Search Latest Topics | Create New Topic  
เชิญเข้ามาชม..หนังอินเดีย....นะจ๊ะนายจ๋า (ภาค 8)


เล่าหนังอินเดียอันดับหนึ่งในดวงใจของแดงเอง..เรื่อง..Swasdes We,the people..(รักข้าเพื่อแผ่นดิน)นำแสดงโดยชาฮ์รุก ข่าน(ดารามหาชน)และกยาตี โยชิ (นางงามอินเดีย)..เป็นเรื่องราวความรักความผูกพันของโมฮัน บากาฟ ผู้จัดการโครงการวัดGPM ขององค์การนาซ่า USA (เป็นโครงการเกี่ยวกับการวัดระดับไอน้ำในอวกาศ)ที่มีต่อแม่นม เกวลี อัมมา ได้ลาพักผ่อนเพื่อมาตามไปหาแม่นมที่อินเดีย และได้ตามไปพบที่ชนบทในอินเดีย และที่นั่นมีคุณครูกีต้า...(ต่อจากเชิญเข้ามาชม..หนังอินเดีย....นะจ๊ะนายจ๋า (ภาค 6)..http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?
และเชิญเข้ามาชม..หนังอินเดีย....นะจ๊ะนายจ๋า (ภาค 7)http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4694&keyword=


จาก: พี่อิท
วันที่: 12/12/51 - 23:21 น.
หัวข้อที่: D748
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 1



ต่อจาก..ความคิดเห็นที่ 360..จากกระทู้(เชิญเข้ามาชม..หนังอินเดีย....นะจ๊ะนายจ๋า (ภาค 7)..(เนื้อหาธรรมะในพุทธศาสนาของท่านอาจารย์ทุกท่าน...อ่านแล้วพบว่าสามารถนำมาแยกสาระในหนังได้มากค่ะ..จึงนำมาลงเพื่ออรรถรสในการดูหนังอินเดียและอาจใช้แยกอย่างอื่น ๆ ในเรื่องใกล้ตัวเราได้...หนังอินเดียลึกซึ้ง...ปกติแล้วก่อนที่จะได้ดูหนังอินเดีย..หมายถึงช่วงที่มี VCD นะคะ..ก็ดูหนังตามเรื่องราวในหนังเพราะคุ้นเคยมาจากการอ่านเอาเรื่องตอนเรียน...หรือหนังสือนอกเวลาที่มีการวิเคราะห์บุคคลิกตัวละคร...แต่แล้วเมื่อได้ดูหนังอินเดีย...ปรากฏว่าสิ่งที่เคยได้จากตอนเรียนนั้นเป็นพียงส่วนน้อยค่ะ..หนังอินเดียจะลงรายละเอียดมากมายเหมือนชีวิตคนเราที่ต้องอาศัยทุกองค์ประกอบฯ.ก็เริ่มค้นหาสเน่ห์หนังอินเดีย...แรก ๆ ก็ค้นจากเรื่องที่รักมาก ๆ ก่อนเลย...เพราะต้องหยิบมาดูประจำ...และที่ประทับใจมากก็เพราะหนังอินเดียมีพื้นฐานไกล้เคียงนิทานธรรมในพุทธศาสนาที่ชอบอ่านเมื่อสมัยเพิ่งสะกดคำอ่านได้..ก็หยิบนิทานชาดกที่พ่อหามาไว้ที่บ้านมาอ่าน..เล่มโตเลยมีภาพวาดสวย ๆ ประกอบนิทานด้วย...เช่นนิทานพระสุธน- มโนรา ฯลฯ...ภาพวาดสวยมาก ๆ สวยด้วยอาการงดงาดั่งช่าวอินเดียมากทีเดียว..(อย่างไรก็ขออนุญาตเพื่อน ๆ ชาวเวปฯที่นับถือศาสนาที่ต่างจากพุทธด้วยนะคะ...จริง ๆ แล้วแม้นับถือพุทธแต้ก็ชื่นชมเพื่อน ๆ ทุก ๆ ศาสนาค่ะ...ชอบดูชอบเข้าใจ...และแหล่งที่หาดูได้ไกล้ๆ ตัวที่ไม่ยากนักก็คือการได้ดูและศึกษาจากหนังนั่นเองค่ะ..

**********

คัดจากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์



ถ้าเราเคยทำร้ายความรู้สึกใคร จิตก็จะสะสมความรู้สึกและภาพนั้นไว้ในจิตไร้สำนึก เพราะการที่เราจะทำร้ายความรู้สึกใคร โกรธใครได้ ต้องมีสิ่งเร้าให้เกิดผัสสะ เวทนา อารมณ์ก่อนเสมอ คนปกติอยู่เฉย ๆ คงไม่โกรธขึ้นมาถ้าไม่มีอะไรมายั่ว คนเราจะโกรธจะเกลียดได้ต้องมีสิ่งเร้าจากภายนอก และเจ้าตัวสิ่งเร้าจากภายนอกนี่เองที่กระทบผ่านอายตนะ ทำให้เกิดผัสสะ เวทนา และอารมณ์ ดังนั้นเมื่อโกรธ เมื่อโมโห จิตจะเก็บรายละเอียดของผัสสะ เวทนา ทั้งหมดเอาไว้ในฐานข้อมูล และเมื่อเหตุปัจจัยเหมาะสมในอนาคต จิตไร้สำนึกจะเปิดฐานข้อมูลเก่า ๆ ขุดเอาผัสสะ เวทนาเดิม ๆ ออกมาพลังแห่งกรรมจะผลักดันให้เกิดกระบวนการย้อนกลับ เวทนา  ผัสสะ  รูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส ซึ่งรูปที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากเวทนาเก่า ๆ ที่เกิดจากการโกรธ ก็จะมีเชื้อที่ไปกระตุ้นให้เจ้ากรรมนายเวรภายนอกเห็นเข้า และมากระทบกับรูปของเราแล้วเกิดความชอบไม่ชอบ เกิดอาการโกรธขึ้นมาบ้าง และทำร้ายเราในที่สุด นั่นก็คือกฎแห่งกรรม

ดังนั้นการที่จะตัดกรรมได้มีทางเดียว คือตัดที่ผัสสะ เวทนา อย่าให้เกิดเป็นความชอบ ไม่ชอบ เกิดอารมณ์ ตัณหา เพราะเมื่อใดที่เกิด จิตไร้สำนึกจะเก็บข้อมูลนั้นไว้ทันที และรอวันสนองตอบด้วยกระบวนการย้อนกลับ ยกตัวอย่างเช่น

เด็กคนหนึ่งโกรธพ่อมากเพราะชอบดุด่า ทำร้ายเป็นประจำ โกรธเพราะมีเวทนา อารมณ์ อารมณ์ที่ได้รับกระทบเข้ามาทางผัสสะ จิตก็จะน้อมรับเวทนานั้นไว้ เมื่อเด็กคนนั้นโตขึ้นเป็นชายหนุ่ม มีครอบครัวและมีลูกเป็นของคนเอง เวทนาเก่า ๆ ที่อยู่ในจิตไร้สำนึกจะผุดขึ้นมา เวทนาจะเหนี่ยวนำให้ชายคนนั้นมีมโนกรรม วจีกรรม กายกรรมเหมือนครั้งหนึ่งที่เขาเคยเจอแต่บทบาทในครั้งนี้เขาเล่นเป็นพ่อ และลูกของเขาก็จะโกรธเขาเหมือนครั้งหนึ่งที่เขาเคยโกรธพ่อ

มีบางคนอาจะค้านว่า ถ้าพ่อคนนั้นเป็นคนรักลูกล่ะ แล้วไม่ทำแบบที่เขาเคยเจอมาในวัยเด็ก กรรมก็ทำอะไรไม่ได้ นั่นเป็นความจริง แต่การที่เขาจะตัดกระบวนการย้อนกลับของจิตไร้สำนึกได้ ต้องใช้พลังของสติสัมปชัญญะระดับสูง ถ้าเขาสามารถกำหนดสติไม่แสดงอะไรออกมา ตัดกรรมได้ เวทนาเก่า ๆ ไม่สมารถทำอะไรเขาได้ ลูกเขาก็จะไม่เกลียดเขา เหมือนกับที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเกลียดพ่อ

นอกจากสติสัมปชัญญะแล้ว ความรู้สึกให้อภัยก็จะเป็นตัวตัดกรรมได้เหมือนกัน เมื่อเกิดความรู้สึกให้อภัย เวทนาเก่า ๆ ที่เก็บไว้ในจิตไร้สำนึกจะหมดไป ไม่คิดโกรธอีกต่อไป กรรมก็จะหมดโดยอัตโนมัติ แต่ทั้งนี้เป็นการให้อภัยจากความรู้สึกจริง ๆ ไม่ใช่การให้อภัยจากความคิด เพราะความรู้สึกต้องตัดด้วยความรู้สึกเท่านั้นไม่ใช่ความคิด


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 13/12/51 - 0:18 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 2
คุณแดง เคยไปที่ลานดารา บ้างหรือเปล่า
ครับ ไปดาราคนไหนบ้างครับ ไปพบปะสรร
สรรค์ เพื่อนกะทู้ ไทยฟิลม์ แต่ผมน่ะอยากไป
ไม่มีเวลาเลยครับ อยากไปที่สุดครับ
แล้ววันนี้ อำภา ภูษิต เขามาที่ลานดารา
น่ะครับ คุณแดงไปหรือเปล่าครับวันนี้น่ะ เสียดาย



จาก: แว่น
วันที่: 13/12/51 - 9:08 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 3
ถ้าคุณแดงสนใจอ่านกะทู้ของผม อ่าน
ได้ที่ในกะทู้(หนังกลางแปลง)ได้น่ะครับ
ประจำอยู่ที่นี่แล้วครับ




จาก: แว่น
วันที่: 13/12/51 - 9:34 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้าคุณแดงเข้าไปดูกะทู้ของผมจะได้ทราบเกี่ยวกับชีวิตของผม
เรื่อง เคยชมหนังไทยในอดีตและเคยพบ
ดาหนังไทยว่าเป็นใครบ้างครับ และประสบการณ์
ในอดีตที่ผ่านมาครับ ทำอะไร
บ้างในยุควัยเด็ก วัยรุ่นและปัจจุบันครับ





จาก: แว่น
วันที่: 13/12/51 - 10:18 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 5



แวะอ่านข้อความคุณแว่นประจำค่ะ...ก่อนที่จะรู้จักไทยฟิล์มคุณแว่นคุยที่เวปฯไหนรึไม่คะ..

ที่ลานดาราก็...ในอนาคตคงได้ไปค่ะ...เห็ยบรรยากาศที่ทุก ๆ ท่านมีความสุขกับดาราในดวงใจของตนเองก็น่าชื่นใจค่ะ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 13:44 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 6



ต่อจากความคิดเห็นที่ 1
คัดจากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


การสนองของกรรมก็คือการสนองของจิตไร้สำนึกนี่เอง โดยใช้กระบวนการย้อนกลับ ชาติ -> ภพ -> ข้อมูลจากจิตไร้สำนึก -> อุปาทาน-> ตัณหา -> เวทนา -> ผัสสะ -> รูป รส กลิ่น เสียง และเมื่อมีการสร้างกรรมใหม่ขึ้นมา ข้อมูลของกรรมเก่าก็จะเข้าไปเก็บในฐานข้อมูลแห่งจิตไร้สำนึกโดยยกกระบวนการรูป รส กลิ่น เสียง -> ผัสสะ -> เวทนา -> ตัณหา -> อุปาทาน -> ข้อมูลจากจิตไร้สำนึก -> ภพ -> ชาติ วนเวียนกลับไปกลับมาอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าเราจะเกิดปัญญาตัดตรงรอยต่อระหว่างจุดไหนจุดหนึ่งให้ขาดออกจากกันก็จะหลุดพ้นจากบ่วงกรรม

ตามกฎของเทอร์โมไคนามิก แล้ว การจะทำให้เกิดกระบวนการย้อนกลับได้ต้องใช้พลังงานสวนเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น เราจะสร้างขวดแก้วให้เป็นรูปร่าง เราต้องใช้ความร้อนมหาศาลในการหลอมเม็ดทรายจนเหลวแล้วหล่อขึ้นมาเป็นรูปร่างขวด เช่นเดียงกัน การที่จะทำให้ตัณหา เวทนาเก่า ๆ ในจิตไร้สำนึกย้อนมาก่อตัวเป็นรูป รส กลิ่น เสียงได้ก็เป็นกระบวนการย้อนกลับผิดไปจากธรรมชาติ ต้องมีพลังสวนเข้าไป พลังที่ว่านั้นไม่ใช่พลังงานความร้อน แต่เป็นพลังแห่งกรรม และคุณภาพในการก่อตัวของรูปรส กลิ่น เสียง สัมผัสในแต่ละคนก็ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับพลังแห่งกรรมที่เหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างรูปขึ้น ยีนและดัเอ็นเอเป็นเพียงปัจจัยเสริม เพราะแม้พี่น้องท้องเดียวกัน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสก็ไม่เหมือนกัน แต่อาจจะมีความคล้ายคลึงกันบางส่วน เพราะการที่ได้มาเกิดในครอบครัวเดียวกันจะมีระดับของกรรมเก่าใกล้เคียงกัน

ทฤษฏีเทอร์โมไดนามิก เป็นทฤษฎีที่อธิบายถึงหลักกลศาสตร์ของความร้อนมีกฎที่สำคัญอยู่ 4 ข้อ ข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องของ เอนโทปี(Entropy) เป็นตัวแปรที่กำหนดขึ้นมาใช้เรียกแทนค่าความไร้ระเบียบของระบบ ซึ่งเอนโทเปีย (ความไร้ระเบียบ)ของระบบจะต้องเพิ่มขึ้นเสมอ ไม่มีทางลด กฎข้อนี้ของเทอร์โมไดนามิกจึงทำให้ฟันธงได้ว่าเหตุการณ์ใดสามารถเกิดขึ้นได้ และเหตุการณ์ใดไม่มีทางเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น แก้วที่ตกแตกจนเป็นชิ้นน้อยจะไม่สามารถกลับมารวมกันกลายเป็นแก้วใบเดิมได้อีก เพราะเอนโทเปียจะลดลงในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เช่นเดียวกับที่เราไม่สามรถทำไข่เจียวให้กลับมาเป็นไข่ฟองได้อีก เพราะไข่เจียวมีความไร้ระเบียบ(มีเอนโทปี)มากกว่าไข่ฟอง

กฎข้อนี้บอกไว้อย่างชัดเจนว่า เอนโทรปีของจักวาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนมีค่าสูงสุด ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลมีทิศทางไปสู่ความเสื่อมสลายไร้ระเบียบมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้ตกอยู่ภายใต้กฎแ่งความเสื่อมด้วยกันทั้งสิ้นยกเว้นสิ่งมีชีวิต ซึ่งเท่าที่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันตรวจสอบได้มีเฉพาะบนโลกนี้เท่านั้นที่สามารถสร้างร่างกายสวนทางของเทอร์โมไดนามิกได้ รวมไปถึงการประดิษย์สร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา เราสามรถเอาเม็ดทราย ปูนที่ไร้ระเบียบสร้างขึ้นมาเป็นตึกเป็นอาคารที่ดูเป็นระเบียบได้ (แม้ว่าในระยะเวลาที่นานมาก ๆ อาคารเหล่านั้นก็จะพังทลายกลับมาเป็นเม็ดทรายอยู่ดี)

การกลับทิศของเอนโทปีจะทำได้ก็ต่อเมื่อใช้พลังงานเข้าไปสวนทิศของระบบเทอร์โมไดนามิก ในทางกายภาพดูไม่ยาก เพราะพลังงานมองเห็นชัด เช่น พลังงานกล พลังงานความร้อน พลังงานไฟฟ้า แต่ในทางชีววิทยา นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นมา ซึ่งผิดกฎของเทอร์โมไดนามิก ต้องมีพลังอะไรสักอย่างไปทำให้เกิดการก่อรูปร่างขึ้นมา พลังนั้นก็คือพลังแห่ง ชนกกรรม และกรรมชรูป ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบนั่นเอง



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 14:15 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 7



ภาพเมืองมุมไบ ที่อินเดีย...

หลายวันก่อนค้นหาข้อมูลทางอินเดียค่ะ..พบเวปฯนี้ก็น่าสนใจ...

และในนั้นจะมีคำว่า...หนังอินเดีย...ลองกดเข้าไปดูก็เป็นเวปฯเดียวกับที่อาบัง น้องเปรม และพี่อิท...เป็นสมาชิกที่นั่นค่ะ...อ่านดูมีข้อมูลที่อัฟเดท น่าสนใจมาก...ไม่ได้เข้าไปนานคงต้องได้สมัครสมาชิกอีกทีก่อน....

http://india.startth.com/

********


ประเทศอินเดีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดีย มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ ด้านเศรษฐกิจ อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก ทั้งนี้ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดพม่า ทางตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันออกติดบังกลาเทศ และมีพื้นที่ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าไทยประมาณหกเท่า
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 14:42 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 8



เก็บภาพปืนคาบศิลาข้ามกระทู้มาจากภาค 7 มาไว้ค่ะ...กำลังค้นหาภาพชุดไทยโบราณที่ไกล้เคียงกับที่เห็นตนเองเคยใส่ในสมัยหนึ่ง...(โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ..เล่าถึงก็เพราะว่า...เป็นจุดที่ตอบได้ตรงที่สุดในความรู้สึกว่า...ทำไมจึงชอบดูหนังแอ๊คชั่น....)

ภาพนี้เป็นภาพจาการ์ตูน เกี่ยวกับ Musketeer..แปลว่าทหารเสือ ...พลปืนคาบศิลา

ภาพที่เห็นตนเองขณะนั้นเป็นบรรยากาศตอนเช้าตรู่ พระอาทิตย์กำลังเริ่มทอแสง ยืนใช้หลังชนกันกับชายในชุดโบราณ ใช้ปืนประเภทเดียวกัน ยืนอยู่ตรงคล้าย ๆ ที่พักผ่อนเป็นศาลาที่ปกคลุมด้วยพรรณไม้เลื้อยสวยงาม พื้นศาลายกจากพื้นดินนิดหน่อย...เป็นศาลาหน้าอาคารไม้...ลักษณะตอนใช้ปืนจะยืนเด่น...อืมมม..มองไม่เห็นคุ่ต่อสุ้ใด ๆ คล้ายการฝึกซ้อม หรือย่างไร อันนี้ระบุไม่ได้...บริเวณนอกรั้วที่พักนั้นมองเห็นเป็นต้นไม้ใหญ่สูงเฉียดฟ้าแทบทุกต้น ...ชุดที่ตนเองใช้เป็นลักษณะผ้าคาดอกห้อยชายลงมาทางไหล่ซ้าย...ไว้ผมสั้นแค่ยาวแค่ไหล่ รูปร่างบาง ๆใส ๆ นับว่าเทียบแล้วคล้ายปืนคาบศิลาลวดลายโบราณที่ใช้....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 19:50 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 9



ลำดับต่อไป เป็นเพลงเปิดกระทู้เป็นเพลงจากหนังแอ๊คชั่นหนึ่งใน 10 อันดับหนังในดวงใจ...DUS ... วันวินาศกรรม

http://www.youtube.com/watch?v=03TCzfkn4FQ

ตามภาพเป็นภาพนายตำรวจเพิ่งปฏิบัติงานได้ไม่นานนัก 2 ท่าน เป็นทั้งคู่หู คู่กัด...น่ารักดีค่ะ...ดูในเพลงแล้วไม่ตรงกับบุคคลิกตัวละครในหนังนะคะ....ยังหัวเราะว่า...อินเดียเค้าเข้าใจทำนะ...เปลี่ยนบุคลคลิกลงในเพลงคล้าย ๆ สลับบุคลิกทั้งสองท่านแต่ไม่ใช่บุคคลิกทั้งหมด....เพลงมีนักเต้นที่ทำได้คล้าเต้นอะโกโก้แน่เลยค่ะ...จริง ๆ แล้วเต้นอะดกโก้ก็เห็นตามสื่อเช่นในทีวี ฯ บ้างเล็กน้อย...จริง ๆ แล้วไม่เคยได้ดู...แต่พอเห็นในหนังเรื่องนี้(จริง ๆ มีอิกเรื่องที่ถ่ายทำที่เมืองไทย...หนังอินเดียจับภาพการเต้นอะโกดโก้ได้ งดงามนะคะ...ไม่บ่งบอกว่าดูถูก หรือว่าทำให้ดูด้อยคุณค่า...ทึ่งชาวอินเดียแบบนี้เสมอ ๆ เค้าช่างยกย่องให้เกียรติสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างน่ารัก มีความอบอุ่นมาก ๆ แฝงอยู่เวลาได้ดูผลงานในหนังอินเดีย...เห็นนักเต้นในหนังเต้นอะโกโก้ให้เราดูแล้วตื้นตันใจแปลก ๆ ว่า...เค้าก็ออกสวยนะ...มาแสดงในสิ่งที่เด็กและผู้หญิงไม่เคยเข้าถึง...นับว่าเป็นเรื่องไกลตัวของผู้หญิง ๆ และเด็กมากนะคะ...เพราะแต่ก่อนนั้นมีทัศนะคติว่าไม่ช่สิ่งที่ควรดู...แต่พอเห็นจากหนังเรื่องนี้เค้านำมาทำให้มีศิลปะ...สวย น่าดูค่ะ...ไม่น่าเกลียด...เพียงแต่รู้สึกสงสารและนึกถึงคล้าย ๆ เค้าเป็นครูที่ทำให้เราได้เข้าใจเรื่องราวแบบนี้เพราะสงสารเค้าที่สละความเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย ๆ เต้นให้ได้ดูเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไร ๆ ในใจผู้ชม...นั่นเองค่ะ...แต่หนังแอ๊คชั่นลองถามดูเถอะค่ะ...รับรอง 100 ทั้ง100 ผู้หญิง ๆ คง มีเพิ่มจากคุณพัชรินทร์ก็..คงไม่กี่คนที่จะทนดู...

และที่เล่ามานี้หละที่ประทับใจหนังอินเดียว่า...เรื่องไกลตัวของเด็กและผู้หญิง ก็ทำให้ได้ดูกันได้ทั่วประเทศและทั่วโลก...การเต้นแต่ละฉากยิ่งใหญ่อลังการค่ะ...ไม่ใช่เรื่องเล็ กน้อยเลย... ดูแล้วก็...แม้ขนาดไปสัมผัสเองตอนที่อาจจะเข้าไปในสถานบันเทิงแบบนี้..ก็คง..ได้บรรยากาศที่ด้อยกว่าที่ได้ดูจากในหนังอินเดีย...จนสามารถลดการอยากไปเที่ยวนอกบ้าน ลงได้..หมายถึงท่านที่ชอบไปนะคะ...ท่านที่ชอบอย่างอื่นก็คงมี ..(แต่บางครั้งการสังสรรค์ก็ต้องมีตามปกติ...) ดู ๆ แล้ว..นึกถึงไปว่าน่าจะเป็นไอเดีย...ลดได้หลายอย่างทั้งปัญหาสังคมที่เกี่ยวกับทางด้านการเที่ยวราตรีที่เกินจากความพอดี ๆ ..เพราะว่าตามปกติคนเราเมื่อชื่นชอบอะไร ๆ ที่เป็นที่สุดแล้ว...เมื่อได้ดูสิ่งคล้ายเดิม ก็เริ่มลดการอยากดูลงมาก...และแถมว่า..คุณค่าที่ได้ดูครั้งต่อ ๆ มาไม่เท่าเดิม..ด้อยลง .คงหมายถึงระดับสารสุข สารแอนโดรฟิล ขณะที่ได้สัมผัสมีระดับไม่เท่าเดิมกับที่ที่เคยดูนะคะเป็นความหมายที่น่าจะตรง....(ส่วนการเที่ยวเพื่อดูเพื่อศึกษาก็ไปอีกอย่างเพราะนั่นก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว...)

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 20:23 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 10



สลับด้วยภาพจากเรื่อง DUS...หน้าสวยหวาน ใสๆ(นางเอกดียา ไมซ่า..มิสเอเชียแปซิฟิก..)) ของคนรักนายตำรวจเสื้อกล้ามสีตำนะคะ(พระเซาเยด...ข่าน)...เป็นน้องสาวของนายตำรวจเสื้อขาวค่ะ(พระเอกอบิเชค บาจัน)

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 20:28 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 11



นายตำรวจหญิง ใช้ปืนได้เทห์มากค่ะ...สวยยยยเข้มข้น...)(นางเอกศิลปา เซทตี้..)..ผู้ช่วยสารวัตรหัวหน้าหน่วยต่อต้านผู้ก่อการร้าย ซึ่งแสดงโดยพระเอกซันเจ ดัท

เรื่องนี้เค้าเท่ห์มากค่ะอาบัง.....พระเอกซันเจดัท

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 20:33 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 12



อีกภาพค่ะจากรื่อง DUS ... วันวินาศกรรม ...ทีมนายตำรวจจากอินเดีย 3 ท่านเป็นชาวฮินดู
และนายตำรวจจากปากีสถาน ชาวมุสลิม..

(และผูชื่นชมผลงาน.คุณพัชรินทร์ ชาวพุทธ..ก็..อย่างตั้งใจ..ไม่ตั้งใจไม่ได้ค่ะ...เพราะว่าเรื่องนี้เข้มข้นน่าดูสำหรับสมองอ่อน ๆ ของผู้หญิง ...แป่ววววว...) .

เค้าตามปราบผู้ก่อการร้ายไกลถึง...แคนาดา...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 20:45 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 13



ต่อจากความคิดเห็นที่ 6
คัดจากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


เจ้ากรรมนายเวร ไม่มีชีวิต จิตใจ ความรู้สึก แต่ก็น่าแปลกอย่างเหลือเกิน พฤติกรรมของมันคล้าย ๆ กับว่ามีความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกสะใจเมื่อเกิดผลทำให้ใครคนหนึ่งประสบเคราะห์กรรมตามที่ต้องการ และมันโหดร้ายเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่บุคคลนั้นลืมเรื่องราวที่เคยทำในอดีตไปหมดแล้ว ไม่ว่าปัจจุบันจะเป็นคนดีมากแค่ไหน กรรมเก่าก็พร้อมจะสนองเสมอ เหมือนกับว่ามันมีความรู้สึก แค้น และอยากเอาคืน แม้ว่าใครคนนั้นจะสำนึกและแผ่เมตตาขอความกรุณา อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกัน เจ้าตัวกรรมเก่านี้ก็จะไม่รับรู้อะไรด้วย และอย่าไปหวังว่าจะได้รับคำว่าให้อภัย ทางเดียวที่จะชนะได้คือต้องสู้ กับมัน อย่ายอมแพ้ก้มหน้ารับกรรมให้มันสะใจยิ่งขึ้น

ก่อนที่จะสู้กับมันต้องมาทำความเข้าใจก่อน ตามหลักการต่อสู้ของซุนวูบอกไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง การจะสู้กับเจ้ากรรมเก่า ถ้าไม่รู้จักมันดีพอ โอกาสที่เราจะพ่ายแพ้สูงมาก เพราะเจ้ากรรมนายเวรเชี่ยวชาญในมิติที่ 4 ที่เกี่ยวข้องกับเวลา พลังงาน และนามธรรมมากกว่าเรา

ถ้าจะดูที่สมการ X+7 =12 เรารู้ทันทีว่าผลของ 12 ต้องมาจากเหตุของ X ที่เท่ากับ 5 จะเป็นอื่นไปไม่ได้ ถ้า x เป็นอื่นผลย่อมไม่เท่ากับ 12 เช่นเดียวกัน ผลของกรรมที่เกิดเป็นผลจากค่าตัวแปรเริ่มต้น แต่เป็นสมการที่ซับซ้อนยิ่งกว่า ยกตัวอย่างเช่น x+y+z+8=12 เมื่อเพิ่มตัวแปรเข้าไปอีกสองตัวให้เป็นสมการสมมิติ เราจะเริ่มงงแล้วว่าค่าของ 12 มาจากไหน ถ้าตัวแปร x y z ทั้งสาม คือ กายกรรม มโนกรรม วจีกรรม เราก็ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ เพราะทั้งสามกรรมนี้เราเคยสร้างไว้นับครั้งไม่ถ้วน สมการจะกลายเป็น x1+x2+x…+y1+y2+y…+z1+z2+z…= 12 ยิ่งหาสาเหตุของผลยากเข้าไปอีก แต่ที่น่าแปลกยิ่งไปกว่านั้นสมการแห่งกรรมไม่ใช่การบวก แต่มันจะเป็นการคูณ ผลของกรรมจะสะท้อนเป็นทวีคูณตามเวลาที่ผ่านไป รวมไปถึงความสมารถในการข้ามภพชาติ ดังนั้นสมการจะถูกเปลี่ยนไปเป็น x คุณ y คูณ z และต้องเพิ่ม t คือเวลาเป็นตัวแปรอีกตัว นั้นก็จะกลายเป็น x *y*z *t = 12 กลายเป็นสมการ สี่มิติ ซึ่งมีมิติของเวลาเข้ามาร่วมด้วย ยิ่งยุ่งยากแลัซับ้อน เพราะเวลาตามทฤษฎีสัมพัทธภาพมันไม่คงที่ ยืดหดได้ และในแต่ละภพภูมิตัวแปรเรื่องเวลาก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับปุถุชนที่จะทราบได้ว่าวิบากกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะของช่วงชีวิตนั้นเกิดมาจากผลของการกระทำกรรมใดจากชาติใดภพใดในอดีต

อันที่จริงเรื่องของกรรมไม่สามารถเอาการคำนวณทางคณิตศาสตร์มาพิสูจน์ได้ และถ้าทำได้ สมการแห่งกรรมก็จะซับซ้อนกว่าแค่ค่า x y z t เป็นล้าน ๆๆๆๆ เท่า แต่จากสมการกรรมทำให้เราพบทางออกข้อหนึ่งที่จะพิชิตกรรมเก่าลงได้ และเป็นผู้ชนะโดยสิ้นเชิงนั่นก็คือค่าของ t (เวลา) นั่นเองถ้าเราสมารถทำให้ t = 0 ได้เมื่อไร ไม่ว่าเอา 0 ไปคูณกับอะไรก็ได้ศูนย์ กรรมเก่าจะหมดไปโดยอัตโนมัติ และวิธีเดียวที่จะทำให้ t = 0 ก็คือ การหยุดเวลาไว้ที่ปัจจุบันขณะและวิธีเดียวที่จะทำให้ t = 0 ก็คือ การหยุดเวลาไว้ที่ปัจจุบันขณะเห็นการเกิดดับซ้อนทับในช่วงเวลาเดียวกัน ไม่มีการเกิดการดับอีกต่อไป บรรลุเข้าสู่มรรคญาณ โสดาบัน อนาคามี และอรหันต์ เมื่อนั้นก็จะชนะกรรมอย่างราบคาบ ซึ่งเทคนิคการหยุดเวลาพระพุทธองค์ก็ทรงใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรัสรู้ โดยวิธีการทางวิปัสสนากรรมฐาน


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 22:14 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 14



อีกเพลงค่ะ ...DUS ... วันวินาศกรรม

ที่นายตำรวจ จากอินเดีย 2 ท่านชาวฮินดู และนายตำรวจปากีสถานชาวมุสลิม แต่ปฏิบัติงานที่แคนาดา...ตามจับผู้ร้าย...ตามไปดักจับตัวที่คลับ...

นักเต้นไม่ใช่ดาราในหนังนะคะ...เต้นได้สวยเซ็กซี่มาก ๆ มืออาชีพเลย เห็นแล้วก็.. นั่นเลยค่ะ..แม้แต่ผู้หญิงยังชอบดู แล้วนับประสาอะไรผู้ชายใช่หรือไม่???...

ยืมคำในธรรรมะความคิดเห็นที่ 13

มาใช้...ประโยคนี้ค่ะ...ต้องมาทำความเข้าใจก่อน ตามหลักการต่อสู้ของซุนวูบอกไว้ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ....(..เขียนเปรียบเทียบเล่น ๆ ค่ะ..โม้ไปเรื่อยยย...ตามประสา ๆ ....)

เพลงDus - Deedar

http://www.youtube.com/watch?v=9U9lrwc2YVw&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/12/51 - 23:00 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 15
ตอนนี้เข้ามาใช้คอม ที่ห้องยังมีกลิ่นสีที่เขาทาใหม่ๆฉุนพอดู.(แต่ ทนได้)..
เรื่องดัส..ผมก็ได้ดูครับพี่แดง..เรื่องนี้shilpa shetty ดูหุ่นผอมเพรียวมากเลย ทั้งๆที่อายุเลข3กว่าๆไปแล้ว..หนังทำดูแปลกในเนื้อเรื่องดีครับ..หลอกกันได้นะ ตัวบทผู้รายนี่หลอกได้ทุกคนแม้กระทั่ง ซันเจ เองยังถูกหลอกให้งง ไปเลย กว่าจะมารู้ว่าใครคือผู้ร้ายตัวจริงก็ต้องเสียสละกันไปพอควรเลย.....
....
แล้ววันพรุ่งนี้จะมาอ่านข้อคิดธรรมมะจากพี่แดงต่อคร๊าบบบบบ

จาก: อาบัง
วันที่: 15/12/51 - 22:02 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 16
ที่เว็บหนังอินเดีย มีคนถามผมมาว่าเดี๋ยวนี้ผมหายไปไหน...ผมเลยบอกว่าผมไม่ได้เข้าไปที่เว็บหนังอินเดียเลย...ตอนนี้เที่ยวเล่นอยู่ที่ไทยฟิล์ม.....ก็ไม่รู้เขาจะรู้จักไทยฟิล์มกันรึเปล่าเอ่ย????

จาก: อาบัง
วันที่: 15/12/51 - 22:04 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 17
ซันเจ ดัท...จากเรื่อง Dus...ทำให้พี่แดงร้องให้ตาม..เพราะว่าเห็นน้ำตาจากดวงตาสวย ๆ ของเค้าค่ะอาบัง....(เวลาดูหนังโฆษณามีเรื่อง หนึ่ง..น่าจะชื่อว่า...จั๊งง...ประมาณนั้น...ที่ลูกชายนายตำรวจ แสดงโดยแจ๊คกี้ ชารอฟ เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว...ไม่แน่ใจเรื่องว่าจะตรงกันรึเปล่านะคะ..)..เค้ามีคำว่า...จันเจ ดัท ดาราใหญ่...เอ...ประมาณคำนี้ค่ะไม่แน่ใจ...นางเอกศิลปา เซ็ตตี้ ตอนสาวกว่านี้ก็ยิ่งสวยมากๆ เลยค่ะ...ตอนเรื่อง ดัส นี้ก็สวยอย่าบอกใครแล้วนะ....แสดงกับซันเจ ดัท

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/12/51 - 15:33 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 18
พี่แดงแนะนำกระทู้คุณมนัส..ค่ะอาบัง...เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมาก ๆ ในไทยฟิล์ม...เผื่ออาบังจะสนใจแวะไปคุยกับเพื่อน ๆ ชาวไทยฟิล์ม...

ชื่อกระทู้..ไปดูหนัง..พบดารา..ที่ลานดารา ตอนที่ 8
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4837&page=1&keyword=




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/12/51 - 15:40 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 19
คุณแดง เมื่อสมัยวัยสะรุ่น คุณแดงเคยไปเที่ยว
ศูนย์การค้าสยาม เคยไปเที่ยวหรือเปล่าครับ
ในสมัยนั้น ศูนย์การค้าสยาม ยุคนั้น วัยสะรุ่น
ไปกันมากน่ะครับ ผมน่ะไปประจำครับ เฉพาะ
วันอาทิตย์ เป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งในยุคนั้นเขากำลังฮิต
กัน และคุณแดงเคยเล่นสะเก็ตหรือเปล่าครับ เขาก็นิยมกันน่ะครับ
ผมน่ะเล่นเป็นประจำครับ กับเพื่อนๆครับ เมื่อครั้งวัยสะรุ่น
เดี่ยวนี้วัย ชราแล้ว





จาก: แว่น
วันที่: 16/12/51 - 15:40 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 20
พี่แดงประทับใจทุก ๆ อย่างในเรื่องดัส..

และพิเศษๆที่น่ารัก ๆ ...ก็ตรงที่ว่า...พระเอกนายตำรวจที่แสดงซาเยด ข่าน...น่ารัก น่าหยิก ขี้เล่น ๆ แต่ดูดี ๆ..แต่ใครจะทราบว่า .ซ่อนความหมายของคำว่าใจเดียว รักเดียวไว้สุดลึก...มีค่ะ ก็คู่หู คู่กัด นั่นเอง พระเอกอบิเชคตามเรื่องนี้.....แต่ว่าบทเค้ากลับไม่สูบบุหรี่..แต่คู่หูเค้แอบสูบ...เพราะเกรงใจพี่ชายและน้องสาว..ชีวิตคนจริง ๆ ก็แบบนั้นค่ะ...ครอบครัวต้องคอยให้กำลังใจ เข้าใจเค้าอย่างลึกซึ้งเรื่องแบบนี้....แล้วพระเอกซาเยด ข่าน..หงุดหงิดรำคาญและบ่น ๆ ที่ต้องคอยจุดบุหรี่ให้ผู้ร้าย ยัมบาวานผู้แสนกล...พี่แดงหัวเราะฉากแบบนี้ค่ะ...คิดได้งัย...

หนังอินเดียมีเกร็ดชีวิตประจำวันที่น่ารัก ๆ ซึ่งมีอยู่จริง ๆ ในสังคม..แต่เราจะมองข้ามลายละเอียดแบบนี้ค่ะ...ทั้ง ๆ ที่หนังเค้าเข้มข้นมาก ๆ เรื่องนี้พี่แดงดู 3 วันจึงจบเพราะว่าซับซ้อนมาก แต่น่าสนใจ เล่นเอาพี่แดงมึนยังกับเรียน วิชาฟิสิกส์...หลับบบบ....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/12/51 - 15:50 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 21
จีเทนดร้า ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่
หรือเปล่าครับ และยังแสดงหนัง
อยู่หรือเปล่า เขาอายุเท่าไหร่
แล้วครับ(ถ้าถามนอกกะทู้ขออภัยด้วยครับ)



จาก: แว่น
วันที่: 16/12/51 - 15:56 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 22
ความคิดเห็นที่ 19...ตอนประมาณ 2531 - 2533...แดงก็เรียนที่กทม.เคยไปเดิน ๆ แถวสยามแรก ๆ ก็รุ่นพี่พาไปให้คุ้นเคยที่ต่าง ๆ ก่อนค่ะ...เป็นพี่เลี้ยง....แดงชอบเค้าเล่นสะเก็ต...แต่ไม่เคยดูค่ะคุณแว่น...ไม่กล้าหัดด้วย...

ตอนน้องยีนเด็ก ๆ ช่วงที่เค้าเห่อรองเท้าแบบนี้กันตอนลูกเรียนสักอนุบาล หรือ ป.1..คุณพ่อเค้าก็ซื้อมาให้...คุณแม่แดงก็เตรียมตัวจะร้องกรี๊ดด...กรี๊ดดด....ก็...กลัวลูกจะเจ็บ...แล้วลูก และเพื่อนลุก ๆ ของเจ้าหน้าที่ ๆ ที่ทำงานด้วยกันก็..บินว่อนนนน...ด้วยลองเท้าสะเก็ต...ผู้ใหญ่ ๆ ก็บ่น ๆ อย่างเอ็นดูว่า..ฝูงแมลปอ...แล้วก็มีข่าวว่า...เด็ก ๆ ข่าวในทีวี...ว่าตายเพราะอุบัติเหตุรองเท้าสะเก็ตแล้วถึงตาย...ที่ว่าสมองกระทบกระเทือน...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/12/51 - 15:59 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 23
จีเทนดร้า ...พี่อิทคะ...รบกวนพี่อิทประจำค่ะคุณแว่น..

ถามนอกกระทู้ได้ค่ะ..ได้ไอเดียเกี่ยวกับหนังเยอะแยะไปค่ะ...ทุกอย่างเราสามารถเล่าและปรับแบนได้เสมอ ๆ ...

พูดถึงรองเท้าสะเก็ต...ในหนังเรื่องDHoom 2..ที่พระเอกหริ๊กติกใส่...เล่นเอาอัศจรรย์ใจกับไอเดียเค้าเลยค่ะหนังอินเดีย...ทั้ง ๆ ที่ก็เคยเห็นสะเก็ตในข่าว ในชีวิตจริงเสมอ ๆ ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/12/51 - 16:05 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 24



คัดจากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


กรรมเก่าไม่สามารถวิ่งผ่านความว่างได้ ความว่างในที่นี้ไม่ใช่ว่างแบบสุญญากาศ แต่เป็นสุญญตา คือจิตว่าง เมื่อใดก็ตามที่จิตว่างจากเวทนา ตัณหา อุปาทาน แม้เพียงชั่วครู่ ชั่วครู่นั้นเจ้ากรรมนายเวรก็ทำอะไรเราไม่ได้ และเมื่อใดที่จิตมีความว่างอย่างยิ่ง ว่างถาวร ว่างนิรันดร์ เมื่อนั้นก็จะบรรลุเข้าสู่นิพพาน

แม้แต่ในพระที่บรรลุอรหันต์ ไม่ใช่จะไม่มีกรรมเก่าหลงเหลืออยู่ ยังมีและไม่น้อยด้วย แต่ผู้ที่เข้าถึงภาวนาปัญญาญาณจะหยั่งรู้ถึงวิบากกรรมและผลกรรมที่รอเอาคืนอยู่ จนเกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องเกิดแล้วดับซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปเรื่อย ๆ เมื่อเบื่อหน่ายในรูปนามมุ่งมั่นปฏิบัติจนพ้นขอบเขตความจำกัดของการเกิดดับ เข้าสู่อาสวักขยญาณ บรรลุอรหันต์ ไม่ต้องเกิดอีกต่อไป กรรมเก่าทั้งหมดก็ทำอะไรไม่ได้ แม้จะคอยโอกาสส่งผลอยู่ เมื่อไม่มีโอกาสก็เลิกแล้วต่อกัน เรียกว่าอโหสิกรรม เพราะจะมีกรรมได้ก็ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดเสมอ

พระอรหันต์สติจะละเอียดถึงขนาดจับที่การเกิดดับของจิตแต่ละดวงได้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก พระพุทธองค์ตรัสว่าเพียงหนึ่งในแสนโกฏวินาที และจิตที่ดับดวงสุดท้ายก่อนจะไปเกิดใหม่คือจุติจิต เมื่อคนเราตายลงจะเกิดจุติจิต แล้วในช่วงเวลาเพียงหนึ่งในแสนโกฏวินาทีนั้นเอง จุติจิตจะสลายตัวส่งพลังงานแห่งกรรมไปสร้างจิตดวงใหม่ที่เรียกว่าปฏิสนธิจิต เพื่อไปเกิดใหม่ในรูปใหม่ภพใหม่ ตรงรอยต่อ ระหว่างจุติจิต ปฏิสนธิจิตนี้เองที่พระอรหันต์ใช้ในการตัดกรรม ซึ่งต้องไวมาก ๆ เพราะเกิดขึ้นชั่วพริบตาเดียวพลังงานแห่งกรรมที่จุติจิตส่งต่อเรียกว่า ชนกกรรม ซึ่งพระอรหันต์จะทำลายชนกกรรมก่อนที่มันจะก่อตัวขึ้นเป็นปฏิสนธิจิต จึงไม่ต้องเกิดอีกต่อไป


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/12/51 - 16:26 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 25
ขอบคุณที่กรุณาตอบ
บุตรของคุณแดง อายุเท่าไหร่แล้วครับ
จะอายุเท่าลูกสาวผมหรือเปล่าครับ ลูกสาว
ผมอายุ 12 ปี เกิด 2539 ครับ
ผู้หญิงหรือผู้ชาย ครับ ตอนนั้นคุณ
แดงตอบ ผู้หญิงใช่หรือเปล่าครับ ขอบคุณ





จาก: แว่น
วันที่: 16/12/51 - 16:47 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 26
คุณแดง เรียนจบจากที่ไหนครับ
สาขาอะไรหรือครับ ถึงได้เก่งคอมพิวเตอร์ ครับ
ขอบคุณ(ขออภัยที่ถามครับ)




จาก: แว่น
วันที่: 16/12/51 - 17:10 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 27
พี่แดงครับ....วันนี้ครูอาคาม.ส่งข้อความในhi5 มา..ว่าไม่ค่อยได้ไปที่เว็บไหนเลย ส่วนใหญ่จะเล่นในmsn กับ hi5 ....และฝากข้อความมาว่า ".ครูฝากความคิดถึง ถึงน้องแดงด้วยนะอาบัง."......แค่นี้แหล่ะครับพี่แดง...อิอิ...
อย่างพี่แดงเค้าไม่เล่นสเก็ตหรอกครับพี่แว่น...สไตน์พี่แดงต้องพวก บันจี้ จั๊ม..จากหน้าผาสูงๆ.แล้วเด้งพุ่งขึ้นแล้วดิ่งลง.ให้สายที่รัดข้อเท้าตึงตัวแล้วเด้งขึ้นลงไปมา....หรือไม่ก็พวกสกีน้ำแข็งแถวๆ เกาะฮ็อคไกโด.(ในความฝัน.หลังเข้าอุปจารสมาธิ.)งิงิ..แซวกันด้ายยยอาบังเอ้ยยยย

จาก: อาบัง
วันที่: 16/12/51 - 19:01 น.
IP Address: 202.5.86.xx
ความคิดเห็นที่ 28
ตอนนี้อยากดูซีรี่ เรื่องรามายนะ..ที่เคยฉายช่อง3 สมัยก่อน..มีหลายตอนเลยครับ..แล้วเค้าเคยทำเป็นวีดีโอชุดเลย แต่ตอนนี้กำลังหาอยู่ครับ

จาก: อาบัง
วันที่: 16/12/51 - 19:04 น.
IP Address: 202.5.86.xx
ความคิดเห็นที่ 29
เป็นลูกสาวค่ะคุณแว่น...เกิด 2537....เรียน ม.2 ค่ะ...คุณแว่นก็มีลูกสาว...แดงนึกไปว่าคุณแว่นไม่มีลูกค่ะ

แดงไม่เก่งคอมฯหรอกค่ะคุณแว่น...วิธีตัดรูปจากเวปฯที่นำมาลง ก็ลูกสาวสอนให้ค่ะ...แดงก็นับว่าเรียน...อืมม...ใช้คำนี้แทนได้ค่ะ...ทางด้านข้อมูลทางการสาธารณสุขค่ะ...เพราะเรียกตามศัพท์ที่เรียนจริง ๆ ก็จะไม่คุ้นชื่อนัก...


ขอบคุณมากค่ะอาบังที่นำข่าวคุณครูมาเล่า...พี่แดงขนลูก...คิดถึงคุณครูมาก ๆ ค่ะ...อาบังชวนคุณครุมาคุยที่นี่บ้างนะคะ...คุณแว่นต้องชอบคุณครุค่ะ..เพราะคุณครูเก่งมากเรื่องการสร้างความคุ้นเคย..เช่นในการตอบและถาม...

ความคิดเห็นที่ 27..แฮ่มมม....หัวเราะอย่างเดียวค่ะ...เอ...จะตอบว่าอย่างไรดี...คิดไม่ออกแล้ววว...(น้องเปรมที่รักกกก...เมื่อไหร่จะแวะมามาช่วยพี่แดง....อาบังไม่ยอมให้พี่แดงเลิกหัวเราะสักที....)...อาบังนั้น...ต้องน้องเปรมหรือไม่ก็..คุณราชา...ค่ะ..คุณแว่น...ทั้งสามท่านคุยกันแล้วเพิ่มความสนุกไม่รุ้เบื่อ....เอาไว้พี่แดงนึกก่อนค่ะว่า...จะตอบว่าจะใดดี...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 12:43 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 30
รามายนะ....พี่แดงไดดูค่ะ...ที่เคยนำมาฉายที่ช่อง 7 นะคะ....ดาราสวยมาก ๆ แทบทุกตัวแสดงค่ะ....พระศิวะและพระรามหล่ออออ...มาก...หล่อแบบคัดออกไม่ได้เลยยยยย...พี่แดงขี้งกพระเอก...ส่วนนางเอกนั้นสวยยยย...บอกไม่ถูก...หน้าตาเป็นที่ถูกชะตาทั้งงนั้นค่ะ...แม้แต่พระมารดาองค์ที่ 4 ที่คล้ายตัวอิจฉาค่ะ...แต่ไม่ใช่...แบบว่าเกลียดไม่ลงเลยยยย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 12:48 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 31
ตอบคุณแว่นเรื่องอาหารไทยที่แดงชอบทานค่ะ...

จริง ๆเป็นคนที่ทานอะไรก็อร่อยไปทั้งนั้น...อาหารไทยอร่อย ๆ ทุกภาคค่ะ...น่าทานมากกก..

แต่ก็...ไม่ค่อยรู้สึกว่า..ต้องพิเศษเรื่องอาหาร..คงเพราะที่บ้านต้องทานตามปกติ ๆ ทาน 3 เวลา ...ไม่ทานจุบ ๆ จิบ ๆ...แต่ก็มีบ้างนิดหน่อย ในบางครั้งที่มีการรวกลุ่มกันกับเพื่อนบ้าน..และอีกอย่างเป็นคนที่ทำอาหารเองไม่ค่อยมีใครทานด้วยได้ค่ะ..ไม่มีศิลปะในการทำอาหารนั่นเอง...ทำอาหารทีไรใคร ๆ ก็จะทำหน้าตาว่าไม่อร่อยยยย...สงสารคนทานก็เลยอยมาเป็นผู้ช่วยพ่อครัวแม่ครัว...

มีวันนึงค่ะ....ใคร ๆ ก็แปลกใจว่า เอ...วันนี้คุณแม่น้องยีนทำอาหารอร่อยได้อย่างไร วันนั้น..ผัดเผ็ดเนื้อหมู...ก็ใส่เครื่องปรุงและพืชผักที่ตนเองชอบเช่นพริกไทยอ่อน พริกชี้ฟ้าเขียวแดง มะเขือลาย มะเขือพวง กระชายทำเป็นริ้ววว ใบมักูด ใบโหระพา...
ก็ตอบว่า...ไม่เห็นจะมีอะไรเลยยย...วันนี้เป็นอาหารที่ง่ายมากกก ใส่แค่นำปลาและน้ำตาล...และนึกไปนึกมาเพราะคนามเค้าไม่พากันหายข้องใจ....ก็เลยนึกได้ว่า อ้อออออ...พริกแกงเผ็ดที่ใช้ที่เป็นซองยี่ห้อว่าแม่พลอย ...เค้าทำอร่อยมาแล้ววว..ตั้งแต่อยู่ในซอง....สูตรนี้ได้มาจากร้านอาหารที่ทานประจำสมัยเรียน....

จะเป็นคนที่ทานอาหารพอเหมาะค่ะไม่ทานจนอิ่มมากเกิน..

.แต่ก็มีบ้างที่พิเศษ ๆ ที่ทำให้ทานอาหารอร่อยเกินกว่าธรรมดา...ก็เช่น...กุ้งค่ะ...เช่น ข้าวผัดกุ้ง ต้มยำกุ้ง ผัดผักรวม หรือเฉพาะผักนั้น ๆ ใส่กุ้ง ยำกุ้ง ผัดไทยกุ้งสด...







จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 17:33 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 32
อาหารหวาน...ไม่ค่อยทานค่ะ...แต่ที่ชื่นใจก็รวมมิตรเพราะมีผลไม้และพืชผักที่นำมาทำหลาย ๆ อย่าง...พิเศษก็เย็นชื่นใจตรงน้ำแข็งเกร็ดเล็ก ๆ ...

ผลไม้...ที่ชอบรสชาติที่สุดก็...น้อยหน่า...กล้วยน้ำว้า เงาะ...



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 17:40 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 33
ผมก็ชอบรับประทานกุ้ง ตัวใหญ่ๆ ครับ
เนื้อหวาน พูดแล้วน้ำลายหก ครับ
แต่ราคาแพง น่ะครับ เคยไปทาน
แถวประตูน้ำน่ะครับ แกงชุด 1 (300-400)
แล้วหล่ะครับ แพงมาก แต่ก็อร่อยครับ
กุ้งตัวใหญ่ๆ หรือเขาเรียกกุ้งมังกรน่ะครับ
นานๆรับประทานสักครั้งหนึงครับ




จาก: แว่น
วันที่: 17/12/51 - 17:42 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 34
อาหารหวาน สำหรับผม น่ะหรือ(อาหารหนักครับ)
เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวเหนียวถั่วดำ
ข้าวเหนียวสังขยา จำพวกข้าวเหนียวผมชอบ
ข้าวเหนียวมะม่วง ครับ ข้าวเหนียวมูนยังทาน
เปล่าๆเลยครับ ชอบครับ แต่นานๆทันที
ทานทุกวันไม่ดี เดี๋ยวน้ำหนักเพิ่มครับ หวานๆ
อันตรายครับ





จาก: แว่น
วันที่: 17/12/51 - 17:45 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 35
มีเรื่องเล่าว่าสมัยเด็ก...ส้มเขียวหวานที่เป็นผลไม้โปรดของแทบทุกคน...แดงทานแทบไม่ได้..จำเป็นต้องทานต้องจิ้มเกลือ...ตลกมั๊ยคะ...แต่ตอนนี้ทานได้ค่ะ..ทานแล้วจะรู้สึกว่าหนาวเย็น ไม่สุขสบาย...ก็เลยยิ่งไม่ติดใจ...พอนานมา...ตอนช่วงที่อายุมากนี้แล้วหละ...ได้อ่านพบในหนังสือว่า...คนที่เลือดหมู่ โอ...ควรเลี่ยงการทานส้ม สัปรด...จึงเข้าใจอาการตนเองค่ะที่ไม่สุขสบายทุกครั้งที่ทานส้ม...

แต่ยังหัวเราะตนเองว่ามะขามเปรี้ยวมากกว่าส้มทำไมไม่มีอาการอะไร...และก็ทราบว่ามะขามมีธาตุหล็กมากค่ะ...แดงเป็นคนที่เป็นโลหิตจางต้องหมั่นดูแลอาหารที่มีธาตุเหล็ก และธาตุเหล็กจะดูดซึมได้ดีต้องมีวิตามินซีด้วย....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 17:49 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 36
ชวนแล้วครับพี่แดง..แต่ครูไม่มา..เดี๋ยวนี้คุณครูอาคามติดเล่น hi5 อย่างเดียว...ตั้งแต่ไปคบกับพวกเด็กสร้างบ้าน(คุณเปรม.และแก๊งหนังอินเดีย)..เลยทำให้มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง....ไม่ยอมๆ.....
ส่วนคุณเปรมแกไม่มาที่เว็บนี้หรอกครับพี่แดง....ถ้าเราไม่เรียกแกดังๆไงแกก็ไม่มา.รากแก้วเขาฝังลงเก้าอี้ลึกแล้ว.ยากที่ดึงออกมา...ต่อไปก็คงจะเข้าทำเนียบสิ่งมหัสจรรย์อันดับ9ของโลก.(พวกปลูกรากแก้ว.).
..ท่านผู้อ่านท่านอื่นอาจจะงงว่าทำไมผมใช้คำพูดดูไม่เหมาะสม..แต่จริงๆสนิทกับทางเว็บนู้นมากเลยแซวกันเล่นได้ฮับบบ...
ส่วนเจ้าน้องราชา.ไม่ต้องถามแล้วล่ะครับพี่แดง...เขางอนที่เว็บไทยโมฯล่มแล้วก็ไม่ยอมพบปะสังสรรค์กับใครอีกเลย..น้อยอกน้อยใจไม่ยอมบอกใคร เดินดุ่มๆกลางไฟสลัวๆยามค่ำคืน..เอามือล้วงกระเป๋าก้มหน้าก้มตา..เช็ดน้ำตาของลูกผู้ชาย.กิ้วๆ..หนอยยย ผมขอแซวซะให้เละเลย เดี๋ยวก็ต้องโผล่มานะ ราชา. อิอิ

จาก: อาบัง
วันที่: 17/12/51 - 17:50 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 37
กุ้งมังกรไม่เคยทานค่ะคุณแว่น...แถวอิสานมีกุ้งตัวเล็ก ๆ เองที่รับมาจากแบทะเลภาคกลาง ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 17:53 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 38
ปัจจุบัน คุณแดง น้ำหนักเท่าไหร่ สูงเท่าไหร่
ครับ มีโรคเบาหวาน ไขมันในเลีอด ความดัน
มีหรือเปล่าครับ ส่วนผมสูง 170 น้ำหนัก 90 ก.ก.
ผมต้องพยายามลดให้เหลือ 68 ก.ก. ครับ ถ้าไม่
ลดเดี๋ยวโรค 3 โรค ถามหาครับ ลดยากน่ะครับ
วิธีลดอาหารเขาลดอย่างไหร่ ครับ คุณแดง
พอจะทราบมั๊ยครับ




จาก: แว่น
วันที่: 17/12/51 - 17:54 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 39
อาบังคะ...คุณราชาแวะมาคงเหมาะนะคะคุณราชาแปลภาษเก่งมาๆ ....คิดึงเหมือนกันค่ะ..

พูดึงกุ้งแล้วก็..แหม..ชอบทานกุ้งแต่ไม่ได้ใส่ใจว่ากุ้งพันธ์อะไรบ้าง..ต้องค้นหาแล้วหละค่ะ...

ทานกุ้งที่อิสาน และท่ากุ้งที่ภาคกลางคนละรสกันเลยค่ะ...เนี่ยเพราะเราห่างไกลทะเล อาหารที่ได้ก็รสชาติต่างไปค่ะ...แต่ก็นับว่าสมัยนี้ยังดีที่การคมนาคมสะดวกมาก ๆ

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 17:59 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 40
โหพี่แดง ทานแต่ละอย่างเลือกของดีที่สุดเลยนะเนี่ย....ส้มเขียวหวานไม่ทาน.(ทานส้มโชกุนรึเปล่าพี่แดง..แพงนะนั่น).....พวกผลไม้นี่ผมชอบเกือนทุกอย่างเลยครับ...อยากทานให้ได้ทุกอย่างแต่หลายครั้งมากที่เราไม่สามารถทานได้.เพราะที่บ้านเขาไม่ยอมให้ทาน(แปลกมั้ยครับ) คือที่บ้านผมเขาจะแปลก ถ้าเขาไม่ทานอะไรคนอื่นก็ห้ามทาน..ถ้าเขาทานอะไรเขาก็จะให้คนอื่นทานแต่อย่างนั้นๆ..
จริงๆ ถ้าเราเอาผลไม้รวมเช่นสัปปะรด+แตงโม+มะละกอ+แอบเปิ้ล+กล้วยหอม+ฝรั่งฯลฯ..มาหั่นผสมรวมกับทำเป็นฟรุ๊ตผลไม้แล้วเอาน้ำเชื่อมราดหน่อย..สงสัย.นอนมีความสุขไปได้อีก1คืนนะครับพี่แดง...แหม่..นึกภาพแล้วอยากจังเลย

จาก: อาบัง
วันที่: 17/12/51 - 17:59 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 41
โธ่พี่แดง...ถึงแม้ไม่ได้กุ้งแต่ก็ได้รสชาดจากอาหารอย่างอื่นนะครับ...พวกไก่ย่างเขาสวนกวาง(คนละที่ กับพี่แดงเลย)..แล้วก็ส้มตำ+ผัดไท..คือสมัยก่อนผมไม่รู้หรอกว่าส้มตำมีกี่อย่าง.มีสมัยก่อนเคยไปขอนแก่นและอุดร.เขาพาไปทานส้มตำ+ผัดไท..เราก็เอ๊ะ มีด้วยหรือ..เขาว่าเรามันคนกรุงเทพ ไม่รู้อาหารแถวนั้น แต่ก็ใช้ได้เลย..แถมเขาให้ไปทานส้มตำ+ไก่ย่างเขาสวนกวาง..แหม่...สุโค่ยย

จาก: อาบัง
วันที่: 17/12/51 - 18:04 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 42
แดงสูง 146 ค่ะ..น้ำหนัก 43 กก...โรคประจำตัวก็โลหิตจางอย่างเดียวค่ะ...

วิธีลดน้ำหนักนั้นต้องปรึกษาทางแพทย์ประจำตัวเราก่อนค่ะคุณแว่น..ตรวจเช็คร่างกายก่อน...แดงลดน้ำหนักก็จะทานพวกผักผลไม้เพิ่มเป็นพิเศษ...

คุณหมอหัวหน้าแดงเอง..ท่าน..แนะนำเจ้าหน้าที่ว่า...ข้าวให้เราเคี้ยวอย่างใจเย็นค่ะ เคี้ยวให้ได้ 20 ครั้ง ต่อคำ..เพราะน้ำตาลในข้าวจะละเอียดลงและซึมได้เร็ว ทำให้เราทานข้าวได้น้อย ๆ กว่าที่เคยทาน...แล้วเราจะไม่อ้วนเกิน...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 18:07 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 43
ส้มตำอิสานอร่อยค่ะ...มีหลายอย่าง...แม่ค้าเค้าจะมีสูตรเฉพาะของเค้าแล้วแต่ที่ ๆ ไป เช่นต้มปลาร้า บางเจ้าก็ต้มกระปิใส่ปลาร้า....แต่ส้ทตำที่อิสาน...กสุขอนามัยค่ะ..ปลาร้าต้องสุก ....

ไก่ย่างพ่อชอบพาลูก ๆ ทานค่ะ...แต่ลูกสาว ๆ ก็ไม่โปรดเท่าไร่ ไก่ย่างเขาสวนกวง ไย่งพงโคน อ.เภอบ้านพี่แดงขึ้นชื่อ...

ผัดไทยแลกก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยตามประสา ๆ คนิ่นที่ไม่ใช่เจ้าของสูตรนำมาทำค่ะพอทานได้...แต่พี่แดงติดใจก๋วญเตี๋ยวกทม.ค่ะ...อร่อยไม่มีที่ไหนเทียบรสได้....กทม.ก๋วยเตี๋ยวอร่อยยยย...ได้ไปหมดทั้งใจพี่แดงเลย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 18:28 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 44
ความคิดเห็นที่ 40
ส้มโชกุน...ให้พี่แดงชิมในสมาธิอีกแล้วใช่หรือไม่..ค้าาาาาา..หรืออีกทีก็แนะนำว่า...โกโบริ...จะออกมาจากในหนังคู่กรรม....นั่นงัยยย...ในที่สุด..พี่แดงก็ตามทัน...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 18:34 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 45
เป็นว่า...โกโบริ..อส้มโชกุนออกมาจากหนัง.ได้...ก็...เลือกเป็นโกโบริ..คุณนา ภูวนัย...แต่ไม่เคยดูเลยค่ะเวอชั่นนี้...คุณแว่นทันดูหรือไม่คะ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/12/51 - 18:38 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 46
เอ้..เดี๋ยวนะพี่แดง...ก๋วยเตี๋ยวกทม. อร่อยจริงหรือพี่แดง??? ..สมัยนี้ผมว่ารสชาดเขาเปลี่ยนไปแล้วครับ....ก๋วยเตี๋ยวหลายแบบนะพี่แดง เช่นก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดย่างอบน้ำผึ้ง ..ก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา..ก๋วยเตี๋ยวหมู..ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อ...หรือพวกบะหมี่เกี้ยวน้ำหมูแดง...ผมว่านะ ตอนที่พี่แดงมาเรียนสมัยก่อน พี่แดงทานแต่ก๋วยมากที่สุด...(แต่จริงๆก๋วยเตี๋ยวนี่หาทานง่ายและผมว่าได้ทั้งแป้ง+ผัก+โปรตีน มีทั้งถั่วงอก ต้นหอมผักชี..ครบเลย)...อ้อมีอีกที่นึง ผมเคยฟังจากคุณสันติ เศวตวิมล(แม่ช้อยนางรำ).ว่ามีร้านบะหมี่ปูที่อร่อยอยู่แถวสถานีรถไฟหัวลำโพง.ปูเขาจะเป็นชิ้นที่เลาะมาจากก้ามจากตัวปูชิ้นโตๆ และชามนึง400-500บาท..แต่ผมยังไม่เคยไปชิมนะครับ .ถ้ามีโอกาสก็อยากลองมั่งจังเลย..//
ส้มโชกุน.พี่แดงบอกเป็นโกโบริเลยยย..ผมสิตามไม่ทัน..ผมยังนึกไม่ออกเลยพี่แดงนึกออกได้ยังไงหนอ????....
ขอวกกลับมาเรื่องหนังอินเดียครับ.พี่แดง....หนังแนวนวนิยายหรือนิทานที่อินเดียสร้างก็สนุกนะครับเช่น ซินแบดผจญภัย...อาลีบาบากับ40โจร..
และมีเรื่องจอมโจรแบกแดด...หนังเขาสร้างดูง่ายดีครับ..บันเทิงไม่เครียด..ไม่ต้องคิดมากด้วยครับ.....แต่สัปดาห์หน้าผมจะต้องแวะไปซื้อหนังที่โลตัสสุขาภิบาล1 อีกเพราะมีหนังเก่าๆเยอะพอดู..อาจจะได้หนังมาดูนั่งร้องห่มร้องไห้แล้วเอามาเล่าอีกแน่ๆเลย.....ฮือฮือฮือ


จาก: อาบัง
วันที่: 17/12/51 - 21:30 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 47
คุณภาพอาหารสมัยนี้ไม่ค่อยถูกใจเลยนะคะอาบัง...แถว ๆ พี่แดงอยู่ก็เช่นกัน...รสชาดไม่ถูกใจ...อืมมมถ้าอร่อย ๆ ก็ถึงขนาด 400 - 500 บาท...จะชิมไหวมั๊ยนั่นนนน...

อาบังล่ะคะชอบทานอะไรที่สุด...พี่แดงทายก่อนเลยว่า....แกงจืด...เพราะว่า...ชาวจีนจะไม่ทานเผ็ด....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/12/51 - 0:37 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 48



คัดจากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


พระพุทธองค์เองก็ทรงหาวิธีสู้กับกรรมมาหลายวิธี ตั้งแต่บำเพ็ญตบะทุกรกิริยา โดยใช้เวลาบำเพ็ญอยู่ถึง 6 ปี แต่ก็ไม่พบหนทางดับกรรม จนสุดท้ายค้นพบหนทางแห่งการดับกรรมดังที่พระองค์ตรัสไว้ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 18 ว่า กรรมเก่าคือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และหนทางแห่งการดับกรรมก็คือมรรคมีองค์ 8 ประการ

เจ้ากรรมนายเวรฉลาดที่เอารูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสมายั่วผ่านทวารตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เพื่อให้สัมพันธ์กับสภาพแห่งจิตและองค์ประกอบของจิต (เจตสิก)ในแต่ละคน ซึ่งเจตสิกก็ถูกสร้างโดยเจ้าตัวกรรมเก่านั่นเอง มันแฝงอยู่ในตัวเราตั้งแต่เกิด เหมือนเชื้อเอดส์ที่แอบอยู่ ไม่แสดงอาการ แต่วันไหนเหตุและปัจจัยเหมาะสม มันก็จะทำร้ายเราทันที ผลของกรรมเก่ามันแฝงอยู่ในตัวเราตลอดเวลา จะต่างกับเชื้อเอดส์ก็ตรงที่เชื้อเอดส์มันแฝงอยู่ในเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้มกันทางรูปธรรมของร่างกาย แต่เจ้าตัวกรรมมันแงอยู่ในจิตซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้มกันทางนามธรรมของร่างกาย (ภูมิคุ้มกันทางนามธรรมของร่างกายคือสติสัมปชัญญะ ซึ่งเจ้าตัวกรรมร้ายมันจะเข้าไปทำลาย) เป็นเรื่องที่น่าขยะแยงที่มันเข้ามาอยู่ในตัวเรา และหาเวลาทำร้ายเรา ตัวกรรมเก่าในจิตและเจตสิกรวมไปถึงดีเอ็นเอจะทำงานสัมพันธ์กับวิบากกรรม เหมือนกับวางแผนมาไว้อย่างดี ยกตัวอย่างเช่น เจ้ากรรมนายเวรดลใจให้เกิดความอยากไปในสถานที่แห่งหนึ่ง โดยเอารูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสเข้ามาล่อ ทำนองเดียวกับหนูที่อยากเข้าไปในกับดับที่มีอาหารอันโอชะล่ออยู่ และเมื่อจังหวะเหมาะสมเจ้าตัวกับดับมันจะสับลงมาทันที


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/12/51 - 1:47 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 49



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


แน่นอนว่าเราสามารถพิชิตกรรมได้โดยราบคาบด้วยวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อกำหนดจิตให้เห็นการเกิดดับ เข้าใจในรูปนาม เห็นปัจจุบันขณะและความลับของเวลา แล้วบรรลุเข้าสู่โสดาบัน อนาคามี อรหันต์ แต่จะมีสักกี่คนในชาตินี้ที่จะมีผลบุญเก่าสะสมมากพอที่จะบรรลุมรรคญาณ แม้แต่พระพุทธองค์เองก็ต้องใช้เวลาเกิดเป็นสิบเป็นร้อยชาติกว่าจะกำหนดถึงปัจจุบันขณะ ซึ่งอย่างน้อยต้องไวกว่าการเกิดดับของจิตแต่ละดวงที่ใช้ช่วงเวลาสั้นกว่าหนึ่งส่วนล้านวินาที ผู้ปฏิบัติธรรมบางคน พระสงฆ์บางรูปสมารถกำหนดได้ไวถึง 1/30,000 วินาที (0.00003 วินาที) ซึ่งถือว่าไวมากที่สุดแล้ว แต่ปัจจุบันขณะที่ 0.00003 วินาทีทำให้เข้าใจผิดๆปว่า ในหนึ่งวินาทีมีจิตเกิดดับ 30,000 ดวง ซึ่งญาณผิดไปจากความเป็นจริง ความเป็นจริงน่าจะเป็น 30,000 กลุ่มดวงจิต ซึ่งญาณที่ยังไม่สูงพอจะสามารถเห็นการเกิดดับของจิตเป็นกลุ่ม ๆ เมื่อความละเอียดไม่ถึงก็เข้าใจไปว่ากลุ่มดวงจิตที่เห็นการเกิดดับคือจิตหนึ่งดวง และถ้าผู้ปฏิบัติธรรมท่านใดที่สามารถกำหนดจิตได้ละเอียดถึงขนาดบรรลุอรหันต์จะพบความมหัศจรรย์มากมาย ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ในมุมมองของทางโลก ดังนั้นผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้วไม่ละทิ้งทางโลกโดยสิ้นเชิง คือยังไม่บวชเป็นพระภิกษุเพื่อยกตนเข้าสู่โลกุตระ หลังจากบรรลุอรหันต์จะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/12/51 - 1:52 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 50
โอ้ ดีมากครับ น้ำหนักดีไม่อ้วนเลยน่ะครับ
คุณแดง เป็นคนจังหวัดไหนครับ(ขออภัยที่ถามเรื่องส่วนตัว)
ขอบคุณ




จาก: แว่น
วันที่: 18/12/51 - 10:11 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 51
ส่วนผมเป็นคนกรุงเทพฯ ครับ
แต่ผมมีลูกครึ่งทางภาคอีสานอยู่หน่อยน่ะครับ
คื่อจังหวัด ร้อยเอ็ด ครับ พ่อผมเป็นคนจังหวัด
ร้อยเอ็ด มาพบรักกับแม่ แม่เป็นคนกรุงเทพฯครับ
แต่ผมเกิดที่ กรุงเทพฯครับ ที่โรงพยาบาลหญิง
ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลเด็ก ครับ



จาก: แว่น(แกะกล่องหนังไทย)
วันที่: 18/12/51 - 11:21 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 52
จะได้อ่านยาวนะคะคุณแว่น...

เริ่มที่...แถบอิสานเค้าต้องรู้จักเผ่าพื้นเมืองกันไว้บ้างคะ..เพราะวัฒนธรรมประเพณีถึงจะคล้ายกับ..แต่ก็มีความต่างกันค่ะ...เป็นความภาคภูมิใจของแต่ละคน...

พ่อ-คนจ.สกลฯ เชื้อสายลาวของแถบอิสาน พ่อภูมิใจที่จะบอกลูก ๆ ให้รู้จักความเป็นเราเพื่อเข้าใจตัวตนของตนเองไว้...และให้ทราบว่าเพื่อนบ้านคนนั้น ๆ เป็นใครเผ่าไหนเพื่อให้คงคุณค่าของความภูมิใจของกันและกันไว้..

แม่..คนจ.มหาสารคาม..เชื้อสายส่วย....

ตัวแดงเองเกิดที่กาฬสินธ์...สัมผัสวัฒนธรรมของแม่เทียบวัฒนธรรมของพ่อก็ต่างกันค่ะ...แต่อยู่กันได้เพราะความรักและความจริงใจต่อกันเป็นพื้นฐาน...

ย้ายมาอยู่จ.สกลฯบ้านพ่ออย่างถาวรตอนแดงอายุ 6 - 7 ขวบ

(ที่สกลบ้านพ่อก็มีเผ่ามากมายค่ะ..ต้องเข้าใจความเป็นไปของกันและกันพอสมควรทีเดียว...เช่นเผ่าย้อ(เผ่านี้เป็นเผ่าที่เรียกว่าผู้ดี...สัมผัสแล้วก็ใช่ค่ะ..การพูดจาของเค้าก็ใจเย็นนุ่มนวนใจ...น่ารักกก)..เผ่าโย้ย.. เผ่าภูไท...เผ่าโซ่...เผ่าภูไทยดำ...อาจจำได้ไม่ครบนักค่ะ...แต่ละเผ่าก็มีเอกลักษณ์...ที่เป็นตัวของตัวเอง...เรื่องแบบนี้เรามองข้ามไม่ได้ค่ะ...อาจไม่น่าสนใจแต่ก็เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน...ที่เล่าก็เป็นเพียงตัวอย่างส่วนน้อนนิด...และอื่น ๆ ก็มีอีกมากมาย...แต่ไม่ได้หมายถึงกีดกันเรื่องความเป็นส่วนหนึ่งของชาวไทยหรอกนะคะ...)..อ่านแล้วเหมือน ๆ เด็ก ๆ เขียนมั๊ยคะคุณแว่น....แต่สำหรับแดงแล้ว...ก็..เล่าได้ไม่รู้จักเบื่อและภูมิใจเล่าถึงเสมอ ๆ ค่ะเรื่องแบบนี้..

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/12/51 - 17:22 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 53
คุณแว่นพอทราบวิธีคิดหาค่าดัชนีมวลกายอยู่ใช่มั๊ยคะ...ถ้าไม่ทราบแดงจะคำนวนให้....

วันนี้ทบทวนเรื่องการเคี้ยวข้าว 20 ครั้งที่ท่านหัวหน้าหนวยงานแดงแนะนำ....ก็ได้เพิ่มมาว่า....เคี้ยว 20 ครั้ง ต่อหนึ่งคำ... ให้ได้ 20 คำ นะคะ...(ถ้าเคี้ยวภายใน 20 คำนี้ ได้มาจาก 20 - 50 ครั้งต่อคำยิ่งดีค่ะ...)

และมีน้อง ๆ คนนึงเล่าถึงว่า...มีพระในศาสนาของแดงนะคะ...แนะนำว่า...คนเราจริง ๆ แล้วทานข้าวได้ไม่เกิน 15 คำค่ะ...เคี้ยวให้ละเอียดเหมือนกันกับที่คุณหมอแนะนำเลย...อืมมม..ข้อมูลสองแหล่งแทบเรียกได้ว่าเหมือน กันเลยทีเดียวค่ะ...

แดงเป็นเด็กอิสาน...พ่อ - แม่จะพาทานข้าวจี่ตอนเช้า ในบางวันที่พิเศษ ๆ แต่ไม่ใช่ทุกวัน.....(ข้าวจี่..ก็ข้าวเหนียวโรยเกลือแล้วนำปิ้งไฟ...อร่อยมากกค่ะ..คุณพ่อคุณแว่นพาชิมข้าวจี่หรือไม่คะ...ข้าวจี่แบบใส่ไข่ก็มี...เพียงแต่แดงไม่ถูกใจแบบนี้ค่ะ..ชอบแบบโรยเกลือแล้วปิ้งไฟ....ได้ชิมทีไรก็มีความสุขค่ะ...สมัยเด็ก ๆ ..ตอนนี้ชิมก็เหมือนได้ทบทวนชีวิตช่วงนั้น....มีความสุขเพราะว่าเป็นเรื่องพิเศษเช่นหน้าหนาวพ่อปลุกลูก ๆ ลงมาผิงไฟตอนเช้า ๆ พอมีถ่านแล้วก็ได้ปิ้งข้าวด้วย.....อืมมม...ถ้าเทียบทางธรรมก็...พ่อ แม่ พาเห็น...ซึ่ง..เป็นสิ่งไกล้ ๆ ความบริสุทธิ์งดงามนะคะ...)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/12/51 - 18:09 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 54



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


เมื่อเราไม่สามารถตัดกรรมโดยการบรรลุอรหันต์ได้ ซึ่งเปรียบเหมือนการจบปริญญาเอก เราก็ควรจะเริ่มระดับอนุบาลแล้วค่อยขึ้นไปประถม มัธยม จนเข้ามหาวิทยาลัยในที่สุด และแม้ว่ากว่าจะจบต้องเกิดแล้วตายอีกหลายชาติ แต่อย่างน้อยชาตินี้เราก็สู้กับเจ้ากรรมได้อย่างสมศักดิ์ศรี

เรารู้แล้วว่า วิบากกรรมมันอาศัยรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัสเป็นเครื่องมือ โดยผ่านทวารทั้งหกของของเรา คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก่อให้เกิดเวทนา กิเลสตัณหา อุปาทานตามมาเกิดความอยาก ความชอบ ความรัก โลภ โกรธ หลง ฯลฯ ทั้งหมดเหล่านี้ถูกกระตุ้นตามเหตุปัจจัยที่สั่งสมไว้ในจิตและดีเอ็นเอซึ่งแตกต่างกันในแต่ละคน ดังนั้นการที่จะแก้ปัญหาเรื่องกรรมเฉพาะหน้าได้ก็ต้องเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบัน นั่นก็คือสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราในโลกสามมิติ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส บางครั้งเราไม่สามรถควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ ที่เราทำได้คือควบคุมทวารทั้งหกของเรา เปรียบเสมือนการปิดประตู หน้าต่างของบ้าน ถ้าเราปิดตรงนี้ได้ เจ้ากรรมนายเวรที่ส่งพลังผ่านทางรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัสมายั่วก็มาทำอะไรเราไม่ได้ นาน ไป ๆ เจ้ากรรมที่แฝงอยู่ในตัวเราไม่ได้เสวยผลของวิบาก มันจะฝ่อไปเอง

(การปิดทวารแบบวิปัสสนา....จะต่างกับแบบสมรรถะ...)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/12/51 - 0:31 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 55





อีกเพลงค่ะจากเรื่อง Dus ...วันวินาศกรรม...

เป็นงานหมั้นของน้องสาวพระเอก ๆ ...ให้บรรยากาสครึกครื้นตามสภาพของงานเลี้ยงตามประเพณีหมั้น...แต่เจ้าภาพดูเหงา เพราะขาดพ่อแม่ที่จะทำหน้าที่อวยพรให้น้องสาวค่ะ...เพลงจะออกแนวล้อ ๆ พี่ชายคนโต ซันเจ ดัท...เกี่ยวกับว่า...ผู้หญิงคนไหนน๊าจะถูกเลือกมาทำหน้าที่คล้ายแม่....ก็..ประมาณว่าคู่รักของพี่ชายคนโตจะเป็นใคร...

และมีความเศร้าที่ลึกซึ้งแต่น่ารัก ๆ ของพระเอกซาเยด ข่าน เพราะจริง ๆ แล้วใจตรงกันกับเจ้าสาว...แต่เหตุผลเพราะว่า อาชีพตำรวจของเค้า..เสี่ยงตายอยู่เสมอ...จึงทำให้ต้องปล่อยให้คนในดวงใจแต่งงานกับคนที่เหมาะสม...โดยเก็บซ่อนความรักไว้..

พระเอกซาเยด ข่าน กอดคู่หูของเค้าตามเรื่อง...ก่อนเริ่มเพลง

Chham Se Song From Movie Dus (2005)

http://www.youtube.com/watch?v=aPaad4AZzS0&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/12/51 - 0:54 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 56



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นผลของกรรมเก่า ในทางการแพทย์พิสูจน์แล้วว่าแม้แต่โรคมะเร็งก็เป็นผลจากดีเอ็นเอหรือยีน แต่เมื่อวิเคราะห์ยีนของผู้ป่วยโรคมะเร็งเช่นมะเร็งปอดจะพบว่ามียีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งที่สำคัญคือ ยีนเริ่มต้น (initiator Gene) ยีนตัวนี้จะซ่อนอยู่ในร่างกายเรา ซึ่งก็เปรียบเหมือนผลของกรรมเก่า แต่ในคนทั่วไปที่ไม่เปิดรับ ตัวส่งเสริม (Promoter)นั่นก็คือการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นความอยากที่มาจากกรรมเก่า ยีนมะเร็งในตัวเราก็ทำอะไรเราไม่ได้ ดังนั้นบางคนแม้จะมียีนตัวนี้อยู่ก็ไม่เคยเป็นมะเร็งปอดเลยตลอดชีวิต

ในทางตรงกันข้าม คนที่ไม่มีพันธุกรรมแฝงอยู่ในตัว บางคนสูบบุหรี่จนตายก็ไม่เป็นมะเร็งปอด เพราะเหตุและปัจจัยระหว่างผลกรรมและวิบากกรรมไม่สอดคล้องกัน เช่นเดียวกับเด็กที่เกิดในสลัมท่ามกลางการพนันและยาเสพติด แต่จิตไม่มีกรรมที่เป็นตัวเริ่มต้น(Initiator) คือไม่มีกรรมเก่า เด็กคนนั้นก็จะเติบโตได้อย่างรอดปลอดภัยภายในสังคมแบบนั้น ตรงกันข้ามกับเด็กที่เกิดในตระกูลที่มั่งคั่ง สภาพแวดล้อมที่ดี แต่จิตที่มีกรรมเก่าแฝงอยู่แม้ตัวกระตุ้นเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เด็กคนนั้นติดการพนัน ยาเสพติดเสียอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม โรคทุกโรคไม่ใช่ผลอันเกิดจากกรรมทั้งหมดโรคบางโรคก็เป็นผลจากอุตุนิยาม เช่น ลม ฟ้า อากาศเปลี่ยนแปลงทำให้จับไข้เป็นหวัด รับประทานอาหารบูดทำให้ท้องเสีย หรือบางกรณีก็เป็นธรรมนิยาม เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เช่นแก่แล้วจะหลง ๆ ลืม ๆ เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ สิ่งเหล่านี้พระพุทธองค์ทรงค้นพบมานานแล้วก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะมาตื่นเต้นกับทฤษฎีไร้ระเบียบ ซึ่งพุทธศาสนิกชนจะรู้สึกเฉย ๆ กับทฤษฎีนี้ เพราะมันก็คือผลกระทบแบบอุตุนิยาม ธรรมนิยามนั่นเอง และไม่เฉพาะทฤษฎีนี้ ทฤษฎีสะเทือนโลกทั้งหลาย ไม่ว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพ ทฤษฎีโฟโต้อิเล็กทริก ทฤษฎีควอนตัม ทั้งหมดนี้พระพุทธองค์ก็ทรงค้นพบมาก่อนนักวิทยาศาสตร์ถึงสองพันห้าร้อยปี
เนื่องจากมนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ในโลกสามมิติ ที่บางครั้งผลกระทบจากวิบากกรรมซึ่งเป็นเรื่องของมิติที่สี่ไม่สามารถส่งผลได้ตลอดเวลาทำให้วิ๔ีชีวิตของเราไม่ได้ขึ้นกับกรรมเก่าทั้งหมด มีบางส่วนของชีวิตที่เป็นไปตามกฎความน่าจะเป็นและตามทฤษฎีไร้ระเบียบ แต่อย่างไรก็ตาม อุบัติการณ์ของความบังเอิญที่ไม่เกี่ยวกับกรรมเก่าอาจจะเป็นตัวการที่ทำให้เราสร้างกรรมใหม่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/12/51 - 0:58 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 57
ครับพี่แดง...อาหารที่ชอบหรือครับ..ก่อนอื่น
1.ขอราดหน้ายอดผัก(ที่ผัดอร่อยขึ้นชื่อจริงๆนะครับ.)
2.บะหมี่เกี้ยวเป็ดย่าง
3.ข้าวผัดปู
4.ไข่เจียวร้อนๆกับข้าวสวยหรือข้าวต้ม
5.ผักบุ้งไฟแดงร้อนๆ+ไข่เค็ม+ถั่วลิสงถอดโรยเกลือนิดหน่อย..กับข้าวต้มร้อนๆ.......
(แต่จริงๆรายการที่4และ5 นี้ถือว่าชอบมากกครับพี่แดง..อิอิอิ)

จาก: อาบัง
วันที่: 19/12/51 - 9:06 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 58
คุณอิท พอจะทราบมั๊ยครับ เมื่อก่อนผมเคยผมดูหนัง
อินเดียที่แสดงเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม ก็มีพระเอก
อมิตาป ปัจจัน ครับ ไม่รู้ว่าเขาแสดงเรื่องอะไร
ครับ ตอนนั้นผมไม่ได้ดูตอนต้นครับ ดูตอนประมาณ
ครึงกลางๆได้ครับ จะมีขายทาง VCD หรือเปล่า
ครับหนังนี้ก็ประมาณจะ 20 ปี ได้แล้วครับ
(โทรทัศน์ยุคขาวดำ) คุณอิทหรืออาบัง
พอจะมั๊ยครับ ว่าเป็นหนังเรื่องอะไร แล้วมีจำหน่ายทาง
VCD หรือเปล่าครับ ผมจะได้ไปหาซื้อมาชมครับ ขอบคุณ




จาก: แว่น
วันที่: 19/12/51 - 10:02 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 59
คุณแดง เคยรับประทาน แกงกุรุหม่า สงสัยยังไม่เคย
แน่ ลองทานซิครับอร่อยน่ะครับตามร้านขายอิสลามทั่วไปครับ
แล้วข้าวหมกไก่ละครับ ซุบหางวัว สตูลิ้นวัว มัสมั่นไก่
อร่อยหมดครับ ถ้ารับประทานมากระวัง ไขมันในเลือดจะมา
เยือนน่ะครับ หรือความอ้วนเพิ่มขึ้นครับ แต่คำถามผมเคยถาม
แล้วน่ะครับ ถ้าถามซ้ำอีกผมขออภัยด้วยน่ะครับ








จาก: แว่น
วันที่: 19/12/51 - 10:45 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 60
โห ข้อมูลกว้างไปหน่อยะครับ แต่เอาเหอะเดาว่าน่าจะเป็น Khuda Gawah ซึ่งแต่งตัวแบบโพกผ้าคล้ายอิสลาม นางเอกคือ ศรีเดวี มีชื่อไทยว่า รักข้าเหนือชีวิต เรื่องนี้มีซีดีพากษ์ไทยครับ

ลองเช็คที่ลิงค์นี้ว่า ใช่ไหม

http://www.activeboard.com/forum.spark?forumID=54408&p=3&topicID=2395207

http://i102.photobucket.com/albums/m114/vinny170/Khuda%20Gawah%20-%20XviD/PDVD_001.jpg


http://i29.tinypic.com/svop5g.jpg

จาก: อิท
วันที่: 19/12/51 - 10:47 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 61
ขอบคุณคุณอิท มากครับ



จาก: แว่น(แกะกล่องหนังอินเดีย)
วันที่: 19/12/51 - 10:52 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 62
เอาคลิปตอนจยมาให้ดู เผื่อจะจำได้ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=eWlrfhB2gpc

จาก: อิท
วันที่: 19/12/51 - 10:52 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 63
ดาราอินเดียท่านใดบ้างที่เป็นชาวมุสลิม
ครับ ถามคุณอิท หรืออาบังช่วยตอบทีครับ ขอบคุณครับ
ดาราในอดีตและปัจจุบัน ครับ





จาก: แว่น(แกะกล่องหนังอินเดีย)
วันที่: 19/12/51 - 11:43 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 64
ตกลงเรื่องที่ถามหาใช่ Khuda Gawah ไหมครับ

จาก: อิท
วันที่: 19/12/51 - 19:38 น.
IP Address: 58.136.16.xx
ความคิดเห็นที่ 65




ภาพมาเพิ่มที่พี่อิทเล่าค่ะความคิดเห็นที่ 62...แดงว่า..ต้องใช่เรื่องนี้หละที่คุณแว่นถามถึง...

ช่วงจบเป็นความรู้สึกที่ประทับใจในความลุ่มลึกของวิธีการทำหนังทางอินเดียที่สุดค่ะ...เพราะว่าดูหนังอินเดียจะมีอาการขนลุกแบบฉากนี้...แทบทั้งนั้น...เป็นเอกลักษณ์ที่ทางอินเดียเท่านั้นที่ทำให้แดงรู้สึกและเข้าใจถึงอาการแบบนี้....ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นความรู้สึที่มรอาการจริง ๆ นชีวิตจริงเพียงแต่ลืมอาการนั้นไปเพราะความม่ได้สังเกตุไว้...พอเห็นเรื่องนี้ให้อาการที่เราเคยสัมผัสนั้นกลับคืนมา..ก็..บอกได้จริง ๆ ว่า..มีชีวิต...ฉากแบบนี้หละที่เป็นส่วนหนึ่งที่แดงมักจะเรียกหนังอินเดียว่า..เป็น...หนังมีชีวิต...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 15:31 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 66
นางเอกสีเดวีค่ะ...

ในกล่องหนังเรื่องKhuda Gawah (รักข้าเหนือชีวิต)จะเขียนบอกว่า...เป็นนางเอกที่สวยที่สุดในโลก...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 15:33 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 67



ความคิดเห็นที่ 66..ภาพค่ะ..

เป็นภาพที่สวยที่สุดที่แดงพบว่ามีในตัวนางเอกสีเดวีค่ะ...ภาพนี้หละ....จริงแล้วภาพอื่นเธอก็สวยมาก ๆ แต่ว่าประทับใจอาการของเธอแบบนี้มาก ๆ สวยซึ้ง...ทั้ง ๆ ที่ ตามเรื่องแล้ว...ฉากนี้เป็นเหมือนเธอเพิ่งกลับมามีชีวิตอีกครั้ง...ความสวยยังคงมีตามปกติ...แต่เริ่มมองเห็นความสดใสของพลังแห่งชีวิตค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา....


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 15:38 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 68
พระเอกอินเดียที่เป็นมุสลิมมีคะคุณแว่น...เดี๋ยวให้แดงค้นหารูปก่อนนะคะ...จะได้เห็นหน้าตาเค้าด้วย...หล่อมากค่ะ...



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 15:46 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 69



ความคิดเห็นที่ 57....


4.ไข่เจียวร้อนๆกับข้าวสวยหรือข้าวต้ม

5.ผักบุ้งไฟแดงร้อนๆ+ไข่เค็ม+ถั่วลิสงถอดโรยเกลือนิดหน่อย..กับข้าวต้มร้อนๆ.......
(แต่จริงๆรายการที่4และ5 นี้ถือว่าชอบมากกครับพี่แดง..อิอิอิ)


พี่แดงก็ชอบมากค่ะ..จัดเป็นอาหารโปรด...รายการที่ 4 นั้นที่บ้านพี่แดงอิสาน ก็ทานแบบนั้น...เป็นความคุ้นเคยที่เป็นอมะค่ะ..อร่อยยย....(พี่แดงเคยอ่านพบว่า...คนปกติต้งทานไข้อาทิตย์ละ 5 ฟอง เพราะว่ามีโปรตีนและสารอาหารที่นับว่าครบถ้วนในไข่...แต่ก็ต้องเช็คเรื่องคอเลสเตอรอลด้วยนะคะ...ถ้าไม่มีก็ทานได้สบายใจ..เพราะไข่แดงคอเลสเตอรอลสูง....อืมมม...พี่แดงไม่มีปัญหาเรื่องระวังคอเสสเตอรอล...ค่ะ...เพราะว่า..พี่แดงก็อ่านพบว่า...ถ้าทานอาหารที่มีความเสี่ยงเรื่องคอเรสเตอรอล...ก็ต้องเสริมหอม กระเทียม..จะเป็นหอดสดหรือหอม ทำสุกก็ได้...จะดีมากค่ะ...อันนี้ความรู้เป็นส่วนหนึ่ง...

รายการที่ 5 เพื่อนพี่แดงเป็นชาวจีนค่ะพาหัดทานแบบนี้...ตอนเช้า ๆ วันที่ที่เดินทางไปเรียนที่รพ.ศิริราช..ที่นั่นจะมีดรงอาหารและมีข้าวต้มแบบที่อาบังเล่าค่ะ...อืมมม...หิวข้าวค่ะ...

ส่วนรายการที่ 1 .....ขอราดหน้ายอดผัก(ที่ผัดอร่อยขึ้นชื่อจริงๆนะครับ.) ...พี่แดงติงตนเองไว้เสมอว่า..แป้งเยอะ...(แต่ก็ใจอ่อนกับคำว่า...ยอดผักค่ะอาบัง...ไม่สมารถห้ามใจได้เลยยย..ถ้าเป็นคำว่ายอดผัก...แต่ปกติก็ไม่ค่อยทาน...ถึงแม้จะอร่อยแค่ไหนก็เว้นก่อน...อืมมม...แต่ก็ใจอ่อนบ้างกับ..ราดหน้าทะเล...).เพราะสารอาหารพวกแป้ง...ถ้ามีมากเกินระดับทีร่างกายต้องการ..จะเปลี่ยนเป็นไขมัน???ชนิดนึง..อืมมม..จำชื่อไม่ได้เดี๋ยวค้นก่อนนะคะ..เคยลงแล้วหละ...จะสะสมที่หน้าทอง แก้ม คาง ต้นขาค่ะ..แล้วไขมัน???จะมาไม่สามารถนำออกมาใช้ได้...(แต่แก้ปัญหาน้ำตาลเกินระดับที่ร่างกายต้องการได้ด้วยส้มแขกค่ะ...โดยส้มแขกจะเปลี่ยนน้ำตาลที่เกินที่ต้องการให้สะสมที่กล้ามเนื้อ...แล้วแบบนี้ร่างกายนำมาใช้ได้ด้วยเช่นเวลาเราเคลื่อนไหวอริยาบทต่าง ๆ ก็ดึงสารนี้มาใช้ได้...แต่ก็ศึกษาดี ๆ ก่อนใช้...แต่เท่าที่อ่านจะไม่มีอันตรายใด ๆ ในส้มแขก...ส้มแขกกับมะขามแขกคนละตัวกันค่ะ...)


พี่แดงทายว่า...อาบังต้องทานแกงจืด...อาบังให้คะแนนพี่แดงเกือบเต็มด้วยนาาาา...เพราะว่า..ไกล้เคียงแกงจืดนะคะ...รายการที่ 4 5 เพราะว่า ผัดผักบุ้งก็คงไม่เผ็ดนัก...แต่ถึงมีพริกก็คงไม่ได้ทานหรอกกกก....แฮ่มมม...เห็นหรือไม่..ว่า....ไม่ว่าอะไร ๆอย่าง ไร ๆ พี่แดงก็ต้องหาวิธีให้พี่แดงเว้นไปในทางได้คะแนน......

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 16:17 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 70



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


ถ้าวิถีชีวิตของมนุษย์ถูกลิขิตด้วยกรรมเก่าในจิตไร้สำนึกกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นในภพปัจจุบันก็เป็นผลมาจาก ความน่าจะเป็น

การวิเคราะห์ดูว่าเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดกับเราในชาตินี้เป็นกรรมใหม่ หรือว่าเป็นกรรมเก่าของเราที่จะต้องชดใช้เพราะไปเคยทำแบบนี้ไว้แล้วถูกตามเอาคืน ให้ดูที่ความรู้สึก เพราะถ้าเป็นกรรมเก่าวิบากกรรมจากเจ้ากรรมนายเวรภายนอกกับความรู้สึกที่ผุดจากกรรมเก่าในจิตไร้สำนึกจะทำงานสอดคล้องประสานกัน เปรียบดังกับตัวเริ่มต้นและตัวกระตุ้นที่กล่าวถึงนั่นเอง แต่ไม่ใช่ในเรื่องรูปธรรมเพราะวิบากกรรมจะทำงานในเชิงนามธรรม เป็นเรื่องของความรู้สึก ถ้าเป็นกรรมใหม่จะไม่มีเรื่องของความรู้สึกภายใน ซึ่งเป็นอิทธิพลของกรรมเก่าที่ฝังตัวอยู่ในจิตไร้สำนึกโน้มน้าวให้เรามีความรู้สึกต่อสิ่งเร้าภายนอกในทิศทางเดียวกับที่เจ้ากรรมนายเวรต้องการให้เป็น

สิ่งที่วัดแรงกรรมได้คือเจตนา ถ้าเราเคยทำกรรมเก่าที่สร้างไว้โดยขาดเจตนา การสนองของผลกรรมก็จะเบาบางมาก ซึ่งสะท้อนออกมาในรูปของความรู้สึก เช่น อยู่ ๆ เกิดมีใครสักคนเดินเข้ามาชนเราจนล้มลง ถ้าเป็นการกระทำโดยขาดเจตนาเมือขอโทษขอโพยกันเรียบร้อยเราจะไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อกรรมนั้นแต่เมื่อใดก็ตาม ถ้าเป็นการชนโดยตั้งใจ ปฏิกิริยาตอบสนองของเราจะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่งทันที หลังเกิดผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน จะผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 16:29 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 71



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


กรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ การกระทำที่เหมือนกันแต่ด้วยความรู้สึกภายในที่แตกต่างกันก็ให้ผลเป็นคนละเรื่อง มโนกรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และส่งผลแห่งวิบากรุนแรงที่สุด การกระทำกายกรรม วจีกรรม โดยขนาดมโนกรรมต่างกัน แม้เป็นการกระทำแบบเดียวกัน ผลของกรรมต่างกันอย่างมากมาย...

ในการทำบุญ พลังแห่งบุญก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกเช่นกัน การทำบุญเพียงสิบบาทด้วยความรู้สึกศรัทธาเต็มเปี่ยม กับการทำบุญหนึ่งแสนบาทด้วยความรู้สึกศรัทธาเท่ากัน ผลของบุญที่ได้จะเท่ากันแต่ทั้งนี้ต้องแยกระหว่างเรื่องความคิดกับความรู้สึกออกจากกัน เราใช้ความคิดโกหกตัวเองได้ แต่เราไม่สามารถโกหกความรุ้สึกของตัวเองได้ เศรษฐีร้อยล้านทำบุญสิบบาทแล้วบอกว่าศรัทธาเต็็มเปี่ยมเป็นไปไม่ได้ พลังแห่งบุญวัดกันด้วยปฏิกิริยาทางใจ ไม่ใช่ทางกายและเรื่องความรุ้สึกทางใจเป็นเรื่องที่รู้เฉพาะ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 20/12/51 - 16:35 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 72



พระเอกชาวมุสลิมที่คุณแว่นถามนะคะ..เช่น


Dharmendra...พระเอกทราเมนเดอร์

Date of Birth:8 December 1935, Sahniwal, Punjab, India more

Mini Biography:When one thinks of Dharmendra Deol, one automatically sees a romantic... more

Trivia:On August 21, 1979 he converted to Islam, changed his name to Dilawar Khan... more

Awards:4 wins more


และติดตามอ่านได้ที่เวปฯตามนี้นะคะ...มีบอกชื่อหนังที่เขาแสดงไว้ด้วยค่ะ..
http://www.imdb.com/name/nm0004429/

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 8:52 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 73



พระเอกทราเมนเดอร์ในปัจจุบัน...ตามนี้นะคะ..
http://hamaraphotos.com/dharmendra_355.html

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 8:58 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 74



เวปฯนี้ก็น่าอ่านค่ะ..พระเอกทราเมเดอร์...

http://www.10ka20.com/indian-actors/dharmendra-profile.html

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 9:07 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 75



ดูเพลงจากหนังที่พระเอกทราเมนเดอร์แสดงกับนางเอกมุมตัส
ไม่ทราบว่าเรื่องอะไรค่ะ...ดูกริยาอาการเวลาเขาแสดงค่ะ....หล่อมากเลยนะคะ...เป็นคู่ชีวิตของรางเอก เฮม่ามาลินี....และลูกสาวของทั้งท่านก็แสดงในหนังเรื่อง...DUS ... วันวินาศกรรม ...ดูในเพลงตามความคิดเห็นที่ 9 ..และ 14 ...จะเห็นค่ะ...ดาราที่ไว้ผมสั้นที่นั่งในรถกับพระเอก อะบิเชค บาจัน(ลูกชายพระเอกอะบิตาป บาจัน)ในคห.9...และดาราที่ใส่ชุดขาวตามคห.14...ชื่อว่า... อีชา ดีโอล

Tere Ishq Mein (Dharmendra & Mumtaz)
http://www.youtube.com/watch?v=c5gFnIZz8cI&NR=1

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 9:24 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 76



อีกเพลงค่ะ...พระเอกทราเมนเดอร์แสดงกับนางเอกเฮม่า มาลีนี..ภรรยา..

http://www.youtube.com/watch?v=jMRN5rGUZxI&feature=channel

เป็นอีกจุดที่แดงมักค้นพบในหนังอินเดียนะคะ..และจะให้คะแนนหนังอินเดียว่าเป็นหนังมีชีวิต....เช่นพระเอกนางเอกค่นี้นะคะ...อืมม..แดงทราบเองจากในหนังว่า...เป็นบรรยากาศแห่งความรักเมื่อทั้งสองท่านแสดงด้วยกันคาะ...เป็นคลื่นที่มั่นคงมาก ๆ ..ทำให้หนังมีเสน่ห์มากมาย....(จะให้ความรู้สึกต่างจากที่ทั้งสองท่านแสดงกับดาราอื่น ๆ ...ที่พบว่ามีบทที่แสดงถึงความรัก...แต่เราทราบว่าใจดารานั้นไม่ได้มีความรัเพราะเป็นเพียงการแสดง...ถึงแม้ว่า..พระเอก นางเอกอินเดียจะแสดงได้ละเอียดอ่อนแค่ไหน..แต่ก็สัมผัได้ว่า...คลื่นในตัวเค้าไม่ได้วิ่งเข้าเชื่อมกัน...เหมือนดังเช่นคู่นี้ค่ะ...ทำให้ทั้งพระเอ นางเอกยิ่งกว่าสวยค่ะ...เราผู้ชมก็ได้อะไร ๆ ที่พิเศษเกินความคาดหมายไปด้วยเลย...หาสัมผัสไม่ได้ง่าย ๆ ค่ะอาการแบบนั้น....

(ตามจริงเคยดูทั้งสองท่านแสดงด้วยกันเรื่อง ช้างเพื่อนแก้วภาคสอง..จำชื่อภาษอังกฤษ่ได้) แต่ก่อนจะดูก็ทราบว่าทั้งสองท่านเป็นคู่ชีวิตกัน...แต่มาเข้าใจจริง ๆ ว่ามิน่าเล่านะ...จึงได้แต่งงานกันก็ที่ได้ดูหนังเรื่องนั้นค่ะ...เข้าคู่หวานซึ้งใจ..ไม่ใช่กริยาอาการที่แสดงค่ะ..เป็นเรื่องอัตโนมัติที่ออกมาจากดวงใจ...และไม่เห็นอาการหายไปแม้ว่าจะใช้สมาธิไปแสดงอย่างอื่น ๆ ในหนังนั้น....)

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 9:46 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 77



นางเอกเฮม่า มาลินี จากเรื่องเดียวกันค่ะ..



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 10:00 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 78



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์



กลวิธีหนึ่งของการสร้างความรู้สึกคือ การอธิษฐานจิต การอธิษฐานจากความรู้สึกสร้างบุญที่ยิ่งใหญ่มาก และผลกระทบจะทวีคูณแบบผีเสื้อกระพือปีก ในครั้งพุทธกาลนางทาสคนหนึ่งหิวโหยแทบลมจับ เจ้านายให้ข้าวมากระแบะมือหนึ่ง ระหว่างที่กำลังจะกินนั่นเอง พระพุทธองค์เสด็จผ่านมาบิณฑบาต นางทาสเกิดปิติลืมความหิวเสียสิ้น และปรารถนาจะถวายข้าวในอุ้งมอนั้นแด่พระพุทธองค์ แต่ก็คิดในใจว่าข้าวของเรามีปริมาณแค่นี้ แล้วยังสกปรกด้วย จะเหมาะสมหรือ

พระพุทธองค์ทรงหยั่งรู้ถึงความรู้สึกความคิดของนางด้วยญาณ จึงหยุดประทับยืนนิ่งและขอบิณฑบาต นางทาสดีใจเป็นล้นพ้น รีบถวายข้าวนั้นทันที พระพุทธองค์ทรงแสดงความเมตตาด้วยการหาที่ประทับและฉันข้าวก้อนนั้นทันที

นางทาสอธิษฐานว่า ชาตินี้เกิดมาลำบากทุกข์ยากเหลือเกินไม่มีโอกาสได้ทำบุญ ในการเกิดใหม่ครั้งต่อ ๆ ไป ถ้ามีโอกาสขอจงมีสมบัติมากเพียงพอที่จะช่วยบำรุงพระพุทธศาสนาได้มากกว่าชาตินี้ด้วยเถิด ผลการอธิษฐานในครั้งนั้นส่งผลกระทบแบบผีเสื้อกระพือปีก นางทาสได้เกิดเป็นนางฟ้า เมื่อหมดบุญก็กลับมาเกิดเป็นลูกมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ และไม่ใช่เพียงชาติเดียว ภายหลังจากนั้นนางทาสได้เกิดตายอีกหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็มีชีวิตที่เต็มไปด้วยทรัพย์ศฤงคาร บริวาร ยศถาบรรดาศักดิ์ จากการที่นางทาสอธิษฐานด้วยความรู้สึกจริง ๆ ความรู้สึกนั้นก็ได้บันทึกลงไปในจิตไร้สำนึก(ภวังคจิต) ซึ่งข้ามภพข้ามชาติได้ ชีวิตใหม่ของนางทาสจึงอุทิศให้กับพระพุทธศาสนา มีโอกาสได้ทำนุบำรุงศาสนาพุทธให้เจริญรุ่งเรืองสมความตั้งใจ

แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจด้วยว่าการอธิษฐานจากความคิด จากกิเลส ตัณหา เพื่อตัวกู – ของกู ไม่ได้ส่งผลอะไรเลย และบางทีกลับเป็นการสร้างวิบากกรรมใหม่ขึ้นมาอีกด้วยซ้ำ การอธิษฐานที่จะส่งผลดีในอนาคตต้องเป็นการอธิษ
ฐานจากความรู้สึกและปราศจากกิเลสตัณห


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 12:03 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 79



ความคิดเห็นที่ 78...คัดมาตกหล่น...เพิ่มเติมนะคะ...


จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์

แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจด้วยว่าการอธิษฐานจากความคิด จากกิเลส ตัณหา เพื่อตัวกู – ของกู ไม่ได้ส่งผลอะไรเลย และบางทีกลับเป็นการสร้างวิบากกรรมใหม่ขึ้นมาอีกด้วยซ้ำ การอธิษฐานที่จะส่งผลดีในอนาคตต้องเป็นการอธิษ
ฐานจากความรู้สึกและปราศจากกิเลสตัณหาเท่านั้น อย่างกรณีนางทาสเป็นการอธิษฐานด้วยจิตอันบริสุทธิ์เพื่อพุทธศาสนา....


นอกจากการสร้างบุญแล้ว เราก็สามารถสร้างบาปจากความรู้สึกได้เช่นกัน การทำร้ายความรู้สึกคือการสร้างกรรม การทำลายชีวิตสัตว์ใหญ่บาปหนักกว่าการฆ่ามด เพราะความรู้สึกของสัตว์ใหญ่เวลาถูกฆ่าจะรุนแรงมากกว่า ดังนั้นผลกรรมที่ผู้ฆ่าได้รับสนองคืนจากเจ้ากรรมนายเวรจะหนักกว่ากันมาก ยิ่งถ้าไปแกล้งให้ตายอย่างทรมาณด้วยความรู้สึกทุรนทุราย วิบากกรรมที่เกิดขึ้นก็จะทวีคูณและพร้อมเอาคืนเมื่อมีเหตุปัจจัยที่เหมาะสม


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 12:07 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 80




หนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์

กรรมเก่าที่แฝงตัวอยู่ในยีนหรือกรรมพันธุ์เป็นเพียงส่วนน้อยนิดเมื่อเทียบกับกรรมเก่าที่แฝงตัวอยู่ในจิต ซึ่งจะทำงานสัมพันธ์กับวิบากจากภายนอกอันเป็นนามธรรมเหมือนกัน การที่จะเข้าไปศึกษาถึงรายละเอียดของกรรมเก่าที่แฝงอยู่ในตัวจิตไม่ง่ายเหมือนการวิจัย ศึกษาเรื่องโรคร้ายที่แฝงอยู่ในดีเอ็นเอ เพราะจิตมีความละเอียดกว่ายีนเป็นล้านเท่า และเป็นนามธรรมล้วน ๆ แม้ว่าผู้ที่ปฏิบัติสติปัฏฐานจนถึงขั้นที่สามารถระลึกรู้ถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดวิบากนั้นได้ แต่สำหรับปุถุชนทั่วไปไม่ควรคิดที่จะหาต้นตอของกรรมซึ่งเป็นเหตุให้เราต้องมารับวิบากที่เกิดนั้น เพราะเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะทำได้

วิธีเดียวที่มนุษย์ธรรมดาทั่ว ๆ ไปจะสามารถใช้ในการต่อสู้กับวิบากกรรมและกรรมเก่าได้คือ การเจริญสติ สติเปรียบเสมือนยามเฝ้าทวารทั้งหก ถ้าเรามียามที่แข็งแกร่ง ไม่ต้องห่วงศัตรูจะเข้ามา เมื่อมีสติก็จะไม่เกิดความประมาท สามารถตัดกรรมได้ และเทคนิคสำคัญที่สุดสำหรับปุถุชนทั่วไปจะใช้ในการต่อสู้กับกรรมซึ่งแม้แต่พระพุทธองค์เองก็ให้ปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายก่อนเสด็จสู่ปรินิพพานว่า ท่านทั้งหลาย จงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 22:10 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 81



ยืมภาพจากละครศิลามณี...มาไว้ดูก่อนนะคะ...ชุดไกล้เคียง..แต่คนละหน้าตา..คนละหุ่น....ตามภาพนี้เป็นคุณกบ สุวนันท์ แสดง...

ความคิดเห็นที่ 8..เล่าถึงชุดที่ตนเองเคยใส่สมัยนั้นต่อนิดหน่อย...หาภาพนานแล้วแต่ไม่พบที่ตรงกับที่เห็น...หาชุดที่คล้ายที่สุดมานะคะ...เป็นผ้าคาดอกคล้ายแบบภาพ เพียงแต่ห้อยชายลงมาทางอกด้านซ้าย...ชายผ้าไม่ยาวนัก ...สีที่ใส่..เป็นสีม่วงเปลือกมังคุด...ผมสั้นแค่ต้นตอ ...ไม่ได้สวมเครื่องประดับเหมือนที่ภาพมี..มีถ้านุ่งยาวถึงข้อเท้า.....(ไม่ใช่โจงกระเบน..)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 22:19 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 82



หนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์


เจ้ากรรมนายเวรสร้างวิบากกรรมอยู่ภายนอก กับกรรมเก่าที่แฝงอยู่ในตัวเราทั้งในจิตและในดีเอ็นเออาศัยการเชื่อมต่อผ่านทวารทั้งหกของเรา เมื่อเรามีสติพร้อม ตัดการเชื่อมต่อนั้นก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเราแล้วทำให้เกิดอุปาทานตัวกู – ของกู

จุดเชื่อมต่อมีอยู่สี่จุด จุดแรกคือจุดของการสัมผัสระหว่างรูป รส กลิ่น เสียง กับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย
ถ้าเราตัดรอยต่อระหว่างจุดนี้ได้ กรรมก็จะเข้าสู่ร่างกายไม่ได้ ซึ่งก็คือการปิดทวารทั้งหก

จุดที่สองคือจุดรูป รส กลิ่น เสียง เข้าสู่ร่างกายเราแล้วจะส่งผลให้เกิดเวทนา คือความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ
ถ้าเราตัดที่จุดแรกไม่ทันยังสามารถเข้ามาตัดรอยต่อที่สองก่อนที่จะเกิดเวทนาได้

จุดที่สามเหมือนยามชั้นที่สาม นั่นคือเราปล่อยให้วิบากกรรมหลุดเข้ามาถึงขนาดสร้างเวทนา(ความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบ)กับเราได้ ก่อนที่จะเคลื่อนสู่จุดที่สี่คือตัณหา (ความอยาก) เราใช้สติตัดตรงรอยต่อระหว่างเวทนา --ตัณหา ให้ขาดออกก็ทันถ้ายังไม่ทันอีก ปล่อยจิตปล่อยใจจนเกิดความอยาก เกิดกิเลสตัณหาเข้าครอบงำแล้ว

จุดที่สี่ที่จะตัดกรรมได้คือจุดที่ตัณหาจะทำให้เกิดอุปาทาน(ตัวกู – ของกู) ถ้าเราตัดตรงรอยต่อระหว่างตัณหา—อุปาทานได้ก็ยังทัน แม้จะทันแบบเส้นยาแดงผ่าแปดก็ตาม แต่ถ้าใครปล่อยให้เกิดอุปาทาน (ตัวกู – ของกู)ขึ้นมาแล้วผลที่เกิดก็สุดแต่เวรแต่กรรมจะบันดาล



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/12/51 - 22:31 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 83



5 เคล็ดลับ กินผักผลไม้ให้มากขึ้น

http://hilight.kapook.com/view/32038

ผัก ผลไม้คือสุดยอดอาหารสุขภาพ เชื่อไหมคะว่า พืชชนิดเดียวอาจประกอบด้วยสารอาหารที่เรียกว่าพฤกษเคมีหรือไฟโตเคมิคัล (phytochemical) หลายร้อยชนิดที่ช่วยเราต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้รับประทานผักผลไม้ได้มากขึ้นค่ะ

กินผลไม้หลังอาหารมื้อเช้าทุกวัน ฝึกรับประทานผลไม้หลังอาหารมือเช้าให้เป็นนิสัย เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากสารอาหารแล้ว ยังช่วยเติมความสดชื่นสดใสได้ตลอดวันค่ะ

พยายามกินผักเพิ่มเป็น 2 เท่าทุกมื้อ แล้วลดอาหารประเภทแป้งหรือไขมันลง เมื่อทำ จนเป็นนิสัยก็สามารถกินผักได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ

ใส่ผักผลไม้ลงไปในส่วนผสมหนึ่งของอาหาร อาหารหลายชนิดสามารถใส่ผักหรือ ผลไม้หลายอย่าง ลองดัดแปลงทำดู ก็จะได้อาหารจานอร่อยที่มีคุณค่าอาหารสูง

ลองผักผลไม้ใหม่ๆ ลองรับประทานผักและผลไม้ชนิดใหม่ที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน รสชาติที่แปลกใหม่จะช่วยให้อยากรับประทานและมีตัวเลือกมากขึ้น

กินสแน็คผลไม้ สแน็คผัก ผลไม้ ไทยๆ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราได้รับคุณค่าจากผัก ผลไม้มากขึ้น ที่สำคัญ ไม่ทำให้อ้วนด้วยนะคะ


คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ





จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 7:31 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 84
ตามความคิดเห็นที่69...ผมยังนึกอยู่เลยว่าให้คะแนนพี่แดงเกือบเต็มตรงที่ทายอาหารที่ชอบใกล้เคียงกับ "แกงจืด"......(ช่วยยด้วยยย...)
พี่แดงนึกได้สุดยอดมาก.ผมยังนึกไม่ได้อย่างนี้เลยย..โอ้วว...นี่แสดงว่าการฝึกสติ ทำให้เกิดปัญญา..เป็นอย่างนี้นี่เอง....เดี๋ยวผมเอามั่ง...
..................
ช่วงนี้ผมไอบ่อยมาก..เพราะตั้งแต่อากาศเปลี่ยนและบ้านต่อเติม มีทั้งผงฝุ่นและกลิ่นสี..ทำให้น็อคได้เลยครับพี่แดง....ช่วงนี้ดีขึ้นไหน่อยแต่อาการไอ.ยังพอควรอยู่..ต้องรักษาตัวแล้วครับ..

จาก: อาบัง
วันที่: 22/12/51 - 10:42 น.
IP Address: 202.5.86.xx
ความคิดเห็นที่ 85
เรื่องไอเพราะฝุ่น..พี่แดงก็เคยเป็นค่ะ..ทรมาณมากกก...กว่าจะหาย....เป็นกำลังใจให้หายวันหายคืน นะคะ...พี่แดงก็ยังนึกไม่ออกว่าจะรักษาทางพืชผักสมุนไพรไกล้ตัวอย่างไร...ตอนนั้นก็จับไข้..ได้ไปขอรับยาจากหมอเลย...ถ้ามีฝุ่นอยุ่ก็ใส่ผ้าปิดจมูกนะคะ..ช่วยได้มากเลย...พี่แดงทำบ่อย ๆ ตอนเช็ดถูบ้าน..ไม่อย่างนั้นแย่...

เรื่องนึกอะไร ๆ ได้สุดยอดนั้น..ก็..ลองสังเกตุไปเรื่อย ๆ นะคะ...มีเรื่องกลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนน้ำบนใบบัวประจำ ๆ ...(แอบอ้างสุภาษิต คำพังเพย....)..กว่าจะกลิ้งได้ก็ต้องล้มคลุกฝุ่นซะก่อนค่ะอาบัง...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 22:06 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 86




จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์

โดยปกติคนเราแม้ไม่ได้ฝึกวิปัสสนากรรมฐานก็จะมีสติสัมปชัญญะอยู่ในตัวเองระดับหนึ่ง เหมือนภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติซึ่งสติตัวนี้เองที่ทำให้เจ้ากรรมนายเวรทำอะไรได้ไม่ถนัด แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดความประมาทหรือสติหาย เช่นดื่มสุรา ติดยาเสพติด เมื่อนั้นเจ้ากรรมนายเวรจะฉวยโอกาสทันที เข้าทำนองผีซ้ำกรรมชัด .....

การให้ทาน รักษาศีล การเจริญภาวนา เป็นหลักใหญ่ของการทำกุศลเพื่อหลุดพ้นบ่วงกรรม แต่กุศลที่เกิดแก่ตัวเรามากที่สุด ขจัดกิเลสได้มากที่สุด และเป็นหนทางแห่งการหลุดพ้นที่แท้จริงมาจาก ภาวนา และต้องเป็นบุญกิริยาแบบวิปัสสนาภาวนา เท่านั้น เพราะวิปัสสนาจะช่วยเจริญสติสัมปชัญญะและสกัดวิบากกรรมได้ดีที่สุด การทำทาน การรักษาศีล ผลที่ได้จะมาทางอ้อม ซึ่งใช้สกัดรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสไม่ทน แต่การเจริญวิปัสสนาเป็นการฝึกตนเพื่อต่อสู้กับเจ้ากรรมนายเวรโดยตรงเป็นกรรมที่เหนือกรรม เป็นกรรมฝ่ายธรรมะที่สามารถหยุดยั้งกรรมฝ่ายอธรรมไม่ให้ส่งผลได้





จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 22:14 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 87



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์


ตามปกติคนเราแม้ไม่เคยฝึกสติก็ต้องมีช่วงเวลาที่ไม่รับรู้อารมณ์ทั้งหกทวารเช่น ตอนนอนหลับลึกไม่มีการฝัน ขณะนั้นไม่มีดวงจิตรับอารมณ์ใด ๆ เกิดขึ้นดูเหมือนราวกับว่าตัวเราหายไปจากโลกนี้ แท้จริงแล้วไม่มีการหาย แม้จะเสียชีวิตขณะที่นอนหลับลึกก็ตาม เพราะขณะนั้นจะมีจิตตัวหนึ่งที่เรียกว่า ภวังคจิต เกิดขึ้น ภวังคจิตเป็นที่เก็บสะสมผลกรรมที่ได้ทำมาทั้งหมดหลายภพหลายชาติ ถ้าเราเสียชีวิตขณะหลับลึกอย่างกะทันหัน ภวังคจิตจะทำหน้าที่เคลื่อนย้ายภพชาติ โดยเปลี่ยนเป็นจุติจิตทันที แต่ถ้าเราไม่เสียชีวิต ตื่นขึ้นมาภวังคจิตเดิมก็ยังคงอยู่เพื่อรักษาภพชาติเดิม

ในแต่ละวันจะมีดวงจิตผุดขึ้นมารับอารมณ์ทางทวารหกสืบเนื่องต่อกันไป(วิถีจิต)เป็น ภวังคจิต วิถีจิต ภวังคจิต วิถีจิต ...เมื่อใดไม่มีจิตรับอารมณ์ ภวังคจิตก็จะเกิดขึ้นเพื่อรักษาสภาพ ดังนั้นช่วงกลางวันภวังคจิตจะเกิดน้อยแต่ช่วงนอนหลับภวังคจิตจะเกิดบ่อยและนานขึ้น



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 22:18 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 88
ขอต่อเรื่องอาหารนิดหน่อยครับพี่แดง...
เมื่อช่วงบ่ายๆก็นึกถึงของอาหารอย่างนึง.คือไข่เจียวร้อนๆกับผักบุ้งไฟแดง และน้ำพริกกะปิ.....ขอย้ำน้ำพริกกะปิ..และถ้ามียอดกฐิน+แตงกวา+ผักอะไรก็ได้ที่เด็ดเอาจากตามต้นไม้(ที่ทานได้นะครับ)...แหม่.เอามาทานกับข้าวสวยร้อนๆนี่...มันอร่อยมากก++..เรื่องแกงเผ็ดผมทานได้นะพี่แดง..พวกแกงเขียวหวานไก่,แกงปลา,แกงอะไรก็ได้ที่ยกเว้นแกงเนื้อผมทานไม่เป็นเลย..นอกนั้นทานได้ครับ......แต่โดยปกติบางทีไปที่ร้านข้าวจะบอกว่าเอาแกงเขียวหวานไก่ร้อนๆ.ใส่ไข่ดาว ราดข้าวร้อนๆครับ...อุแหม่...อร่อยไปหมดละตอนนี้....
//ส่วนเรื่องไอ นี่ผมเป็นมา3อาทิตย์แล้วครับพี่แดง..ทานยาไป2ชุดแล้ว ต่อชุดที่3..ก็ได้แต่คิดว่าอาการทางร่างกายทุกอย่างควรจะดีขึ้นๆแล้วล่ะครับ อิอิ ให้พรตัวเองซะ.........//
ใกล้สิ้นปีแล้ว..เดี๋ยวขึ้นปีใหม่พี่แดงถ้าจะมีงานทำบุญที่ไหนที่สกลนครกับหลวงปู่ หลวงพ่อองค์ไหนบอกบุญผมด้วย..ผมอยากส่งปัจจัยไปร่วมทำบุญกับหลวงปู่ หลวงพ่อที่สกลนครครับ....หาโอกาสทำให้ได้ล่ะครับ...สสสสสสาธธธธธธธุ

จาก: อาบัง
วันที่: 22/12/51 - 22:22 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 89



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์


ภวังคจิตจะทำหน้าที่เก็บอารมณ์ก่อนตายเมื่อชาติภพที่แล้วไว้ และอารมณ์ก่อนตายนี่เองที่จะเป็นตัวส่งให้ภวังคจิตเปลี่ยนเป็นจุติจิต เพื่อเคลื่อนย้ายภพชาติไปสู่ชาติภพใหม่ แน่นอนว่าอารมณ์ก่อนตายของชาติภพปัจจุบันย่อมไม่เหมือนชาติภพที่แล้ว จุติจิตดวงใหม่จะทำหน้าที่เก็บอารมณ์ก่อนตายใหม่เพื่อส่งไปเกิดเป็นปฏิสนธิจิตในชาติภพต่อไป ผู้ที่ปฏิบัติกรรมฐานจนเข้าสู่ภวังคจิตด้วยสติสัมปชัญญะจะสมารถรับรู้อารมณ์ก่อนตายของชาติภพก่อนได้ เพราะข้อมูลเหล่านั้นถูกเก็บไว้ที่ภวังคจิต

จุติจิตเป็นจิตสุดท้ายแห่งปัจจุบันภพ ในช่วงเวลาดำรงชีวิตจิตขอเรามีการเกิดดับ เกิดดับเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน แต่สรุปสุดท้ายจะจบลงด้วยจุติจิตโดยมีแรงส่งจากอารมณ์สุดท้ายก่อนขาดใจตาย (อารมณ์สุดท้ายก่อนขาดใจตายขึ้นอยู่กับ กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ และคตินิมิตอารมณ์ ) หลังจากนั้นจุติจิตจะดับลงอย่างรวดเร็ว ส่งพลังกรรมและผลรวมของประสบการณ์ในชาตินี้ไปก่อให้เกิดจิตดวงใหม่ขึ้นในร่างกายใหม่ของชาติใหม่ เรียกว่าปฏิสนธิจิต

จุติจิตที่ดับในชาตินี้กับปฏิสนธิจิตที่เกิดใหม่ในชาติหน้าจึงไม่ใช่ดวงเดียวกันเพราะจุติจิตดับไปแล้ว เหลือแต่เพียงพลังกรรมที่ถูกส่งทอดไปเป็นมรดกที่ปฏิสนธิจิตเก็บรักษาต่อไป (เหมือนกับเราส่งแฟกซ์จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง พลังงานไฟฟ้าที่ถ่ายทอดจะทำให้ข้อมูลในกระดาษทั้งสองแผ่นเหมือนกันทุกประการ แต่ก็ถือว่าไม่ใช่แผ่นเดียวกัน) เมื่อจุติจิตดับ ปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้นทันที (เกิดใหม่ทันที)และเมื่อปฏิสนธิจิตเสร็จกิจก็จะดับไป กลายเป็นภวังคจิตในภพหน้า



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 22:25 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 90



น้ำพริกกะปิและยอดกระถิน...เพื่อนพี่แดงชาวสุโขทัยก็พาทานค่ะ...อร่อยยยย...สมัยเรื่อนที่แถว ๆ ศาลายาจะมีคูน้ำมีดอกโสน...เพื่อนชาวสุโขทัยคนเดิมนะคะ..ก็พาหัดทานไข่เจียวดอกโสนค่ะ...อร่อยยย...ทานกับน้ำพริกกะปิ....

เรื่องบุญพี่แดงจะบอกค่ะอาบังถ้าได้ข่าว...เล่าถึงที่ที่พี่แดงเคยไปบวชชีพราห์มนะคะ..เป็นวัดที่ดูดี..เพราะว่า..เช่นฝั่งแม่ชีนะคะ..เป็นคล้ายบ้านหลังเล็ก ๆ ..(พี่แดงนึกถึงว่าคล้ายบ้านในรีสอร์ท..เพียงแต่ไม่หรูหราแบบนั้น...)....ถามคุณแม่ชีท่านเล่าว่า..ส่วนใหญ่จะเป็นชาวกทม.มาสร้างไว้...เห็นแล้วก็ตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก...ชาวกทม.ใจบุญมาก ๆ ค่ะ อาบังก็เช่นเดียวกัน...ชาวภาคกลางมีสิ่งที่ดี ๆ หลายอย่างนะคะ...ผู้คนที่นั่นอาจจะอยู่ไกล้เกินไปจึงอาจจะมองไม่เห็น...แต่พี่แดงเป็นคนถิ่นอื่นพี่แดงเห็นหลายอย่าง....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 22:42 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 91



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์


สรุปได้ว่า ภวังคจิตก็คือจิตชนิดเดียวกับจุติจิตหรือปฏิสนธิจิต แต่เกิดในระหว่างมีชีวิตอยู่ แต่ภวังคจิตดวงแรกที่เกิดในภพเรียกว่า ปฏิสนธิจิต และภวังคจิตดวงสุดท้ายในภพเรียกว่า จุติจิต ภวังคจิตที่เกิดระหว่างมีชีวิตอยู่..เกิดนับครั้งไม่ถ้วน สลับกันกับจิตรับอารมณ์(วิถีจิต)มีคำถามว่า ถ้าภวังคจิตเหมือนกับจุติจิต แล้วทำไมตอนเสียชีวิตภวังคจิตจึงไม่ไปเกดเป็นปฏิสนธิจิต (จิตในภพชาติใหม่) เสียเอง ทำไมต้องมาเปลี่ยนเป็นจุติจิต

คำตอบก็คือว่า ภวังคจิตไม่ใช่จิตรับอารมณ์ แต่ก่อนเสียชีวิตจะมีอารมณ์ก่อนตาย(นิมิต)เกิดขึ้น ซึ่งอารมณ์นี้สำคัญมาก เป็นตัวชี้วัดว่าจะได้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิไหน ซึ่งจุติจิตจะเข้ามารับอารมณ์ ดังนั้นถ้าภวังคจิตเป็นตัวกำหนดการเกิดเสียเองจะขาดพลังส่งในการสร้างปฏิสนธิจิต หรือแม้จะไปเกิดใหม่ได้เราก็จะเกิดในภพภูมิเดียวซ้ำ ๆ กันไปชั่วกัลปาวสาน เพราะไม่มีนิมิตอารมณ์นำทาง

ในบางครั้งคนเราก็เสียชีวิตในช่วงของวิถีจิต เช่น ขณะดูโทรทัศน์อยู่แล้วเกิดหัวใจวายตายกะทันหัน ขณะนั้นไม่ได้อยู่ในช่วงของภวังคจิต การเสียชีวิตในขณะนั้น วิถีจิตจะเปลี่ยนเป็นจุติจิตทันทีได้เหมือนกัน

กระบวนการเปลี่ยนจากภวังคจิต จุติจิต ปฏิสนธิจิตไวมาก ไวกว่าหนึ่งส่วนล้านล้านของวินาที จนเรียกได้ว่าคนเราเมื่อตายแล้วจะเกิดใหม่ทันทีโดยไม่มีช่วงเวลาใด ๆ มาคั่น


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 22:45 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 92



วันนี้คิดถึงหนังเรื่อง Lagaan..(พระเอกท่านนี้ก็ชาวมุสลิมค่ะ..อาร์มี ข่าน ...พระเอในดวงใจ....แต่ว่าเรื่องนี้เค้าแสดงเป็นชาวฮินดู...น่ารักกก..ซึ้งใจในความน่าเอ็นดูของตัวแสดงทุกตัวค่ะ...จุดที่ขนลุกอีกจุดนึง..ที่เรื่อมเชื่อมความรักสามัคคีของชาวอินเดียไว้ด้วยกันอย่างกลมเกลียวก็เมื่อครั้งเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ...จุดที่บังคับให้มหาราชาของเขา ทานเนื้อ...เพราะจริง ๆ จะทานมังสาวิรัต..และประทับใจหลาย ๆ จุดในหนังค่ะ...)
นางเอก เกรซี่ ซิง...เธอมีเอกลักษณ์การเต้นเฉพาะตัวที่มีเสน่ห์อ่อนหวานค่ะ...

Lagaan

http://www.youtube.com/watch?v=liYN22ANJ9Q

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/12/51 - 23:21 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 93



มา เมอรรี่คริสมาสต์กับพี่แดง ล่วงหน้า ค่ะ ถึงตรุษฝรั่ง แต่ถ้าเราจะส่งมอบความสุข ความปรารถนาที่ดีต่อกัน จะตรุษไหนๆ ก็มีใจให้กันเสมอ

จาก: suta_kung
วันที่: 22/12/51 - 23:59 น.
IP Address: 61.91.163.xx
ความคิดเห็นที่ 94



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์



นอกจากนิมิตอารมณ์ก่อนตายจะเป็นพลังในการส่งไปเกิดใหม่ตามภพภูมิต่าง ๆ แล้ว พลังที่สำคัญที่สุดซึ่งทำให้การเกิดใหม่ประสบความสำเร็จคือพลังจาก ชนกกรรม พลังจากชนกกรรมก็เป็นส่วนที่ทำให้เกิดนิมิตก่อนตาย ดังนั้นเราจึงฝืนกรรมไม่ได้ บางคนบอกว่าทำชั่วมาทั้งชีวิต แล้วก่อนตายค่อยคิดดีเพื่อให้เกิดนิมิตดี ๆ จะได้ไปเกิดภพภูมิที่ดี ๆ ในความเป็นจริงแล้วทำไม่ได้ เพราะพลังแห่งชนกกรรม จะคอยกำหนดลักษณะของนิมิต

พลังแห่งชนกกรรมทำหน้าที่ยังปฏิสนธิให้บังเกิดขึ้น คือเป็นพนักงานตกแต่งปฏิสนธิให้เกิดขึ้น และเมื่อสัตว์ทั้งหลายเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีอวัยวะน้อยใหญ่เกิดขึ้นตามสมควรแก่สัตว์นั้น ๆ พร้อมทั้งมีการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรู้รส การสัมผัส และการรักษาภพ (ภวังค์) เกิดขึ้นตามสมควร เหล่านี้ย่อมเป็นไปด้วยอำนาจแห่งชนกกรรม

ถ้าพลังแห่งชนกกรรมและรูปใหม่ที่เกิดไม่สมดุลเหมาะสมกัน แม้จะเกิดปฏิสนธิขึ้นก็ไมสามารถสร้างรูปได้สมบูรณ์ ไม่สมารถรักษาภพนั้นได้ ก็จะเกิดจุติจิตขึ้นอีกครั้งเพื่อไปหาที่เกิดใหม่ ดังที่เราเรียกว่าอาการแท้ง



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 23/12/51 - 0:06 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 95



ขอบคุณมากค่ะน้องกุ้ง...คิดถึงน้องกุ้งค่ะ...ที่ยังไม่ไปทักทายเพราะว่า...เดี๋ยวน้องกุ้งจะหายไป....

เมอรรี่คริสมาสต์ เช่นเดียวกัน...พี่อิทคะ..น้องกุ้งแวะมาตรุษฝรั่ง...

พี่แดงแนะนำสมาชิกใหม่ไทยฟิล์มนะคะ...คุณแว่น ..และอาบัง...อาบังกะคุณแว่นก็รักและชื่นชมหนังจีนค่ะ...

และน้องกุ้งยอดฝีมืออีกท่านเรื่องหนังจีนค่ะ...อาบัง และคุณแว่นลองถามดูได้เลยยยย..ไม่มีตกหล่น

น้องกุ้งมีพระเอกชาวอินเดียในดวงใจเป็น..น่าจะ..ชาวมุสลิมทั้งสองท่านเลยค่ะแต่ต้องลองค้นก่อน...แค่ดูนามสกุล.....ชื่อพระเอก อาฟตาฟ ซิฟดาซานิ...และพระเอกซาเยด ข่าน...(ท่านนี้มีรูปตามความคิดเห็นที่ 55


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 23/12/51 - 0:17 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 96
อ๋อ..กุ้ง....ผมรู้จักครับพี่แดง...ที่ตัวงอๆ.สีแดงๆ.มีขาเยอะๆ...
ไม่ใช่หรอกล้อกุ้งเล่นนะครับ...สวัสดีจ๊ะกุ้ง..ต่อไปต้องเรียกว่าพี่กุ้งใช่มั้ยฮับบ...ผมอาวุโสน้อย ขอคาราวะฮับบบ

จาก: อาบัง
วันที่: 23/12/51 - 22:55 น.
IP Address: 202.57.171.xx
ความคิดเห็นที่ 97
พี่แดงแนะนำกระทุ้น้องกุ้งตามนี้นะคะ..อาบัง..

เอ..ใครน๊าจะอาวุโสน้อย กว่าใคร...อ่านแล้วก็นึกถึงคำต่าง เวลาดูหนังจีนค่ะ...

:))กระทู้รวมมิตรละครจีน..ไม่จำกัดค่าย..ไร้กาลเวลา.. เฮฮา.. กันได้ที่นี่:))ภาค7
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4884&page=3&keyword=

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 24/12/51 - 12:45 น.
IP Address: 61.19.29.xx
ความคิดเห็นที่ 98
..... แวะมาส่งความสุขตรุษฝรั่งให้คุณแดง
คุณอิท และ คุณกุ้ง
เข้ามาอ่านหาความรู้ แบบเงียบๆ เสมอๆ
ไม่ค่อยได้ทักทาย คงไม่ว่ากันนะครับ
ขอให้มีความสุข ครับ .

จาก: พักรบ
วันที่: 24/12/51 - 13:00 น.
IP Address: 119.31.69.xx
ความคิดเห็นที่ 99
ขอส่งความสุขตรุษฝรั่ง ตรุษไทย ตรุษแขก (ไม่ไหร่หว่า) ยัน ตรุษจีน
ให้ทุกท่าน happy
เจริญดีเหลือหลาย
กงสี่ฟาไฉ (แปลว่า ค้าขายร่ำรวย)
ทำสิ่งใดๆ ให้ Khushee (ภาษาฮินดีแปลว่า มีความสุข ค้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะนะเนี่ย!!!)

ชโย.....โห่........ฮิ๊วววววววว........ (ไทยร้อง)
ตึ๋ง....ดึ๊ด..... ตึ๋ง....ดึ๊ด..... (แขกเต้น)
ตะลุ่งตุ้งแช่.....ผ่างๆๆๆๆๆๆ ...(จีนฉลอง)
เฮลาลูย่า......(ฝรั่งร้องมั่ง)

จาก: อิท
วันที่: 24/12/51 - 13:46 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 100
สวัสดีค่ะคุณพักรบ..แดงก็แวะไปที่กระทู้มิตรประจำค่ะ...

แนะนำอาบังและคุณแว่น..ว่า..คุณพักรบเป็นแฟนพันธุ์แท้คุณมิตรชัยบัญชา พระเอกในดวงใจพี่แดงค่ะ...ปัจจุบัน..คุณพักรบเปิดกระทู้ชื่อ..

"มิตร ของ ดาวดินฯ"(รวมภาพถ่ายฯ)
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4735&page=1&keyword=


*******
และกระทู้เกียวกับคุณมิตรอีกหลายกระทู้...

และที่น่าทึงก็นวนิยายเกี่ยวกับชีวิตและความรักของพระเอกมิตร ชัยบัญชาค่ะ...พี่แดง..ยังไม่เคยอ่านนวนิยายที่ใครเขียนแล้วให้ความรู้สึกที่เป็นความจริงที่ลุ่มลึกได้เหมือนที่คุรพักรบเขียน จาก เรื่องนี้เลยค่ะ....ลองเข้าไปค้นอ่านดูนะคะ..อาบัง...คุณแว่น...และนวิยายมีออกมาเป็นทั้ง CD และหนังสือ.....รายได้ทั้งหมดมอบให้กับมูลนิธิหนังไทยฯ

ตามนี้นะคะ..

ดาวดิน " THE STAR ON EARTH.. ราชาหนังไทยกำลังจะกลับมา.....
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=2512&page=1&keyword=ราชาหนังไทย

เริ่มนวนิยาย ดาวดินปาฏิหารย์รัก ลิขิต แห่งหัวใจ...คห. 9...ค่ะ..

และ...ต่อเนื่องที่..

ดาวดิน " หน้า ๔ ราชาหนังไทย กำลังกลับมา
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3111&page=1&keyword=ราชาหนังไทย

อวสาน..ความคิดเห็นที่ 78....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 24/12/51 - 23:21 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 101



ความคิดเห็นที่ 99...ขอบคุณค่ะพี่อิท...และค้นเพลง Aye re Aye re Khushi-Khushi....เพลงจากหนังนางเอกหมายเลขหนึ่งในดวงใจค่ะ..นางเอกการีน่า กาปู

http://www.youtube.com/watch?v=OIZGQT1lWnA&feature=related



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 24/12/51 - 23:29 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 102



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์

แม้บางครั้งเราก็อาจรู้สึกโกรธหรือเศร้าได้โดยไม่ต้องมีสิ่งเร้าจากภายนอก หรือในยามฝันที่เรารู้สึกมีอารมณ์โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ นั่นแสดงว่าเกิดพลังแห่งกรรมอันแรงกล้าที่จะทำให้เจตสิกก่อตัวเป็นจิตเพื่อรับอารมณ์ ถ้าพลังภายในมีมากพอก็จะเกิดกระบวนการย้อนกลับ นั่นคือเกิดเวทนามาจากภายในไม่ใช่เกิดเวทนามาจากผัสสะ เพราะขณะฝันไม่มีการสัมผัสใด ๆจากภายนอกเลย

นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาความลับของการฝันมานับร้อยปีจนถึงปัจจุบันก็ยังสรุปถึงกลไกในการันจริง ๆ ไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร ถ้านักวิทยาศาสตร์ละทิ้งการค้นหาทางกายภาพอย่างสมอง แล้วหันมาศึกษาในเรื่องจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเจตสิก

เชื่อแน่ว่านักวิทยาศาสตร์จะถอดความเร้นลับของกระบวนการฝันออกมาได้อย่างละเอียด เช่นเดียวกับครั้งหนึ่งที่พระพุทธองค์ตรัสถึงเรื่องปรมาณูเรื่องของการยืดหดของเวลา และไอน์สไตน์มาค้นพบจากทฤษฎีสัมพัทธภาพได้ในสองพันกว่าปีต่อมา

ซึ่งถ้านักวิทยาศาสตร์ไม่ใช้การค้นพบทางพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานในการต่อยอดค้นคว้าเกี่ยวกับจิต เชื่อแน่ว่ากว่านักวิทยาศาสตร์จะเข้าใจเรื่องของจิตอย่างถ่องแท้ด้วยตัวเองอาจต้องใช้เวลาไปอีกสองสามพันปีเช่นกัน หรืออาจจะไม่พบเลยก็ได้ ถ้าโลกไม่มีนักวิทยาศาสตร์อภิมหาอัจฉริยะแบบอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


จิตและเจตสิกเป็นธรรมชาติฝ่ายรู้ของมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นคว้าวิจัยพัฒนาก็เพื่อจะผลิตเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาสนองจิตของมนุษย์ ตัวรับรู้วิทยาศาสตร์คือจิต (แม้วิทยาศาสตร์จะอ้างว่าตัวรับรู้คือประสาทสัมผัสทั้งห้า แต่ในที่สุดตัวรับรู้สุดท้ายที่ประมวลผลก็คือจิต ) ในเมื่อวิทยาศาสตร์ถูกรู้โดยจิต ถ้าวิทยาศาสตร์จะพัฒนาจนถึงที่สุดได้ก็ต้องรู้ตัวจิตที่มารับรู้วิทยาศาสตร์ด้วย

ชีวิตของคนเรามีทางเลือกและการตัดสินใจมากมายเกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น จะอยู่ที่ไหน จะแต่งงานกับใคร จะเรียนอะไร ทำงานแบบไหน ฯลฯ การตัดสินใจทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 24/12/51 - 23:41 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 103




จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์


เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ถ้าเราตัดสินใจอะไรบางอย่างในอดีตเป็นอีกแบบจะเกิดอะไรขึ้น

เรามีสิทธิที่จะคิดย้อนกลับว่าน่าตัดสินใจเป็นอีกแบบ แต่ในความเป็นจริงทำไม่ได้ เพราะการตัดสินใจเป็นเรื่องของความรู้สึก จิตวิญญาณ พลังแห่งกรรมในขณะนั้น ทำให้เกิดเจตสิกและดวงจิตขึ้นมารับอารมณ์ความรู้สึกที่ทำให้เกิดการตัดสินใจแบบนั้น ไม่ว่าจะย้อนอดีตไปสักกี่ครั้ง ถากรรมเก่ายังไม่หมดก็จะตัดสินใจแบบเดิม

ในทางฟิสิกส์ควอนตัมอธิบายว่า การตัดสินใจของมนุษย์ไม่ได้เกิดจากตัวมนุษย์เอง แต่เป็นเรื่องของระดับอนุภาคที่เล็กที่สุด และจำนวนความน่าจะเป็นของการตัดสินใจใด ๆ ของมนุษย์จะเป็นไปได้กี่ทาง ล้วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับจำนวนและลักษณะของอนุภาคที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในจักรวาล

ควอนตัมอธิบายว่า ในหนึ่งวินาทีจะเกิดจักรวาลคู่ขนานขึ้นมากมายจำนวนนับไม่ถ้วน เพราะมีโอกาสเกิดขึ้นได้หลายทาง ทุกครั้งที่เราตัดสินใจจะมีจักวาลคู่ขนานเกิดขึ้นมาเสมอ หากเราตัดสินใจอะไรไปแล้ว เราก็จะอยู่ในจักรวาลหนึ่ง และจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจักรวาลคู่ขนานที่สร้างขึ้นมาจะเป็นอย่างไร เช่นถ้าเราแต่งงานกับแฟนคนนี้ เราก็จะไม่มีทางรู้เลยว่า ถ้าเกิดเราเลือกแต่งกับอีกคน อนาคตจะเป็นอย่างไร
ในความเป็นจริงจักรวาลคู่ขนานนั้นเกิดขึ้นแล้ว แต่เราไม่สามารถรับรู้ได้

ในอนาคต หากนักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างเครื่องย้อนเวลาได้ถ้าเด็กหนุ่มคนหนึ่งย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขไม่ให้พ่อและแม่แต่งงานกันแล้วให้กำเนิดบุตรเป็นตัวเขา คำถามก็คือ ถ้าตัวเขาไม่เกิดมาบนโลก ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แล้วเขาจะย้อนเวลากลับไปทำให้พ่อกับแม่ไม่แต่งงานกันได้อย่างไร



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 24/12/51 - 23:48 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 104



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์

ควอนตัมให้คำตอบว่า การย้อนเวลาของเด็กหนุ่มคนนั้นจะไปสร้างจักรวาลคู่ขนานขึ้น ที่ดำเนินเรื่องราวใหม่ ในจักรวาลนั้น คือพ่อกับแม่ไม่ได้แต่งงานกัน และในจักรวาลใหม่นั้นก็จะไม่มีตัวเขาเกิดขึ้น ในขณะที่จักวาลเดิมคือพ่อและแม่แต่งงานกันและมีตัวเขาเกิดขึ้นในขณะที่จักรวาลเดิมคือพ่อและแม่แต่งงานกันและมีตัวเขาเกิดขึ้นทั้งสองจักรวาลนี้เกิดเป็นคู้ขนานกันไป ไม่มีวันจะบรรจบกัน และไม่มีทางที่มนุษย์ในจักวาลหนึ่งจะข้ามไปใช้ชีวิตในอีกจักรวาลหนึ่งได้ สองจักรวาลดำรงอยู่ทั้งคู่ และดำเนินไปขนานกันตามแกนเวลา

ควอนตัมมองทุกอย่างเป็นเรื่องของความน่าจะเป็น คือโอกาสที่สามารถเกิดเหตุการณ์หนึ่ง ๆ เป็นไปได้กี่ทาง และสรุปว่าจักรวาลคู่ขนานมีได้เป็นได้ตามจำนวนนั้น

วิทยาศาสตร์ควอนตัมพยายามจะโยงเรื่องอิทธิพลของอนุภาคในจักรวาลที่มีผลทำให้เกิดเหตุการณ์หนึ่ง หรือตัดสินใจแบบใดแบบหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่ากลไกการทำงานในระดับอนุภาคเป็นอย่างไร แม้ว่าทางควอนตัมจะตั้งชื่ออนุภาคแปลก ๆ ขึ้นมาเพื่อใช้อ้างอิง แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้

ถ้ามองในทางพุทธศาสนา การตัดสินใจของมนุษย์เป็นไปตามกฎแห่งกรรม การที่คนเราได้แต่งงานกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นเรื่องของพลังแห่งกรรมที่ทั้งคู่ได้ทำร่วมกันมา ก่อให้เกิดเจตสิกและดวงจิตที่รักใคร่ชอบพอ

ตามกฎแห่งกรรมทั้งคู่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกันได้ ต้องมาเป็นคู่กรรมกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะถูกขัดขวางจากอำนาจภายนอกใด ๆ ดังนั้นจักรวาลที่เกิดขึ้นมีเพียงจักวาลเดียว คือทั้งคู่ได้แต่งงานกัน

ดังนั้นถ้ามีการย้อนเวลาจริง ในทางพุทธศาสนามองว่าคนที่ย้อนเวลาจะไม่สมารถกลับไปเปลี่ยนอดีตได้ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรพ่อกับแม่ก็ต้องได้แต่งงานกัน และกำเนิดขึ้นมาเป็นตัวเขา

นักวิทยาศาสตร์ควอนตัมก็คิดเช่นนั้น จึงพยายามอธิบายว่าอิทธิพลของอนุภาคที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในจักรวาลมีผลทำให้เกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง

แต่เป็นเรื่องที่ลึกลับและซับซ้อนเกินไป ที่ควอนตัมจะพิสูจน์ได้ ก็เลยสรุปออกมาว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นตามกฎของควาน่าจะเป็น


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/12/51 - 0:04 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 105



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์



ถ้าในอนาคตมีนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะแบบอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์เกิดขึ้นอีก เชื่อว่าทฤษฎีใหม่ที่ค้นพบจะเข้าใกล้ความเป็นจริงที่พระพุทธองค์ค้นพบ และสามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความบังเอิญตามทฤษฎีความน่าจะเป็น แต่มีพลังอย่างหนึ่งไปทำให้มันเป็นแบบนั้น นั่นก็คือพลังแห่งกรรมนั่นเอง

แต่ตราบใดที่นักวิทยาศาสตร์ยังละเลยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับจิต ก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจกฎแห่งกรรมได้

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เองก็รู้ ในบั้นปลายชีวิตเขาจึงพยายามหันมาศึกษาเรื่องจิต วิญญาณ น่าเสียดายที่เสียชีวิตก่อนที่จะได้ค้นพบอะไร

แต่ก็ทิ้งประโยคอมตะไว้ให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังได้พยายามศึกษาต่อว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่ในโลกนี้ บางครั้งอยู่สุดเอื้อมของการพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากความหลากหลายของปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เพราะการขาดระเบียบในธรรมชาติแต่ประการใด

ตามมาด้วยประโยคที่เขากล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าที่ประชุมใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์โลก มีใจความว่า ...ภารกิจอันสำคัญยิ่งของนักฟิสิกส์ก็คือ การแสวงหากฎหรือทฤษฎีที่ตรงกับความเป็นจริงแห่งสากลมากยิ่งขึ้น มันไม่มีวิธีการทางคำนวณหรือตรรกศาสตร์ใด ๆ ที่จะนำไปสู่กฎหรือทฤษฎีสากลเช่นที่ว่านี้ได้ นอกเสียจากการหยั่งรู้ของจิตเท่านั้น ซึ่งมีพื้นฐานคล้าย ๆ กับพุทธิปัญญาญาณ

โลกและชีวิตที่เราเห็นก็คือการรับรู้อารมณ์ด้วยจิต ไม่มีอะไรนอกเหนือไปกว่านั้น

การเกิดดับของจิตที่เกิดอย่างต่อเนื่องไปตามคาบแห่งเวลาทำให้เราเห็นโลกอย่างที่เห็น ทำให้เรามีชีวิตอย่างที่เป็น

แต่จากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิสูจน์แล้วว่าเวลาไม่มีอยู่จริง มันสามารถยืดยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หรือหดตัวลงเป็นเพียงช่วงเล็ก ๆ แล้วหายไปเลยก็ได้

ในเมื่อเวลาไม่มีอยู่จริง การเกิดดับของจิตก็ไม่มีอยู่จริง เพียงแต่ในมิติของโลกซึ่งมีการไหลเลื่อนของเวลาทำให้จิตเกิดการเกิดดับเป็นสายรับรู้รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส เกิดอารมณ์ต่าง ๆ ได้มากมาย เราจึงรู้สึกว่ามีโลกและชีวิตเกิดขึ้นเมื่อใดเราพบกับความจริงแท้ของปัจจุบันขณะแห่งเวลา เหมือนเวลาหยุด เราจะพบว่าทุกอย่างเป็นอนัตตา ไม่มีการเกิด ไม่มีการดับ ชีวิต โลก และเวลาคือสิ่งเดียวกัน

จิตเป็นสิ่งเหนือโลกกายภาพ ดังนั้นจิตจึงไม่อยู่ในกรอบของมิติเวลา ยกตัวอย่างเช่น การตายทำให้เกิดจุติจิตขึ้น และเมื่อไปเกิดใหม่จิตก็จะไปถึงที่นั่นได้ทันทีโดยไม่มีการสูญเสียเวลาแม้แต่น้อยเพราะจิตอยู่เหนือมิติที่ 4 ไม่ตกอยู่ในเงื่อนไขสมมติบัญญัติของกาล - อวกาศ แม้คนนั้นจะตายที่ออสเตรเลียและไปเกิดใหม่ที่อะแลสกา การเกิดก็จะสืบเนื่องทันทีหลังจากที่มีการตาย และไปเกิดใหม่ในร่างใหม่ได้ทันที ไม่ต้องมีช่วงเวลาใดมาคั่นเลย การสามารถไขความลับแห่งเวลาเป็นการค้นพบความลึกล้ำมหัศจรรย์ของความจริงแท้แห่งจักรวาล



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/12/51 - 13:02 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 106
คุณแดง ชอบเพลงแบบไหนครับ แนวสากล แนวสตริง แนวลูกทุ่ง
ส่วนผมชอบแนวลูกทุ่ง และแนวสตริงวัยรุ่นเพลงที่กำลังฮิตครับ
ในอดีตผมชอบเพลงสตริงหลายวงน่ะครับ เช่น วงอ๊อดคีรีบูน ฟรุตตี้
บรั่นดี สาว สาว สาว คาราบาวในยุคนั้น ครับและ้เพลงลูกทุ่ง สุรพลสายัณห์ ยอดรัก เป็นต้นครับ และสมัยนี้ วงบีทูบี และอื่นๆ
ที่ำกำลังฮิตครับ เป็นบางเพลงครับ ขอบคุณ





จาก: แว่น
วันที่: 25/12/51 - 13:45 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 107
คุณแว่นพาแดงนึกถึงเรื่องเดิม ๆ ได้เสมอเลยนะคะ...มีอยู่สิ่งหนึ่งที่แดงจำได้แม่นที่สุดในใจ...นึกถึงเสมอ ๆ ว่า....แดงจำความ(จำความภาษาอิสานค่ะ...ภาษากลางก็เป็นว่าจำเรื่องราวเริ่มต้น...ความจำเริ่มต้น...)ได้อายุเท่าไหร่...เล่าให้พ่อกับแม่ฟังถึงว่าเห็นภาพเมื่อจำความได้นั้นเสมอ ๆ ...พ่อแม่ก็ทึ่งจังงงงง...ชื่นชมว่าลูกสาวจำได้แม้อายุจะน้อยนิดขนาดนั้นนน....

เล่าถึงการฟังเพลงของแดงก่อนนะคะคุณแว่น....

จริง ๆ แล้วแดงฟังเพลงไม่ค่อยจบเพลงค่ะ...ยกเว้นเพลงบางเพลงที่ดึงความสนใจได้แจ่มแจ๋ว..จึงจะฟังจบและฟังนานหน่อย...ชอบอ่านหนังสือค่ะ..เมื่อเวลาว่าง ๆ จากงานบ้าน...แล้วก็มีเรื่องเล่าว่า...ญาติผู้หญิงฝ่ายพ่อ..เค้ามาเล่าตอนแดงเด็ก ๆ เพิ่งเข้าโรงเรียน...ว่า..เค้าฟังละครวิทยุแล้วร้องให้ตามนางเอกเวลานางเอกโดนรังแก.....(ครอบครัวเราก็เพิ่งย้ายจากมหาสารคามมาอยู่ที่สกลได้ไม่นานนัก...การเรียนรู้ชีวิตทางด้านบ้านพ่อ...ก็พ่อก็ต้องช่วยสอนให้....พอญาติผู้หญิง..จิง ๆ ก็เป็นญาติกันในรุ่นปู่แม่ของญาติท่านนี้เป็นน้องสาวปู่...พอมารุ่นพ่อก็ห่างกันไปอีกสักหน่อย...) แดงก็ฟังว่าญาติท่านนี้รองให้ตามละครวิทยุ..อืมมม..ลองฟังสักหน่อยซิ...ฟังแล้วก็ร้องให้ตรงไหนน๊า..ร้องให้อย่างไร....ก็คือเข้าใจเรื่องราวค่ะ...ชอบฟังด้วย..เพียงแต่ไม่ได้ร้องให้แม้ละครจะเศร้า ๆ ....ก็ทราบว่าเค้าเศร้าเพราะอะไร....พ่อก็ไม่ค่อยชอบใจ...เพราะว่าเป็นละครเท่านั้น...ก็จะติงแดงว่า...ให้ฟังเพลง...ลูกสาวก็...ฟังค่ะ...แต่ว่าไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก คือฟังได้แต่ชอบแอบฟังละคร...พอพ่อมา...แดงก็หมุนไปหาคลื่นที่มีเพลง...

พ่ออธิบายประมาณว่า..เกรงว่าลูกสาวจะเป็นเหมือนญาติ....คือร้องให้เรื่องไม่จริง...คือ...ชีวิตจริงของญาติท่านนี้เป็นอาการที่มากกว่านางอิจฉาค่ะ...แบบว่าแตกฉานในวิชานางอิจฉา...แบบกู่ไม่กลับเลย...เพียงแต่เป็นคนที่มีเสน่ห์ในการพูดคุย...แต่ชอบทำร้ายใคร ๆ ด้วยคำพูด..(พ่อก็หัดให้ลูก ๆ ศึกษาคน...)...กำลังเล่าถึงว่า...ชีวิตจริงอีกแบบแล้วทำจึงร้องให้ตามนางเอกที่ถูกรังแกได้....คือ..ดวงตาก็บวมเพราะร้องให้มาจริง ๆ นะคะ...จริง ๆ แล้วแดงไม่ได้เกลียดท่านะคะ...ตอนนี้ท่านเสียชีวิตนานแล้ว..แดงยังแผ่เมตตาห้เสมอ ๆ ...แม่แดงปฏิบัติธรรมที่วัดที่บ้าน..ก็แผ่เมตตาให้ท่านเสมอ ๆ ....นั่นคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ชีวิต...ถ้าคิดดี ๆ ทุกอย่างเหมือนเป็นครู....เราสัมผัส เข้าใจ เรียนรู้ แล้วก็เก็บไว้...

ปกติจะได้ฟังเสียงพ่อร้องเพลงเองค่ะ...ชอบฟังเพลงเก่า ๆ ผ่านเสียงพ่อ...พ่อจะชอบร้องเพลงคุณสุเทพ....

แม่ก็ชอบร้องเพลงคุณดาวใจ...

ถ้าเป็นเพลงช่วงที่พ่อให้ฟังนะคะ..ก็ชอบฟังเสียงคุณยอดรัก...

***ถ้าชอบเองตอนโตสักหน่อย

ก็...เพลงคุณพรศักดิ์ ส่องแสง....
เพลงคุณกุ้งตวงสิทธิ์....เพลงคุณโจ้ บุญนาค ...เพลงคุณหนู มิเตอร์ ...****

ถ้าเป็นเพลงในหน่วยงานก็ต้องฟังตามตามๆ กันไป...ถ้าร้องได้แสบแก้วหูก็ติง ๆ กันไปประมาณว่า...คนที่ร้องเพลงนั่นเค้าเป็นอะไรของเค้า.....บางครั้งก็รำคาญค่ะ...แต่ทำอย่างไร คนชอบเค้าก็ชอบของเค้า...ติงอย่างไรเค้าก็ฟัง....เราก็ได้แต่ค้นดูซิ...มีสาระอะไรในเพลงเค้าจึงชอบฟังจัง...หมายถึงรุ่นเด็กกว่าเรา....ทัศนคตินี้ต้องปรับให้เค้าด้วยค่ะ....ถ้าได้ยินว่าพูดจาไม่ดีกับเพลงรุ่นก่อน ๆ หรือเพลงที่ชอบของคนรุ่นแดงหรือรุ่นอายุมากกว่าแดง...ก็ยกตัวอย่าศิลปะทางอินเดียเทียบห้ฟังบ้าง...ว่า...ในหนังเค้าแตกต่าง....มองเห็นความสำคัญของเรื่องราวแบบนี้ได้...เป็นหนังที่ดูได้ทุกเพศทุกวัยฯ เหมือนที่แดงเคยเล่าถึงประจำ ๆ ...

ถ้าเป็นเพลงคุณพ่อน้องยีนจะมีทุกรูปแบบเพลง..ยกเว้นเพลงทางด้านสองแย่...ไม่มี....แดงก็ได้เรียนรู้จากคุณพ่อน้องยีนมาก ๆ ..และสิ่งนึงที่แดงไม่เคยใส่ใจฟังคือเพลงเพื่อชีวิต...แต่คุณพ่อน้องยีนเปิดก็ฟังได้ค่ะแรก ๆ ก็ถอนหายใจว่าเมื่อไหร่จะจบเพลง....

ถ้าเป็นเพลงน้องยีนก็ถ้าเพลงไหนเค้าชอบ ดาราคนไหนเค้าชอบเค้าก็ให้แม่ฟังด้วย..แต่คุณแม่ก็....เช่นกันค่ะก็ต้องคอยหัเรื่องแบบนี้ให้ลูก....


แดงชอบเพลงที่เสียงร้องสื่อกับแดงได้...ค่ะคุณแว่น...ถ้าสิ่งนั้นมีเสน่ห์ทำให้รักและสนใจ..เรื่องราวต่าง ๆของเค้า ก็เริ่มค้นหาต่อได้ค่ะ...เพียงแต่ไม่ได้ค้นหาเพราะว่าสนใจแค่เสียงของเค้าที่พาเรารื่นรมกับเนื้อร้องและพาสัมผัสโลกนอกตัวด้วยศิลปะในตัวเค้าที่พาเราค้นหาเสน่ห์ในสิ่งที่เค้าเล่าถึงในเพลงเช่น ความรัก ธรรมชาติ ฯลฯ...

แต่ที่น่าแปลกใจในตัวแดงก็...เมื่อได้ดูหนังอินเดียเป็นครั้งแรกในสมัยเด็ก ๆ แดงจะชอบเวลามีเพลงและการเต้นของทางอินเดียค่ะ...แต่พ่อมักจะบอกว่าหนังอินเดียดีมากแต่ขี้เกียจรอที่เค้าเต้น....พ่อแดงมักเล่าถึงคุณมิตร ชัยบัญชาว่า..เป็นพระเอก...หลังจากไม่มีหนังคุณมิตร พ่อดูหนังไทยไม่สนุก...พ่อจะชอบดูหนังฝรั่ง...แต่ว่าลูกสาวดูหนังฝรั่งทีไรก็หลับ...พ่อจึงมักได้ดูคนเดียว....แต่พ่อชอบดูข่าวและชอบดูหนังเปาบุ้นจิ้น.ในทีวี...นอกนั้นก็ดูได้....















จาก: พัชรินทร์
วันที่: 27/12/51 - 15:34 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 108



จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์


ชีวิตเรา ๆ คือผู้ลิขิต เพียงแต่มีพลังของกรรมเก่าคอยบังคับฉุดดึงให้เรามีวิถีชีวิตเป็นไปตามที่เจ้ากรรมนายเวรต้องการ กรรมเก่าไม่สามารถลบล้างได้ด้วยการสารภาพบาป นั่นเป็นเพียงกุศโลบายที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเท่านั้น เป็นการเปลี่ยนเวทนาในทางลบให้กลับเป็นบวก แต่กิเลสตัณหา อุปาทานยังคงเดิม จึงกำจัดกรรมไม่ได้วิถีทางเดียวที่ทำได้และพระพุทธองค์ทรงค้นพบแล้ว นั่นก็คือการทำความเข้าใจกับกฎแห่งอิทัปปัจจยตาหรือปฏิจจสมุปบาท ซึ่งถือว่าเป็นกฎแห่งกรรม เป็นกฎแห่งธรรมชาติ และเป็นกฏที่สำคัญที่สุดในพระพุทธศาสนา

แน่นอนว่าถ้าเราสร้างมนุษย์หุ่นยนต์ขึ้นมาได้ มนุษย์หุ่นยนต์ไม่มีความรู้สึก ดังนั้นการดำเนินชีวิตของมนุษย์หุ่นยนต์จะเป็นไปตามกฎความน่าจะเป็น หรือถ้าซับซ้อนขึ้นมาหน่อย อย่างมากก็จะเป็นแบบทฤษฎีไร้ระเบียบ แต่จะไม่เป็นไปตามกฎแห่งกรรมอย่างแน่นอน เพราะกรรมเกิดจากความรู้สึก มนุษย์หุ่นยนต์ทุกตัวไร้ความรู้สึก จะมีอายุขัยไกล้เคียงกัน มีโอกาสบกพร่องใกล้เคียงกันเหมือนหุ่นยนต์รุ่นเดียวกัน มีรูปร่างเหมือน ๆ กัน มีศักดิ์ศรีและประสิทธิภาพเท่า ๆ กัน

แต่สำหรับมนุษย์ที่มีกิจกรรมเป็นกำเนิดจะแตกต่างกันอย่างเทียบไม่ได้ ทั้งอายุขัย โรคภัยไข้เจ็บ รูปร่างหน้าตา ยศถาบรรดาศักดิ์ ฐานะความเป็นอยู่ ชาติสกุล ความสามารถ ความเฉลียวฉลาด ฯลฯ มนุษย์พันล้านคนก็มีความแตกต่างกันไปพันล้านแบบ ความแตกต่างที่มากมายขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

พุทธศาสนาไม่เชื่อเรื่องพรหมลิขิต เรื่องอำนาจของดวงดาวอำนาจของพระเจ้า และไม่เชื่อว่าชีวิตมนุษย์จะเป็นไปตามความบังเอิญหรืออำนาจภายนอกอื่นใด นอกเสียจากอำนาจแห่งกรรมที่เราทำไว้เอง

ความบังเอิญที่เป็นความประจวบเหมาะเมื่อคิดย้อนกลับ เช่นการที่คนคนหนึ่งจะถูกรถชนต้องมาจากความบังเอิญอย่างน่ามหัศจรรย์ ถ้าคนขับรถออกจากบ้านช้าไปเพียงแค่สองสามวินาที หรือคนถูกรถชนข้ามถนนเร็วขึ้นหรือช้าลงนิด การชนก็จะไม่เกิดขึ้น การที่มนุษย์พิศวงกับความบังเอิญเช่นนี้เพราะว่าไปยึดติดกับเวลาตามนาฬิกาซึ่งเป็นเวลาสมมติ การสนองของวิบากกรรมไม่ขึ้นกับเวลาตามนาฬิกา เพราะเวลาเหล่านั้นไม่มีจริง ซึ่งทฤษฎีสัมพัทธภาพก็ได้พิสูจน์อย่างแจ่มชัดแล้ว ความสอดคล้องที่เกิดขึ้นเป็นผลของเวลาตามความรู้สึก ซึ่งสะท้อนขึ้นมาจากจิตไร้สำนึก แม้ว่าคนขับรถจะออกจากบ้านช้ากว่านั้น แต่ด้วยความใจร้อน เขามเร่งความเร็วรถการชนก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี ส่วนคนข้ามถนน ถ้าก่อนออกจากบ้านเขารู้สึกว่าวันนี้ใจคอไม่ค่อยดี ยกเลิกการเดินทางดีกว่า การชนก็จะไม่เกิดขึ้น การประจวบเหมาะของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของความรู้สึกที่สอดคล้องกัน ก็คือกรรมเก่าที่สัมพันธ์กัน ไม่ใช่เรื่องของเวลาตามนาฬิกา ถ้าเราไปยึดติดกับนาฬิกา เราจะวิเคราะห์ตีความการทำงานของวิบากกรรมผิดไป จนมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 27/12/51 - 15:42 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 109



ต่อจากความคิดเห็นที่ 108..คัดมาไม่หมด...

จากหนังสือ เกิดเพราะกรรม หรือ ความซวย ผู้แต่งทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์


การประสบพบคู่รักก็เช่นกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญและก็ไม่ใช่เรื่องของพรหมลิขิตด้วย แต่เป็นเรื่องของจิตลิขิต ซึ่งสะท้อนออกมาเป็นบุพพเพสันนิวาส ผู้ที่ฝึกสมาธิจิตจนบรรลุเข้าสู่ภาวนาปัญญาญาณจะเข้าใจถึงความลึกลับซับซ้อนในเรื่องนี้เป็นอย่างดี (จากหน้า 56 - 57 )


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 27/12/51 - 15:46 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 110
ความคิดเห็นที่ 107...เล่าตกนิดหน่อยค่ะคุณแว่น...พอดีเห็นกระทู้เกี่ยวกับคุณชรินทร์และวงนูโว.......

ฟังเพลงคุณชรินทร์จากเพื่อนคนึงเป็นผู้หญิงค่ะ...อายุมากว่าแดง 2 ปี เพลงทาสเทวี ประมาณนั้นค่ะ...ก็ชอบฟังเพราะว่าคุณ ๆ เพลงที่พ่อร้องเสมอ ๆ ...และมาเห็นคุณชรินทร์ ในทีวีค่ะ...หล่อมากกกกก...เป็นจุดที่แปลกใจค่ะว่า...คุณชรินทร์เป็นคนแก่ที่หล่อมากกกก...และก็ย้อนฟังเสียงคุณชรินทร์อีกค่ะ...ยิ่งกว่าคำว่าไพเราะแล้วหละคราวนี้...ตะกี้เห็นรูปคุณชรินทร์ที่พี่สาโรจน์ลง..ยังยิ้มตามรูปแก้มแทบปริ...(ลูกสาวชอบทักว่า..แม่ก็ยิ้มแบบนั้นหละ...ริ้วววว...เท้าเป็ก กา ไก่ จึงมีเยอะ....ฟังคำพูดลูกก็ยิ่งหัวเราะ....)

และช่งนึงที่เรียนที่กทม.จะฟังวิทยุด้วยตอนกลางคืน...ได้ยินนักจัดรายการเปิดเพลงดังช่วงนั้น..เป็นเสียงคุณก้องนูโวค่ะ...น่าจะเพลงว่า..ตำรับรักรึปล่าน๊า...นักจัดรายการเล่าถึงว่า..เป็นเพลงที่กำลังดังก้องฟ้าบางกอก....

และสักประมาณปีนี้หละ...น้อง ๆ ที่ทำงานด้วยกันเค้าเปิดเพลงหมอลำของคุณศิรพรอำไพพงษ์ค่ะ...เสียงล้ำลึก...แดงยังหยุดพิจารณาอย่างจริงจัง..ว่า..มิน่าเล่านะ..ใคร ๆ ก็ชอบเสียงคุณศิริพร...ลึกซึ้งว่งซึมผ่านตามกระดูกสันหลัง...เป็นอาการแบบนั้นจริงๆ ...

และตอนสมัยเรียน...จนถึงปัจจุบันก็ชอบเสียงคุณแอ๊ด คาราบาวค่ะ...ชอบแม้กระทั่งกริยาท่าทาง...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 27/12/51 - 21:04 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 111



พระเอกในดวงใจของแดงค่ะ..ชาวมุสลิมค่ะ..Aamir khan ...ความคิดเห็นที่ 92...ที่แสดงเป็นพระเอกเรื่อง Lagaan...ความหมายว่า....ส่วย....สมัยนั้นเป็นเมืองขึ้นอังกฤษ ชาวอินเดียต้องส่งส่วย และก็แห้งแล้ง ด้วยในปีนั้น ชาวอังกฤษก็บีบบังคับ...ด้วยเพราะเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า..และเพราะนายทหารอังกฤษท่านนั้นเป็นคนไม่มีความเป็นธรรม.ทำอะไรก็ทำ...จุดเชื่อมใจ..ก็...ที่บังคับให้มหาราชาของเค้าทานเนื้อ..ทั้ง ๆ ที่ฮินดูทานมังสาวิรัต..เรื่อง Lagaan...เค้าแสดงเป็นชาวฮินดู....เป็นเรื่องที่พื้น ๆ ธรรมดา ๆ ตามสภาพท้องถิ่นพื้นเมืองในหนัง... แต่มีพลังมาก ๆ เพราะการแสดง.....ไม่ว่าทางอินเดียจะทำหนังชนชั้นไหน ๆ ก็น่าดูค่ะ...เพราะอารมณ์ระดับเดียวกันเสมอ ๆ ธรรมดา ๆ เข้าถึงจิตใจคนดูได้ง่าย ๆ และงดงาม.... ....
....


Mini Biography
Aamir khan was born on March 14 1965 in Holy Family Hospital in Bandra, Mumbai in India in a conservative Muslim
http://www.imdb.com/name/nm0451148/bio


และผลงานของเค้าตามนี้ค่ะ...

http://www.imdb.com/name/nm0451148/

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/12/51 - 10:09 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 112



เอ...คุณแว่นคะ...แดงขอคำขยายความด้วยค่ะ...คำถามว่า...

พระเอกทราเมนเดอร์...ใช้คำว่า he converted to Islam...

แต่พระเอกอาร์มี ข่าน ใช้คำว่า conservative Muslim ...

ทังสองคำต่างความหมายกัน หรือไม่อย่างไรคะ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/12/51 - 10:13 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 113



พระเอกAamir khan ..เป็นพระเอกในดวงใจแดงจากฉากนี้เลยค่ะ..จากหนังเรื่อง Fanaa...ล่า..หัวใจลวง

ฉากนี้เค้าปลอมตัวเป็นไกด์นำเที่ยว.ชื่อเรฮาน ข่าน..พากลุ่มนางเอก..จากแคว้นแคชเมียที่กำลังจะมาร่วมกิจกรรมวันชาติของอินเดีย..(เรื่องนี้พระเอกอาร์มี ข่าน แสดงเป็นชาวมิสลิม...นางเอกคาโจล จริงแล้วเป็นชาวฮินดู..แต่เรื่องนี้แสดงเป็นชาวมุสลิม)...ประทับใจมากค่ะ...

ก่อนดูเรื่องนี้เคยดูเรื่องนึง..แต่ตอนนั้นเค้าตัวเล็ก ๆ แสดงกับนางเอกจูฮี ชาวาลา(นางงามอินเดีย)...จริง ๆ แล้วข้องใจตั้งแต่คุณราชา น้องที่เวปฯไทยโม ..เล่าถึงพระเอกท่านนี้ค่ะ...แต่ว่าตอนนั้นไม่เคยได้ดูเค้าแสดง...แต่ซื้อหนังเรื่องที่แสดงกับนางเอกจูอี ชาวาลามากองไว้ที่บ้านแต่ยังดูหนังใหม่ ๆ ไม่หมด...จึงยังไม่ได้หยิบมาดู...ดูแล้วก็ชอบ..แต่ยังไม่ได้เป็นพระเอกในดวงใจ...

เค้าเปิดตัวพระเอกได้เท่หืสุดยอด..นั่นคือความประทับใจ...และผลงานและหน้าตาก็ไม่มีด้อยเลยค่ะ...มีเสน่ห์มาก ๆ ...มีเสน่ห์แบบว่า..แดงดูนางเอกคาดจลแสดงหนังเรื่องไหน นางเอกคาโจลจะสวยน่ารักอย่างไร ก็ มองเห็นว่ายังไม่มีความเป็นหญิงสาวค่ะ...แสดงกับพระเอท่านนี้ดึงความเป็นหญิงสาวสวยออกมาจากตัวเด็กหญิงคาโจล ...และนั่นคือจุดหนึงที่แดงมักเห็นจากหนังอินเดีย....การดึงศักยภาพที่ซ่อนลึกอยู่ในตัวของกันและกันออกมาได้ของนักแสดงและทีมงานสร้าง...ดึงออกให้เห็นในหนังขณะเลยค่ะ...เป็นพัฒนาการที่อุบัติฉับพลัน ไม่ใช่เกิดแสดงเพราะชำนาญ..(แต่ความชำนาญและทักษะของเค้าก็มีอีกส่วนค่ะ...แต่เรื่องศักยภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนั้น..แดงเห็นเพราะว่าดูหนังอินเดียมากและติดตามดาราแทบว่าทุกท่าน..

เพราะว่า ในหนังเค้าจะค่อย ๆ แนะนำพระเอกนางเอกใหม่ทีละคน ๆ พอม่มีหนังดาราที่เราชื่นชอบเราก็หยิบดาราที่เคยแสดงกับพระเอกนางเอกของเรา...ดาราเค้าแสดงต่อคิวกันจากหนังเรื่องนี้แนะนำดาราคนนั้น ต่อกันเหมือนงูกินหาง...แต่การแสดงของเค้านั่นหละค่ะที่เราอยากดู...เป็นการหมุนเวียนให้เราไม่ยึดติดอยู่แค่ดาราท่านเดีย...

จริง ๆ แล้วแดงก็ทึ่งทาง EVS มากด้วยค่ะ..ขอบคุณมากที่ช่วยเสริมพัฒนาการในการดูหนังของแดง...ที่เข้าใจหาดาราที่แสดงจากเรื่องนั้น ๆ หมุนกันมาทันที...ทำให้ที่เคยยึดติดแนวหนังหรือแม้แต่ยึดติดดารานั้นคลายออก..แต่ก็ยังรักอยู่เท่าเดิม...เพียงแต่รอได้เพราะดูดาราท่านอื่นรอก่อน...จนกว่าจะมีหนังของดาราในดวงใจมาอีกที...พอได้มาก็เหมือนเด็ก ๆ ดีใจมากกก.......เป็นสิ่งที่เกิดขั้นทันทีแบบไม่มีใครคาดถึงค่ะ....หนังอินเดียทำแบบนี้ได้เสมอ ๆ ....

fanaa

http://www.youtube.com/watch?v=epQeHZWAm1E&feature=related
http://www.youtube.com/watch?v=epQeHZWAm1E&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/12/51 - 10:40 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 114



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิพ์ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไหว่า ปฏิบัติธรรม)


สร้างภาพในใจเก่งก็เรียนเก่งได้

การเรียนการสอนในปัจจุบันก็เริ่มเปลี่ยนไป
จะเป็นการสอนแบบให้คิดย้อนกลับ คือให้เห็นผลลัพธ์หรือองค์รวมเสียก่อน แล้วค่อยมาคิดวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น

ในประเทศไทยการเรียนในเครือสาธิตได้นำเทคนิคนี้มาใช้และได้ผลเป็นอย่างมาก ทำให้โรงเรียนในเครือสาธิตแทบทั้งหมดก้าวขึ้นเป็นโรงเรียนชั้นนำอันดับต้น ๆ ของประเทศ

ซึ่งในต่างประเทศได้ใช้มาก่อนนานมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรมหาบัณฑิตที่นักศึกษามีพื้นความรู้มาบ้างแล้วจากปริญญาตรี จึงสามารถออกแบบการสอนให้เป็นแบบคิดย้อนกลับได้

คนที่คิดเลขในใจเก่ง ๆ ก็เป็นการคิดจากผลที่โจทย์ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าถามเขาว่า 45 คูณ 98 ได้เท่าไร เขาจะมองหาผลก่อน

โดยเอา 100 คุณกับ 45 ได้ผลเป็น 4,500

แล้วค่อยสกัดส่วนที่ไม่ใช่ออกไป คือส่วนต่างระหว่าง 10 กับ 98 คือ 2

นำ 2 ไปคูณกับ 45 ได้ผลเป็น 90

แล้วนำ 90 นั้นมาลบออกคำตอบคือ 4,410


ถ้านักเรียนไทยได้เรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ฯลฯ โดยเทคนิคการสร้างภาพในใจและการคิดย้อนกลับ เชื่อแน่ว่าจะเกิดพัฒนาการการเรียนรู้อย่างก้าวกระโดดทีเดียว นักเรียนที่เรียนเก่งไม่ใช่เพราะเขามีเซลล์สมองมากกว่าคนอื่น เพียงแต่พวกเขาได้ค้นพบความลับเหล่านี้

บริษัทอมรินทร์ฯได้เปิดหลักสูตรการเรียนรู้ด้วยภาพแห่งความรู้สึก โดยจะเริ่มต้นที่วิชาฟิสิกส์ในชั้นมัธยมปลายเป็นอันดับแรก ทุกคนสมามารถคิดแบบอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ได้ ถ้าล่วงรู้ความลับสุดยอดนี้(ดูรายละเอียดท้ายเล่ม)

เป็นไปได้ว่า ชาวตะวันตกบางคนอาจค้นพบความลับนี้มาก่อนแล้ว จนเมื่อ รอนดา เบิร์น นำมาเขียนเป็นหนังสือ เดอะซีเคร็ต บอกให้คนทั่วไปได้รับรู้ เธอก็ดังเปรี้ยงปร้างทันที หนังสือเล่มนี้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในสหรัฐอเริกาติดต่อกันถึง 35 สัปดาห์และผู้เขียนได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารไทม์ให้เป็นผู้มีอิทธิพลติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลก

แต่ทางฝั่งตะวันออกไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย เพราะเรามีสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น *** ในทางพุทธศาสนา การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ก็คือการหยั่งรู้ถึงองค์รวมของกาย เวทนา จิต และธรรมก่อน แล้วค่อยย้อนกลับแยกย่อยไปที่ขันธ์ 5 อริยสัจ 4 ไตรลักษณ์ โพชฌงค์ ธาตุ 4 อายตนะ 12 ฯลฯ *** ตามพระไตรปิฎก การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า**ก็มาจากองค์รวมก่อนเช่นเดียวกัน** แล้วจึงสกัดส่วนที่ไม่ใช่ออก เหลือเพียง*ใบไม้กำมือเดียว*

ตามจริงแล้ว พระพุทธองค์ทรงค้นพบความลับสุดยอดนี้ก่อน เดอะซีเคร็ต(เป็นหนังสือของทางอเมริกา) ถึงกว่าสองพันห้าร้อยปี

และตรัสย้ำสอนอยู่เสมอว่า ทุก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นมีเหตุปัจจัย และทรงสอนให้ใช้หลักของโยนิโสมนสิการ คือการพิจารณาหาวิธีการที่ถูกต้องโดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมดมาวิเคราะห์ แต่ต้องสามารถเข้าถึงเหตุที่แท้จริงให้ได้โดยใช้ปัญญา ซึ่งหลักการคล้ายคลึงกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว ละเอียดลึกซึ้งกว่าวิธีการคิดทางจิตวิทยาที่มาค้นพบกันภายหลังอย่างเทียบกันไม่ได้

วิปัสสนากรรมฐานคือ การเข้าถึงความจริงแท้โดยกำหนดสติพิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นวิถีทางแห่งการแยก สัจจะ ออกจาก มายา เกิดปัญญาที่เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทุกข์ สมุทัย นิโรจ มรรค ขันธ์ 5 โพชฌงค์ 7 ฯลฯ

เทคนิคที่สำคัญของวิปัสสนากรรมฐาน คือ สติปัฏฐาน 4 ประกอบด้วย

1.กายานุสติ กำหนดสติไปเกาะไว้ที่กาย กำหนดรู้การเคลื่อนไหวของกายทุกขณะ วิธีที่ใช้กันมากคือ ยุบหนอ พองหนอ เดินจงกรม กำหนดอิริยาบถย่อย ยืน เดิน นั่ง นอน

2.เวทนานุปัสนา เอาสติไปเกาะไว้ที่ความรู้สึก มีสติรู้เท่าทันทุกครั้งที่เสวยอารมณ์สุข ทุกข์ รู้เท่าทันความรู้สึกทุกชนิด เช่น เจ็บ ปวด ชอบ เกลียด ดีใจ เสียใจ เฉย ๆ ฯลฯ

3.จิตตานุปัสสนา กำหนดสติพิจารณาจิต ว่าขณะนั้นมีราคะ โทสะ โมหะ จิตฟุ้งซ่านหรือมีความนึกคิดอย่างไร กำหนดรู้ทัน จนสติตั้งมั่น ไม่เอนเอียงไปตามอารมณ์ของจิต

4.ธรรมานุปัสสนา ใช้ปัญญาพิจารณาธรรม กำหนดสติพิจารณาการเกิดดับ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อริยสัจ 4 ขันธ์ 5 นิวรณ์ 5 ฯลฯ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/12/51 - 13:49 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 115



ลดอาการผิวแห้งด้วยผลไม้สด

http://hilight.kapook.com/view/32188

ทราบหรือไม่ว่า นอกจากผลไม้สดจะให้ประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว ยังสามารถลดอาการผิวแห้งได้ด้วย วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเรื่องนี้มาฝาก...

ผลไม้สดอร่อยๆ มีให้เลือกกินมากมาย แต่อย่าปล่อยให้ความสดหวานผ่านลงท้องไปเพียงอย่างเดียว ผลไม้สดนั้นยังสามารถนำมาใช้พอกผิวเพิ่มความเนียนใส ไร้จุดแห้งกร้านได้ด้วย

วิธีคือ คัดผลไม้สดๆ อย่าง องุ่น กล้วย เอาแบบสุกพอดีๆ อย่างอมเกินไป พร้อมด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ นมสด และ น้ำผึ้งอย่างละพอประมาณ มาปั่นรวมกันจนได้เป็นครีม พอกนวดให้ทั่วผิวกาย เน้นที่จุดแห้งกร้านอย่างข้อศอก หัวเข่า เท้า แล้วทิ้งไว้สักประมาณ 15 นาที ค่อยล้างออก

เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื่น น่าสัมผัสเชียว






จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/12/51 - 17:13 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 116



สวัสดีปีใหม่ค่ะ พี่แดง คุณอิท คุณอาบัง คุณพักรบ คุณแว่น และทุกท่านที่อาจเอ่ยชื่อไม่หมด

มาสูบภาพคนหล่อ นามสกุลข่าน ซวบ ซวบ

จาก: suta_kung KHAN
วันที่: 29/12/51 - 17:13 น.
IP Address: 203.157.146.xx
ความคิดเห็นที่ 117
คห.112 ความหมายเหมือนกันครับอิสลามกับ
มุลสิม ขอบคุณมากครับ

จาก: แว่น
วันที่: 30/12/51 - 8:47 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 118



สวัสดีปีใหม่ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ค่ะพี่อิท คุณพักรบ คุณแว่น อาบัง น้องกุ้ง และสมาชิกไทยฟิล์มทุก ๆ ท่านและท่านที่แวะมาอ่านทุก ๆ ท่านะคะ..(เดี๋ยวสักหน่อยจะไป....ตามหาตัวพระเอกกัวฟู่เฉิง ที่กระทู้น้อกุ้ง...ค่ะ)

ขอให้มีความสุขความเจริญมีพละกำลังในการดำเนินชีวิต ตลอดชั่วกาลนานนะคะ...

ร่วมส่งท้ายปี เก่า2551ต้อนรับปีใหม่ 2552 ...ด้วยฉากส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่จากหนัง DHOOM ภาคแรกค่ะ...

เป็นฉากที่โรงแรมแห่งนึงที่ปิดคาสิโน...ในช่วงปีใหม่ ทีมจารกรรมซึ่งนำทีมโดยพระเอกผู้ร้าย จอห์น อับบราฮัม...มีแผนการปล้นเงินที่แขกขนมาเล่นคาสิโน...

และก็...อดีตนายตำรวจผู้มีสัมผัสที่หก (ต้นเรื่องยังเป็นสารวัตรเจ อยู่เลยค่ะพระเอกอบิเชค..ตามแกนี้ผู้ชมทราบแต่ว่า..เบื้องหน้าเค้าเป็นอดีตสารวัตรเจ...)แสดงโดย พระเอกอบิเชค บาจัน และภรรยาตามเรื่องนะคะแสดงโดยนางเอกริมิ เซน ตามเรื่องเป็นสัตวแพทย์

และก็สายโจร สายตำรวจ แกะรอยตามเรื่องมาเรื่ยอ ๆ ค่ะ..ร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กัน....เมื่อถึงเวลารุ่งอรุณของปีใหม่ศักดิ์ศรีแห่งคุณธรรมจะเปล่งประกายปราบศักดิ์ศรีนักจารกรรมได้กี่มากน้อยหรือไม่อย่างไร..(อืมมม...ใช้คำว่า....ศักดิ์ศรีแห่งคุณธรรมที่นายตำรวจคือ สารวัตรเจครองอยู่...จะสามารถดึงคุณธรรมในตัวโจร คือหัวหน้าทีมจารกรรมและลูกทีม..ให้เกิดขึ้นจะตรงกับการสื่อความหมายในหนังอินเดียทุก ๆ เรื่องที่สุดค่ะ....)....ฉากนี้สำหรับแดงนับว่าเป็นหัวใจของหนัง...

http://www.youtube.com/watch?v=6MWuOVlgZvo&feature=related


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 31/12/51 - 12:10 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 119
ความคิดเห็นที่ 118

เป็นฉากที่โรงแรมแห่งนึงที่ปิดคาสิโน.แก้ไขเป็น

เป็นฉากที่โรงแรมแห่งนึงที่เปิดคาสิโน.

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 31/12/51 - 12:13 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 120
ข้อความตามที่อ่าน หมายถึง

ลุงทราเมนเดอร์ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามตั้งแต่แรก

เพิ่งมาเปลี่ยนตอนหลัง ตะก่อนนับถือฮินดูมั้ง

ส่วนอาเมียร์ เขาบอกว่าเกิดที่.....

ในครอบครัวมุสลิมที่เคร่งศาสนา

สวัสดีปีใหม่ คุณแดง ไปแระ

จาก: ดำรง คงจะหล่อน่าดู
วันที่: 31/12/51 - 14:50 น.
IP Address: 118.174.152.xx
ความคิดเห็นที่ 121
สวัสดีปีใหม่ค่ะ..คุณดำรง ขอพรคุณพระฯให้คุณดำรงพร้อมครอบครัวและญาติมิตรประสบแต่ความสุขความเจริญยิ่ง ๆขึ้นไปตลอดกาลนานไม่ว่าจะปีนี้ปีหน้าหรือปีไหน ๆ...

ความคิดเห็นที่ 120..ขอบคุณมากค่ะคุณดำรงสำหรับความหมายที่ช่วยแปล...ดีใจค่ะที่คุณดำรงยังแวะมาเยี่ยมที่ไทยฟิล์ม...คุณดำรงหายไปนานค่ะนึกถึงเสมอๆ ...




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 31/12/51 - 16:19 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 122



เป็นฉากวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่เช่นกันค่ะ...

จากหนังเรื่อง MUSKAN บังเอิญรัก....แสดงโดยพระเอกอาฟตาฟ ซิฟดาตานิ และนางเอกเกรซี่ ซิงค์ (นางเอกเรื่อง Lagaan ความคิดเห็นที่ 92...)ฉากนี้ก็เป็นฉากหัวใจของหนังค่ะ...ก็ตรงจุดที่พระเอกร้องให้ตามที่นำภาพมาลง...แต่ในเพลงตามภาพที่ลงนั้นเพลงจะหยุดสักพัก พระเอกจะสะอื้น และใช้มือฝ่ามือ(ในนี้ถูกตัดที่พระเอกใช้ผ่ามือป้ายน้ำตารีบปาดน้ำตาออกไป...ทำให้สูญเสียใจความสำคัญไปทั้งหมดเลยนะคะแค่นิดเดียวก็คนละเรื่องเลย กับความรุ้สึกที่แท้จริงที่สื่อออกมาทางหนัง(เพราะฉากป้ายน้ำตานั่นเองที่พระเอกทำได้ลึกซึ้ง ทำให้แดงซึ่งเป็นคนที่ดูหนังแบบไม่ค่อยร้องให้..เค้าพาร้องให้ได้ลึก จริง ๆ แล้วตอนนร้องให้ในชีวิตปกติก็ไม่ได้ร้องให้ได้ลึก ส่วนมากร้องเพราะถูกขัดใจค่ะ.....เพราะจะว่าไปแล้วดูที่เขาร้องให้ในหนังก็มีนำตาซึม ๆ ตามแต่ไม่ได้ร้องให้ลึก...แต่ฉากนี้พระเอกท่านนี้ทำได้สุดยอดเลย...ดึงให้แดงร้องให้ตามได้อาการเดียวกันทั้ง ๆ ที่ตรวจดูตัวเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักแบบพระเอกนางเอกในหนังเรื่องนี้นะคะ....เพราะว่าพระเอกและทีมงานทำจุดนี้ได้...ราวกับว่าเป็นเราเองที่ประสบ.แต่จริงไม่เคยมีประสบแบบนั้น..อืมมม...ก็เพราะพระเอกเค้ารู้สึกแบบนั้นจริงจึงบรรยายได้ลึกได้ราวกับว่าเราเข้าไปไกล้ชิดกับเหตุการณ์จริง..

และ เพราะฉากนี้เค้าร้องเพลง ร้องต่อไม่ได้แล้ว เสียงสะดุดลง ผู้คนนงานก็หันมามอง...เพลงนี้เป็นเพลงที่ทราบกันเนื้อเพียงพระเอกกับนางเอก..แต่นางเอกก็เคยร้องครั้งนึงให้เพื่อนฟังเพราะพระเอกท้า...แต่พระเอกไม่ฟัง และแกล้งฟังเพลงเดียวกันนี้หละที่นางเอกเคยร้องทางดทรศัพย์พระเอกอัดเทปมาฟัง...(เพลงนี้พระเอกและนางเอกแต่งเพื่อนางเอก ทางโทรศัพย์ ในครั้งที่พระอกโทรศัพย์เบอร์ผิด..แล้วครั้งแรกทะเลาะกัน แต่ต่อมาก็ดทรมาคุยกันกับนางเอก นางเอกพระเอกไม่บอกชื่อกัน พระเอดเรียกตอนนั้นนางเอกว่า...คุณผู้หญิงเบอร์ผิด...และก็รักกันเพราะเข้าใจกันทางโทรศัพย์...และนัดกันว่า วันที่ 1 มค. จะไปพบกันที่ประตู อินเดียเกต...แล้วต่อมาทั้งสองได้บังเอิญมาพบตัวจริงกันเข้า แต่ว่า ก็เริ่มทะเลาะกันเหมือนที่เคยทะเลาะกันทางโทรศัพย์..แล้วก็รักกัน สาเหตุที่รักกันเพราะว่า..นางเอกเห็นจิตใจที่อ่อนโยนของพระเอกที่มีต่อเด็กชายอามิต..ที่เห็นตามในเพลงนะคะ...เป็นเด็กที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ และจะอยู่ได้อีกไม่นาน...)

ถึงคืนวันส่งท้ายปีเก่าพระเอกบอกลานางเอก และฝากชุดหญิงในฝันไว้ให้นางเอก ..ชุดนี้พระเอกได้รางวัลประกวดก่อนพบนางเอก..ต่อมานางเอกได้ใส่ชุดนั้นครั้งนึงเพราะไม่ทราบความสำคัญ พระเอกก็ขี้หวงชุดไว้ให้หญิงในฝัน นางเอกก็ โดนเค้าดุซะ ...พระเอกเป็นดีไซเนอร์ .แล้วคืนนี้ที่กำลังจะร้องเพลง 31ธค.พระเอกร้องเพลงสะดุดเพราะอาลัยนางเอก...นางเอกได้ยินเพลงก็ช่วยต่เพลงให้จนจบ...

ดูทีไรก็ปลื้มมมม...การดำเนินเรื่องน่ารัก...เรื่องง่าย ๆ ค่ะ...แต่เน้นเชิงลึก แม้จเดาหนังถูกตลอดเรื่อง...แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือได้สัมผัสเรื่องราวที่ค้นได้อย่างลึกซึ้งตามเรื่องค่ะ...ขนลุกเลย...แปลกใจเหมือนกัน...และหนังเรื่องนี้เป็นหนังแห่งความทรงจำ...เพราะว่าปกติเดินจงกรม และวิ่งสมาธิ จะเห็นว่าเราเข้าสุ่ระดับสมาธิลึกลงกว่าระดับปกติ น่าจะเป็นระกับขนิกกะค่ะ..และเมื่อดูหนังเรื่องนี้...มีเพลงนึงในหนังเรื่องนี้หละ..ทำให้เข้าสมาธิได้อาการเดียวกับเดินจงกรมและวิ่งสมาธิ...

http://www.youtube.com/watch?
v=C2WTtbI9a_0&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 31/12/51 - 17:46 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 123



ดู ๆ แล้วนางเอกเกรซี่ ซิงค์ มีเอกลักษณ์พิเศษในตัวอีกอย่างนอกจากที่เคยเล่าว่าเต้นระบำแขกได้สวยน่ารักมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแล้วนะคะ...นางเอกเกรซี่ ซิงค์ ยังเดินได้สวยมากค่ะ..

.เรื่องบังเอิญรักนี้ ตามเรื่องพระเอกหัดให้นางเอกเป็นนางแบบเพราะตรงตามที่เค้าดีไดไว้....ก็แกล้งกันไปแกล้งกันมา วันนึงพระเอก็เห็นว่านางเอกทรงตัวในการเดินได้ดี....เดินได้สวยจริง ๆ ค่ะ...นางเอกเกรซี่ ซิงค์...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 31/12/51 - 17:59 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 124



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไหว่า ปฏิบัติธรรม)



ภาพในใจอาจได้จากประสบการณ์

ประสบการณ์ก็คือภาพในใจที่แจ่มชัดนั่นเอง เวลาจะทำอะไรหรือแข่งอะไร ผู้ที่มีประสบการณ์มักจะได้เปรียบ เพราะภาพในใจชัดเจนกว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่เมื่อใดที่เขาสมามารถสร้างภาพในใจได้ชัดเจนเท่าภาพจากประสบการณ์ ผลลัพธ์ที่ได้จะเท่ากัน เคยมีการทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสาร Research Ouarterly เปรียบเทียบผลของการสร้างภาพในใจ โดยให้นักเรียนกลุมแรกซ้อมชู้ตลูกบาสในโรงยิมวันละยี่สิบนาทีติดต่อกันยี่สิบวัน กลุ่มที่สองให้จินตนาการสร้างภาพในใจว่ากำลังชู้ตลูกบาสวันละยีสิบนาที ยี่สิบวันเช่นกัน โดยไม่ต้องลงซ้อมจริงหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ให้นักเรียนทั้งสองกลุ่มมาชู้ตลูกบาสแข่งกันปรากฏว่าคะแนนที่ออกมาต่างกันน้อยมาก จนเรียกได้ว่าไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงว่านักเรียนกลุ่มที่จินตนาการอย่างเดียวมีพัฒนาการแทบไม่ต่างไปจากคนที่ซ้อมจริงเลย

เช่นเดียวกับในวัยเด็ก เราเคยขี่จักรยานสองล้อ หัดว่ายน้ำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนต้องหัดเป็นเดือนหรือเป็นแรมปี แต่ถ้าใครสักคนได้ฝันในคืนหนึ่งว่า เขาสามารถขี่จักรยานหรือว่ายน้ำได้อย่างคล่องแคล่วอยู่ในฝันราวกับความจริง เมื่อตื่นขึ้นมาจากฝัน เชื่อหรือไม่ว่าวันนั้นเขาจะขี่จักรยานหรือว่ายน้ำเป็นทันที


ประสบการ์ในชีวิตจริงจะประทับลงในจิตใต้สำนึกได้แต่ต้องมีจินตนาการ เราอาจจะเคยตีแบดมินตัน ผ่านแล้วก็ผ่านเลยไป ไม่เคยจินตนาการต่ออีก ประสบการณ์ในครั้งนั้นก็สูญเปล่า การตีในครั้งต่อไป การตีในครั้งต่อไปเราจะไม่เก่งขึ้น เพราะจิตใต้สำนึกจะเข้าใจภาพแห่งจินตนาการเท่านั้น ไม่มีส่วนเชื่อมต่อโดยตรงกับทวารทางกายทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เหมือนอย่างจิตสำนึก

เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งของการสร้างภาพแห่งความรู้สึกก็คือภาพในจินตนาการที่เคลื่อนไหวจะประทับลงในจิตใต้สำนึกได้ง่ายกว่าภาพนิ่ง ดังนั้นการจินตนาการภาพควรเป็นภาพเคลื่อนไหวเสมอถ้าทำได้

ประสบการณ์ที่เหมือนกันเปี๊ยบระหว่างคนสองคนจึงส่งอิทธิพลต่อชีวิตได้ไม่เท่ากันเพราะความสามารถในการจินตนาการต่างกัน แน่นอนว่า
อุปนิสัย ความชอบ ความสนใจ ความถนัด ฯลฯ เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้มีพลังแห่งจินตนาการสูงขึ้น หลังจากได้พบประสบการณ์จริง พวกเขาจะเห็นภาพแห่งความสำเร็จในเรื่องที่ตนเองชอบชัดเจน จึงมีโอกาสบรรลุเป้าหมายได้ง่ายกว่า

มีคำถามว่า ถ้าประสิทธิภาพในการจินตนาการทำให้นักกีฬาสามารถมีพัฒนาการไม่ต่างจากการซ้อม แล้วทำไมผู้ฝึกสอนนักกีฬาทั่วโลกจึงไม่ยกเลิกการซ้อมและเน้นไปที่การสร้างภาพในใจหรือจินตนาการเพียงอย่างเดียว

คำตอบคือ การซ้อมด้วยภาพในใจควบคุมไม่ได้ว่าใครซ้อมจริง ผู้ฝึกสอนจะไม่มีทางรู้เลย ถึงซ้อมจินตนาการจริง ภาพในใจของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เมื่อลงแข่งเป็นทีมจะล้มเหลว และการสร้างภาพในใจเพียงอย่างเดียว ถ้าลงสนามแข่งขันจริง ช่วงแรกฝีมืออาจสู้คู่แข่งที่ซ้อมจริงไม่ได้ แต่เมื่อแข่งขันยืดเยื้อ พลังกาย พลังกล้ามเนื้อของคนที่ซ้อมจริงจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

เทคนิคการสร้างภาพในใจจะได้ผลมาก กับนักกีฬาที่แข่งเดี่ยว ๆ เช่นกอล์ฟ ยิงปืน ยิงธนู กระโดดสูง กระโดดไกล ฯลฯ และตามปกติเพศชายจะจินตนาการภาพสามมิติได้ดีกว่าเพศหญิง

ดังนั้นในการแข่งขันกีฬา แม้แต่กีฬาที่ไม่ใช้แรงของกล้ามเนื้อเข้ามาช่วย เช่น ยิงปืน หมากรุก สนุกเกอร์ ฯลฯ เพศชายจะทำคะแนนได้สูงกว่าเพศหญิง

ในวงการอื่นก็เช่นกันกุ๊กตามโรงแรมชั้นนำทั่วโลกมากกว่าครึ่งเป็นผู้ชาย ดีไซเนอร์ นักจัดดอกไม้ นักออกแบบตกแต่งภายในที่มีชื่อเสียงชั้นแนวหน้าก็เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง แม้ว่าบางคนเขาจะเป็นเพศที่สาม แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในร่างของชาย

ในทางจิตวิทยา เพศหญิงจะมองสีสันได้ชัดเจนกว่าเพศชายสามเท่า แต่เนื่องจากการจินตนาการภาพสามมิติยังไม่ชัดเจน ทำให้ขาดพลังในการนำไปสู่เป้าหมาย ผู้ชายไม่ได้ฉลาดกว่าผู้หญิง แต่สมองของเขาจินตนาการภาพได้ชัดกว่า ยกเว้นผู้หญิงที่สามารถสร้างภาพแห่งความรู้สึกขึ้นมาได้ ประกอบกับแรงเสริมจากอายตนะทางทวารหกที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าผู้ชายจะทำให้เธอมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าคนทั่วไป เพศหญิงจึงมีญาณหยั่งรู้อนาคต หรือที่เรียกกันว่า สัมผัสที่หก (sixth sense) มากกว่าเพศชาย แต่โดยปกติ ภาพในจินตนาการของเพศหญิงจะน้อย ทำให้สัมผัสที่หกจะเกิดขึ้นเฉพาะกับบางคนเท่านั้น

มีงานวิจัยด้านการตลาดพบว่า เพศชายจะสร้างภาพในใจไว้ก่อนจะไปห้าง ดังนั้นเมื่อไปถึง เขาจะเดินตรงดิ่งไปแผนกที่ต้องการทันที เพราะเป้าหมายชัดเจน ในขณะที่เพศหญิงจะสะดุดกับภาพจริงที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้จินตนาการไว้ก่อนล่วงหน้า การซื้อของของผู้หญิงจึงคาดหมายไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ตั้งใจจะซื้อ วันนั้นเธออาจได้ของกลับมาเต็มบ้านเลยก็ได้




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 2:19 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 125




ความคิดเห็นที่ 124....ในนั้นมีเล่าถึงการซ้อมบาสเกตบอล...นำภาพที่พระเอกนางเอกจาก DHOOM 2 (แสดงโดย หริติ๊ก โรซานเป็นอาเรียน และอิสวาราย่า รายเป็นสุนารี...ฉากในหนังเยี่ยมกว่าที่นำมาลงนี้มากเลยค่ะ...แต่ก็พอนำมาขยายถึงการเล่าความคิดเห็นที่ 124....

....ในหนังไม่ใช่เพลงนี้นะคะ...ตามเรื่องมีการสนทนา มีเพลงบ้างเวลาจะสื่อถึงอารมณ์ของตัวแสดง...

ฉากนี้อาเรียลเริ่มสนในงเอก...ปกติอาเรียลจะไม่ให้ใครเห็นหน้าตาที่แท้จริงเวลาจารกรรม..จะเปลี่ยนหน้าไปเรื่อย ๆ ...เค้าทราบว่าสุนารีสนใจกีฬาบาสเก็ตบอล...จึงนำมาเป็นสื่อดึงความสนใจ....และอาเรียลก็รื้อฟื้นความทรงจำว่าเคยพบกันในการจารกรรมดาบโบราณที่พระราชวังแห่งหนึ่งในอินเดีย...โดยสุนารีใช้ชื่ออาเรียล???...

.ตอนเห็นกันครั้งนั้นสุนารีเรียกอาเรียลว่าพ่อตัวตลก...นั่นหละค่ะ...คำที่อาเรียลนำมาเป็นทบทวนความจำว่าทั้งสองเคยพบกันแล้ว...และเคยตกลงกันเรื่องการมีนักจารกรรมคู่หูแต่ว่าอาเรียลปฏิเสธเพราะชอบการเป็นนักจารกรรมเดี่ยว....แต่คราวนี้ อาเรียลเริ่มสนใจเพราะว่าเห็นสุนารีอีกครั้งในผับ...แต่ว่าสุนารีไม่ทราบว่าเป็นอาเรียล

Dhoom 2 basketball
http://www.youtube.com/watch?v=qUrkl5fmLvM&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 11:17 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 126



ดูการรวมภาพของนักจารกรรมคู่หูหนุ่มสาว...จนก่อเกิดเป็นความรัก...และ.ในที่สุดแล้ว...สารวัตรเจ...นายตำรวจผู้มีความสารมรถรอบด้านและมีสัมผัสที่หก ก็ติดตามดูศักภาพที่ซ่อนลึกที่กำลังก่อเกิดให้เห็นแบบนี้ในตัวนักจารกรรมทั้งสอง..ว่าจะเกิดเพื่อเชิงบวก หรือเชิงลบ...แต่โดยการสัมผัสกับอาเรียลแล้วสารวัตรเจก็ชื่นชมความสารถของเค้า....เหมือนเมื่อDHOOM ภาคแรกทีที่สัมผัสได้จากตัว นักจารกรรมที่แสดงโดยพระเอกผู้ร้ายจอห์น อับบราอัม ...

DHOOM 2 ตามจริงพระเอกนางเอกทั้งสอท่านอายุเท่ากัน....เรื่องนี้เห็นชัดเจนอีกเรื่อง....เพราะสามารถค้นหาความเป็นผู้ชาย ๆ ที่สมบูรณ์แบบในตัวพระเอกหริติกออกมาได้หมดใจเลย....นั่นคือส่วนหนึ่งของความสามารถของนางเอกในดวงใจอิสวาราย่าราย โดยเฉพาะเลย...ทำให้หนังมีเส่นห์มาก...หนังอินเดียละเมียดละมัยได้แม้กระทั่หนังแอ๊คชั่นอยู่ในตัวแล้วค่ะ..เห้นจุนี้หนังยิ่งมีคุณค่ากับการรอดู....

ฉากนี้อิสวราย่า รายสวยมากค่ะ...มีเสน่ห์ตามธรรมชาติในดวงใจและสวงามตามะรรมชาติแห่งเรือนกาย...แสดงได้พอเหมาะ ๆ ...งดงามค่ะ...ธรรมชาติแบบนี้ดูแล้วประทับใจ ....เป็นสิลปะที่เด่นชัดเฉพาะทางอินเดียละมัง..เพราะว่าเห็นที่นี่ที่เดียวที่มีมากมายราวกับเป็นสวนสวรรค์ในนิทานธรรม...

Aishwarya Hrithik & Depeche mode - hot!
http://www.youtube.com/watch?v=wqUOPlqTRFQ&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 11:44 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 127
น้องปอดส์จะยังแวะมาอ่านหนังอินเดียหรือไม่น๊า พี่แดงสวัสดีปีใหม่นะคะ.....คิดถึงเสมอๆ

บางทีคุณที่เคยใช้ชื่อว่า เชอะ

และหลายท่านเช่นพี่สายใจ น้องแบม คุณวิน คุณครูอาคาม ฯ ในกระทู้ก่อน ๆ ก็คงจะแวะมาอ่าน ยังคิดถึงเสมอนะคะ....

และเช่นคุณเชอะทำให้ค้นหาพระเอกรุ่นเด็ก ๆ เช่น อูแพน ปาเทล และใครอีกน๊า นามสกุล ข่าน....นั่นไม่ใช่เรื่องน่ามองข้ามเลยนะคะ....เพราะว่าการออกไปค้นหาอะไร ๆ ตามเพื่อน ๆ ที่แวะมาคุยด้วยนั้นให้อะไร ๆ มากมาย รวมทั้งไอเดียในการเล่าเรื่องหนังอินเดีย....สวัสดีปีใหม่คุณเชอะและทุก ๆ ท่าน....ด้วยนะคะ....ขอให้ทุกท่านประสบแต่เรื่องสุขใจและสุขภาพแข็งแรง..ฯลฯ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 12:14 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 128
ขอคัดข้อความจากกระทู้พระเอกในดวงใจ คุณมิตร ชัยบัญชามาของคุณพักรบมาเก็บ ไว้ที่นี่ค่ะ...คุณพักรบเล่าถึงพีเอกราเชนเดอร์ เดี๋ยววันต่อไปจะลองค้นหาภาพมาดูค่ะ...ขอบคุณมากค่ะคุณพักรบ...

ความคิดเห็นที่ 127 จากกระทู้คุณพักรบ

มิตร ของ ดาวดินฯ"(รวมภาพถ่ายฯ)
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4735&page=2&keyword=


...... ในกระทู้หนังอินเดีย
ที่คุณอิทและคุณแดงนำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง
ผมแวะเข้าไปติดตามอย่างเงียบๆ เสมอๆ
และทำให้คิดถึงวันสวดศพของ มิตร ชัยบัญชา ในสัปดาห์แรก
เนื่องจากสมาคมนักแสดงอาชีพของอินเดีย
เช่าเหมาลำเครื่องบินมาร่วมคาราวะศพของคุณมิตร
ที่ศาลาตั้งศพ วัดแคนางเลิ้ง แล้วก็เดินทางกลับ

ถามว่าพวกเขามากันทำไม ...

ในปี ๒๕๑๒ ราเชนต์ กุมาร ซุปเปอร์สตาร์ของดาราหนังอินเดีย
ในเวลานั้นได้รับเชิญให้มาเปิดตัวโรงหนัง เมืองทองรามา ประตูน้ำ
สิ่งที่เขาทำโปรแกรมมาล่วงหน้า คือ ขอพบตัว มิตร ชัยบัญชา
ขอมาจับมือทำความรู้จักและขอพูดคุยด้วย
ในฐานะที่เขารับรู้ข่าวสารมาว่า คุณมิตร เป็นพระเอกหนังไทย
ยอดนิยม มายาวนานถึง ๑๐ ปีแล้ว เขาศรัทธาอยากพบตัวจริง

คุณมิตร นะไม่มีคิวว่างอยู่แล้ว
ขนาดเมื่อตอนพระองค์เจ้าอนุสร จัดงานที่วังรับรองพวกสร้างหนัง
จากฮอลีวู้ด คุณมิตร ยังตอบปฎิเสธทันที ไปไม่ได้ ทั้งๆที่ใครๆเขาก็
อยากไปแต่งตัวโก้ๆออกงานกันทั้งนั้น แต่คุณมิตรบอกว่า
คิวถ่ายหนังลวนหมด ไปไม่ได้
คิวถ่ายหนังของคุณมิตร ที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า
นั้น สำคัญเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
ใครที่เคยไปขอคิวกันคงรู้ดีว่า จะไปแตะต้องสับเปลี่ยน
ของเขาไม่ได้อย่างเด็ดขาด คำไหนก็คำนั้น

เรื่องพระเอกหนังชื่อดังของอินเดียมาขอพบ
คุณมิตร ดีใจและยินดี แต่ขอให้เขามาหาที่โรงถ่าย
เพื่อไม่ให้เสียงาน ดังนั้นจึงมีการนัดหมายกัน
พอถึงเวลาจริงๆที่ได้พบกัน คุณมิตร อยู่ในชุดคนจนโทรมๆ
กำลังถ่ายหนังของป๋าต๊อก ในขณะที่พระเอกหนังอินเดียฉีดน้ำหอมฟุ้ง
แต่งตัวโก้หล่อเฟี้ยวมาเลย
ทั้งสองคนสนทนากันด้วยภาษาอังกฤษและถ่ายภาพคู่กันไว้เป้นที่ระลึก
แล้วอีกไม่นาน คุณมิตร ก็ตาย

นักแสดงหนังอินเดีย เหมาเครื่องบินมาร่วมงานศพ
ของ มิตร ชัยบัญชา จำนวนสามสิบคน

พวกเขามากันทำไม .... เราคงรู้คำตอบแล้วนะครับ .


จาก: พักรบ
วันที่: 25/12/51 - 15:14 น.
IP Address: 119.31.66.xx



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 12:49 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 129
ค้นเพลงปีใหม่มาฝากพี่อิทและทุกท่านนะคะ....สวัสดีปีใหม่...

http://www.thaibug.com/forum/viewthread.php?tid=1246

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 12:59 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 130
สวัสดีปีใหม่ครับน้องแดง คุณอิท และแฟนๆกระทู้หนังอินเดียทุกคน
ขอให้มีความสุข และสุขภาพดี ตลอดไป นะครับ

จาก: ภัทร
วันที่: 01/01/52 - 12:59 น.
IP Address: 117.47.167.xx
ความคิดเห็นที่ 131
ว๊ายยยย..

.แดงว่าแล้วว่าลืมใครไป..ลืมสวัสดีปีใหม่พี่ภัทรค่ะ...พี่ภัทรนั้นก็รู้จักกันตั้งแต่เข้ากระทู้หนังอินเดียแรก ๆ เลย...ขอให้มีความสุข ฯและหล่อ ๆขึ้นมทุกวัน ๆ นะคะพี่ภัทร..ขอให้ครอบครัวรวมทั้งคุรพ่อคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไปนะคะ...ดีใจค่ะที่พี่ภัทรแวะมา...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 13:03 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 132
พี่สาโรจน์อยู่หลายกระทู้...สวัสดีปีใหม่ที่หนังอินเดียนี่ก่อนนะคะ...แล้ววันไหนได้คุยกันจึงจะสวัสดีปีใหม่อีกที...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 13:31 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 133



เห็นหนังเกี่ยวกับทางมุสลิมค่ะ..เก็บภาพมาไว้เล่า...

เรื่อง jodha and akbar ...เป็นประวัติศาสตร์สมัยจักรพรรดิอัคบา akbar ..แห่งราชวงศ์โมกุล....เมื่อสัก พัน กว่าปีย้อนหลังค่ะ...ถ้าจำตัวเลขผิดก็ขออภัย...เดี๋ยวค้นดูอีกทีนะคะ...

เป็นหนังยังไม่มีแปลไทย....ลองฟังดูตามเวปฯนี้..พอเข้าใจเรื่องบ้างแต่ยังไม่เข้าใจใจความสำคัญ....ประมาณว่าเมื่อราชวงศ์โมกุลทางมุสลิมเข้าครอบอินเดีย...ทางฮินดูก็มีความจำเป็นต้องให้ราชกุมารี โจธา อภิเษกสมรส....

ตามฉากนี้แต่งงานกันแล้วนอนเตียงเดียวกันแต่ใช้ม่านกั้นกลางค่ะ...น่ารักกกก..เพราะยังไม่ได้รักกัน...จักพรรดิอัคบราตื่นมาไม่เห็นพระมเหสีก็เดินออกมาเห็นการซ้อมดาบของคนในชุดขาว...ก็เข้าไปท้าประลองฝีมือค่ะ ดูตามหนัง...โดยที่ยังไม่ทรงทราบว่าประลองกับพระมเหสี....

พระเอกนางเอกคู่เดียวกับความคิดเห็นที่ 125...นะคะ..Hrithik Roshan and Aishwarya..ตามจริงทั้งสองเป็นชาวฮินดูค่ะ...พระเอกแสดงเป็นจักพรรดิ์ชาวมุสลิม นางเอกแสดงเป็นชาวราชกุมารีชาวฮินดู...

love fight of jodha and akbar Hrithik Roshan and Aishwarya

http://www.youtube.com/watch?v=frEagpOugfM&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 23:06 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 134



เพลงจากหนังเรื่องjodha and akbar ...

แดงฟังไม่เป็นนะคะว่า..เป็นดนตรีทางมุสลิม หรือฮินดู...เพลงและดนตรีน่าฟังมากเลย...ชอบฟังค่ะ...และยิ่งเป็นพระเอกนางคุ่นี้ก็ยิ่งปลื้มมมม....

In Lamho Ke Daaman Mein (Full Song)

http://www.youtube.com/watch?v=EN5_OM0uONA&NR=1

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 23:16 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 135



หนังjodha and akbar ..ตอนแรกเริ่มดูตามนี้ค่ะ...

JodhaAkbar|full movie|part1

http://www.youtube.com/watch?v=fbGSA7DCQrI&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/01/52 - 23:47 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 136
ท้าย ๆ ตอนที่ 4..ดูพระเอกกับช้างตกมัน???...

JodhaAkbar|full movie|part4

http://www.youtube.com/watch?v=F4QBpGLcza8&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 0:14 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 137
จะเป็นเพลง หรือว่าการสวดมนต์..น่าจะเป็นการสวดมนต์ทางมุสลิมหรือเปล่าคะ..หรือว่าเรียกอย่างไร ถ้าเรียกผิดก็ขออภัยด้วค่ะคุณแว่น...น่าฟังมากค่ะ...

Akbar Ka Jodha :P 6
http://www.youtube.com/watch?v=deUX5v-ZDqg&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 0:32 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 138



ชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ...และการแสดงฉากนี้มากเลยค่ะ..ยิ่งใหญ่มากกก....

Azeem-o-shahenshah jodha akbar full video
http://www.youtube.com/watch?v=6f4v_nFGNKA&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 0:48 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 139
หวัดดีคับ..
อยาก เห็นภาพ ถ่าย ของ โหร หวย ..เกษม ฉายพันธ์ ..วุฒิ เวฬุจันทร์...อ่ะคับ
...คับต้องขอบคุณ พัชรินทร์ ที่ทำ โนดลิงค์ ยูทู๊บ หนังอินเดีย...เข้าไปดู้แล้วคับ อลังการนะคับแต่ละฉาก....ขออนุญาติ เรียนนิดหนึ่งว่า คนอินเดีย ใช้ภาษาฮินดี เป้นภาษาหลัก อุรดู และฟาซี มีน้อย และคนที่เรียกตัวเองว่ามุสลิมในอินเดีย พวกนั้นสว่นมากเป็นชีอะห์..ชีอะห์คือพวกยิวเดิมในอัสซีเรียในอิหร่านของโซโรอัสเตอร์(ยุคโรมัน)...จะเห็นว่าการออกแบบฉากในภาพยนต์อินเดีย จะหนักไปทางกรีก มีพวกโดมและเสาโกธีก..เมื่อวัฒนธรรมกรีก เข้ายุโรปยุคเรเนซองนั่นแหละ..
จึงขอเรียนว่าไม่ไช่มุสลิม อ่ะคับ แต่ชื่อซ้ำๆกันบ้าง..เช่น โมฮัน ..โยฮาน..หยอนฮ์..จอนฮ์(เดอะแบ๊บตีส)..ยะฮ์ยา...ฤ(ทั้งหมดนี้ซื่อเดียวกันคับ แต่เป็นสำเนียงเสียง ฮินดี อุรดู ฟาซี กรีก ....


จาก: คอหนัง
วันที่: 02/01/52 - 8:25 น.
IP Address: 58.8.137.xx
ความคิดเห็นที่ 140
ความคิดเห็นที่ 139...ขอบคุณมากค่ะคุณคอหนัง.สำหรับความรู้ทางด้านอินเดีย...

ความรู้แบบนี้แดงเห็นว่ามีคุณค่าต่ออรรถรสในหนังอินเดียมากเลยค่ะ...เป็นความรู้เชิงลึก....แดงรักหนังอินเดียมาก ๆ เลยแต่ว่าเข้าใจได้เพียงในระดับพื้นผิว...แม้แต่วัฒนธรรมฯลฯ ทางอินเดียก็รักตามทางอินเดียค่ะเพราะว่าช่างคล้ายชีวิตจิตใจเรา ที่รักวัฒนธรรมฯลฯ ของเราเอง...อินเดียเยี่ยมมาก ๆ ที่พาคนเข้าใจถึงความรักของเค้าและผลพลอยได้ก็เรารักเขาได้เราก็ยิ่งรักความเป็นเราเองมาก ๆ ....เค้าพาทบทวนชีวิตจิตใจตนเองค่ะ..ทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดคือเรื่องไกล้ตัว ไกล้ลมหายใจ แต่ว่า ส่วนใหญ่ไม่นึกถึงเพราะว่า มัวยุ่งกันการดำเนิดชีวิตและทั้งการงานฯลฯ

หนังอินเดียเค้าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หยุดคิดทบทวนและเข้าใจถึงสิ่งที่มีทั้งหมด...

..สวัสดีปีใหม่นะคะ..ดีใจที่แวะมาเยี่ยมกระทู้หนังอินเดีย...แวะมาบ่อย ๆ นะคะ ถ้าพอมีเวลา...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 15:51 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 141



พระเอกนางเอกโปรโมทหนังjodha and akbar ..น่ารักก...

Aishwarya promoting film on CNN - bachchans.net
http://www.youtube.com/watch?v=7oPsSlfmdJo

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 21:12 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 142



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไหว่า ปฏิบัติธรรม)



คิดบวกชีวิตบวก คิดลบ ชีวิตลบ

การคิดบวกคือกาสกัดกรรมเก่าไม่ให้ตามไปในภพหน้า สามีภรรยาที่ต้องแยกทางหย่าร้างกันก็ไม่จำเป็นต้องคิดลบซึ่งกันและกัน มองส่วนบวกของแต่ละคน ทำดีต่อกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่ไม่จำเป็นต้องกลับมาอยู่ร่วมกันอีก เพราะกรรมเก่านั้นหมดไปแล้ว ถ้ายังคิดแค้น คิดลบ ก็เหมือนการเพาะเมล็ดพันธ์แห่งความอยากทวงคืน กรรมนั้นก็จะไม่สิ้นสุด การคิดบวกต่อกันก็คือการสกัดไม่ให้เกิดกรรมใหม่ขึ้นมาตามไปจองล้างจองผลาญต้องเกิดมาเป็นคู่กรรมกันอีกในชาติภพต่อไป

การคิดลบจะเกิดเป็นทุกขเวทนาฝังอยู่ในดวงจิต จะเกิดตัณหาในการอยากทวงคืน เพียงแต่ในภพหน้าหยินหยางจะกลับกันชายเป็นหญิง หญิงเป็นชาย จิตใต้สำนึกจะเหนี่ยวนำให้มีบุคลิกภาพที่เหมาะกับการแก้แค้น ก็คือบุคลิกภาพเดิมของคนที่เคยทำร้ายนั่นเอง เช่นหญิงที่เคยถูกสามีขี้โมโหทำร้าย เมื่อได้เกิดใหม่เป็นชายและอยากทวงคืน ก็ต้องมีบุคลิกภาพตามนั้น ตามล่าหาคนที่เคยสร้างกรรมกันมา และเกิดการทวงคืนในรูปแบบเดิม ๆ แต่บทบาทกลับข้าง วนไปวนมาไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งกลไกทั้งหมดเกิดขึ้นในระดับภวังคจิต หรือจิตใต้สำนึกพระภิกษุผู้บรรลุญาณหยั่งรู้ไปถึงภวังคจิตจะเข้าใจในกฎแห่งกรรมข้อนี้ดี

เรามักจะเข้าใจผิดว่า การคิดลบเป็นการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้าย ๆ เช่นนั้นกลับมาเกิดซ๊ำอีก ความจริงแล้วตรงกันข้ามยิ่งคิดลบยิ่งดึงดูดให้เหตุการณ์ร้ายเข้ามา การจะกำจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปจากชีวิตได้ ต้องคิดบวกเท่านั้น

การคิดบวกกับศัตรูก็ไม่ใช่การเปิดโอกาสให้ศัตรูกลับมาทำร้ายได้อีก เพราะตามปกติแล้ว การคิดบวกจะเหนี่ยวนำให้ศัตรูคิดบวกด้วย ในที่สุดกรรมนั้นก็จะหมดสิ้นไป เลิกแล้วต่อกัน

การคิดบวกต่างจากโมหะหรือความหลง การคิดบวกเกิดในสภาวะที่มีสติสัมปชัญญะสูง แต่ความหลงเกิดขึ้นในสภาวะที่ขาดสติ เห็นผิดเป็นชอบ การคิดบวกคือการเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง วางใจให้ว่าง เมื่อใจว่าง ไม่ว่าจะเอาไปตัดสินอะไร ว่าเป็นบวกหรือเป็นลบก็ถูดกต้องหมด เหมือนกับตราช่างที่เข็มอยู่ตรงจุกศูนย์ จะชั่งอะไรก็ถูกไปหมด

การคิดบวกเป็นการลดความร้อนรุ่มในตัวเอง ยิ่งคิดลบยิ่งเกิดโทสะ และเกิดความแค้น ซึ่งจะไปลดทอนกำลังของสติสัมปชัญญะลง

เมื่อคิดบวก นอกจากจะทำให้ใจสดชื่นเย็นสบายแล้ว ยังทำให้เกิดกำลังของสติสัมปชัญญะที่สูงขึ้น อันจะช่วยป้องกันไม่ใใเกิดเหตุการณ์เช่นเดิมไม่ให้กลับมาทำร้ายอีก

ในคู่สามีภรรยาที่หย่าร้าง ถ้าคิดลบต่อกัน ในที่สุด แม้ทั้งคู่จะได้แต่งงานใหม่ วงจรแห่งกรรมก็จะหมุนทับรอยเดิม คือไปเจอคนใหม่ที่มีลักษณะเหมือนเดิม เพราะตามกฎแรงดึงดูดของความคิด ลบจะดึงดูดลบ เมื่อคิดลบ ก็จะดึงดูดคนคิดลบให้เข้ามาในชีวิต

ไม่เฉพาะเรื่องของความรัก กฎแห่งแรงดึงดูดครอบคลุมไปทุกเรื่อง เช่นลูกน้องที่คิดลบกับเจ้านาย แม้จะลาออกไปแล้วงานใหม่ที่เขาได้ก็จะมีเจ้านายแบบเดียวกัน ดังนั้นจงคิดบวกเสมอ ใครจะถามอะไรเกี่ยวกับเจ้านายเก่า ที่ทำงานเก่า จงบอกแต่สิ่งดี ๆ ด้วยความรู้สึกจริง ๆ และน้อมจิตเข้าไปรับสิ่งดี ๆ นั้น จิตใต้สำนึกจะนำทางให้ได้พบกับงานใหม่ที่ดีขึ้นตามที่คิด เพราะความคิดบวกจะดึงดูดสิ่งที่เป็นบวกเหมือนกันเข้ามา

ความลับนี้เพิ่งจะถูกเปิดเผยในช่วงระยะเวลาเพียงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดการปฏิวัติสังคมครั้งยิ่งใหญ่ ตั้งแต่หลักสูตรการศึกษา วิธีการลงโทษในกระบวนการยุติธรรม วงการโฆษณา บริหารธุรกิจ การรักษาพยาบาล การทหาร ตำรวจ การสอนของครูฯลฯ

การค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้จะเปลี่ยนโลกให้เข้าสู่คลื่นลูกที่สี่กว่ากฎแรงดึงดูดของนิวตันจะทำให้โลกเกิดการปฏิวัติเป็นสังคมอุตสาหกรรมได้ ต้องใช้เวลาไปอีกสองร้อยปี ทฤษฎีของอัลเบิร์ตไอน์สไตน์ กว่าจะทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมแห่งเทคโนโลยีได้ ก็ใช้เวลาร่วมหนึ่งร้อยปี ดังนั้น กฎแรงดึงดูดของความคิด กว่าจะแสดงผลออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน คงต้องใช้เวลาอีกนาน

ขณะที่โลกกำลังตื่นเต้นกับการค้นพบนี้ และพยายามอธิบายออกมาในรูปของหนังสือ ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ฯลฯ อย่างมากมาย แต่ก็ยังทีคนเข้าใจกฏนี้อย่างถ่องแท้ไม่มากนักเช่เดียวกับครั้งที่ไอน์สไตน์ประกาศการค้นพบความลับของแสงและเวลาผ่านทฤษฎีโฟโต้อิเล็คทริกและทฤษฎีสัมพัทธภาพ ก็หาคนที่เข้าใจทฤษฎีของเขาได้น้อยเต็มที และกว่าจะนำมาใช้ในทางปฏิบัติจนปฏิวัติโลกเข้าสู่ยุคแรกของคลื่นลูกที่สามได้ ก็ใช้เวลาไปเกือบหนึ่งร้อยปี

เช่นเดียวกับทฤษฎีไร้ระเบียบ เทอร์โมไดนามิก ควอนตัม สัมพัทธภาพ ฯลฯ พระพุทธองค์ทรงหยั่งรู้ถึงการค้นพบเหล่านี้มาก่อนแล้วถึงกว่าสองพันปี กฎแรงดึงดูดของความคิดที่ตื่นเต้นกันทั่วโลกอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปฏิจจสมุปบาทในพระพุทธศาสนาเท่านั้นเอง


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 21:20 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 143



ความคิดเห็นที่ 142...***ขณะที่โลกกำลังตื่นเต้นกับการค้นพบนี้ และพยายามอธิบายออกมาในรูปของหนังสือ ภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ฯลฯ อย่างมากมาย แต่ก็ยังมีคนเข้าใจกฏนี้อย่างถ่องแท้ไม่มากนัก***

อ่านพบคำนี้แล้วนึกถึงเรื่อง DHOOM 2 ...ฉากนี้ค่ะ...คำพูดสุนารี พูดตามฉากนี้ค่ะ..ว่า..คุณ...ขโมยความคิดคนอื่นได้ด้วย...หนังอินเดีนเข้าใจหลักนี้เป็นอย่างดีเลยนะคะถ้าเทียบตามที่อ่าน..(หนังสือเล่มนี้เพิ่งซื้อมาค่ะ..ไม่กี่วันนี้เอง...)

crazy kiya-dhoom 2

http://www.youtube.com/watch?v=fAH79TXtqxE&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 21:32 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 144
คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไหว่า ปฏิบัติธรรม)




คิดบวกดึงดูดบวก คิดลบดึงดูดลบ

ความคิดบวกจะมีแรงดึงดูดความคิดบวก ความคิดลบจะดึงดูดความคิดลบ ถ้ามองอย่างผิวเผินจะเห็นว่าต่างจากขั้วแม่เหล็กที่ขั้วบวกจะดูดกับขั้วลบ แต่ความคิดจะดึงดูดเฉาะขั้วเดียวกัน เพราะปฏิกิริยาในระดับเซลล์มันจะติดต่อถ่ายทอดสัญญาณบวกหรือลบถึงกันตามความคิด ถ้าคิดบวก พลังแห่งบวกในเซลล์คนคิดจะส่งผ่านไปกระตุ้นให้เกิดพลังบวกขึ้นในเซลล์ของคนอื่น ๆ รอบข้าง และสะท้อนกลับออกทางทวารหกในที่สุด

ถ้าจะมองให้ลึกลงไปในมุมของขั้วบวกขั้วลบ ความคิดบวกก็สามารถดูดติดกับความคิดลบเพื่อทำให้เป็นกลางแบบปฏิกิริยาเคมีได้ เช่น ไฮโดรเจนมีคุณสมบัติเป็นบวก ออกซิเจนมีคุณสมบัติเป็นลบ เมื่อทั้งสองมารวมตัวกันเป็นน้ำ เปลี่ยนคุณสมบัติเป็นกลาง คนเราก็เช่นกัน ถ้ามีลบอยู่ในตัวมาก ๆ แม้จะได้รับส่วนบวกเข้ามา ก็จะดูดกลืนไปหมด ไม่สะท้อนส่วนบวกออกไป ทำให้ดูเหมือนว่าความดีที่ให้ไปสูญเปล่า เช่นคนตระหนี่ ถ้าเราให้ไปเรื่อย ๆ เขาก็ยิ่งรับ เพราะลบจะดูดกับบวก แต่ความตะนี่เขาจะลดลงเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ได้รับส่วนบวกเข้าไปจนที่สุดเมื่อส่วนลบในตัวหมดลง เขาก็จะสะท้อนส่วนบวกออกมา

คนคิดลบ เวลาทำความผิดจึงมักจะโยนความผิดให้ผู้อื่นเพราะลบในตัวเขามากพออยู่แล้ว ส่วนคนคิดบวก เมื่อทำผิดจะยอมรับว่าตัวเองผิด เพราะส่วนบวกในตัวเขาดึงดูดส่วนลบที่ผิดพลาดเข้ามา และนำมาวิเคราะห์หาต้นเหตุแห่งความผิดแล้วยังไม่รู้สึกผิด ยากจะประสบความสำเร็จในที่สุด คนที่ทำผิดแล้วยังไม่รู้สึกผิด ยากจะประสบความสำเน็จ เพราะจะมองไม่เห็นจุดบกพร่องของตัวเองเลย ความคิดลบเหมือนเงามืดที่ทำให้มองไม่เห็นอะไร

คนเห็นแก่ตัวจึงไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองเห็นแก่ตัว แถมยังไปว่าคนอื่นเห็นแก่ตัวอีก คนชอบเอาเปรียบก็จะไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่คนที่คิดลบจะไม่รู้ตัว เพราะภายในจิตใจมีแต่ความมืด

ดังนั้นการคิดบวก ให้ความรู้สึกบวกกับคนที่คิดบวกเหมือนกัน จะสะท้อนผลในทางบวกกลับมาได้เร็วกว่า เพราะเขาไม่มีส่วนลบที่จะต้องดูดกลืนบวกเข้าไป เช่น คนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เมื่อได้รับการช่วยเหลือ เขาจะตอบสนองกลัในเชิงบวก คนที่รู้คุณคนจะซึ้งใจกว่าปกติเมื่อได้รับน้ำใจจากคนอื่น เพราะแรงกระตุ้นเชิงบวกได้เหนี่ยวนำเซลล์ในร่างกายทั้งหมดของเขาซึ่งบวกอยู่แล้วให้สะท้อนคลื่นบวกกลับออกไปได้อย่างรวดเร็ว การทำบุญตักบาตรจึงได้บุญมากกว่าการช่วยเหลือคนทำผิด เพราะพลังแห่งบวกที่สะท้อนกลับจากพระภิกษุสูงกว่ามาก

ถ้าวันไหนเราอารมณ์เสีย ก็ไม่ต้องแปลกใจที่คนรอบข้างมีแนวโน้มจะกวนประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คิดลบอยู่แล้ว นั่นเพราะพลังลบในตัวเราได้เข้าไปเหนี่ยวนำให้คนอื่นแสดงออกเช่นนั้นโดยไม่รู้ตัว และยิ่งถ้าปล่อยให้อารมณ์ความคิดนั้นแสดงออกเป็นวจีกรรม กายกรรม แรงสะท้อนทางลบจากคนคิดลบรอบข้างก็จะยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเพื่อนร่วมงานเป็นคนคิดบวก ก็จะดูดซับความคิดลบในวันที่เราอารมณ์เสียได้ แรงสะท้อนจะน้อยกว่ายิ่งถ้าเจอเพื่อนที่รู้จักให้ส่วนบวกออกมาด้วย จะช่วยเราได้มากทีเดียว และส่งผลให้ส่วนลบค่อย ๆ ลดลงจนหายไปในที่สุด ใครที่มีเพื่อนแบบนี้ถือว่าเป็นกัลยาณมิตร

จากการค้นพบนี้ เราจึงได้คำอธิบาว่า ทำไมความคิดจึงมีแรงดึงดูด เช่น ถ้าเราคิดทำร้ายใคร ปฏิกิริยาของเซลล์ในร่างกายเราก็จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว และมันสามารถไปติดต่อกับเซลล์ในร่างกายคนอื่นให้ตอบสนองแบบเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ประสาท ดังนั้นความคิดที่จะทำร้ายคนอื่นจะเป็นตัวดึงดูดให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายเราเช่นกัน แรงสะท้อนนั้นจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นฐานภายในเซลล์ของเขาเป็นบวกหรือเป็นลบ ในทางกลับกัน ถ้าเราคิดให้ความรักกับคนอื่น สารแห่งความรักเช่นเอนดอร์ฟิลในตัวเราจะพุ่งสูงตามไปด้วย และเมื่อเอนดอร์ฟิลในคนอื่นสูงขึ้น เขาก็เกิดความรู้สึกอยากจะให้ความรักออกมาบ้าง

กฎข้อที่สามของนิวตัน ได้บอกไว้ว่า เมื่อมีแรงกิริยา ย่อมมีแรงปฏิกิริยาเสมอ เช่นเดียวกัน ถ้าเราให้ความรักต่อใครก็ต้องได้ความรักของคนนั้นกลับมา กฎข้อนี้ของธรรมชาติใช้ได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ถ้าเราคิดบวก ผลสะท้อนก็ต้องเป็นบวก ถ้าคดลบผลสะท้อนก็ต้องเป็นลบ จะเป็นอื่นไปไม่ได้

ดังนั้นคนที่เพิ่งอกหัก ขณะนั้นจะมีความคิดลบอย่างามากมายอย่าเพิ่งพยายามหาคนรักใหม่ เพราะโอกาสที่จะดึงดูดคนไม่ดีเข้ามาในชีวิตมีสูงมาก ยิ่งถ้ารู้สึกเจ็บจนเข็ดกับความรักยิ่งอันตรายถ้าจะแสวงหาความรักใหม่ในขณะนั้น จงอยู่อย่างสงบ รอให้สถานการณ์คลี่คลายจนรู้สึกดีขึ้น และพร้อมที่จะให้ความรักออกไป เมื่อนั้นค่อยคิดหาคนมาดามหัวใจ

แม้แต่นักพนันระดับเซียนก็รู้ความลับนี้ ขณะที่รู้สึกว่าคิดลบ เขาจะหยุดเล่นทันที เพราะความคิดลบไม่มีทางดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาได้


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 22:34 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 145



เพลงหวาน ๆ ซึ้ง ๆ จากหนังเรื่อง Jodhaa Akbar....มีดูพระเอกรำดาบ???.....

Jashn-E-Bahaara-Jodhaa Akbar
http://www.youtube.com/watch?v=WHFKIpeuz2Q&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 02/01/52 - 23:04 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 146



สวัสดีตอนดึกๆค่ะ พี่แดง

เห็นพี่แดงพูดถึงเรื่องคิดบวก แล้วนึกถึง คิดถึงหนังสือเล่มนี้ค่ะ เป็นชีวประวัติของชายคนหนึ่ง ที่มีอดีตเป็นขอทาน พ่อตาบอด ขอทานมาตั้งแต่หนุ่ม แม่ปัญญาอ่อนที่พ่อเก็บมาเลี้ยง และอยู่กินเป็นสามี ภรรยากัน มีพี่สาวและน้องๆรวมทั้งหมดครอบครัว 14 ชีวิต พี่สาวต้องเสียสละไปเป็นโสเภณี เพื่อให้น้องชายได้เรียนหนังสือ

แต่เขาก็ต่อสู้ เพื่อตัวเอง ครอบครัว ได้รางวัลเรียนดี มานับไม่ถ้วน เป็นนักกีฬาดีเด่นของโรงเรียน

เขาได้รับรางวัล บุคคลดีเด่นของไต้หวัน มีหน้าที่การงาน ครอบครัวที่ดี แม้ไม่ได้ถึงขนาดเป็นเศรษฐี แต่ก้มีบ้านอยู่ มีรถใช้ สามารถเลี้ยงดู ครอบครัวอุปการะ แม่และน้องชายที่ปัญญาอ่อน รวมทั้งน้องๆคนอื่น

ลองอ่านชีวประวัติของเขาแล้ว การคิดบวก ความกตัญญู ความคิดที่จะดำรงชีวิตอยู่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อครอบครัว ทำให้เขาได้พบเจอสิ่งดีๆในชีวิตค่ะ ในหนังสือมีเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เหมือนจะทำให้เข้าตาจน แต่ก็ผ่านมาได้ เวลาท้อๆ ลองอ่านเล่มนี้ดู พบว่ามีกำลังใจขึ้นมาอีกโข

จาก: suta_kung
วันที่: 03/01/52 - 1:20 น.
IP Address: 61.91.161.xx
ความคิดเห็นที่ 147



ข้อคิดจากไล่ตงจิ้น ค่ะ

"ผมไม่เคยโทษฟ้า ไม่เคยโทษดิน ผมสู้และลงมือทำอย่างเต็มที่ ไม่ใช่เอาแต่อ้อนวอนขอพรต่อสวรรค์โดยไม่ทำอะไรเลย”

เมื่อไหร่ที่มีปัญหา อย่าโทษตัวเอง ให้มั่นใจในชีวิตของคุณ ตั้งปณิธานไว้และทำให้ได้

ผมเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้น โดยไม่มีเจตนาจะสร้างความโศกเศร้าให้ใคร แต่หวังให้คุณสู้ชีวิตต่อไปจนได้ดี มีชีวิตที่ดีกว่า และประสบความสำเร็จมากกว่าผม”

ภรรยาของเขาก็เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาก่อน แต่ก่อนไล่ตงจิ้นเนื้อหอม เรียนดี กีฬาเด่น สาวๆมาชอบเยอะ เขาเคยรักกับสาวคนหนึ่งแต่พอเธอทราบว่าเขาเคยเป็นขอทาน มีครอบครัวใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบ เอก็เลิกคบ

ภรรยาของเขา เคยคลาดแคล้วกันไปตอนเรียนหนังสือ แต่ก็มาพบกันในภายหลัง เธอไม่รังเกียจ ยินดีร่วมทุกขืร่วมสุข อ่านตอนอาจิ้นกับภรรยาต้องฝ่าฟันอุปสรรคจากการไม่ยอมรับของครอบครัวของฝ่ายหญิง แล้วเอาใจช่วยมาก

คนดี คิดดี ทำดี ก็ได้คนดีเข้ามาในชีวิต

รูป อาจิ้นกับภรรยาและครอบครัว ค่ะ

นอกจากเป็นหนังสือแปลแล้ว ตอนนี้ยังมีฉบับการ์ตูนย์ไทยออกมาด้วยนะคะ พี่แดงสนใจลองหาให้ลูกสาวอ่านได้ค่ะ





จาก: suta_kung
วันที่: 03/01/52 - 1:34 น.
IP Address: 61.91.161.xx
ความคิดเห็นที่ 148
ขอบคุณมากค่ะน้องกุ้ง...น่าสนใจมากเลยค่ะ..พี่แดงชอบเก็บหนังสือดี ๆ แบบนี้หละ...เดี๋ยวจะไปตามหาตามล้านหนังสือ...

ความคิดเห็นที่ 147...อ่านแล้วซึ้งใจค่ะ...น่าชื่นชมเขาและครอบครัวมาก ๆ เลยค่ะน้องกุ้ง...

และที่พี่แดงสังเกตุมานานในสิ่งไกล้ๆ ตัวหรือไกลตัว...พี่แดงจะชื่นชม คนมีพื้นฐานจิตใจเหมือนแบบนี้...ถึงแม้ฐานะจะเหมือนท่านที่น้องกุ้งเล่านี้หรือฐานะต่างกันจากท่านที่เล่านี้...ตัวอย่างแบบนี้ช่วยจรรโลงโลกนะคะ...

( และที่ต่างจากนี้ก็เคยเห็นเช่น 1. ที่ไม่ต่อสู้อะไร ๆ ก็มี และก็ 2. ที่มีอยู่ก็ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่มีก็มาก และ 3. ที่เห็นอีกก็แบบนี้ก็มากค่ะ..รวย ๆมาก ๆ แต่เวลามีอะไรฟรี ๆ ก็มักไปเข้าคิวรับก่อนคนที่เหมาะสมที่จะได้ก็มากค่ะ....ประเภทหลังนี้คิดดี ๆ ก็ขำ ๆ ค่ะน้องกุ้ง...แบบนี้ก็เป็นกำลังใจเราได้เมื่อนึกอะไร ๆ ไม่ออก...ได้หัวเราะแล้วก็แจ่มใสสมองดีขึ้นอีกนิดหน่อย...)

และมักจะพบเช่นกันว่า...คนแบบที่น้องกุ้งเล่าถึงนั้นจะไม่มัวมาคิดว่าวันนี้มีอะไรที่เค้าจะมาให้ฟรี ๆ ...เป็นที่น่าชื่นชมว่า คนแบบนี้เค้าจะคัดตัวเองออกจากของฟรี ๆ เพื่อสละให้คนอื่น ๆ ...นึกแล้วก็ขนลุกนะคะ...มีจริง ๆ ....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/01/52 - 14:51 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 149




เห็นปืนใหญ่ในหนัง...
JodhaAkbar|full movie|part2 และ JodhaAkbar|full movie|part3

http://www.youtube.com/watch?v=QzDha6Yrfuk&feature=related


เห็นภาพปืนใหญ่ในหนังเรื่อง jodha and akbar ....แล้วทำให้นึกถึงความคิดเห็นที่ 8....ที่เคยค้นหาปืนคาบสิลา..ที่เห็นตเองเคยใช้..


อินเดีย

ในอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุลเริ่มปรากฏว่ามีการใช้ปืนคาบศิลาในช่วงทศวรรษที่1510 ซึ่งในสมัยนี้พระเจ้าบาบูร์และพระเจ้าอัคบาร์ได้ใช้ปืนคาบศิลาเป็นอาวุธหลักของทหารราบในการปราบปรามหัวเมืองฮินดูและมุสลิมของเจ้าผู้ครองแคว้นทางภาคใต้ เสียงของปืนคาบศิลายังทำให้ช้างหลายเชือกของฝ่ายหัวเมืองทางใต้ตกใจอีกด้วยทำให้อาณาจักรโมกุลสามารถรวบรวมอินเดียเป็นเอกภาพในสมัยพระเจ้าอัคบาร์มหาราช ปืนคาบศิลาของโมกุลจะเป็นแบบคาบชุดซึ่งเป็นงานหัถกรรมอย่างหนึ่งมีการตีเหล็กอย่างประณีตไม่ได้มีการใช้เหล็กหล่อเหมือนทางตะวันตก ต่อมาเมืออินเดียตกเป็นอณานิคมของอังกฤษ ทางข้าหลวงชาวอังกฤษได้จัดตั้งทหารซีปอยซึ่งมีการจัดระเบียบแบบอังกฤษมีอาวุธหลักเป็นปืนคาบศิลาแบบฟรินท์ล็อกหรือปืนนกสับจนมีปืนแบบบรรจุกระสุนทางพานท้ายปืนมาแทนที่

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B2

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/01/52 - 15:00 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 150



พระเอกเรื่องjodha and akbar ...แต่งกายทางอิสลาม...น่ารักน่าเอ็นดูทีเดียวค่ะคุณแว่น...

jasne-e-bahara instrumental exclusive

http://www.youtube.com/watch?v=61ksKK_SyF8&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/01/52 - 21:00 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 151
แค่อาทิตย์เดียวเองงง....ไหงข้อความเยอะจังเลยยย
พี่แดงผมตามอ่านก่อนนะฮับบ..แต่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการอ่านเพราะอ่านหลายบรรทัดมากๆเข้าแล้วรู้สึก สมองจะมีปัญหาฮับบ(ภาพไหวๆ ยังไงก็ม่ายยรู้)......
มีใครใหม่ๆบ้างเอ่ยย..ไม่คุ้นชื่อเลยแฮ่ะ(แต่ยินดีที่ได้รู้จักฮับบ)ผมเป็นน้องคนสุดท้องฮับบบ

จาก: อาบัง
วันที่: 03/01/52 - 21:57 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 152
.อาบัง copy ไว้ที่ คอมฯตนเอง.. แล้ว Print..อ่านก็ได้นะคะ..

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/01/52 - 12:57 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 153



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไหว่า ปฏิบัติธรรม)




ค้นให้พบบวก แม้แต่ในสิ่งที่เป็นลบ

เราคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ถ้าเราให้เกียรติคนอื่น คนอื่นก็จะให้เกียรติเรา ถ้าเรายิ้มให้โลก โลกก็จะยิ้มให้คุณ ซึ่งเป็นความจริง แต่ต้องเป็นการแสดงออกจากความคิดบวก ถ้าเราให้เกียรติหรือยิ้มกับคนอื่นด้วยใจจริง ผลสะท้อนจะเป็นอื่นไปไม่ได้ คนที่เข้าใจกฎของธรรมชาติข้อนี้ เขาจะคาดหมายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เช่นเดียวกับการปลูกมะม่วง ก็ต้องได้ผลมะม่วงไม่มีทางได้ผลมะนาว

ผู้ที่ค้นพบควาลับของความคิดจะสนุกกับการเล่นกับความคิด เพราะรู้ว่ามันมีแรงดึงดูด และเมื่อฝึกบ่อยเข้าเรื่อย ๆ พลังแห่งแรงดึงดูดนั้นก็สูงขึ้น ๆ จนบางครั้งถึงขนาดตกใจในพลังของมัน ในที่สุดจะรู้ว่า สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นก็เพราะวิธีคิดนั่นเอง

ความคิดของคนเรามีอานุภาพมาก เช่นโน้ตดนตรีทั้งหมดที่มีเพียงโด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด ความจริงทั้งหมดมีเพียงแค่นั้น แต่จะสรรค์สร้างออกมาเป็นผลงาน เป็นบทเพลงที่ทรงคุณค่าได้มหาศาลอย่างไร ขึ้นอยู่กับความคิดและจินตนาการของมนุษย์ เช่นเดียวกับสีที่มีแม่สีเพียงสาม คือ แดง เหลือง น้ำเงิน ความจริงก็มีเท่านั้น แต่ภาพวาดที่ประเมินค่าไม่ได้ ก็มาจากการสร้างสรรค์ของความคิดที่ต่างกัน แม้แต่ความรู้สึกที่มีต่อสีต่าง ๆ ของคนแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เช่นบางคนอาจรู้สึกลบกับสีม่วง แต่อีกคนกลับรู้สึกบวกเมื่อได้เห็นสีม่วง บางคนไม่ชอบสีดำ แต่ศิลปินบางท่านสามารถนำจุดบวกของสีดำซึ่งมีพลังลึกลับซ่อนอยู่ มาสรรค์สร้างเป็นภาพศิลป์อันยิ่งใหญ่ระดับโดลกได้ เช่นผลงานของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี

คนคิดบวกจะหาโอกาสให้ตัวเองได้เสมอ และแม้จะมีปัจจัยที่มาช่วยเพียงไม่กี่อย่าง เหมือนตัวโน้ตไม่กี่ตัว สีไม่กี่สีเขาก็สามารถมองเห็นจุดเด่นของแต่ละสิ่ง แล้วนำมาประกอบขึ้นเป็นความสำเร็จได้อย่างอัศจรรย์

ผู้ที่คิดบวกอยู่เสมอจะมองเห็นโอกาสซ่อนอยู่ แม้แต่ในสิ่งที่เป็นลบก็ตาม ส่วนคนที่คิดลบก็จะเห็นแต่ความสิ้นหวังแม้ในสิ่งที่เป็นบวก ยกตัวอย่างเช่น ขณะที่วอลท์ ดิสนีย์ ชีวิตกำลังตกต่ำในช่วงวัยหนุ่ม เขาต้องไปนอนที่โรงรถในโบสถ์ และเห็นหนูอยู่เต็มไปหมด ขณะที่ไล่หนูไป เขาก็มองเห็นภาพบวกในตัวหนู และเก็บความรู้สึกนั้นไว้ ขณะที่กำลังเดินทางอยู่ยนรถไฟก็เกิดจินตนการ นำภาพบวกนั้นมาสร้างเป็นมิกกี้เมาท์ที่ครองใจเด็ก ๆ ไปทั่วโลก

เซอร์อเลกซานเดอร์ เฟลมมิ่ง ผู้คันพบเพนิซิลินได้โดยบังเอิญจากการที่มีเชื้อราลอยมาปนเปื้อนในจานเพาะเชื้อแบคทีเรียทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับนักทดลองคนอื่น ๆ มาก่อนแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ทุกคนคิดว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญที่มีราตกลงมาปนเปื้อน เพราะเชื้อแบคทีเรียที่เพาะไว้จะตาย แต่เขากลับมองเห็นปรากฏการณ์นี้เป็นบวก เขามานั่งพิจารณาต่อว่า ทำไมเชื้อราจึงฆ่าแบคทีเรียได้ จนสามารถสกัดออกมาเป็นยาเพนิซิลลินที่มีประโยชน์อย่างมหาศาลต่อมนุษย์

ในอดีตกาล เข็มฉีดยาจะเป็นเข็มตัน จุ่มแล้วปักลงไปไม่ค่อยได้ผล เพราะยาเข้าไปไม่ถึงเส้นเลือด จนเมื่อมีคนสังเกตเห็นจุดเด่นของเขี้ยวงู คือมีรูตรงกลางเขี้ยว เมื่อมันกัดใคร มันจะปักเขี้ยวเข้าไปก่อน แล้วค่อย ๆ ปล่อยพิษออกทางรูนั้น คนที่เห็นจุดบวกนี้รีบนำการค้นพบที่ได้มาประดิษย์เข็มฉีดยาที่มีรูตรงกลาง นำไปสู่การปฏิวัติรูปแบบเข็มฉีดยาครั้งยิ่งใหญ่
ความคิดบวกกับการช่างสังเกตเป็นของคู่กัน การจะหาส่วนบวกที่ซ่อนอยู่ในลบต้องใช้สติสัมปชัญญะสูงกว่าปกติ แน่นอนว่าถ้าจะหาส่วนบวกในสิ่งที่เป็นบวก ทุกคนสมารถมองเห็นได้ แต่อัจฉริยบุคคลมองไม่เหมือนคนอื่น คือเห็นส่วนบวกในสิ่งที่เป็นลบ และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ชีวประวัติของบุคคลที่ประสบความสำเร็จจากทั่วโลกเริ่มต้นมาจากความคิดแบบนี้

ทอมัส อัลวา เอดิสัน ประสบความล้มเหลวจากการทดลองนับหมื่นครั้ง แต่เขาบอกว่า ทุกครั้งที่ล้มเหลว เขาได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง คนที่คิดบวกจะมองเห็นแสงสว่าง ในลบย่อมมีบวกแฝงอยู่เสมอ เขาจะมีพลังอย่างไม่สิ้นสุด เพราะมุมมองด้านบวกทำให้มีกำลังใจ และเป้าหมายที่ตั้งไว้จะสูงกว่าคนทั่วไปเนื่องจากการมองในทางบวกทำให้คิดว่าน่าจะไปถึงจุดนั้นได้


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/01/52 - 15:35 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 154



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไหว่า ปฏิบัติธรรม)


นำความคิดบวกมารวมกัน ก่อเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์

ความคิดเชิงบวกจะมีการเปลี่ยนแขนงของเส้นใยประสาทที่ยื่นออกมาจากเซลล์ประสาทนับพันนับหมื่นเซลล์มาเกี่ยวร้อยเข้าด้วยกันเป็นร่างแหใยประสาทอันแข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้นแขนงใยประสาทเหล่านั้นจะสมารถสร้างใยประสาทเพิ่มเติมเพื่อยื่นออกไปสัมผัสแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงบวกกับเซลล์ประสาทส่วนอื่น ๆ ในสมองได้อีกด้วย ก่อให้เกิดความเข้าใจหยั่งรู้ในสิ่งใหม่ขึ้นมาที่เราเรียกกันว่า ความคิดสร้างสรรค์


ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นการนำส่วนบวกของแต่ละสิ่งเข้ามารวมกัน เซลล์ประสาทแต่ละจุดของสมองมีข้อมูลที่เก็บไว้ต่างกัน เมื่อมันมีแขนงใยประสาทที่เชื่อมถึงกันก็จะเกิดความคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ขึ้น

นักบริหารที่เก่ง ๆ ก็สมารถนำจุดบวกของแต่ละงานมามอบหมายให้ลูกน้องที่มีจุดบวกตงกับงานด้านนั้น เป็นการผนวกส่วนบวกสองส้วนเข้าด้วยกัน ถ้านักบริหารมีมุมมองต่องานที่จะมอบหมายในเชิงลบ และยังไปมองลูกน้องที่จุดลบ บริษัทนั้นก็จะล่มสลายในไม่ช้า เช่นเดียวกับผู้ฝึกสอนนักกีฬาแต่ละคนเหมาะสมกับตำแหน่งผู้เล่น โดยให้ส่วนบวกของนักกีาที่เก่ง ๆ จะจัดตำแหน่งผู้เล่น โดยให้ส่วนบวกของนักกีฬาแต่ละคนเหมาะสมกับตำแหน่งมากที่สุด ผู้ฝึกสอนคนไหนที่คิดตรงกันข้ามมัวแต่ไปมองส่วนลบของลูกทีม ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต้องมี แล้วใช้ส่วนลงนั้นมาวิเคราะห์ว่านักกีฬาคนนี้เหมาะกับตำแหน่งไหนการวิเคราะห์แบบนี้คือหนางแห่งการพ่ายแพ้

การเลือกโรงเรียนให้ลูกก็เหมือกัน ต้องนำส่วนบวกของแต่ละโรงเรียนมาเปรียบเทียบกัน โดดรงเรียนไหนบวกมากกว่าก็ส่งลูกเข้าไปเรียน ไม่ใช่นำส่วนลบมาเปรียบเทียบ แล้วบอกว่าโรงเรียนนี้ลบน้อยกว่า ดีกว่า แต่ทั้งนี้ต้องระวังส่วนที่เป็นบวกเทียม(false positive)ด้วย
การคิดลบจะมีร่างแหใยประสาทเชิงลบเกิดขึ้นเช่นกัน และแขนงใยประสาทเหล่านั้นก็จะยื่นไปเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลบกับเซลล์ประสาทส่วนอื่นในสมองได้ ดังนั้นคนที่คิดลบจะเห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด เพราะเกิดความคิดโยงสิ่งโน้นสิ่งนี้ในทางลบอยู่ตลอดเวลา ก่อให้เกิดความคิดเชิงทำลาย

การทำงานของสมองจะส่งสัญญาณไปตามแขนงใยประสาทที่ใช้บ่อย ๆ ที่เรียกว่า นิสัย ดังนั้นถ้าเราฝึกคิดบวกจนเป็นกิจวัตรในที่สุดแขนงใยประสาทเชิงบวกทั้งหมดจะทำงานโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เจอเหตุการณ์ใด ๆ ก็ตาม ส่วนใยประสาทที่เกี่ยวกับความคิดลบก็จะค่อย ๆ ฝ่อลงไป และปฏิกิริยาของเซลล์ประสาทนี้จะส่งสัญญาณไปที่คนไกล้ชิดด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครอบครัวที่สายเลือดเดียวกัน แม่ที่คิดบวกจะเหนี่ยวนำให้ลักษณะเส้นใยประสาทของลูกมีโครงสร้างบวกไปด้วย

สิ่งหนึ่งที่แตกต่างระหว่างคนที่คิดบวกกับคิดลบก็คือคนคิดบวกจะแสวงหาโอกาสอยู่ตลอด และเตรียมตัวพร้อมอยู่เสมอ เพราะมั่นใจว่าสักวันต้องมีโอกาส แต่คนคิดลบจะรอให้โอกาสวิ่งเข้ามาชน และแม้ว่ามีโอกาสขึ้นมาจริง ๆ เขาก็จะพลาดเพราะเตรียมตัวไม่พร้อม อันเป็นผลเนื่องมาจากการมองลบจนคิดไม่ถึง

หนทางแห่งโอกาสนั้นใช่ว่าจะปูด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มีอุปสรรคขวากหนามเป็นระยะ ๆ คนที่คิดบวกเท่านั้นจึงจะสมารถฟันฝ่าไปถึงจุดหมายได้ เพราะเขาจะมองเห็นจุดบวกระหว่างทางเดินอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่คนคิดลบจะมองเห็นแต่อุปสรรค

เรามักจะคิดกันว่า โชคชะตาในอนาคตถูกกำหนดไว้แล้วเป็นจุดที่อยู่นิ่ง ความจริงแล้วไม่ใช่ ทั้งโชคและโอกาสมีพลวัตรอยู่ตลอดเวลา เหมือนผีเสื้อที่บินไปมา คนที่ประสบโชคหรือมีโอกาส คือคนที่มุ่งมั่นเพียรพยายามไขว่คว้าเท่านั้น


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/01/52 - 15:41 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 155
ขออภัย..เอากระทู้ของอาจารย์ที่ตรวจข้อสอบเด็กมาให้อ่านนิดหน่อยครับ

ตอนสอบเคยทำงี้ไหม ?

--------------------------------------------------------------------------------

อันดับ 1 : จงหา x?
http://www.fwdder.com/data/mail/2008...5-image001.jpg

แหมะ โจทย์เขาสั่งให้หา x มันก็วงกลมล้อมรอบ แล้วมีการเขียนบอกว่า 'อยู่นี่ไง' อีกต่างหาก Error! Filename not specified. ,,, ผลคือ ได้ 0 แบบบไม่ต้องสืบ



อันดับ 2 : ลิมิตตะแคงข้าง

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...1-image003.jpg

อันนี้ ถ้าเรียนแคลคูลัสแล้วจะช่วยให้ฮายิ่งขึ้น ,,, ก็คือ อาจารย์คนนี้แกสอนเด็กว่า ถ้าลิมิตเข้าใกล้ a ของ 1/(x-a) แล้ว คำตอบมันจะได้เท่ากับ อินฟินิตี้ แล้วแกก็ยกตัวอย่างกรณี a=8 ,,, ปลาดุก และปลากดว่า ไอ่เครื่องหมายอินฟินิตี้ มันดันไปเหมือนกับเลข 8 ตะแคงข้าง ,,, เด็กมันก็เลยเข้าใจว่า คำตอบของโจทย์ทำนองนี้ ก็คือ ให้เอาตัวเลขไปตะแคงข้าง พอลิมิตเข้าใกล้ 5 ปุ๊บ มันก็ตอบเป็น เลข 5 ตะแคงข้างทันที เออ เอากับมัน Error! Filename not specified.



อันดับ 3 : sinx/n = 6

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...9-image005.jpg

อันนี้ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆให้มันลึกซึ้ง คนแก้สมการตัดตัวเลขมันมือไปหน่อยยังไงไม่ทราบ ดันไปตัด 1/n กับ ตัว n ของคำว่า sin แล้วเผอิญมันกลายเป็นคำว่า six ก็เลยตอบ 6 ไปซะดื้อๆ ฮ่วย!



อันดับ 4 : จงกระจาย

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...0-image006.jpg

อันนี้เห็นแล้วอยากกรี๊ดเป็นภาษาไนจีเรีย Error! Filename not specified. โจทย์บอกจงกระจาย ไอ่คนทำ มันก็กระจายจริงๆ ,,, เขาบอกกระจายเป็นพจน์ว้อยยย ไม่ใช่กระจายตัวหนังสือ Error! Filename not specified.



อันดับ 5 : ตายดีกว่า

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...7-image007.jpg

ผมเห็นใจคนนี้มากที่สุด เพราะดูเค้าพยามแล้ว แต่ประมาณคิดไปคิดมาแล้วมันตันไปต่อไม่ได้ยังไงไม่ทราบ เฮียแกเลยสติแตก ผูกคอตายบนเครื่องหมายรากม่างซะเลย ,,, ไปสู่สุขตินะเฮีย http://www.fwdder.com/data/mail/2008...1-image008.gif



อันดับ 6 : จวย! มาดูดจู๋ตูเหอะ!

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...8-image009.jpg

รายนี้ก็ออกแนวสติแตกแบบข้างบน แต่ออกเป็นแนวถ่อย สุดท้ายนอกจากไม่ได้คะแนน โดนอาจารย์เรียกพบอีกต่างหาก



อันดับ 7 : เทพ vs noob

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...6-image010.jpg

เปลี่ยนมาดูวิชาภาษาอังกฤษกันบ้าง ,,, ผมว่าเจ้าของกระดาษคำตอบแผ่นนี้คงติดเกมออนไลน์แหงมๆ Error! Filename not specified. (สำหรับคนไม่เข้าใจมุก ,,, ภาษาของคนที่เล่นเกมออนไลน์ คำว่า pro หมายถึง คนที่เล่นเก่งๆ หรือทีเรียกว่า 'เทพ' นั่นแหละครับ ส่วน คำว่า noob มาจาก newbie หมายถึง คนเล่นไม่เก่ง หรืออ่อนหัด อะไรทำนองนั้น)



อันดับ 8 : วัดใจ เสี่ยงดวง

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...7-image011.jpg

ออกแนวเกมวัดดวงกันเลยครับสำหรับรายนี้ สงสัยพี่แกกะว่า เลือก C รวดทั้งร้อยข้อ ขี้หมูขี้หมามันต้องมีข้อถูก ,,, แต่เผอิญมันซวยตรงที่ อีตานี่คงอ่านโจทย์ไม่ดี ข้อสอบมันเป็นแบบถูกผิด ถ้าถูกเลือก A ถ้าผิดเลือก B แต่อีตานี่ดันโซโล่ C ทั้งร้อยข้อ (จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด -*-)

,,, ,,, ,,,





2 อันดับสุดท้าย ไม่ได้เอามาจากเว็บ แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับอาจารย์แถวๆนี้ครับ



อันดับ 9 : สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...4-image012.jpg

เป็นการเชือดเฉือนกันด้วยธรรมะกันเลยทีเดียว http://www.fwdder.com/data/mail/2008...4-image002.gif ,,, เมื่อลูกศิษย์ร้องขอความเมตตา ด้วยสุภาษิต 'เมตตาธรรมค้ำจุนโลก' (ให้คะแนนผมเถอะ) แต่อาจารย์ก็ใช่เบา สวนกลับด้วยสุภาษิต 'สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม' (ทำได้แค่นี้ ก็เิอาคะแนนไปเท่านี้) http://www.fwdder.com/data/mail/2008...5-image013.gif

อันดับ 10 : มืด8ด้าน

http://www.fwdder.com/data/mail/2008...1-image014.jpg

ไม่รู้จะบรรยายไงดี แต่ขอบอกว่า อาจารย์ให้ค่ามุกไปตั้ง 1 คะแนนแน่ะ http://www.fwdder.com/data/mail/2008...6-image004.gif

,,,, ,,,, ,,,

เอาเป็นว่า ดูกันฮาๆคลายเครียด แต่ไม่แนะำนำไปทำในห้องสอบ เพราะถ้าอาจารย์ไม่ฮาด้วย งานนี้ ตัวใครตัวมัน!!







จาก: อาบัง
วันที่: 04/01/52 - 18:14 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 156
เดี๋ยวช่วงค่ำ ๆ พี่แดงจะมาตามอ่านที่อาบังค้นมา...



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/01/52 - 8:00 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 157



ค้นหาชุดชายไทยสมัยที่เห็นตามความคิดเห็นที่ 8..ค้นหลายครั้งก็...ไม่มีผู้ชายในภาพที่ค้นนั้นใส่ได้ดูดีเท่า..จึงหามาเฉพาะเสื้อ....ผิวพรรณสมัยนั้นก็ขาว ๆ ใส ๆ

.ค้นเก็บมาเฉพาะเสื้อ...เรียกว่า... ผ้าย้อมเม็ดมะเกลือ... สีและรูปแบบตรงมากเกือบ ๆ เต็ม..

.กางเกงก็...หาที่เหมือนไม่มี เป็นผ้าสีเดียวกัน..ยางแนบตามรูปร่างได้พอดี พอเหมาะ ยาวสูงกว่าข้อเท้าขึ้นมาก็นิดหน่อย ...

ตอนเห็นแล้วนึกย้อนทวนดู ... ตนเองไม่เคยคิดว่าจะเคยใช้ชุดโบราณแบบนั้นมาก่อน เห็นในหนังก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นเรื่องต้องเก็บมาจำเลย เพราะว่าไม่มีสื่ออะไรให้นึกออกว่าเคยใส่...เห็นแล้วก็ประทับใจมาก ๆ ...การตัดเย็บสมัยนั้นก็เป็นศิลปะที่ประณีต ....


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 06/01/52 - 2:13 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 158



อีกภาพค่ะการเย็บผ้าไทย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 06/01/52 - 2:14 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 159
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ...

ความคิดเห็นที่ 81...ก็คือชุดที่คล้ายที่ตนเองใส่นะคะ...ต่างนั้นิดหน่อยตรงที่ปล่อยชายผ้าลงมาด้ายอกซ้าย

และก็เห็นตนเองเป็นผู้หญิง อีก 3 สมัย...( 2 สมัยนั้นเป็นผู้หญิงที่ไม่เห็นมีผู้ชายใด ๆ อยู่ด้วย...เห็นแค่ว่ายิ้มแย้มร่าเริงสดใส หน้าตาก็ต่างกัน

มีที่เหมือนกันทุกสมัยคือ ตรงแววในดวงตาและเวลายิ้ม..จะเป็นอาการเดียวกันไม่ว่าหน้าและรูปร่างจะไม่เหมือนกัน....อีกสมัยนึงก็เป็นหญิง สมัยนี้ประทับใจเพราะเห็นนานมาก ๆ ต่อกันเป็นเรื่องเป็นราวหลายวันมาก ๆ ...สมัยนี้เป็นภาพแรกที่มีอาการเห็นภาพ....แต่ว่าตอนนี้หายไปแล้ววววว...แรก ๆ ก็จำไว้อย่างเดียว นานต่อมานึดถึงก็เเลยลองค้นหาดูเผื่อจะมีอะไรที่ตรงกันบ้าง....ก็พอมี...เท่านั้นก็มีคุณค่ามากมายต่อเส้นทางสายพุทธะในตัวเอง....แต่ละสมัยก็ระบุไม่ได้ว่าสมัยใดมาก่อนมาหลัง....นับรวมก็กับสมัยนี้ก็ป็นหญิง 6 ครั้ง...เรื่องแบบนี้แรก ๆ กลัวจะเห็นค่ะแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้..แต่พอไม่เห็นนึกอยากเห็นก็ไม่มีให้เห็น...แต่ก็ไม่มีให้อีกก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่..เพราะแต่ละวันตั้งสติขัดเกลาจิตใจตนก็ยังไม่หวดไม่ไหว เผลอก็ไม่ได้..ยังกับว่ากำลังเดินไต่สะพาน พลาดนิดดด ก็ตกน้ำป๋อมแป๋ม...ก็เก็บสะสมไว้ตามประสา ๆ...)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 06/01/52 - 2:55 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 160
สวัสดีปีใหม่ 2552 ครับ คุณแดง
ผมขอให้คุณแดง และครอบครัวมีความสุข
ตลอดปีใหม่ครับ แว่น(หนังไทยอดีต)


จาก: แว่น
วันที่: 06/01/52 - 10:03 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 161
คุณแดงเคยดูหน้งไทยเรื่องสยามสแควร์ หรือ
เปล่าครับ หนังไทยนี้ก็ประมาณ 2527 เห็นจะได้
น่ะครับเป็นหนังไทยวัยรุ่นยุคนั้นครับ แฟชั่นทรง
ผมหลายสไตล์และแต่งตัววัยรุ่นหลายสไตล์ มีทรง
บูติค แต่งตัวบูติค สำหรับผมเคยแต่งต้วบูติค ไว้ทรงผม
บูคิตครับ



จาก: แว่น
วันที่: 06/01/52 - 12:38 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 162
ผมอยากทราบนางเอก(หน้งอินเดีย)ที่
นับศาสนาอิสลามมีใครบ้างครับ ถามคุณอิทหรือ
คุณแดงก็ได้ครับ ขอบคุณครับ



จาก: แว่น(อิสลาม)
วันที่: 06/01/52 - 13:12 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 163
คุณแดงมีเพื่อนที่นับถือศาสนาอิสลาม
มีบ้างมั๊ยครับ


จาก: แว่น
วันที่: 06/01/52 - 13:13 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 164
ชาวอินเดียอาหารหลักใช่โรตีหรือข้าวครับ
ผมเห็นหนังอินเดียส่วนใหญ่จะรับประทาน
โรตีน่ะครับ



จาก: แ่ว่น
วันที่: 06/01/52 - 13:42 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 165



สยามสแควร์ ....ไม่ได้ดูค่ะคุณแว่น...

ตอนเรียนแดงมีเพื่อนเป็นอิสลามหลายคนค่ะทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องด้วย...

นางเอกอินเดียอิสลามเดี๋ยวแดงจะลองค้นนะคะ..

อาหารอินเดีย โรตี ก็ต้องศึกษาอีกทีค่ะ...(อาบังคะ...พี่แดงรบกวนฝากถามคุณ รามจี ท่านเจ้าของเวปหนังอินเดียเรื่องอาหารอินเดียนิดดดดด..นะคะ...เพราะว่าท่านเป็นชาวอินเดียที่อยุ่ในไทยค่ะ...หรือไม่ก็รบกวนถามพี่ว่านค่ะ...ถ้าพอมีเวลา...ว่าง ๆ สบาย ๆ ใจเมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ...และพี่แดงจะลองค้นดูที่เวปฯต่าง ๆ ด้วย)

วันก่อนแดงได้ยินเพื่อน ๆ ที่ทำงานเล่าว่า...รายการผู้หญิง ถึงผู้หญิง..เค้าแนะนำอาหารลดความอ้วนดังนี้ค่ะ...(ได้ฟังแล้วก็คิดถึงว่าคุณแว่นเคยถามถึงการลดความอ้วน...เป็นงานที่พบมาจากกการวิจัยทางฝรั่ง...แดงฟังมาค่ะ...ไม่ได้ดูเอง....

ก็....ทานกล้วยหอม แอปเปิ้ลเขียว สะระแหน่....เพราะว่าทั้งสามชนิดนั้นเค้าจะมีสรรพคุณทางด้านการยับยั้งสารที่จะออกมาทำให้รู้สึกหิวอาหารค่ะ....ก็ประมาณว่า..กลิ่นของกล้วยหอม แอปเปิ้ลเขียว และระแหน่.....เป็นตัวไปทำหน้าที่คล้ายหลอกให้สมองเข้าใจว่าอิ่มแล้ว....

สารอาหารตัวอื่นก็หมั่นศึกษาให้ครบถ้วนะคะ....ทั้งสามชนิดที่เล่านี้ก็เป็นตัวช่วยที่ดี...

ว่ากันว่า... เค้าลดด้วยวิธีนี้ได้ถึงเดียนละ 13 กก...(ก็เป็นไปได้ค่ะ..เพราะว่างานวิจัยแบบนี้ก็ทำที่ประเทศตะวันตก.....ชาวฝรั่งตัวโตมาก....)

จริง ๆ แล้วแดง...ไม่ให้ทานกล้วยหอมก็ได้ค่ะ...ชอบทานกล้วยน้ำหว้า....แต่พอทราบสรรพคุณก็ทานได้ค่ะ...แดงนึกถึงประโยชน์เป็นหลัก...ไม่ชอบก็ทานได้...ทานไปก็พิจารณาว่า...อร่อยตรงไหนน๊า....เช่นที่บ้านแดงคุรพ่อคุณลูกเค้าชอบทานมังคุด...แต่ว่าแดงไม่ให้ทานก็ได้...แต่ก็หยิบมาทานตั้งนานหลายปีดีดัด..จนถึงปัจจุบัน...ก็ ...ยังค้นหาอยู่ค่ะเวลาทานว่า..มังคุดอร่อยตรงไหนเนี่ย...แต่สรรพคุณมังคุดนั้นเป็นที่ยอมรับค่ะ...แดงทานเพราะเห็นประโยชน์....สมัยนี้ดีมากค่ะมีการค้นคว้าเรื่องคุณค่าทางสารอาหารอย่างกว้างขวาง...ช่วยได้หลายอย่างนะคะ...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 08/01/52 - 12:44 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 166



เล่าเรื่องที่เห็นภาพเป็นเรื่องเป็นราว..ภาพในสมัยแรก อืมม...คล้ายภาพจากหนังเคลื่อนไหวได้ แต่มีเชิงลึกกว่าหนัง....

นึกถึงชุดที่ตนเองใช่ก่ออื่นเลย...ประทับใจเช่นตรงคอเสื้อ แขนเสื้อ จะมีกลีบระบาย ๆ น่ารักๆ นึกถึงกลีบดอกแพงพวย..ค้นหาดอกแพงพวยแล้วได้เพลงมาด้วค่ะ...จน่าจะไม่เคยได้ฟังมาก่อนด้วย...เพลงคุณจรัล....ฟังเนื้อเพลแล้วก็ชื่นใจค่ะ....นำภาพดอกแพงพวยมาไว้รอเล่าถึง เรื่องราวในภาพที่เห็นนั้น ที่พอจะจับประเด็นได้บ้าง....


แม่ดอกแพงพวย จรัล มโนเพชร

http://www.click2member.com/viewthread.php?tid=6838&extra=page%3D9

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 08/01/52 - 12:57 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 167
ขอบคุณมากครับคุณพัชรินทร์
ที่กรุณาตอบคำถาม


จาก: แว่น
วันที่: 08/01/52 - 14:30 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 168
นั่นแน่พี่แดง..ให้ผมถามที่เว็บหนังอินเดียหรือครับ...ลองดูก่อนนะครับว่าเขาจะตอบรึเปล่าเอ่ย???.(เดี๋ยวนี้ผมกลายเป็นบุคคลแปลกหน้าไปแล้วม๊างงง ในเว็บหนังอินเดีย..มะมีคนตอบด้วยซะแล้วววว.แงแงแง...นึกไม่ถึงเลย..พระเอกหน้าตาดีหยั่งผม ..จะถึงคราวเยี่ยงนี้..คิกคิกคิก...)
เดี๋ยวนี้พี่ว่านหายจากวงการไปแล้วครับ..เคยโทรเข้าไปแล้วลูกชายพี่เขารับ.ก็บอกว่าแม่ไปข้างนอกยังไม่กลับ.ก็เลยไม่ได้โทรคุยกันอีกเลยย..
แต่อย่างไรซะจะลองติดต่อดูอีกทีครับ....เผื่อว่าพี่ว่านอาจจะยังพอมีไฟในทรวงอีกนิดที่จะแผลงฤทธิสยบเพื่อนสมาชิกอีกรอบ..อิอิอิ..แซวซะเราหนออ)
พี่แดงที่เว็บสมุนไพร..เขามีลงว่า เอากล้วยน้ำว้าแช่ในน้ำผึ้งแล้วกินวันละใบ..จะเป็นเหมือนยาอายุวํฒนะหรือไงเนี่ยแหล่ะครับ..ข้อความลงถ้าจำไม่ผิดเหมือนกับว่าจะปรับธาตุในร่างกายให้ดี...ลองดูที่เว็บก่อนนะครับพี่แดง.....

จาก: อาบัง
วันที่: 08/01/52 - 19:55 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 169
แวะมาสวัสดีน้องแดง จากเมืองอเมดาบัด อินเดียครับ มาอบรมที่นี่เดือนครึ่ง

แวะไปอ่านเรื่องราวได้ที่เวปหนังอินเดีย หรือที่

http://www.hi5.com/friend/profile/displayJournal.do?viewself=true&ownerId=164850751

นะครับ รับรองความ โหด มัน ฮา



จาก: อิท
วันที่: 10/01/52 - 1:16 น.
IP Address: 203.88.133.xx
ความคิดเห็นที่ 170
อยากทราบนางเอกอินเดียที่นับถือศาสนาอิสลาม
มีใครบ้างครับ(นางเอกอินเดียในอดีตและปัจจุบัน)

ขอบคุณครับ




จาก: แว่น(นับถืบอิสลาม)
วันที่: 10/01/52 - 9:39 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 171
ขออภัยแว่น(นับถืบอิสลาม)แก้ไข แว่น(นับถืออิสลาม)


จาก: แว่น
วันที่: 10/01/52 - 9:41 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 172
คุณแดงออกกำลังกายหรือเปล่าครับ
ส่วนผมออกกำลังกาย ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตื่น
ตี 4.30 ทุกเช้า่ ไปทำงานก็ประมาณ ตี 5.30
ครับ การออกกำลังกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
ต้านทานโรคต่างๆเช่น เบาหวาน ไขมัน ความดัน
สำหรับคนอ้วนต้องออกกำลังกายใหญ่เลยครับ
ควบคุมอาหารไปด้วยให้น้ำหนักสมส่วนกับความสูง
ครับ เช่นผมสูง 170 ซ.ม น้ำหนักต้อง 70 ก.ก.ครับ
ถึงจะดีครับ



จาก: แว่น
วันที่: 10/01/52 - 9:46 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 173
ตอนนี้น้ำหนักผมลดไปเยอะครับ น้ำหนักแต่ก่อน 90 ก.ก.
ตอนนี้เหลือ 79 ก.ก. ผมลดด้วยการรับประทานอาหารน้อยๆ
ตอนเช้า 1 ช้อน กลางวัน 1 จาน เย็น 1 ช้อน ครับ ได้ผลจริงๆครับ
ประมาณ 1 เดือน 1/2 ก็ลดเหลือ 10 ก.ก.ครับ กินอาหารได้ทุกอย่าง
อย่าให้ขาดสารอาหาร ลดตามจำนวนทีผมบอก ถ้าคุณแดงต้องการอยากลดอาหารตา่มสูตรที่ผมบอก สูตรลดความอ้วนผมคิดขึ้นมาเองครับ
ต้องทนหิวหน่อยครับ อาหารมื้อ 1 ช้อนครับ เช้า/เย็น
ก่อนนอนห้ามรัีบประทานอาหารใดๆทั้งสิ้นครับ กินแต่น้ำสะอาด
ช่วยระบายขับถ่ายครับ








จาก: แว่น
วันที่: 10/01/52 - 10:00 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 174



ตรงคางด้านแสงเป็นหมูอู๊ด ๆ ต้องได้ใช้แสงปิด

อาบังไม่เห็นพี่แดงมาก็แวะมาคุยล่วงหน้าได้นะคะ...พี่แดงเข้ามาทุกวันแต่ก็ไม่ได้ลงข้อความทุกวัน

ช่วงนี้เห็นน้องป๊อดส์กระทู้เรือนธรรม....อาบังแวะไปอ่านและคุยธรรมะที่นั่นด้วยสิคะ...พี่แดงคุ้นเคยกับน้องป๊อดส์ที่ไทยฟิล์มนี้ค่ะ...น้องปอดส์บำเพ็ญบารมีในฐานนะผู้หญิงหมายเลขหนึ่ง ของพระศาสดาในอนาคตอีกพระองค์นึง...

การลดความอ้วนคุณแว่นน่าอ่านมากค่ะ..ขอบคุณค่ะแดงจะเก็บไว้เมื่อตอนแดงน้ำหนักเกิน...เป็นกำลังใจให้คุณแว่นก่อนนั้นแดงหนัก 42 กก..ช่วงนี้หนัก 43 กก...แค่กิโลเดียวเองแดงยังลดไม่ได้สักที...(ตอนช่วงอายุ 20 ก็ 38 กก. ตอนนั้จะเพิ่มอย่างไรก็เพิ่มไม่ได้สักที..พอน้ำหนักเพิ่มจะเป็นไข้อัตโนมัติ...แดงน้ำหนักเพิ่ม 1 กก. ก็ดูเป็นเจ้าปลาปักเป้า..ทั้งแก้มทั้งคางกำลังจะเป็นชั้น ๆ .....ก็คนกลัวแก่..กลัวไปหมดเลยยย..ต้องแกล้งพูดให้ตัวเองหัวเราะให้สดชื่นใจไว้เสมอว่า...พี่แดงคนสวยยยย..ตอนนี้เริ่มไม่พูดเพราะว่าแก่จริง ๆ กำลังจะ 40 ปีแล้วค่ะ...

แดงออกกำลังกายวิ่งเหยาะ ๆ ให้ได้สัปดห์ละ 3 ครั้งครั้งละ 30 - 50 นาทีค่ะคุณแว่น...แต่ว่าเหมือนแดงออกกำลังกายแทบทุกวันเพราะต้องเดินจงกรมอีก วันละ อย่างน้อย 30 นาที



ความคิดเห็นที่ 169...แดงไปแวะพี่อิทมาแล้วค่ะ...อ่านได้หนึ่งข้อความแล้ว....ที่อินเดียมีเสน่ห์แค่ไหนคะพี่อิท....

พี่อิทน่าอิจฉาจัง....

ถ้าเห็นพระเอกในดวงใจแดง..ว่า...มีคุณแม่ลูกหนึ่งที่เมืองไทยปลื้มมมม...พระเอกในดวงใจทั้ง 4 คน นั่นหละนะคะ...บอกต่อว่า...ความปลื้มนั้นหารเท่า ๆ กันนะค้า....


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/01/52 - 11:47 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 175



ได้ภาพผู้หญิงกับชุดไทยสมัยใหม่มาค่ะ..

.ใช้นำมาเก็บไว้ดูแทนกันได้กับที่สมัยตนเองใช้ได้กลิ่นไอไกล้เคียงมาก ๆ ถึงแม้จะไม่เหมือนทั้งหมดแต่ก็ไม่ผิดเพี้ยนไปเลยเสียทีเดียว....ดังเช่นลูกใครก็มีเค้าของพ่อ แม่เช่นนั้นค่...ชุดนี้ก็เช่นกันดูแล้วอบอุ่นใจ..นึกึงว่าวัฒธธรรมทยก็มีการสืบสานไว้ได้ตรงทีเดียวค่ะ...แนวนี้เลย...เพียงแต่ต่างสมัยก็ต่างไอเดีย...

นางแบบตามภาพเลือกมาที่อากัปกริยาเหมือนตนเองสมัยนั้นค่ะ..สมัยที่ใช้ปืนคาบศิลาความคิดเห็นที่ 8...ผิวแบบนี้ ตัวบาง ๆ แบบนี้ ความมั่นคงในกริยาและ ท่วงทีแบบนี้ ดูอ่อนหวานอ่อนโยน แต่แกร่ง..บ่งบอกถึงการฝึกฝนทางกายรวมทั้งฝึกจิตด้วย..อย่างน้อยก็ต้องฝึกเพื่อจะได้ประสานกับอาวุธ...(แต่หน้าตาไม่เหมือน...รูปแบบชุดไกล้เคียง...)

ค้นหาภาพมาประกอบการเล่า...ได้ภาพผู้หญิงกับชุดไทยสมัยใหม่มาค่ะ...ใช้นำมาดูแทนกันได้กับที่สมัยตนเองใช้ได้กลิ่นไอไกล้เคียงมาก ๆ ถึงแม้จะไม่เหมือนทั้งหมดแต่ก็ไม่ผิดเพี้ยนไปเลยเสียทีเดียว....ดังเช่นลูกใครก็มีเค้าของพ่อ แม่เช่นนั้นค่...ชุดนี้ก็เช่นกันดูแล้วอบอุ่นใจ..นึกึงว่าวัฒธธรรมทยก็มีการสืบสานไว้ได้ตรงทีเดียวค่ะ...แนวนี้เลย...เพียงแต่ต่างสมัยก็ต่างไอเดีย...

นางแบบตามภาพเลือกมาที่อากัปกริยาเหมือนตนเองสมัยนั้นค่ะ..สมัยที่ใช้ปืนคาบศิลาความคิดเห็นที่ 8...ผิวแบบนี้ ตัวบาง ๆ แบบนี้ ความมั่นคงในกริยาและ ท่วงทีแบบนี้ ดูอ่อนหวานอ่อนโยน แต่แกร่ง..บ่งบอกถึงการฝึกฝนทางกายรวมทั้งฝึกจิตด้วย..อย่างน้อยก็ต้องฝึกเพื่อจะได้ประสานกับอาวุธ...(แต่หน้าตาไม่เหมือน...รูปแบบชุดไกล้เคียง...)

http://www.thaitopwedding.com/Misc/dress_history-1.html





จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/01/52 - 12:03 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 176



อีกภาพค่ะ..นางแบบถูกชะตากันพอดีเลย..คนที่ถูกชะตากันนั้นก็คงหมายถึงอย่างน้อยก็มีบางอย่างในตัวคล้ายกันละมังคะ...ประกอบการเล่าสมัยที่ใช้ปืนคาบศิลาความคิดเห็นที่ 8

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/01/52 - 12:07 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 177



ชุดหญิงไทยและเรือนไทย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/01/52 - 12:08 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 178



ชุดแบบนี้ไกล้เคียงค่ะ...ดูตรงว่าทิ้งชายผ้าลงมาทางอกซ้าย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/01/52 - 12:10 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 179




คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)



ระวังความคิดบวกเทียม

ความคิดบวงอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นความคิดบวก แต่แท้จริงแล้วลบ เช่น ความคิดว่าตัวเองฉลาด คนที่คิดเช่นนั้นแสดงว่าเริ่มจะไม่ฉลาดแล้ว คิดว่าตัวเองเก่ง ก็คือไม่เก่ง ส่วนคนที่คิดลบจริง ๆ เช่น ฉันไม่สวย ฉันไม่เก่ง ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ และถ้าความคิดนั้นฝังลึกจนเป็นความรู้สึกด้วยแล้ว ความก้าวหน้าในชีวิตแทบไม่มี

คนที่คิดบวกเพราะการเปรียบเทียบ แท้จริงแล้วก็คือคนคิดลบนั่นเอง เป็นบวกเทียม ๆ แต่ทุกข์จริง เพราะเขามีความภาคภูมิใจในตัวเองต่ำ คนแบบนี้จะมีอารมณ์แปรปรวนมาก ความทุกข์สุขของเขาจะผันแปรไปตามการเปรียบเทียบ และชอบถามคำถามที่ไม่สมควรกับคนอื่น เช่น เธอเงินเดือนเท่าไร่ บ้านใหญ่แค่ไหน ขับรถรุ่นอะไร ฯลฯ คำถามเหล่านี้คนคิดบวกจะไม่ถามกัน เพราะคำตอบไม่ว่าทางใดก็จะสร้างความรู้สึกลบขึ้นในใจ เช่น การถามเพื่อนว่าเธอเงินเดือนเท่าไร ถ้าน้อยกว่าคนถามก็จะลำพองใจ แต่ถ้าเพื่อนตอบว่ามากกว่า คนถามก็จะกลายเป็นเสียใจ ทั้ง ความรู้สึกเสียใจและลำพองใจเป็นความรู้สึกลบด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการถามคำถามที่จะทำให้คิดลบ

พระพุทธองค์ก็ทรงเห็นวกเทียมของความสุขทางโลกทั้งหลาย มีฝ่ายสุขนิยมบางคนกล่าวหาว่าพระพุทธเจ้าทรงมองโลกในแง่ร้าย เห็นแต่ทุกและความตาย มีอะไรบนโลกนี้ที่น่ามองกว่านั้นตั้งเยอะ คนกลุ่มนี้จะแสงหาสิ่งสนองกิเลสตัณหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดนี้คือบวกเทียม ลองตั้งคำถามตัวเองดูว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นทำให้เรามีความสุขที่จริงแท้ได้หรือ ผู้คนสมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงเทพมหานคร ใครจะมีความสุขมากกว่ากัน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่สมัยสุโขทัยไม่มีไฟฟ้า ไม่มีรถยนต์ เครื่องบิน พิชช่า น้ำหอม เครื่องเสียง ที่นอนสปริงฯลฯ

การคิดบวกเพระไปเทียบกับลบไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะนั่นไม่ใช่บวกที่แท้จริง เหนือฟ้ายังมีฟ้า เมื่อใดเราไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่ดีกว่าหรือสูงกว่า ความคิดเราจะกลายเป็นลบทันที ยกตัวอย่างเช่น เราเงินเดือนหนึ่งหมื่นบาท ไปถามเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งบอกว่าได้แปดพัน เราจะรู้สึกบวก แต่พอไปถามเพื่อนอีกคนบอกหมื่นห้า เราก็รู้สึกลบ คนที่กำหนดความคิดบวกแบบนี้จะมีจิตใจไม่มั่นคง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย หงุดหงิดง่าย และสนใจความรู้สึกของสังคมมากเกินไป

คนที่คิดลบเหมือนคนที่ใส่แว่นสีน้ำตาล จะมองอะไรก็เห็นแต่สีนั้น ส่วนคนคิดบวกมากเกินไปก็ไม่เห็นตามความเป็นจริงเช่นกัน เหมือนคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งรัก ที่เปรียบเปรยกันว่ามองอะไรเป็นสีชมพูไปหมด เห็นแต่ส่วนบวกของคู่รัก การที่จะทำให้เราเห็นโลกตามความเป็นจริงต้องไม่มีบวก ไม่มีลบคือการใส่แว่นใส ความคิดลบจะดึงดูดให้เรากลายเป็นคนเช่นนั้น เช่น คนทีว่าคนอื่นเห็นแก่ตัว ก็คือคนเห็นแก่ตัวนั่นเองดังที่โบราณเคยบอกไว้ว่า ผีย่อมเห็นผีด้วยกัน ส่วนความคิดบวกเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้เราเห็นผีเป็นเทวดา

กรเห็นผีเป็นเทวดาก็คือสภาวะที่เรียกว่าบวกเทียม (false positive) เพราะเกิดในช่วงที่ขาดสติ หรือมีอวิชชา แต่การคิดบวกที่แท้จริงต้องเกิดในสภาวะที่มีปัญญาและสติสัมปชัญญะเท่านั้น

การใส่แว่นที่มองผ่านเลนส์สีน้ำตาลทำให้มองอะไรเป็นอย่างนั้นไปหมด แต่ความจริงแล้วตัวเรามีรังสีชนิดหนึ่งหุ้มห่อตัวอยู่ตลอดเวลา เรียกว่ารังสีออร่า ขณะที่คิดลบ รังสีออร่าจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีทึม ๆ แต่ขณะที่คิดบวกจะเป็นสีสว่างสดใส ก็ช่นเดียวกับแว่น ทวารหกคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่รับผัสสะผ่านรังสีนั้นออกมา ก็จะเห็นโลกภายนอกเป็นแบบเดียวกับลักษณะของรังสีที่ห่อหุ้มร่างกาย

เราคงเคยได้ยินคำว่าฟิล์มเนกาทีฟ(-) คือฟิล์มถ่ายภาพที่ยังไม่ได้อัดเป็นภาพโพสิทิฟ (+)จะเห็นได้ว่า แม้เป็นภาพเดียวกัน ภาพลบจะดูน่ากลัวกว่าภาพบวกมาก ในชีวิตจริงก็เช่นกันเราสมารถกำหนดได้ว่าจะเลือกให้ภาพมนความรู้สึกของเราเป็นแบบไหน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดนั่นเอง




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 17/01/52 - 14:52 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 180



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)





ความคิดต่าง ๆ จะเข้าไปฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกได้ขณะตกอยู่ในภวังค์ นักสะกดจิตจะเข้าใจดีว่า ช่วงเวลาที่สามารถสะกดจิตได้ง่ายที่สุดคือตอนเผลอ เขาจะหาลูกตุ้มมาแกว่งไปมาหน้าผู้ป่วยให้ผู้ป่วยเผลอไปสนใจกับลูกตุ้ม และเมื่อได้จังหวะจิตใต้สำนึกเปิดเขาจะป้อนคำสั่งเข้าไป นักสะกดจิตรู้ว่า คนที่มีบุคลิกภาพแบบไหนจะสามารถสะกดจิตได้ง่ายที่สุด

ในเด็กเล็ก จิตใต้สำนึกจะเปิดง่าย แต่เมื่อเติบโตขึ้นประสบการณ์ทางโลกจะเป็นเหมือนกำแพงหนาที่กั้นประตูแห่งจิตใต้สำนึก ผู้ใหญ่จึงไม่ยอมให้คนภายนอกเข้าถึงจิตใต้สำนึกของตัวเองได้ง่าย ๆ ส่วนใหญ่จิตใต้สำนึกจะเปิดเฉพาะตอนวิกฤติหรือช่วงเวลาที่มีความสุข มาก ๆ เช่น ขณะเจ็บป่วย ขณะมีความรัก ขณะประสบภัยอันตราย ทุกข์ใจอย่างหนัก ฯลฯ ดังนั้นการที่จะสร้างความประทับใจ ให้ใครในวัยผู้ใหญ่ จงอย่าละเลยที่จะไปร่วมแสดงความยินดีกับเขาในวันแต่งงาน ร่วมแสดงความเสียใจในงานศพญาติผู้ใหญ่ ไปเยี่ยมเยียนขณะเจ็บป่วย หรือช่วยเหลือเพื่อนยามประสบภัยอันตราย ทั้งหลายเหล่านี้จะประทับลงในจิตใต้สำนึกของเพื่อนตลอดไป เขาจะทราบซึ้งลงไปในจิตส่วนลึกและที่สำคัญ จิตส่วนนี้สมารถข้ามภพข้ามชาติได้ทีเดียว

โบราณจึงมีคำสอนไว้ว่า ไม้ล้มอย่าข้าม หมายความว่าอย่าซ้ำเติมคนที่กำลังประสบความล้มเหลวหรือทุกข์ยาก เพราะจะยิ่งเป็นการประทับความรู้สึกที่ไม่ดีเข้าไปไว้มนจิต และเมื่อใดที่เขาลุกขึ้นได้ กรรมนั้นจะต้องตามสนองอย่างแน่นอน

ใครที่ทำร้ายจิตใจคนป่วย ไปซ้ำเติมคนตกทุกข์ได้ยากหรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการไม่ยอมไปงานแต่งของเพื่อนสนิททั้งหลายเหล่านี้ จิตใต้สำนึกจะบันทึกไว้เช่นกัน และผลสะท้อนของมันจะกลับมา เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรเท่านั้นเอง

ทหารที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาในศึกสงคราม จะเข้าใจไปถึงจิตส่วนลึกของกันและกัน เพราะขณะเกิดวิกฤติ จิตใต้สำนึกของทั้งสองคนจะเปิด และไม่ว่าเพื่อนจะเป็นอย่างไร นิสัยแบบไหน เมื่อจิตถึงจิต สิ่งที่เป็นเปลือกทั้งหลายก็ไม่จำเป็นต้องนำมาใส่ใจ แม้ผ่านพ้นสภาวะศึกสงครามแล้ว พวกเขาก็จะยังคงรักกันตลอดไป





จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/01/52 - 2:20 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 181



พูดถึงหนังแอ๊คชั่นอีกที...เรื่องนี้หาภาพมานานแค่ะ...เพิ่งค้นพบ...เป็นหนังในดวงใจอันดับสอง(หนังในดวงใจอันดับหนึ่งมี เรื่อง สวาเดสและแล้วจะรู้ว่ารักคืออะไร..)ถ้าแยกออกเป็นประเภทหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังแอ๊คช้นอันดับหนึ่งในดวงใจ..เรื่องเกียรติสมรภูมิ(ZAMEEN) แสดง...พรระเอกในดวงใจ..อเจย์ เดฟแกน(พระเอกจากเรื่องแล้วจะรู้ว่ารักคืออะไร)..พระเอกอบิเชค บาจัน(ลูกชายท่านอบิตาป บาจัน) นางเอกบิบาซา บาซู ..

เป็นเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริง..เมื่อครั้งสายการบินอินเดียถูกจี้ตัวประกัน ...เรื่องนี้ซื้อมา 2 ครั้ง ตอนนี้ยังหาไม่เจอ...ถ้าค้นพบหรือได้มาอีกจะนำมาลงค่ะ...

ตอนนี้เล่าเรื่องตามภาพที่พอจำได้บ้าง..ดูศิลปะการทำหนังแอ๊คชั่นของเค้าค่ะ..ตอนนี้ดูจุดนี้ก่อนดูเพลงและการเล่าถึงฉากบางฉากในหนัง...นักร้องผู้ชายสองคนนั้นไม่มีในหนังนะคะ...ดูเพลงเริ่มแรกนี้จะยังไม่เข้าใจเรื่องหนังก็จะไม่มีชีวิต..ดูแห้ง ๆ ถ้าผู้หญิงคงไม่อยากดูเลยหละ...แต่ว่าเป็นคนชอบหนังแนวนี้จึงหยิบมาดู..หนังเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาดินแดง...แบบนี้หละ...

ถ้าจำไม่ผิดแล้วเพลงนี้จะมีอีกครั้งเมื่อจบเรื่อง...นั่นคือว่า หนังอินเดียเค้าจะไม่ใช่จบแล้วจบเลย..เพระหนังเข้มข้นมาก ได้ดูเพลงแล้วก็ลดความอาลัยหนังค่ะ...เค้าเข้าใจจุดแบบนี้ได้...แต่ว่าหนังจะอยู่ในความทรงจำเท่านานเลย...

เล่าถึงว่าพอได้ฟังเพลงนี้อีกเมื่อหนังจบ ภาพตามเพลงเดิมที่เราดูครั้งแรกนั้น..เปลี่ยนเป็นมีชีวิตค่ะ...แปลกใจทีเดียว...คล้าย ๆ ชีวิตเราจริง ที่มีกิจกรรมอะไรสักอย่างเช่นในสำคัญก็ถ่ายวีดีโอเอาไว้..พอนึกถึงก็นำกลับมาดู...แต่เหตุการณ์นั้นผ่านพ้นไปแล้ว...ได้ดูภาพในวีดีโอแทนก็นึกถึงราวกับวันเวลาเดิ ๆ ได้กลับมาให้จับต้องได้จริง ๆ ..

หนังเหตุการณ์การค้นหาปัญหาในหนัง...ทำให้เราเดาจากเรื่องไกล้ตัว..จากที่เราเคยมีประสบการณ์..และจากหนังชาติอื่นใดที่เคยดู..เดาแล้วผิดค่ะ..ไม่เหมือน...ทึ่งมาก ๆ ...พระเอกในดวงใจ อเจย์ เดฟแกนเท่ห์มาก แสดงหนังแบบนี้ยิ่งเหมาะกับเค้า...และเคยอ่านพบว่าพระเอกอเจย์เป็นลูกชายผู้กำกับหนังแอ๊คชั่น....

http://www.youtube.com/watch?v=HCF5eNflTZs



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/01/52 - 20:52 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 182



ภาพจากเรื่องเกียรติสมรภูมิ(ZAMEEN)...นายกรัฐมนตรีอินเดียเรีกประชุมเกี่ยวกับปัญหาการจี้เครื่องบินครั้งนั้น..(เป็นปัญหาของอินเดียและปากีสถาน...เกี่ยวกับแคว้นแคชเมียร์)

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/01/52 - 20:54 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 183



พระเอกอะเจย์ เดฟแกน(พระเอกในดวงใจค่ะ..) ได้รับความไว้ใจสูงสุดในการปฏิบัติภาระกิจเพื่อประเทศและชีวิตตัวประกันในครั้งนั้น..ในบทผู้พันราณวัต ซิงค์..เป็นผู้หนุ่มโสดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน มีความสามารถยอดเยี่ยม...ไม่เคยลืมตัวละครตัวนี้เลย สุดยอดของพระเอก...แถมเป็นพระอกในดวงใจแสดงอีกด้วย...ยิ่งกว่าคำว่าประทับใจ...เท่ห์...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 18/01/52 - 22:15 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 184
ขออภัย..ไม่ได้เขียนอะไรไว้เลยครับพี่แดง....
เพราะ2-3วันมานี้มีอาการน่าเป็นห่วง(ตัวเอง).อันเนื่องจากสั่งของจากต่างประเทศโอนเงินไปตั้งแต่วันที่7แล้ว..แต่เขายังไม่ยอมทำของส่งให้เพราะเขาแจ้งว่าเขายังไม่ได้รับเงิน..และผมก็วิ่งวุ่นไปที่ธนาคารที่โอนเงินเพื่อขอเอกสารการโอน..ธนาคารแส่งหลักฐานมาให้ก็ฌแสดงการโอนถึงทางเขาแล้วชื่อและเลขที่บัญชีถูกต้องทุกอย่าง...ที่น่าห่อเหี่ยวที่สุดคือว่า ลูกค้าบอกว่าต้องหาของมาส่งเขาให้ได้ก่อนสัปดาห์หน้า ถ้าไม่ทันเขาจะปรับเงินเราต่อวันก็หลายสตางค์เลยครับ.(เพราะเขาก็เอาของเราไปส่งพร้อมกับเครื่องมือของเขาที่ขายกับราชการไว้ เกือบล้านบาทมั้งของเขานะ.ของเราแค่5,000 เขาแจ้งว่าลูกค้าปรับเขาเท่าไหร่เขาก็ปรับเราเท่านั้น ..ค่าปรับร้อยละ0.2% ต่อวัน..เอ๋งงงงงง)...เอวังก็ งง งัน ด้วยประการ ฉะนี้.....
ปล.ขอให้เหตุการณ์นี้จงรอดพ้นและผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยดีเทอญ..

จาก: อาบัง
วันที่: 18/01/52 - 22:20 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 185



พระเอกอะบิเชค บาจัน ในบทนายตำรวจ..และมีอดีตที่น่าสนใจ...
ต่อมามีชีวิตแต่งงานตามประเพณี..แต่ก็รักภรรยา..เพียงแต่ไม่เข้าใจความหมายของความรักทั้งรักตัวเอง รักภรรยา รักเพื่อนพร้อง ยังอยู่ในจุดลังเลไม่เห็นชัด และเมื่อถึงเหตุการณ์วิกฤติในครั้งจี้ตัวประกันบนเครื่องบินนั้น...คือจุดสำคัญที่เค้าได้ค้นพบหัวใจทองของตน.....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/01/52 - 0:08 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 186
ความคิดเห็นที่ 184..พี่แดงเป็นกำลังใจให้เหตุการณ์ผ่านไปด้วยดีค่ะอาบัง...ตื่นเต้นตามค่ะ...อยู่ก็ได้เสียตังค์ก็แย่เหมือนกัน..



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/01/52 - 0:23 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 187



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)


ดึงส่วนบวกออกมาใช้ทำอะไรก็สำเร็จ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชครั้งยกทัพบุกตองอู กองทัพขาดเสบียง พระองค์ทรงเห็นเหล่าทหารซูบผอม และเริ่มมีโรคระบาด เกรงว่าจะเสียชีวิต จึงยอมละทิ้งภารกิจใหญ่ สั่งถอนทัพกลับกรุงศรีอยุธยา ผลหลังจากนั้นออกมาตรงกันข้ามพระองค์เกรงทหารของพระองค์จะตาย แต่ทหารของพระองค์กลับยิ่งรบอย่างไม่กลัวความตาย ความจริงแล้วไม่ไช่ ทหารรักสมเด็จพระนเรศวรจนพร้อมที่จะสละแม้แต่ชีวิตของตนเองเพื่อพระองค์มากกว่า
ทุกครั้งที่ออกศึกตะลุมบอล สมเด็จพระนเรศวรฯจะเสด็จนำหน้าเหล่าทหาร แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงพร้อมจะสละพระชนมชีพแทนเหล่าทหาร และสิ่งนี้จะดึงดูดให้ทหารพร้อมที่จะรบอย่างพลีกายถวายชีวิต

เมื่อครั้งครอบครัวชาวไทยหนีกองทัพพม่าข้ามแม่น้ำสะโตงพระราชมนูเป็นผู้บัญชาการค่าย คอยสกัดกองทัพพม่าเพื่อถ่วงเวลาให้ชาวไทยข้ามแม่น้ำได้ทัน หลังจากที่ทุกคนข้ามแม่น้ำไปได้สำเร็จ ค่ายสกัดพระราชมนูแตก พระราชมนุบาดเจ็บสาหัส ตกอยุ่ในวงล้อมของทหารพม่า แม่ทัพฝ่ายไทยมีความเห็นว่าสมเด็จพระนเรศวรไม่ควรย้อนกลับไปช่วย เพราะกองทัพพม่าทัพนี้ พระมหาอุปราชส่งมาเพื่อตามล่าสังหารพระองค์โดยเฉพาะ การกลับไปช่วยจะเสี่ยงต่อการเสด็จสวรรคตเป็นอย่างยิ่ง แต่สมเด็จพระนเรศวรทรงตัดสินพระทัยเสด็จขึ้นม้าเร็วทันที รีบรุดย้อนกลับไปตีฝ่าวงล้อมทหารพม่า ชิงตัวพระราชมนุกลับมาข้ามแม่น้ำสะโตงได้สำเร็จอย่างเฉียดฉิว

หลังจากนั้น พระราชมนูได้เป็นแม่ทัพเอกที่วางใจได้ของสมเด็จพระนเศวร และนำทัพรบไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดยานน้ำอย่างไม่เกรงกลัวความตาย เพราะว่าความจริงเขาต้องตายตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่เพราะได้รับการช่วยเหลือจากสมเด็จพระนเรศวร จึงยังไม่ตาย และยอมมอบกายถวายชีวิตสู้รบช่วยเหลือพระองค์ พระราชมนูดำรงตำแหน่งสมุหกลาโหม(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติใน เจาะตำนานสมเด็จพระนเรศวร) คุมกำลังกองทัพทั้งหมดของกรุงศรีอยุธยาอยู่ถึงสามรัชกาล

ผู้นำที่แสดงความกล้าหาญเท่านั้นจึงจะสามารถดึงความกล้าหาญของลูกน้องขึ้นมาได้ ผู้นำที่ให้ความรักก็จะได้ความรักตอบแทน ผู้นำที่แสดงความห่วงใย ผลสะท้อนที่กลับมาก็คือความห่วงใยเช่นกัน และที่สำคัญ ผู้นำจะต้องคิดบวกเท่านั้นจึงจะสมารถดึงพลังด้านบวกของผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นมาได้...(หน้า 172 – 173 )



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/01/52 - 0:50 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 188
ความคิดเห็นที่ 182....แก้ไขค่ะ...เป็นการประชุมเรื่องสำคัญเกี่ยวกับผู้ก่อการร้ายฯแต่ยังไม่ถึงเรื่องการจี้บนเครื่องบินคะ..เล่าผิดอีกแล้ว....แต่การจี้เครื่องบินก็เป็นภาระกิจของผู้พันราณวัตเช่นกัน...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 19/01/52 - 1:18 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 189
สิ้นปีที่ผ่านมา คุณแดงได้รับโบนัสประจำปีหรือเปล่าครับ
ส่วนผมไม่ได้รับโบนัสเลยครับ อดีตเคยได้รับโบนัสครับ
(ขออภัยที่ถามเรื่องส่วนตัวถ้าตอบไม่ได้ไม่เป็นไหร่ครับ)

ขอบคุณมากครับ



จาก: แว่น
วันที่: 19/01/52 - 13:22 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 190
พระเอกอินเดียส่วนใหญ่จะเป็นลูกชายของพระเอก
ในอดีตทั้งนั้นเลยน่ะครับ เช่นลูกชาย อมิตาป บาจัน
ราเยส คานนา แล้วลูกชาย ทราแมนเดอร์ ก็มีน่ะครับ
แต่ผมอยากทราบดารานางเอกหนังอินเดียในอดีต มีบุตรแสดง
หนังอยู่ด้วยหรือเปล่าครับ ถามคุณอิท คุณอาบัง คุณแดง ถ้า
ทราบตอบด้วยน่ะครับ

ขอบคุณครับ



จาก: แว่น(หนังอินเดียในอดีต)
วันที่: 19/01/52 - 14:14 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 191
้้บะหมีไวไว กิ่้งสำเร็จรูป คุณแดงคงเคยรับประทานน่ะ
เห็นเด็กในรูปอยู่บนซองบะหมี่ไวไว ใช่มั๊ยครับแต่ผม
อยา่กทราบว่าเด็กคนนี้คื่อใครครับ เป็นเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชาย
ครับ ปานนี้เขาอาุยุเท่าไหร่แล้วครับ ผมเห็นเด็กบนซองบะหมี่ตั้ง
แต่ผมยังเด็กๆครัีบ หรือมีมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิดหรือไงครับ
คุณแดงพอจะทราบมั๊ยครับ(ผมถามนอกประเด็น/นอกกะทู้
ขออภัยด้วยครับ)แต่ผมอยากทราบครับ




จาก: แว่น
วันที่: 19/01/52 - 17:52 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 192



นางเอกเฮม่า มาลินีมาเมืองไทย..

thaindian.com interviews Hema Malini - 07:31 - Jul 24, 2007
http://video.google.com/videoplay?docid=-6181759358622971797

....................

นางเอกอิเดียที่นับถืออิสลามแดงค้นเห็นคนเดียวเองค่ะคุณแว่นคะแต่ดิมนั้นทั้งพระเอกทราเมนเดอร์และ นางเอกเฮม่า มาลินีเป็นชาวฮินดู....แต่ทั้งสองท่านจะแต่งงานกันไม่ได้ถ้าตามประเพณีฮินดู...เพราะว่าภรรยาคนแรกยังมีชีวิตอยู่..ก็คือภรรยาที่เป็นคุณแม่ของพระเอกบ๊อบบี้และพระเอกซันนี่ ดีโอล

ส่วนนางเอกเฮม่ามีลูกสาว..และที่ชื่ออีชา ดีโอล ก็เป็นนางเอกหนังค่ะ...


After turning down marriage proposals from Sanjeev Kumar and Jeetendra, she met with hot fellow actor, Dharmendra, both were attracted to each other and wanted to get married. Dharmendra, who was already married to Prakash Kaur, and had two sons, Sunny and Bobby, could not marry Hema as Prakash refused to divorce him. According to the Hindu Marriage Act, a Hindu cannot marry a second time while the first wife is still alive. Dharmendra belongs to a Arya Samaj Hindu Punjabi Jatt family.

On August 21, 1979, both Hema and Dharmendra converted to Islam, changed their names to Aisha Bi R. Chakravarty and Dilawar Khan Kewal Krishn respectively, and got married in accordance with Islamic rites. Three years after their marriage, Hema subsequently gave birth to Esha and then later to Ahana. Esha is an actress in her own rights. The trio, well proficient in the arts of Bharatnatyam dance form, have performed together at a number of dance events and concerts.

http://www.imdb.com/name/nm0004564/bio

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/01/52 - 21:03 น.
IP Address: 125.26.249.xx
ความคิดเห็นที่ 193



แดงก็ทราบเช่นนางเอกท่านี้ค่ะที่ทีลูกสาวทั้งสองเป็นดาราและนางชื่อดังของอินเดีย

Babita was a popular actress of Bollywood entertainers in the late 60s and 70s. Her older cousin was the beautiful Sadhana. For a period Babita vied for the top spot on the beauty charts of Hindi cinema. Her career matched her with all the top stars of the day.
Babita married Raj Kapoor's eldest son Randhir Kapoor and once married to him, she was compelled to leave the industry.

She worked with her then future husband Randhir Kapoor on his first directorial debut "Kal Aaj Aur Kal" which was notable as the first and only film to bring together 3 generations of Kapoor family members.

After having two daughters and a stormy relationship with Randhir, Babita boldly walked out of the marriage taking her girls along with her. To have separated from Randhir must have taken a huge amount of verve and guts on the part of Babita. Not only was she bucking social convention but also separating herself from one of India's most powerful dynasties, the Kapoors. After leaving her marriage Babita focused her attention on raising her two daughters, Karisma and Kareena.


ลูกสาวคนหนึ่งชื่อการิชมา กาปู อีกคนชื่อการีน่า กาปู (นางเอกท่านนี้เป็นนางเอกในดวงใจแดงค่ะ..สวยจี๊ดดด...เปรี้ยวซ่อนหวานนน....นางเอกในดวงใจอีกท่านก็นางงเอกอิสวาราย่า รายค่ะ..คะแนนความชอบจะลดลงมานิดดดดเดียว แต่คัดออกจากอันดับหนึ่งในดวงใจไม่ได้เลยยย...ก็นางเอกเรื่อง ความคิดเห็นที่ 150
..โจธา อัคบา.....ส่วนการีน่า กาปู...ก็ความคิดเห็นที่ 101...และเป็นนางเอกเรื่องอโศกมหาราชค่ะ....
)

http://bollywood501.com/classic_f/babita/index.html

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/01/52 - 21:18 น.
IP Address: 125.26.249.xx
ความคิดเห็นที่ 194
ความคิดเห็นที่ 189...ไม่มีโบนัสค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 191...เรื่องเด็กในซองบะหมี่ทำไมแดงไม่คุ้นเลยน๊า...แต่ถ้ารูปช้างน้อน ๆ น่ารักในซองบะหมี่แดงจำได้แม่...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/01/52 - 21:28 น.
IP Address: 125.26.249.xx
ความคิดเห็นที่ 195



นางเอกอีชา ดีโอล ลูกสาวนางเอกเฮม่ามาลีนีและพระเอกทราเมนเดอร์...

จากเรื่องDhoom ภาคแรกค่ะ ..บิดท้านรก

Dhoom - Dhoom Machale

http://www.youtube.com/watch?v=YHuOkxkQiB0


และในเพลงความคิดเห็นที่ 118...ก็มีนางเอกอีชาด้วยค่ะ...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 21/01/52 - 21:35 น.
IP Address: 125.26.249.xx
ความคิดเห็นที่ 196
พระเอกทราเมนเดอร์ มีภรรยา 2 คนหรือครับ
และนางเอกเฮม่า มาลินี เป็นภรรยาด้วยหรือครับ




จาก: แว่น
วันที่: 22/01/52 - 9:23 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 197
ความคิดเห็นที่ 192...แดงอ่านภาษาอังกฤษไม่แตกค่ะคุณแว่น..ไม่กล้าแปล....น่าจะหย่ากับภรรยาคนแรกก่อนหรือไม่คะ....แล้วจึงแต่งงานกับนางเอกเฮม่า มาลินี...

อาบังที่น่ารักกก...มาแปลที...ตอนนี้พี่อิทก็อยู่ที่อินเดียซิด้วยสิ...




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/01/52 - 22:07 น.
IP Address: 125.26.248.xx
ความคิดเห็นที่ 198
ให้ผมแปลก็อ๊วกเรี่ยราดเลยนะครับพี่แดงงงงงง......
วันนี้กับเมื่อวานมีเรื่องกดดันมาก ทำให้เครียดจัดๆ..เลย.....แหม๋.จะพยายามหัดปล่อยวางทั้งที ก็ต้องมีเรื่องให้ทดสอบซะ จะดูซิ.จะปล่อยวางได้มั้ยเอ่ย???..........พี่แดงทำสมาธิแผ่เมตตามาทางนี้มั่ง..เกือบเปื่อยบางเวลา..ถ้าขืนคิดมากไปเดี๋ยวจะตกถึงลวกก๋วยเตี๋ยวซะก่อนผม..แหม่..อาบังนะอาบัง ไม่ทันสมัยเลย ปล่อยวางสู้เด็กก็ไม่ได้ อืออือือืออ.

จาก: อาบัง
วันที่: 22/01/52 - 22:23 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 199
ผมเพิ่งไปซื้อเรื่องkrish มาดูล่ะพี่แดง..เป็นไงล่ะ ใครเชยอย่างผมได้มั่ง .อิอิอิ......พี่แดงขอนอกเรื่องมั่งนะก๊าบบ..ช่วงปีใหม่ผมดูสรุปเรื่องแปลกช่อง5.ที่เขาเอาภาพวงจรปิดโรงงานแถวปทุมธานีมาให้ดู.ที่บอกว่าเป็นกระสือนะพี่แดง ได้ดูหรือเปล่า..ผมเข้าไปดูรายการในyoutube มาด้วย..แปลกดีจัง พี่แดงว่าของจริงหรือเปล่าครับ ..บรื๋อออ.(คุณเปรมรึเปล่าก็ไม่รู้...เสร็จเลย)

จาก: อาบัง
วันที่: 22/01/52 - 22:29 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 200



ดูนางเอกการีน่า กาปู...ตอนอยู่ในอารมณ์เศร้า ๆ ตามหนังเรื่องนี้...

เดี๋ยวค้นชื่อเรื่องก่อนจำเรื่องไม่ได้....ลูกสาวคนที่สองของนางเอกเก่าบาบิต้า กาปู ความคิดเห็นที่ 193..นะคะ..


หนังเรื่องนี้ก็ไม่มีแปลไทยค่ะ...ซื้อภาษฮินดูมาดูเพราะว่านางเอกการีน่า กาปูเป็นนางเอกนดวงใจ...และก็ชื่นชอบฝีมือและหน้าตาของพระเอก หริก โรซาน และพระเอกอบิเชค...แบบที่ว่า..เห็นหนังที่มีทั้งสามท่านแม้จะจะไม่ได้แสดงด้วยกันก็ซื้อมาดูค่ะ...

ฟังเพลงก่อนนะคะ..ว่า...ทำไมน๊า..นางเอกการีน่า คนสวยยย...จึงดูเศร้า เสียใจได้อย่างลึกซึ้งขนาดนั้นนนนน....ค่อย ๆ ตัดสินใจอย่างละเมียดละมัย..แต่ดูงอน ๆ คุณแม่....มีเพียงคุณพ่อที่อาการไกล้เคียงออาการนางเอก...ดูงอนๆ คุณแม่ก็เพราะ
.เป็นความลับที่ทราบกันระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกสาวค่ะ...

คนสวยยย...แม้ว่าจะอยู่ในอารมณ์แบบนี้ก็ยังสวยยยมากค่ะ...ไม่มีอาการฟูมฟายเลย...ชอบดูว่าทั้งทีมและทุก ๆ รายละเอียดเลยที่ทำฉากนี้ขึ้นมาไม่เว้นแม้กระทั่งสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ และเสียงเพลง....อืมมม..เยี่ยมมาก กกก...และก็ทึ่งอีกแล้วว่า..ดาราอินเดีฝึกกันมาดีได้มากมายอะไรขนาดนั้นะ...หนังชีวิตธรรมดา ๆ...แต่เค้าจับประเด็นในชีวิตจริง ๆ เรื่องธรรมดา ๆ แบบนี้มีในชีวิตเราจริง ๆ ...เพียงแต่ลึกซึ้งเพราะศิลปะการทำหนังของทางอินเดีย.... อาการเศร้า ๆของนางเอกเป็นความเศร้าเสียใจที่มาจากส่วนลึก...ชอบดูแบบนี้มาก..นางเอกก็ไม่ได้ฝืนแสดงว่าตนเองเศร้าเสียใจเลย...แต่ผู้ชมมองเห็นเพราะว่าสัมผัสได้ด้วยดวงใจ...เศร้าเสียใจได้มากมาย...ถ้าเป็นการแสดงว่าเศร้าในระดับธรรมดาอารมณ์คนดูจะไม่สนใจได้มากนัก

Kasam (Kareena, Hrithik & Abhishek Bachchan)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/01/52 - 22:34 น.
IP Address: 125.26.248.xx
ความคิดเห็นที่ 201
ความคิดเห็นที่ 199...แฮ่มมม...แฮ่มมม...พี่แดงรอฟังเสียงน้องเปรมก่อนดีกว่า...

คุณแว่นล่ะค่ะ..มีความเห็นอย่างไรคะเรื่องที่อาบังเล่า..เรื่องกระสือ....ถ้าได้ฟังตอนเด็กพี่แดงต้องได้ไปขอนอนกับพ่อแม่....หลังจากฟังเรื่องผี ๆ ...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/01/52 - 22:38 น.
IP Address: 125.26.248.xx
ความคิดเห็นที่ 202
ความคิดเห็นที่ 198...สงสัยน้อง ๆที่เวปหนังอินเดีย จะแซวน้าบังเรื่องเมื่อไหร่จะมีน้าสะใภ้แน่เลยเนี่ยยย...ล้อเล่นนาค้า..



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/01/52 - 22:41 น.
IP Address: 125.26.248.xx
ความคิดเห็นที่ 203
เรื่องkrish ...สุดยอดค่ะ..เป็นหนังครอบครัวได้เป็นอย่างดีเลย...เสียดายเด็กไทยจะมีสักกี่คนน๊าที่จะได้ดูหนังแบบนี้....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/01/52 - 22:44 น.
IP Address: 125.26.248.xx
ความคิดเห็นที่ 204
ความคิดเห็นที่ 200..ดูตามเวปฯนี้ค่ะ..


http://www.youtube.com/watch?v=YSF6OHGHJqM&feature=channel

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 22/01/52 - 23:37 น.
IP Address: 125.26.248.xx
ความคิดเห็นที่ 205
ยุคนี้ใครเป็นพระเอกอันดับ 1 และ่นางเอกอันดับ 1
ของอินเดียครับ อยากทราบครับ



จาก: แว่น(หนังอินเดียในอดีต)
วันที่: 23/01/52 - 10:37 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 206
และดาวร้ายสุดๆอันดับ 1 คื่อใคร หนังอินเดียยุคนี้
ผมไม่ค่อยจะได้ชมเท่าไหร่หรอกครับ ไม่เหมือนยุคก่อน
ครับ เพราะเพลงไม่ค่อยไพเราะเลยครับ ไม่เหมือนยุค
ก่อนเลยครับ


จาก: แว่น(หนังอินเดียในอดีต)
วันที่: 23/01/52 - 11:06 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 207



ขอบพระคุณคุณแดงสำหรับคำอวยพรปีใหม่

ผมเองให้ศีลให้พรใครไม่เป็น จึงขอลอกการบ้านคุณแดง

ขอให้สิ่งดีๆที่คุณแดงเขียนมาทั้งหมด

ย้อยกลับไปยังคุณแดงและครอบครัวทั้งหมดเลยครับ

(ปกติใครมาขอพร ผมจะพูดแค่ว่า โชคดีนะ แค่นี้แหละ)

และขอแนะนำหนังน่าดูเรื่องนึงนะ เพิ่งดูเมื่อคืน

ตอนแรกว่าจะเปิดดูสัก 15 นาที

ปรากฏว่าถ่างตาดูจนจบ 2 ชั่วโมงเต็ม

กว่าจะนอนก็ตี 3 อยากให้คุณแดงได้ดูจริงๆ ครับ

ชื่อเรื่อง slumdog millionaire

เป็นหนังที่สถาบันแจกรางวัลต่างๆ

ยกย่องให้เป็นหนังที่ดีที่สุดของปี 2008

ดูแล้วจะได้เห็นชีวิตที่แท้จริงของคนอินเดียในมุมไบ

ผมดูจากดีวีดีผีแผ่นละ 80 บาทครับ

หนังสนุกมาก ขนาดอ่านซับอังกฤษ

ดูภาพที่ซูมจากโรงหนัง ไม่ค่อยจะแหล่มนัก ยังเพลินเลย

ข่าวว่าหนังเรื่องนี้คงไม่มีใครซื้อมาฉายในเมืองไทย

ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจอุดหนุนผี

จาก: ดำรง
วันที่: 23/01/52 - 22:03 น.
IP Address: 118.174.91.xx
ความคิดเห็นที่ 208



.

จาก: ดำรง
วันที่: 23/01/52 - 22:09 น.
IP Address: 118.174.91.xx
ความคิดเห็นที่ 209
ขอบคุณมากค่ะคุณดำรงสำหรับคำอวรพรปีใหม่และหนังอินเดียเรื่องเยี่ยมของปี2008...

ในความรู้สึกของแดงนะคะ..
คำว่าโชคดีนะเป็นคำที่เยี่ยมมาก ๆ ...ปกติคนเราก็ดูแลตนเองได้ไม่ตลอดเวลา....คำว่าโชคดี นี้จะเป็นส่วนเสริมในสิ่งที่คนธรรมดา ๆ ขาดตกไปค่ะ..เป็นความรูสึกที่หมายถึงทั่วทุกสารทิศฯร่วมให้ความใส่ใจดูแลกัน..ด้วยพลังด้านบวก....แม้ว่าคน ๆ นั้นจะตกอยู่ในสภาพทุกข์หรือสุขหรืออื่นใด..ก็มั่นใจว่าจะปลอดภัยเสมอ ๆ ....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 11:24 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 210
แดงเคยค้นดูเรื่องพระเอกอันดับหนึ่งของอินเดีย..ก็ชาฮ์รุก ข่าน
นางเอกอันดับหนึ่งก็ พริ๊ตตี้ ซินต้า...ค่ะคุณแว่น..

แต่สำหรับดาวร้าย...ในความเห็นของแดงนะคะ...ไม่ใช่ดาวร้ายแล้วค่ะ...หนังอินเดียแต่ก่อน ๆ ที่ดูนะคะ..แดงก็ซื้อหนังเก่า ๆ มาดูเปรียบเทียบแล้ว..หนังเก่าทางอินเดียถึงแม้ว่าจะให้ความรู้สึกที่ต่างจากหนังชาติอื่นก็จริง..แต่ก็ยังมีการดำเนินเรื่องตามน่าจะที่เรียกว่าตามแนวที่เขียนขึ้น...ลอกอารมณ์หนังหรือเรื่องราวตามนักเขียน ..คงเรียกประมาณแบบนั้นค่ะ...แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วค่ะ...แดงดูและทึ่งตั้งแต่เรื่องแรกๆ ที่ได้ดูหนังใหม่ทางอินเดีย....จนเรียกได้ว่าเป็นหนังที่ไม่ใช่หนังแล้วค่ะ...แดงมักจะเรียกหนังอินเดียว่า...เป็นหนังที่จำลองทั้งโลกและจักรวาลลงในรูปแบบของหนัง...เพื่อให้เราเห็นทั้งเชิงกว้างและเชิงลึกของผู้คนและสิ่งต่าง ๆ ..และอีกมากมายคะ...

เรียกได้ว่า...พระเอกนั่นหละค่ะที่เรื่องต่อมาก็แสดงเป็นผู้ร้าย (แต่บทร้ายในหนังอินเดียสมัยใหม่จะเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ร้าย ๆ ...จนเห็นว่าดาราอินเดียนั้นควรให้เกียรติเค้าในฐานะของคำว่า...พระเอก นางเอก ทุก ๆ คนค่ะ...จริงๆ ความรู้เรื่องพระเอก นางเอก ตัวรองผู้ร้าย ตอนในชีวิตช่วงที่ไม่ได้ดูหนังอินเดียใหม่ แดงก็มีความคิดและความรู้เหมือนทุก ๆ ท่าน...หนังสือนอกเวลาเรียนที่คุณครูหัดให้อ่านก็ระบุ...ให้เราแยกหนังแบบนั้นที่เคย..นั่นนะคะ

แต่พอดูหนังอินเดียใหม่....ความคิดแบบนั้นก็นำมาใช้เมื่อดูหนังชาติอื่น ๆ ที่ไม่ใช่หนังอินเดีย....สิ่งเหล่านี้ที่พบใหม่ในการดูหนังอินเดีย..ไม่ใช่แดงคิดเอง...หนังอินเดียเค้ารื้อ..ความคิดความรู้แบบเดิม ๆ ของหนังที่เคยดูละครที่เคยดู นวนิยายที่เคยอ่านออกเสมอ ๆ ....ที่แดงมักเล่าว่าเรื่องง่ายๆ ธรรมดา ๆ เอง แต่เดาไม่ถูกเพราะว่าเราเคยชินเดาถูกเสมอๆ จากแนวหนังเดิม ๆ ...

แต่หนังอินเดีย..ไม่ใช่แล้วค่ะ....หลายวันมานี้แดงคิดความหมายของหนังอินเดียได้แล้วค่ะ...ว่า...ในความรู้ที่เคยได้ยินเรื่องสำนักตักศิลา ทางอินเดีย นะคะ...ตอนนี้แดงเรียกหนังอินเดียนี้หละว่า...เป็นแบบจำลองของสำนักตักศิลา....เพราะเป็นตักศิลาที่ลอยมาให้ชมและเปิดดูได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน....เป็นแหล่งความรู้ที่ยิ่งใหญ่ค่ะ....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 11:49 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 211
วันนี้พี่แดงลองค้นอ่านความหมายของกระสือดูค่ะอาบัง...เตรียมเพื่อการเล่าถึงเรื่องกระสือ...ตามนี้นะคะ...

http://happy.teenee.com/xfile/ghostexp/1463.html


และตามนี้ก็น่าอ่าน...

http://bbs.asiasoft.co.th/showthread.php?t=5576


แล้วก็คิดทบทวนที่ได้ฟังใคร ๆ เล่ามาก่อนนะคะ...แล้วจะเล่า...แต่คงพอได้เกร็ดที่คล้ายในตำนาน..เพราะว่าพี่แดงก็ไม่เคยเห็นว่าใครจะพบเห็นผีกระสือแล้วมาเล่านะคะ...เคยได้เห็นแต่ที่มีในหนังสือและที่เขาว่ามีในหนัง...

ส่วนผีปอบถึงแม้พี่แดงไม่เคยไปดูเอง แต่ก็เคยเห็นว่าบ้านอื่น ๆ ไกล้ ๆ บ้านเขากำลังไล่ผีปอบออกจากตังคนที่ถูกผีปอบเข้าสิง...พ่อพี่แดงไม่อนุญาตให้ลูก ๆ ไปดูค่ะ...แต่พ่อก็ไปดูเพราะว่าก็เป็นญาติ ๆ ก็มีที่ผีปอบเข้าสิง...บ้านหลังไหนตัวคนที่มีผีปอบก็ฟังมา ตัวคนที่มีผีปอบ เวลาเดินผ่านเค้าพี่แดงก็ให้เกียรติเค้าไม่ดูถูกว่าร้าย....ครอบครัวของพี่แดงไม่เคยมีประสบการณ์ตรงเรื่องผีปอบ...(เวลาพ่อไปดูญาติ ๆ คนที่ถูกผีปอบ ๆ จะบอกพ่อว่า...ไม่กล้าเข้าไปไกล้ครอบครัวพี่แดงเพราะมีพระและสิ่งรักษาเข้มแข็ง...ทั้งๆที่บ้านพี่แดงแม่ป่วยบ่อย ๆ ..แต่เข้าบริเวณบ้านพี่แดงไม่ได้....จริง ๆ แล้วบ้านพี่แดงก็นับถือพุทธ เรื่องไสยศาสตร์ไม่นำเกี่ยวข้องเลย..ทุกวันพระพ่อจะพาลูก ๆ สวมนต์
หาดอกไม้ธูปเทียนที่เรียกว่าขันธิ์ 5 ชาวบ้านเรียกแต่งขันธฺ 5 ...ดอกลั่นทมพ่อจะห้ามนำเข้าบ้านค่ะ..เพราะเป็นดอกไม้ที่บูชาผีสาง....แต่ไม่ดูถูกพูดจาลบหลู่ค่ะ...สิ่งเล่านี้น่ากลัวสำหรับคนที่อวดดีดูถูกเค้า...แต่จะให้เกียรติคนนับถือพุทธและคนดีทั่ว ไ ปนะคะ...)

แต่สมัยนี้ก็ยังไม่ได้ถามพ่อกับแม่ว่ามีผีปอบหรือไม่เพราะว่าคนที่เป็นผีปอบคนนั้นเค้าเสียชีวิตแล้วด้วยโรคชรา....เป็นผู้ชาย..ว่ากันว่าเค้าเรียนอาคมเพื่อปราบผี ประมาณนั้นค่ะ แต่ว่ารักษาไม่ได้...จึงมีผีปอบมาอยู่ที่ตัว..(แต่ตัวเค้าจริง ๆ ก็อยู่บ้าน ปกติ ๆ เหมือนคนทั่วไป...แต่เวลาเข้าสิงใคร...มีตัวผีปอบ ไป....)...เรื่องผีปอบไม่เหมือนในหนังนะคะ....พี่แดงดูหนังเรื่องผีปอบแล้วก็ไม่คิดอยากดูอีก....เพราะดูหนังเรื่องผีปอบที่ทำมาฉายแล้วทำไม่ได้จความที่ชาวบ้านที่ได้พบจริง ๆ เค้าเล่าค่ะ....ไม่ว่าเล่าก็คน และเล่าจากหมู่บ้านใด ๆ ...ประสบการณ์ของคนที่ถูกปีปอบเข้าสิง และที่มาที่ไป ของเรื่องผีปอบก็จับปรัเด็นได้ว่าเป็นอาการและที่มาของการเป็นผีปอบนั้น เหมือนกัน.....

ดูในหนังแล้วไม่มีความหมายที่เหมือนจริงที่ได้ฟังจากทุกแหล่งนัก....สิ่งเหล่านี้ทำให้หนังขาดเสน่ห์สำหรับคนที่ได้ทราบเรื่องราวและที่มาที่ไป...แต่การเจาะลงดูลึกนั้น...พี่แดงไม่กล้าหรอกค่ะ...ไม่คิดว่าต้องพิสูจน์นะคะ เชื่อฟังที่คำพูดของพ่อที่บอกว่าไม่ให้ลูก ๆ ไปดูค่ะ....สงสารพ่อที่ปรารถนาดีต่อลูก ๆ ...พ่อก็อธิบายว่าถ้าเข้าไปดูไกล้ ผีปอบเมื่อถึงเวลาเค้าออกจากร่างที่เค้าสิง เค้าจะวิ่งชนและเข้าสิงเราต่อได้...เมื่อผีปอบเคยเข้าสิง...เค้าก็จะมาเข้าสิงประจำ ๆ จะมีรูให้เค้าเข้า ๆ ออกได้ที่ตรงรักแร้...

จะเล่าเรื่องกระสือ แต่ว่าเล่าเรื่องผีปอบไปซะแล้วววว...

แต่ผีกระสือในความรู้ของพี่แดงก็คล้ายคลึงที่อ่านในเวปฯนะคะ...ประสบการณ์จากตนเองและคนไกล้ชิดหรือคนอื่น ๆ ที่เคยพบก็..ยังไม่เคยเห็นใครพบเห็นผีกระสือ...



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 12:31 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 212



จำได้ว่ากระทู้ที่แล้วคุณแว่นถามถึงเพลงจากหนังเรื่องสาวงามแดนสวรรค์ค่ะ...เพลงซาโยนาระ...หนังเก่าเรื่อง Love In Tokyo สาวงามแดนสวรรค์...พอฟังเพลงจากเรื่องนี้จึงเข้าใจว่าทำนองเพลงเคยฟังเคยฟังสมัยเด็ก...น่าจะเป็นเพลงลูกทุ่งไทย...แสดงโดยJoy Mukherjee Asha Parekh & Pran(เป็นผู้ร้ายค่ะดาราชื่อปราน....พี่อิทและคุณครูอาคามเคยเล่าไว้...)

Sayonara Sayonara (Joy Mukherjee & Asha Parekh)

http://www.youtube.com/watch?v=QHT28UX8i_I&feature=channel

และเพลง....
Love In Tokyo (Joy Mukherjee Asha Parekh & Pran)

http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4920&page=2&keyword=


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 14:09 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 213



แดงลองเปิดดูตามเวปฯมีภาพให้ดูนิดหน่อยเรื่องSLUMDOG MILLIONAIRE ...ดูฉากนี้เท่านั้นยังขนลุกเกลียวค่ะ...ในฉากนี้มีพระเอกซุปเปอร์สตาร์ อานิล กาปู ด้วย...คุณดำรงคงทราบชื่อพระเอกท่านนี้ใช่มั๊ยคะ...แดงดูผลงานเค้าบ่อย ๆ ..พระเอกคนที่มีหนวดค่ะ....สุดยอดดดด...เลย....


SLUMDOG MILLIONAIRE - Official Trailer - In UK Cinemas Now

http://www.youtube.com/watch?v=c0DKHKVWwkg&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 16:59 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 214



พระเอกอานิล กาปู ....

Anil Kapoor * Slumdog Millionaire * AFI Film Festival LA
http://www.youtube.com/watch?v=YHZz7jYqLg4

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 17:28 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 215



Slumdog Millionaire มีเพลงด้วยค่ะ..ชื่นใจจังที่หนังอินเดียเค้ายังคงกลิ่นไออินเดียไว้เสมอ ๆเช่นเพลงและการเต้นในหนังอินเดียเป็นหลักใหญ่ที่แดงดูแล้วจะขาดไม่ได้..อาการเหมือนทานข้าวแล้วไม่ได้ทานน้ำค่ะ..ติดคอ...เคยมีครั้งหนึ่งดูเรื่อง..สู้ สุดชีวิต..ที่พระเอก๙ฮ์รุกข่าน เป็นโค๊ช..ฮ็อกกี้..ในหนังไม่มีเพลง...แดงมีอาการ..ว่า...ต้องรื้อพเพลงอินเดียจากเรื่องเดฟดาส ทาสหัวใจเหนือแผ่นดินมาดูแทน.....

หลายวันต่อมาลูกดูเรื่องนั้นทีหลัง...แล้วถามแม่ว่า...(ถามทดสอบแม่...)..หนังสู้..สุดชีวิตมีเพลงมั๊ยแม่...ก็ตอบลูกว่าไม่มี...ลูกสาวบอกว่า..ตั้องกดดูอีกที่เพราะหนังเร่องนั้นเป็นDVD ...เค้าแยกเพลงออก..ประมาณนั้น..แดงเล่าไม่เป็น...จึงย้อนคิดแล้วเล่าให้ลูกฟังว่า..มิน่า...แม่เหมือนทานข้าวติดคอเพราะเรื่องนั้นไม่มีเพลงและการเต้นให้ดู...

Slumdog Millionaire - Jai Ho Dance Scene Video

http://www.youtube.com/watch?v=tK6GRdf9kxQ&feature=related


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 17:45 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 216
เพลงและภาพจากJai Ho..จากหนังSlumdog Millionaire...อีกที....

BSO de Slumdog Millionaire. Jai Ho
http://www.youtube.com/watch?v=Z32SCbI4dNU&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 17:55 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 217




คราวนี้พี่แดงเล่าต่อเรื่องผีกระหัง...บรื๋อออออออ.....แต่ว่า...ดีหน่อยตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่มเศษ ๆ ..

มีเรื่องเล่าว่า...ประมาณสาม - สี่ปีที่แล้ว..พี่แดงขึ้นเวรเช้าช่วงปีใหม่ ช่วงปีใหม่และสงกรานต์จะขึ้นเวรสองคน(ปกติขึ้นเวรคนเดียว...)...สาย ๆ สักหน่อมีคุณแม่ยังสาวกับลูกชายอายุสีก สาม - สี่ขวบได้ค่ะ...มาทำประวัติเพื่อเข้ารับการักษา..ก็เป็นไข้นิดหน่อย....แล้วคุณแม่ท่านนี้ถามเจ้าหน้าที่ที่ขึ้นเวรกับพี่แดงว่า...ตั้งแต่เมื่อสักตีสี่ตีห้ามาถึงตอนนี้มีผู้ชายรูปร่างแปลก ๆ มาเข้ารับการรักษาหรือไม่....และได้ยินเสียงลูกชายพูดกับคุณแม่ว่า...ตัวเค้าครนั้นเป็นกระหัง...คุณแม่ของเด็กชายก็หัวเราะและเล่าว่า...

สักเช้าตรู่เธอขับรถมาจากกทม. ..มากับลูกชาย... จะมาปีใหม่ที่บ้านแถว ๆ นี้...แล้วมีผู้ชายคนนึงยืนกระพือปีกวาบ ๆ วาบ ๆ ...อยู่ข้างถนน...และยังบินมาชนรถที่เธอขับอย่างแรง....แล้วหายตัวไปเลย...ลูกชายเธอก็เห็นพร้อม ๆ กัน..และบอกว่า..หน้าตาเค้าเหมือนกระหังที่เห็นในหนังเลย....

ก็พากันซักถามเธอไปพอหอมปากหอมคอ...เล่าล้อกันเล่น ๆ กับเธอว่าเพิ่งเคยได้ยินเรื่องแบบนี้...นึกว่า..จะมีแต่ในหนัง...ไม่เคยนึกไปถึงว่า..จะมีคนเห็นกระหังจริง ๆ ....





ตำนาน ผีกระหัง
http://www.udclick.com/home1/index.php?option=com_content&task=view&id=3255&Itemid=111031

กระหัง เป็นชื่อผีอีกชนิดหนึ่ง บางทีก็ใช้ชื่อว่า เกาะหาง เชื่อกันว่า ผู้ชายที่ไปเรียนวิชาอาคมแก่กล้ามากเข้า
จะมีปีกมีหาง จะไปไหนก็ใช้กระด้งต่างบิน สากตำข้าวต่างขา สากกระเบือต่างหาง ชอบกินของโสโครกเช่นเดียวกับ
ผีกระสือ

เรื่องของผีกระหังนั้นไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องมากนัก เห็นจะเป็นเพราะไม่มีคนเห็นมันบ่อยนั้นเอง รู้แต่ว่ารูปร่าง
ของมันก็เป็นอย่าง คนเรานี่เอง แต่มีหางอยู่ที่ก้น เป็นผีที่หวงก้นมาก ไม่ยอมให้ใครมาลูบก้นเล่นเพราะกลัวว่าจะไปคลำ
ถูกหางของมันเ ข้า ก็จะรู้ว่ามันเป็นกระหัง
ข้อที่แปลกก็คือ ทั้งๆ ที่มีหางอยู่แล้ว ก็ยังใช้สากต่างหางอีกชั้นหนึ่ง บางทีหางเดิมของมันจะสั้นไปก็ไม่รู้
ผีกระหังไม่เคย ปรากฏว่าทำร้ายใครให้เป็นอันตรายเลย

....

และผีกระหังอีกแหล่ง...
...........
ผียอดนิยมซึ่งเป็นที่รู้จักและมักถูกนำมาสร้างหนัง ละครบ่อยๆ ได้แก่ ผีกระสือ คือผีที่เข้าสิงในตัวผู้หญิง และชอบกินของโสโครก

คู่กับผีกระหัง ที่ชอบเข้าสิงผู้ชาย เชื่อกันว่าผีกระหังเป็นผู้ชายที่เรียนวิชาอาคม เมื่อแก่กล้าก็มีปีกมีหาง จะไปไหนก็ใช้กระด้งต่างปีก สากตำข้าวต่างขา สากกะเบือ ต่างหาง ชอบกินของโสโครกเช่นเดียวกับกระสือ ....และมีอ่านต่อเรื่องผีอื่น ๆ ที่นี่..

http://topicstock.pantip.com/wahkor/topicstock/2006/04/X4294860/X4294860.html



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 25/01/52 - 21:25 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 218
ดูฉากนี้เท่านั้นยังขนลุกเกลียวค่ะ.

++++++++++++++++++++++++

เหตุไฉนจึงขนลุก ขนลุกยังไง รบกวนคุณแดงช่วยขยายความสักนิด

จาก: ดำรง
วันที่: 25/01/52 - 22:07 น.
IP Address: 118.174.99.xx
ความคิดเห็นที่ 219



เข้ามาโพสต์ โปสเตอร์หนังอินเดียในอดีต "ราชินีในดวงใจ" (Met Booba) นำแสดงโดย ราเยส คานนา
และเฮมา มาลินี มอบให้เจ้าของกระทู้ครับ

ที่มาของภาพ โดยคุณแอ๊ด จากเว็บ Thaicine.com ครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 26/01/52 - 21:42 น.
IP Address: 124.120.162.xx
ความคิดเห็นที่ 220



ใบปิด "เทพธิดาในฝัน" ซาซิ กาปูร์ พบ ซินาท อมาน

ภาพจากเว็บเดียวกันครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 26/01/52 - 21:46 น.
IP Address: 124.120.162.xx
ความคิดเห็นที่ 221



ปิดท้ายด้วยภาพใบปิด "ดอกฟ้าที่รัก - บีอบบี้ ภาค 2" มีคำโปรยว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อยู่มุมบนขวาซะด้วย
แหมเข้ากับเทศกาลตรุษจีนพอดีครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 26/01/52 - 21:50 น.
IP Address: 124.120.162.xx
ความคิดเห็นที่ 222
แดงดูหนังอินเดียบ่อย ๆ ...ลุกเรื่องจะขนลุกเกลียวในหนังอินเดียจะเป็นอาการเดียว...คือจะเริ่มจากจุดต่อระหว่างอารมณ์แห่งความสำเร็จ...จนถึงจุความสำเร็จที่ลั่นเปรี้ยยงงงง...ประมาณนั้นค่ะ...ถ้าแดงเขียนแล้วอ่านไม่เข้าใจถามอีกก็ได้ค่ะคุณดำรง...อืมมม..เป็นคำถามที่เยี่ยมมากค่ะขอชมจากใจขริง...เพราะว่าแต่ก่อนแดงก็ไม่ค่อยแยกหาสาเหตุมากนัก...เพียงแต่เข้าใจแต่ไม่เคยได้คัดสรรค์ออกมาบอกเล่า....

...จุดที่เรียกว่าอย่างไรดีหนา...เป็นพลังในหนังค่ะคุณดำรง...อย่างเช่นเด็กชาย หญิงเล็กสองคนที่นั่งอยู่บนหลังคารถไฟอย่างแสนสุข..และชี้ชวนกันดูอะไรสักอย่างบนท้องฟ้า..เด็กทั้งสองประสานใจค่ะ...และ.อืมมม..มีความสนุกสานเป็นธรรมชาติตามประสา ๆ ชีวิตของเค้า...แต่ว่า...ลองดูดี ๆ คะ...เป็นพลังที่เปล่งออกมาได้บริสุทธิ์...(สิ่งที่ทำให้ประสานก็ใจรักของคนที่ดู และ ศิลปะการถ่ายทอดอารมณ์แบบนี้ของหนังอินเดีย ฯด้วย...แดงชอบที่เค้าถ่ายทอดความสุขตามประสาชีวิต...บริสุทธิ์และไม่มีอาการเรียกร้อง..หรือเฝ้ารอใครๆ มาช่วย...เรียกว่าช่วยเหลือชีวิตตนอย่างเต็มใจ...สิ่งแบบนี้เชื่อมโยงกับพลังด้านดีของคนดีอื่น ไม่เว้นแม้พระเจ้าก็ต้องเมตตา...)

ขนลุกเกลียวอีกจุดก็ตรงที่พระเอกเดฟ ปาเทล ตอบว่าเบนจามิน แฟรงเก้น...รู้สึกศรัทธาเด็กเค้าค่ะ...ด้านที่เรียกว่าใฝ่รู้...แม้ว่าโอกาสเค้าจะมีแบบที่เราเห็น...เป็นพลังที่จะสื่อผ่านออกมานอกจอ เหมือนดังเช่นโมเมนตั้ม...พลังด้านบวกที่จะประทับใจและเป็นการปลูกฝังความดีได้อย่างลึกซึ้ง..

ขนลุกเกลียวอีกจุดก็ กลุ่มเด็กผู้ชายที่วิ่ง ๆ แล้วแปะมือกัน ...ประสานใจค่ะ...รวมพลังชัยชนะเข้าด้วยกัน..


ส่วนจุดประทับใจก็...(ไม่ขนลุกเกียวค่ะ...แต่ว่ารุ้สึกเราก็ส่งพลังเพื่อช่วยเหลือเค้าด้วย....และคอยระวังเรื่องผลสำเร็จ...)

เช่น ที่พระเอกเดฟ ปาเทล ใส่ใจในความปลอดภัยของนางเอก...ที่เรียกนางเอกเสียงดัง ๆ.....จากชั้นบน...นางเอกยืนอยู่ชั้นล่าง..และเชื่อมโยงอารมณืแบบนี้อีกทีบนรถไฟสมัยเด็ก ๆ ที่เค้าก็เรียกนางเอกด้วยอาการแบบเดียวกัน..

จุดที่ประทับใจช่วยส่งพลังให้เค้าอีกทีก็ที่ช่วยกันบนหลังคารถไปที่ถ้อยหัวลงหยิบอาหาร...(อีกฉากเห็นเค้าตกลงจากรถไฟด้วยค่ะ...สงสารและลุ้นให้เค้าปลอดภัย..ฉากแบบนี้มีแต่พลังใจของเค้าและโชคชะตา พระเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยได้....สงสารจังงงแต่เราผู้ชม ก็ค่อย ๆ คัดความเสสียใจในฉากแบบนั้นค่ะ...ที่ค่อย ๆ คัดมาได้เพราะว่า..ศิลปะการทำหนังเค้ามีวิธีการกรอง..ฉากที่โหดร้ายแบบนี้แต่ทำได้ละเอียดอ่อน...ไม่กระเทือนเข้าไปในความรู้สึกของผู้ชมโดยตรง...อืมม...หนังอินเดียทำฉากแบบนี้เยี่ยมและละเอียดอ่อนเสมอเสมอ ๆ ...บางเรื่องน้ำตาไหลตามค่ะ...












จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/01/52 - 17:46 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 223
สวัสดีครับคุณแดง ปัจจุบันคุณแดงชอบดาราพระเอก/นางเอก
คนไหนมากที่สุดครับ และดาราอินเดียพระเอก/นางเอกในอดีต
ใครหรือครับ ถ้าถามแล้วผมขออภัยด้วยน่ะครับ


จาก: แว่น
วันที่: 28/01/52 - 17:52 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 224
ความคิดเห็นที่ 219 - 221...ขอบคุณมาก ๆ ค่ะคุณเจสันคะ..สำหรับของขวัญสวย ๆ ช่วงตรุษจีน...
..เอ....ฝากท่านเจ้าของกระทู้...งั้นแดงแอบขโมยความคิดเห็นที่ 221...ก่อนพี่อิทกลับมาจากอินเดียเลยยย..(จะเขียนใบบอกชื่อคนขโมยไว้ด้วยจะได้ตามหาหนังพบ...)

เรื่องนี้ได้ดูแต่ภาคแรกค่ะเพิ่งทราบว่ามีภาคสอง...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/01/52 - 17:53 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 225
พระเอกนางเอกในปัจจุบัน....จริง ๆ แล้วชอบหมดเลย..แดงขี้งกค่ะคุณแว่น...

แต่จะมีพิเศษที่เป็นพระเอกในดวงใจ(คะแนนเท่ากันค่ะ..ไม่ลดจากกันได้แต่ก็มีจดต่างบ้างนิดหน่อย....)
อันดับหนึ่งสมัยนี้มีดังนี้ค่ะ...อะเจย์ เดฟแกน และ.อามี ข่าน
อันดับหนึ่งสมัยก่อนนี้มีดังนี้ค่ะ..สุนิล ดัท และ. ราเยส คานนา

นางเอกในดวงใจ
อันดับหนึ่งสมัยนี้มีดังนี้ค่ะ...การีน่า กาปู และ.อิสวาราย่า ราย
อันดับหนึ่งสมัยก่อนนี้มีดังนี้ค่ะ..วิชัย ยันติมาลา และ. เฮม่า มาลินี(เพราะว่านางเอกเก่า..ดูยังไม่มากนักค่ะ...)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/01/52 - 18:05 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 226



พระเอก - นางเอกเรื่องSlumdog Millionaire ....

Slumdog Millionaire - Actors Dev Patel & Frieda PInto (pt2)

http://www.youtube.com/watch?v=huEzM7S2iAM&feature=related


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/01/52 - 21:22 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 227



นางเอกค่ะ...เรื่องSlumdog Millionaire ....

http://www.youtube.com/watch?v=7HGn0iMY5ds&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 28/01/52 - 21:28 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 228
ขออภัย อย่าโกรธกันน้า ถ้าผมจะบอกว่า

ที่คุณแดงจิ้น (imagine) มาเกือบทั้งหมด

กลายเป็นหนังคนละม้วนเลย

ลองหาหนังมาดูก่อนนะครับ ต้องแผ่นผีสถานเดียว

หนังเรื่องนี้คงยากที่จะมีคนซื้อเข้ามาฉาย เพราะตอนนี้ราคาแพงมาก

ลองอ่านความเห็นของพวกพันทิปดูนะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ชอบหนัง Slumdog Millionaire มาก

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7461419/A7461419.html

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เพิ่งได้ดู Slumdog Millionaire สนุกมากครับ

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7449505/A7449505.html

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จาก: ดำรง
วันที่: 28/01/52 - 22:01 น.
IP Address: 118.174.116.xx
ความคิดเห็นที่ 229
มีกระทู้มาใหม่อีก 2

ตกลงว่ามีคนใจกล้าซื้อมาฉายในเมืองไทยแล้วครับ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

~~~ในที่สุดมันก็มา Sulmdog Millionaire ในที่สุดคนไทยได้ดูในโรงสมใจ~~~

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7466782/A7466782.html

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กระทู้นี้สปอยล์สุดๆ เล่าหนังเกือบทั้งเรื่อง ถ้าไม่ชอบการสปอยล์อย่าเปิดอ่าน

Slumdog Millionaire ..เยี่ยม !! สมแล้วกับรางวัลที่ได้มา (นี่สิถึงเรียกสปอยล์ !!)

http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7467197/A7467197.html

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอให้ได้รับความเพลิดเพลิน ขอบคุณมากครับ

จาก: ดำรง
วันที่: 28/01/52 - 23:14 น.
IP Address: 118.174.116.xx
ความคิดเห็นที่ 230
หนังอินเดียพระเอก/นางเอก อันดับ 1 ยุคนี้
แสดงด้วยกัน มีเรื่องอะไรบ้างครับ คุณแดงพอจะทราบ
มั๊ยครับ เผื่อจะไปหาซื้อมาชมบ้างครับ




จาก: แว่น
วันที่: 29/01/52 - 12:52 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 231
คุณแดง มีหนังอินเดียเรื่องอะไรบ้างพอจะบอกได้มั๊ยครับ



จาก: แว่น
วันที่: 29/01/52 - 12:54 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 232
ผมน่ะชอบหนังอินเดีย มาตั้งแต่สมัยผมยังเด็กๆ ส่วนใหญ่
จะชอบเพลงอินเดีย ผู้หญิงเต้นสวยมากครับ มีเพลงอินเดีย
จำหน่ายทาง VCD มีหรือเปล่าครับ หาซื้อที่ไหนครับ



จาก: แว่น
วันที่: 29/01/52 - 12:57 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 233
ผมอยากเห็นภาพพระเอก/นางเอกหนังอินเดีย อันดับ 1
พอจะมีบ้างมั๊ยครับ(ในยุคนี้)

ขอบคุณครับทุกๆคำตอบครับ






จาก: แว่น
วันที่: 29/01/52 - 13:05 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 234



หนังของ อมิตาป บาจัน เรื่อง รอยรัก รอยแค้น ชื่อภาษาอังกฤษ Blood Brothers แหมใช้ชื่อเดียวกับหนังจีนชอว์
เรื่อง เดชไอ้เปีย เลยนะครับ ขอบคุณภาพจากคุณแอ๊ด เว็บ Thaicine.com

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 30/01/52 - 0:39 น.
IP Address: 124.120.164.xx
ความคิดเห็นที่ 235
ขอบคุณมากค่ะคุณดำรง...แดงไม่แปลกใจที่คุณดำรงบอกว่าแดง(imagine)...เพราะว่าจนเท่าปัจจุบันแดงดูหนังเรื่องใดทางอินเดีย...เดาไม่เคยถูก....นั่นหละคือเสน่ห์ที่แดงชอบติดตามหนังของเค้า....ได้เรียนรู้อะไร ๆ อยู่เสมอๆ ...

.(เท่าที่ดูหนังอินเดียเรื่องก่อน ๆ ...อาการที่แดงเล่านั้น...แดงเก็บมาจากในตัวแดง .เทียบเมื่อพบอาการแบบเดียวกัน.จากในหนังอินเดีย...วันไหนที่ได้ดูสักเรื่องที่เคยดูเหมือนกันคุณดำรงมาชวนแดงเล่าสิคะ...อยากฟังไอเดียคุณดำรงเล่าถึงหนังอินเดียบ้างค่ะ...

ส่วนนี้แดงจะเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวประกอบการดูหนังอินเดียนะคะคุณดำรง..

สิ่งที่พบในหนังอินเดีย ในชีวิตจริงแดงพบว่าอาการแบบนี้มีจริงในชีวิตการทำงานปัจจุบันของระบบงานที่เรียกคล้าย ๆ กับเป็นโครงการนำร่อง..บุกเบิกเพื่อเก็บผลงานที่นำมาลงพัฒนาระบบทางด้านนั้นของประเทศและเป็นหน่วยงานพี่เลี้ยงเมื่อได้รับการรับรองมตรฐานล้ว...ให้กับระบบเดียวกันแต่ต่างสถานที่...ซึ่งตรงกับคำว่าหน่วยงานทดลอง...และนำมาเทียบได้ตอนดูในหนังอินเดีย...อาการจะหมุนเป็นเกลียว ๆ เพื่อดึงศักยภาพของทรัพยาการออกมาใช้...จนเป็นคำว่าทำงานประสานกันเป็นทีมได้..โดยต้องลดละความเป็นปัจเจกชนซึ่งก่อนนั้นเรื่องปัจเจกชน(ตรงกับคำว่าฮีโร่...ทั้งชายหญิง.ฮีโร่ก็สู้เดี่ยวประมาณนั้น..คนอยู่หลังสุขสบายและไม่แยแสคุณค่าที่ฮีโร่ให้มาค่ะ...แดงเล่าตามความเข้าใจ...ซึ่งถ้ายังจะทำตัวเป็นฮีโร่...ก็เป็นการปล่อยทรัพยากรบุคคลท่านอื่น ๆ ให้ขาดความมีส่วนร่วม...การมีส่วนร่วมจะทรงพลัง...และยั่งยืนกว่าการที่คนๆ เดียวนำมาป้อนค่ะ...แล้วทุกชีวิตจะเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ...ก็ยั่งยืนทั้งตัวเค้าและประสานสู่ประเทศและทั่วโลกฯ.)...เพื่อประสานใจฯและมุ่งมั่นพัฒนา....ถ้าอย่างไรลองนึกถึงเมืองพัทยาที่เป็นที่นำร่องด้านประชาธิปไตยก็ได้ค่ะ...แบบนั้นหละ....หน่วยงานแดงหนักหน่อยที่ต้องเป็นต้นแบบอยู่เสมอๆ จนนำธรรมะมาใช้กับการปฏิบัติงนอย่างจริงจังเพราะต้องปรับตัวอยู่ไม่หยุดนิ่ง....ธรรมะก็เช่นกัค่ะมีมากมาย..ที่มองเห็นด้านสัจธรรมในหนังอินเดีย...


ขอบคุณมากค่ะเรื่องเวปฯที่เล่าถึงหนังเรื่องเยี่ยม.....แดงอยากดูและใช้ความรู้ตนเองก่อน..แล้วจึงจะค้นอ่านไอเดียท่านอื่น ๆ ....หนังอินเดียเป็นหนังที่รักมากๆ....ที่รักมากก็เพราะเค้าดึงความรู้ทุกส่วนที่แดงเคยทราทั้งประสบการณ์จริงและเรื่อที่อ่าน..ออกมาใช้ดูหนังได้..แม้ว่าความรู้นั้นจะผ่านมาแสนนาน....หรือเพิ่งอ่านหรือเพิ่งประสบก็ตาม....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 0:40 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 236
ความคิดเห็นที่ 234
ขอบคุณค่ะคุณเจสัน....แดงก็ดูชื่อหนังอินเดียทีไรก็พาลเดาเรื่องไปทางหนังจีน...ปรากฏว่า...เดาผิด...จ๋อยยย...เลยย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 0:43 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 237



เห็นพูดกันบ่อยสำหรับคำนี้ สลัมบอมเบย์ ไม่นึกมาก่อนว่าจะมาจากชื่อหนังแขกครับ Salamm Bombay เด็กข้างถนน

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 30/01/52 - 0:44 น.
IP Address: 124.120.164.xx
ความคิดเห็นที่ 238
คุณแว่นค่ะ....หนังอินเดียแดงมากกกกก...อืมม..ไม่เคยได้นับไว้เลย....จริง ๆ แล้วถ้าอยู่กทม.ก็คงไปคลองถม หรือพาหุรัด...ประจำแน่นอนเลย....แต่ว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีหนังอินเดีขายแล้วค่ะ....




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 0:49 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 239



ปิดท้ายด้วย "รักเพียงหนึ่งเดียว" นำโดย สรีเดวี นางเอก 1,000 ล้านรูปี

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 30/01/52 - 0:49 น.
IP Address: 124.120.164.xx
ความคิดเห็นที่ 240



พระเอกและน่างเอกอันดับหนึ่ง....ความคิดเห็นที่ 233

...
เรื่อง วี - ซาร่า
พระเอกshahrukh khan and preity zinta
Veer-Zaara


และหนังของพระเอกชาฮ์รุก ข่าน ที่เวปฯนี้ค่ะ....
http://en.wikipedia.org/wiki/Shahrukh_Khan

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 1:10 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 241
...ถ้ามีหนังทั้งสามเรื่องที่คุณเจสันแดงจะใจอ่อนหยิบเรื่องน้มาเปิดดูก่อนค่ะ...ความคิดเห็นที่ 239


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 1:13 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 242



พระเอกนางเอกอนดับหนึ่งค่ะคุณแว่น....

ดาราค่ะ Kal Ho Naa Ho..โอ้..รักสุดชีวิต...

Starring Jaya Bachchan
Shahrukh Khan
Saif Ali Khan
Preity Zinta

Kal Ho Naa Ho

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 1:19 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 243



พระเอกนางเอกอนดับหนึ่งค่ะคุณแว่น....

เรื่องDil Se..365 วันฉันรักเธอ...

Starring Shahrukh Khan
Manisha Koirala
Preity Zinta



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 1:21 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 244



เพลงจากหนังเรื่องDil Se..365 วันฉันรักเธอ... ความคิดเห็นที่ 243


Dil Se - Chaiyya Chayyia

http://www.youtube.com/watch?v=nMsv3MrbDcs

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 1:30 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 245
ความคิดเห็นที่ 235..นึกได้ว่า...เล่าความหมายของปัจเจกชนผิดค่ะ..(ส่วนคำว่าฮีโร่...ก็ตามเดิมที่เล่านะคะ...)

เปลี่ยนความหมายของ..ปัจเจกชน...เป็น ประมาณว่า..ท่านที่พอใจที่จะไม่ร่วมมือกับใคร ๆ ...แม้ตนเองจะเก่งสักเพียงใด ก็ไม่ร่วมมือ...ต่างคนต่างอยู่....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 1:44 น.
IP Address: 125.26.246.xx
ความคิดเห็นที่ 246



คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)







ความอยากหรือพระพุทธศาสนาเรียกว่า ตัณหา เป็นตัวการปิดกั้นศักยภาพการทำงานของพลังจิตใต้สำนึกที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ เพราะความอยากทำให้คุณเกิดความวิตกกังวล รุ่มร้อน ไม่สงบ และผลที่สุดจะตามมาด้วยความไม่เชื่อมั่น และเกิดความลังเลสงสัย ดังนั้นต้องลดอยาก หยุดอยาก และไม่คิดอยาก

ความจริงแล้วในทางพระพุทธศาสนาบอกไว้ว่า ทั้งความอยาก(ภวตัณหา) และความไม่อยาก(วิภวตัณหา) ล้วนเป็นทุกข์ เพราะถ้าเราอยากสิ่งใด ก็ต้องไม่อยากในสิ่งตรงกันข้ามกันเสมอ เช่น อยากผอมก็คือไม่อยากอ้วน อยากรวยก็คือไม่อยากจน ฯลฯ ดังนั้นการหลุดพ้นจากวังวนแห่งกรรมนี้ได้ ต้องตัดความอยากออกให้หมด เพราะเมื่อมีสุขเวทนาจากความอยาก ก็ต้องทุกขเวทนาจากความไม่อยาก และสองสิ่งนี้สามารถกลับขั้วไปมาได้ตลอดเวลา ชีวิตเราจึงมีทั้งสุขและทุกข์ มีสุขเพราะไปเปรียบกับทุกข์ ทุกข์เพราะไปเปรียบกับสุข

แม้แต่การมองคนอื่น ถ้าเรามองด้วยความอยาก อยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะต้องมีบวกหรือลบเกิดขึ้นทันที แต่ถ้าเรามองคนอื่นอย่างที่เขาเป็น ไม่ใช่อย่างที่เราอยากให้เขาเป็น เมื่อนั้นจะเกิดปัญญา ไม่มีบวก ไม่มีลบ

สิงโตในขณะที่หิวโซอยากล่าเหยื่อใจจะขาด มันจะแสร้งทำเป็นไม่สนใจ ไม่อยาก แต่มองไปที่เป้าหมายอยู่ตลอดเวลา รอจนจังหวะเปิด มันจะกระโจนเข้าใส่ทันที สิงโตที่ขาดความอดทนแสดงความอยากย่างเต็มที่ จะไม่ประสบความสำเร็จในการล่าเหยื่อ เพราะเป้าหมายหายไปเสียก่อน

วิธีทดสอบในชีวิตจริงง่าย ๆ ลองดูกับตัวคุณเองขณะกำลังจะหาที่จอดรถในห้างวันที่แออัดที่สุด ก่อนจะขับรถเข้าไป ให้กำหนดไปที่จิตส่วนลึกจนกลายเป็นภาพแห่งความรู้สึกว่า ต้องมีที่ว่างตำแหน่งดี ๆ สำหรับรถเราแน่ ๆ แต่ห้ามคิดอยากได้ที่จอดรถ ฟังดูอาจแปลก ๆ แต่นั่นคือความจริง โดยเริ่มต้นตั้งจิตอธิษฐานขอ พร้อมกับความเชื่อมั่นว่าคุณได้ที่จอดรถ และภาพที่ว่างสำหรับการจอดรถของคุณปรากฏในความรู้สึกอย่างชัดเจน โดยปราศจากความรู้สึกอยากที่ทำให้เกิดความเร่าร้อน กระวนกระวาย อันเป็นการทำลายหรือปิดกั้นการทำงานของจิตใต้สำนึก กระบวนการดังกล่าวเป็นศิลปะการคิดที่อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ของโลกทุกคนค้นพบศิลปะการคิดขั้นสุดยอด คือ ดูเหมือนจะอยาก แต่ไม่คิดอยาก

จงเหมือนสิงโตเฝ้าเหยื่อ และอย่าละทิ้งเป้าหมาย จงมองหาช่องเหมือนสิงโตที่กำลังมองเหยื่อของมัน นี่เป็นการทำงานที่ประสานกันระหว่างจิตใต้สำนึกและจิตสำนึกของตัวคุณเอง คุณส่งจิตใต้สำนึกวิ่งไปจัดสรรที่ว่าง ในขณะเดียวกัน ตัวเองก็ต้องเตรียมพร้อมด้วย

กลไกกรทำงานของจิตมหัศจรรย์มาก เพราะอยู่ในระดับเหนือกว่าสามมิติ มันสามารถเข้าไปมีอิทธิพลต่อจิตใต้สำนึกของคนอื่น ๆ ได้ด้วย คุณจะพบว่า มีที่ว่างในจังหวะเวลาและสถานที่เหมาะเหม็งอย่างไม่น่าเป็นไปได้ จนบางครั้งจะรู้สึกพิศวงจนขนลุก แต่จิตใต้สำนึกจะช่วยได้แค่นั้น เพราะมันไม่สามรถปรากฏร่างแบบสามมิติออกมาเหมือนพนักงานห้างที่คอยกันที่โบกให้คุณค่อย ๆ เข้าไปจอดได้ ถ้าภายในจังหวะนั้นจิตสำนึกคุณทำงานไม่ประสาน ทุกอย่างก็จะล้มเหลว
มีผู้สงสัยถามว่า ถ้าทุกคนรู้ความลับนี้ล่ะ จะไม่เป็นการแย่งชิงสิ่งที่ตนเองต้องการหรือ คำตอบก็คือไม่ใช่แน่นอน แม้ว่าโลกในอนาคตจะต่อสู้กันด้วยพลังจิต แต่ไม่ต้องห่วง เพราะคนที่จะใช้ความลับข้อนี้ได้ต้องมีจิตด้านบวกเท่านั้น คนจิตลบจะมีกิเลสตัณหามากกว่าปกติ เขาไม่มีทางตัดความอยากของตนเองได้

ดังนั้นนักพนันส่วนใหญ่จึงไม่สามารถใช้จิตใต้สำนึกให้เป็นประโยชน์ได้ นั่นเป็นเพราะในสมองของพวกเขาเต็มไปด้วยความอยาก ยกเว้นนักพนันชั้นเซียนจะล่วงรู้ความลับนี้ แม้ไพ่ในมือแต้มต่ำมาก ๆ ก็ไม่แสดงอาการอะไร เพราะเขาตัดความอยากได้และในที่สุด จิตใต้สำนึกจะช่วยให้เขาพลิกกลับมาชนะได้อย่างมหัศจรรย์ ตรงกันข้ามกับคนที่อยาก แม้แต้มในมือจะสูงมากความอยากก็จทำให้เขากระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด

เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องคนที่เล่นหวยแทงเลขที่ตัวเองเกร็งไว้แล้วนั่งเฝ้ารอการประกาศอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็ผิดหวังในที่สุดนั่นเป็นเพราะเขาอยากให้เลขนั้นออกมากเกินไป หลังจากนั้นสองสามงวด เมื่อเขาเลิกสนใจ ไม่มีความอยาก ปรากฏว่าเลขนั้นออกอย่างตรงเผง !!! เกือบร้อยละร้อยของผู้ถูกรางวัลที่หนึ่งไม่ได้ตั้งใจว่าจะถูก ส่วนคนที่ซื้อเพราะอยากจะถูกรางวัลที่หนึ่งกลับไม่ถูก นี่คือกฎของธรรมชาติ

นักเล่นหุ้นก็เช่นกัน นักลงทุนที่เล่นด้วยความอยากจะประสบกับความล้มเหลวในตลาดหุ้น เขาจะพร่ำถามตัวเองอยู่ตลอดว่าทำไมหนอ พอซื้อปุ๊บ หุ้นก็ลง พอขายปั๊บ หุ้นก็ขึ้น ราวกับถูกกลั่นแกล้ง ความอยากทำให้เขาอดทนรอไม่ได้ ไม่ว่าเวลาอยากจะซื้อหรืออยากจะขาย

การเจรจาต่อรอราคาสินค้าก็คือการประชันความอยากกันนั่นเอง ว่าใครจะอยากขายหรืออยากซื้อมากกว่ากัน คนที่ชนะก็คือผู้ที่มีความอยากน้อยกว่า

หลายคนอาจเคยประสบเหตุการณ์ต้องพบปะกับนักขายประกันชีวิตที่แสดงอาการอยากอย่างเต็มที่ นักขายที่เก็บความอยากของตัวเองไม่ได้จะไม่มีวันประสบความสำเร็จในอาชีพ เพราะเขาจะไม่มีทางดึงความรู้สึกดี ๆ ของลูกค้าขึ้นมาได้ เลย เพราะความอยากมีคุณสมบัติเป็นลบในตัวของมันเอง และลบจะดึงดูดลบเท่านั้น

เด็กรับรถตามวัดต่าง ๆ บางคนก็ล่วงรู้ความลับนี้ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเคยทำสกู๊ปพิเศษเรื่องเด็กรับรถที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ทุกคนบอกตรงกันว่าไม่ควรอยากได้ทิปหรือเงินรางวัล คนที่อยากได้ทิปจะล้มเหลวละอยู่ในอาชีพนี้ได้ไม่นาน ให้พยายามทำด้วยใจที่บริสุทธิ์ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่คิดอะไร เด็กรับรถคนหนึ่งเล่าว่า ครั้งหนึ่งในงานศพ วันนั้นรถเยอะเป็นพิเศษ เขาเหนื่อยมาก แต่ก็พยายามจัดที่จอดรถให้ทุกคนอย่างมีความสุข ก็ได้ทิปบ้างตามสมควร มีอยู่คันหนึ่ง คนขับหยิบธนบัตรยื่นให้เป็นรางวัล เมื่อรถกำลังเคลื่อนตัวออกไป เขารีบวิ่งตามไปกระโดขวางหน้ารถทันที เมื่อรถหยุดก็วิ่งไปยื่นคืนให้ แล้วบอกคนขับว่าน่าจะหยิบผิด คนขับรับธนบัตรมาดูมองหน้าเด็กรับรถแล้วกล่าวว่า โอ หยิบผิดจริง ๆ เขารีบเอาธนบัตรห้าร้อยบาทใส่คืนเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบธนบัตรใบละพันออกมามอบให้แทน









จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 8:14 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 247
หนังอินเดีย ซารุก ข่าน ที่คุณแดงกล่าว
มาแล้ว มีเรื่องอื่นอีกมั๊ยครับ ผมก็ชอบพระเอกคนนี้
เหมือนกันครับ ผมจะได้ไปหาซื้อมาอีกครับ ขอบคุณครับ




จาก: แว่น
วันที่: 30/01/52 - 10:36 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 248
คุณแดงชมหนังไทยเรื่อง' ชั่วฟ้าดินสลาย' ชมหรือเปล่าครับ
นำแสดงโดย ชนะ ศรีอุบล/งามตา ศุภพงษ์ ฉายปี 2498 ผมยังไม่เกิด
เลยครับ ผมเกิด 2504 ครับ เสียดายที่ผมไม่ได้ชมครับ
หนังไทยเรื่ืองนี้ประมาณ 54 ปี แล้วน่ะครับ นานมาก ในรายการ'
แกะกล่องหนังไทย'ครับ ช่้อง TTV ทุกวัันเสาร์ เวลา 2 ทุ่มครึ่งครับ






จาก: แว่น
วันที่: 30/01/52 - 10:51 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 249
คุณแดงยังรับประทานอาหารอีสานอยู่หรือเปล่าครับ
ผมน่ะชอบครับอาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ซุบหน่อไม้
ข้าวเหนียว ลาบไก่ แต่เป็นร้านของอิสลามเขาทำกัน
ครับแถวบ้านผมครับ พูดแล้วน้ำลายไหลครับ ร้่านอีสาน
ผมยังเคยรับประทานเลยครับ อร่อยจริงๆ แต่สู้สูตร
ของภาคอีสานไม่ได้หรอกครับ เจ้าของตำรับ(อีสาน)ดีกว่าครับ

ขออภัยที่ถามครับ



จาก: แว่น
วันที่: 30/01/52 - 14:21 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 250



ผลงานของพระเอกชาฮ์รุก ข่าน....ความคิดเห็นที่ 247...จำชื่อไทยได้บางเรื่อง...


Awards and nominations
Main article: List of Shahrukh Khan's awards and nominations

Filmography

***************
Actor
Year Title Role Notes


เรื่อง Deewana..... Raja Sahai Winner, Filmfare Best Male Debut Award

เรื่อง Idiot .....Pawan Raghujan

*******************
ปี 1992

เรื่อง Chamatkar..... Sunder Srivastava

เรื่อง Raju Ban Gaya Gentleman..... Raju (Raj Mathur)

เรื่อง Dil Aashna Hai..... Karan

เรื่อง Maya Memsaab..... Lalit Kumar

เรื่อง King Uncle .....Anil Bhansal

เรื่อง Baazigar..... Ajay Sharma/Vicky Malhotra Winner, Filmfare Best Actor Award


************
ปี 1993

เรื่อง Darr..... Rahul Mehra Nominated, Filmfare Best Villain Award

เรื่อง Kabhi Haan Kabhi Naa .....Sunil Winner, Filmfare Critics Award for Best Performance
Nominated, Filmfare Best Actor Award

****************
ปี 1994

เรื่อง Anjaam .....Vijay Agnihotri Winner, Filmfare Best Villain Award

เรื่อง Karan Arjun..... Arjun Singh/Vijay

เรื่อง Zamana..... Deewana Rahul Malhotra

เรื่อง Guddu .....Guddu Bahadur

เรื่อง Oh Darling! Yeh Hai India .....Hero

*****************

ปี 1995

เรื่อง Dilwale Dulhania Le .....Jayenge Raj Malhotra Winner, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Ram Jaane..... Ram Jaane

เรื่อง Trimurti..... Romi Singh

เรื่อง English Babu Desi Mem..... Vikram/Hari/Gopal Mayur

*************
ปี 1996

เรื่อง Chaahat..... Roop Rathore

เรื่อง Army..... Arjun Special appearance

เรื่อง Dushman Duniya Ka Badru

เรื่อง Gudgudee ..... Special appearance

เรื่อง Koyla .....Shankar

*************

ปี 1997

เรื่อง Yes Boss.... Rahul Joshi Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Pardes..... Arjun Saagar

เรื่อง Dil To Pagal Hai .....Rahul Winner, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Duplicate Bablu Chaudhry/Manu Dada Nominated, Filmfare Best Villain Award

เรื่อง Achanak..... Himself Special appearance

****************

ปี 1998

เรื่อง Dil Se..365 วันฉันรักเธอ... Amarkant Varma Dubbed into Tamil as Uyire
Dubbed into Telugu as Prema Tho

เรื่อง Kuch Kuch Hota Hai..... Rahul Khanna Winner, Filmfare Best Actor Award

************

ปี 1999

เรื่อง Baadshah..... Raj Heera/Baadshah Nominated, Filmfare Best Comedian Award

เรื่อง Phir Bhi Dil Hai Hindustani..... Ajay Bakshi

เรื่อง Hey Ram .....Amjad Ali Khan Simultaneously made into Tamil as Hey Ram
India's official entry to the Oscars

เรื่อง Josh..... Max

***************

ปี 2000

เรื่อง Har Dil Jo Pyar Karega..... Rahul Special appearance

เรื่อง Mohabbatein...อานุภาพแห่งรัก.. Raj Aryan Malhotra Winner, Filmfare Critics Award for Best Performance
Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Gaja Gamini .....Himself Special appearance

เรื่อง One 2 Ka 4..ยอดผู้ชายหัวใจเพชร.. Arun Verma

***********************
ปี 2001

เรื่อง Asoka..อโศกมหาราช... Asoka Dubbed into Tamil as Samrat Ashoka

เรื่อง Kabhi Khushi Kabhie Gham ...ฟ้มิอาจกั้นรัก..Rahul Raichand Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Hum Tumhare Hain Sanam..... Gopal

เรื่อง Devdas ..ทาสหัวใจเหนือแผ่นดิน..Devdas Mukherjee Winner, Filmfare Best Actor Award
India's official entry to the Oscars

******************

ปี 2002

เรื่อง Shakti: The Power .....Jaisingh Special appearance

เรื่อง Saathiya .....Yeshwant Rao Cameo
Chalte Chalte Raj Mathur

*************************
ปี2003

เรื่อง Kal Ho Naa Ho .....Aman Mathur Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Yeh Lamhe Judaai Ke..... Dushant

เรื่อง Main Hoon Na..... Maj. Ram Prasad Sharma Nominated, Filmfare Best Actor Award

****************

ปี 2004

เรื่อง Veer-Zaara .....Veer Pratap Singh Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Swades...รักข้าเพื่อแผ่นดิน... Mohan Bhargava Winner, Filmfare Best Actor Award Dubbed into Tamil as Desam

เรื่อง Kuch Meetha Ho Jaaye..... Himself Special appearance

เรื่อง Kaal ..โคตรเขี้ยวอำมหิต... Special appearance in song Kaal Dhamaal

******************
ปี 2005

เรื่อง Silsiilay..... Sutradhar Special appearance in song Jab Jab Dil Mile

เรื่อง Paheli ...ปาฏิหารย์วิญญาณรักเหนือโลก..Kishenlal/The Ghost India's official entry to the Oscars

เรื่อง The Inner and Outer World of Shah Rukh Khan..... Himself (Biopic) Documentary directed by British-based author and director Nasreen Munni Kabir

เรื่อง Alag ..... Special appearance in song Sabse Alag

เรื่อง Kabhi Alvida Naa Kehna..... Dev Saran Nominated, Filmfare Best Actor Award

*****

ปี 2006


เรื่อง Don นักฆ่าหน้าหยก - The Chase Begins Again Vijay/Don Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง I See You..... Special appearance in song Subah Subah

เรื่อง Chak De India..สู้..สุดชีวิต... Kabir Khan Winner, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Heyy Babyy..... Raj Malhotra Special appearance in song Mast Kalandar

*************
ปี 2007

เรื่อง Om Shanti Om .....Om Prakash Makhija/Om Kapoor Nominated, Filmfare Best Actor Award

เรื่อง Krazzy 4 ..... Special appearance in song Break Free

เรื่อง Bhoothnath..... Aditya Sharma Special appearance

******************

ปี 2008

เรื่อง Dulha Mil Gaya

เรื่อง Rab Ne Bana Di Jodi..... Surinder Sahni/Raj

เรื่อง Luck by Chance..... Himself Special appearance

เรื่อง Billu Barber..... Sahir Khan Releasing on February 13, 2009

**************
ปี 2009

เรื่อง Koochie Koochie Hota Hain .....Rocky Releasing August, 2009

เรื่อง My Name is Khan..... Rizwan Khan Filming

**************
Producer

เรื่องPhir Bhi Dil Hai Hindustani (2000)

เรื่องAsoka (2001)

เรื่องChalte Chalte (2003)

เรื่องMain Hoon Na (2004)

เรื่องKaal (2005)

เรื่องPaheli (2005)

เรื่องOm Shanti Om (2007)

เรื่องBillu Barber (2008)

***************
Playback singer

Main to hoon Pagal - Baadshah (1999)

Apun Bola - Josh (2000)

Khaike Paan Banaraswala - Don - The Chase Begins Again (2006)

Ek Hockey Doongi Rakhke - Chak De India (2007)

Sattar Minute - Chak De India (2007)

*************
Stunts Director

Kuch Kuch Hota Hai (1998)

Main Hoon Na (2004)

Kabhi Alvida Naa Kehna (2006)

Chak De India (2007)

Om Shanti Om (2007)

*******************
Television appearances

Dil Dariya (1988)

Fauji (1988) ... Abhimanyu Rai

Doosra Keval (1989)

Circus (1989)

In Which Annie Gives It Those Ones (1989)

Idiot (1991) ... Pawan Raghujan

Kareena Kareena (2004) ... Special appearance

Rendezvous with Simi Garewal.....Guest

Koffee with Karan (2004-2007) ... Guest (3 episodes)

Kaun Banega Crorepati (2007) ... Host

Jjhoom India (2007) ... Guest

Nach Baliye (2008) .... Guest

Kya Aap Paanchvi Pass Se Tez Hain? (2008) .... Host



และตามอ่านรายละเอียดอีกทีตามนี้นะคะ...

http://en.wikipedia.org/wiki/Shahrukh_Khan




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 19:07 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 251
เรื่องชั่วฟ้าดินสลาย

แดงได้ดูตอนที่พระเอกบอกนางเอกว่า ... ยิงให้แม่น ๆ นะ...ประมาณคำนี้ค่ะ....จนจบ....

และเพลงที่นางเอกร้องตอนจบนั้นเสียงร้องไม่เศร้าค่ะนะคะหรือว่าเพราะแดงมัวแต่ค้นความหมายเพลงจึงไม่ได้สังเกตรายละเอียด...แต่เนื้อหนังทราบว่าเศร้าตามความหมายที่ดู........เพียงแต่ให้ได้คิดหาคำตอบว่าจะจินตนาการต่อจากเนื้อหาที่จบแบบนั้นต่ออย่างไรดีน๊า....เพราะเพลงเหมือนนางเอกโล่งใจ....เหมือน ๆ คำว่าคนที่หมดกรรมต่อกัน....

แต่ว่าความหมายในทางศาสนาแดงก็...คนที่ฆ่าตัวตายจะกลับมาฆ่าตัวตายอีก 500 ชาติ...แบบนี้ค่ะที่แดงสนใจว่าหนังไทยนั้นตอนเขียนจะทราบความหมายในเชิงจิตวิญญาณลึกซึ้งหรือไม่...เพราะว่าผู้ชมนั้นนับว่าทราบก็ท่านที่สนใจอ่านทางธรรมทุก ๆ เล่มที่พานพบเท่านั้นค่ะ...บางท่านอ่านแค่เพียงหัวใจพุทธก็นับว่าถูกต้อง....แต่รายละเอียดแบบที่แดงเล่า..ก็ ดูแลจิตวิญญาณชาวพุทธได้ไว้ด้วยดีถ้าทราบ...เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ก็เพื่อเพื่อนร่วมโลกที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อยู่แล้วถ้าปรารถนา.....และสื่อที่ถึงผู้ชมได้เร็วก็ทางด้านหนัง ละคร สารคดี ฯ...เพราะว่าเรื่องการอ่านนั้นถ้าใจไม่รักก็เรียนจบแล้วก็จบเลย ไม่หยิบมาอ่นอะไรนักก็มีค่ะ...นอกจากจะสนใจบางเรื่อง...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 30/01/52 - 19:25 น.
IP Address: 125.26.247.xx
ความคิดเห็นที่ 252
อยากฟังไอเดียคุณดำรงเล่าถึงหนังอินเดียบ้างค่ะ...

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อย่ามาหลอกเค้าเลย เค้ายังไม่อยากเสพติดงานเขียนในเน็ตง่ะ

มันรับประทานเวลาเยอะ อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าจะเล่าอะไร

ดูจบแล้วก็แล้วกันไป ไม่อยากเก็บให้รกสมอง

หนังอินเดียผมยิ่งดูน้อย ที่ดูอยู่ตอนนี้ก็ Double Cross (Ek Dhoka)

ซื้อมาจากร้านซันนี่ พาหุรัด หลายเดือนแล้ว

เพิ่งมีโอกาสดูจริงๆ ก่อนหน้านี้เปิดดูแค่ผ่านๆ

ที่ซื้อก็ไม่มีอะไรมาก แค่นางเอกสวยเซ็กซี่

ส่วนพระเอกหุ่นดีกว่าผมนิดหน่อย เพราะมีซิกซ์แพค

ของผมตอนนี้เห็นซิกซ์แพคไม่ชัดเท่าตาคนนี้

แต่หน้าตาหมอนี่ไม่หล่อนะ ผมว่า พระเอกแขกดูยังไงก็ไม่หล่อในสายตาผม

ดูหน้าปกดีวีดี นึกว่าจะมีฉากอย่างว่า แต่ dunno ครับ

อีก 3 เรื่องที่นอนแอ้งแม้งอยู่ก็คือ 36 China Town

Murder และ Sheesha เปิดดูแค่ผ่านๆ เหมียนกัน

ทั้ง 3 เรื่อง แค่อยากรู้ว่าเขามาถ่ายทำที่เมืองไทยตรงจุดไหนบ้าง

แค่นี้แหละ พูดถึงเรื่องนี้ก็ต้องบอกว่าผู้นำที่มีสมองกับไม่มีสมอง

ต่างกันอย่างไร คุณแดงคงจำได้สมัยที่เมืองไทยมีนายกฯ

ที่มาจากพรรคไทยรักไทย ท่านได้เดินทางไปเจรจาการค้ากับประเทศอินเดีย

หลังจากที่ไม่เคยมีผู้นำไทยคนไหนไปที่นั่นนานแล้ว

แล้วท่านนายกฯ ผู้นี้ก็ได้ชักชวนให้ผู้สร้างหนังที่นั่น

ให้เข้ามาถ่ายทำที่ประเทศไทย เพราะเห็นว่าอินเดียเป็นประเทศ

ที่สร้างหนังต่อปีมากที่สุดในโลก แค่มาถ่ายหนังที่เมืองไทยไม่กี่เปอร์เซ็นต์

ก็มีเงินไหลเข้าประเทศไทยเยอะแล้ว ทั้ง 3 เรื่องที่ว่าก็คือหนังส่วนนึงที่มาถ่ายในเมืองไทย

ส่วนท่านนายกฯ มาร์คกระสัน ผมก็เห็นท่านเอาแต่กู้ ๆ ๆ

แต่ก็ไม่มีชาติไหนให้กู้ เพราะท่านยังไม่ยอมรับเงื่อนไขของเจ้าของเงิน

ที่บอกให้ท่านจัดการกับพวกพันธมิตรที่ไปปิดสนามบินก่อน

ตอนนี้เลยจะมากู้จากแบงค์ไทย ก็เชิญเถอะ

ไอ้ที่จะคิดอ่านหาเงินไม่มีหรอก อ้อ มีเหมือนกัน

ขึ้นภาษีน้ำมัน เพื่อหาเงินมาแจกข้าราชการที่มีรายได้ไม่ถึงหมื่นห้า

แล้วไอ้เงิน 2000 บาทนี้ ก็เอาไปซื้อสินค้าที่แพงขึ้นอยู่ดี

จากการขึ้นราคาน้ำมันอีกกระทอก เจริญละพ่อคุณ

ว้าย ตายแล้ว ลืมตัว ไม่รู้ว่ากำลังเผลอสนทนาอยู่กับแม่ยกของพระเอกลิเกย์มาร์ค อยู่หรือเปล่า

ไม่เอาดีกว่า เปลี่ยนเรื่องคุย อีกเรื่องที่ผมดูจบไปตั้งแต่ปีมะโว้

ก็การ์ตูนพระพิฆเนศที่โรงหนังในเมืองไทยเอามาฉายตอนต้นเดือนนี้

ก็ซื้อมาจากร้านนี้แหละ ปกติผมเป็นคอการ์ตูน

จึงอดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็น 3D

ก่อนหน้านี้การ์ตูนอินเดีย มีแต่ 2D

แต่ทุกเรื่องก็ไม่พ้นเรื่องเทพเจ้า

ดูแล้วผิดหวังอย่างจัง ไม่หนุกเลย ตัวการ์ตูนก็แข็งมาก

แข็งกว่าจ๊ะจิงจาอีก ก้านกล้วยที่ว่าแข็งยังดูลื่นกว่ากันเยอะ

เรื่องนี้เอาหนูมาเต้น หนังอินเดียยังไงก็ต้องเต้น

ขนาดหนังผีจูออนของอินเดียยังมีฉากเต้นเลย

ตำนานบั่นเศียรในเรื่องนี้ผมไม่ชอบแฮะ

เขาให้พระพิฆเนศเป็นเด็กซนๆ เลยเศียรขาด

สู้ตำนานนี้ก็ไม่ได้........................

ตำนานที่บอกว่าพรัเสาร์เป็นเกย์ แล้วเมียพระเสาร์ขี้หึง

เลยสาบแช่งว่า ถ้าพระเสาร์ไปเหล่ชายใด ชายผู้นั้นต้องหัวหลุด

ตอนฉลองวันเกิดครบเดือนของพระพิฆเนศ

พระเสาร์ท่านก็มาร่วมงานด้วย แต่ไม่กล้าดูเด็กน้อย

พระอิศวรบอกไม่เป็นไร ดูได้ คงไม่มีอะไร

ปรากฎว่า พอพระเสาร์มองหน้าเด็กน้อยปุ๊บ เศียรก็กระเด็นปั๊บ

ตำนานนี้ผมก็มันส์กว่า ว้า ชักจะฝอยมากไป พอแระ









จาก: ดำรง
วันที่: 30/01/52 - 21:58 น.
IP Address: 118.174.220.xx
ความคิดเห็นที่ 253
ขอบคุณมากครับคุณแดง เดือนหน้าผมคงไม่อยู่้แล้วน่ะครับ
ผมคงจะไปทำงานต่างประเทศที่ สิงคโปร์ ไม่
รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้่าจะกลับมาแล้วผมจะถาม-ตอบ กะทู้
คุณแดงเหมือนเดิมนะครับ

จาก: แว่น
วันที่: 31/01/52 - 9:20 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 254
เรื่องเล่า ฯ และเรื่องเล่าถึงหนังอินเดียคุณดำรงน่ารักค่ะ...เข้าใจความรู้สึกและสัมผัสได้.....

แดงมีหน้าที่เป็นกลางฯ...

การดูหนัง ก็ตามทีถ้าใจไม่รักก็เป็นเหมือนคุณดำรงเล่าค่ะ..ไม่ติดใจดูอะไรมากมายนัก....36 China Town ..ได้ดูแล้ว....

ถ้าไม่เห็นฝีมือการแสดง พระเอกอินเดียไม่หล่อนั้นจริงค่ะ...แต่เค้าชนะใจตรงฝีมือการแสดง...และเวลาแสดงความรักของพระเอกนางเอก..พระเอกเค้าแสดงได้เนียนใจดีค่ะเช่นจะเห็นในเพลงของเค้า...รู้สึกปกติ ๆ ไม่ขัดเขินในใจตอนดู...เสน่ห์พระเอกอินเดียจะได้จากนางเอกที่เค้าแสดงด้วย..เป็นเรื่องที่แดชอบสังเกต....




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/02/52 - 23:30 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 255
คุณแว่นจะไปสิงคโปร์ ...คงคิดถึงน่าดูเลยนะคะ...รู้สึกว่าใจหายค่ะ...

ขอให้โชคดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคุณแว่นและครอบครัวรวมทั้งหน้าที่การงานตลอดไปนะคะ...

ถ้าคุย net ที่โน่นได้ก็แวะมาคุยกันนะคะคุณแว่น...

***************
ตอบเรื่องอาหารอิสานนะคะ

ความคิดเห็นที่ 249
คุณแดงยังรับประทานอาหารอีสานอยู่หรือเปล่าครับ

***อาหารอิสานเป็นอาหารที่รักค่ะ....ที่คุณแว่นเล่าถึงนั้นอร่อยทุกอย่างค่ะ...อาหารอิสานอันดับหนึ่งในดวงใจแดง...จะเป็นซุบเห็ดบด + ถั่วแปบ + มะเขือพวง+ มะเขือเปราะ ....ทำเหมือนน้ำพริกทั่ว ไ แต่มีน้ำนิดดดดเดียว โรยหน้าด้วยหอมต่าง ๆ และสะระแหน่ ทานกับผักพื้นบ้าน และข้าวเหนียว ...

.อาหารอย่างอื่นก็อร่อยค่ะ...ที่บ้านพ่อพาทานปลาเป็นหลัก นึ่งปลา แกงอ่อม น้ำพริกปลาร้า ฯลฯ ..ฝีมือแม่...ที่บ้านไม่ทานผงชูรส....ถ้าซื้อที่ตลาด เสียดายของค่ะไม่อร่อยเพราะไม่ถึงรสและมีผงชูรสด้วย...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 01/02/52 - 23:43 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 256
เรื่องเล่า ฯ และเรื่องเล่าถึงหนังอินเดียคุณดำรงน่ารักค่ะ.

+++++++++++++++++++++++++++++++++

คุณแดงก็มีมธุรสวาจาเป็นเลิศนะ




แดงมีหน้าที่เป็นกลางฯ...

+++++++++++++++++++++++++

ส่วนผมขอยืนอยู่ข้างประชาชนตาดำๆ ครับ




คุณแว่นจะไปสิงคโปร์ ...คงคิดถึงน่าดูเลยนะคะ...รู้สึกว่าใจหายค่ะ...

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สงสัยผมก็คงต้องตามคุณแว่นไปอยู่ที่สิงคโปร์สักพักใหญ่ๆ เหมือนกันครับคุณแดง


จาก: ดำรง
วันที่: 02/02/52 - 0:15 น.
IP Address: 118.174.183.xx
ความคิดเห็นที่ 257
งั้นก็เหลือผมคนเดียวแล้วล่ะครับพี่แดง...เพราะผมไม่เคยไปต่างประเทศกับใครเขาเลย..และก็คงไม่ได้ไปแน่ๆในปัจจุบันชาตินี้...แซวเล่นนะครับ.
..
เมื่อวันก่อนจะเข้ามาในเว็บแล้วเข้าไม่ได้ เพราะกูเกิลมันขึ้นว่า เว็บไซน์นี้อาจเป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ของคุณ..แล้วก็บล็อคหมดเลย..ผมเลยคิดว่าในกูเกิลต้องมีเป็นอะไรซักอย่างซะแล้ววว...ฮือฮือฮือ...

จาก: อาบัง
วันที่: 02/02/52 - 0:42 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 258
......หนังของศรีเดวี..ผมมีแค่2เรื่องเองครับ....นางเอกคนนี้หน้าสวย หน้าดี.จมูกโด่งเหมือนเด็ก.แก้มเหมือนเด็กนิดนิ๊ดดดด....หยิกได้ก็ช่วยกันหยิกนะครับ...หยิกมากๆเข้าแก้มห้อยมาก็เสร็จ...อิอิ....
.....พี่แดง...ตรุษจีนทีผ่านมาครูอาคามส่งซองอังเปามาทางเมล..แหม๋.ว่าจะเอามาแบ่งพี่แดงมั่ง..มีแต่ภาพทั้งนั้นเลยยย..ถ้าส่งของจริงมาทางไปรษณีย์มั่งก็ดี อิ๋ยยย.

จาก: อาบัง
วันที่: 02/02/52 - 0:57 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 259
ขอบคุณมากครับ คุณแดง ที่กรุณาคิดถึง
ครับ ผมคงจะไปเดือน กพ.หรือมี.ค.ไม่แน่ครับ แล้วแต่เขาจะให้ไปเมื่อไหร่ครับ เมื่อวานนี้ผมไปเช่าหนังอินเดียเรื่อง
'ฝากรักลิขิตหัวใจ' นำ ซาห์ รุกข่าน/ราวีน่า แทนดอน(นางเอก
อินเดียสวยทีสุดครับ) คุณแดง เคยชมเรื่องนี้หรือยังครับ
สนุกดีครับ เป็นหนังรักอีกแบบหนึ่งครับ สงสารพระเอก
ที่หลงรักนางเอก แต่เข้าใจนางเอกผิดครับ นางเอกก็เสีย
ใจร้องไห้เช่นกัน ที่พระเอกเข้าใจผิดครับ ผลที่สุดนางเอกก็ต้องลา
จากโลกไปด้วยอุบัติเหตุ มีคนคิดซื่อไม่ดีครับ และผมก็ขอบคุณ
คุณแดง ที่กรุณาบอกหนังอินเดียเรื่องอะไรบ้างไว้หลายเรื่องของพระเอกซาห์ รุกข่าน ขอบคุณมากครับ มีน้ำใจ ดีงาม จริงๆครับ
ึคุณแดง






จาก: แว่น
วันที่: 02/02/52 - 17:20 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 260
คุณแดงพอจะหาภาพนางเอก'ราวีน่า แทนดอน'
เป็นนางเอกอินเดียสาวสวยที่สุดครับ และแสดงได้ดี
เยี่ยมครับสมบทบาทครับ ปัจจุบันนางเอกราวีน่า
อายุเท่าไหร่แล้วครับ แสดงหนังอินเดียมากี่เรื่อง
แล้วครับ


ขอบคุณครับ คุณแดง






จาก: แว่้น
วันที่: 02/02/52 - 17:39 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 261
เอ....ที่..สิงคโปร์...นั่นจะมีอะไรดีหนา...ทำไมจะมีใคร ๆ ไปกันจัง..


เป็นกลาง ๆ ก็สนับสนุนและรับทราบได้หมดทุกทิศทางนะคะคุณดำรง...

นางเอกศรีเดวี สวย น่ารัก....พี่แดงชอบใจเธอจังที่แสดงในเพลงที่เอารูปถ่ายพระเอกราเยส คานนามาดู ที่พี่แดงค้นมา เห็นว่าเป็นทั้งสองท่านนี้ก็ลงก่อนดูเพลงจบ....น่ารักกกก....ทำไมนางเอกอินเดียทำอะไร ๆ ซื่อบื่อ ๆ ก็ดูสวยยยยยไปหมด...พี่แดงก็คิดถึงคุณครู....

ต่างประเทศ...พี่แดงก็เคยข้ามไปสักประมาณ 100 - 200 เมตร...ที่ฝั่งมาเลเซียค่ะอาบังไปไม่นานก็ข้ามกลับมา.....


เรื่องที่คุณแว่นเล่าถึงแดงก็ได้ดูแล้วแน่นอนค่ะ....เช่ามาดู...นางเอกราวีน่าเรื่องนี้แดงทึ่งมาก ๆ เพราะเธอสวย น่ารักกกก เพราะว่าก่อนหน้านั้นแดงดูแต่หนังที่เธอค่อนข้างมีอายุแล้ว....เรื่องที่คุณแว่นเล่าถึง..จะมีที่พ่อบ้าน(พ่อครัว..) ของนางเอกบังคับให้คุณหนูทานไข่ตอนเช้า ๆ เวลาบังคับก็น่ารักจังค่ะพ่อบ้านคนนั้น....เรื่องนี้ใช่มั๊ยคะคุณแว่น...แล้วแดงจะหาภาพมาลงนะคะนางเอกราวีน่า ทันดร...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 7:53 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 262
ใช่แล้วครับ คุณแดง ขอบคุณครับ
ที่กรุณาหาภาพนางเอกอินเดียสุดสวย
สำหรับสายตาของผมน่ะครับ
(นางเอกอินเดีย ราวีน่า แทนดอน)
คุณแดง เป็นคนดี มีน้ำใจ ครับ ขอบคุณ
ูถึงแม้เราไม่เคยเห็นหน้ากัน แค่นี้
คุณแดง ก็เป็นคนดีมากแล้วครับ




จาก: แว่น
วันที่: 03/02/52 - 8:57 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 263
หนังไทยในอดีตในรายการ'แกะกล่องหนังไทย'
คุณแดงเคยดูมั๊ยครับ มีทุกวันเสาร์ เวลา 22.05 น.
ทางช่อง ทีวีไทย วันเสาร์นี้ที่ 07/02/2552 ฉายเรื่อง
'ปักธงไชย' ฉายปี พ.ศ.2501 ผมยังไม่เกิดเลยครับ
ผมเกิด 2504 ครับ นำ สมยศ อินทรกำแหง/รัตนาภรณ์
อินทรกำแหง อย่าลืมชมน่ะครับคุณแดง หนังไทยในอดีต
่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผมชอบครับ หนังไทยเก่าๆยิ่งดี
จะได้รู้ว่าคนสมัยก่อนแต่งกายอย่างไร ความเป็นอยู่อย่างไร
เหมือนในสมัยนี้ยุคนี้แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนครับ อย่าลืมชม
จึงนำมาบอกกล่้าว สำหรับคุณแดงโดยเฉพาะลงในกะทู้คุณ
แดงครับ






จาก: แว่น
วันที่: 03/02/52 - 9:38 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 264
ความคิดเห็นที่ 263


"ปักธงไชย"...เห็นชื่อเรื่องก็น่าติดตามดูแล้วค่ะคุณแว่น...จะรอดูค่ะ...



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 17:31 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 265



ชื่อหนังZamaana Deewana

Directed by Ramesh Sippy
Produced by G.P. Sippy
Starring Jeetendra
Shatrughan Sinha
Shahrukh Khan
Raveena Tandon
Anupam Kher
Prem Chopra
Music by Nadeem Shravan
Distributed by Eros
Release date(s) 1995

http://en.wikipedia.org/wiki/Zamana_Deewana

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 18:11 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 266



ผลงานของนางเอกราวิน่า ทันดร...

Year Film

1991 - Patthar Ke Phool


1992 - Parampara


1993 - Ek Hi Raasta

- Divya Shakti

- Pehla Nasha

- Bangaru Bullodu

1994 - Zamane Se Kya Darna

- Laadla

- Insaniyat

- Dilwale

- Aatish

- Andaz Apna Apna

- Mohra

- Imtihaan

- Main Khiladi Tu Anari

- Saadu

1995 - Zamana Deewana

- Saajan Ki Baahon Mein

1996 - Rakshak

- Ek Anari Do Khiladi

- Vijeta

- Khiladiyon Ka Khiladi

1997 - Ghulam-E-Musthafa

- Dus

- Ziddi

- Daava

1998 - Gharwali Baharwali

- Vinashak - Destroyer

- Keemat: They Are Back

- Salaakhen

- Aunty No. 1

- Raja

- Barood

- Bade Miyan Chote Miyan

- Pardesi Babu

2000 - Anjaane

- Bulandi

- Khauff

- Ghaath

2001 - Daman: A Victim of Marital Violence

- Aks

- Akasa Veedhilo

- Aalavandhan

2002 - Agni Varsha

- Ankhiyon Se Goli Maare

- Soch

2003 - Ek Hindustani

- Satta

- Pran Jaaye Par Shaan Na Jaaye

- Stumped

- Qayamat: City Under Threat

- LOC Kargil

2004 - Jaago

- Yeh Lamhe Judaai Ke

- Police Force:
An Inside Story

- Aan: Men at Work

- Dobara

- Ek Se Badhkar Ek

2005 - Pehchaan:
The Face of Truth

2006 - Sandwich

http://en.wikipedia.org/wiki/Raveena_Tandon

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 18:44 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 267



ลงรูปอีกที....นางเอกราวิน่า ทันดร.

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 18:47 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 268



เวปนี้มีรูปราวิน่าเยอะเลยค่ะ...แต่โพสต์ ไม่ได้

http://bollywood501.com/bollywood-stars/raveena%20tandon/index.htm

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 18:49 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 269



ลองอีกรูป ราวิน่า

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 18:51 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 270



เวปนี้มี 5 หน้าเลยค่ะ...นางเอก Raveena-Tandon

http://movies.indiainfo.com/gallery/view_album.php?set_albumName=album32-Raveena-Tandon&page=1

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 18:56 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 271



ดูเนื้อเพลงจำไม่ได้ว่าใช่หรือเปล่า...แต่จำเนื้อเรื่องได้ค่ะที่คุณแว่นเล่า...

เพลงจากหนัง
Zamana Deewana - O Rabba
http://www.youtube.com/watch?v=9OTcvcdyGmA&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/02/52 - 19:15 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 272
ในความคิดเห็นที่261....พี่แดงคงชอบดูหนังเกาหลี..เริ่มพูดเกาหลีได้บ้างแล้วนะพี่แดง..อิอิ..เห็นมีคำว่า "ไปกันจัง"...เคยฟังรายการวิทยุ คนเขาใช้ชื่อว่า คุณ ยุงชุมจัง.....คิคิคิ...
...
หนังของชิลปา เชตตี้..ก็สนุกนะครับทุกท่าน..แต่ชิลปา ตัวสูงเหลือเกิน พระเอกที่แสดงด้วยบางคนอาจจะเตี้ยกว่าชิลปา นิดหน่อยด้วยน๊า....
...
อลงหาหนังอินเดียที่ออกแหวกแนวดูหน่อยมั้ยล่ะครับ..เช่นเรื่องsakti หรือไงเนี่ย....ดูแล้วเห็นประเพณีของ 2หมู่บ้านเขามีเรื่องกันแล้วโหดน่าดู.แต่ได้ศึกษาวัฒนธรรม+ประเพณีเขาไปในตัว...ชอบเหลือหลาย..

จาก: อาบัง
วันที่: 03/02/52 - 21:19 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 273
เอ....ที่..สิงคโปร์...นั่นจะมีอะไรดีหนา...ทำไมจะมีใคร ๆ ไปกันจัง..

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไมรู้สิ เมืองไทยคงน่าเบื่อมั้ง

แต่ไม่แน่น้า เร็วๆ นี้ คุณแว่นอาจมีข้อความมาถึงคุณแดงว่า

"ตกลงผมไม่ต้องไปทำงานที่สิงคโปร์แล้วครับคุณแดง"

จาก: ดำรง
วันที่: 04/02/52 - 12:44 น.
IP Address: 118.174.187.xx
ความคิดเห็นที่ 274
พูดถึงหนังเกาหลี...พี่แดงก็เห็นแม่และน้องสาว..ตาติดจอ...ตั้งแต่สมัยแดจังกึม...

อืมมม...พี่แดงดูไม่กี่ตอน ชอบและแปลกใจที่เค้านิ่ง ๆ ดูกริยาอาการของคนแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันนะคะอาบัง...แต่ถ้าให้ดูหนังเกาหลี พี่แดงทรมาณร่างกายจิตใจตนเองเปล่า ๆ ค่ะ...เหมือนกับจะหายใจแรงก็ไม่ได้....หนังจะสะดุด...ล้อเล่นค่ะ....พี่แดงต้องหนังจีนและหนังอินเดีย...เหมือนจับจับพี่แดงนั่งนิ่ง ๆ ...เอ...ตายแน่ ๆ แบบนั้น...

เพียงแต่พี่แดงชอบสงสัยว่าทำไมใคร ๆ ก็ชอบดูกัน ก็ได้ดูไปเรื่อย....


***ประเพณีของ 2หมู่บ้าน*** พี่แดงก็เคยดูหลายเรื่อง มีเรื่องหนึ่งที่พระเอกนางเอกเป็นคู่หมั้นกัน...แต่ต่างคนต่างไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่ไปพบกันและรักกันที่มหาวิทยาลัยที่เรียน ฯ....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/02/52 - 12:46 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 275
นางเอกศิลปา เซตตี้ เค้าต้องคู่กับพระเอด ซันเจ ดัท นะคะอาบัง รูปร่างพอเหมาะ พระเอกหน้ายักษ์(ลูกสาวพี่แดงพาคุณแม่พูดค่ะ...เพราะว่าเค้าแสดงเป็นหน้าตายักษ์ในเรื่อง รูธรักษ์....ลูกสาวก็เลยให้ฉายาว่า..พระเอกหน้ายักษ์...ซันเจ ดัท) พี่แดงก็ว่าเค้าเท่ห์นา....พระเอกอินเดียมองครั้งแรกแทบว่าไม่หล่อ...แต่ชนะใจที่การแสดงและเสน่ห์ในดวงใจที่รักงานของเค้า ...รักประเทศและวัฒนธรรฯ และสื่อได้งดงาม นั่นคือจุดเยี่ยมอีกจุดที่ผู้ชมจะไม่มีวันดูถูกฝีมือเค้า....ถึงแม้หน้าตาจะป็นแบบที่เราอาจไม่ชอบนักค่ะ....แต่ดูครั้งต่อ ๆ ไปยิ่งมีเสน่ห์....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/02/52 - 13:01 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 276
ชาฮ์รุก ข่าน ปัจจุีับันอายุเท่าไหร่ แล้วครับ เกิดปี พ.ศ.อะไร
ครับ ผมว่าเขาอายุประมาณ 40 กว่าๆน่ะ เดาเอาครับ ขอบคุณครับ
ทีหาภาพนางเอกRaveena-Tandon มาให้ชมครับ



จาก: แว่น
วันที่: 04/02/52 - 15:25 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 277
ซาฮ์รุก ข่าน แต่งงานหรือยังครับ ถ้าแต่งงานแล้ว
มีบุตรกี่คนครับ ภรรยาเขาชื่ออะไรหรือครับ


จาก: แว่น
วันที่: 04/02/52 - 15:28 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 278



ตอบความคิดเห็นที่ 276...นะคะคุณแว่น

ชาฮ์รุก ข่าน แต่งงานแล้ว เดี๋ยวจะค้นภาะภรรยาและลูก ๆ นะคะ

Biography for
Shahrukh Khan More at IMDbPro »
advertisementDate of Birth
2 November 1965, New Delhi, India


Nickname
King Khan
SRK
The Unofficial Badshah of Bollywood
The Tom Cruise of India
Shahrukh
The King Of Romance


Height
5' 8" (1.73 m)






ตอบ ความคิดเห็นที่ 277...นะคะ...

There is not a dot in Bollywood that does not carry Shahrukh Khan's name. He was born on 2 November 1965 in New Delhi, India. He married Gauri Khan on 25 October 1991. They have two children, son Aryan Khan (b. 1997) and daughter Suhana (b. 2000).

http://www.imdb.com/name/nm0451321/bio

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/02/52 - 17:46 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 279



ความคิดเห็นที่ 273...งั้นนนน....แดงก็จะลุ้นคุณแว่นเช่นกันค่ะ...เรื่องคำตอบทางสิงคโปร์....เพราะว่าคำตอบหนึ่งเดียวแต่เวลาหายต้องหายตามกันไปอีกรวมกันแล้วเป็นสองเลย....เมืองไทยสวยงามน่าอยู่ค่ะ....ชอบบรรยากาศแห่งความสุขเวลานั่งเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา..ตอนข้ามไปเรียนที่ศิริราช.....มองเห็นภาพทิวทัสน์สวยงาม สดชื่นกลิ่นไอของน้ำและลมเย็น ๆ ....มีเสน่ห์มากเลยค่ะ....




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/02/52 - 19:47 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 280

นั่นก้อีกท่านที่หลงเสน่ห์เมืองแขกเสียแล้ว....คิดถึงจังเลยค่ะพี่อิทคะ....
.....

คัดข้อความพี่อิทมาค่ะ...พี่อิทไปอบรมที่อินนเดีย...

Give me your signature ขอลายเซ็นต์ !!!!!!! อู๊ยยยย.......อยู่เมืองไทยไม่เห็นมีงี้วะ!!! ย้ายมาอยู่เมืองแขกซะดีมั๊ง

http://www.hi5.com/friend/profile/displayJournal.do?viewself=true&ownerId=164850751

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 04/02/52 - 20:12 น.
IP Address: 125.26.242.xx
ความคิดเห็นที่ 281
ชอบบรรยากาศแห่งความสุขเวลานั่งเรือข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา..ตอนข้ามไปเรียนที่ศิริราช.....มองเห็นภาพทิวทัสน์สวยงาม สดชื่นกลิ่นไอของน้ำและลมเย็น ๆ ....มีเสน่ห์มากเลยค่ะ....


จริงรึเปล่าพี่แดง..ไม่ใช่นั่งเรือข้ามฟากเพื่อไปกินก๋วยเตี๋ยวนะ...อิอิ..(แซวนะพี่แดง)..
ซันเจ ดัจ...ผมก็ดูเขาแสดงหลายเรื่องอยู่ครับ..ชอบบุคลิกการแสดงแต่เขามาหงิกตอนปีที่แล้วทีนึง..ที่โดนตำรวจจับเพราะมีข้อมูลว่าเขาให้การสนับสนุนเรื่องอาวุธ ผู้ก่อการร้ายในอินเดียเข้า...ไม่รู้เป็นไงมั่งแล้ว..

จาก: อาบัง
วันที่: 04/02/52 - 22:35 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 282
สวัสดีครับ คุณแดง ที่กรุณาตอบทุกคำถามที่
ผมถามมา ขอบคุณมากน่ะครับ ขอให้คุณแดงและ
ครอบครัวจงมีความสุขตลอดไปน่ะครับ รวยล้นฟ้า
น่ะครับ



จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 14:21 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 283
คิดถึงลูก เมื่อจากไป ไปลิบลิ้ว
ขาดญาติขาดมิตร ขาดครอบครัว
แสนเหงาจัง ไม่รู้จะกลับมาให้เห็นหน้าเมื่อไร
คิดถึงลูกสาวที่น่ารัก กำลังจะโต รักลูกยิ่งกว่ารัก
ตัวเอง







จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 14:30 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 284
ผมยังอยู่น่ะคร้บ ยังไม่ไปไหนครับ

คิดถึงคุณแดงและชาวแว๊ปไทยฟิลป์ ถ้าไปแล้ว


จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 14:50 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 285
พี่แดงพิมพ์ผิดอยู่เรื่อย ๆ ....อ่านให้ถูกนะคะ...ถ้าคำไหนยังไม่เข้าใจเช่นอาจใช้ภาษาใจ หรือภาษอสาน นอกเหนือจากที่พิมพ์ตกก็ถามได้ค่ะ...

ข่าวทางดาราอินเดียพี่แดงแปลภาษาไม่ค่อยเป็นจึงไม่ได้ค่อยอ่านเลย...อาบังเก็บมาเล่าด้วยนะคะถ้าทราบเรื่องราว....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:00 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 286
คุณแว่นเป็นคุณพ่อที่น่ารักอีกท่านค่ะ....ขอบคุณที่แวะมามาคุยกันที่ไทยฟิล์ม..เสมอ ๆ ...ได้ความรู้เพิ่มจากคุณแว่นมากมาย..แถมบางอย่างในตัวแดงที่ไม่เคยค้นหาออกมาเล่าเป็นความรู้ก็ค้นออกมาเพราะคุณแว่นและทุกท่านที่ไทยฟิล์มนี่หละค่ะ...แดงมีความรู้สึกว่าคุยที่ในเวปฯได้ความรู้....แม้กระทั่งความรู้ที่เก็บเงียบหายเงียบอยู่ในตัวเองค่ะ....ได้หลายอย่างแม้กระทั่งสมาธิ..เช่นสมาธิจากการพิมพ์ข้อความ ในตัวแดงก็การพิพ์ก็คล้าย ๆ เป็นสื่อเข้าไปดูดเอาความรู้ออกมาเชื่อมโยงกันทั้งภายนอกและภายในตัว....





จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:10 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 287
ครับ ผมก็ขอบคุณ คุณแดงเช่นกันครับ
ที่กรุณา ให้ความสนใจที่มาอ่านในกะทู้ของผม
เสมอครับ



จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 17:13 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 288
ก๋วยเตี๋ยวที่ศิริราชอร่อยค่ะอาบัง.....ที่นั่นก็จะมีร้านนึงขายขนมจีน น้ำยาป่า น้ำยา น้ำพริก เค้าเตรียมและต้องเปิดขายตอนเที่ยงเท่านั้น หมดแล้วก็แล้ว....ถ้าไปก่อนเวลาก็ต้องรอค่ะ..คิดถึงแล้วก็น่ารักกกก...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:13 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 289



ได้รูปพระเอกชาฮ์รุก ข่านและลูก ๆ และภรรยา (ชื่อ กอเรีย..) มาฝากค่ะ..และตามเวปฯนี้นะคะ....พระเอกท่านนี้เค้าเป็นมุสลิมค่ะคุณแว่น

http://images.google.co.th/images?hl=th&q=Shahrukh%20Khan&um=1&ie=UTF-8&sa=N&tab=wi

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:18 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 290



ชาฮ์รุก ข่านและภรรยา...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:20 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 291



Shahrukh Khan

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:22 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 292
ภรรยา ของซาฮ์รุก ข่าน เป็นนักแสดงด้วย
หรือเปล่าครับ


จาก: แ่ว่น
วันที่: 05/02/52 - 17:23 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 293



Shahrukh Khan ....แหม....โป๊จังเลยเนี่ยยย....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:25 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 294
คุณแดง อยู่ในแว๊ปไทยฟิลป์ มานานหรือยังครับ
ส่วนผมพึ่้งมาครับ มาได้ประมาณ 4 เืดือน เห็นจะได้
แล้วครับ


จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 17:26 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 295
คห.293 น่ารักครับ คุณแดง ตอนนี้
ลูกเขาทั้งสองอาุยุประมาณเท่าไหร่แล้วครับ คุณแดง



จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 17:29 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 296



Shah Rukh Khan's house

http://images.google.co.th/images?ndsp=20&um=1&hl=th&q=Shahrukh+Khan&start=40&sa=N

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:33 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 297





They have two children,

son Aryan Khan (b. 1997) ปัจจุบันก็ 12 ปี ค่ะ...ลูกชาย

and daughter Suhana (b. 2000). ปัจจุบัน 9 ปี ค่ะ...ลูกสาว


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:38 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 298



Shahrukh Khan .....แฮ่มมม..โป๊อีก....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:41 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 299
หาเก่งจังครับ ประวัติ พระเอก Shahrukh Khan
คุณแดงหาได้เร็วทันใจครับ


จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 17:45 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 300



น่ารักกกก...ค่ะ...พระเอกShahrukh Khan

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 17:55 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 301




พระเอกShahrukh Khan...และเพื่อน ๆ

ความคิดเห็นที่ 299...ก็...เพราะว่า

คุณแว่นหัดให้แดงค้นหาค่ะ...หาแรก ๆ ก็ไม่ค่อยคุ้น ตอนนี้เริ่มคล่องแล้ววว....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 18:01 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 302
อุ๊ย Shahrukh Khan ตอนเด็กหรือนี่ครับ ผมก็มี
ครับ ภาพตอนเด็กอายุขนาดนี้ แต่เก่ามาก
ถ่ายเมื่อ ปี 2511 ครับ ภาพขาวดำครับ ถ่ายเหมือน
Shahrukh Khan แหล่ะครับ โป๊ ภาพผมตอนเด็กๆครับ




จาก: แว่น
วันที่: 05/02/52 - 18:02 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 303
ความคิดเห็นที่ 294...แดงค้นพบเวปฯไทยฟิล์ม สค.49 - จนปัจจุบันค่ะ...

แดงมีแต่รูปตอนดตแล้วค่ะ...รูปตอนเด็ก ๆ พ่อ - แม่ ไม่ได้พาไปร้านถ่ายรูปแน่เลยยย...เคยเห็นรูป พ่อ แม่ และญาติ ๆ ตอนสมัยภาพขาวดำ...สวยมากค่ะ...อาเล่าให้ฟังว่า ร้านถ่ายรูปเค้าเติมให้ด้วยเช่นเติมคิ้ว....

รูปพระเอก - นางเอก อินเดียสมัยเด็กน่ารัก ๆ กันเยอะเลยค่ะ...ภาพตอนโตเป็นนักแสดงนั้นก็ดูดีค่ะ เค้าคัดภาพที่สวย ๆ ดูเป็นธรรมชาติ ๆ มาให้คนที่รักดาราได้ชื่นชมด้วย....ตัวแดงรักดาราเค้าด้วย เห็นเค้าเหมือนคนอันเป็นที่รักและเพื่อนร่วมโลกที่มีชีวิตจิตใจเหมือนเราเองเสมอ ๆ ...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 22:09 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 304




คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)






คำนำผู้เขียน

ขณะที่เซอร์ไอแซก นิวตัน นั่งอยู่ใต้ต้นแอ๊ปเปิ้ล ได้ใช้ขณิกสมาธิ(ขณิกสมาธิ หมายถึง ภาวะที่จิตสงบชั่วครู่ เป็นสมาธิที่ทำให้จิตตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียวชั่วขณะ) จากพรสวรรค์หยั่งเห็นความไม่เที่ยงของความเร็วในการตกของลูกแอ๊ปเปิ้ล เป็นเหตุให้ค้นพบกฏแรงดึงดูดของโลกและกฎแห่งการเคลื่อนที่ เพียงการนั่งนิ่ง ๆ ใต้ต้นไม้ ใช้สมาธิวิเคราะห์จนเกิดปัญญา ก็สามารถทำให้เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่ของดวงดาวทั้งหมดจนสุดขอบจักรวาลอันไกลโพ้นได้ การค้นพบนี้ทำให้เขากลายเป็นอภิมหาอัจฉริยะของโลก

ในคืนวันตรัสรู้ ขณะที่พระพุทธองค์ ทรงประทับนิ่งอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ได้ทรงใช้สติสัมปชัญญะที่ได้จากการฝึกฝนซึ่งไวกว่าในคนปกตินับล้านเท่า เพ่งกำหนดไปที่ปรากฏการณ์เกิดดับ ความไม่เที่ยง จนเกิดภาวนามยปัญญาณ หยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งในจักรวาล รวมไปถึงกฎ ทฤษฏี ทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ เช่นที่นิวตันและไอน์สไตน์ได้ค้นพบจากสมาธิระดับสามัญชน

สติทำให้เกิดปัญญา ในภาษาไทยจึงเขียนคำว่า สติปัญญา ไว้คู่กัน ปัญญาญาณระดับนั้นทำให้สามารถเข้าใจความจริงของธรรมชาติมากมายมหาศาลเกินกว่าที่จะนำมาสอนได้ทั้งหมด พระพุทธองค์จึงทรงตัดการค้นพบทางกายภาพออกจากคำสั่งสอนเพราะไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์ ดังที่ตรัสแก่ภิกษุหลายร้อยรูป ณ ป่าสะสะปาวัน ประดู่ลาย ใกล้กรุงโกสัมพีว่า ความรู้ต่าง ๆ ที่รับรู้จากสัพพัญญุตญาณนั้นมากมายเหลือเกิน เหมือนใบไม้ทั้งป่า แต่ความรู้ที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้นประดุจดังใบไม้เพียงกำมือเดียว ความจริงที่รู้มีมากมาย แต่เราไม่ได้สอน เพราะความจริงเหล่านั้นไม่เป็นไปเพื่อความเข้าใจอันจริงแท้ ไม่เป็นไปเพื่อการพ้นทุกข์ ไม่เป็นไปเพื่อจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ นิพพาน

(มีต่อนะคะ....)

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 22:35 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 305



ต่อจากความคิดเห็นที่ 304...

คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)


คำนำผู้เขียน


กฎแรงดึงดูดของโลก ความลับของแสง ไปจนถึงปริศนาแรงโน้มถ่วงที่นักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามค้นหาอยู่ในปัจจุบันนำไปสู่ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมากมาย แต่เมื่อสองพันห้าร้อยปีผ่านไป พิสูจน์ได้ว่าพระพุทธองค์ทรงตัดสินพระทัยถูกต้อง เพราะถึงทุกวันนี้จิตใจของมนุษย์ก็ไม่ได้สูงขึ้นเลยและอาจจะมีกิเลสตัณหามากยิ่งกว่าผู้คนในสมัยพุทธกาลด้วยซ๊ำไป

จนเมื่อเข้าสู่กึ่งพุทธกาล ชาวโลกก็ได้ของขวัญชิ้นใหม่ คือ การค้นพบกฎแรดึงดูดของความคิด เมื่อผู้คนต่าง ๆ ได้ทดลองนำกฎนี้ไปใช้ ปรากฏว่ามันเกิดขึ้นจริง ความคิดมีแรงดึงดูดจริง ๆ เป็นไปได้อย่างไร เป็นที่ตื่นเต้นกันไปทั่วโลก

การค้นพบนี้เป็นเพียงจดเริ่มต้นเท่านั้น เหมือนกาลิเลโอ พบว่าโลกมีแรงดึงดูด และหลังจากนั้นอีกนับร้อยปี เซอร์ไอแซกนิวตัน จึงสามารถนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้ กฎแรงดึงดูดของความคิดก็เช่นกัน ต้องรอการสานต่อจากอัจฉริยบุคคลของโลกในอนาคตอีกมาก เพื่อความเข้าใจในกลไกการทำงานที่แท้จริง แต่ที่แน่ ๆ มนุษย์ได้ค้นพบความลับอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติอีกครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อรู้ว่า ความคิดมีแรงดึงดูด

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นมาเพื่ออ่านคู่กับหนังสือชื่อก้องโลก เดอะซีเคร็ต เป็นการผสมผสานการค้นพบทางตะวันตกเข้ากับศาสตร์อันลึกล้ำของตะวันออก หนังสือทั้งสองเล่มเขียนขึ้นคนละซีกโลก เดอะซีเคร็ต มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา และ เดอะท็อปซีเคร็ต เกิดที่ประเทศไทย คนละฟากฝั่งของโลกพอดี

เดอะซีเร็ต ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า ความคิดทำให้เกิดอะไร ( What think can do?) และเดอะท็อปซีเคร็ต จะมาอธิบายว่า ความคิดทำให้เกิดได้อย่างไร (How think can do?)

โลกเคยตกตลึงอยู่ครั้งหนึ่งเมื่อซิกมุนด์ ฟรอยด์ ประกาศการค้นพบว่า มนุษย์มีจิตใต้สำนึกและจิตไร้สำนึกซ่อนอยู่ หารู้ไม่ว่าพระพุทธองค์ทรงตรัสถึงเรื่องนี้มาก่อนแล้วกว่าสองพันปีในชื่อของ ภวังค์จิต และละเอียดลงลึกไปถึงองค์ประกอบของจิตอย่างเจตสิกเลยทีเดียว ถ้าเทียบกับการที่ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ประกาศ การค้นพบว่าจิตใต้สำนึกเปรียบเสมือนก้อนน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำ พระพุทธองค์ก็ทรงพบลึกไปกว่าว่า น้ำแข็งใต้น้ำนั้นมีต้นกำเนิดอย่างไร ประกอบด้วยโมเลกุลชนิดใด มีธาตุใดเป็นส่วนผสมและยึดเหนี่ยวกันเป็นก้อนด้วยแรงแบบไหน ฯลฯ

เช่นเดียวกับกฏแรงดึงดูดความคิด ก็เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งอันน้อยนิดของวงจรแห่งปฏิจจสมุปบาทที่พระองค์ทรงค้นพบนั่นเอง

(มีต่อนะคะ....)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 05/02/52 - 22:40 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 306



Shahrukhs’ Parents and Sister....คุณพ่อ - คุณแม่และน้องสาวของพระเอกชาฮ์รุก ข่านค่ะ....

ตามเวปฯนี้ค่ะ...

http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://myriadhues.files.wordpress.com/2008/02/image002.jpg&imgrefurl=http://beauty80.wordpress.com/2008/10/15/rare-pics-of-shahrukh-khan/&usg=__YtEdHjVVGKS1VhNino421-UQ2b8=&h=699&w=502&sz=65&hl=th&start=215&um=1&tbnid=5Bk02dtiuXuz2M:&tbnh=139&tbnw=100&prev=/images%3Fq%3DShahrukh%2BKhan%26start%3D200%26ndsp%3D20%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DN


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 06/02/52 - 12:56 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 307



ต่อจากความคิดเห็นที่ 305...

คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)



คำนำผู้เขียน


นับว่าเป็นความโชคดีของมนุษย์ยุคปัจจุบัน ที่การค้นพบความจริงของธรรมชาติในทศวรรษนี้เริ่มมีทิศทางโน้มเข้าหานามธรรมเช่นจิตของมนุษย์ เพราะจะเป็นหนทางแห่งการพ้นทุกข์ที่แท้จริง และการค้นพบกฎแรงดึงดูดความคิดเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ทำให้มนุษย์พัฒนาจิตใจครั้งยิ่งใหญ่ ใครจะรู้ว่าโลกพระศรีอาริย์ที่เราฝันถึง อาจจะมีจุดเริ่มต้นมาจากการค้นพบครั้งนี้ก็ได้

ขอขอคุณบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด(มหาชน) ที่มองเห็นกาค้นพบอันทรงคุณค่านี้ และพยายามสื่อความหมายไปให้ประชาชนคนไทยได้รับรู้ด้วยหนังสือ เดอะซีเคร็ต แต่ยังมีบางส่วนที่ต้องอธิบายเพิ่มเติม หนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต จะช่วยไขข้อข้องใจความลังเลสงสัยที่เกิดจากการอ่าน เดอะซีเคร็ต เพื่อประสิทธิภาพเต็มร้อยในการนำกฏแห่งแรงดึงดูดของความคิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน

ทันตแพทย์สม สุจิรา



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 06/02/52 - 13:01 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 308
สวัสดีครับ!(คุณแดง) พ่อของพระเอก Shahrukh Khan
หน้าตาหล่อจังเลยน่ะจ่ะ คุณแดง หล่อกว่า Shahrukh Khan
ซะอีก เป็นนักแสดงหรือเปล่าครับ





จาก: แว่น
วันที่: 06/02/52 - 13:09 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 309
แดงเคยอ่านที่น้อง ๆ เวปฯทางด้านหนังอินเดียลงไว้นะคะ..ว่าคุณพ่อพระเอกShahrukh Khan ..เป็นผู้พิพากษา ..คุณแม่เป็นนักสังคมสังเคราะห์ คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เค้ายังเด็ก ๆ ....

ครอบครัว เป็นชาวมุสลิมที่ย้ายถิ่นฐานมาจากปากีสถานเมื่อครั้งแยกดินแดนอินเดียกับปากีสถาน(อันนี้เล่าถึงประวัติศาสตร์นะคะ..ถ้าเคยอ่านจะพบว่าช่วง ที่แยกดินแดนนั้นก้นานมาแล้วสัก 60 หรือ 60 กว่าปีนิดหน่อย...ก็อยุ่ในช่วงที่ได้รับเกราชจากอังกฤษ..แดงไม่จำพ.ศ..แต่ก็ที่เล่าก็ไกล้เคียง.....)

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 08/02/52 - 12:16 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 310
เมื่อคืนแดงดูหนังไทย..เรื่องปักธงไชย...ที่ออกอากาศทางทีวี....ตั้งตารอดูตั้งแต่ที่มีรายการที่คุณสุเทพ วงค์กำแหงมาร้องเพลงและนักร้องรุ่นก่อน ๆ อีกหลาย ๆ ท่านนะคะ...และดูที่มีรายการเล่าถึงหนังเรื่องปักธงไชย...ประมาณว่าเป็นหนังเรื่องแรกที่มีผู้กำกับเป็นผู้หญิงฯ.......

แล้วก็ถึงเวลาหนังมา...ก็ดูไปเรื่อย ๆ รู้สึกดีมาก ๆ ค่ะ...หนังครบถ้วนในองค์ประกอบของชีวิตรวมทั้งจิตวิญาณ(มีศาสนาด้วยค่ะ...) ประทับใจ ทหารที่หน้าตาดุ ๆ คนนั้นมากเลยค่ะ...สื่ออกมาประมาณว่าหน้าตาเขาแบบนั้นแต่เค้าเป็นหัวใจของชัยชนะเลยนะคะ...เค้ารับธงที่มีช้างเผือก .....และมีการร่วมใจฝากชัยชนะต่อเป็นทอด ๆ ....พอดูมาถึงตอนที่พ่อนางเอกตาย...แดงเผลอหลับ....ตื่นมาก็เป็นรายการอื่นไปเสียแล้วววว....

เดี๋ยวถ้ามีอีกจะตั้งใจใหม่ค่ะ...

คราวที่ดูเรื่อง ชั่วฟ้ดินสลาย ก็เปิดเห็นตอนไกล้จบ...เรื่องนี้ไมม่ได้ตั้งใจเปิดมาพบ...

พอตั้งใจดูเรื่องปีกธงไชย..ก็...หลบก่อนหนังจะจบ...เสียดายค่ะ ...แต่พอคาดเดาถูก แต่ว่า ไม่เต็มอิ่มเหมือนได้ดูจริง ๆ ....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 08/02/52 - 12:25 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 311



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...)



เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์



ความลับที่ยิ่งใหญ่อยู่ในมือคุณแล้ว

ความลับนี้ถูกส่งผ่านสืบทอดมาเป็นเวลานาน เป็นที่ปรารถนาอย่างมา เป็นความลับที่ถูกปกปิดซ่อนเร้น ตกหล่นสูญหาย เป็นที่ฉกฉวยช่วงชิง และซื้อหาด้วยเงินก้อนใหญ่ ความลับซึ่งมีอายุเก่าแก่หลายศตวรรษนี้รู้กันเฉพาะในหมู่บุคคลผู้โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์เพียงบางราย ดังเช่น เพลโต กาลิเลโอ เบโธเฟน เอดิสัน คาร์เนกี ไอน์สไตน์ กับบรรดานักประดิษย์ นักเทววิทยา นักวิทยาศาสตร์ และนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ท่านอื่น ๆ บัดนี้ ได้เวลาแล้วที่ความลับนี้จะถูกเปิดเผยต่อาวโลกทั้งมวล

เมื่อคุณอ่านหนังสือนี้ไปในแต่ละหน้าและได้ล่วงรู้ถึงความลับสำคัญนี้ คุณจะเรียนรู้วิธีการที่จะได้มี ได้เป็น และได้ทำทุกอย่างที่คุณต้องการ คุณจะได้รู้จักกับตัวเองอย่างแท้จริง และจะได้รู้ว่าสิ่งล้ำค่าแท้จริงที่รอคุณอยู่ข้างหน้าคืออะไร ..จากคำนำ..


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 08/02/52 - 13:41 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 312



ความคิดเห็นที่ 311
คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...







เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์
******************
ตัวอย่างจากในหนังสือ...หมายถึงข้อเขียนของท่านเจ้าของชื่อเอง นะคะ..ที่นำมาลงในหนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางฝรั่ง...


ดร.เดนิส เวทลีย์
นักจิตวิทยาและครูฝึกการเสริมสร้างศักยภาพทางความคิด

บรรดาผู้นำในอดีตที่กุมความลับนี้ไว้ต่างคิดจะรักษาอำนาจไว้โดยไม่แบ่งปันให้ใคร พวกเขาปล่อยให้คนอื่น ๆ มีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ความลับนี้ ผู้คนทั่วไปต้องออกจากบ้านไปทำงาน ทำเสร็จก็กลับบ้านพวกเขาต้องใช้ชิวิตไปวัน ๆ โดยปราศจากพลังอำนาจใด ๆ ก็เพราะว่ามีคนเพียงไม่กี่คนที่รู้ความลับนี้
ตลอดช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ มีผู้คนมากมายปรารถนาจะล่งรู้ถึงความลับนี้แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ได้พบวิธีการเผยแพร่ความรู้นี้แก่ชาวโลก


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 08/02/52 - 13:48 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 313
สวัสดีครับ คุณแดง ผมก็เหมือนกันหลับๆตื่นๆง่วง
ผลสุดท้ายดูจนจบครับ คุณแดงครับตอนป้ารัตนาภรณ์ ตอนสาวๆ
สวยน่ะครับ แต่ตัวเขาไม่สูงน่ะ คุณแดงครับ เคยดูหนังทีวี'เกล็ดมรกต'
ฉายช่อง 5(ขาวดำ)คุณแดงเคยดูหรือเปล่าครับ หนังเกี่ยวกับปีศาส
งูน่ะ จำได้มั๊ยครับ คุณป้ารัตนาภรณ์ แสดงเรื่องนี้น่ะครับ คุณแดงคงทันดูน่ะ สวัสดี!





จาก: แว่้น
วันที่: 08/02/52 - 17:21 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 314
อดีตผมเคยดูหน้งไทยหลายเรื่องได้แก่เรื่อง พอจะจำได้
ไอ้เหล็กไหล/ ไอ้สากเหล็ก/ ทางเสือผ่าน/17 ทหารกล้า2521
แสนแสบ2521/ล่า2520/ไอ้หนุ่มตังเก/รอยไถ/แผลเก่า/สลักจิต2521/
หน้าเนื่้อใจเสือ 2525/ไกรทอง1-2/เพือนแพง2528/บุญชู 1-2528/คนเลืองช้าง/ชู้ กรุง/วันดี(2517) /แค้นไอ้เพลิน 2520
เป็นต้น และอืนๆอีกหลายเรืองนึกไม่ออกครับมาเล่าสู่กันฟังครัึบ




จาก: แว่น
วันที่: 09/02/52 - 11:19 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 315
คุณรัตนาภรณ์...สวยมากค่ะ..แต่งชุดไทยภาคกลางได้สวยมีเสน่ห์มาก ในฉากที่มีรำต้อนรับทหารไทย....หนังเรื่องปักธงชัยการจัดชุดได้ตามสภาพจริงในเรื่องมีเสน่ห์ที่หาดูได้ยากค่ะ...หนังเดินเรื่องอย่างมีพัฒนาการเด็กสาวสู่วัยสาวจนมีความรักและรู้จักหวงของรัก...ขาดแม่เมื่อครั้งเด็ก ขาดพ่อในที่สุด แต่ก็มีสิ่งชดเชยไว้คือตัวพระเอก...เอ..เล่าถูกต้องหรือไม่คะเพราะว่าตอนจบไม่ได้ดู...ไม่ทราบว่าระหว่างพระเอกนางเอกมีใครไม่มีชีวิตกลับจาศึกครั้งนั้นหรือไม่..ค่ะ....

เสน่ห์ตามธรรมชาติของคนเราที่น่าประทับใจที่สื่ลงในหนังปักธงชัยก็เช่นพัฒนาการของชีวิตผู้ชายค่ะ...สะท้อนตั้งแต่ตัวนายทหารท่านที่ได้รับโทรเลขเรื่องส่งทหารไปรบ....ใคร่ครวญหาบุคคลที่เหมาะสม....และได้รับข้อคิดที่ดี เรื่องนายทหารจบใหม่....มีการร่วมคิดกัน ... น่าดู...และสะท้อนพัฒนาการในชีวิตผู้ชายจากตัวพ่อนางเอก หมายถึงเมื่อต้องมีครอบครัวและมีหน้าที่สำคัญเพื่อชาติ....และสะท้อนชีวิตผู้ชายที่เรียนรู้โลกตามสภาพที่เป็นจริงจากพระเอกทหารจบใหม่.. และสะท้อนชีวิตหนุ่ม หรือว่าหนุ่มห่างไกลครอบครัวน๊า..ที่ทหารที่ดูคล้าย ๆ ทำหน้าที่ตัวตลก ไปจีบสาวชาวบ้านตอนที่พักอยู่ในเมืองทางเหนือ...

ถ้าหนังงูทางไทยทำแดงไม่ค่อยกล้าดูค่ะคุณแว่น....งูน่ากลัว...(จนคิดว่าจะไม่หยิบหนังเกี่ยวกับงูมาดู...เห็นรูปงูยังกลัวเลยค่ะ....แต่บังเอิญได้ดูหนัง เกี่ยวกับ งูที่พระศอพระศิวะในหนังอินเดีย...ในหนังที่พระเอกชาฮ์รุกข่าน แสดงก็มี...แต่เป็นงูทางด้านเทพเจ้า...งูทางอินเดียดูได้ค่ะไม่น่ากลัวนัก....)


ความคิดเห็นที่ 314....บุญชู .....และสลักจิต2521.....

ฟังชื่อเรื่องค่อนข้างน่ากลัวแดงก็ไม่ดูนะคะ...เพราะเป็นคนขี้สงสาร...เห็นเรื่องเศร้า ๆ และดู ๆ แล้วที่แก้ไขกันได้เองตามภูมิปัญญาชาวบ้านชาวเมืองและสังคมที่อยู่ ไม่ต้องรออะไร...ก็เพียงแต่ขาดความรู้และพัฒนาจิตใจเสมอ ๆ...ถ้าใส่ใจ ก็จัดการได้...ไม่น่าจะลงในหนังได้เหมือนคนในเมืองไทยด้อยโอกาส...ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนในเมืองไทยก็มีมากมาย ปัจจุบันยิ่งมีมาก..

จริง ๆเรื่องเศร้า ๆ ทำได้แต่ต้องสื่อการจัดการเรื่องและวิธีแก้ไขให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้วิธีคิดลงไปด้วย...ถ้าสื่อออกมายังไม่สมบูรณ์ถึงวิธีการแก้ที่ดีเพื่อเสริมไอเดียที่เหมาะสม ...แดงก็ว่าไม่ใช่ประเด็นที่จะน่าดู....แดงเกรงว่าตนเองจะ เศร้าค่ะ...อารมณ์เศร้าควรระวังอย่างมาก เพราะเราชาวพุทธควรมีจิตใจที่ร่าเริงแจ่มใส..ปัญหามีได้ตามสภาพชีวิตแต่ต้องรักษาสุขภาพกายและจิตใจของผู้ชมให้เข้มแข็งเหมือนเดิมได้ด้วยเมื่อดูหนังจบ....

พูดถึงหนังงู....ถ้าเป็นนวนิยายเรื่องนาคราช ที่พระเอกเป็นพญานาคแดงก็อ่านได้ค่ะ...เพราะไม่เห็นตัวงูทำให้ไม่กลัว...และพญานาคเค้าก็เป็นสัตว์กึ่งเทพ มีการรักษาศีล...และศรัทะในพระพุทธศาสนาด้วย....ตามนิทานชาดกทางพุทธ มีชาติที่พระพุทธองค์สมัยบำเพ็ญเพียรตอนยังเป็นพระโพธิสัตว์ก็เคยเกิดเป็นพญานาค....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 12:04 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 316



ข้อธรรมนี้นำมาชื่นชมร่วมหนังเรื่อง
ปักธงชัยค่ะ....เหมือน หนังปักธงไชย ตอนเรื่องของนายพลพลดักลาส แมกอาร์เธอร์


****แน่นอนว่านายพลดักลาส แมกอาร์เธอร์ ก็เป็นหนึ่งในอัจฉริยบุคคลของโลกที่ค้นพบความลับของ เดอะซีเคร็ต *****

**********
คัดจากหนังสือ เดอะท้อป ซีเคร็ต ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา สำนักพิมพ์ อัมรินทร์...(หนังสือเล่มนี้ได้มีในหน้าคำนำ ประมาณว่าทางสำนักพิพ์ได้พิมพ์หนังสือ เดอะซีเคร็ต ของทางอเมริกา เป็นหนังสืที่ดีมาก..และทางสำนักพิมพ์(คุณเมตตา อุทกะพันธุ์)ได้พูดคุยถึงหนังสือทางฝรั่งเล่มนั้นกับท่านทันตแพทย์สม สุจิรา ..ว่าเสียดายที่ เดอะซีเคร็ต ยังเข้าไม่ถึง..คุณหมอน่าจะเขียนเพิ่มเติมอธิบายเพิ่มเติมในฐานะที่เป็นผู้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางวิปัสสนากรรมฐาน ...คุณหมอก็ทำให้และเพิ่มเติมละเอียดขึ้นอีกมากมาย ชื่อหนังสือว่า..เดอะท็อปซีเคร็ต ..ทางสำนักพิมพ์กล่าวถึงหนังสือเล่มนี้อย่างประทับใจเวลาอ่านพบถ้อยคำว่า...ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เดอะท็อปซีเคร็ต จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านอยากเรียนรู้ที่จะฝึกเจริญสติ (หรือที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ปฏิบัติธรรม)





ภาพแห่งความฝันกับภาพแห่งความจริงคือสิ่งเดียวกัน

ในวงการจิตวิทยาให้ความสำคัญกับคำว่า แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์มาก และมีงานวิจัยในเรื่องนี้นับหมื่นนับแสนครั้งจากทั่วโลกเพราะผู้เชี่ยวชาญตระหนักดีว่า ถ้าเข้าใจกระบวนการสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ได้อย่างถ่องแท้ เมื่อนั้นมนุษย์ก็จะสามารถทำอะไรได้ทุกอย่างตามปรารถนา และเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการนำมาใช้สร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ คือ ภาพแห่งความรู้สึก

สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นายพลดักลาส แมกอาร์เธอร์ ได้รับคำสั่งให้ออกจากฐานทัพที่ฟิลิปปินส์โดยด่วน เพราะญี่ปุ่นกำลังบุกมาแล้ว และกองกำลังในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของอเมริกาขณะนั้นไม่สามารถต้านทานกองทัพญี่ปุ่นได้ วันที่เขาเดินทางออกจากฟิลิปปินส์เพื่อหนีไปออสเตรเลีย เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะแล้วบอกกับชาวฟิลิปปินส์ว่า จำท่านนี้ผมไว้ให้ดี ๆ แล้วผมจะกลับมายืนท่านี้แบบนี้ที่นี่อีกครั้งอย่างผู้ชนะ ขณะนั้นไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นจริงเพราะทุกคนมองว่าไม่มีใครสู้ญี่ปุ่นได้ แต่เพราะภาพที่ชัดเจนของดักลาส แมกอาร์เธอร์ หลังจากนั้นเขาได้กลับมาจริง ๆ ทำท่าเดิมยืนอยู่ตรงนั้นให้นักข่าวถ่ายรูป พร้อมกับประกาศชัยชนะ

แน่นอนว่านายพลดักลาส แมกอาร์เธอร์ ก็เป็นหนึ่งในอัจฉริยบุคคลของโลกที่ค้นพบความลับของ เดอะซีเคร็ต แต่ก็ไม่สามรถอธิบายการค้นพบนี้ให้คนอื่นได้รับรู้ และพรสวรรค์นั้นก็สูญหายไปพร้อมกับการเสียชีวิตของเขา

ภาพแห่งอนาคตเหมือนจิ๊กซอร์ในใจที่ต้องการองค์ประกอบระหว่างที่ดำเนินชีวิตไป ผู้ที่มีภาพในใจก็จะสะดุดกับตัวต่อตัวเล็ก ๆ (ในขณะที่คนไม่มีภาพในใจจะผ่านเลยไป) และพยายามขวนขวายหาเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด เพราะภาพที่เป็นเป้าหมายนั้นอยู่ในใจแล้ว ในไม่ช้าตัวต่อทั้งหมดก็เรียงกันได้ครบ ภาพนั้นอยู่ในใจแล้วในไม่ช้าตัวต่อทั้งหมดก็เรียงกันได้ครบ ภาพนั้นก็กลายเป็นความจริง เช่น เราอาจจะเคยได้ยินเพื่อนที่อยากมีรถยนต์มากพยายามขวนขวายหารายได้พิเศษ หลังรับเงินเดือนเขาจะเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่ง และพูดทีเล่นทีจริงว่า เดือนนี้ได้ล้อแล้ว เดี๋ยวเดือนหน้าพวงมาลัย อีกเดือนได้กันชน ประมาณสองปีคงได้รถเต็มคัน ความฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะมั่นคงกับภาพในใจแค่ไหน ถ้ามั่นคงไม่หวั่นไหว มันจะเป็นไปตามความฝันของเขาอย่างแน่นอน
เทคนิคการฝึกสร้างภาพในใจที่ง่ายที่สุดก็คือ การเล่นตัวต่อภาพ แบบจำลองสิ่งต่างๆ ตัวอักษรพิศวงหรือสแครบเบิล ฯลฯ เด็กที่ฝึกแบบนี้บ่อย ๆ เมื่อโตขึ้น เขาจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆเป็นภาพแห่งความรู้สึก และคิดย้อนกลับได้เองโดยอัตโนมัติ

แม้ภาพนั้นจะไม่ได้เป็นจริง เช่นการจินตนาการว่าตัวเองสามารถบินอยู่เหนืท้องฟ้าราวกันนก โดยมีปีกติดที่มือทั้งสองข้าง และคิดจนภาพนั้นลงไปในจิตใต้สำนึก เข้าไปในความฝันถ้าเป็นคนคิดบวก ร่างแหใยประสาทในสมองจะแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงบวกซึ่งกันและกัน เกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ ทำให้ภาพนั้นปรากฏขึ้นได้จริง ๆ และการที่มนุษย์ประดิษฐ์เครื่องบินขึ้นมาได้ก็เพราะภาพในจินตนาการเหล่านี้

ไม่เฉพาะเครื่องบิน มีนยายวิทยาศาสตร์เรื่องหนึ่งที่เขียนขึ้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว อธิบายถึงภาพของโลกอนาคตพร้อมเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นไปไม่ได้ในสมัยนั้นมากมาย แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงปัจจุบัน กลับมีสิ่งประดิษฐ์ตามที่จินตนาการนั้นเกิดขึ้นจริงเกือบทั้งหมด เพราะการเหนี่ยวนำจากภาพแห่งความรู้สึก





























จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 12:11 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 317
ความคิดเห็นที่ 315..พิมพ์ตกต่พเพิ่มเติมว่า...ได้ดูเรื่อง...ความคิดเห็นที่ 314....บุญชู .....และสลักจิต2521.....



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 12:19 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 318
สวัสดีครับคุณแดง!ขอบคุณมากครับที่กรุณาตอบคำถาม
พระเอกชาฮ์ รุกข่าน แสดงเรื่องเกี่้ยวกั้บงู มีกี่เรื่องครับ
มีเรื่องอะไรบ้างครับ เผื่อผมหาหนังเช่ามาดูหรือเผื่อหาซื้อ
มาดูครับ เพราะผมไม่เคยดูพระเอกซาฮ์ รุกข่าน แสดงเรื่อง
เี่กี่ยวกับงูเลยครับอยากชมมากครับ ขอบคุณ


จาก: แว่น
วันที่: 09/02/52 - 14:56 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 319
เดี๋ยวแดงค้นก่อนนะคะคุณแว่น....เรื่องนี้น่ารักค่ะ...จะเป็นแนวเรื่องสมัยใหม่...พระเอกไปดูตัวว่าที่น้องสะใภ้บุญธรรม....แล้วคราวนี้ น้องชายบุญธรรมก็ตามไปทีหลัง...แล้วจะมีงูจงอางมานอนอยู่บนเตียงว่าที่คู่หมั้นนางเอกค่ะ...

ครอบครัวทางด้านพระเอกเป็นชาวอินเดียที่อเมริกา....นางเอกอยู่มี่อินเดีย...ครอบครัวทั้งสองพ่อเป็นเพื่อนรักกัน...ครอบครัวนางเอกอยู่ที่อินเดีย....แต่ก็คือทางอินเดียเค้ารักษาประเพณี ว่า..ชาวอินเดียก็ต้องแต่งงานกับหญิงอินเดีย..เพราะว่าหญิงอินเดียเป็นที่ซึ่งเลี้ยงดูลูกหลานตามประเพณีอินเดียแท้ ๆ ประมาณนี้ค่ะ...แล้วพอว่าที่คู่หมั้นนางเอกมาถึง..งูก็มานอนบนเตียง...ว่าที่คู่หมั้นนางเอกก็ทั้งกลัวทั้งดูใจร้ายกับงู...แต่นางเอกทราบและนับถืองูในฐานะของเทพเจ้าค่ะ...อ้อนวอนเค้า ๆ ก็เลื้อยไป...ว่าที่คู่หมั้นนางเอกก็ทึ่งมาก ๆ....

เพลงฟังแล้วคนลุกเกลียว...ค่ะเพลงนั้นจะเป็นเพลงที่พ่อของว่าที่คู่หมั้นนางเอกกลับมาดูตัวว่าที่ลูกสะใภ้...แล้วตอนเช้า ๆ ก็ไปวิ่งออกกำลังกาย....เป็นเพลงที่แปลแล้วได้ใจความว่า...ฉันรักอินเดีย...

งูมีฉากเดียว....ค่ะ..

.แดงคุ้นกับหนังอินเดียเพราะดูหลายเรื่อง...แดงก็ทราบว่า...เค้าใช้ดาราที่มีคุณสมบัติของดารามหาชนอย่างชาฮ์รุกข่าน...ใช้ฟื้นฟูประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ...คือการมองศาสนาในด้านที่ดีค่ะ...และจากนั้นแดงก็ดูหนังงูทางอินเดียได้เพราะว่างูอินเดียไม่น่ากลัว...น่าเอ็นดู...และลองย้อนดูหนังเกี่ยวกับงูเทพเจ้าของทางอินเดีย...ก็ดูเทียบชีวิตจิตใจของตัวละครแต่ละสมัย....รุ่นสมัยใหม่กับสมัยเก่า..รุ่นของคนที่มีความรู้ระดับปัจจุบันที่สื่อสารกับชาวโลกและรุ่นลึก ๆ ลงไปถึงระดับการศึกษาที่น้อย ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ในชีวิตจิตใจที่ดีงามนะคะ...การสื่อที่คงมีอยุ่ในหนังอินเดียทุกรุ่นเราก็เก็บมาเปรียบเทียบกันดู....พื้นฐานความรักความเข้าใจกันทุก ๆ ด้านนั่นหละค่ะที่มีเสน่ห์ที่เค้าคงเอาไว้ในหนังอินเดีย..แม้จะต่างการศึกษา ต่างสมัย หรือต่างชนชั้นวรรณะ...ฯลฯ...

ที่เล่านี้นิดหน่อยนะคะ...เรื่องราวจริง ๆ ในหนังจะมีรายละเอียดมากมาย...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 15:47 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 320



ฟังเพลงน่ารัก ๆ ของนางเอกในดวงใจคุณแม่แดงและลูกสาวค่ะ...นางเอดการีน่า กาปู...นางเอกอินเยสวย ๆ ทั้งนั้นเลยเค้าก็ชอบค่ะ..แต่ว่าเค้าจะมีนางเอกในดวงใจคนนนี้หละที่ตรงกับคุณแม่....

ถ้าฟังเสียงพากษืไทยแล้วทำให้ดูการีน่าเป็นเด็ก ๆ นะคะ...แต่พอฟังเสียงจริงของการีน่า...เค้าสวยสง่า...แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวน..น่ารัก...นำเสียงทรงพลัง...อืมมม..ไม่ใช่ทรงพลังแบบแห้งแล้งนะคะ....มีพลังนุ่มนวลสดใส...เพียงแต่กริยาดูน่ารัก ๆ เหมือนเด็ก ๆ .....ทึ่งมากค่ะ....ฟังเสียงการน่าแล้ว ยิ่งรักเธอมากว่าที่ดูเสียงพากษ์...

เพลงจากหนังเรื่องเดียว...ความคิดเห็นที่ 200...นะคะ...เพลงนี้จะเป็นเพลงที่นางเอกและเพื่อน ๆ เรียนจบแล้วฉลองที่ดรงเรียน...เป็นโรงเรียนทางฝรั่ง....นางเอกวน ๆ อำ ๆ คุณแม่ที่หัวโบราณ..คุณพ่อตามใจลูกสาวค่ะ...จะออกอาการชอบใจลูกสาวมากก็แกรงใจคุณแม่เพราะคุณแม่ดุจะใจม่ดีกับกริยาอาการของลูกสาว....แต่ก็เริ่มรับได้ในที่สุดเพราะความน่ารักของลูกสาวค่ะ....เรียกได้ว่า...คามรักที่มีต่อลูก ช่วยดึงให้ลุกรุ้จักสมัยเก่า ๆ และความรักที่ลุกมีต่อพ่อแม่ช่วยดึงให้พ่อแม่มารุ้จักและปรับตัวในความคิดเห็นของคนสมัยใหม่...ดูบรรยากาศนี้แล้วสื่อได้ถึงทุกหลาย ๆ สถาบันที่ดุแลเด็ก ๆ ของเค้าค่ะ...ทั้งคุณครูและเพื่อน ๆ ....ลึกซึ้ง ....



ดูความต่างและความเหมือนของคน ๆ เดียวของอาราณืนางเอกค่ะ...จากความคิดเห็นที่ 200..เพลงนั้น....และเพลงนี้


http://www.youtube.com/watch?v=ZFesjl-J_b0&feature=channel

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 16:03 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 321
ขอถามอีกหน่อยครับคุณแดง คุณแดงส่วนสูงเท่าไหร่ครับ
(ถ้าเคยถามแล้วผมขออภัยด้วยน่ะครับและก็ขออภัยด้วยครับ
ที่ถามเรื่องส่วนตัวด้วยครับ) ขอบคุณ และขอขอบคุณที่กรุณา
ตอบคำถาม'พระเอก ชาฮ์ รุกข่าน'ด้วยครับ ช่างเป็นคนดี จริงๆครับ


จาก: แว่น
วันที่: 09/02/52 - 16:48 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 322




หาเพลงประทับใจมาก่อนนะคะ...
จากหนังเรื่องที่เล่าค้างไว้...ตอนนี้จำชื่อหนังไม่ได้...จะค้นดูก่อน....เป็นเพลงที่ชายชราชาวอินเดียได้กลับมาอินเดียอีกครั้งหนังจากไปตั้งถิ่นฐานที่อเมริกา...เพลงนี้ที่อินเดียค่ะ...i love my india ...คำนี้ฟังแล้วขนลุกค่ะ...อาการของเค้าก็ดูสดชื่นเมื่อได้กลับบ้านค่ะ....เด็ก ๆและผู้ใหญ่ ที่อินเดียนั้นก็ รอฟังเรื่องราว...

i love my india , yeh mera india
http://www.youtube.com/watch?v=2eua92fsJpg&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 16:54 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 323
ตอนสมัยโน้นนน..แดงก็วัดส่วนสูงได้ 145 ซม.ค่ะ....แต่มาช่วงหลังนี้วัดได้ 146 ซม.....แต่ใคร ๆ จะบอกว่าไม่ใช่หรอกนะค..เพราดูแดงก็ไม่ตัวเตี้ยนัก......เพื่อน ๆ ที่ทำงานจะบอกว่า พอเห็นแดงอยู่ที่บ้านพักจะแปลกใจมากเพราะแดงธรรมดา ๆ ตัวเล็ก ๆ แต่พอไปทำงาน แดงจะดูสูงสักหน่อย..แฮ่มมม..ก็ใส่ส้นสูง...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 17:01 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 324
ตอบคำถาม ความคิดเห็นที่ 318...พระเอชาฮ์รุก ข่าน กับเรื่องที่มีงูนะคะ...

เรื่องเรื่อง Pardes..น่าจะชื่อไทยว่า...แผ่นดินแม่....ปี 1997...เรื่องเดียวกับเพลงความคิดเห็นที่ 322...


Starring

Shahrukh Khan
Amrish Puri
Mahima Chaudhry

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 17:11 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 325
ขอบคุณครับคุณแดง วันนี่ัวันหยุดใช่มั๊ยครับ
วันมาฆบูชาผมก็หยุด 1 วัน เมื่อวานวันอาทิตย์
1 วัีนเป็น 2 วัน น่ะจ่ะ พรุ่งนีั้้ก็ทำงานแล้วซิ ไม่ทำงาน
ก็อดตายซิ แล้วแฟนคุณแดงหยุดหรือเปล่าครับ แฟน
คุณแดงอายุเท่าไหร่แล้วครับ(ขออภัยที่ถามเรื่องส่วนตัว
อีกครับ)



จาก: แว่น
วันที่: 09/02/52 - 17:33 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 326
คุณพ่อน้องยีนเกิด 2508 ค่ะคุณแว่น...ถ้าวันหยุดก็หยุดตามวันหยุดปฏิทินค่ะ....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:20 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 327



ดูนางเอกการีน่าตอนทั้งงอนทั้งโกรธทั้งถูกบังคับให้ต้อนรับว่าที่คู่หมั้น...หัวเราะจนก้องฟ้ไปแล้วค่ะ...ก็อย่างไรไม่ทราบ...ในเรื่องนี้พระเอกหริกติ๊ก และพระเอกอบิเชค ชื่อเดียวกันหรืออย่างไร...ทำให้คุรพ่อ คุณแม่นางเอกตามเรื่องนี้ เข้าใจผิดว่า พระเอกหริ๊กติ๊กเป็นพระเอกอบิเชค....หัวเราะจังเลยยยย...เวลาดาราแสดง...ย้อนดูตามความคิดเห็นที่ 200...นะคะพระเอกทั้งสองท่านตามเรื่อง....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:27 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 328
ความคิดเห็นที่ 327...ตามเวปฯนี้ค่ะ...
http://www.youtube.com/watch?v=mWSkZiHjcw4&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:29 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 329
เป็นฉากต่อจากความคิดเห็นที่ 327....ทั้งน่ารักทั้งสวย...มีเสน่ห์ ..ฤทธิ์เดชสุดยอดเพราะถูกบับให้หมั้น....แต่พระเอกไม่โกรธเพราะเคยเห็นรูปนางเอกที่ค้นหาอะไร ในตุ้เสื้อผ้าแล้วอัลบั้มรูปนางเอกหล่นลงมา...เห็นรูปนางเอกน่ารักกกก...ถ้าจำไม่ผิดก็ถ่ายกับเจ้าจอห์นนี่สุนัขตัวโปรด...

http://www.youtube.com/watch?v=kHpT7GwgQao&feature=related


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:35 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 330
ลองอ่านดูนะคะ...แดงชอบอ่าน..อ่านพบก็มาแบ่งปัน....ถึงตอนนี้อาจจะเป็นเหมือนเรื่องไกลตัว...แต่จริง ๆ แล้วเราพบเห็นกกนี้อยู่เสมอ ๆ เช่นที่หหนังฝรั่ง หนังและดาราเกากลี ดูดทั้งคนดูและตังค์ไปจากกระเป๋าชาวไทยได้อย่างไม่มีใครเสียดาย...นั่นหละค่ะ...ถ้าเราไม่รูเลยก็รายละเอียดหรือวิธีการก็...แหม... คนอ่านพบก็จะละเลยเรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่วิสัยที่ดีเลย....อ่านเจอเท่านั้นค่ะ...บอกเล่าลูกหลานต่อได้ด้วย....คัดมาไม่ประโยค...เพราะว่าเป็นของฝรั่งเค้า...ไม่ใช่แนวพุทธแต่ว่าดีมากทีเดียว

******


คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...







เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์
******************


แจ๊ค แคนฟีลด์

เราไม่มีหน้าที่ต้องรู้ว่าอะไรต่าง ๆ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
วิธีการจะปรากฏให้เราเห็นเองจากความเชื่อและยึดมั่นในสิ่งนั้น


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:49 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 331
ใช้เป็นความรู้ในการดูหนังและทำงานและอื่น ๆ ได้ด้วยนะคะ....เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับเราค่ะ...ความรู้ทุกอย่างมีอยุ่ในโลกให้ได้เรียนรู้เสมอๆ ...


*************
คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...







เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์


***************

ไมค์ ดูลีย์

วิธีการ เป็นเรื่องของจักวาล จักรวาลรู้ดีว่าวีธีไหนคือทางลัดที่สุด เร็วที่สุด สอดคล้องกลมกลืนที่สุด ที่จะพาคุณไปสู่ฝันของคุณ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:54 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 332
คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

ดร.จอห์น ดีมาร์ตินี

ที่เราพูดว่าขาดนั่นขาดนี่ ก็เพราะเราไม่เปิดวิสัยทัศน์และมองสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเรา



**************
ความหมายของวิสัยทัศน์(จากคนละที่กับหนังสือนะคะ...)

วิสัยทัศน์ คือ อะไร


เขียนโดย ดร . เสรี พงศ์พิศ
Thursday, 17 March 2005
วิสัยทัศน์เป็นภาพฝันที่วาดไว้เพื่อไปให้ถึง วิสัยทัศน์ที่ดีมีพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คน

วิสัยทัศน์ที่ดีให้พลังทางสังคมสูง เพราะเป็นพลังแห่งจินตนาการ และถ้า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้" อย่างไอน์สไตน์ว่าไว้ วิสัยทัศน์ย่อมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ดี เส้นแบ่งระหว่างจินตนาการที่มีฐานบนความเป็นจริงกับฝันเฟื่องเรื่องโคมลอยอาจเหมือนอัจฉริยะกับบ้าก็เป็นได้ ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา เพราะคนที่เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นผีบ้าในอดีตหลายคนวันนี้กลายเป็นผีบุญไปก็มาก คิดถึงผู้นำด้านเกษตรผสมผสาน ด้านอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมสักสองสามคนดูก็ได้

คิดถึงบรรดานักปราชญ์ในอดีต หรือบรรดา "ประกาศก" (prophet) ก็เป็นเช่นนี้ ท่านเหล่านี้ล้วนแต่นำเสนอภาพฝัน อุดมคติอันสูงส่ง พร้อมกับแนวทางปฏิบัติเพื่อทำให้เป็นจริง ท่านเห็น "นิมิต" (vision) อันเดียวกับที่วันนี้เราเรียกกันว่าวิสัยทัศน์นั่นเอง
(มีคำอธิบายเพิ่มเติมและยาวๆ ในหนังสือ "ร้อยคำที่ควรรู้")

http://www.phongphit.com/index.php?option=com_content&task=view&id=45&Itemid=2

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:57 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 333
คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************


บ๊อบ ดอยล์

เวลาที่เรามุ่งคิดถึงแต่สิ่งผิดปรกติในร่างกายและอาการที่เกิดพวกเขากำลังตอกย้ำโรค การบำบัดจะไม่เกิดผล
จนกว่าจะยอมปรับความสนใจจากอาการป่วยไปเป็นการหายดี เพราะว่านี่คือกฎแห่งการดึงดูด

ขอให้ระลึกเสมอว่า ความคิดที่ไม่พึงปรารถนาทุกอย่างเป็นสิ่งเลวร้ายที่ถูกอัดเข้าไปในร่างกาย


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 22:59 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 334
คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************


ไมเคิล เบอร์นาด เบควิธ

บัดนี้ ความรู้สึกนั้น กับการมองเห็นจากภายในอย่างนั้น จะเริ่มเปิดช่องให้พลังจักรวาลเริ่มปฏิบัติการ
มันคือพลังอะไรผมบอกไม่ถูก ผมรู้แต่ว่า มันมีอยู่จริง


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 23:00 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 335



การีน่าเซ็กซี่....

อันนี้ไม่ใช่หนังเรื่องที่เล่าความคิดเห็นที่ 200 .. 327...นะคะ...คัดหาการแสดงที่หลากหลายขของนางเอกในดวงใจมาค่ะ....
http://www.youtube.com/watch?v=kitv-G88cBs&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 23:09 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 336
ตอนนี้ผมอ่านที่พี่แดงและพี่แว่นเขียน บ่ได้แล้วล่ะครับ...เพราะเมื่อวันศุกร์ผทเกือบหมดสติล้มลงที่ปากซอยบ้าน ก็พยายามประคองตัวไปจนถึงร้าน เซเว่นแล้วกะว่าจะนั่งข้างๆร้านเขา แต่เห็นท่าจะทำให้คนแตกตื่น จึงเขยีบไปอีกร้านข้างๆ เป็นร้ายซ่อมแอร์รถ ที่เพิ่งใช้บริการเขามาเดือนที่แล้ว...พอเข้าไปถึงก็บอกเขาว่าผมขอนั่งหน่อยนะครับ เพราะผมจะเป็นลมล้มลงกับพื้น......เขาก็รีบให้นั่งแล้วเอาน้ำอุ่นมาให้ดื่ม...และตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ผมก็ตาลาย และตึงหัวจัดเวลาอ่านหนั่งสือ หรือใช้สายตามากๆ...อย่างนี้เรียกว่าอาการหนักเอาการครับ..ต้องพักนานเอาเรื่อง.....แงแง..ไม่น่าเลยยยฮือฮือฮือ...เขียนได้อ่านมะได้...

จาก: อาบัง
วันที่: 09/02/52 - 23:14 น.
IP Address: 202.5.84.xx
ความคิดเห็นที่ 337



เห็นอาบังแวะมา...เพราะว่าพี่แดงเปิดสองไว้หน้า...ตอนนี้ยังไม่เห็นข้อความอาบังค่ะ...พี่แดงลงงเพลงก่อนนิดนึง...

คงเป็นหนังใหม่นะคะ...ดูพระเอกชาฮ์รุก ข่าน และนางเอกการีน่า กาปู..ชอบดูทั้งสองท่านเวลาแสดงด้วยกัน...จะให้ความรู้สึกที่ต่างจากที่เค้าแสดงกับนางเอกท่านอื่นค่ะ...แสดงกับการีน่า เค้าจะเซ็กซี่สดใส ดูอบอุ่นไว้วางใจในตัวการีน่าค่ะ...เซ็กซี่ได้เท่าการีน่าทีเดียวเลย...เหมือนดังมีการีน่าอยู่ในตัวเค้าอีกที...ปกติเราจะเห็นคนที่เห็นใครสวย ๆ จะตลึงมอง ลืมตัวประมาณนั้น หรือว่าแอบมอง...แต่เวลาชาฮ์รุก ข่าน แสดงกับการีน่า ไม่ใช่อาการแบบนั้นค่ะ..เป็นอาการประสานใจ..ทำให้หนังมีเสน่ห์มาก...(นางเอกอีกท่านคืออิสวาราย่า ราย ประสานใจกับพระเอกชาฮ์รุกข่านได้ แต่คนละอาการกับนางเอกการีน่า...)

http://www.youtube.com/watch?v=PC0n5r_eUwU

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 23:30 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 338
น่าเป็นห่วงจังเลยค่ะอาบัง..รักษาสุขภาพดี ๆ นะคะ...ร้านนั้นเค้ามีน้ำใจน่าชื่นชมมากนะคะอาบังหาน้ำอุ่นมาให้ดื่มด้วย....ไปหาหมอก็จะดีมากเลย...จะได้สบายใจไร้กังวลด้วย...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 09/02/52 - 23:35 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 339
ผมเคยดูหนังอินเดียในอดีต ได้แก่ เรื่อง พอจะจำได้
คนเหมือนกัน(ราเยส)2514/โรตี(ราเยส)/นางเอกร้องเพลง
ซาโยนาระ จำชื่อเรืองไม่ได้ครับ(2517)/สามพีน้อง นำ ทราแมนเดอร์
รู้จักคนเดียว(2515)/ช้างเพือนแก้ว นำ ราเยส(2516)ปัจจุบันยังมี
จำหน่าย VCDครับ แต่ก่อนผมเคยดูครับ และเรื่องอื่นๆจำไม่ได้แล้ว
ครับ จำได้แค่นี้ มาเล่าสู่กันฟังครับ จำพระเอก-นางเอกในอดีตได้แก่
ราเยส/ ชาชิ การ์ปูร/จีเทนดร้า/สัณชัย/ซีนาท อามาน/มาโนช กุมาร
ซัยยิป กุมาร/ทราแมนเดอร์/เฮมา มาลินี/อมิตาป บัจจัน/มุมตัส แค่นี้ครัีบ
เพิ่มนึกออก เรื่อง โซเล่ย นำ ทราแมนเดอร์/อมิตาป ปัจจัน(2521) เมื่อ
ก่อนเคยดูครับ


จาก: แว่น(หนังอินเดียในอดีต)
วันที่: 10/02/52 - 10:02 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 340
โซเล่...โรตี...นางเอกร้องเพลง
ซาโยนาระ ...สามพีน้อง ...ช้างเพือนแก้ว ..มีสองภาคค่ะ..แดงได้ดูที่เป็นวีซีดี...

ที่ได้ดูหนังเก่าเพราะว่าหนังใหม่หมดขายค่ะ...คราวนี้ หนังอินเดียรุ่นไหนถ้าเห็นแดงก็ต้อองซื้อ..ซื้แล้วก็แปลกใจว่าความหมายใจความนั้นมั่นคงในแนวเดียวกัน...แต่ต่างยุคต่างสมัยต่างเทคดนโลยี...แม้แต่หนังเทพเช่นพระสิวะ รามเกียรติ์แดงไม่คิดว่าตัวเองต้องดูนะคะ...ในที่สุดก็ได้ดูเพราะว่าคิดถึงหนังอินเดีย...ไม่ได้คิดถึงว่าติดหนังนะคะ...หนังเค้าเป็นภาพที่จับความรู้ที่ฝังลึกในตัวแดงออกมา เป็นเปราะ ๆ ....แล้วก็..สวยงามลึกซึ้งค่ะ....ชอบใจที่ได้ดูหนังทางอินเดียแล้วช่วยรื้อฟื้นความรู้ในตัวฯลฯ...ออกมาใช้ได้ลึกซึ้งมาก....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 10/02/52 - 19:56 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 341



จากเรื่องเดียวกับความคิดเห็นที่ 200...เมื่อนางเอก..ทำหน้าที่คู่หมั้น..กับคู้หหมั้นตัวจริง พระเอกอบิเชค ....ตั้งแต่ดูมาเพิ่งเคยเห็นบุคลิกแบบฉากนี้ในตัวการีน่า...สวยมาก...วยแบบที่หาได้ยากจากผู้หญิงคนไหนเท่านี้...แปลกมาก..ดาราอินเดียเค้าจะความสวยเฉพาะตัวที่จะเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ ตามการแสดง...แต่เป็นแบบฉบับที่เต็ม ๆ ในบทนั้น ๆ ...


และย้อนดู...
ความคิดเห็นที่ 200...จะเห็นนางเอกเศร้า..เสียงเพลงก็เศร้า..เพราะว่า...ทราบว่าคู่มั้นตัวจริงคืออีกคน...แต่ว่าตนเองก็รักคนที่ชื่อเหมือนคุ่หมั้น..ก่อนจะรักกันในเรื่องนั้นก็ทำความคุ้นเคยในฐานะคู่หมั้นตั้งหลายอย่างกว่าจะเห็นคุณงามความดีในตัวที่แสดงโดยพระเอกหริ๊กติ๊ก....พระเอกอบิเชคก็ไม่ทราบเรื่องราว....เพลงนางเอกเศร้า...พระเอกอบิเชคก็เล่นเปียโน..ไล่เสียงเพลงหวานสดใส...ดึงใจนางเอกกลับมา..นางเอกก็แปลกใจ..ตลึงสักพัก...แล้วมองเห็นว่าพระเอกอบิเชคเป็นอีกคนดีนะ..เพราะอ่านเสียงดนตรีเป็น..อืมมม..หนังอินเดีช่างคิดได้ถึงในระดับเสียงเพลง....ความเศร้าก็เก็บเอาไว้..เพระต้องทำหน้าที่ลูกที่ดี..และคู้หมั้นที่ดีต่อไป...


Bilkul Aap Jaisi Hoon...(Kareena & Abhishek

http://www.youtube.com/watch?v=ioWoQouccfE&feature=channel

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 10/02/52 - 20:26 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 342
ฉากนี้ก็น่ารักกกกก....จอห์นี่เลขาพระเอกอบิเชค และ และเจ้าจอนห์นี่สุนัขตัวโปรดของนางเอก...

Welcome Mr. Prem Kumar! (Kareena, Abhishek & Hrithik)

http://www.youtube.com/watch?v=mgY88I8oxdM&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 10/02/52 - 20:34 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 343



นางเอกการีน่าเรียนรู้ที่จะป็นคู่หมั้นตัวจริง..กับพระเอกอบิเชค...(ตอนที่เรียนรู้ที่จะเป็นคุ่หมั้นกับพระเอกหริ๊กติกก็จะต่างกัน....พระเอกหริ๊กติกจะสอนนางเอกแต่ชอบแบบเดียวกัน..เช่นการขี่ม้า ฯลน...แต่เรียนรู้กับพระเอกอบิเชคจะต่างกัน..ที่นางเอกจะคุ้นเคยเรื่องที่เคยเรียนรุ้กับพระเอกหริ๊กติก...ส่วนพระเอกอบเชคจะดูนางเอก..แต่ก็ดูว่ามีความสุขดี...เพราะพระเอกก็ดูรักนางเอกมาก..มีเสน่ห์แบบนี้หละ...ดาราเค้าไม่ว่าจะแสดงเป็นตัวเด่นหรือตัวรอง...เมื่อเล่นเรื่องเดียวกัน...คุณค่าจะยิ่งงดงามเป็นที่น่าจดจำ...เพราะว่า พระเอกนางเอกแต่ละท่านที่แสดงด้วยกันเค้าก็มีแฟน ๆที่ชื่นชอบเค้าพิเศษของแต่ละท่าน...หนังอินเดียเค้าจะไม่ทำให้ดาราของใครดูด้อยคุณค่า...แม้วาจะแสดงประกบกันแบบนี้...ที่ต้องมีคนนึงต้องสละความรัก...

Aur Mohabbat Hai (Kareena Kapoor & Abhishek Bachchan

http://www.youtube.com/watch?v=8uJaNSl9j-c&feature=channel

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 10/02/52 - 20:47 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 344
คุณแดง เก่งภาษาอังกฤษ มั๊ยครับ พูดได้แค่ไหน
ครับ


จาก: แว่น
วันที่: 11/02/52 - 13:04 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 345
พระเอก ซาฮ์ รุก ข่าน มีพี่น้องกี่คนครับ เป็นคนที่เท่าไหร่ครับ
การีน่า กาปูร์ แสดงกับพระเอก ซาอ์รุก ข่าน มีเรืองอะไรบ้าง
ครับผมจะได้ไปหามาชมครับ(คุณแดงทำให้ผมรู้จักดาราอินเดีย
รุ่นหลังมากขึ้นครับ)เอาหล่ะผมอยากทราบดาราอินเดียรุ่นหลัง
มีใครบ้างครับเป็นพระเอก/นางเอก/ผู้ร้าย ครับ


ขอบคุณครับ







จาก: แ่ว่น
วันที่: 11/02/52 - 15:04 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 346
แดงไม่เก่งภาษาอังกฤษค่ะ...คุณแว่น...ภาษาไทยก็ยังพิมพ์ผิด...เผลอ ๆ ภาษลาว(หมายถึงลาวจากเมืองลาวจริง ๆ นะคะ...แดงก็ต้องคิดทบทวนสักพักใหญ่ ๆ ว่าเค้าพูดถึงอะไรกันหนา...

เท่าที่แดงได้ดูนะคะ....ที่ไม่ได้ดูต้องตรวจดูในชื่อหนังอีกทีก่อน...

นานเอกการีน่าแสดงกับพระเอกชาฮ์รุก ข่าน..

ที่เป็นพระเอก นางเอกนะคะ...อโศก มหาราชเรื่อง Asoka..อโศกมหาราช ปี 2001


ทีแสดงด้วยกันในเรื่อง เรื่อง Kabhi Khushi Kabhie Gham ...ฟ้มิอาจกั้นรัก. ปี2001

เรื่อง Don ดอนนักฆ่าหน้าหยก

และ

เรื่องตามเพลงความคิดเห็นที่ 337....หนังใหม่ค่ะ ยังไม่เคยดู...

หนังอินเดียสมัยใหม่พระเอกก็เรื่อง ต่อ ๆ ก็เห็นแสดงเป็นผู้ร้าย ผู้ร้ายก็เรื่องต่อ ๆ ไปก็เป็นพระเอกได้ ....และไม่มีเสียหายว่าต้องแสดงบทนั้นตลอดไปด้วยนะคะ...เวลแสดงเป็นผู้ร้ายเราก็ดูตามเนื้อหนังแล้วเค้าสื่อได้บ่งบอกชัดเจนว่านี่คือความไม่ดีนะ...เป็นแบบที่รักดาราที่แสดง..ไม่เกลียดเค้านะคะ...แต่เข้าใจและคิดว่าตัวร้ายนั้นเหมาะสมและสมควรจริงกับบทลงโทษในหนัง....

ชื่อดาราใหม่ ๆ ที่แดงทราบก็ขอติดไว้ก่อนนะคะ...


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 11/02/52 - 18:02 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 347
พระเอกชาฮ์รุก ข่าน มีน้องสาวหนึ่งคน เค้าเป็นพี่คนโตค่ะ....


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 11/02/52 - 18:04 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 348
ความคิดเห็นที่ 200 และ...และ 343...ถ้าเล่าสลับการเดินเรื่องก็ขออภัยนะคะ..ดูนานแล้ววว..ถ้าเห็นหนังจะเก็บมาแก้ไขอีกที....


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 11/02/52 - 18:06 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 349
ในเวปฯนี้มีรายชื่อดาราใหม่ทางอินเดียค่ะ...ทั้งชาย - หญิง..ที่มีต่อท้าย ชื่อดารา ว่า 1 2 3 หมายถึงว่ามีเรื่องเล่าถึงรูปต่อเนื่องในดาราท่านนั้น ๆ ค่ะ

***ดารราหญิง...***

Aishwarya Rai Aishwarya 2

Amisha Patel Amisha Patel2

Amrita Arora

Amrita Rao

Antara Mali

Bhumika Chawla

Bipasha Basu Bipasha Basu 2

Celina Jaitley

Esha Deol

Garui Khan

Ishaa Koppikar

Juhi Chawla

Kajol Kajol 2

Kareena Kapoor Kareena 2

Karisma Kapoor Karisma_2

Katrina Kaif

Kim Sharma

Koena Mitra

Lara Dutta Lara Dutta-2

Madhuri Dixit Madhuri Dixit 2

Mahima Chaudhary

Malaika Arora

Mallika Sherawat

Manisha Koirala

mona chopra

Namrata Shirodkar

Nandita Das

Nigar Khan Nigar Khan 2

Neha Dhupia

Payal Rohatgi

Preeti_Jhangiani


Preity Zinta

Priyanka Chopra

Raima Sen

Rakhi Sawant

Rani Mukherjee Rani Mukerji

Raveena Tandon

Riya Sen Riya Sen 2

Sameera Reddy

Shilpa Shetty Shilpa Shetty 2

Soha Ali Khan

Sonali Bendre

Sonali Kulkarni


Sridevi

Suman Ranganathan

Sushmita Sen

Sussanne Roshan

Tabu

Tanisha Mukherjee

Tanushree Dutta

Twinkle Khanna

Urmila Matondkar

Vasundara Das


Yana Gupta

Celina Jaitley 2 Esha Deol 2

Malaika Arora 2 Mallika Sherawat 2


***ดาราชาย...***

Aamir_Khan

Abhishek_Bachchan

Aftab_Shivadasani

Ajay_Devgan

Akshay_Kumar


Akashaye_Khanna

Amitabh_Bachchan

Anil_Kapoor

Arjun_Rampal

Bobby_Deol


Dino_Morea

Fardeen_Khan

Govinda

Hrithik_Roshan

Jackie_Shorff


Jimmy_Shergill

John_Abraham

Saif_Ali_Khan

Salman_Khan

Sanjay_Dutt


Shaheed_Kapoor

SRK_1_Portraits SRK_2_Movies SRK_3_Candids

Sunil_Shetty


Sunny_Deol

Vivek_Oberoi - - -

http://www.bollywood501.com/profiles_galleries/slideshows.htm


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 11/02/52 - 22:29 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 350



ถ้าคุณแว่นมีโอกาสไล่ดูหนังพระเอกชาฮ์รุก ข่าน ..ก็จะเห็นเหมือนที่แดงเล่านะคะว่า...เค้าแสดงได้ทั้งพระเอกและผู้ร้าย...

และก็ท่านนี้อีกท่านที่หน้ายังกะโจร....แต่เป็นพระเอกได้นะคะ..เคยเห็นเค้าเป็พระเอก...และเค้แสดงหนังสงคราได้สุดยอดทีเดียว...
พระเอกสุนิล เซตตี้...ตอนนี้ก็เป็นผู้กำกับชื่อดังอีกท่านค่ะ...พระเอกผู้กำกับท่านี้นะคะที่..นางเอกสาวิกา ไชยเดช ได้ไปร่วมงานแสดงกับเคาที่อินเดีย....ชอบที่เค้าแสดงมาก ๆ ....พระเอกหน้าโจร...Sunil_Shetty ...แต่เวลาแสดงเป็นพระเอก อืมมม...อารมณ์เค้าอ่อนโยน เหลือเชื่อเลยย..

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 11/02/52 - 23:12 น.
IP Address: 125.26.244.xx
ความคิดเห็นที่ 351



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************
ความลับนี้คืออะไร


บ๊อบ พรอคเตอร์


คุณอาจกำลังนั่งงงว่า แล้วความลับที่ว่านี่คืออะไรล่ะ

แต่ผมขอเล่าให้ฟังก่อนดีกว่าว่า ผมไปเข้าถึงความลับนี้ได้อย่างไร
เราทุกคนล้วนมีชีวิตอยู่ด้วยพลังอำนาจอันไร้ขอบเขตชนิดหนึ่ง

เราล้วนชี้นำตัวเองด้วยกฎข้อเดียวกัน นั่นคือกฎธรรมชาติ

แห่งสากลจักวาลที่ชัดเจนแน่นอนเสียจนเราไม่ประสบปัญหายุ่งยากใด ๆ

ในการสร้างยานอวกาศ ส่งคนไปดวงจันทร์ ทั้งยังกำหนดเวลาที่ยานอวกาศร่อนลงจอดไได้โดยไม่ผิดพลาดแม้แต่เสี้ยววินาที

ไม่ว่าคุณจะอยู่แห่งหนใดในโลก อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สตอกโฮม ลอนดอน โทรอนโต มอนทรีออล หรือนิวยอร์ก ทุกคนล้วนดำรงอยู่ด้วยพลังอำนาจหนึ่งเดียว กฎข้อเดียวเท่านั้น คือ กฎแห่งการดึงดูด

ความลับก็คือกฎแห่งการดึงดูดนี่เอง
ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตคุณนั้น คุณเองเป็นผู้ดึงดูดเข้ามา

ที่คุณดูดสิ่งใด ๆ เข้ามาก็เพราะคุณมีมโนภาพเกี่ยวกับสิ่งนั้นอยู่ในใจ สิ่งที่คุณคิดสำคัญที่สุด อะไรก็ตามที่คุณกำลังคิด คุณก็กำลังดูดสิ่งนั้นให้เข้ามาหาคุณเองในที่สุด

ทุกสิ่งที่เราคิดคือสิ่งที่เป็นจริง เป็นพลังชนิดหนึ่ง

ครูผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคหลายท่านบอกเราว่า กฎแห่งการดึงดูดคือกฎที่ทรงอานุภาพที่สุดในสากลจักรวาล

กวีอย่างวิลเลี่ยม เชกสเปียร์ , โรเบิร์ต บราวนิง และวิลเลียม เบลค ได้นำเสนอกฎนี้ในบทกวี นักดนตรีอย่างลุดวิก ฟาน เบโธเฟน ได้แสดงถึงกฎนี้ผ่านเสียงดนตรี จิตรกรอย่างเลโอนาร์โด ดาวินซี พรรณนากฎนี้ลงไปในภาพวาด นักคิดผู้ยิ่งใหญ่อย่างโสกราตีส , เพลโต , ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน, พีธาโกรัส, เวอร์ฟรานซิส เบคอน, เซอร์ไอแซก นิวตัน , โยฮั วูล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ และวิคเตอร์ ฮูโก ต่างเขียนถึงสิ่งนี้ในข้อเขียนและคำสอนของตน บุคคลเหล่านี้ฝากชื่อไว้เป็นอมตะและตำนานชีวิตของพวกเขาังคงเล่าขานสืบต่อมานานนับศตวรรษ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/02/52 - 15:32 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 352





คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************
ศาสนาต่าง ๆ ทั้งฮินดู ลัทธิฤาษีชีไพร พุทธ ยิว คริสต์ อิสลาม ฯลฯ และนานาอารยธรรม เช่น บาบิโลน หรืออียิปต์โบรารณ

ต่างสืบทอดเผยแพร่กฎข้อนี้ผ่านจารึกคำสอนและตำนานต่าง ๆ กฎนี้ได้รับการบันทึกไว้ในทุกรูปแบบตลอดมาทุกยุคสมัย

เราจะพบกฏฏนี้ได้ในข้อเขียนโบรารณมาตลอดทุกศตวรรษ ทั้งยังมีจารึกบนแผ่นศิลาเมื่อ 3000 ปี ก่อนคริสกาล แม้จะมีคนบางคนเฝ้าปรารถนาจะได้ล่วงรู้ถึงกฎนี้อย่างจริงจังยิ่งนัก ทั้งที่กฎดังกล่าวนั้นปรากฏอยู่ให้ใคร ๆ ำได้ค้นพบมาโดยตลอด

กฎแห่งการดึงดูดถือกำเนิดขึ้น ณ จุดเริ่มต้นของกาลเวลา กฎนี้ดำรงอยู่มาโดยตลอดและดำรงอยู่ตลอดไป

กฎนี้แหละที่เป็นตัวกำหนดกฏเกณฑ์ทุกอย่างในจักรวาล ควบคุมชีวิตคุณทุกขณะจิต และจัดสรรทุกอย่างที่คุณประสบในชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน กฎแห่งการดึงดูดจะก่อร่างสร้างประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดทั้งมวลของคุณ

และกฎแห่งการดึงดูดที่ทรงอานุภาพมหาศาลนี้กำลังทำเช่นนั้นผ่านความรู้สึกนึกคิดของคุณ คุณคือผู้ที่ทำให้กฎนี้เป็นจริงด้วยการปฏิบัติ โดยคุณจะปฏิบัติด้วยการคิด

เมื่อปีค.ศ.1912 ชาร์ล ฮานเนล ได้อธิบายว่ากฎแห่การดึงดูดนี้คือ กฎเหล็กที่ยิ่งใหญ่ทรงความถูกต้องที่สุด ไม่มีวันเสื่อมคลาย และเป็นตัวกำหนดกระบวนการสร้างสรรค์ทั้งมวล

บ๊อบ พรอคเตอร์

บรรดาปราชญ์ผู้ทรงภูมิปัญญารู้กฎนี้มาโดยตลอด
เราสืบค้นย้อนหลังไปได้ถึงยุคบาบิโลนโบราณ พวกเขารู้กฎนี้
เสมอมา

พวกเขาเป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ได้รับเลือกให้รับรู้
มีบันทึกเอกสารหลักฐานมากมายเกี่ยวกับความรุ่งเรืองมั่งคั่งของชาวบาบิโลเนียโบราณ

ซึ่งเรารู้ว่าเป็นผู้สร้างหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก อันได้แก่ สวนลอย แห่งบาบิโลน

ด้วยความเข้าใจถึงกฏเกณฑ์ของจักวาลและสมารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง พวกเขาจึงเป็นกลุ่มอารยชนที่มีความสมบูรณ์พูนสุขที่สุดกลุ่มหนึ่งในประวัติศาสตร์




















จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/02/52 - 15:38 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 353



จากหนังเรื่องเดียวกันกับ คห.200 นะคะ...

ฉากประทับใจ..แห่งความรัก..ในหนัง...

Valentines Day! (Kareena Kapoor & Hrithik Roshan)

http://www.youtube.com/watch?v=eH9TGkQYWr4&feature=related



**********
และมีเพลงต่อจากแกนี้ด้วย...เป็นความรัของหนุ่มสาวที่งดงามากกก....ในเพลงนั้นให้ความรู้สึกว่า..กลัวพระเอกนางเอกทำให้ผู้ชมเสียใจ..เพราะความไกล้ชิด...ลุ้นพระเอกนางเอกว่าให้ผ่านเรื่องราวในวันแห่งความรักนี้ไปด้วยดีนะ....ทำได้ดีมากค่ะ...มีแกที่พ่อแม่เป็นห่วงลูกสาวด้วย...และย้อนฉากที่หนุ่มสาวตัดสินใจได้เยี่ยม...เดาไม่ถูกเลย....ดูตามเพลงอย่างเดียว หนังสร้างบรรยากาศแบบที่ไม่ให้คิดเลย..ให้จดจ่อใจตามความหมายในฉากอย่างเดียว...

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 14/02/52 - 22:18 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 354



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

บ๊อบ ดอยล์

คนเราส่วนใหญ่ดึงดูดอะไรต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ เราเพียงแต่นึกว่าตนเองไม่มีอำนาจควบคุมใด ๆ ความรู้สึกนึกคิดของเราเกิดขึ้นและดำเนินไปเองโดยอัตโนมัติ และดังนั้นทุกอย่างจึงเข้ามาหาเราโดยอัตโนมัติ ไม่มีมนุษย์หน้าไหนหรอกที่จงใจดึงดูดสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ ถ้าไม่ล่วงรู้ความลับนี้ ก็ง่ายที่จะเข้าใจว่าสิ่งไม่พึงปรารถนาเกิดขึ้นในชีวิตคุณหรือใครต่อใครได้อย่างไร ก็เพราะคุณไม่รู้และไม่เข้าใจพลังสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ของความคิดน่ะสิ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 15/02/52 - 10:12 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 355



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************



ดร.โจ วิเทล

ถ้านี่เป็นครั้งแรกที่คุณได้ฟังเรื่องนี้ คุณอาจรู้สึกว่า อ้าว งั้นฉันก็ต้องคอยตรวจสอบความคิดตัวเองตลอดเวลาน่ะสิ แบบนี้ฉันทำไม่ไหวแน่ ระยะแรกดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสนุกด้วย
ความสนุกในเรื่องนี้ก็คือ มีทางลัดไปสู่ความลับนี้หลายทาง และคุณจะต้องเลือกทางลัดที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด ลองอ่านต่อไปแล้วคุณจะรู้ว่าทำได้อย่างไร


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 15/02/52 - 10:15 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 356



การีน่าคนสวยยย...สวยยย..สดใส..แม้กระทั่งเสียงหัวเราะ....จากหนังเรื่องเดียวกันค่ะกับคห.200...พีธีกรในงานก็...เป็นคู่เดิมในงานวันแห่งความรัก..ความคิดเห็นที่ 353

Friendship's Day Party! (Kareena, Abhishek & Hrithik)

http://www.youtube.com/watch?v=81qfsdZ_xjY&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 15/02/52 - 10:51 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 357



WOW ! WOW ! ...ว๊าวววว.....

รสนิยมในการเสพศิลป์ โดยใช้การีน่าเป็นจุดดึงศูนย์กลางในการดึงดูดใจ.แล้วเคลื่อนมองธรรมชาติรอบตัวการีน่า...กลมกลืนกันทั้งคนและธรรมชาติ..การีน่าก็มีทุกอย่างในตัวสวยยย...ไล่ไปถึงควมน่ารักกก..ฯลฯ.....จนกระทั่งมากลมกลืนกันตรงคำว่าเท่ห์ละมังคะภาพสุดท้ายนั้น....สุดยอด..น่าศึกษาแนวคิดของทางอินเดียเค้ามากเลย...ไม่หยุดนิ่งค่ะ...พัฒนาไปได้เรื่อย ๆ แต่ยังเก็บเสน่ห์ไว้ได้และเพิ่มขึ้นเสมอ ๆ ...และยังความภาคภูมิใจไว้ในตัวดาราในดวงใจเราได้ด้วย...ชื่นชมค่ะ...


Kareena kapoor micro bikini in Tashan

http://www.youtube.com/watch?v=lErfUF7fHO0&NR=1

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 15/02/52 - 11:21 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 358



เห็นการีน่าความคิดเห็นที่ 357
..แล้วนึกถึงคำว่า...ในเดะซีเคร็ต...ดังที่จะนำมาลงข้างล่างนี้นะคะ..ข้อความของ ลิซา นิโคลส์..ว่า..

***หน้าที่ของคุณคือปล่อยตัวไปตามกระแสภายในของจักวาลและปลาบปลื้มดื่มด่ำกับสภาพในโลกที่ดำรงอยู่..***

การีน่าสื่อถ้อยคำนี้ได้เยี่ยมมาก ๆ ...ส่วนผู้ชมอย่างแดงก็แรก ๆ ก็มองธรรมชาติและค้นการีน่า...และก็ปลื้ม..เพราะพอใจสูงสุดกับดาราในดวงใจของเราที่ทำได้ในระดับนี้..และทางการสร้างฉากก็ให้เกียรติดาราของเค้าซึ่งเป็นนางเอกในดวงใจของเรา..อย่างหาที่ติไม่ได้... จากนั้นก็แกะรายละเอียดอื่น ๆ ในตัวดารา...และวิว..ฯ...
รวมถึงชื่นชมการทำหนังของเค้าจากผลงานที่สะท้อนความคิดและสิ่ง ๆ ....


คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

ลิซา นิโคลส์

การเลี่ยนโลกไม่ใช่หน้าที่ของคุณหรือคนที่อยู่รอบ ๆ คุณ
หน้าที่ของคุณคือปล่อยตัวไปตามกระแสภายในของจักวาลและปลาบปลื้มดื่มด่ำกับสภาพในโลกที่ดำรงอยู่
คุณคือเจ้าชีวิตของคุณเอง โดยมีจักรวาลคอยสนองรับคำบัญชาของคุณทุกเรื่องอย่ามัวตะลึงงันกับภาพที่ปรากฏถ้านั่นยังไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ จงรับผิดชอบต่อสิ่งนั้น ทำความเข้าใจเท่าที่จะสามารถทำได้ แล้วปล่อยวางเสีย จากนั้นก็จงคิดใหม่คิดถึงสิ่งที่คุณต้องการ รู้สึกถึงสิ่งนั้น และสำนึกรู้คุณที่ทำสำเร็จ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 15/02/52 - 12:11 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 359

ความคิดเห็นที่ 358...แก้ไข...การเลี่ยนโลก..เป็น...การเปลี่ยนโลก..นะคะ

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 15/02/52 - 12:36 น.
IP Address: 125.26.243.xx
ความคิดเห็นที่ 360



การีน่าแสดงหนังกับคู่รัก...พระเอก เซฟ อาลี ข่าน(ลูกชายนางเอกซามิลา ตากอ..)..หนังใหม่ยังไม่แปลไทย..มีพระเอกดังเยอะเลย..เท่าที่เปิดเห็นในเพลงก็พระเอกอานิล กาปู พระเอกอัคเช่ กุมาร พระเอกเชฟ อาลี ข่าน....

อืมมม..เท่าที่ดูหนังที่พระเอกเซฟอาลีข่านแสดง...เพิ่งเคยเห็นว่าเค้าดูอ่อนโยนกว่าที่เคยเป็นมาก ๆ นุ่ม ๆ ...ไม่หล่อค่ะ....แต่ว่า...เค้าแสดงกับคู่รักตัวจริงในเรื่องนี้แล้วเค้าหล่อมาก..เพราะว่าดวงใจดูอ่อนโยนมาก ๆ แปลกจริง ๆ ความรัก...การีน่า ก็ดูต่างจากที่แสดงกับพระเอกท่านอื่นทีเดียว....สวยลึกซึ้งได้ราวกับ...นางพญาละมังคะ...

เรื่อง TASHAN..(เรื่องเดียวกับความคิดเห็นที่ 357...)


http://www.youtube.com/watch?v=BampUiO8xlY&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 6:46 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 361



ดูตัวอย่างหนังนิดนึง TASHAN

Tashan - Theatrical Trailer [Saavn.com]
http://www.youtube.com/watch?v=EG3Z4w5JAUo&feature=related

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 6:53 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 362



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

มาร์ซี ชิมฟฟ์

นักเขียน นักพูดระดับนานาชาติและผู้นำกระบวนการเปลี่ยนชีวิต

เป็นไปไม่ได้ที่เราจะตรวจสอบทุกกระผีกความคิดของตัวเอง นักวิจัยบอกว่า คนเราคิดได้วันละประมาณหกหมื่นเรื่อง คุณพอจะนึกภาพออกไหมว่าการพยายามควบคุมความคิดทั้งหกหมื่นเรื่องนั้นมันเป็นงานที่หนักหนาสาหัสเพียงใด แต่โชคดีที่มีวิธีง่ายกว่านั้น นั่นคือใช้ความรู้สึก ความรู้สึกจะบอกเราว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่

บทบาทของความรู้สึกนั้นสำคัญยิ่ง ความรู้สึกของคุณคือเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพที่สุดที่จะช่วยคุณสร้างชีวิต ส่วนความคิดนั้นคือปฐมเหตุของทุกอย่าง สิ่งอื่นใดทั้งปวงที่คุณประสบพบพานในโลกนี้คือผล รวมทั้งความรู้สึกของคุณด้วย ทุก ๆ อย่างมีต้นตอบ่อเกิดอยู่ที่ความคิดของคุณเสมอ


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 6:57 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 363



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

บ๊อบ ดอยล์

อารมณ์คือของขวัญล้ำค่าที่บอกให้รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไร

ความรู้สึกจะบอกคุณอย่างรวดเร็วยิ่งว่าคุณกำลังคิดอะไร ลองนึกถึงตอนที่จู่ ๆ คุณก็รู้สึกใจหายวาบ อย่างเวลาที่ได้ยินข่าวร้าย ความรู้สึกปั่นป่วนมวนท้องจะเกิดขึ้นในทันใด นี่ไงล่ะ ความรู้สึกของคุณจะเป็นสัญญาณบอกคุณทันควันว่าคุณกำลังคิดอะไร

คุณจะต้องรู้ตัวว่ารู้สึกอย่างไร และปรับตัวให้เข้ากับความรู้สึกนั้น ๆ ก็เพราะว่านั่นเป็นวิธีอันรวดเร็วที่สุดที่จะรู้ว่าตัวคุณเองกำลังคิดอะไร


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 7:00 น.
IP Address: 125.26.240.xx
ความคิดเห็นที่ 364



ลองอ่านประเด็นนี้ก็ได้คำตอบชัดเจนค่ะ..ว่า..ทำไมหนังอินเดียทุกเรื่องต้องมีพื้นอารมณ์หนังคือความรัก..รักสิ่งต่าง.เช่นรักครอบครัว..รักชาติ ..รักศาสนา ฯลฯ...

คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

ความรัก อารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เจมส์ เรย์

นักปรัญา อาจารย์ นักเขียน ผู้ก่อตั้งโครงการแห่งความรุ่งโรจน์และศักยภาพมนุษย์


หลักการเรื่องความรู้สึกดี ๆ ใช้ได้กับคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงเป็นอาทิ สัตว์เลี้ยงนั้นวิเศษนัก เพราะมันทำให้คุณอารมณ์ดี และเมื่อคุณรู้สึกถึงความรักที่คุณมีต่อสัตว์เลี้ยง ภาวะอันยิ่งใหญ่แห่งอารมณ์รักจะช่วยนำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตคุณ นั่นคือของขวัญชิ้นเอกเลยละ

ส่วนผสมระหว่างความคิดกับความรักนี่เองที่สร้างพลังอันสุดต้านทานของกฎแรงดึงดูด

ไม่มีพลังใดในจักรวาลยิ่งใหญ่ไปกว่าพลังรัก ความรู้สึกรักคือคลื่นความถี่สูงสุดที่คุณจะสามารถส่งออกไปได้ หากคุณร้อยรัดมัดห่อกระแสความคิดทุกอย่างได้ด้วยสายใยรัก หากคุณรักทุกสิ่งทุกอย่างและรักทุกคนได้ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป
อันที่จริงนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตหลายท่านได้บรรยายถึงกฎแห่งการดึงดูด โดยเรียกกฎนี้ว่ากฎแห่งความรัก ถ้าคุณลองใคร่ครวญดูก็จะเข้าใจว่าทำไม

ลองนึกดูสิถ้าคุณคิดถึงใครสักคนในแง่ร้าย ตัวคุณเองนั่นแหละที่จะต้องประสบกับความคิดร้าย ๆ นั้นที่กลายเป็นจริงขึ้นมา คุณทำร้ายใครด้วยการคิดร้ายไม่ได้หรอก คุณทำร้ายได้ก็แต่ตัวคุณเองเท่านั้น แล้วถ้าคุณคิดด้วยความรัก ลองเดาซิว่าใครล่ะที่จะได้รับผลดีจากความคิดนั้น ก็ตัวคุณนั่นแหละ เพราะฉะนั้น ถ้าสภาวะอารมณ์ของคุณมีความรักเป็นที่ตั้ง กฎแห่งการดึงดูดหรือกฎแห่งความรักก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยพลังที่มีอานุภาพสูงสุด เนื่องจากคุณอยู่ในคลื่นความถี่ระดับสูงสุด ยิ่งคุณรู้สึกรักและส่งคลื่นออกไปมากเท่าใด พลังที่คุณได้ไว้ในมือก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

หลักการซึ่งทำให้ความคิดมีพลังขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กับสิ่งที่คิดนั้นเท่ากับการกำหนดควบคุมประสบการณ์ร้าย ๆ ทั้งหลายในชีวิตมนุษย์ ก็คือ กฎแห่งการดึงดูด หรืออีกนัยหนึ่งคือ ความรัก นั่นเอง นี่คือหลักการพื้นฐานอันยั่งยืนถาวรของทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกระบบปรัชญาความคิด ทุกศาสนา และทุกศาสตร์สาขา ไม่มีสิ่งใดรอดพ้นจากกฎแห่งความรัก ความรู้สึกคือสิ่งที่สร้างพลังชีวิตให้กับความคิด ความรู้สึกคือความปรารถนา และความปรารถนาก็คือความรัก ไม่มีสิ่งใดสมารถพิชิตความคิดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักได้


***
(ในหนังสือเดอะท็อปซีเคร็ต..ของท่านอาจารย์ทันตแพทย์สม สุจิรา..จะพูดถึงประเด็นคล้ายกันนี้และเพิ่มเติม..ประมาณว่า..การอธิษฐานจิตปารถนาสิ่ง ๆ เหล่านั้น..ก็...เพื่อทนุบำรุงพุทธศาสนา..จะมั่นคงในวิถีชาวพุทธ..เพราะว่าชาติต่อๆ ไปก็สามารถจำได้..ประมาณนั้นค่ะ...แล้วจะนำมาลงเทียบกัน....)


จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 12:47 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 365



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

เจมส์ เรย์

ผมพบเห็นผู้คนมากมายที่มีเงินทองล้นเหลือ แต่ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างแย่ลงทุกที นั่นไม่ใช่หลักประกันว่าคุณจะมีความสมบูรณ์พูนสุข นี่ผมไม่ได้บอกว่าเงินไม่ใช่องค์ประกอบของความสมบูรณ์พูนสุขนะ เงินน่ะใช่อย่างยิ่งเลยที่เดียว แต่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

ในอีกด้านหนึ่ง ผมก็ได้เจอคนจำนวนมากที่เชื่อเรื่อง จิตวิญญาณ แต่กลับต้องระมอยู่กับความยากไร้เจ็บป่วยตลอดเวลา แบบนี้ก็ไม่ใช่ความสมบูรณ์พูนสุขเช่นกัน ชีวิตคนเราควรต้องมีพร้อม ในทุก ๆ ด้าน

ถ้าคุณถูกปลูกฝังมาแต่เล็กแต่น้อยให้เชื่อว่าความร่ำรวยไม่เกี่ยวอะไรเลยกับจิตวิญญาณฉันขอแนะนำอย่างยิ่งให้คุณลองอ่านหนังสือชุด มหาเศรษฐีในพระคัมภีร์ไบเบิล (The Millionaires of the Bible Series ) ที่เขียนโดยแคเธอรีน พอนเดอร์ ในหนังสือดีชุดนี้ คุณจะพบว่าอับราฮัม ,ไอแซก ,จาค็อบ ,โยเซฟ,โมเสส และพระเยซู มิได้เป็นเพียงครูผู้สอนสั่งเรื่องความมั่งคั่งเท่านั้น หากยังเป็นมหาเศรษฐีผู้ใช้ชีวิตอย่างรุ่มรวยที่แม้กระทั่งมหาเศรษฐียุคนี้หลายคนก็ยังนึกไม่ถึง

คุณคือผู้สืบทอดอาณาจักรของพระเจ้า คุณมีสิทธิโดยกำเนิดที่จะครองความมั่งคั่งรุ่งเรือง และในมือคุณมีกุญแจที่จะไขไปสู่ความสบูรณ์พูนสุขยิ่ง ๆ ขึ้นในทุก ๆ ด้านของชีวิตเท่าที่คุจะนึกได้ คุณสมควรได้รับสิ่งดี ๆ ทุก ๆ อย่างที่ต้องการ และจักรวาลจะมอบสิ่งดี ๆ ทุกอย่างที่คุณต้องการให้คุณ แต่คุณต้องเรียกหาสิ่งเหล่านั้นเข้ามาสู่ชีวิตคุณ บัดนี้คุณรู้ความลับนี้แล้ว คุณมีกุญแจอยู่ในมือแล้ว กุญแจดอกนี้คือความรู้สึกนึกคิดของคุณ ซึ่งคุณถืออยู่ในมือมาตลอดชีวิตนั่นเอง




จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 12:52 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 366



คราวนี้ลองสัมผัสจากหนังสือทางฝรั่งบ้างนะคะ.เดอะซีเคร็ต..(คนละเล่มกันกับ เดอะท็อปซีเคร็ต ของทานอาจาย์ทันแพทย์สม สุจีรา...แต่เกี่ยวเนื่องกันเพราะทางสำนักพิมพ์ปรึกษาทางท่านอาจารย์ว่า..หนังสือทางฝรั่งนั้นดีมาก ๆ แต่วิธีการยังมองไม่เห็นชัดเจน..เพราะฝรั่งไม่เข้าใจทางด้านวิปัสสนาเหมือนชาวพุทธ...จึงเกิดหนังสือ เดอะท็อปซีเคร็ต...) ...เดอะซีเคร็ตมีเป็นภาพยนตร์ด้วย ตามที่อ่านแต่ยังไม่ได้ลองค้นดูที่เนหนัง...


เดอะซีเคร็ต
รอนด้า เบิร์น :เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา: แปล
สัานักพิมพ์อัมรินทร์

*************

มาร์ซี ชิมอฟฟ์

คนจำนวนมากในวัฒนธรรมตะวันตกต่อสู้ดิ้นรนเพื่อประสบความสำเร็จ พวกเขาอยากได้บ้านหรู ๆ กิจการที่รุ่งเรืองก้าวหน้า พวกเขาต้องการวัตถุนอกกายเหล่านี้ทั้งหมด แต่ผลการวิจัยของเราชี้ว่า การได้ครอบครองวัตถุนอกกายเหล่านี้ไม่ได้รับประกันเสมอไปว่าเราจะได้สิ่งที่ต้องการจริง ๆนั่นคือความสุข ดังนั้นที่เราไขว่คว้าหาวัตถุเงินทองของนอกกายเหล่านี้ก็เพราะเราคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความสุขในชีวิต แต่นั่นเป็นวิธีคิดแบบย้อนหลัง คุณต้องตั้งต้นด้วยการมองหาความปิติจากภายใน ความสงบภายใน และวิสัยทัศน์ภายในก่อน สิ่งภายนอกทั้งหลายจึงจะปรากฏขึ้นได้

ทุกสิ่งที่คุณต้องการคือภารกิจของใจคุณเอง โลกภายนอกเป็นเพียงโลกแห่งผลลัพธ์เป็นผลลัพธ์จากความรู้สึกนึกคิดของคุณ จงปรับความคิดและคลื่นความถี่ของคุณไปที่ความสุข ส่งกระจายความสุขใจยินดีจากข้างในตัวคุณออกไปในห้วงจักรวาลอย่างเต็มพลัง แล้วคุณจะได้พบกับสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง



จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 16:38 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 367



ฟังเพลงเดียวกับภาพความคิดเห็นที่ 357....จากหนังใหม่เรื่องTashan....นางเอกการีน่า กาปู....น่ารักกกก...แม้แต่คนอายุมาก ๆ ดูเธอแบบนี้ก็ทึ่งนะคะ...เป็นอะไร ๆ ที่กลมกลืนกับทุกเพศทุกวัยค่ะ..นางเอกหนังอินเดีย...สวยยยย...ชวนมองไม่รู้เบื่อ....


Tashan (Full Song) Chhaliya Chhaliya bikini dance of kareena kapoor

http://www.youtube.com/watch?v=QAsa3g28U90

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 16:43 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 368
เก็บข้อความของพี่ติ๋ม และน้องแพ...รายงานข่าว " ดาวดิน " ราชาหนังไทย กำลังกลับมา.

เก็บมาฝากพี่อิทและทุก ๆ ท่านที่แวะมาเยี่ยมชมกระทู้หนังอินเดีย...เมื่อวานแวะไปกระทู้ดาวดิน..ได้ฟังค่ะ....

เป็นรายการวิทยุค่ะคุณพักรบพูดออกรายการและที่พิเศษมาก ๆ ...มีเสียงคุณเพชราด้วยค่ะ...เสียงน่าฟังค่ะ..ฟังแล้วชื่นใจจังงง...คุณเพชราและทุกท่านเล่าถึงคุณมิตร

http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3190&page=1&keyword=

ความคิดเห็นที่ 251
ขอบคุณคุณอ๊อด และหนูแพที่ช่วยส่งข่าวแทนเพราะช่วงนี้ติ๋มเข้ามาไม่ได้เลยค่ะ ขอบคุณคุณพัชรินทร์มากค่ะที่ถ่ายทอดบรรยากาศของรายการให้เพื่อนๆทราบ รายการนี้ชื่อ ชั่วโมงนักอ่าน ติดตามฟังได้ตลอดนะคะ และฟังย้อนหลังได้หนึ่งเดือนค่ะ เพิ่งกลับจากอยู่เวรที่สถานีมาถึงจึงลองเสี่ยงเข้ามาคุยค่ะ

จาก: ติ๋ม พนอ ธรรมเนียมอินทร์
วันที่: 15/02/52 - 21:31 น.
IP Address: 61.91.163.xx

ความคิดเห็นที่ 253
เชียงใหม่รับสัญญาณไม่ได้ค่ะ
แต่วันนี้เข้าเว็ปฟังย้อนหลังแล้วค่ะ
ใครที่พลาด....ฟัง
เข้าไปฟังย้อนหลังได้ที่
www.moeradiothai.net
คลิกฟังรายการย้อนหลัง...
วันที่15 กุมภาพันธ์ 2552
รายการชั่วโมงนักอ่าน...

จาก: หนูแพ
วันที่: 16/02/52 - 16:32 น.
IP Address: 118.175.234.xx

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 16/02/52 - 18:33 น.
IP Address: 125.26.245.xx
ความคิดเห็นที่ 369
ราเยส คานนา ตอนนี้ยังแสดงหนังอยู่หรือเปล่าครับ
ถ้าไม่แสดงหนังแล้วทำอะไรอยู่ครับแล้วมุมตัสหล่ะครับ
(ถ้าถามแล้วผมขออภัยด้วยครับ)


จาก: แว่น
วันที่: 20/02/52 - 12:56 น.
IP Address: 203.156.10.xx
ความคิดเห็นที่ 370
สวัสดฮับบ..แหม๋ ผมอาการโคม่าเลยครับพี่แดง...ลงหน้ามืดเป็นลมบ่อยนี่ก็แสดงว่าอันตรายแล้วครับ....ตอนนี้พักฟื้นมาได้หน่อยนึงค่อยดีขึ้นหน่อยแล้วครับ.......
มาอีกทีกระทู้ไปไกลเลย..(ไปไกลจริงๆ กว่าจะหาเจอ).......
หนังที่แสดงโดยเด็กชาวอินเดีย สลัมด็อก...หวังว่าคงได้ดูเร็วๆนี้ อุตส่าห์กวาดรางวัลออสการ์มา ..ถ้าไม่ดูก็ไม่รู้จะพูดยังไงซะแล่ววววว

จาก: อาบัง
วันที่: 27/02/52 - 15:40 น.
IP Address: 202.57.173.xx
ความคิดเห็นที่ 371
เมื่อซักครู่เห็นกระทู้หนังอินเดีย (อันเก่า) มีคุณมีนา กุมารี.มาแสดงความคิดเห็นไว้..หากเข้ามาอ่านจเจอก็สวัสดีและยินดีต้อนรับนะครับ...ให้แวะเข้ามาที่กระทู้อันนี้นะครับ.เพราะอันเดิมที่เขียนไว้เป็นอันเก่าคงไม่ได้ไปแสดงความคิดเห็นตรงนั้นแล้วครับ.......
ตอนนี้อยากได้ข่าวคราวของดาราอินเดียหน้าใหม่ๆบ้างครับ...คงต้องเข้าไปหาข้อมูลซักหน่อย.....ส่วนดาราอินเดียเก่าๆ ก็คงต้องรอคุณพี่อิท เข้ามาอัพเดทให้เรื่อยๆนะครับ.....
....
ตอนนี้ผมชักเริ่มสงสัยและอยากศึกษาซธแล้วว่า ทำไมหนังอินเดียถึงได้สร้างให้คนดู.ดูแล้วถึงบทเศร้าก็เสร้าซะจนคนดูร้องไห้ไปเลย..นี่แสดงว่าเขาสร้างให้ผู้ชมได้รับการถ่ายทอดเนื้อหาและอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะครับเนี่ย....ของฝรั่งผมดูยังไม่เท่าไหร่ ของจีนก็มีพอควร....ยังไงก็คงรอให้พี่แดงเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยอีกคน เพราะพี่แดงจะชำนาญการศึกษามากกว่าผมนะครับ.......

จาก: อาบัง
วันที่: 28/02/52 - 21:21 น.
IP Address: 202.57.175.xx
ความคิดเห็นที่ 372
เปิดกระทู้ภาค 9
http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=5151

ตามนี้นะคะ..อาบัง..คุณแว่น.....

พี่แดงดีใจที่อาบังหายแล้ว....อายุมากแล้วมีทุกอาการ่ะ...แป่ววว..เห็นมั๊ยยย..พี่แดงได้ทีขี่แพะไล่อาบังแลวนา...ตู่ว่าอาบังกำลังจะ แฮ่มมม...แก่นิดดดด...นึงงง...เหมือนแดง....

จาก: พัชรินทร์
วันที่: 03/03/52 - 23:19 น.
IP Address: 125.26.241.xx
ความคิดเห็นที่ 373



ขอบคุณครับ ผมก้สนใจหนังอินเดียครับ ตอนนี้อินเดียโกอินเตอร์ไปนานแล้ว น่าจะลองหาข้อมูลหนังใหม่ ๆ มาอัพบ้างนะครับ อย่างข้อมูลของ Katrina Kaif ดาราหญิงในดวงใจผมเลยครับ

จาก: sawnoyzi
วันที่: 29/06/53 - 1:11 น.
IP Address: 222.123.176.xx
ความคิดเห็นที่ 374



ทุกคน ครับ ผมว่า มิสเตอร์บีน เป็นคนอินเดีย น่ะ ครับ ดูแล้ว หน้าตาเขา ไม่เหมือน ฝรั่ง เลย ผมว่าเขาเหมือน พวกแขก ปาทาน น่ะครับ

จาก: ศรีกฤษณะ รามจันทรา
วันที่: 04/07/53 - 11:57 น.
IP Address: 183.89.185.xx
ความคิดเห็นที่ 375
ผมนายแว่น ยังติดตามอ่านอยู่ครับ คุณแดงจ๋า

จาก: แว่น(หนังอินเดียในอดีต)
วันที่: 05/07/53 - 8:24 น.
IP Address: 124.122.74.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab