Search Latest Topics | Create New Topic  
เล่าเรื่องตามภาพ เฟรส 1 ตอน เรื่องของไชยา สุริยัน


แรกคิดว่าจะทำอะไรดีนะที่จะให้ประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้มาก ๆ ก็นึกได้ว่า หลายคนคงอยากเห็นภาพเก่าพร้อมด้วยเรื่องราวของแต่ละคนไม่มากก็น้อย อย่างเช่นเรื่องเฉพาะของคุณไชยา สุริยัน ไม่แต่เฉพาะผลงานการแสดง แต่อริยบทส่วนตัว ๆ ที่อยากเห็นกัน เลยเปิดกระทู้ เล่าเรื่องตามภาพ เป็นเฟรส ๆ ไป เฟรส 1 เป็นของไชยา สุริยัน เฟรส 2 เป็นของสมบัติ เมทะนี เฟรส 3 เป็นของลือชัย นฤนาท ในชุดนี้เฟรสสุดท้ายคือ ยำรวมมิตรหนังไทย ก็ติดตามดูจะมีให้เห็นเรื่อย ๆ แล้วจะพยายามนำเข้าทุกวัน ส่วนของคุณมิตรผมยังให้อยู่ในศูนย์ข้อมูลบันเทิงไทยครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 18/10/50 - 20:34 น.
หัวข้อที่: C784
IP Address: 124.120.165.xx
ความคิดเห็นที่ 1



เมื่อปี 2511 ไชยา สุริยันได้ตัดสินใจหยุดงานการแสดงลง โดยแสดงเรื่อง สิงห์เหนือเสือใต้ ทิ้งไว้ เรื่องนี้เป็นการพบกันครั้งแรกของ ไชยา สุริยัน กับ เกชา เปลี่ยนวิถี ที่มารับบทพระเอกและรับบทเป็นพี่ชายของไชยา นอกจากนี้ป๋า ส. ยังทาบทามนางเอกโทรทัศน์ชื่อดังจากละครจักร ๆ วงศ์ เรื่อง ยอพระกลิ่น มาแสดงร่วมกับโสภา สถาพร ไชยา และเกชา ไชยาได้ทิ้งบทบาทในช่วงนั้นไว้ 2 เรื่อง คือ เป็ดน้อย กับ สิงห์เหนือเสือใต้
แต่หลังจากนั้นเว้นไปอีก 1 ปี เปี๊ยก โปสเตอร์ก็ได้ทาบทามให้ไชยามาแสดงในเรื่อง โทน อีกครั้ง เป็นเวลาเดียวกับที่มิตร ชัยบัญชาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ไชยาก็เลยต้องมารับบทบาทแทน อย่างเรื่อง นางฟ้าชาตรี วิวาห์ลูกทุ่ง ค่าของคน ฯลฯ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 18/10/50 - 21:42 น.
IP Address: 124.120.165.xx
ความคิดเห็นที่ 2



เรื่อง เกียรติศักดิ์ทหารเสือ ไม่แต่เพียงสมบัติ เมทะนีเท่านั้นที่ชอบเรื่องนี้ แม้แต่ไชยา สุริยันเอง ก็ชอบโดยเฉพาะภาพนี้ที่ทั้งหมดได้แต่งชุดทหารรักษาพระองค์ ราชวัลลภ ไชยาเก็บภาพนี้ไว้ที่บ้านตลอด แต่ต่อมารู้สึกว่าโดนไฟไหม้หมด ดาราเกือบทุกคนที่เล่นเรื่องนี้จะมีภาพนี้ไว้กันทุกคน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 18/10/50 - 22:08 น.
IP Address: 124.120.165.xx
ความคิดเห็นที่ 3
ชอบงานเขียนในกระทู้ต่างๆของคุณชัยโรจน์มาก มีสาระเป็นประโยชน์ และมีข้อมูลที่แม่นยำ ทำให้ผู้อ่านพลอยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับดาราไทยในอดีตไปด้วย ดิฉันเป็นคนรุ่นใหม่ ไม่เคยดูหนังของ ไชยา สุริยัน เลย แต่คุณพ่อ คุณแม่ เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นดาราหนุ่มรูปงาม และเป็นหม่อมหลวงด้วย คือหล่อที่สุดในบรรดาพระเอกยุคนั้น ส่วนคุณมิตรก็บทบาทการแสดงดี เท่ห์ มีแฟนๆชื่นชอบมากมาย จนถึงกับว่า ถ้ามิตร ชัยบัญชา ไม่ด่วนเสียชีวิตไปซะก่อน สมบัติ เมทะนี คงไม่ได้มาขึ้นแท่นเป็นพระเอกอันดับ 1 ในหนังยุคนั้นอย่างแน่นอน

สงสัยค่ะว่าทำไม ไชยา ถึงออกจากวงการบันเทิง

อีกข้อที่อยากได้ข้อมูลคือ เรื่องเกียรติศักดิ์ทหารเสือ ค่ะ ไม่ทราบว่าผู้ประพันธ์เป็นใครค่ะ จำได้ลางๆเลือนๆ รู้สึกช่อง 5 เคยเอามารีเทริ์นละครให้ดู น่าจะมีภูษิต อภิมัน ( ไม่รู้เขียนถูกหรือเปล่า ) เล่นด้วย แต่ดาราคนอื่นไม่ทราบเลยว่ามีใครเล่นบ้าง แล้วเนื้อเรื่องเป็นอย่างไรค่ะ เผอิญนับถือ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ค่ะ เลยอยากได้ข้อมูล เพราะเรื่องนี้เห็นมีกลอนที่พระองค์ทรงประพันธ์ไว้ ซาบซึ้งใจมากๆค่ะ



จาก: najada
วันที่: 19/10/50 - 7:09 น.
IP Address: 68.226.124.xx
ความคิดเห็นที่ 4
เกียรติศักดิ์ทหารเสือ เป็นบทประพันธ์ของ อิงอร ค่ะ ถูกสร้างมา 3 ครั้ง เท่าที่ทราบนะคะ
1. หนังใหญ่ ปี 2507 สมบัติ/ไชยา/ทักษิณ/พิศมัย/กิ่งดาว
2. ละครช่อง 5 ปี 2522 นาท/ภูษิต/วิฑูรย์/กนกวรรณ/เดือนเต็ม
3. หนังใหญ่ ปี 2527 อนุสรณ์/โกวิท/ทูน/สุดารัตน์/ลินดา

ส่วนเพลงนำได้อัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 มานำ ว่า
มโนมอบพระผู้เสวยสวรรค์ แขนมอบถวายทรงธรรม์เทิดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญและแม่ เกียรติศักดิ์รักข้ามอบไว้แก่ตัว


จาก: ประภา
วันที่: 19/10/50 - 9:15 น.
IP Address: 202.28.77.xx
ความคิดเห็นที่ 5
ตอบคุณ NAJADA ครับ ข้อมูลเกียรติศักดิ์ทหารเสือคุณประภาคงบอกไปบ้างแล้ว แต่ในส่วนที่NAAJADA ถามว่าทำไมคุณไชยาถึงออกจากวงการ จริงแล้วไม่ได้ออก แต่เหมือนกับหยุดพักไป หมายถึงในช่วงปี 2511 นะครับ พอดีกับตอนนั้นคุณไชยาพยายามปรับปรุงนิสัยตนเองที่ชอบมาสายบ่อย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ในกองถ่ายผู้ชนะสิบทิศ ไชยาก็โดนชนะ ศรีอุบล ต่อยเอาเพราะปล่อยให้ชนะมารอตั้งแต่ ตีห้าครึ่ง จนเกือบสองทุ่ม ทั้งกองถ่ายรอคุณไชยาคนเดียว แต่ด้วยสิปริตของไชยา โดนต่อยก็ไม่โต้ตอบใด ๆ แถมยอมรับผิดอีกด้วย ไชยามักจะโดนเรื่องมาสายบ่อย ๆ อีกทั้งช่วงนั้นงานน้อยลง ก็เลยหยุดพักไปโดยปริยาย
สำหรับข้อมูลส่วนตัว ไชยาเป็นนักแสดงที่เล่นได้อารมย์อย่างมาก การแสดงจะถูกออกทางสีหน้า เล่นบทบู๊ บทชีวิตได้ดี แต่เล่นบทตลกไม่ได้ ตลอดชีวิตการแสดง ไชยาเล่นหนังตลกเพียงเรื่องเดียวสมัยเริ่มเข้าวงการใหม่ ๆ คือ พลนิกรกิมหงวน ตอน ตลุยฮาเร็ม จากนั้นก็ไม่รับเล่นหนังตลกอีกเลย เพราะคาแรกเตอร์บทตลกเขาเล่นไม่ได้จริง ๆ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 19/10/50 - 16:03 น.
IP Address: 124.121.225.xx
ความคิดเห็นที่ 6
ขอบคุณพี่ชัยโรจน์จริงค่ะ ที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปินทุกท่านมาให้ได้อ่าน

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 19/10/50 - 20:07 น.
IP Address: 117.47.169.xx
ความคิดเห็นที่ 7



วันนี้มีเวลาว่างเยอะขอลุยนำภาพเก่า ๆ มาลงในทุกกระทู้ของผม สำหรับของคุณไชยา สุริยัน ขอเริ่มจากใบปิดหนังเท่าที่ผมมีของไชยามาลงก่อน จากนั้นค่อยเอารูปทุกอริยะบทของไชยามาลงให้ครับ เริ่มจากเรื่องสี่คิงส์ ซึ่งเป็นผลงานเรื่องที่ 2 ของไชยา (จริงแล้วเรื่องเห่าดงผมมีแต่ยังหารูปไม่เจอถ้าเจอจะเอามาลงย้อนหลังให้ครับ) สี่คิงส์เป็นผลงานการสร้างของ ไทยไตรมิตรภาพยนตร์ เป็นภาพยนตร์แนวอาชญากรรม เหมือนเรื่องสี่คิงส์ เรื่องนี้เหมือนเห่าดง คือพระเอกและนางเอกเป็นทรชนคนดี ชื่อเรื่องเป็นชื่อของว้ายร้ายสี่คิงส์ อมรา อัศวนนท์นางเอกของเรื่องยังคงเป็นทรชนหญิงผู้สวมหน้ากาก เหมือนเรื่องเห่าดง อมรานี้ถือว่าเป็นนางเอกผู้สวมหน้ากากคนแรกของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ เรื่องแรกศิริ ศิริจินดาเป็นคนสร้างไชยา ขึ้นมา พอมาเรื่องนี้คุณแท้ ประกาศวุฒิสารสร้าง คนกำกับก็เลยต้องเป็น ศิริ ศิริจินดา คนเดียวกับที่กำกับเรื่องเห่าดงนั่นเอง

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 20/10/50 - 12:29 น.
IP Address: 124.121.224.xx
ความคิดเห็นที่ 8



ศึก 5 เสือ เป็นผลงานเรื่องที่ 5 ของไชยา สุริยัน เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ อกสามศอก มีพระเอกด้วยกัน 5 คน มิตร เมืองแมน แสน สุรศักดิ์ ปลิว ปานทอง กลด แก้วสามสี และวิง ไกลลาศ สร้างเมื่อปี 2504 ระดมเอานางเอกใหม่ยุคนั้นถึง4 คน คือบุศรา นฤมิตร นางเอกจากเรื่อง ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเก้า ปรียา รุ่งเรือง นางเอกจากเรื่อง ค่าน้ำนม อุษา อัจฉรานิมิตร นางเอกจากเรื่อง ร้ายก็รัก และอภิญญา เสนีวงศ์ (ต่อมาเปลี่ยนมาเป็นวีระขจร) นางเอกจากเรื่อง ดอกฟ้าฝาแฝด ส่วนพระเอกก็ขนเอามาสี่คนเหมือนกันคือ ไชยา สุริยัน พระเอกจากเรื่อง สี่คิงส์ ทักษิณ แจ่มผล คนนี้คงไม่ต้องบอกจากบทพระเอกเรื่องบุกเดี่ยว ก็มาต่อด้วยเรื่องนี้ แมน ธีระพล พระเอกจากเรื่อง เหยี่ยวราตรี แล้วยังมี อาคม มกรานนท์ พระเอกจากเรื่อง ดวงชีวันและ7แหลก มาแสดง ผู้กำกับก็ใช้ถึง 2 คน ซึ่งยุคนั้นเป็นอะไรที่ไม่ค่อยมีให้เห็น มี เสน่ห์ โกมารชุนกับปริญญา ลีละศร ทำหน้ากำกับฯ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 20/10/50 - 12:52 น.
IP Address: 124.121.224.xx
ความคิดเห็นที่ 9



ประวัติไชยา สุริยันคงลงกันเยอะ แต่ตรงนี้จะเป็นประวัติอีกมุมหนึ่งที่ผมนำมาตั้งแต่เริ่มของไชยาจนมาถึงสุดท้ายแห่งชีวิต
ไชยา สุริยันมีชื่อจริงว่าหม่อมหลวงอภิรัฐ จรูญโรจน์ มีชื่อเล่นว่า อู๊ด เกิดเมี่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ.2479 เป็นคนกรุงเทพฯ เกิดแถวรองเมือง เติบโตมาพร้อมกับเสียงวู๊ดของรถไฟ แม้จะเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ชีวิตของอู๊ดกลับไม่สวยหรูเลิศเลออย่างเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ จบการศึกษาจากโรงเรียนวัดปทุมคงคา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มาต่อชั้นมัธยมปลายจนจบ 8 ที่โรงเรียนชาญวิทย์วิทยา พอจบออกมาก็ใช้ชีวิตแห่งการเป็นหนุ่มโดยการแสวงหาโชค ใช้ชีวิตเร่ร่อนหางานทำทางภาคใต้แถวชายแดนสุไหงปาดี ณ ที่นี้เขาได้รับจ้างหาหญ้าให้ช้างกิน มีรายได้วันละไม่กี่บาท จนอยู่ไม่ไหวเลยขึ้นมาอยู่ที่สุราษฏร์ธานี ที่สุราษฏร์ธานีนี้อู๊ดตัดสินใจเป็นนักมวย ฝึกมวยจนได้ขึ้นชก น๊อคคู่ต่อสู้มาแล้วหลายต่อหลายคน แถวอำเภอไชยา อำเภอบ้านดอน อู๊ดมีชื่อเสียงอย่างมาก บรรดาแม่ค้าสาวๆต่างชื่นชอบเขา เพราะเขาเป็นนักมวยที่รูปหล่ออย่างมาก
ความที่คิดถึงมารดาก็เลยเดินทางกลับมากรุงเทพฯเพื่อมาหามารดา การมากรุงเทพฯครั้งนี้ของอู๊ดทำให้ชีวิตพลิกผันอีกจากผู้มีเชื้อสายจ้าว ก็ได้กลายมาเป็นนักเลงไป เขากลายเป็นนักเลงระดับหัวหน้า ชื่อเสียงของเขาแถวตรอกไก่แจ้ บางลำภู นางเลิ้ง รู้จักกันดี จากความที่เป็นนักเลง วันหนึ่งทำให้เขาเป็นที่ต้องตาสำหรับศิริ ศิริจินดา ผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับ ที่กำลังเตรียมจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง เห่าดง ศิริ ศิริจินดาได้เห็นมาดกวนๆของนักเลงคนหนึ่งเดินอยู่หน้าปากตรอกไก่แจ้ พอถามชื่อก็ทราบว่าชื่ออู๊ด เลยชักชวนให้มาแสดงภาพยนตร์โดยให้รับบทพระเอกของเรื่อง และได้สอบถามประวัติโดยละเอียดจึงทราบว่าเป็นเชื้อสายจ้าวมีชื่อว่าอภิรัฐ จรูญโรจน์ แต่จะใช้ชื่อนี้ในการแสดงคงไม่เหมาะแน่ ศิริก็เลยเปลี่ยนให้ใหม่เป็น ไชยา สุริยัน ภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาคือเรื่อง เห่าดง โดยแสดงคู่กับนางเอกดังยุคนั้น อัมรา อัศวนนท์ เรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ.2501
ไชยาเข้ามารับบทพระเอกในช่วงที่วงการกำลังเปลี่ยนแปลง โดยเวลานั้นมีความต้องการพระเอกใหม่ๆมาประดับวงการ ไชยา สุริยันจึงเป็นพระเอกยุคเดียวกับ มิตร ชัยบัญชา ลือชัย นฤนาท อดุลย์ ดุลยรัตน์ แต่เวลานั้นพระเอกที่ดังที่สุดก็ต้อง ลือชัย นฤนาท จากเรื่อง เล็บครุฑ ส่วนพระเอกที่มีงานการแสดงมากที่สุดก็คืออดุลย์ ดุลยรัตน์ เรื่อง เห่าดง ส่งให้ไชยา โด่งดัง จนมีผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นตามมา คือเรื่องสี่คิงส์(2502) แสดงคู่กับอมรา อัศวนนท์ เรื่อง ซาเซียน (2502) แสดงคู่กับ เรวดี ศิริวิไล เรื่อง ชายชาตรี (2502) แสดงคู่กับ เรวดี ศิริวิไลเรื่อง ยอดเดี่ยว (2503) แสดงคู่กับ อมรา อัศวนนท์ เรื่อง ชายต้องสู้ (2503)แสดงคู่กับ อัจฉรา นิภาพร เหมือนเป็นโชคช่วยให้ไชยา สุริยันได้โด่งดังเหนือใคร เมื่อพระเอกดัง ลือชัย นฤนาท เกิดต้องคดีโดนจับ ไชยา สุริยันจึงได้ขึ้นแท่นพระเอกดังแทน ไชยากลายเป็นพระเอกเนื้อหอม ที่ผู้สร้างต่างหมายปอง ผลงานช่วงนั้นก็มีเรื่อง สุดชีวิต (2503) แสดงคู่กับ อมรา อัศวนนท์ เรื่อง สิงห์โตหยก (2505) แสดงคู่กับ ภาวนา ชนะจิต เรื่อง ดอกแก้ว (2505) แสดงคู่กับ เพชรา เชาวราษฏร์ เรื่อง ปืนเดี่ยว (2505) แสดงคู่กับ วิไลวรรณ วัฒนพานิช เรื่อง สายเลือดสายรัก (2505) แสดงคู่กับ ภาวนา ชนะจิต เรื่อง เหมยฟ้า (2505) แสดงคู่กับ มิสคอริน ชุงชุง เรื่อง พาฝัน (2505) แสดงคู่กับ รสลิน วิลาวัลย์ เรื่อง ยอดธง(2506) แสดงคู่กับ อุษา อัจฉรานิมิตร นี่เป็นหนังส่วนหนึ่งที่เป็นผลงานการแสดงของไชยาในยุคที่โด่งดังอย่างมาก
ส่วนเรื่องราวของความรักของไชยา สุริยัน เขาได้พบรักกับนาฏศิลป์สาว เทียมแข กุญชร ณ อยุธยา บุตรสาวของ พลโทหม่อมหลวงขาบ กุญชร ณ อยุธยา อดีตพระเอกภาพยนตร์เรื่อง เลือดทหารไทย และอดีตประธานกรรมการสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 บางขุนพรหม เทียมแขเข้ามาแสดงละครทางช่อง 4 โด่งดังเคียงคู่กับพี่สะใภ้คือทรงศรี เทวคุปต์ อดีตนางเอกภาพยนตร์เรื่อง สาวน้อย เรื่องราวความรักของทั้งสองเริ่มจาก ตอนที่เทียมแขโด่งดังอยู่ทางช่อง 4 บางขุนพรหม ได้มีนายตำรวจคนหนึ่งมาติดพัน จนกลายเป็นความรักที่น่าจะไปได้ด้วยดี แต่แล้วความรักของทั้งคู่ก็เป็นไปได้เพียงไม่นาน นายตำรวจผู้นั้นได้เดินทางไปรับราชการที่ทางใต้ รักครั้งแรกที่ต้องมีอันจากกันทำให้เธอเสียใจ หยุดการแสดงมาพักรักษาใจอยู่บ้านของบิดาพักใหญ่ จังหวะนี้เองที่เธอได้พบกับไชยา สุริยัน ซึ่งเวลานั้นเขาคือพระเอกที่โด่งดัง ทั้งสองตัดสินใจอยู่กินเป็นสามีภรรยา แล้วมาปลูกบ้านหลังใหม่ที่ซอยวัดน้อยนางหงส์ ทั้งสองมีบุตรธิดาด้วยกัน 3 คน คนสุดท้องเป็นหญิง
ช่วงที่ไชยาโด่งดัง เขาเริ่มจะมากองถ่ายสายเป็นประจำ จนครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2507ในเรื่อง เก้ามังกร ผู้สร้างทนต่อพฤติกรรมของเขาไม่ไหว ก็เลยตัดเขาออกกลางคัน มอบบทบาทพระเอกให้กับสมบัติ เมทะนีแทน ส่วนไชยาให้รับบทเป็นแค่ดารารับเชิญเท่านั้น แล้วชื่อผู้สร้างก็ไม่ใส่เป็นนักแสดงนำในเรื่องให้อีกด้วย หลายเรื่องที่ไชยามาสาย ทำให้โอกาสทองในการแสดงตกเป็นของมิตร ชัยบัญชา ที่เป็นคนตรงต่อเวลา ซึ่งจริงๆแล้วในเรื่องของบทบาทการแสดงแล้วไชยา สุริยันมีฝีมือในการแสดงสูงมากกว่า สามารถเล่นได้ถึงบทบาท แต่เพราะการมาสายบ่อยๆทำให้มิตร ชัยบัญชากลายเป็นพระเอกที่มีผลงานเข้ามามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในยุคนั้น แม้ว่าไชยา สุริยันจะมีผลงานการแสดงน้อยลงยังไงก็ตาม หนังทุกเรื่องที่เขาแสดงมักจะได้รับคำชมเชยว่าเขาแสดงได้ยอดเยี่ยม ผลพิสูจน์ในเรื่องนี้ก็จากที่เขาเป็นพระเอกคนแรกของเมืองไทยที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง ถึง 3 ปีซ้อน คือในปี พ.ศ.2505 จากเรื่อง เรือนแพ ปี พ.ศ.2506 จากเรื่อง ภูติพิศวาส และในปี พ.ศ.2507 จากเรื่อง ธนูทอง การมาสายของไชยาเคยทำให้เกิดเรื่องในกองถ่ายครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.2509 ในกองถ่าย ผู้ชนะสิบทิศ ซึ่งกองนัดไว้ ช่วงเช้า ทีมงานและดารานักแสดงมากันครบ ขาดก็แต่เพียงไชยา สุริยัน ซึ่งทุกคนทราบดีกับการมาสายของไชยา ไม่มีใครว่าอะไรจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนานจากเช้าจนถึงเที่ยง จากเที่ยงเข้าสู่บ่าย จากบ่ายมาจนถึงเย็น ไชยาก็ได้มาถึงกอง ขณะที่ทุกคนกำลังดีใจกับการมาของเขา สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อมีนักแสดงคนหนึ่งตรงเข้าหาไชยาปล่อยหมัดเข้าหน้าไชยา จนหงายหลังไป นักแสดงผู้ยิงหมัดใส่ไชยาก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล ชนะ ศรีอุบล เพื่อนของไชยาเอง ไม่มีการโต้ตอบใดๆจากไชยา เขาขอโทษกับทีมงานและกองถ่าย ยอมรับในความผิดครั้งนี้ที่ทำให้ทุกคนรอ นับแต่นั้นมาไชยาก็ไม่มาสายนานมากอย่างกองถ่ายผู้ชนะสิบทิศ แต่เขาก็ยังมาสายอยู่เช่นเคย ผลงานช่วงหลังที่เขาแสดงเป็นพระเอกก็มีเรื่อง ลูกทาส (2507) เล็บเหล็ก (2507) เสือไม่ทิ้งลาย (2508) มัจจุราชเปลือย (2508) ลูกนก (2508) สันดานดิบ (2508) ปลาบู่ทอง (2508) นางพรายคะนอง (2508) ลูกหญิง (2508) อรัญญิก (2508) พระรถ – เมรี (2508) บัวน้อย (2508) เจ้าแม่ตะเคียนทอง (2508) โสนน้อยเรือนงาม (2508) น้อยใจยา (2508) ผู้ชนะสิบทิศ ตอนยอดขุนพล (2509) แก้มทอง (2509) จามเทวี (2509) สิงห์สองแผ่นดิน (2510) ผู้ชนะสิบทิศตอนบุเรงนองลั่นกองรบ (2510) ผู้ชนะสิบทิศตอนถล่มหงสาวดี (2510) เป็ดน้อย (2511) สิงห์เหนือเสือใต้ (2511) ตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2511 เป็นต้นมาไชยาทิ้งวงการไปไม่รับงานแสดง
จนปี พ.ศ.2513 ไชยากลับมาอีกครั้งจากการชักนำของเปี๊ยก โปสเตอร์ ให้มารับบทพระเอกในเรื่อง โทน คู่กับอรัญญา นามวงศ์ เรื่องนี้ไชยาประสบความสำเร็จอย่างมาก เขากลับมาอีกครั้ง เป็นช่วงที่มิตร ชัยบัญชา พระเอกหมายเลขหนึ่งยุคนั้นประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ไชยา สุริยันเลยมีผลงานการแสดงเพิ่มขึ้น มีทั้งผลงานที่มิตรเคยรับปากแสดงแต่มาเสียชีวิตก่อน อย่างเรื่อง ดาบคู่สะท้านโลกันต์ (2514)ซึ่งเป็นหนังจีนกำลังภายในที่เดิมมิตรเซ็นสัญญาแสดงนำคู่กับเพชรา เชาวราษฎร์ แต่พอมิตรตายไชยาก็เลยแสดงแทน นับจากนั้นมาไชยาก็ถือกำเนิดในวงการอีกครั้ง มีผลงานการแสดงออกมาหลายเรื่องอย่าง ไอ้หนุ่มบ้านนา (2514) ยั่วรัก (2514) น้องนางบ้านนา(2514) ราชินีบอด (2514) กว่าจะรักกันได้ (2514) แหวนทองเหลือง (2514) หยาดฝน (2515) วิวาห์ลูกทุ่ง (2515) แม่งู (2515) นางฟ้าชาตรี (2515)นี่แหละรัก (2515) ผาเวียงทอง (2516) พรานเพชฌฆาต(2516)นับแต่ปี พ.ศ.2516 เป็นต้นมาไชยา สุริยันเริ่มมีผลงานน้อยลง เพราะเวลานั้นมีพระเอกใหม่ๆเกิดขึ้นในวงการอย่างมากมาย
ในเรื่องของครอบครัว ไชยาเป็นคนที่ดวงไม่ดีเอาเลยกับที่อยู่อาศัย เพราะบ้านเขาถูกไฟไหม้ 2 ครั้ง 2 คราวในเวลาไม่นานเท่าไร ภรรยาคือ เทียนแข เป็นผู้รักงานด้านนาฎศิลป์ พยายามอนุรักษ์การรำนาฎศิลป์ไว้ โดยมีไชยา สุริยันเป็นผู้ให้การสนับสนุน ปี พ.ศ.2516 ไชยาก็ได้ประกาศสร้างหนังเป็นครั้งแรกในเรื่อง ธนูสวาท ไชยารับหน้าที่กำกับการแสดงและแสดงนำเอง มีทาริกา ธิดาทิตย์นางเอกนำแสดง ผลงานสร้างเรื่องแรกไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ลงทุนสร้างอีกเรื่องใน พ่อเสือลูกสิงห์ ก็ประสบปัญหาไม่โรงฉายจนต้องเข้าโรงชั้นสอง เรื่องสุดท้ายที่ลงทุนร่วมสร้างก็คือ นักเพลงผู้ยิ่งใหญ่ ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย ไชยาประกาศเลิกสร้างหนัง ช่วงนั้นเขาก็เริ่มประสบปัญหาในเรื่องของสุขภาพ ที่มีหลายโรครุมเล้าอยู่ ผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายที่ไชยาแสดงก็คือเรื่อง เพลิงพิศวาส ไชยาต้องสู้กับโรคร้ายอยู่หลายปี สุดท้ายเขาไม่สามารถทนต่อโรคร้ายได้ เขาจึงจบชีวิตลงเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2533 เขาเสียชีวิตลงอย่างสงบ ชื่อของพระเอกตุ๊กตาทอง 3 ปีซ้อนคนแรกของเมืองไทย ไชยา สุริยัน และที่มาของเจ้าชายสายเสมอยังคงเป็นที่รู้จักของคนในวงการอยู่มิรู้ลืมมาจนถึงทุกวันนี้


จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 21/10/50 - 9:04 น.
IP Address: 124.120.167.xx
ความคิดเห็นที่ 10
ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าจากนักเลงมาเป็นนักแสดง เห็นมีเกชา เปลี่ยนวิถีด้วย อ่านจากข้อมูลของคุณอาแหละค่ะ ทำไมยุคนั้นการเอานักเลงมาเป็นดาราไม่มีใครแอนตี้เหรอค่ะ แล้วคุรอาพอบอกได้ไหมค่ะว่ายังมีใครอีก

จาก: najada
วันที่: 21/10/50 - 10:44 น.
IP Address: 68.226.124.xx
ความคิดเห็นที่ 11
ขอบคุณพี่ชัยโรจน์มากที่นำมาให้ได้อ่านค่ะ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 21/10/50 - 11:09 น.
IP Address: 117.47.77.xx
ความคิดเห็นที่ 12
ตอบครับ การเป็นนักเลงแล้วก้าวมาสู่วงการแสดงข้อดี ข้อเสียมีครับ เพราะเกชาเล่นหนังเล่นละครได้ไม่เท่าไหร่ก็โดนตำรวจจับเมื่อปี 2500 ฐานเป็นภัยต่อสังคม ขณะกำลังจะได้เล่นหนังเรื่องนเรศวรมหาราช ยุคนั้น นับแต่นั้นเกชาก็หายไปจากวงการ จนปี 2508 ปริญญา ทัศนียกุลถึงได้ไปทาบทามให้กลับมาเล่นหนังอีกครั้ง ในเรื่อง เพชรตัดเพชร ครับ ลือชัย นฤนาทก็เช่นกัน เพราะปี 2503 ก็โดนจับฐานฆ่าคนตาย เมื่อเกิดเจอผู้ชมนักเลงแซวขณะไปโชว์ตัว เลยโมโหยิงคนตาย ติดคุก ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2506 จะเป็นใครก็ตามครับ ถ้าทำดีก็อยู่นานทำไม่ดีก็จบครับ วงการบันเทิงถ้าไม่อดทน และสวมหน้ากากตลอด หมดสิทธิ์อยู่นานได้ครับ ทุกวันนี้นักเลงดารามีหลายคนครับ ทั้งพระเอกดาวร้าย ตลก เยอะแยะแต่ออกมาบอกไม่ได้ ที่ผมกล่าวตรงนี้ได้ เพราะคนเล่าเขากล้าพอที่จะเปิดเผย เพราะหมดยุคเขาไปแล้วครับ

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 21/10/50 - 11:21 น.
IP Address: 124.120.167.xx
ความคิดเห็นที่ 13
หายไปนานขอกลับมารวมแจมอีกครั้ง

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 03/03/51 - 7:57 น.
IP Address: 124.120.166.xx
ความคิดเห็นที่ 14



ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2503 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะไชยา สุริยัน กำลังเข้ากล้องถ่ายภาพนตร์เรื่อง สุดชีวิต มีพูลสวัสดิ์ ธีมากรคนยืนอยู่หลังกล้องเสื้อดำ เป็นคนถ่ายภาพ คนเสื้อขาวคือจรี อมาตยกุล ผู้อำนวยการสร้าง ส่วนคนใส่แว่นคือ ดอกดิน กัญญามาลย์ กำลังรอเข้าฉากอยู่

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 10/03/51 - 11:36 น.
IP Address: 124.120.163.xx
ความคิดเห็นที่ 15



ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 14 เมษายน 2503 ที่น้ำตกแม่กลาง จังหวัดเชียงใหม่ ไชยา สุริยัน กำลังเข้าฉากภาพยนตร์เรื่อง เรือนแพ ฉากนี้ได้ ส. อาสนจินดา ทำหน้าที่กำกับฯ เป็นฉากที่ตำรวจไล่ล่าไชยา สุริยัน

จาก: ชัยโรจน์
วันที่: 10/03/51 - 11:52 น.
IP Address: 124.120.163.xx
ความคิดเห็นที่ 16
สวัสดีค่ะ

ยังติดตามอ่านอยู่นะค่ะ

จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 20/03/51 - 23:22 น.
IP Address: 58.147.36.xx
ความคิดเห็นที่ 17



เดี๋ยวถ้ามีหนังน่าสนใจจะนำเสนอค่ะ

จาก: จุ
วันที่: 21/03/51 - 10:21 น.
IP Address: 124.120.41.xx
ความคิดเห็นที่ 18
ขอแก้ไขค่ะ เรื่องปืนเดี๋ยว ไชยา สุริยัน แสดงกับเนตรทราย ระวีวรรณ ลูกสาวนายทหารเรือ มีหน้าตาละม้ายกัเพชรา เชาวราษฎร์มาก

จาก: ลูกสาวเนตรทราย ระวีวรรณ นางเอกปืนเดี่ยว
วันที่: 17/05/51 - 23:24 น.
IP Address: 203.209.119.xx
ความคิดเห็นที่ 19
ขอแย้งที่ว่าเพราะไชยามาสายบ่อยโอกาสทองจึงเป็นของมิตร ทั้งสองคนเป็นพระเอกรุ่นเดียวกันหนังออกฉายไล่ๆกันก็ต่างคนต่างดัง มิตรดังมากปี 2502 หนังก็ทำเงินเป็นล้าน แล้วก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จากความสามารถในการแสดงที่คนดูยอมรับ และเพราะการทำงานที่จริงจัง ตั้งใจ และตรงเวลา ทั้งที่รับราชการอยู่ด้วย ไชยาทำตัวไม่ดี มาสายเอง จึงหล่นลงไป ฝีมือการแสดงของมิตรก็ดี มีความสามารถ แสดงได้หลายบท บทอะไรก็แสดงได้ทั้งนั้น บู๊ก็เก่งเพราะเป็นทหารมีความรู้ด้านการต่อสู้ และอาวุธ ยิงปืนแม่น ประชาชนก็นิยม ชื่นชอบ
บุคลิคก็ดี เป็นพระเอกดาวรุ่งที่ดังแซงรุ่นพี่ และรุ่นเดียวกัน ซึ่งมีแมน ธีรพลอึกคน ช่วงแรกมิตรอาจไม่มีหนังชีวิตหนักๆเหมือนไชยา แต่ก็แสดงได้ทุกบท ชีวิต เศร้า ตลก เชย เปิ่น รวย จน ร้าย ดี ในขณะที่ไชยาแสดงได้ดีบางบทแต่บางบทก็แสดงไม่ได้ งานของมิตรจึงมีมากกว่า ช่วงหล้งมิตรมีหนังชีวิตที่ดีๆ แต่ก็ไม่มีการประกวดตุ๊กตาทองแล้ว


จาก: Mas
วันที่: 28/06/51 - 20:45 น.
IP Address: 203.118.74.xx
ความคิดเห็นที่ 20
กระทู้ตกไปใกล้ แต่ก็ยังติดตามอ่าน นาๆ ความคิดเห็นนะค่ะ

แต่ก็ยังชื่นชมและชื่นชอบในบทบาทการแสดงของท่านนะค่ะ



จาก: ลัดเกล้า
วันที่: 29/06/51 - 19:42 น.
IP Address: 117.47.169.xx
ความคิดเห็นที่ 21



d

จาก: ทรแ
วันที่: 04/05/52 - 10:12 น.
IP Address: 118.172.39.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab