัน ส่วนหนังเต็ม ๆ เรื่อง ไม่มีแล้วครับ
เห็นว่า มีแค่เศษหนัง....

ตอนงานมิตรที่ผ่านมา น้องลัดเกล้า ถามผมว่า ทำไม่มีใคร
จัดงานรำลึกถึงไชยา สุริยัน บ้าง... ผมก็ตอบสั้นๆ ไปว่า
เพราะกลุ่มคนที่รักไชยา สุริยัน ยังรวมตัวกันไม่ได้เหมือนกับ
กลุ่มคนที่รักมิตร ชัยบัญชา...มองดูหน้าน้องลัดเกล้าแล้ว..
เห็นทำหน้างงๆ...แต่นโยบายของหอภาพยนตร์ฯ เขาจะ
พยายามจัดให้กับดาราเก่า ๆ ทุกคน เพียงแต่ว่าขาดคนเข้า
ไปประสานงานเท่านั้นเอง....

จาก: มนัส138
วันที่: 25/10/50 - 22:08 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 217



ส่วนภาพนี้ พระเอกละครทีวี พัลลภ พรพิษณุ จับคู่กับ อรัญญา นามวงศ์
ภาพโฆษณาจากเรื่อง ดอกดิน ภาพปี 2514 ครับ
เรื่องนี้ ครรชิต เป็นพระเอก....
หนังเต็ม ๆ เรื่อง ไม่มีแล้วครับ มีแค่เศษหนังซึ่งฟิล์มเก่ามาก บางตอน
ก็โดนน้ำ ..สำคัญที่ว่า ฟิล์มส่วนเหลือนี้ แทบไม่มีอรัญญาให้เห็นเลยครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 25/10/50 - 22:11 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 218



ภาพนี้ขึ้นปกหนังสือ....พี่จุ่มเป็นคนสแกนให้...
สมบัติกับนางงาม...ตอนที่เข้าไปเตรียมทำหนังเรื่อง คนใจบอด

จาก: มนัส138
วันที่: 25/10/50 - 22:13 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 219



นี่ก็ขึ้นปกหนังสือ เหมือนกัน...เพชรา เชาวราษฎร์...
คืนนี้ ไปก่อนนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 25/10/50 - 22:16 น.
IP Address: 210.86.222.xx
ความคิดเห็นที่ 220



ขอบคุณ คุณมนัสฯ สำหรับข้อมูลหนังเรื่อง "ดับเจ้าพ่อ" พอดีวันนี้ผมไปซื้อโปสเตอร์หนังมาจากศูนย์สิริกิตติ์แล้วครับ แล้วก็ไปโพสต์อยู่ในกระทู้ของคุณ มงคล ตามไปดูกันได้ครับ ก็คงต้องฝากความหวังไว้กับคุณมงคล แล้วล่ะครับในเมือทางคุณโต๊ะ ไม่สนใจทำ

ตามที่บอกไว้ครับ สำหรับหนังสือ พิพิธภัณฑ์หนังไทย เล่มใหม่ ฉบับ บู๊แซ่บ เล่ม 1 ผมสแกนปกหนังสือมาให้ดูแล้วครับ ที่คุณหนูแพ ถามมาราคาปกก็ 140 บาทครับ แต่ถ้าซื้อในงานลด 20% เหลือ 112 บาทเท่านั้นครับ หนังสือยังไม่วางแผงนะครับ แต่เปิดตัวในงานสัปดาห์หนังสือก่อน คาดว่าอีกไม่นานคงวางแผงหนังสือแน่นอนครับ เช่น ร้านซีเอ็ด

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 25/10/50 - 23:04 น.
IP Address: 124.120.177.xx
ความคิดเห็นที่ 221



ภายในเล่มก็มีการรีวิวหนังบู๊ไทยมันส์ ๆ แบบละเอียดยิบ รวม 25 เรื่อง เช่น ชุมแพ, ทอง 1-7, แบ๊งค์, สมิงเจ้าท่า, นักฆ่าจากเจ้าพระยา, สามเหลี่ยมทองคำ, แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู, เสาร์ 5, เจ็ดประจัญบาน ฯลฯ

และอีกไม่นานคงมี บู๊แซ่บ เล่ม2 มาให้อ่านกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วยครับ บอกได้คำเดียวว่า แฟนๆหนังบู๊ไทยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 25/10/50 - 23:15 น.
IP Address: 124.120.177.xx
ความคิดเห็นที่ 222
ขอบคุณคุณ JasonS จัง!!! ครับ สำหรับหนังสือดีดีที่แนะนำมา ไม่พลาดอยู่แล้วครับ

สำหรับเรื่อง "คมเฉือนคม" ผมดูแล้ว(เกือบจบ ช่วง 10 นาทีสุดท้ายกระตุกหลายซีน ขนาดเปลี่ยนแผ่นแล้วก็ยังเหมือนเดิม)
หลังจากดูจบ สรุปเรื่องนี้ ไชยา เป็นพระเอก
(ดูจากชื่อตัวละคร "แดง โพธิ์ดำ"เทียบกับชื่อหนังก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย)
นาท,ไพโรจน์ ใจสิงห์ เป็นตัวรอง
ส่วนสมบัติ เหมือนกับตอนแรกจะปูเรื่องให้เด่น
แต่อาจโดนตัดบทไปเยอะ ไม่ทราบเกี่ยวกับเรื่องคิวหนังหรือเปล่า
ในหนังสือไม่รู้ใช่แบบนี้หรือเปล่า
สมบัติ เลยกลายเป็นเหมือนตัวประกอบไปเลย
ไชยา ยังไว้ลาย เป็นพระเอกจอมขโมยซีนเหมือนเดิม
เรื่องนี้ ถ่ายปลายปี 2518 เป็นช่วงที่ไชยา หวนกลับมาเล่นหนังอีกครั้ง
หลังจากหายเงียบไปกว่า 2 ปี คราวนี้เล่นหนังรวดเดียว 3 เรื่อง
คือ คมเฉือนคม,มหาอุตม์,แซ่บ ต้องประกบสมบัติทั้ง 3 เรื่อง(เป็นเรื่องของการตลาด)
แต่สมบัติ ก็โดนไชยา ขโมยซีนทั้ง 3 เรื่อง
ขนาดพระเอกยอดนิยมอันดับ 1 อย่างสมบัติ ในขณะนั้น
ซึ่งไม่เคยเพลี่ยงพล้ำให้ใคร แม้แต่อันดับ 2 ที่ดังทะลุฟ้าอย่างกรุง ศรีวิไล
แต่ก็มาเสร็จไชยาจนได้ นับถือจริงๆคุณไชยา

จาก: อ๊อด
วันที่: 26/10/50 - 12:52 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 223
อยากให้ลงใบปิดหนังเรื่องต่อไปนี้
1.หยกแก้ว 2.เฟื่องฟ้า 3.ตุ๊ดตู่ 4.แท๊กซี่ 4.ขวัญเรือน 5.ยอดชีวิต
6.ชื่นชีวน 7.ขวัญชีวิต.8.สายเปล
ขอเท่านี้ละครับ
จาก เสกข์ศรัณย์

จาก: เสกข์ศรัณย์
วันที่: 26/10/50 - 14:14 น.
IP Address: 202.28.103.xx
ความคิดเห็นที่ 224
ขอบพระคุณคุณพี่โต้ง...สำหรับใบปิดหนัง 2 สิงห์ 2 แผ่นดิน
พอดีได้ดูหนังตัวอย่างเรื่องนี้ที่บ้านคุณโต๊ะ...เป็นภาคภาษาต่างประเทศ
ฟังเพลงอยากกินคนรวย...เอ้ย!!! อยากกินคนสวย ก็แปลกๆ
เพลงเพราะไปอีกแบบหนึ่ง

ถึงคุณพี่กูรูหนังสือทั้งหลาย.......
ช่วยแนะนำหนังสือดาราเก่าๆ...ให้หน่อยค่า
อาทิเช่น...หนังสือโลกดารา เนื้อหาเป็นอย่างไร ภาพสวยไหม
หนังสือไดอารี่คู่ชีวิต เน้นเกี่ยวกับอะไร....
เพราะตอนนี้หนูแพกำลังสะสมหนังสืออยู่....
วันนี้ไปเจอแหล่งเข้าเต็มๆ...เลยเลือกไม่ถูก บางเล่มก็ห่อซะแกะดูไม่ได้
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

จาก: แพ
วันที่: 27/10/50 - 16:26 น.
IP Address: 222.123.66.xx
ความคิดเห็นที่ 225



หยกแก้ว...

จาก: โต้ง
วันที่: 27/10/50 - 17:20 น.
IP Address: 125.27.224.xx
ความคิดเห็นที่ 226
ขอบคุณ คุณโต้งมากครับที่ลงใบปิดหนังเรื่องหยกแก้วให้ผมจะได้ก๊อป
เก็บไว้ ขอภาพใบปิดต่อไปอีกนะครับ
ขอบคุณครับ

จาก: จากเสกข์ศรัณย์
วันที่: 29/10/50 - 13:11 น.
IP Address: 202.14.117.xx
ความคิดเห็นที่ 227



สายเปล...พยายามปรับภาพแล้ว..มันก็ไพสต์ไม่ได้สักที...คงได้เท่านี้ละมั๊ง..

จาก: โต้ง
วันที่: 29/10/50 - 23:02 น.
IP Address: 125.27.225.xx
ความคิดเห็นที่ 228



"ขวัญชีวิต (4 มิถุนายน 2508)

จาก: ศุภชัย
วันที่: 30/10/50 - 2:02 น.
IP Address: 124.121.109.xx
ความคิดเห็นที่ 229



สวัสดีครับทุกท่าน...

บางที บางสิ่งที่ตั้งใจไว้ หวังไว้ มักจะไม่ได้ดังหวัง..
อย่างเช่นที่ตั้งใจว่า จะเข้ามาเขียนกระทู้ทุกคืนให้ได้ แต่จนแล้วจนรอด
ก็ทำไม่ได้สักที...ดีน่ะที่ได้เพื่อน ๆ เสมือนปิยะมิตร เข้ามาช่วยดูแลแทน
ไม่งั้น กระทู้คงจมไปอยู่ลึก ๆ แล้วครับ....

เห็นคุณเสกข์ศรัณย์ ถามหาใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา...
แต่ไม่เห็นบอกเหตุผลเลยว่า ทำไมถึงชอบดูใบปิด...
เพิ่งเข้ามาเปิดเห็นคืนนี้ ก็เลยดึงใบปิดหนังมิตร ตอนที่ผมใช้จัดนิทรรศการ
งานมิตร ชัยบัญชา มาให้ดูไปก่อนนะครับ...อาจเกินจากที่ขอมานะครับ
อ้อ...ขอบคุณคุณโต้ง คุณศุภชัย นะครับ ที่ช่วย post ใบปิดให้ครับ..
ว่าง ๆ อย่าลืมเข้ามาช่วยกันอีกนะครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:37 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 230



ใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา..

สอบถามเพื่อน ๆ หน่อยครับว่า.
พอนึกออกไหมครับว่า มีหนังเรื่องไหนบ้างที่ถ่ายทำในจังหวัดพิจิตร...

จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:39 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 231



ใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา

จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:40 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 232



ใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา

จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:42 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 233



ใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา..

จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:43 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 234



ใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา

จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:45 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 235



ใบปิดหนังมิตร ชัยบัญชา ใบสุดท้ายคืนนี้ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:46 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 236



ก่อนจากกันคืนนี้...
ภาพเก่า เล่าอดีต ขอเสนอ….

ถุยชีวิต
นำแสดงโดย สรพงษ์-เนาวรัตน์-เปียทิพย์-สมภพ-สมชาย-เสริมพันธ์-แพน-ทินรัตน์
สร้างโดย อาร์ แอนด์ อาร์ โปรดักชั่น โดย สุจิวรรณ อุทัยสาง
กำกับโดย ชุมพร เทพพิทักษ์
ฉายครั้งแรก วันที่ 24 มีนาคม 2522 ที่โรงหนัง ปารีส-ออสการ์

หนังเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่พ่อของเพื่อนซื้อมาไว้ฉายในบริการหนังกลางแปลงของเขา...
รู้สึกว่า หน่วยฉายหนังที่ผมและเพื่อนไปฉายประจำอยู่ (เขามี 3 หน่วย) จะเป็นผู้เปิดซิงหนังเรื่องนี้
แรก ๆ ต่างคนก็ต่างดีใจ ที่ได้หนังใหม่ ๆ มาฉายกัน แถมยังเป็นหนังที่ไม่มีเส้นฝนอีกต่างหาก...
เวลาประกาศโฆษณาฉายหนัง ผมมักจะจำเอาคำโฆษณาจากใบปิดหนังมาพูดอยู่เสมอ...
ตอนนั้นได้แต่คิดว่า ทำไมมันไม่บู๊เลยวะ....จะเก็บเงินได้หรือเปล่าหนอ...
ผมมีโอกาสดูหนังเรื่องนี้จัง ๆ เพียงครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น...
รอบแรกที่ฉาย ก็เป็นการล้อมผ้าปิดวิกฉายเก็บเงิน...
ตอนฉายใหม่ ๆ หนังก็สีธรรมชาติดีอยู่หรอก แต่พอไปได้สักพักหนึ่ง หนังก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ๆ
เพราะเป็นภาพที่สรพงษ์นั่งนึกถึงอดีตตอนที่ตัวเองเป็นครูยากจนในชนบท...
แต่ว่า สรพงษ์นึกนานมาก ๆ จนหนังเกือบหมดม้วน (ม้วนหนึ่งยาว 20 นาที)
คนดูก็เริ่มหันมามองที่เครื่องฉายหนัง ..คนดูบางคนก็ดูไม่ทันว่า เป็นฉากนึกถึงความหลัง
เพราะช่วงเปลี่ยนภาพเร็วมาก บางคนอาจดูไม่ทัน...จึงเข้าใจว่า พวกเราเอาหนังเก่ามาฉาย
เพราะฟิล์มออกเป็นสีแดง ๆ แล้ว คนต่างจังหวัดนี่ก็แปลกนะ พอเห็นหนังฟิล์มเก่า ๆ
เป็นเส้นฝนบ้าง ออกสีแดงบ้าง ก็ไม่ค่อยจะชอบดูกัน.. ก็เริ่มลุกขึ้นทีละคน สองคน....
เรียกว่า คืนนั้นกะเอาหนังเรื่องนี้เป็นหนังเต็ง ไป ๆ มา ๆ ก็เลยกลายเป็นหนังแถมที่ไม่ค่อยมี
คนอยากดูกัน....ผมก็ดูหนังบ้าง คุยกันบ้าง คืนนั้นก็ฉายกันจนจบทั้งสองเรื่อง
บอกตามตรงว่า จนถึงวันนี้ ผมเองก็จำหนังได้แค่ว่า สรพงษ์เล่นเป็นครูจน ๆ
แล้วอยากมีเงินเยอะ ๆ จนเข้ากรุงมาหางานทำ และไปทำงานไม่สุจริตจนได้เงินมา..
เห็นในใบปิดภาพที่สรพงษ์ได้เงินมาเยอะ ๆ แล้ว โยนเงินกระจัดกระจายเต็มห้องไหมครับ..
นั่นแหละฉากที่ผมจำได้... แต่ตอนจบสรพงษ์ก็พบกับความผิดหวังในชีวิต...
หนังจึงได้ชื่อว่า ถุยชีวิต....ไงครับ
หลังจากฉายคืนนั้นมา...เวลาจะต้องแถมหนังให้เจ้าภาพ พ่อเพื่อนผมชอบพูดว่า เอา “ถุย” ไปแถมก็แล้วกัน..
อ้อ..ลืมบอกไป หลังจากฉายคืนนั้นกลับมา...พอสาย ๆ ผมก็เข้าไปกรอฟิล์มหนังเรื่องนี้ แล้วตัดเอาช่วงที่สรพงษ์
นั่งนึกถึงอดีต ออกเก็บไว้... ความรู้สึกที่ทำตอนนั้น ก็เพียงเพราะว่า ไม่อยากเห็นฟิล์มสีแดง ๆ กลัวว่า
ชาวบ้านจะหาว่า เราฉายหนังเก่า (เพราะแต่ก่อนเคยฉายหนังเก่า ๆ มาเยอะมาก) กลัวไม่มีคนดู...เท่านั้นเอง
ความที่หนังเรื่องนี้ ผ่านมือเพียงไม่กี่ครั้ง แถมไม่ค่อยจะสนใจดูด้วย...พอมีเครื่องเล่นวีดีโอ ก็เลยนึกถึงหนังเรื่องนี้
อยากดูอีกสักครั้งว่า หนังจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ.. แต่ก็ได้แต่คิด แต่อยากเพราะจนถึงวันนี้ ...ไม่เคยมีใครเห็น
ถุยชีวิต...อีกเลย....


จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:48 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 237



อีกเรื่องหนึ่งครับ...

ซุปเปอร์ลูกทุ่ง...
นำแสดงโดย กรุง-มยุรา-ล้อต๊อก-บู๊-แม้นมาศ เรืองอนันต์-พงษ์ลดา-มาลี-โกร่ง
สร้างโดย เอเพ็กซ์โปรดักชั่น โดย นันทา ตัณสัจจา
กำกับโดย คิด สุวรรณศร
บทภาพยนตร์โดย วีระประวัติ วงศ์พัวพันธุ์
ฉายครั้งแรก วันที่ 4 มีนาคม 2521 ที่โรงหนัง เฉลิมไทย-สามย่าน-ออสการ์-ไดเรคเตอร์

หนังเรื่องนี้ ผมได้ดูเป็นหนังกลางแปลง... แต่พิเศษหน่อยที่เป็นการได้ดูก่อนเข้าฉายโรงในจังหวัดบ้านผม..
จำได้ว่า เป็นการฉายหนังกลางแปลงของบริการหนังเร่ ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดอื่น..
ตอนนั้นมีการปิดถนนฉายกันยันโต้รุ่ง...ฉายกันใกล้ ๆ กับโรงหนังประจำจังหวัดนั่นแหละ
และผมก็เห็นโรงหนังประจำจังหวัดขึ้นป้ายว่า จะฉาย ซุปเปอร์ลูกทุ่ง ในวันรุ่งขึ้นด้วย...
ความที่ผมชอบดูหนังใกล้ ๆ เครื่องฉายหนัง จึงได้รู้ว่า ความจริงหนังเรื่องนี้ ไม่มีกำหนด
จะฉายในคืนนั้น เพียงแต่ว่า เช็กเกอร์ที่วิ่งหนังเรื่องนี้มาจากจังหวัดใกล้ ๆ มาถึงโรงหนัง
และมีการเจรจากันระหว่างเจ้าภาพซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ละแวกนั้น ขอเอาหนังเรื่องนี้มา
ฉายกลางแปลงก่อน ถ้าเจรจาสำเร็จ คนจะร่ำลือกันว่า เจ้าภาพงานนี้แน่จริง ๆ ที่ได้ฉาย
หนังก่อนเข้าโรง...แล้วก็เจรจาสำเร็จจริง ๆ คืนนั้น ผมจึงได้ดู ซุปเปอร์ลูกทุ่ง ก่อนโรง...
ตอนนั้น รู้สึกว่า ตัวเองโชคดีจริง ๆ
ผมเป็นคนชอบหนังเพลงอยู่แล้ว จึงดู ซุปเปอร์ลูกทุ่ง ด้วยความสนุกสนาน
อินไปกับหนังขนาดนึกว่า เป็นเสียงร้องเพลงของ กรุง ศรีวิไล จริง ๆ.....
ดูหนังจนจบแล้ว ...แต่เรื่องของหนังยังไม่จบเพราะกระแสปากต่อปากว่า เป็นหนังดี
หนังเพลงเพราะ เสียงร้องเพลงตอนนั้นไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้อง รู้แต่ว่า ร้องได้เหมือนสุรพล สมบัติเจริญ มาก ๆ
ลือกันไปทั้งจังหวัด..อานิสงฆ์ก็เลยตกกับโรงหนังโดยปริยาย เพราะมีคนแห่ไปดูหนังเรื่องนี้กัน
เยอะมาก ๆ
เพลงที่ผมชอบมากก็คือ เพลงที่กรุง ศรีวิไล ร้องออกทีวีครั้งแรก เคยตามหามาฟัง แต่ก็หาไม่เจอ
จนกระทั่งมาเรียนกรุงเทพฯ และได้ตระเวนหาซื้อเพลงเก่า ๆ ก็เลยไปเจอตลับรวมเพลงเรื่องนี้
จึงรู้ว่าเพลงนั้นชื่อ ศักดิ์ศรีหนุ่มบ้านนา...
ความโด่งดังของหนัง ไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยังทำให้ กรุง ศรีวิไล ต้องออกเดินสายวิ่งรอกโชว์ตัว
มีการตั้งวงดนตรีชื่อเดียวกับหนังด้วย...
ดังแค่ไหน...ขนาดว่า โรงเรียนประจำจังหวัดที่ผมเรียนอยู่ มีงานหาทุนโรงเรียน..
ก็มีการไปว่าจ้าง วงดนตรีซุปเปอร์ลูกทุ่ง กรุง ศรีวิไล มาแสดงกับเขาด้วย..
ตอนนั้นเล่นประชันกับหนังกลางแปลง... ผมเองก็ไปยืนเฝ้าหน้าเวทีดนตรี..
รอดู กรุง ศรีวิไล... ว่าจะมาเมื่อไร.. แต่ก็นึกแปลกใจแต่แรกแล้วว่า ทำไมวงดนตรีที่เล่น
หน้าตานักดนตรี โฆษก ทำไมจึงมีแต่คุ้น ๆ หน้าทั้งนั้น แต่ตอนนั้น ไม่สนใจอะไร
จะรอดูกรุงร้องเพลง ศักดิ์ศรีหนุ่มบ้านนา... รู้สึกว่า รอจนดึกมาก ๆ แต่กรุงก็ไม่มา
สักที...นานขนาดว่า ตลกที่เล่น เล่นจนหมดมุขแล้ว เพลงที่ร้องก็ร้องจนไม่รู้ว่าจะร้องอะไรแล้ว
แต่กรุงก็ยังไม่มาสักที...คนดูก็เริ่มบ่น.. เริ่มด่า..เริ่มกลับบ้านกันแล้ว.. แต่โฆษกก็ชอบประกาศ
กรุงกำลังเดินทางมาแล้ว ให้รอหน่อย..ผมก็รอเล่น ๆ ไปอย่างงั้นแหละ...รอสึกว่าประมาณเกือบตีสองมั่ง
ก็มีรถเก๋งวิ่งเข้ามาหน้าเวที... พอประตูรถเปิด ก็เห็นชายหนุ่มตัวสูง ๆ พรวดพราดออกมา ตรงดิ่งไปบนเวที
คว้าไมค์จากโฆษกขึ้นมา....แล้วพูดว่า ผมกรุง ศรีวิไล ต้องขอโทษด้วยที่มาดึก เพราะเพิ่งรู้ว่ามีคิวอยู่ที่จังหวัดนี้ด้วย..
พร้อมกับบอกว่า วงจริง ๆ เขาเล่นอยู่จังหวัดอื่น วงนี้ไม่ใช่วงเขา แต่เจ้าภาพต้องการและขอให้มาปรากฏตัว
เฉย ๆ คนดูก็ไม่ว่าอะไร ขอให้ร้องเพลงจากหนังเรื่อง ซุปเปอร์ลูกทุ่ง... กรุงก็ดี ๆ ๆ บอกว่า ร้องไม่ได้เลย
เพราะในหนังเขาให้ลิปซิ่ง...ชีวิตจริง ๆ เขาร้องเพลงไม่ค่อยเป็นด้วย...เป็นแต่แหล่ได้นิด ๆ หน่อย ๆ
จากนั้น ก็แหล่ให้ฟัง.. พอเสียงไม่เหมือนกับในหนังผมก็ไม่อยากฟังแล้วครับ....แต่ก็อยู่ดูจนร้องจบ...
หนังเรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่ทำให้จำฝังไว้มาก ๆ...
เวลาผ่านไปหลายปี แต่ผมก็ไม่เคยลืมหนังเรื่องนี้ คิดถึงหนัง ก็ไม่มีหนังให้ดู..
จนเมื่อได้เจอวีดีโอเทปเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2536 ดีใจอย่างบอกไม่ถูก...
พอเปิดดู...อดีตต่าง ๆ ก็ย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง....นี่แหละ ซุปเปอร์ลูกทุ่ง ที่ผมคิดถึง...

แล้วเพื่อน ๆ มีอะไรที่ฝังใจเหมือนผมหรือเปล่าครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 31/10/50 - 0:51 น.
IP Address: 202.133.143.xx
ความคิดเห็นที่ 238



ส.ต.ท.บุญถึง ฉายทีหลัง...แต่ก็ทำให้หนังอีกเรื่องหนึ่งที่ฉายก่อน
ต้องตั้งชื่ออาศัยกระแสหนังเรื่องนี้.....
มาดูซิครับว่า เป็นหนังเรื่องอะไร


จาก: มนัส138
วันที่: 02/11/50 - 0:08 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 239



ใบปิดทั้งสองใบนี้ ไม่ใช่หนังคนละเรื่องนะครับ.. แต่เป็นหนังเรื่องเดียวกัน
ตามประวัติการฉายหนังที่ค้นได้...ตอนฉายครั้งแรกในกรุงเทพฯ...
ตั้งชื่อครั้งแรกว่า อาญานรก...ฉายวันที่ 4 พฤษภาคม 2522...
ส่วนชื่อที่ตั้งว่า ส.ต.อ.ใจถึง (ตั้งชื่อให้ยศสูงกว่า ส.ต.ท.บุญถึง)
ค้นไม่พบการฉายครั้งแรกในกรุงเทพฯ...

อันที่จริง ช่วงปี 2522 ที่หนังฉายนั้น ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่า มีการตั้งชื่อ
หนังและทำใบปิดหนังไว้ 2 แบบ 2 เรื่อง เพราะหนังที่ผ่านมือผมตอนที่
ยังช่วยเพื่อนฉายหนังกลางแปลงอยู่ต่างจังหวัดนั้นคือเรื่อง อาญานรก...

ไม่รู้เป็นไร หน่วยบริการฉายหนังกลางแปลงที่ผมช่วยฉายนั้น...
แม้จะได้หนังแนวออกบู๊ ๆ ชื่อก็เท่ห์ ๆ แบบ อาญานรก.. แต่พอฉาย
เก็บเงินทีไร ก็เก็บไม่ค่อยได้ เพราะ อาญานรก เป็นหนังฟอร์มเล็กเกินไป
คนดู ดูแล้ว เขาไม่ค่อยชอบ...หนังเรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ทำเงินให้
พ่อเพื่อนผมอีก..(เช่นเดียวกับ ถุยชีวิต..วิมานดารา..กราบที่ดวงใจ..
อย่างที่เคยเล่ามาแล้ว...)

ผมเองก็ดูไปอย่างนั้นแหละครับ...ดูแบบว่า เมื่อไรมันจะดีขึ้นบ้างหนอ...
เชื่อไหมครับว่า ถึงวันนี้ ผมเองก็ยังจำเรื่องไม่ได้เลยครับ...
(แต่ถ้าเป็นพี่จุ อาจจะจำได้เพราะเป็นหนังที่มี้เล่น...แกไม่ดู แกก็ต้องอ่าน)
รู้แต่ว่า สมบัติต้องใช้อาญาเถื่อนจัดการกับเหล่าร้าย...คล้าย ๆ เรื่อง
ไอ้ควายเหล็ก แต่ไม่ดีเท่า....

มารู้อีกทีว่า มีการตั้งชื่อไว้ 2 แบบ ก็เพราะเห็นใบปิดจากลุงสมภัทร
แรก ๆ ดูใบปิดไม่ละเอียด ก็คิดว่า เป็นคนละเรื่อง หรือเป็นภาค 2
แต่พอลองค้นข้อมูลวันฉายกับอ่านข้อความในใบปิด จึงรู้ว่าเป็นเรื่อง
เดียวกัน เหตุที่ต้องทำใบปิด 2 แบบ 2 ชื่อ
เข้าใจเอาว่า เป็นเพราะกระแสจากเรื่อง ส.ต.ท.บุญถึง ซึ่งดังกว่านั่นเอง

แต่ไม่รู้เป็นไร พอมาถึงวันนี้แล้ว เกิดนึกอยากจะดูอีกที..
แต่เท่าที่ตามข่าว ไม่มีใครเจอฟิล์มหรือรู้ว่ามีการทำเทปวีดีโอไว้เลย

ไม่รู้ว่า มีเพื่อน ๆ คนไหนเคยเห็น ส.ต.อ.ใจถึง ฉายแถว ๆ บ้านบ้างไหมครับ...

ยังมีหนังไม่ทำเงินอีกหลายเรื่องที่ผ่านมือผม.. เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังวันหน้า..



จาก: มนัส138
วันที่: 02/11/50 - 0:30 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 240
ดีครับ คุณมนัส อยากอ่านเรื่องราวของหนังไทยที่ไม่ทำเงินในอดีต(ต่างจังหวัดคนดูน้อย)
แต่ปัจจุบัน อยากจะดู ก็หาดูไม่ได้แล้ว
ส่วนใหญ่จะไม่ใช่หนังบู๊
เท่าที่ผมเคยผ่านตามา
มีหนังหลายเรื่องที่ไม่ใช่หนังบู๊
แต่ใช้ชื่อเหมือนหนังบู๊ (อาจเปลี่ยนชื่อภายหลัง)
คงเป็นเพราะเหตุผลนี้มังครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/11/50 - 8:42 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 241
คุณมนัส กระทู้เริ่มจะโหลดช้าแล้วนะครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/11/50 - 8:49 น.
IP Address: 58.136.52.xx
ความคิดเห็นที่ 242



.........โอ้กานดา กั๊บมาหาพี่เถิด ย้าตะเลิดรีบลี้หนีไป....ฯลฯ
.........บ้านของพี่มานก็ไม่ใหญ่ ไม่โต เป็นตึกบังกะโล แต่ยังไม่มุง
หลังคา
ผมอ่านพี่มนัส เล่าเรื่องนี้ ก็พอจำได้รางๆ ว่าเคยดู ในทีวี เสียงก็พอ
ไปวัดไปวาได้เหมือนกัน แต่ยังไง ก็ไม่ใช่ตัวตนของคุณกรุง อยู่ดี
""แต่ตัวจริง ผมเจอครั้งแรก ที่ดุสิตโบว์ (ไม่รู้จำชื่อถูกไหม ? ) อยู่แถว
แยกสะพานควาย ไป อนุสาวรีย์ชัย (ตอนนั้นผมยังมีอยู่)

จาก: สาโรจน์
วันที่: 02/11/50 - 22:41 น.
IP Address: 58.8.157.xx
ความคิดเห็นที่ 243



"แสนสงสาร"( 30 มี.ค.2511)

จาก: ศุภชัย
วันที่: 05/11/50 - 13:35 น.
IP Address: 124.121.104.xx
ความคิดเห็นที่ 244
สวัสดีพี่ ๆ ทุกท่านในกระทู้ค่ะ

พี่มนัสเนียความทรงจำเป็นเลิศเลยนะคะ เล่าได้เป็นฉาก ๆ เลย อ่านข้อความของพี่มนัสแล้วสนุกดีค่ะ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้ที่ดี ๆ ที่นำมาเล่าให้ฟังค่ะ

จาก: จาจา
วันที่: 05/11/50 - 18:20 น.
IP Address: 58.10.84.xx
ความคิดเห็นที่ 245



ตั้งใจหลายวันแล้วว่า จะเข้ามาเล่าอดีตความหลังกับการฉายหนังกลาง
แปลงเรื่องนี้....เพชรตัดหยก... แต่ยังหาจังหวะไม่ได้สักที...
คืนนี้ ลงแค่รูปไว้ก่อนนะครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 08/11/50 - 0:30 น.
IP Address: 210.86.221.xx
ความคิดเห็นที่ 246



หมู่นี้เว็ปคึกคัก...สังเกตจากไม่ได้เข้ากระทู้แค่วันหรือครึ่งวัน
หัวข้อกระทู้ก็ตกไปอยู่หน้า 3 หน้า 4 แล้ว...นี่ถ้าหายไปเป็นอาทิตย์
สงสัยจะตามขุดกระทู้ตัวเองไม่พบแล้วมั๊ง...

คืนนี้ ฝากรูปไว้ก่อน...เป็นหนังอีกเรื่องที่เคยผ่านมือตอนฉายกลางแปลง...
เป็นหนังที่ฉายแล้ว ไม่ค่อยทำเงิน...อีกแล้วครับท่าน
แค้นไอ้เพลิน..
เรื่องเล่าต่าง ๆ จะกลับมาเล่าวันหลังนะครับ...
คืนนี้ ขอเร่งงานอื่นก่อนนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 08/11/50 - 22:55 น.
IP Address: 210.86.221.xx
ความคิดเห็นที่ 247



สวัสดีครับคุณมนัส
ไม่ทราบว่าหนังเรื่อง "สันกำแพง" ดำเนินการมาถึงไหน..แล้วอีกนานไหมครับที่จะได้ชมหนังเรื่องนี้...
ขอบคุณมากครับ..

จาก: ศธร
วันที่: 10/11/50 - 10:25 น.
IP Address: 203.113.41.xx
ความคิดเห็นที่ 248



กรุง คอลเลคชั่น มาแล้ว (หากไม่เลื่อนการจำหน่ายอีก)
พรุ่งนี้ 13-11-50 คงวางจำหน่ายครับ
รวมทั้งดีวีดี หนังไทยในอดีตของพระเอก มิตร ชัยบัญชา ด้วย
เช่นเรื่อง พระอภัยมณี - จอมโจรมเหศวร - อัศวินดาบกายสิทธิ์




จาก: เอกชัย
วันที่: 12/11/50 - 19:23 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 249
ต้องขอขอบคุณคุณเอกชัย แทนแฟนหนังไทยทุกคนครับทีแจ้งข่าวการออกหนังค่าย XXX ให้ทราบกัน (ช่วงนี้พี่มนัส ไม่ค่อยว่างทราบมาว่ากำลังเตรียมงาน เพื่อไปจัดฉายภาพยนต์กับหอภาพยนต์ ที่จังหวัดพิจิตร)

จาก: ศุภชัย
วันที่: 12/11/50 - 19:57 น.
IP Address: 124.121.116.xx
ความคิดเห็นที่ 250
คห.ที่248 ไปอุดหนุนกันนะครับกับ วีซีดี และ ดีวีดี คุณภาพควรค่าแก่การสะสมทุกเรื่องของค่าย XXX ขอแนะนำร้านดิสต์โฮม คลองถมเซ็นเตอร์ (เยื้องร้านเจบิ๊ค(เก่า)) ทางร้านจะจัดวางหนังให้สังเกตุเห็นง่ายๆราคาก็ไม่แพง หนัง วีซีดี XXX ราคา 85 บาท หนังhappy time (ไม่เจาะปก) ราคา 35 บาท 3แผ่น 100บาทครับ ของค่ายอื่นก็มีนะครับ

จาก: ศุภชัย
วันที่: 12/11/50 - 20:10 น.
IP Address: 124.121.116.xx
ความคิดเห็นที่ 251
สวัสดีสมาชิกชาวชุมทางหนังไทยในอดีตทุกคน
ก่อนอื่นขอสมัครเป็นสมาชิกใหม่ ผมชื่อ สุนทร นะครับ
ผมไม่มีความรู้ทางหนังไทยในอดีตมากนัก
และการมาสนใจ ก็ไม่ได้เริ่มจากความชอบ
แต่มาจากการเป็นนักเรียนมานุษยวิทยาที่ศึกษาเรื่องชาวเขา
และข้ามพื้นที่ไปดูที่หนัง
ผมเคยตั้งกระทู้เมื่อเกือบเจ็ดเดือนก่อน
ถามไถ่ถึงหนังไทยเรื่องใดบ้างที่มีชาวเขาอยู่
ยังจำได้ว่าไม่กี่วันให้หลังก็มีคนมาช่วยโพสต์บอกเต็มไปหมด
ความรู้สึกดี และทึ่งในไมตรีอุ่นๆของคนในกระทู้นี้ยังจำได้ตุ่นๆอยู่

การได้มานั่งดูหนังไทยอย่างละเอียด
ผมพบว่ามีมิติทางความหมายมากมายที่ซ่อนอยู่อย่างน่าสนใจ
แต่นี่ก็หาใช่เหตุผลแรกที่นำผมมาเขียนกระทู้ครั้งนี้
เพราะตนเองยังไม่แน่ใจนัก ในการทำวิทยานิพนธ์
ว่าข้อมูลในการวิเคราะห์ของเรา
บังคับให้ปรากฏครั้งแรกในวิทยานิพนธ์รึเปล่า
ยังไงก็ช่างมันเถอะ เพราะคำพูดของพี่มนัสยังวนเวียนอยู่ในหัวผม
ไม่ลุกขึ้นมาเขียนมันก็ไม่หายไปสักที

“น้องจะดูหนัง แล้วมาศึกษาว่า หนังพูดถึงชาวเขาถูกรึเปล่าใช่มั้ย”
ผมมานั่งคิดตอนหลังว่าเพราะเหตุผลอะไร พี่มนัสจึงถามเช่นนั้น
เพราะถามไถ่ธรรมดาถึงวิธีการวิจัย
หรือเพราะคิดว่าผมจะวิพากษ์วิจารณ์หนังในทางไม่ดี

ผมตอบพี่มนัสไปตอนนั้นประมาณว่า ผมไม่มีธงปักไว้ก่อน
ไม่ได้เริ่มจากการบอกว่าผิดหรือถูก
แค่อยากดูภาพแสดงแทน (representation) ชาวเขา
ผ่านหนังเรื่องต่างๆ ในยุคต่างๆว่าเป็นเช่นใดบ้าง
และวันนั้น...ที่หอภาพยนตร์ฯ หนังเรื่อง “ตะวันยิ้มแฉ่ง” ก็ทำให้ผมยิ้มออก
ประการแรก เพราะในฐานะนักเรียนมานุษยวิทยา ผมทึ่งกับการส่อเสียด ล้อเลียน
เชิงเปิดโปงนัยยะบางอย่างเกี่ยวกับชาวเขากับเรื่องจิตใจและป่าไม้
ประการที่สอง เพราะในฐานะคนที่อยากเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่
ผมหาเรื่องคุยแลกเปลี่ยนได้แล้ว ไม่ใช่จะมารับอย่างเดียว
อีกทั้งได้บอกพี่มนัสด้วยว่า ผมมองหนังไทยแบบไหน



จาก: สุนทร
วันที่: 14/11/50 - 19:11 น.
IP Address: 203.131.217.xx
ความคิดเห็นที่ 252



ตะวันยิ้มแฉ่ง: เรื่องตลกน่ารัก ที่เสียดสีสังคมอย่างละม่อมและน่าทึ่ง

เรื่องย่อ
เรื่องมีอยู่ว่า คณะมานุษยวิทยาที่กรุงเทพฯ เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีคนพบผีตองเหลืองในป่าทางภาคเหนือ
จึงอยากทำการศึกษา และตั้งดวงตะวัน (ปิยะมาศ) เป็นหัวหน้าปฏิบัติการ
เมื่อเข้ามาในป่าพบฉุย (สรพงศ์) ชาวไทใหญ่ที่ดันไปแต่งตัวดั่งในรูป จึงเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผีตองเหลือง
ฉุยเองก็อยากไปกรุงเทพฯอยู่แล้ว จึงแกล้งไม่พูดไทย
เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ สุดท้ายความก็แตก แต่ฉุยก็รับปากว่าจะพาไปหาผีตองเหลือง
แต่การเข้าป่าครั้งใหม่นี้ลำบากยิ่ง และต้องเจอกับปัญหา
เพราะความที่รู้ไปถึงสุริโยทัย นายทุนตัดไม้ผิดกฎหมายที่กลัวว่าคณะมานุษยวิทยาจะไปพบผีตองเหลืองที่ตนจ้างให้ตัดไม้
สุริโยทัยจึงใช้ชักธงรับ (ดี๋) กับพวกไปจัดการเก็บ
แต่ก็ด้วยตะวันที่ยิ้มแฉ่ง (ทั้งตะวันของจริง และคุณดวงตะวันคนงาม) ฉุยจึงมีพละกำลังปราบคนร้ายได้
ประกอบกับชาวไทใหญ่ และตำรวจเข้ามาช่วย
เรื่องทั้งหมดจึงจบลงด้วยดี คณะทำลายป่าถูกจับ คณะมานุษยวิทยาได้พบมลาบรี
และฉุยกับดวงตะวันก็ได้ทั้งพบและถูกจับหัวใจของตัวเอง





จาก: สุนทร สุขสราญจิต
วันที่: 14/11/50 - 19:21 น.
IP Address: 203.131.217.xx
ความคิดเห็นที่ 253
ภาพสวยดีนะครับ

จาก: **<อรชุน>**
วันที่: 14/11/50 - 19:27 น.
IP Address: 125.26.34.xx
ความคิดเห็นที่ 254
การประกอบสร้างทางสัญญะ และความหมายเสียดสีในคราบของตลก

ประวัติศาสตร์ของเรื่องตลก หรือการแสดงใดๆในคราบตลก ไม่ตลกอย่างรูปฉาบครับ
บางครั้งบางจังหวะเวลา ในภาวะที่บ้านเมืองหรือสังคมเกิดปัญหา การลุกขึ้นมาต่อสู้ตาต่อตาไม่นำมาซึ่งผลดี
เรื่องตลกๆจึงถูกนำมาใช้เพื่อบังให้คนมีอำนาจไม่เพ่งเล็ง หรือไม่ก็ไม่มีข้ออ้างมากนักในการจับกุม
มีคนเคยศึกษาพบว่า ตัวเท่งและนุ้ยในหนังตะลุงเป็นตัวอย่างที่ดี
ในการวิพากษ์วิจารณ์พวกขุนนาง และกระทบไปถึงบรรดาข้าราชการ

เรื่องตะวันยิ้มแฉ่งก็เช่นกัน แม้รูปลักษณ์ไม่ได้เป็นดั่ง “หนังเพื่อชีวิต”
ผิวเผินอาจคล้ายเอาคนป่าแปลกประหลาดมาเล่นตลกให้คนเมืองหัวเราะ (เยาะ?)
แต่ไม่เลย เรื่องนี้กลับสะท้อนสภาพสังคมเมือง ความคิดคนเมืองต่อชาวป่า-ชาวเขา
และแง่มุมที่สำคัญเกี่ยวกับการทำลายป่าได้เป็นอย่างดี ผ่านเสียงหัวเราะ ภาพง่ายๆ และซื่อๆ

เรื่องนี้การดำเนินเรื่องเป็นไปตามคำบอกเล่าของคุณกำธรครับ
มีเสียงคุณกำธรที่แสดงถึงทรรศนะต่อชาวมลาบรี เช่น

“จากข่าวปรากฏพบผีตองเหลืองทางตอนเหนือของประเทศไทย ทำให้ผมดั้นด้นมาถึงป่าใหญ่
นำท่านมาพบกลิ่นไอของธรรมชาติ
ผมกำลังจะพาท่านไปพบกับคนป่าเผ่ามลาบรี ที่ยังไม่มีใครได้เห็นบ่อยนัก
ชีวิตของพวกเขาแปลก น่ารัก ซื่อ บริสุทธิ์ ดุจแสงตะวัน จนท่านต้องยิ้มแฉ่ง”

และมีอีกหลายประโยคที่กระทบเทียบความเป็นคนเมือง และความต้องการสร้างความเข้าใจต่อชาวป่า

“พวกเค้าไม่ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนคนในเมือง…
ลักษณะอีกอย่างที่ทำให้คนป่าพวกนี้แตกต่างจากคนทั่วไปในโลก คือ พวกเค้าไม่มีความรู้สึกในการเป็นเจ้าของอยู่เลย
ในที่ที่เค้าอยู่ จะไม่มีสิ่งใดที่จะยึดถือเป็นเจ้าของได้…
มัน (จึง) น่าแปลกใจ ทำไมพวกเราไปเรียกพวกเค้าว่าเป็นผี
ความจริงมลาบรีเป็นคนป่า หาใช่ผีตองเหลืองตองเขียวอันใดไม่” และ

“ต่ำลงไปทางใต้ ไม่ไกลกัน หนึ่งพันกิโลเมตร เรียกว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่ชลมุนวุ่นวาย
ถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ศิวิไลซ์ ในกลุ่มของพวกเขาเหล่านี้ มีบางคนใจดำ กำลังเอาเปรียบคนป่ามลาบรี
เอาหมูไปให้ หลอกใช้ให้ทำงานผิดกฎหมาย”

แต่เรื่องที่เสียดสีอย่างน่าทึ่ง ไม่ได้แสดงแค่ผ่านคำพูด
หากใช้ภาพประกอบเพื่อซ่อนความหมาย และความเห็นที่พูดออกมาไม่ได้ เช่น
ในขณะที่เรื่องเล่าว่า การตัดไม้ทำลายป่าเกิดเพราะมลาบรีถูกหลอก
แต่ภาพ ดร.กวง หัวหน้าคณะมานุยวิทยาที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์หน้า ๑ กลับพาดหัวข่าวว่า

“พบผีตองเหลือง ที่คิดว่าสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ตัดไม้ทำลายป่า”

หรือเมื่อลุงแฉ่ง (ส.อาสนจินดา) อาสาช่วยชาวมลาบรี ต๊กโต๋ (เหี่ยวฟ้า) ก็พูดประโยคเรียบๆง่ายๆว่า

“คงสายไปแล้วสู เพราะพวกตูถูกตำรวจป่าไม้จับไปแล้วคนนึง”

ใช่มั้ยครับ ประโยคแค่หนึ่งประโยค กับ ภาพแค่หนึ่งภาพ
แต่มันสามารถสะท้อนความลักลั่นของปัญหาบางอย่างได้ราวใช้ทั้งหนึ่งบทความ
กล่าวสั้นๆก็คือ ต้นตอปัญหาอยู่ที่นายทุนนั่งห้องแอร์อยู่กรุงเทพฯ
แต่สาเหตุของปัญหาเรากลับเหมาคิดกันว่าเป็นเพราะคนป่าคนเขา
และก็ไม่ใช่นายทุนที่ถูกจับเข้าตะราง แล้วใครเข้าใจผิด ใครจับ...

หรือการใช้ห้างพาต้าปิ่นเกล้า (ในหนังพาต้าใหม่มาก ตอนนี้ผมอยู่แถวๆพาต้าพอดี จึงตาลุกวาวกับการเปลี่ยนแปลง)
ก็เป็นหนึ่งสัญญะสำคัญ ที่กระทบเทียบเสียดสีมุมมองคนเมืองต่อชาวป่า
เพราะใช่ไหมครับ ส่วนหนึ่งของพาต้าเป็นสวนสัตว์ การใช้ห้างนี้เป็นที่ตั้งสำนักงานมานุยวิทยา
ย่อมเสียดสี ล้อเลียนว่าเรามองชาวป่าเป็นแค่คล้ายสัตว์ ที่ต้องไป “จับ” มาศึกษา
ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลย ที่ฉุยถูกขังไว้ในกรง ข้างๆคิงคอง

มีเรื่องหลายเรื่องครับ ที่นางเอก หรือพระเอกเป็นคนชนบท คนป่า หรือคนจน แรกๆไม่ได้รับการยอมรับ
แต่สุดท้ายก็กลายเป็นพระเอก นางเอกได้
เพราะหลุดพ้นจากลักษณะดั้งเดิม เช่น มีการศึกษาขึ้น หรือสวย สะอาด หล่อกว่าคนเมืองเสียอีก
แง่หนึ่งย่อมตีความได้ว่า จะไม่ได้รับการยอมรับเลย เมื่อกลุ่มคนชนชั้นสองเหล่านั้นยังคงมีลักษณะเก่าอยู่
แต่เรื่องนี้ต่างออกไปครับ ฉุยไม่ได้เปลี่ยนคุณสมบัติใดเลยให้เป็นแบบคนเมือง
มิหนำซ้ำดวงตะวันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเหมือนกันให้เป็นคนป่า
ความรักของทั้งสองจึงยืนอยู่ระหว่างการเป็นตัวตนของตัวเอง

ที่จริงมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ฉากโรงพยาบาลบ้า เรื่องความเป็นคนไทย
หรือ งานแสดงผีตองเหลืองชาลิตี้ แต่ผมใช้พื้นที่กระทู้มากไปแล้ว

ผมไม่เคยศึกษางานของคุณกำธร ไม่รู้จักอย่างละเอียดเกี่ยวกับ ความคิด และการทำหนัง
แต่เมื่อใครก็ตามถามผมเกี่ยวกับหนังชาติพันธุ์ที่ควรดู ผมยกให้เรื่องนี้อันดับหนึ่ง

และความชอบที่จะดูหนังไทยก็มาจากตรงนี้แหละครับ
ยิ่งวันนั้นคุณมนัสแนะนำให้คุยกับคุณแพ
และทั้งสองก็ให้คำแนะนำ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยหนังไทยอย่างเป็นกันเอง ก็ยิ่งแล้ว


จาก: สุนทร สุขสราญจิต
วันที่: 14/11/50 - 19:29 น.
IP Address: 203.131.217.xx
ความคิดเห็นที่ 255
ยอดเยี่ยมครับคุณสุนทร..เข้ามาเล่าเรื่องอย่างนี้บ่อย ๆ นะครับ..เป็นการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน..มีแต่ได้กับได้ครับ

จาก: **<อรชุน>**
วันที่: 14/11/50 - 19:39 น.
IP Address: 125.26.35.xx
ความคิดเห็นที่ 256



สวัสดีครับทุกท่าน...

ก่อนอื่นตอบคุณศธร ก่อนนะครับ...สำหรับหนังเรื่อง สันกำแพง.
เดิมทีตั้งใจว่า พอเสร็จงานมิตรแล้ว จะเริ่มลงมือตัดต่ออย่างจริงจัง
เพราะรู้ว่า มีแฟน ๆ อรัญญาหลายคนรอดูอยู่..แต่จนแล้วจนรอด
ก็คืบหน้าไปอีกแค่นิดเดียว..ส่วนคุณโต๊ะ แกหวาด ๆ อยู่เหมือนกันว่า
จะปั้นหนังเรื่องนี้รอดหรือไม่ กลัวนักพากย์จะสมองฟ่อหมดเพราะต้อง
ดำน้ำเยอะมาก ๆ...เอ้า..รอต่อไปนะครับ....

นึกว่าจะไม่เจอคุณสุนทร..ในกระทู้นี้แล้ว...
(ไม่ใช่อะไร กลัวว่าจะเร่งวิทยานิพนธ์จนไม่มีเวลาครับ).. แต่เมื่อได้เจอ
ได้อ่านข้อความที่เขียนถึงหนังเรื่อง ตะวันยิ้มแฉ่ง แล้ว
บอกตรง ๆ เลยว่า ผมอ่านแล้วได้มุมมองที่ดี ได้แง่คิดที่ไม่เคยคิด
มาก่อน ดีแล้วครับ ที่คุณสุนทรเลือกทำวิทยานิพนธ์หัวข้อนี้...
และบังเอิญแท้ ๆ ที่ผมได้พบกับคุณสุนทร

เวลาผมไปบรรยายประกอบการฉายหนังที่ไหน.. พิธีกรเขามักจะถามผม
ว่า จะให้บอกคนฟังว่า ผมมาในฐานะอะไร...ผมเองชอบให้บอกว่า ผม
เป็นนักเล่าเรื่องหนังไทยเก่า ๆ (ไม่กล้าให้บอกว่าเป็นนักคิด นักวิจารณ์
หรือนักวิเคราะห์อะไร) เพราะในความรู้สึกผม ผมไม่ถนัดเรื่องแบบนั้นเลย.
พอได้คุยกับคุณสุนทร..และมาได้อ่านข้อความที่คุณสุนทรเขียน...
จึงรู้ว่า ที่ผมให้พิธีกรแนะนำตัวผมนั้น ไม่ผิดหรอกครับ....

หนังไทยเก่า ๆ มีประมาณ 4,000 เรื่อง แต่พวกเราจะมีโอกาสได้ดูไม่เกิน
2,000 เรื่อง ถ้าแต่ละเรื่องมีคนที่สามารถให้มุมมอง ให้แง่คิดได้อย่างที่
คุณสุนทร ที่ลองคิด ลองเขียนให้ดู.. ผมว่า หนังไทยเก่า ๆ ของเราไม่มี
วัน(จะ)ตายแบบนี้หรอกครับ.. เพราะนี่ขนาดคุณสุนทรไม่ค่อยได้ดูหนัง
ไทย พอดูแล้ว ยังคิด ยังพูดได้ขนาดนี้ เชื่อว่า คนไทยอื่น ๆ ที่พอถึง
หนังไทยแล้วร้องยี้...หากลองเปิดใจให้กว้าง แล้วดูหนังไทย แล้วได้
คนมาให้มุมมอง ให้แง่คิดแล้ว เชื่อว่า เขาจะต้องชอบหนังไทยขึ้นบ้าง
แน่ ๆ ขนาดผม ดูตะวันยิ้มแฉ่ง ตั้งแต่ออกฉายครั้งแรก ก็ชอบแล้ว แต่
ชอบเพราะตลก..ขำก็ตอนที่สรพงษ์ถูกวิ่งไล่จับ..แล้วมีเพลงชาติขึ้น..
คนป่าอย่างสรพงษ์ก็หยุดแถวตรงเคารพธงชาติ....สักพักก็มีคนนั่งใน
รถเก๋งออกมายืนด้วย...ตอนนั้นได้แต่ขำ...แต่ไม่ได้คิดอะไรเพราะเชื่อว่า
กำธรต้องการทำหนังตลก... แต่วันนี้ ได้แง่คิดใหม่ ๆ ขึ้นมาแล้วครับ

ยังไง ถ้าเสร็จสิ้นเรื่องเขียนวิทยานิพนธ์แล้ว ว่างก็แวะเวียนมาออก
ความเห็นในกระทู้นี้ด้วยนะครับ...ไม่มีใครคิดว่าเปลืองเนื้อที่หรอกครับ..
เพราะภาพยนตร์ยังให้เกิดปัญญา....(คำขวัญหอภาพยนตร์ฯ)

สำหรับฟิล์มหนังข้างบน เป็นฟิล์มหนัง 16 ม.ม.การ์ตูนเรื่อง สุดสาคร..
ก็อย่างที่คุณศุภชัยบอกไว้แหละครับ...วันศุกร์นี้ ผมต้องไปฉายหนัง
กลางแปลงกับหอภาพยนตร์ฯ ที่จังหวัดพิจิตร...
เป็นงานกฐินพระราชทาน ที่วัดท่าหลวง...
ก็เลยมานั่งคิดว่า จังหวัดพิจิตร มีหนังอะไรที่เกี่ยวข้องบ้าง...
ช่วยกันเลือกไว้หลายเรื่อง แต่มายุติที่ ไกรทอง รุ่นสมบัติ
ซึ่งต้องฉายจากกากฟิล์ม 16 ม.ม.สโคป ออกสีแดงแล้ว..
แล้วอีกเรื่องหนึ่ง จะฉาย พันท้ายนรสิงห์ รุ่น ชูชัย จากแผ่นดีวีดี
เพราะไปรู้มาว่า จังหวัดพิจิตรเป็นดินแดนถิ่นเกิดพระเจ้าเสือ...
แล้วก็เลยพ่วงหนังร่วมสมัยที่คิดว่า หาดูได้ยากอีกเรื่องคือ สุดสาคร..
โดยฉายจากกากฟิล์ม 16 ม.ม.

สุดสาครนี้ คุณมงคลเคยอยากจะออกเป็นวีซีดีนานแล้วครับ..
แต่ว่าเกิดปัญหา 2 อย่าง อย่างแรกคือ เรื่องโต้แย้งกันระหว่างความเป็น
เจ้าของลิขสิทธิ์หนังที่แท้จริงระหว่างอ.ปยุตกับค่ายจิรบันเทิง..
เมื่อไม่ลงตัว ก็เลยตกลงกันไม่ได้... อย่างที่สองคือ ภาพที่เป็นเทป
มาสเตอร์ตอนที่มีการนำฟิล์มไปเทเลซีน ทำไว้ผิดระบบเพราะหนังต้น
ฉบับจะไม่สโคป แต่ตอนทำมาสเตอร์ดันไปปรับเป็นสโคปไว้ หนังจึง
อ้วนเตี้ย ถ้าจะซื้อจริง ก็ต้องเอาฟิล์มไปเทเลซีนใหม่อีก เปลืองค่าใช้จ่าย
อีก ..2 เหตุนี้เอง ทำให้ สุดสาคร ออกไม่ได้มาจนทุกวันนี้..
ผมจึงขอฟิล์มไปฉายที่พิจิตรแทนก่อนครับ...

ก่อนฉายหนังเรื่อง ก็มีการฉายเพลงดังจากหนังไทยก่อน 3 เพลงคือ
มนต์รักลูกทุ่ง เรือนแพ ภาพกรุงเทพฯเก่า ๆประกอบเพลง
จากหนังก็เป็นหนังข่าว หนังส่วนพระองค์ หนังงานกฐิน....
ใครอยู่จังหวัดพิจิตร ก็แวะไปดูได้ครับ ฉายคืนวันศุกร์นี้
พอรุ่งขึ้นก็ทอดกฐินครับ...

อ้อ..ลืมบอกไป สำหรับเครื่องฉายและเครื่องเสียง ใช้ของเฮียมิ๊ง
ซึ่งอยู่จังหวัดอุทัยธานี.. พูดชื่อเฮียมิ๊ง เพื่อน ๆ คงไม่รู้จักหรอก
แต่สำหรับผมแล้ว ดีใจที่จะได้เจอเฮียแกอีก..เพราะแกเคยช่วยหาฟิล์ม
หลาย ๆ เรื่องมาให้คุณโต๊ะเทเลซีนทำหนังให้พวกเราได้ดูกัน..
ไปคราวนี้ อาจมีข่าวเกี่ยวกับฟิล์มก็ได้ครับ....

คืนนี้ ขอแค่นี้ก่อนนะครับ




จาก: มนัส138
วันที่: 14/11/50 - 23:03 น.
IP Address: 202.133.154.xx
ความคิดเห็นที่ 257
ภูมิปัญญาไทย..ของเด็กฉายหนังกลางแปลง

ผมชอบดูหนัง...ทั้งๆที่บ้านผมที่นครสวรรค์อยู่ในซอยที่มีแต่คณะลิเกนับร้อยคณะ(อยู่หลังเมรุเผาศพ)...
เวลาไปดูหนังตามโรงภาพยนตร์สมัยเก่าก่อน...ทางโรงฯจะมีเครื่องฉาย2-3เครื่องฉาย(ทุกโรง) เพื่อใส่ฟีล์มหนังแต่ละม้วนเรียงต่อกันไว้
จบม้วน1ปั๊บอีกเครื่องก็ฉายม้วน2 ต่อไปเลยทันที..ทำให้หนังไม่ต้องหยุดรอ...รอเหมือนหนังขายยา
แต่นั่นมันในโรงหนัง...เขาทำได้ เพราะเขาต้องลงทุนสูง...
แต่หน่วยฉายหนังกลางแปลง..คงไม่มีหน่วยไหนบ้า..ขนเอาเครื่องฉายหนังไป1-3เครื่องแน่ๆ..ส่วนใหญ่ก็เอาไปเครื่องเดียวเดี่ยวโดด
สมัยแรกๆยุคหนัง 16 ม.ม...หนังจบม้วนแล้ว คนพากษ์จะบอกเองว่า ...จบม้วน.../ไฟเปิด-จอหนังจะสว่าง คนดูจะหันมาทางคนฉายที่กำลังเปลี่ยนม้วนหนังอยู่..พอเสร็จ..ดับไฟ-มืดลง..ฉายหนังต่อ..
แต่ต่อๆมาคนฉายหนังเริ่มพัฒนาฝีมือตนเองได้อย่างน่าทึ่ง..ไม่ทราบว่าคิดได้ยังไง..ใครป็นคนเริ่ม.../เครื่องฉายเครื่องเดียวแต่ช่วงเปลี่ยนม้วนกลับไม่ต้องหยุดฉาย...สามารถดูม้วนต่อไปต่อเนื่องกันไปได้เลย
วิธีการที่สังเกตุและจำได้คือ...คนที่ฉายหนังจะดูว่าม้วนที่ฉายอยู่กำลังจะหมดม้วน เขาก็จะเข้าไปกรอฟีล์มหนังที่เหลืออยู่ในวงล้อให้ลงไปกองกับพื้น(น่าจะมีอะไรรองอยู่)จนหมด...หยิบวงล้อเปล่าๆออกใส่ฟีล์มม้วนใหม่เข้าไปแทน...เอาสก็อตเทปใสแปะระหว่างหัวฟีล์ม(ม้วนใหม่)กับท้ายฟีล์ม(ม้วนเก่า)..กรอกลับหรือรอให้หนังฉายไปเรื่อยๆจนผ่านช่วงต่อฟีล์ม(สก็อตเทปแปะ)ไปก่อน...แล้วจึงตามไปแกะสก็อตเทปที่แปะ..ออก./ยกม้วนที่เต็มออกเก็บใส่กระเป๋า...เอาวงล้อเปล่ามาใส่แทนที่แล้วเอาฟีล์มที่ฉายผ่านเครื่องออกมาม้วนใส่วงล้อเปล่าจนหมด..หนังก็จะฉายไปตามปกติ..ไม่มีจบม้วน.../ทำแบบนี้ไปทุกครั้งที่จบม้วน..จนจบเรื่อง
เป็นภูมิปัญญาของเด็กฉายหนังกลางแปลงแห่งประเทศไทยที่ไม่น่าเชื่อว่า..คิดได้งัย!!

จาก: โต้ง
วันที่: 15/11/50 - 10:53 น.
IP Address: 125.25.195.xx
ความคิดเห็นที่ 258



เจ๋ง....สุดยอดเลยค่ะ...พี่โต้ง

ขออนุญาติ..บอกบุญกันในกระทู้นี้นะคะ

เนื่องจากเมื่อวานหนูแพและเพื่อนครู....ในโรงเรียน
ได้เข้าไปเยี่ยมชาวบ้านในหมู่บ้านดอยตุง(ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ)
และถือโอกาสไปดูองค์พระประธานที่อาศรม(วัดนั่นแล...)
ในหมู่บ้าน..เพราะหนูแพจะถวายผ้า....สำหรับ..องค์พระประธาน
ในวันพฤหัสบดี อาทิตย์หน้านี้
และทางอาจารย์ที่สนิทกัน...ท่านจะถวายองค์พระประธาน
จึงให้หนูแพมาดูความต้องการของทางชุมชนก่อน

เมื่อได้พูดคุยกับผู้นำของหมู่บ้านเพื่อบอกกล่าวว่าจะมาทำอะไร...
(ต้องขออนุญาติเจ้าบ้านก่อน)
ก็ได้ทราบว่าหมู่บ้านดอยตุงนั้น...มีของเก่า(เขาเรียกอย่างนั้น)
เป็นโบราณสถานเก่าแก่อยู่บนยอดดอยตุง
เลยขึ้นไปจากอาศรมที่ตั้งอยู่ปัจจุบันประมาณ 1 กิโลเมตร

ในวันสงกรานต์ของทุกๆปี..
ชาวบ้านจะเดินกันขึ้นไปปักตุง..เพื่อเป็นพุทธบูชากัน
ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านเคยปรึกษาหารือกันว่าจะสร้างอาศรมหรือวัดกัน
ที่บนยอดดอยตุง.....เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแทนอาศรมเดิม
เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์

แต่ยังขาดวัสดุในการสร้าง...นั่นก็คือ
หลังคา....สำหรับเสา และฝา ไม่มีปัญหา
มีทรัพยากรป่าไม้ในหมู่บ้านอยู่เพียงพอ
แรงงานก็...ไม่ยาก เพราะชาวบ้านต่างก็ร่วมมือร่วมใจกันอยู่แล้ว

เมื่อหนูแพและเพื่อนครูได้ฟังอย่างนั้น...
ก็ได้บอกกล่าวกับทางผู้นำหมู่บ้านไปว่า...
จะร่วมกันรับเป็นเจ้าภาพ(หลังคาอาศรม)สร้างอาศรม
ให้กับชุมชนบ้านดอยตุง

จะเริ่มสร้างกันประมาณเดือนธันวาคมนี้....

จึงได้บอกกล่าวบุญ..มายังเพื่อนๆทางเว็บนี้
หากพี่ๆเพื่อนๆท่านใด..ประสงค์จะร่วมทำบุญ
ขอเชิญติดต่อมาทางพี่แต๋ว..
ซึ่งจะเป็นประธานKFC คลองถมทุกคืนวันเสาร์

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย...คุ้มครองทุกๆท่าน

จาก: แพ
วันที่: 15/11/50 - 11:45 น.
IP Address: 203.172.199.xx
ความคิดเห็นที่ 259
พี่มนัสครับ
คงอีกนานเลยกว่าผมจะจบ
อาจจะปีนึงก็ได้

ตอนนี้ผมกำลังตระเวนหาหนังไทยในรายชื่อตามที่ต่างๆอยู่
lรายชื่อหนังที่น่าจะเกี่ยวกับชาวเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งมาจากการค่อยๆแกะดูกระทู้ ชุมทางหนังไทยฯ
ทั้งจากใบปิดหนัง และข้อความที่คนต่างๆมาโพสต์ครับ
แต่ถึงวันนี้ก็ยังดูไม่จบเลย

หรือไม่ผมก็ใช้วิธีการดูที่ปก VCD ที่ตามร้าน
อันไหนแต่งแบบชาวเขาหน่อยก็รีบหยิบเลย
ดังนั้นจึงมีอยู่หลายเรื่องที่เปิดมาแล้วไม่ใช่
ทำไงได้ละครับ หนังไทยเก่าๆ ว่าไปก็หายาก
เพราะรีบเก็บกัน ไม่ขายนานๆเหมือนหนังอื่นๆ

เอาไว้ข้อมูลโดยรวมของผมเสร็จเมื่อไหร่
ขาดเหลืออะไร ต้องรบกวนถามพี่มนัส (และสมาชิกในกระทู้นี้)อีกหลายรอบนะครับ

ส่วนเรื่องตะวันยิ้มแฉ่ง ผมยังสนุกกับเรื่องนี้ไม่หาย
ฉากยืนตรงร้องเพลงชาติ ผมก็ชอบมาก
สรพงศ์แม้เป็นชาวไทใหญ่ในเรื่อง
แต่บนถนนนั้นแกเป็นผีตองเหลือง หรือในนามชาวป่า
แทนที่จะล้อเลียนชาวป่า แต่คุณกำธรกลับเอาคนป่ามาเสียดสีคนเมืองเสียเอง
แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องๆเล็กๆ ใช่มั้ยครับ
ดังนั้นข้างนอกฉากตลกนี้ ข้างในจึงเสียดคนเมืองอย่างแรง

พูดแบบนี้ ผมไม่ได้ไม่ชอบคนเมืองหรอกนะครับ
ผมแค่พูดไปตามหนัง


คุณอรชุนครับ
ขอบคุณมาก ที่จริงผมก็เล่าไปในมุมที่ผมสนใจ
เพราะเอาเข้าจริงในข้อมูลหนังไทยที่มากมาย ผมไม่รู้อะไรเลย
การได้ค่อยๆดูทีละเรื่อง ได้ดูตะวันยิ้มแฉ่ง ทำให้อยากดูหนังไทยเรื่องอื่นๆมากขึ้น
แต่ปัญหามันอยู่ที่หนังไทยที่อยากดูยังหายากอยู่นะสิครับ

คุณแพ
เป็นแฟนคลับคุณปิยะมาศ
สนใจข้อมูลเกี่ยวกับคุณกำธรบ้างมั้ยครับ
ผมว่ากำลังจะตามอยู่

สุดท้าย
ว่าไปกระทู้นี้เงียบลงเยอะเนอะ






จาก: สุนทร
วันที่: 15/11/50 - 18:10 น.
IP Address: 203.131.217.xx
ความคิดเห็นที่ 260
เป็นกำลังในให้นะ..คุณบิ๊ก
หนูแพก็เหมือนกัน...กว่าจะสำเร็จ
ก็แทบหืดขึ้นคอ...
ต้องเข้าหมู่บ้านกะเหรี่ยง(ปกาเกอะญอ)..ทุกเย็น
ประมาณ 5-6 เดือน
หลังจากที่ได้ข้อมูลก็ต้องไปตรวจหาเชื้อ มาลาเรีย
.....เดี๋ยวก็จบเอง.....
ปล...ถ้าว่างก็มางานรับปริญญา มกราคมนี้เน้อ

เดี้ยน..เป็นแฟนคลับคุณน้าปุ๊...ถ้า...เกี่ยวกับน้าปุ๊
สนใจ๋หมดแลค่า....


จาก: หนูแพ
วันที่: 16/11/50 - 12:31 น.
IP Address: 203.172.199.xx
ความคิดเห็นที่ 261



สวัสดีพี่มนัส น้องแพ และเพื่อนๆ ทุกๆท่านครับ
เมื่อครู่นี้ ออกไปหาข้าวทานที่ตลาด (กม.4 ถ.รามอินทรา)ไปเจอทางศาลเจ้า เขาจัดงานไหว้ มีหนังกลางแปลงฉาย เลยยืนดู ระลึกถึงความหลัง
.
ถ้าย้อนไปสัก 20 ปีที่แล้ว ผมหมดสิทธิ์เบียดเข้าไปเลย ต้องยอมดูจอ
ด้านหลัง (ถ้าใครคอหนังกลางแปลง จะรู้ว่าด้านหลังมันไม่ชัดเหมือน
ด้านหน้า)........ผมดูวันนี้เห็นเด็กๆ นั่งดูรวมไม่ถึง 20 คน ก็อดใจหาย
ไม่ได้.......หนังกลางแปลงเราเห็นจะ ไม่เกิน4-5 ปีคงจะสูญพันธ์ ไปจากโลกนี้ เหมือนการละเล่น หลายอย่าง เช่น ขีดเส้นทอยเบี้ย
.
ลิเก/ลำตัด ก็หาดูยากเต็มที พวกเราก็ได้แต่เก็บภาพไว้ในความ ทรงจำ แล้วคอยเล่า ให้หลานๆ ฟังว่า พระเอกมิตร ปู่ เคยดูหนังฉายยา เต๊กเฮงหยู ฉายไป ขายหมากหอมเยาวราชไป
.
เฮ้อ เป็นสัจจะ- ธรรม - ดา ของโลกจริงๆ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 18/11/50 - 22:49 น.
IP Address: 58.8.153.xx
ความคิดเห็นที่ 262
ขอเพิ่มเติมต่อจากคุณสาโรจน์ครับ

ขณะที่คนส่วนใหญ่เลือกชมภาพยนตร์ในโรงแบบพวงที่หรูหรา แอร์เย็นฉ่ำ ระบบเสียงที่ไพเราะ ขณะที่ภาพยนตร์กลางแปลงซึ่งเป็นมหรสพที่เคยสร้างความรุ่งเรืองในยุคหนึ่ง ปัจจุบันกลับถูกผู้ชมมองข้ามและเหยียบย่ำ มิหนำซ้ำยังถูกกระแสแห่งเทคโนโลยีที่ทันสมัย นับตั้งแต่ยุควิดีโอเทป วีเอชเอส มาจนถึงยุคของวิดีโอ ดิสก์ หลายชื่อ หลายนาม ทั้งวีซีดี ดีวีดี บลูเรย์ ไฮ-เดฟ มากระหน่ำซ้ำเติมหนักเข้าให้อีก ภาพยนตร์กลางแปลงที่เหลืออยู่ต่างก็ต้องดิ้นรนเพื่อรักษาให้มหรสพประเภทนี้คงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป แต่ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปได้นานแค่ไหน...

แต่วิธีการดิ้นรนของพวกเขา (บางหน่วย) มักอ้างว่าเป็นความสุขเฉพาะส่วนตน แต่คนดูซึ่งมีมากกว่าทีมงานเพียงไม่กี่คนกลับไม่แฮปปี้ด้วย บางแห่งก็ใช้วิธีการที่ดูเหมือนไม่น่าจะเข้ากันได้ แต่ก็ทำให้มันเกิดขึ้นจนได้แต่ก็มีคนที่ชื่นชอบเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

บางหน่วยที่มีคุณภาพ จากการประเมินด้วยหูของตนและคนดูโดยรวม ก็มีอยู่ทั่วไป แต่คนที่สนใจจะจ้างไปฉายกลับน้อยกว่า

ส่วนงานศาลเจ้า ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของเจ้าภาพ เพราะถ้ากำลังทรัพย์น้อย หนังที่ฉายก็จะเป็นหนังเก่า แต่คนจะชอบหรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ากำลังทรัพย์หนา ก็ได้ตั้งแต่กลางเก่ากลางใหม่จนถึงใหม่เอี่ยม

ถ้าจะให้ผมเลือกดู ผมเลือกหน่วยที่มีคุณภาพและคนสนใจจ้างไปฉายน้อย กับตามงานศาลเจ้ามากกว่า

ผมเองก็มีความสนใจที่จะมีหนังกลางแปลงเป็นของตนเหมือนกัน (ใครจะว่าผมบ้าก็ช่างเถิดครับ ที่สำคัญผมก็เริ่มต้นขึ้นอย่างค่อยเป็น ค่อยไป ตามสภาพเศรษฐกิจ และมีคุณภาพแบบพอเพียง) เพราะมีข้อมูลทั้งคนที่เคยประกอบอาชีพ และประสบการณ์ส่วนตน รวมทั้งไอเดียที่ผมคิดขึ้นมาบางอย่างด้วย ขอเวลาตั้งตัวสักระยะครับ

ตราบใดที่แผ่นดินไทยยังมีการแก้บน การไหว้ศาลเจ้า ของชาวจีน และงานบันเทิง หรืองานศาสนพิธี หนังกลางแปลงก็ยังคงอยู่ แต่ติดตรงที่ว่าจะมีใครมาสานต่อเท่านั้น หรือจะล้มหายตายจากเป็นเช่นนี้ต่อไป

จาก: คลังรูปพยนต์
วันที่: 19/11/50 - 8:12 น.
IP Address: 203.113.45.xx
ความคิดเห็นที่ 263
เห็นภาพคนนั่งดูหนังกางแปลงแค่นี้ก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน
ผมเริ่มดูหนังกลางแปลงครั้งแรกประมาณปี 2521-2522
ที่จำได้แม่นเพราะว่าผมเข้า ป.1 ปี 21 / ป.2 ปี 22
แต่จำไม่ได้เลยว่าดูเรื่องแรกชื่อว่าเรื่องอะไร แต่รู้ว่าดูที่ไหนเท่านั้นเอง

แต่หนังเรื่องแรกที่จำได้อยู่ในสมองเลยคือเรื่อง ไอ้คลั่งทะเลโหด
ผมจำเนื้องเรื่องได้ไม่หมดแล้ว จำได้บางฉากเท่านั้นเอง เหมือนว่า
สมบัติเป็นโจรสลัดแล้วเข้าปล้นเรือพ่อค้าลำนึง ฆ่าจำทรัพย์ตายหมด
แต่เหลือเด็กไว้คนนึง ซึ่งสมบัติเกิดต้องชะตาขึ้นมาก็เลยเลี้ยงไว้
ในขณะที่ปล้นเป็นช่วงที่ท้องทะเลกำลังปั่นป่วนมีพายุ สมบัติก็เลย
ตั้งชื่อเด็กคนนั้นว่าไอ้คลั่ง ซึ่งโตขึ้นมาก็คือสรพงษ์ ชาตรีนั่นเอง
จำได้แค่นี้ ออ..ถ้าจำไม่ผิดน๊ะมันมีภาพติดตามาจนบัดนี้ว่าตอนที่
สมบัติเจอเด็กคนนี้ได้จับเด็กคนนี้โดยการจับที่ขาเด็กทั้ง 2 ข้าง
แล้วห้อยหัวลงด้วยมือซ้าย และมือขวาถืออาวุธ รู้สึกว่าจะเป็นมีดดาบ

เป็นเพราะอย่างนี้แหละที่ทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้มากๆ เพื่อทบทวน
ความทรงจำใหม่อีกครั้งนึง


จาก: นายต๋อง
วันที่: 19/11/50 - 9:21 น.
IP Address: 161.200.255.xx
ความคิดเห็นที่ 264
ใครเคยหาซื้อหนังเก่าหายากอันนี้บ้างครับ เห็นรายชื่อแล้วน่าสนใจมากแต่ยังไม่แน่ใจว่าไว้ใจได้และมีหนังจริงๆไหม
http://www.pantipmarket.com/view.php?id=MM6155624

จาก: อิท
วันที่: 19/11/50 - 13:52 น.
IP Address: 203.151.85.xx
ความคิดเห็นที่ 265
ถามคุณแพ
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ ''เด็ก 300 ยอด''
ได้มีโอกาสไปร่วมงาน ''37 ปี มิตร ชัยบัญชา
ปิยะมิตรแห่งวงการภาพยนตร์ไทย

''เด็ก 300 ยอด'' หมายถึงใคร ถ้าหมายถึงคุณแพเองเราก็คนบ้านเดียวกัน

จาก: เด็กไร่เก่า
วันที่: 19/11/50 - 15:27 น.
IP Address: 202.183.153.xx
ความคิดเห็นที่ 266
แก้ไขข้อมูลความคิดเห็นที่ 263
แก้จากสมบัติ เป็น มานพ ครับ

จำสลับกับ เสือน้อย

จาก: นายต๋อง
วันที่: 19/11/50 - 16:14 น.
IP Address: 161.200.255.xx
ความคิดเห็นที่ 267



ผมมีข่าวดีบอกคุณต๋อง...เรื่องนี้เขาเจอหนังเป็นม้วน วีดีโอ คาดว่า
คงจะได้ชม กันแน่ครับ นำภาพคู่พระนางเรื่องนี้มาฝาก ให้หายคิดถึง
(ผมก็ได้ชมฉากที่คุณต๋องพูดถึงพอดี)

จาก: ถึง คุณต๋อง(ไอ้คลั่งทะเลโหด)
วันที่: 19/11/50 - 18:06 น.
IP Address: 58.8.154.xx
ความคิดเห็นที่ 268
ขอบคุณ ความคิดเห็นที่ 267 มากครับ..

ความหวังคงจะเป็นจริงๆ เร็วๆ นี้นะครับ

จาก: นายต๋อง
วันที่: 20/11/50 - 15:06 น.
IP Address: 161.200.255.xx
ความคิดเห็นที่ 269



นายอำเภอใจเพชร (ภาพจากคนขับรถเมล์ ข.ส.ม.ก. สาย -)

จาก: ศุภชัย
วันที่: 21/11/50 - 21:56 น.
IP Address: 124.121.119.xx
ความคิดเห็นที่ 270
ขอบอก ใบจริงสวยงาม มากๆ ครับ

จาก: เล็ก แฟนหนังไทย
วันที่: 22/11/50 - 2:39 น.
IP Address: 124.121.34.xx
ความคิดเห็นที่ 271
"สามเสือสุพรรณ"พอจะมีสิทธิ์เป็น vcd มั๊ย อยากดูและเก็บครับ

จาก: ศิษย์(อดีต)เสือดำ
วันที่: 22/11/50 - 2:45 น.
IP Address: 210.1.11.xx
ความคิดเห็นที่ 272
สำหรับสามเสือสุพรรณ มีโอกาสได้ดูจากม้วนวีดีโอจากเพื่อน มันก็ไม่ชัดเท่าไหร่ แต่รำลึกความหลังได้ดีเลยครับ จำได้ว่าตอนที่ฉายโรงตอนนั้น
อยู่ ป.4 แต่ไม่ได้ดูหรอก มาได้ดูให้หลังจากนั้นซัก 3-4 เดือนจากหนัง
กลางแปลง ในวัดใดวัดนึงในบ้านดอน สุราษฏร์ธานี

ยังจำฉากเจ้าชู้ยักษ์ของเสือดำ (พี่เอก) ที่ไปหลงรักสาวไร่อ้อยได้เลย..

จาก: นายต๋อง
วันที่: 22/11/50 - 16:17 น.
IP Address: 161.200.255.xx
ความคิดเห็นที่ 273



ตั้งใจหลายวันแล้วว่า จะเข้ามาเล่าอดีตความหลังกับการฉายหนังกลาง
แปลงเรื่องนี้....เพชรตัดหยก... แต่ยังหาจังหวะไม่ได้สักที...
คืนนี้ ลงแค่รูปไว้ก่อนนะครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 08/11/50 - 0:30 น.
IP Address: 210.86.221.xx

**************************************************

รออยู่นะครับ พี่มนัสรูปหล่อใจดี
มาดู หนังกลางแปลง (ภาพจากหนัง) ไปพลางๆก่อนนะครับ เพื่อนๆที่รัก
รายละเอียดต่างๆ รอพี่มนัสมาดำเนินการ

จาก: เอกชัย
วันที่: 22/11/50 - 20:19 น.
IP Address: 202.57.183.xx
ความคิดเห็นที่ 274



หนังกลางแปลง เพชรตัดหยก 2

จาก: เอกชัย
วันที่: 22/11/50 - 20:21 น.
IP Address: 202.57.183.xx
ความคิดเห็นที่ 275



หนังกลางแปลง เพชรตัดหยก 3

เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งซึ้งทั้งเร้าใจ ขับร้องโดย ดอน สอนระเบียบ
และ เดอะฮอทเปปเปอร์

จาก: เอกชัย
วันที่: 22/11/50 - 20:24 น.
IP Address: 202.57.183.xx
ความคิดเห็นที่ 276
สวัสดีครับทุกท่าน....

เรื่องเล่าจากเพชรตัดหยก.. เห็นทีต้องติดค้างไว้ก่อน..เพราะต้องเล่ายาว
ครับคุณเอกชัย..ภาพที่นำมาใช้ดูนั้น ชัดดีจริง ๆ ครับ....ดูแล้วช่วยให้คิด
ถึงหนังเรื่องนี้จริง ๆ ครับ

สำหรับที่ถามถึงเรื่อง สามเสือสุพรรณ นั้น ผมเองก็อยากดูก๊อปปี้เต็ม ๆ
เหมือนกัน...นานแล้วเขาเคยทำเป็นวีดีโอให้เช่า ..
เห็นว่า ไม่นานมานี้ เขามาเสนอขายให้ค่ายพันธมิตร แต่ว่าภาพจากเทป
ไม่ค่อยเนียนเท่าไร จึงบอกปัดไปให้ไปหาเทปมาใหม่ แต่จนถึงวันนี้
ก็หายเงียบไป...

ส่วนเรื่อง หนังกลางแปลง ที่เพื่อน ๆ กลัวจะสูญพันธุ์นั้น ผมเองก็อยาก
พูดถึงเหมือนกัน... เอาไว้คราวหน้าจะมาคุยอีกที...


จาก: มนัส138
วันที่: 25/11/50 - 1:51 น.
IP Address: 210.86.217.xx
ความคิดเห็นที่ 277
ขอปิดกระทู้ตอนที่ 20 เพื่อไปเปิดกระทู้ตอนที่ 21 แทนนะครับ..

จาก: ปิดตอนที่ 20 เปิดใหม่ตอนที่ 21 ครับ
วันที่: 25/11/50 - 23:40 น.
IP Address: 202.133.143.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab