Search Latest Topics | Create New Topic  
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 29**


ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 29

จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 20:12 น.
หัวข้อที่: E550
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 1
สวัสดีครับทุกท่าน..

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ผมเข้ามาตั้งกระทู้ ชุมทางหนังไทยในอดีต
เป็นครั้งแรก..มาด้วยความรู้สึกที่ว่า อยากมีเพื่อนคุยถึงเรื่องราวของหนังไทยเก่า ๆ..
ไม่น่าเชื่อนะครับ....จากวันนั้น..ถึงวันนี้ 4 ปีกว่าแล้ว..ที่พวกเราหลาย ๆ คน
อยู่ที่นี่.. ถึงวันนี้ผมกลับรู้สึกว่า ผมได้อะไรมากกว่าการมีเพื่อนคุย..ได้รู้ได้เห็น
ได้ฟังความในใจจากเพื่อน ๆ หลายคน แต่ที่รู้สึกว่า ได้รับจริง ๆ ก็คือ
ได้เพื่อน ๆ ที่ชอบหนังไทยเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ได้มีโอกาสพบปะ
เห็นหน้าเห็นตา.. ได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง
แม้ว่าตอนนี้ เพื่อนๆ หลายคนอาจไม่ได้เข้ามาอ่านกระทู้นี้แล้วก็ตาม
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างจะคงอยู่ในความทรงจำของผมไปตลอดกาล..
...............................
สนใจอดีตวันวาน..ที่เราเคยร่วมกันคิด ร่วมกันเขียน ก็ย้อนกลับไปดูได้
จากกระทู้เก่า ๆ ของ ชุมทางหนังไทยในอดีต ที่ผ่านมา 28 ตอน...

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 1 กระทู้ที่ A 939
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 2 กระทู้ที่ A 983
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 3 กระทู้ที่ B 006
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 4 กระทู้ที่ B 022
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 5 กระทู้ที่ B 049
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 6 กระทู้ที่ B 062
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 7 กระทู้ที่ B 121
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 8 กระทู้ที่ B 211
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 9 กระทู้ที่ B 253
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 10 กระทู้ที่ B 278
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 11 กระทู้ที่ B 353
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 12 กระทู้ที่ B 419
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 13 กระทู้ที่ B 505
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 14 กระทู้ที่ B 625
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 15 กระทู้ที่ B 753
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 16 กระทู้ที่ B 844
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 17 กระทู้ที่ C 312
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 18 กระทู้ที่ C 527
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 19 กระทู้ที่ C 711
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 20 กระทู้ที่ C 766
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 21 กระทู้ที่ C 933
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 22 กระทู้ที่ D 115
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 23 กระทู้ที่ D 261
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 24 กระทู้ที่ D 381
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 25 กระทู้ที่ D 447
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 26 กระทู้ที่ D 549
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 27 กระทู้ที่ E 021
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 28 กระทู้ที่ E 198

.. คุณค่าหนังไทย อยู่ที่ใจของคุณ ...
มนัส กิ่งจันทร์


จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 20:14 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 2



ถ้าเป็นสมัยหนุ่ม ๆ ไฟแรง เจอของดี ๆ อย่างที่คุณอนุกูลนำมายั่วไว้
ท้ายกระทู้ตอนที่ 28 แล้ว ป่านนี้..ก็อดรนทนไม่ไหวแน่ครับ..
คุณอนุกูล เอากระเป๋าฟิล์มหนัง 16 ม.ม.พร้อมกับบอกว่ามีฟิล์มหนังเรื่อง
ดรรชนีนาง ซึ่งนำแสดงโดย พิศมัย วิไลศักดิ์ กับ พระเอกหนุ่มที่พวกเรา
หลายคนคงจะลืมไปบ้าง เขาคือ แสน สุรศักดิ์..หนังเรื่องนี้สร้างโดย
คุณสุพรรณ พราหม์พันธุ์..ออกฉายครั้งแรกวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2504
ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุงและเฉลิมบุรี...

คนที่น่าจะอยากดูหนังเรื่องนี้มากที่สุด แม้จะไม่มีเสียงพูด เพราะเป็นหนัง
พากย์ ก็เห็นจะเป็น พี่จุ.. เพราะมี พิศมัย เจ้าประจำในหัวใจแสดงเป็น
นางเอกของเรื่อง.. แต่สำหรับผมแล้ว แม้จะใช้คำว่า ทนไหว..แต่ในใจก็
อยากจะขอคุณอนุกูลดูให้เป็นบุญตาสักครั้งหนึ่งในชีวิต..เพราะเชื่อว่า ถ้า
วันนี้ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว วันข้างหน้าก็ไม่มีหวังเช่นกัน...ส่วนที่คิดว่า
จะมีใครทำออกมาจำหน่ายนั้น.. ประเมินจากที่คุณอนุกูลเขียนไว้แล้ว
คิดว่า สภาพฟิล์มหนังแบบนั้น..คงทำได้ยากครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 20:27 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 3



เปิดกระทู้ในวันพ่อแห่งชาติ..ก็เลยนึกถึงหนังที่สื่อถึงพระคุณพ่อ..
นั่งคิดเล่น ๆ หนังแนวนี้น่าจะสร้างออกมาฉายจำนวนไม่มากนัก..
มีใครพอนึกออกไหมครับว่า ตั้งแต่ดูหนังไทยมา มีหนังเรื่องไหนที่น่าจะ
เรียกได้ว่า เป็นหนังที่บ่งบอกถึงพระคุณของพ่อบ้าง..
อ้อมอกพ่อ ที่สมบัติ แสดงก็เรื่องหนึ่ง..
แต่ที่ผมดูแล้ว จำได้ตลอดมาก็เห็นจะเป็น 2 เรื่องนี้คือ
สุดรัก สุดอาลัย กับเรื่อง พ่อจ๋า รุ่นสรพงศ์...

สุดรัก สุดอาลัย นั้น สร้างโดย เอเพ็กซ์ภาพยนตร์ ผู้ที่แสดงเป็นพ่อในเรื่อง
ก็คือ พิศาล อัครเศรณี ส่วนผู้ที่แสดงเป็นแม่ก็คือ ฟารีดา บุณยศักดิ์ (ซึ่ง
เป็นแม่ของ พลอย เฌอมาลย์ ในปัจจุบัน) ส่วนที่เล่นเป็นลูกก็คือ
ดช.เดชดวง ที่เราคุ้นหน้ากันดี
หนังเรื่องกำกับการแสดงโดย พันธ์เทพ อรรถไกลวัลวที
ออกฉายครั้งแรกวันที่ 12 กรกฎาคม 2523
เคยทำเป็นเทปวีดีโอของไร้ทพิคเจอร์เมื่อประมาณีปี 2536
มีบางคนบอกว่า บางส่วนคล้ายกับหนังฝรั่งเรื่องเดอะแชมป์...

แต่อย่างไรก็ตาม..อยากให้ใครที่ยังไม่เคยดู..ลองหาดูบ้างนะครับ
หนังบอกอะไรหลายๆ อย่างเรื่องความรักความเข้าใจระหว่างพ่อกับลูก
ที่ต้องอยู่โดยไม่มีแม่..แต่แล้ววันหนึ่ง แม่ที่ไม่อยู่ กลับอยากจะได้ลูก..
ไว้เชยชม..อะไรที่ทำผู้ชายคนนี้ต้องยอมให้ลูกที่ตัวเองรักหลุดลอยไป
จากอ้อมกอด..อะไรที่ทำให้ลูกที่มีโอกาสอยู่กับแม่ที่ฐานะดีกว่านั้น กลับ
ไม่อยากจะอยู่...หนังบอกอะไรดี ๆ เราหลายอย่างโดยเฉพาะคนที่คิดจะ
มีครอบครัว มีลูก น่าสนใจนะครับ...

อีกเรื่องก็คือ พ่อจ๋า สร้างโดย เสรีโปรดักชั่น ของ เม้ง ท่าเตียน
ผู้ที่แสดงเป็นพ่อก็คือ สรพงศ์ ชาตรี ผู้ที่เป็นลูกก็คือ นันทิดา แก้วบัวสาย
ส่วนผู้กำกับการแสดงคือ สุประวัติ ปัทมสุต
หนังออกฉายครั้งแรกวันที่ 5 ธันวาคม 2523 เรียกว่าฉายต้อนรับวันพ่อ
แห่งชาติเลยครับ...
เคยออกเป็นเทปวีดีโอของบริษัทซีวีดีเมื่อปี 2536

หนังบอกถึงเรื่องราวความรักของหญิงสูงศักดิ์คือ ธิติมา กับชายจน ๆ
คือสรพงศ์..เมื่อเกิดบุตรสาวเป็นพยานรัก ก็มีเหตุต้องให้พลัดพรากจากกัน
แต่สายใยรัก ก็ทำให้นันทิดามุ่งมั่นตามหาพ่อที่แท้จริง แม้จะรู้ภายหลัง
ว่าประวัติของพ่ออาจจะทำให้ชีวิตเธอที่กำลังจะรุ่งโรจน์ต้องตกอับ
แต่เธอก็ภูมิใจที่จะเรียกชายคนนั้นว่า พ่อจ๋า...
ดาราที่น่าสนใจในเรื่องอีกคนก็คือ เศรษฐา ศิระฉายา ซึ่งเป็นเพื่อน
ของสรพงศ์ แสดงได้ดีแม้กระทั่งฉากสุดท้าย...ใครไม่เคยดู ก็ลองไป
หามาดูนะครับ...

หนัง 2 เรื่องนี้อาจจะทำให้พ่อแม่ลูกเข้าใจกันมากขึ้นก็ได้นะครับ..


จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 20:50 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 4



นอกจากเดือนธันวาคมจะมีวันพ่อแห่งชาติแล้ว ในสมัยก่อนเดือนนี้จะเป็น
เดือนที่โรงหนังมักจะชอบจัดโปรแกรมพิเศษส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
โดยจะคัดหนังหรือเลือกหนังที่คาดว่าจะดัง ๆ มาฉายส่งท้ายปีเก่ากัน
แต่บางทีพอหนังฉายจริง ๆ กลับพับไม่ท่าก็มีครับเพราะคนไปดูกันน้อย

ผมลองค้นดูเล่น ๆ ว่า ในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมของทุกปีมีโรงหนังฉาย
หนังเรื่องอะไรกันบ้างโดยเริ่มตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา

หนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ปี 2500 ค้นมาได้ 2 เรื่องคือ

1. เรื่อง สุรนารี
นำแสดงโดย วิไลวรรณ วัฒนพานิช-สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์
สร้างโดย วิจิตรเกษมภาพยนตร์ โดย บัณฑูร องค์วิศิษฐ์
กำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าศุภวรรณดิศ ดิศกุล
เข้าโปรแกรม ส่งท้ายเดือนธันวาคม 2500
ที่โรงหนัง ศาลาเฉลิมไทย
ผมเองก็ยังไม่เคยดู..มีแค่ใบปิดที่เหลือไว้ให้ดูต่างหนังเช่นนี้แหละครับ

2. เรื่อง เปียดื้อ
นำแสดงโดย รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง-ประจวบ ฤกษ์ยามดี
สร้างโดย บูรพาศิลป์ภาพยนตร์ โดย สำเภา ประสงค์ผล
กำกับการแสดงโดย วิชัย ปาลวัฒน์วิไชย
เข้าโปรแกรมฉายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2500
ที่โรงหนังเอ็มไพร์
ก็เช่นอีกที่ยังหาหนังดูไม่ได้ ใบปิดก็ยังหาไม่ได้ ก็เลยเอารูปนางเอก
ของเรื่องมาให้ดูเล่น ๆ ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:01 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 5



หนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2501

1. เรื่อง ปักธงไชย
นำแสดงโดย รัตนาภรณ์-สมยศ อินทรกำแหง-จำนง คุณะดิลก
สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ ของหม่อมอุบล ยุคล
เข้าโปรแกรมฉายต้อนรับปีใหม่ 2501
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง
เรื่องนี้ไม่น่าห่วงครับเพราะคิดว่า คงได้ดูกันถ้วนหน้าแล้วเพราะมีเทป
วีดีโอที่จำหน่ายโดยมูลนิธิหนังไทย

2. เรื่อง สาวน้อย
นำแสดงโดย ชรินทร์ งามเมืองหรือนันทนาคร สุรสิทธิ์-ทรงศรี เทวคุปต์
สร้างโดย ดาราไทยฟิล์ม ของ สุรัสน์ พุกกะเวส
กำกับการแสดงโดย ส.อาสนจินดา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 26 ธันวาคม 2501
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย
เป็นหนังเรื่องแรกที่นักร้อง ชรินทร์ นันทนาคร แสดง เคยทำเป็นเทป
วีดีโอจำหน่ายนานแล้วครับ..เพลง สาวน้อย เพราะมาก ๆ ครับ...

3. เรื่อง บุกแหลก
นำแสดงโดย อมรา อัศวนนท์-สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์-ประจวบ
สร้างโดย กรรณสูต-เนรมิตภาพยนตร์ โดย เฑียร์ กรรณสูต-จรี อมาตยกุล
กำกับการแสดงโดย เนรมิต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2501
ที่โรงหนังเอ็มไพร์ และ แคปปิตอล
หนังเรื่องนี้ ยังไม่เคยดูครับ.. หาหนังดูยังไม่ได้..



จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:13 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 6



ส่วนหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2502 ค้นเจอเรื่องนี้แหละครับ
1. เรื่อง สิบสองนักสู้
ทีแรกหนังเรื่องนี้ชื่อ สิบสองมือปืน
นำแสดงโดย อดุลย์-ส.อาสนจินดา-ชรินทร์-วิไลวรรณ-วิภา-สุระ-สง่า
-ศรินทิพย์-อดินันท์-สุเทพ-อาคม
สร้างโดย วิจิตรภาพยนตร์ โดย วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
กำกับการแสดงโดย ส.อาสนจินดา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 25 ธันวาคม 2502
ที่โรงหนังเอ็มไพร์ และ พัฒนากร

ทีแรกตอนชื่อ สิบสองมือปืน
มีกำหนดจะฉายวันที่ 17 กรกฎาคม 2502 ที่โรงหนัง เอ็มไพร์-พัฒนากร
แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงต้องเลื่อนและมีการเปลี่ยนชื่อ..
ตอนที่คุณสมชาย ศรีภูมิ มาลานดารา ท่านก็บอกว่า เรื่องนี้ท่านก็แสดง
ด้วย ส่วนหนังนั้น หาดูไม่ได้แล้วครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:21 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 7



มาถึงหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2503

1. เรื่อง ยอดชายชาตรี
นำแสดงโดย แมน ธีระพล-งามตา ศุภพงษ์-ถวัลย์ คีรีวัฒน์
สร้างโดย มารุตฟิล์ม
กำกับการแสดงโดย วรุณ ฉัตรกุล ณ อยุธยา
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 24 ธันวาคม 2503
ที่โรงหนังคาเธ่ย์
เห็นฉายมาแต่วันที่ 24 ธันวา แต่พอถึงเดือนมกรา ก็ไม่เจอเรื่องอื่นอีก
ก็เลยเข้าใจว่า น่าจะฉายลากยาวจนข้ามปี..หนังเรื่องนี้ยังหาใบปิดไม่ได้
หาหนังดู ก็ไม่ได้อีก แต่ตอนที่คุณแมน ธีระพล มาลานดารา ท่านพูดถึง
หนังเรื่องนี้ว่า อยากดู ผมถามว่า ทำไม ท่านบอกว่า เรื่องนี้บู๊ได้ครบเครื่อง
มีทั้งยิงปืน ขี่ม้า สารพัด..น่าเสียดายที่ไม่มีหนังดูนะครับ...

2. เรื่อง ค่าน้ำนม
นำแสดงโดย มิตร-ปรียา-วิน
สร้างโดย เสน่ห์ศิลปภาพยนตร์
กำกับการแสดงโดย รังสี ทัศนพยัคฆ์
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 29 ธันวาคม 2503
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง-เฉลิมบุรี
เป็นเรื่องที่เสน่ห์ โกมารชุน คิดขึ้น.. หนังคงไม่ต้องถามหรอกครับ
หาดูไม่ได้อีกเช่นกัน..แต่เนื้อเรื่องก็คงพอเดา ๆ กันออกนะครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:29 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 8



หนังไทยที่ฉายส่งท้ายปีเก่า 2504 เจอเรื่องนี้ครับ..

1. เรื่อง ม่านไข่มุก
นำแสดงโดย อรสา อิศรางกูร-อดุลย์-งามตา
สร้างโดย สนั่น นาคสู่สุข
กำกับการแสดงโดย สวาท รัตนสาสน์
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 27 ธันวาคม 2504
ที่โรงหนัง เอ็มไพร์

2. เรื่อง บางปะกง
นำแสดงโดย ชนะ ศรีอุบล-บุศรา นฤมิต-อภิญญา วีระขจร-ปรียา รุ่งเรือง
สร้างโดย เสน่ห์ศิลป์ภาพยนตร์
กำกับการแสดงโดย รังสี ทัศนพยัคฆ์
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 29 ธันวาคม 2504
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

3. เรื่อง มือปืนสติเฟื่อง ของ ส.อาสนจินดา
ฉาย วันที่ 1 มกราคม 2505 ที่โรงหนังบรอดเวย์ (ฉายส่งท้ายปี 2504)
แต่หารายละเอียดอื่น ๆ ไม่พบ
หนังทั้งสามเรื่องนี้ มีเพียง บางปะกง เท่านั้นที่ผมเคยดูจากเศษฟิล์มหนัง
ซึ่งเหลือกลับมาม้วนสุดท้าย ม้วนเดียวครับ..ส่วนเรื่องอื่น ๆ รูปใบปิดก็ยัง
ไม่มีเลยครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:38 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 9



ส่งท้ายปี 2505 นี้แปลก หาได้แค่เรื่องเดียวครับ
เรื่อง นันทาวดี
นำแสดงโดย ทักษิณ แจ่มผล-ภาวนา ชนะจิต-เมตตา-พล พิทยายุทธ
สร้างโดย พิษณุภาพยนตร์ ของ วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
กำกับการแสดงโดย ส.อาสนจินดา
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 28 ธันวาคม 2505
ที่โรงหนังคาเธ่ย์
หนังไม่มีให้ดูแล้วครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:41 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 10
สวัสดีค่ะพี่มนัส....นันทาวดี มีเรื่องย่อหรือเปล่าคะ
เห็นแค่ใบปิด หนังน่าสนุก

จาก: หนูแพ
วันที่: 05/12/52 - 21:45 น.
IP Address: 110.49.90.xx
ความคิดเห็นที่ 11



มาถึงหนังฉายส่งท้ายปี 2526 อีก 2 เรื่องครับ

1. เรื่อง งามงอน
นำแสดงโดย สมบัติ-รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง-วิไลวรรณ
สร้างโดย กมลศิลปภาพยนตร์ ของ รัตนาภรณ็ อินทรกำแหง
กำกับการแสดง น้อย กมลวาทิน
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2506
ที่โรงหนังเอ็มไพร์
หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่สมบัติแสดงให้กับค่ายกมลศิลปภาพยนตร์
หลังจากที่แสดงเรื่อง รุ้งเพชร สกาวเดือน สิงห์สั่งป่า สมิงสาว งามงอน
ตัวหนัง งามงอน ไม่มีให้ดูแล้วครับ..

2. เรื่อง อวสานอินทรีแดง
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ประจวบ-ปรียา-วรรณา
สร้างโดย ดุสิตภาพยนตร์ ของ แดน กฤษดา
กำกับการแสดงโดย เนรมิต
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 27 ธันวาคม 2506
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง
เรื่องนี้ยังมีให้ดูกันนะครับ..
วันก่อนได้พบกับคุณแดน กฤษดา ผู้สร้างหนังเรื่องนี้ ท่านได้เล่าบอก
อะไรเกี่ยวกับหนังหลายอย่าง แต่ผมบอกว่า เก็บไว้เล่าต่อวันที่คุณพักรบ
กับพวกเราจะไปเยี่ยมท่านที่บ้านแม่กลองอีกที..รอแต่ไฟเขียวจากพี่พักรบ
เท่านั้นแหละครับว่า จะไปวันไหนครับ..

คืนนี้ พอแค่นี้ก่อนนะครับ...

อ้อ..เกือบลืม..ช่วงนี้ หอภาพยนตร์ฯ กำลังเปิดรับพนักงานใหม่หลายคน
หลายตำแหน่ง ใครสนใจลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซด์ของ
หอภาพยนตร์ www.fapot.org ครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 05/12/52 - 21:53 น.
IP Address: 115.67.32.xx
ความคิดเห็นที่ 12
ดีใจครับที่ชุมทางหนังไทยในอดีตกลับมาให้เราได้อ่านกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ห่างหายไปพักหนึ่งให้พวกเราได้คิดถึง

พอทราบครับว่าที่ผ่านมาคุณมนัสวุ่นอยู่กับงานลานดารา จนตอนนี้ลานดาราอยู่ตัวเป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว

เนื้อหาน่าสนใจมากที่เดียว และจะติดตามอ่านต่อไปเรื่อยเรื่อยครับ

จาก: มารีโน
วันที่: 06/12/52 - 1:56 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 13

ขอบคุณครับ คุณมนัส สำหรับเรื่องราวและภาพอันทรงคุณค่า...ชุดใหญ่
ไม่เคยเห็น เคยทราบจากที่ไหนมาก่อนเลยจริงจริง สำหรับประเด็นนี้ (หนังต้อนรับปีใหม่) นอกจากเว็บนี้

คุณมนัสหายไปพักนึง
กลับมาคราวนี้ ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพข้อมูลของหนังไทยในอดีตเหมือนเดิม
เรียกว่า คุณมนัส เป็นผู้จุดประกายเว็บนี้ให้คึกคักขึ้นมาตั้งแต่กลางปี 48 เลยทีเดียว
หลังจากเว็บนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 41 แต่ก็เงียบเหงามาโดยตลอด
ที่ผมเข้ามาคุยในเว็บนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากกระทู้ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 1 ครับ
อีกท่านคือ พี่ชัยโรจน์ ซึ่งข้อมูลแน่นมาก ไม่ทราบช่วงนี้ท่านหายไปไหน

ยังไงถ้ายังมีข้อมูลหรือประเด็นที่ยังไม่เคยเขียน,เคยลง ก็ขอให้คุณมนัส อยู่คู่เว็บนี้ต่อไปนะครับ
ขอบคุณครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 06/12/52 - 7:45 น.
IP Address: 58.9.32.xx
ความคิดเห็นที่ 14



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้..
สวัสดีน้องแพ.. คุณมาริโน.. พี่อ๊อด..
ดีใจครับที่ยังคิดถึงกระทู้นี้ ก็เช่นเดียวกันกับผมแหละครับที่คิดถึงคนเก่าๆ
ที่เคยคุยกัน ตอนนี้ได้ความเร็วเน็ตเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย ก็เลยเขียนได้สะดวก
กว่าแต่ก่อนครับ....

พี่อ๊อดถามถึงคุณชัยโรจน์ ผมทราบแต่ว่าย้ายกลับไปอยู่เชียงใหม่พร้อม
กับมีลูกเล็ก ๆ ก็เลยอาจทำให้หายไปก็ได้นะครับ

เสน่ห์ของใบปิดหนัง ก็ยังขลังอยู่นะครับ ใบปิดหนังคือสื่อโฆษณาที่คนดูหนังอย่างเราๆ
ชอบไปดู ชอบไปอ่านก่อนที่จะตัดสินใจดูหนังเรื่องนั้น ๆ แต่บางครั้งใบปิดก็วาดไว้เกิน
จริงเหมือนกัน พอดูหนังจบ ก็มีคนออกมาดูใบปิดหนังอีกที..แล้วก็บ่นว่า ไม่เห็นมีฉากนั้นฉากนี้
เหมือนในใบปิด..ก็ว่ากันไป
น้องแพก็คงเหมือนกันที่เห็นใบปิดเรื่อง นันทาวดี แล้วอยากดูหนัง ..เรียกว่าสื่อได้ผล
แต่ก็น่าเสียดายที่หนังก็ไม่มี แถมเรื่องย่อก็ยังหาไม่ได้อีกครับ..เห็นทีน้องแพ ต้องคอยอีกนาน..

พูดถึงน้องแพแล้ว.. น่าจะเป็นคนในเว็บคนแรกที่เดินทางไกลๆ มาร่วมกิจกรรมกับพวกเรา
เพราะแต่ก่อนส่วนใหญ่ เรามักจะพูดคุยกันแต่ในเว็บ โทรศัพท์ก็ยังไม่เคยติดต่อกัน..กระทั่งมี
การจัดงาน มิตร ขัยบัญชา ขึ้นในปี 2549 พวกเราหลาย ๆ คน จึงได้มีโอกาสมาเจอะเจอกัน
น้องแพ มาไกลจากจังหวัดเชียงใหม่..มีน้องจาจา เป็นคนเทคแคร์คอยรับคอยส่งให้..เป็นที่
สนุกสนานยิ่งนัก วันนี้น้องแพยังวนเวียนอยู่ในเว็บนี้ แต่น้องจาจาหายหน้าหายตาไปนานแล้ว
นาน ๆ จะมาคุยกับพวกเราสักครั้ง เห็นว่า ไปหลงมนต์เพลงลูกกรุงแทนหนังแล้วครับ..
น้องแพมางานมิตรเดือนตุลาคม 2549 แล้วก็มาอีกครั้งมีการจัดนิทรรศการมิตร ชัยบัญชา
ที่ศูนย์วัฒนธรรมเมื่อเดือนธันวาคม 2549 จากนั้นก็ผูกขาดเป็นเจ้าประจำ พอมีงานอะไร
ขอให้บอก..น้องแพก็ตอบทันทีและส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ค่อยปฏิเสธ...
ดูรูปเก่า ๆ แล้ว ก็ทำให้ปลงอนิจจัง..บางอย่างเคยมี เคยอยู่ แต่วันนี้ไม่มีแล้ว..
เพื่อน ๆ หลายคน ก็หายหน้าไป บ้างก็มีภารกิจติดงาน บ้างก็เบื่อไปซะเฉย ๆ อย่างงั้น..
คนเก่าไป คนใหม่ก็เข้ามา..แต่ไม่มีอะไรแน่นอนเหมือนกับหนังไทยในอดีตที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ
พอมีกระแสหน่อย ก็เฮ..แต่เฮกันสักพัก..ก็เงียบอีก...


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:36 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 15



มาว่ากันต่อ..ถึงหนังไทยที่ฉายส่งท้ายปีเก่าปี 2507 ซึ่งหามาได้ 4 เรื่องคือ

1.เรื่อง อาชญากร 999
นำแสดงโดย สมบัติ-ขวัญใจ สะอาดรักษ์-เมตตา-แมน
สร้างโดย โดมฤดีโปรดักชั่น ของ โดม แดนไทย
กำกับการแสดงโดย ศิริ ศิริจินดา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 24 ธันวาคม 2507
ที่โรงหนังเฉลิมบุรี
เรื่องนี้ตอนที่คุณขวัญใจ สะอาดรักษ์ มาลานดารา ท่านก็ถามถึงเหมือนกัน
แต่น่าเสียดายที่ไม่มีฟิล์มให้ดูแล้วครับ.. พอรู้ว่าไม่มีฟิล์มแล้ว ก็มักจะมีคน
ถามว่า นิดๆหน่อยๆ ก็ไม่เหลือเลยหรือ..นั่นแหละครับทำให้คิดได้ว่า ไม่ใช่
เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งที่จะทำหน้าที่แบบนี้ ควรเป็นหน้าที่ของคน
ที่รักหนังไทยเก่า ๆ ที่จะต้องช่วยกัน เป็นหูเป็นตา เจอะเจอฟิล์มหนังเรื่องอะไร
จะสั้นจะยาวก็ต้องบอกกล่าวเล่าสู่กันฟัง..ตอนที่คุณยวงพร พงษ์ประดิษฐ์
มาที่ลานดารา ท่านดีใจมากที่มีการนำเศษหนังเรื่อง ทางเปลี่ยว มาฉายให้ดู
ท่านถามว่า เอามาจากไหนเพราะเท่าที่ท่านทราบ หนังเรื่องนี้จำหน่ายโดย
บริการกุหลาบทิพย์ภาพยนตร์ ซึ่งเคยตั้งอยู่แถวๆท่าพระจันทร์ แต่ว่าบริการ
หนังถูกไฟไหม้พร้อมกับฟิล์มหนังหลายสิบเรื่องซึ่งรวมทั้ง ทางเปลี่ยว ที่ท่าน
แสดงด้วย ผมก็เลยบอกว่า มันเป็นเรื่องบังเอิญเพราะตอนนั้น ผมไปยืมหนัง
ไทยเรื่องหนึ่งมาจากเพื่อนที่คลองถม มาฉายดู แต่ว่าหัวม้วนหนังที่เข้าใส่เพื่อ
รักษาฟิล์มหนังเรื่องนั้น เขาเอาฟิล์มเรื่อง ทางเปลี่ยว ยาวประมาณ 6-7 นาที
ไปใส่ไว้เป็นหัวม้วน ผมก็เลยทำเป็นเทปเก็บไว้ ไม่นึกเหมือนกันว่า เศษหนัง
เพียงแค่ 6-7 นาทีนี้จะทำให้ใครหลาย ๆ คน ดีใจ..ปลื้มใจขนาดนี้

2.เรื่อง ตำหนักเพชร
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ประจวบ-กิ่งดาว-ทักษิณ
สร้างโดย รัตนงามภาพยนตร์ ของ สุภาพ ประจวบเหมาะ
กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 25 ธันวาคม 2507
ที่โรงหนังเอ็มไพร์ ปากคลองตลาด ซึ่งต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น เพชรเอ็มไพร์
ใครที่เคยไปร่วมงานมิตร ชัยบัญชา ที่จัดที่เทเวศร์ คงเคยได้ดูเศษหนังเรื่องนี้แล้ว
ตอนนั้นเอาไปฉายในชุด หนังมิตรที่หมดสิทธิ์จะได้ดู..ถึงวันนี้ก็ยังพูดประโยคเดิม
อีกครับว่า ยังหมดสิทธิ์จะได้ดูจริง ๆ ครับ

3.เรื่อง เลิศชาย
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ทักษิณ-ปริม-ประจวบ
สร้างโดย ลดาพรรณภาพยนตร์ ของ พงษ์ลดา พิมลพรรณ
กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 25 ธันวาคม 2507
ที่โรงหนังคาเธ่ย์ โรงดังย่านเยาวราช
ส่วนหนังไม่ต้องพูดถึงครับ ไม่มีแล้วครับ ดูแต่รูปไปก่อนก็แล้วกัน

4.เรื่อง หัวใจเถื่อน
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ชนะ-ทักษิณ-กิ่งดาว-เยาวเรศ
สร้างโดย ต๊อกบูมภาพยนตร์ ของ สมจิตร ทรัพย์สำรวย
กำกับการแสดงโดย ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 25 ธันวาคม 2507
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง ที่ปัจจุบันยังยืนยงให้เห็นอยู่
แต่ว่าหนังเต็ม ๆ เรื่อง หาฟิล์มไม่ได้แล้วครับ มีแต่เศษฟิล์มซึ่งผมใช้
จากเศษหลายม้วนมาต่อรวมกัน แล้วเอาไปฉายในงานมิตรที่เทเวศร์
อยู่ในชุด หนังมิตรที่หมดสิทธิ์จะได้ดู นั่นแหละครับ..เป็นอันจบหนัง
ฉายส่งท้ายปีเก่าของปี 2507 แล้วครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:40 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 16



คราวนี้มาถึงหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2508 ซึ่งหาได้ 2 เรื่อง ที่มีน้อยอาจเป็นเพราะ
บางโรงฉายส่งท้ายปีด้วยหนังต่างประเทศนะครับ

1.เรื่อง ลูกของแม่
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ประจวบ-ทักษิณ
สร้างโดย รัตนงามภาพยนตร์ ของ สุภาพ ประจวบเหมาะ
กำกับการแสดงโดย ส.อาสนจินดา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 23 ธันวาคม 2508
ที่โรงหนังเอ็มไพร์
ก็ไม่รู้ว่าจะฉายลากยาวข้ามปีหรือไม่ เพราะบางครั้งวางธงไว้ว่าจะฉายส่งท้าย
แต่ถ้าหนังบางเรื่องสู้ไม่ไหว โรงหนังเขาก็เปลี่ยนเอาหนังเรื่องอื่นมาฉายแทน
เรียกว่าเปลี่ยนโปรแกรมกะทันหัน ไม่งั้นสู้โรงอื่นเขาไม่ได้ แต่เฉพาะโรงนี้ พอ
เช็คดูพบว่า พอเกือบกลางเดือนมกราคม 2509 จึงมีการเปลี่ยนโปรแกรมมา
เป็นเรื่องอื่น จึงคิดว่า น่าจะฉายลากยาวนะครับ...ส่วนปัจจุบัน หนังเรื่องนี้ยัง
หาดูไม่ได้นะครับ มีแต่เรื่องย่อจากหนังสือดาราครับ

2.เรื่อง เงิน เงิน เงิน
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ชรินทร์-สุเทพ-อรสา-สุมาลี
สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ ของ หม่อมอุบล ยุคล
กำกับการแสดงโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2508
ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์ ย่านสะพานยศเส
เรื่องนี้เป็นหนังระบบ 35 ม.ม.เสียงพากย์ในฟิล์ม เรื่องแรกที่มิตร ชัยบัญชา แสดง
ก่อนฉายมีการทำโปรโมตให้ต่างกับหนัง 16 ม.ม.ในยุคนั้น เช่น ให้มิตร ชัยบัญชา
มาอัดสปอร์ตโฆษณาเอง..ให้มิตรมายืนข้างๆจอหนังระบบ 35 ม.ม.ของโรงหนัง
เฉลิมเขตร์เพื่อเทียบให้เห็นว่า จอกว้าง 35 ม.ม.ต่างกับ จอ 16 ม.ม.แค่ไหน
หนังออกฉายทำเงินรายได้สูงสุดของโรงหนังเฉลิมเขตร์ ทำให้มิตร-เพชรา ได้รับ
โล่เกียรติยศดาราคู่ขวัญหนังทำเงินได้สูงสุดของปีนั้น.. เชื่อว่า เพื่อนทุกคนต้องเคย
ได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วแน่ ๆ หนังมีความยาว 3 ชั่วโมง 20 นาที....ใครยังไม่เคยดู ก็หา
ซื้อได้เพราะมูลนิธิหนังไทยเขาทำจำหน่ายครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:42 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 17



มาถึงหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2509 กันนะครับ หามาได้ 2 เรื่องอีกแล้ว

1.เรื่อง ชาติกระทิง
นำแสดงโดย สมบัติ-ลือชัย-เพชรา-โสภา-ปรียา
สร้างโดย พันคำภาพยนตร์ ของ พันคำ
กำกับการแสดงโดย พันคำ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2509
ที่โรงหนังเฉลิมกรุง
หนังเต็ม ๆ เรื่องไม่มีแล้วครับ..คงมีแต่เศษฟิล์มที่เคยเจอ แต่เป็นฟิล์มขาวดำ หนังจริง
เป็นหนังสี แต่ที่ได้มาเป็นเศษที่เขาถ่ายทำเป็นหนังตัวอย่างประมาณ 3-5 นาทีเท่านั้น
ผมเคยเอาไปฉายต้อนรับลือชัยในการมาเยือนลานดาราแล้วครับ คงจำได้

2.เรื่อง ดาวพระศุกร์
นำแสดงโดย มิตร-พิศมัย-บุศรา-ทม-ชฎาพร
สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ ของ นพรัตน์ ศศิวิมลรักษ์
กำกับการแสดงโดย สมควร กระจ่างศาสตร์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2509
ที่โรงหนังเอ็มไพร์
เรื่องราวของหนังคุ้นๆ กันทั้งนั้นเพราะภายหลังมีการนำกลับมาสร้างอีกทั้งหนังทั้งละคร
แต่ว่าถ้าเป็นรุ่นมิตรแล้ว ไม่มีให้ดูแล้วครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:44 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 18



สำหรับหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2510 หามาได้ถึง 5 เรื่องครับ

1.เรื่อง จันทร์เจ้า
นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา-อดุลย์-เมตตา
สร้างโดย กรุงเกษมภาพยนตร์ ของ ชุดา เสนีย์วงศ์
คนกำกับใช้นามแฝงว่า คุณหญิง ไม่แน่ใจว่าเป็นใครนะครับ
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 28 ธันวาคม 2510
ที่โรงหนังเฉลิมบุรี
ฟิล์มหนังก็ไม่มีแล้ว มีแต่เรื่องย่อจากหนังสือดารา แต่ว่าดูใบปิดแทนไปก่อนนะครับ

2.เรื่อง ตุ๊ดตู่
นำแสดงโดย มิตร-โสภา-ประจวบ-อดุลย์-กิ่งดาว
สร้างโดย ปฏิมาภาพยนตร์ ของ สุภาพ ประจวบเหมาะ
กำกับการแสดงโดย หวน รัตนงาม
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2510
ที่โรงหนังเอ็มไพร์
เรื่องนี้ก็เช่นกัน ไม่มีฟิล์มแล้ว มีแต่เรื่องย่อจากหนังสือดารา

3. เรื่อง แก้วกาหลง
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ถวัลย์-ชุมพร-ปรียา
สร้างโดย เสน่ห์ศิลป์ภาพยนตร์ ของ เสน่ห์ โกมารชุน
กำกับการแสดงโดย ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2510
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง
เป็นหนังผีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำเอาตอนเด็ก ๆ ผมกลัวมาก พยายามตามหาฟิล์ม
แล้ว แต่ก็ยังหาไม่ได้ มีแต่เรื่องย่อจากหนังสือดาราเก่า ๆ ให้อ่าน แต่วันนี้ดูใบปิด
ไปก่อนนะครับ

4. เรื่อง จุฬาตรีคูณ
นำแสดงโดย มิตร-สมบัติ-เพชรา-เนาวรัตน์ วัชรา-ประจวบ
สร้างโดย วัฒนภาพยนตร์ ของ ไพรัช กสิวัฒน์
กำกับการแสดงโดย ดอกดิน กัญญามาลย์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2510
ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม แถวสะพานยมราช
หนังเรื่องนี้เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้เข้าโปรแกรมฉายของโรงนี้เพราะ
เดิมฉายแต่หนังต่างประเทศ หนังเต็ม ๆ เรื่องเป็นหนังที่ดีมาก เป็นการกลับมาพบ
กันอีกครั้งของ 2 พระเอกใหญ่ มิตร ชัยบัญชา และ สมบัติ เมทะนี
พร้อมด้วยบทเพลงไพเราะอีกมากมาย เรียกว่า ถูกใจผู้คนในยุคนั้นมาก
จนมีการนำกากฟิล์ม 16 ม.ม. มาปรับปรุงทำเป็นก๊อบปี้ 35 ม.ม.แล้วบันทึกเสียง
พากย์ลงในฟิล์ม ทำออกฉายใหม่อีกครั้งเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2535 ที่โรงหนัง
แอมบาสเดอร์ในยุคที่คุณกมล กุลตังวัฒนา เข้าบริหารโรงและออกฉายไปทั่วประเทศ
สุดท้ายก็มาเป็นวีดีโอของเอสทีวีดีโอและเป็นวีซีดีของโครงการคิดถึงหนังไทยของคุณโต๊ะ
คิดว่า คงมีกันทุกคนแล้วนะครับ

5.เรื่อง เทพธิดาบ้านไร่
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ประจวบ-กิ่งดาว-อดุลย์
สร้างโดย เสรีภาพยนตร์ ของ ปราโมทย์ เสรีเชษฐพงษ์ ณรงค์ พงษ์
กำกับการแสดงโดย ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2510
ที่โรงหนังคาเธ่ย์
เคยดูตอนเด็ก ๆ ก็จำเรื่องไม่ค่อยได้แล้วครับ แต่เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณโต๊ะพันธมิตร
ตามหามาทำวีซีดี แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ ถามว่าชอบอะไรในหนัง คุณโต๊ะบอกว่า
ชอบตอนที่มิตรขับสามล้อให้เพชรานั่ง ชอบเพลงในหนัง...หาหนังยังไม่เจอ
แต่ผมเจอเรื่องย่อจากหนังสือดาราเก่า ๆ แล้วครับ เอ้าแฟนหนังมิตรอยากอ่านก็
ขอมานะครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:46 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 19



ส่วนหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2511 ปีนี้ เจอแค่นี้ครับ

1.เรื่อง สาปสวาท
นำแสดงโดย สมบัติ-พิศมัย-อมรา-อดุลย์-บุศรา
สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ ของ นพรัตน์ ศศิวิมลรักษ์
กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 24 ธันวาคม 2511
ที่โรงหนังเอ็มไพร์

2. เรื่อง ทรามวัยใจเพชร
นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา
สร้างและกำกับการแสดงโดย สนาน คราประยูร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2511
ที่โรงหนังเฉลิมบุรี

3. เรื่อง ป้อมปืนตาพระยา
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-เกชา-โสภา-ชนะ
สร้างโดย เทพกรภาพยนตร์ ของ รัตน์ เศรษฐภักดี
กำกับการแสดงโดย ส.อาสนจินดา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2511
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

เรื่องแรก สาปสวาท นั้น หาหนังยังไม่ได้ครับ ส่วนอีก 2 เรื่องคือ ทรามวัยใจเพชร
กับ ป้อมปืนตาพระยา ดูได้จากวีซีดีของค่ายเลบโส้ ออกมานานแล้วครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:48 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 20



เข้าสู่หนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2512 กันต่อนะครับ

1.เรื่อง ความรักเจ้าขา
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-อดุลย์-ประจวบ-เมตตา
สร้างโดย สมนึกภาพยนตร์ ของ สมนึก เหมบุตร
กำกับการแสดงโดย ชาลี อินทรวิจิตร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 26 ธันวาคม 2512
ที่โรงหนังเอ็มไพร์

2.เรื่อง นางสาวอบเชย
นำแสดงโดย มิตร-สุทิศา-อดุลย์-ประจวบ-บุศรา
สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ ของ นพรัตน์ ศศิวิมลรักษ์
กำกับการแสดงโดย อนุมาศ บุนนาค
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 26 ธันวาคม 2512
ที่โรงหนังเฉลิมบุรี

3.เรื่อง สวรรค์วันเพ็ญ
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-สมจินต์-ศรีนวล
สร้างโดย นันทนาครภาพยนตร์ ของ ชรินทร์ นันทนาคร
กำกับการแสดงโดย ชรินทร์ นันทนาคร
เข้าโปรแกรมฉาย วันที่ 26 ธันวาคม 2512
ที่โรงหนังคาเธ่ย์

4.เรื่อง รอยพราน
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-เมตตา-สมควร
สร้างโดย ชัยบัญชาภาพยนตร์ ของ มิตร ชัยบัญชา และ มังกร ฤกษ์อร่าม
กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2512
ที่โรงหนังควีนส์ ย่านวังบูรพา

5.เรื่อง เมืองแม่หม้าย
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-วิไลวรรณ-ประจวบ-เมตตา
สร้างโดย ภาพยนตร์ไทยไตรมิตร ของ พันทิพา ประกาศวุฒิสารและเภา ประสาทวิทย์
กำกับการแสดงโดย แท้ ประกาศวุฒิสาร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2512
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

จากหนัง 5 เรื่องข้างต้น ความรักเจ้าขา นางสาวอบเชย รอยพราน นั้นคงหาหนังดูไม่ได้แล้วครับ
เท่าที่เห็นก็มีแต่เรื่องย่อจากหนังเรื่อง รอยพราน ในหนังสือดาราเก่า ๆ ส่วนเรื่อง สวรรค์วันเพ็ญ
นั้น แม้จะยังมีฟิล์มหนัง แต่ก็คงยากที่จะได้ดูกัน พอ ๆ กับเรื่อง เมืองแม่หม้าย ที่เจอฟิล์มหนังแล้ว
แต่รอเวลา รอกระแสการกลับมาของหนังไทยเก่า ๆ ก่อน เราอาจจะได้เห็นเป็นดีวีดีนะครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:50 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 21



มาถึงหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2513 เริ่มจาก

1.เรื่อง บ้านสาวโสด
นำแสดงโดย มิตร-เพชรา-ครรชิต-ประจวบ-อดุลย์
สร้างโดย พงศ์ไทยภาพยนตร์ ของ ลัดดา ประทับสิงห์
กำกับการแสดงโดย อดิสรณ์ (หรืออดุลย์ ดุลยรัตน์)
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 25 ธันวาคม 2513
ที่โรงหนังเอ็มไพร์

2.เรื่อง ฝนเหนือ
นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา-เพลิน-ไวพจน์-พันคำ-ทักษิณ-อดุลย์
สร้างโดย บางกอกการภาพยนตร์ ของ สุมน ภักดีวิจิตร
กำกับการแสดงโดย ฉลอง ภักดีวิจิตร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2513
ที่โรงหนังคาเธ่ย์

3.เรื่อง เสน่ห์ลูกทุ่ง
นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา-ภาวนา-เมตตา-ชุมพร-ชินกร-เรียม-พนม-ละอองดาว-ศรีไพร
สร้างโดย บุศยรัตน์ภาพยนตร์ ของ อาโนธิตา นุตไพโรจน์-ธงชัย พิริยะจิตตะ
กำกับการแสดงโดย อนิรุทธ์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2513
ที่โรงหนังเมืองทอง ย่านประตูน้ำ

4.เรื่อง เพลงรักแม่น้ำแคว
นำแสดงโดย สมบัติ-เพชรา-เมตตา-สังข์ทอง-ชินกร-พนม-สมานมิตร-สรวง
สร้างโดย สุริยะเทพภาพยนตร์ ของ สมวงษ์ สุวรรณฑัต
กำกับการแสดงโดย ภรณี สุวรรณฑัต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2513
ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์

จุดน่าสังเกตของหนังส่งท้ายปีนี้ก็คือ เป็นหนังที่ขายเพลงเป็นหลัก ซึ่งแยกเป็นหนัง 16 ม.ม.
ที่ใส่เพลงเข้าไปด้วยฟิล์ม 35 ม.ม.ซึ่งมีอยู่ 2 เรื่องคือ บ้านสาวโสด กับ เสน่ห์ลูกทุ่ง แต่ที่เป็น
หนัง 35 ม.ม.พากย์เสียงในฟิล์มก็คือ ฝนเหนือ กับ เพลงรักแม่น้ำแคว..
บ้านสาวโสดนั้น ถ่ายทำตั้งแต่มิตร ชัยบัญชา ยังไม่เสียชีวิต พอเสียชีวิต ก็มีการเปลี่ยนตัวให้
ครรชิต ขวัญประชา มาแสดงต่อ..แต่ว่าฟิล์มหนังที่ผมเคยไปเจอมานั้น ช่วงที่มิตรแสดง ไม่มี
เหลือแล้วครับ ส่วนเพลงในหนังไม่ต้องพูดถึง หายไปหมดแล้วครับ..เหตุที่มีหนังเพลงออกมา
ฉายเยอะก็เป็นแรงส่งจากปี 2512 ที่หนังเรื่อง ชาติลำชี ของครูรังสี ประสบความสำเร็จ ทำให้
หนังในปีต่อๆมา ต้องมีการเพิ่มเพลงหรือเพิ่มนักร้องเข้าไปหนัง อย่างเรื่อง เสน่ห์ลูกทุ่ง มีนักร้อง
มีเพลง 14 เพลง เสียดายที่ไม่มีหนังดูแล้ว คงมีแต่หนังเรื่อง ฝนเหนือ ซึ่งก่อนหน้านั้น ฉลอง ทำเรื่อง
ฝนใต้ มาก่อนเป็นหนัง 16 ม.ม. พอถึง ฝนเหนือ ก็เลยเปลี่ยนมาสร้างเป็นหนัง 35 ม.ม.เรื่องแรก
ของฉลอง ภักดีวิจิตร ใครยังไม่เคยดู ก็ดูได้จากวีซีดีที่คุณโต๊ะพันธมิตรทำจำหน่ายมานานแล้วครับ
ส่วนเรื่อง เพลงรักแม่น้ำแคว นั้น ยกขบวนนักร้องมาเพียบ แถมเพลงอีกถึง 21 เพลงเลยครับ
หนังเจ้านี้ ผมเคยดูมาทุกเรื่อง น่าเสียดายเรื่องนี้ยังไม่เคยดู ฟิล์มหนังก็หาไม่ได้แล้วครับ..
...........................
คืนนี้พอเท่านี้ก่อนนะครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 06/12/52 - 20:53 น.
IP Address: 111.84.67.xx
ความคิดเห็นที่ 22
ขอบคุณคุณมนัสมากครับสำหรับข้อมูลทั้งหมด ผมเข้ามาอ่านประจำถึงจะไม่ค่อยได้โพสต์อะไรมากก็ตาม

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 07/12/52 - 18:24 น.
IP Address: 85.0.178.xx
ความคิดเห็นที่ 23



สวัสดีครับทุกท่าน..สวัสดีครับคุณสุทธิพงษ์..ดีใจครับที่ยังเข้ามาอ่าน..
คืนนี้ว่ากันต่อให้จบสำหรับหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่..
คิดว่าจะหยุดไว้แค่ส่งท้ายปี 2519 ก็พอนะครับ...แล้วค่อยหาประเด็นอื่นๆ
มาคุยกันต่อ

คราวที่แล้วจบที่ปี 2513 ก็เริ่มต่อเลยนะครับ..

ปี 2514 ก็มีหนังไทยเข้าโปรแกรมฉายส่งท้ายปีเก่าถึง 7 เรื่องด้วยกัน คือ

1.เรื่อง คนใจเพชร
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-มานพ-เมตตา-รุจน์-ประจวบ
สร้างโดย นพรัตน์ภาพยนตร์ ของ จินดา ฤทธิ์ดิเรก
กำกับการแสดงโดย ส.อาสนจินดา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 24 ธันวาคม 2514
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

2.เรื่อง แก้วขนเหล็ก
นำแสดงโดย ครรชิต-เพชรา-สะอาด-เมตตา-ปริม
สร้างโดย สิทธิกรภาพยนตร์ ของ แดน กฤษดา
กำกับการแสดงโดย จิตติน
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2514
ที่โรงหนังเอ็มไพร์

3.เรื่อง ดวง
นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์-วนิดา-นงลักษณ์-จิระศักดิ์
สร้างโดย เปี๊ยกโปสเตอร์ เป็นผลงานอันดับที่ 2
กำกับการแสดงโดย เปี๊ยก โปสเตอร์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2514
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย

4.เรื่อง ค่าของคน
นำแสดงโดย ไชยา-พิศมัย-สุวัจชัย
สร้างโดย เทพกรภาพยนตร์ ของ กิติมา เศรษฐภักดี
กำกับการแสดงโดย รัตน์ เศรษฐภักดี
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2514
ที่โรงหนังเพชรรามา ย่านประตูน้ำ

5. เรื่อง เจ้าพระยาที่รัก
นำแสดงโดย พิศมัย-ปริศนา-พนม นพพร-จังเอียง-หลินจี
สร้างโดย เซ้าท์อีสท์เอเชียฟิล์ม ของ สมชาย อัตตานุรักษ์
กำกับการแสดงโดย หลิวต๋า
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2514
ที่โรงภาพยนตร์สิริรามา

6.เรื่อง ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-เนาวรัตน์ วัชรา-กังวานไพร-ประจวบ
สร้างโดย วัฒนาภาพยนตร์ ของ รสสุคนธ์ กสิวัฒน์-ประศักดิ์ วงศ์ศรีสกุล
กำกับการแสดงโดย ไพรัช กสิวัฒน์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2514
ที่โรงหนังคาเธ่ย์

7.เรื่อง มันมากับความมืด
นำแสดงโดย สรพงศ์-นัยนา-สุรสิทธิ์ถนอม-ดามพ์-คมน์-พนม
สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ ของ หม่อมอุบล ยุคล
กำกับการแสดงโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2514
ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์

น่าสังเกตว่า ในจำนวนหนัง 7 เรื่องนี้ มีหนัง 16 ม.ม.อยู่เพียงเรื่องเดียวคือ แก้วขนเหล็ก
ที่เข้าฉายที่โรงหนังเอ็มไพร์ เข้าฉายท่ามกลางกระแสการสร้างหนัง 35 ม.ม.แล้ว แต่ไม่
น่าเชื่อว่า หนัง 16 เรื่อง แก้วขนเหล็ก กลับเป็นหนังที่ทำรายได้ชนะหนัง 35 ม.ม.หลายๆ
เรื่อง จนมีการพูดกันว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ฟิล์ม 35 ม.ม.ก็ได้ ขอให้เป็นหนังที่คนอยากดู
จะฟิล์มเล็ก ฟิล์มใหญ่ คนเขาก็ดูกันทั้งนั้น นี่เองที่ทำให้ยุคหนัง 16 ที่กำลังจะหมดลง กลับมีอายุ
ยาวออกไปอีกจนถึงปี 2515 จึงไม่มีการสร้างหนัง 16 ม.ม.ออกฉายในโรงชั้นหนึ่งอีกเลย..
หนังที่ฉายในปีนี้กลับมาเป็นวีซีดีหรือดีวีดี ให้เราดูกันเพียงเรื่องเดียวคือ มันมากับความมืด
ซึ่งเป็นหนังเรื่องแรกของ สรพงศ์ ที่รับบทพระเอกเต็มตัว ส่วนเรื่องอื่น ๆ หายเงียบเลยครับ..อย่าง
เรื่อง ค่าของคน แม้จะเคยเจอฟิล์มแล้ว แต่เลือกเอาหนังเรื่องอื่นมาทำก่อน พอกลับไปดูฟิล์มอีกที
เขาบอกว่า ฟิล์มสีซีดลงจนมองไม่เห็นภาพแล้วครับ ส่วนเรื่อง ดวง นั้น หมดหวังไปแล้วครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 07/12/52 - 21:22 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 24



ส่วนหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2515 เริ่มจาก

1.เรื่อง คนสู้คน
นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์-อรัญญา-ฉัตร
สร้างโดย พิษณุภาพยนตร์ ของ สรวงสุดา ชลลัมพี
กำกับการแสดงโดย วิจารณ์ ภักดีวิจิตร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2515
ที่โรงหนังคาเธ่ย์

2.เรื่อง แม่อายสะอื้น
นำแสดงโดย สมบัติ-ทัศน์วรรณ-กำธร-เนาวรัตน์ วัชรา
สร้างโดย ปริทรรศน์ฟิล์ม ของ ชุติมา สุวรรณรัต
กำกับการแสดงโดย ชุติมา สุวรรณรัต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2515
ที่โรงหนังเพชรรามา

3.เรื่อง ไอ้แกละเพื่อนรัก
นำแสดงโดย สรพงศ์-นัยนา-นงลักษณ์-ด.ช.อวบ สมชาติ-ศศิมา
สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ ของ หม่อมอุบล ยุคล
กำกับการแสดงโดย สุรพล โทณะวณิก
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2515
ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์

4.เรื่อง คุ้มนางฟ้า
นำแสดงโดย ครรชิต-เพชรา-สะอาด-เมตตา
สร้างโดย สิทธิกรภาพยนตร์ ของ แดน กฤษดา
กำกับการแสดงโดย จิตติน
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2515
ที่โรงหนังเอ็มไพร์

5.เรื่อง ชู้
นำแสดงโดย มานพ-กรุง-วันดี-ด.ญ.ไขนภา
สร้างโดย เปี๊ยกโปสเตอร์ เป็นอันดับที่ 3
กำกับการแสดงโดย เปี๊ยก โปสเตอร์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2515
ที่โรงหนังสยาม-ศาลาเฉลิมไทย

หนังปีนี้เป็นหนัง 35 ม.ม.กันหมดแล้วครับ แม้แต่ แดน กฤษดา ที่เคยสร้าง
ปรากฏการณ์หนัง 16 ม.ม. แก้วขนเหล็ก มาแล้ว ก็ยังเปลี่ยนมาสร้างหนัง
เรื่อง คุ้มนางฟ้า ในระบบ 35 ม.ม. เลย แต่หนังที่ยิ่งฉาย ยิ่งดังของปีนี้ก็คือ ชู้
ของ เปี๊ยกโปสเตอร์ ที่ถูกออกชมว่า สร้างได้ดี..ส่วนที่ดังเข้าหัวจิตหัวใจชาวบ้าน
อย่างยิ่งก็เห็นจะเป็นเรื่อง แม่อายสะอื้น ที่ เนาวรัตน์ วัชรา รุ่นเก๋าแสดงไว้ดีมาก
แถมยังช่วยส่งให้น้องใหม่อย่าง ทัศน์วรรณ แจ้งเกิดไปอีกคน..หนังติดอยู่ในใจ
คนไทยตลอดมาจนมีการนำกลับมาฉายอีกครั้งเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2523
ที่โรงหนังเพชรรามา-สามย่าน-เพชรเอ็มไพร์...
ส่วน คนสู้คน ตอนนี้ก็ยังไม่มีดู แต่ ไอ้แกละเพื่อนรัก นั้น ช่อง 7 เคยเอามาฉาย
ให้ดูครั้งหนึ่งแล้ว


จาก: มนัส138
วันที่: 07/12/52 - 21:24 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 25



หนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2516

1.เรื่อง ไม่มีคำตอบจากสวรรค์
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-กำธร-นันทวัน
สร้างโดย เมทะนีฟิล์ม ของ กาญจนา เมทะนี
กำกับการแสดงโดย สมบัติ เมทะนี
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2516
ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

2.เรื่อง รัญจวนจิต
นำแสดงโดย ไพโรจน์ ใจสิงห์-วันดี ศรีตรัง
สร้างโดย พงษ์สว่างภาพยนตร์ ของ ประสงค์ ดำเนินสะดวก-กระแสร์ ดารานนท์
กำกับการแสดงโดย ฉลอง เพชรเสนา
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2516
ที่โรงหนังเอ็มไพร์

3.เรื่อง แหวนทองเหลือง
นำแสดงโดย ไชยา-นัยนา-อดุลย์-เยาวเรศ
สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ ของ หม่อมอุบล ยุคลฯ
กำกับการแสดงโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2516
ที่โรงหนังเฉลิมเขตร์

4.เรื่อง น้ำเซาะทราย
นำแสดงโดย นาท-วันดี-มยุรฉัตร-สายัณห์-ด.ช.สยม สังวริบุตร-ด.ญ.มลฤดี ยมาภัย-คฑา อภัยวงศ์
สร้างโดย แหลมทองภาพยนตร์ ของ ทองปอนด์ คุณาวุฒิ
กำกับการแสดงโดย คุณาวุฒิ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2516
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

ปีนี้มีหนังที่ สมบัติ เมทะนี สร้างมาฉายครั้งแรกคือ ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ แต่หนังไม่ค่อยจะ
ประสบความสำเร็จ ต่อมาจึงเปลี่ยนไปสร้างหนังแนวบู๊ กึ่งตลก เน้นโชว์เครื่องมืออุปกรณ์แปลกๆ
แถมด้วยเนื้อหนังมังสาของสาว ๆ เริ่มจาก นักเลงเทวดา..ส่วน รัญจวนจิต นั้น เคยดูกลางแปลง
ครั้งหนึ่ง ตอนนั้น วันดี ศรีตรัง กำลังดัง แต่หนังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ส่วนหนังคุณภาพปีนี้ที่น่าพูดถึง
ก็คือ น้ำเซาะทราย กับ แหวนทองเหลือง..น้ำเซาะทรายนั้น คุณาวุฒิสอนบทเรียนให้กับผู้ชายที่เผลอ
ใจไปมีกิ๊ก..ว่าสุดท้ายจะเหลืออะไร..ต่างกับ แหวนทองเหลือง ที่บอกถึงความรักแท้อันมีแหวนราคาถูก ๆ
เป็นเครื่องเตือนใจ..รักแท้ของสาวดอยติ เมืองลำพูน ที่แม้จะผ่านชีวิตหนาวร้อนอย่างไร ก็ยังดีใจที่รู้ว่า
ชายคนที่ตนเคยมอบความสาวให้นั้น ยังคงรักเธออยู่แม้เวลาจะผ่านไปนานแสนนาน...หนังดูแล้วเศร้า
สะเทือนใจ แม้หนังจะลากยาวไปเกือบ 4 ชั่วโมง แต่ก็ไม่น่าเบื่อนะครับ..


จาก: มนัส138
วันที่: 07/12/52 - 21:27 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 26



มาดูหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2517 กันต่อนะครับ

1.เรื่อง ข้ามาจากแม่น้ำแคว
นำแสดงโดย กรุง-ยอร์จ อีสต์แมน-กอร์ดอน มิทเซลล์-ถังหวนหลง-กฤษณะ
สร้างโดย มงคลฟิล์ม ของ สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2517
ที่โรงหนังเมโทร-เพชรเอ็มไพร์-เฉลิมเขตร์

2.เรื่อง ด้วยปีกของรัก
นำแสดงโดย ยอดชาย-ภาวนา
สร้างโดย ศรีสยามโปรดักชั่น ของ สาธิต คล่องเวสสะ
กำกับการแสดงโดย ส.เนาวราฃ
วันที่ 28 ธันวาคม 2517/แมคเคนน่า

3.เรื่อง ทองประกายแสด
นำแสดงโดย วันทนา บุญบันเทิง-นิรุตต์-สายัณห์-สุริยา-ลักษณ์
สร้างโดย รณภพฟิล์ม ของ อัญชลี ชอบประดิษฐ์(อรัญญา)
กำกับการแสดงโดย รุจน์ รณภพ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2517
ที่โรงหนังเพชรรามา

4.เรื่อง ประทีปอธิษฐาน
นำแสดงโดย อุเทน-ภาวนา-รุ้งลาวัลย์-สายัณห์
สร้างโดย อินทรวิจิตรภาพยนตร์ ของ ศิรินทิพย์ ศิริวรรณ
กำกับการแสดงโดย ชาลี อินทรวิจิตร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2517
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

5.เรื่อง หัวใจ 100 ห้อง
นำแสดงโดย กรุง-ไพโรจน์-นรา-อรัญญา-รุ้งลาวัลย์-ปิยะมาศ
สร้างโดย บางกอกการภาพยนตร์ ของ อุไรวรรณ ภักดีวิจิตร
กำกับการแสดงโดย วินิจ ภักดีวิจิตร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2517
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย-สามย่าน

ที่แปลกหน่อยสำหรับปีนี้ ก็เรื่อง ข้ามาจากแม่น้ำแคว ที่มีกรุงแสดงร่วมกับ
ดาราต่างประเทศ มานั่งดูหนังตอนนี้อีกที ก็งง ๆ เหมือนกันว่าจะขายอะไร
เห็นว่าเสี่ยเจียงอยากจะนำมาออกวีซีดีอีก...แต่ที่มีผลงานออกมาเรื่อย ๆ ก็
ต้องค่ายศรีสยามโปรดักชั่น ที่ปีนี้ปล่อยเรื่อง ด้วยปีกของรัก มาให้ดูกัน..
ไม่รู้เป็นไร ตอนเด็ก ๆ ได้ยินชื่อหนังของค่ายนี้แล้ว ขอบในความไพเราะ
ของชื่อหนังไม่ว่าจะเป็น นี่แหละรัก..หนึ่งนุช..น่าเสียดายที่หนังค่ายนี้ยกค่าย
ไม่ค่อยจะมีเหลือมาให้ดู ตอนผมไปหาฟิล์มต่างจังหวัด เคยไปเจอบริการหนัง
ชื่อว่า หนึ่งนุชภาพยนตร์ ก็อุตส่าห์เข้าไปถามว่า เกี่ยวอะไรกับหนังเรื่อง หนึ่งนุช
หรือไม่ เขาบอกว่า เขาชื่อหนังเรื่องนี้มาก ก็เลยเอามาตั้งชื่อบริการหนัง แต่พอ
ถามว่า แล้วมีหนังเรื่องนี้หรือไม่ เขาบอกเคยมี..แต่เสียหมดแล้ว...
หัวใจ 100 ห้อง ก็น่าดูนะครับ..หนังเชือดเฉือนกามารมณ์ที่มีบทสรุปโป้งเดียวจอด
แต่ที่ฮือฮาที่สุดในปีนี้ก็เห็นจะเป็น ทองดี จาก ทองประกายแสด ที่อรัญญาสร้าง
และเลือกเอานางเอกใหม่ วันทนา บุญบันเทิง มาเล่นเป็นนางเอก..ใครที่ไปงาน
ลานดารา วันที่เชิญคุณวันทนามา ก็คงทราบเรื่องหมดแล้วนะครับ น่าเสียดาย
ที่หนังเหลือแค่ หนังตัวอย่างแค่นั้นเอง


จาก: มนัส138
วันที่: 07/12/52 - 21:33 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 27



หนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2518 ก็มีหลายเรื่องเหมือนกันนะครับ

1.เรื่อง ผีสาวฮิสทีเรีย
นำแสดงโดย นาท-ศิริขวัญ-สายัณห์-ลักษณ์
สร้างโดย ประสพสุขภาพยนตร์ ของ กิตติ ประสพสุข
กำกับการแสดงโดย ดวง
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 26 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังเพชรเอ็มไพร์

2.เรื่อง ไม่มีใครรักฉันจริง
นำแสดงโดย นาท-ภัทราวดี-ธัญญรัตน์-สายัณห์-คฑา
สร้างโดย วัฒนาการภาพยนตร์ ของ สมศักดิ์ มิตรอุดม
กำกับการแสดงโดย ปริญญา ลีละศร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 26 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังแกรนด์

3.เรื่อง นางเอก
นำแสดงโดย นาท-ภัทราวดี-มยุรฉัตร-สายัณห์
สร้างโดย จิรายุโปรดักชั่น ของ สมทรง พันธ์หงส์
กำกับการแสดงโดย ปริญญา ลีละศร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังแอมบาสเดอร์-สิริรามา

4.เรื่อง มีนัดไว้กับหัวใจ
นำแสดงโดย กรุง-อรัญญา-ภิญโญ-ทาริกา
สร้างโดย เปี๊ยกโปสเตอร์
กำกับการแสดงโดย เปี๊ยก โปสเตอร์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย-สามย่าน

5.เรื่อง ป่าทรายทอง
นำแสดงโดย สมบัติ-วิยะดา-มานพ-ดวงใจ-วิทยา
สร้างโดย กรุงเกษมภาพยนตร์ ของ พงษ์พันธ์ เพลินใจ
กำกับการแสดงโดย ชุติมา สุวรรณรัต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

6.เรื่อง สาวสบึมส์
นำแสดงโดย ยอดชาย-ลักษมี-รุ้งลาวัลย์-ศศิมา-โขมพัสตร์-บาหยัน-สันติ
สร้างโดย พระพิราพฟิล์มโปรดักชั่น ของ เสนอ คราประยูร
กำกับการแสดงโดย ส.คราประยูร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังแมคเคนน่า (มิดไนท์ 27 ธันวาคม 2518 เพชรรามา-เมโทร)

7.เรื่อง หนี้รัก
นำแสดงโดย สมบัติ-นาท-ธัญญรัตน์-วิทยา-บุศรา
สร้างโดย เทพกรภาพยนตร์ ของ สุจิตรา เศรษฐภักดี
กำกับการแสดงโดย รัตน์ เศรษฐภักดี
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2518
ที่โรงหนังเพชรรามา

หนังส่งท้ายปีนี้ รู้สึกจะออกไปในทางขายดาราสาว ๆ นะครับ ผีสาวฮิสทีเรีย
ก็ขายความแปลก จำได้ตอนเด็ก ๆ เขาบอกว่า โรคฮิสทีเรีย เป็นโรคของผู้หญิง
ที่ขาดผู้ชายไม่ได้ ขนาดตายเป็นผี โรคนี้ยังไม่หายเลยครับ ผีก็เลยออกล่าสวาท
ผู้ชาย..น่าเสียดายไม่มีหนังให้ดูแล้วครับ...ไม่มีใครรักฉันจริง ก็ไปดู ธัญญรัตน์
กับบทโชว์อีกแล้ว...ป่าทรายทอง ก็มีฉากระหว่างสมบัติกับวิยะดา ภาพเบื้องหลัง
ในหนังสือดาราน่าดูชมเชียวล่ะ..สาวสบึมส์ ฟังแค่ชื่อและดูชื่อนักแสดงแล้วก็รู้ว่า
ทำไมใช้คำว่า สบึมส์ สบึมส์ เป็นศัพท์แสลงในยุคนั้น ถ้าเป็นสมัยนี้อาจใช้คำว่า อึ๋มส์
มีหลายคนสนใจเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่มีหนังให้ดู.. ดู ๆ ไปหนังส่งท้ายปีเก่าปีนี้ น่าสนใจ
สำหรับหนุ่ม ๆ นะครับ เว้นแต่ นางเอก ที่ปริญญา ลีละศร สร้างเสียดสีสังคมดารา
กับนักล่าดาราสาว.. ใครสนใจหนังปีนี้ ก็เหลือให้ดูเพียง 2 เรื่องคือ มีนัดไว้กับหัวใจ
ซึ่งรอโปรแกรมฉายจากหอฯ ส่วน นางเอก ไปซื้อวีซีดีของค่ายแฮบปี้ไทม์ดูนะครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 07/12/52 - 21:35 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 28



แล้วก็มาถึงหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ปี 2519 ซึ่งผมจะนำเสนอเป็น
ปีสุดท้ายของประเด็นนี้ เริ่มจาก

1.เรื่อง เงาราหู
นำแสดงโดย เนาวรัตน์-จีระศักดิ์-มานพ-เปียทิพย์
สร้างโดย ทิตยาภาพยนตร์ ของ องุ่น ประศาสน์วินิจฉัย
กำกับการแสดงโดย เปี๊ยก โปสเตอร์
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 27 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

2.เรื่อง นักเลงมหากาฬ
นำแสดงโดย กรุง-สรพงศ์-ไพโรจน์-อุเทน-อรัญญา
สร้างโดย เสนีย์ ถนอมรัตน์ภาพยนตร์
กำกับการแสดงโดย โยธิน เทวราช-ฉัตรเทพ ฉันทะนิมิ
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังออสการ์-เพชรพิมาน 75

3.เรื่อง มนต์เรียกผัว
นำแสดงโดย สมบัติ-นัยนา-มยุรฉัตร-ศิริขวัญ
สร้างโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ของ เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร
กำกับการแสดงโดย ชุติมา สุวรรณรัต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย-สามย่าน (มิดไนท์ 24 ธันวาคม 2519)

4.เรื่อง สายลับกระจับเหล็ก
นำแสดงโดย สมบัติ-นัยนา-ยอดชาย-ลักษมี-สันติ
สร้างโดย พาราไดซ์ฟิล์ม ของ ประเสริฐ ศรีสมทรัพย์
กำกับการแสดงโดย สนาน คราประยูร
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังพาราไดซ์-พระโขนงรามา-สุริยา

5.เรื่อง อ้อมอกพ่อ
นำแสดงโดย สมบัติ-พิศมัย-เมตตา-สายัณห์-ดญ.อัญญารัตน์
สร้างโดย จิรบันเทิงฟิล์ม ของ จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร
กำกับการแสดงโดย จรัญ พรหมรังสี
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง

6.เรื่อง สาวหมาป่า
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-ชูศรี-เมตตา-ชุมพร-บาหยัน
สร้างโดย เอเชี่ยนฟิล์ม ของ ปกรณ์ แกล้วกล้า
กำกับการแสดงโดย ชาญ ชาญทองมั่น
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 30 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังแอมบาสเดอร์

7.เรื่อง ความรักสีดำ
นำแสดงโดย สมบัติ-พิศมัย-ศิริขวัญ-มานพ-วิทยา-วิไลวรรณ
สร้างโดย เทพศิลป์ภาพยนตร์ ของ วัชรี อรรถไกวัลวที
กำกับการแสดงโดย พันธุ์เทพ อรรถไกวัลวที
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

8.เรื่อง แดงอังคาร
นำแสดงโดย กรุง-สรพงศ์-อรัญญา-เรวดี-นิรุตต์-สายัณห์
สร้างโดย นิมิตภาพยนตร์ ของ ครูเนรมิต
กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังแกรนด์-พาราเมาท์

9.เรื่อง ไผ่กำเพลิง
นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-ยอดชาย-นัยนา-มยุรฉัตร-ครรชิต-ดามพ์
สร้างโดย โคลีเซี่ยมฟิล์ม ของ พรพิมล มั่นฤทัย
กำกับการแสดงโดย คมน์ อรรฆเดช
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังเพชรรามา

10.เรื่อง เพลิงทรนง
นำแสดงโดย สมบัติ-นาท-อรัญญา-เกชา-มานพ-ชนะ-ประจวบ
สร้างโดย สุมาลีภาพยนตร์ ของ สุมาลี ทองหล่อ
กำกับการแสดงโดย จรัญ พรหมรังสี
เข้าโปรแกรมฉายวันที่ 31 ธันวาคม 2519
ที่โรงหนังเมโทร-เพชรเอ็มไพร์

ปีนี้ มีหนังไทยแห่เข้าโปรแกรมส่งท้ายปีเก่ากันเพียบถึง 10 เรื่องเลยครับ
หนังที่เข้าตาและติดอยู่ในใจก็มีอยู่เยอะครับ แต่ที่เหลือมาให้ดูทุกวันนี้
มีเพียง มนต์เรียกผัว อ้อมอกพ่อ สาวหมาป่า ไผ่กำเพลิง..ส่วน เพลิงทรนง
เคยทราบว่า มีคนมีฟิล์มหนัง แต่ยังหวงอยู่.. แดงอังคาร ก็ได้ข่าวว่าเสี่ยเจียง
พยายามจะนำกลับมาทำวีซีดีเหมือนกัน...
ที่อยากพูดถึง..ก็คือเรื่อง มนต์เรียกผัว..ได้ยินชื่อหนัง ได้ดูครั้งแรกตอนเรียนมัธยม
ก็สะดุดใจ อะไร..มนต์เรียกผัว.. หนังมีเพียงไตเติ้ลที่สอนหญิงม๊ากๆ เปิดหนังดูใน
บ้านทีไร เป็นได้เรื่อง โดนคนที่บ้านดุ บอกให้ปิดเพลงเลย เขาไม่ชอบเพลงนี้
แต่เพลงที่ชอบก็คือ น้ำตาหรือจะแก้ปัญหาใจ..ที่ใส่ไว้ ใครที่ชอบนัยนา ชีวานันท์
ดูเรื่องแล้ว ไม่รู้จะคิดอย่างไรเพราะเธอรับบทหนักจริง ๆ เจอชายฉกรรจ์รุมด้วย
แถมยังต้องให้เธอเดินโซซัดโซเซไปถึงห้องน้ำอีก..ลองไปดูเองนะครับ น่าสงสาร
อีกเรื่องก็คือ ไผ่กำเพลิง ฝีมือของคมน์ อรรฆเดช ที่ลงทุนไปถ่ายช้างที่จังหวัด
บ้านผม..ต่อมาก็ใช้ช้างเป็นโลโก้บริษัทเลย..เป็นหนังบู๊ที่คนถามหากันมาก
ใครอยากดู ต้องหอบสังขารไปขอดูที่หอภาพยนตร์ฯ ครับ...สาวหมาป่า หนังไทย
แต่ได้กลับมาในรูปแบบหนังจีนที่อรัญญาเล่นเป็นหมาป่ากับสาวชาวบ้าน
ส่วนเพลิงทรนง ก็เป็นการย้อนเอาหนังรุ่นมิตรกลับมาสร้างใหม่อีกที..
......................

ขอจบเรื่องหนังไทยฉายส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพียงแค่นี้นะครับ
ส่วนคราวหน้าจะเป็นหัวข้ออะไร ก็ต้องเข้ามาลุ้น...นะครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 07/12/52 - 21:38 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 29
คุยกับคุณมนัสเมื่อบ่ายแก่ๆวันนี้เอง ดีใจด้วยที่ได้อินเตอร์เน็ตไร้สายมา แล้วเราก็ต้องได้อ่านข่าวหนังเก่าๆอีกแยะสิคะ อย่าหายไปนานนัก แล้วจะเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ

จาก: พี่น้อย
วันที่: 08/12/52 - 20:48 น.
IP Address: 119.31.111.xx
ความคิดเห็นที่ 30



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียน..
สวัสดีครับพี่น้อย.. วันนี้กว่าจะกลับถึงบ้าน..ก็ 2 ทุ่มเศษ ๆ แล้ว..
มีคนเขาบอกผมว่า เขียนอินเตอร์เน็ตให้สนุก ก็ต้องให้คนอ่านมีส่วนร่วม
มาก ๆ ด้วย อาจจะเป็นการเขียนเชิงขอความคิดเห็น ทำนองนั้น..
ก็ดีเหมือนกันครับ จะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันเขียน ช่วยกันหาข้อยูติ..
อย่างเช่น อาจถามว่า..

1. เหตุใดทุกวันนี้ คนจึงไปดูหนังตามโรงภาพยนตร์น้อยลงกว่าเมือก่อน...
..........เพื่อน ๆ ว่าไงครับ..

แต่สำหรับคืนนี้ขัดตาทัพด้วยบทความเก่าไปก่อนนะครับ

คนหนังไทยอย่างเรา..เวลาคิดถึงหนังเรื่องอะไร ก็ชอบคิดอีกว่า จะมีโอกาสได้ดูหรือไม่หนอ..
ยิ่งถ้าเป็นหนังที่เคยดู เคยชอบมาด้วย ก็ยิ่งคิดถึงหนักเข้าไปอีก บางครั้งก็อดน้อยใจไม่ได้ที่รู้ว่า
หนังไทยเหล่านั้นได้สูญหายหรืออยู่ในสภาพที่เอามาดูอีกไม่ได้แล้ว...

ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับหนังที่หายไปไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2551 ตอนนั้นตั้งชื่อว่า
20 หนังที่หายไป... เอามาให้อ่าน ให้ทายกันดู...นะครับ ชื่อหนังทั้ง 20 นั้นมีเรื่องอะไรบ้าง..

เริ่มจาก ปี 2515 มีหนังรักอยู่เรื่องหนึ่ง ที่แค่ตัวอย่างหนัง ก็สะดุดใจ ผมชอบตรงเสียงที่เขาพูดชื่อ
หนัง เสียงออกจะนุ่ม ๆ ลากเสียงคำว่า นี่...ยาว ๆ แล้วจึงค่อยต่อด้วยคำว่า..แหละรัก..นี่แหละรัก
ของศรีสยามโปรดักชั่น บทสรุปแห่งรักอยู่ที่การเสียสละ รัศมี (พิศมัย) ซึ่งถูกตราหน้าว่า เป็นผู้หญิง
กินผัว ใครที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเธอ ก็ต้องมีอันเป็นไป เมื่อเธอรัก คัมภีร์ (ไชยา) และต่อมาคัมภีร์ก็
ถูกลอบยิง เธอจึงคิดว่า นั่นเป็นเพราะอาถรรพณ์ที่เกิดจากตัวเธอ เธอจึงจำใจไล่คัมภีร์ไปให้พ้น ๆ
ทั้ง ๆ ที่รักเขาแทบตาย...แต่ที่หนักกว่า ก็เห็นจะเป็น รักต้องห้าม ของเทพศิลป์ภาพยนตร์ซึ่งสกัดเรื่อง
ออกมาจากเพลงฮิตของ หมอวราห์ วรเวช หนักกว่าตรงที่ให้ รณรงค์ (สมบัติ) พระเอกซึ่งกำลังจะแต่ง
งานกับอ้อมน้อย (เนาวรัตน์) ต้องมีอุบัติเหตุถึงตาบอด ปล่อยให้อ้อมน้อยต้องไปเป็นขอทาน แถมลูก
ที่เกิดมาก็ตายอีก อ้อมน้อยจึงฆ่าตัวตายและอุทิศดวงตาให้รณรงค์ แต่รณรงค์ซึ่งรู้ความจริงในภายหลัง
ก็ใจเด็ด เขาจึงได้ อ้อมใจ (พิศมัย) น้องสาวของอ้อมน้อย เป็นมาดวงตาแทน...ปี 2517 มีหนังชื่อเพราะ ๆ
เรื่องหนึ่งคือ กราบที่ดวงใจ คนที่เป็นพ่อพระที่ สาวิตรี (อโนมา) นางเอกของเราอยากจะกราบก็คือ จักร
(กรุง) ซึ่งรับบทเป็นศัลยแพทย์ที่ยอมช่วยเหลือสาวิตรีซึ่งเป็นฆาตกรให้พ้นเงื้อมมือกฎหมาย แม้เธอจะรู้
ว่า จักรทำไปเพราะรักเธอ แต่เธอก็ให้จักรได้แต่เพียงการกราบงาม ๆ ที่ดวงใจเท่านั้น...แต่นั่นก็ยังไม่โหด
ร้ายเท่า เอื้อย (อรัญญา) ผู้ตกเป็น เหยื่ออารมณ์ ในปี 2518 เพราะ เอื้อยนั่นต้องเจอกลิ่นคาวโลกีย์ตลอด
ทั้งเรื่อง เจอจนเรียกว่า จากแรก ๆ ที่เอื้อยไม่ค่อยจะเต็มใจ กลายเป็นสิ่งเอื้อยขาดมันไม่ได้เสียแล้ว
จนภายหลังต้องมีเรื่องราวถึงกับติดคุกติดตะราง...เรื่องของโลกีย์วิสัยเปรียบเสมือนไฟ แต่ทุกคนกลับ
ไม่เคยกลัว ยังคงวิ่งหา ไฟแห่งรักจึงเผาผลาญได้ทุกสิ่งอย่างเช่น บุษบา (อรัญญา) รักใคร่ชอบพอกับ
อริน (สมบัติ) อยู่ก่อน แต่มีอันต้องจากกันไปหลายปี เมื่อทั้งสองมาเจอกัน ไฟรัก จึงคุขึ้นอีก แต่เมื่อบุษบา
ซึ่งต้องขายตัวส่งน้องสาวเรียนหนังสือ พบว่าน้องสาวนั้นใจแตกมาพัวพันกับอรินคนที่เธอรัก ทุกอย่าง
จึงจบด้วยความตาย ความตายที่น้องสาวแท้ ๆ หยิบยื่นให้บุษบาพี่สาวตัวเอง...บทบาทแบบนี้
ดูอรัญญาจะรุ่งเสียจริง ๆ เพราะ โซ่เกียรติยศ ของไทยสากลธุรกิจ ก็ยังให้เธอต้องฆ่าสามีเก่าทิ้ง
เพื่อแต่งงานกับยิ่งศักดิ์ (สมบัติ) แต่ดูเหมือนยิ่งศักดิ์จะรู้ทัน จึงไม่ยอมร่วมสวาทด้วย แพรวโพยม
(อรัญญา) เลยต้องควานหาชายอื่นมาดับอารมณ์เปลี่ยวเรียกว่า ดับกันจนวุ่น จนตัวเองต้องถูกยิงตายนั่นแหละ...
แต่ถ้าเป็นสุดยอดเมียแล้ว อรัญญาดูจะรักสมบัติซึ่งเป็นสามีอย่างสุด ๆ เพราะตัวเองนั้นมีลูกไม่ได้ ก็เลย
ไปจ้างนัยนาให้มาตั้งท้องออกลูกแทน อุตส่าห์ทำสัญญากันอย่างดิบดี แต่ธรรมชาติก็สอนอรัญญา
ให้รู้ว่า ลูกใคร ใครก็รัก พอหลังคลอดลูกเสร็จ สามีเธอก็แอบไปหานัยนาคนที่เรียกว่า เมียเถื่อน
อยู่เสมอ นี่ถ้าไม่ใช่รักกันจริง คงไม่เป็นแบบนี้หรอกครับ...
ส่วนที่เป็นรักจอมปลอม ต่างคนต่างแอบอ้างว่า ตัวเองมีฐานะดี ทำให้อีกฝ่ายอยากจะแต่งงานด้วยเพื่อ
หวังยกฐานะให้ดีขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกรากันไป ก็ต้องดูจากเรื่อง ฝ้ายแกมแพร ของนภาสิริภาพยนตร์...
ผิดกับรักที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนรักของ เจ้าหญิงประกายฟ้า (อรัญญา) ที่ยอมสละฐานะเจ้าหญิงแห่ง
เมืองเชียงตุงหนีตาม เกรียงไกร (นิรุตต์) คนรักเข้ากรุงเทพฯ แต่แล้วชีวิตเธอก็พบกับอุปสรรค ไม่ต่าง
อะไรกับขอทาน ซ้ำลูกน้อยก็ถูกพรากกันไปคนละทาง เธอเข้าใจว่า ลูกและคนรักตายแล้ว จึงจำใจ
แต่งงานใหม่ แต่ผลแห่งความดีที่สร้างไว้ ทำให้ทั้งคนรักและลูกเดินทางมาขัดขวางได้ทัน เพื่อเธอที่รัก
หนังของนานาภาพยนตร์ก็จบลง...อย่างว่า ชีวิตคนเรานั้น ย่อมจะเลือกทางเดินเองได้ แต่ถ้าเลือกเดินบน
ถนนนี้ชั่ว ก็ยากที่จะมีใครเห็นใจ แต่ปริทรรศน์ฟิล์มก็แหวกแนวให้ รัฐพงศ์ (สมบัติ) พระเอกของเรายอม
ให้อภัยกับ ออย (ธัญญรัตน์) สาวใจแตกที่พลาดพลั้งบนถนนโลกีย์เพียงเพราะรัฐพงศ์พ่ายแพ้ต่อความดี
ของ อร (ทัศน์วรรณ) ผู้เป็นพี่สาวของออยนั่นเอง...เรื่องของความรักจึงไม่เข้าใครออกใคร ธัญญรัตน์จาก
ถนนนี้ชั่วก็คงอยากจะตะโกนบอกใคร ๆ ว่าไม่มีใครรักฉันจริงเพราะกว่าจะลงเอยกันได้หนังก็จบพอดี
แต่สำหรับ ไม่มีใครรักฉันจริง แล้ว ธัญญรัตน์เธอกร้านโลกีย์ยิ่งกว่าเพราะทีแรก ก็เจอพ่อเลี้ยงปล้ำทำเมีย
แม่แท้ ๆ กลับไม่ช่วย ครั้นพอแม่ป่วยต้องผ่าตัด พ่อเลี้ยงอัปรีย์ก็ตั้งเงื่อนไขให้เธอยอมเป็นเมียอีกคนก่อน
จึงจะให้เงินรักษาแม่ เธอก็เลยต้องหลอกพ่อเลี้ยงให้ช่วยแม่ก่อน แล้วเธอก็หนีไป เวรกรรมจริง ๆ เธอไปเจอ
กับโอ (นาท) หนุ่มเพลย์บอยซึ่งพอได้ตัวเธอแล้ว กลับส่งเธอไปบำเรอเศรษฐีชราหวังฮุบมรดกอีก แต่เธอ
ก็แอบไปทำแท้งเสีย ต่อมาโอก็ได้แม่ของธัญญรัตน์เป็นเมียอีกคน แม่น่ะขี้หึงกว่า พอจับได้รู้เรื่อง ก็เลยเฉือน...
ให้เป็ดกินซะ เธอจึงรู้ว่า ไม่มีใครรักเธอจริงเท่าแม่... ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมต้องมีการชดใช้ ความรักก็เหมือน
กัน ใครไปสัญญาอะไรกับใคร แล้วไม่ทำตามก็ต้องเป็นหนี้ แต่เป็น หนี้รัก อย่างเช่น รังสี (สมบัติ) ให้
สัญญากับ นุช (ธัญญรัตน์) ก่อนจะไปเรียนเมืองนอกว่า จะรักเธอเพียงคนเดียว แต่รังสีก็กลับมาพร้อม
กับคนรักที่เป็นเพื่อนสนิทของนุชเอง ปฏิบัติการประชดรักระหว่างเธอกับรังสีจึงเกิดขึ้น รังสีพยายาม
จะอธิบาย แต่เธอก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็มารู้ความจริงเมื่อเพื่อนรักตายด้วยโรคหัวใจ หนี้รักที่เธอตามทวง
จึงได้รับชดใช้คืนทั้งดอกและต้น ต้นก็คือ เธอได้คนรักกลับคืน ส่วนดอกที่แถมมาก็คือ ได้ลูกติดมานั่นเอง...
ปี 2519 มีหนังชื่อเท่ ๆ คือ กบฏหัวใจ ความรักและความเข้าใจผิดย่อมเกิดขึ้นได้เสมออย่างเช่นเรื่องนี้
ที่แบ่งไว้เป็น 2 ขั้น ขั้นแรกให้ปราณี (อรัญญา) นางเอกเข้าใจผิดก่อนว่า ตัวเป็นลูกคนจนในสลัมทั้ง ๆ
ที่เธอเป็นลูกคนร่ำรวย ขั้นที่สองวางไว้ให้ปราณีเป็นเมียของอิศราวุธ (สมบัติ) พระเอกก่อน แต่พอ
อิศราวุธจะกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวมาแต่งงาน ก็ถูกรุมทำร้ายจนความจำเสื่อม จำปราณีไม่ได้ ปราณี
ก็เลยเข้าใจผิดคิดว่า อิศราวุธเป็นคนกบฏทรยศต่อหัวใจเธอ...ผลิตผลจากกาม กิเลส ตัณหาระหว่าง
ภีม (กรุง) กับ ธิดาเทพ (นัยนา) สร้างคนให้เป็น คนบาป ภีมนั้นถูกตราหน้าว่า เกาะชายกระโปรงผู้หญิง
กิน ส่วนธิดาเทพก็ไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะต้องมีสามีคนเดียวกันกับแม่ รักของคนบาปจึงทำให้ลูกที่เกิด
มากลายเป็นคนบาปอีกคน...รักของคนเรานั้นก็อาจเป็น เหมือนหนึ่งในฝัน ที่สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่า
คุณจะมีลูกมีเมียมาก่อนหรือไม่ ปิลันธ์ (สมบัติ) -รัฐสี (อรัญญา) พบรักกันโดยที่รัฐสีไม่รู้ว่าปิลันธ์
มีเมียมีลูกแล้ว รัฐสีต้องการให้ปิลันธ์แต่งงานด้วย แต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะเธอเองก็ต้องแต่งงานกับ
คนที่พ่อเลือกให้ แม้จะเป็นการทรมานหัวใจ แต่ทั้งคู่ก็ต้องปล่อยให้ความรักที่หวานชื่นเป็นเพียง
ความฝันที่ผ่านไป...เชื่อเถอะ เวลาที่คนเรารักกัน น้อยนักที่จะมีใครตั้งใจจะโกหกกัน แต่ถ้าเป็นรัก
ของ เมือง ลับแล (กรุง) โชเฟอร์สิบล้อรูปหล่อที่อาศัยความกะล่อนจีบดะตั้งแต่ แม่ค้าขายไข่ ขายข้าว
แกง ขายแตงโม ช่างเย็บเสื้อ นางละคร สาวรำวง เมืองจีบและคว้ามาเป็นเมียได้ทุกคน เรื่องวุ่น ๆ
ก็เกิดขึ้นเมื่อเมืองได้เป็นพระเอกหนังเพราะเขาลืมเมียทั้งหกคน คุณเธอทั้งหลายจึงต้องออกมา
ตามล่า อ.ต.ล. (ไอ้ตอแหล) กันให้วุ่นทั้งกองถ่าย...ต่างกับรักของ สิน (ยอดชาย) กับ พิกุล (วันดี)
ที่แม้จะมีฐานะต่างกันราวฟ้ากับดิน แต่เพราะคำสาบานต่อหลวงพ่อวัดบ้านแหลม ทั้งคู่จึงได้กลับ
มาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างระหกระเหินห่างร้างกันหลายปีจนพิกุลคิดว่า
สินและลูกตายไปแล้วและกำลังจะแต่งงานใหม่ รักที่บริสุทธิ์แบบนี้ ฟ้ามิอาจกั้น ครับ
ดังนั้น ถ้าคนเรารักกันจริง ๆ อะไรก็ไม่ใช่อุปสรรค แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้รักนั้นเกิดช่องว่าง
เพราะอาจจะเป็น ช่องว่างระหว่างหัวใจ อย่างความรักของวิทยา (สมบัติ) กับศรินทร์ (อรัญญา)
ที่ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้มีช่องว่าง วิทยาก็มีหญิงอื่นมาพัวพัน ขณะที่ศรินทร์ก็เป็นที่หมายปอง
ของเด็กหนุ่ม ๆ นานวันช่องว่างยิ่งขยายออกไปเรื่อย ๆ จนแทบจะต่อกันไม่ติด...แต่บางครั้งอะไร
ที่ขาดหายไป ก็อาจจะทำให้ได้สิ่งที่ดี ๆ กลับคืนมาอย่างเช่น วันแต่งงานของราชิต (อาวุธ) เขาได้รับ
ของขวัญชิ้นหนึ่ง เมื่อเปิดออกดูก็พบว่า สิ่งที่อยู่ในขวดก็คือ นิ้วมือของเมียรักที่ชื่อ ดรรชนี (รัชนู)
ซึ่งเป็นนิ้วมือที่ทำให้ทั้งสองพบรักกัน จากนั้นเองภาพอดีตแห่งความรักระหว่างราชิตกับดรรชนี
ก็ผุดขึ้นมาให้ระลึกถึงเรื่องราวของ ดรรชนีไฉไล...ความรักจึงมักจะมีเรื่องราวของความเจ็บปวดปะปน
มาอยู่ด้วยเสมอ รสมาลิน (ทัศน์วรรณ) กับ เกษตร (กรุง) รักกันจนถึงขึ้นจะได้แต่งงานกันอยู่แล้ว แต่
เพราะครั้งหนึ่งเกษตรเผลอใจให้กับ พิศมร (อรัญญา) แม้รสมาลินจะรักเกษตรเพียงไร แต่เมื่อเธอ
รู้ว่า พิศมรกำลังจะมีลูกกับเกษตร เธอจึงต้องปล่อยให้คนที่เธอรักไปเป็นพ่อให้กับเด็กที่จะกำลังจะเกิดมา
ส่วนเธอนั้นขออยู่กับบาดแผลความช้ำที่เกิดจาก คมกุหลาบ เอง...

มาถึง ณ ที่นี้ หลายคนอาจจะคิดถึงหนังไทยเก่า ๆ ที่หายไป แต่ที่ว่าหายไปนั้น ก็หายไปเฉพาะ
ฟิล์มหนัง ส่วนเรื่องราวของหนังยังไม่เคยหายไปจากความทรงจำของนักดูหนังแต่อย่างไร...
.............................................
ข้อมูลของหนัง 20 เรื่องที่หายไปครับ
เรียงตาม ชื่อเรื่อง /ดารานำแสดง / ค่ายผู้สร้าง / ผู้อำนวยการสร้าง / ผู้กำกับการแสดง / วันฉายครั้งแรก / โรงภาพยนตร์

1. นี่แหละรัก/ไชยา-พิศมัย-ภาวนา-แมน/ศรีสยามโปรดักชั่น/บันลือ อุตสาหจิต/ส.เนาวราช/*วันที่ 1 กันยายน 2515/เฉลิมไทย
2. รักต้องห้าม/สมบัติ-พิศมัย-กำธร-เนาวรัตน์ วัชรา/เทพศิลป์ภาพยนตร์/พันธุ์เทพ อรรถไกวัลวที/ชุติมา สุวรรณรัต/*วันที่ 24 พฤศจิกายน 2515/แมคเคนน่า
3.กราบที่ดวงใจ/กรุง-อโนมา-อนันต์-สุคนธ์ทิพย์/อิงอร/อิงอร/ภักดี รมยานนท์/*วันที่ 15 พฤศจิกายน 2517/แมคเคนน่า
4.เหยื่ออารมณ์/กรุง-อรัญญา-สุริยา-สะอาด-คทา/ดลสยามภาพยนตร์/นภดล วิวัฒน์วารินทร์/ปริญญา ลีละศร/*วันที่ 28 มีนาคม 2518/รามา-สิริรามา
5.ไฟรัก/สมบัติ-อรัญญา-สันติ-รุ้งลาวัลย์/นครพิงค์ภาพยนตร์/กมลวรรณ สรรเพชญ/สรรเพชญ/*วันที่ 25 เมษายน 2518/แมคเคนน่า-เพชรเอ็มไพร์
6.โซ่เกียรติยศ/สมบัติ-อรัญญา-มยุรฉัตร-อดุลย์/ไทยสากลธุรกิจ /เลิศ เศรษฐมงคล /ชาลี อินทรวิจิตร/*วันที่ 31 พฤษภาคม 2518/เพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์
7.เมียเถื่อน/สมบัติ-อรัญญา-นัยนา-เมตตา/จิรบันเทิงฟิล์ม/จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร/แสนยากร/*วันที่ 28 มิถุนายน 2518/โคลีเซี่ยม
8.ฝ้ายแกมแพร/นาท-อรัญญา-ดวงดาว-เศรษฐา/นภาสิริภาพยนตร์/เนียนนิภา จงโยธา/ปริญญา ลีละศร/*วันที่ 3 ตุลาคม 2518/แกรนด์-สามย่าน
9.เพื่อเธอที่รัก/อรัญญา-นิรุตต์-สุทิศา-สายัณห์/นานาภาพยนตร์/จันทรา เมธากุล/สุระ นานา/*วันที่ 4 ธันวาคม 2518/แมคเคนน่า
10.ถนนนี้ชั่ว/สมบัติ-ทัศนวรรณ-ธัญญรัตน์-วิไลวรรณ/ปริทรรศน์ฟิล์ม/ชุติมา สุวรรณรัต/ชุติมา สุวรรณรัต/*วันที่ 5 ธันวาคม 2518/เพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์
11.ไม่มีใครรักฉันจริง/นาท-ภัทราวดี-ธัญญรัตน์-สายัณห์/วัฒนาการภาพยนตร์/สมศักดิ์ มิตรอุดม/ปริญญา ลีละศร/*วันที่ 26 ธันวาคม 2518/แกรนด์
12.หนี้รัก/สมบัติ-นาท-ธัญญรัตน์-สุชีรา/เทพกรภาพยนตร์/สุจิตรา เศรษฐภักดี/รัตน์ เศรษฐภักดี/*วันที่ 31 ธันวาคม 2518/เพชรรามา
13.กบฏหัวใจ/สมบัติ-อรัญญา-ไพโรจน์-วันทนา/อุทัยภาพยนตร์/สมชาย แสงพลสิทธิ์/แมน ธีระพล/*วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2519/แอมบาสเดอร์
14.คนบาป/กรุง-นัยนา-สายัณห์-ศศิมา/ศรีสยามโปรดักชั่น/สาธิต คล่องเวสสะ/ส.เนาวราช/*วันที่ 1 พฤษภาคม 2519/เฉลิมกรุง
15.เหมือนหนึ่งในฝัน/สมบัติ-อรัญญา-กำธร-นันทวัน/บุษบาฟิล์ม/ทวีทรัพย์ พิบูลย์เวช/ฉลวย ศรีรัตนา-ปรีชา พิบูลย์เวช/*วันที่ 13 พฤษภาคม 2519/แกรนด์-ออสการ์
16.ตามล่า อ.ต.ล. (ไอ้ตอแหล)/กรุง-ภัทราวดี-ธัญญรัตน์-ศิริขวัญ/นภาศิริภาพยนตร์/เนียนนิภา จงโยธา/ปริญญา ลีละศร/*วันที่ 26 มิถุนายน 2519/สยาม-ลิโด-ออสการ์
17.ฟ้ามิอาจกั้น/ยอดชาย-วันดี-ทม-พิมพา/สิทธิกรภาพยนตร์/แดน กฤษดา/จิตติน/*วันที่ 23 กรกฎาคม 2519/เพชรเอ็มไพร์
18.ช่องว่างระหว่างหัวใจ/สมบัติ-อรัญญา-สุริยา-ดวงใจ/ยูเนี่ยนฟิล์ม 76/สรรพสิทธิ์ ชวะโนทัย/ฉลวย ศรีรัตนา/*วันที่ 29 ตุลาคม 2519/เฉลิมกรุง
19.ดรรชนีไฉไล/กรุง-อรัญญา-อาวุธ-อนันต์-รัชนู/อรุโณทัยภาพยนตร์/อรุณศรี พินทิพย์/ไพรัช กสิวัฒน์/*วันที่ 19 พฤศจิกายน 2519/เฉลิมกรุง-แอมบาสเดอร์
20.คมกุหลาบ/กรุง-อรัญญา-ทัศน์วรรณ-รักชนก-ศศิมา/วันชัยภาพยนตร์/ศิริ ศิริจินดา/บรรจง เลาหจินดา/*วันที่ 4 ธันวาคม 2519/เฉลิมกรุง

.......................
แล้วค่อยพบกันใหม่นะครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 08/12/52 - 21:59 น.
IP Address: 115.67.130.xx
ความคิดเห็นที่ 31
พี่มนัสครับ ช่วงนี้ทางพันธมิตร มีโอกาสจะออกดีวีดีหนังคุณมิตรอีกไหมครับ หรือว่ามีฟิล์มหนังของคุณมิตรที่ครบเรื่องแล้วแต่ยังไม่ได้ออกดีวีดีกี่เรื่องครับ ปีนี้รออยู่นานแล้วไม่เห็นมีเลยครับ
ขอบพระคุณครับ

จาก: แม็กซ์
วันที่: 09/12/52 - 15:51 น.
IP Address: 203.153.170.xx
ความคิดเห็นที่ 32
อยากจะถามพี่มนัสว่าจะมีโอกาสได้ดูทองทั้ง 4 ภาคและหนังของค่ายคมฆ์ อรรคเดชเช่นเสือภูเขา เพชรตัดหยก ข้ามากับพระ เป็น DVD มั้ยครับผมคิดว่าน่าจะมีฟิล์มต้นฉบับใช่มั้ยครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 09/12/52 - 17:56 น.
IP Address: 125.24.248.xx
ความคิดเห็นที่ 33
ผมอยากทราบข่าวคราวของ จักร มหาชัย กับ เผ่าพันธ์ พงษ์นที ไม่ทราบว่าเสียชีวิตหรือยังครับถ้ายังมีโอกาศมาลานดารามั้ยครับคือชอบผลงานเขานะครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 09/12/52 - 18:06 น.
IP Address: 125.24.248.xx
ความคิดเห็นที่ 34
สวัสดีครับทุกท่าน..

ตอบคุณแม็กซ์.. เรื่องดีวีดีหนังมิตร ของพันธมิตรนั้น เท่าที่ทราบคงไม่มี
ครับ เพราะขนาดหนังไทยธรรมดาของพระเอกคนอื่นๆ ช่วงนี้เขายังชะลอ
การผลิตอยู่เลยครับ.. ส่วนหนังมิตรที่กอดฟิล์มไว้ ก็มีหลายเรื่อง แต่เดิม
อาจติดขัดเรื่องบทพากย์หนัง ต่อมาก็มีปัญหาด้านการจำหน่าย ก็เลยยิ่ง
ชะลอกันไปอีก ขนาดหนังไทยบางเรื่องที่ทำพร้อมแล้ว เขายังไม่กล้านำ
ออกวางเลยครับ..ปัญหาก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ ว่าแต่หนังไทยเรื่องสุดท้าย
ที่เพิ่งออกมาเรื่อง ข้ามาคนเดียว เอาไปดูกันแล้วหรือยังครับ....

ตอบคุณสมิงหนุ่ม..เรื่องหนัง ทอง 4 ภาค จะออกเป็นดีวีดีหรือไม่นั้น
เดิมทีมีคนอยากจะทำครับ แต่ติดขัดตรงที่ภาคแรกไม่มีฟิล์มต้นฉบับ
ส่วนภาค 2 ก็ไม่มีก๊อบปี้เสียงไทย เขาก็เลยข้ามไป...แต่ถ้าเป็นดีวีดี
ราคาไม่แพงแบบเอาเทปวีดีโอหรือเทปยูเมติกมาทำ ก็ไม่แน่เหมือนกัน
นะครับ อาจจะมีใครทำออกเมื่อไรก็ได้... ส่วนหนังคมน์นั้น ก็ยังไม่มีวี่แวว
เหมือนกันครับ..มีแต่..ไม่มีคนกล้าไปทาบทามครับ..

ส่วนที่ถามถึงข่าวคราวของ เผ่าพันธ์ พงษ์นที นั้น จริง ๆ ผมก็พยายาม
ถามไถ่จากดาราเก่า ๆ รุ่นเดียวกันที่มา ลานดารา แล้ว แต่ทุกคนก็บอกว่า
ติดต่อไม่ได้ ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ บางท่านก็บอกเหตุผลว่า ทำไม เผ่าพันธ์
หรือชื่อเล่น ๆ ว่า จ๋า..นั้นเก็บตัวเพราะอะไร..ขนาดคนที่คิดว่า สนิทและ
น่าจะรู้และเคยเจอกันมาแล้วก็คือ พิศมัย ก็ยังบอกว่า เขาไปอยู่ต่างจังหวัด
ถ้าจำไม่ผิดเห็นว่า ไปอยู่ชลบุรีหรืออะไรนี่ล่ะ พิศมัยเคยบอกว่า เคยเจอ
ตัวบ้าง แต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ก็เลยทำให้ติดต่อดาราท่านนี้มา
ลานดาราไม่ได้ครับ...ส่วนจักร มหาชัย นั้น เมื่อก่อนเคยเจอเดินแถว
สามแยก เคยให้เบอร์โทรศัพท์ไว้ แต่ตอนนั้นยังไม่มีการทำลานดารา
แต่พอมี ลานดารา เพื่อนคนเคยเก็บเบอร์โทรไว้ ก็บอกว่า ทำเบอร์หาย
ไปแล้ว ก็เลยติดต่อกันไม่ได้อีก...ส่วนเรื่องเป็นตายร้ายดีหรือไม่ ข้อนี้ไม่
กล้ายืนยันครับเพราะทั้งสองท่าน ข่าวเงียบจริง ๆ ครับ ...เพื่อนๆ ท่านใด
ทราบข่าวก็เล่าสู่กันฟังด้วยครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 10/12/52 - 0:21 น.
IP Address: 111.84.124.xx
ความคิดเห็นที่ 35



มีข่าวประชาสัมพันธ์ของหอภาพยนตร์ฯ มาฝากครับ

ย้อนยุคหนังขายยาพากย์สด ๆ ที่ตลาดสามชุก

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2552 จะเป็นครั้งแรกของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กับการออกไปฉาย ภาพยนตร์สัญจร เพื่อร่วมฉลองในโอกาสที่ ชุมชนสามชุกและตลาดเก่าร้อยปีสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับรางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย ประจำปี 2552 จากผู้เข้าประกวดกว่า 48 แห่ง ใน 14 ประเทศแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยองค์การยูเนสโก และในงานมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นประธานรับรางวัลจากองค์การยูเนสโกในนามประเทศไทย แล้วส่งมอบต่อให้กับคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ พร้อมกับจัดให้มีงานฉลองรางวัล โดยย้อนรอยวัฒนธรรมการฉายหนังกลางแปลง หนังขายยาพากย์สด ๆ หนังถ้ำมอง แบบย้อนยุค ซึ่งปัจจุบันหาชมได้ยาก ให้ชมกันฟรีตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกาเป็นต้นไป

งานนี้ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ทุ่มทุนนำรถหนังขายยาสตรีเพ็ญภาค ตราพระยานาค ซึ่งเป็นรถฉายหนังยาเก่าแก่ที่ใช้สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 (บูรณะซ่อมแซมใหม่แล้ว) พร้อมขนเครื่องฉาย เครื่องไฟไปฉายหนังกลางแปลง หนังขายยาพากย์สด ๆ กันกลางตลาดสามชุก สุพรรณบุรี ซึ่งภาพยนตร์ที่นำไปฉายครั้งนี้มีหลากหลายประเภทให้ชม เช่น

-หนังข่าวสภาพบ้านเมืองสุพรรณบุรีในอดีต
-หนังสารคดีเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีตของเมืองไทย
-หนังสไลด์โฆษณายุคเก่า ๆ ซึ่งนิยมฉายกันในอดีตตามโรงภาพยนตร์
-หนังโฆษณาสินค้ายุคเก่า ๆ ซึ่งนิยมฉายกันในอดีตตามโรงภาพยนตร์
-หนังคัดตัดต่อพิเศษ “ศิลปินเพลงเมืองสุพรรณ” ในอดีตซึ่งเคยแสดงภาพยนตร์และหาดูได้ยาก เช่น สุรพล สมบัติเจริญ, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ขวัญจิต ศรีประจันต์, สายัณห์ สัญญา, พุ่มพวง ดวงจันทร์ แอ๊ด คาราบาว ฯลฯ
-หนังพากย์ดำน้ำ พากย์สด ๆ โดยไม่มีบท ไม่ได้ดูมาก่อน
-ปิดท้ายด้วยหนังขายยาพากย์สด ๆ เรื่อง จอมโจรมเหศวร ฉบับ จ้อ นินจา นักพูดนักพากย์ฝีปากเอกที่จะมาสร้างความฮา ความมันส์เป็นหลัก แถมหยุดพักโชว์ลีลาพ่อค้าขายยาเร่ในอดีตให้เห็นกันจะจะ...

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2552 เวลาหกโมงเย็นเป็นต้นไป ณ ลานกลางแจ้ง สามชุกตลาดร้อยปี อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
............................


จาก: มนัส138
วันที่: 10/12/52 - 0:25 น.
IP Address: 111.84.124.xx
ความคิดเห็นที่ 36



ปิดท้ายด้วยภาพในอดีต...พร้อมกับคำถามที่ว่า...
....เหตุใดทุกวันนี้ คนจึงไปดูหนังตามโรงภาพยนตร์น้อยลงกว่าเมื่อก่อน ???
อะไรคือคำตอบที่แท้จริง....

จาก: มนัส138
วันที่: 10/12/52 - 0:30 น.
IP Address: 111.84.124.xx
ความคิดเห็นที่ 37
ขอบคุณพี่มนัสสำหรับข้อมูลครับน่าเสียดายนะครับเราคนไทยน่าจะได้ดูหนังไทยเก่าๆภาพชัดๆเหมือนหนังจีนกำลังภายในของชอว์บราเดอร์สำหรับข้ามาคนเดียวไปสอยมาเรียบร้อยแล้วครับภาพชัดดีครับอยากให้เพื่อนๆที่รักหนังไทยเก่าไปซื้อกันเยอะๆผู้ผลิตจะได้มีกำลังใจผลิตต่อไป

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 10/12/52 - 7:44 น.
IP Address: 125.24.248.xx
ความคิดเห็นที่ 38
หนังคัดตัดต่อพิเศษ “ศิลปินเพลงเมืองสุพรรณ” ในอดีตซึ่งเคยแสดงภาพยนตร์และหาดูได้ยาก เช่น สุรพล สมบัติเจริญ, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, ขวัญจิต ศรีประจันต์, สายัณห์ สัญญา, พุ่มพวง ดวงจันทร์ แอ๊ด คาราบาว ฯลฯ

น่าสนใจ ที่มีชื่อสุรพล สมบัติเจริญ..ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า สุรพล
เคยแสดงหนังเรื่องอะไรครับ

จาก: สอบถาม
วันที่: 10/12/52 - 8:10 น.
IP Address: 125.27.146.xx
ความคิดเห็นที่ 39
หนังเรื่อง ทอง ทั้ง 4 ภาค เห็นเอพีเอส ทำออกมาขายอยู่นี่ครับ ปัจจุบันยังขายอยู่ ครั้งก่อนราคา 45 บาท/เรื่อง ตอนนี้น่าจะลดราคาอีกกระมังครับ ลองหาดูนะครับคงจะมีเหลืออยู่ตามแผงของ เอพีเอส

จาก: คนชะอวด
วันที่: 10/12/52 - 8:38 น.
IP Address: 118.173.130.xx
ความคิดเห็นที่ 40
ทอง ทั้ง 4 ภาคในรูปแบบ VCD ผมมีแล้วครับคือภาพมันไม่ชัดนะครับ ผมเลยอยากได้ ในรูปแบบ DVDที่ภาพและเสียงมันดีขึ้น

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 10/12/52 - 9:59 น.
IP Address: 125.24.248.xx
ความคิดเห็นที่ 41
ขอบคุณครับ พี่มนัส เห็นพี่มนัสบอกว่าทางพันธมิตรกอดฟิล์มหนังคุณมิตรไว้หลายเรื่องแล้วก็ยังดีใจ ถึงแม้จะยังไม่ได้ออกดีวีดีมาจำหน่ายในช่วงนี้ แต่สักวันหนึ่งก็คงจะออกมานะครับ ผมขอเอาใจช่วยทางพันธมิตรให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปให้ได้ครับ ว่าแต่พี่มนัสพอจะบอกใบ้ให้ได้ไหมครับว่าหนังคุณมิตรมีเรื่องใดบ้างที่เก็บฟิล์มไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ออกดีวีดี

จาก: แม็กซ์
วันที่: 10/12/52 - 15:43 น.
IP Address: 203.153.173.xx
ความคิดเห็นที่ 42



"คุณพี่มนัส" สมกับเป็น "กูรู" (ผู้รอบรู้) เกี่ยวกับ "ภาพยนตร์ไทยในอดีต" ตัวจริงเสียงจริงครับผม
ขอยกย่องด้วย "ใจนิยม" และขอเป็น "กำลังใจ" ให้ตลอดไปด้วยครับผม
เพียงแต่ว่าไม่ค่อยมีโอกาสไปที่ "หอภาพยนตร์แห่งชาติ" จึงไม่ค่อยได้เจอกับ "คุณพี่มนัส" เลยครับ
ขอฝาก "ความคิดถึง" มาให้กับ "คุณพี่มนัส" ผ่านกระทู้อันทรงคุณค่านี้ด้วยครับผม

จาก: เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี
วันที่: 10/12/52 - 15:56 น.
IP Address: 125.25.168.xx
ความคิดเห็นที่ 43
สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ..

ตอบคุณแม็กซ์..หนังมิตรที่คุณโต๊ะยังเก็บอยู่นั้น จริงๆพรรคพวกแฟนหนัง
น่าจะจำกันได้เพราะถ้าเจอคุณโต๊ะทีไร แกก็มักจะพูดให้ฟังเสมอนะครับ
พูดมานานแล้ว ถึงวันนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีบทพากย์นั่นแหละครับ

สำหรับท่านที่ถามเรื่องหนังคัดตัดต่อพิเศษ..เกี่ยวกับสุรพล สมบัติเจริญ..นั้น
ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่นั่นแหละครับว่าสุรพล สมบัติเจริญ ไม่เคยแสดงหนัง..
ในความรู้สึกของผมคิดว่าน่าจะมีคนคิดที่จะให้ท่านแสดงแต่ยังไม่มีโอกาส
ท่านก็มีอันเป็นไปเสียก่อน...ผมเคยตั้งเป็นข้อสังเกตุไว้ว่า..สุรพล ไม่เคย
ปรากฏมีภาพเคลื่อนไหวหลงเหลืออยู่ให้เห็นเลย..เช่นเดียวกับมิตร
ชัยบัญชาที่ก็ไม่เคยปรากฏเสียงจริงๆ ให้ใครได้ฟังอีกเลย..
ทั้งคู่ยิ่งใหญ่กันคนละด้าน แต่ก็มาจบชีวิตอย่างรวดเร็วจนใคร ๆ ก็คาด
ไม่ถึง..น่าเสียดายมากครับ

พอมีโอกาสไปฉายหนังที่จังหวัดสุพรรณบุรี ดินแดนแห่งพ่อเพลงแม่เพลง
อันลือชื่อ...เพลงที่คัดไปเปิดในงานนี้ก่อนหนังฉาย ก็คัดเพลงดัง ๆ ของ
นักร้องเมืองสุพรรณแทบทุกคนไปเปิด..
หนังคัดตัดต่อที่ใช้ฉายเป็นเรื่องแรก เป็นเพลงล้วน ๆ ก็เลยพยายาม
หาภาพนักร้องเมืองสุพรรณที่ปรากฏบนแผ่นฟิล์มในอดีตกลับไปให้คน
สุพรรณได้ชื่นชมกัน แบ่งกันดู คนละเพลง ครึ่งเพลง.. แต่เฉพาะ สุรพล
สมบัติเจริญนั้น หาภาพเคลื่อนไหวไม่ได้เลย ครั้นจะข้ามไปก็กระไรอยู่
โชคดีที่ว่า ตอนที่มีการทำหนังเกี่ยวกับสุรพลออกฉายนั้น บางเรื่องก็
ใช้วงดนตรีของสุรพลมาร่วมแสดง นำบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวงสุรพลมา
ปรากฏบนแผ่นฟิล์มด้วย ก็เลยคิดว่า แม้ไม่มีภาพเคลื่อนไหวของสุรพล
ให้เห็น แต่ยังมีวง มีเพลง ก็เลยตัดภาพจากหนังและภาพนิ่ง นำมา
ประกอบกันเพื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก สุรพล สมบัติเจริญ ครับ
ก็ต้องขอโทษด้วยที่ใช้ภาษารวบรัดไปหน่อย จนทำให้เกิดความสงสัย
ครับ..

หลังจากที่ สุรพล สมบัติเจริญ เสียชีวิตไปนั้น มีการทำหนังเกี่ยว
กับสุรพล สมบัติเจริญ อยู่ 3 เรื่องคือ หนังข่าวเกี่ยวกับการตายของ
สุรพล สมบัติเจริญ เป็นการจำลองเหตุการณ์ถูกยิงและถ่ายพิธีงานศพ
จริง ๆ ของสุรพลมาแปะท้าย รู้สึกจะตั้งชื่อว่า วิญญาณสุรพล ฉายวันที่
11 เมษายน 2512 ที่โรงหนังพหลโยธินรามา (บางโรงก็ตั้งชื่อว่า
ใครฆ่าสุรพล...แล้วก็มีเรื่อง 16 ปีแห่งความหลัง ที่ มิตร แสดงเป็น
สุรพล ฉายวันที่ 6 ธันวาคม 2511...ต่อมาก็เรื่อง สุรพลลูกพ่อ มี
บรรจบ เจริญพร แสดงเป็น สุรพล ฉายวันที่ 20 ธันวาคม 2511..


จาก: มนัส138
วันที่: 10/12/52 - 19:41 น.
IP Address: 115.67.101.xx
ความคิดเห็นที่ 44



สวัสดีครับทุกท่าน..
วันนี้จะพาไปเที่ยวงานที่ตลาดสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี
ไปทั้งที ไม่ได้ไปเปล่าครับ แต่ต้องเกี่ยวกับหนังด้วยครับ
งานนี้ หอภาพยนตร์ฯ สัญจรออกไปฉายหนังย้อนยุค ตั้งแต่หนังกระโปรง
หนังขายยา หนังกลางแปลง...สามชุก อยู่ห่างจากสุพรรณบุรีไปเกือบ
30 กิโลเมตร..รถหนังขายยาฯ ก็เลยต้องประหยัดแรงเคลื่อนที่ด้วยการ
ปีนขึ้นไปอยู่บนรถยกแบบนี้แหละครับ...แล้วก็วิ่งตรงไปทางรถยนต์สาย
ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ผ่านบางบัวทอง ตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงสุพรรณบุรี
แถว ๆ ศูนย์ราชการที่สร้างใหม่ ก็ตรงไปอีก ผ่านอำเภอศรีประจันต์
แล้วก็ถึงอำเภอสามชุก....


จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 12:44 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 45



ไปถึงตลาดสามชุก...วันนี้ผู้คนมากมายเป็นพิเศษเพราะมีงานฉลอง..
มีทั้งมาเที่ยวตามปกติและที่มาร่วมงานฉลองรางวัลที่ได้รับจากองค์การ
ยูเนสโก..ตลาดเป็นตลาดเก่า มีสภาพเป็นอาคารบ้านไม้เก่า ๆ มีที่เป็นตึก
แถวแซมอยู่เล็กน้อย มีของขาย ของกิน ให้ซื้อให้ดูเดินกันเยอะแยะ เดิน
ดูจนเมื่อยขา ก็ยังดูไม่หมดครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 12:47 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 46



เดินไปเดินมา..ก็หวนให้คิดถึงแฟน ชมตลาด ที่เพลิน พรหมแดน ร้องใน
หนังเรื่อง ฝนใต้..ได้เหมือนกัน...เห็นข้าวของสมัยตอนเป็นเด็ก ๆ หลาย
อย่าง ทำให้คิดถึงอดีต..บางคนก็ดูไป ถ่ายรูปไป..คล้ายกับเดินดูนิทรรศการ
แต่นี่คือ วิถีชีวิตของคนชุมชนนี้ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 12:50 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 47



วันนี้ เขามีรายการเวทีสนทนาของชุมชนด้วยครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 12:51 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 48



ผ่านมาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอ ซึ่งด้านหน้ามีแม่น้ำเขียนว่า แม่น้ำท่าจีน
แต่บางคนก็เรียกว่า แม่น้ำสุพรรณ..มีป้ายสามชุก ก็เลยถ่ายมาให้ดู..
พอสักสามโมงเย็น รถหนังขายยา ก็เริ่มเข้าไปด้านหลังอำเภอเพื่อตั้งจอ
หนัง ส่วนหน้าอำเภอมีเวทีการแสดง ในลานกลางแจ้งมีการตั้งเวทีรำวง
ย้อนยุค...

จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 12:54 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 49



เริ่มกางจอหนัง 16..เริ่มตั้งหนังกระโปรง..
พอเสร็จปุ๊บ พี่จ้อ นินจา ก็เริ่มต้นทันที..เชื้อเชิญคนผ่านไปผ่านมาให้แวะ
แวะมาดูหนังกระโปรง หนังขายยากัน...คงจะจำพี่จ้อ นินจา ได้นะครับ
วันนั้นมาลานดาราพร้อมกับพี่เปิ้ลปาริชาติ วันนั้นมาโชว์ลีลาการโฆษณา
ต่าง ๆ ให้พวกเราฟังกัน..วันนี้ก็เลยไหว้วานให้มาช่วยสาธิตการโฆษณา
ขายยาและพากย์หนังกันสด ๆ....

จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 12:59 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 50



เริ่มเปิดเพลงเรียกคนตั้งแต่บ่ายสี่โมงกว่า..มีการฉายหนังกระโปรงให้ดู
มีการฉายหนังจอผ้าเช็ดหน้า แล้วพอหกโมงเย็นก็เริ่มฉายหนังขายยา
กัน... มีรายการโต๊ะข่าวช่อง 3 คอยเร่งว่า เมื่อไรจะพากย์สด ๆ ล่ะค่ะพี่จ้อ


จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 13:02 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 51

หอภาพยนคร์ฯสัญจรครั้งนี้ตรงเวลาอินเทรนด์พอดีเลยครับ
สามชุก กำลังดัง เป็นข่าวใหญ่ (ได้รับรางวัลจากยูเนสโก)
ดูจากข่าวในทีวี และมาเห็นในกระทู้นี้อีก
ทำให้อยากไปเที่ยวสามชุกแล้วซิครับ
เป็นอะไรที่ถูกใจผมและคิดว่าก็คงจะถูกใจพวกเราชาวไทยฟิล์มด้วย..ใช่ไหมครับ
เพราะรวบรวมบรรยากาศเก่าๆในอดีตเอาไว้มากมาย

จาก: อ๊อด
วันที่: 12/12/52 - 13:05 น.
IP Address: 124.122.170.xx
ความคิดเห็นที่ 52



ฉายหนังไป ขายยาไป คุยไป คนผ่านไปผ่านมาก็แวะดู..เพราะเห็นว่า
เป็นของแปลกมั้ง...แต่พอสามทุ่ม ของที่แปลกกว่าก็เริ่มขึ้นอีกเพราะ
เยื้องจอหนัง เวทีรำวงขนาดใหญ่ก็เริ่มบรรเลงเพลงลูกทุ่งเสียงดังกระหึ่ม
กลบเสียงหนังขายยาหมด..นางรำสาวน้อยสาวใหญ่ก็ถูกโค้งจากหนุ่มเล็ก
หนุ่มใหญ่ ออกรำวงกันสนุกครื้นเครง..เพลงรำวงแต่ละเพลงเรียกว่าเก่า
ได้ใจจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลงลูกทุ่งหรือเพลงฝรั่ง..จนน้องๆหลายคนถาม
ว่า นี่เพลงอะไรค่ะพี่ เพราะคนรุ่นเก่าอย่างพี่จ้อกับผม ได้ยินปั๊บ ก็อมยิ้มปุ๊บ
นึกถึงบรรยากาศรำวงสมัยก่อนจริง ๆ เลย....

หนังจบ..เก็บจอ..กลับ กทม. กว่าจะถึงบ้านก็เกือบตีสามครับกระผม....

จาก: มนัส138
วันที่: 12/12/52 - 13:09 น.
IP Address: 115.67.226.xx
ความคิดเห็นที่ 53
อ่านแล้วสนุกจัง..จะต้องไปเที่ยวที่นี้ให้ได้

จาก: จุ
วันที่: 12/12/52 - 15:00 น.
IP Address: 124.120.41.xx
ความคิดเห็นที่ 54



สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่าน..

บางครั้ง การตั้งความหวังไว้สูง ก็ทำให้เรารู้สึกกับความผิดหวังว่า เป็นผิดหวังอย่างแรงได้เหมือนกัน
เราอาจจะผิดเองที่ไปคาด ไปหวังว่า จะเป็นอย่างนั้น จะเป็นอย่างนี้..แต่ผลสุดท้าย ก็ไม่ได้ดังหวัง..
เราผิดหรือเขาผิด..คงถกเถียงกันไม่สิ้นสุด สุดท้ายคนที่รู้สึกเจ็บ ก็เห็นจะเป็นประชาชนอย่างเราที่ไป
หลงคาดหวังกับคนที่อ้างตัวว่า เป็นคนของประชาชน..แต่กลับไม่ทำในสิ่งที่วิญญูชนในภาวะเช่นนั้น
พึงกระทำให้ดีกว่าที่เห็นเป็นเช่นนี้..ก็ใช่ว่า ของอย่างเดียวกัน จะไม่เคยมีใครทำให้เห็นมาก่อน..ก็เปล่า
ของเคยดี ๆ ก็เลยกลายเป็น.. เสียของ..ไปอย่างน่าเสียดาย..


จาก: มนัส138
วันที่: 13/12/52 - 21:21 น.
IP Address: 115.67.172.xx
ความคิดเห็นที่ 55



สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่าน..
คืนนี้มี..ความรัก...มาฝากครับ...

50 ปีโศกนาฏกรรมรัก โดย มนัส กิ่งจันทร์

ขึ้นชื่อว่า ความรัก แล้ว ใครที่ยังไม่เคยมี ก็ยากที่จะรู้ซึ้งถึงความหมายที่แท้จริงได้ บ้างก็ว่า รักเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ บ้างก็ชื่นชมว่า รักหวานปานน้ำผึ้ง บ้างก็ว่า ความรักเหมือนยาขม หนัก ๆ เข้าก็ว่า ความรักทำให้ตาบอด คนที่ผิดหวังกับความรักจึงมักจะออกมาโวยวายโทษว่า ความรักเป็นยาพิษ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว ความรักมันไม่เคยมีพิษและไม่เคยผิด หากจะผิดก็เพราะคนเราไม่รู้จักใช้ความรัก ไม่รู้จักทะนุถนอมความรักที่มีอยู่ให้จีรังยั่งยืนตลอดไปเท่านั้น อานุภาพแห่งความรักนั้นมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงพอที่จะก่อให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ที่เราไม่คาดคิดขึ้นได้ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ แต่ที่หนักที่สุดก็เห็นจะเป็นการยอมตายเพื่อความรัก เราจึงได้ยินได้ฟังเรื่องราวคนผิดหวัง คนอกหักผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเสียงเพลง หนังสือ บทกวีหรือในจอภาพยนตร์

โศกนาฏกรรมรักในภาพยนตร์จะลงเอยด้วยความเศร้าหรือความไม่สมหวัง แต่ถ้าเป็นตัวเอกของเรื่องตายในที่สุดนั้น เท่าที่ไล่เรียงดูตั้งแต่ปี 2497 จนถึงปี 2530 แล้วพบว่ามีการสร้างออกฉายไม่มากนัก ( เมื่อเทียบกับเพลง ) เนื้อหาเรื่องมักจะนำมาจากนวนิยายหรือไม่ก็เป็นเรื่องเล่าแต่โบราณซึ่งรู้จักกันทั่วไป เหตุที่มีการสร้างภาพยนตร์แนวนี้น้อยกว่าปกติ ผู้สร้างผู้กำกับภาพยนตร์ท่านหนึ่งเคยให้ความเห็นว่า “แม้จะเป็นหนังที่สร้างได้กินใจคนดู แต่เมื่อไม่สามารถทำเงินได้แล้ว ก็จะไม่นิยมสร้างกัน เพราะคนไทยไม่ค่อยชอบดูหนังแนวนี้ ผู้สร้างจึงมักจะสร้างหนังแนวบู๊ ตลก สนุกสนานและจบลงแบบ Happy Ending เป็นส่วนใหญ่” ฉบับนี้ จึงจะพาท่านไปพบกับภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักในอดีต

ในปี 2497 โศกนาฏกรรมรักระหว่าง ไอ้ขวัญ กับ อีเรียม แห่งทุ่งบางกะปิ จากเรื่อง แผลเก่า ซึ่งท้ายสุดของเรื่อง อีเรียมต้องว่ายน้ำตามไปเอามีดซึ่งกำอยู่ในมือไอ้ขวัญ แล้วแทงตัวตายตามไอ้ขวัญ สังเวยความรักใต้ท้องน้ำต่อหน้าศาลเจ้าพ่อไทรได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนในยุคนั้นมาแล้ว แต่ก็ยังดังไม่เท่าไอ้ขวัญกับอีเรียม รุ่นสรพงษ์-นันทนา ซึ่งเชิด ทรงศรี นำกลับมาสร้าง ใหม่ในปี 2520 ครั้งนี้เรียกว่า ได้ทั้งเงินและคำนิยมชนิดถล่มทลายเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ เชิด ทรงศรี นำตำนานรักซึ่งยึดมั่นไม่แพ้กันระหว่าง ไอ้ลอ กับ อีแพง จากเรื่อง เพื่อน-แพง กลับมาเรียกน้ำตาจากคนดูอีกครั้งในปี 2526 แม้รายได้จะไม่ดีเท่าแผลเก่า แต่ก็ได้รับคำชมว่าสร้างได้ลึกซึ้งกินใจเป็นยิ่งนักต่างกับคู่รักอย่าง สันติ-วีณา แม้ผู้สร้างจะเป็นค่ายเดียวกัน แต่เมื่อนำกลับมาสร้างฉายใหม่ในปี 2519 กลับสู้ครั้งแรกที่ฉายในปี 2497 ไม่ได้

รักของ ส่างหม่อง กับ ยุพดี อาจถือได้ว่าเป็นคู่รักคู่ทรหด เนื่องจากยุพดีเป็นเมียสาวของนายห้างพะโป้ ได้ลักลอบเล่นชู้กับส่างหม่องที่นายห้างฯ รักเหมือนลูก เมื่อถูกท้าทายว่า จะไม่พรากจากกันจนชั่วฟ้าดินสลาย นายห้างฯ ก็เลยจับทั้งคู่ล่ามโซ่ใส่กุญแจมือ แรก ๆ ก็เป็นสุขกันดี แต่ไม่นานก็เริ่มพบกับความอึดอัด นายห้างฯ จึงยื่นปืนให้ใช้ตัดสินปัญหา ยุพดีใจกล้ากว่า ก็เลยยิงตัวตายไปก่อน ทิ้งส่างหม่องให้เป็นบ้าคนเดียว นี่ก็คือเรื่อง ชั่วฟ้าดินสลาย ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในปี 2498 แต่เมื่อนำกลับมาสร้างฉายใหม่ในปี 2523 กระแสกลับไม่แรงเหมือนครั้งแรก

ถ้าเป็นสาวเหนือที่สละชีพบูชารักแล้วเห็นจะต้องยกให้ บัวบาน กับ เครือฟ้า ทั้งคู่ต่างมีใจรักให้กับคนเมืองใต้ (กทม.) แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง บัวบานเลือกกลับมาเชียงใหม่และกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่น้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งต่อมาที่ตรงนั้นเรียกกันว่า วังบัวบาน เคยสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 2500 และอีกครั้งในปี 2515 ซึ่งครั้งหลังนี้เรียกว่า ได้ใจคนดูไปทั้งประเทศ ส่วน สาวเครือฟ้า เมื่อเธอผิดหวังก็ซมซานกลับมาบ้านเช่นกัน แต่กว่า ร้อยตรีพร้อม จะเข้าใจเธอ สาวเครือฟ้าก็ต้องตายในอ้อมอกของเขาเสียแล้ว สาวเครือฟ้า มีการสร้างฉายหลายครั้ง แต่ครั้งที่ถูกกล่าวถึงบ่อย ๆ ก็คือ รุ่นที่ วิไลวรรณ วัฒนพานิช รับบทเป็น สาวเครือฟ้า

ชีวิตของ ไอ้ไม้ หนุ่มสติไม่ดีจากเรื่อง ดอกแก้ว กับ ไอ้ค่อม หนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ ก็เป็นตัวอย่างดี ๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้ว่า ถึงรูปจะชั่ว แต่ก็มีน้ำใจดี ทั้งไอ้ไม้และไอ้ค่อมต่างได้ทำหน้าที่ทาสผู้ซื่อสัตย์พลีกายยอมตายเพื่อคนที่มันรักและเทิดทูน ส่วน อีแพน เด็กสาวบ้านนอกผู้มีความทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง หลายคนรังเกียจพฤติกรรมส่ำส่อนของอีแพน แต่บทสรุปของภาพยนตร์เรื่อง ดวงตาสวรรค์ กลับตบหน้าคนดูทั้งโรงให้เห็นว่า ที่อีแพนต้องทำชั่ว ก็เพื่อจะเอาชนะใจคนที่มันรัก แต่เมื่อคนที่มันรักกลับดูถูกดูแคลนยิ่งขึ้นอีก ชีวิตอีแพนก็เหมือนไร้ค่า อีแพนจึงตัดสินใจขับรถพุ่งชนรถไฟจบชีวิตเน่า ๆ (อย่างที่คนอื่นเขาว่ากัน) ไป

การหลงรักคนของศัตรูหรือรักระหว่างรบ ซึ่งภายหลังก็ต้องมาจบชีวิตสังเวยความรักนั้น ก็มีให้ได้จากความรักของ พระลอ กับ พระเพื่อน-พระแพง เมื่อพระลอต้องคมธนูจวนจะสิ้นใจตาย พระเพื่อน-พระแพงต่างพร้อมใจกันเอาแผ่นหลังเป็นโล่กำบังคมธนูของผู้เป็นย่าให้พระลอ แต่แล้วทั้งสามคนก็สิ้นใจตายพร้อมกัน สร้างความสลดหดหู่ให้กับคนดูที่เรื่อง พระลอ เป็นยิ่งนัก ต่างกับตอนจบของเรื่อง จุฬาตรีคูณ แม้ท้ายเรื่อง กษัตริย์อริยะวัฒน์ กับ เจ้าหญิงดารารายพิลาส จะจบชีวิตเช่นกัน แต่อารมณ์คนดูกลับรู้สึกอิ่มเอมใจกว่า

โศกนาฏกรรมการจบชีวิตรักของคู่รักอีกหลายคู่ ไม่ว่าจะเป็นจากเรื่อง จำปูน ที่ทั้งคู่ต้องมาตายด้วยจระเข้ หรือ รักเอย ที่ ภาสกร พระเอกของเรื่องต้องใช้กริชปักอกฆ่าตัวตายตาม วารี หรือ รักจากเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จากเรื่อง แม่ย่านาง ที่ใช้กริชฆ่าตัวตายตาม ขุนชลทหารคู่ใจ หรือการยอมมีลูกให้กับสามีทั้ง ๆ ที่รู้ล่วงหน้าว่าถ้ามีลูกแล้วตัวเองจะต้องตายในเรื่อง ทับนางรอ หรือรักที่โลกว่าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ของ สมหญิง สาวประเภทสองที่ต้องจบชีวิตด้วยปืนท่ามกลางผู้เข้าชมการแสดงในเรื่อง เพลงสุดท้าย หรือการพร้อมยอมตายด้วยกันของคู่รักจากเรื่อง น้อยใจยา, ดอกคูนเสียงแคน, นิทราสายัณห์ และ สะพานรักสารสิน นั้น ต่างก็เป็นบทเรียนสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของความรักว่า มีอยู่เหนือจิตใจคนเราเพียงไร หากเราไม่ต้องให้รักของตนเองต้องไปพบกับจุดจบอย่างเดียวกันแล้ว สิ่งที่ช่วยได้ดีที่สุดก็คือ ต้องรักกันให้มาก ๆ อภัยกันให้มาก ๆ แล้วชีวิตรักของท่านก็จะพบแต่ความสุขสมหวัง....
...............................

จาก: มนัส138
วันที่: 14/12/52 - 21:40 น.
IP Address: 115.67.93.xx
ความคิดเห็นที่ 56
พี่มนัสครับ
เมื่อหนังบางเรื่องหาฟิล์มไม่ได้ ทำให้อดชมหนังเรื่องที่อยากดูนั้น ผมว่าหาหาหนังเรื่องนั้นๆ ที่ยังคงพอเหลืออยู่ในรูปของหนังตัวอย่าง ก็คงจะพอทดแทนได้ครับ
ปัจุบัน หนังตัวอย่างสมัยก่อนปี 2530 คงเหลือเยอะไหมครับ

จาก: คนชะอวด
วันที่: 14/12/52 - 21:55 น.
IP Address: 118.173.133.xx
ความคิดเห็นที่ 57
#54 เดี๋ยวนี้เหน็บคนเป็นกับเค้าด้วยเหมือนกันแฮะ ชื่นชมจ้า ขอให้เป็นแบบนี้ตลอด อวยมากแล้วเอียน ชอบแนวเหน็บหรือด่ามากกว่าจ้ะ

จาก: ดอกดำ
วันที่: 14/12/52 - 23:17 น.
IP Address: 202.149.25.xx
ความคิดเห็นที่ 58
คุณมนัสคะ อ่านบทที่คุณร่ายเรื่องความรักในเรื่องหน้งแล้ว ทำให้พี่นืกได้ว่าเคยมีกลอนที่นายแพทย์ท่านหนื่งเขียนไว้บนโต้ะในห้องตรวจโรค รู้สืกชอบก็เลยแอบลอกมา(ขออนุญาติแล้วค่ะ)
love was 't keep in your heart to stay Love is Love until you give it away รักมิใช่เก็บไว้ในใจพ้ก รักคือรักเมื่อเรารู้จักให้ รักให้จริงๆยิ่งดวงใจ จะทำให้รักนั้นนิรันดร แค่นี้ก่อนนะค่ะ มีเวลาจะมาเยียมใหม่ เป็นกำลังใจให้คุณ....


จาก: ยวงพร
วันที่: 15/12/52 - 21:51 น.
IP Address: 110.49.144.xx
ความคิดเห็นที่ 59



สวัสดีครับทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่าน..

ตอบคุณคนชะอวด.. ในความรู้สึกของผมนั้น ผมคิดว่า หากเราหาดูหนัง
แบบเต็ม ๆ เรื่องไม่ได้ แต่ถ้ามีเหลือเศษ ๆ แม้เพียงนิดหน่อย แล้วเรารู้ว่า
นั่นมาจากหนังเรื่องอะไรแล้ว เราก็ยังภูมิใจว่า ดีที่เรายังได้ดู แม้จะสั้น ๆ
ก็ตาม อย่างบางเรื่องที่ผมหามาได้ แม้จะมีเพียง 3-4 นาที แต่ก็ยังดีใจครับ...
ส่วนเรื่องหนังตัวอย่างนั้น หายากครับเพราะบางทีก็มีการใช้ฉายจนหมด
ไปโดยอัตโนมัติ ฟิล์มเนกาตีฟที่เป็นหนังตัวอย่างก็ไม่ค่อยจะมีด้วยครับ
สิ่งสุดท้ายแห่งความคิดถึงหนัง ที่พอจะทดแทนได้ก็น่าจะเป็นเรื่องย่อที่
ลงไว้ในหนังสือดาราเก่า ๆ นะครับ..เพราะถ้าหมดจาก 2 สิ่งนี้แล้ว ก็มีเพียง
แค่ความรู้สึกเท่านั้น ใช่ไหมครับ...

ตอบคุณดอกดำ..คงมีบ่อย ๆ ไม่ได้หรอกครับ..ไม่ถนัดจะเขียนครับ..

ตอบพี่ยวงพร..ถ้าเป็นสมัยเรียนมัธยม..กลอนแบบนี้โดนใจสุด ๆ ครับพี่
ยิ่งตอนที่ใช้กลอนจีบสาวด้วย..ไม่รู้ว่าตอนนั้นสรรหาคำกลอนแต่ละบท
มาจากไหน..เมื่อเร็ว ๆ มีโอกาสได้ไปงานแต่งรอบ 2 ของเพื่อนที่เป็น
ผู้พิพากษา ก็ได้เจอกับอาจารย์สมัยเรียนชั้น ม.ศ.3 เป็นอาจารย์สอนวิชา
ภาษาไทยชื่อ อาจารย์เยาวลักษณ์..อะไรที่ออกจากปากผมไปคืนนั้น
อาจารย์ก็งงว่า มนัส..จำได้ยังไง..เพื่อนอีกคนที่ตอนนี้เป็น ผอ.โรงเรียนก็เลย
บอกอาจารย์ว่า มันจำจดหมดทุกอย่างแหละครับ ลองเข้าไปอ่านในเว็บ
ซิครับ..มันเล่าเป็นฉาก ๆ เลย.. อาจารย์ท่านนี้แหละครับที่ทำให้ผมชอบ
การเขียน การแต่งกลอนเพราะท่านสอนวิชาภาษาไทยและเคยมอบ
รางวัลแววกวีแก่ผมในการรำลึกถึงสุนทรภู่...

พี่ครับ..เรื่องราวของคนมีรักนั้น อะไรก็ทำได้ทั้งนั้นนะครับ..ถ้ากลอนบทนี้
อยู่บนโต๊ะหมอ ก็แสดงว่า หมอกำลังมีรักมั้งครับ.. คนไม่เคยมีรัก ถ้าอ่าน
กลอนรัก บางทีก็แทบคายของเก่าออกหมด..คล้าย ๆ กับคนอกหักที่ชอบ
ฟังเพลงของสายัณห์ สัญญา ขณะที่คนไม่เคย..ก็อดแซวไม่ได้ว่า สายัณห์
อกหักบ๊อยบ่อย..แต่ถ้าใครผ่านจุดนั้นมาได้..จะเข้าใจเพลงเหล่านี้ดีว่าแต่
ละเพลงนั้น โดนใจทุกเพลง....

ก่อนจากคืนนี้มีบทความมาให้อ่านครับ..

เปิดตำนาน.. มนต์รัก โดย มนัส กิ่งจันทร์

แม้ว่าหนังเพลงของไทยเรา จะได้ถือกำเนิดมาช้านานแล้ว แต่เฉพาะหนังที่ขึ้นต้นชื่อด้วยคำว่า มนต์รัก..นั้น ผมลองไล่นับดู ก็พบเพียง 25 เรื่องเท่านั้น ซึ่งฉบับนี้จะพาไปเปิดตำนาน

ว่ากันตามจริงแล้ว ชื่อหนังที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า มนต์รัก...เกือบจะได้เกิดมาตั้งแต่ปี 2511 แล้ว หากผู้สร้างหนังเรื่อง แมวไทย (2511:มิตร-เพชรา) ยอมเปลี่ยนชื่อหนังของตนเป็นเรื่อง มนต์รักดอกคำใต้ ตามชื่อเพลงหนังอย่างที่รังสี ทัศนพยัคฆ์ ผู้กำกับหนังเรื่องนั้นให้คำแนะนำไว้ แต่ผลที่สุด รังสี ทัศนพยัคฆ์ เองก็กลับมาเป็นผู้ให้กำเนิดตำนานชื่อหนังมนต์รัก...เป็นคนแรกจนได้ เมื่อเขาประกาศสร้างหนังเพลงลูกทุ่งในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง (2513:,มิตร-เพชรา) ซึ่งเป็นการเดินตามกระแสหนังเรื่องชาติลำชี (2512:มิตร-เพชรา) ที่สร้างออกมาฉายก่อนหน้านี้ด้วยเห็นว่าคนดูหนังไทยในยุคนั้นชอบหนังที่มีเพลงประกอบหลาย ๆ เพลง มนต์รักลูกทุ่งจึงบรรจุเพลงเอกลงไปถึง 14 เพลง ซึ่งเป็นเพลงที่เข้ากับเนื้อหาของหนังได้อย่างดี จึงสามารถตรึงคนดูให้เคลือบเคลิ้มไปกับเรื่องราวความรักของไอ้คล้าวกับทองกวาวได้อย่างไม่รู้เบื่อ..หนังเริ่มฉายตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2513 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยมและปักหลักฉายนานเกือบ 7 เดือนจนทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของหนังไทยในยุคนั้น

กลิ่นอายของมนต์รักลูกทุ่งยังไม่ทันจาง เฮียหลอหรือพิชัย น้อยรอด...เจ้าของฉายาคนจนผู้ยิ่งใหญ่ ก็ออกมาเดินตามกระแสด้วยการสร้างหนัง 16 ม.ม.เรื่องมนต์รักป่าซาง (2514; สมบัติ-เพชรา) มีเฉพาะฉากเพลง 9 เพลงเอกเท่านั้นที่ถ่ายทำในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม หนังออกฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2514 แม้จะมีนักร้องลูกทุ่งอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ สังข์ทอง สีใส มาร่วมแสดงด้วย แต่หนังเรื่องนี้ก็เรียกคนดูได้ไม่มากนัก

ในขณะที่ต้นตำรับเดิมอย่างรังสี ทัศนพยัคฆ์ ก็ยังไม่ทิ้งลายเจ้าของฉายาเสือปืนไว เร่งเดินแต้มต่อด้วยหนังเพลงเรื่อง มนต์รักจากใจ ในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มอีกเรื่อง แต่ก็เกิดเหตุสะดุดกลางคันขึ้นมาเพราะมิตร ชัยบัญชา พระเอกแม่เหล็กของเรื่องมาเสียชีวิตก่อน (8 ตุลาคม 2513) จึงทำให้หนังเรื่องนี้ต้องหยุดชะงักและภายหลังมีการนำตัว ชัช ชัยบัญชา เข้ามาเป็นพระเอกคู่กับเพชรา เชาวราษฎร์ แทน แม้หนังจะมีนักร้องลูกทุ่งมาร่วมแสดงมากกว่า มีเพลงเอกถึง 20 เพลง แต่เมื่อนำออกฉายในวันที่ 3 กันยายน 2514 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม กลับไม่โด่งดังเท่ามนต์รักลูกทุ่ง

ถัดมาอีกไม่นาน เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาวไร่ฝ้าย ก็ถูกสร้างออกมาเป็นหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มเรื่อง มนต์รักชาวไร่ (2514:สมบัติ-อรัญญา) ซึ่งประทีป โกมลภิส รับหน้าที่เป็นผู้กำกับการแสดง แม้หนังจะมีถึง 14 เพลง แต่เพราะเนื้อเรื่องไม่ค่อยจะโดดเด่น แถมเพลงก็ยังไม่ฮิตติดหูคนดูอีก ทำให้การนำออกฉายเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2514 ที่ศาลาเฉลิมกรุง ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก ผิดกับหนังที่มายืมชื่อมนต์รัก...ขึ้นต้นเฉย ๆ กลับดึงดูดคนได้มากกว่าเพราะมีเนื้อหาที่โดดเด่น เศร้าสะเทือนใจ เป็นหนังที่นำชื่อเพลงเอกของเรื่องมาตั้งเป็นชื่อหนังว่า มนต์รักดอกคำใต้ (2515;สมบัติ-เพชรา) หนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม งานสร้างของนักพากย์ฝีปากเอกสมพงษ์ วงศ์รักไทย กำกับการแสดงโดยเนรมิต ซึ่งเมื่อนำออกฉายวันที่ 15 กันยายน 2515 ที่โรงหนังเพชรรามา ก็ทำให้คนดูไม่ลืมตำนานรักของสาวชาวดอกคำใต้กับหนุ่มคนเมืองคู่นี้ เช่นเดียวกับเรื่องราวความรักแปลก ๆ ระหว่างคนกับเงือกสาว ที่เทพอุปถัมภ์ภาพยนตร์ สร้างไว้ในชื่อ มนต์รักนางเงือก (2517;ยอดชาย-กุลฑลี) ซึ่งเนื้อแท้ ก็ยังมิใช่หนังเพลง

หลังจากนั้น การตั้งชื่อหนังด้วย มนต์รัก..ก็เงียบหายไปพักหนึ่ง แล้วก็หวนกลับมาอีกครั้งด้วยรังสีคนเดิม แต่คราวนี้ หันไปเป็นผู้กำกับให้ค่ายพาราไดซ์ฟิล์ม ในเรื่อง มนต์รักนักรบ (2520; สมบัติ-อรัญญา) โดยหนังจะมีทั้งเพลงลูกทุ่ง-ลูกกรุง 11 เพลง ผสานเข้ากับเรื่องราวการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยของเหล่าทหารหาญ ๆ ที่รบอยู่แนวหน้า หากจะเรียกว่าเป็นหนังปลอบขวัญทหารชายแดนก็คงไม่ผิด หนังออกฉายต้อนรับตรุษจีนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2520 ที่โรงหนังพาราไดซ์ ก็ทำให้กระแสหนังมนต์รัก..เริ่มกระเดื่องขึ้นมาบ้าง ในขณะที่ กมล กุลตังวัฒนา ผู้ที่เคยชื่นชอบ มนต์รักลูกทุ่ง ก็หอบทุนออกมาประกาศสร้าง มนต์รักลูกทุ่งของคนอีสาน ในเรื่อง มนต์รักแม่น้ำมูล (2520; สมบัติ-นัยนา) ซึ่งเป็นหนังที่นำเสนอเรื่องราวชีวิตของคนอีสานส่วนหนึ่งที่เข้ามาใช้แรงงานในกรุงเทพฯ ผสมผสานกับเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวลุ่มน้ำแม่มูลที่มีบทเพลงไพเราะ ฟังแล้วชวนให้คิดถึงอีสานบ้านเฮา หนังออกฉายวันที่ 12 สิงหาคม 2520 ที่โรงหนังเพชรรามา ก็กวาดเงินจากหนุ่มสาวชาวอีสานไปไม่ใช่น้อย

ในปีถัดมาเรื่องราวของชายโฉดกับครูสาวเลือดกตัญญู ซึ่งแรก ๆ ก็พบกันด้วยความเกลียด ความกลัว..แต่ก็มาลงเอยความรักเพราะแพ้ต่อคุณงามความดีของเธอ แม้จะไม่ใช่เป็นหนังเพลง แต่ก็มีเพลงที่ไพเราะจึงตั้งชื่อหนังตามชื่อเพลงว่า มนต์รักอสูร (2521;พิศาล-เนาวรัตน์) ที่ผู้คนยังไม่เคยลืมภาพความกักขฬะที่พิศาลแสดงออกมา ครั้นพอตกสิ้นปี ขวัญใจภาพยนตร์ก็เข็นหนังเพลงที่รังสี ทัศนพยัคฆ์ กำกับไว้อีกเรื่องคือ มนต์รักแผ่นดินทอง (2521;สมบัติ-อรัญญา) ซึ่งแทบจะไม่เห็นนักร้องในหนังเรื่องนี้เลย เข้ามาฉายที่โรงหนังเมโทร แต่ก็ไม่ทำให้กระแสหนังเพลงดีขึ้น จนทำให้หนังเพลงของอีกค่ายหนึ่งที่เคยประกาศสร้างและตีพิมพ์โฆษณาไว้ในหนังสือดาราฉบับเดือนพฤศจิกายน 2522 ในชื่อเรื่อง มนต์รักแม่สะลอง ซึ่งวางตัวนักร้องลูกทุ่ง ไพรวัลย์ ลูกเพชร ให้เป็นพระเอกต้องมีอันเงียบหายไปเฉย ๆ แต่แล้วในวันที่ 18 ตุลาคม 2523 ค่ายไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ก็เข้ามาปลุกตำนานหนังมนต์รัก...อีกครั้ง โดยนำพระเอกต๊ะติ๊งโหน่ง เด่น ดอกประดู่ จับคู่กับอัจฉรา รอดศาสตรา ในเรื่อง มนต์รักขนมครก หนังเพลงรักกระจุ๋มกระจิ๋มที่เด่นรับบทเป็นคนขับสามล้อตุ๊กตุ๊ก ส่วนอัจฉราเป็นสาวเหนือที่เข้ากรุงมาหางานทำและได้เป็นนักร้องโด่งดัง แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยลืมขนมครกซึ่งเป็นอาหารมือแรกที่ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักและรักกัน

ในขณะที่ พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ซึ่งเคยกำกับ มนต์รักแม่น้ำมูล ไว้จนมีชื่อเสียงโด่งดัง ก็หันมาลงทุนสร้างหนังเองบ้างด้วยการซ้ำรอยเดิมหนังของคนอีสานอีกครั้งในเรื่อง มนต์รักลำน้ำพอง (2525; พอเจตน์-ฤทัยรัตน์) แต่โชคไม่ค่อยดี แม้หนังจะได้เพลงดัง ๆ อย่าง ลำน้ำพอง ของหยาด นภาลัย ซึ่งโด่งดังมากในยุคนั้นมาเปิดหัวหนัง แต่เนื้อหาหนังและเพลงประกอบเรื่องโดยรวม ๆ กลับไม่โดนใจคนดูเท่ามนต์รักแม่น้ำมูลเช่นเดียวกับการย้อนรอยกลับมาครั้งที่สองของ มนต์รักลูกทุ่ง (2525; ทูน-ฤทัยรัตน์) ของค่ายพูนทรัพย์โปรดักชั่น ซึ่งนำมาออกฉายในปีเดียวกัน ก็อยู่ในสถานะที่ไม่แตกต่างกันเลย

หากนับย้อนไปตั้งแต่จบเรื่อง มนต์รักแม่น้ำมูล (2520) แล้ว กล่าวได้ว่า กระแสชื่อหนังมนต์รัก..แทบจะหยุดอยู่แค่นั้นจริง ๆ แม้ว่าจะมีการสร้างหนังเพลงและมีการตั้งชื่อขึ้นต้นด้วยคำว่า มนต์รัก..ต่อมาอีกหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น มนต์รักก้องโลก (2526;สรพงศ์-เนาวรัตน์) มนต์รักกระเป๋ารถ (2527;ทูน-เกศริน พูนลาภ) มนต์รักนักเพลง (2527;พุ่มพวง ดวงจันทร์-โชคชัย โชคอนันต์) มนต์รักเพลงทะเล้น (2531;บดินทร์ดุ๊ก-นาตาช่า เปลี่ยนวิถี) มนต์รักนักเพลง (2534;เฉลิมพล-ไอรดา ชารีมา) มนต์รักลำน้ำชี (2535;เฉลิมพล-ธิดา-สมหมายน้อย) มนต์รักหนุ่มลาวสาวไทย (2536;เผ่าพันธุ์ พรพิสิฐ-ไพลิน บุศราคัม) มนต์รักเพลงลูกทุ่ง (2538;บิณฑ์-สมบัติ-ศจีพันธ์ เจริญสุข) แต่หนังเหล่านี้ ก็ไม่มีอะไรที่โดดเด่นหรือโดนใจคนดูได้เท่ากับเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง มนต์รักแม่น้ำมูล เลย เพิ่งจะมีกระแสตอบรับหนังมนต์รัก...ขึ้นก็เมื่อตอนสิ้นปี 2544 เมื่อหนังเรื่อง มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2544;ศุภกรณ์-สิริยากร) ของเป็นเอก รัตนเรือง เข้าฉายซึ่งคนดูทุกระดับให้การต้อนรับอย่างชื่นชม ก่อนที่จะปิดตำนานหนังมนต์รัก.. อีก 2 เรื่องสุดท้ายคือ มนต์รักร้อยล้าน (2547; ภาณุ-อัญชิสา) มนต์รักลูกทุ่ง (2548;นันทวัฒน์-ลักขณา) ที่ทำเอาเจ้าของหนังปวดหัวไปตาม ๆ กัน...
................................

จาก: มนัส138
วันที่: 15/12/52 - 23:32 น.
IP Address: 115.67.94.xx
ความคิดเห็นที่ 60



สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ..

ในที่สุด วันที่รอคอย..ก็มาถึง..แฟนมิตร ชัยบัญชา ที่ยังรู้สึกว่า งานมิตร
ที่ผ่านมา ได้ฟังคุณแดน กฤษดา พูดถึงมิตร ชัยบัญชา น้อยไปนิด..และ
คิดว่าอยากจะฟังอีกเยอะ ๆ นั้น บัดนี้ พี่พักรบของเราจัดให้แล้วครับ..
นัดแนะกันเรียบร้อยแล้ว..วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้..ที่บ้านคุณแดน กฤษดา
เมืองแม่กลอง...ไปกันหลายคนครับ..

คืนนี้ ปิดท้ายด้วยบทความเก่า ๆ อีกแล้วครับ...

อาณาจักร...นักเลงหนังไทย โดย มนัส กิ่งจันทร์

ในชีวิตจริง คงไม่มีใครชอบนัก หากจะมีใครมาบอกว่า เราเป็นนักเลง แต่ในโลกมายาแล้ว เรื่องราวชีวิตของนักเลงกลับถูกนำมาสร้างเป็นหนังให้เราได้ดูอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังแนวบู๊และบางเรื่องก็ยังไม่มีคำว่า นักเลง ปนอยู่ในชื่อหนังด้วย ฉบับนี้จะพาย้อนรอยไปดูหนังที่ตั้งชื่อว่า นักเลง...

หลังจากหนังเรื่อง หนึ่งต่อเจ็ด ของ ส.อาสนจินดา ฉายติดลมอยู่ที่โรงหนังพัฒนากร ชื่อของ นักเลงเดี่ยว จึงถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นหนังตอนที่ 2 ของหนึ่งต่อเจ็ด แล้วจึงนำออกฉายเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2501 ที่โรงหนังแกรนด์ รุ่งขึ้นอีกปี วันที่ 7 มีนาคม 2502 ทัศไนยภาพยนตร์โดยรังสรรค์ ตันติวงศ์และประทีป โกมลภิส ก็ปล่อยหนังนักเลงใส่หน้ากากอินทรีแดงออกมาอาละวาดที่โรงหนังเฉลิมกรุง-เฉลิมบุรี ซึ่งเรื่องนี้เองทำให้ชื่อ มิตร ชัยบัญชา พระเอกใหม่ขณะนั้นโด่งดังขึ้นมาทันทีจากบทบาทหน้ากากอินทรีแดง ในปีถัดมาก็มีหนังมิตร ชัยบัญชา อีกหลายเรื่องที่นำคำว่า นักเลง มาตั้งเป็นชื่อหนัง เช่น ยอดนักเลง (23 สิงหาคม 2504:มิตร-อภิญญา วีระขจร), เทพบุตรนักเลง (29 เมษายน 2508:มิตร-เพชรา), สุภาพบุรุษนักเลง (12 พฤษภาคม 2508:มิตร-เพชรา), นักเลงสี่แคว (24 มีนาคม 2510:มิตร-เนาวรัตน์ วัชรา), ชุมทางนักเลง (25 กันยายน 2513:มิตร-เพชรา),นักร้องจ้าวนักเลง (16 กรกฎาคม 2514:มิตร-ลือชัย นฤนาท-ปริศนา ชบาไพร) ขณะที่มีหนัง แมน ธีระพล พระเอกเก่าอีกคน ในเรื่อง เลือดนักเลง กำกับการแสดงโดยปริญญา ลีละศร ออกมาฉายในวันที่ 27 ตุลาคม 2504 ที่โรงหนังพัฒนากร และในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2510 ก็มีพระเอกหน้าใหม่เกิดขึ้นอีกคนคือ ครรชิต ขวัญประชา จากเรื่อง นักเลงพันเหลี่ยม สร้างโดยเพชรรัตน์ภาพยนตร์

นักเลงเทวดา (10 มกราคม 2518: สมบัติ-อรัญญา นามวงศ์) ก็เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่สมบัติลงทุนสร้างและกำกับเอง หนังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแสดงของสมบัติที่รับบททั้งเป็นนักเลงและนักรักไปพร้อม ๆ กัน ก่อนที่ทั้งสมบัติและนาท ภูวนัย จะร่วมกันเป็นนักเลงจ้าวถิ่นในหนังบู๊สนั่นเมืองเรื่อง นักเลงป่าสัก (29 พฤศจิกายน 2518: สมบัติ-นาท-อรัญญา) ที่พร ไพโรจน์ เป็นผู้กำกับการแสดง ขณะที่เรื่อง ชาตินักเลง (30 พฤษภาคม 2518:อุเทน บุญยงค์-ภาวนา ชนะจิต) ของฉัตรเฉลิมภาพยนตร์ที่มีโอกาสฉายก่อน แต่กลับทำรายได้ไม่ค่อยดี

มีอยู่คนหนึ่งที่บุคลิกหน้าตา ไม่น่าจะมีสิทธิ์ได้รับบทเป็นนักเลงกับเขาเลย แต่พิชัย น้อยรอด ก็ยังนำเขามาเล่นเป็นนักเลง แต่ให้เป็น นักเลงสามสลึง เขาคือ สังข์ทอง สีใส ฉายานักร้องหน้าผี หนังยังคงเป็นสไตล์บู๊ปนเสียงเพลงไพเราะตามที่เฮียหลอแกชอบนักชอบหนาโดยมีกรุง ศรีวิไล-สมภพ เบญจาธิกุล-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ร่วมแสดง ออกฉายเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2519 ที่โรงหนังพาราไดซ์ พอตกสิ้นปี ก็มีหนังเรื่อง นักเลงมหากาฬ ของเสนีย์ ถนอมรัตน์ ที่แสดงโดย กรุง-สรพงษ์-ไพโรจน์ ใจสิงห์-อุเทน แห่ตามออกมาฉายอีกที่โรงหนังออสการ์-เพชรพิมาน 75 แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไรนัก

การตั้งชื่อหนังให้มีคำว่า นักเลง ปะปนอยู่ด้วย ก็ยังคงมีให้เห็นเรื่อยมาอีกเช่นเรื่อง นักเลงพลาญชัย (5 กันยายน 2520:สรพงษ์-นิรุตต์ ศิริจรรยา-ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ฯ), นักเลงไม่มีอันดับ (16 กันยายน 2520:กรุง-ภาวนา-ลือชัย), ถล่มดงนักเลง (21 มกราคม 2521:กรุง-สรพงษ์-ไพโรจน์ -ทัศน์วรรณ-นัยนา ชีวานันท์), นักเลงกตัญญู (17 กุมภาพันธ์ 2521:สมบัติ-กรุง-ภาวนา-ปิยะมาศ โมนยะกุล), อาณาจักรนักเลง (25 กุมภาพันธ์ 2521:สมบัติ-นาท-ไพโรจน์-ธัญญรัตน์-ปิยะมาศ), สิงห์เดี่ยวดงนักเลง (25 พฤษภาคม 2521:สมบัติ -ปริศนา-ยอดชาย เมฆสุวรรณ),โรงเรียนดงนักเลง (8 ธันวาคม 2521:สุเชาว์ พงษ์วิไล-วิยะดา อุมารินทร์), นักเลงบ้านนอก (12 มกราคม 2522:กรุง-สรพงษ์-เนาวรัตน์),หักเหลี่ยมนักเลงปืน (23 มิถุนายน 2522:กรุง-ยอดชาย-นัยนา) ซึ่งกำกับโดยทักษิณ แจ่มผล แต่ก็ยังไม่มีเรื่องใดโดดเด่นเท่าที่ควร

ในจำนวนนี้มีหนังอยู่เรื่องหนึ่งที่น่าจะกล่าวถึงเพราะกล้าเสี่ยงในการเอาประวัติของคนดังแห่งเมืองชลบุรีคือ กำนันเป๊าะ มาสร้างและเพื่อให้ดูสมจริง ก็เลยเชื้อเชิญกำนันเป๊าะ (สมชาย คุณปลื้ม) ให้มาแสดงประกบกับสมบัติ เมทะนี ด้วยซึ่งเป็นที่ฮือฮากันมากตอนนั่น หนังตั้งชื่อไว้ว่า เหนือนักเลง ของสันติสุชาภาพยนตร์ มี จรัล พรหมรังสี เป็นผู้กำกับการแสดง ฉายเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2523 ที่โรงหนังเพชรเอ็มไพร์ พอถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2523 ก็ได้เวลาคลอดหนังบู๊แนวแปลกของ พี.ดี.โปรโมชั่น ที่ไพจิตร ศุภวารี จับเอา จตุพล ภูอภิรมย์-จารุณี สุขสวัสดิ์ มาเจอกับ สมบัติ เมทะนี ในเรื่อง นักเลงตาทิพย์ สร้างความแปลกใหม่ให้คนดูในยุคนั้นพอสมควร จนต้องมีการเข่นหนังเรื่อง นักเลงคอมพิวเตอร์ แสดงโดย สรพงษ์-ทูน-สมบัติ-ฤทัยรัตน์ อมตะวณิช-ลลนา สุลาวัลย์) ออกมาฉายอีกในวันที่ 30 ธันวาคม 2525

แต่ในตลาดหนังต่างจังหวัดนั้น หนังแนวบู๊ยังคงขายได้เสมอ จึงไม่แปลกใจเลยที่จะมีผู้สร้างแห่กันปล่อยหนังออกมา เช่น จ้าวนักเลงปืน ของสันติสุชาภาพยนตร์ นำแสดงโดย สมบัติ-รสลิน จันทรา ออกมาฉายเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2525 ที่โรงหนังเฉลิมกรุง ส่วนค่ายชัยแอนด์ชา โปรดักชั่น ของเชาว์ มีคุณสุต ก็ปล่อยเรื่อง ลูกสาวนักเลง (24 กรกฎาคม 2525:ทูน-มล.สุรีย์วัล สุริยงค์) ส่วนศิรประภาภาพยนตร์ก็นำเรื่อง นักเลงโตเมืองอีสาน (22 ตุลาคม 2525:สรพงษ์-เนาวรัตน์-นาท) ออกมาโดยมีเรื่อง ประกาศิตนักเลง (17 ธันวาคม 2525:สรพงษ์-ปิยะมาศ) ของซูเปอร์ฟิล์มมาฉายปิดท้ายปี จากนั้นก็เปิด พ.ศ.ใหม่ ด้วยหนังที่ตั้งชื่อได้ถูกใจคนต่างจังหวัดคือเรื่อง นักเลงตราควาย (19 มีนาคม 2526:สรพงษ์-มนฤดี ยมาภัย) ที่สรพงษ์มีปืนตราควายเป็นอาวุธประจำตัว ตามด้วยเรื่อง ดวงนักเลง (13 เมษายน 2526:สรพงษ์-พิศาล-เนาวรัตน์), นักเลงมหาหิน (4 มิถุนายน 2526:ทูน-กรุง-นาท), เจ้าสาวนักเลง (24 กันยายน 2526:ทูน-มล.สุรีย์วัล), นักเลงข้าวนึ่ง (15 ตุลาคม 2526:เอกรัฐ ศรีเบญจรัตน์-ปิยะ ตระกูลราษฎร์),นักเลงร้อยคม (5 พฤศจิกายน 2526:สรพงษ์-ทูน-อภิรดี) ของจงรักษ์ฟิล์ม มาส่งท้าย

ในปี 2527 มีหนังอยู่เรื่องหนึ่งโด่งดังมากเพราะมีการนำนักร้องลูกทุ่งชื่อดังคือ สายัณห์ สัญญา มาแสดงเป็นพระเอกและให้รับบทเป็นนักร้องที่ถูกแรงกดดันจนต้องกลายเป็นนักเลงถือปืนกระบอกโต ๆ สร้างโดย สุวิทย์ ชุติพงษ์ ในเรื่อง นักร้อง นักเลง มี นันทิดา แก้วบัวสาย-พุ่มพวง ดวงจันทร์-แวว มยุรา เป็นผู้ร่วมแสดง ออกฉายเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2527 ที่โรงหนังเฉลิมไทย-เฉลิมกรุง ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทำเอาเรื่อง ยอดนักเลง ที่นำ นันทิดา แก้วบัวสายมาเจอกับไชยัณห์ สรไกร-สมบัติ-นาท-กรุง ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2527 ที่โรงหนังพาราเมาท์ เงียบเงาไป ผิดกับเรื่องอื่น ๆ ที่นำนักร้องลูกทุ่งหมอลำอย่าง สมหมายน้อย ดวงเจริญ เฉลิมพล มาลาคำ มาเล่นเป็นพระเอก แม้จะดูแข็ง ๆ เหมือนแสดงไม่ค่อยเป็น แต่รายได้ในสายอีสานก็ยังไปด้วยดี เช่นเรื่อง นักเลงหมอลำ (12 เมษายน 2533: สมหมายน้อย-เดชา เสนาวัฒน์), ขุนพลเพลง นักเลงปืน (19 มกราคม 2534: เฉลิมพล-สามารถ พยัคฆ์อรุณ), พี่นักร้อง น้องนักเลง (18 ตุลาคม 2534:เฉลิมพล-พันนา-ธิดา),ลำซิ่งนักเลงปืน (5 มีนาคม 2537:บิณฑ์ บันลือฤทธิ์-เฉลิมพล)

นอกจากนี้ ยังมีหนังบู๊ภูธรอีก 2 เรื่องที่ตั้งชื่อได้โดนใจคนมาก ๆ ก็คือเรื่อง นักเลงสิบล้อ ที่สรพงษ์เล่นเป็นนักเลงสิบล้อคู่กับอภิรดี ภวภูตานนท์ โดยมีนาทเป็นตำรวจคู่ปรับ ฉายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2528 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยมและอีกเรื่องหนึ่งคือ นักเลงเรียกพ่อ ของบัวหลวงภาพยนตร์ นำแสดงโดย สรพงษ์-กรุง-นรีรัตน์ มนต์ศิริ ฉายเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2529 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยมเช่นกัน

ในหนังเรื่อง นักเลง ของโคลีเซี่ยมกรุ๊ป ก็ยังได้ สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตแชมป์เปี้ยนโลก มาเล่นเป็นพระเอกให้ เรื่องนี้แสดงคู่กับ ภัสสร บุณยเกียรติ ออกฉายเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2532 ที่โรงหนังสยาม-เฉลิมกรุงและยังมีหนังที่เล่นประกบพระเอกนักบู๊ พันนา ฤทธิไกร ในเรื่อง คัมภีร์นักเลง ของรุ่งรักษ์ฟิล์ม ฉายเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2534 ที่โรงหนังศรีย่าน ซึ่งต่อมา พันนา ฤทธิไกร และทีมงานสตั้นแมน ก็แทบจะเป็นเจ้าเดียวที่ผูกขาดทั้งเล่นทั้งสร้างหนังแนวบู๊ออกสู่ตลาดสายอีสานเป็นส่วนใหญ่

นี่แหละครับ... ชื่อหนังนักเลงที่อยากให้คุณ ๆ ได้รู้จัก.....
................................



จาก: มนัส138
วันที่: 16/12/52 - 22:26 น.
IP Address: 115.67.173.xx
ความคิดเห็นที่ 61



ขออนุญาตแสดงความเห็นเพิ่มเติมครับ

เกี่ยวกับฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่างที่เป็นหนังเก่า โอกาสที่จะได้เห็นกลับมามีความเป็นไปได้น้อย ก็เพราะ

1. ฟิล์มหนังตัวอย่างที่ฉาย ภายหลังจากหนังเรื่อง ๆ นั้นเข้าฉายในโรงแล้ว ก็จะเปลี่ยนมือไปยังบรรดาหน่วยหนังกลางแปลง โดยการขายต่อ เนื่องจากหนังกลางแปลงส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีตัวอย่างหนังเพื่อฉายไว้ทดลองเครื่อง หรือเรียกผู้ชม และนอกจากนี้ทางโรงภาพยนตร์เองก็ถอดฟิล์มตัวอย่างแล้วก็ทิ้งไว้ที่ห้องฉายในโรงนั้นแหละครับ ที่สำคัญมักจะถูกเก็บเงียบไว้ กว่าจะรู้อีกทีก็ต้องรอจนโรงหนังเลิกกิจการ จนกระทั่งมีการทุบทิ้งไปแล้ว หรือบางทีก็ปะปนไปกับกองขยะ เพราะฉะนั้นฟิล์มหนังตัวอย่างบางส่วนเลยเสียหายไปก่อนหน้า ยิ่งถ้าเป็นฟิล์มธรรมดา โอกาสที่เสียหายมีมากกว่าฟิล์มรุ่นใหม่ที่เป็นพลาสติก “โพลีเอสเตอร์”

2. ฟิล์มหนังตัวอย่างที่ผ่านมือไปยังหนังกลางแปลง หรือหนังขายยา ก็อาจจะขายต่อไปเรื่อย ๆ กระทั่งเมื่อหมดเวลาการใช้งานแล้ว ส่วนใหญ่ “เผาทิ้ง” ครับ และก็มีอีกกรณีหนึ่งก็คือ “อยู่กับเจ้าของหน่วย” นั่นแหละ กว่าจะรู้ในภายหลัง ฟิล์มก็เสียหายไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ผมถึงให้ความสนใจฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่างมากกว่าฟิล์มหนังที่เป็นเรื่อง เพราะฟิล์มหนังเรื่องราคาแพง และคนทั่วไปไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของ ไม่เหมือนฟิล์มหนังตัวอย่างที่ยังพอหามาสะสมได้ ที่สำคัญฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่างดังกล่าวนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่ยังถือเป็นบันทึกหลักฐานการฉายภาพยนตร์ในบ้านเราอีกด้วย โดยผมให้ความสนใจที่จะติดตามและสะสมฟิล์มภาพยนตร์ตัวอย่าง ทั้งที่เป็นภาพยนตร์ไทย และภาพยนตร์ต่างประเทศ (ทั้งหนังฮอลลีวู้ด และหนังฮ่องกง) ซึ่งปัจจุบันนี้มีกว่าร้อยเรื่อง รวมทั้งฟิล์มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฉายภาพยนตร์ตัวอย่าง เช่นฟิล์มภาพยนตร์โฆษณา, ฟิล์มภาพยนตร์ประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี แม้แต่ฟิล์มภาพยนตร์สำหรับฉายในงานศาลเจ้า ที่มีชื่อว่า “โป๊ยเซียน” ทั้งที่เป็นชุดที่ถ่ายทำในศาลเจ้าแถวกรุงเทพ ฯ หรือที่สร้างโดย บุญเลิศ ส. โปรดักชั่น ซึ่งยังมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของฟิล์มหนังตัวอย่างที่มีความสำคัญครับ

* ฟิล์มประกอบเพลงสรรเสริญพระบารมี ดังภาพประกอบ

* ฟิล์มตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “แก้วหน้าม้า”

* ฟิล์มตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “เทวดาท่าจะบ๊องส์ ภาคพิสดาร 3” หนังเรื่องสุดท้ายที่ “นิเชา” แสดง ก่อนที่จะเสียชีวิต ให้เสียงพากย์โดย ทีมพากย์อินทรี

* ฟิล์มตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “TITANIC ไททานิค” ตำนานรักอมตะที่สร้างกระแสในช่วงปลายปี พ.ศ. 2540 ปัจจุบันฟิล์มตัวอย่างชุดนี้มีอายุ 12 ปี สียังสวยสด แต่มีเส้นฝนเพราะได้มาจากบริการหนังกลางแปลงที่ จ. พิจิตร

* ฟิล์มภาพยนตร์โฆษณากางเกงยีนส์ HARA ที่หาชมได้ยาก

* ฟิล์มภาพยนตร์โฆษณาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด ซึ่งตัวโฆษณาเป็นฉบับเดียวกันกับที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ โดยบันทึกเสียงเป็นภาษากัมพูชา

จาก: อนุกูล
วันที่: 16/12/52 - 22:48 น.
IP Address: 203.172.107.xx
ความคิดเห็นที่ 62



น่าเสียดายที่ฟิล์มภาพยนตร์เหล่านี้ไม่มีโอกาสได้ทำ เพราะติดปัญหาเรื่องผู้ที่จะดำเนินการทำให้ แม้ว้าจะเป็นการทำเพื่อดูกันเล่น ๆ ก็ตาม ส่วนฟิล์มภาพยนตร์ดังกล่าวได้ส่งคืนไปพร้อมกับฟิล์มภาพยนตร์ 16 มม. เรื่อง “สันกำแพง” ในคราวนั้นครับ ที่สำคัญ คงหมดโอกาสที่จะเอาฟิล์มภาพยนตร์ดังกล่าวออกมาเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว

จาก: อนุกูล
วันที่: 16/12/52 - 22:53 น.
IP Address: 203.172.107.xx
ความคิดเห็นที่ 63
สวัสดีครับ คุณมนัสฯ
ผมขออนุญาตและขอรบกวนเข้ามาทักทายตรงนี้ หวังว่าคงจะได้อ่านเอกสารของผมแล้วนะครับ เมื่ออ่านจบแล้วผมขอคำแนะนำติชมด้วยนะครับ

จาก: นายสมบุญ เถกิงนาม ประธานชมรมคนรักหนังเก่า
วันที่: 17/12/52 - 15:08 น.
IP Address: 118.174.30.xx
ความคิดเห็นที่ 64
ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ

จาก: นายสมบุญ
วันที่: 17/12/52 - 15:16 น.
IP Address: 118.174.30.xx
ความคิดเห็นที่ 65



สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้าอ่านครับ..

ตอบคุณสมบุญ...ยินดีครับที่เข้ามาทักทาย พูดคุยกัน..แต่ว่าเอกสารที่คุณ
สมบุญพูดถึงนั้น..ผมคิดว่า ยังไม่ได้อ่าน..ได้อ่านแค่ฉบับเดียว ตอนที่คุณสมบุญ
ตอบแฟ๊กซ์ที่น้องๆ เขาส่งไปหา รุ่งขึ้นเขาก็เอาจดหมายที่เขียนว่า เจอ
ผมที่เทเวศร์แค่นั้นเองครับ..แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่เห็นเอกสารอีกเลย...
จึงไม่สามารถให้คำติชมได้ครับผม...

ตอบคุณอนุกูล..เห็นหายเงียบไปตั้งแต่เอาข่าวเรื่อง ดรรชนีนาง มาฝาก
หนังตัวอย่างก็มีความสำคัญอย่างที่คุณอนุกูลว่าครับ..ตอนผมฉายหนัง
กลางแปลง ก็ยังอยากมีหนังตัวอย่างฉายเลย มันรู้สึกเท่ๆเหมือนฉาย
หนังโรงอะไรทำนองนั้น..หนังบางเรื่องถ้าไม่มีดู เราได้ดูแค่ตัวอย่างก็ถือ
ว่าดีแล้วครับ ดีกว่าไม่มีอะไรเหลือเลย.. แต่ฟิล์ม 35 ม.ม.กับเครื่องฉาย
ก็มีมักจะมีปัญหา..ถ้าเป็นไปได้ ผมเองก็อยากเก็บภาพจากหนังเหล่านี้
ไว้เป็นประวัติศาสตร์ทั้งหมดแหละครับ..แต่ทำไงได้ บางทีคนที่รักที่ชอบ
หนังอย่างเรา บางครั้งก็คุยกับคนที่เขาเหมือนจะมีหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่รู้
เรื่องเหมือนกัน.. บางคนก็ไม่รู้ค่าของหนัง..แต่ก็ดันไปมีหน้าที่ตรงนั้นอีก
ไอ้ที่ควรจะช่วยได้ มันก็ยากที่จะขอให้ช่วยเพราะดูใจ..แล้ว มันคงจะพูดกัน
ไม่รู้เรื่อง...ยิ่งเห็นชื่อ ส้มตำ ในฟิล์มที่คุณอนุกูลสแกนมาให้ดูแล้ว ยิ่งช้ำ
ใจครับ ที่ช่วยหนังเหล่านี้ไม่ทัน...ขาดเงินนะไม่เท่าไรหรอกครับ..ยังพอ
ถูไถกระเบียดกะเสียนค่อยๆ ทำไป แต่ขาด..ใจ...นี่ซิครับ..ทำให้ขาดไปซะ
ทุกสิ่งทุกอย่างเลยครับ...

ภาพข้างบนฝากให้คุณสมบูญดูครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 22:39 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 66



คืนนี้ เอาเรื่องย่อหนังมิตร ชัยบัญชา มาฝากครับ..
เป็นหนัง 16 ม.ม.เรื่อง วิมานไฟ
กำกับโดย ครูเนรมิต
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2512 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง
จากนั้นก็มีการนำกลับมาสร้างอีกครั้งในรุ่นหนัง 35 ม.ม.
โดยมีสรพงศ์ ชาตรี รับบท ภุมเรศ ภมรชัย..พระเอกของเรื่อง..
กำกับโดย วินิจ ภักดีวิจิตร
ออกฉายเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2522
ที่โรงหนังโคลีเซียม วอชิงตัน ออสการ์ อินทรา.......

รุ่นมิตร ชัยบัญชา...จนบัดนี้ ก็ยังไม่มีใครเจอฟิล์มอีกเลย
ส่วนรุ่น สรพงศ์ นั้น ทีแรกเคยทำเป็นเทปวีดีโอ ต่อมามีการทำเป็นวีซีดี
ของเลบโส้ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 22:46 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 67



เริ่มแล้วครับ..วิมานไฟ.. หน้าที่ 1..
ถ้าลองอ่านและลองไปหยิบวีซีดีรุ่นที่สรพงศ์ แสดงมาดูแล้ว จะเห็นว่า
เริ่มเรื่อง ก็เหมือนกันเลย...นั่งรถไฟพกความแค้น...ไปเชียงใหม่...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 22:50 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 68



ตามด้วย วิมานไฟ หน้าที่ 2 ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 22:51 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 69



วิมานไฟ หน้าที่ 3 ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 22:53 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 70



ต่อหน้าที่ 4 เลยครับ...วิมานไฟ..
3 นางเอกรุ่นมิตร ก็คือ เพชรา เชาวราษฎร์-เมตตา รุ่งรัตน์-ศศิธร เพชรรุ่ง
3 นางเอกรุ่นสรพงศ์ ก็คือ อรัญญา นามวงศ์-เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์-พรพรรณ เกษมมัสสุ

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 22:56 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 71



วิมานไฟ หน้าที่ 5..
เพราะเป็นหนัง 16 ซึ่งฟิล์มก๊อบปี้ไม่ค่อยจะมีนัก..ทำให้หนัง 16 หลายๆ
เรื่อง พวกเราไม่มีโอกาสได้ดูกัน..อย่างรุ่นมิตรนี้ ผมเองก็ไม่ได้ดู..มาได้ดู
เอาตอนรุ่นสรพงศ์เพราะตอนนั้นผมเองก็กำลังฉายหนังกลางแปลง..แล้ว
ก็ได้เรื่อง วิมานไฟ มาฉาย..ดูแล้วก็ชอบ..และชอบเพลงที่เนาวรัตน์ลิปซิงค์
ในเรื่องคือเพลง ไฟรัก.. แต่ถ้าเป็นรุ่นมิตรแล้ว ในใบปิดไม่บอกว่ามีเพลง
หรือไม่...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 23:01 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 72



วิมานไฟ หน้าที่ 6..

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 23:03 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 73



วิมานไฟ หน้าที่ 7...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 23:04 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 74



วิมานไฟ หน้าที่ 8...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 23:05 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 75



แล้วก็มาถึงหน้าสุดท้ายแล้วครับ...วิมานไฟ รุ่นมิตร ชัยบัญชา..
ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้ ก็จะพบว่า เรื่องย่อหนังนั้น เขาย่อจนจบบริบูรณ์
เปิดเผยจุดสำคัญของเรื่องจนหมด..แต่คนดู ก็ยังไปดูหนังตามปกติ..
บางครั้งก่อนฉาย ก็ยังมีการนำไปทำเป็นละครวิทยุออกอากาศจนจบเรื่อง
หนังถึงมาเข้าโปรแกรมฉายกัน..

หนังจบแล้ว ขอความสุขสดชื่น จงเป็นของทุกท่าน สวัสดีครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 17/12/52 - 23:10 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 76

ขอบคุณคุณมนัส ครับ สำหรับภาพใบปิดหนังต่างประเทศอมตะ
อภินิหารขนแกะทองคำ และ จอมโจรแฟนโธมัส
รวมทั้งภาพและเรื่องราวของหนังไทยในอดีตเรื่อง วิมานไฟ
เหมือนได้หวนกลับไปในวัยเด็กอีกครั้งหนึ่ง

เรื่อง วิมานไฟ ผมได้ดูทางทีวี หลังจากมิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตไปแล้ว..หรือไม่ ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ
สนุกมากครับ ยังพอจำได้ หนังเดินเรื่องเร็ว ตัดต่อได้เร็ว (เหมือนเรื่อง สวรรค์เบี่ยง)
ประทับใจเสียงของคุณชูใจ(ช่อง 7)พากย์เสียงเพชราตอนเมาและทะเลาะกับมิตร และถูกมิตรแบกขึ้นบ่าไป ได้สะใจมาก
รู้สึกหนังฝีมือกำกับของครูเนรมิต จะเดินเรื่องเร็ว ตัดต่อเร็ว ดีมากครับ
สนุกกว่าหนัง 35 มม.ในยุคต่อมาอีกหลายเรื่องทีเดียว
คงขึ้นอยู่กับผู้กำกับ,คนตัดต่อและคนทำบท ใช่ไหมครับ
ตอนจบของเวอร์ชั่นมิตร กับ เวอร์ชั่นสรพงษ์ จะต่างกันนิดหน่อย
คือมิตร จะวิ่งหนีเพชรา เข้าไปวัด แล้วเปิดเพลง "พระรัตนตรัย" (เสียงร้องของ สุเทพ วงศ์กำแหง)
ที่ขึ้นต้นว่า " องค์ใดพระสัมพุทธะวิสุทธิ์ผุดผ่องใส ตัดมวลกิเลสไกล หลีกละในสิ่งรื่นรมย์.." แล้วก็จบ
ไม่แน่ใจว่าฟิล์มหมดแค่นั้นหรือยังมีต่อ แต่รู้สึกว่าฟิล์มจะมีฝนตกเยอะและไม่สมบูรณ์ครบถ้วน

ส่วนเวอร์ชั่นสรพงษ์ หลายท่านที่ได้ชมแล้วคงจะจำได้
สรพงษ์ จะอยู่ในโบสถ์ที่วัด พนมมือต่อหน้าพระพุทธรูป
แล้วก็พูดสำนึกผิด ต่างๆนาๆ แล้วก็มาลาเนาวรัตน์ จากกันแบบอาลัยอาวรณ์ทั้งคู่ จึงจะจบ

จาก: อ๊อด
วันที่: 18/12/52 - 10:10 น.
IP Address: 202.176.90.xx
ความคิดเห็นที่ 77
เรียน คุณมนัส
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ ผมขอเรียนให้ทราบว่าหลังจากส่งแฟกซ์ไปบางส่วนแล้วผมเห็นว่าเอกสารที่ผมจะส่งมันมีมากก็เลยเปลี่ยนใจมาส่งทางไปรษณีย์เป็นปึกใหญ่พอสมควรแล้วผมเขียน จดหมายปะหน้าไปว่า ปล. - เมื่ออ่านจบแล้วขอความกรุณาส่งต่อให้พี่โดม , และคุณมนัส ได้อ่านต่อด้วยครับ และผมได้โทรศัพท์พูดคุยกับ คุณ อรวรรณ จีเลาะ แล้ว ได้รับทราบว่าได้ส่งให้คุณ มนัส แล้วครับ....ขอบคุณอีกครั้งครับ ผมชอบคำพูดของคุณมนัส ในความคิดเห็นที่ 65 วลีทีว่า " บางทีคนที่รักที่ชอบหนังอย่างเรา.... ฯลฯ " ครับ...อยากจะเสริมต่อว่า ...ถูกต้องนะคราบบบบบ ผมได้อ่านประกาศของหอฯ ที่รับสมัครบุคลากรแล้ว อยากไปสมัครด้วยคน ..แต่ขาดคุณสมบัติตรงที่ ...ต้องมีเวลาทำงานให้หอฯเต็มเวลา ....ดังนั้นผมคงจะต้องรอเกษียณอายุจากงานประจำเสียก่อนจึงจะไปสมัครได้ครับ...ขออนุญาตพูดคุยเท่านี้ก่อนนะครับขอบคุณครับ

จาก: สมบุญ
วันที่: 18/12/52 - 10:20 น.
IP Address: 118.174.44.xx
ความคิดเห็นที่ 78
สวัสดีค่ะ คุณมนัส
รบกวนลงเรื่องย่อหนังต่อไปนี้ค่ะ
1. ลูกของแม่ มิตร-เพชรา
2. แก้วกาหลง มิตร-เพชรา
3. เทพธิดาบ้านไร่ มิตร-เพชรา
4. รอยพราน มิตร-เพชรา
5. ตุ๊ดตู่ มิตร-โสภา
ไม่รู้ว่าทั้ง 5 เรื่องนี้เคยลงไว้แล้วหรือยัง
ขอบคุณค่ะ


จาก: ตัวเล็ก
วันที่: 18/12/52 - 16:24 น.
IP Address: 203.159.12.xx
ความคิดเห็นที่ 79



สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ...

พี่อ๊อด..โชคดีกว่าผมที่อยู่กรุงเทพฯ ก็เลยมีโอกาสได้ดูหนัง 16 ม.ม.ที่
ฉายผ่านทางโทรทัศน์ในยุคนั้น ๆ เห็นพี่แต๋วก็เคยพูดให้ฟังอยู่เหมือนกัน
ว่าทีวีในกรุงเทพฯสมัยก่อน จะฉายหนัง 16 ครั้งแรกที่ได้ยินได้ฟังก็เลย
คิดว่า สถานีอาจเก็บฟิล์มไว้ แต่พอได้คุยกับผู้สร้างหรือผู้ที่เกียวข้องหลาย
คนจึงทราบว่า เป็นการเอาฟิล์มมาฉายออกทีวีเฉยๆ ไม่ได้มีการบันทึก
เทปไว้ เพิ่งระยะหลังๆ ที่เป็นหนัง 35 ม.ม.เท่านั้นที่มีการอัดเทปก่อน
แล้วตัดต่อไปฉายอีกทีหนึ่ง...
หนังเรื่อง วิมานไฟ.. เขาบอกว่า จากวิมานรักที่คิดจะครองคู่ แต่ไฟแห่ง
แค้น ก็ทำให้ วิมานนั้นลุกเป็นไฟ จึงเป็น วิมานไฟ บทสรุปจึงอยู่ที่ว่า
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์....แต่สำหรับพี่อ๊อด คงไม่ทุกข์หรอกมั้งครับ เห็น
สวีทหวานแหววจะตายไป....

ขอบคุณ คุณสมบุญที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ ว่าง ๆ ก็เข้ามาคุยกันอีกนะ
ครับ..

ส่วนคุณตัวเล็ก (ใจใหญ่) ที่ขอเรื่องย่อหนังมิตรมา 5 เรื่องนั้น เดี๋ยวจะ
ทยอยลงให้อ่านนะครับ..

แต่สำหรับวันนี้ เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนถึงวันอาทิตย์ที่พี่พักรบจะพากัน
ยกขบวนไปบ้านพี่แดน กฤษดา.. บังเอิญนึกขึ้นได้ว่า ผมเขียนบทความ
หนังของพี่แดน กฤษดา ไว้ตั้งแต่ปี 2546 ในหนังสือฟิล์มแอนด์สตาร์ส
ก็เลยเอากลับมาให้อ่านก่อน ก่อนที่จะไปเจอะเจอตัวจริง เสียงจริง และ
รับฟังประสบการณ์ชีวิตและหนังมิตร ชัยบัญชา จากปากพี่แดนกัน..
อ้อ...วันนี้ โทรสอบถามเส้นทางเรียบร้อยแล้วครับพี่พักรบ..พี่แดนยังถาม
ยืนยันว่า ทั้งหมด 4 คนใช่ไหมครับ (ทีแรกแจ้งว่าไป 4 คน) ผมก็เลย
บอกว่า มีแฟนหนังตามไปหลายคนครับ..น่าจะประมาณ 7-8 คน หลาย
คนบอกว่า เมื่องานมิตร ฟังยังไม่จุใจ ขอตามไปฟังอีก ท่านก็บอกว่า
ไม่เป็นไร...เอ้า อ่านบทความปิดท้ายคืนนี้นะครับ....

แก้วขนเหล็ก… ผีดิบคืนชีพ โดย มนัส กิ่งจันทร์

สมัยก่อนคนนิยมนำโป่งข่าม (แร่เขี้ยวหนุมาน) มาทำเป็นหัวแหวน โดยเชื่อกันว่า ถ้าผ่านพิธีปลุกเสกในวันเพ็ญเดือนหกแล้ว จะทำให้ผู้สวมแหวนนั้นมีพลังลมปราณแกร่งกล้า คลาดแคล้วจากภัยพิบัติ ภูตผีปีศาจต่าง ๆ และเรียกแหวนโป่งข่ามนี้ว่า แก้วขนเหล็ก

ตรี อภิรุม นำความเชื่อดังกล่าวมาเขียนเป็นนิยายใน นิตยสารบางกอก และโดยที่มีเนื้อหาแปลกจากนิยายผีเรื่องอื่น ๆ ในยุคนั้น ซึ่งแม้จะคล้ายกับเรื่องผีดิบแดร็กคูล่าของต่างประเทศ แต่ ตรี อภิรุม ก็นำความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณแบบไทย ๆ ผสมผสานเข้าไปได้อย่างกลมกลืน จึงเป็นที่นิยมอ่านของคนทั่วไป

แก้วขนเหล็ก เป็นเรื่องราวของเมฆินทร์ทายาทเจ้าของปราสาทพยัพเมฆที่ตายไปนานแล้ว แต่ศพถูกเก็บอยู่ในโลงแก้วฝังซ่อนไว้ในปราสาทพยัพเมฆและด้วยอำนาจของคัมภีร์วัฒนะ ที่ นฤดม ผู้รับมรดกปราสาทพยับเมฆคนใหม่ได้มาจากลามะแห่งธิเบต ซึ่งเชื่อกันว่า ถ้าท่องเป็นประจำก็จะนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ตน แต่ห้ามท่องคัมภีร์นี้ในคืนวันเพ็ญเพราะจะทำให้สรรพสิ่งที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ด้วยความอยากรู้อยากลอง นฤดมจึงท่องคัมภีร์วัฒนะในคืนวันเพ็ญ ศพเมฆินทร์ก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นผีดิบดูดเลือดนฤดม จากนั้นนฤดมก็ตกเป็นทาสรับใช้คอยหาเหยื่อสาวๆ มาให้เมฆินทร์ดูดเลือด แต่เมื่อเมฆินทร์รู้ว่าวิทวัสคือไอ้เที่ยงและรมณีย์หญิงคนรักของวิทวัสก็คือบุญปลื้มศัตรูเก่าที่กลับชาติมาเกิดใหม่ เมฆินทร์จึงต้องการฆ่าวิทวัสเพื่อแก้แค้นและช่วงชิงรมณีย์หรือบุญปลื้มที่เมฆินทร์หลงรักกลับมาเป็นของตน แต่วิทวัสก็ใช้แหวนแก้วขนเหล็กกำจัดเมฆินทร์จนสิ้นฤทธิ์

แม้ผีดิบเมฆินทร์จะตายไปอีกครั้ง แต่กระแสความนิยมยังมีอยู่ ทำให้ตรี อภิรุมต้องเขียนนิยายแก้วขนเหล็กต่อเป็นภาค 2 ในชื่อว่าจอมเมฆินทร์ ซึ่งก็วางเรื่องให้ผีดิบเมฆินทร์ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในคราบ ด็อกเตอร์โสฬสแห่งตึกแดง แต่คราวนี้ได้เพิ่มอิทธิฤทธิ์ให้จอมเมฆินทร์มากกว่าเก่าและหนทางที่จะปราบจอมเมฆินทร์ก็ยุ่งยากมากขึ้นเพราะต้องตามหาหญิงสาวโล้นพรหมจารีพร้อมกับดาบสีปีกแมลงทับที่อยู่ในถ้ำลำธารดอกมะลิผ่าน ซึ่งกว่าจะหาพบและกำจัดจอมเมฆินทร์ลงได้ ก็เล่นเอาคนอ่านติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองและเป็นธรรมดาของนิยายดังๆในยุคนั้นที่จะต้องถูกจับตามองจากบรรดาผู้สร้างหนังไทย

แดน กฤษดา ซึ่งเคยเป็นนักเขียนนิยาย เขียนบทหนังแล้วจึงก้าวมาเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังและผู้กำกับหนังที่มีผลงานมาแล้วเช่นเรื่อง อวสานอินทรีแดง (2506: มิตร-เพชรา) ปีศาจดำ (2509: มิตร-เพชรา) จอมคน (2512: มิตร-เพชรา) ก็ตัดสินใจนำ แก้วขนเหล็ก มาสร้างเป็นหนัง แต่ครั้งนี้ แดน กฤษดา มิได้ใช้ชื่อดุสิตภาพยนตร์เหมือนเดิม หากแต่เปลี่ยนเป็น สิทธิกรภาพยนตร์และมอบให้ จิตติน (ชรินทร์ ดิษยนิยม) เป็นผู้กำกับการแสดงแทน

แม้ว่าแก้วขนเหล็กจะสร้างในช่วงที่ผู้สร้างหนังไทยหลายคนเริ่มหันไปสร้างหนัง 35 ม.ม.เสียงในฟิล์มกันแล้ว แต่แดน กฤษดา ก็ยังคงสร้างแก้วขนเหล็กเป็นหนัง 16 ม.ม. พากย์สด ๆ เช่นเดิมเพราะลงทุนน้อยกว่าหลายเท่า โดยใช้วิธีนำดาราดัง ๆ อย่าง เพชรา เชาวราษฎร์ ครรชิต ขวัญประชา สอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์ มาเป็นแม่เหล็กเรียกคนแทน
บทผีดิบเมฆินทร์ถือว่าเป็นบทเด่นที่สุดของแก้วขนเหล็ก แดน กฤษดา ก็มอบให้ สอาด เปี่ยมพงษ์ศานต์ ดาวร้ายจากเรื่อง โทน (2513:ไชยา-อรัญญา) เป็นผู้แสดง ซึ่งก็แสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง แววตาได้ดี ส่วนพระเอกก็คือ ครรชิต ขวัญประชา ซึ่งขณะนั้นกำลังรุ่งขึ้นมาเพราะมีหนังแสดงหลายเรื่องและบางเรื่องก็เป็นการแสดงแทนพระเอก มิตร ชัยบัญชาที่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ครรชิต ขวัญประชารับบทเป็นวิทวัสในชาติปัจจุบันและเป็นไอ้เที่ยงศัตรูเก่าของเมฆินทร์ในชาติก่อนและเป็นผู้ที่ได้แหวนแก้วขนเหล็กมาใช้ปราบเมฆินทร์เพื่อช่วยรมณีย์หรือบุญปลื้มในชาติที่แล้ว สาวคนรักที่แสดงโดยเพชรา เชาวราษฎร์ให้พ้นจากผีดิบเมฆินทร์

การสร้างแก้วขนเหล็กของแดน กฤษดา เป็นไปอย่างเงียบๆ แทบไม่มีการออกข่าวโฆษณาเหมือนกับหนังไทยเรื่องอื่น ๆ เพราะก่อนหน้านี้หนังของ แดน กฤษดา ไม่ประสบความสำเร็จในด้านรายได้จึงต้องประหยัดงบลงทุน แต่เมื่อสร้างเสร็จแดน กฤษดา ก็ใช้ความพยายามเจรจากับเจ้าของโรงหนังเพื่อจะขอนำออกฉายในเทศกาลปีใหม่เหมือนกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่มักจะแย่งโปรแกรมเข้าฉายให้ตรงกับเทศกาลวันสำคัญเพื่อหวังโกยเงินจากคนดู แล้วในที่สุดแก้วขนเหล็กก็ได้ออกฉายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ใน วันที่ 29 ธันวาคม 2514 ที่โรงภาพยนตร์เอ็มไพร์ ในขณะที่โรงภาพยนตร์อื่น ๆ ฉายแต่หนัง 35 ม.ม. เสียงในฟิล์มเช่น โรงเฉลิมไทยฉายเรื่อง ดวง (ไพโรจน์-วนิดา) โรงเพชรรามาฉายเรื่อง ค่าของคน (ไชยา-พิศมัย) โรงเฉลิมเขตร์ฉายเรื่อง มันมากับความมืด (สรพงษ์-นัยนา) และโรงคาเธ่ย์ฉายเรื่อง ไม่มีวันที่เราจะพรากจากกัน (สมบัติ-อรัญญา) เป็นต้น แต่โชคก็เข้าข้างแดน กฤษดาเพราะจากหนัง 16 ม.ม.เล็กๆ นอกสายตา แก้วขนเหล็กกลายเป็นหนังม้ามืดมาแรงที่ถูกใจดูในยุคนั้นมากอย่างคาดไม่ถึง เรียกว่าทำรายได้ชนะทั้งหนังไทยหนังเทศโดยเป็นอันดับสองรองจากเรื่อง ดวง ของเปี๊ยก โปสเตอร์ แต่ถ้าคิดเทียบต้นทุนการสร้างที่น้อยกว่าแล้วก็น่าจะถือว่าแก้วขนเหล็กอยู่ในอันดับที่ 1 ได้

ความชื่นชอบของคุณดูในยุคนั้นจึงเป็นเรื่องเล่าต่อกันมา ทำให้ชื่อแก้วขนเหล็กเป็นที่รู้จักเหมือนกับตำนานผีแม่นาคพระโขนงที่แสดงโดยปรียา รุ่งเรือง สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ซึ่งคนไทยไม่เคยลืมและเมื่อมีการนำหนังผีเก่าๆ กลับมาสร้างใหม่อีก คนก็มักจะคิดถึงต้นฉบับหนังเก่าและถูกนำมาเปรียบเทียบเสมอ แก้วขนเหล็กก็เช่นกัน เมื่อมีคนคิดถึงกันมาก ๆ ก็มีการถามหาฟิล์มหนังว่า จะยังมีอยู่หรือไม่ แต่แก้วขนเหล็ก ถ่ายด้วยฟิล์ม 16 ม.ม.จึงไม่มีฟิล์มเนกาตีฟให้นำกลับมาก๊อบปี้ฉายใหม่ได้อีก เรื่องก็ค่อย ๆ เงียบหายไป แต่พอมาถึงวันนี้ วันที่มีข่าวว่า มีการนำแก้วขนเหล็กกลับสร้างใหม่อีก ก็เริ่มมีการถามถึงแก้วขนเหล็กต้นฉบับเก่าและที่ต้องรับศึกหนักก็เห็นจะเป็นโครงการคิดถึงหนังไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตวีซีดีหนังไทยเก่าๆ ที่หาดูยากออกจำหน่าย ที่ต้องรับหน้าที่ไปติดตามค้นหาฟิล์มต้นฉบับแก้วขนเหล็ก แต่เมื่อติดต่อไปยังแดน กฤษดา ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีฟิล์มหนังแล้ว ก็เลยออกสืบหาไปยังหน่วยฉายหนังกลางแปลงตามต่างจังหวัดหลายแห่งจนทราบว่า มีคนเก็บฟิล์มหนังแก้วขนเหล็กที่เหลือจากการฉายไว้ 1 ชุด เมื่อส่งคนไปดูก็พบว่าเป็นกระเป๋าใส่ฟิล์มหนัง ข้างกระเป๋าเขียนชื่อว่าแก้วขนเหล็ก แต่เมื่อนำฟิล์มหนังออกมาตรวจเช็คดูก็พบว่า เป็นฟิล์มหนังเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องแก้วขนเหล็กที่ต้องการ ก็เลยหมดหวังที่จะได้ดูแก้วขนเหล็กฉบับเก่าอีก

ความโด่งดังของตำนานแก้วขนเหล็กไม่หยุดอยู่แค่นั้นเพราะในปี 2516 พระพิราพภาพยนตร์โดยเสนอ คราประยูร ก็ตัดสินใจนำเรื่องจอมเมฆินทร์ซึ่งเป็นภาคต่อของแก้วขนเหล็กมาสร้างเป็นหนังในระบบ 35 ม.ม.เสียงในฟิล์ม มอบบทผีดิบจอมเมฆินทร์ให้กับสมบัติ เมทะนี และบทสุชาดาหญิงโล้นพรหมจารีผู้ที่จะมาปราบจอมเมฆินทร์ให้กับเมตตา รุ่งรัตน์ พร้อมดาราแสดงอีกคับคั่งเช่น สันติ คราประยูร ลักษมี เพ็ญแสงเดือน ดวงใจ หทัยกาญจน์ ดามพ์ ดัสกรเป็นต้น แล้วนำออกฉายเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2516 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่น่าเสียดายที่ถึงวันนี้ จอมเมฆินทร์เหลือแต่เพียงชื่อให้คนรักหนังได้จดจำเท่านั้นเพราะหลังจากออกจากโรงภาพยนตร์แล้ว หนังเรื่องนี้ก็เงียบหายไป ไม่เคยมีการนำออกมาฉายอีกเลยโดยไม่ทราบสาเหตุ

แต่ชื่อแก้วขนเหล็กกับจอมเมฆินทร์ก็ยังคงหอมหวานสำหรับผู้สร้างหนังไทยอยู่เสมออีก 10 ปีต่อมา ปิยะลาภโปรโมชั่น โดยทศพร ดนุพลชัย ก็นำแก้วขนเหล็กกลับมาสร้างใหม่อีกครั้ง โดยมีจิตตินซึ่งเป็นผู้กำกับในยุคครรชิต-เพชรา มาทำหน้าที่เขียนบทหนังและสุริยน ดวงทองดีซึ่งเคยกำกับ แม่นาคพระโขนง แม่นาคอาละวาด (2516) รุ่นที่แสดงโดยนางเอกก้านยาวสุภัค ลิขิตกุลมาเป็นผู้กำกับการแสดงแทน

แก้วขนเหล็กของสุริยน ดวงทองดี ยังคงเดินเรื่องเหมือนเมื่อสร้างครั้งแรกและได้พลิกบทบาทดาวร้ายของฤทธิ์ ลือชา ให้มาแสดงเป็นผีดิบเมฆินทร์ ส่วนพระเอก-นางเอกของเรื่องก็แสดงโดยทูน หิรัญทรัพย์ อภิรดี ภวภูตานนท์ นำออกฉายเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2526 ที่โรงภาพยนตร์ปารีสและควีนส์ ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้เท่าไรนัก แต่ปิยะลาภโปรโมชั่น ก็ยังสร้างจอมเมฆินทร์ต่ออีกโดยยังให้ฤทธิ์ ลือชา รับบทเป็นผีดิบเมฆินทร์เช่นเดิม ส่วนดาราแสดงอื่น ๆ ก็ล้วนแต่เป็นนักแสดงหน้าใหม่ ๆ เช่น ชูชัย ชัชดา นฤมล ผลประเสริฐและกำกับการแสดงโดยนฤชา นำออกฉายเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2528 ที่โรงภาพยนตร์ปารีส ก็ยังไม่โดนใจคนดูอีก แต่หนังทั้งสองเรื่องก็ยังย้อนกลับมาฉายให้ดูอีกโดยครั้งสุดท้ายแก้วขนเหล็กกลับมาฉายเมื่อเดือนธันวาคม 2539 ในรายการมรดกภาพยนตร์ไทยทางช่อง 11 ส่วนจอมเมฆินทร์ก็ฉายทางไอบีซี เคเบิ้ลทีวี อีกหลายครั้งแล้วจึงไปทำเป็นวีซีดี นอกจากนี้ ยังมีหนังผีดิบคล้ายๆ กันอีกคือ แดร็กคูล่าต๊อก (2522) และหักเหลี่ยมแดร็กคูล่า (2529) แต่เนื้อเรื่องจะไม่เหมือนกับแก้วขนเหล็กหรือจอมเมฆินทร์ของตรี อภิรุม โดยจะเน้นไปในแนวตลก สนุกสนานมากกว่า ซึ่งผู้มารับผีดิบแดร็กคูล่าออกดูดเลือดสาวๆ ก็คือ ล้อต๊อก ศิลปินแห่งชาติที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง

ล่าสุด เราก็จะได้ดูแก้วขนเหล็กกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นการนำกลับมาสร้างใหม่โดยสยามฟิล์ม ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะโดนใจคนดูเหมือนแก้วขนเหล็กยุคครรชิต-เพชราหรือไม่
.....................................
หมายเหตุ บทความเก่าเมื่อปี 2546



จาก: มนัส138
วันที่: 18/12/52 - 22:09 น.
IP Address: 115.67.168.xx
ความคิดเห็นที่ 80
คุณมนัสค่ะ เพิ่งอ่านข้อความที่คุณเขียนลงเมื่อกี้นี้เอง ดีจังเลยไม่รู้ว่าจำได้แม่นยำขนาดนั้น พระเอกนางเอกที่คุณขุดมาเล่าเคยผ่านสายตาพี่มาเสียส่วนมากแต่ก็ลืมไปเพิ่งจะนืกออกตอนเห็นภาพใบปิดหนังนี่แหละ เรื่องราวของหนังบางเรื่องพี่ก็ยังจำได้ แต่ก็ไม่เท่าคุณแน่ ขอแสดงคาราวะต่อผู้รู้และรักหนังไทยอย่างคุณมนัสด้วยใจจริง พี่พูดเรื่องกลอนที่จดมาได้ก็คือมีความประทับใจในตัวคุณหมอท่านนี้มากคะ ท่านมีอายุมากแล้วมีหลานตาหลายคนแล้ว ท่านเชี่ยวชาญทางรักษาโรคมะเร็ง มีความละเอียดละออ ในการวินิจฉัยโรคมาก มีหลายครั้งที่คุณหมอท่านอื่นไม่พบว่าเป็นอะไรแต่ท่านให้ยาถูกหายโรค งานอดิเรกของท่านคือปลูกดอกกุหลาบ เคยได้รางวัลที่หนึ่งที่แคลิฟอเนีย ครอบครัวท่านยังอู่ยที่นั่น ที่ท่านมาประจำอยู่ที่เมืองไทยเพราะอยากจะรักษาคนไทย แปลกดีคะ จบแค่นี้ก่อนคะ แล้วจะมาเยี่ยมใหม่

จาก: ยวงพร
วันที่: 18/12/52 - 23:46 น.
IP Address: 110.49.117.xx
ความคิดเห็นที่ 81



สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ...

ขอบคุณ..พี่ยวงพรที่เข้ามาอ่าน..มารำลึกถึงอดีตของหนังไทยเก่า ๆ
ขอบคุณสำหรับคำชมและสิ่งดี ๆ ที่ทำให้รู้ว่าวันนี้ ผมไม่ได้เดินอยู่คนเดียว..

คืนนี้ ตามคำขอของคุณตัวเล็ก.. ทยอยมาลงให้อ่านครับ..
หนังบางเรื่อง ณ วันนี้ ก็ไม่มีฟิล์มเหลือให้ดูแล้ว ที่ค้นเจอก็เป็นเรื่องย่อที่
เคยลงพิมพ์ไว้ในหนังสือดาราเก่า ๆ เท่านั้น...
คืนนี้ ขอเสนอ..แก้วกาหลง...

แก้วกาหลง รุ่นแรก นำโดย มิตร-เพชรา-ปริยา กำกับโดย ครูรังสี ทัศนพยัคฆ์
เป็นหนัง 16 ม.ม.
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2510 ที่โรงหนังศาลาเฉลิมกรุง
เป็นโปรแกรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ส่วน แก้วกาหลง รุ่นสอง นำโดย สรพงศ์-อาภาพร-อำภา กำกับโดย เสนีย์ โกมารชุน
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2524 ที่โรงหนังสตาร์-เฉลิมกรุง
ควีนส์-ออสการ์-จันทิมา


จาก: มนัส138
วันที่: 19/12/52 - 21:00 น.
IP Address: 115.67.30.xx
ความคิดเห็นที่ 82



ถ้าอ่าน..แก้วกาหลง รุ่นมิตรจนจบ..และลองไปหยิบวีซีดีแก้วกาหลงรุ่น
สรพงศ์-อำภา มาดูจะรู้สึกว่า เดินเรื่องเหมือน ๆ กันเลยครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 19/12/52 - 21:03 น.
IP Address: 115.67.30.xx
ความคิดเห็นที่ 83



แก้วกาหลง..หน้าที่ 2 ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 19/12/52 - 21:06 น.
IP Address: 115.67.30.xx
ความคิดเห็นที่ 84



แก้วกาหลง..หน้าสุดท้ายแล้วครับ..
..............
คิดว่า คืนนี้เพื่อนหลายคนคงนอนไม่หลับ..ไม่ใช่กลัวผี แก้วกาหลงนะครับ
แต่เฉพาะเพื่อนๆ ที่นัดกันไว้ว่า พรุ่งนี้จะเดินทางไปแม่กลอง..ไปเยี่ยมบ้าน
พี่แดน กฤษดา..หลายคนคงเตรียมคำถาม เอาไว้ไปหาคำตอบจากพี่แดน..
ตอนที่พี่แดน มาเยี่ยมหอภาพยนตร์ฯ ครั้งที่สองนั้น คุณโดมนั่งฟังเรื่องที่
พี่แดนเล่าไป กินข้าวไปแล้ว ยังยุให้พี่แดนเขียนหนังสือเลย แต่เพราะพี่
แดนเขียนหนังสือมาชั่วชีวิตแล้ว จึงเกิดอาการเบื่อๆ อยากๆ ตามอารมณ์
คงไม่มีใครรู้ว่า แม้แต่ภริยาของพี่แดนเอง ก็ยังเป็นนักเขียนเหมือนกัน
ละครทีวีหลายเรื่อง ภริยาพี่แดนก็เป็นคนเขียนบทประพันธ์...

แต่สำหรับผมแล้ว เคยถามถึงธุรกิจหิ้วหนัง อวสานอินทรีแดง ว่า พิมพ์ฟิล์ม
ไว้กี่ก๊อบปี้ เดินสายเองหรือไม่..พี่แดนเคยเล่าให้ฟังแล้วนิดหน่อย..เล่าไป
ถึงโรงหนังศรีวิศาลที่เชียงใหม่..เล่าไปถึงเรตติ้งหนัง ว่าให้ดูจากจักรยาน
สองล้อที่จอด...คล้ายๆกับตอนที่คุยกับพี่ยวงพร ที่พี่บอกว่า ไปยืนรอคอย
จักรยานที่ไปดูหนัง.. แล้วบังเอิญมีแมวมองมาเห็นพี่ ก็เลยชวนพี่
ให้มาเล่นหนัง...แต่วันนั้น ผมก็เบรกพี่แดนไว้ก่อนเพราะเราสัญญากัน
ไว้ว่า จะพาเพื่อน ๆ ไปนั่งฟังพร้อม ๆ กัน...
ประสบการณ์ชีวิตที่ช่ำชองแบบนี้และโดยเฉพาะมีบางส่วนเกี่ยวพัน
กับสิ่งที่เพือน ๆ หลายคนรักและชอบด้วยแล้ว..คิดว่า คงนอนไม่หลับ..
เพราะตื่นเต้น นั่นเอง...
...................
คืนนี้จบแค่นี้ก่อนนะครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 19/12/52 - 21:20 น.
IP Address: 115.67.30.xx
ความคิดเห็นที่ 85



อย่าลืมกลับมาเล่าให้ฟังด้วยนะ

Greetings of the New Year. Wishing you all success in the next.
สวัสดีปีใหม่ขออวยพรให้ท่านจงประสบความสำเร็จในทุกๆสิ่งในปีใหม่นี้


จาก: จุฑามาศ
วันที่: 23/12/52 - 11:14 น.
IP Address: 124.120.36.xx
ความคิดเห็นที่ 86
Merry Christmas & Happy New Year ค่ะ
ขอบคุณสำหรับเรื่องแก้วกาหลงนะคะ...

จาก: ตัวเล็ก/พี่แต๋ว
วันที่: 24/12/52 - 20:48 น.
IP Address: 203.159.36.xx
ความคิดเห็นที่ 87



สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ..

เดิมที ครั้งแรกคิดว่า พอกลับจากการไปเยี่ยมบ้านพี่แดน กฤษดา ซึ่งอยู่แถว ๆ วัดบางขันแตก เมืองแม่กลอง
ก็จะเอาเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าสู่กันฟังบ้าง.. แต่ก็มีเหตุติดขัด..เพราะรู้สึกเหมือนคนไม่ค่อยสบาย.. จริง ๆ ก็รู้สึก
เหมือนร่างกายไม่ค่อยปกติตั้งแต่กลับจากสามชุกแล้ว..ยิ่งพอจิตใจห่อเหี่ยวเข้าไปอีก..กลับถึงบ้าน ก็เลยซุก
หัวนอนทันที.. เช้าพอค่อยยังชั่ว..ตกเย็นก็กลับไปเป็นเหมือนเก่าอีก...เป็นแบบนี้หลายวันติดต่อกัน..จึงไม่ได้
เข้ามาอ่าน มาเขียน.. เมื่อวานตั้งใจว่าจะเข้ามาเขียน.. แต่ก็มีเรื่องกากหนังเข้ามาให้คิด..แรก ๆ ก็ตื่นเต้นจน
ดูเหมือนร่างกายจะกะชุ่มกะชวยขึ้นมา แต่พอนั่งรถกลับบ้าน..ก็เริ่มคิดเริ่มวิตกถึงชีวิตกากหนังเหล่านั้นว่า ทำ
อย่างไรหนอ..มันถึงจะรอด มันถึงจะอยู่ มันถึงจะมีคนอื่น ๆ คิดจะช่วยเหมือนอย่างเราคิดบ้าง...คิด ๆ ไปก็เริ่ม
กลุ้ม..เริ่มเวียนหัว..ไม่รู้จะหาทางช่วยอย่างไร..เพราะดูเหมือนว่า คนที่รู้สึกดีใจอย่างเรานั้น ก็กลายเป็นผู้ที่
ไม่มีหน้าที่ ไม่มีอำนาจที่จะทำได้.. แถมยังมีข้ออ้างสารพัดที่จะปล่อยให้วันเวลาเข้ามาทำลายของที่ได้มาอีก...
คิดวนไปวนมาแบบนี้ ไข้ก็กลับมาเยือน ก็เลยซุกหัวแต่หัวค่ำอีกเหมือนเดิม.. วันนี้ ลองทำตัวปล่อยวางเหมือน
คนอื่น ๆ เขาบ้าง..ลองไม่คิด ลองไม่เครียด..ดูบ้าง..เผอิญต้องตัดสารคดีฉายวันเด็ก...ก็ตัดไปเรื่อย ๆ พอถึง
ช่วงที่ต้องใช้หนังซึ่งมีดาราเด็ก ๆ ในอดีตแสดง.. เรื่องเด็กแก่น เด็กเก ก็รู้สึกเฉย ๆ แต่พอเจอฉากเด็กเศร้า ๆ
อย่างเด็กชายโอปอ ในเรื่อง ฟ้าหลังฝน หรือว่า เจี๊ยบ กับ น้อยหน่า ในเรื่อง แฟนฉัน ..ดูแล้วมันก็เศร้า คิดถึงตัวเอง
เหมือนกัน.. อะไรหนอที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าซึมเหมือนคนเป็นไข้ หนังยังพอหาที่จบได้ โอปอก็ได้เจอกับพ่อที่
มารับกลับไปอยู่โดยเมียใหม่พ่อก็เข้าใจ..เจี๊ยบที่เคยตัดยางของน้อยหน่า จนต้องโกรธกัน ก็ยังได้กลับไปเจอ
น้อยหน่าในวันที่แต่งงานอีก.. แต่สิ่งที่ทำให้เราเศร้านั้น วันนี้..มันก็ยังเหมือนเดิม..

...ถ้ากากหนังมันพูดได้ มันคงจะบอกว่า..ไม่มีใครรักฉันจริง..


จาก: มนัส138
วันที่: 24/12/52 - 21:59 น.
IP Address: 115.67.122.xx
ความคิดเห็นที่ 88
มันเป็นเรื่องเศร้าครับ เพราะการมองต่างมุมในแต่ละคน

ของที่มีค่าของบางคนอาจจะไม่มีค่าอะไรในสายตาของใครบางคน มันน่าเสียดายที่ของมีค่าเหล่านี้ไม่ได้มีค่าแค่ตัวเราเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะไม่ว่ามันจะเป็นแค่กากหนัง แต่ผมก็เชื่อว่ามันคงจะเป็นกากหนังชิ้นเดียวในประเทศ หรือในโลกด้วยซ้ำไป

เมื่อวานซื้อหนังชุดครบรอบ 70 ปีวิมานลอยมา คิดแล้วก็เศร้าใจแทนหนังไทยของเรา หนังของบ้านเขาเกือบร้อยปียังหามาให้ดูกันได้และในสภาพสมบูรณ์เสียด้วย แต่หนังไทยเราหนังไม่ถึง 20 ปี บางเรื่องก็ไม่มีให้ดูกันเสียแล้ว และที่เหลืออยู่สภาพสมบูรณ์นั้นก็หาได้น้อยเต็มที

มีเรื่องเล่าเล็กน้อยเกี่ยวกับหนังซูปเปอร์แมนภาค 2 ที่ คริสโตเฟอร์ รีฟแสดง ตอนแรกจะให้ริขาร์ด ดอนเนอร์ ผู้กำกับภาคแรกกำกับ ถ่ายไปได้ครึ่งเรื่อง ผู้กำกับทะเลาะกับผู้อำนวยการสร้างเลยลาออกไป หนังเปลี่ยนผู้กำกับและมีการถ่ายกันใหม่เกือบทั้งหมด ไม่ได้ใช้ฟิล์มชุดแรกเลย สรุปว่าฟิล์มชุดนั้นถูกเก็บไว้ในโกดัง มีสภาพเหมือนของที่ถูกลืม

เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีการนำซูปเปอร์แมนมาออกเป็นบ็อกซ์เซ็ทครบทุกภาค ยังมีการนำฟิล์มตอนที่ถ่ายครั้งแรกมาตัดต่อใหม่ โดยริชาร์ด ดอนเนอร์ผู้กำกับคนแรกออกมาเป็นฉบับ Unseen ให้ดูกัน คิดแล้วเจ็บใจแทนบ้านเราที่ไม่มีโอกาสอย่างนี้

ไม่ว่าจะเป็นตัวอย่างหนัง หรือ Outtake ก็ตามล้วนแต่มีคุณค่าทางจิตใจของนักดูหนังครับ โดยเฉพาะหนังไทยที่หาดูได้ยากเต็มที

ขอเป็นกำลังใจให้คุณมนัสและกากฟิล์มเหล่านี้ ถ้าพวกเขามีความรู้สึกรับรู้ได้

จาก: ไอค์
วันที่: 24/12/52 - 23:18 น.
IP Address: 124.121.121.xx
ความคิดเห็นที่ 89
เป็นกำลังใจให้คุณมนัสด้วยคนคราบ

จาก: จุ้ยครับ
วันที่: 25/12/52 - 8:13 น.
IP Address: 124.120.13.xx
ความคิดเห็นที่ 90
เป็นกำลังใจให้คุณมนัสครับ รักษาสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะครับ
ผมเคยรู้สึกแบบนี้ แล้วก็ได้คิดยามไปเที่ยว ท่ามกลางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่เหลือคนาที่พระเจ้าสร้างมา ยังเปลี่ยนแปลงผุพังลงได้ เราเป็นมนุษย์ตัวนิดเดียวจะอุ้มแบกแล้วเปลี่ยนแปลงมันตามที่ใจปรารถนามันยากเกินกำลังหากจะคิดแบกมันไว้คนเดียว สิ่งที่ทำคือ คงความมุ่งมั่น แต่ทำเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด ส่วนที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่พระเจ้าต่อไป คิดได้แบบนี้แล้วสบายใจ จิตใจโปร่งใส ปัญญาบังเกิดยามที่เราแจ่มใส

จาก: อิท
วันที่: 25/12/52 - 8:53 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 91

เป็นกำลังใจให้คุณมนัสครับ
ทุกเรื่องราวย่อมมีทางออกและจัดสรรในตัวได้ครับ
ทำดีที่สุดแล้ว ได้เท่าไรก็เท่านั้นครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 25/12/52 - 9:10 น.
IP Address: 202.176.90.xx
ความคิดเห็นที่ 92
จากคำตอบใน คห. 87 ที่คุณมนัสกล่าวถึงนั้น ผมเองก็รู้สึกเหมือนกันครับ ที่ผมให้ความสนใจกับหนังตัวอย่างมากขนาดนี้ก็เพราะว่า อย่างน้อยน่าจะเป็นบันทึกหลักฐานอย่างหนึ่ง เพราะทราบมาว่า ถ้าเป็นหนังต่างประเทศที่เข้าฉายในบ้านเรา พอหมดลิขสิทธิ์แล้ว เจ้าของหนังที่นำเข้ามาฉายก็จะทำลายฟิล์มทิ้งทั้งหมด บางอย่างที่พอจะเป็นบันทึกหลักฐานได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงพากย์ไทยที่เป็นหนังฮ่องกง ทั้งที่เป็นทีมพากย์เสียงเอกของ CVD หรือทีมพากย์อินทรี ก็พลอยถูกทำลายลงไปด้วย ปัจจุบันเสียงพากย์เหล่านี้ยังพอหาได้จากผู้ที่มีวิดีโอ เทป หรือวีซีดี ทั้งที่เป็นแผ่นลิขสิทธิ์หรือนำมา "โมดิฟาย" ลงในแผ่นดีวีดี แม้แต่หนังฮอลลีวู้ดจากสตูดิโอใหญ่ (เรียกว่า เมเจอร์ หรือ หนังตึก) พอถึงเวลาสิ้นสุดการใช้งานก็จะเรียกเก็บฟิล์มคืน เพื่อนำไปทำลายเช่นกัน

ขอย้อนไปหน่อยครับ

ช่วงที่ภาพยนตร์เรื่อง "แผลเก่า" กลับนำมาฉายใหม่ในปี พ.ศ. 2531 ก็ได้มีการทำภาพยนตร์ตัวอย่างออกมาด้วย ทีนี้ก็มีเพื่อนที่สนิทกับเจ้าของหนังกลางแปลงไปขอฟิล์มเค้ามา แล้วก็มาฝากผมไว้ ซึ่งยังมีความยาวครบถ้วน ซึ่งฟิล์มม้วนนี้ก็อยู่กับผมนานทีเดียว แต่ต้องแอบซ่อนไว้ เพราะตอนนั้นผมเพิ่งเริ่มดูหนังกลางแปลง ประกอบกับบ้านอยู่ใกล้วัด (ตอนนั้นยังอยู่ที่ จ. กำแพงเพชร) ทีนี้เวลาฉายหนังทีไรก็จะมีเศษฟิล์มที่ถูกตัด เอาส่องแดดดูกันเป็นที่สนุกสนาน จนทางบ้านเกรงว่าจะไม่สนใจการเรียน เลยถูกคุณพ่อคาดโทษไว้ หลังจากนั้นไม่นานเพื่อนคนดังกล่าวก็มาเอาฟิล์มไป มารู้อีกทีฟิล์มตัวนั้นถูกซอยออกกระจัดกระจายแจกเด็ก ๆ ไปหมด รู้อย่างนี้แกล้งหลอกคนเอาไปว่าเผลอทำฟิล์มตกน้ำไปแล้ว (เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่ง ก็คือกลางปี พ.ศ. 2532 ฝนตกติดต่อกันหลายวัน เลยทำให้ระดับน้ำในลำคลอง ซึ่งห่างจากบ้านไปประมาณ 400 เมตร สูงขึ้น ก็เลยไหลท่วมเข้าหมู่บ้าน พอดีบริเวณบ้านนั้นยกพื้นสูง เลยไม่ท่วม ส่วนห้องน้ำที่อยู่ด้านล่างกลับท่วม)

ช่วงย้ายมาอยู่นครสวรรค์แล้ว ก็เคยมีตัวอย่างหนังที่ได้มาจากหนังกลางแปลงถึง 3 เรื่อง ให้มาบ้าง และถูกทิ้งเป็นขยะเตรียมเผา ได้แก่ กระสือกัดปอบ, รักในฝัน และ โป้งปากกระจุย (2 เรื่องหลังเป็นหนังฮ่องกง) ตอนนั้นก็ยังต้องเอาฟิล์มแอบซ่อนเหมือนเดิม และก็ลืมไป กระทั่งวันหนึ่งที่ต้องย้ายบ้าน ก็ไปค้นดูปรากฏว่าฟิล์มโดนความชื้นเข้า และโดนฝนสาดจนฟิล์มใช้ไม่ได้ทั้งหมด เลยต้องทิ้งไปด้วยความเสียดาย

ปี พ.ศ. 2544 ได้ฟิล์มหนังตัวอย่างหนังฮ่องกงของบริษัทสหมงคลฟิล์ม จำนวน 6 เรื่อง ซึ่งอยู่ในรีล เจ้าของฟิล์มนั้นก็เลยยกรีลม้วนนั้นให้ไป พอสาวฟิล์มออกมาดูปรากฏว่า ฟิล์มทั้ง 5 เรื่องโดนน้ำจนเสียหายตลอด ใช้ไม่ได้เลย แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งกลับรอด ก็เลยต้องเก็บไว้ แต่ก็ยังต้องเอาฟิล์มแอบซ่อนเหมือนเดิม

กระทั่งปลายปี พ.ศ. 2548 หลังจากที่คุณพ่อได้เสียไปแล้ว ก็เลยให้ความสนใจในตัวอย่างหนัง และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหนังอย่างเต็มที่ จนถึงปัจจุบัน

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 9:48 น.
IP Address: 118.172.181.xx
ความคิดเห็นที่ 93
ทำตามความสามารถครับพี่มนัส เกินความสามารถหรือเกินกำลังก็ต้องปล่อย
ปํญหามา ปัญญาเกิด
มารมา บารมีเกิด
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
เดี่ยวนี้คนไทยบางกลุ่มเป็นอะไรกันก็ไม่รู้ ทะเลาะกัน หลงทาง บางคนเพลงชาติไทยดังแล้ว ยังเดินเฉยเลย หรือจะให้ต้องสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดินกัน จึงจะหันหน้ามาสามัคคีกัน

จาก: คนชะอวด
วันที่: 25/12/52 - 10:51 น.
IP Address: 118.173.129.xx
ความคิดเห็นที่ 94



เข้ามาต่อครับ

วันนี้จะนำภาพเศษฟิล์มตัวอย่างที่ถูกตัดออกมา และได้ถ่ายภาพไว้ ส่วนตัวอย่างจริงได้นำไปคืนแล้วครับ

เริ่มกันเลยที่เรื่อง "ส้มตำ"

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:24 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 95



ต่อกันด้วยอีก 2 เรื่อง

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:25 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 96



อีก 2 เรื่อง

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:26 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 97



ทางชีวิต

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:26 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 98



คนหลายเมีย

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:27 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 99



อันนี้เป็นคลิปหนังตัวอย่างส่วนหนึ่งที่ผมเก็บฟิล์มไว้ และได้บันทึกด้วยกล้องวิดีโอขณะฉาย และไร้ท์เป็นดีวีดีเก็บไว้ดูเล่น พร้อมทั้งตัดบางส่วนไว้ลงเว็บ "ยูทูบ" (Youtube) สามารถก็อบปี้ลิงค์เพื่อเข้าไปชมได้ครับ

ภาพนี้คือ ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง "แก้วหน้าม้า" ภาพหนังอาจจะไม่ค่อยชัด เพราะเคยเป็นหนังที่ฉายทางทีวีหรือเปล่า

ลิงค์ http://www.youtube.com/watch?v=EGf1ZPyKXfA

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:33 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 100



ภาพนี้ เป็นภาพจากตัวอย่างภาพยนตรืเรื่อง "ลูกหลง" ซึ่งผมไปขอยืมฟิล์มจากร้าน "แกะจิตรกร" อ. เมือง จ. นครสวรรค์ ตอนท้ายของตัวอย่างขาดหายไป

ลิงค์ http://www.youtube.com/watch?v=S-KVlxnppZs&feature=related

จาก: อนุกูล
วันที่: 25/12/52 - 12:38 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 101
ขอร่วมเป็นกำลังใจให้คุณมนัส และผู้ที่รักหนังไทยในอดีตทุกท่านค่ะ...

จาก: ตัวเล็ก
วันที่: 26/12/52 - 10:46 น.
IP Address: 203.159.36.xx
ความคิดเห็นที่ 102



สวัสดีทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ..

ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ ขอบใจเพื่อน ๆ ทุกคนที่คอยเป็นแรงใจ..และ
คอยให้กำลังใจด้วยดีเสมอมา...ทุกวันนี้ ยังมีคนอีกมากที่ไม่เคยได้ทำ
อะไรอย่างที่คิดจะทำ..แต่ถ้าหนักหน่อยก็คือ มีหน้าที่ต้องทำแล้ว กลับ
ไม่ค่อยคิดจะทำ..จึงเป็นเรื่องของการเสียโอกาส ยิ่งถ้าเรื่องที่เสียโอกาส
นั้นไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ด้วย ก็จะยิ่งเสียหายใหญ่
หลวง..มากขึ้นหลายเท่า..
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปอำเภอปากช่อง..เขาพาแวะไปกินข้าว
ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง..เห็นแล้วเรียกว่าไม่ธรรมดา ขนาดเป็นร้านขาย
อาหาร เขาก็ยังอุตส่าห์มีใจอนุรักษ์ของเก่าแก่ต่าง ๆ ไว้ให้เราดูมากมาย
อาจจะมากกว่าพิพิธภัณฑ์บางแห่งด้วยซ้ำไป...ใครผ่านไปที่อำเภอปากช่อง
จังหวัดนครราชสีมา ก็ลองแวะไปดูได้ครับ อาหารก็อร่อย ไม่แพงครับ..


จาก: มนัส138
วันที่: 28/12/52 - 22:29 น.
IP Address: 115.67.145.xx
ความคิดเห็นที่ 103



เห็นภาพจากฟิล์มหนังที่คุณอนุกูลนำมาให้ดูแล้ว..ยิ่งคิดถึงหนังครับ โดย
เฉพาะเรื่อง ส้มตำ..ที่ผมเคยเห็นฟิล์มต้นฉบับว่า เน่าคาตาเลย..เสียดาย
มากครับ..แต่นี่ซิครับ ฟิล์มก็ไม่เหลือ เหลือแต่เรื่องย่อครับ นำกลับมาให้
อ่านตามคำเรียกร้องครับ...

เทพธิดาบ้านไร่...แผ่นที่ 1

จาก: มนัส138
วันที่: 28/12/52 - 22:35 น.
IP Address: 115.67.145.xx
ความคิดเห็นที่ 104



หนังไม่มีให้ดูแล้ว..ได้อ่านเรื่องย่อก็พอหายคิดถึงได้มั้ง..
เทพธิดาบ้านไร่ แผ่นที่ 2

จาก: มนัส138
วันที่: 28/12/52 - 22:38 น.
IP Address: 115.67.145.xx
ความคิดเห็นที่ 105



แผ่นสุดท้ายของ เทพธิดาบ้านไร่ แล้วครับ..
ต้นฉบับหนังสืออยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ...ตอนนั้นเพิ่งรู้จักน้านุ ใหม่ ๆ
เขาก็ใจดี ไปทำเรื่องขออนุญาตถ่ายรูป แถมยังหิ้วกล้องไปถ่ายรูปจาก
หนังสือให้แทบทุกอาทิตย์เลย..บางภาพยังเห็นนิ้วมือผมอยู่เลยครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 28/12/52 - 22:43 น.
IP Address: 115.67.145.xx
ความคิดเห็นที่ 106



สุดท้ายสำหรับคืนนี้..
ขอรำลึกถึง รุจน์ รณภพ ผู้จากไป...

สำหรับผมแล้ว..ดูหนังที่รุจน์ รณภพ แสดงมาหลายเรื่อง แต่ที่นิยมชมชอบ
มากก็คือ หนังที่รุจน์ รณภพ กำกับ..ซึ่งแม้บางเรื่องจะเคยผ่านตามาตอน
ผมเป็นเด็ก ๆ แต่ก็เหลือแต่เพียงความทรงจำเพราะยังหาดูหนังดูเพื่อ
รำลึกถึงอดีตไม่ได้.. ดีแต่ว่าที่เป็นรุ่นจารุณี หรือ จินตหรา ยังมีอยู่เพียบ
ไม่งั้น คงได้แต่เสียดายครับ..

รุจน์ รณภพ หรือ สุรินทร์ เจริญปุระ ผู้ซึ่งเคยฝากผลงานภาพยนตร์จอแก้ว จอเงิน ไว้หลายร้อยเรื่อง ผ่านการเป็นพระเอกหนังมาก็มี แสดงประกบพระเอกอย่าง ชนะ ศรีอุบล ทักษิณ แจ่มผล ไชยา สุริยัน ลือชัย นฤนาท มิตร ชัยบัญชา สมบัติ เมทะนี ครรชิต ขวัญประชา ฯลฯ ก่อนที่จะก้าวมาเป็นผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ในเวลาต่อมา
ลำดับผลงานของ รุจน์ รณภพ ในยุคแรก ๆ ก็คือ
- แสงเดือน นำโดย สมบัติ-อรัญญา-สุทิศา ซึ่ง รุจน์ รณภพ กำกับ ฉายวันที่ 4 ธันวาคม 2512
- ชาติเหมราช นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพ ร่วมสร้างและกำกับ ฉายวันที่ 13 มกราคม 2513
- ไอ้ยอดทอง นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพ สร้างและกำกับ ฉายวันที่ 9 ตุลาคม 2513
- โฉมตรูภูธร นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพ สร้างและกำกับ ฉายวันที่ 30 กรกฎาคม 2514
- ในสวนรัก นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพกำกับร่วมกับสมบัติ เมทะนี ฉายวันที่ 15 ตุลาคม 2514
- แม่เนื้อทอง นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพ กำกับ ฉายวันที่ 12 เมษายน 2515
- บุหงาหน้าฝน นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพ กำกับ ฉายวันที่ 4 พฤษภาคม 2515
- ลูกสาวนายพล นำโดย สมบัติ-อรัญญา ซึ่ง รุจน์ รณภพ กำกับ ฉายวันที่ 23 มิถุนายน 2515
- ภูกระดึง นำโดย สมบัติ-อรัญญา เริ่มใช้ รณภพฟิล์ม และรุจน์ กำกับ ฉายวันที่ 30 มีนาคม 2516
- พิษ สวาท นำโดย สมบัติ-อรัญญา ใช้ รณภพฟิล์มและรุจน์ กำกับ ฉายวันที่ 27 เมษายน 2517
- ทองประกายแสด นำโดย วันทนา-นิรุตต์ ใช้ รณภพฟิล์ม อรัญญาสร้าง รุจน์ กำกับ ฉายวันที่ 28 ธันวาคม 2517
- ไฟรักสุมทรวง นำโดย อรัญญา-ภาวนา-กรุง-สรพงศ์ ซึ่ง รุจน์ กำกับให้ไฟว์สตาร์ ฉายวันที่ 30 พฤษภาคม 2518
- แด่คุณครูด้วยคมแฝก นำโดย นาท-อรัญญา ใช้ รณภพฟิล์ม อรัญญา สร้าง รุจน์ กำกับ ฉายวันที่ 16 สิงหาคม 2518
- นรกตะรูเตา นำโดย สมบัติ-นาท-อรัญญา ใช้ รณภพฟิล์ม อรัญญา สร้าง รุจน์ กำกับ ฉายวันที่ 30 มกราคม 2519
- แบ๊งค์ นำโดย สมบัติ-กรุง-หลอลี่ ซึ่ง รุจน์ กำกับให้ไฟว์สตาร์เป็นเรื่องที่ 2 ฉายวันที่ 27 มีนาคม 2519
- ลุย นำโดย สมบัติ-สรพงศ์ ซึ่ง รุจน์ กำกับให้ไฟว์สตาร์ ฉายวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2520
- อย่าลืมฉัน นำโดย สมบัติ-อรัญญา ใช้ชื่ออรัญญาคือ อัญชลีโปรดักชั่น โดย รุจน์ กำกับเป็นเรื่องสุดท้าย ฉายวันที่ 17 กันยายน 2520

จากผลงานของ รุจน์ รณภพ ข้างต้น มีที่เป็นหนังระบบ 16 ม.ม.ปนอยู่หลายเรื่อง แต่ที่น่าเสียดายก็คือ
หนังบางเรื่องไม่ว่าจะเป็น แสงเดือน ชาติเหมราช ไอ้ยอดทอง โฉมตรูภูธร ในสวนรัก แม่เนื้อทอง ลูกสาวนายพล
ภูกระดึง พิษ-สวาท ทองประกายแสด...ยังหาหนังดูไม่ได้เลยจนถึงทุกวันนี้
ในจำนวนนี้ มีหนังที่แฟน ๆ หนังเก่าอยากดูมากที่สุดก็คือ ในสวนรัก ภูกระดึง พิษ-สวาท และ
ทองประกายแสด...น่าเสียดายนะครับ

หลังจากที่รุจน์เลิกสร้างหนัง ก็หันไปรับจ้างกำกับจริง ๆ จัง ๆ ให้กับค่ายไฟว์สตาร์ฯ เมื่อประมาณปี 2520 เช่น
ชาติผยอง อีหนูเขี้ยวเสน่ห์ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป แต่ที่ดังเป็นพลุแตก ก็คือ บ้านทรายทอง ที่ส่งให้ จารุณี-พอเจตน์
โด่งดังในต้นปี 2523 ก่อนที่จะมี พจมาน สว่างวงศ์ ตามมาติด ๆ จากนั้นค่ายไฟว์สตาร์ก็มีหนังที่จารุณีแสดงนำ
และรุจน์เป็นผู้กำกับออกมาอีกหลายเรื่องเช่น นางสาวโพระดก ปริศนา เจ้าสาวของอานนท์ สามอนงค์
แรงอธิษฐาน รัตนาวดี ...ก่อนที่รุจน์จะได้กำกับนางเอกใหม่ จินตหรา สุขพัฒน์ อีกหลายเรื่องเช่น เมียแต่ง
ไฟเสน่หา คู่กรรม เขาชื่อกานต์ และกลายเป็นผู้กำกับอาวุโสของค่ายไฟว์สตาร์ในอีกหลายผลงาน เช่น
พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ หลงไฟ ครั้งนี้โลกฉุดไม่อยู่ จะใหญ่จะย่อก็พ่อเรา บันทึกลับลูก(ผู้)ชาย เป็นต้น
.......................

จาก: มนัส138
วันที่: 28/12/52 - 22:50 น.
IP Address: 115.67.145.xx
ความคิดเห็นที่ 107
สวัสดีครับ พี่มนัส และขอบคุณพี่มนัสที่อุตส่าห์นำเรื่องย่อหนังมาให้พวกเราอ่านกัน
ซึ่งเมื่อได้อ่านเรื่องย่อที่พี่มนัส เอามาลงให้อ่านกันแล้วเชื่อว่าจะทำให้พวกเรารู้สึกอยากดูหนังขึ้นมาจริงๆ แต่น่าเสียดายนะครับ ที่เด็กรุ่นหลังๆ รวมทั้งตัวผมเองด้วยเกิดไม่ทันที่จะได้ดูหนังคุณมิตร
ทุกวันนี้ผมก็ได้แต่ตามเก็บสะสมหนังคุณมิตรทุกเรื่องเท่าที่จะมีน่ะครับ แม้ว่าสภาพฟิล์มหนังไม่ค่อยสมบูรณ์ ยกตัวอย่างเช่น หนังคุณมิตรบางเรื่องหนังก็ยาวถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่บางเรื่องเช่น นางนกป่า , กำแพงเงินตรา หนังก็สั้นเหลือเพียงชั่วโมงครึ่ง ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า หนังต้นฉบับเขาถ่ายทำไว้เพียงเท่านั้นหรือว่าฟิล์มหายไปบางส่วนจึงนำมาทำแผ่นขายได้เท่านั้น อีกอย่างผมว่าถ้าเรามีเงินทุนมากๆก็น่าจะเอาหนังคุณมิตรมาทำใหม่แบบรีมาสเตอร์เหมือนหนังของไฟว์สตาร์นะครับ ผมเชื่อว่าทำได้ เพียงแต่ต้องมีเงินทุนมากๆ และให้เวลากับตัวหนังที่จะนำมารีมาสเตอร์เป็นปีๆ ต้องใช้ความละเอียด ในการแก้ไขจุดบกพร่องของภาพ รวมทั้งไม่ต้องไปคิดในเชิงพาณิชย์น่ะครับ
อย่างเมื่อสัปดาห์ก่อนผมไปอุดหนุนดีวีดีล๊อตใหม่ของไฟว์สตาร์ มีหนังที่รีมาสเตอร์ใหม่ที่ผมซื้อมา 2 เรื่อง คือ ชื่นชุลมุน กับ ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น ผมยังมีโอกาสได้เห็น คุณจตุพล ภูอภิรมย์ ที่ภาพและเสียงใสแจ๋ว เหมือนหนังใหม่ยังไงยังงั้น รวมทั้งตัวหนังก็ครบสมบูรณ์ 2 ชั่วโมงกว่าๆ


จาก: แม็กซ์
วันที่: 29/12/52 - 10:35 น.
IP Address: 203.153.172.xx
ความคิดเห็นที่ 108
วันก่อนผมได้ดูหนังเรื่อง 5 แพร่งตอน เตียงร่วม ผมดีใจมากครับที่ได้เห็นคุณ เกชา เปลี่ยนวิถีกลับมาเล่นหนังให้เราได้ดูอีกถึงแม้ว่าแค่รับเชิญออกมานิดเดียวจริงๆแล้วผมอยากให้ดาราเก่าๆ(ดาราหนังบู๊)เช่น ดาพม์ คริส แคลาย ไชยยันต์ สรไกร อุเทน สิงหาและคนอื่นนึกชื่อไม่ออกกลับมาเล่นหนังหรือละครช่อง7 หรือช่อง3ให้เราดูอีกคือคิดถึงพวกเขานะครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 30/12/52 - 11:17 น.
IP Address: 118.173.251.xx
ความคิดเห็นที่ 109
สวัสดีปีใหม่ครับ พี่มนัส และเพื่อนๆในไทยฟิล์มทุกท่านครับ
ปีใหม่ 2553 นี้ ขอให้พี่มนัส มีความสุขในสิ่งที่คิดและสิ่งที่ทำ ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงนะครับ เพราะทราบว่าพี่มนัสป่วยบ่อยๆ ความเครียดก็เป็นส่วนหนึ่งนะครับ ยังไงก็อย่าคิดมาก เพราะทราบว่าการที่พี่มนัสทุ่มเทกับงานอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทยและต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคมากมายอาจจะทำให้เครียดได้ ทำได้เท่าไหร่ก็เอาเท่าที่ได้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในปีหน้านะครับ หวังว่าจะได้รับความอนุเคราะห์เรื่องราวของหนังไทยจากพี่มนัสเช่นเคย ขอบพระคุณมากมากครับ

จาก: แม็กซ์
วันที่: 30/12/52 - 14:40 น.
IP Address: 203.153.172.xx
ความคิดเห็นที่ 110



สวัสดีทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ...

ขอบคุณ คุณแม็กซ์ครับที่ให้กำลังใจ..

ส่วนเรื่องที่คุณแม็กซ์ถามถึงความสั้นยาวของหนังมิตร ชัยบัญชา อย่างเรื่อง
นางนกป่า หรือ กำแพงเงินตรา นั้น ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เดิมหนังต้นฉบับ
ที่ออกฉายในปีแรก ๆ นั้น จะมีความยาวเกินกว่า 2 ชั่วโมงทั้งนั้น แต่ฟิล์ม
ที่ได้กลับมาทำดีวีดีนั้น เหลือความยาวเพียงเท่านี้เอง พูดง่าย ๆ ก็คือ หนัง
ฉายไปเรื่อย ๆ ฟิล์มก็ขาดไปเรื่อย ๆ ตามวันเวลา สุดท้ายก็เหลือมาให้เรา
ได้ดูเพียงเท่านี้เองครับ...

ส่วนเรื่องรีมาสเตอร์หนังมิตร ชัยบัญชา นั้น บอกได้เลยว่า ยากครับ
เพราะส่วนใหญ่หนังมิตร จะเป็นหนัง 16 ม.ม.ซึ่งไม่มีฟิล์มเนกาตีฟ
แล้วเราจะหาฟิล์ม 16 ที่สมบูรณ์ มารีมาสเตอร์ไม่ได้แน่ ๆ ตัวอย่างหนัง
มิตรที่ใช้ฟิล์มต้นฉบับมาทำเทปก็คือ อัศวินดาบกายสิทธิ์ ..
เงิน เงิน เงิน อีแตน ทรชนคนสวย..ซึ่งจะเห็นถึงความยาวหนังที่ยังคง
สมบูรณ์ ส่วนถ้าเป็นหนัง 16 ม.ม. แล้ว ส่วนใหญ่จะขาด ๆ หายๆ ไป
จึงยากที่จะทำให้หนัง 16 ใสแจ๋วเหมือนหนังรีมาสเตอร์จากฟิล์มต้นฉบับ
หรือเนกาตีฟได้ครับคุณแม็กซ์...ทุกวันนี้ที่ค่ายเขาพยายามทำก็คือ การ
ช่วยปรับแต่งสีให้ออกเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนเรื่องลบรอยเส้นฝนนั้น
เป็นเรื่องอีกยาวไกลครับ...

ตอบคุณสมิงหนุ่ม..เรื่องการกลับมาของดาราเก่า ๆ ในจอภาพยนตร์นั้น
ทราบว่า ยังมีผู้กำกับหลายท่านสนใจสอบถามหาเบอร์โทรเพื่อติดต่อ
ดาราเหมือนกัน โดยเฉพาะตอนที่มีกิจกรรมลานดาราที่หอภาพยนตร์ฯ
ก็ลองตามดูก็แล้วกัน..ไม่รู้ว่าจะเป็นข่าวหรือเปล่าเพราะนักข่าวเขาเล่น
ข่าวแต่ดาราใหม่ ๆ ครับ..อย่างตอนคุณเกชา มาลานดารา ท่านก็เล่าให้
ฟังว่า ถูกเชิญไปเล่นหนังเรื่องดังกล่าว ถ่ายกัน 1 วัน 1 คืน พร้อมกับบอก
ค่าตัวเสร็จสรรพ..

คืนนี้มีเรื่องย่อหนัง 16 ม.ม.เรื่อง รอยพราน หนังปี 2512 มาฝากครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 30/12/52 - 21:21 น.
IP Address: 115.67.11.xx
ความคิดเห็นที่ 111



รอยพราน หน้าที่ 2 ครับ...ตามที่คุณตัวเล็กและเพื่อน ๆ ขอมาครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 30/12/52 - 21:24 น.
IP Address: 115.67.11.xx
ความคิดเห็นที่ 112



รอยพราน หน้าที่ 3 ครับ..
เรื่องนี้ มิตร ชัยบัญชา เป็นผู้ร่วมสร้าง ในชื่อ ชัยบัญชาภาพยนตร์
กำกับการแสดงโดย ครูเนรมิต
ออกฉายเมื่อ 29 ธันวาคม 2512 ที่โรงหนังควีนส์..
ส่วนตัวฟิล์มหนังนั้น ยังไม่มีใครเจออีกเลยครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 30/12/52 - 21:28 น.
IP Address: 115.67.11.xx
ความคิดเห็นที่ 113



รอยพราน หน้าสุดท้ายแล้วครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 30/12/52 - 21:31 น.
IP Address: 115.67.11.xx
ความคิดเห็นที่ 114



พรุ่งนี้ก็เป็นวันส่งท้ายปีเก่า พร้อม ๆ กับต้อนรับวันขึ้นปีใหม่..
ตามปกติ ช่วงแบบนี้ ผมไม่ค่อยได้ไปไหนหรอกครับ.. แต่เผอิญปีนี้
มีงานด่วน เขาให้ไปที่นี่ครับ..มีแต่ตึกสไตล์อิตาเลียน อยู่แถวๆเขาใหญ่
แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังว่า เขาให้ไปทำไม....

จาก: มนัส138
วันที่: 30/12/52 - 21:39 น.
IP Address: 115.67.11.xx
ความคิดเห็นที่ 115



สวัสดีปีใหม่ครับคุณมนัส

คุณมนัส พอจะทราบข่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง "สายทิพย์"
และพอจะมีโอกาสได้ดูบ้างมั้ยครับ....

จาก: ศธร
วันที่: 02/01/53 - 16:07 น.
IP Address: 113.53.71.xx
ความคิดเห็นที่ 116



สวัสดีปีใหม่ทุกท่านครับ..

คุณศธร ถามถึงหนังเรื่อง สายทิพย์..
หนังเรื่องนี้ ฉายครั้งแรกวันที่ 9 มิถุนายน 2522 ที่โรงโคลีเซี่ยม ฯลฯ
ในยุคที่เริ่มมีวีดีโอเทป..ก็ยังไม่เคยเจอหนังเรื่องนี้เลยครับ..
ทราบแต่ว่า ยังมีฟิล์มต้นฉบับเก็บอยู่ แต่ไม่เห็นมีใครสนใจเอาไปทำ
วีซีดีหรือดีวีดีเลยครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 04/01/53 - 21:37 น.
IP Address: 111.84.93.xx
ความคิดเห็นที่ 117



แต่ก่อนพอได้ยินว่า มีฟิล์มต้นฉบับ ผมจะดีใจมาก ๆ แต่ถึงวันนี้ กลับเฉย ๆ
เพราะการนำฟิล์มต้นฉบับมาทำเทปหรือดีวีดีนั้น จะยุ่งยากมากและใช้เงิน
มาก จนทำให้หนังไทยหลายเรื่อง ออกมาให้เราดูไม่ได้..ความหวังของ
ผมจึงอยู่ที่กากหนังเพราะอย่างน้อย ๆ ก็ฉายดูได้ ฉายทำเทปได้ แต่ถึง
วันนี้ ก็ยังเป็นแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เพราะกากหนังหลายเรื่อง ถึงวันนี้
ก็ยังเป็นกากอยู่ ไม่รู้เมื่อไรจะมีอะไรไปดลใจให้คนที่มีหน้าที่ทำ..เขาเริ่มทำเสียที...

มาดูหนัง 16 ม.ม. มิตร ชัยบัญชา ที่คุณตัวเล็กขอมาอีก..ก็คือ ตุ๊ดตู่

จาก: มนัส138
วันที่: 04/01/53 - 21:44 น.
IP Address: 111.84.93.xx
ความคิดเห็นที่ 118



ตุ๊ดตู่ หน้าที่ 2 จบแล้วครับ..
หนังออกฉายเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2510 ที่โรงเอ็มไพร์
ไม่มีเหลือให้ดูแล้วครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 04/01/53 - 21:46 น.
IP Address: 111.84.93.xx
ความคิดเห็นที่ 119



แล้วนี่ก็ใบปิดหนังเรื่อง ตุ๊ดตู่...

จาก: มนัส138
วันที่: 04/01/53 - 21:49 น.
IP Address: 111.84.93.xx
ความคิดเห็นที่ 120



ปิดท้ายด้วย..ข่าวประชาสัมพันธ์ เสาร์ที่ 9 มกราคม 2553

หอภาพยนตร์ & อำเภอพุทธมณฑล ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

เป็นครั้งแรก...ที่สองหน่วยงานจับมือเอาใจเด็ก ๆ ซึ่งนอกจากจะมี
กิจกรรมตาม ปกติที่อำเภอพุทธมณฑลจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีแล้ว

ปีนี้ หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ด้วยการ
นำสิ่งดี ๆ ในอดีตที่เด็ก ๆ เคยชอบ มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ...

เด็กและคนเคยเด็ก...จะได้พบ...ได้ย้อนอดีตไปกับ..รถหนังขายยา
สตรีเพ็ญภาค ตราพระยานาค... รถหนังขวัญใจเด็ก ๆ ในสมัยสงคราม
โลกครั้งที่ 2.. สนุกไปกับ กระท่อมน้ำแข็งอิกลู ที่ต้องมุดเข้าไปดู
เข้าไปอยู่อย่างมนุษย์น้ำแข็งขั้วโลก ต้นแบบหนังสารคดีนานุกที่ทั่วโลก
รู้จัก..ดูหนังกลางแจ้ง จอไม่เล็กไม่ใหญ่ ฉายจากเครื่องยุคเก่า 16 ม.ม.
ฉายทั้งหนังข่าว หนังสารคดี หนังการ์ตูน ให้ดูฟรี ๆ กันทั้งวัน..
แอบมอง แอบดู หนังถ้ำมอง หรือ หนังกระโปรง ของดี ๆ มีไว้ให้แอบดู
หนังสำคัญ..หนังอย่างว่า..แอบดูกันได้เพียบ..
จากนั้น ย้อนอดีตไปกับหนังดี ๆ เกี่ยวกับเด็ก เช่น

* หนังข่าวงานวันเด็กครั้งสุดท้ายซึ่งจัดเมื่อวันจันทร์แรกของเดือน
ตุลาคม 2506.. (ก่อนที่จะเปลี่ยนมาจัดวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม)
* หนังข่าวงานวันเด็กในอดีต มาดูซิว่า เด็ก ๆ เขาไปเที่ยว ไปทำอะไรกันบ้างในวันเด็ก
* รวมช็อตเด็ดหนังเด็ก ย้อนรำลึกถึงดาราเด็ก ๆ ในอดีตผ่านแผ่นฟิล์ม..
มีทั้งฉากสนุก ร่าเริง เศร้า สะเทือนอารมณ์ ตลก ขบขัน สั่นประสาท
วาดลวดลายศิลปิน...

ชมฟรี..วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2553 ตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนย่ำสนธยา..
ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล
จังหวัดนครปฐม

อนึ่ง วันเด็กแห่งชาติ ถือกำเนิดจาก นาย วี เอ็ม กุลกานี ผู้แทนองค์
การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ เป็นผู้เสนอแนวความคิด
ต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เพื่อกระตุ้น
ให้เด็กได้ตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง
ในประเทศไทยนั้น ครั้งแรกที่มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ได้ถือเอา
วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยเริ่มเมื่อปี
พ.ศ. 2498

สำหรับคำขวัญวันเด็กแห่งชาตินั้น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เล็งเห็น
คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคิด เริ่มครั้งแรก
เมื่อปี พ.ศ.2502 งานวันเด็กแห่งชาติ ได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุก
ปีจนถึงปี พ.ศ. 2506 จึงมีแนวความคิด จะเปลี่ยนไปจัดงานวันเด็กใน
วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมแทนเพราะพ้นจากฤดูฝนแล้วและเป็นวัน
หยุดราชการด้วยจะสะดวกกว่า โดยจะเริ่มในปี พ.ศ. 2507 แต่ก็จัดไม่
ทัน งานวันเด็กแห่งชาติที่จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม
จึงได้เริ่มครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2508 มาจนถึงทุกวันนี้
...............................

จาก: มนัส138
วันที่: 04/01/53 - 21:55 น.
IP Address: 111.84.93.xx
ความคิดเห็นที่ 121
เรียนคุณมนัสครับ (จากความเห็นที่106)

เรื่องพิษสวาท ที่นำแสดงโดยคุณสมบัติ - อรัญญา นั้น เมื่อประมาณปี 2533 ทางช่อง 3 ได้นำกลับมาฉายในรายการอมตะภาพยนต์ไทยตอนบ่ายวันอาทิตย์แล้วนะครับ ผมจำได้แม่นยำเลยเปิดฉากมาที่คุณสมบัติเดินอยู่ในซากปรักหักพังของวัดเก่า ๆ แห่งหนึงแถวอยุธยารึปล่าว ไม่แน่ใจครับ ซึ่งได้มีการฉายไปแล้วแน่นอนครับ แต่ไม่แน่ใจเรื่องต้นฉบับหนัง หรือตัวฟิลม์หนัง และเรื่องสำเนาเทปต้นฉบับที่นำมาแปลงเพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์ในยุคนั้น

ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าช่อง 3 ยังเก็บไว้หรือไม่ หรือเป็นไปได้อีกกรณีหนึ่งที่ว่าต้องมีผู้ใดได้ทำสำเนาเทปหนังไว้แล้ว โดยจากการอัดจากโทรทัศน์ก็ได้ ดังนั้นผมคิดว่ายังคงพอหาดูได้นะครับ ถ้าข้อมูลคลาดเคลื่อนขออภัยไว้ด้วยครับ เสียดายสมัยนั้นไม่ได้อัดเอาไว้ครับเพราะไม่นึกว่ามันจะหาดูไม่ได้อีกอย่างที่แจ้งไว้

จาก: B
วันที่: 05/01/53 - 5:17 น.
IP Address: 213.21.88.xx
ความคิดเห็นที่ 122
เคยคุยกับคนข้างบ้าน เขาทำงานอยู่ช่อง 3 เขาบอกว่ารายการหนังไทยของช่อง 3 นั้นไม่ใช่รายการของทางช่อง เป็นรายการที่บริษัทข้างนอกเช่าเวลาออกอากาศ ทางช่องจึงไม่มีเทปยูเมติกเก็บเอาไว้ เทปจะอยู่กับคนนอก ซึ่งเคยมีคนบอกเป็นกลุ่มของ อ. ไพจิตร เป็นผู้เช่าเวลาฉายหนังไทยในสมัยนั้น ถ้าเป็นเป็นจริงเทปยูเมติกต้นฉบับหนังไทยส่วนใหญ่ของค่ายนี้เสียหายไปค่อนข้างมากเหลือไม่กี่เรื่อง หนึ่งในนั้นที่รอดมาคือ เสาร์ 5 ที่ทาง XXX ทำออกมาเป็น DVD รวมทั้งตามฆ่า 20,000 ไมล์ด้วย ที่ไม่รอด คือ เสือเผ่น เรื่อง พิษสวาท ถ้าเคยฉายช่อง 3 จริงก็น่าจะเป็นของค่ายนี้แหละครับ ถ้าไม่ใช่ก็ขอผู้รู้ให้ข้อมูลด้วยครับ ที่ผมได้ยินได้ฟังก็ประมาณนี้แหละครับ

จาก: น้านุ
วันที่: 05/01/53 - 18:47 น.
IP Address: 61.90.167.xx
ความคิดเห็นที่ 123
อยากสอบถามผู้รู้ว่า หนังเรื่อง ขยี้ ที่สร้างแล้วไม่ได้ฉายเพราะอะไรเหรอครับถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกว่าดารานำจะได้ตุ๊กตาทองแล้วทำไมไม่ออกเป็นแผ่นขายละครับ

จาก: คุณ สมิงหนุ่ม
วันที่: 06/01/53 - 21:54 น.
IP Address: 203.113.1.xx
ความคิดเห็นที่ 124
^
ตามลิงค์ http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=4708&page=6&keyword มีคำตอบเรื่องนี้ครับ

จาก: อนุกูล
วันที่: 07/01/53 - 8:50 น.
IP Address: 118.172.180.xx
ความคิดเห็นที่ 125
ขอบคุณ คุณมนัส สำหรับเรื่องย่อหนังของ มิตร ชัยบัญชา ค่ะ ไม่ได้ดูหนัง แต่ได้มีโอกาสอ่านเรื่องย่อก็ดีใจแล้วค่ะ...

จาก: ตัวเล็ก
วันที่: 07/01/53 - 9:06 น.
IP Address: 203.159.36.xx
ความคิดเห็นที่ 126



สวัสดีทุกท่านครับ...

เรื่องที่คุณ B พูดถึงนั้น เหตุผลก็อย่างที่น้านุ ช่วยตอบให้นั่นแหละครับ..
ยิ่งถ้าเป็นยุคแรก ๆ ด้วย ทีวีบางช่องจะฉายหนังจากตัวฟิล์มจริง ๆ
ตอนผมเข้ามาอยู่กรุงเทพฯใหม่ ๆ ตอนนั้นเครื่องเล่นวีดีโอตามบ้านยังมีราคา
แพงมาก ๆ ผมเองก็เคยดูหนังไทยจากทีวี บางครั้งหนังยังฉายขาดหรือ
มีรอยฟิล์มไหม้เลยครับ..เพิ่งระยะหลัง ๆ ที่เริ่มมีโฆษณาเข้ารายการ เขา
จึงตัดรายการหนังไทยเรื่องยาว ๆ แบบที่เคยฉายเกือบเต็ม ๆ เรื่อง มาให้
เหลือแค่ประมาณชั่วโมงครึ่งเพื่อเอาเวลาที่เหลือนั้นไปโฆษณา..

หนังไทยเก่า ๆ หลาย ๆ เรื่องที่พวกเรามีดูอยู่ทุกวันนี้ บางเรื่องก็อาศัยจาก
เพื่อนๆ ที่อัดจากทีวีนั่นแหละครับ..และก็มีอีกหลายเรื่องที่ทราบว่ามีคนมี
จริง ๆ แต่ก็ยังขอมาดูไม่ได้ครับ...อันนี้ซิครับ ที่น่าเสียดายกว่า เพราะรู้ทั้ง
รู้ว่ามีอยู่ แต่ก็เอามาดูไม่ได้ครับ...

ส่วนเรื่อง ขยี้ ที่มีปัญหาจนหนังหายเงียบไปนั้น เห็นเพื่อนบางคนยังมีเทป
อยู่ครับ แต่เรื่องทำขายนั้น ไม่แน่ว่า มีการเปลี่ยนชื่อหนังเป็นเรื่องอื่นหรือ
ไม่

ส่วนเรื่องย่อหนังมิตร..นั้น เอาไว้คราวหน้ามาอ่านต่อนะครับ...

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ก็เป็นวันเด็ก...พอวันเสาร์หน้า เสาร์ที่ 16 มกราคม
ก็จะเป็นวันครู...ความจริง เพื่อน ๆ เราในเว็บนี้ ก็มีคนเป็นครูเหมือนกัน
คนแรกที่เข้ามาในเว็บใหม่ ๆ ก็คือ อาจารย์กุ้ง ใช้ชื่อว่า กุ้งสกล..แต่ตอน
นี้หายเงียบไปแล้วครับ..คนต่อมาน่าจะเป็นอาจารย์โอ่ง ใช้ชื่อว่า ฟ้าสดใส
ตอนนี้ไม่รู้ไปสดใสอยู่กับใคร หายไปอีกเช่นกัน...ส่วนคนสุดท้าย ก็คือ
ครูแพ ที่ชอบเรียกตัวเองว่า หนูแพ...ตอนนี้ยังอยู่ แต่ไม่ค่อยได้เข้าเว็บ
เท่าไร..เมื่อเช้าโทรมาบอกว่า วันครูปีนี้..ได้รับคัดเลือกให้รับรางวัลครูดีเด่น
จากสำนักงานเขตการศึกษาพื้นที่ฯ เห็นเรียกชื่อรางวัลว่า คุรุสดุดี.. เอ้าก็ขอ
แสดงความยินดีกับครูแพที่ได้รับรางวัลอันมีเกียรตินี้..เรียกได้ว่า เป็นของ
ขวัญชิ้นพิเศษก็ว่าได้เพราะพอรุ่งขึ้นจากวันรับรางวัลคือวันที่ 17 มกราคม
ก็จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของครูแพด้วย....ก็เลยยินดีและขอให้มีความสุข
กับงาน กับรางวัล และกับวันเกิด นะครับ...

ไหน ๆ พูดถึงครูแล้ว คืนนี้ ผมมีบทความเก่า ๆ ที่เคยเขียนลงนิตยสาร
ไว้นานแล้ว มาให้อ่านกันครับ......

ครู...นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ โดย มนัส กิ่งจันทร์

...แสงเรือง ๆ ที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมือง ไทย คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่ โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง เหนื่อยยากอย่างไร ไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง ครูนั้นยังลำพองในเกียรติของตนเสมอมา...
เพลง “แม่พิมพ์ของชาติ” จากน้ำเสียงของ วงจันทร์ ไพโรจน์ ที่ขับร้องไว้ตั้งแต่ปี 2501 ฟังเมื่อใดก็ยังคงให้ความซาบซึ้ง..กินใจ..ได้อารมณ์สมกับที่ สุเทพ โชคสกุล บรรจงแต่งไว้

เพลง แม่พิมพ์ของชาติ ผมคุ้นเคยมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนชั้นประถม เพราะในวันไหว้ครูของทุกปี ครูที่โรงเรียนจะนำเพลงนี้มาเปิดจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของวันไหว้ครูไปโดยปริยาย

วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันครู แต่วันที่สำคัญและมีความหมายสำหรับนักเรียนกลับไปอยู่ที่วันไหว้ครู ซึ่งจะจัดให้มีในวันพฤหัสบดีของเดือนแรกที่มีการเปิดเรียนภาคหนึ่ง

อันที่จริงแล้ว ทุกวงการ ทุกอาชีพ กำเนิดขึ้นมาได้ ย่อมต้องมีครู..
แต่ถ้าพูดถึงครู โดยมากก็มักจะนึกถึงครูสอนหนังสือมากกว่า

เดิม คำว่า ครู ใช้เรียกกันจนติดปาก แต่มาภายหลังได้เปลี่ยนไปเรียกกันว่า อาจารย์ ซึ่งแม้จะบอกว่า ให้ความหมายอย่างเดียวกัน แต่สำหรับครูรุ่นเก่า ๆ แล้ว อยากให้ศิษย์เรียกตนว่า ครู มากกว่า แต่การจะเป็นครูที่ดีนั้น ไม่ใช่จะเป็นโดยง่ายเพราะต้องเป็นครูด้วยจิตวิญญาณและมีอุดมการณ์ มิฉะนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับคนรับจ้างสอนซึ่งมีอยู่กลาดเกลื่อน

สำหรับวงการภาพยนตร์ไทย มีบุคคลที่ถูกยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคล ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่เป็นครู วางรากฐานให้กับภาพยนตร์ไทยในยุคแรก ๆ ก็คือ ครูเนรมิตและครูมารุต

ครูเนรมิต หรือ อำนวย กลัสนิมิ เข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี 2484 ในฐานะเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง บ้านไร่ นาเรา จากนั้นก็ไปกำกับละครเวทีอีกเป็นร้อยเรื่อง แล้วจึงหันกลับมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์อีกตั้งแต่ปี 2494 เรื่อยมาจนถึงปี 2524 ครูเนรมิตเป็นผู้กำกับที่มีฝีมือสร้างสรรค์งาน ผลิตบุคลากร นักแสดงที่มีคุณภาพให้กับวงการภาพยนตร์ไทย ที่นับว่าเป็นศิษย์เอก ก็คือ ส.อาสนจินดา

ผลงานโดดเด่นของครูเนรมิต เช่น บ้านไร่นาเรา (2484) พี่ชาย (2494) นางแมวป่า (2496) สามหัวใจ (2497) โบตั๋น (2498) กตัญญูประกาศิต (2501) ร้ายก็รัก (2503) เรือนแพ (2504) เป็นต้น

ส่วนครูมารุต หรือ ทวี ณ บางช้าง ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้กำกับการแสดงและผู้เขียนบทภาพยนตร์ชั้นยอด ครูมารุตได้ทุ่มเท ผลักดันและผลิตบุคลากรที่ดีมีฝีมือออกมาเป็นกำลังสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่นับว่าเป็นศิษย์เอกก็คือ วิจิตร คุณาวุฒิ เศรษฐีตุ๊กตาทอง

ผลงานที่โดดเด่นของครูมารุต เช่น พันท้ายนรสิงห์ (2493) สันติ วีณา (2497) ชั่วฟ้าดินสลาย (2498) รักริษยา (2500)
สาวเครือฟ้า (2500) เป็นต้น

ปูชนียบุคคลทั้งสองท่าน ถูกเรียกขานกันว่า เป็นครูก็เพราะท่านสอนวิชาความรู้ทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่ให้โดยไม่ปิดบัง ไม่หวงวิชา

ฉบับนี้ จึงขอนำสู่ภาพยนตร์เกี่ยวกับครู เลือดนักสู้

แด่คุณครูด้วยคมแฝก (2518)

อัญชลี ชอบประดิษฐ์ หรือ อรัญญา นามวงษ์ เคยนำบทประพันธ์ของ สุวรรณี สุคนธา มาสร้างความฮือฮาให้กับวงการภาพยนตร์ไทยในเดือนมกราคม 2518 ด้วยการเสนอดาราสาวคนใหม่ใจถึง วันทนา บุญบันเทิง จากเรื่อง ทองประกายแสด ผลงานของ รณภพฟิล์ม โดย รุจน์ รณภพ กำกับการแสดงและประสบความสำเร็จ มาคราวนี้ ได้เปลี่ยนมาสร้างภาพยนตร์สะท้อนชีวิตการต่อสู้ของครูผู้เสียสละโดยนำเอาบทประพันธ์ยอดเยี่ยมประจำปี 2517 ของ นิมิต ภูมิถาวร ที่ตีพิมพ์ในหนังสือฟ้าเมืองไทย มอบให้ส.อาสนจินดา เขียนบทภาพยนตร์ นำแสดงโดย อรัญญา นามวงษ์ นาท ภูวนัย พระเอกตุ๊กตาทองจากเรื่อง ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ และ วันทนา บุณบันเทิง ที่พลิกบทบาทมาเป็นแม่พิมพ์ของชาติ พร้อมด้วย นิรุตต์ ศิริจรรยา สายัณห์ จันทรวิบูลย์ ดลนภา โสภี

แด่คุณครูด้วยคมแฝก เริ่มเรื่อง เมื่อ ครูชด และครูอ่ำ แห่งโรงเรียนบ้านโคก ถูกสมุนของ นายกลด (ม.ล.โกมล ปราโมช) เศรษฐีเงินกู้หน้าเลือดใช้ไม้คมแฝกตีทำร้ายถึงแก่ความตายอย่างทารุณ ต่อมาทางราชการส่ง ครูชัย (นาท ภูวนัย) ให้มาเป็นครูใหญ่แทน ครูชัยเป็นครูหนุ่มไฟแรง นิสัยดี มีเลือดนักสู้ ไม่ยอมก้มหัวให้กับคนเลว จึงสามารถปลุกวิญญาณนักสู้ของ ครูดวง (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) ที่จมไปกับขวดเหล้าให้ฟื้นขึ้นมาอีก เมื่อครูชัยพบกับ เรือนแก้ว (อรัญญา นามวงษ์) ลูกสาวคนสวยของนายกลด ก็พูดขอร้องให้เรือนแก้วหันมาทำประโยชน์ให้กับสังคม แทนที่จะใช้เวลากับการนับดอกเบี้ยมหาโหดของผู้เป็นพ่อ เรือนแก้วไม่สนใจ แต่เมื่อ ครูยิ้ม (วันทนา บุญบันเทิง) คู่รักของครูดวงถูกสมุนนายกลดฉุดไปข่มขืนและครูชัยกับพวกถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม เรือนแก้วจึงพบกับความไม่ชอบมาพากลของผู้เป็นพ่อและเข้าช่วยเหลือพวกครู สร้างความโกรธแค้นให้กับนายกลดและกำแหง (กฤษณะ อำนวยพร) ลูกชายนักเลงหัวไม้ที่เกลียดพวกครู เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้น แต่ทางการไม่สามารถเอาผิดได้ ครูเปียก ครูแก่ขี้เหล้าจึงยอมตายเพื่อเอาตัวเป็นหลักฐานจันกุมนายกลด ทำให้ครูชัย ครูดวง ครูถาวร (สายัณห์ จันทรวิบูลย์)พร้อมด้วยชาวบ้านร่วมมือต่อต้านนายกลด ฝ่ายนายกลด เมื่อเรือนแก้วไปช่วยเหลือพวกครูประกอบกับสมุนทำเกินคำสั่งบ่อยครั้ง จึงมีท่าทีอ่อนลง แต่กำแหงยังไม่ยอม สั่งลูกน้องไปฆ่าพวกครู จึงเกิดการต่อสู้กัน ทั้งปืน ทั้งไม้คมแฝก จุดไฟเผาโรงเรียน แต่ในที่สุดธรรมะย่อมชนะอธรรม กำแหงกับพวกถูกฆ่าตาย ทำให้นายกลดเห็นความดีของพวกครู ยอมช่วยเหลือสร้างโรงเรียนและทะนุบำรุงศาสนาหลังจากไม่เคยถวิลหามาชั่วชีวิต

แด่คุณครูด้วยคมแฝก ออกฉายเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2518 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา เพชรเอ็มไพร์

ครูบ้านนอก (2521)

สร้างจากบทประพันธ์ของ ครูคำหมาน คนไค โดยกมล กุลตังวัฒนา แห่ง ดวงกมลมหรสพ ผู้สร้าง มนต์รักแม่น้ำมูล ครั้งนี้ ได้นำเอา ปิยะ ตระกูลราษฎร์ ขึ้นมาเป็นพระเอกท่ามกลางเสียงคัดค้านจากทีมงาน ส่วนนางเอกก็ยังคัดเลือกเอานักแสดงหน้าใหม่ วาสนา สิทธิเวช พร้อมกับผลักดันให้ สุรสีห์ ผาธรรม ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับการแสดง จากนั้นก็ยกกองถ่ายไปปักหลักถ่ายทำที่บ้านดอนเมย อำเภออำนาจเจริญ จังหวัดอุบลราชธานี แต่เมื่อสร้างเสร็จกลับกลายเป็นหนังนอกสายตาหนังทุกสาย ไม่มีสายใดจะซื้อเพราะกลัวขาดทุน ติว่าพระเอกนางเอกไม่มีใครรู้จัก แต่ด้วยบารมีของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ไปดูหนังในรอบพิเศษ แล้วเขียนชมว่า เป็นหนังดีที่น่าดู ทำให้ ครูบ้านนอก กลับมาเป็นที่สนใจของทุกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะครูภาคอีสานให้ความสนใจเป็นพิเศษ ครูบ้านนอกเป็นหนังเงินล้านอีกเรื่องและยังไปคว้ารางวัลจากรัสเซียคือ ภาพยนตร์สร้างสรรค์และผู้กำกับดีเด่น ส่งผลให้ปิยะ ตระกูลราษฎร์และวาสนา สิทธิเวช เป็นดาราดังมีผลงานตามมาอีกหลายสิบเรื่อง

ครูบ้านนอก เป็นเรื่องราวของ ครูปิยะ (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ครูหนุ่มผู้มีอุดมการณ์ของโรงเรียนบ้านหนองหมาว้อ ซึ่งมีครูคำเม้า (นพดล ดวงพร) เป็นครูใหญ่ จากสภาพความยากจนของนักเรียนและขาดแคลนอุปกรณ์ต่าง ๆ ในโรงเรียน ทำให้ครูปิยะคิดพัฒนาการเรียนการสอน โดยมีครูดวงดาว (วาสนา สิทธิเวช) ที่เห็นประกายไฟในตัวครูปิยะให้ความร่วมมือ ครูปิยะจำเอาวิธีการเล่าเรื่องของ จารย์เคนคนผีบ้า (ต้น โตมร) มาใช้สอนและให้ปลูกผักสวนครัวเป็นอาหารกลางวัน จึงเป็นที่รักของนักเรียนและชาวบ้าน

ต่อมามีรถบรรทุกซุงทำซุงตกที่หน้าโรงเรียน ทำให้ครูปิยะรู้ว่ามีการทำไม้เถื่อน จึงแอบตามไปดู และรู้ว่าเป็นของ นายมังกร (สิงห์ อิ่มลาภ) ผู้มีอิทธิพล ครูปิยะเข้าไปถ่ายรูปแล้วส่งให้หนังสือพิมพ์ลงข่าว ทำให้นายมังกรโกรธสั่งเอาชีวิตครูปิยะ แม้ว่าจารย์เคนคนผีบ้าจะนำชาวบ้านมาช่วยรักษาความปลอดภัยให้ครูปิยะ แต่ครูดวงดาวก็ยังห่วงและขอร้องให้ครูปิยะหลบไปอยู่ที่อื่นสักพัก ครูปิยะจึงไปอาศัยวัดอยู่ แต่เมื่อรู้ว่าไม่มีครูสอนที่โรงเรียน ความสำนึกในหน้าที่และจิตวิญญาณของความเป็นครู ก็ทำให้ครูปิยะตัดสินใจกลับหนองหมาว้ออีกครั้งโดยหารู้ไม่ว่า มือปืน (ชาญ บ้านสั้น) ที่นายมังกรสั่งมา กำลังรอเวลาอยู่ เมื่อครูและนักเรียนเดิน ทางออกมารับครูปิยะ แต่ยังไม่ทันถึง กระสุนปืนจากเพชฌฆาตที่ดักรอก็ลั่นไกส่งร่างครูปิยะกระเด็นตกจากจักรยาน สิ้นใจตาย ปิดฉากครูนักสู้พร้อมเสียงเพลง แม่พิมพ์ของชาติ ที่สะกดให้คนดูนิ่งและน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว

ครูบ้านนอก ออกฉายเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2521 ที่โรงภาพยนตร์เฉลิมไทย-ปารีส-สามย่าน-ไดเรคเตอร์-ออสการ์

ครูดอย (2525)

หลังจาก ครูวิบาก บทประพันธ์ของ ครูคำหมาน คนไค ถ่ายทอดเล่าความจริงที่น่าหัวเราะผลงานสร้างของ เพชรเกษมโปรดักชั่น ออกฉายเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2524 แล้ว สุรสีห์ ผาธรรม ผู้กำกับการแสดง ก็นำกลุ่มนักแสดงครูวิบากตะลุยขึ้นบนดอย ในผลงานสร้างของ สหมงคลฟิล์ม จากบทประพันธ์เจ้าเก่า ครูคำหมาน คนไค ครั้งนี้ นอกจากมี ปิยะ ตระกูลราษฎร์ วาสนา สิทธิเวช ดู๋ ดอกกระโดน สุชาติ แสงธรรม แล้ว ยังมีสรพงศ์ ชาตรี นันทิดา แก้วบัวสาย ร่วมแสดง

สุรสีห์ ผาธรรม ผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ในยุคนั้น เริ่มจากงานภาพยนตร์แนวอีสาน เช่น ครูบ้านนอก หนองหมาว้อ ลูกแม่มูล ครูวิบาก ครูดอย แล้วไปประสบความสำเร็จจากภาพยนตร์การต่อสู้ของทนายความคนยาก บุญไชย คงมั่น ที่ฝ่าฟันอิทธิพลเถื่อนแย่งกันเป็นผู้แทน แต่บุญไชยก็ต้องมาจบชีวิตลงในวันเลือกตั้ง ได้เป็นเพียง ผู้แทนนอกสภา โดยสุรสีห์ ผาธรรม ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยมประจำปี 2526

ครูดอย เป็นภาคต่อจาก ครูวิบาก เรื่องของครูศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนที่อาสาให้ความรู้แก่ผู้มีอายุ 14- 80 ปี โดยต้องสอนได้ทุกเวลา ทุกโอกาส ทุกสถานที่ ต้องหานักเรียนเอาเองให้ได้ 30 คน จึงเรียกว่า ครูวิบาก ในภาคนี้ทั้ง ครูบรรพต (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ครูปนัดดา (วาสนา สิทธิเวช) ครูสุชาติ (สุชาติ แสงธรรม) และครูฉลาด (ดู๋ ดอกกระโดน) อาสาไปสอนที่ บ้านภูดอย อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ซึ่งต้องไปประสานงานกับครูสมพงษ์ (สรพงศ์ ชาตรี) ครูในหมู่บ้าน แต่เมื่อไปถึงพบว่า ครูสมพงษ์กลายเป็นคนขี้เหล้าต่างกับข้อมูลที่ได้รับมาเพราะว่าครูสมพงษ์ขาดความร่วมมือกับชาวบ้านที่เกรงกลัวอิทธิพลนักเลง ทำให้ครูสมพงษ์ท้อแท้และรอวันย้ายไปสอนที่อื่น

ครูบรรพตเห็นว่า โครงการของครูสมพงษ์เป็นสิ่งที่ดีต่อหมู่บ้าน จึงชักชวนชาวบ้านมาช่วยพัฒนาโรงเรียน ทำน้ำประปาหมู่บ้านจนสำเร็จ ทำให้ครูสมพงษ์เห็นความตั้งใจและเริ่มกลับมาพัฒนาหมู่บ้านอีกครั้ง บ้านภูดอกยามหน้าหนาวจะหนาวที่สุด ชาวบ้านไม่มีเครื่องนุ่งห่มกันหนาว พวกครูสอนให้ชาวบ้านปลูกผัก ทำไร่ ร่วมกันแล้วเอาไปขายในเมือง เอาเงินมาซื้อเสื้อผ้า ไม่ต้องรอความหวังจากรัฐอีก ชาวบ้านจึงรู้คุณค่าของการมีครู รู้จักการพึ่งตนเอง

แม้ว่า หวาน (นันทิดา แก้วบัวสาย) คนรักของครูสมพงษ์จะตายไปและได้เวลาที่ครูวิบากทั้งสี่คนจะต้องลากลับ แต่ครูสมพงษ์ซึ่งได้รับคำสั่งย้ายก็ยังคงอยู่เป็นครูบนดอยสืบต่อมา

ครูดอย ออกฉายเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2525 ที่โรงภาพยนตร์เพรสซิเดนท์-สเตลลา-ออสการ์-ควีนส์-สตาร์-จันทิมา

ครูสมศรี (2529)

ผลงานสร้างของ วีซี โปรดักชั่นแอนด์พิคเจอร์ร่วมกับพร้อมมิตรภาพยนตร์ จากบทประพันธ์ บทภาพยนตร์ ถ่ายภาพ ลำดับภาพและกำกับการแสดงโดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล มอบให้นางเอกจากเรื่อง มือปืน ชาลิตา ปัทมพันธ์ รับบท ครูสมศรี ร่วมด้วยรณ ฤทธิชัย ชลิต เฟื่องอารมณ์ ส.อาสนจินดา เศรษฐา ศิระฉายา ร่วมแสดง

ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ประสบความสำเร็จในด้านภาพยนตร์อย่างมาก มีผลงานระดับคุณภาพหลาย ๆ เรื่อง เช่น มันมากับความมืด เขาชื่อกานต์ เทพธิดาโรงแรม ความรักครั้งสุดท้าย ผมไม่อยากเป็นพันโท กาม เทวดาเดินดิน ทองพูนโคกโพ ราษฎรเต็มขั้น อุกาฟ้าเหลือง ถ้าเธอยังมีรัก มือปืน เป็นต้น

ครูสมศรี ถ่ายทอดจากปากของ บุญเพ็ง (รณ ฤทธิชัย) ผู้อำนวยการกองบริการประชาชนของเทศบาลที่เคยสูญเสียคนรักสมัยเป็นนักศึกษาในเหตุการณ์มหาวิปโยค จนบุญเพ็งเก็บอุดมการณ์ใส่ลิ้นชัก ยอมเป็นเบี้ยในระบบราชการ กระทั่งมาพบครูสมศรี(ชาลิตา ปัทมพันธ์) ที่มีเลือดนักสู้ ทำให้บุญเพ็งรู้จักชีวิตและกล้าที่จะเปิดโปงทุจริตต่อ ป.ป.ป.

ครูสมศรี เกิดในสลัมตรอกศาลเจ้าพ่อเสือ มุมานะเรียนจนจบชั้น ม.ศ.5 แล้วมาเป็นครูสอนในโรงเรียนของครูทองย้อย (ส.อาสนจินดา) ครูแก่ขี้เหล้าที่ไม่มีไฟความเป็นครูเหลืออยู่ สลัมแห่งนี้เป็นที่หมายตาของบริษัทสหพัฒนาที่ดินจำกัด มีนายดุสิต (ภูมิ พัฒนยุทธ) เป็นประธานและทนายสด (ชลิต เฟื่องอารมณ์) เป็นมือกฎหมาย ใช้ทั้งกฎหมายและกฎหมู่ในการผลักดันให้ชาวสลัมออกไป จะเอาไปทำศูนย์การค้า ครูสมศรีกับชาวบ้านต่อต้านไม่ยอมออก จึงถูกพวกบริษัทวางเพลิงเผาไล่ที่ ครูสมศรีนำชาวบ้านไปร้องเรียนต่อเทศบาล ได้รับความช่วยเหลือจากนายบุญเพ็งและทนายทองดี (เศรษฐา ศิระฉายา) เพราะเห็นว่า มีการทุจริตในการให้บริษัทเช่าที่ดินสลัม เหตุการณ์รุนแรงตามลำดับ บุญเพ็งถูกห้ามติดตามเรื่องสลัม ชาวบ้านถูกตำรวจกลั่นแกล้งจับกุม กรรมการหมู่ บ้านถูกฆ่าตาย ถูกข่มขู่ ต่อมาทนายทองดีก็ถูกยิงตายอีกคน ทำให้ชาวบ้านเริ่มท้อแท้ หวาดกลัว ส่วนครูทองย้อยซึ่งมีสัญญาเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนแผ่นดินเหลืออยู่ ก็ถูกพวกบริษัทมาให้ข้อเสนอจะสร้างโรงเรียนให้ใหม่และยุยงให้เผาโรงเรียนทิ้ง แต่ครูทองย้อยไม่ยอมทำ สมุนของบริษัทจึงลงมือทำเอง พอดีกับบุญเพ็งและครูสมศรีมาพบก่อน จึงช่วยกันดับไฟทัน แต่ครูสมศรีก็ถูกยิงตาย ทำให้ครูทองย้อยเห็นความตั้งใจอันแรงกล้า จึงอึดสู้คดีกับบริษัทจนศาลมีคำพิพากษาให้เป็นฝ่ายชนะคดี มีสิทธิอยู่ในสลัมได้ สมความตั้งใจของครูสมศรี

ครูสมศรี ออกฉายเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2529 ที่โรงภาพยนตร์สยาม-อินทรา-พันธุ์ทิพย์-เฉลิมกรุง-วิลลา
....................




จาก: มนัส138
วันที่: 07/01/53 - 22:46 น.
IP Address: 115.67.25.xx
ความคิดเห็นที่ 127
ขอแสดงความยินดีกับหนูแพด้วยคนค่ะ ถือเป็นของขวัญวันเกิดไปด้วยเลยหนูแพเกิดวันที่ 17 ม.ค...

จาก: จุ
วันที่: 08/01/53 - 17:53 น.
IP Address: 124.122.128.xx
ความคิดเห็นที่ 128
สวัสดีพี่ๆทุกคนค่ะ ไม่ได้เข้าเวปนานทำเอาเขิลเลยนะคะ ขอบพระคุณมากๆค่ะ ^__^


จาก: หนูแพ
วันที่: 10/01/53 - 0:25 น.
IP Address: 119.31.5.xx
ความคิดเห็นที่ 129
ของแสดงความยินดีกับน้องแพนะครับ
และขอปรบมือให้กับบทความที่อ่านแล้วไม่เคยเบื่อ
ของคุณมนัส ครูแห่งหนัง ด้วยครับ

จาก: จุ้ยครับ
วันที่: 10/01/53 - 13:59 น.
IP Address: 125.24.242.xx
ความคิดเห็นที่ 130
สวัสดีคะ คุณมนัส ขอใช้คำว่า คุณมนัสบรมครูแห่งหนังไทยค่ะ เพราะไม่เคยอ่านบทความเรื่องหนังเก่าๆอย่างที่คุณมนัสเก็บมาเล่าจากที่ไหนเลย ถ้าหอภาพยนต์ขาดคนอย่างคุณมนัสไป คงจะจืดชืดแน่ๆเลย พี่เข้ามาอ่านหลายเที่ยงแล้วค่ะ เพื่อจะได้อ่านบทความที่คุณเล่าใหม่ๆ แต่กระทู้นี้ยาวไปแล้วค่ะ เปิดใหม่ได้แล้ว
ขอแสดงความยินดีกับหนูแพด้วย ที่ได้รางวัลครูดีเด่น ขอให้จงทำดีต่อไปคะ ป้าน้อยเป็นกำลังใจให้ และหว้งว่าคงรักษาการเป็นสมาชิกลานดาราไว้ตลอดไปนะ เข้ามาคุยกันบ่อยๆสิค่ะ

จาก: น้อย
วันที่: 10/01/53 - 19:03 น.
IP Address: 110.49.67.xx
ความคิดเห็นที่ 131
อ่านบทความเกี่ยวกับครูของคุณมนัสแล้วซึ้งจริงๆ อ่านแล้วน้ำตาซึม...
ขอแสดงความยินดีกับหนูแพคนเก่งด้วยนะจ๊ะ...

จาก: พี่ตัวเล็ก
วันที่: 11/01/53 - 16:02 น.
IP Address: 203.159.12.xx
ความคิดเห็นที่ 132
ขอแสดงความยินดีกับหนูแพด้วยนะครับ สำหรับตำแหน่งครูดีเด่น

จาก: น้ำขิง
วันที่: 11/01/53 - 18:33 น.
IP Address: 124.121.247.xx
ความคิดเห็นที่ 133

ขอแสดงความยินดีกับหนูแพด้วยนะครับที่ได้รับตำแหน่งครูยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย

สวัสดีปีใหม่คุณมนัสด้วยครับ ขอให้มีความสุขตลอดปีใหม่นี้และตลอดไปครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 11/01/53 - 19:10 น.
IP Address: 85.1.114.xx
ความคิดเห็นที่ 134



สวัสดีครับทุกท่าน..

สวัสดีครับพี่จุ..เป็นไงครับ หมู่นี้หายเงียบไปเลย..หรือว่ากำลังยุ่งกับการสแกนหนังสือครับ..
กำลังใจก็เป็นเรื่องที่ดีตามธรรมเนียมไทย ๆ ของเรานะครับคุณจุ้ย.. อย่างสิ่งที่หนูแพได้รับ
จากเพื่อน ๆ ในเว็บนี้ทันทีที่รู้ข่าว...ก็เป็นเรื่องน่ายินดี แต่ว่า ยังไม่ถึงขนาดยอดเยี่ยมแห่งประ
เทศไทยอย่างที่คุณสุทธิพงษ์ เติมให้นะครับ.. เดี๋ยวหนูแพจะยิ่งเขินไปใหญ่เพราะจริง ๆ
เป็นรางวัลครูดีเด่นที่เขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมอบให้ครูแพ ครับ...

ขอบคุณพี่น้อยอีกครั้งครับ.. ดีใจครับที่ชอบอ่านเรื่องเล่าจากหนังไทยเก่า ๆ..เผอิญหลังจากเข้าเว็บ
ครั้งโน้นแล้ว ก็ติดเตรียมงานวันเด็ก..พอเสร็จงานก็รีบไปคลองถมเพื่อเจอเพื่อน ๆ หลังจาก
ที่ผมไม่ได้เข้าไปหลายเสาร์แล้ว ก็เลยรีบไปรายงานตัวสักหน่อย..กลัวว่า เสาร์หน้าที่เป็นวันครู
ผมอาจจะไม่ได้ไปคลองถมอีกเพราะแว่ว ๆ มาว่า อาจจะต้องไปเรื่องหนังที่ ว.ค.นครสวรรค์...
ก็เลยไม่ได้เข้ามาเขียนครับพี่น้อย..ส่วนเรื่องเปิดกระทู้ตอนใหม่นั้น คิดว่าน่าจะเป็นก่อนวันเกิด
ของ เพชรา เชาวราษฎร์ วันที่ 19 มกรา..นิดหน่อยนะครับ..

คุณตัวเล็กบอกอ่านแล้ว น้ำตาซึม..ถ้างั้นเดี๋ยวคราวหน้า เอาเรื่องรัก ๆ มาให้อ่านแล้วซึ้งบ้างดีไหมครับ..
ส่วนเรื่องรูปถ่ายจากบ้านพี่แดน กฤษดา นั้น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พี่แต๋วบอกว่า ได้รับแล้วและกำลัง
รวบรวมส่งไปให้พี่แดน กฤษดา ครับ...

ปิดท้ายคืนนี้ด้วยบทความต่อเนื่อง.. แต่ไม่ต่อกัน...นะครับ..
เห็นว่า ช่วงนี้จะมีหนังที่คุณสุรสีห์ ผาธรรม กำกับ ออกมาฉายในวันครู...เรื่องหนึ่ง..
เผอิญผมเคยเขียนถึงคุณสุรสีห์ไว้นานแล้ว รู้สึกจะเป็นในนิตยสารฯ เล่มเดือนมิถุนายน 2549 ครับ..
ก็เลยถือโอกาสนี้ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ...

วันวานของ..สุรสีห์ ผาธรรม โดย มนัส กิ่งจันทร์

ในบรรดาผู้กำกับที่ทำหนังเพื่อคนอีสานแล้ว ชื่อของ สุรสีห์ ผาธรรม คงจะต้องจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมหนังที่สุรสีห์ทำออกมา จึงชอบที่จะสะท้อนชีวิตและความเป็นอยู่ของคนอีสาน

สุรสีห์ ผาธรรม เป็นคนอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ชอบดูหนังกลางแปลงหนังขายยามาตั้งแต่เรียนชั้น ป.4 ถึงขนาดแทบจะทิ้งการเรียนเพื่อดูหนัง ยิ่งดูก็ยิ่งชอบ ใจจึงคิดที่จะเอาดีทางนี้ด้วยการหัดเป็นนักพากย์หนัง ต่อมาสุรสีห์ก็ได้เป็นนักพากย์หนังกลางแปลง ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นการพากย์แบบคนเดียวทั้งเดียว สุรสีห์ใช้ชื่อในการพากย์หนังว่า สกุลรัตน์ แล้วใช้ชีวิตนักพากย์หนังอยู่ในแถบภาคอีสานหลายปี จึงมีความคิดที่จะทำหนังกับเขาดูบ้าง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับ กมล กุลตังวัฒนา ซึ่งเคยเป็นนักพากย์สายอีสานด้วยกันมาเปิดบริการจัดจำหน่ายหนังอยู่ในกรุงเทพฯ สุรสีห์ก็เลยได้เข้ามาช่วยงาน ช่วงแรก ๆ ก็จะจัดจำหน่ายหนังอินเดีย แต่ทำไปสักพักการเงินก็ไม่ดีขึ้น สุรสีห์จึงออกความคิดว่า น่าจะลองสร้างหนังเองดูบ้าง ซึ่งเกิดไปตรงกับความฝันของกมลพอดี หนังเรื่องแรกของดวงกมลมหรสพจึงเกิดขึ้นโดยเล็งไปที่หนังเพลงเพราะมีความเชื่อว่า หนังเพลงต้องทำเงินแน่ ๆ เหมือนอย่างที่ มนต์รักลูกทุ่ง ของรังสี ทัศนพยัคฆ์ ทำสำเร็จมาแล้ว

มนต์รักแม่น้ำมูล คือ หนังที่กมลสร้างขึ้นเพื่อหวังจะให้เป็นมนต์รักลูกทุ่งของคนอีสาน มี พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา รับหน้าที่เป็นผู้กำกับ ส่วนสุรสีห์ ผาธรรม ได้เป็นผู้ช่วยกำกับให้กับดาราตัวประกอบ จุดนี้เองคือ ก้าวแรกที่ทำให้สุรสีห์ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกระบวนการทำหนังที่ฝันไว้อย่างจริงจัง มนต์รักแม่น้ำมูล ออกฉายวันที่ 12 สิงหาคม 2520 ที่โรงหนังเพชรรามา ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนอีสานในกรุงเทพฯ จนต้องมีการเพิ่มโรงฉายอีกที่เพชรเอ็มไพร์

เมื่อมนต์รักแม่น้ำมูลประสบความสำเร็จ กมลจึงผลักดันให้สุรสีห์ขึ้นแท่นเป็นผู้กำกับเองครั้งแรกด้วยเรื่อง ครูบ้านนอก ซึ่งงานนี้สุรสีห์ต้องไปคลุกอยู่กับชาวบ้านดอนเมย ที่สมมุติให้เป็นบ้านหนองหมาว้อตามเนื้อเรื่อง เพื่อให้เด็ก ๆ และชาวบ้านเกิดความรู้สึกว่า ไม่ใช่การถ่ายหนัง หากแต่เป็นการถ่ายทอดวิถีชีวิตจริง ๆ ใช้เวลาถ่ายทำประมาณ 4 เดือน หนังออกฉายเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2521 ที่โรงหนังเฉลิมไทย-ปารีส และได้คำชมเชยจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ด้วย จึงยิ่งทำให้หนังประสบความสำเร็จเกินคาด ชื่อของสุรสีห์ ผาธรรม จึงเป็นที่รู้จักในฐานะผู้กำกับคลื่นลูกใหม่

เมื่อหนังได้รับความนิยม ก็เป็นธรรมดาของผู้สร้างที่อยากจะทำภาคต่อ กมลจึงให้สุรสีห์กำกับครูบ้านนอก ภาค 2 ต่ออีกในชื่อเรื่อง หนองหมาว้อ โดยคราวนี้ เน้นบทไปที่ครูดวงดาวซึ่งยังอยู่สานอุดมการณ์ครูปิยะที่เสียชีวิตไปแล้ว หนังออกฉายวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2522 ที่โรงหนังแอมบาสเดอร์-ไดเรคเตอร์ แม้จะทำรายได้ไม่ค่อยดีนัก แต่สุรสีห์ก็ได้รับคำชมถึงพัฒนาการการทำหนังที่ดีขึ้น ในขณะที่ดวงกมลมหรสพถอยกลับไปที่เก่า ด้วยการทำหนังเพลงซ้ำรอยมนต์รักแม่น้ำมูล อีกในเรื่อง ลูกแม่มูล แล้วนำออกฉายวันที่ 26 กรกฎาคม 2523 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม-พาราเมาท์ แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่ามนต์รักแม่น้ำมูล

ชื่อของ สุรสีห์ ผาธรรม กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งหนึ่ง เมื่อไปกำกับหนังให้กับค่ายเพชรเกษมโปรดักชั่น ของ รักษ์ หล่อเกษมศานต์ โดยนำชีวิตครูเดินสอนมาสะท้อนความจริง แต่เป็นความจริงที่น่าหัวเราะในเรื่อง ครูวิบาก ออกฉายวันที่ 16 กรกฎาคม 2524 ที่โรงหนังควีนส์-สเตลลา-ออสการ์ หนังเรื่องนี้ชี้ให้เห็นความสามารถของคน 2 คน คนแรกคือ คำหมาน คนไค ซึ่งเป็นคนเขียนเรื่องครูบ้านนอก แต่ครั้งนี้เขียนออกมาในแนวตลกได้อย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับสุรสีห์ที่ได้แสดงถึงความสามารถในการกำกับหนังแนวตลกด้วยเช่นกันและครูวิบาก ยังได้รับ 2 รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ประจำปี 2524 ด้วยคือ บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและภาพยนตร์สร้างสรรค์

จากนั้นสุรสีห์ก็ไปกำกับหนังให้ค่ายสหมงคลฟิล์มอีก 2 เรื่องคือ ครูดอย ซึ่งมีเนื้อเรื่องต่อจากครูวิบาก หนังเล่าถึงภารกิจของครูเดินสอนที่ขึ้นไปช่วยพัฒนาหมู่บ้านบนดอยของจังหวัดเลย ออกฉายวันที่ 15 พฤษภาคม 2525 ที่โรงหนังเพรสซิเดนท์-สเตลลา-ออสการ์-ควีนส์ และอีกเรื่องหนึ่งคือ ผู้แทนนอกสภา หนังการเมืองการเลือกตั้ง ที่สมมุติว่าเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน สุรสีห์ถ่ายทอดกลวิธีในการหาเสียงผู้แทนได้อย่างสนุกสนาน แต่บทสุรปของหนังก็ทำให้คนเดินน้ำตาซึมออกจากโรง หนังเข้าฉายวันที่ 9 เมษายน 2526 ที่โรงหนังเพรสซิเดนท์-สเตลลา-โอลิมปิคและเรื่องนี้เองที่ทำให้ สุรสีห์ ผาธรรม ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง (พระสุรัสวดี) ประจำปี 2526 ในฐานะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ในปีเดียวกัน สุรสีห์ก็ยังมีหนังสะท้อนชีวิตของคนอีสานอีกเรื่องหนึ่งออกมาฉาย ใช้คำโฆษณาว่า ..หน้าแล้ง เข้ากรุงมุ่งหางาน หน้าฝน กลับมาพบกัน..นั่นคือเรื่อง สวรรค์บ้านนา ออกฉายวันที่ 22 ตุลาคม 2526 ที่โรงหนังเพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์ และตามด้วยหนังที่ถ่ายทอดชีวิตของครู ตชด.ที่ยึดคติว่า..ยามศึก เรารบ ยามสงบ เราสอน..ในเรื่อง ครูชายแดน ออกฉายวันที่ 15 กันยายน 2527 ที่โรงหนังเฉลิมไทย-เฉลิมกรุง ซึ่งเรื่องนี้สุรสีห์กำกับร่วมกับยุทธศิลป์ มูลสำรวจ

สุรสีห์ปิดฉากกำกับหนังด้วยเรื่อง ราชินีดอกหญ้า ของสีบุญเรืองฟิล์ม ซึ่งเป็นหนังที่ถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้านประเภทหมอลำของชาวอีสานได้เป็นอย่างดี ออกฉายวันที่ 31 พฤษภาคม 2529 ที่โรงหนังเอเธนส์-พาราไดซ์ และหนังยังได้รับ 3 รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ประจำปี 2529 คือ ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ผู้ประพันธ์เพลงยอดเยี่ยมและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

กล่าวได้เลยว่า หนังของสุรสีห์ ผาธรรม นั้นเป็นหนังที่สร้างขึ้นเพื่อสะท้อนชีวิต สะท้อนสังคมในรูปแบบการตีแผ่ความจริงออกมาให้สังคมโดยรวมได้รู้เห็นถึงปัญหาต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งสาระและบันเทิงควบคู่กันไป สุรสีห์จะเน้นเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนอีสานเป็นหลักเพราะเขาเป็นคนอีสาน เขาเชื่อว่าสังคมไทยขณะนั้น คนอีสานเป็นคนที่ด้อยโอกาสมากกว่าคนภาคอื่น ๆ หนังของสุรสีห์จึงเป็นเสมือนสื่อกลางหรือเป็นตัวเชื่อมความแตกต่างในแต่ละสังคมให้สามารถเข้าหากันได้ และจะยิ่งดีขึ้น หากผู้มีอำนาจได้มาดูหนังและกลับไปแก้ไขปัญหาของสังคมนั้น ๆ ด้วย
..............................
หมายเหตุ เป็นบทความเก่าเขียนไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549..

จาก: มนัส138
วันที่: 11/01/53 - 23:27 น.
IP Address: 115.67.139.xx
ความคิดเห็นที่ 135



สวัสดีครับทุกท่าน..

ครั้งที่แล้ว พอบอกว่า วันเสาร์นี้ผมอาจจะต้องไป ว.ค.นครสวรรค์ หรือชื่อที่เรียกในปัจจุบันว่า
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.. คุณอนุกูล ซึ่งอยู่นครสวรรค์ ก็โทรมาหา อยากให้ไปดูฟิล์มหนัง
เรื่อง ดรรชนีนาง ด้วย.. แต่ผมคำนวณเวลาแล้ว อาจไม่เพียงพอเพราะกว่าจะหนังจะจบ กว่าจะ
พูดคุยกัน ก็น่าจะเสร็จเกือบ 6 โมงเย็นแล้ว..แถมยังต้องรีบไปนั่งรถตู้กลับกรุงเทพฯ อีก ก็เลยคิดว่า
คงจะไม่ได้เจอคุณอนุกูล แน่ ๆ วันครูปีนี้ ม.ราชภัฏนครสวรรค์ เขาจะฉายหนังครู..และเห็นว่า มี
โครงการจะฉายหนังไทยในอดีตไปอีกตลอดปี รู้สึกว่า จะฉายกันทุก ๆ บ่ายวันพุธนะครับ
นอกจากให้นักศึกษา อาจารย์ดูแล้ว ก็ยังเปิดให้คนทั่วไปดูด้วย....

พูดถึงเรื่อง ความเป็นครู..แล้ว นี่ นับเป็นอย่างแรกที่ผมใฝ่ฝันอยากจะเป็น.. เพราะครูในสมัยก่อน
ได้รับการยกย่อง ยอมรับนับถือจากบุคคลทั่วไปอย่างมาก..ขนาดบางครั้ง เด็ก ๆ ไม่ฟังคำพ่อ คำแม่
แค่บอกว่า เดี๋ยวจะฟ้องครู..เท่านั้นเองก็ได้ผลแล้ว..มานั่งนึกภายหลังว่า ทำไมเราถึงอยากเป็นครู..
เหตุหนึ่งก็เพราะความชอบที่เห็นครูมาแต่เด็ก ๆ ก็ไม่เห็นได้ไงครับ ก็ไปโรงเรียนทุกวันนี่ครับ..
ครูที่ผมอยากเห็นก็คือ ครูที่สอนแบบสนุกสนาน เป็นกันเองกับเด็ก ๆ ไม่เครียดจนเกินไป..
ทำให้ตอนเรียนหนังสือ ผมถึงสนิทกับครูหลาย ๆ คน ผมชอบฟังครูพูดถึงเรื่องอื่น ๆ มากกว่า
ในตำราเรียน..ยิ่งตอนมาเรียนรามฯ ด้วยแล้ว หากอาจารย์ท่านใดสอนตามตำรา ผมก็มักจะหาทาง
ไปเรียนกับอาจารย์ที่พูดนอกเรื่อง นอกตำรามากกว่า..เพราะคิดว่า ตำรานั้น เราอ่านเองได้
แต่นอกตำรานั้น ยากที่เราจะเรียนรู้ได้ง่าย ๆ..

ตอนเรียนจบ ม.ศ.5 ใหม่ ๆ ผมเองก็หวังจะเรียนเป็นครู สอบเอ็นทรานซ์ ก็ยังเลือกแต่คณะที่จบแล้วเป็นครู
แต่ก็สอบเอ็นฯไม่ได้ พอมาสมัครเรียนรามฯ ก็เลือกคณะศึกษาศาสตร์ กะว่าจะเป็นเอกภาษาไทยด้วย
แต่พอเรียนไปได้ไม่กี่วัน พี่เขย (แฟนพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง เขาเป็นครูด้วย) เขาก็บอกว่า บ้านเอง
เป็นครูเกือบหมดบ้านแล้ว จะเป็นอีกทำไม..เขาให้ผมย้ายคณะฯ แรก ๆ ผมก็ไม่ยอม แต่พอเจอไม้ตาย
ว่า ถ้าไม่ย้ายคณะ ก็จะไม่ให้อยู่บ้าน ไม่ได้กินฟรี อยู่ฟรี ตอนนั้นปี 2524 ปลาย ๆ แม่ผมส่งเงินมาให้ใช้
เรียนเดือนละ 500 บาท แล้วถ้าหากต้องไปอยู่หอพัก ก็จะเป็นการเพิ่มภาระที่หนักมาก ๆ ผมจึงต้องย้าย
คณะ แถมยังถูกบอกว่า ให้เลือกคณะที่ตำรับตำราอุปกรณ์ไม่แพงอีก..ซึ่งตอนนั้นก็มีแต่นิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์
เท่านั้น..ผมก็เลยเลือกนิติศาสตร์..แล้วก็เร่งเรียนแบบจรวด..จนจบนี่แหละครับ.. ระหว่างที่เรียนนั้น
ก็ทราบว่า มีเพื่อนหลายคนที่เคยบอกว่า ไม่อยากเป็นครู..แต่ก็เรียนครุจนจบ ตอนนี้บางคนก็เป็นครู
ทั้งครูใหญ่ ครูน้อย เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนก็มี.. โลกนี้คงไม่มีใครสมหวังหมดทุกอย่างหรอกครับ..
ตอนที่ผมไม่ได้เรียนครู ผมยังคิดในใจเลยว่า ถ้าไม่ได้เป็นครู..ก็ขอมีเมียเป็นครู ก็แล้วกัน.. เคยคิดว่า
เอาไว้มีงานทำงานก่อน แล้วจะหาทางเรียนต่อเพื่อจะเป็นอาจารย์สอนกฎหมาย.. แต่ก็ไม่ได้เรียนอีก
ตอนที่ผมเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับหนังไทยนั้น รุ่นน้องรามฯ ที่มาฝึกงานกับผม ก็ยังงงเลยว่า ทำไม
ผมถึงไม่เขียนตำรากฎหมาย ดันไปเขียนเรื่องหนังซะนี่..ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไมถึงไม่มีความรู้สึก
อยากจะเขียนเหมือนอย่างที่น้อง ๆ บอก..หลายครั้งที่ผมเจอเพื่อน-เจอรุ่นน้องที่เป็นผู้พิพากษา
พอเขาเห็นว่า ผมเขียนเรื่องหนัง คุยเรื่องหนัง..เขาก็บอกว่า น่าจะเอาวิธีแบบนี้ไปเขียนตำราบ้างน่ะ..
ไฟแห่งความเป็นครูของผมมอดไปตอนไหนนั้น..ผมเองก็นึกไม่ออก แต่ถ้าเจอใครถาม ผมก็มักจะตอบ
แบบเล่น ๆ ไปว่า ไม่อยากเป็นแบบครูปิยะ.. ใครดูหนัง ครูบ้านนอก คงรู้นะครับ..
พูดถึงหนังครูแล้ว มันต้องสัมพันธ์กับหนังนักเรียนด้วย.. ซึ่งผมลองนับเล่น ๆ ก็มีหลายเรื่อง ผมก็เลย
เอารายชื่อหนังครู-หนังนักเรียน มาฝากครับ..

เรียงตาม ชื่อเรื่อง / ประเภทหนัง / ดารานำแสดง / บริษัทผู้สร้าง / ผู้อำนวยการสร้าง / ผู้กำกับการแสดง / วันแรกฉาย

1. คุณครูที่รัก/หนังครู/นาท-อรัญญา/ประสพสุขภาพยนตร์ /กิตติ ประสพสุข/พันคำ/*วันที่ 11 ตุลาคม 2517
2. แด่คุณครูด้วยคมแฝก/หนังครู/นาท-อรัญญา/รณภพฟิล์ม/อัญชลี ชอบประดิษฐ์/รุจน์ รณภพ/*วันที่ 16 สิงหาคม 2518
3. คุณครูคนใหม่/หนังครู/สมบัติ-พิสมัย/สีบุญเรืองฟิล์ม/ชวินธร สีบุญเรือง/พันคำ/*วันที่ 17 ตุลาคม 2518
4. สวัสดีคุณครู/หนังนักเรียน/สุเชาว์-นัฐ-จารุณี/สีบุญเรืองฟิล์ม/ชวินธร สีบุญเรือง/พันคำ/*วันที่ 19 พฤศจิกายน 2520
5. 7 ซุปเปอร์เปี๊ยก/หนังนักเรียน/พอหทัย-เดน่า-เอกชัย/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร/สักกะ จารุจินดา/*วันที่ 5 พฤษภาคม 2521
6. ครูบ้านนอก/หนังครู/ปิยะ-วาสนา/ดวงกมลมหรสพ/กมล กุลตังวัฒนา/สุรสีห์ ผาธรรม/*วันที่ 17 มิถุนายน 2521
7. ครูขาหนูเหงา/หนังนักเรียน/สมบัติ-สุเชาว์-จารุณี/สีบุญเรืองฟิล์ม/ชวินธร สีบุญเรือง/พันคำ/*วันที่ 1 ธันวาคม 2521
8. ครูทิม/หนังครู/สรพงศ์-ลลนา/บงกชโปสเตอร์/บงกช ยุทธกร/ดริน ดารากร/*วันที่ 6 กันยายน 2522
9 ครูสลัม/หนังครู/ภาวนา-นัฐ/รุ่งนภาโปรดักชั่น/รุ่งนภา ล้ำพงษ์/วินัย วิเศรษฐ์ศิริ/2523 (กุมภาพันธ์) ไม่ได้ฉาย
10. จากครูด้วยดวงใจ/หนังนักเรียน/สรพงศ์-ลลนา/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เกียรติ เอี่ยมพึ่งพร/ณรงค์ ภูมินทร์/*วันที่ 7 มิถุนายน 2523
11. ครูวิบาก/หนังครู/ปิยะ-วาสนา/เพชรเกษมโปรดักชั่น/รักษ์ หล่อเกษมศานต์/สุรสีห์ ผาธรรม/* วันที่ 16 กรกฎาคม 2524
12. บันทึกลับครูพร/หนังครู/นพดล-สุริโย/ลูกไทยโปรดักชั่น/ฉกรรจ์ จิตรกร/ฉกรรจ์ จิตรกร/วันที่ สิงหาคม 2524
13. ครูดอย/หนังครู/สรพงศ์-ปิยะ/สหมงคลฟิล์ม/สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ/สุรสีห์ ผาธรรม/*วันที่ 15 พฤษภาคม 2525
14. สวัสดีไม้เรียว/หนังครู/สรพงศ์-จารุณี/สีบุญเรืองฟิล์ม/ดาวน้อย สีบุญเรือง/พันคำ/*วันที่ 1 กันยายน 2525
15. ม.6/หนังนักเรียน/อรรถพล-ไปรมา/อดุลย์โปรดักชั่น/พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ/ดุลย์ พิจิตร/*วันที่ 19 พฤศจิกายน 2526
16. รอยไม้เรียว/หนังนักเรียน/ทูน-พุ่มพวง/แมวไทยโปรดักชั่น/ดารณี ณ วังอินทร์/ยอด มาลา/*วันที่ 13 มกราคม 2527
17. ครูปิยะ/หนังครู/ปิยะ-ทวนธน/แมวไทยโปรดักชั่น/อมรรัตน์ พูลพิทักษ์/ยอด มาลา/*วันที่ 26 พฤษภาคม 2527
18. ครูชายแดน/หนังครู/สรพงศ์-ปิยะ/สุรสีห์ ผาธรรม//สุรสีห์ ผาธรรม-ยุทธศิลป์ มูลสำรวจ/*วันที่ 15 กันยายน 2527
19. ครูเสือ/หนังครู/พิศาล-สุพรรษา/อัครเศรณีโปรดักชั่น//ชรินทร์ ทองสิงห์/*วันที่ 13 ตุลาคม 2527
20. ครูข้าวเหนียว/หนังครู/ล้อต๊อก-นพดล/อินทราชัยภาพยนตร์/บุญชัย ธนาวณิช/ล้อต๊อก/*วันที่ 2 สิงหาคม 2528
21. ครูสมศรี/หนังครู/รณ-ชาลิตา/วี.ซี.โปรโมชั่นแอนด์พิคเจอร์-พร้อมมิตร/สง่า-ชัยโรจน์ /ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล/*วันที่ 11 มกราคม 2529
22. แด่คุณครูด้วยดวงใจ/หนังครู/จารุณี-พร้อมพงศ์/บัวหลวงภาพยนตร์/วิฑูรย์ เชาว์ประดิษฐ์/พจน์ ศิริพันธุ์/*วันที่ 1 มีนาคม 2529
23. อาจารย์คนใหม่/หนังครู/ฉัตรชัย-วชิรา/อมรชัยภาพยนตร์/ธงชัย ศรีเสรี/ธงชัย ศรีเสรี/*วันที่ 31 พฤษภาคม 2529
24. หวานมันส์ฉันคือเธอ /หนังนักเรียน/สันติสุข-จินตหรา/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/สักกะ จารุจินดา/*วันที่ 5 กันยายน 2530
25. หวานมันส์ฉันคือเธอ ตอนที่ยังเหลือ (ภาค 2)/หนังนักเรียน/จินตหรา-สันติสุข/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/สักกะ จารุจินดา/*วันที่ 14 พฤษภาคม 2531
26. เพราะว่าฉันรักเธอ/หนังนักเรียน/เสกสรร-ลลิตา/พรพจน์ฟิล์ม///*วันที่ 31 ธันวาคม 2531
27. ครูไหวใจร้าย/หนังครู/จินตหรา-สันติสุข/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/สักกะ จารุจินดา/*วันที่ 19 พฤษภาคม 2532
28. กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้/หนังนักเรียน/มอส-แท่ง/ไทเอ็นเตอร์เทนเมนท์/จรัญ-วิสูตร พูลวรลักษณ์/คิง/*วันที่ 20 กรกฎาคม 2534
29. อนึ่ง คิดถึงพอสังเขป/หนังนักเรียน/จักรกฤษณ์-สายฟ้า/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/บัณฑิต ฤทธิ์ถกล/*วันที่ 11 เมษายน 2535
30. ครูจันทร์แรม ประทีปแห่งลุ่มแม่น้ำสาย/หนังครู/จินตหรา-สันติสุข/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/พันคำ/*วันที่ 20 มิถุนายน 2535
31. กระโปรงบาน..ขาสั้น/หนังนักเรียน/ธรรม์-ธัญญาเรศ /ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/ชาติชาย แก้วสว่าง/*วันที่ 28 สิงหาคม 2536
32. ม.6/2 ห้องครูวารี/หนังนักเรียน/จินตหรา-ศรัณย์/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น///*วันที่ 4 มิถุนายน 2537
33. แบบว่าโลกนี้มีน้ำเต้าหู้และครูระเบียบ/หนังครู/ศรราม-สุวนันท์/สหมงคลฟิล์ม/สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ/พงศ์แก้ว สงวนไทย-ชัชวาล คล้องช้าง/*วันที่ 6 สิงหาคม 2537
34. กระโปรงบานขาสั้น เทอม 2 ตอน แอบดูบาร์บีคิว/หนังนักเรียน/ธรรม์-ธัญญาเรศ/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/ชาติชาย แก้วสว่าง/*วันที่ 20 สิงหาคม 2537
35. ตุ๊ ต๊ะ ต๋อม แต๋ม สุภาพบุรุษตัว ต./หนังนักเรียน/สมชาย-ศรัณย์/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/เจริญ เอี่ยมพึ่งพร/นพพร วาทิน/*วันที่ 15 ตุลาคม 2537
36. ประถม มัธยม เปรี้ยวอมหวาน/หนังนักเรียน/ภูธเนศ-ธัญญาเรศ/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น//ชาติชาย แก้วสว่าง/*วันที่ 19 สิงหาคม 2538
37. นักเรียนใหม่วัยวุ่น รุ่น 95/หนังนักเรียน/วรวิทย์-วลัยทิพย์////*วันที่ 23 กันยายน 2538
38. ม.6/2 ห้องครูวารี หกเดือนไม่ขาดเพื่อนสักวัน/หนังนักเรียน//ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น///*วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2539
39. อนึ่งรุ่น 2 คิดถึงพอสังเขป/หนังนักเรียน/สันติสุข-ไข่มุก/ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น/บัณฑิต ฤทธิ์ถกล/บัณฑิต ฤทธิ์ถกล/*วันที่ 23 มีนาคม 2539
40. กฃฅ โรงเรียนนอก/หนังนักเรียน/ศรัณย์-เจจินตัย///อัศจรรย์ สัตโกวิท/*วันที่ 20 เมษายน 2539
41. น้ำเต้าหู้และครูระเบียบ 2/หนังครู/ดวงตา-ธีรศักดิ์ /สหมงคลฟิล์ม/สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ/ชัชวาล คล้องช้าง/*วันที่ 1 พฤศจิกายน 2539
42. จักรยานสีแดง/หนังนักเรียน/ปฏิภาณ-อมิตา ยัง/แกรมมี่ภาพยนตร์/ไพบูลย์-ยุทธนา-บุษบา/ยุทธนา มุกดาสนิท-นิพนธ์ ผิวเณร/*วันที่ 14 มีนาคม 2540
43. เกิร์ลเฟรนด์ 14 ใสกำลังเหมาะ/หนังนักเรียน/ชโลธร-ณัฐวรา/บลูโดม/ประไพพรรณ ชัยวิสุทธิ์/มงคลชัย ชัยวิสุทธิ์/*วันที่ 22 มีนาคม 2545
44. แฟนฉัน/หนังนักเรียน/ชาลี-โฟกัส/จีเอ็มเอ็ม-ไทเอ็นเตอร์เทนเม้นท์-หับโห้หิ้น/กลุ่ม 365 ฟิล์ม/*วันที่ 3 ตุลาคม 2546
........................................


จาก: มนัส138
วันที่: 13/01/53 - 23:20 น.
IP Address: 115.67.87.xx
ความคิดเห็นที่ 136



วันนี้ ..ได้ทราบข่าวจากผู้สื่อข่าวที่เคยมาทำข่าวกิจกรรมลานดารา ว่า มีผู้กำกับภาพยนตร์ท่านหนึ่งเสียชีวิต..
พอถามว่า ใคร.. ก็เลยได้รู้ว่า เราได้สูญเสีย “ท่านทิพย์” ผู้กำกับที่เริ่มงานภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี 2519 ไปอีก
ท่านหนึ่งแล้ว..ซึ่งนอกจากท่านจะกำกับภาพยนตร์แล้ว ท่านยังมีฝีมือทางการแปลบทภาพยนตร์ต่างประเทศ
อีกด้วย.. ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ท่านกำกับไว้นั้น โชคดีที่ผมมีโอกาสได้ดูแทบทุกเรื่อง.. ในยุคแรก ๆ ดูไป
ก็ยังไม่ได้สนใจหรอกครับว่า ใครเป็นผู้กำกับ คือว่า ดูแต่หนัง ดูแต่ดารา เป็นหลัก ก็เลยพอจับทางได้ว่า
หนังที่ท่านทำแล้วประสบผลสำเร็จ ก็มักจะเป็น หนังเพลง หนังรักที่มีฉากวิว ทิวทัศน์ที่สวยงาม..ไม่ว่าจะเป็น
ถ่ายทำในประเทศหรือต่างประเทศ.. ที่ดูแล้วชอบก็เช่น เพลงรักบ้านนา..แม้เนื้อเรื่องจะเป็นแบบชาวบ้าน
ธรรมดา แต่ที่เอาผมอยู่หมัดก็เพราะมีบทเพลงไพเราะหลาย ๆ เพลงที่ทำให้ติดใจมาถึงทุกวันนี้... ต่อมาก็เรื่อง
รักเอย..ที่ผมดูแล้วซึ้ง..และซึม..ไปกับความรักของพิศาลกับเจ้าน๋อย..แต่พอปีรุ่งขึ้น ท่านก็ยังใช้ความรักมาทลาย
ความดุดันของพิศาลจนราบคาบในเรื่อง มนต์รักอสูร...ก่อนที่จะมีรักเอย ภาค 2 ในเรื่อง เพลิน ตามมา..ซึ่งสามเรื่อง
นี้ถ่ายทำที่เชียงใหม่เกือบหมด..ก่อนที่จะพากันไปเที่ยวทะเล ไปดูความรักของนักเรียนโข่งกับครูสาวในเรื่อง ชื่นรัก
ที่ยอมให้ เศรษฐา ศิระฉายา เป็นพระเอกจีบครูสาวอย่างอรัญญาจนอยู่ด้วยกันมาถึงทุกวันนี้...จริง ๆ แล้ว
ท่านทิพย์มีผลงานออกมาติดต่อกันทุก ๆ ปี บางครั้งก็เล่นกับกระแสคนดัง นักร้องดังอย่างเช่น สุชาติ ชวางกูร ก็เคย
ถูกจับมาเป็นพระเอกคู่กับ ใหม่ เจริญปุระ ในเรื่อง ขอแค่คิดถึง..พร้อม ๆ กับนำพี่เบิร์ด ธงไชย ออกมาแหย่ ๆ คนดู
ก่อนใคร ก่อนที่จะตัดสินใจให้ไปประกบกับ อัญชลี จงคดีกิจ นักร้องดังเพลง หนึ่งเดียวคนนี้ จากเรื่อง ด้วยรักคือรัก..
จนทำให้ธงไชยโด่งดังเกินคาด..หนังที่ท่านทิพย์กำกับ จึงเป็นหนังที่ให้ความสุขและซึ้งใจแก่คนที่มีความรักหรือ
กำลังโหยหาความรักและเหนือสิ่งอื่นใด ๆ ก็ยังได้อิ่มเอมกับทัศนียภาพสวย ๆ เป็นของแถมจากฝีมือของช่างภาพ
มือหนึ่งอย่างคุณปิยะวงศ์ กรรณสูต ลูกชายของผู้สร้างหนังเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ที่ ไชยา สุริยัน นำแสดง..
แม้ท่านทิพย์ จะจากเราไป..แต่ก็ยังมีผลงานภาพยนตร์ทิ้งไว้ในเราได้ดู ได้รำลึกถึงอดีต ซึ่งผมลองนับเล่น ๆ ก็อยู่ที่
ประมาณ 29 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะมีวีซีดีจำหน่ายแล้วครับ..

ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย ท่านเป็นบุตรของ พระบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน
(ซึ่งเป็นผู้วางรากฐานการรถไฟ จนได้รับยกย่องให้เป็น พระบิดาแห่งการรถไฟไทย) ส่วนมารดา
ของท่านก็คือ หม่อมเอื้อม ฉัตรชัย คนในวงการนิยมเรียก ม.จ.ทิพยฉัตร ว่า ท่านทิพย์..
ท่านสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวชิราวุธ เคยเป็นครูโรงเรียนนายสิบ แต่เพราะไม่ชอบเป็นครู
ไม่ชอบรับราชการ จึงลาออกมาทำงานบริษัทแห่งหนึ่งและได้ไปดูงานทางธุรกิจการค้า ทางการ
โฆษณาในต่างประเทศ ทำให้สนใจด้านการโฆษณา จึงทำให้เริ่มสนใจภาพยนตร์ตั้งแต่นั้นมา

ผลงานการกำกับการแสดงของ ม.จ.ทิพยฉัตร ชัยฉัตร

1. เจ้าแม่ นำโดย อรัญญา-สมบัติ กำกับร่วมกับ ฉลวย ศรีรัตนา ฉายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2519 ที่ เฉลิมไทย-พาราเมาท์
2. เพลงรักบ้านนา นำโดย สมบัติ-มธุรส ฉายวันที่ 22 ตุลาคม 2520 ที่ สยาม-แกรนด์-พาราเมาท์
3. รักเอย นำโดย พิศาล-เนาวรัตน์-อาพร ฉายวันที่ 5 พฤษภาคม 2521 ที่ สยาม-ปารีส-ออสการ์-ไดเรคเตอร์
4. มนต์รักอสูร นำโดย พิศาล-เนาวรัตน์ ฉายวันที่ 16 กันยายน 2521 ที่สยาม-พาราเมาท์-ออสการ์-สามย่าน
5. เพลิน นำโดย พิศาล-เนาวรัตน์-อาพร ฉายวันที่ 28 เมษายน 2522 ที่ปารีส-ออสการ์-สามย่าน-วอชิงตัน
6. ชื่นรัก นำโดย เศรษฐา-อรัญญา ฉายวันที่ 29 ธันวาคม 2522 ที่ เฉลิมไทย-สยาม-พาราเมาท์-วอชิงตัน
7. ผู้หญิง นำโดย สรพงศ์-อาพร-เนาวรัตน์ ฉายวันที่ 14 มิถุนายน 2523 ที่ สยาม-อินทรา-ปารีส-กรุงเกษม
8. เคหาสน์สีแดง นำโดย พอเจตน์-เนาวรัตน์-ทูน ฉายวันที่ 18 ตุลาคม 2523 ที่ โคลีเซี่ยม-เฉลิมไทย-พาราเมาท์
9. เชลยศักดิ์ นำโดย อาพร-ทูน-วิฑูรย์ ฉายวันที่ 28 มีนาคม 2524 ที่ เฉลิมไทย-ปารีส
10. เก็บรัก นำโดย ทูน-เนาวรัตน์ ฉายวันที่ 25 กรกฎาคม 2524 ที่ เฉลิมไทย-พาราเมาท์-สามย่าน-โคลัมเบีย
11. ค่าแห่งความรัก นำโดย พิศาล-ทูน-เนาวรัตน์ ฉายวันที่ 23 ตุลาคม 2524 ที่ แอมบาสเดอร์-รามา-ดาดา
12. หล่อลากดิน นำโดย ทูน-เนาวรัตน์ ฉายวันที่ 29 พฤษภาคม 2525 ที่ เฉลิมไทย-โคลีเซี่ยม-พาราเมาท์
13. ไอ้หนุ่มรถไถ นำโดย สรพงศ์-เนาวรัตน์ ฉายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2525 ที่ เฉลิมไทย-พาราเมาท์-ลอนดอน
14. ขอรักเธออีกสักครั้ง นำโดย ทูน-อมรรัตน์ ฉายวันที่ 4 มิถุนายน 2526 ที่ เฉลิมไทย-ลิโด-ดาดา-วิลล่า-เฉลิมกรุง
15. ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน นำโดย สรพงศ์-จารุณี ฉายวันที่ 18 พฤศจิกายน 2526 ที่ เอเธนส์-แกรนด์-พาราไดซ์
16. แล้วเราก็รักกัน นำโดย ทูน-จารุณี-พีท ฉายวันที่ 17 มีนาคม 2527 ที่ สยาม-เฉลิมกรุง-ดาดา-รามา-สิริรามา
17. ขอแค่คิดถึง นำโดย สุชาติ-ใหม่-ธงชัย ฉายวันที่ 1 กันยายน 2527 ที่ เฉลิมไทย-สยาม-ดาดา-รามา-สิริรามา
18. รักนี้เราจอง นำโดย เบน อิศรางกูร-ใหม่ สิริวิมล ฉายวันที่ 13 ตุลาคม 2527 ที่ สยาม-เฉลิมกรุง-ดาดา-รามา
19. ด้วยรักคือรัก นำโดย อัญชลี-ธงชัย ฉายวันที่ 17 สิงหาคม 2528 ที่ พาราไดซ์-พระโขนงรามา-วังบูรพา
20. อีกครั้ง นำโดย อัญชลี จงคดีกิจ-ธงไชย แมคอินไตย ฉายวันที่ 7 มิถุนายน 2529 ที่ ลิโด-อินทรา-เฉลิมกรุง-วิลล่า
21 ด้วยรักและผูกพัน นำโดย ธงไชย-กาญจนา ฉายวันที่ 18 ตุลาคม 2529 ที่ เฉลิมไทย-สยาม-อินทรา
22. หากคุณรักใครสักคน นำโดย กาญจนา-บดินทร์ดุ๊ก ฉายวันที่ 20 มิถุนายน 2530 ที่ สยาม-เฉลิมไทย-อินทรา
23. จงรัก นำโดย ท็อป บันลือฤทธิ์-มาช่า-บดินทร์ดุ๊ก ฉายวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2531 ที่ เฉลิมไทย-อินทรา-สยาม
24. ด้วยรัก..คิดถึง นำโดย ลลิตา-บดินทร์ดุ๊ก ฉายวันที่ 17 กันยายน 2531 ที่ สยาม-เฉลิมไทย-อินทรา-วิลลา
25. เสน่หา นำโดย บดินทร์ดุ๊ก-ไกรวิทย์ ฉายวันที่ 22 กรกฎาคม 2532 ที่ สยาม-อินทรา-เฉลิมกรุง-พันธ์ทิพย์
26. ด้วยรักไม่รู้จบ นำโดย บดินทร์ดุ๊ก-สิเรียม ฉายวันที่ 25 พฤษภาคม 2534 ที่ สยาม-อินทรา-เฉลิมกรุง-มอลล์ 5
27. เกาะรัก นำโดย ภุชงค์-เปียเชอร์-คัทลียา ฉายวันที่ 24 สิงหาคม 2534 ที่ สยาม-อินทรา-เฉลิมกรุง-มอลล์ 5
28. อยากบอกให้รู้ว่ารัก นำโดย บิลลี่-สิเรียม ฉายวันที่ 23 พฤศจิกายน 2534 ที่ สยาม-อินทรา-มอลล์5 ฯลฯ
29. เพียงเรามีเรา นำโดย สันติสุข-จินตหรา ฉายวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2535 ที่ สยาม-อินทรา-มอลล์5-อิมพีเรียล
............................................


จาก: มนัส138
วันที่: 13/01/53 - 23:24 น.
IP Address: 115.67.87.xx
ความคิดเห็นที่ 137
วันที่ 16 ม.ค. ผมก็ติดงานวันครูเช่นกัน เลยไปไม่ได้ คงต้องเป็นช่วงปิดภาคเรียนแล้วครับ

จาก: อนุกูล
วันที่: 14/01/53 - 0:50 น.
IP Address: 203.172.107.xx
ความคิดเห็นที่ 138
แวะมาเยี่ยมชมครับ คุณมนัส....รวมทั้งสวัสดีปีใหม่ด้วย....ขอเสริมข้อมูลอีกนิดสำหรับ “ท่านทิพย์” ก็คือ ในช่วงหลังๆที่ท่านหยุดงานสร้างภาพยนตร์และหันมาทำงานเบื้องหลังแทน อาทิการแปลบท ทำบทบรรยายไทยของหนังต่างประเทศ ที่เข้าฉายในไทย โดยเฉพาะการทำ บทพากย์ไทย อันเป็นหัวใจสำคัญของการพากย์ให้เสียงภาษาไทยลงบนฟิล์มภาพยนตร์ หนังต่างประเทศบางเรื่องที่หลายๆคนดูแล้วติดใจใน ฉบับพากย์ไทย อย่างเช่นหนังจีน เรื่อง เข้าแก๊งไหนหัวหน้าตายหมด หรือ มังกรหยกหยกก๊าหว่า ที่มีทีมเสียงเอกให้เสียงพากย์ ก็เป็นเครดิตรของท่านทิพย์ รวมอยู่ด้วยครับ
สำหรับเรื่องราวของหนังไทยในอดีต ที่คุณมนัสเรียบเรียงนำเสนอ ผมเองก็ตามอ่านไปแทบทุกกระทู้ เพราะเหมือนเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอะเจอมานาน รวมถึงหนังฝรั่งบางเรื่องที่ ไม่นึกว่าจะหาไม่ได้แล้ว ก็ยังมีให้ระลึกถึง (มีจำหน่ายในต่างประเทศบางประเทศ) ที่น่าอิจฉาเขา ก็เพราะหนังไทยเราเองแทบจะหาดูไม่ได้ หนังไทยเก่าที่สุดที่ผมได้ดูตอนเป็นเด็ก คือ สาวดาวเทียม ที่มี สมควร กระจ่างศาตร์ กับดอกดิน นำแสดง
เป็นกำลังใจให้ครับและยังรำลึกนึกถึงอยู่เสมอ

จาก: JTR
วันที่: 14/01/53 - 15:07 น.
IP Address: 124.122.28.xx
ความคิดเห็นที่ 139
สวัสดีครับพี่มนัส
พี่มนัสครับ ผมอยากจะรบกวนพี่มนัสช่วย CAP ภาพนิ่งจากหนังคุณมิตรที่ยังไม่เคยออกดีวีดีให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ อยากดูเรื่องที่เป็นเศษฟิล์มเรื่อง จำเลยรัก กับ หัวใจเถื่อนครับ หรือไม่ก็เป็นหนังเต็มเรื่องอย่างพวก สามเกลอเจอล่องหน,สวรรค์วันเพ็ญ,หยกแก้ว พวกนี้ก็ได้ครับ จะเก็บเอาไว้ดูแก้คิดถึง ระหว่างที่ยังไม่มีหนังคุณมิตรออกมาใหม่น่ะครับ ขอบพระคุณมากครับ

จาก: แม็กซ์
วันที่: 15/01/53 - 10:57 น.
IP Address: 203.153.171.xx
ความคิดเห็นที่ 140
คุณมนัสครับ "ป่าทรายทอง" ยังมีหนังให้ดูอยู่ไหมครับ
รบกวนคุณมนัสช่วยลงเรื่องย่อให้เราได้อ่านกันบ้างจะได้ไหมครับ ขอบคุณมากครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 15/01/53 - 20:31 น.
IP Address: 83.79.175.xx
ความคิดเห็นที่ 141
Shoot, so that's that one suppoess.

จาก: Lilian
วันที่: 31/10/54 - 20:47 น.
IP Address: 50.81.178.xx
ความคิดเห็นที่ 142
3T1sad <a href="http://gjwhrgacmfeu.com/">gjwhrgacmfeu</a>

จาก: wkclnvsn
วันที่: 01/11/54 - 20:17 น.
IP Address: 121.59.4.xx
ความคิดเห็นที่ 143
tGVJaC , [url=http://hmoxqfgdncxy.com/]hmoxqfgdncxy[/url], [link=http://zibkwpuegbvo.com/]zibkwpuegbvo[/link], http://vzlewhgkkvli.com/

จาก: fazxvup
วันที่: 03/11/54 - 1:38 น.
IP Address: 120.203.1.xx
ความคิดเห็นที่ 144
KLtMnz <a href="http://dhdmeyxxmzxg.com/">dhdmeyxxmzxg</a>

จาก: zytdogzrw
วันที่: 04/11/54 - 23:30 น.
IP Address: 92.103.82.xx
ความคิดเห็นที่ 145
TK6fw9 , [url=http://cyhucwxnrewt.com/]cyhucwxnrewt[/url], [link=http://qagohmsdapjd.com/]qagohmsdapjd[/link], http://hmdnrprvprzs.com/

จาก: lvsljbww
วันที่: 06/11/54 - 23:59 น.
IP Address: 89.111.119.xx
ความคิดเห็นที่ 146
คิดถึงครับ คุณมนัส
กุ้งสกล

จาก: กุ้งสกล
วันที่: 15/01/55 - 10:17 น.
IP Address: 223.205.128.xx
ความคิดเห็นที่ 147



ลานดารา มีวันไหนอีกครับ นี่ก็นักแสดงเก่า ทายซิว่าใคร
กุ้งสกล

จาก: กุ้งสกล
วันที่: 16/01/55 - 0:21 น.
IP Address: 49.48.130.xx
ความคิดเห็นที่ 148
คุณกุ้งสกล ครับ ถ้าคิดถึง พี่มนัส ตามไปอ่านได้ที่เฟซบุ๊คครับ สมัครเป็นเพื่อนแล้วพูดคุยกับพี่มนัส ได้ครับ พี่มนัสไม่ได้เข้ามาที่เว็บนี้นานแล้วครับ
ลิ้งค์ตามข้างล่างนี้ ครับ
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000771185126

จาก: แม็กซ์
วันที่: 16/01/55 - 12:45 น.
IP Address: 125.24.110.xx
ความคิดเห็นที่ 149
ขอบคุณ คุณแม็กซ์มากครับ
กุ้งสกล

จาก: กุ้งสกล
วันที่: 16/01/55 - 19:00 น.
IP Address: 49.48.136.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab