Search Latest Topics | Create New Topic  
"พ่อแห่งแผ่นดิน"


เพลง "พ่อแห่งแผ่นดิน"
เพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐

คำร้อง : ชาลี อินทรวิจิตร - อาจินต์ ปัญจพรรค์ - สุนทรียา ณ.เวียงกาญจน์ - สุรพล โทณะวณิก
ทำนอง : เรืออากาศตรี ศ.พิเศษ ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ - วิรัช อยู่ถาวร
พิมพ์ปฏิภาณ พึ่งธรรมจิตต์ - จิรวุฒิ กาญจนะผลิน


(หญิง) อัครศิลปิน กรองศาสตร์ กรองศิลป์ การดนตรี
ร้อยกรอง บทกวี ซึ้งกมล
ตราบฟากฟ้า ครึ้มฝน ต้นไม้ทุกต้น พลอยยินดี
รู้รักสามัคคีเพื่อพ่อแห่งไทย

(ชาย) เหล่าประชา คารวะ สดุดี
แผ่นดินนี้ มีสุข ด้วยองค์ พระทรงชัย
บรรดาชาติชน ชื่นชม สมใจ
ถวายบังคม เทิดไท้ ภูมิพลมหาราชา

(หญิง) ภักดีถวาย ดวงใจ ของไทยทั้งชาติ
มหาราช ปราดเปรื่อง เรื่องของกีฬา

(ชาย) ล้ำเลิศสื่อสาร พลังงานแทนแก้ปัญหา
ฝนหลวง ฟ้าห่วงชาวนา
ชาติไทย นับว่าโชคดี

(ชาย - หญิง) ทรงนำเศรษฐกิจพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวา
เป็นปรัชญา เกริกฟ้า ก้องปฐพี
ไทยทั้งผอง ภูมิใจ ไทยเป็นไทยจนวันนี้
เพราะองค์ภูมิพลที่ คุ้มครองไทย





จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:17 น.
หัวข้อที่: E367
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 1



ตามรอยพ่อ...."พ่อของแผ่นดิน"

ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง
จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันก็เกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร
บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่
ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน
แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง..................

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540




จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:21 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 2



"ความพอเพียง" หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดใด อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุล และพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่าง

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:24 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 3



เศรษฐกิจพอเพียง

การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:29 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 4



ประหยัดอดออม

ในการเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เราจะต้องคำนึงถึงความจำเป็น ความเหมาะสม คุณภาพของสินค้า รวมทั้งประโยชน์การใช้สอยเป็นเบื้องต้น ในการพิจารณาไม่ควรยึดติดกับยี่ห้อ ความทันสมัยของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนสินค้าที่ฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นก็ไม่ควรซื้อหา

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:34 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 5



ภูมิใจในอาชีพตนเอง

การประกอบอาชีพที่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นหนทางนำมาซึ่งความสุข ความสำเร็จในชีวิต และครอบครัว ดังนั้นแม้ว่าจะปรอบอาชีพอะไรก็ตาม ขอให้ทุกคนจงภูมิใจในอาชีพที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เมื่อสำนึกในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดแล้ว ชุมชนและสังคมของเราก็จะมีความสุขติดตามมา

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:38 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 6



สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง

ทุกคนที่อาศัยในชุมชนแต่ละท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือชุมชนของตนเองให้เข้มแข็งในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมได้ เช่าตลาดนัดชุมชน สหกรณ์ชุมชน หมู่บ้าน หรือตลาดน้ำ ซึ่งแต่ละคนจะนำผลผลิตของตนเองมาวางจำหน่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน โดยใช้พื้นฐานที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน และไม่ต้องผ่านมือพ่อค้าคนกลาง

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:45 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 7



จัดการผืนดินให้เกิดประโยชน์

ไม่ควรปล่อยให้ผืนแผ่นดินว่างเปล่า ควรศึกษาวิธีการปรับปรุงผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชผลทางการเกษตร เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรฐบริโภคตลอดทั้งปี ถ้าเหลือจากการบริโภคแล้ว สามารถนำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:47 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 8



พออยู่พอกิน

ควรสร้างผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการในครอบครัวเท่านั้น หากมีเหลือจากการบริโภคแล้ว จึงค่อยนำไปจำหน่าย เป็นรายได้เสริมให้ครอบครัว ซึ่งไม่ถึงกับร่ำรวย แต่ก็ไม่จน ไม่เป็นหนี้สิน พออยู่พอกิน นับเป็นชีวิตที่มีความสุข

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 5:52 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 9



รู้รักสามัคคี

ชาวนาในชนบทห่างไกลหลายจังหวัด ยังใช้วิธีลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งทำมาแต่ดั้งเดิม คือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกื้อกูลกัน มีความรักสมัครสมานสามัคคีต่อกัน ทำให้ไม่ต้องจ้างแรงงาน เสียทรัพย์สินเงินทอง พวกเขาเหล่านั้น จึงมีชีวิตที่มีความสุข พออยู่พอกินด้วยกันทุกคน

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:01 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 10



เทคโนโลยีท้องถิ่น

การที่เรารู้จักนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ โดยใช้ภูมิปัญญาและแนวคิดให้เหมาะสม ทำให้เกิดเทคโนโลยีท้องถิ่นช่วยให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับชีวิต และชุมชน ช่วยให้เกิดเครื่องมือในการทำงาน โดยไม่ต้องซื้อหาให้สิ้นเปลือง

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:03 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 11



ผลผลิตชุมชน

การนำผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคออกมาวางจำหน่าย นับเป็นการเสริมรายได้ให้กับครอบครัวทางหนึ่ง และยังเป็นการกระจายรายได้ หมุนเวียนในชนบทอีกด้วย นับเป็นวิธีการหนึ่งบนเส้นทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง มีชีวิตแบบพอมีพอกินและยั่งยืน


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:06 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 12



สร้างความสุขทางใจ

ควรสร้างความสุขทางจิตใจให้เกิดขึ้นสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องอาศัยวัตถุ เทคโนโลยีต่าง ๆ ตามสมัยนิยม ควรมีความพอใจในสิ่งมี่ตนเองมีอยู่ ความสุขทางใจสร้างได้ด้วยการให้และการช่วยเหลือสังคม โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:07 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 13



ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์

เมื่อมีเวลาว่างจาการทำงานแล้ว ควรใช้เวลานั้นให้เกิดประโยชน์ เช่น ผลิตเครื่องมือไว้ใช้เองในครัวเรือน โดยไม่ต้องซื้อหา ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ถ้าทำได้จำนวนมาก ๆ แล้วสามารถนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:11 น.
IP Address: 124.121.209.xx
ความคิดเห็นที่ 14



ครอบครัวอบอุ่น

ครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญทางสังคม แนวคิดทฤษฎีใหม่ จึงมุ่งเน้นให้เกษตรกรดำนินชีวิตที่พอเพียง พออยู่ พอกิน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันน้ำใจให้แก่กัน เพื่อชุมชนและสังคมที่ดี

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:12 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 15



ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

"เพลง...สดุดีมหาราชา"
คำร้อง : นายชาลี อินทรวิจิตร นายสุรัฐ พุกกะเวส
ทำนอง : นายสมาน กาญจนะผลิน

ขอเดชะองค์พระประมุขภูมิพล มิ่งขวัญ ปวงชนประชาชาติไทย
มหาราช ขัตติย ภูวไนย ดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงประชา
ขอเดชะองค์สมเด็จพระราชินี คู่บุญ บารมีจักรีเกริกฟ้า
องค์สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าขอสดุดี
อ่าองค์พระสยมบรมราชันขวัญหล้า เปล่งบุญญาสมสง่าบารมี
ผองข้าพระพุทธเจ้า น้อมเกล้าขออัญชุลี สดุดีมหาราชา สดุดีมหาราชินี


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:19 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 16



"เพลง...สรรเสริญพระบารมี"

คำร้อง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
ทำนอง : พระเจนดุริยางวงค์ (ปิติ วาทยะกร)

ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาลบุญดิเรก เอกบรมจักริน
พระสยามินทร์พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดัง
หวังวรหฤทัย ดุจถวายชัย ชโย

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 6:21 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 17



"แผ่นดินใดที่ในหลวงเสด็จไป แผ่นดินนั้นจะเจริญ"
ลุงทองหล่อ จันทร์อ้น หมู่บ้านไทยมุสลิม เพชรบุรี

สำหรับคนที่อยู่ในสังคมเมืองอย่างผม การเป็นอาสาสมัครได้ออกภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลของเกษตรกรที่อยู่ในโครงการหลวง เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง และโอกาสที่ว่านั้นก็มาถึงผม โชคดีจริงๆ

การเดินทางท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างร้อนมากๆครั้งนี้ มีโอกาสไป 3 หมู่บ้านด้วยกัน มี 2 หมู่บ้านเป็นชาวไทยพุทธ และอีก 1 หมู่บ้านเป็นชาวไทยมุสลิม ทุกหมู่บ้านอยู่ในโครงการหลวงทั้งสิ้น ได้พูดคุยกับลุงๆ ป้าๆ รวมแล้วประมาณเกือบ 20 คน ตื่นเต้นทั้งคนสัมภาษณ์ และคนถูกสัมภาษณ์เลยทีเดียว

ชาวบ้านที่พูดคุยด้วยบอกว่า "เมื่อกว่า 20 ปีก่อน พื้นที่ตั้งของหมู่บ้านเหล่านี้ ดินไม่ดี น้ำไม่ดี แห้งแล้งเหมือนทะเลทราย ปลูกพืชผักอะไรก็ได้ผลผลิตไม่ดี อยู่กันอย่างลำบากมากๆ เมื่อในหลวงเสด็จมาเยี่ยม ทรงพระราชทานความช่วยเหลือต่างๆ เช่นการพัฒนาดิน การสร้างแหล่งน้ำ ส่งเสริมการทำไร่นาสวนผสม เป็นต้น จากเดิมที่พื้นที่เกือบเป็นทะเลทราย จนมาถึงปัจจุบันกลับกลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ สามารถปลูกพืชไร่ได้"

ในระหว่างการพูดคุย ทั้งน้ำเสียง และ อาการต่างๆ บอกให้รู้ว่า พวกเขาเหล่านั้นพอใจในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ตามแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามที่ในหลวงพระราชทานให้เป็นอย่างมาก พอถึงคำถามสุดท้ายที่ถามว่า
"อยากจะบอกอะไรกับพระเจ้าอยู่หัว ถ้ามีโอกาสได้เข้าเฝ้า"

ชาวบ้านทุกคนมีอาการเหมือนกันหมดคือ ยิ้ม น้ำตาคลอเบ้า และพูดไม่ออก ซักพักถึงได้พูดออกมาว่า
"รักในหลวง รักมาก อยากให้สุขภาพแข็งแรง อยู่กับประชาชนไปนานๆ"

ถ้าถามคำถามเดียวกันนี้กับคนไทยทั้งประเทศ ผมเชื่อว่า ก็จะได้รับคำตอบเหมือนกับชาวบ้านเหล่านั้นอย่างแน่นอน

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 9:35 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 18



พระเนตรขวาของในหลวง เรื่องที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้

พระองค์ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะทรงประทับอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งไปชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกกระเด็นเข้าพระเนตรข้างขวา พระอาการสาหัส เมื่อตอนที่พระชนมายุครบ ๒๐ พรรษา

ข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ ซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ มีเนื้อข่าวด่วนจากวิทยุ B.B.C. เมื่อ เวลา ๑๓.๐๐ น. แจ้งว่า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประสบอุบัติเหตุด้วยรถยนต์ ณ ที่แห่งหนึ่งใกล้ๆ เมืองโลซานน์ เมื่อค่ำวันที่ ๓ เดือนนี้ พระอาการค่อนข้างสาหัส"

และหลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม มีรายงานข่าวจากการออกประกาศล่าที่สุดของสถานีวิทยุบี.บี.ซี. เวลา ๑๔.๔๗ น. แจ้งว่า "พระอาการสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พ้นอันตรายแล้ว อย่างไรก็ดีราชเลขานุการแถลงว่าพระเนตรข้างขวาถูกเศษกระจกเข้าและยังไม่ทราบว่าอีกหลายวันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะทรงใช้พระเนตรข้างขวาได้หรือไม่"

หนังสือพิมพ์สยามนิกรฉบับวัน ที่ ๘ ตุลาคม ๒๔๙๑ ลงพาดข่าวขนาดใหญ่ว่า "อาจเสียพระเนตร ใกล้พระเนตรขวาสาหัสที่สุด"

หลังจากนั้น พระองค์ท่านทรงมีพระอาการแทรกซ้อนเรื่องพระเนตรขวา ซึ่งแพทย์ถวายการรักษาอีกหลายครั้งก็ไม่ดีขึ้น จึงได้ถวายการแนะนำให้พระองค์ทรงพระเนตรปลอมในที่สุด

"...อาจจะเป็นเพราะว่าพระองค์ไม่อยากให้คนไทยเป็นห่วงและวิตกในพระองค์มาก และบ้านเมืองขณะนั้นก็ไม่สู้จะเรียบร้อยนักทั้งปัญหาการเมืองในประเทศเองก็มากเหมือนกัน ทรงเก็บความทุกข์ส่วนพระองค์ไว้ จากนั้นก็ทรงใช้พระเนตรเพียงข้างเดียวทรงศึกษาค้นคว้า อ่านหนังสือต่างๆมากมาย เพื่อทรงงานของบ้านเมือง บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรของพระองค์มาตลอดระยะเวลา ๖๐ ปี"

จากหนังสือ"บันทึกของพ่อ"

ลองใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดตาแล้วจะรู้ว่ายากเพียงใดที่จะทำงาน นั่นคือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของในหลวง เพื่อราษฎรที่รักยิ่งของพระองค์


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 11:17 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 19



ในหลวงของเรา... มหากษัตริย์ยอดกตัญญู

คัดลอกจากหนังสือ หยุดความเลว...ที่...ไล่ล่าคุณ

โดย พ.อ.(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน

ลูก ๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ ..ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ

ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ

ทีนี้...มาดูตัวอย่างบ้าง..บุคคลที่เป็นยอดกตัญญูที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด คือใคร ทราบไหม? คือคนในภาพนี้..ในหลวงของเรา...
ในหลวง...นอกจากจะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก..เป็น THE KING OF KINGS แล้ว ในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วยความหวังของแม่... ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฏิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 11:49 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 20



หวังที่ 1 ยามแก่เฒ่า..หวังเจ้า..เฝ้ารับใช้...

ใครเคยเห็นภาพที่... สมเด็จย่าเสด็จไปในที่ต่าง ๆ แล้วมีในหลวง..ประคองเดินไปตลอดทาง...เคยเห็นไหม...?
ใครเคยเห็น...กรุณายกมือให้ดูหน่อย...ขอบคุณ...เอามือลง ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ยมีคนเยอะแยะ...
มีทหาร...มีองครักษ์ มีพยาบาล.. ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว


แต่ในหลวงบอกว่า... "ไม่ต้อง....คนนี้...เป็นแม่เรา ..เราประคองเอง " ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา..สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน... เพราะฉะนั้น. ตอนนี้แม่แก่แล้ว...เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน... ไม่ต้องอายใคร...

เป็นภาพที่...ประทับใจมาก...เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่.. ประคองแม่เดิน ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ ... สองข้างทางฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น.....8,000 คน ยกมือขึ้น...สาธุ แซ่ซ้อง..สรรเสริญ "กษัตริย์ยอดกตัญญู..." ในหลวง..เดินประคองแม่..คนเห็นแล้ว...เขาประทับใจถ่ายรูป...เอามาทำปฏิทิน ...เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพ...กราบไหว้...

ลองหันมาดูพวกเรา...ส่วนใหญ่ เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้... ลูกชาย..แต่งตัวโก้... ลูกสาว..แต่งตัวสวย...แต่เวลาเดิน...ไม่มีใครประคองแม่ กลัวไม่โก้...กลัวไม่สวย ข้าราชการ...แต่งเครื่องแบบเต็มยศ... ติดเหรียญตรา...เหรียญกล้าหาญ...เต็มหน้าอก...แต่เวลาเดิน...ไม่กล้าประคองแม่...กลัวไม่สง่า...กลัวเสียศักดิ์ศรี...ประคองแม่ ....เป็นเรื่องของ...คนใช้... หลายคน...ให้ประคองแม่.. ไม่กล้าทำ อาย...เวลาทำดี..ไม่กล้าทำ...อาย เวลาทำชั่ว...กล้า....ไม่อาย...

ใครเห็นภาพนี้ ที่ไหน...กรุณาซื้อใส่กรอบ...แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน... เอาไว้สอนลูก เห็นภาพ ชัดเจนไหมครับ? เท่านั้น ...ยังน้อยไป...มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น...


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 11:50 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 21



หวังที่ 2. ยามป่วยไข้... หวังเจ้า... เฝ้ารักษา

ดูว่าในหลวง ทำกับ แม่ยังไง...? สมเด็จย่า...ประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช... ในหลวงไปเยี่ยม... ตอนไหนครับ...? ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ...จึงเสด็จกลับ... ไปเฝ้าแม่วันละ หลายชั่วโมง...

แม่...พอเห็นลูกมาเยี่ยม...ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว

ทีมแพทย์ที่รักษาสมเด็จย่า... เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับ ก็ต้องฟิต ...ตามไปด้วย ต้องปรึกษาหารือกันตลอดเวลาว่า... จะให้ยายังไง...จะเปลี่ยนยาไหม...? จะปรับปรุงการรักษายังไง...ให้ดีขึ้น... ทำให้สมเด็จย่า... ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น... เห็นภาพไหม...?

กลางคืน...ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า...คืนละหลายชั่วโมง...ไปให้ความ อบอุ่นทุกคืน ลองหันมาดูตัวเราเองซิ... ตอนพ่อแม่ป่วย... โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง ถามว่า...ตอนนี้...อาการเป็นยังไง...? พ่อแม่...ยังไม่ทันตอบเลย ฉันมีธุระ งานยุ่ง ต้องไปแล้ว...โผล่หน้าไปให้เห็น พอแค่เป็นมารยาท... แล้วก็กลับ... เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู... เราไม่ได้ไปเพื่อ ทดแทนพระคุณท่าน...น่าอายไหม...?

ในหลวง...เสด็จไปประทับกับแม่... ตอนแม่ป่วย...ไปทุกวัน... ไปให้ความ อบอุ่น...ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง... นี่คือ...สิ่งที่ในหลวงทำ

คราวหนึ่ง...ในหลวงป่วย... สมเด็จย่า...ก็ป่วย … ไปอยู่ศิริราช...ด้วยกัน ...อยู่คนละมุมตึก... ตอนเช้า... ในหลวงเปิดประตู....แอ๊ด.....ออกมา... พยาบาลกำลัง เข็นรถสมเด็จย่า... ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวง...พอเห็นแม่... รีบออกจากห้อง... มาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็ก ...กราบทูลว่า ไม่เป็นไร...ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว ในหลวงมีรัยสั่งว่า...

"แม่ของเรา...ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น...เราเข็นเองได้..."

นี่ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน... เป็นกษัตริย์... ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าว...ป้อนน้ำให้แม่... ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่... เลี้ยงหัวใจ แม่... ยอดเยี่ยมจริง ๆ ... เห็นภาพนี้แล้ว....ซาบซึ้ง


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 11:52 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 22



หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา ...หวังลูกช่วย....ปิดตา ...เมื่อสิ้นใจ

วันนั้น...ในหลวง...เฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน... จับมือแม่...กอดแม่...ปรนนิบัติแม่... จนกระทั่ง..."แม่หลับ…" จึงเสด็จกลับ

พอถึงวัง... เขาโทรศัพท์มาบอกว่า... สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์... ในหลวง...รีบเสด็จกลับไป...ศิริราช... เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง... ในหลวง ทำยังไงครับ...?

ในหลวงตรงเข้าไป... คุกเข่า...กราบลงที่หน้าอกแม่... พระพักตร์ในหลวง...ตรงกับหัวใจแม่... "ขอหอมหัวใจแม่...เป็นครั้ง สุดท้าย..." ซบหน้านิ่ง...อยู่นาน... แล้วค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้น.... น้ำพระเนตรไหลนอง....
ต่อไปนี้... จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว... เอามือ...กุมมือแม่ไว้ มือนิ่ม ๆ .....ที่ ไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูก...จนได้เป็นกษัตริย์... เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง...ชีวิตลูก....แม่ปั้น...

มองเห็นหวี... ปักอยู่ที่ผมแม่... ในหลวงจับหวี...ค่อย ๆ หวีผมให้แม่...หวี... หวี...หวี.... หวีให้แม่สวยที่สุด... แต่งตัวให้แม่...ให้แม่สวยที่สุด... ในวันสุดท้าย ของแม่....


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 11:53 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 23



หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า...เสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขา... ของสมเด็จย่า... มาแถลงในที่ประชุม...ต่อหน้าสื่อมวลชน...ว่า... ก่อนสมเด็จย่า จะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93 ในหลวง...เสด็จจากวังสวนจิตร... ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน

ไปทำไมครับ...? ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่...ไปทำให้แม่...ชุ่มชื่น หัวใจ... พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง...

โอ้โห!...ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา

เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่... สัปดาห์ละกี่วัน...ทราบไหมครับ? พวกเราทราบไหมครับ...สัปดาห์ละกี่วัน?... 5 วัน มีใครบ้างครับ...? ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่...สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก.....

ในหลวง มีโครงการเป็นร้อย... เป็นพันโครงการ... มีเวลาไปกินข้าว กับแม่... สัปดาห์ละ 5 วัน พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก...พลตรี...อธิบดี... ปลัดกระทรวง...ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่... บอกว่า...งานยุ่ง แม่บอกว่า... ให้พาไปกินข้าวหน่อย... บอกว่าไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ... ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว... แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ...เห็นตัวเองหรือยัง...?

พ่อแม่...พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ...ฝนตก...น้ำเซาะ...อีกไม่นานก็โค่น... พอถึงวันนั้น... เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว... ในหลวงจึงตัดสินพระทัย...ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน เมื่อตอนที่ สมเด็จย่าอายุ...93 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วันไปไหน ครับ...? ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์...องคมนตรี บอกว่า... ในหลวงถือศีล 8 วันพระ ...ถือศีล 8 นี่ยังไง...? ต้องงดข้าวเย็น... เลยไม่ได้ไปหาแม่... วันนี้เพราะถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลือ... อาจจะกินข้าวกับ พระราชินี...กับคนใกล้ชิด แต่ 5 วัน... ให้แม่ เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม...?

ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว...ทุกครั้ง...ที่ในหลวง ไปหาสมเด็จย่า...ในหลวงต้องเข้าไปกราบ ที่ตัก...แล้วสมเด็จย่า...ก็จะดึงตัวในหลวง... เข้ามากอด... กอดเสร็จก็หอมแก้ม... ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงบ้าง...?

ไม่นึกเลยว่า...ลูกคนนี้ จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้

ตัวแม่เองคือ สมเด็จย่า...ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดา...สามัญชน ...เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์... เหมือนเด็กหญิงทั่วไป... เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้

ในหลวงหน่ะ...เกิดมาเป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์...เป็น พระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว

แต่ในหลวง... ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน... ก้มลงกราบ...คนธรรมดา... ที่เป็นแม่ หัวใจลูก... ที่เคารพแม่... กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว...

คนบางคน... พอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่... เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ...เป็นชาวนา... เป็น ลูกจ้าง... ไม่เคารพแม่...ดูถูกแม่

แต่นี่...ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว... นี่แหละครับความหอม

นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง... ท่านหอมความดี... หอมคุณธรรม...หอมกตัญญู... ของในหลวง หอมแก้มเสร็จแล้ว...ก็ร่วมโต๊ะเสวย ...

ตอนกินข้าวนี่...ปกติ.. .แค่เห็นลูกมาเยี่ยม...ก็ชื่นใจแล้ว... นี่ลูกมากินข้าวด้วย...โอย...ยิ่งปลื้มใจ

แม่ทั้งหลาย...ลองคิดดูซิ...อะไรอร่อย ๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่...อันนี้ อร่อย...แม่ลองทาน... รู้ว่าแม่ชอบทานผัก... หยิบผักมาม้วน ๆ ใส่ช้อนแม่... เอ้าแม่ ...แม่ทานซะ...ของที่แม่ชอบ แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ ก็เจริญอาหาร...กินได้เยอะ เพราะมีความสุขที่ได้กินข้าวกับลูก มีความสุขที่ลูกดูแล...เอาใจใส่...

กินข้าวเสร็จแล้ว...ก็มานั่งคุยกับแม่... ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง... ทราบไหม...? ตอนในหลวงเล็ก ๆ...แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ..."อยากฟังแม่สอนอีก" เป็นยังไงบ้าง...?

เป็นกษัตริย์...ปกครองประเทศ... อยากฟังแม่สอนอีก... พวกเรา เป็นยังไง...? เราคิดว่า...เรารู้มาก ...เราเรียนสูง...เรามีปริญญา... แม่จบ ป.4 เวลาแม่สอน...ตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่ เบื่อจะตายอยู่แล้ว... รำคาญ...พูดจาซ้ำซาก... เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที... เราเหยียบย่ำ หัวใจแม่...



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 11:56 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 24



ขอเชิญชมภาพประทับใจ....
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 13:21 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 25



ขอเชิญชมภาพประทับใจ....
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กันครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 13:22 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 26



ขอเชิญชมภาพประทับใจ....
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กันครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 13:23 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 27



ขอเชิญชมภาพประทับใจ....
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กันครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 13:24 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 28



"ในหลวงของเรา"

จาก: คนชะอวด
วันที่: 09/09/52 - 13:46 น.
IP Address: 118.173.132.xx
ความคิดเห็นที่ 29




นอกจากพระองค์ท่านจะเคยทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ตามประเพณีไทยและศาสนาพุทธแล้ว
พระองค์ยังคงสืบทอดและส่งเสริมพระพุทธศาสนา สมกับเป็นพุทธศาสนิกชน
ด้วยการถือศีล ปฏิบัติธรรมตลอดมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์วัยแล้ว
ถือเป็นบุญของพสกนิกรชาวไทย ที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ที่ประเสริฐ
ตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรมอย่างสมบูรณ์แบบ
สาธุ...ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

จาก: อ๊อด
วันที่: 09/09/52 - 14:56 น.
IP Address: 202.176.90.xx
ความคิดเห็นที่ 30



พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำสอนของ "พ่อ"

1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ

2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใดนอกจาก ปัญญา และความกล้าหาญ

3. เพื่อนใหม่ คือ ของขวัญที่ให้กับตนเอง ส่วนเพื่อนเก่า/มิตร คือ อัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า

4. ปฏิบัติต่อคนอื่น เช่นเดียวกับอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา

5. พูดคำว่า ขอบคุณให้มากๆ

6. รักษา ความลับ ให้เป็น

7. ประเมินคุณค่าของการให้ อภัย ให้สูง

8. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี

9. หากล้มลงอย่ากลัวการลุกขึ้นใหม่

10. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก คิดเสมอว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว

11. อย่าเถียงธุรกิจในลิฟต์

12. ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน

13. อย่าหยิ่งหากจะกล่าวว่าขอโทษ

14. อย่าอายหากจะบอกใครว่า ไม่รู้

15. ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง

16. เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป

17. การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท

18. คนไม่รักเงิน คือ คนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต

19. ยามทะเลาะกันผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่นสอนมาดี

20. จงอย่าให้จุดแข็งเอาชนะจุดอ่อน

21. เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด

22. เหรียญเดียวมี 2 หน้า ความสำเร็จ กับความล้มเหลว

23. อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น

24. ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน

25. ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆ ไปก็ผิดหมด

26. จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

27. ดาวและเดือนที่อยู่สูงอยากได้ ต้องปีนบันไดสูง


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:00 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 31



ในหลวงของเรานั้น มีพระปรมาภิไธยอย่างเป็นทางราชการว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:07 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 32



ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ “ความรับผิดชอบ” ในเอกสารสำคัญใดๆ ทรงโปรดให้กรอกในช่องอาชีพของพระองค์ท่านว่า “ทำราชการ” และเราก็ทราบอยู่ด้วยหัวใจเสมอว่าทุกวินาทีของพระองค์ท่านก็คือการ “ทำราชการ”

ครั้งหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงทรงตอบว่า… “ความจริงมันก็น่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเราคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ”

จะมีผู้ที่รักในหลวงสักกี่คนที่จะทราบว่า แม้กระทั่งวันที่ในหลวงต้องทรงเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลัง (๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๙) ก่อนเข้าที่ผ่าตัด ยังรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์เอาไว้ เพราะกำลังมีพายุใหญ่เข้าเขตประเทศไทย พระองค์จะได้ทรงเฝ้าตรวจสอบ (Monitor) เผื่อหากเกิดน้ำท่วมใหญ่เป็นอุทกภัย จะได้ทรงช่วยเหลือทันเวลา


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:08 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 33



ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ “ความซื่อสัตย์” ซึ่งมีเรื่องบันทึกอยู่มากมาย เช่น ครั้งหนึ่งในการแข่งขันเรือใบ (ในหลวงทรงโปรดกีฬาหลายชนิด เช่น แบดมินตัน และเรือใบ เป็นต้น) ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ ว่า เสด็จกลับฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาแข่งเรือใบถือว่าผิดกติกา(ฟาวส์) ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็น หากไม่ทรงบอกใคร ก็ไม่มีใครทราบ การแข่งก็ดำเนินต่อไปได้ และท่านอาจจะเป็นผู้ชนะก็ได้ แต่ก็ทรงยึดตามกติกาทุกอย่าง ทำตามกติกาทุกประการ เอาความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง เพื่อให้การแข่งนั้นยุติธรรม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:10 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 34



ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ “ความสร้างสรรค์” พระองค์ทรงพิสูจน์และเป็นตัวอย่างให้พวกเราเห็นว่า การมีวินัย ความรับผิดชอบ ความพอดี ความซื่อสัตย์ และการประหยัดอย่างยิ่งนั้น ก็มิได้หมายความว่าความคิดในการสร้างสรรค์ของมนุษย์จะลดลงไป พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างและพิสูจน์เรื่องนี้จนเป็นที่ประจักษ์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้สิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์ เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า “กังหันชัยพัฒนา” นั่นเอง

ในหลวงทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง หลายครั้งไม่จำเป็นต้องมีเครื่องดนตรีช่วย เช่นครั้งหนึ่งเมื่อเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายแล้วทรงตีเส้น ๕ เส้น แล้วทรงเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง “เราสู้” เป็นต้น และเราเคยทราบกันหรือไม่ว่า ในหลวงเป็นผู้ประดิษฐ์รูปแบบตัวอักษรภาษาไทยสำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Thai Font) ขึ้นหลายรูปแบบ เช่น ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ เป็นต้น


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:16 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 35



เรื่องของในหลวงของเรา เล่าอย่างไรก็ไม่หมด ผู้เล่าและผู้อ่านมีความสุขเสมอ ประชาชนในประเทศอื่นฟังแล้วไม่อยากเชื่อ และไม่มีวันที่จะเข้าใจถึงความรักและความผูกพันระหว่างพสกนิกรและในหลวงของเราได้ และในปี ๒๕๕๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะมีพระชนมายุ ๘๒ พรรษาแล้ว พระองค์ยังคงทรงงานหนักเพื่อพวกเราเหมือนเดิม….. เหลือเพียงพวกเราแล้ว ที่จะตอบแทนหรือเดินตามเบื้องพระยุคลบาทอย่างไรให้เหมาะสมและสมควร ต่อความรักและความห่วงใยที่ในหลวงมีต่อพวกเรา

บทความนี้ขอจบด้วยเรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสยามประเทศนี้ เป็นเรื่องจริงที่ยากที่จะเกิดบนแผ่นดินอื่นในโลกนี้…… ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯ เยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่ามีฝนตกมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเสด็จเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้ราชองค์รักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน ในหลวงและประชาชนของพระองค์ท่าน ชุ่มฉ่ำกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา ทั้งกายและใจ


โชคดีที่ได้เกิดบนแผ่นดินนี้ …. แผ่นดินของในหลวงของเรา


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:27 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 36



คำว่า"ในหลวง" มาจากไหน?

เห็นเด็กไทยสมัยนี้ หรือแม้กระทั่งสมัยผมบางคนใช้คำว่า นายหลวง หรือถึงจะเอ่ยคำว่า "ในหลวง" ก็ไม่รู้ที่มาอยู่ดีว่า คำนี้มาจากไหนกัน แล้วทำไมถึงเรียกพระเจ้าอยู่หัวของเราว่า "ในหลวง"

เท่าที่ผมสืบความมาได้ คำว่า "ในหลวง" มีมาตั้งแต่สมัยโบราณโน้นแน่ะ คนสมัยก่อนเวลาจะกล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวเขาจะเอ่ยแทนว่า "ในพระราชวังหลวง" ซึ่งทุกคนก็จะทราบว่าหมายถึงพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง ต่อไปต่อมาเรียกกันสั้นลง จึงเหลือแค่คำว่า "ในหลวง" ซึ่งก็คือ "ในพระราชวังหลวง" เหมือนเดิมนั่นแหละครับ


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 15:35 น.
IP Address: 125.24.233.xx
ความคิดเห็นที่ 37



"ในหลวง" ทรงให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตกับพวกเราทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญอย่างหนึ่งก็ว่าได้ ลองอ่านแล้วคิดไปด้วยจะทำให้เราคิดได้ว่าไม่มี "พ่อหลวง" พระองค์ใดอีกแล้วจะรักและห่วงใยเท่ากับ "ในหลวง" ของเรา


1. อย่าทำลายความหวังของใคร...เพราะอาจเหลืออยู่แค่นั้น..

2. รู้จักฟังให้ดี..เพราะโอกาสทองมันมีมาแบบแว่วๆเท่านั้น...

3. จะคิดการใด..จงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย

4. หัดทำสิ่งดีๆใ ห้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้..

5. จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น...

6. ใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ช่าง..ไม่ต้องเสียเวลาโต้ตอบ

7. ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ 2 แต่อย่าให้ถึง 3

8. เราไม่ได้ต่อสู้กับคนโหดร้าย แต่เราต่อสู้กับความโหดร้ายในตัวคน

9. เมื่อมีใครสวมกอดคุณ.. ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน..

10. อย่าไปหวังว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม....

11. ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเองไม่ใช่มาตรฐานของผู้อื่น

12. คงไว้ซึ่งความเป็นคนเปิดเผย อ่อนโยน และอยากรู้อยากเห็น

13. ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้..

14. อย่าวิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานกับเขาแล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ..

15. คำนึงถึงการมีชีวิต "กว้างขวาง" มากกว่าชีวิตที่ "ยืนยาว"


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 18:47 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 38



"พระกระยาหารโปรดของ..ในหลวง"

ขออย่าได้แปลกใจไปเลย ที่เมนูพระกระยาหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ละมื้อหาได้วิเศษเลอเลิศอย่างที่เข้าใจกันไม่ แต่เป็นอาหารธรรมดาที่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินทั้งหลานบริโภคกันทุกวันนั่นเอง

ในหลวงโปรดเสวยอาหารอ่อนแบบอาหารฝรั่ง อาหารไทย โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา โดยใส่ผักให้มากๆ หมูเนื้อใส่น้อยๆ อาหารว่างเคยโปรดหูฉลามและบะหมี่ จะใส่หน้าหมูแดง หน้าเป็ด หน้าปู ได้ทั้งนั้น แต่ต้องไม่ใส่ผักชี ใบหอม ต้นหอม และตังฉ่าย เครื่องดื่ม โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งๆ หลายครั้ง น้ำ ชา กาแฟ ไม่มากนัก

พระกระยาหารหรือเครื่องเสวยประจำวันที่นำมาให้ดูกันมี

เครื่องกลางวัน ซุปอาสาเรน (ซุปใสใส่ไข่) สปาเกตตีมิลานเนส แกงจืดเซ่งจี๊ ผัดไก่เล่าปี่ ปูเค็มต้มกะทิ หลนปลากุเรา ผัดเผ็ดปลาดุกทอดฟู กล้วยหักมุกเชื่อม ไอศกรีม ผลไม้ ยามดึกเมื่อเสด็จกลับจากพระราชกิจ มหาดเล็กจะตั้งเครื่องว่างจำพวกหูฉลามหรือบะหมี่ถวายอีกครั้งหนึ่ง

หัวหน้าส่วนพระเครื่องต้น ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ คนปัจจุบันชื่อ เอกสิทธิ์ วัชรปรีชานนท์ มีพระเครื่องต้นอยู่ ๓ ห้อง ผู้กำกับดูแลอย่างไม่เป็นทางการในแต่ละห้องมี ลูกหลานกุ๊กแต่รัชสมัย ร.๖ เป็นคนจีนชื่อ เยี่ยหง แซ่ห่าน ดูแลพระเครื่องต้นฝรั่ง สมิง ดวงทิพย์ ดูแลพระเครื่องต้นหวาน ท่านผู้หญิงประสานสุข ตันติเวชกุล มารดาวัย ๘๐ ต้น ของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ดูแลพระเครื่องต้นไทย

ผู้จัดการรายสัปดาห์

(วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๔๕)
ที่มา : หนังสือใกล้เบื้องพระยุคลบาท โดย...ลัดดา ซุบซิบ


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 18:51 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 39



"ข้าวผัดไข่ดาว"

.....วันหนึ่งเสด็จฯ เขาค้อเปิดอนุสาวรีย์ พอเปิดอนุสาวรีย์เสร็จ พระองค์ท่านก็ขอกลับไปที่พระตำหนักเพื่อจะทรงเปลี่ยนฉลองพระบาท เพราะเดี๋ยวจะไปดูงานในป่าในดง...

.....เราก็ไม่ได้ทานข้าว ไม่มีใครทานข้าว ตอนนั้นบ่ายสองโมงแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนฉลองพระบาทสักยี่สิบนาที น่าจะพุ้ยข้าวกันทัน ก็รีบวิ่งไปที่ห้องอาหารที่เตรียมไว้ ปรากฏว่าพวกที่ไม่ได้ตามเสด็จฯ เขาทานกันหมดแล้ว ในนั้นจึงเหลือข้าวผัดติดก้นกระบะ กับมีไข่ดาวทิ้งแห้งไว้อยู่ ๓ - ๔ ใบ เราก็ตัก เห็นมีข้าวอยู่จานหนึ่งวางไว้ มีข้าวผัดเหมือนอย่างเรา ไข่ดาวโปะใบหนึ่ง มีน้ำปลาถ้วยหนึ่งวางอยู่ เพื่อนผมก็จะไปหยิบมา มหาดเล็กบอกว่า "ไม่ได้ๆ ของพระเจ้าอยู่หัว ท่านรับสั่งให้มาตัก"ดูสิครับ ตักมาจากก้นกระบะเลย ผมนี่แทบน้ำตาไหลเลย ท่านเสวยเหมือนๆ กันกับเรา...

ที่มา : บทสัมภาษณ์ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล คอลัมน์ "ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 18:56 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 40



ohh !!

very good okay

good buyyy

จาก: Nong pang Narrak
วันที่: 09/09/52 - 19:01 น.
IP Address: 110.164.31.xx
ความคิดเห็นที่ 41



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

...คนดีทำให้คนอื่นดีได้ หมายความว่าคนดี ทำให้เกิดความดีในสังคม คนอื่นก็ดีไปด้วย. ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้.ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดี จะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีเป็นคนเลวยาก.สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี...


คัดตัดตอนจากพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:16 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 42



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...ถ้าประเทศทั้งปวงจะยกย่องนับถือกันโดยบริสุทธิ์ใจ และช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันโดยพร้อมพรักแล้ว ก็เชื่อได้ว่าจะเกิดความเข้าใจในกันและกันอย่างแท้จริง พร้อมทั้งความร่วมมือกันฉันมิตรอย่างแน่นแฟ้นขึ้นได้ แล้วความสงบสุข อิสรภาพ เสถียรภาพอันเสมอหน้าและถาวร ก็จะเกิดมีขึ้นทุกแห่งหนในโลก ดังที่ทุกคนปรารภปรารถนา..."

คัดตัดตอนจากพระราชดำรัสตอบคณะทูตในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันพุธที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๒๑

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:20 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 43



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...ประโยชน์ที่แท้นั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ประโยชน์ส่วนตัวที่ทุกคนมีสิทธิจะแสวงหาและได้รับ แต่ต้องด้วยวิถีทางที่สุจริตและเป็นธรรมกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่ การทำงานทุกอย่างจะต้องได้ประโยชน์แท้ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์และมั่นคงถาวร เป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง..."


คัดตัดตอนจากพระราชดำรัสในการเสด็จออกมหาสมาคมในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๐
วันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐




จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:22 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 44



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"


...ในยามที่สถานการณ์ของบ้านเมืองเรา และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคส่วนนี้ของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ท่านทั้งหลายต้องควบคุมสติให้มั่น ไม่หวั่นไหวไปกับวิกฤต ทำความคิดจิตใจให้หนักแน่น และเที่ยงตรงเสมอเหมือนกันแล้วมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยความเฉลียวฉลาดรอบคอบและความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน. ก็จะร่วมกันปฏิบัติบริหารงานทุกด้านได้อย่างเข้มแข็งเหนียวแน่น และประสบความสำเร็จอันงดงามตามเป้าหมาย...


คัดตัดตอนจากพระราชดำรัสในการเสด็จออกมหาสมาคมในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๐
วันศุกร์ที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:25 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 45



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...การทำงานใดๆ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ควรอย่างยิ่งที่จะตั้งเป้าหมาย ขอบเขตและหลักการไว้ให้แน่นอน เพราะจะช่วยให้สามารถปฏิบัติมุ่งเข้าสู่ผลสำเร็จได้โดยตรงและถูกต้องพอเหมาะพอดี เป็นการป้องกันและขจัดความล่าช้า ความสิ้นเปลือง ความเสียเปล่าทุกอย่างได้สิ้นเชิง. และเมื่อปฏิบัติดำเนินงานสู่เป้าหมายนั้น ผู้มีการศึกษาต้องไม่ละทิ้งหลักวิชา ไม่ละทิ้งความคิดพิจารณาตามเหตุผลและความชอบธรรมถูกต้อง..."


คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันศุกร์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:36 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 46



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...การที่จะให้งานประสานกันนั้นหลักสำคัญอยู่ว่า ทุกฝ่ายจะต้องไม่แบ่งแยกกัน ไม่แย่งประโยชน์ไม่แย่งความชอบกัน แต่ละฝ่ายแต่ละคนต้องทำงานด้วยบริสุทธิ์ใจ มุ่งหวังผลสำเร็จในการงานเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น..."


คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผุ้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:39 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 47



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...ความผิดพลาดล้มเหลวของบุคคลหรือภารกิจต่างๆ นั้น ส่วนมากเกิดจากมูลเหตุข้อใหญ่คือความหลอกตัวเอง หลอกกันและกัน. และเมื่อทำการงานโดยไม่อาศัยความจริงเป็นหลัก การดำเนินงานและการปรับปรุงแก้ไขก็ผิดพลาด ไม่อาจทำให้งาน ให้ตนเอง ประสบผลสำเร็จที่ดีได้. นักปฏิบัติงานเพื่อความสำเร็จและความเจริญจึงต้องยอมรับความจริง และยึดมั่นในความจริง มีความจริงใจต่อตัวเองและต่อกันและกันอย่างมั่นคงตลอดเวลา. แต่ละคนจึงจะปฏิบัติตัวปฏิบัติงานได้อย่างสะดวกใจมั่นใจ ถูกต้องเที่ยงตรง ตามเป้าหมาย และพอเหมาะพอดี แก่ฐานะ แก่หน้าที่ แก่โอกาส พร้อมทุกอย่างได้ ยังผลให้การสร้างสรรค์ความดีความเจริญบรรลุศุภผลอันพึงประสงค์..."


คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๖



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:41 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 48



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...ผู้มีปัญญาและความรู้ดี เพราะมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมามากว่าผู้อื่น ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นพิเศษ ที่จะต้องทำตัวทำงานให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน. การที่จะกระทำให้ได้ผลประโยชน์ดังนั้น จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องรู้ซึ้งถึงประโยชน์ที่แท้เป็นเบื้องต้นก่อน. ประโยชน์ที่แท้นั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ประโยชน์ส่วนตัว ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะแสวงหาและได้รับ แต่ต้องด้วยวิถีทางที่สุจริตและเป็นธรรม กับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่. การทำงานทุกอย่างจะต้องให้ได้ประโยชน์แท้ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์และมั่นคงถาวร เป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง..."


พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:44 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 49



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"


"...คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ..."


พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:50 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 50



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...ความสุขความเจริญอันแท้จริงนั้น หมายถึงความสุขความเจริญที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรม ทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญ หรือด้วยแก่งแย่งเบียดเบียนมาจากผู้อื่น ความเจริญที่แท้นี้มีลักษณะเป็นการสร้างสรรค์ เพราะอำนวยประโยชน์ถึงผู้อื่นและส่วนรวมด้วย ตรงกันข้ามกับความเจริญอย่างเท็จเทียม ที่เกิดขึ้นมาด้วยความประพฤติไม่เป็นธรรมของบุคคล ซึ่งมีลักษณะเป็นการทำลายล้าง เพราะให้โทษบ่อนเบียนทำลายผู้อื่นและส่วนรวม การบ่อนเบียนทำลายนั้น ที่สุดก็จะกลับมาทำลายตน ด้วยเหตุที่เมื่อส่วนรวมถูกทำลายเสียแล้ว ตนเองก็จะยืนตัวอยู่ไม่ได้ จะต้องล่มจมลงไปเหมือนกัน..."


คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาและอนุปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๑๘



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 19:57 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 51



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"


"...งานของชาตินั้นมีมากมายหลายด้าน ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม การเมือง การปกครอง และจำเป็นจะต้องมีผู้มีความรู้ความสามารถในแต่ละสาขาวิชามาปฏิบัติบริหารให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในทุกๆ ด้าน. ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นชัด ก็ขอเปรียบเหมือนวงดนตรีวงหนึ่ง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทต่างๆ มีเครื่องดีด สี ตี เป่า เป็นต้น และมีผู้ชำนาญในเครื่องดนตรีนั้นๆ เป็นผู้ปฏิบัติให้กลมกลืนไพเราะ และถูกต้องตามจังหวะจะโคน จึงจะเป็นวงดนตรีที่สมบูรณ์ได้. เพราะฉะนั้น ผู้มีปัญญาความสามารถไม่ว่าจะทำงานใดด้านใด เป็นงานเล็กหรืองานใหญ่ ง่ายยาก จะต้องถือว่างานทุกอย่างมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และต้องตั้งใจกระทำให้ดีที่สุด ด้วยความรับผิดชอบ และด้วยความอุตสาหะวิริยะโดยมุ่งถึงความสำเร็จของงานเป็นจุดหมายสำคัญ..."


คัดตัดตอนจากพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาและอนุปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
วันที่ ๑๐ กรกฏาคม ๒๕๓๙



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:04 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 52



"พระบรมราโชวาท" ของ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"

"...คนทำงานดีคือคนมีระเบียบ ได้แก่ระเบียบในการคิดและในการทำ ผู้ไม่ฝึกระเบียบไว้ ถึงจะมีวิชา มีเรี่ยวแรง มีความกระตือรือร้นอยู่เพียงไร ก็มักทำงานให้สำเร็จดีไม่ได้ เพราะความคิดอ่านสับสนว้าวุ่น ทำอะไรก็ไม่ถูกลำดับขั้นตอน มีแต่ความลังเล และขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการปฏิบัติงาน.."


พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๗




จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:13 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 53



"คีตราชัน"

พระราชอัจฉริยภาพด้านดนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หาใช่ปรากฏเฉพาะในสายตาปวงชนชาวไทยเท่านั้น หากแต่นานาประเทศต่างก็ยอมรับว่าพระองค์ท่านมีความสามารถทางด้านดนตรีไม่เป็นที่สองรองใคร โดยพระองค์ท่านได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลง "แสงเทียน" ขึ้นเป็นเพลงแรก ในปี พ.ศ. 2489 จนถึงปัจจุบันรวมทั่วสิ้นกว่า 43 เพลง โดยมีบทเพลงที่คนไทยคุ้นเคย อาทิ ชะตาชีวิต ยามเย็น ใกล้รุ่ง พรปีใหม่


นอกเหนือจากการพระราชนิพนธ์เพลง พระองค์ยังทรงพระปรีสามารถในการทรงเครื่องดนตรีหลายชนิด โดยมีเครื่องดนตรีที่โปรดปราน เช่น แซกโซโฟน คลาริเน็ต และทรัมเป็ต นอกจากนี้ยังทรงกีตาร์และเปียโนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยพระองค์ท่านได้ทรงดนตรีกับนักดนตรีที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิ เบนนี่ กู๊ดแมน (Benny Goodman)ยอดนักคลาริเน็ตชื่อก้องโลก หลุยส์ อาร์มสตรอง(Louis Armstrong)นักเป่าทรัมเป็ตชื่อกระฉ่อนโลก แจ็ก ทีการ์เด้น (Jack Teagarder)นักตีระนาดเหล็กสากล สแตน เก็ตส์ (Stan getz) นักเป่าแซกโซโฟนชื่อดัง


นนท์ บูรณสมภพ หนึ่งในสมาชิกของวงดนตรีอ.ส.วันศุกร์ ตำแหน่งแซกโซโฟน เล่าว่า เรื่องของพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระเจ้าอยู่หัวนั้นสืบเนื่องมากจากพระองค์ทรงมีความรักในดนตรี โดยแนวเพลงที่ทรงโปรดปรานคือดนตรีแจ๊ซ ดิ๊กซีแลนด์ ซึ่งเป็นแจ๊ซที่มีจังหวะตื่นเต้นครื้นเครงสนุกสนาน ส่วนเพลงคลาสสิกก็ทรงโปรดเช่นกัน

"สำหรับเรื่องพระปรีชาของพระองค์ท่านนั้น เป็นที่ล่วงรู้กันดีอยู่แล้วในวงการนักดนตรี พระองค์ท่านทรงซ้อมดนตรีทุกค่ำวันศุกร์และวันอาทิตย์ กับวง อ.ส.วันศุกร์ ชื่อวง อ.ส.วันศุกร์มาจากคำว่าพระที่นั่งอัมพรสถาน เป็นที่ออกอากาศครั้งแรกของวง เพราะทรงต้องการให้ประชาชนมีช่องทางติดต่อกับพระองค์ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามพิธี และพระองค์ท่านยังทรงทำความสะอาดเครื่องดนตรีด้วยพระองค์เอง

เพลงทุกเพลงที่พระราชนิพนธ์ขึ้นล้วนมีความหมายในตัว อย่างเพลง "พรปีใหม่" ซึ่งพระราชทานเนื่องในวันปีใหม่ เพลง "เราสู้" พระราชทานแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ โดยขณะพระราชนิพนธ์เพลง มีความสนพระราชหฤทัยที่จะค้นคว้าอย่างลึกซึ้งด้านดนตรี นอกจากนี้พระองค์ท่านยังทรงเชี่ยวชาญเครื่องดนตรีหลายๆ ประเภทอย่างที่รู้จักกันดีและเป็นเครื่องดนตรีที่ทรงโปรดก็คือ "แซกโซโฟน" ที่พระองค์ท่านเล่นได้ไพเราะที่สุดยากหาใครเสมือนซึ่งเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปทั้งในประเทศและหมู่ชาวต่างชาติ"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:16 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 54



"ด้านดนตรี"

พระบาทสมพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถในการทรงเครื่องดนตรีหลายชนิด เช่น เปียโน, แซกโซโฟน, คลาริเน็ต, ทรัมเป็ต, กีตาร์ ฯลฯ ทรงสนพระทัยในวิชาดนตรีอย่างจริงจัง และศึกษาอย่างลึกซึ้งจนถึงการเขียนโน้ตและการบรรเลงแบบคลาสสิก

นอกจากนี้ยังทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ถึง 48 เพลง โดยบรรเลงในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทั้งในลีลาของเพลงแจซซ์ คลาสสิก เพลงสมัยนิยม บทเพลงขับร้อง ในบางคราวยังใช้พลังแห่งเสียงดนตรีเพื่อสร้างและให้เป็นกำลังใจแก่ประชาชน เช่น เพลง’เราสู้’ และเพลง ‘ความฝันอันสูงสุด’ โดยบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกก็คือ ‘แสงเทียน’ ในขณะที่มีพระชนมายุเพียง 18 พรรษา

ในจำนวนบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้ง 48 เพลงนั้น มีเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองก่อน และใส่เนื้อร้องภาษาอังกฤษภายหลัง 5 เพลง คือ แว่ว (Echo), ในดวงใจนิรันดร์ (Still on My Mind), เตือนใจ (Old Fashioned Melody), ไร้เดือน (No Moon) และเกาะในฝัน (Dream Island)

ส่วนเพลงที่พระราชนิพนธ์คำร้องก่อน และใส่ทำนองภายหลัง คือ ความฝันอันสูงสุดและเราสู้

เพลงที่พระบาทสมพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เฉพาะทำนองเพลง และโปรดฯ ให้ผู้อื่นประพันธ์เนื้อเพลง มีทั้งสิ้น 41 เพลง ได้แก่

1.แสงเทียง (Candlelight Blues)

2.ยามเย็ย (Love at Sundown)

3.สายฝน (Falling Rain)

4.ใกล้รุ่ง (Near Dawn)

5.ชะตาชีวิต (H.M. Blues)

6.ดวงใจกับความรัก (Never Mind the H.M. Blues)

7.มาร์ชราวัลลภ (Royal Guards March)

8.อาทิตย์อับแสง (Blue Day)

9.เทวาพาคู่ฝัน (Dream of Love Dream of You)

10.คำหวาน (sweet Words)

11.มหาจุฬาลงกรณ์

12.แก้วตาขวัญใจ (Lovelight in My Heart)

13.พรปีใหม่

14.รักคืนเรือน (Love Over Again)

15.ยามค่ำ(Twilight)

16.ยิ้มสู้ (Smiles)

17.มาร์ชธงไชยเฉลิมพล

18.เมื่อโสมส่อง (I Never Dream)

19.ลมหนาว (Love in Spring)

20.ศุกร์สัญลักษณ์ (Friday Night Rag)

21.Oh I say

22.Can’t You Ever See

23.Lay Kram Goes ฏรปรำ

24.ค่ำแล้ว (Lullaby)

25.สายลม (I Think of You)

26.ไกลกังวล (When)

27.แสงเดือน (Magic Beams)

28.ฝัน (Somewhere Somehow)

29.มาร์ชราชนาวิกโยธิน

30.ภิรมย์รัก (A Love Story)

31.Nature Waltz

32.The Hunter

33.Kinari Waltz

34.แผ่นดินของเรา (Alexandra)

35.พระมหามงคล

36.ยูงทอง

37.เกษตรศาสตร์

38.เรา-เหล่าราบ ๒๑

39.Blues for uthit

40.รัก

41.เมนูไข่


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:18 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 55



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ซุ้มสำหรับในหลวง ...

ระยะแรกราวปี พ.ศ.2498 เป็นต้นมา
คราใดที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวลนั้น
จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งไปยังท้องที่ห่างไกลทุรกันดารย่านหัวหิน หนองพลับ แก่งกระจาน
ด้วยพระองค์เอง ทำนองเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ห้า โดยที่ราษฎรไม่รู้ตัวล่วงหน้าว่าทรงมาถึงแล้ว
วันหนึ่งทรงขับรถยนต์พระที่นั่งผ่านไปถึงยังบริเวณหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านหมู่บ้านห้วยมงคล อำเภอหัวหิน
ซึ่งราษฎรกำลังช่วยกันตบแต่งประดับซุ้มรับเสด็จกันอย่างสนุกสนานครื้นเครง
และไม่คาดคิดว่าเป็นรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์ จึงไม่ยอมให้รถผ่าน
...ต้องให้ในหลวงเสด็จฯก่อนแล้วพรุ่งนี้ถึงจะลอดผ่านซุ้มได้...
วันนี้ห้ามลอดผ่านซุ้มนี้ เพราะขอให้ในหลวงผ่านก่อน
พระองค์จึงทรงขับรถพระที่นั่งเบี่ยงออกข้างทางไม่ลอดซุ้มดังกล่าว....
วันรุ่งขึ้นเมื่อทรงขับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการ
พร้อมคณะข้าราชบริพารผู้ติดตาม และทรงมีพระดำรัสทักทายกับชายผู้นั้นที่เฝ้าอยู่หน้าซุ้มเมื่อวันวานว่า
“วันนี้ฉันเป็นในหลวง..คงผ่านซุ้มนี้ได้แล้วนะ..”


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:22 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 56



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... คล่องราชาศัพท์ ...

อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายต่างก็แปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่ว
และใช้ราชาศัพท์ได้ดีอย่างน่าฉงน ของราษฎรผู้นั้น
เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า
“ ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวน พระพุทธเจ้าข้า. .”
มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า “ มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว
ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว ”
เรื่องนี้ ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะ ไม่ยกเว้นแม้แต่ในหลวง...


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:27 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 57



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ไม่ใช่ มิกกี้เมาส์ ...

เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาต
นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า “ ไปบอกเค้านะ เราไม่ใช่มิกกี้เมาส์ ”


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:31 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 58



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ชื่อเดียวกัน ...

เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน เพราะเรียนมาตั้งแต่เล็กแต่ไม่เคยได้ใช้เมื่อออกงานใหญ่จึงตื่นเต้นประหม่า ซึ่งเป็นธรรมดาของคนทั่วไป และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน หรือกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทในพระราชานุกิจต่างๆนานัปการ

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ เคยเล่าให้ฟังว่า ด้วยพระบุญญาธิการและพระบารมีในพระองค์นั้นมีมากล้น จนบางคนถึงกับไม่อาจระงับอาการกิริยาประหม่ายามกราบบังคมทูล จึงมีผิดพลาดเสมอ แม้จะซักซ้อมมาเป็นอย่างดีก็ตาม ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน มีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า “ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ ”

เมื่อคำกราบบังคมทูล ในหลวงทรงแย้มพระสรวลอย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า “เออ ดี เราชื่อเดียวกัน.. .” ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย เพราะผู้กราบบังคมทูลรายงานตื่นเต้น จนกระทั่งจำชื่อตนเองไม่ได้


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:37 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 59



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ยิ้มของฉัน ...

เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก เป็นที่สนใจต่อสื่อมวลชนของอเมริกาเป็นอย่างมาก จึงได้มีพระราชทานสัมภาษณ์ นักข่าวหนุ่มคนหนึ่งได้ทูลถามว่า “ทำไมพระองค์จึงทรงเคร่งขรึมนัก… ไม่ทรงยิ้มเลย?”

ทรงหันพระพักตร์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้าฯ พลางรับส่งว่า “นั่นไง… ยิ้มของฉัน”

แสดงให้เห็นถึงพระราชปฏิภาณ และพระราชอารมณ์ขันอันล้ำลึกของพระองค์ท่าน ทำให้เป็นที่รักของประชาชนอเมริกันโดยทั่วไป ในวันที่เสด็จฯ รัฐสภาคองเกรส เพื่อทรงมีพระราชดำรัสต่อสภา จึงทรงได้รับการถวายการปรบมืออย่างกึกก้องและยาวนานหลายครั้ง


จาก: "เซี๊ยะ"(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:45 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 60



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... แอลกอฮอล์เข้มข้น ...

เหตุการณ์เมื่อปี 2513 วันนั้นท่านทรงเสด็จไปหมู่บ้านท้ายดอยจอมหด อ.พร้าว เชียงใหม่
ผู้ใหญ่บ้านลีซอกราบทูลชวนให้ไปแอ่วบ้านเฮา ท่านก็ทรงเสด็จ ตามเขาเข้าไปในบ้าน
ซึ่งทำด้วยไม้ไผ่และมุงหญ้าแห้ง เขาเอาที่นอนมาปูสำหรับให้พระองค์ประทับ
แล้วก็รินเหล้าทำเองใส่ถ้วยที่คงไม่ค่อยจะได้ล้าง จนมีคราบดำๆ จับอยู่
ทางผู้ติดตามรู้สึกเป็นห่วงพระองค์ท่าน เพราะปกติไม่ทรงใช้ถ้วยที่มีคราบ จึงกระซิบทูลว่า
ควรจะทรงแค่ทำท่าเสวย แล้วส่งถ้วยมาพระราชทาน ผู้ติดตามจะจัดการเอง
แต่ท่านก็ทรงดวดเอง กร้อบเดียวเกลี้ยง หลังจากนั้นจึงทรงรับสั่งว่า
“ ไม่เป็นไร แอลกอฮอล์เข้มข้นเชื้อโรคตายหมด ”

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:51 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 61



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... คนในแบงค์ ...

อีกเรื่องหนึ่งที่ได้ยินมา..เมื่อคราวที่ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ประทับที่ รพ.ศิริราช
ช่วงเช้าตรู่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พยาบาลที่ถวายงานพยาบาลอยู่จึงไปรับสาย ก็มีเสียงปลายทางพูดมาว่า
“ ขอสายฟ้าหญิง ” พยาบาลที่รับสายจึงถามกลับไปว่า ..ขอประทานโทษค่ะใครจะเรียนสายด้วยค่ะ..
“ บอกเขาว่าคนในแบงค์โทร.มา ” อีกฝ่ายตอบกลับมา คุณพยาบาลถามกลับไปว่า..ธนาคารไหนค่ะ
และคิดในใจว่ายังเช้าอยู่อย่างนี้โทร.มาเรื่องอะไร .. แต่พอกลับมานั่งทบทวนว่า...คนในแบงค์โทร.มา...
ถึงกับตื่นเต้นตกใจขนลุกขนพองเพราะคนในแบงค์ ก็คือ..ในหลวง..นั่นเอง...


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 20:59 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 62



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ต้องเรียกน้าซิ ...

วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมายพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราคนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาทแล้วก็เอามือของแกมาจับ
พระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง
แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉย ๆ
มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะ พระองค์ทรงตรัสว่า
“ เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิ ถึงจะถูก ”

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:05 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 63



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... แขนตกสะพาน ...

พระองค์ท่านเสด็จไปที่จังหวัดสกลนคร เพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้าน
และพระองค์ก็ทรงตรัสถามชายคนหนึ่งที่มาเข้าเฝ้า เพราะแขนเจ็บเข้าเฝือก
ในหลวงทรงรับสั่งถามว่า “ แขนเจ็บไปโดนอะไรมา ”
ชายคนนั้นตอบว่า “ ตกสะพาน ”
แล้วในหลวงทรงรับสั่งกลับไปอีกว่า “ แล้วแขนอีกข้างหนึ่งละ ”
ชายคนนั้นก็ตอบกลับมาอีกว่า “ แขนข้างนี้ไม่ได้ตกลงไปด้วย ตกข้างเดียว ”
ในหลวงของเราก็ทรงพระสรวล.....



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:07 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 64



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***


เรื่อง... ทรงพระครรภ์ ...

ครั้งหนึ่งหลาย ๆ ปีมาแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษาา
คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนัง แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
ก็กราบบังคมทูลว่า “ เอ้อ - ทรง... อ้า - ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ ”
พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า “ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่ จะท้องได้ยังไง ”
แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริง ๆ
ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า “ เอ้า พูดภาษาอังกฤษกันเถอะ ”
เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป.....


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:13 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 65
ดีจังเลยคุณเซี้ยะ เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วมีความสุขใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยที่อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยเรา พ่อหลวงของเราได้ทำไว้ให้พวกเราชาวไทยได้อยู่อย่างร่มเย็น เย็นศิรเพราะพระบริบาลจริงๆ วันนี้พวกเราชาวไทยควรที่จะรวมใจส่งความรักส่งพลังใจให้พระองค์ท่านมีพระสิริอายุยั่งยืนนาน หรงมีพระพลานามัยแข็งแรงเป็นร่มโพธิ์ของผองไทยเราตลอดกาลนาน ไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกนี้ที่พรงงานหนักตลอดระยะยาวนานหกสิบกว่าปี ดังโครงการพระราชดำริทั่วประเทศเป็นเรื่องวิถีชีวิตของพสกนิกรของพระองค์นับแต่เหนือจรดใต้ ออกจรดตก พระองค์ทรงดูแลอย่างทั่วถึง วันนี้ผมก็ได้ร่วมพิธีเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ปลื้มปิติมากและแฟนๆเว้ปนี้ละทำอะไรบ้าง แชร์กันบ้าง (นอกจากคุณเซี้ยะ)

จาก: ไก่โต้ง
วันที่: 09/09/52 - 21:13 น.
IP Address: 124.121.140.xx
ความคิดเห็นที่ 66



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ถวายพระเพลิง ...

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรงจะสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมกับทูลว่า “ ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า ”
ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า
“ เรายังไม่ตาย ถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก ”

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:19 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 67



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... จะให้เป็นช่างจริง ...

มีเรื่องนึงเคยฟังจากผู้ใหญ่เล่าเมื่อนานมาแล้ว
มีช่างไปทำฝ้าเพดานในวัง คนนึงกำลังยืนบนบันได ส่วนหัวอยู่ใต้ฝ้า
อีกคนคอยจับบันไดอยู่ด้านล่าง พอดีในหลวงเสด็จมา
คนที่อยู่ข้างล่างเห็นในหลวงก็ก้มลงกราบ คนอยู่ด้านบนไม่เห็น ก็บอกว่า
“เฮ้ยๆ จับดีๆ หน่อยสิ อย่าให้แกว่ง”
ในหลวงทรงจับบันไดให้ เค้าก็บอกว่า “เออ ดีๆ เสร็จงานนี้จะให้เป็นช่างจริง”
(สงสัยคงจะเพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ผ่านโปร) พอเสร็จก็ก้าวลง
พอเห็นว่าในหลวงเป็นคนจับบันไดให้ ถึงกับเข่าอ่อน แทบจะตกบันได รีบลงมาก้มกราบ
ในหลวงทรงตรัสกับช่างว่า “ แหม ดีนะที่ชมว่าใช้ได้ แถมจะปรับตำแหน่งให้เป็นช่างอีกด้วย ”

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:23 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 68



*** พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ***

เรื่อง... ขอเดชะ พระหมดแล้ว ...

ครั้งหนึ่ง ขณะที่ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
พระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว แต่มีราษฎรผู้หนึ่งยังไม่ได้รับ
จึงกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า “ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์”
ในหลวงทรงตรัสว่า “ ขอเดชะ พระหมดแล้ว ”

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:33 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 69



ขอขอบคุณ "คุณไก่โต้ง" ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นไว้ในความคิดเห็นที่ 65
"น้องแป้งน่ารัก" ที่เข้ามาทักทายกันในความคิดเห็นที่ 40
อีกทั้ง "คุณอ๊อด" ในความคิดเห็นที่ 29 และ "คุณคนชะอวด" ในความคิดเห็นที่ 28

ขออนุญาติรวบยอดทักทายกลับ พร้อมขอบคุณและขอบใจใน "กำลัง" ที่เข้ามาร่วมในกระทู้นี้ทุกๆ ท่านครับผม
เพราะกำลัง "มุ่งมั่น" กับการนำเสนอ "บทความดีๆ" และภาพประกอบ "ทรงคุณค่า" รวบรวมไว้ในกระทู้นี้ให้มากที่สุด
เนื่องในโอกาสดีๆ ที่วันนี้นับเป็น "วันมงคล" ทางด้านจิตใจวันหนึ่ง 09/09/09 จึงอยาก "ทำดี" เพื่อ "พ่อแห่งแผ่นดิน" ครับผม

ป.ล. แน่นอนครับถึงแม้จะผ่านเลยวันเวลานี้ไปแล้ว กระผมก็จะมา "เพิ่มเติม" สาระดีๆ ให้อีกต่อๆ ไปครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:45 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 70



พิมพ์ตกหล่นครับผม

ขออนุญาติรวบยอดทักทายกลับ พร้อมขอบคุณและขอบใจใน "กำลังใจ" ที่เข้ามาร่วมในกระทู้นี้ทุกๆ ท่านครับผม
เพราะกำลัง "มุ่งมั่น" กับการนำเสนอ "บทความดีๆ" และภาพประกอบ "ทรงคุณค่า" รวบรวมไว้ในกระทู้นี้ให้มากที่สุด
เนื่องในโอกาสดีๆ ที่วันนี้นับเป็น "วันมงคล" ทางด้านจิตใจวันหนึ่ง 09/09/09 จึงอยาก "ทำดี" เพื่อ "พ่อแห่งแผ่นดิน" ครับผม

**หมายเหตุ** ในความคิดเห็นที่ 69 พิมพ์ตกคำว่า "ใจ" ไปหนึ่งคำครับผม ต้องขออภัยไว้ในโอกาสนี้ด้วยครับ(รีบมากไปหน่อยครับผม)

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 09/09/52 - 21:51 น.
IP Address: 124.120.232.xx
ความคิดเห็นที่ 71
ยินดีกับพี่พักรบด้วยที่ได้ทายาทสืบทอดกิจการแล้ว

จาก: ยินดีกับพี่พักรบ
วันที่: 10/09/52 - 13:21 น.
IP Address: 110.49.189.xx
ความคิดเห็นที่ 72



ถึง...เจ้าของความคิดเห็นที่71 (ใช้นามแฝงว่า "ยินดีกับพี่พักรบ")

ที่คุณมาโพสต์ข้อความว่า.. "ยินดีกับพี่พักรบด้วยที่ได้ทายาทสืบทอดกิจการแล้ว" มีความหมายอย่างไร? หรือครับ กระผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับ
ถามด้วยความบริสุทธิ์ใจนะครับ มิได้มีเจตนาอื่นใดเลยที่ไม่ดีเลยครับผม กรุณาช่วย "ขยายความ" ด้วยนะครับ

ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยครับ

ป.ล. กระทู้นี้กระผม "ตั้งขึ้นด้วยความตั้งใจดี" มิได้ตั้งขึ้นตาม "ใบสั่ง" ของท่านใด? หรอกนะครับ ขอเข้าใจตามนี้ด้วยครับ

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 15:44 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 73



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:16 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 74



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:17 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 75



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:18 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 76



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:18 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 77



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:19 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 78



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:20 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 79



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:21 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 80



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:21 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 81



ขอเชิญชมภาพ "ในหลวง" กับ "สุนัขทรงเลี้ยง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:22 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 82



เรื่องของ.."ในหลวง" ที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้








แบ่งปัน --> ในหลวง และราชวงศ์
เรื่องของในหลวงที่เราอาจไม่เคยรู้




จดหมายฉบับนี้ยาวมาก
หากรัก""พระองค์ท่าน"" กรุณาอ่านให้จบด้วยนะคะ




เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๑)

1.ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45น.
2.นายแพทย์ผู้ทำคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์
3.พระนาม ""ภูมิพล"" ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
4.พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช

5.ทรงมีชื่อเล่น ว่า เล็ก หรือ พระองค์เล็ก
6.ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี
มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า ""H.H Bhummibol Mahidol""หมายเลขประจำตัว 449
7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือ สมเด็จย่า อย่างธรรมดาว่า ""แม่""
8.สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม
อาทิตย์ละครั้ง
9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์
แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย
เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม
10.สมัยพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต






จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:37 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 83



เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๒)

11.สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทย
ทรงตั้งชื่อให้ว่า""บ๊อบบี้""
12.ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ
เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำพระองค์ต้องลุกขึ้นบ่อยๆ
13.สมัยพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรองว่า 3 ที มากเกินไป 2 ทีพอแล้ว
14.ระหว่างประทับอยู่ สวิตเซอร์แลนด์นั้นระหว่างพี่น้องจะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศส แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ
15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก ""การให้"" โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า ""กระป๋องคนจน"" เอาไว้ หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก ""เก็บภาษี"" หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน
16. ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน
เพราะเพื่อนคนอื่นๆ เขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าก็ตอบว่า ""ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก
ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน""
17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา
18.ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง
19. พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก ""การเล่น"" สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากอยากได้ของเล่นอะไรต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับพระเชษฐา ซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ
แล้วเอามาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง
20.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์




จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:44 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 84



เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๓)

21.ในหลวงทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น เปียโน กีตาร์ แซกโซโฟน
แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ทรงหัดเล่นคือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)
22.ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษา ทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้
23.ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส
24.ทรงพระราชนิพนธ์พลงครั้งแรก เมื่อพระชนมพรรษา 18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ ""แสงเทียน"" จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง
25.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง ""เราสู้""
26. รู้ไหม...? ทรงมีพระอุปนิสัยสนใจการถ่ายภาพเหมือนใคร : เหมือนสมเด็จย่า และ รัชกาลที่5


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:47 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 85
โปรดติดตามตอนต่อไปได้ในโอกาสหน้านะครับ แล้วจะนำเสนอเพิ่มเติมให้อีกครับผม
(วันนี้ขอไป "ปฏิบัติภาระกิจส่วนตัว" ก่อนครับผม)



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/09/52 - 16:55 น.
IP Address: 124.157.136.xx
ความคิดเห็นที่ 86
*-*
ขอบคุฟรค่ะ

จาก: บุ๋ม
วันที่: 12/09/52 - 0:54 น.
IP Address: 124.122.172.xx
ความคิดเห็นที่ 87



เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๓ ต่อ)

27. นอกจากทรงโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉายแล้วนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโ ปลิโอและโรคเรื้อนด้วย
28. ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง ""นายอินทร์"" และ ""ติโต""
ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์ แต่ ""พระมหาชนก"" ทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
29. ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่ทรงโปรดเป็นพิเศษได้แก่ แบดมินตัน สกี และ เรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทอง(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น""กีฬาซีเกมส์"")
ครั้งที่ 4 ปี พ.ศ.2510
30. ครั้งหนึ่ง ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง
และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จฯกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวส์ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 12/09/52 - 21:51 น.
IP Address: 124.122.172.xx
ความคิดเห็นที่ 88



เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๔)

31. ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ ""กังหันชัยพัฒนา"" เมื่อปี 2536
33. ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน
เช่น แก๊สโซฮอล์,ดีโซฮอลล์ และ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์
ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว
34. องค์การสหประชาชาติ ได้ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2549 เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาถวายรางวัลด้วยตนเอง
35. พระนามเต็มของในหลวง : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรา มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
36. รักแรกพบ ของในหลวงและหม่อมสิริกิติ์เกิดขึ้นที่สวิสเซอร์แลนด์
แต่เหตุการณ์ครั้งนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯทรงให้สัมภาษณ์ว่า""น่าจะเป็น เกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงๆแล้วเสด็จมาถึงหนึ่งทุ่ม ช้ากว่าเวลานัดหมายตั้งสามชั่วโมง
37. ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริ กิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ที่วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 โดยทรงจดทะเบียนสมรสเหมือนคนทั่วไป ข้อความในสมุทะเบียนก็เหมือนคนทั่วไปทุกอย่าง ปิดอากรแสตมป์ 10 สตางค์ เสียค่าธรรมเนียม 10 บาท
37. หลังอภิเษกสมรส ทรง""ฮันนีมูน""ที่หัวหิน
38. ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน
39. ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
40. ของใช้ส่วนพระองค์นั้นไม่จำเป็นต้องแพงหรือต้องแบรนด์เนม ดังนั้นการถวายของให้ในหลวงจึงไม่จำเป็นจะต้องเป็นของแพง อะไรที่มาจากน้ำใจจะทรงใช้ทั้งนั้น




จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 12/09/52 - 21:59 น.
IP Address: 124.122.172.xx
ความคิดเห็นที่ 89



เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๕)

41. เครื่องประดับ : ในหลวงไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา
42. พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว : ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ
43. หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปจนถึงเกลียวคอหลอด
ซึ่งเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ช่วยรีด และ กดเป็นรอยบุ๋ม
44. วันที่ในหลวงเสียใจที่สุด คือวันที่สมเด็จย่าเสด็จสวรรคต มีหนังสือเล่าไว้ว่า วันนั้นในหลวงไปเฝ้า แม่ถึงตีสี่ตีห้า พอแม่หลับจึงเสด็จฯกลับ เมื่อถึงวัง ทางโรงพยาบาลก็โทรศัพท์มาแจ้งว่า สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์แล้ว ในหลวงรีบกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นแม่นอนหลับตาอยุ่บนเตียง
ในหลวงคุกเข่าเข้าไปกราบที่อกแม่ ซบหน้านิ่งอยู่นาน ค่อยๆเงยพระพักตร์ขึ้นมาน้ำพระเนตรไหลนอง
45. โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบนมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ
46. ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานต่างๆจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่ 3 สิ่ง คือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง(ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป
และดินสอที่มียางลบ
47.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียวกระดาษที่จะนำมาให้ข้าราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน
48. เก็บร่ม : ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่
เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก
ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรท่ามกลางสายฝน
49. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯ ร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่หามาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน
50. โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 12/09/52 - 22:08 น.
IP Address: 124.120.233.xx
ความคิดเห็นที่ 90



เรื่องของในหลวงที่เรา(อาจ)ไม่เคยรู้ (ตอนที่ ๖ /ตอนจบของหัวเรื่องนี้ครับผม)

51. เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา
ในหลวงจะเสด็จฯลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด
52. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า ""ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง
คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ
53. ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน
54. อาหารทรงโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา
55. ผักที่ไม่โปรด : ผักชี ต้นหอม และตังฉ่าย
56. ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก
57. ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย
โดยใช้สระว่ายน้ำในพระตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง
58. เครื่องดื่มทรงโปรด : โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวยวันหนึ่งหลายครั้ง
59. ทีวีช่องโปรด ทรงโปรดข่าวช่องฝรั่งเศส ของยูบีซี เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก
60. ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆใน กทม.ไปที ่ จส.100ด้วย โดยใช้พระนามแฝง
61. หนังสือที่ในหลวงอ่าน : ตอนเช้าตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศ ทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทม์ส นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 12/09/52 - 22:14 น.
IP Address: 124.122.172.xx
ความคิดเห็นที่ 91



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 13:09 น.
IP Address: 124.120.240.xx
ความคิดเห็นที่ 92



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 13:20 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 93



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 13:25 น.
IP Address: 124.120.240.xx
ความคิดเห็นที่ 94



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 13:41 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 95



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 13:51 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 96



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:04 น.
IP Address: 124.120.240.xx
ความคิดเห็นที่ 97



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:23 น.
IP Address: 124.120.240.xx
ความคิดเห็นที่ 98



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:35 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 99



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:39 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 100



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:45 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 101



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:49 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 102



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:51 น.
IP Address: 124.120.240.xx
ความคิดเห็นที่ 103



ขอเชิญชม "ภาพประวัติศาสตร์" ของ "ในหลวง" (พ่อแห่งแผ่นดิน) กันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 14:53 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 104
เคยได้ยินประโยคนี้ไหม
สำหรับเพลงสรรญเสริญ กับพ่อแม่ของประเทศเรา
มันอาจดูแรง แต่ถ้าเจอ เอาจริงๆ
ไม่ยืนกูตบ ไม่เคารพกูกระทืบ

จาก: คนเก่า
วันที่: 13/09/52 - 15:53 น.
IP Address: 112.142.21.xx
ความคิดเห็นที่ 105
คคห 104มันก็สาสมแล้วไม่ใช่เหรอคะ
เป็นลูกหลานของบ้านไหน ไม่เคารพพ่อแม่บ้านนั้น


จาก: แก้วค่ะ
วันที่: 13/09/52 - 19:21 น.
IP Address: 203.146.145.xx
ความคิดเห็นที่ 106



ขอขอบคุณ "คุณคนเก่า" และ "คุณแก้วค่ะ" ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นที่ 104 และ 105 ครับผม
อันที่จริงก็ออกจะดูเป็นคำพูดที่ "แรง" มากเหมือนกันนะครับ เพราะยุคนี้ไม่ใช่ยุด "พ่อขุนรามคำแหง" แล้วนะซิครับ
สำหรับกระผมคิดว่าหากเป็น "คนไทย" โดยแท้จริงแล้ว ก็น่าจะมี "จิตสำนึก" ได้เองนะครับ
ไม่น่าจะต้องถึงกับ "ลงมือ..ลงเท้า" ซะขนาดนั้นหรอกนะครับ (ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับผม)

"รักพ่อ...อย่าทะเลาะกัน"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 13/09/52 - 19:57 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 107



ขอเชิญชมภาพสีน้ำมันของ "ในหลวง" กันอีกสักภาพครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 14/09/52 - 13:51 น.
IP Address: 125.24.229.xx
ความคิดเห็นที่ 108



ขอขอบคุณ น้องเซี๊ยะ ที่นำเรื่องราวของพระองค์ท่านมาให้พวกเราได้ชื่นชมพระบารมี โดยทั่วหน้ากัน

พีพร ขอร่วมแจมด้วยค่ะ " ดูเป็นบุญตา..ภงด.94 ผู้เสียภาษีเป็นใคร?"





จาก: พร13
วันที่: 14/09/52 - 23:09 น.
IP Address: 124.122.101.xx
ความคิดเห็นที่ 109



ขอขอบคุณ "คุณพี่พร13" ที่ได้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น และ นำภาพ "ภ.ง.ด. 94" ของ "ในหลวง" ท่านมาฝากนะครับ
พร้อมกันนี้กระผมเองก็มี "พระสูติบัตร" ของพระองค์ท่านมาฝากให้ทุกๆ ท่านด้วยเช่นกันครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 15/09/52 - 6:01 น.
IP Address: 124.120.238.xx
ความคิดเห็นที่ 110



แถลงการณ์ ฉบับที่ 1 "ในหลวง" ประทับ รพ.ศิริราช

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 1

เมื่อวันเสาร์ ที่ 19 กันยายน 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรอท (เป็นไข้) และมีพระอาการอ่อนเพลียตลอดจนเสวยพระกระยาหารได้น้อยลง คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อตรวจหาสาเหตุพร้อมกับถวายการรักษาด้วยน้ำเกลือทางหลอดพระโลหิตร่วมกับยาปฏิชีวนะ

จึงแถลงมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ขณะที่อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ทางสำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงนามถวายพระพร โดยได้เปิดให้ประชานทั่วไปร่วมลงนามถวายพระพรตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 20.00 น. โดยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 กันยายน จะเปิดให้ร่วมลงนามที่อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ หลังจากนั้นตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เป็นต้นไปจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปร่วมลงนามถวายพระพรที่ศาลา 100 ปี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงเวลาเช้าเป็นต้นมา มีบุคคลสำคัญในวงการเมืองและข้าราชการทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่รวมถึงประชาชน ทยอยมาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมนำพานดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายที่หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร ในเวลา10.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา เสธ.ทบ. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบ.ชน. พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.สส. และภริยา นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร

** ขอขอบคุณข้อมูล จาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 21/09/52 - 9:14 น.
IP Address: 125.24.195.xx
ความคิดเห็นที่ 111



แถลงการณ์ฉบับที่ 2 "ในหลวง" ไข้ลดลง

ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พระปรอท(ไข้) ลดต่ำลง แต่ยังเสวยพระกระยาหารได้น้อย คณะแพทย์ฯยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะร่วมกับสารอาหารทางหลอดพระโลหิต

เมื่อเวลา 19.20 น.วันนี้ (21 กันยายน) สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 2 ระบุว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้รายงานว่า ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พระปรอท (ไข้) ลดต่ำลง แต่ยังเสวยพระกระยาหารได้น้อย คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะร่วมกับสารอาหารทางหลอดพระโลหิตต่อไป

จึงแถลงมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 21 กันยายน 2552


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 21/09/52 - 21:19 น.
IP Address: 124.120.234.xx
ความคิดเห็นที่ 112



แถลงการณ์ ฉบับที่ 3 "ในหลวง" พระอาการดีขึ้น

คณะแพทย์ ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปดีขึ้น แต่ยังมีพระปรอท (เป็นไข้) ต่ำๆ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะร่วมกับสารอาหาร ...

เมื่อเวลา 20.00 น. วันนี้ (22 ก.ย.) สำนักพระราชวังปิดงานลงนามถวายพระพร ที่อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ มีประชาชนมาลงนาม 28,462 คน รวม 2 วัน จำนวน 55,344 คน

ต่อมาเวลา 20.13 น. สำนักนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 3 ความว่า คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปดีขึ้น แต่ยังมีพระปรอท (เป็นไข้) ต่ำ ๆ คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะร่วมกับสารอาหารทางหลอดพระโลหิตต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง 22 กันยายน 2552


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 23/09/52 - 5:49 น.
IP Address: 124.120.245.xx
ความคิดเห็นที่ 113



แถลงการณ์ ฉบับที่ 4 "ในหลวง" ทรงไข้ลด-เสวยได้มากขึ้น

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 4 "ในหลวง" ทรงเสวยได้มากขึ้น ทรงพระบรรทมได้ดี หลวงพ่อคูณ ถวายพระพร ในโอกาสที่ทรงประชวร

เมื่อเวลา 19.09 น. วันนี้ (23 ก.ย.) สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ มาประทัป ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 4 ระบุว่า

วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ได้รายงานว่า อุณหภูมิพระวรกายลดลงจนอยู่ในระดับปกติ เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น ทรงพระบรรทมได้ดี คณะแพทย์ฯ จึงได้ลดพระโอสถปฏิชีวนะและลดปริมาณสารอหารที่ถวายทางหลอดพระโลหิตลง

จึงแถลงมาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง 23 ก.ย.2552

และเมื่อเวลา 17.00 น. พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงประชวร ว่า "เออ การป่วย การเจ็บ การเป็น ไม่เลือกชั้นวรรณะ ทุกตัวคน ป่วยได้ เป็นได้ เจ็บได้ หายได้ ดีได้ ก็ไม่เป็นอะไรด้อก พระเจ้าแผ่นดิน ป่วยได้ท่านก็หายได้ ไม่พอเป็นอะไรไม่เสียหายอะไร นี่ท่านก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นอะไรด้อก เป็นธรรมดานิดหน่อย เดี๋ยวท่านก็ดี ขอให้ท่าน คุณโยมหายดีเสียเถิด ป่วยก็เป็นธรรมดา ไม่ว่าใครก็มีการป่วยการเป็น เป็นของธรรมดา แต่ท่านคุณโยมป่วยในครั้งนี้ ไม่เสียหายอะไร ก็ดีขึ้นตามเคยนั่นแหละ"

ส่วนที่บริเวณอาคารละหมาด ท่าอากาศยานนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส นายต่วนอับดุลเล๊าะ ต่วนกือจิ กรรมการอิสลามประจำ จ.นราธิวาส เป็นประธาน นำคณะกรรมการอิสลาม ผู้นำศาสนา และชาวมุสลิมทั้ง 13 อำเภอ กว่า 300 คน ร่วมทำพิธีละหมาดฮายัตและสวดดูอา ขอพรพระเจ้า ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภัดดีของเหล่าพสกนิกรชาว จ.นราธิวาส ที่มีความเป็นห่วงถึงพระสุขพลานามัยของในหลวงอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกันที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดนราธิวาสตลอดทั้งวันมีประชาชนใน พื้นที่ทยอยมาร่วมลงนามในสมุดถวายพระพร ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรเช่นกัน


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/09/52 - 6:08 น.
IP Address: 124.120.246.xx
ความคิดเห็นที่ 114



แถลงการณ์ฉบับ 5 ไม่มีพระปรอท เสวยได้มากขึ้น

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 5 ไม่มีพระปรอท (ไข้) เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น

เวลา 18.10 น.สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 5 ความว่า

วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไม่มีพระปรอท (ไข้) เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น คณะแพทย์ฯ ได้ถวายการรักษาเพิ่มด้วยการทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูพระกำลัง ผลการตรวจพระโลหิตไม่พบเชื้อแบคทีเรีย และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยาโดยวิธี Polymerase Chain Reaction ไม่พบเชื้อไวรัส

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง 24 กันยายน พุทธศักราช 2552


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/09/52 - 19:51 น.
IP Address: 124.121.208.xx
ความคิดเห็นที่ 115
ช่วยกันสวดมนต์
อุทิศส่วนกุศลให้เทวดาที่คุ้มครองเมืองไทย
แล้วเชิญเทวดาลงมาอวยพระพรให้ท่านหายไวๆ
ขอให้ท่านมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
โรคาพาธที่มีขอให้หายมลายไปพลัน
มีแต่พระพลานามัยที่แข็งแรง

จาก: คนเก่า
วันที่: 25/09/52 - 10:46 น.
IP Address: 112.142.21.xx
ความคิดเห็นที่ 116



แถลงการณ์ ฉบับที่ 6 เสวยมากขึ้น ทำกายภาพเพิ่ม


แถลงการณ์ ฉบับที่ 6 คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น ทำกายภาพบำบัดเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 2 ครั้ง

เวลา 19.40 น. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 6 ความว่า วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น ไม่มีพระปรอท (ไข้) คณะแพทย์ฯ จึงงดถวายสารอาหารและสารน้ำทางหลอดพระโลหิต แต่ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะต่อไปจนครบกำหนด และได้ถวายการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 2 ครั้ง

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง 25 กันยายน 2552

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 26/09/52 - 6:13 น.
IP Address: 124.120.235.xx
ความคิดเห็นที่ 117



แถลงการณ์ฉบับ 7 ไม่มีพระปรอท บรรทมได้มากขึ้น

แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 7 ไม่มีพระปรอท ผลการตรวจทางโลหิตวิทยา ปรากฏว่าอยู่ในเกณฑ์ปรกติ

เวลา 18.28 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 7 ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ไม่มีพระปรอท (ไข้) ผลการตรวจทางโลหิตวิทยา ปรากฏว่าอยู่ในเกณฑ์ปรกติ ทรงพระบรรทมได้มากขึ้น

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

26 กันยายน 2552


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 9:49 น.
IP Address: 124.120.236.xx
ความคิดเห็นที่ 118



"ในหลวง" ของเราทุกคน

จาก: คนชะอวด
วันที่: 27/09/52 - 22:15 น.
IP Address: 118.173.130.xx
ความคิดเห็นที่ 119



แถลงการณ์ฉบับที่ 8 พระอาการทั่วไปดี เสวยได้มากขึ้น

ในหลวงพระอาการโดยทั่วไปดี เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น คณะแพทย์ถวายการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดต่อไป และถวายพระโอสถปฏิชีวนะจนครบกำหนด ขณะที่พสกนิกรยังคงไปลงนามถวายพระพรต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 27 กันยายน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 8 ความว่า "วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปดี เสวยพระกระยาหารได้มากขึ้น คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดต่อไป และถวายพระโอสถปฏิชีวนะจนครบกำหนด"

ขณะเดียวกัน นับเป็นวันที่แปดแล้ว ที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนมาร่วมลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณศาลาศิริราช 100 ปี หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงรับการถวายการรักษาพระอาการประชวร ตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

บรรยากาศการลงนามถวายพระพรในวันที่ 27 กันยายน สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมลงนามถวายพระพรตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยมีบุคคลและคณะบุคคลเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรกันไม่ขาดสาย อาทิ พ.อ.ชาญชัย ยศสุนทร ผู้บังคับการกรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อ.เขาชะโงก จ.นครนายก นำตัวแทนนักเรียนนายร้อยชั้นปีละ 10 นาย รวม 40 นาย เข้าร่วมลงนามถวายพระพร และกล่าวถวายพระพรว่า ในนามของนักเรียนนายร้อย ขอให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงหายจากพระอาการประชวร และทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:24 น.
IP Address: 124.120.247.xx
ความคิดเห็นที่ 120



นางฐิตินันท์ วัธนเวคิน นายกสมาคนนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นายอัมรินทร์ ปิยะสัจจะเดช สมาคมนามธารีสังคัตแห่งประเทศไทย ชมรมไทยซิกส์นามธารี นายชุมพล โชคสุชาติ ประธานชมรมลูกเสือชาวบ้านหัวหิน นำสมาชิกชมรม 12 คน ร่วมลงนามถวายพระพร ด.ช.พันธดนย์ เกลี้ยงจันทร์ หรือ น้องเดียว แชมป์เกมทศกัณฐ์เด็ก ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว พ.ท.สุรธัช บุนนาค นายกสมาคมสนทนาธัมม์นำสุข นางนฤดี เคียงศิริ ผู้ว่าการภูมิภาค 17 สโมสรซอนต้า มาลงนามถวายพระพร

เมื่อเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พล.ท.ม.ร.ว.สมชนก กฤดากร ซึ่งเคยร่วมทีมเรือใบในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ซึ่งจัดแข่งขันที่หาดพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเดือนธันวาคม 2510 ก็มาร่วมลงนามถวายพระพร พร้อมกล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า สมัยนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมด้วย

"ผมมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และยังได้เห็นพระปรีชาสามารถในการเล่นเรือใบของพระองค์ โดยเฉพาะเรือใบ 2 ประเภท คือ โอเคดิ้งกี้ คลาส และเรือใบมด รวมถึงพระปรีชาสามารถในเรือของการออกแบบเรือใบมด ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาทรงร่วมการแข่งขันเรือใบเป็นครั้งแรกในเอเชีย พระองค์ท่านยังทรงออกแบบสร้างเรือด้วยพระองค์เอง ทั้งที่สมัยนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ และในคราวที่มีการเลี้ยงฉลองกันหลังเสร็จการแข่งขัน มีการถ่ายภาพผู้ชนะการแข่งขัน ผมได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ฉายพระรูปด้วยโดยไม่ถือพระองค์" พล.ท.ม.ร.ว.สมชนก กล่าว


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:28 น.
IP Address: 124.120.247.xx
ความคิดเห็นที่ 121



นอกจากนี้ พล.ท.ม.ร.ว.สมชนก ยังได้กล่าวถึงที่มาของชื่อเรือใบมดว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงออกแบบเรือใบ โดยยังไม่รู้ว่าจะตั้งชื่ออะไรดี ซึ่งวัสดุที่ใช้ประกอบตัวเรือนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ผงไฟเบอร์กลาส ที่จะต้องมาผสมกับสารเคมี ก่อนที่จะนำมาหล่อจึงสามารถเป็นรูปร่างได้ ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าผงไฟเบอร์นั้นเมื่อถูกผิวหนังจะเกิดอาการคันมาก จนต้องเกาเหมือนกับถูกมดกัด พระองค์จึงนำเอาชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อเรือใบมดตั้งแต่นั้นมา นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังมีน้ำพระราชหฤทัยนักกีฬามาก ทรงรู้แพ้รู้ชนะ และทรงมีระเบียบวินัยในการซ้อมเป็นอย่างมาก ถือเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักกีฬาในยุคนี้ด้วย

ด้าน นางเสาวลักษณ์ ศิรินรินทร อายุ 79 ปี ชาวอินเดียที่มาอาศัยอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร กล่าวว่า สมัยเด็ก ๆ เคยรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้ทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้ ตั้งแต่นั้นรู้สึกประทับใจในพระจริยวัตรอันงดงาม และการทรงงานของพระองค์ ที่ทรงทำเพื่อคนไทยมาโดยตลอด

"ถึงตัวเองและครอบครัวจะมีเชื้อสายอินเดีย แต่ก็รู้สึกว่าเป็นคนไทยและรักแผ่นดินไทย รักพระเจ้าอยู่หัวไม่แพ้คนไทยเหมือนกัน ทุกครั้งที่พระองค์ทรงพระประชวรจะรู้สึกเศร้าและเป็นห่วงพระองค์ จะต้องมาลงนามถวายพระพรทุกครั้ง และจะร่วมกันนำนมและขนมมาแจกจ่ายให้ผู้ที่มาลงนามได้รับประทาน แต่ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ห้ามนำของมาแจก จึงทำได้เพียงลงนามถวายพระพร และขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ขอให้พระเจ้าจงคุ้มครองพระองค์ด้วย" นางเสาวลักษณ์ กล่าวพร้อมน้ำตา


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:29 น.
IP Address: 124.120.241.xx
ความคิดเห็นที่ 122



วาเด็ง ปูเต๊ะ พระสหายแห่งสายบุรี ลงนามถวายพระพร

เมื่อวันที่ 26 กันยายน บริเวณศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช นายวาเด็ง ปูเต๊ะ หรือ "เป๊าะเด็ง" อายุ 93 ปี หรือที่รู้จักในนาม "พระสหายแห่งสายบุรี" พระสหายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดินทางโดยเครื่องบินจากบ้านบาเลาะ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อมาลงนามถวายพระพร โดยนายวาเด็งได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นพระสหาย เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ณ โครงการพัฒนาพรุแค อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อปี พ.ศ.2530 ทรงเห็นว่า นายวาเด็งเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา จริงใจ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระสหายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทั้งนี้ นายอับดุลเลาะ อาแว หลานชายของนายวาเด็ง ปูเต๊ะ ซึ่งเดินทางมาด้วยกัน เพื่อทำหน้าที่ดูแลและแปลภาษา บอกว่า ออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 09.00 น. เมื่อมาถึงสนามบินดอนเมืองก็เดินทางโดยรถยนต์มาที่ศาลาศิริราช 100 ปี วันนี้เป๊าะเด็งเลือกสวมชุดซาฟารีสีกรมท่า และติดเข็มตราสัญลักษณ์ครองราชย์ 60 ปี ที่อกเสื้อด้านขวา และใช้วิธีลงนามถวายพระพรด้วยการพิมพ์นิ้วโป้งมือข้างขวาลงบนสมุดลงนามถวายพระพร แล้วให้ตนเขียนชื่อวาเด็งกำกับอีกครั้ง เนื่องจากไม่สามารถเขียนภาษาไทยได้


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:36 น.
IP Address: 124.120.241.xx
ความคิดเห็นที่ 123



หลังจากนายวาเด็งแสดงความเคารพต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พระสหายแห่งสายบุรีก็เผยความรู้สึกเป็นภาษายาวี โดยมีหลานชายเป็นคนแปลให้ ว่า ทราบข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรจากทางโทรทัศน์ รู้สึกตกใจมาก หลังจากทราบข่าวก็สวดดูอาร์ขอพรจากพระเจ้าหลังละหมาดทุกครั้ง เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหายจากพระอาการประชวร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นำอะไรมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหมือนเช่นทุกครั้งที่มีโอกาสมาร่วมถวายพระพรหรือไม่ นายวาเด็ง ตอบว่า ตอนแรกตั้งใจจะนำทุเรียนและลองกองที่ปลูกไว้ในสวนอย่างละ 3 ต้น มาทูลเกล้าฯ ถวาย แต่เสียดายที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทำให้ผลไม้ไม่ออกผลตามฤดูกาล

"ไม่ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3-4 ปีแล้ว ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประชวร บอกไม่ถูกว่าเป็นห่วงอย่างไร แต่อยากมาเข้าเฝ้าฯ บ่อยขึ้น วันนี้ที่ได้มาลงนามถวายพระพรก็รู้สึกเหมือนได้พบพระพักตร์แล้ว คิดถึงและเป็นห่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก เมื่อรู้ว่าจะได้มากรุงเทพฯ เพื่อถวายพระพรรู้สึกตื่นเต้น นอนไม่หลับ ตนและภรรยาก็มีอาการเจ็บป่วยด้วยโรคชราเช่นกัน จึงตั้งใจว่าจะพักอยู่กรุงเทพฯ ต่ออีก 1-2 วัน และหากเป็นไปได้อยากอยู่รอจนถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินกลับ จากนั้นจึงค่อยเดินทางกลับบ้านที่ จ.ปัตตานี ส่วนที่ได้ฉายา "พระสหายแห่งสายบุรี" นั้น ส่วนตัวเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดีใจและภาคภูมิใจที่สุดอย่างไม่มีอะไรจะเทียบได้" นายวาเด็ง กล่าว

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:38 น.
IP Address: 124.120.247.xx
ความคิดเห็นที่ 124



สำหรับ วาเด็ง ปูเต๊ะ หรือ เป๊าะเด็ง เป็นพระสหายแห่งสายบุรี แม้ในวัย 93 ปี แต่ความจงรักภักดีและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณไม่เคยเสื่อมคลาย ย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 15-16 ปีที่แล้ว ขณะที่ "เป๊าะเด็ง" กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการดูแลต้นทุเรียนและลองกองในสวน ช่วงเวลาใกล้ค่ำได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา หนึ่งในจำนวนนั้นได้กวักมือเรียกให้เข้าไปหา แต่ตัวผู้เฒ่าเองกลับรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ ผู้เฒ่าเห็นทหารกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาและกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จ พระราชดำเนินมาทอดพระเนตรความเป็นไปได้ในการสร้างอาคาร กั้นน้ำที่คลองน้ำจืดบ้านทุ่งเค็จ ต.แป้น อ.สายบุรี

"วันนั้น เป๊าะ กำลังทำสวนอยู่กับภรรยา (นางสาลาเมาะ ปูเต๊ะ) บริเวณประตูน้ำบ้านบาเลาะ ต.ปะเสยะวอเป็นป่าทึบ ก็มีคุณหญิงคนหนึ่งมาบอกว่า ในหลวง ต้องการพบตัวแต่ภรรยาไม่กล้าไปพบ จนกระทั่งเป๊าะเลี้ยงโคกลับมา ก็มีตำรวจมาตามเป็นครั้งที่สอง เป๊าะ ตกใจมากว่าตำรวจมาตามเรื่องอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด จนกระทั่งสื่อสารกันเข้าใจว่า ในหลวง ต้องการมาสร้างฝายกั้นน้ำคลองน้ำจืด บ้านทุ่งเค็จ ต.แป้นอ.สายบุรี เพื่อช่วยเหลือเรื่องแหล่งน้ำแก่ชาวบ้านในการทำการเกษตร เป๊าะ ถึงกล้าไปพบ แต่ตอนนั้น เป๊าะ ยังไม่ค่อยเชื่อว่าพระองค์จะเข้ามาอยู่ในป่าในเขาแบบนี้ จึงคิดว่าคนที่มาบอกโกหก ขนาดมาพบพระองค์แล้ว เป๊าะ ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็น ในหลวง จริงหรือเปล่า จึงแอบหยิบเงินใบละ 100 บาท กับใบละ 20 บาทขึ้นมาดู จึงแน่ใจว่าเป็นพระองค์เสด็จฯ มาจริง ๆ

ตอนแรกที่พบ ในหลวง เป๊าะ ก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้ ๆ เพราะตอนนั้นนุ่งโสร่งตัวเดียว เสื้อก็ไม่ได้ใส่ด้วย แต่พอเข้าไปใกล้ ๆ ในหลวงก็ตรัสเป็นภาษามลายูว่า จะสร้างคลองชลประทานให้ หลังจากนั้น ในหลวง ท่านก็ทรงสอบถามเส้นทางการขุดคลองสายทุ่งเค็จว่ามีเขตติด ต่อที่ไหนบ้าง จึงได้เล่าให้ในหลวงทรงทราบว่าคลองเส้นนี้ทางเหนือจะติดเขตพื้นที่ อ.ศรีสาครจ.นราธิวาส ในหลวง ตรัสถามว่าหากออกไปทางทะเลจะมีเกาะกี่เกาะ เป๊าะ ก็ตอบพระองค์ไปว่ามี 4 เกาะ ในหลวง จึงทรงเอาแผนที่ที่นำติดตัวมาออกมาดูอีกครั้ง และตรัสชมว่า วาเด็งเป็นคนรู้พื้นที่จริง...เหมือนกับชาวบ้านอีกหลายพื้นที่ที่พระองค์ เคยเข้าไปช่วยเหลือมาแล้ว พระองค์ยังตรัสด้วยว่า "ไม่ว่าจะไปช่วยใครที่ไหนก็ต้องถามเจ้าของพื้นที่ก่อน...เพราะชาวบ้านจะรู้จริงกว่าคนอื่น"


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:39 น.
IP Address: 124.120.247.xx
ความคิดเห็นที่ 125



วันรุ่งขึ้นข้าราชการที่มารับเสด็จก็ต้องตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เมื่อพระองค์ทรงรับสั่งให้ เป๊าะ พายเรือให้พระองค์เพื่อทำการสำรวจคลองสายทุ่งเค็จ พระองค์มีพระราชดำรัสถาม พร้อมเปิดแผนที่เพื่อให้รู้ว่าจะสร้างแหล่งชลประทานอย่างไร ตอนพายเรืออยู่ ในหลวง ตรัสด้วยว่า "ให้วาเด็งทำตัวให้สบาย...มีอะไรที่ชาวบ้านเดือดร้อนก็ให้เล่ามาตามความจริง" เป๊าะ จึงบอก ในหลวง ว่าเมื่อถึงเวลาหน้าฝน น้ำจะท่วม ทำนาไม่ได้ เมื่อถึงหน้าแล้ง ก็ทำนาไม่ได้ เพราะไม่มีน้ำทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน พระองค์ก็ตรัสกับ เป๊าะ อย่างไม่ถือพระองค์และตรัสถามอีกว่า ชาวบ้านทำการเกษตรอะไรบ้าง เป๊าะ จึงตอบพระองค์ไปว่าชาวบ้านไม่เดือดร้อนอะไร ทุกคนทำการเกษตรตามวิถีชีวิตของคนชนบท คือ ปลูกพืชผักสวนครัว และทำสวนไว้กินกันทุกบ้าน

จากนั้น ในหลวง คงจะทรงลองใจเป๊าะ จึงตรัสถามขอที่ดินเพื่อทำโครงการพระราชดำริ ด้วยความปลาบปลื้ม เป๊าะ จึงขอยกที่ดินถวายให้พระองค์ทันที ในหลวง จึงแย้มพระสรวล และมีพระราชดำรัสว่าให้ เป๊าะ เป็น "พระสหาย" ตั้งแต่บัดนั้น ในหลวง ตรัสเรื่องนี้ว่า "วาเด็งเป็นคนซื่อตรง...จึงขอแต่งตั้งให้วาเด็งเป็นเพื่อนของในหลวง" พร้อมทรงชวนให้ เป๊าะ และภรรยาเดินทางไปเที่ยวที่กรุงเทพฯ และเมื่อพระองค์เสด็จฯ มาสามจังหวัดก็เรียกให้เข้าเฝ้าที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ทุกครั้ง

ต่อมา ในหลวง ทรงสงสารจึงมอบเงินให้ เป๊าะ ครั้งละหลายหมื่นบาท หากไม่ได้เสด็จฯ มาก็ทรงฝากเงินมากับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แทบทุกครั้ง ล่าสุด ในหลวง ตรัสว่าให้วาเด็งหยุดทำงานได้แล้ว เพราะแก่แล้ว อายุมากแล้ว ทรงเป็นห่วงสุขภาพของ เป๊าะ กลัวว่าทำงานหนักจะไม่สบาย" วาเด็ง ปูเต๊ะ เล่าถึงเหตุการณ์วันที่ได้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่คาดฝัน จนกระทั่งได้กลายมาเป็น "พระสหาย" แห่งสายบุรี ในเวลาต่อมา

วาเด็ง ปูเต๊ะ บอกอีกว่า ตอนที่ไม่มีทีวีให้ดู เวลาอยากเห็นหน้า ในหลวง ก็จะหยิบเงินมาดูก็พอหายคิดถึงได้บ้าง พอมีทีวีแล้วก็จะรอดูแต่ข่าวในพระราชสำนักทุกวัน แต่พอพระองค์ทรงพระประชวรก็ต้องมาตามดูข่าวในพระราชสำนักตอนกลางวัน และตอนค่ำด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก "มติชนออนไลน์" และ "หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์" ครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 27/09/52 - 22:42 น.
IP Address: 124.120.247.xx
ความคิดเห็นที่ 126



แถลงการณ์ ฉบับที่ 9 ในหลวง ปอดอักเสบ พระอาการทั่วไปดี


แถลงการณ์สำนักพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 9 พระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ ถวายพระโอสถปฏิชีวนะชนิดใหม่ พระปรอท (ไข้) ได้ลดลง พระอาการทั่วไปดี

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ปิดการลงนามถวายพระพร พร้อมสรุปยอดผู้มาลงนามในวันที่ 28 ก.ย. มีทั้งสิ้น 21,272 ราย รวมเปิดให้ลงนามถวายพระพร 8 วัน มียอดผู้ลงนามถวายพระพร รวม 219,584 ราย

ต่อมา สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 9 ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า เมื่อเย็นวานนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระปรอท (เป็นไข้) คณะแพทย์ฯ ได้ถวายตรวจพระอุระ (อก) และ ช่องพระนาภี (ช่องท้อง) ด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ปรากฏว่าพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ แต่ไม่ทรงพระกรรสะ (ไอ) และไม่พบการอักเสบของช่องพระนาภี (ช่องท้อง) จึงได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะชนิดใหม่ และสารอาหารทางหลอดพระโลหิต พระปรอท (ไข้) ได้ลดลงตั้งแต่เช้าวันนี้ พระอาการทั่วไปดี

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง 28 กันยายน 2552


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 29/09/52 - 5:46 น.
IP Address: 124.120.241.xx
ความคิดเห็นที่ 127



ดีใจทั้งแผ่นดิน "ในหลวง" เสด็จฯ พระพักตร์แจ่มใส

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 23 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ลงจากห้องประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยฉลองพระองค์ชุดแขนสั้นสีฟ้า ประทับนั่งรถเข็นไฟฟ้า มีคณะแพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจติดตามใกล้ชิด โดยเสด็จฯ ไปที่อาคารสยามมินทร์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปยังศาลาศิริราช 100 ปี ซึ่งห่างไปประมาณ 100 เมตร ถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ก่อนเสด็จฯ ต่อไปยังลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่มาลงนามถวายพระพรต่างตื่นตะลึงและเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง

ขณะที่หลายคนปลาบปลื้มปีติกลั้นน้ำตาไม่ไหว ร่ำไห้ก้มลงกราบ ที่เห็นพระอาการดีขึ้น พร้อมให้ทุกคนเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศกาลสมเด็จย่า และเสด็จฯ ยังอาคารโรคหัวใจ โดยใช้เวลาเสด็จฯตามอาคารต่าง ๆ ประมาณ 30 นาที ก่อนเสด็จฯ กลับห้องประทับที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 ตุลาคม สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวังเรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 33 ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปคงที่ พระกำลังพระวรกายแข็งแรงขึ้น เสวยพระกระยาหารและทรงพระบรรทมได้เป็นปรกติ คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะจนครบกำหนด และถวายพระกระยาหารบำรุงตามหลักโภชนาการต่อไป ต่อจากนี้ สำนักพระราชวังจะได้ยุติการออกแถลงการณ์ประจำวัน แต่จะประกาศให้ทราบ เมื่อพระอาการเปลี่ยนแปลง

จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
22 ตุลาคม 2552


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน"

และ ขอเชิญ "คลิ๊ก" เพื่อชมภาพได้จาก "ลิ้งค์" ด้านล่างนี้ครับผม
http://www.thairath.co.th/content/misc/41680

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/10/52 - 10:18 น.
IP Address: 125.24.237.xx
ความคิดเห็นที่ 128



หาก "สมเด็จย่า" ทรงมีพระชนม์อยู่มีพระองค์จะมีพระชนมายุครบ 109 พรรษา
ขอโพส์ตภาพนี้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ "สมเด็จย่า" แม่ฟ้าหลวง ของปวงชนชาวไทย

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/10/52 - 15:25 น.
IP Address: 125.24.237.xx
ความคิดเห็นที่ 129



ขออภัยพิมพ์ผิด(อีกแล้วครับท่าน)
หาก "สมเด็จย่า" ทรงมีพระชนม์อยู่พระองค์จะมีพระชนมายุครบ 109 พรรษา
ขอโพส์ตภาพนี้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ "สมเด็จย่า" แม่ฟ้าหลวง ของปวงชนชาวไทย



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/10/52 - 15:31 น.
IP Address: 125.24.237.xx
ความคิดเห็นที่ 130



"ข่าวหน้าหนึ่ง" ซึ่งนำความปลาบปลื้มให้กับปวงชนชาวไทยได้มากที่สุดในขณะนี้ครับผม

ขอขอบคุณภาพประกอบ จาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/10/52 - 19:56 น.
IP Address: 124.121.207.xx
ความคิดเห็นที่ 131



ขอพระองค์..ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 24/10/52 - 19:58 น.
IP Address: 124.121.207.xx
ความคิดเห็นที่ 132



ทรงปลื้มพระทัย ฟังพระราชินีอ่าน จม.ชาวกะเหรี่ยง ห่วง พ่อหลวง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงขอพระบรมราชานุญาตเผยแพร่จดหมายที่ตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงทูลเกล้าฯ ถวายผ่านราชเลขานุการฯ แสดงความเป็นห่วง "พ่อหลวง" ซึ่งพระองค์ท่านทรงปลื้มพระทัย หลังสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอ่านถวาย..

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ต.ค. ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปิดเผยว่า ตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงบ้านจันทร์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ได้เขียนจดหมายถึงท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล ราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ศาลารวมใจ อ.แม่แจ่ม เพื่อแสดงความรู้สึกถึงข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวร

กองราชเลขานุการฯ ได้นำจดหมายดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงประทับเฝ้าพระอาการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงอ่านจดหมายดังกล่าว ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปลื้มพระทัย และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงขอพระบรมราชานุญาตนำมาเผยแพร่ต่อประชาชน มีความว่า

"ศาลารวมใจบ้านจันทร์ 16 ตุลาคม 2552 เรื่อง พ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง รัก เป็นห่วงมาก เรียนท่าน ผู้หญิงมนัสนิตย์ วณิกกุล เมื่อทราบข่าวว่าพ่อหลวงไม่สบาย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงตั้งจิตอธิษฐาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้านจันทร์ คุ้มครองรักษาพ่อหลวงหายจากอาการไม่สบายโดยเร็ว อยู่คู่กับคนไทยไปนาน ๆ พ่อหลวงองค์เดียวของแผ่นดิน พ่อองค์เดียวนี้หาไม่มี เมื่อพ่อหลวงสุขสบาย กะเหรี่ยงยิ้มแย้ม มีกำลังใจ เมื่อพ่อหลวงไม่สบาย กะเหรี่ยงเมื่อยล้า หมดแรง อบอุ่นใดไม่เหมือนอบอุ่นอยู่กับพ่อหลวงของเรา กะเหรี่ยงเกิดมาร่วมชาติกับพ่อหลวงไม่มีอะไรตอบแทน นอกจากขอเป็นคนดีของคนไทย รักและเป็นห่วงพ่อหลวงมาก ลงชื่อนางวราภรณ์ คำมิสอน เป็นตัวแทนชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง"

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" ครับผม


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 25/10/52 - 9:03 น.
IP Address: 115.87.75.xx
ความคิดเห็นที่ 133



"ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยีนนาน"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 0:24 น.
IP Address: 124.120.237.xx
ความคิดเห็นที่ 134



เรารัก.."ในหลวง"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 0:35 น.
IP Address: 124.120.237.xx
ความคิดเห็นที่ 135



"ในหลวง" ทรงรับสั่งขอบใจ ให้ทุกคนทำดี เพื่อชาติเจริญ

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ, เดลินิวส์ , มติชนออนไลน์

"ในหลวง" ทรงรับสั่งให้ทุกคนรู้หน้าที่ของตน ปฏิบัติให้เต็มกำลัง เพื่อให้ชาติเจริญ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น ทรงย้ำ ความสุขของพระองค์จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองเจริญมั่นคง...

เมื่อเวลา 10.58 น. วันที่ 5 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จฯ ออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. 2552 โดยมีองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา นำเหล่าข้าราชการเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบพระบรมวงศานุวงศ์ เหล่าข้าราชการที่เข้าถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธ.ค. ใจความว่า...

"ขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปราถนาดีมุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดี ความสวัสดีของข้าพเจ้าเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงได้ก็ด้วยทุกคน ทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้คิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญ อยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วทำตั้งจิต ตั้งใจ ให้เที่ยงตรง หนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนในดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือ ชาติ บ้านเมือง ให้เป็นถิ่นที่อยู่ ที่ทำกินของเรา มีความเจริญมั่นคงยั่งยืนไป ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ศุภเฉลิมมงคลให้สำเร็จผลขึ้นแก่กันทั่วหน้า"

ด้านบรรยากาศการทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่บริเวณท้องสนามหลวง ที่จะมีขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยมีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานนำข้าราชการจากกระทรวงต่าง ๆ ตัวแทนในหน่วยงานกรุงเทพมหานคร และประชาชนทั่วไปร่วมกันอนุโมทนาจิตอันเป็นกุศลในวันมหามงคลนี้ ด้วยการทำบุญตักบาตรพรสงฆ์จำนวน 283 รูป ซึ่งทางมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เป็นเจ้าภาพจัดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมมหามงคลดังกล่าว

หลังจากที่ในช่วงเย็นวานนี้(4 ธ.ค.) ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จมาเป็นองค์ประธานเจริญพระพุทธมนต์ ในพิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ซึ่งในวันนี้(5 ธ.ค.)จะมีการจัดพิธีอุปสมบทหมู่จำนวน 83 รูป พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งบริเวณ ท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก

สำหรับพิธีในช่วงค่ำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งจะมีการเดินริ้วขบวนอันเชิญเครื่องราชสักการะของหน่วยงานต่าง ๆ และนอกจากนี้ ภายในบริเวณท้องสนามหลวง จะมีการจัดกิจกรรมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ และการแสดงมหรสพสมโภชน์ อาทิ การแสดงลิเก ดนตรีลูกทุ่ง ภาพยนตร์ และการแข่งขันกีฬาตลอดทั้งวัน




จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 19:58 น.
IP Address: 115.87.100.xx
ความคิดเห็นที่ 136



ส่วนที่เทศบาลนคร พระนครศรีอยุธยา ร่วม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และประชาชนชาวอยุธยา นับหมื่นคนร่วมจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา มหาราชา ที่หน้าเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา โดยว่าที่ ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรี จัดขึ้นยี่งใหญ่ตั้งแต่วันที่ 2-3-4 ธ.ค. ส่วนวันนี้จะมีงานใหญ่เช้าประชาชน ข้าราช ร่วมใส่บาตรที่หน้าเทศบาล ตกตอนกลางคืนมีการแสดง ต่างจากกลุ่มศิลปิน และมีการจุดเทียนชัยมงที่มีความสูงร่วม 4 เมตร และจุดพลุจำนวน1999 ชุด ซึ่งในปีนี้จัดยี่งใหญ่กว่าทุก ๆ ปี

ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม ) ถนนราชดำเนิน อนุสาวรีย์คู่บ้านคู่เมืองกลางเมืองโคราช เขตเทศบาลนครนครราชสีมา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา นำประชาชนชาวโคราช ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 99 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

นอกจากนี้ ที่หอประชุม เปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัด ผวจ.นครราชสีมา พร้อมด้วย พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 และหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ได้ร่วมกันประกอบพิธีถวายเครื่องสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมจัดกิจกรรมวันชาติ พิธีถวายคำสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และอ่านสาส์นของนายกรัฐมนตรี จากนั้นที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดฯ ทหารกองทัพภาคที่ 2 ได้ยิงปืนใหญ่ จำนวน 4 กระบอก เป็นการยิงสลุด จำนวน 21 นัด

ส่วนที่สนามกีฬากลางจังหวัดจันทบุรี นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ผวจ.จันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้างานรัฐวิสาหกิจข้าราชการ องค์กรภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน พ่อค้า ประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แก่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยหลังจากนั้นได้มีหัวหน้าส่วนราชการหัวหน้างานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ องค์กรภาคเอกชน กลุ่มพลังมวลชน พ่อค้า ประชาชนร่วมกันปั่นจักรยานเพื่อถวายวันพ่อจำนวนนับพันคัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ลานเฉลิมพระเกียรติฯศูนย์ราชการที่ว่าอำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ ได้มีการปล่อยโคมลอยมงคลเทิดพระเกียรติเฉลิมฉลอง 5 ธันวามหาราช 2552 โดยนายฐานุพงศ์ เจริญสุรภิรมย์ นายอำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้จัดให้มีการปล่อยโคมลอย เพื่อเฉลิมฉลองเทิดพระเกียรติฯพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุ 82 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 นี้ ในการปล่อยโคมลอยในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการต่างๆ เทศบาล อบต.กำนันผู้ใหญ่บ้านในอำเภอสันกำแพง ตลอดจนได้มีประชาชน และอำเภอใกล้เคียงที่ทราบข่าว ได้นำโคมลอยมาปล่อยลอยขึ้นฟ้า เพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติมงคลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยให้มีพระชนยิ่งยืนนานตลอดไป ส่วนโคมลอยที่ได้มีผู้นำมาปล่อยเฉลิมฉลองพระเกียรติฯ 82 พรรษาในครั้งนี้ประมาณ 100 กว่าลูก

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 20:01 น.
IP Address: 115.87.100.xx
ความคิดเห็นที่ 137



ส่วนกลางคืนได้จัดให้มีงานฤดูหนาวเฉลิมฉลองพระเกียรติฯ 5 ธันวาคมมหาราช ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 3-7 ธ.ค.52 นี้ ในงานมีการจัดร้านของเทศบาลและ อบต.หมู่บ้านต่างๆทั้ง 10 หมู่บ้าน จำหน่ายสินค้าโอทอป ออกร้านกาชาด และมีการประกวดนางงามฤดูหนาวกาชาดอำเภอสันกำแพง นอกจากนี้เพื่อเป็นการอนุลักษณ์งานฤดูหนาวอำเภอสันกำแพงต่อไป

นอกจากนี้ นางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวามหาราช ระหว่างวันที่ 1-13 ธ.ค. ขสมก. จัดรถเฉพาะกิจอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมงาน ดังนี้

1.จัดรถให้บริการฟรี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางสนามบินสุวรรณภูมิ - สนามม้านางเลิ้ง และเส้นทางสนามบินดอนเมือง - สนามม้านางเลิ้ง ระหว่างวันที่ 5- 13 ธ.ค. 2552 เริ่มให้บริการจากท่าต้นทางตั้งแต่เวลา 11.00 - 16.30 น. จากท่าปลายทางตั้งแต่เวลา 21.00 - 23.00 น. รถดังกล่าวจะมีป้ายข้อความ “รถโครงการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช” ปิดประชาสัมพันธ์ด้านข้างตัวรถ และป้ายฟิวเจอร์บอร์ดบอกเส้นทาง สนามบินสุวรรณภูมิ- สนามม้านางเลิ้ง และ สนามบินดอนเมือง - สนามม้านางเลิ้ง ติดที่กระจกด้านหน้ารถ

2. เพิ่มเที่ยววิ่งรถเมล์ในเส้นทางที่ผ่านจุดการจัดงาน รวมทั้งเส้นทางที่เกี่ยวเนื่องกว่า 200 เที่ยว/วัน พร้อมขยายเวลาให้บริการเดินรถเพื่อรองรับผู้ใช้บริการอย่างเพียงพอ และขยายเวลาให้บริการศูนย์ Call Center หมายเลข 184 จากเดิมตั้งแต่เวลา 06.00 - 21.00 น.ขยายเป็น 06.00 - 24.00 น. โดยเฉพาะในวันที่ 4 - 5 ธ.ค. นี้ จะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขสมก.มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางรถเมล์เส้นที่วิ่งผ่านจุดจัดงานหลายเส้นทาง ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center หมายเลข 184 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น.

ขณะที่ จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 09.30 น. บริเวณอ่าวกะตะ ตำบลกะรน ได้มีเรือใบนับ 100 ลำจาก 33 ประเทศทั่วโลก ร่วมพิธีสวนสนามทางน้ำเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช โดยมี พล.ร.ท.ชุมนุม อาจวงษ์ ผบช.ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีบนเรือหลวงบางปะกง โดยมีนักกีฬาเรือใบนานาชาติที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ต คิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 23 ซึ่งเป็นการแข่งขันเรือใบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียและมีนักแล่นเรือใบเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยได้จัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้มีนักกีฬากว่า 100 ทีม จาก 33 ประเทศ ซึ่งมีลูกเรือมากกว่า 2,000 คนเข้าร่วมการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2552

สำหรับพิธีสวนสนามทางน้ำเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการร่วมแสดงสำนึกพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชกรณียกิจอันด้วยพระวิริยะ และพระอัจฉริยภาพ เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ซึ่งนับเป็นการสวนสนามทางน้ำครั้งยิ่งใหญ่ที่มีเรือจากจากทั่วโลกเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.ร.อ.หม่อมหลวง อัศนีย์ ปราโมท องคมนตรี ผู้แทนพระองค์จะเดินทางมาเป็นประธานมอบถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก "หนังสิอพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์" และ "หนังสือพิมพเดลินิวส์ออนไลน์"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 20:04 น.
IP Address: 115.87.100.xx
ความคิดเห็นที่ 138



"คนไทย" ตั้งใจเป็นคนดีถวาย "ในหลวง"

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ได้สอบถามความคิดเห็นของคนไทย ทั่วประเทศ 2,589 คน เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถือเป็นวันพ่อแห่งชาติ โดยพระราชกรณียกิจของในหลวงที่คนไทยประทับใจ อันดับ 1 คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศ 70.28% อันดับ 2 พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่ประชาชนชาวไทย 10.64% อันดับ 3 โครงการในพระราชดำริ เช่น ฝนหลวง สร้างเขื่อน โครงการแก้มลิง น้ำท่วม ฯลฯ 7.55% อันดับ 4 พระราชทานปัจจัย สิ่งของ ช่วยเหลือราษฎรที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ 6.37% อันดับ 5 โครงการหลวงช่วยเหลือชาวเขาให้มีอาชีพ 5.16%

ทุกครั้งที่ระลึกถึงในหลวงคนไทยมีความสุขในเรื่องใดมากที่สุด อันดับ 1 ภาพพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ท่านทรงงานเพื่อประชาชน 43.19% อันดับ 2 งานฉลองสิริราชสมบัติ 23.71% อันดับ 3 วันเฉลิมพระชนมพรรษาของทุกปี 18.13% อันดับ 4 ความรักความห่วงใยของพระองค์ท่านที่มีต่อราษฎร 7.70% อันดับ 5 บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน 7.27%

คนไทยตั้งใจจะทำความดีอะไรถวายในหลวง อันดับ 1 เป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต/ยึดมั่นในความดี 53.82% อันดับ 2 มีความสมัครสมานสามัคคี 14.07% อันดับ 3 ปฏิบัติตามพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่าน 12.26% อันดับ 4 ทำบุญ ตักบาตร ถือศีล สวดมนต์ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ 10.33% อันดับ 5 อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พลังงาน ปลูกป่า 9.52%

เรื่องรบกวนเบื้องพระยุคลบาทที่คนไทยไม่อยากเห็นมากที่สุด อันดับ 1 ความไม่สามัคคีกันของคนไทย 43.71% อันดับ 2 การนำพระองค์ท่านมาเกี่ยวข้อง ควรเทิดไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม 30.57% อันดับ 3 การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตัดไม้ ทำลายป่า 15.68% อันดับ 4 ยาเสพติด10.04%

คำที่คนไทยอยากถวายพระพร อันดับ 1 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ 38.74% อันดับ 2 ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยที่แข็งแรง 30.82% อันดับ 3 ขอพระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป 19.20% อันดับ 4 ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ 11.24%

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก "หนังสือพิมพเดลินิวส์ออนไลน์"



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 20:11 น.
IP Address: 115.87.100.xx
ความคิดเห็นที่ 139



"ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยีนนาน"
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า "เซี๊ยะ"(นพดล) บางพลี


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 20:50 น.
IP Address: 115.87.100.xx
ความคิดเห็นที่ 140



บทเพลงพระราชนิพนธ์..."แสงเทียน" SAENG TIEN

ทำนอง: "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช"
คำร้อง: "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ"

จุดเทียนบวงสรวงปวงเทพเจ้า
สวดมนต์ค่ำเช้าถึงคราวระทมทน
โอ้ชีวิตหนอล้วนรอความตายทุกคน
หลีกไปไม่พ้นทุกข์ทนอาทรร้อนใจ
ต่างคนเกิดแล้วตายไป
ชดใช้เวรกรรมจากจร

นิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยงเสี่ยงบุญกรรม
ทุกคนเคยทำกรรมไว้ก่อน
เชิญปวงเทวดาข้าไหว้วอน
ขอพรคุ้มไปชีวิตหน้า
ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา
หนีปวงโรคาที่เบียดเบียน
แสงแววชีวาเปรียบแสงเทียน

เปรียบเทียนสิ้นแสงยามแรงลมเป่า
ชีพดับอับเฉาเหมือนเงาไร้ดวงเทียน
จุดเทียนถวายหมายบนบูชาร้องเรียน
โรคภัยเบียดเบียนแสงเทียนทานลมพัดโบย
โรครุมเร้าร้อนแรงโรย
หวนโหยอาวรณ์อ่อนใจ

ทำบุญทำทานกันไว้เถิดเกิดเป็นคน
ไว้เตรียมผจญชีวิตใหม่
เคยทำบุญทำคุณปางก่อนใด
ขอบุญคุ้มไปชีวิตหน้า
ทนทรมานมามากแล้วจะกราบลา
แสงเทียนบูชาจะดับพลัน
แสงเทียนบูชาดับลับไป

--------------------------------------------------------------------------------
***เกร็ดน่ารู้***
เพลงพระราชนิพนธ์แสงเทียน: Candlelight Blues

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรก ทรงพระราชนิพนธ์ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ (ขณะดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์) นิพนธ์คำร้องภาษาไทย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ ที่จะทรงแก้ไขทำนอง และคอร์ดบางตอน จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้นำออกมา บรรเลงในเวลานั้น ต่อมา ได้พระราชทานให้นำออกบรรเลงครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๙๐ และใน พ.ศ. ๒๔๙๖ นางสาวสดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารย์ สดใส พันธุมโกมล) ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษถวาย

ลิขสิทธิ์: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 05/12/52 - 21:00 น.
IP Address: 115.87.76.xx
ความคิดเห็นที่ 141
ผมภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทยเพราะมีพ่อหลวงที่ประเสริฐยิ่ง
ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

จาก: manhattan
วันที่: 06/12/52 - 0:33 น.
IP Address: 125.25.246.xx
ความคิดเห็นที่ 142
ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ภูมิใจที่เป็นคนไทย มีพระมหากษัตริย์อย่างพระองค์เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร

จาก: บุษบา
วันที่: 06/12/52 - 0:48 น.
IP Address: 118.172.175.xx
ความคิดเห็นที่ 143



ขอขอบคุณเจ้าของความคิดเห็นที่ 141 และ 142 ที่เข้ามาร่วมถวายพระพร "ในหลวง" ของปวงชนชาวไทย
ในกระทู้นี้ครับผม เมื่อคืนได้ชมภาพข่าวแล้วรู้สึก "อิ่มใจ" และ "สุขใจ" ที่ได้เห็นพระพักตร์ของ "ในหลวง" สดใส
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านานเทอญ


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 06/12/52 - 7:27 น.
IP Address: 115.87.100.xx
ความคิดเห็นที่ 144



ทรงพระราชปฎิสันถารกับผู้ที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ.วัดสุศิรินธรรมาราม(วัดสุวรรณศิริน) ตำบลมาโมง กิ่งอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 06/12/52 - 8:28 น.
IP Address: 115.87.76.xx
ความคิดเห็นที่ 145



ทรงพระราชปฎิสันถารเกี่ยวกับการทำมาหาเลี้ยงชีพ ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร์ ณ.หมู่บ้านบางโงแบกอ ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 06/12/52 - 8:30 น.
IP Address: 115.87.76.xx
ความคิดเห็นที่ 146



ทอดพระเนตรนาสาธิตแบบขั้นบันไดของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำสลอง ในเขตพื้นที่บ้านปางปูเลย
ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 06/12/52 - 8:33 น.
IP Address: 115.87.76.xx
ความคิดเห็นที่ 147



ในหลวง ทรงถ่ายรูปศิริราชจุดเทียนชัย

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ไทยรัฐ, เดลินิวส์ , มติชนออนไลน์, คมชััดลึก

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 19.19 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวามหาราช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมนำประชาชนกล่าวถวายราชสดุดี จากนั้นพสกนิกรชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากที่รวมใจกันสวมใส่เสื้อสีชมพูเต็ม พื้นที่ท้องสนามหลวงและยาวไปจนถึงถนนราชดำเนิน ต่างพร้อมใจกันจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล จนแสงเทียนสว่างไสวไปทั่วบริเวณ พร้อมร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี สดุดีมหาราชา และเปล่งเสียงถวายพระพร "ทรงพระเจริญ" ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ จากนั้นมีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟเฉลิมพระเกียรติ

ส่วนที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรทุกหมู่เหล่า รวมทั้งคณะแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลศิริราชและเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้รวมตัวกันที่บริเวณศาลาท่าน้ำ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรลงมาเห็นได้จากที่ประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา ก่อนจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2552

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสผ่าน รศ.นพ.สุรินทร์ ธนะพิทัศสิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ให้ประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ตอนเช้าได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีด้วยการจุดเทียนชัยถวายพระพรที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งความทราบถึงเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตรลงมาและทรงถ่ายภาพพสกนิกรด้วยกล้องส่วนพระองค์

ส่วนการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดตั้งโต๊ะลงนามถวายพระพร ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรอีกครั้ง หลังจากที่มีการงดลงนามถวายพระพรในช่วงเช้าวันที่ 5 ธันวาคม โดยจะเปิดให้ประชาชร่วมลงนามได้ในวันที่ 6 ธันวาคม เวลา 08.00 น.

สำหรับ #WeLoveKing หมายถึง การที่มีคนสนใจที่จะเข้ามาถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดี จะใช้ #WeLoveKing อยู่ในการส่งข้อความทวิต และในช่วงเวลานั้นมีผู้ใช้ทั่วโลกร่วมใจกันทวิตพร้อม ๆ กันจำนวนนับแสนครั้ง ทั้งนี้ #nowplaying ซึ่งเป็นข้อความเกี่ยวกับเกมต่าง ๆ ซึ่งกลุ่มคนเล่นเกมทั่วโลกใช้สนทนาได้ตกเป็นอันดับสอง

ด้านสื่อต่างชาติต่างพากันรายงานข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม โดยได้หยิบยกพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รายงานไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นที่มีพระราชกระแสรับสั่งว่า "ความสุข ความสวัสดี ของข้าพเจ้าเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญ"

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวคือพลังแห่งเสถียรภาพตลอดช่วง 6 ทศวรรษที่อยู่ในราชบัลลังก์

ด้านสำนักข่าวเอพีก็รายงานข่าวในทำนองเดียวกันแต่เสริมว่า พสกนิกรจำนวนมากมาที่โรงพยาบาลศิริราชกันตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม เพื่อรอโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันที่ 5 ธันวาคม โดยผู้คนมากมายสวมเสื้อสีชมพู ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมกันตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากที่มีการทำนายว่า สีชมพู เป็นสีที่ดีต่อพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บางคนแม้ว่าจะมีวัยกว่า 80 ปีแล้ว ก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาจากภาคอีสานของไทย เพื่อร่วมถวายพระพรชัยมงคล และบางคนก็ปฏิบัติเช่นนี้ทุกปี นานถึงกว่า 40 ปีแล้ว

สำนักข่าวเอพีรายงานด้วยว่า ในโอกาสเช่นนี้เป็นโอกาสให้คนไทยได้ปัดเอาความเห็นที่ขัดแย้งในทางการเมืองออกไป และกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งการแสดงถึงความสามัคคีแบบนี้เริ่มหาได้ยากตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

สำนักข่าวดีพีเอรายงานว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นเสาหลักสำคัญสำหรับเสถียรภาพทางการเมือง ระยะยาวของประเทศ และแม้พระองค์จะไม่มีอำนาจในการบริหาร แต่พระราชภารกิจด้านการพัฒนาที่ทรงปฏิบัติมาตลอด ทำให้พระองค์ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชน และได้รับการยกย่องว่า ทรงเป็นผู้บุกเบิกปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่สหประชาชาติให้การยอมรับ ทั้งยังทรงมีบทบาทสำคัญในการไกล่เกลี่ย ในยามที่การเมืองของไทยมีปัญหา สามารถนำความสงบกลับมาสู่ประเทศหลายต่อหลายครั้ง

ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็เป็นความหวังให้แก่คนไทยหลายล้านว่าพระองค์จะทรงหายจากพระอาการประชวร โดยเร็ว

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 6:22 น.
IP Address: 115.87.76.xx
ความคิดเห็นที่ 148



ภาพสุดประทับใจ "ในหลวง" ฉายภาพพสกนิกรจากชั้น 16 ในโรพยาบาล

สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ข่าวสด และ มติชนออนไลน์

เมื่อเวลาประมาณ 19.29 น. ค่ำวันที่ 5 ธันวาคม ที่โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรทุกหมู่เหล่า รวมทั้งคณะแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลศิริราชและเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้รวมตัวกันที่บริเวณศาลาท่าน้ำ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พุทธศักราช 2552 พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และเพลงสดุดีมหาราชา ซึ่งเป็นจุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรลงมาเห็นได้จากที่ประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ

ความทราบถึงเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตรลงมาจากที่ประทับ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ และทรงถ่ายภาพพสกนิกร ด้วยกล้องส่วนพระองค์ โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงถ่ายภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างทอดพระเนตร และถ่ายภาพพสกนิกรด้วย

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 11:13 น.
IP Address: 125.25.0.xx
ความคิดเห็นที่ 149



ก่อนจุดเทียนชัยถวายพระชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้มีพระราชดำรัสผ่านรองศาสตราจารย์นายแพทย์ สุรินทร์ ธนะพิทัศสิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ให้ประชาชนที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ตอนเช้าได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีด้วยการจุดเทียนชัยถวายพระพร ที่บริเวณดังกล่าว


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 11:16 น.
IP Address: 125.25.0.xx
ความคิดเห็นที่ 150



♥ แม่หลวงของปวงชนชาวไทย ♥

สวัสดีค่ะพี่เซี๊ยะ
ไม่ได้เจอกันเลยนะคะ
แต่ก็ยังคิดถึงเสมอ
ชื่นชมกระทู้นี้จังค่ะ
เข้ามาแล้วรู้สึกซาบซึ้ง
และมีความสุขมากๆ ค่ะ

จาก: จาจา
วันที่: 07/12/52 - 11:24 น.
IP Address: 58.8.90.xx
ความคิดเห็นที่ 151



สวัสดีครับ "น้องจาจา"
ขอขอบใจที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมและทักทายในกระทู้นี้
ซึ่งกระทู้นี้ "พี่เซี๊ยะ" ภูมิใจนำเสนออย่างเต็มหัวใจคนไทยคนหนึ่ง
ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน "พระมหากษัตริย์ไทย" ครับผม
และรู้สึก "ดีใจ" ที่ "น้องจาจา" มีความรู้สึกดีๆ ให้กับกระทู้นี้ครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 11:41 น.
IP Address: 125.25.0.xx
ความคิดเห็นที่ 152



รัฐขยายเวลา จัดงานเฉลิมพระเกียรติ ถึง 9 ธ.ค.

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 ตามแนวคิด "ความสุขของคนไทยใต้แสงพระบารมี" โดยมี 14 กระทรวง กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐวิสาหกิจ ร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่วัน ที่ 3 ธ.ค. และจะเสร็จสิ้นในวันที่ 7 ธ.ค.ว่า คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า จะขยายระยะเวลาของการจัดงานไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. เพื่อให้ประชาชนในต่างจังหวัดที่ยังไม่ได้เที่ยวชมงานได้มีโอกาสเข้ามาร่วมงานได้มากขึ้น ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการจัดงานดังกล่าว แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีประชาชนนับล้านคนให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จึงเห็นว่า ควรจะขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 13 ธ.ค. ตรงกับวันสุดท้ายของการแสดงแสง สี เสียง 4 มิติ บริเวณหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม

"แต่เนื่องจากในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ จะมีการชุมนุนของกลุ่มคนเสื้อแดง เกรงว่า จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาจึงของยุติการจัดงานในวันที่ 9 ธ.ค.แทน แต่หากการชุมนุมของกลุ่มคนแดงไม่เกิดขึ้นในวันที่ 10 ธ.ค. คณะกรรกรรมฯ ก็พร้อมที่จัดงานดังกล่าวให้ถึงวันที่ 13 ธ.ค." นายกรณ์ กล่าว



จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 20:53 น.
IP Address: 124.122.173.xx
ความคิดเห็นที่ 153



ประชาชนที่มาร่วมลงามถวายพระพร หลายคนยังกล่าวด้วยความปลื้มปีติและประทับใจในบรรยากาศการจุดเทียนชัยถวายพระพร บริเวณศาลาท่าน้ำ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตรลงมาจากสถานที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ และทรงฉายภาพพสกนิกรด้วยกล้องส่วนพระองค์ รวมทั้งทอดพระเนตรการจุดเทียนชัยถวายพระพร และการจุดพลุที่ท้องสนามหลวง

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 20:59 น.
IP Address: 124.122.173.xx
ความคิดเห็นที่ 154



ชมภาพของ "พระที่นั่งอนันตสมาคม" ที่สวยแปลกตาอย่างที่เคยพบเห็นมาเฉพาะช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนี้เท่านั้น

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 21:02 น.
IP Address: 124.122.173.xx
ความคิดเห็นที่ 155



"พระที่นั่งอนันตสมาคม" สวยงามวิจิตระการตามากจริงๆ ครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 21:08 น.
IP Address: 124.122.173.xx
ความคิดเห็นที่ 156

เข้ามาชื่นชมพระบารมีครับ
และขอชื่นชมคุณเซี๊ยะด้วย ที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา

ขอพระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง
อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยไปอีกนานแสนนาน

จาก: อ๊อด
วันที่: 07/12/52 - 21:17 น.
IP Address: 58.9.29.xx
ความคิดเห็นที่ 157



ขอขอบคุณ "คุณอ๊อด" ที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้อีกครั้งแล้วครับผม
และขอขอบคุณในความชื่นชมที่ "คุณอ๊อด" มอบให้กระผม ทำให้รู้สึกมี "กำลังใจ" มากขึ้นครับผม
เพราะเราต่างก็เคารพรักและมีความจงรักภักดีต่อ "ในหลวง" ของเรา ซึ่งท่านเสมอเหมือนเป็น "พ่อของแผ่นดิน"

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 07/12/52 - 21:50 น.
IP Address: 124.122.173.xx
ความคิดเห็นที่ 158



"ในหลวง" พระราชทานวีซีดี 1 ล้านแผ่น ให้ปชช.ที่มาร่วมงาน 13 ธ.ค. 52

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า นายเนวิน ชิดชอบ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แถลงว่า นายดิสธร วัชโรทัย ที่ปรึกษาคณะทำงานได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำวีซีดีการแสดงและภาพยนตร์ตลอดทั้ง 9 วัน ถวายเป็นลิขสิทธิ์ของพระองค์

นอกจากนี้ พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานวีซีดีการแสดงดังกล่าว 1 ล้านแผ่น ให้ประชาชนทั่วประเทศที่จะมาร่วมงานในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลด้วย และสำหรับการแสดงในวันที่ 13 ธันวาคมวันสุดท้าย จะรวบรวมศิลปินที่เคยแสดงก่อนหน้านี้มาแสดงให้ประชาชนได้รับชมทั้งหมด

ทางด้านบรรยากาศการลงนามถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ศาลาศิริราช 100 ปี ซึ่งเป็นวันที่ 82 ที่ในหลวงเสด็จฯ มาประทับรักษาพระวรกาย ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ตลอดทั้งวันยังคงมีบุคคลทุกฝ่ายมาร่วมลงนามถวายพระพรอย่างเนืองแน่น อาทิ พล.ท.สิงห์ศึก สิงห์ไพร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก นำคณะพระสงฆ์ ซึ่งเป็นนายทหารที่บวชโครงการเฉลิมพระเกียรติ, องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นำขนมตาล ขนมโตนด มาทูลเกล้าฯ ถวาย, ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง 125 คน จาก ต.ไล่โว่ อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ขณะที่นายชนะภัย คุ้มฤทธิ์ นำมัสยิดจำลองทำด้วยไม้สักทอง มาทูลเกล้าฯ ถวาย ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก "เวปไซด์มติชนออนไลน์"


จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/12/52 - 19:33 น.
IP Address: 124.121.206.xx
ความคิดเห็นที่ 159



ปลาบปลื้มใจทราบข่าวทรงหายจากอาการประชวรและเสด็จออกจากโรงพยาบาลแล้วครับ

นำข่าวเก่ามาฝากครับ เผื่อใครไม่ได้อ่าน ไม่นานนี้เองครับ

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นิตยสาร"ฟอร์บส์"รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐฯว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"ภูมิพล อดุลยเดช"พระชนมายุ 80 พรรษา ของไทย ทรงเป็นราชวงศ์ผู้มีพระราชทรัพย์มากที่สุดของโลก ( World Wealthiest ่s Royal ) ด้วยพระราชทรัพย์มูลค่ารวม 35,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 1 ล้านล้านบาท

ฟอร์บส์ระบุว่าได้ปรับอันดับของพระองค์หลัง จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งกำกับดูแลพระราชทรัพย์ เปิดเผยการครอบครองที่ดินจำนวนรวมมาก รวมทั้งจำนวน 87,000 ไร่ ( 3,493 เอเคอร์) ในกรุงเทพมหานคร

แต่ฟอร์บส์ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มูลค่าทรัพย์สินของราชวงศ์จากประเทศต่างๆส่วนใหญ่ที่ติดอันดับ มักนับรวมพระราชทรัพย์ของสมาชิกราชวงศ์ทั้งหมด หรือทรงครอบครองพระราชทรัพย์ของประเทศในนามของพระองค์ ส่งผลให้ไม่มีราชวงศ์ใดที่ติดอันดับอภิมหาเศรษฐีประจำปีของนิตยสาร"ฟอร์บส์ "ในแต่ละปี

ผู้ที่ตามมาเป็นอันดับสองแบบห่างๆคือ ชี๊คคาลิฟา บิน ซาเอด อัล นาห์ยาน พระชนมายุ 60 พรรษา ประธานาธิบดีสหรัฐฯอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศที่ร่ำรวยด้วยน้ำมัน โดยทรงมีพระราชทรัพย์ 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 760,000 ล้านบาท

อันดับสามคือ กษัตริย์อับดุลเลาะห์ บิน อับเดล อาซิซ พระชนมายุ 84 พรรษาของ ซาอุดิอาราเบีย ซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก ทรงมีพระราชทรัพย์ 21,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ700,000 ล้านบาท

สำหรับสุลต่าน ฮาจี ฮาสซานี โบลเกีย แห่งบรูไน พระชนมายุ 62 พรรษา ผู้เคยครองอันดับหนึ่งนั้น ตกไปอยู่อันดับที่ 4 ด้วยพระราชทรัพย์ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 660,000 ล้านบาท ซึ่ง"ฟอร์บส์"ระบุว่า เป็นเพราะทรงต้องตัดลดปริมาณการผลิตน้ำมันของประเทศลง เนื่องจากปริมาณน้ำมันสำรองลดน้อยลง

ฟอร์บส์ระบุด้วยว่า ปีนี้เป็นปีดีสำหรับราชวงศ์ต่างๆ และการลงทุนอย่างฉลาด ทำให้กลุ่มราชวงศ์ร่ำรวยสุดของโลก 15 ราชวงศ์ มีพระราชทรัพย์รวมกันเพิ่มจาก 95,000 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ3 ล้านล้านบาท เป็นรวม 131,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4 ล้าน3 แสนล้านบาท และว่าในขณะที่น้ำมันมีราคาแพงขึ้น ราชวงศ์ในตะวันออกกลางกับเอเชีย จึงครอง 8 อันดับของราชวงศ์ผู้ร่ำรวย

มีราชวงศ์ยุโรปติดอันดับเพียง 2 พระองค์ คือ อันดับ 6 เจ้าชายฮานส์-อาดัมที่ 2 พระชนมายุ 63 พรรษาแห่งลิคเคนสไตน์ ด้วยพระราชทรัพย์ 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 165,000 ล้านบาท กับอันดับ 9 คือเจ้าชายอัลแบร์แห่งมอร์นาโค พระชนมายุ 50 พรรษา ด้วยพระราชทรัพย์ 1,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 46,000 ล้านบาท

ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 22/12/52 - 15:55 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 160
ขอขอบคุณ "น้องฮอ จอง วู" ที่เข้ามาช่วยเพิ่มเติมข่าวดีๆ แบบนี้ให้ในกระทู้อันทรงคุณค่ากระทู้นี้ครับ

สำหรับ "พี่เซี๊ยะ" ก็มีข่าวดีๆ มาฝากให้อ่านกันด้วยครับผม เชิญอ่านต่อเนื่องกันไปเลยนะครับ

ในหลวงทรงหายจากพระอาการประชวรแล้ว ทีวีเยอรมันเก็บภาพถวายพระพรเผยแพร่ทั่วโลก (ข่าวสด)

เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 21 ธ.ค. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 35 มีความว่า...

วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงหายจากพระอาการประชวรมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังประทับพักฟื้นอยู่ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้คณะแพทย์ฯ ทำกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย และเพิ่มกำลังพระกล้ามเนื้อ ตลอดจนถวายพระกระยาหารบำรุงตามหลักโภชนาการ จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 21 ธ.ค. 52

สำหรับบรรยากาศการถวายพระพร ที่ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช สถานที่ลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จพระราชดำเนินมาประทับรักษาพระวรกาย ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่ายังคงเดินทางมาลงนามถวายพระพรกันอย่างต่อเนื่อง โดยมาเป็นหมู่คณะ และได้ตั้งจิตอธิษฐานให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็ง แรง อาทิ กรมประมงชายฝั่งพื้นบ้าน อ.เมือง จ.เพชรบุรี สมาคมสตรี นักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย จ.ร้อยเอ็ด, คณะนักเรียนโรงเรียนบ้านซับไทร จ.ลพบุรี กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหม, โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา จ.นครปฐม, คณะชมรมผู้สูงอายุ 4 อำเภอเขตใต้ จ.เพชรบูรณ์ โรงเรียนวิชากร ดินแดง, วิทยาลัยรัชภาคย์ กม.2 นำแจกันดอกไม้และต้นคู่บัลลังภ์ทอง 2 ต้นมาทูลเกล้าฯ ถวาย

ส่วนในช่วงบ่ายพระภิกษุจากวัดมฤคทายวัน วัดไทรย้อย และวัดนายาง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ชาวไทยทรงดำ พร้อมด้วยชาวไทยพวน ไทยเวียง และไทยพื้นบ้าน จาก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นำชมพู่เมืองเพชร ขนมหวาน และบายศรีสู่ขวัญ "องค์ราชันย์แห่งแผ่นดิน" มาทูลเกล้าฯ ถวาย, ศูนย์ทูบีนัมเบอร์วัน จ.ราชบุรี สโมสรไลน์ออนภาค 3 เอ 2 กทม. ครูและนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา เขตพระนคร นำพานดอกไม้ทำจากกลีบดอกกล้วยไม้ มาทูลเกล้าฯ ถวาย, นายพงศ์ศักดิ์ เกตุสวัสดิวงศ์ ประธานผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดเพชรบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว นำคณะนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวาดภาพระบายสีหัวข้อ "รักพ่อ ทำความดีเพื่อพ่อ" ซึ่งจัดโดยผู้พิพากษาสมทบมาทูลเกล้าฯ ถวาย ภาพที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ และลงนามถวายพระพร

นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ DW จากประเทศเยอรมัน ได้มาทำเก็บภาพการถวายพระพรก่อนนำไปทำสารคดีเผยแพร่อีกด้วย โดย นายฟรานซิโก้ โลเปรส ชาวสเปน ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ DW กล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้มาทำสารคดีเกี่ยวกับความหวังของคนไทยในปี 2010 ว่า คนไทยหวังหรืออยากได้อะไรในปีหน้านี้บ้าง ซึ่งจากการพูดคุยกับคนไทย ทราบว่า ทุกคนต้องการให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง จึงได้เข้ามาทำสกู๊ปนำไปเผยแพร่ให้ทั่วโลกรู้ว่า คนไทยรักพระมหากษัตริย์ของพวกเขามากแค่ไหน ปรากฎว่า จาก การสัมภาษณ์ทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รักพระเจ้าอยู่หัวมาก และต้องการให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนคนไทยตลอดไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก "หน้งสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์" ครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 22/12/52 - 16:13 น.
IP Address: 113.53.37.xx
ความคิดเห็นที่ 161



ในหลวงเสด็จออกศิริราชกลับวังสวนจิตรฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินออกจาก รพ.ศิริราช กลับสู่พระตำหนักจิตรลดา รโหฐานแล้ว ท่ามกลางประชาชนชาวไทยที่ปลาบปลื้มเฝ้ารอแสดงความจงรักภักดี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถเข็นไฟฟ้าลงจากชั้นที่16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ศิริราช ทรงสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิศลาธิเบศร์อดุยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ก่อนเสด็จพระราชดำเนินด้วยรถยนต์พระที่นั่ง กลับสู่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ราชวังดุสิต

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ด้วยสูทสีชมพู สวมพระสนับเพลาสีดำ พร้อมจูงคุณทองแดงด้วย ทั้งนี้พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์ และแย้มพระโอษฐ์ทักทายกลุ่มประชาชนที่เฝ้ารอรับเสด็จอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้สร้างความปลื้มปิติจนหลายคนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 28/02/53 - 1:05 น.
IP Address: 124.122.90.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab