Search Latest Topics | Create New Topic  
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 30


ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 30

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 21:53 น.
หัวข้อที่: E614
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 1
สวัสดีครับทุกท่าน..

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ผมเริ่มเข้ามาตั้งกระทู้ “ชุมทางหนังไทยในอดีต”
เป็นครั้งแรก..มาด้วยความรู้สึกที่ว่า อยากมีเพื่อนคุยถึงเรื่องราวของหนังไทยเก่า ๆ..
ไม่น่าเชื่อนะครับ....จากวันนั้น..ถึงวันนี้เข้า ปีที่ 5 แล้ว..ที่พวกเราหลาย ๆ คน
อยู่ที่นี่.. ทำให้วันนี้รู้สึกว่า ผมได้อะไรมากกว่าการมีเพื่อนคุย..ได้รู้ได้เห็น
ได้ฟังความในใจจากเพื่อน ๆ หลายคน แต่ที่รู้สึกว่า ได้รับจริง ๆ ก็คือ
ได้เพื่อน ๆ ที่ชอบหนังไทยเพิ่มมากขึ้นจากเดิม แม้ว่าตอนนี้ เพื่อนๆ หลายคน
อาจไม่ได้เข้ามาเขียนกระทู้นี้แล้วก็ตาม..
...............................
สนใจอดีตวันวาน..ที่เราเคยร่วมกันคิด ร่วมกันเขียน ก็ย้อนกลับไปดูได้
จากกระทู้เก่า ๆ ของ ชุมทางหนังไทยในอดีต ที่ผ่านมาแล้ว 29 ตอน...

ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 1 กระทู้ที่ A 939
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 2 กระทู้ที่ A 983
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 3 กระทู้ที่ B 006
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 4 กระทู้ที่ B 022
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 5 กระทู้ที่ B 049
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 6 กระทู้ที่ B 062
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 7 กระทู้ที่ B 121
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 8 กระทู้ที่ B 211
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 9 กระทู้ที่ B 253
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 10 กระทู้ที่ B 278
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 11 กระทู้ที่ B 353
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 12 กระทู้ที่ B 419
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 13 กระทู้ที่ B 505
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 14 กระทู้ที่ B 625
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 15 กระทู้ที่ B 753
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 16 กระทู้ที่ B 844
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 17 กระทู้ที่ C 312
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 18 กระทู้ที่ C 527
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 19 กระทู้ที่ C 711
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 20 กระทู้ที่ C 766
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 21 กระทู้ที่ C 933
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 22 กระทู้ที่ D 115
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 23 กระทู้ที่ D 261
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 24 กระทู้ที่ D 381
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 25 กระทู้ที่ D 447
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 26 กระทู้ที่ D 549
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 27 กระทู้ที่ E 021
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 28 กระทู้ที่ E 198
ชุมทางหนังไทยในอดีต ตอนที่ 29 กระทู้ที่ E 550

.. คุณค่าหนังไทย อยู่ที่ใจของคุณ ...
มนัส กิ่งจันทร์


จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 21:54 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 2



ก่อนอื่น ให้ไม่ตรงคำขอของคุณแม็กซ์นะครับ.. ขอภาพจากหนัง..
แต่ว่า ดูเรื่องย่อ สวรรค์วันเพ็ญ แบบนี้แทนก่อนนะครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 21:59 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 3



สวรรค์วันเพ็ญ หน้าที่ 2 ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:01 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 4



สวรรค์วันเพ็ญ สร้างในยุคหนัง 16 ม.ม. โดยคุณชรินทร์ นันทนาคร
และกำกับเองด้วย..แม้ว่าจะมีฟิล์มอยู่ แต่ว่า ท่อนที่เป็นเพลง ก็ขาดหาย
ไปหลายเพลง..ความน่าจะเป็นที่จะออกวีซีดีตอนนี้ยังไม่มีวี่แววครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:04 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 5



ลืมบอกไป สวรรค์วันเพ็ญ ฉายครั้งแรก 26 ธันวาคม 2512 ที่โรงหนังคาเธ่ย์
ส่วนเรื่องนี้ ป่าทรายทอง ก็ฉายเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2518 ที่โรงหนังเฉลิมกรุง..
เห็นคุณสุทธิพงษ์ถามถึง...ก็เลยเอามาฝากครับ..ส่วนหนังยังไม่ทราบว่า
จะมีดูหรือไม่ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:07 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 6



ป่าทรายทอง หน้าที่ 2 ครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:08 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 7



ป่าทรายทอง หน้าที่ 3 ครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:09 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 8



ป่าทรายทอง หน้าที่ 4 ครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:11 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 9



ป่าทรายทอง หน้าที่ 5 จบแล้วครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:12 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 10



เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นวันครู.. ผมมีโอกาสได้ไปมหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์
ทีแรก ผมกะไปทางรถทัวร์ แต่อาจารย์ที่นั่น เขาบอกว่า นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ไปจะสะดวกกว่า
มีรถตู้ออกทุก ๆ ชั่วโมง ผมก็เลยทำตามที่อาจารย์บอกว่า ผมออกเดินทางเที่ยวสองโมงเช้า
รถวิ่งไปถึงหน้าราชภัฎนครสวรรค์ กินเวลาประมาณ สองชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง..
เป้าหมายที่ไปก็คือ หอวัฒนธรรมจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย..ได้พบท่านผู้อำนวยการ
ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรมฯ เป็นผู้ชายครับ ภายหลังเพิ่งทราบว่า อายุเพิ่งจะ 30 เศษๆ
เท่านั้นเอง ท่านพาผมไปดูห้องที่ตั้งใจจะใช้จัดแสดงนิทรรศการถาวรและกึ่งถาวร
พาไปดูห้องที่สมเด็จพระเทพฯ เคยประทับขณะมาเปิดอาคารฯ จากนั้นก็พาไปดูห้อง
ประชุมที่ดัดแปลงเป็นห้องฉายภาพยนตร์...ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีครับ แต่ที่ต้องชื่นชมมาก ๆ
ก็คือ การให้การต้อนรับของที่อบอุ่น แม้จะมีผมไปเพียงลำพังก็ตาม แต่ทุกครั้งที่มีเจ้าหน้าที่
ของหอวัฒนธรรมฯ เข้ามา ท่านก็จะแนะนำให้ผมได้รู้จัก..ซึ่งความจริงมาทราบในภายหลัง
ว่า ที่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่นั้น แท้จริงทุกท่านเป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย เพียงแต่ได้รับ
หน้าที่ให้ดูแลกิจการหอวัฒนธรรมเพิ่มขึ้นอีกจากงานประจำ.. เห็นว่านครสวรรค์เป็นภาคกลาง
แต่พอคุยไปคุยมา ปรากฏว่า อาจารย์ที่ดูแลหอวัฒนธรรมเป็นคนอีสานเกือบหมด ก็เลยคุยกัน
ออกรสออกชาติมากขึ้นไปอีก..อาจารย์หลายท่านก็รับตรง ๆ ว่า ไม่ค่อยรู้เรื่องหนังสักเท่าไร
แต่เท่าที่คุย ผมก็ได้เห็นความตั้งใจ ความจริงใจ ที่อาจารย์เหล่านั้นจะผลักดันให้โครงการ
เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมผ่านสื่อภาพยนตร์ ที่ตั้งไว้สำเร็จให้ได้.. วันครูนี้ จึงเป็นการเริ่มการทดลอง
โครงการฯ นักศึกษาที่เข้ามาดูหนัง อาจารย์ก็บอกตรง ๆ ว่า เกณฑ์นักศึกษาครูปี 1 มาดูประมาณ
70 คนเพื่อเป็นการชิมลางก่อน ก่อนที่คราวต่อไปจะเปิดกว้างให้นักศึกษาและประชาชนละแวกนั้น
เข้าดูตามใจสมัคร..

ในห้องฉาย ก็มีการเปิดเพลง แม่พิมพ์ของชาติ..ให้ฟังก่อน..ผมลองถามนักศึกษาดูแล้ว ปรากฏว่า
นักศึกษาไม่รู้จักเพลงนี้เลย..ท่าน ผอ. ก็บอกว่า เพลงนี้ไม่ค่อยมีใครเปิดนานแล้ว ซึ่งต่างกับในยุคที่ผม
เป็นนักเรียน มักจะได้ยินเพลงนี้บ่อย ๆ ในวันครูหรือวันไหว้ครู..พอผมพูดถึง ครู ปกส. สมัยก่อน
ที่เรียน ว.ค. ถ้าจะเอาปริญญา ต้องไปต่อ มศว. ต่อ ท่าน ผอ.ก็เลยนึกถึงเพลงประจำ ว.ค. เพลงหนึ่ง
ผมถามว่า เพลงอะไร ท่านบอกว่า เพลง ว.ค.รอรัก.. ผมถามนักศึกษาว่า เคยได้ยินไหม ..ก็ได้ความว่า
ไม่เคยอีก..ผมว่า เพลงนี้น่าจะได้รับอิทธิพลจากหนังเรื่องครูบ้านนอก เพื่อเกิดหลังจากหนังฉายไม่นาน
จากนั้น เราสองคน ก็เลยร้อง (ท่อง) เพลงนี้ให้นักศึกษาฟังกัน บรรยากาศการพูดคุยกันเป็นไปอย่างกัน
เองเพราะผมไม่อยากให้นักศึกษารู้สึกว่า เป็นวิชาการเกินไปเพราะนี่เรากำลังจะใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ
ในการเรียนรู้ พอได้เวลา ก็เริ่มฉายหนัง ..ถึงจะเป็นนักศึกษาที่เกณฑ์มาดู..แต่พอหนังฉาย..บรรยายใน
ห้องก็เป็นไปตามธรรมชาติ..เหมือนโรงหนัง มีเสียงฮา เสียงเฮกับภาพที่ปรากฏบนจอ..จนพอจับได้ว่า
เขาเริ่มสนใจหนังแล้ว..แม้เสียงภายนอกห้องที่มีทั้งงานวันครู งานแข่งกีฬา จะดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ
แต่นั้นมันก็เหมือนตัวกวนที่จะทดสอบสมาธิของเรามากกว่า... หนังจบ..ก็มีการสนทนาแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นกันต่อ..จนพอทำให้เชื่อได้ว่า นักศึกษาไม่ได้กลับบ้านมือเปล่าแน่ ๆ

ปัญหาของการจัดกรรมที่นี่ ก็คงจะเป็นเหมือนอย่างที่อื่น ๆ คือ ปัญหาของคนที่จะมาดูหนัง
ซึ่งอาจารย์ก็ยังวิตกว่า จะนำโครงการไปตลอดปีหรือไม่..ผมเองเห็นความตั้งใจของอาจารย์
แล้ว ก็เอาใจช่วย.. ปีนี้ อายุก็มากขึ้นอีก คนเก่า ๆ ที่เคยชอบหนัง วัยก็โรยราไปตามสังขาร
ก็เหลือแต่เพียงคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยกันประคับประคองให้หนังไทยอยู่รอดตลอดไป..การเข้าถึง
กลุ่มเป้าหมายในสถานศึกษา จึงน่าจะมีประโยชน์และเป็นประโยชน์ในอนาคต อย่างเมื่อวานนี้
เพียงนักศึกษา 70 คนที่มาดูหนัง รู้ที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งดี ๆ ในหนัง เอาไปปรับใช้กับการ
ดำรงชีวิตในสังคม ผมก็ว่า คุ้มแล้วครับ ที่จะมีโครงการแบบนี้ในมหาวิทยาลัย...


จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:13 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 11



ปิดท้ายด้วย..ภาพ เพชรา เชาวราษฎร์...เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด
19 มกราคม..ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:16 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 12



ปี สองปีมานี้ ผมเคยลงบทความประกอบภาพด้วย ปีนี้ก็เลยขอลงแค่ภาพ
นะครับ..ส่วนความรู้สึกที่มีต่อ เพชรา ยังคงเดิมครับ..


จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:20 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 13



เพชรา เชาวราษฎร์...

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:21 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 14



ด้วยวัยที่อ่อนกว่า..หลายครั้งที่มีโอกาสไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดท่าน..
ท่านมักจะเป็นผู้ให้พรเรา.. ให้กำลังเรา..นี่แหละครับ..เพชรา เชาวราษฎร์

จาก: มนัส138
วันที่: 17/01/53 - 22:26 น.
IP Address: 115.67.76.xx
ความคิดเห็นที่ 15
สุขสันต์วันเกิด คุณเพชราครับ

เรื่อง สวรรค์วันเพ็ญ มีฉากจบที่เข้ายุคสมัย บินไปโลกพระจันทร์ เพราะมีฉากที่ พระนางลอยขึ้นจากโลกไปดวงจันทร์ด้วย ทำให้ผมตื่นเต้นที่จะได้ดูฉากนี้ในหนังด้วย อยากเห็นภาพนั้นจังครับ

ภาพใน คห 13 แถวบนสุด หาดูยากนะครับ เป็นภาพยุคแรกๆของเพชรา ขอเป็นภาพเดี่ยวใหญ่ๆได้ไหมครับ คุณมนัส

จาก: อิท
วันที่: 18/01/53 - 9:15 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 16
สุขสันต์วันเกิด คุณเพชรา ค่ะ ขอให้ท่านจงมีสุขภาพและพลานามัยแข็งแรง และมีความสุขตลอดกาล...
อยากดูหนังเรื่องสวรรค์วันเพ็ญจัง จะมีโอกาสได้ดูไหมหนอ...
ขอบคุณสำหรับเรื่องย่อค่ะ...


จาก: ตัวเล็ก
วันที่: 18/01/53 - 17:13 น.
IP Address: 203.159.12.xx
ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณพี่มนัสมากครับ สำหรับเรื่องย่อ สวรรค์วันเพ็ญ
อยากดูสวรรค์วันเพ็ญเหมือนกันครับ คงต้องรอให้ทางทริปเปิ้ลเอ็กซ์ผลิต แต่ไม่รู้ต้องรออีกนานไหม

จาก: แม็กซ์
วันที่: 19/01/53 - 8:47 น.
IP Address: 203.153.171.xx
ความคิดเห็นที่ 18
คุณมนัสค่ะ ช่วยลงรูปงานวันเกิด คุณเพชราได้ไหมคะ
ขอบคุณค่ะ


จาก: ตัวเล็ก
วันที่: 20/01/53 - 16:50 น.
IP Address: 203.159.12.xx
ความคิดเห็นที่ 19
สวัสดีครับทุกท่าน..

สวรรค์วันเพ็ญ เท่าที่เห็นมานั้น สภาพหนังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไรโดยเฉพาะ
ฉากที่ร้องเพลง เหลือไม่กี่เพลง ส่วนที่ว่าจะได้ดูหรือไม่นั้น เท่าที่ประเมิน
เล่น ๆ คงจะยากครับ...

ส่วนเรื่องภาพถ่ายในงานวันเกิดคุณเพชราเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา
นั้น..ปีนี้ งานเขาห้ามถ่ายรูป (แบบจริงๆ จังๆ) ก็เลย ไม่อยากจะฝ่าฝืน
ครับ...

มาถึงเรื่องข่าวงาน ลานดารา ของหอภาพยนตร์ฯ ดีกว่า..
เพราะเงียบหายไปนาน...คราวนี้โดยการประสานงานของ พี่เอ็ม พักรบ
ทำให้ได้คิวจัดงานลานคาราประจำเดือนกุมภาพันธ์แล้ว โดยดาราท่านที่
จะมาเป็นดาวบนลานดารา ดวงที่ 99 ก็คือ คุณจินตหรา สุขพัฒน์..

งานจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น
ขณะนี้เริ่มเตรียมงานแล้ว คร่าว ๆ ก็มีนิทรรศการภาพถ่าย จินตหรา สุขพัฒน์
มีการฉายภาพยนตร์ "จินตหรา" ในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ไปจนถึงวันจัดงาน
รวมแล้ว 12 เรื่อง...ส่วนรายละเอียดของงานนั้น เดี๋ยวฝ่ายประชาสัมพันธ์
เขาทำข่าวเสร็จ ผมจะเอามาลงให้ดูในกระทู้นี้ (แต่ถ้าใจร้อน ก็ติดตามได้
ทางเว็บไซด์ของหอภาพยนตร์ฯ www.fapot.org ... นะครับ..

แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาพบกันใหม่ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 22/01/53 - 21:44 น.
IP Address: 111.84.126.xx
ความคิดเห็นที่ 20
สวัสดีค่ะพี่มนัส และสมาชิกทุก ๆ ท่าน

ดีใจจังที่เดือน ก.พ. จะมีคุณจินตรา สุขพัฒน์
แต่ที่ดีใจที่สุดคือ งานตรงกับวันอาทิตย์ อิอ
ไปได้อยู่แล้ว " แล้วเจอกันนะคะ "

-- สนับสนุน ข้อความของพี่ตัวเล็ก ค่ะ --

♥ ลงให้ดูหน่อยนะคะพี่มนัส รอดูรูปบรรยากาศของงานอยู่อ่ะ ♥

จาก: จาจา
วันที่: 24/01/53 - 12:57 น.
IP Address: 58.8.83.xx
ความคิดเห็นที่ 21



สวัสดีครับทุกท่าน..

เพิ่งเห็น น้องจาจา โผล่เข้ามา..หลังจากที่หายหน้าไปนาน ๆๆๆ
แต่ว่า ภาพถ่ายบรรยากาศงานที่บ้านเพชรา..ที่ว่าไม่อยากฝืนนั้น จริง ๆ
แล้ว พอเจอป้ายห้ามถ่ายรูป ติดไว้หลาย ๆ แห่งในบริเวณงาน แม้แต่ตรง
รถสุขา ก็ยังมีป้ายติด ห้ามถ่าย..รูป ด้วย พี่ก็เลยไม่ได้หยิบกล้องออกมา
ถ่ายเลย..เพราะไหนๆ เขาอุตส่าห์ตั้งใจห้ามซะขนาดนั้นแล้ว..
ก็ตามใจเขาหน่อย..เขาคงอยากเป็นส่วนตัวจริง ๆ
เดิมทีทุกปี เขาห้ามถ่ายเฉพาะตัวคุณเพชรา..แต่ปีนี้ เขาประกาศห้าม
ถ่ายแม้กระทั่งบรรยากาศของงานด้วยครับ..
คนที่อยู่ในงาน ก็เลยได้แต่เก็บความทรงจำไว้ในใจเท่านั้น...

หมู่นี้ เพื่อน ๆ เราคงอยากจะทำหน้าที่แค่นักอ่าน..ไม่ค่อยอยากจะเป็น
นักเขียน..จึงมีแต่ตัวเลขวิ่งว่า มีคนเข้ามาอ่าน..แต่ไร้ร่องรอยคนที่จะเขียน

วันนี้ ตอนบ่ายๆ ผมมีโอกาสได้ไปเจอะเจอ ผู้การอังกูร ที่เคยเล่นเรื่อง
1+1 ฉึ่งแหลก..คู่กับสรพงศ์ และพี่ต้อย พิราวรรณ (แม่น้องตูมตาม)
นางเอกที่เคยเล่นเรื่อง อยู่กับก๋ง ก็เลยได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องหนัง
ไทยเก่า ๆ กัน..ก็สนุกดีครับ..พี่ทั้งสองคนเขาเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์
ทางเคเบิ้ลทีวีช่องหนึ่งครับ...พอคุยกันถึงได้รู้ว่า ยังมีคนอีกมากที่ให้
ความสนใจถึงเรื่องราวของหนังไทยเก่า ๆ แต่ว่าหาที่คุย หาข้อมูลได้ยาก
แม้บางครั้ง จะรู้สึกเบื่อ ๆ บ้าง แต่พอนึกว่า ถ้าเบื่ออีกสักคน..จะเป็น
อย่างไรหนอ..ตอนนี้ก็เลยเหมือนกับว่า เขียนคนเดียว..เหงาครับ

ไม่รู้จะเขียนอะไรดี..หยิบบทความเก่า ๆ มาตัดๆๆ แล้วลงให้อ่านดีกว่า..
ตอนนั้นตั้งชื่อว่า...

ใครว่า.. หนังไทยไม่มีคนดี โดย มนัส กิ่งจันทร์

มาถึงเรื่อง คนดีในหนังไทย ความจริงก็มีให้เห็นอยู่แทบทุกเรื่อง อย่างน้อย ๆ ก็พระเอก-นางเอกของเรื่องนั่นเองที่จะต้องเป็นคนดี อาจจะเป็นคนดีที่สมมุติขึ้นมา จะมีตัวตนหรือไม่ ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่า ถ้าดูหนังเรื่องนั้นแล้ว ทำให้เราสบายใจและมีความสุขกับการที่ได้เห็นตัวละครทำความดี ก็พอจะเรียกได้ว่า เป็นหนังคนดีแล้วครับ

คนดีที่ถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ก็ต้อง พันท้ายเรือ (ชูชัย พระขรรค์ชัย) จากเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ ซึ่งออกฉายในปี 2493 เพราะถึงขนาดร้องขอให้พระเจ้าเสือมีคำสั่งประหารชีวิตตนทั้ง ๆ ที่ได้รับอภัยโทษ โดยอ้างว่า ไม่ต้องการให้ความเป็นมิตรสหายมาเป็นเครื่องทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมือง ก็ต้องนับว่าเป็นคนดีมาก ๆ ฉากนี้จึงเป็นที่สะเทือนใจและมีการนำกลับมาฉายอีกหลายครั้งพร้อมกับสร้างฉายใหม่ในปี 2525 ในชื่อ พระเจ้าเสือ พันท้ายนรสิงห์ โดยสรพงศ์ ชาตรี รับบทเป็น พันท้ายเรือ

พอปี 2509 เรื่องราวของกลุ่มคนดีที่อาจหาญต่อกรกับข้าศึก เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากภัยสงครามในเรื่อง ศึกบางระจัน ก็ยิ่งทำให้เลือดรักชาติไทยฉีดแรงขึ้น ขณะที่สมบัติ เมทะนี พระเอกของเรื่องก็ได้รับตุ๊กตาทองตัวแรกในชีวิตไปครอง นั่นเป็นคนดีแบบชาวบ้าน แต่ถ้าเล่นเป็นเชื้อเจ้า สมบัติก็เคยรับบท พระเวสสันดร พระผู้มีแต่ให้ ตำนานหนึ่งในทศชาติก่อนเป็นพระพุทธเจ้า จากเรื่อง ชูชกกัณหาชาลี แม้อาจจะดูแปลก ๆ กับการให้ทานทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กระทั่งลูกเมียแก่ผู้อื่น แต่หนังก็ช่วยให้เราอิ่มบุญและเห็นผลกรรมของการไม่เป็นคนดี

ความเป็นตัวตนของหนังคนดีที่จับต้องได้ เริ่มเห็นชัดขึ้น เมื่อเรื่องราวของ หมอกานต์ (สรพงศ์ ชาตรี) แพทย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ เป็นที่พึ่งของคนยากไร้ในชนบท แต่เพราะนายอำเภอเข้าใจผิด จึงสั่งฆ่าหมอกานต์จากเรื่อง เขาชื่อกานต์ พอหนังจบ ก็อดคิดไม่ได้ว่า นอกจากเราจะเป็นคนดีแล้ว เราก็ต้องเลือกอยู่ในที่ที่คนดีเขาอยู่กันด้วยจึงจะปลอดภัย ข้อนี้ เห็นได้จากการตัดสินใจย้ายกลับกรุงเทพฯ ของหมออภิเชษฐ์ (มานิตย์ มัสยวานิช) ในเรื่อง หมอเมืองพร้าว ก็น่าแปลกที่คนดี ๆ ต้องดิ้นรนต่อสู้ให้ตนมีชีวิตอยู่ ความดีไม่สามารถเป็นเกราะป้องกันภัยให้ได้หรือ เช่นเดียวกับทองพูน (จตุพล ภูอภิรมย์) เรียนจบแค่ ป.4 ดั้งด้นจากอีสานเข้ากรุงหางานทำ ทองพูนยึดเอารถแท็กซี่เป็นสัญลักษณ์แห่งการสร้างอนาคตให้ตัวเองและลูกน้อย แต่เมื่อรถแท็กซี่ถูกขโมยไป พึ่งกฎหมายก็ไม่ได้ เขาจึงออกตามหาด้วยตัวเอง จากเรื่อง ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น แม้จุดจบของทองพูนจะไม่เสียชีวิตอย่างหมอกานต์ แต่ก็บอบช้ำเหมือนหมออภิเชษฐ์ แถมหนักกว่าตรงที่ทองพูนต้องติดคุกจนหลายคนสงสัยว่า เขาเป็นคนดีหรือคนบ้ากันแน่ พอ ๆ กับเรื่องราวของ ขุนเดช (สมบัติ เมทะนี) ที่ตัดสินใจลงมือบั่นคอพวกขโมยตัดเศียรพระพุทธรูปไปขาย แม้จะนับว่าเป็นการทำความดี แต่ก็เป็นการทำความดีด้วยการทำบาปต่อผู้อื่น ไม่รู้ว่า ขุนเดชจะได้บุญหรือเปล่า..นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สังคมเรายังจำเป็นที่จะต้องใช้โจรจับโจรเพราะไม่ต้องเอาชีวิตคนดี ๆ ไปเสี่ยงกับโจรชั่วนั่นเอง ดูอย่างครูปิยะ (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ครูหนุ่มแห่งบ้านหนองหมาว้อ จากเรื่อง ครูบ้านนอก ที่เล่นเอาคนที่คิดจะทำความดีต้องชะงักไปตาม ๆ กันเพราะเชื่อว่า ครูปิยะคงจะไม่ตายแน่ ๆ หากแค่ทำตัววางเฉยเหมือนคนอื่น ๆ แต่เพราะครูปิยะยึดมั่นในอุดมการณ์และคิดว่า ไม้เถื่อนที่ถูกลักลอบตัดไปมาก ๆ จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนในอนาคต จึงลงทุนเข้าไปหาหลักฐานเพื่อเปิดโปงขบวนการตัดไม้เถื่อน งานนี้ครูปิยะทำสำเร็จเหมือนกับการพัฒนาการเรียนการสอนที่ทำมาแล้ว แต่รางวัลแห่งความดีที่ได้รับก็คือ กระสุนปืน ครูปิยะตายท่ามกลางเสียงร้องระงมของลูกศิษย์ “..ยิงครูผมทำไม ฆ่าครูผมทำไม..” ไม่ต่างอะไรกับการต่อสู้ช่วยชาวบ้านที่ถูกนายทุนไล่ที่ของทนายหนุ่ม สาย สีมา นักสู้สามัญชน (โปรยชัย ชะโลมเวียง) และ ครูสมศรี (ชาลิตา ปัทมพันธ์) ที่เข้าแถวทำความดีเรียงตามมาติด ๆ

ถึงตรงนี้แล้วอาจสงสัยว่า ตำรวจหายไปไหน ทำไมต้องปล่อยให้คนดี ๆ ต้องทำอะไรด้วยตนเองบ่อย ๆ ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่ทุกครั้งหนังไทยจะให้ตำรวจมาตอนจบเสมอ แต่ก็ใช่ว่า เราจะหาตำรวจน้ำดีจากหนังไทยไม่ได้นะครับ ครูปิยะเองก็เคยพลิกบทบาทมาเป็นตำรวจตงฉินชั้นผู้น้อยสะท้อนภาพชีวิตของตำรวจไทยในชนบทให้เห็นมาแล้ว บางครั้งก็ถึงกับจำใจจับกุมชาวบ้านที่ทำผิดเพราะความหิวจากเรื่อง ส.ต.ท.บุญถึง และยังมีอีกเรื่องที่คล้าย ๆ กันคือ พลฯ ทองดี ใจซื่อ แต่ที่มาดุกว่าในแง่การปราบปราม เล่นเอาเหล่าร้ายปวดหัวไปตาม ๆ กัน ก็ต้อง สารวัตรเถื่อน (ฉัตรชัย เปล่งพานิช)

หนังไทยมักจะมีคำพูดดี ๆ ให้ฟังอยู่เสมอ แต่ถ้าเป็นคำสอนดี ๆ มีอยู่เรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของชายชราชาวจีนที่เดินทางมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในแผ่นดินไทย ชาวบ้านจะเคารพนับถือเหมือนเขาเป็นปูชนียบุคคลเพราะผ่านโลกมามาก ได้รู้ ได้เห็นความดีความชั่วมาช้านาน คำสอนต่าง ๆ จึงแฝงไว้ด้วยความรู้ ปรัชญาชีวิตและคุณธรรม ชาวบ้านเรียกชายผู้นี้ว่า ก๋ง (อี้หมิง) ก๋งอาศัยอยู่ที่ห้องแถวเก่า ๆ ในตลาดแห่งหนึ่งกับ หยก (ด.ช.สราวุฒิ) หลานชายวัย 12 ขวบ ซึ่งหยกนั่นเอง จะเป็นคนเฉลยแทนชาวบ้านใกล้เคียงว่า ทำไม อยู่กับก๋ง แล้ว จึงมีความภาคภูมิใจยิ่งนัก หยกเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ขยันอดทน มีความกตัญญูเป็นที่ตั้ง แต่ชีวิตของหยก ก็หาลำบากเท่ากับชีวิตของ วัลลี (ด.ญ.สมฤดี นุ่มอำพันธ์) ไม่เพราะวัลลีต้องรับภาระเลี้ยงดูแม่ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตและยายตาบอด วัลลีต้องตื่นแต่เช้าจัดหาข้าวปลา ป้อนข้าวแม่และยาย จากนั้นก็วิ่งไปโรงเรียนห่างจากบ้าน 1 กิโลเมตร ทันบ้าง ไม่ทันบ้าง พอพักเที่ยง ก็วิ่งกลับมาบ้านอีก ทำแบบนี้ทุกวันจนครูแอบไปพบความจริงเข้า สังคมจึงให้การช่วยเหลือเธอเพราะเห็นว่า วัลลีเป็นเด็กกตัญญู ต่างกับ ไอ้ทอง (ปิยะ ตระกูลราษฎร์) ที่กว่าจะได้ชื่อเป็นลูกกตัญญู ก็ต่อเมื่อสูญเสียแม่บังเกิดเกล้าด้วยน้ำมือของตนเอง หลงเหลือร่องรอยสำนึกดีให้เห็นไว้แต่เพียงพระธาตุที่ใช้สองมือมันสร้างขึ้นเพื่อบูชาพระคุณแม่ จากเรื่อง ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่

มีอยู่ยุคหนึ่งที่เวลาถามหาคนดี ๆ ว่ามีที่ไหน..ก็จะมีคนบอกว่า มี คนดีที่บ้านด่าน นั่นเป็นการโฆษณาหนังเรื่องแรกของบัณฑิต ฤทธิ์ถกล ที่ลงทุนสร้างเองกำกับเอง เป็นหนังแนวสร้างสรรค์ เรื่องของกลุ่มนักศึกษาที่ไปออกค่ายอาสาพัฒนาที่บ้านด่าน แล้วไปพบกับการทำไม้เถื่อนของผู้มีอิทธิพล จึงแอบถ่ายรูปไว้ เรื่องจึงบานปลายใหญ่โตเพราะคนร้ายต้องการได้ฟิล์มนั้นคืน จึงตามฆ่าพวกนักศึกษา..นับว่าเป็นหนังคนดีและหนังดีเรื่องหนึ่ง แต่ทว่าก็ต้องพบกับความผิดหวังเพราะหนังไม่ทำเงิน...เหมือนกับจะบอกเป็นนัยว่า อะไรที่เป็นเรื่องของคนดี ๆ แล้ว มักจะถูกมองข้ามไป.. เลยทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมต้องรอให้คนดีตายเสียก่อน ถึงจะบอกได้ว่า เขานั่นแหละเป็นคนดี..
.............................

จาก: มนัส138
วันที่: 24/01/53 - 20:31 น.
IP Address: 115.67.185.xx
ความคิดเห็นที่ 22



ปิดท้ายด้วย..จินตหรา สุขพัฒน์..ที่เปิดตัวในปี 2528..
นางเอกคนที่จะมา ลานดารา เป็นดาวดวงที่ 99 ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 24/01/53 - 20:34 น.
IP Address: 115.67.185.xx
ความคิดเห็นที่ 23
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆจากคุณมนัสครับ

จาก: จุ้ยครับ
วันที่: 25/01/53 - 8:56 น.
IP Address: 124.120.2.xx
ความคิดเห็นที่ 24

สวัสดีครับ คุณมนัส
ยังแวะเข้ามาอ่านตลอดครับ ไม่พลาดอยู่แล้ว สำหรับกระทู้ดีดีอย่างนี้
เพียงแต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็นเท่านั้น

ลานดารา ดวงที่ 99...คุณจินตหรา สุขพัฒน์....ถ้าไม่ติดอะไร ผมไปแน่นอนครับ

เสียดายหนังเรื่อง กำนันแหนบทอง (สรพงษ์/นรีรัตน์)
เรื่องนี้ไม่เคยดูเลย ทั้งโรงใหญ่,ทีวีหรือสมัยเป็นวีดีโอ
เพิ่งทราบเมื่อครู่ว่า ฉายวันนี้แล้ว ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา เวลา 17.00 น.
ติดงานอยู่ คงไปไม่ทันแล้วครับ
ก็ได้แต่หวัง(เล็กๆ)ว่า สักวัน คงจะมีพ่อค้าใจดีทำออกมาให้เราได้ชมกันครับ


จาก: อ๊อด
วันที่: 25/01/53 - 11:16 น.
IP Address: 202.176.90.xx
ความคิดเห็นที่ 25



คุณมนัสครับ...นี่เป็นฟิล์มหนังเรื่อง(น่าจะ)"แผ่นดินวิปโยค" สรพงษ์,ปิยะมาศ ซึ่งผมกับเพื่อนได้มาจากโรงภาพยนตรืปริ๊นซ์ ขอนแ่ก่น ซึ่งตอนนี้ปิดกิจการไปแล้ว สภาพฟิล์มบอบช้ำมาก หนามเตยแตกทุกช่วง จับแรงๆก็ไม่ได้ฟิล์มขาดเลย ก็เลยซ่อม โดยใช้วิธีเอาเทปใสแปะทับฟิล์มทั้งสองชั้น แล้วมานั่งเจาะรูหนามเตยทีละรู ก็ไม่รู้เหมือนว่าครับ ว่าจะเสร็จแล้วได้ฉายตอนไหน

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 25/01/53 - 11:29 น.
IP Address: 113.53.163.xx
ความคิดเห็นที่ 26



อีกชุด ก็เป็นภาพยนตร์โฆษณารถจักรยานยนตร์ฮอนด้า แสดงโดยคุณนันทิดา แก้วบัวสาย สภาพฟิล์มบิดงอ แต่ก็ยังฉายหัวเครื่องฉาย(ยามากีว่า)ได้ครับ เฟดมากๆ


จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 25/01/53 - 11:38 น.
IP Address: 113.53.163.xx
ความคิดเห็นที่ 27



..

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 25/01/53 - 11:38 น.
IP Address: 113.53.163.xx
ความคิดเห็นที่ 28



ถัดก็มาเป็น ปลากระป๋องตรา สามแม่ครัว ครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 25/01/53 - 11:39 น.
IP Address: 113.53.163.xx
ความคิดเห็นที่ 29



..2..

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 25/01/53 - 11:40 น.
IP Address: 113.53.163.xx
ความคิดเห็นที่ 30



สุดท้ายเป็น ฟิล์มหนังตัวอย่าง เรื่อง"โจ๊กใส่ไข่" ครับ
นำโดยคุณเด๋อ ดอกสะเดา สภาพฟิล์มก็เฟดตามระเบียบครับ แต่ยังฉายได้

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 25/01/53 - 11:42 น.
IP Address: 113.53.163.xx
ความคิดเห็นที่ 31



สวัสดีครับทุกท่าน...

ขอบคุณ คุณจุ้ย พี่อ๊อด ที่เข้ามาอ่านครับ.. สภาพหนังเรื่อง กำนันแหนบทอง
ภาพไม่ค่อยคมชัด ดูแล้วเบลอ ๆ พอขึ้นจอใหญ่ ก็เลยไม่ดีครับ นี่ขนาด
ทำจากเทปยูเมติคนะครับพี่อ๊อด..

ขอบคุณ คุณอุ้ย(ธวัชชัย) ครับที่นำสภาพฟิล์มมาให้ดู มาเล่าบอกกันฟัง..
บางเรื่องอย่าง แผ่นดินวิปโยค นั้น เทปที่มีก็ทำภาพไว้เต็มจอ..เลยทำให้
สัดส่วนของภาพหายไป..ผมชอบภาพจากหนังโฆษณาครับ..ดูแล้วนึกถึง
หนังโรงสมัยก่อน..แม้ว่าช่วงที่ผมดูนั้น จะไม่ใช่โฆษณาชิ้นนี้ก็ตาม..
วันหน้าถ้ามีอีก..ก็มาแบ่งกันดูนะครับคุณอุ้ย...

คืนนี้ ผมมีบทความเก่า ๆ ซึ่งเคยเขียนไว้เมื่อเดือนมิถุนายน 2547..
ตอนนั้น มีการนำเรื่อง ชู้ กลับมาสร้างใหม่ ผมก็เลยเขียนบทความนี้ขึ้นครับ..

ชู้...ตำนานหนังแย่งเมีย โดย มนัส กิ่งจันทร์

ชู้ เป็นคำที่ใช้เรียกคู่รักหรือผู้ล่วงประเวณีหรือการล่วงประเวณี ชายที่ร่วมประเวณีกับภรรยาผู้อื่นเรียกว่า เป็นชู้ ส่วนหญิงที่ยังมีสามี แต่ไปร่วมประเวณีกับชายอื่น ก็เรียกหญิงนั้นว่า มีชู้

คนเล่นชู้ มักจะมีเหตุผลหรือข้ออ้างอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ชู้ ก็เป็นเรื่องที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่คนใกล้ชิดทั้งสิ้น รักของชู้ แม้ดูเหมือนจะเป็นรักแท้ ๆ (ของคนสองคน) จึงต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเป็นรักต้องห้าม

ในสังคมไทย เรื่องเหล่านี้ แม้จะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่ก็ปรากฏเป็นข่าวให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ บางครั้งก็มีการนำมาสร้างเป็นหนัง ซึ่งวันนี้จะพาไปย้อนอดีต…

1. ชั่วฟ้าดินสลาย (2498; เป็นชู้กับเมียลุง) งานสร้างของหนุมานภาพยนตร์ โดยรัตน์ เปสตันยี บทประพันธ์ของเรียมเอง (มาลัย ชูพินิจ) กำกับการแสดงโดยมารุต (ทวี ณ บางช้าง) นำแสดงโดยชนะ ศรีอุบล งามตา ศุภพงษ์ เฮม สุขเกษม ประจวบ ฤกษ์ยาม ดี (แสดงเรื่องแรก) เป็นหนังที่กล้าตีแผ่นำเสนอเรื่องราวของการเป็นชู้ แบบไม่จำเป็นต้องมีฉากเลิฟซีนมาก ๆ เหมือนหนังในปัจจุบัน (แต่คนดูยุคนั้นก็เข้าใจได้) นำออกฉายครั้งแรกส่งท้ายปีเก่าสิ้นเดือนธันวาคม 2498 ที่โรงหนังเฉลิมกรุง ต่อมาโอภาส รางชัยกุล ก็นำกลับสร้างใหม่อีก โดยให้วิฑูรย์ กรุณา เป็นส่างหม่อง ธิติมา สังขพิทักษ์ เป็นยุพดีและสมจินต์ ธรรมฑัต เป็นพะโป้ กำกับการแสดงโดยชาลี อินทรวิจิตร นำออกฉายเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2523 ที่โรงหนังโคลีเซี่ยม

รัตน์ เปสตันยี ถือว่านักสร้างหนังชั้นครูผู้บุกเบิกนำหนังไทยออกสู่สายตาตลาดโลก เคยมีบทบาทสำคัญในการเรียกร้องรัฐบาลยุคนั้นให้ส่งเสริมหนังไทยอย่างเป็นอุตสาหกรรม สำหรับชั่วฟ้าดินสลาย (2498) นี้ มูลนิธิหนังไทยได้นำมาทำเป็นเทป VDO ออกจำหน่ายเมื่อปี 2540 เพื่อหารายได้เข้ากองทุนรางวัลรัตน์ เปสตันยี (ยังมีผลงานของรัตน์ เปสตันยี ที่ทำเป็นเทป VDO ในกลุ่มเดียวกันอีกคือ โรงแรมนรก (2500; ชนะ-ศิรินทิพย์-สุรสิทธิ์) สวรรค์มืด (2501; สุเทพ-สืบเนื่อง) แพรดำ (2504; รัตนาวดี-ทม) ซึ่งปัจจุบันยังมีเหลืออยู่ ใครสนใจก็สอบถามได้ที่มูลนิธิหนังไทย ส่วนชั่วฟ้าดินสลาย (2523) นั้นหลังจากออกจากโรงฉายแล้ว ก็ไม่มีข่าวอีกเลย

ชั่วฟ้าดินสลาย เป็นเรื่องของส่างหม่อง (ชนะ ศรีอุบล) หลานชายนายห้างพะโป้ (เฮม สุขเกษม) ซึ่งพะโป้รักเหมือนลูกและให้ทำงานอยู่ที่ปางไม้ ส่างหม่องขยันทำงาน แต่เป็นคนขี้อาย ไม่สุงสิงกับผู้หญิง ต่อมานายห้างพะโป้เข้ากรุงเทพฯและได้ยุพดี (งามตา ศุภพงษ์) สาวสวยชาวกรุงรุ่นราวคราวหลานกลับมาเป็นเมีย ยุพดีชอบแอบมองและทอดสะพานให้ส่างหม่อง ไม่นานส่างหม่องก็ทนแรงยั่วยวนจากยุพดีไม่ไหว ก็เลยลอบเป็นชู้กัน ต่อมาพะโป้จับได้ ด้วยความแค้นในคำพูดที่แอบได้ยินชู้รักพร่ำพลอดว่า จะไม่พรากจากกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย พะโป้จึงยอมให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน แต่เอาโซ่ล่ามข้อมือคนทั้งสองติดกันไว้ แรก ๆ ทั้งคู่ก็ดูมีความสุข แต่พอนานวันเข้า ก็เริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ต้องผูกติดกันตลอดเวลา แต่พะโป้ก็ไม่ยอมปลดโซ่ให้คนทั้งสอง เรื่องราวของชู้รักคู่นี้ จึงต้องจบลงด้วยความตายของยุพดี ส่วนส่างหม่องก็กลายเป็นคนเสียสติไป

2. ชู้ (2516; เป็นชู้กับเมียตัวเอง) งานสร้างและกำกับครั้งที่ 3 ของเปี๊ยกโปสเตอร์ ซึ่งเคยฝากผลงานเด่น 2 เรื่องคือโทน (2513; ไชยา-อรัญญา) และ ดวง (2514; ไพโรจน์-วนิดา) มาแล้ว คราวนี้ ก็ยังเป็นหนังชื่อคำเดียว ใช้นักแสดงหลัก ๆ แค่ 3 คนคือ กรุง ศรีวิไล มานพ อัศวเทพและนางเอกใหม่ วันดี ศรีตรัง ตั้งชื่อหนังสั้น ๆ ทิ้งไว้เป็นปริศนา พอตอนท้ายเรื่องจึงมาเฉลยว่า ใครเป็นชู้ใคร นำออกฉายครั้งแรกต้อนรับปีใหม่ 2516 ที่โรงหนังเฉลิมไทย ซึ่งปัจจุบันนี้มีการนำกลับมาสร้างใหม่ แต่เปลี่ยนแนวเรื่องให้ลูกชายเป็นชู้กับเมียใหม่ของพ่อ จะถูกใจหรือไม่ต้องไปพิสูจน์กันเอง

ชู้ เป็นเรื่องของ เรียม (วันดี ศรีตรัง) สาวสวยซึ่งเสียตัวให้กับ เทพ (กรุง ศรีวิไล) หนุ่มฉายหนังขายยา จนเริ่มตั้งท้องอ่อน ๆ จึงออกตามหาเทพ แต่เรือเกิดอับปางกลางทะเล ร่างของเรียมถูกคลื่นซัดไปติดเกาะที่ เชิง (มานพ อัศวเทพ) อาศัยอยู่ เชิงคลำหน้าอกของเรียมเห็นว่าหัวใจยังเต้นอยู่ จึงเข้าช่วยเหลือจนฟื้น แต่เรือนร่างของเรียมก็ยังติดตาอยู่ ตกดึกเชิงจึงปลุกปล้ำได้เรียมเป็นเมียและมีลูกเป็นหญิงหนึ่งคน ต่อมาเชิงออกหาหอยมุกและได้รับบาดเจ็บที่ลูกตา เมื่อเรียมเข้าฝั่งไปตามหมอ ก็ได้พบกับเทพและพามารักษาเชิง ถ่านไฟเก่าจึงคุขึ้น ทั้งคู่ลอบได้เสียกันจนเชิงเริ่มสงสัย แต่เมื่อเทพรู้ว่า เชิงมีไข่มุกซ่อนไว้จึงคิดจะขโมยแล้วจะพาเรียมหนีไปอยู่ด้วยกัน เทพให้เรียมเอายาพิษใส่ไว้ในยาหยอดตาและให้เชิงกินยาผิดเพื่อไม่ให้มีเรี่ยวแรง จากนั้นเทพกับเรียมก็พากันค้นหาที่เก็บไข่มุก แต่ก็หาไม่เจอ ส่วนเชิงก็แกล้งทำตาบอดและบอกว่า ไข่มุกซ่อนอยู่ใต้ทะเลลึก ไม่มีใครงมได้นอกจากเขา เทพและเรียมจึงเปลี่ยนแผนเอายาและอาหารมาให้เชิงกินจนร่างกายแข็งแรงดังเดิม แล้วทั้งสามคนก็ออกทะเลไปงมหาไข่มุก พอตกค่ำก็ขึ้นไปพักบนเกาะร้างซึ่งเป็นที่ที่เชิงจัดเตรียมไว้ฆ่าชู้รักคู่นี้ แต่แล้วคำพูดของเรียมตลอดจนผิวพรรณของลูกสาวที่เกิดมา ก็ทำให้เชิงเข้าใจได้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นชายชู้

3. กระดังงากลีบทอง (2519; เป็นชู้กับเมียเพื่อนพ่อ) งานสร้างของนครพิงค์ภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดยชนะ คราประยูร นำพระเอกวัยรุ่น สุริยา ชินพันธ์ พบกับสาวใหญ่ไก่แก่ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ร่วมด้วย มยุรา ธนะบุตร ชนะ ศรีอุบล เป็นหนังที่สร้างเพื่อสะท้อนชีวิตคนในสังคมตอแหล เผยเหตุผลของชู้รักที่ชอบพูดว่า ชีวิต ความรัก เราเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่กงการอะไรของสังคมหรือใคร ๆ ทั้งสิ้น หนังจึงมีคำพูดที่ฟังแล้วเจ็บ ๆ คัน ๆ แม้จะดูเกินไป แต่ก็เป็นการปูเรื่องไปสู่ฉากจบที่ดี ทำให้ใครที่คิดอยากจะเลียนแบบชู้รักคู่นี้ ต้องหยุดคิดกันอีกนาน ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2519 ที่โรงหนังแกรนด์ ใครที่อยากดูตอนนี้ ก็ลองไปหา VCD ของโรสวีดีโอซึ่งออกจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 2543 แต่บอกก่อนว่า เดิมหนังจะยาวประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ที่มาทำเป็น VCD จะเหลือความยาวเพียง 81 นาทีเพราะเป็นชุดที่ตัดเนื้อหา ตัดคำพูดบางตอนออกไป เพื่อเตรียมฉายทางโทรทัศน์

กระดังงากลีบทอง เป็นเรื่องของนิตยา (มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช) สาวเสเพลซึ่งถูกแม่จับแต่งงานกับวิสูตร (ชนะ ศรีอุบล) พ่อม่ายที่มีลูกสาววัยรุ่นติดมาคนหนึ่งชื่อ ศริญญา (มยุรา ธนะบุตร) แต่วิสูตรซึ่งอายุมากแล้ว ไม่สามารถรองรับอารมณ์เปลี่ยวของนิตยาได้ นิตยาจึงต้องออกเที่ยวกลางคืนกับหนุ่ม ๆ ก็เลยยิ่งมีปัญหากับศริญญาผู้เป็นลูกเลี้ยงตลอดมา นิตยาจึงหลบไปพักผ่อนที่ชายทะเลและที่นั่นเอง นิตยาได้พบกับรักศักดิ์ (สุริยา ชินพันธ์) หนุ่มหล่อลูกชายของพจน์ (มานพ อัศวเทพ) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับวิสูตร ในที่สุดรักศักดิ์กับนิตยาก็ได้เสียกัน แม้จะถูกกีดกันจากพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แต่ทั้งคู่ก็ไม่แคร์สายตาใคร ทำให้ศริญญาซึ่งแอบชอบรักศักดิ์ไม่พอใจนิตยามากขึ้นที่มาแย่งทั้งพ่อและคนรักตนไป แต่ในที่สุดชู้รักคู่นี้ก็ไปไม่รอด แม้นิตยาจะได้ใบหย่ามาจากวิสูตร แต่กระแสสังคมก็บีบให้รักศักดิ์จำต้องทิ้งนิตยาไป

4. เพลิงพิศวาส (2527; เป็นชู้กับเมียใหม่ของพ่อ) งานสร้างของสหมงคลฟิล์ม กำกับการแสดงโดย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล เป็นหนังพิศวาสแนวโศกนาฏกรรมซึ่งยุคนั้นฮือฮากันมาก ความร้อนแรงปรากฏชัดจากภาพบนใบปิดหนังที่นำเอาสาวร้อนสุด ๆ อย่าง สินจัย หงษ์ไทย มาจับคู่กับหนุ่มเซ็กซี่ ลิขิต เอกมงคลและยังมีนางเอกใหม่ วันทิพย์ ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม มาร่วมประกบแบบสองหญิงหนึ่งชาย หน้าหนังจึงน่าสนใจ (สำหรับหนุ่ม ๆ) แต่พอเข้าฉายจริง ๆ ฉากที่หนุ่ม ๆ คาดหวังไว้จากภาพใบปิดหนังก็หดหายไป นำออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2527 ที่โรงหนังเพรสซิเดนท์ ต่อมาประมาณปี 2530 ก็ออกมาเป็นเทป VDO โดยโอเรียลเตนท์วีดีโอ

เพลิงพิศวาส เป็นเรื่องของ ปรารถนา ดารินทร์ (วันทิพย์ ภวภูตานนท์ฯ) นักร้องสาวสวยผู้พลิกผันชีวิตมาเป็นเมียพ่อเลี้ยงแก่ ๆ (ไชยา สุริยัน) พ่อม่ายซึ่งมีลูกติดเป็นชายหนุ่มชื่อ ธนันท์ (ลิขิต เอกมงคล) ครั้งแรกที่ธนันท์ได้พบหน้าแม่เลี้ยง ก็ออกอาการไม่พอใจอย่างมาก แต่ด้วยทั้งคู่มีอะไรหลาย ๆ อย่างตรงกัน จึงเริ่มเข้าใจกันและในที่สุดทั้งคู่ก็ลักลอบเป็นชู้กันจนปรารถนาตั้งท้องคลอดลูกเป็นชาย พ่อเลี้ยงก็เข้าใจว่าเป็นลูกตน เจ้าพวงแก้ว (สินจัย หงษ์ไทย) ซึ่งเป็นแฟนของธนันท์มาก่อน จับได้ว่าธนันท์เป็นชู้กับแม่เลี้ยง จึงไปบอกพ่อเลี้ยง แต่ปรารถนาก็ยืนยันว่า ลูกที่เกิดมาเป็นลูกพ่อเลี้ยง ไม่เคยคิดมีชู้ ที่คบหากับธนันท์ก็เพราะเห็นเป็นเด็กมีปัญหา น่าสงสาร ธนันท์ซึ่งแอบฟังอยู่จึงไม่พอใจ ประกาศจะแต่งงานกับพวงแก้ว ทำให้ปรารถนาเสียใจเพราะรักครั้งนี้ เป็นรักที่แท้จริงของเธอ จึงไปสารภาพรักกับธนันท์ แต่ธนันท์ขอเธอให้พิสูจน์ก่อนว่า รักจริง ไม่ใช่หวังจะได้มรดกจากลูกที่เกิดมา ปรารถนาจึงต้องฆ่าลูกน้อยทิ้ง ซึ่งทำให้พ่อเลี้ยงโกรธมาก ธนันท์เองก็เลยรู้ว่า ปรารถนารักตนจริง ๆ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเพราะทั้งคู่ถูกจับข้อหาฆ่าลูกตัวเองเสียแล้ว

ยังมีหนังแนวนี้อีกหลายเรื่อง เช่น น้ำเซาะทราย (2516; มีชู้กับผัวเพื่อน) ไกรทอง (2523; เป็นชู้กับเมียจระเข้) กากี (2523; เป็นชู้กับเมียพระราชา) คำพิพากษา (2532; ถูกหาว่าเป็นชู้กับเมียใหม่ของพ่อ) กะโหลกบางตายช้า กะโหลกหนาตายก่อน (2534; เป็นชู้กับเมียนายจ้าง) ฯลฯ

เนื้อหาของหนังเหล่านี้ แม้ใครจะว่าน้ำเน่า แต่ก็เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้จริง หากบุคคลทั้งหลายยังคงฝักใฝ่วิ่งหาความรักกันอย่างหน้ามืดตามัว จนลืมนึกถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดี สุดท้ายชีวิตรักของชู้เหล่านั้น ก็คงไม่พ้นที่จะลงเอยอย่างหนังที่พวกเราชอบเรียกว่า น้ำเน่า นั่นเอง
...............................
บทความนี้เขียนไว้เมื่อปี 2547..

จาก: มนัส138
วันที่: 25/01/53 - 21:08 น.
IP Address: 111.84.2.xx
ความคิดเห็นที่ 32



ปิดท้ายด้วย..นางเอกคนล่าสุดที่จะมา ลานดารา ครับ..
จินตหรา สุขพัฒน์...

จาก: มนัส138
วันที่: 25/01/53 - 21:11 น.
IP Address: 111.84.2.xx
ความคิดเห็นที่ 33
แผ่นดินวิปโยคมีเป็นvcd ขายนะครับ

จาก: ลอง
วันที่: 26/01/53 - 1:23 น.
IP Address: 124.157.254.xx
ความคิดเห็นที่ 34
สวัสดีค่ะ คุณมนัส...
เห็นบ่นว่าเขียนอยู่คนเดียวก็เลยต้องเขียนบ้าง ไม่ได้เข้ามาอ่านเสียหลายวัน พอมาเจอข้อความที่บ่นไว้ ก็เลยต้องบอกว่า อยาก
จะเขียนมาเล่า มาคุยก็คงเขียนได้เล่าได้ไม่ได้หนื่งในร้อยของคุณมนัสหรอก เพราะฉนั้นเขียนไปเถอะค่ะ มีอะไรดีๆเล่ามาเลย พี่ก็สมัครเป็นคนอ่านประจำคนล่ะ ขอมอบช่อดอกไม้ เป็นกำลังใจให้คุณค่ะ
พีน้อย

จาก: น้อย
วันที่: 28/01/53 - 20:19 น.
IP Address: 119.31.41.xx
ความคิดเห็นที่ 35
ยังตามอ่านประจำครับ ตอนนี้นึกถึงผลงานหนังของ เริงศิริ ลิมอักษร คุณมนัสมีเรื่องราว-เรื่องย่อหนังของคุณเริงศิริ ไหมครับ อย่าง ประสาท เพลงรักเพื่อเธอ หัวใจที่ไม่อยากเต้น ไอ้ขลุ่ย

จาก: อิท
วันที่: 29/01/53 - 9:06 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 36



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

มีคนบอกว่า คนบ่นมาก ๆ แสดงว่า กำลังจะเข้าสู่วัยชรา.. จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ ๆ ระยะหลัง ๆ นี้ ผมมักจะถูกคนรอบข้างบอกว่า ทำไมหมู่นี้ขี่บ่นจัง
ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น.. บ่นมาก ๆ เดี๋ยวคนเขา
จะเบื่อเปล่า ๆ ตั้งหน้าตั้งตา คุยเรื่องหนังไทยเก่า ๆ ของเราดีกว่า..ใช่ไหมครับพี่น้อย

เมื่อตะกี้นี่ ผมนั่งรถเมล์กลับจากคลองถม..บังเอิญบนรถเมล์เขาเปิดวิทยุด้วย
แรก ๆ ก็นึกว่าเป็นเพลงธรรมดา แต่ก็ตะหงิดๆ แล้วว่า ทำไมมีเพลงเก่าด้วย..
พอเพลงจบ ก็มีเสียงโฆษกเป็นผู้ชาย เสียงออกนุ่ม ๆ ทุ้ม ๆ เหมือนกับโฆษก
เก่าในอดีตชอบทำเสียง ออกมาพูดเล่าประวัติเพลง..เล่าประวัตินักร้อง นักแต่ง
เพลงให้ฟัง..เขาพูดถึงนักร้องเก่าซึ่งเสียชีวิตไปแล้วคือ ศรคีรี ศรีประจวบ...
พูดไปก็คั่นด้วยการเปิดเพลงไปทีละเพลง..ทุกเพลงล้วนแต่เป็นเพลงที่ผมเอง
เคยได้ยิน ได้ฟังมาก่อนแล้วทั้งสิ้น แต่ที่น่าสนใจกลับไปอยู่ตรงที่โฆษกเขาเล่า
เรื่องในอดีตต่าง ๆ ให้ฟัง...บอกตรง ๆ ฟังแล้วอิ่มเอมใจ ฟังแล้วมีความสุข..
จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าจะเอาหนังไทยเก่า ๆ เราแต่ละเรื่องออกมาเล่า ออกมา
พูดคุยให้ฟังทำนองนี้ น่าจะดีนะครับ..

เมื่อครั้งที่ผมออกไปตามล่าหาฟิล์มหนังกับคุณโต๊ะพันธมิตรใหม่ ๆ เนื่องจาก
ต้องเดินทางเป็นระยะเวลานาน ๆ และไกล ผมจึงชอบเอาตลับเทปเพลงไปด้วย
หลาย ๆ ม้วน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงลูกทุ่งเก่า ๆ.. ผมนั่งด้านหน้ากับคนขับ
ส่วนคุณโต๊ะกับแฟนนั่งด้านหลัง...พอรถออกจากกรุงเทพฯ ผมก็เริ่มเปิดเพลง
ไป คุยไป ส่วนใหญ่จะเล่าถึงว่า เพลงนี้ตอนนั้น ผมกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน
เหตุใดจึงชอบเพลงนี้ บางครั้งก็เล่าประวัติเพลงเท่าที่พอจะรู้ให้ฟังด้วย..
ยิ่งถ้าขับผ่านสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเพลงด้วย ก็จะยิ่งคุยสนุกมากขึ้น คุณโต๊ะ
เองแกก็มีความรู้เรื่องเพลงเก่า ๆ ด้วย จึงทำให้คุยกันสนุกมากขึ้น..พอออกไป
หาฟิล์มคราวใด พอขึ้นรถปั๊บ แกก็ถามปุ๊บว่า มนัส วันนี้มีเพลงอะไรมาอีก...

วันที่ไปบ้านเพชรา บังเอิญได้เจอคุณหนุ่ม ประเสริฐ..เขาบอกว่า ตอนนี้เขาได้
ไปทำรายการทางเคเบิ้ลทีวีช่องหนึ่ง เขาจะเอาพวกคนเก่าๆ อย่างเราๆ ไปนั่งคุย
กันถึงดารา ที่ถือว่า เป็นดาวในดวงใจ.. พออีกวันหนึ่งก็ได้เจอกับพิธีกรที่จัด
เกี่ยวกับเรื่องราวเก่า ๆ ที่ยังไม่เน้นถึงหนังไทยเก่า ๆ พอได้ยินรายการวิทยุ
เมื่อตะกี้นี้ ก็เลยคิดว่า ถ้ามีรายการที่พูดถึงหนังไทยเก่า ๆ แบบว่า นั่งคุยกันไป
มีการตัดหนังเป็นฉาก ๆ มาให้ดู แล้วพูดถึงหนังบ้าง ดาราบ้าง ผู้สร้าง ผู้กำกับบ้าง
หรือแม้แต่สภาพสภาวะเศรษฐกิจ สังคมในยุคที่หนังเรื่องนั้น ๆ ออกมาฉายแล้ว
ก็น่าจะพอมีผู้คนสนใจนะครับ..

มาปิดด้วยเรื่องที่คุณอิท ถามถึง เริงศิริ ลิมอักษร สักหน่อยนะครับ
เท่าที่ทราบ..เริงศิริ น่าจะเข้ามามีบทบาทในภาพยนตร์ โดยเริ่มจากเป็นผู้เขียนบท
เรียกว่า เขียนบทจนหนังดัง ๆ หรือได้รางวัล จากนั้นก็เริ่มเป็นคนสร้างหนังและ
ในที่สุดก็กำกับหนังเอง..ผลงานของเริงศิรินั้น เท่าที่พอจะทราบก็มีดังนี้
1) นางสาวมะลิวัลย์ (3 พฤษภาคม 2518) เริงศิริ เป็นผู้เขียนบทให้กับ คุณปริญญา ลีละศร กำกับ
2) ประสาท (29 พฤศจิกายน 2518) เรื่องนี้ เปี๊ยก โปสเตอร์ เป็นผู้กำกับ โดย เริงศิริ เป็นผู้สร้างหนัง
3) แม่ดอกรักเร่ (25 กันยายน 2519) เรื่องนี้ เริงศิริ เขียนบท
4) ไอ้ขลุ่ย (21 มกราคม 2520) เรื่องนี้ เริงศิริ เป็นผู้สร้าง แต่ตอนเปิดกล้องบอกว่า รุจน์ รณภพ กำกับ
แต่ทำไปทำมา สุดท้ายกลายเป็น เริงศิริ เป็นผู้กำกับเอง
5) หัวใจที่ไม่อยากเต้น (30 กรกฎาคม 2520) เรื่องนี้ เริงศิริ ทั้งสร้างและกำกับเองครับ
6) เพลงรักเพื่อเธอ (13 เมษายน 2521) เรื่องนี้ เริงศิริ สร้างและกำกับเองอีกครับ
7) ที่รักของน้องหนู (21 กรกฎาคม 2521) เรื่องนี้ เริงศิริ เขียนบทและกำกับครับ
8) 35 กะรัต (1 ธันวาคม 2522) เรื่องนี้ เริงศิริ กำกับ
9) ใครกำหนด (29 สิงหาคม 2524) เรื่องนี้ เริงศิริ เขียนบทและกำกับ
10) สุดปรารถนา (30 ธันวาคม 2524) เรื่องนี้ เริงศิริ กำกับ
11) 1ท-ผู้ชายป้ายเหลือง (1 พฤษภาคม 2530) เรื่องนี้ เริงศิริ กำกับครับ..

จะเห็นว่า หนังของเริงศิริ มักจะเป็นหนังที่ขายไม่ออกในต่างจังหวัด แม้แต่ไอ้ขลุ่ย
ที่เกือบจะเป็นหนังบู๊ ก็ยังไม่ค่อยมีคนดูเพราะชื่อมันดูเงียบ ๆ ยังไงชอบกล..
แต่ที่ยังมีคนถามถึง ก็เห็นจะเป็น นางสาวมะลิวัลย์ เพราะขณะนั้น ผู้กำกับกำลังมีชื่อเสียง
มาจากเรื่อง ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ น่าเสียดายครับที่ทั้งสองเรื่องนี้ ยังหาดูไม่ได้
ส่วนอีกเรื่องคือ ประสาท ยังพอมีให้ดูครับ..ซึ่งเหมือนกับ ไอ้ขลุ่ย ที่ยังมีให้ดูที่
หอภาพยนตร์ฯ ส่วนที่เคยทำวีซีดีออกมาขายแล้วก็เช่น หัวใจที่ไม่อยากเต้น
35 กะรัต สุดปรารถนา 1ท-ผู้ชายป้ายเหลือง..
ส่วนเรื่องย่อหนัง เดี๋ยวจะทยอยลงให้อ่านครับ สำหรับหนังที่ยังหาดูไม่ได้..


จาก: มนัส138
วันที่: 31/01/53 - 0:50 น.
IP Address: 115.67.28.xx
ความคิดเห็นที่ 37
ขอบคุณคุณมนัสสำหรับเรื่องต่างๆที่น่าสนใจมากๆทุกเรื่องครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 31/01/53 - 3:27 น.
IP Address: 83.79.24.xx
ความคิดเห็นที่ 38
เรื่อง ไอ้ขลุ่ย นี่ใครแสดงครับคุณมนัสฯ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 31/01/53 - 10:45 น.
IP Address: 124.121.225.xx
ความคิดเห็นที่ 39



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

เช่นกันครับคุณสุทธิพงษ์..ดีใจที่ให้ความสนใจเรื่องราวของหนังไทยเก่าๆ
ตลอดมา...

ส่วนที่คุณ JasonSจัง!!! ถามว่า ไอ้ขลุ่ย ใครแสดงนั้น..ผมลงใบปิดหนังให้
ดูแล้วครับ..หนังเรื่องไอ้ขลุ่ย เคยเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ผมดูไม่จบ..ตอนที่
ฉายกลางแปลงตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก อาจจะเป็นเพราะชื่อไม่โดนใจ
หรือว่าดูแค่ม้วนเดียว ก็เอาผมไม่อยู่แล้ว..ก็เลยลุกกลับบ้าน..พอถึงวันนี้
ก็เลยต้องมานั่งอ่านเรื่องย่อหนังเอาเอง..แล้วก็รอว่า เมื่อไรหอฯ จะทำ
หนังเรื่องนี้เสร็จ คงจะต้องดูใหม่..ชดเชยกับการที่เคยลุกหนีมาก่อน..

จริง ๆ มีอีกหลายเรื่อง ที่ผมเคยลุกหนี..แต่พอกลับมาดูตอนเป็นเทป
ตอนเป็นวีซีดีแล้ว ก็ทำให้รู้สึกเสียดาย ที่ไม่ยอมดูให้จบตอนนั้น..ทำให้
หนังบางเรื่อง แม้จะไม่ใช่หนังดังอะไร แต่ก็เป็นหนังที่ผมต้องตามหา
ตามมาดูใหม่เพื่อ...เพื่ออะไร ก็ตอบยากเหมือนกัน...


จาก: มนัส138
วันที่: 31/01/53 - 22:22 น.
IP Address: 115.67.68.xx
ความคิดเห็นที่ 40



คุยหนังวันละนิด..คืนนี้ ขอพูดถึงนางเอกใหม่เมื่อปี 2528..
จินตรา สุขพัฒน์...
นางเอกคนนี้ ตอนเข้าวงการใหม่ๆ ผมเองก็ยังนึกว่า จะอยู่ไม่ได้นาน...
กลัวจะมาเพียงเรื่องสองเรื่อง แล้วก็หายไปเหมือนคนอื่น ๆ
ดีที่ว่า ตอนนั้นผมเริ่มมีสตางค์บ้าง พอหนังของจินตหราออกฉายเรื่องใด
ผมก็ต้องรอให้หนังฉายควบก่อนคือควบ 2 เรื่อง จึงจะไปดู..หนังเรื่อง
แรกที่นางเอกคนนี้แสดงก็คือ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา..แต่ตอนนี้กลับจำไม่ได้
ว่า หนังเรื่องแรกที่ผมดูจินตหราเล่นคือเรื่องอะไรกันแน่..แต่ที่แน่ ๆ คือว่า
หนังเกือบ 70 เรื่องที่จินตหราแสดงนั้น ผมดูจนเกือบหมด..ถ้าเป็นยุค
แรก ๆ ก็อาศัยดูควบจากโรงหนังชั้นสอง..บางเรื่องถ้าทนรอไม่ไหว..ก็มี
บ้างที่ไปดูเรื่องเดียวเลย..ตอนนั้น ผมยังไม่มีเพื่อนๆ ที่ชอบหนังไทยอยู่
รอบข้าง คงมีแต่เด็กรุ่นน้อง ๆ ที่มาฝึกงาน ก็เลยตกเป็นเชลยของผม
ที่ต้องทนฟังผมเล่าเรื่องหนังจินตหราให้ฟัง.. น่าเสียดายครับที่น้อง ๆ
เหล่านั้นบอกว่า ดูแล้ว ไม่เห็นตลก ไม่เห็นสนุกเหมือนอย่างที่พี่เล่าเลย
ผมก็เลยถามว่า ดูโรงไหน เขาก็บอกว่า ดูจากวีดีโอชนโรง..สมัยนั้น
พอหนังเข้าโรง ก็จะมีคนซูมหนังเอาไปให้เช่า ภาพ สี เสียง ไม่ค่อยดี
เท่าไร แต่ว่าคนเช่า เขาก็เช่าดูเป็นไกด์มากกว่า ถ้าดีจริง ก็ตามไปดู
ในโรงอีกที..

เอาเป็นว่า ผู้ใหญ่ลีกับนางมา นั้น จำไม่ได้ว่า ดูเมื่อไรเพราะในปีเดียวกัน
ใกล้ ๆ กันก็มีจินตหราอีก 2 เรื่องออกมาฉายคือ สองพี่น้อง กับ แก้วกลางดง..
แต่ว่าคืนนี้ ขอพูดถึง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา ก่อน..หนังเรื่องนี้ถือว่า เปิดตัว
จินตหราได้บริบูรณ์จริง ๆ จินตหราเกิดปี 2508 หนังเรื่องนี้ฉายปี 2528
เราจึงเห็นความสดของจินตราที่สวยแบบเรียบๆ ยิ้มหวาน ยิ่งเมื่อได้เล่น
กับพระเอกอย่างไพโรจน์ สังวริบุตร แล้ว ดูน่ารักยังไง ผมก็บอกไม่ถูก...
ดูหนังไพโรจน์มาก็หลายเรื่อง แต่บทที่ต้องมารักเด็กหรืออ้อนเด็ก ง้อเด็ก
ผมว่า ไพโรจน์เล่นได้ดีจริงๆ..แต่ที่ว่าอ้อนได้ดีนั้น อาจเป็นเพราะเสียงนัก
พากย์ช่วยเพราะเรื่องนี้เสียงพากย์ของไพโรจน์ สังวริบุตร เป็นเสียงของ
คุณรอง เค้ามูลคดี..หนังเรื่องนี้บวกความตลกของดาราใหม่ ๆ อย่าง
อีเอี้ยง-ธงชัย ประสงค์สันติไว้ด้วย แถมยังมีเด็กอีกคนที่อยู่กับไพโรจน์
ด้วย

ผมชอบดูหนังที่เปิดเรื่องให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดหรือหลงผิด คิดว่าคนนี้
ไม่ใช่ หลงคุยด้วยไปตั้งนาน แต่พอจริง ๆ คนนี้แหละใช่..เหมือนจุดไต้ตำตอ
ดูแล้วสนุก ยิ่งถ้าต้องมีการปรับความเข้าใจกันแล้ว ยิ่งน่าติดตามว่า เขาจะ
ใช้วิธีอะไรในการขอปรับความเข้าใจ..หนังไม่ได้หยิบมาดูนานแล้ว
ก็ลืมแล้วว่า ผู้ใหญ่ลีที่คุณมาหรือจินตหราหลงเรียกว่า นายเหว่า นั้น
แอบรักคุณมา ตอนไหน..แล้วคุณมา ตอบรักผู้ใหญ่ลีตอนไหน..

ภาพข้างบน ตอนจินตหราเป็นนักเรียนพาณิชย์ ยังไม่เล่นหนัง
ส่วนอีกภาพ ตอนเล่นเรื่อง ไฟเสน่หา..หนังที่ผมชอบอีกเรื่อง...


จาก: มนัส138
วันที่: 31/01/53 - 22:53 น.
IP Address: 115.67.68.xx
ความคิดเห็นที่ 41
หนังเรื่องไอ้ขลุ่ย พระเอกชื่อ สมเกียรติ ไสยานนท์ เค่อะ เล่นเป็น ไอ้ขลุ่ย ตอนหนังเข้าอีตานี่ไปถ่ายรูปหวิวลงหนังสือบีอาร์ของบุรินทร์ วงศ์สงวน เจ้าพ่อไซโก้ด้วยนะเคอะ ฝีมือเล่นแข็งยังกับไม้ตีพริกนะเค่อะ อาศัยเตะต่อยเก่ง เห็นบอกว่าไปขุดจากนักกีฬาเทควันโด้หรือไงเนี่ย อย่างป้าจอย เวชชาชีวะ โคตรเหง้าศักราชของนายกหมีหน้าฮ๊ากก็เป็นดาราที่ถูกขุดมาจากนักกีฬาเทควันโด้เหมือนกันแหละเค่อะ

จาก: หลินปิงเล่นกู่เจิ้ง
วันที่: 01/02/53 - 0:53 น.
IP Address: 202.149.25.xx
ความคิดเห็นที่ 42
ขอบคุณครับคุณมนัส
ผมได้ดู นางสาวมะลิวัลย์ ที่โรงหนังสามย่านราม่า สมัยนั้นโฆษณาหนัง นางสาวมะลิวัลย์ ทั้งที่ฉานใยโรงหนังและทีวี นับว่า แรง!!! เพราะภัทราวดีทำผมพองฟู ออกมาบอกคนดูว่า

ชั้นชื่อ มะลิวัลย์ ชั้นเป็นกระหรี่ แต่ชั้นไม่ใช่กะหรี่ต่ำๆ ชั้นขายแต่ฝรั่ง....

ถ้ามาออกทีวีตอนนี้คงโดนเซ็นเซอร์ นับว่าช่วงนั้นคือ หลัง 14 ตุลา หนังไทยพลิกโฉม และมีหนังแรงๆออกมาหลายเรื่อง

จาก: อิท
วันที่: 01/02/53 - 9:27 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 43
ขอบคุณคุณมนัสครับ สำหรับใบปิดหนังเรื่อง ไอ้ขลุ่ย ในเมื่อฟิล์มหนังเรื่องนี้ยังมีอยู่ แล้วไม่มีค่ายไหนสนใจซื้อลิขสิทธิ์
ทำออกมาเป็น VCD/DVD ขายบ้างเหรอครับ

สำหรับจินตหรา สุขพัฒน์ นี่เป็นนางเอกในดวงใจคนหนึ่งเลยครับ ผมได้ดูหนังที่คุณจินตหราเล่นเรื่องแรก ก็คือ บุญชูผู้น่ารัก แล้วก็
กลิ่นสีและกาวแป้งครับ เธอเป็นคนน่ารักสดใสดีครับ หลังจากนั้นก็เลยติดตามผลงานมาตลอด แม้จะไม่ทุกเรื่องก็ตาม

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 01/02/53 - 22:29 น.
IP Address: 115.87.113.xx
ความคิดเห็นที่ 44



สวัสดีครับพี่มนัส.........
ทุกคนสบายดีไหม...ตอนนี้ผมย้ายบ้านมาอยู่อ่างทองแล้ว..ไม่ค่อยสะดวกไปพบเพื่อนเก่าๆเลย...แต่ก็ตามดูเวบตลอด...มีโอกาศเจอกันนะครับ

จาก: สาโรจน์
วันที่: 01/02/53 - 22:33 น.
IP Address: 180.183.210.xx
ความคิดเห็นที่ 45
ท่องเว็บเข้ามาดู
ปีนี้อายุเข้าวัยเกษียณแล้ว
เห็นเว็บนี้ ชอบมาก สมัยเด็กเริ่มรุ่น ชอบหนังที่มิตร ชัยบัญชา แสดงมาก

เมื่อปี 2548 เคยเข้ามาดูหนนึ่ง เห็นใบปิดหนังไทยรุ่นเก่า ๆ ชอบมาก
หลังจากนั้นเนื่องจากงานรัดตัวและโยกย้ายที่ทำงาน อ้อ รับราชการครับ เป็นระดับผู้บริหาร จึงไม่ค่อยจะมีเวลาเข้ามาเท่าไร

ยินดีครับที่มีผู้อนุรักษ์หนังไทยแนวนี้ไว้ เป็นกำลังใจให้ครับ


จาก: สุวิน
วันที่: 01/02/53 - 22:44 น.
IP Address: 61.19.66.xx
ความคิดเห็นที่ 46



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ...

เท่าที่ทราบเรื่องไอ้ขลุ่ยนั้น เคยเห็นคนของเสี่ยเจียงมาถามหาฟิล์มหนัง
เหมือนกัน แต่ก็หายเงียบไปครับ..ผมก็เลยได้แต่รอ..ที่จะดูใหม่อีก..แม้
จะเคยไม่ชอบมาก่อน แต่ถึงวันนี้ที่อยากดูก็เพราะต้องการรู้ว่า ทำไมหนัง
แบบนี้จึงได้ขายยากในต่างจังหวัด... ขอบคุณคุณสาโรจน์ที่ย้ายไปลงอ่าง..
อ่างทองน่ะครับ..จริง ๆ ก็อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯนะ ว่าง ๆ ก็แวะมาเยี่ยมกัน
บ้างนะครับ..วันที่จินตหรามาลานดาราก็ได้ครับ...อ่างทองผมเคยไปกับ
คุณโต๊ะครั้งหนึ่ง ตอนที่ไปตามหาฟิล์มหนังมิตรที่เขาเอาขึ้นหิ้งอยู่ในร้าน
ขายยาแห่งหนึ่งในตลาดอ่างทอง เรียกว่า เดินสอบถามจนเจอร้าน แต่ก็
ไม่เจอฟิล์มอีก เขาบอกว่า ฟิล์มที่ขึ้นหิ้งไว้ก็คือเรื่อง ลูกปลา..มิตร-เพชรา
แต่ว่าตอนไปถึงนั้น เขาบอกว่า น้องชายหรือญาติคนหนึ่งเอาลงจากหิ้ง
ไปไว้อีกจังหวัดหนึ่ง จำไม่ได้แล้ว แต่พอถามว่า บ้านนั้นอยู่ที่ไหน จะตาม
ไปหา เขาก็บอกว่า ไม่ต้องตามไปแล้วเพราะต่อมาบ้านหลังนั้นได้ถูกไฟ
ไหม้ไปแล้ว ฟิล์มลูกปลา ก็คงไม่เหลือแล้วครับ....

เอาภาพจากเรื่องย่อ ไอ้ขลุ่ย มาให้ดู แผ่นหนึ่งครับ....

จาก: มนัส138
วันที่: 01/02/53 - 22:48 น.
IP Address: 115.67.79.xx
ความคิดเห็นที่ 47



สวัสดีครับคุณสุวิน..ขอบคุณครับสำหรับความชอบที่เหมือนๆกันกับผม
แล้วว่าง ๆ ก็เข้ามาคุยกันบ้างนะครับ...
เห็นคุณอิทพูดถึง นางสาวมะลิวัลย์..ก็เหมือนกับช่วยฟื้นความจำ..หนัง
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก..มากขนาดอยากดูอีก แต่ก็ยังไม่มี
โอกาสได้ดูเลยครับ...คืนนี้ก็เอาภาพจากเรื่องย่อ มาฝากครับ...
หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2518 ครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 01/02/53 - 22:54 น.
IP Address: 115.67.79.xx
ความคิดเห็นที่ 48



อีกแผ่นครับ..นางสาวมะลิวัลย์...

จาก: มนัส138
วันที่: 01/02/53 - 22:56 น.
IP Address: 115.67.79.xx
ความคิดเห็นที่ 49



จะเรียกว่าคุยตามกระแสก็ได้นะครับ..เร็ว ๆ นี้ จินตหรา จะมา ลานดารา
ผมก็เลยผสมโรงเรื่อง จินตหรา กับเขาหน่อย...

เมื่อคืนวาน ผมพูดถึงหนังเรื่องแรกของจินตหรา.. คือ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา
และเมื่อจินตหราเข้าสังกัดค่ายไฟว์สตาร์ฯ แล้ว ก็ทำให้มีผลงานภาพยนตร์
ออกมาติด ๆ กันและต่างผู้กำกับกัน..อย่างปีแรกที่เข้าวงการ พอเดือนมิถุนายน
ฉายเรื่อง ผู้ใหญ่ลีกับนางมา แล้ว พอถึงเดือนตุลาคม ก็มีเรื่อง สองพี่น้อง ออกมา
ฉายอีก แล้วก็ปิดท้ายปีด้วยเรื่อง แก้วกลางดง ซึ่ง สักกะ จารุจินดา คนเดียวกับที่
กำกับผู้ใหญ่ลีกับนางมา เป็นผู้กำกับ..เป็นอันว่า ปีแรกที่จินตหรา เข้าวงการมานั้น
ครึ่งปีมีหนังออกมาฉาย 3 เรื่อง ในจำนวนนี้มี 2 เรื่องที่จินตหราได้รับบทเด่น ๆ
หนังปีแรกที่ผมดูแล้ว ทำให้ชอบจินตหราก็คือ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา แล้วก็เรื่อง
แก้วกลางดง..โดยเฉพาะเรื่องแก้วกลางดง ที่จินตราเล่นเป็นชาวเขา รู้สึกว่าจะชื่อ
เมียววดี..มั้ง..หนังเปิดเรื่องให้ แซม ไปเที่ยวป่ากับพรานซึ่งเป็นพ่อนางเอก..
ระหว่างอยู่ในป่า ก็เกิดเรื่อง เสือจะกินแซม พรานก็ช่วยจนตัวต้องตาย..ก่อนตาย
พรานฝากให้แซมช่วยดูแลจินตหราซึ่งเป็นลูกสาว...แซมจึงพาจินตหราเข้าไปอยู่
ในกรุงเทพฯ จากนั้นเรื่องราวสนุก ๆ น่ารัก น่ารักของชาวป่าอย่างเมียววดีก็เกิดขึ้น
จำได้ว่า ตอนนั้นดูแล้ว สนุก ดูแล้ว มีความสุข..ต่างกับเรื่อง สองพี่น้อง ที่ดูแล้ว
เครียด..และเหนื่อย....แค่ 2 เรื่องนี้ ก็ทำให้จินตหราได้รับความสนใจจากแฟนๆ
หนังแล้วครับ...จากนั้นพอขึ้นปี 2529 ตลอดปีก็มีหนังจินตหราออกมาฉายถึง 9 เรื่อง
หากจะถือว่า ไฟว์สตาร์เซ็นสัญญาจ้างจินตหราไว้ ก็เรียกว่า ใช้คุ้มจริง ๆ ครับ..แต่
ถ้าคิดมุมกลับ หากตลาดยังไม่ยอมรับจินตหรา หนัง 9 เรื่อง ก็ทำให้ไฟว์สตาร์เจ๊งได้
เหมือนกัน..เอาไว้พรุ่งนี้ มาคุยกันต่อว่า หนัง 9 เรื่องที่จินตหราเล่นไว้มีเรื่องอะไรบ้าง...
บอกก่อนนิดหนึ่งก็ได้ครับ ตอนนั้นผมตามดูในโรงจนครบทั้ง 9 เรื่องเลยล่ะครับ..
ส่วนว่า ดูแล้วเป็นชอบหรือไม่..พรุ่งนี้มาเฉลยครับ....


จาก: มนัส138
วันที่: 01/02/53 - 22:59 น.
IP Address: 115.67.79.xx
ความคิดเห็นที่ 50
สวัสดีครับ พี่มนัส ผมไม่ได้เข้ามาร่วมพูดคุยกับพี่มาพักหนึ่งแต่ก็ยังติดตามอ่านข้อความที่พี่มนัสลงให้อย่างต่อเนื่องนะครับ
วันนี้เห็นพี่มนัสพูดถึงคุณ จินตหรา สุขพัฒน์
เป็นดาราอีกท่านหนึ่งที่ผมชื่นชอบมาก และได้ติดตามผลงานของเธอมาโดยตลอดทั้งจากหนังใหญ่และในละครทีวี ผมรู้สึกว่าเธอแสดงได้ดีเข้าถึงตัวละครในเรื่อง
อย่างในละครผมก็ชอบที่คุณจินตหราแสดง เช่น ผ้าทอง สี่แผ่นดิน เชลยศักดิ์
ฉุยฉาย สองฝั่งคลอง อาญารัก ขมิ้นกับปูน แรมพิศวาส เป็นต้น
อีกทั้งอุปนิสัยและการวางตัวของเธอก็เป็นแบบอย่างที่ดี น่านับถือครับ


จาก: แม็กซ์
วันที่: 02/02/53 - 9:36 น.
IP Address: 203.153.173.xx
ความคิดเห็นที่ 51
สวัสดีพี่ๆทุกท่านค่ะ
เข้ามาอ่านกระทู้นี้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน
อยากได้เรื่องย่อและภาพประกอบหนังเรื่อง "เชลยศักดิ์" ค่ะ
รบกวนพี่มนัสด้วยนะคะ ^__^
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

จาก: ปริยากร
วันที่: 02/02/53 - 10:34 น.
IP Address: 118.175.234.xx
ความคิดเห็นที่ 52



รอยไถ ฉบับ สรพงษ์- นันทนา -วาสนา

จาก: อาร์ท
วันที่: 02/02/53 - 12:44 น.
IP Address: 119.46.72.xx
ความคิดเห็นที่ 53
วันนี้ได้ดู"รอยไถ"ทางทรูวิชั่นเส้นฝนเยอะไปหน่อยแต่สนุกและคลาสสิคกว่า"เหยียบหัวสิงห์"เยอะเลย

จาก: คนนคร
วันที่: 02/02/53 - 15:57 น.
IP Address: 119.31.27.xx
ความคิดเห็นที่ 54



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

มีเหตุบังเอิญที่ทำให้ต้องย้ายเรื่องราวที่พูดถึงจินตหรา ไปตั้งกระทู้ใหม่ครับ..

คุณแม็กซ์กับคุณสาโรจน์ เวลามาก็มาพร้อม ๆ กัน เวลาหายก็หายไปพร้อมๆ
กันเหมือนกันนะครับ..ว่าแต่ชอบจินตหรา..แล้วจะมาได้หรือเปล่าครับ

ภาพจากฟิล์มเรื่อง รอยไถ ที่คุณอาร์ท นำมาใช้ดู..และคุณคนนครพูดถึง
นั้น เป็นฟิล์มชุดที่หาพบจริง ๆ ทีแรกก็ไม่คิดว่าจะมีใครกล้านำไปเทเลซีน
ออกมาเป็นวีซีดีหรือฉายกันเพราะเส้นฝนเยอะมาก ๆ หากไม่คิดว่าหนัง
ไหนเป็นเรื่องสำคัญหรือไม่แล้ว กากฟิล์มทำนองเดียวกันนี้ ผมเห็นว่า ยัง
มีเยอะมาก ๆ หากคัดเลือกเอาเฉพาะที่หาฟิล์มเนกาตีฟไม่ได้จริง ๆ ไปทำ
แม้ภาพจะออกมาเหมือนเรื่อง รอยไถ นี้ ผมก็ขอชื่นชมครับ...

คุณปรียากร..สงสัยกำลังจะดูละครเรื่อง เชลยศักดิ์..ก็เลยอยากเห็นภาพ
และเรื่องย่อจากหนังในอดีต....
เชลยศักดิ์ รุ่นแรก อมรา แสดงไว้ ฉายปี 2502
พอมาสร้างใหม่อีก ก็เป็นปี 2524 แล้วครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:19 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 55



คราวนี้ มาดูภาพและเรื่องย่อ เชลยศักดิ์ รุ่นที่ ทูน หิรัญทรัพย์ นำแสดง
ทั้งหมดมี 6 หน้าครับ..เริ่มหน้าที่ 1

จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:21 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 56



เชลยศักดิ์ หน้าที่ 2 ครับ..
หนังเรื่องนี้เคยทำเป็นเทปวีดีโอให้เช่าเมื่อปี 2536 ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:23 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 57



เชลยศักดิ์ หน้าที่ 3 ครับ..
ส่วนรุ่นอมรา นั้นเคยออกเป็นเทปวีดีโอโดยมูลนิธิหนังไทยครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:24 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 58



เชลยศักดิ์ หน้าที่ 4 ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:25 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 59



เชลยศักดิ์ หน้าที่ 5 ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:27 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 60



สุดท้ายแล้วครับ สำหรับภาพและเรื่องย่อ เชลยศักดิ์ รุ่น 2..
แล้วค่อยกลับมาพบกันใหม่ครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 03/02/53 - 22:29 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 61



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..
ใครดูข่าวเมื่อเช้านี้.. ก็คงจะเห็นว่า มีการพูดถึงอดีตพระเอกท่านหนึ่งซึ่งตอนนี้
กำลังป่วยและอยู่ในช่วงที่จะต้องเร่งรักษาตัว.. พระเอกที่พูดถึงก็คือ พล พลาพร...

พล พลาพร มีชื่อจริงว่า ไชโย บำรุงกิจ ชื่อเล่น ๆ ว่า โย.. เกิดที่จังหวัดจันทบุรี
และเป็นน้องชายของพระเอกอีกท่านหนึ่งคือ อัศวิน รัตนประชา...ที่เรารู้จักดี
คุณอัศวินนั้นเข้าวงการมาก่อนนานแล้ว ระหว่างที่ พล พลาพร ทำงานเป็นดีไซน์เนอร์
อยู่ที่ร้านฉอยดีไซน์ ที่บางลำพู คุณสายพิณ จินดานุช ไปเจอเข้า ก็เลยชวนมาเล่นหนังทีวี
เรื่อง หมอผี ของท่านมุ้ย ก็เล่นไปได้ถึง 11 ตอน ก็หยุดไป.. ต่อมามีคนฝากไปยัง คุณไพรัช
สังวริบุตร ให้เล่นหนังทีวีอีก.. ก็เลยได้เล่นเรื่อง วงเวียนกรรม..ต่อด้วย ภาพอาถรรพณ์...
ส่วนเส้นทางเข้าสู่วงการจอเงินนั้น เริ่มจาก คุณอัมพร ประทีปเสน ผู้สร้างหนังตั้งแต่ยุคมิตร
เห็นหน้าตาแล้วเกิดสนใจ จึงทาบทามไปเล่นหนังเรื่อง พ่อหม้ายทีเด็ด (สมบัติ-สุพรรษา-พล)
แล้วก็ไปถึงเรื่อง สามใบเถา ที่มี เนาวรัตน์-สุพรรษา-อำภา แสดง...
แต่ที่ทุกคนจำ พล พลากร ได้ดี ก็เพราะเล่นหนังเป็นพระเอกทีวีทางช่อง 7 สี ในเรื่อง
ดาวพระศุกร์ ที่แสดงคู่ มลฤดี ยมาภัย.. ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า ดังระเบิดเลยครับ...
ขนาดที่ว่า ต้องมีการทำออกฉายเป็นหนังโรงทั่วประเทศซ้ำอีก...

ผลงานภาพยนตร์ที่ พล พลากร นั้น เท่าที่จำได้ก็เช่น สามใบเถา (2523), พ่อหม้ายทีเด็ด (2524),
ดาวพระศุกร์ (2524 พล-มลฤดี), ดอกโศก (2525 พล-มลฤดี), หลานสาวคุณหญิง (2525 พล-มลฤดี),
ดาวกลางดิน (2525 พล-พัทยา)....

ตอนที่คุณอัศวิน มาร่วมกิจกรรม ลานดารา ท่านก็เคยพูดถึงน้องชายท่านแล้ว
และที่เราได้แน่ ๆ ก็คือ คำเตือนจากคุณอัศวิน ที่บอกว่า อยากให้พวกเราทุกคนห่วง
สุขภาพ ห่วงตัวเอง อย่าตามใจปาก พักผ่อนให้เพียงพอเพราะคุณอัศวินก็เคยมีประสบการณ์
ป่วย แบบไม่น่าเชื่อว่าจะกลับมาเป็นอัศวินคนเดิมได้..วันนั้น ยังจำได้ว่า คุณอัศวิน แซวคุณโดม
ว่า ให้ลดน้ำหนักได้แล้ว..ท่านเป็นห่วง กลัวจะไม่ใครช่วยหนังไทยครับ....
เขียนมาถึงตรงนี้ ก็ให้เป็นห่วงสุขภาพตัวเองเหมือนกันเพราะตั้งแต่เริ่มขึ้นปีใหม่มา
นี้ รู้สึกว่า ร่างกายแย่ลงไปกว่าเก่าเยอะครับ..แต่อย่างไร ก็ยังขอเป็นกำลังใจให้คุณพล พลาพร
ในการต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บนะครับ..คิดว่า ข่าวพรุ่งนี้ คงจะดี คงจะมีคนในวงการเข้าให้
กำลังใจคุณพล พลาพร นะครับ...
.................................


จาก: มนัส138
วันที่: 04/02/53 - 22:04 น.
IP Address: 115.67.157.xx
ความคิดเห็นที่ 62
ขอบคุณพี่มนัสมากๆค่ะ
แต่เรื่องย่อตัวหนังสือเล็กเกินไปนิดหนึ่งนะคะ เซฟเอาไปอ่านต้องใช้
แว่นขยายส่งแล้วส่องอีก ^__^

จาก: ปริยากร
วันที่: 05/02/53 - 14:20 น.
IP Address: 118.175.234.xx
ความคิดเห็นที่ 63
คุณมนัสครับหนังที่คุณพลเล่นชื่อ "พ่อหม้ายลูกติด" ไม่ใช่เหรอครับ ไม่น่าจะใช่ "พ่อหม้ายทีเด็ด"



จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 06/02/53 - 1:48 น.
IP Address: 83.77.210.xx
ความคิดเห็นที่ 64
สวัสดีค่ะคุณมนัสเมือวานไปที่หอภาพยนตร์ เห็นมีบอร์ด ภาพยนตร์มุสลิม มีเบอร์ผู้กำกับไหนค่ะ อยากขอซื้อหนังไปดูค่ะ

จาก: ปาริชาติ
วันที่: 06/02/53 - 6:58 น.
IP Address: 125.25.220.xx
ความคิดเห็นที่ 65
อาเปิ้ลครับ ผกก "มูอัลลัฟ" มีสอง คน คือ ก้อง ฤทธิ์ดี และ ภาณุ อารี เป็นอิสลามทั้งคู่ ทั้งสองท่าน เป็น ผกก หนังสั้น หนังอินดี้ และผู้จัดงานฟิล์มเฟสติวัล ในไทยที่มีคนรู้จักพอดู ทางพี่ชลิดาและทีมงานเว็บไทยฟิล์มรู้จักครับ น่าจะติดต่อ ทางพี่ๆ มูลนิธิฯ น่าจะได้ครับ ผมว่า

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 06/02/53 - 12:54 น.
IP Address: 58.8.163.xx
ความคิดเห็นที่ 66



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

อย่างแรกต้องขอบคุณคุณสุทธิพงษ์ ที่อ่านละเอียดจนพบความบกพร่อง
ในการเขียนการพิมพ์ของผม..ใช่แล้วครับ เป็นหนังเรื่อง พ่อหม้ายลูกติด
จริง ๆ ครับ ตอนเขียนข้างต้น ผมก็พยายามระวังแล้วครับเพราะหนัง 2 เรื่องนี้
เขาจะเขียนคำว่า หม้าย ต่างกัน..ถ้าเป็นที่ ไพโรจน์-ลลนา แสดง เขาใช้
ชื่อว่า พ่อม่ายทีเด็ด แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ผมตั้งใจจะพูดถึงนั้น ชื่อเรื่องคือ
พ่อหม้ายลูกติด..ครับ

ส่วนที่พี่ปาริชาติ ถามถึงเบอร์ผู้กำกับหนังมุสลิม นั้น ผมเองก็แค่คุย ๆ กัน
แต่ไม่เคยขอเบอร์โทรจากเขาเลยครับพี่..ลองทำอย่างที่คุณฮอจองวูบอก
ก็ได้นะครับ.....
.....................................

เมื่อเช้าได้ยินข่าวว่า มีนักร้องท่านหนึ่งเสียชีวิต.. ก็คือ หยาด นภาลัย..
ถ้าเป็นคอเพลงรุ่นเดียวกับผม ก็จะคุ้นกับชื่อนี้มาก ๆ แต่ที่ไม่คุ้นเลย
ก็คือ หน้าตา..ครับ เพราะตั้งแต่ผมได้ยินเสียงร้องของ หยาด นภาลัย มา
ก็ไม่เคยได้เห็นหน้าตานักร้องท่านนี้เลยครับ...เพลงที่ทำให้ผมรู้จักนักร้อง
ท่านนี้ก็คือ ลำน้ำพอง.. เรียกว่า ตอนนั้น ผมเองก็ยังไม่รู้ว่า ลำน้ำพอง นั้น
อยู่ที่จังหวัดใด แต่พอได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรก ก็เลยได้ความรู้มาจากเพลงนี่แหละ
เพลงลำน้ำพอง ช่วงนั้นเรียกว่า ดังระเบิดจริง ๆ ขนาดเอาชื่อเพลงไปทำ
เป็นหนังก็มีอย่างเช่นเรื่อง มนต์รักลำน้ำพอง ที่ ปิยะ-พอเจตน์-ฤทัยรัตน์
แสดงนำ ออกฉายเมื่อปี 2525 ไตเติ้ลหนัง ปล่อยเพลงนี้เต็ม ๆ เพลงเลยครับ
แต่ที่คว้าเพลงนี้ไปใส่ในหนังได้ก่อนใคร ก็เห็นจะเป็น วิสันต์ สันติสุชา
ใส่เข้าไปในหนังบู๊เลยครับเรื่อง สู้สั่งเมือง ออกฉายเมื่อต้นปี 2522
แต่ว่า ใครมีแผ่นวีซีดีที่เลปโส้ทำขาย ไม่ต้องไปกรอหาดูนะครับเพราะ
ตอนออกเป็นวีซีดี เพลงนี้ถูกตัดออกไปแล้ว..ในหนังเขาใส่เพลงนี้ไปเต็มๆ
เพลง ตรงประมาณกลางเรื่อง จะเป็นฉากที่สมบัติพายเรือ เพลงก็ขึ้นมา
แต่ที่แปลกใจมาก ๆ ก็คือ เขาใส่เนื้อร้องบรรยายเข้าไปในหนังด้วย คล้าย ๆ กับ
ร้องคาราโอเกะสมัยนี้ครับ...ผมมาได้ดู ได้ฟังเพลงจากหนังเรื่องนี้อีกทีก็
ตอนที่ช่อง 9 เขาฉายหนังไทยในรายการแผ่นฟิล์มวันจันทร์-วันอังคาร
นั่นแหละครับ สภาพหนังที่ช่อง 9 ฉาย กับที่เลปโส้ได้มาทำวีซีดี ก็เป็นเทป
ตัวเดียวกันครับ เพียงแต่ว่า ไม่มีเพลงเท่านั้น...

หยาด นภาลัย ร้องเพลงไว้เยอะ ผมเคยซื้อเทปไว้ฟังหลายตลับ..โดยเฉพาะ
เมื่อนึกครึ้มอกครึ้มใจ เสียงร้องของหยาด นภาลัย ก็ทำให้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจได้เหมือนกันครับ...

แบบนี้เรียกว่า ตัวตาย..แต่ชื่อยัง..(เสียงก็ยัง..ด้วยครับ)
---------------------------------------


จาก: มนัส138
วันที่: 06/02/53 - 23:40 น.
IP Address: 115.67.195.xx
ความคิดเห็นที่ 67
พอดีผมได้ดูหนังเรื่องหนึ่งชอบมากครับเนื้อเรื่องแปลกดีเรื่องไฟนรกขุมโลกันต์คือสงสัยนะครับว่าเนื้อเรื่องเป็นยุคไหนครับคือเพลิงมังกรดำดินพระเอกและผู้ร้ายใช้ดาบเป็นอาวุธแต่ว่ามีปืนไฟที่สุเชาว์ใช้และก็มีเฮลิคอปเตอร์ด้วยและหนังเรื่องนี้มีโอกาสเป็นDVDชัดๆมั้ยครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 07/02/53 - 14:21 น.
IP Address: 113.53.42.xx
ความคิดเห็นที่ 68



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

คุณสมิงหนุ่ม ถามถึงโอกาสที่จะเป็นดีวีดีชัด ๆ ของเรื่อง ไฟนรกขุมโลกันต์ ว่ามีหรือไม่
ก่อนจะตอบ.. ก็ต้องย้อนไปดูว่า ใครเป็นผู้สร้างหนังเรื่องนี้นะครับ..
ไฟนรกขุมโลกันต์ สร้างโดย คุณกมล อร่ามเสรีวงศ์ และกำกับโดยผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ใน
ตอนนั้นคือ คุณยุทธนา มุกดาสนิท...

เท่าที่ผมลองไล่ดูประวัติย้อนหลัง ก็พบ คุณกมล อร่ามเสรีวงศ์ สร้างหนังไว้ไม่กี่เรื่อง โดยเริ่ม
จากเรื่อง น้ำตาลใกล้มด นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา-ธัญญรัตน์ กำกับการแสดงโดย คุณรัตน์ เศรษฐภักดี
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2519 ที่โรงหนังแกรนด์-สามย่าน แต่ว่า หนังไม่ค่อยดังเท่าไร..

จากนั้นคุณกมล ซึ่งใช้ชื่อค่ายว่า กมลโปรดักชั่น ก็ลองมาสร้างหนังแนวบู๊ ดูบ้าง เริ่มจากเรื่อง
เจ้าพ่อ 7 คุก นำแสดงโดย สมบัติ-สรพงศ์-นิรุตติ์-เนาวรัตน์-ศิริขวัญ กำกับการแสดงโดย จรัญ พรหมรังสี
ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2520 ที่โรงหนังเพชรรามา-เพชรเอ็มไพร์...ผลรับ..ไม่ต้องพูดถึง..
หนังดังระเบิด.. ทำเงินในต่างจังหวัด ตอนนั้น ผมเองยังไปดูที่โรงต่างจังหวัด เห็นเขาโฆษณาว่า ไปดู
สมบัติกระโดดแหกคุก ไปดูสมบัติกินหนูเป็น ๆ เราก็ไปดูแบบเด็ก ๆ ก็ตื่นเต้นดีครับ..และเป็นอะไรอีก
เรื่องหนึ่งที่วันนี้ อยากย้อนกลับไปดูอีกครั้งจริง ๆ ครับ...

เมื่อ เจ้าพ่อ 7 คุก ดังมาก ๆ คุณกมล ก็เลยสร้างหนังอีกเรื่องคือ ไอ้คลั่งทะเลโหด นำแสดงโดย สรพงศ์
นันทนา-เผ่าพันธุ์-วิยะดา โดยยังมี คุณจรัญ พรหมรังสี กำกับให้เช่นเดิม...ตอนนั้นกระแสหนังต่างประเทศ
กำลังฮิตระบบเสียงเซ็นเซอร์ราวด์ หนังเรื่องนี้ก็เลยโฆษณาว่า เป็นระบบเซ็นเซอร์ราวด์..แต่โรงหนังบ้านผม
เวลาฉาย เขาก็เอาตู้ลำโพงขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 1.5 เมตร สูงเกือบ 2 เมตร มีลำโพงดอกใหญ่ ๆ ประมาณ
5-6 ดอก ไปตั้งไว้ในโรงหนังหลายตัว..พอฉากที่เกาะถล่ม เขาก็เปิดเสียงลำโพงนั้น ๆ มันก็ดังลั่น สะเทือนโรงหนัง
ไปหมด..เราเป็นเด็ก ๆ ก็ตื่นเต้น ก็สนุกเพราะก่อนหน้านี้ โรงหนังมักจะมีลำโพงอยู่แค่หลังจอเท่านั้น
ไอ้คลั่งทะเลโหด นี้ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2522 ที่โรงหนังเฉลิมกรุง-แอมบาสเดอร์-รามา-พาราไดซ์

พอหนังดังอีก คุณกมลก็สร้างหนังบู๊ต่ออีก แต่คราวนี้ใช้ผู้กำกับหน้าใหม่ คือ คุณยุทธนา มุกดาสนิท
ในเรื่อง ไฟนรกขุมโลกันต์ นำแสดงโดย สรพงศ์-ลลนา-นิจ-เพ็ญพักตร์-สุเชาว์..ออกฉายครั้งแรกเมื่อ
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2523 ต้อนรับตรุษจีนที่โรงหนังแอมบาสเดอร์-ดาดา-พลาซาร์
แต่เชื่อว่า หลายคนที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ ก็คงจะแปลกใจว่า ทำไมมันจะเป็นหนังโบราณ ก็ไม่ใช่
จะเป็นบู๊สมัยใหม่ ก็ยังไม่ใช่อีก...ก็อย่างที่ถามมานั่นแหละ คงจะออกแบบบู๊แฟนตาซี ละมังครับ
แต่ถ้าไปอ่านดูในเรื่องย่อ เขาจะขึ้นต้นว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพลิง มังกรดำดิน กลับมา
ที่เขาปีศาจอีก...หนังเรื่องนี้ตอนนั้น มีจุดขายเยอะเช่น สรพงศ์ ก็กำลังดังกับหนังแนวบู๊
ลลนา ก็มาแรงและเรื่องนี้แค่ชุดที่ใส่ดวลดาบกับสรพงศ์ ลีลาการเดิน การนั่ง ก็ทำเอาหนุ่ม ๆ
มองตาค้างไปตาม ๆ กัน แถมยังมีเพ็ญพักตร์เลิฟซีนกันบ่อย ๆ ในเรื่องอีก..คิวบู๊ ฉากอลังการก็มีให้
เห็นเยอะ ฉากคอบเตอร์ไล่ล่า ระเบิดถ้ำ ฉากดำดินก็ทำเอาเด็กงงไปตาม ๆ กัน.. แต่ไม่รู้เป็นไร
พอหลังจากเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่เห็นมีหนังค่ายนี้ออกมาฉายอีกเลย...

ถามว่า หนัง 4 เรื่องของค่ายนี้มีคนสนใจมากไหม ตอบได้เลยว่า เว้นแต่ น้ำตาลใกล้มด
ก็มีคนอยากจะดูทั้งนั้นแหละครับ...แล้วมีคนทำออกมาแล้วหรือไม่..น้ำตาลใกล้มด นั้นยัง
แต่เท่าที่ทราบยังมีฟิล์มต้นฉบับอยู่ แต่คงไม่มีใครเอามาทำหรอกครับ..ส่วนเรื่อง เจ้าพ่อ 7 คุก
นั้นมีคนอยากทำมาก ๆ แต่หาฟิล์มหนังไม่ได้แล้ว เทปวีดีโอเช่า ก็ยังไม่เคยมีใครเห็น ไม่รู้
ว่ามีการทำออกมาหรือไม่...ส่วนไอ้คลั่งทะเลโหด นั้น เคยออกเป็นเทปวีดีโอของเอสทีวีดีโอ
ให้เช่าตั้งแต่ปี 2532 หนังจะเต็มจอและตัดออกไปบ้าง แต่หลายคนก็ชอบที่จะดู เห็นว่าเคยมี
คนจะเอาวีดีโอตัวนี้ไปทำวีซีดีขายและออกฉายทางเคเบิ้ลทีวีเหมือนกัน...ส่วนฟิล์มที่เคยเห็น
ก็เป็นฟิล์ม 16 สโคป ออกสีแดงมาก ๆ แต่ว่าสภาพไม่ค่อยดี ก็เลยไม่มีใครคิดจะเอากลับมาทำ
อีก...ส่วนที่ถามมาคือ ไฟนรกขุมโลกันต์ นั้น ก็ไม่เคยมีคนเห็นเป็นเทปให้เช่าเลย ส่วนฟิล์มก็ยัง
ไม่มีใครเห็นอีก แต่ที่พวกเราได้ดูอยู่ทุกวันนี้นั้น ก็มาจากเทปวีดีโอซึ่งอัดจากช่อง 7 เขาฉายไว้
แต่อัดไม่ทันไตเติ้ลหนัง ส่วนตอนท้ายเรื่องก็อัดยังไม่จบดี..เท่าที่ทราบนั่น น่าจะเป็นวีดีโอม้วน
ม้วนสุดท้ายที่พบจริง ๆ แม้ภาพจะออกเบลอ ๆ บ้าง แต่ก็มันยังทำให้เห็นถึงการสร้างและการ
เข้ามากำกับของคุณยุทธนา มุกดาสนิท...เคยมีคนบอกผมว่า นำเทปนี้ไปให้ยุทธนาดู เขายังงง
เลยว่า หามาได้อย่างไรเพราะเขาเองก็ตามหาอยู่...ส่วนปัญหาที่ว่า จะมีโอกาสออกเป็นดีวีดีชัด ๆ
หรือไม่นั้น ผมก็อยากให้มี แต่มันติดตรงที่ว่า ถึงวันนี้ ไม่มีข่าวเรื่องฟิล์มหนังเลยครับ.....
..........................................................


จาก: มนัส138
วันที่: 07/02/53 - 21:25 น.
IP Address: 111.84.72.xx
ความคิดเห็นที่ 69
ถึงพี่มนัส
เข้ามาอ่านทุกวันแต่ไม่ได้สแดงคำถาม
วันก่อนชวนพี่มนัสคุยเรื่องหนังตัวอย่าง วันนี้ขอถามว่าหนังที่เข้าไปถึงหมู่บ้าน ลานวัด ลานโรงเรียน ลานสามแยก ลานสี่แยก ตลาดนัด ฯลฯ แถวๆ บ้านผม บ้านทุ่งโป๊ะ ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด นครศรีฯ 2 ประเภท แรกๆ ก็หนังกลางแปลง ฉายเรื่องเดียว เพราะก่อนฉายก็ขายของ ตอนหนังมันส์ก้พักเครื่องขายของต่อ และฉายต่อจนจบ ดึกพอดี
อย่างหลังก็ล้อมผ้า พลาสติก กระสอบเย็บ ปักเสาไม้สูงๆ พอบดบังสายตาจากข้างนอก หนังพวกนี้พอฉายเสร็จแล้วนำไปคืนหน่วยเช่าหรือเขาซื้อมาขาดตัวครับ ถ้าเช่า เช่าอย่างไร เช่าจากโรงหนังในอำเภอ/จังหวัด หรือหน่วยอื่นมีมาให้เช่าครับ

จาก: คนชะอวด
วันที่: 08/02/53 - 0:18 น.
IP Address: 118.173.131.xx
ความคิดเห็นที่ 70
สวัสดีครับ คุณมนัส
เข้ามาขออนุญาตถามว่า ได้รับและอ่านเอกสารของผมหรือยังครับ ขอขอบพระคุณครับ

จาก: สมบุญ ( ประธานชมรมคนรักหนังเก่า )
วันที่: 08/02/53 - 14:05 น.
IP Address: 118.174.13.xx
ความคิดเห็นที่ 71



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

ก่อนอื่นตอบคุณสมบุญ ก่อนนะครับว่า ตั้งแต่คุณสมบุญท้วงติงมาเมื่อครั้งนั้น
ผมก็ได้เอกสารจากน้องเขาแล้วครับ...

ส่วนที่คุณคนชะอวด พูดถึงเรื่องหนังกลางแปลง ฯลฯ นั้น ผมขอพูดถึงช่วงปี 2521-2523
ที่ผมเคยไปสัมผัสกับธุรกิจหนังเร่ หนังกลางแปลง ให้ฟัง เผื่อว่า จะเปรียบเทียบกัน..
ช่วงนั้น ธุรกิจหนังเร่ หนังกลางแปลง แถวบ้านผม กำลังได้รับความนิยม มีบริการหนัง
เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด...ส่วนหนังขายยา ก็มีทยอยเข้ามาฉายให้ดูบ่อย ๆ เหมือนกัน..
เอาหนังขายยาที่มาจากถิ่นอื่นก่อน ส่วนใหญ่ผมเห็นเขามีฟิล์มหนังติดมากันเพียงรถละ
1-2 เท่านั้น เข้าใจว่า เป็นฟิล์มที่เอาจากกรุงเทพฯ เพราะรถหนังขายส่วนใหญ่จะวิ่งมา
จากกรุงเทพฯเป็นหลัก ผ่านมาเรื่อ ยๆ จนถึงจังหวัดที่ผมอยู่...ข้อดีของหนังขายยาที่มา
ฉายบ้านผมก็คือ ฟิล์มหนังจะใหม่กว่า หนังจะใหม่กว่าบริการหนังเร่ที่ในจังหวัดมีอยู่

ส่วนที่เป็นหนังเร่หรือล้อมผ้าเก็บสตังค์ หนังกลางแปลงฉายให้ดูฟรีเพราะมีเจ้าภาพนั้น
ช่วงนั้น ผมเห็นเขาซื้อฟิล์มแบบซื้อขาดเลย..เพราะถ้าบริการหนังนี้มีแล้ว บริการอื่น ๆ
ในจังหวัดเดียวกันจะไม่มีฟิล์มซ้ำกัน...ที่ว่าซื้อฟิล์มขาดเลยนั้น สังเกตได้จาก เมื่อเขาฉาย
จนคิดว่า ไม่มีใครอยากดูแล้ว ก็จะใช้วิธีเอาฟิล์มหนังเรื่องนั้น ใส่รถบรรทุกหรือรถกระบะ
วิ่งไปยังจังหวัดใกล้เคียงเพื่อแลกเปลี่ยนหรือเพิ่มเงิน เอาหนังเรื่องอื่น ๆ มาแทนอีก...
แถวบ้านผม ก็วิ่งไปแลกหนังกันแถวร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ โคราช..แล้วแต่จะไป
แต่ถ้าอยากได้หนังใหม่ ๆ ก็ต้องเข้ากรุงเทพฯ มาขอซื้อฟิล์มเรื่องใหม่ ๆ เอง ซึ่ง
ตอนนั้นเท่าที่รู้ หากเป็นฟิล์มใหม่ ๆ บางเรื่องจะไม่มีการขายขาดแล้ว แต่เป็นการให้
เช่าระยะยาวเป็นรายเดือนหรือรายปีแทน...เพิ่งมาระยะหลัง ๆ ที่เห็นเช่ากันเป็นรายครั้ง
หรือรายวัน...ดังนั้น เมื่อเรารู้ว่า เส้นทางการเดินของฟิล์มหนัง พ.ศ.ใด ใช้วิธีการอย่างไร
แล้ว มันก็จะไปเกี่ยวข้องการเดินทางออกไปตามหาฟิล์มหนังครับ..เพราะถ้าเป็นฟิล์มเช่า
เมื่อฉายเสร็จ เขาจะส่งคืนเจ้าของผู้ให้เช่า..เว้นเสียแต่ว่า อุบไว้เองเพราะบางทีผู้ให้เช่าก็
ไม่มีคนไปตามเอาฟิล์มกลับคืนมา...แต่ถ้าเป็นฟิล์มซื้อขาด ถ้าไม่อยู่ที่บริการหนัง ก็มักจะ
ไปอยู่ที่บริการอื่น ๆ ในจังหวัดอื่น ๆ ต้องตามไปเป็นทอด ๆ ครับ จึงจะเจอ...
สมัยที่ผมยังฉายหนังเร่นั้น ตามปกติก็ฉายกัน 2 เรื่องควบ..เก็บค่าดู เด็ก 4 บาท ผู้ใหญ่ 6 บาท
ก็ได้เงินมากบ้าง น้อยบ้าง ขึ้นอยู่กับหน้าหนังว่า หน้าสนใจแค่ไหน..แต่จากประสบการณ์
ถ้าเป็นหนังบู๊ ๆ จะขายได้ดีกว่าครับ...ส่วนถ้าจ้างไปฉาย 2 เรื่อง อย่างถูกสุด ๆ ก็อยู่ที่
ประมาณ 1,500 บาทขึ้นไป แล้วแต่เลือกหนังอีกครับ....
.................................
ดูจอหนังนี่ซิครับ..ว่าใหญ่ขนาดไหน....


จาก: มนัส138
วันที่: 08/02/53 - 22:02 น.
IP Address: 115.67.196.xx
ความคิดเห็นที่ 72
ขอบคุณครับพี่มนัส ที่ให้ความเข้าใจเพิ่มขึ้น
ผมได้ดูหนังล้อมผ้าเก็บตังค์จริงๆ และพอจำอะได้บ้างก็เริ่มแต่เรื่อง ฝนเดือด ฉายควบกับ ดอกไม้ร่วงที่แม่ริม ก่อนหน้านั้นจำอะไรไม่ค่อยจะได้ อยู่ ป.3 แล้วครับ ประมาณ ก.พ. ปี 2523 เมื่อสืบประวัติฉายปรากฎว่ากว่าจะมาฉายถึงบ้านผมก็หนึ่งปีกว่าๆ
สมัยปี 2518 - 2530 ผมคิดว่าสังคมชนบทพอได้พักผ่อนหย่อนใจยามเสร็จหน้านา หน้าสวนก็ความบันเทิงนี้แหละ ช่วยให้พบปหน้ากัน หนุ่มสาวได้เจอกัน หนังตะลุง มโนราห์ และวงดนตรีลูกทุ่ง คละเคล้ากันไป ถ้าที่ไหนทำการแสดงไกลไปหน่อยสองสามกิโลเมตรก้เดินกันไปเป็นแถวๆ หอบลูก อุ้มหลาน จูงน้อง หนีบเสื่อ ถือตะเกียงส่องทาง จุดคบไฟ
ย่างเข้าหน้าแล้งเพลิดเพลินใจ ไม่ต้องวิตกกับการเมือง พัฒนาเข้ามาก้ดีไปรับได้ ไม่พัฒนามาก็หากินเอง กุ้งหอยปูปลาในนา ห้วย หนอง บึงเยอะแยะ หาครั้งเดียวกินได้สามสี่วัน เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว โดนปุ๋ยเคมีขาดพันธ์ เด็กรุ่นใหม่ต่อสายไฟช๊อตปลาเป็นหมัน ไม่ออกไข่ หรือไม่ก็ใช้กากชาเป็นยาเบื่อ ได้มาที่เดียวเยอะครั้งต่อไปน้อยลง


จาก: คนชะอวด
วันที่: 08/02/53 - 23:46 น.
IP Address: 118.173.128.xx
ความคิดเห็นที่ 73



ถ้าซ้ำก็ขออภัยนะครับ


จาก: คนชะอวด
วันที่: 09/02/53 - 13:00 น.
IP Address: 118.173.127.xx
ความคิดเห็นที่ 74



2

จาก: คนชะอวด
วันที่: 09/02/53 - 13:01 น.
IP Address: 118.173.127.xx
ความคิดเห็นที่ 75



3

จาก: คนชะอวด
วันที่: 09/02/53 - 13:02 น.
IP Address: 118.173.127.xx
ความคิดเห็นที่ 76



สวัสดีครับทุกท่าน..

คุณคนชะอวดครับ..สมัยที่ผมไปฉายหนังกลางแปลงนั้น ผมกำลังเรียน
ชั้น ม.ศ.3 ..เรื่อยไปจนจบ ม.ศ.5..พอมานั่งคิดตอนนี้ ถือว่าเป็นกำไร
ชีวิตอย่างมาก ที่ได้ออกไปเห็นวิถีชีวิตชนบท..เหมือนอย่างที่คุณฯเล่า
มานั่นแหละ..คนชนบทสมัยนั้น หนังกลางแปลงเป็นมหรสพที่นิยมเป็นที่
สุด..เพียงแค่รู้ว่า หมู่บ้านไหนมีหนังกลางแปลง...แม้จะห่างกันถึง 10
กิโลเมตร ผมก็ยังเคยเห็นเขาขี่รถจักรยานกันเป็นกลุ่ม ๆ ออกไปดูหนัง
เลย..หนังกลางแปลงรุ่นผมนั้น นิยมฉายกันโต้รุ่งคือถึงเช้าเลยครับเพราะ
สะดวกต่อการเดินทางกลับ หนทางไม่ค่อยดีครับ..บางครั้งช่วงที่นั่งรถ
ฉายหนังกลับ ก็ยังเคยเจอกลุ่มรถจักรยานที่วิ่งออกมาก่อนตอนหนังเลิก
ก็มี..ถึงได้รู้ว่า เขาขี่รถจักรยานไปดูหนังกันไกล ๆ ขนาดนั้น..

ส่วนเรื่องดนตรีลูกทุ่งนั้น สมัยนั้นถ้าเป็นหนังโรงเขาเก็บตั๋ว 10 แต่พอมี
ดนตรีลูกทุ่งดัง ๆ อย่าง สายัณห์ สัญญา ยอดรัก สลักใจ ไปเล่น ค่าตั๋วก็
จะเพิ่มขึ้นเป็น 50-60 บาทครับ..ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง มันชอบสายัณห์มากๆ
มันรู้ว่า ปีหนึ่งสายัณห์จะมาเล่นครั้งหนึ่ง มันก็ทำงานเก็บเงินไว้รอดูดนตรี
สายัณห์เลยครับ..

ลืมเล่านิดหนึ่ง ช่วงที่ไปฉายหนังกลางแปลงนั้น ผมชอบงานที่มีเจ้าภาพ
จ้างไปฉายเพราะเขาจะเลี้ยงดูปูเสื่อกันอิ่มหน่ำสำราญ พอเลยหกทุ่ม เขา
ก็จะเอาข้าวต้มหมูบ้าง ไก่บ้าง มาให้พวกเราที่เครื่องฉาย เรียกว่ากินไป
ฉายไป อร่อยครับ..

ส่วนเรื่อง เสน่หาอาลัย ที่นำมาให้อ่านนั้น...แหมถูกใจจริง ๆ ครับเพราะ
เป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเคยดูกล้าแปลง แต่ดูไม่จบครับ..เพราะตอนนั้น
เขาฉายกันหลายจอ ต้องวิ่งรอกดูครับ..จอที่ว่าฉายเรื่อง เสน่หาอาลัย นี้
เขามีอีกเรื่องที่จะฉายด้วยคือ กบฏหัวใจ..ซึ่งตอนนั้น ผมก็ยังเด็ก ยังไม่
ค่อยเข้าใจความหมายของชื่อหนังเท่าไร..ก็ดูไปอย่างงั้น ขอเป็นหนัง ก็
ได้หมด เพียงแต่ว่า บังเอิญครั้งนั้น มีหลายจอ..พอเห็นจอไหนฉายหนังบู๊
ก่อน ก็วิ่งไปจอนั้น แล้วก็จมอยู่ที่จอนั้นจบจบ..เหลียวมาอีก จอนี้ก็จบ
เหมือนกัน ก็เลยไม่ได้ดู 2 เรื่องนี้ ทีแรกก็คิดว่า เดี๋ยวมีงานอีก เขาก็คงจะ
มาฉายอีกเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่ 2 เรื่องนี้ไม่เลย หายไปเลย มันก็เลย
เป็นหนังที่จำชื่อได้ฝังใจ..ยิ่งพอโตมา พอเข้าใจชื่อเรื่อง ก็นึกเสียดายว่า
ไม่ได้ดู ได้แต่เอาหนังสือเรื่องย่อมาอ่าน..ส่วนหนังก็ตามหาดูไม่ได้แล้ว
ครับ..

ผมว่าหนัง 2 เรื่องนี้ตั้งชื่อได้ขลังจริง ๆ เสน่หาอาลัย..ฟังแล้วรู้สึกหลงใหล
ไปกับชื่อจริง ๆ ส่วน กบฏหัวใจ...ช่วงนั้นได้ยินแต่เรื่อง คณะปฏิวัติ ถ้า
ทำไม่สำเร็จก็เรียกว่า กบฏ...ตอนแรกก็งงกับชื่อเหมือนกัน..แต่พอโตมา
เริ่มรู้จักแต่งกลอน แต่งโคลง พอเห็นชื่อ คิดคดทรยศหัวใจ..ก็เลยนึกถึง
คำว่า กบฏหัวใจ ขึ้นมา..ชื่อดีจริง ๆ ครับ..หรือคุณชะอวด ว่าอย่างไรครับ

จาก: มนัส138
วันที่: 10/02/53 - 21:53 น.
IP Address: 115.67.177.xx
ความคิดเห็นที่ 77
สวัสดีครับ คุณมนัส
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ ถ้าหากว่ามีเวลาว่างๆสบายๆแล้วค่อยๆอ่านก็ได้ครับ อ่านจบแล้วผมขอคำแนะนำ วิพากษ์ วิจารณ์ ติชม เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผมด้วยนะครับ ขอขอบพระคุณครับ

จาก: สมบุญ ( ประธานชมรมคนรักหนังเก่า )
วันที่: 12/02/53 - 14:25 น.
IP Address: 118.174.41.xx
ความคิดเห็นที่ 78
รบกวนคุณมนัส เกี่ยวกับ วีซีดีหรือดีวีดีหนังไทยเก่าๆที่ออกมาใหม่ในช่วงเดือนนี้ด้วยครับ

จาก: อาร์ท
วันที่: 12/02/53 - 14:45 น.
IP Address: 119.46.72.xx
ความคิดเห็นที่ 79
พี่มนัสครับ ผมทราบข่าวว่า ครู พยงค์ มุกดา ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตแล้ว
รบกวนพี่มนัสลงบทความเกี่ยวกับ ครู พยงค์ ด้วยนะครับ ผมอยากทราบผลงานของท่าน ทั้งในด้านผลงานเพลง และในวงการภาพยนตร์ไทย
เอาที่นอกเหนือจากในวิกิพีเดียนะครับ ทราบว่าท่านเคยแสดงภาพยนตร์ด้วย
แล้วท่านเคยมาประทับลายมือที่ลานดาราหรือเปล่าครับ หมายถึงในยุคก่อนที่อยู่ถนนเจ้าฟ้าน่ะครับ ชอบผลงานเพลงของท่านมากมากเลยครับ ขอบพระคุณพี่มนัสล่วงหน้าครับ

จาก: แม็กซ์
วันที่: 12/02/53 - 15:28 น.
IP Address: 203.153.169.xx
ความคิดเห็นที่ 80



สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่าน..

คุณสมบุญ..ครับ เรื่องติ เรื่องชม ผมคงไม่บังอาจครับ..แต่ว่าในความรู้สึก
ของผมนั้น ผมจะเขียนหรือพูดตามความรู้สึกมากกว่า จนบางครั้ง คนอ่าน
ก็บอกว่า นี่เขียนหรือพูด เพราะบางครั้งเขียนโดยใช้ภาษาพูด ซึ่งถ้าเป็น
สมัยก่อน คนทำแบบนี้มักจะถูกครูอาจารย์ตำหนิเอาง่าย ๆ แต่ถ้าเป็นทำ
เพื่อให้สอบผ่าน ก็ต้องทำครับ แต่พอจบมาแล้ว ก็เขียนไปตามความรู้สึก
นั่นแหละครับเพราะจะได้เป็นตัวของตัวเองครับ..

ส่วนคุณอาร์ท ให้บอกถึงวีซีดีหรือดีวีดีหนังไทยเก่า ๆ ที่ออกมาช่วงนี้นั้น
ผมเอง ก็ห่างคลองถมไปนานเหมือนกัน..เพราะตามปกติจะไปแค่เพียงวัน
เดียวคือวันเสาร์..แต่ระยะหลัง ๆ นี้ แทบไม่ได้ไปเลยครับ..ก็เลยไม่มีข้อมูล
มาฝากครับ...อ๋อ หลายเสาร์มาแล้วที่ผมไปคลองถม ไปซื้อหนังค่าย
ไฟว์สตาร์ที่ออกมาเป็นดีวีดี ราคาคลองถมจะอยู่ประมาณเรื่องละ 135
บาท..แต่พอผมมาซื้อที่ร้านไลอ้อนที่เมเจอร์นนทบุรี ปรากฏว่า เขาขาย
เพียง 129 บาทเท่านั้นครับ..แต่ว่า ร้านนี้ไม่มีหนังไทยค่ายอื่น ๆเลยครับ
ความจริง ยังมีหนังไทยเก่า ๆ หลายค่ายที่ผมยังไม่ทันซื้อที่คลองถม
แต่ว่า ไปอีกที เขาก็เก็บกลับหมดแล้ว..ระยะหลัง ๆ นี้ พอเห็นหนังแล้ว ก็
ต้องรีบกัดฟันซื้อไว้ก่อน เพราะเวลาตามหาอีกที ยากมาก ๆ..อ้อ มีหนัง
บ้านผีปอบ ออกเป็นดีวีดีแล้ว ผมลองซื้อมาดูแล้ว ภาพและเสียง ก็เป็น
ตัวเดียวกันกับวีซีดี เพียงแต่ภาพเนียนขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่เทเลซีนใหม่นะครับ
เห็นเขาขาย 55 บาท ก็เรียกว่า ซื้อไว้ดีกว่า มานั่งดูวีซีดีนะครับ..

นึกว่า คุณแม็กซ์จะชอบแต่หนัง ..แล้วที่ให้ผมพูดถึง ครูพยงค์ มุกดา นั้น
ผมเองก็ไม่ค่อยจะสันทัดเท่าไร..เพราะตามปกติผมชอบฟังเพลง..แต่น้อยครั้ง
ที่จะอยากรู้ว่า ใครเป็นคนแต่งเพลง..ไม่เหมือนกับน้องเจ..ที่ชอบเพลง ชอบ
ศึกษาเรื่องที่มาตลอดจนคนแต่ง คนทำทำนองและวงดนตรีที่บรรเลง.. พูดถึง
น้องเจแล้ว ระยะหลัง ๆ ไม่ค่อยโทรมาหาผมเท่าไรนัก..เพราะทุกครั้งที่โทรมา
ก็มักจะมีข่าวมาบอกว่า ครูเพลงท่านนั้นป่วย ท่านนั้นเสียชีวิต..พอเห็นโทรศัพท์
มาจากน้องเจคราวใด..ผมก็เลยมักจะยิงคำถามไปก่อนเสมอว่า ..เอ้า ใครตายอีกล่ะ
น้องเจก็เลยไม่ค่อยกล้าโทรมา..งวดนี้ก็เช่น น้องเจใช้โทรศัพท์ของคุณแม่..โทร
ผมก็รับ..พอได้ยินเสียง..ผมก็บอกว่า รู้แล้ว ไม่ต้องบอกแล้ว ..ว่า ครูพยงค์ ตาย..

ครูพยงค์ มุกดา นั้น ครั้งหนึ่งท่านเคยอยากได้หนังเรื่อง เสน่ห์บางกอก ที่ท่าน
แสดงอย่างมาก ตอนนั้น ท่านให้คนสืบตามหา..ตอนนั้น ช่อง 7 ก็ยังไม่ออกฉาย
ท่านเคยให้คนติดต่อไปที่พันธมิตรฟิล์ม (ชื่อตอนนั้น) ว่ามีโครงการจะทำหนัง
เรื่องเสน่ห์บางกอก ออกขายหรือไม่ คุณโต๊ะก็บอกว่า เคยมีคนนำมาให้พากย์แล้ว
เหมือนกัน พากย์ส่งเขาไปแล้ว แต่ไม่คิดจะทำขาย.. ภายหลังผมก็เลยแจ้งข่าวให้
ทราบว่า ใครเป็นตัวแทนถือหนังไว้ ท่านก็อุตส่าห์ไปหาเขาถึงบ้าน..ผมมาทราบ
ภายหลังนะครับว่า ท่านไปหาเขาถึงบ้าน เขาก็ฉายให้ดูจนจบ ท่านก็เจรจาต่อรอง
ขอซื้อไป เห็นว่าจะเอาไปทำเป็นของที่ระลึกอะไรสักอย่าง แต่ว่า ตกลงราคากัน
ไม่ได้ เพราะท่านเห็นว่า ราคาสูงไป ก็เลยเลิกล้มความตั้งใจไป.. หลังจากนั้นก็
ไม่มีใครติดต่อขอซื้อหนังเรื่องนี้ไปทำอีกเลย..จากนั้นช่อง 7 ก็นำมาออกฉาย
แต่ว่า ตัดทอนความยาวออกตามระเบียบ..เสน่ห์บางกอกจริง ๆ นั้นจะยาว
ประมาณ 2.20 ชั่วโมง..เท่าที่ผมเคยเห็นฟิล์มนั้น เพลงทุกเพลงยังอยู่ครบ..แต่
ปัญหามันอยู่ตรงที่ต้องเปิดแผ่นเสียงซิงค์เข้าไป ซึ่งยากมาก ๆ รอบฟิล์มกับ
รอบแผ่นเสียงต้นฉบับ ไม่ตรงกันเลย โดยเฉพาะเพลง โสน-สะเดา ที่ซิงค์ยังไง
ก็ไม่ตรงปากสักที...

ผมว่า ครูพยงค์ ท่านเล่นหนังจริง ๆ จัง ๆ ก็เห็นจะมีแต่เรื่อง เสน่ห์บางกอก
เพราะดูจากหนังแล้ว ท่านตั้งใจเล่นมาก ๆ หนังเรื่องนี้ออกฉายตรุษจีนปี 2509
ที่โรงหนังเฉลิมบุรี ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้น ก็มี โสนน้อยเรือนงาม ไชยา-เพชรา
หนังปี 2509 แล้วก็เรื่อง เทพบุตรปืนทอง มิตร-เพชรา ปี 2510 จากนั้นก็มี
เรื่อง ฝนเดือนหก มิตร-อรัญญา ปี 2513.. ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่ค่อยแน่ใจครับ


จาก: มนัส138
วันที่: 14/02/53 - 22:26 น.
IP Address: 115.67.137.xx
ความคิดเห็นที่ 81



จากภาพคือผมสงสัยนะครับว่า ฉากนี้ในหนังมีด้วยเหรอครับเพราะว่าหิน ภูธร กับไอ้อ่างพวกเดียวกันนี้ครับหรือว่าเป็นภาพโปรโมทเฉยๆจริงๆแล้วภาพนี้น่าจะเป็นฤทธิ์ ลือชาที่รับบท ผาด สอยดาวมากกว่านะครับเพราะว่าดูจากท่าทางและสายตาจากรูปแล้วหิน ภูธรแค้นมาก



จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 15/02/53 - 14:35 น.
IP Address: 203.113.1.xx
ความคิดเห็นที่ 82



สวัสดีครับทุกท่าน..
ที่คุณสมิงหนุ่ม นำมาให้ดู พร้อมกับมีข้อสงสัยนั้น.. ผมเห็นภาพก็สงสัย
ทำนองเดียวกันครับ เพราะในเรื่อง มหาหิน นั้น ผมเห็นแต่ไอ้อ่างคือ
ลักษณ์ อภิชาติ พยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยเหลือสมบัติ เมทะนี ตลอดเรื่อง
เรียกว่า ตามไปทุกที่..จนเกือบจบเรื่อง หิน ภูธร จึงบอกให้ไอ้อ่าง ตาม
ไปด้วยกัน..หิน ภูธร เอาโซ่ที่คนร้ายใช้กับน้องสาว ออกตามล่าคนร้าย
ทุกคน...ดูภาพแล้ว ก็คิดเหมือนกับคุณสมิงหนุ่มคือ น่าจะเป็นถ่ายภาพ
โปรโมทหนังมากกว่าครับ..

จาก: มนัส138
วันที่: 16/02/53 - 22:26 น.
IP Address: 111.84.45.xx
ความคิดเห็นที่ 83
ขอบพระคุณมากครับ พี่มนัส สำหรับข้อมูลบางส่วนของครุพยงค์ เพิ่งทราบว่าท่านสนใจตามหาหนังที่ท่านเคยแสดงไว้ด้วย เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ผมเองก็ได้มีโอกาสไปรดน้ำศพครูพยงค์ที่ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขนด้วยล่ะครับ ได้มีโอกาสเห็นหน้าครูพยงค์ เป็นครั้งสุดท้าย ท่านก็ไม่ได้ผอมมากหรอกครับ ดูก็ปรกติเหมือนคนนอนหลับ ได้เห็นพิธีอัญเชิญน้ำหลวงอาบศพ จนถึงขั้นตอนบรรจุศพ เห็นพวงหรีดดารา หลายท่าน มีพวดหรีด ของ สรพงษ์ ชาตรี ปัญญา นิรันดร์กุล ด้วย แล้วก็ได้มีโอกาสพบดาราและนักร้องมากมาย เช่น คุณ ชรินทร์ นันทนาคร คุณกมล ทัพคัลไลย คุณประจวบ จำปาทอง คุณวินัย พันธุรักษ์ คุณธานินทร์ อินทรเทพ คุณมานพ อัศวเทพ คุณสุเทพ วงศ์กำแหง คุณทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล อาจารย์ไพจิตร ศุภวารี เป็นต้น ผมตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะเพิ่งพบดารานักร้องแต่ละท่านเป็นครั้งแรก (ที่ได้มีโอกาสไปเพราะเพื่อนผมรู้จักกับญาติของครูพยงค์น่ะครับ) พี่มนัสพูดถึงหนังเรื่องฝนเดือนหก กับเทพบุตรปืนทอง ที่มีคุณมิตร แสดง ผมเองก็อยากดู แต่ก็คงหมดหวังตามเคย สงสัยคงต้องหยิบดีวีดีหนังคุณมิตรมาปัดฝุ่นดูใหม่อีกรอบ ดูแล้วดูอีกก็ไมเบื่อเลยครับเพราะคุณมิตร เป็นดาราอีกท่านหนึ่งที่ผมชื่นชอบมากๆๆ

จาก: แม็กซ์
วันที่: 18/02/53 - 11:55 น.
IP Address: 203.153.173.xx
ความคิดเห็นที่ 84
สวัสดีครับ..
นึกว่าคุณแม็กซ์ จะมาเที่ยวลานดาราบ้าง แต่ก็ไม่มา..
วันงานลานดารา..เห็นพี่เอ็มหอบหนังค่ายไฟว์สตาร์ชุดใหม่มาขอลายเซ็น
พี่แหม่มจินตหรา..เห็นแล้ว ดีใจก็ดีใจที่จะได้ดูหนังชัดๆอีกหลายสิบเรื่อง
(หมายถึงชัดกว่าตอนออกวีซีดีเป็นบางเรื่องนะครับ)..แต่บางครั้งเล่นออก
มาเป็นล็อตใหญ่ ๆ แบบนี้ ก็หนักใจเหมือนกันนะครับ..เสาร์นี้คงต้องไป
เลือกมาเป็นบางเรื่องก่อนนะครับ...



จาก: มนัส138
วันที่: 22/02/53 - 22:32 น.
IP Address: 111.84.49.xx
ความคิดเห็นที่ 85



สวัสดีครับทุกท่าน..

เมื่อวานนี้ตอนบ่าย ๆ ผมมีโอกาสได้เจอกับคนคนหนึ่ง..ยังดูหนุ่ม ๆ อยู่เลย
เขามาหาผม พร้อมกับส่งรูปถ่ายใบปิดหนังเรื่อง ศรีธนญชัย ที่ นิรุตติ์ แสดง
ให้ผมดู แล้วว่า หนังเรื่องนี้มีไหมครับ... ผมก็ถามว่า ทำไมถึงอยากได้..
หนุ่มคนนั้นบอกว่า อยากได้ไว้เก็บ..พร้อมกับถอดแว่นตาที่สวมอยู่ออก
แล้วบอกว่า ผมเคยแสดงเรื่องนี้ด้วยครับ...ผมมองหน้า แล้วก็ยังคิดไม่ออก..
หนุ่มคนนั้นรีบพูดสวนทันควันว่า ผม..ไอ้จุก ไงครับ.. คราวนี้ ผมถึงบางอ้อ เลยครับ
เพราะลูกนัยน์ตาที่ผมเห็นและจ้องอยู่นั้น เป็นลูกนัยน์ตาที่ผมเคยเห็นในหนังมา
ก่อนนั้นเอง..ไอ้จุก จริง ๆ ด้วยครับ..แต่วันนี้ ไม่มีจุกแล้วครับ..เขาเติบโตเป็น
หนุ่มใหญ่ แต่ยังคงมีเค้าหน้าแห่งความน่ารักเหลืออยู่.. ผมจัดแจงหาที่นั่งคุยกัน
ไต่ถามเรื่องราวต่าง ๆ ว่า ตอนนี้ทำอะไรอยู่..อยู่ที่ไหน..ติดต่อกับเพื่อน ๆ ดารา
รุ่นเดียวกันหรือไม่..ก็ได้ความมาพอสมควร...
ไอ้จุก อยู่ใกล้ ๆ กับหอภาพยนตร์ฯ ก็เลยแวะมาลองถามไถ่ หาดูเรื่องราวของ
ตัวเองเพราะอยากจะขอนำไปเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ดูกัน...ซึ่งก็เหมือนกับดารา
อีกหลายคนที่เคยมา..ถ้าเจอเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็แล้วไป.. แต่ถ้าเจอผมล่ะก็..
ผมไม่มีวันยอมให้ดารากลับไปมือเปล่าแน่ ๆ...พอไต่ถามว่า เล่นหนังเรื่องอะไร
มาบ้าง ก็เริ่มค้นหาข้อมูลจากที่ผมทำเก็บไว้เอง..ค้นหาภาพถ่ายจากหนังสือดารา
ที่ผมและเพื่อน ๆ เคยช่วยสแกนเก็บไว้ เปิดให้ ไอ้จุก ได้ดู..ไอ้จุก ดูแล้ว ก็ดีใจครับ
ที่ยังมีคนเก็บเรื่องราวของเขาไว้..ผมเห็นไอ้จุกดีใจที่ได้เห็นภาพต่าง ๆ ในอดีตของ
ตัวเอง..และอยากได้ ผมจึงถามว่า มีตัวดูดมาไหม..ไอ้จุกก็งง..เพราะผมเองไม่ถนัด
จะพูดภาษาอังกฤษ..ผมก็เลยชี้ไปที่รูช่องยูเอสบีของเครื่องคอมฯ ไอ้จุกก็บอกว่า มี
ครับ แต่วันนี้ ไม่ได้นำมา..ผมก็เลยบอกว่า คราวหน้าให้ติดมือมาด้วย แล้วก็มาเอาไป
ไอ้จุกดีใจใหญ่เลยครับ..

สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากไอ้จุก เพิ่มเติมจากข้อมูลที่ได้จากการอ่านหนังสือดาราเก่า ๆ ก็
คือ ปีเกิดของไอ้จุก..ในหนังสือดาราบอกว่า เกิดปี 2517 แต่จริง ๆ ไอ้จุกบอกว่า
เกิดปี 2516.. ไอ้จุกเริ่มเล่นหนังทีวีเรื่อง แม่นาคพระโขนง รุ่นที่ ชานนท์-รุจิเรข-ปริศนา
แสดงนำ เป็นหนังทีวีของดาราฟิล์ม ออกฉายทางช่อง 7 สี เมื่อประมาณปี 2523...
เมื่อเล่นหนังทีวีเป็นที่รู้จักแล้ว ไอ้จุกก็ก้าวเข้าสู่หนังจอเงิน..โดยมีผลงานหนัง ที่ผม
และไอ้จุก ช่วยกันนั่งคิดและกดคอมฯหาไป แต่ก็ยุ่งยากหน่อยเพราะผมไม่ค่อยได้
บันทึกชื่อดาราไว้ให้ครบถ้วน..ก็เลยได้หนังที่ไอ้จุก คนนี้แสดงไว้ มาตอนนี้คือ
ศรีธนญชัย (2524), ขบวนการแก้จน (2524), จระเข้เถนขวาด (2525), ดอกฟ้ากับเด็กวัด
(2525), รัตติกาลยอดรัก (2525), ไอ้หม่าลูกแม่ (2527)....


จาก: มนัส138
วันที่: 27/02/53 - 13:26 น.
IP Address: 115.67.102.xx
ความคิดเห็นที่ 86
สวัสดีครับคุณมนัส
อยากทราบข่าวภาพยนตร์เรื่อง "สันกำแพง" (2511) สมบัติ/อรัญญา/สุทิศา
และภาพยนตร์ไทยที่ค่าย XxX จะนำมาจำหน่ายในลำดับต่อไปด้วยครับ

จาก: ศธร
วันที่: 28/02/53 - 10:36 น.
IP Address: 125.26.29.xx
ความคิดเห็นที่ 87
ได้อ่านเรื่องของ ไอ้จุก แล้วตื่นเต้นครับ ดาราหลายคนที่เราลืมเลือนกันไปตามเวลา ได้กลับมาพบหน้าตากันอีกครั้ง น่าจะรวมเอาดาราเด็กสมัยก่อนมารวมกันซักทีนะครับ


จาก: อิท
วันที่: 28/02/53 - 14:01 น.
IP Address: 58.136.16.xx
ความคิดเห็นที่ 88



สวัสดีครับทุกท่าน...

คุณศธร ครับ..หนังเรื่อง สันกำแพง เมื่อเทียบกับหนังเรื่องอื่น ๆ ที่คุณโต๊ะ
ทำเก็บไว้แล้ว สันกำแพง เป็นหนังที่ฟิล์มบอบช้ำมากที่สุด..อย่างเรื่อง
ดอนโขมด ไอ้หนุ่มหมัดพังพอน ไอ้แมงดา ฯลฯ ที่คุณโต๊ะเคยคิดจะนำออก
จำหน่าย ก็ยังชะงักอยู่เลยครับ..ฉะนั้น สันกำแพง ผมว่า คงยากแล้วครับ..
ยิ่งเมือวานนี้ เดินคลองถม..ไปเจอหนังวีซีดีคุณโต๊ะที่ร้านดิสด์โฮมหรือแม้
แต่ศูนย์ขายส่งของบีเคพี..วีซีดีหนังคุณโต๊ะถูกลดราคาเหลือเรื่องละ 35 บาท
เท่านั้นเองครับ..เห็นอย่างนี้แล้ว คิดว่า คงยากแล้วครับ....แต่ถ้าเป็นหนัง
ต่างประเทศ เห็นออกวางขายเพียบครับ.. อ้อ..สำหรับคนที่ติดตามซื้อ
หนังไทยเก่า ๆ ไม่ว่าจะเป็นของค่ายไหน ๆ ตอนนี้ผมว่า เริ่มมีปัญหาแล้ว
ครับ..เพราะอย่างเมื่อวานนี้ ผมไปซื้อหนังค่ายไฟว์สตาร์ฯ ที่ออกชุดใหม่
อีก 2 ชุด ปรากฏว่า บางร้านมีแต่หนังชุดใหม่ บางร้านก็ไม่ครบ แต่ที่แน่ๆ
ก็คือ บางร้านส่งหนังชุดเก่า ๆ กลับคืนบริษัทด้วย ทำให้ผมซื้อไม่ทัน..
ผมก็แปลกใจวิธีการออกจำหน่ายหนัง...ทำไมต้องออกมาทีเดียวตั้ง 14
เรื่อง...เราน่ะก็อยากได้ทั้งหมด แต่ว่า ซื้อทีเดียวพร้อมกับไม่ได้ หนังไทย
ไม่ได้ออกเจ้าเดียวนะครับ ต้องค่อย ๆ ทยอยซื้อ..แรก ๆ ก็เลือกเรื่องที่
อยากได้จริง ๆ ก่อน แล้วค่อยเก็บไปทีละเรื่อง..แต่พอมีตังค์จะซื้อ หนังดัน
หายไปหมด..อย่างค่ายที่ออกหนังพรพจน์ ซื้อยังไม่ครบก็เก็บกลับไปหมด....

ส่วนคุณอิท..ตอนที่ผมคุยกับไอ้จุก (ขอเรียกแบบดั้งเดิมนะครับ)..เห็นเขา
บอกว่า ยังมีดาราเด็กๆ ที่ไปมาหาสู่กันช่วงนี้อีก 2 คนคือ หนำเลี๊ยบ กับ
จักรกฤษ ครับ..ผมลองถามเล่น ๆ แล้วว่า จะรังเกียจไหม หากลานดารา
จะให้ดาราเด็ก ๆ ที่ตอนนี้โตแล้ว มาพิมพ์มือแบบรวมหมู่กันที่ลานดารา..
เขายังไม่ให้คำตอบครับ......
.....................................

ข่าวเศร้าของวงการหนังไทย...

เมื่อวันเสาร์ตอนเย็น ๆ ขณะที่ผมกำลังเดินเลือกดูหนังที่คลองถม..พลันก็ได้ยินข่าวจากทีวีช่อง 3
บอกว่า คนที่พากย์หนังทีวีเรื่อง เปาปุ้นจิ้น ตายแล้ว.. แรก ๆ ผมก็นึกถึงคนที่พากย์เป็นเสียง
ก๋งในเรื่อง อยู่กับก๋ง..เพราะคนนี้ก็เคยพากย์เสียง เปาปุ้นจิ้น เหมือนกัน..แต่พอผู้อ่านข่าวบอก
ชื่อว่าเป็น คุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ..ผมก็นึกว่า อีกแล้วหรือ..หมู่นี้ไงมีคนดัง ๆ เสียชีวิตบ่อย
จังหนอ...

พูดถึงคุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ แล้ว รู้สึกจะเป็นดาราคนแรก ๆ ที่ผมมีโอกาสได้เห็นบ้านพัก
เพราะช่วงนั้นประมาณปี 2524 ผมเริ่มเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ผมอยู่ซอยปุณณวิถี (ซอยที่เกิด
คดีเตือนใจนั่นแหละ) แล้วซอยแถวนั้น ก็มีซอยแยกเยอะแยะ..ไปออกซอยวชิรธรรมสาธิตก็ได้
ไปออกตลาดอุดุมสุขก็ได้..ตอนนั้นพี่เขยมีมอเตอร์ไซด์ให้ขับคันหนึ่ง เอาไว้ใช้เวลาให้ผมไป
ซื้อของ ซื้อกับข้าว..พอว่าง ๆ ผมก็ชอบขี่มอเตอร์ไซด์สำรวจเส้นทางเล่น ๆ ก็มีครั้นหนึ่งขี่ไป
เรื่อย ๆ ก็ไปเจอบ้านหลังหนึ่ง...ตรงประตูรั้วบ้านเขียนชื่อว่า กำธร สุวรรณปิยะศิริ..ก็เลยรู้ว่า
เป็นบ้านคุณกำธร...แต่ว่าตอนนั้น ยังไม่เคยเห็นตัวจริง ๆ หรอกครับ...ผมอยู่ซอยนั้นมา 3 ปีกว่า
พอมีโอกาสผ่านบ้านคุณกำธร ก็มักจะชอบมองดูว่า จะเห็นดาราไหมหนอ..ก็มีโอกาสได้เห็น
ไม่กี่ครั้งหรอกครับ...

แม้ผมจะเคยดูหนังที่คุณกำธร แสดงมา แต่ก็ไม่เคยเห็นคุณกำธรแสดงเป็นพระเอกเลย..
แรก ๆ ก็สงสัยว่า คุณกำธรเคยเล่นหนังเป็นพระเอกหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ได้ลองค้นหาข้อมูลดู
ผมกลับจากคลองถม..เสร็จจากงานต่าง ๆ ก็เลยลองมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับหนังที่คุณกำธร
เคยแสดงไว้...แล้วก็เลยย่อ ๆ มาฝากดังนี้ครับ...

กำธร สุวรรณปิยะศิริ เกิดปี 2478 เข้าเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ปี 2496 จบอนุปริญญา
ทางบัญชี ขณะเรียนก็มีแววทางงานบันเทิงเพราะชอบตีกลอง..จึงได้เป็นนักดนตรีวงธรรมศาสตร์
เรียกว่า เป็นมือกลองชั้นดีของวง แล้วต่อมาถูกชักชวนให้มาแสดงละครกับคณะนาฏศิลป์สัมพันธ์
กำธร เริ่มต้นการเป็นดาราทางทีวี ช่อง 4 เป็นพระเอกจอแก้ว ละครที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ ขุนศึก
แม้ก่อนหน้านี้ ช่วงประมาณปี 2512 กำธรเคยถูกชักชวนให้แสดงหนังจอเงิน แต่กำธรก็ยังบ่ายเบี่ยง
เพราะชอบพระเอกทีวีมากกว่า แต่ที่ในที่สุด ภาพยนตร์เรื่องแรกที่กำธรรับเล่นก็คือ แว่วเสียงซึง..
ของ ชุติมา สุวรรณรัตน์ เพราะคุณชุติมาบอกว่า บทนี้เหมาะกับกำธรมากที่สุด จึงรับเล่น...จากนั้น
ก็มีผลงานภาพยนตร์ตามมาอีกหลายเรื่อง...

คุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ แต่งงาน กับ คุณนันทวัน เมฆใหญ่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2512

ส่วนผลงานภาพยนตร์ที่ กำธร สุวรรณปิยะศิริ แสดงไว้ มีหลายเรื่อง ซึ่งผลลองค้นหาและนับเล่น ๆ
ในช่วงเวลาสั้น ๆ จากใบปิดหนังได้อย่างน้อยก็ได้ 64 เรื่อง ซึ่งความจริงต้องมีมากกว่านี้นะครับ ...
เช่น แว่วเสียงซึง (2514), แคนลำโขง (2515), ตามรักตามล่า (2515), ลูกชู้ (2515),
รักต้องห้าม (2515), ขวัญใจลูกทุ่ง (2515), แม่อายสะอื้น (2515), บ้า (2516), ทับนางรอ (2516),
ไม่มีสวรรค์สำหรับคุณ (2516), ไม่มีคำตอบจากสวรรค์ (2516), สาวภูไท (2516), มัจจุราชสีน้ำผึ้ง (2517),
ไม่รักไม่สน (2517), วังน้ำค้าง (2517), ตะวันรอนที่หนองหาร (2517), นักเลงเทวดา (2518),
สวรรค์ไม่มีวันรู้ (2519), ท้ามฤตยู (2519), เหมือนหนึ่งในฝัน (2519), ลูกขวาน (2520), ปล้นอเมริกา (2520),
แหย่หนวดเสือ (2520), มหาภัยพันหน้า (2521), ถล่มวังข่า (2521), ฆ่าอย่างเดียว (2521), สายัณห์พิศวาส (2521),
สตรีหมายเลข 0 (2521), เจ้าสาวคืนเดียว (2521), แสนแสบ (2521), หัวใจห้องที่ 5 (2521), จ่ากำแพงดิน (2521),
นักสู้ภูธร (2521), นักฆ่าตะกรุดโทน (2521), รักริษยา (2522), แม่ค้าขายผัก (2522), รอยลิขิต (2522),
ชีวิตนี้เพื่อเธอ (2522), สลักจิต (2522), พลิกล๊อกค์ (2522), นักฆ่ามหาประลัย (2523), สุดรักสุดอาลัย (2523),
อาอี๊ (2523), บัวสีน้ำเงิน (2523), นักบุญทรงกลด (2525), ๑๐ คงกะพัน (2527), ฅนขวางโลก (2527),
ไปรษณีย์สื่อรัก (2529), เท่ แต่ห้าแต้ม (2531), คนกลางเมือง (2531), ทหารเกณฑ์กิ๊บก๊าบ (2532),
สมปรารถนา (2537) ฯลฯ


จาก: มนัส138
วันที่: 28/02/53 - 19:38 น.
IP Address: 115.67.204.xx
ความคิดเห็นที่ 89



สวัสดีครับทุกท่าน...

คืนนี้มีภาพมาให้ดู..ใครทายถูกบ้างครับว่า มาจากหนังเรื่องอะไร..
และอะไรทำให้มุมมองภาพทั้งสองแตกต่างกัน...ส่งผลกระทบต่อ
ผู้บริโภควีซีดี ดีวีดีภาพยนตร์ในประเทศไทยอย่างไรหรือไม่....

จาก: มนัส138
วันที่: 03/03/53 - 22:13 น.
IP Address: 111.84.36.xx
ความคิดเห็นที่ 90
ตอบความเห็นที่ 89 เรื่อง ลุย กำกับโดยคุณรุจน์ รณภพ แต่รู้สึกว่าจะขาดคุณสมบัติ เมทะนีนะครับ หนังเรื่องนี้สนุกมาก เรียกว่าชุมนุมดาราเด่น ๆ ไว้มากทีเดียว เสียดายตอนที่ผลิดเป็น vcd ภาพไม่ชัดเท่าทีควร เห็นว่าควรจะนำมาผลิตเป็น dvd ในแบบของ widescreen อีกครั้ง

จาก: อ
วันที่: 04/03/53 - 12:16 น.
IP Address: 202.12.118.xx
ความคิดเห็นที่ 91
มีเวปต่างประเทศเขียนถึงหนังไทยในอดีตหลายเรื่อง
ชื่อเวป Die, Danger, Die, Die, Kill! , Making Peace With World Pop Cinema (A Lucha Diaries Companion) น่าสนใจดีครับ
ลองเข้าดูที่เวปนี้

http://diedangerdiediekill.blogspot.com/search/label/Thai%20Cinema

หนังที่เขาพูดถึง ได้แก่

แค้น (สมบัติ อรัญญา) ผมไม่แน่ใจว่าชื่อเรื่องถูกต้องไหม

อินทรีผยอง (สรพงษ์ จารุณี)

ไกรทอง (สรพงษ์ สมบัติ อรัญญา

พระรถ-เมรี

ยอดมนุษย์คอมพิวเตอร์

แหย่หนวดเสือ

8 เหลี่ยม 12 คม

เรื่องของสังข์ทอง สีใส

อินทรีแดง

โทน

Killer Elephants (สมบัติ เล่น ผมนึกชื่อไทยไม่ออก)

หนุมาณพบเจ็ดยอดมนุษย์

รามเกียรติ

กิ้งก่ากายสิทธิ์

ท่าเตียน

จงอางผยอง

คนเหนือคน

อินทรีทอง



จาก: อิท
วันที่: 04/03/53 - 15:08 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 92
Killer Elephants คือ "ไผ่กำเพลิง" ครับคุณอิท

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 04/03/53 - 16:10 น.
IP Address: 85.2.104.xx
ความคิดเห็นที่ 93
วันนี้ผมไปเจอมิวสิควีดีโอของคุณอาภาพร นครสวรรค์ เพลง "เชพบ๊ะ" ในเว็บยูทู้ปโดยบังเอิญ ทำให้นึกได้ว่าเคยได้ฟังเพลงนี้จากหนังไทยเก่าเรื่องหนึ่ง (น่าจะก่อนปี ๒๕๒๓) นะครับ เป็นฉากในบาร์ที่มีผู้หญิงใส่ชุดสั้นๆกำลังเต้นแล้วก็ร้องเพลงชื่อ "เชพบ๊ะ" เหมือนกัน
คุณมนัสช่วยบอกหน่อยเถอะครับว่าหนังเรื่องนั้นคือเรื่องอะไรและใครเป็นคนร้องเพลงนี้เป็นคนแรก ขอบคุณมากครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 04/03/53 - 19:40 น.
IP Address: 85.2.104.xx
ความคิดเห็นที่ 94



สวัสดีครับทุกท่าน...

ก่อนอื่น..พูดถึงเรื่องที่ถามไว้ก่อนนะครับ.. ถูกต้องแล้วครับ..2 ภาพนั้นมาจากหนังเรื่อง ลุย..
แต่ว่า ถ้าเราดูหนัง จะไม่เจอภาพแบบนี้ เพราะนั่นเป็นภาพถ่ายโปรโมทหนัง...แต่ที่ผมนำมา
ให้ดูหรือนำมาถามก็เพราะว่า เห็นว่า ภาพมันเหมาะที่จะใช้ในการพูดถึงการทำวีซีดีหรือดีวีดี..
ถ้าใครดูวีซีดีหนังเรื่อง ลุย ก็จะเห็นว่า ภาพออกมาแบบเต็มจอโทรทัศน์ที่บ้านเรา..ซึ่งก็คือภาพ
นั้นออกมาอย่างเดียวกับภาพตัวอย่างขวามือ...ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้ว หนังเขาถ่ายทำแบบสโคป..
คือ ภาพจะต้องออกอย่างเดียวกับภาพที่อยู่ซ้ายมือเรา... ลองย้อนกลับไปภาพตัวอย่างนะครับ..
จะเห็นว่า ภาพด้านซ้ายมือจะเห็นดารายืนเรียงกันครบทุกคน...แต่พอเป็นภาพด้านขวามือ จะ
เห็นดาราคนที่ยืนข้าง ๆ หายไป..ที่เห็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า หนัง 35 ม.ม.สโคป พอเขาเอามาทำ
เป็นเทปวีดีโอฉายให้เต็มจอโทรทัศน์ ภาพที่ได้มันก็จะต้องขาดหายไปส่วนหนึ่ง..บางเจ้าก็เลือก
ใช้วิธีซูมให้ได้ภาพครบ..มันก็เลยทำให้ภาพในจอทีวีบ้านเรามีแถบสีดำอยู่ทั้งข้างล่างและข้างบน
ซึ่งความจริง มันก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร..แต่ที่ผมเจอมา คนดูหนังไทยจากจอทีวี เขาบอกว่า
เขาขาดทุน ดูหนังไม่เต็มจอทีวี...บางคนโวยวายไปถึงผู้ผลิตเลย..ว่าทำหนังไม่เต็มจอ...บางคนก็
ไปทุบจอทีวีบ้าง นึกว่าทีวีตัวเองเสียเพราะตอนดูโฆษณา ก็เต็มจอ พอเข้าหนังเรื่องภาพดันหดลง..
คนทำหนังก็ตัดความรำคาญ ก็เลยสั่งคนซูมหนังว่า ซูมให้มันเต็มจอไปเลย....เราจึงเห็นวีดีโอในยุค
แรก ๆ มีแต่หนังเต็มจอทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่ความจริง หนังต้นแบบมิได้ถ่ายทำมาแบบนั้น...ผลเสียที่เกิดขึ้น
ก็คือ เสียอรรถรสของหนังไปเต็ม ๆ ใครเคยดูวีดีโอแผลเก่าที่ทำออกให้เช่าเมื่อปี 2531 บ้าง ผมเคย
เอาให้คนที่ไม่ได้ดูตอนแผลเก่าฉายในโรงดู พอดูจบก็มาตั้งคำถามว่า ทำไม...คือถามทำนองว่า หนัง
ไม่มีเหตุผล ไม่มีที่มาที่ไป...อย่างเช่น ฉากที่สรพงศ์ไปนอนที่ต้นไทรทุกคืน ตอนที่อีเรียมไปอยู่
กรุงเทพฯ ในเทปจู่ ๆ ก็มีฉาก ป๋า ส. เดินไปที่บ้านผู้ใหญ่เพื่อขออีเรียมให้ไอ้ขวัญ.. แต่ถ้าเราได้ดูหนัง
เต็ม ๆ ภาพ ก็จะพบว่า ฉากนี้จะมี ป๋า ส. มายืนที่มุมจอ สายตาเพ่งมองไปที่ไอ้ขวัญที่นอนเป่าขลุ่ยใต้
ต้นไทร..แววตา ป๋า ส. บ่งบอกว่า สงสารไอ้ขวัญจริง ๆ จึงยอมลดศักดิ์ศรีตัวเองไปของ้องอนผู้ใหญ่
ขออีเรียมให้ไอ้ขวัญ... นี่แหละครับที่ผมว่า พอเราเห็นหนังไม่ครบเพราะเขาซูมหนังเต็มจอ..
เราก็ขาดอรรถรสในการดูหนังไปใช่ไหมครับ.....

ขอบคุณคุณอิทครับที่ช่วยส่งข่าว..

ส่วนที่คุณสุทธิพงษ์ถามว่า ใครเป็นคนร้องเพลง เชฟบ๊ะ...นั้น แหม..เพลงอื่นก็ไม่ถาม..มาถามเพลงคู่อาฆาตของผม
ที่ว่าอาฆาตนั้นเพราะ เพลงนี้ผมได้ยินมาแต่เด็ก ๆ ตอนได้ยินจากวิทยุก็ไม่เท่าไร..แต่ที่มันอาฆาต
ก็เพราะว่า เวลาที่คิวรถหน้าบ้านผม เขามีหนังหรือมีงานที่มีชิงช้าสวรรค์ หรือ รถไต่ถัง มาเล่นเก็บเงิน
หน้าเวทีเขาก็จะมีการเต้นโชว์ เอาสาว ๆ ใส่ชุดหางเครื่องสั้นๆ แล้วก็เปิดเพลงให้เต้น...แล้วก็ไอ้เพลง
เชฟบ๊ะ นี่แหละที่เปิดบ่อยที่สุด..หางเครื่องเต้นกันสุด ๆ ตามจังหวะเพลง เป็นที่ถูกอกถูกใจหนุ่ม ๆ
เป็นยิ่งนัก แต่ตอนนั้นผมเป็นเด็ก ก็ได้แต่รู้สึกอายแทนสาว ๆ เพราะแม่เจ้าประคุณหางเครื่อง เวลา
จบเพลง ก็มักจะปิดด้วยท่าเปิดกระโปรงให้หนุ่ม ๆ ได้โห่ลั่น...ผมก็เลยไม่ค่อยชอบเพลงเท่าไร ชอบคิด
ว่า มันเป็นเพลง จ้ำบ๊ะ มากกว่า... ส่วนคนที่ร้องในยุคแรก ๆ ตามแผ่นที่สถานีเปิด คลับคล้ายคลับคลา
ว่าจะเป็น คุณเตือนใจ บุญพระรักษา...คนที่เคยร้องเพลง..ยายฉิมเก็บเห็ด...ขงเบ้งดูดาว..อ่อนนอกแข็งใน..
ฯลฯ..ซึ่งนักร้องคนนี้ ดังแนวยั่วยวนแบบนี้แหละ...แต่ถ้าเป็นคนที่ร้องรุ่นสอง ก็รู้สึกว่าจะเป็นนักร้อง
ฝาแฝดเป็นดาวเต้นชื่อ อารยา กับ ปาริชาติ ฉายารักษ์....ตามภาพข้างบนนั่นแหละครับ...ส่วนที่ถามว่า
เคยเห็นในหนังเรื่องอะไรนั้น..ผมก็คุ้น ๆ ว่าจะมีในหนังมาก่อนเรื่องหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจ ที่แน่ใจจริงๆ
ก็มีเรื่อง ทหารเกณฑ์ ของล้อต๊อก อยู่ในฉากงานเลี้ยงทหาร..พอดูหนัง ก็นึกถึงหางเครื่องบ้านผมเลย
ครับเพราะท่าจบเพลงในหนัง เขาก็ทำเหมือนหางเครื่องเลยคือ ถ้าไม่เปิดท้าย ก็เปิดหน้านั่นแหละ
ครับ...
.........................


จาก: มนัส138
วันที่: 04/03/53 - 21:42 น.
IP Address: 115.67.79.xx
ความคิดเห็นที่ 95
ขอบคุณคุณมนัสมากครับและขอโทษด้วยที่ถามเพราะไม่ทราบจริงๆว่าคุณมนัสเกลียดเพลงนี้ หนังที่ผมได้ดูเรื่องนั้นรู้สึกว่าจะไม่ใช่ "ทหารเกณฑ์" นะครับ เป็นหนังที่เก่ากว่านั้น ถ้าให้เดาน่าจะเป็นช่วงกลางยุค 70's รู้สึกว่าจะเป็นหนังค่อนข้างบู๊ ฉากในบาร์ที่ว่านั้นมีพวกดาวร้ายนั่งดื่มเหล้ากัน แล้วผู้หญิงที่ใส่ชุดสั้นๆร้องเพลง "เชพบ๊ะ" นั้นรู้สึกว่าจะมีสองคนร้องคู่กัน
เป็นหนังที่ผมได้ดูทางช่องสามเมื่อประมาณ ๒๐ ปีก่อนครับ หรืออาจจะใช่ "ทหารเกณฑ์" ก็ได้ เป็นไปได้ว่าผมจำผิดเอง
ขอบคุณคุณมนัสอีกครั้งครับ

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 04/03/53 - 22:00 น.
IP Address: 85.2.104.xx
ความคิดเห็นที่ 96
ผมขอสอบถามเรื่องลุยครับมีโครงการเป็น DVDมั้ยครับคือผมมีแบบCDภาพมันไม่ค่อยชัดแล้วฟิลม์ยังมีอยู่มั้ยครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 05/03/53 - 9:23 น.
IP Address: 203.113.1.xx
ความคิดเห็นที่ 97
ผมต่างกับคุณมนัส เพราะชอบเพลง เชพบ๊ะ มาก รวมทั้งเพลงแนวตลกๆ สยิวกิ้ว จ้ำบ๊ะ อย่าง ของปลอม (ของไม่จริงมันไม่สั่นไม่ไหว จะสั่นเท่าไรจะให้มันไหวมันคงไม่ยอม) หนูไม่ยอม ส่งข่าวทิดแก้ว จดหมายจากเมีนเช่า ฟังแล้วอารมณ์ดี ขำๆ ตอนนี้อยากได้แผ่นมิวสิควีดีโอที่ตัดมาจากหนังแขกยุคเก่าๆ ฉากที่มีดาวยั่วมาเต้นแบบฟลอโชว์ ไม่ยักจะเจอ

เพลง เชพบ๊ะ น่าจะอยู่ในหนังยุค 70 ต้นๆ ช่วงที่มีดาราสาวดาวเต้นมาเล่นหนัง อย่าง เตือนใจ วิภารัตน์ อารยา-ปาริชาติ ไฉไล-ดวงดาว ซึ่งน่าจะก่อนหนัง ทหารเกณฑ์ (แต่เรื่องนี้อาจจะเอาเพลง เชพบ๊ะ มาใช้ซ้ำ)

จาก: อิท
วันที่: 05/03/53 - 10:52 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 98
คุณมนัสครับได้ข่าวว่าทางแฮปปี้โฮมได้ออกหนังให้เช่าเดือนนี้อีก4เรื่องคือสตรีที่โลกลืม แม่อายสะอื้น วังน้ำค้าง ผึ้แตกรังพอจะมีเรื่องย่อกับใบปิดให้ดูก่อนไหมครับ ขอบคุณครับ

จาก: คนนคร
วันที่: 05/03/53 - 12:33 น.
IP Address: 125.26.254.xx
ความคิดเห็นที่ 99



สวัสดีครับทุกท่าน..

ไม่เป็นไรครับคุณสุทธิพงษ์..ความจริง ผมไม่ถึงขั้นเกลียดเพลง..นะครับ..
เพียงแต่ว่า ตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยชอบพวกหางเครื่องที่ใช้เพลงนี้เปิดเต้น
แล้วก็เต้นกันจนเกินงามไปหน่อย..
แต่ถ้าฟังเพลงเฉย ๆ ก็ไม่เป็นไรครับ..ก็อย่างที่คุณอิทบอกนั้นแหละครับ
ฟังแล้ว นึกถึงคนแต่งเพลง..ไม่รู้คิดมาได้ยังไง..ช่างสรรหาถ้อยคำมาใช้
จริง ๆ ไม่ทราบว่า คุณอิทมีภาพเต็ม ๆ จากหนังเรื่อง อุ้งมือมาร ที่อภิรดี
เต้นฟลอโชว์ในบาร์หรือยังครับ...ถ้าดูจากแผ่นของโรสที่ทำขาย เขาจะ
ตัดฉากนี้ออกไปให้จบเร็ว ๆ แต่ถ้าเป็นม้วนวีดีโอ เขายังคงหนังไว้เต็มๆ
ครับ...

ส่วนที่ว่า เพลง เซฟบ๊ะ นั้นอยู่ในหนังเรื่องอะไรนั้น..นับว่าเป็นความบกพร่อง
ของผมจริง ๆ ที่จำไม่ได้ ว่าตอนเพลงนี้ดังใหม่ ๆ นั้น เคยถูกจับไป
ใส่ในหนังเรื่องอะไรมาก่อน..ทีแรกคิดว่า น่าจะอยู่ในเรื่อง คมนักเลง ที่
พนม นพพร สร้าง พอเอาหนังมาเปิดไล่ดู ก็ไม่ใช่อีก เจอแต่เพลง..ดับไฟคุยกัน
เพราะน้ำมันแพง..ที่สรวง สันติ ร้อง ก็เลยหาคำตอบให้ไม่ได้...
เอาไว้ไปเจอเพื่อน ๆ แล้วจะลองถามให้..นะครับ...

ส่วนคุณคนนคร..ที่บอกว่าจะมีหนังให้เช่านั้น ผมเองก็ลำบากใจเหมือนกัน
เพราะจริง ๆ ก็อยากไปเช่ามาดู แต่ก็หาร้านเช่าที่รับหนังล็อกนี้มาให้เช่า
ได้ยากจริง ๆ เพื่อนผมคนหนึ่งตระเวณออกหาตามร้านเช่าหลายที่ก็ยังหา
ไม่ได้ ชุดที่แล้วเห็นว่า ไปตามหาเรื่อง เหยียบหัวสิงห์ ถึงวันนี้ก็ยังหาไม่
ได้เลยครับ..ไม่รู้ว่า จะทำให้เป็นของหายากหรือไง..ปากซอยบ้านผมก็
รับหนังเช่าของค่ายนี้มาเหมือนกัน แต่ร้านบอกว่า ไม่เอาหนังไทยเก่าๆ
มาให้เช่าเพราะลูกค้าไม่ค่อยดูกัน..ทุกวันนี้ ได้แต่รอซื้อ ไม่รู้ว่า จะทำ
ออกมาขายหรือไม่...

ส่วนที่อยากได้เรื่องย่อนั้น..ผมว่า ถ้าหนังออกมาจริง ก็เช่าไปดูเถอะครับ
เพราะหนังของชุติมานั้น หาดูได้ยากจริงๆ..วังน้ำค้าง นั้นเคยเป็นเทปวีดีโอ
ของเอสทีวีดีโอมาก่อน แต่เป็นภาพเต็มจอ ไม่รู้ว่า ออกมาคราวนี้จะเหมือน
เดิมหรือไม่..หนังเรื่องนี้น่าสนใจครับ...ส่วน แม่อายสะอื้น ถ้าออกมาจริง
ก็น่าดูครับเพราะเป็นหนังดังจริง ๆ ทุกวันนี้ ผมก็ดุแต่ตัวอัดจากช่อง 11
ที่เป็นเส้นฝน.. ถ้าเห็นหนังแล้ว ภาพชัด ความยาวเกิน 2 ชั่วโมง ก็บอก
ผมหน่อยครับ จะตามไปหามาดูให้เต็มอิ่มเลยครับ..สตรีที่โลกลืม ก็น่าดู
ครับ...ส่วนผึ้งแตกรัง นั้น ก็หาดูยังไม่ได้เลยครับ...ยังไงเห็นภาพจาก
หนังแล้ว คุณภาพเป็นอย่างไร หนังยาวกี่ชั่วโมง ก็เขียนบอกกันบ้างนะครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 05/03/53 - 21:46 น.
IP Address: 111.84.13.xx
ความคิดเห็นที่ 100
ถึงคุณมนัส หนังแฮปปี้โฮมทั้ง4เรื่องนี้แถวบ้านผมเขาจะสั่งมาให้เช่าเรื่องละ2ชุดผมจะซื้อไว้ให้เพื่อนที่กรุงเทพ1ชุดเขาก็จะเหลือไว้ให้เช่า1ชุดแต่ถ้าใครอยากได้ผมจะจองซื้อและเป็นธุระให้ก็ได้นะครับหนังจะมาประมาณอาทิตย์หน้าเจ้าของร้านบอกมาอย่างนี้ครับ ส่วนเรื่องเหยียบหัวสิงห์ผมซื้อส่งให้เพื่อนไปหมดแล้วทั้ง2ชุดครับ แต่สำหรับคนใจเย็นรอดูทางทรู วิชั่นก็ได้นะครับ สำหรับคนสนใจ089-54406911

จาก: คนนคร
วันที่: 06/03/53 - 9:52 น.
IP Address: 110.49.38.xx
ความคิดเห็นที่ 101
ถึงคุณมนัส หนังแฮปปี้โฮมทั้ง4เรื่องนี้แถวบ้านผมเขาจะสั่งมาให้เช่าเรื่องละ2ชุดผมจะซื้อไว้ให้เพื่อนที่กรุงเทพ1ชุดเขาก็จะเหลือไว้ให้เช่า1ชุดแต่ถ้าใครอยากได้ผมจะจองซื้อและเป็นธุระให้ก็ได้นะครับหนังจะมาประมาณอาทิตย์หน้าเจ้าของร้านบอกมาอย่างนี้ครับ ส่วนเรื่องเหยียบหัวสิงห์ผมซื้อส่งให้เพื่อนไปหมดแล้วทั้ง2ชุดครับ แต่สำหรับคนใจเย็นรอดูทางทรู วิชั่นก็ได้นะครับ สำหรับคนสนใจ089-54406911

จาก: คนนคร
วันที่: 06/03/53 - 9:54 น.
IP Address: 110.49.63.xx
ความคิดเห็นที่ 102
ไม่ทราบว่า ภาพยนตร์เรื่อง ศรีธนญชัย

ฉายวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไรคะ

จาก: stang
วันที่: 06/03/53 - 15:08 น.
IP Address: 118.173.168.xx
ความคิดเห็นที่ 103
ทรูวิชั่นนำ เหยียบหัวสิงห์ มาฉายเมื่อวันก่อนนี้เอง ภาพชัดใช้ได้เลย แต่เต็มจอนะครับ ไม่ใช่ภาพ Wide screen รอซื้อแผ่นอยู่เหมือนกันครับ

จาก: JasonSจัง!!!
วันที่: 06/03/53 - 18:11 น.
IP Address: 113.53.169.xx
ความคิดเห็นที่ 104



รบกวนคุณมนัสอีกแล้วครับ
คุณมนัสมีใบปิด "วัยอันตราย" (กรุง/ธัญญรัตน์) ให้เราดูเป็นบุญตากันบ้างไหมครับ ผมยังไม่เคยเห็นเลย

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 08/03/53 - 17:54 น.
IP Address: 83.76.150.xx
ความคิดเห็นที่ 105



สวัสดีครับทุกท่าน...

คุณคนนคร..ครับหรือเพื่อนๆ ที่ได้เคยดูหนังของค่ายแฮบปี้แล้ว รบกวน
ช่วยบอกสภาพหนังให้หน่อยนะครับ...
ส่วนภาพเรื่อง เหยียบหัวสิงห์ ที่คุร JasonSจัง!!! บอกมานั้น ก็แสดงว่า
เป็นภาพตัวเดียวกับที่ช่อง 7 เคยฉายเมื่อหลายปีมาแล้ว..ก็รอซื้อเหมือน
กันครับ..แต่ไม่รู้ว่า เรื่องอื่น ๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง...

คุณ stang ถามถึงวันฉายหนังเรื่อง ศรีธนญชัย นั้น ถ้าเป็นการฉายครั้งแรก
ในกรุงเทพฯ แล้ว ก็เป็นวันที่ 25 เมษายน 2524 ที่โรงหนังเพชรรามา ครับ

ส่วนที่คุณสุทธิพงษ์ขอดูใบปิดหนังเรื่อง วัยอันตราย...ก็ได้เลยครับ...




จาก: มนัส138
วันที่: 09/03/53 - 21:03 น.
IP Address: 115.67.40.xx
ความคิดเห็นที่ 106



ถ้าดูใบปิดหนังเรื่อง วัยอันตราย แล้ว ไม่พูดถึงอีกเรื่องคือ เรื่องนี้..แล้ว
เห็นทีจะไม่ได้แน่ ๆ เพราะหนัง 2 เรื่องนี้ ทำออกมาฉายไล่เลี่ยกันมาก
เรียกว่า แย่งคิวโปรแกรมรอบมิดไนท์กันเลยทีเดียวครับ..
ลองอ่านดูข้อความใบปิดหนังหรือดูดาราที่ร่วมแสดงซิครับ..จะเห็นว่ามี
อะไรที่เหมือน ๆ กัน..แต่ว่า เป็นหนังจริง ๆ ทั้ง 2 เรื่องนะครับ ไม่ใช่ว่า
เป็นการเปลี่ยนชื่อหนังนะครับ....

จาก: มนัส138
วันที่: 09/03/53 - 21:08 น.
IP Address: 115.67.40.xx
ความคิดเห็นที่ 107
พี่มนัสครับรบกวนข้อมูลหนังเรื่อง "นักสู้หน้าเซ่อ" หน่อยครับ หาทางGoogle แล้วไม่เจอเลยครับ

จาก: คนชะอวด
วันที่: 10/03/53 - 23:56 น.
IP Address: 118.173.131.xx
ความคิดเห็นที่ 108
^
^
^
^
หนังเพศศึกษาที่สุดแสนจะหน่อมแน้มทั้งสองเรื่อง

จาก: สก๊อยเกิร์ล
วันที่: 11/03/53 - 0:28 น.
IP Address: 202.149.25.xx
ความคิดเห็นที่ 109



สวัสดีครับทุกท่าน..

คุณคนชะอวดครับ ข้อมูลหนังเรื่อง นักสู้หน้าเซ่อ นั้น ผมเองก็ไม่ค่อยจะมี
เหมือนกัน..
ถ้าดูตามใบปิดหนังข้างบนนั้น เขาบอกว่า เป็นผลงานเรื่องที่ 2 ที่ กรุง ศรีวิไล
เป็นคนสร้าง...
หนังเรื่องนี้ ตอนฉายโรง ผมไม่ได้ดู..แต่ว่ามาดูตอนที่มีการนำกลับมาฉาย
ทางช่อง 11 ในรายการมรดกภาพยนตร์ไทย..เท่าที่ดูจากเทปแล้ว ก็ไม่
ค่อยสนุกเท่าไร.. ดูเรื่องมันเดินแปลก ๆ ยังไง..

หนังเรื่องนี้ กรุง เขากะจะปั้นพระเอกใหม่คือ ธนิต พงษ์มนูญ...
ส่วนวันเดือนปีที่หนังเรื่อง นักสู้หน้าเซ่อ ออกฉายครั้งแรกนั้น ผมเคยค้น
หาจากหนังสือพิมพ์แล้ว แต่ไม่เจอ..เข้าใจว่า น่าจะเข้าครั้งแรกก็เป็นการ
ฉายควบทันที จึงไม่ค่อยมีภาพใบปิดให้เห็นในหนังสือพิมพ์เท่าไร..

เมื่อใบปิดหนังบอกว่า เป็นผลงานเรื่องที่ 2 ของกรุง ศรีวิไล..แล้ว
ก็ลองมาไล่ดูผลงานที่กรุง ศรีวิไล เคยสร้างหนังไว้ เผื่อว่าจะหาวันเวลา
ฉายได้...
หนังที่ กรุง ศรีวิไล สร้างไว้มีดังนี้
ถล่มมาเฟีย ฉายปี 2520
ลูกทุ่งปืนคด หาวันฉายไม่เจอ แต่เคยลงเรื่องย่อในหนังสือปี 2521
นักสู้หน้าเซ่อ บอกว่า เป็นเรื่องที่ 2
นักเพลงผู้ยิ่งใหญ่ ฉายปี 2527..
..................


จาก: มนัส138
วันที่: 11/03/53 - 21:28 น.
IP Address: 115.67.12.xx
ความคิดเห็นที่ 110
ขอบคุณครับพี่มนัส
-ผมไม่เคยได้ดูเหมือนกัน แต่คลับคล้ายว่าเคยเจอในหนังสือภาพยนตร์สักเล่/ชื่อหนึ่ง ครับ
-ดูใบปิดแล้ว ถล่มมาเฟีย ลูกทุ่งปืนคด กรุงฯ ยังไม่โกนศรีษะ และธนิตฯ รุ่นหลังๆ แฮะ ๆ เดา พ.ศ. ไม่ถูกเหมือนกัน
-ขอบคุณครับ

จาก: คนชะอวด
วันที่: 11/03/53 - 23:59 น.
IP Address: 118.173.128.xx
ความคิดเห็นที่ 111
สวัสดีครับทุกท่าน...
หายหน้าไปหลายวัน...กลับมาอีกที ก็เกือบหากระทู้ไม่เจอ..
คืนนี้..ขอขยับกระทู้ไปหน้าแรกก่อนก็แล้วกัน..แล้ววันหน้าค่อย
มาคุยกันต่อ...

จาก: มนัส138
วันที่: 16/03/53 - 21:58 น.
IP Address: 111.84.103.xx
ความคิดเห็นที่ 112
สวัสดีครับ พี่มนัส
เดี๋ยวนี้พี่มนัสทำงานอยู่ที่หอภาพยนตร์ใช่ไหมครับ ถ้าใช่ พี่มนัสคงยุ่งอยู่กับงานประจำที่นั่น แต่ก็ดีนะครับ เพราะเป็นงานที่พี่ถนัดและรักอยู่แล้วนะครับ
ที่ผมนึกถามขึ้นมาก็เพราะเห็นว่าช่วงหลายปีก่อนพี่มนัสมีออกไปตามหาหนังไทยเก่าๆตามต่างจังหวัดบ่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เห็นพี่มนัสดูเงียบไปน่ะครับ เลยคิดไปเองว่าคงจะยุ่งและไม่มีเวลาไปเหมือนแต่ก่อนแล้ว สมัยก่อนพี่มนัสโพสต์ข้อความสนุกนะครับ ผมอ่านแล้วติดเหมือนอ่านนิยายเลยครับ ยังเซฟเก็บเอาไว้อ่านซ้ำบ่อยๆเลยครับ แต่ที่เขียนมามิใช่เพื่อต่อว่าพี่มนัสนะครับ ผมยังเคารพพี่มนัสอยู่เสมอครับ แม้มิได้รู้จักเป็นการส่วนตัวก็ตามที เพียงแต่รู้สึกว่ากระทู้ดูเหงาๆน่ะครับ ไม่เหมือนสมัยก่อน เพื่อนเก่าๆในเว็บก็รู้สึกจะหายไปเลยหลายคน ไม่รู้ไปไหนกันซะแล้ว ผมเองไม่ค่อยมีเวลาไปไหนหรอกครับ เพราะที่บ้านผมทำโรงงานน้ำแข็ง จำเป็นต้องเปิดโรงงานทุกวัน ไม่สามารถไปไหนได้ง่ายๆ อาศัยดูรูปจากที่เพื่อนๆพี่ๆนำมาลงให้ดูกันน่ะครับ แล้วงานลานดาราทำไมคุณฮอจองวูถึงไม่จัดแล้วล่ะครับ แต่ก่อนเห็นทางพี่ๆจัดกันบ่อยๆ

จาก: แม็กซ์
วันที่: 17/03/53 - 14:03 น.
IP Address: 203.153.169.xx
ความคิดเห็นที่ 113



สวัสดีครับทุกท่าน..

กระทู้เหงา ๆ..ถ้าเป็นสมัยก่อน ก็ต้องนึกถึงหนังสือ ศาลาคนเศร้า..
พอคนมันเศร้า ไปอ่านหนังสือเศร้า ก็ยิ่งทำให้เศร้าขึ้นไปใหญ่
เพลงเศร้า หรือหนังเศร้า ๆ บางครั้งก็ทำให้คนเราค้นพบตัวเองเหมือนกัน
ว่า ชีวิตนี้ เราต้องการอะไร..และจะได้..แค่ไหน..เหมือนเรื่องเก่า ๆ
ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มันคงไม่หวนกลับคืนมาได้ง่าย ๆ ที่มีอยู่ ก็อาจ
ไม่มี ที่โหยหา.. ก็อาจหาไม่ได้..แม้ชีวิตผมจะมีความสุขมาก ๆ กับการ
ได้พูด ได้คุยถึงเรื่องหนังไทยเก่า ๆ..แต่ก็ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ หาคน
ที่จะชอบอย่างเราได้น้อยเต็มที...


จาก: มนัส138
วันที่: 23/03/53 - 12:11 น.
IP Address: 115.67.57.xx
ความคิดเห็นที่ 114
ช่วงนี้หน้าแล้งครับทางใต้ ทำให้ผมหวนนึกหนังกลางแปลงที่มาปักไม้ล้อมรั้วแต่เที่ยงวัน หน่วยแร่ขอที่ฉายเสร็จ ลงของ ลากผ้าผืนใหญ่ๆ เป็นวงโค้ง โครงจอเหล็กไม่กี่ท่อน วางไว้ ขนาบด้วย ลำโพงตู้ 2 ตู้ ฝั่งตรงข้ามที่ร่มหรือชายคาวัดหรืโรงเรียน หรือบ้านคนก็ลงฐานวงเครื่อง ที่กรอฟิล์ม เครื่องเสียง บ่ายๆ ก็ออกรถพร้อมลำโพงฮอนบนหลังงคาประกาศแจ้งหนังมาฉายสลับด้วยเสียงตัวอย่างหนังไปตามถนนหนทางใกล้ จนหมดทุกซอกทุกมุมและคิดว่าคงได้ยินไปทัวทุกหลังคา
ตอนเย็นก็เริ่มเปิดเพลงย้ำเตือนอีกที แม่คาประเภทปูเสื่อวางขายก็เริ่มมา คนดูหนังยังไม่มาจนกว่าจะถึงทุ่ม ก็ทยอยมาเหมือนมด จากถนนหนทางสายต่างๆ
ผ้าล้อมเสร็จแล้ว บางครั้งเผยประตูให้เด็กเขามาวิ่งเล่นข้างไหน โบกมือเล่นเงาหน้าจอผ้าสีขาว บ้างก็ไปล้อมที่เครื่องฉาย ยืนดูเขากรอฟิล์ม ตัดทิ้งเมื่อไหร่ หวานคอแร้งล่ะ แย่งมาไปส่องกับแสงไฟ
ด้านนอกไกล้ประตู หรือมุมบ้าน ใต้ต้นไม้จะมีใบปิดหนังติดไว้ และกระดานอัดแผ่นเก่าที่ติดทับด้วยโชว์การ์ด หนุ่มๆ สาวๆ ยืนเป็นกลุ่มหามุมสลัวๆ ปอกถั่วพยักหน้ากัน หนุ่มต่างถิ่นเจอหน้ากันก็ไม่มีเรื่องราวที่ต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง
อยู่กันอย่างพอเพียง นักเลงจริงก็แค่เพียงต่อยกันก็พอ ไม่ต้องยิงหรือไม่ฆ่ากันให้ชาวบ้าน เด็กๆ เดือดร้อน เหมือนยุคศรีวิไลแบบปัจจุบัน
คิดถึงพี่มนัสครับ

จาก: คนชะอวด
วันที่: 23/03/53 - 15:30 น.
IP Address: 118.173.140.xx
ความคิดเห็นที่ 115
อย่าเหงานานนักนะครับ ผมรออ่านอยู่บางครั้งยุ่งๆอาจจะไม่ได้โพสต์ตอบ แต่เปิดเข้าเวปนี้ทุกวัน

อยากให้คุณมนัสมองในแง่บวก ถึงสิ่งที่เราทำบางคนเกิดไม่ทัน แต่ค้นมาเจอก้เป็นข้อมูลที่เก็บไว้ให้คนเข้ามาอ่านดูได้ ผมเข้าเวปนี้ตั้งแต่ตั้งใหม่ๆ สมัยนั้นหาข้อมูลและรูปหนังไทยได้น้อยเต็มที แต่หลังๆ มีข้อมูลและรุปให้ค้นหาดูได้ และหลายครั้งที่คนรุ่นใหม่เขาเอารูปไปโพสต์กันในเวปอื่นๆ ก็ดีใจ เวปนี้ทำให้เราได้รู้จักกับดาราหลายคนที่เข้ามาแชร์ข้อมูล อย่าง คุณปาริชาติ บริสุทธ์ ล่าสุดดีใจที่คุรออยา นาวิน เข้ามาทำความรุ้จักกัน
มีข้อมูลหลายอย่างที่ตัวผมรู้สึกดีใจที่ตัวเองเป็นคนเขียนมันขึ้นมาแล้วตอนนี้พอค้น กูเกิ้ล ดูมันมีสิ่งที่เราเขียนปรากฏขึ้นก็ดีใจ อย่างกระทู้ คุณสุทิศา กระทุ้ดาวยั่ว กระทู้ดาวร้าย แม้กระทั่งเรื่องที่ไปเขียนถึงหนังจีน หนังแขก แรกๆก็ไม่ได้นึกว่ามันจะแพร่หลายไป พอหลังเจอว่ามีคนเอาไปอ้างถึง บางคนให้เครดิตชื่อผมไว้ด้วย รู้สึกว่าสิ่งที่ทำไปมันไม่สูญเปล่า

จาก: อิท
วันที่: 24/03/53 - 14:40 น.
IP Address: 119.63.88.xx
ความคิดเห็นที่ 116
สวัสดีครับทุกท่าน...
บรรยากาศหนังกลางแปลงที่คุณคนชะอวดเล่าให้ฟัง..แม้จะบอกว่าเป็น
ทางภาคใต้..แต่อ่านดู ก็เหมือนกับทางอีสานที่ผมได้เคยสัมผัสมา..
ก่อนโน้น..ก็เมื่อสักประมาณปี 2521 ผมเองก็มีความสุขมาก ๆ กับการได้
ตระเวณออกไปฉายหนัง เวลาไปจะรู้สึกว่า เรากำลังนำความสุข นำความ
หวังไปให้เขา..สมัยนั้น ถ้าหมู่บ้านไหนมีนักเลงหัวไม้ เราก็จะไม่ฉายหนัง
ที่หมู่บ้านนั้น จะไปฉายในหมู่บ้านถัดไปแทนเพราะจะทำให้นักเลงหัวไม้
ดูแปลกถิ่น ไม่กล้าก่อกวน..แต่ว่าที่ก่อกวนนั้น ก็ไม่ค่อยจะมีอะไรมากนัก
เบาะๆ ก็เคยขอเข้าดูฟรี ซึ่งถ้าเราเห็นว่าไม่กี่คน เราก็ให้เข้า..พอเดินเข้า
ไป บางทีก็เจอคนที่ซื้อตั๋วดู เขาโห่เอาก็มี..แต่ที่หนัก ๆ ก็เห็นจะเป็นพวก
ที่ชอบกรีดผ้าล้อมให้ข้าง บางครั้งก็ตัดสายเชือกจอหนังให้ล้มลง..หนักที่
สุดที่เคยเจอมาก็คือวางตะปูเรือใบดักรถฉายเวลากลับ..ส่วนสาเหตุที่ค้น
พบนั้น ก็มักจะเป็นเรื่องการแย่งกันจีบสาวระหว่างเด็กหนังกับคนในหมู่บ้าน
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า สาวๆนั้น เขาเคยมาหลอกพูดคุย หวังจะได้ดูหนังฟรีเท่านั้น
แต่เด็กหนังก็ยังชอบเลยครับ...

ขอบคุณคุณอิทที่เป็นกำลังใจครับ..ถ้าเป็นเรื่องหนังอย่างเดียว ผมสู้อยู่
แล้ว แต่บางครั้งมันมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาผสมด้วย ก็ทำให้รู้สึกท้อแท้และเกิด
อาการเหงาบวกกับงง..ได้เหมือนกัน จนทำให้รู้สึกว่า ไม่มีใครสนใจหนัง
ไทยเก่า ๆ เลยหรือ.. เมื่อวานนี้ได้เจอท่านหนึ่งบอกว่า เคยเข้ากระทู้ผม
มาตั้งแต่แรก ๆ ใช้ชื่อลูกสาวแทนตัวเอง..แต่หลัง ๆ ก็ติดภารกิจหลาย
อย่าง ทำให้ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านอีก เขาอยู่สระบุรี แต่ถ้ามีโอกาสเข้า
กรุงเทพฯเมื่อไร เป็นต้องไปคลองถมเพื่อซื้อหนังไทยเก่า ๆ กลับไปดูกัน
ฟังแล้วก็ใจชื่นขึ้นมาหน่อย...
................


จาก: มนัส138
วันที่: 29/03/53 - 12:33 น.
IP Address: 115.67.158.xx
ความคิดเห็นที่ 117
เชิญชมบรรยากาศหนังกลางแปลงสมัยปัจุจบันได้ที่
www.thaicine.com โดยยังคงรูปแบบหนังกลางแปลง
ในอดีตเกือบ 100 % ครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 30/03/53 - 8:26 น.
IP Address: 125.26.153.xx
ความคิดเห็นที่ 118
ถามคุณมนัสเรื่อง ฟิล์มหนังไทยเก่าๆ 35 มม.หนังตัวอย่างเก่าๆ ที่ออกฉายช่วงปี 2520 - 2529 ณ เวลานี้พอจะทราบมั๊ยครับว่ามีที่ใดบ้างนอกจากหอภาพยนตร์ฯ ที่เก็บรักษา.. แถวภาคอีสานมีมั๊ยครับ..(ผมกับเพื่อนกำลังตามหาครับ) ตอนนี้ผมมีฟิล์มเรื่อง "สงครามเพลงแผน 2", "ปลุกมันขึ้นมาฆ่า 3 ตอน จ๊ะเอ๋ผีหัวขาด", "นักสู้เมืองอีสาน" ครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 30/03/53 - 8:35 น.
IP Address: 125.26.153.xx
ความคิดเห็นที่ 119
สวัสดีครับทุกท่าน..
ขอบคุณคุณอุ้ย(ธวัชชัย) ที่แนะนำที่ที่จะพาเพื่อนๆเราย้อนอดีตไปกับ
ความหลัง...
ส่วนเรื่อง หนังตัวอย่างหนึ่ง เท่าที่เห็น ก็มักจะมาเป็นเนกาตีฟปนกับมา
เนกาตีฟหนังเรื่อง แต่ว่ามีไม่ค่อยมากหรอกครับ..ส่วนที่เป็นฟิล์มใช้แล้ว
เท่าที่ทราบก็ไม่ค่อยจะมีหรอกครับ..เพราะสมัยนั้น หนังตัวอย่างเป็นอะไร
ที่หน่วยบริการหนังเร่ไม่ค่อยจะนิยมปล่อยออกไป..สมัยที่ผมอยู่สุรินทร์นั้น
ผมเคยเห็นเขาเอาหนังตัวอย่างมาต่อรวมกันได้เป็นม้วน มีหลายม้วนด้วย
หนังตัวอย่างเป็นหนังที่ผมนิยมเอาไว้ฉายโชว์ตอนประชันกันหลายจอ..
เป็นดูแล้วสนุก แม้ว่าตัวหน่วยฉายหนังเราจะไม่มีหนังเต็มเรื่องก็เถอะ...
ตามความเข้าใจของผม คิดว่า หน่วยฉายหนังเร่จะมีเก็บกันไว้อย่างน้อย
ก็หนึ่งม้วนใหญ่ ๆ ครับ บางหน่วยก็อาจมีมากกว่า...และหนังตัวอย่างก็
เป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะปล่อยขายครับ...

จาก: มนัส138
วันที่: 30/03/53 - 13:41 น.
IP Address: 115.67.210.xx
ความคิดเห็นที่ 120
อยากสอบถามผู้รู้นะครับว่าผู้ร้ายที่เล่นเรื่องตำรวจเหล็กที่เล่นเป็นมือปืนที่หน้านิ่งๆชื่ออะไรครับและดาราผู้ร้ายที่ชื่อคริส แคราย ปัจจุบันนี้ไปไหนแล้วครับมีข่าวคราวทั้งคู่มั้ยครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 30/03/53 - 15:42 น.
IP Address: 125.25.2.xx
ความคิดเห็นที่ 121



บรรดาฟิล์ม 35 มม.ภาพยนตรไทย-เทศ ที่เพื่อนและตัวผมเองเก็บรักษาครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 10:56 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 122



ที่กองๆ นั่นเป็นฟิล์มหนังตัวอย่างที่เยอะมากๆครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 11:03 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 123



เต็มไปหมด

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 11:04 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 124



..

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 11:08 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 125



กระเป๋าฟิล์มบางส่วนครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 11:08 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 126



เก้าอี้โรงหนังครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 11:14 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 127



คุณมนัส ผมขอแนะนำเครื่องฉายรุ่นนี้ครับ ที่สามารถฉายฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆ(ฟิล์มธรรมดา)ได้ เป็นรุ่น จีนแดง เซี่ยงไฮ้ 104X2 ผมอยากให้หอภาพยนตร์แห่งชาติ มีเจ้ารุ่นนี้ไว้สักคู่ ใช้ประโยชน์ได้มากทีเดียวครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 31/03/53 - 11:19 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 128
ถึงคุณธวัชชัย ผมเข้าเว็บ thaicine.com บ่อยเหมือนกันครับ ไปศึกษาเรื่องเครื่องฉาย 35 มม. อยากมีไว้สักเครื่อง แต่ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย กำลังหาเก็บงบอยู่ครับ ของมือสอง มีเตา ขา เครื่องฉาย
เห็นของที่บ้านพี่แล้วอิจฉาจังครับ สไตล์นี้แหละครับที่ชอบ อยู่ได้ท้งวันแน่ๆ

จาก: คนชะอวด
วันที่: 01/04/53 - 13:04 น.
IP Address: 118.173.140.xx
ความคิดเห็นที่ 129
สวัสดีครับคุณมนัส อยากจะขอรบกวนข่าวความเคลื่อนไหวของวีซีดีดีวีดีหนังไทยเก่าครับ ตั้งแต่กระทู้ใบปิดและวีซีดีของสี่ทหารเสือปิดตัวไปข่าวของวงการวีซีดีหรือดีวีดีก็หายไปด้วย เว็บนี้ก็เลยดูเหมือนก่อยๆขาดสีสันอะไรไปสักอย่าง แต่ก็คงเหลือแต่ชุมทางหนังไทยในอดีต ก็เลยอยากให้คุณมนัสช่วยกรุณาด้วยครับ ตอนนี้เห็นเล็บโส้ทำออกมาเยอะแต่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนปก เลยไม่กล้าซื้อ

จาก: บุญยัง
วันที่: 05/04/53 - 14:47 น.
IP Address: 119.46.72.xx
ความคิดเห็นที่ 130
สวัสดีครับทุกท่าน..
ขอบคุณคุณอุ้ย(ธวัชชัย) ที่มีภาพเด็ด ๆ และคำแนะนำสำหรับคนรักหนังครับ
ไม่ทราบเครื่องที่คุณอุ้ยแนะนำนั้น เดินเครื่องแล้วเสียงดังมากหรือเปล่าครับ
จริง ๆ ผมเองก็ยังอยากมีไว้เพราะเครื่องที่หอฯใช้นั้น เสียงดังแรงมากๆ
ได้ยินเสียงแล้ว กลัวจะบดฟิล์มหนังขาดมาก...ยิ่งฟิล์มที่ผ่านการตรวจ
ชำระมาแล้ว แทบไม่มีน้ำมันหล่อเลี้ยงเลย เจอเครื่องฉาย เดินไม่ไปเลย
ครับ....ความจริงแนวคิดการอนุรักษ์กับการฉายหนัง ดูจะสวนทางกัน
เก็บฟิล์มอนุรักษ์ต้องไม่มีคราบน้ำมัน..แต่สมัยผมฉายหนังกลางแปลง
ก่อนฉายต้องเอาฟิล์มมาเช็ดน้ำมันก่อน หรือไม่ก็เอาน้ำมันหยอดไปที่
ปุ่ม เดือยต่าง ๆ ของเครื่องฉาย...

ส่วนคุณบุญยัง...ระยะนี้ ผมก็ซื้อหนังดีวีดีเป็นหลัก ไม่ค่อยได้ซื่อวีซีดี
เว้นแต่เขาจะไม่ทำออกเป็นดีวีดีครับ..ส่วนของเลบโส้นั้น หมู่นี้ไม่ค่อยกล้า
เสี่ยงครับ.. ส่วนค่ายอื่น ๆ เห็นหายเงียบกันไปหมดแล้วครับ..
เอาไว้ เจอหนังอะไรที่ไม่ค่อยมีปัญหา จะเอาข่าวมาบอกนะครับ...


จาก: มนัส138
วันที่: 06/04/53 - 13:45 น.
IP Address: 115.67.59.xx
ความคิดเห็นที่ 131
จริงด้วยครับ วีซีดีเล็ปโส้ซื้อมาแล้วน่าโมโห หนังไม่ตรงปกเยอะมาก ...

จาก: สุทธิพงษ์
วันที่: 06/04/53 - 16:02 น.
IP Address: 85.2.203.xx
ความคิดเห็นที่ 132
เรียนคุณมนัสครับ เครื่องที่ผมแนะนำนั้น ต้นกำเนิดมาจากโรงภาพยนตร์ประเภทมินิเธียร์เตอร์ที่บูมช่วง 10 - 20 ปี ก่อน ซึ่งเขาใช้เครื่องรุ่นนี้ฉาย บอกตรงๆว่า เสียงเงียบจริงๆ และภาพนิ่งมากๆ เรื่องน้ำมันแทบไม่มีเลยครับ ใช้หลอดซีนอล 1000 วัตต์ มากับเครื่อง แต่ถ้าจะให้มากกว่านั้น 3000 วัตต์ ก็น่าจะได้ครับ เพราะเคยมีคน แปลงเตารุ่นนี้มาแล้ว เน้นย้ำว่าเครื่องรุ่นนี้ถนอมฟิล์มมากๆ ครับ ..........

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 8:46 น.
IP Address: 113.53.161.xx
ความคิดเห็นที่ 133



ฉายได้เต็มที่ จอขนาด 8 เมตรครับ สำหรับหลอด 1000 วัตต์
ภาพจาก thaicine.com

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:27 น.
IP Address: 125.26.190.xx
ความคิดเห็นที่ 134



ขณะทำการฉาย

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:30 น.
IP Address: 125.26.190.xx
ความคิดเห็นที่ 135



ขอบคุณ Thaicine.com ที่เอื้อเฟื้อภาพ และคุณกิต เจ้าของกระทู้ครับบ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:36 น.
IP Address: 119.31.5.xx
ความคิดเห็นที่ 136



..

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:38 น.
IP Address: 119.31.5.xx
ความคิดเห็นที่ 137



..

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:39 น.
IP Address: 119.31.5.xx
ความคิดเห็นที่ 138



ตัวจุดหลอดครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:42 น.
IP Address: 119.31.5.xx
ความคิดเห็นที่ 139



ชุดเลนส์ฉายครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:50 น.
IP Address: 119.31.5.xx
ความคิดเห็นที่ 140



ชุดประตูฟิล์ม กับเลนส์ฉาย
ตอนนี้มีขายอยู่ 1 คู่ ที่ ร้านแจกันหยกครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 07/04/53 - 10:56 น.
IP Address: 125.26.148.xx
ความคิดเห็นที่ 141
สวัสดีครับทุกท่าน..
เห็นเครื่องฉายที่คุณอุ้ย(ธวัชชัย) ถ่ายภาพมาให้ดูแล้ว..น่าสนใจครับ
ไม่รู้ว่า จะใช่เครื่องเดียวกันกับที่ร้านแจกันหยก เคยเอาไปโชว์ในงาน
ฉายหนังที่พี่แอ๊ดฉายที่โรงหนังดาวคะนองหรือเปล่า...



จาก: มนัส138
วันที่: 08/04/53 - 10:47 น.
IP Address: 125.24.78.xx
ความคิดเห็นที่ 142
เครื่องเดียวกันครับ...


จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 08/04/53 - 11:49 น.
IP Address: 113.53.179.xx
ความคิดเห็นที่ 143



สวัสดีครับทุกท่าน..
ขอบคุณครับคุณอุ้ย(ธวัชชัย)...ว่าแต่เขาขายเท่าไรครับ

วันนี้มีข่าวกิจกรรมฉายหนังมาฝากครับ....

จาก: มนัส138
วันที่: 09/04/53 - 13:00 น.
IP Address: 125.24.0.xx
ความคิดเห็นที่ 144
คู่ละ 70000 บาท เป็นของค้างสต๊อกไม่ได้ใช้งานเลย(ซีเรียลนัมเบอร์ยังไม่ได้แกะเลย) ใหม่เอี่ยม ถ้าเป็นของมือสองสภาพดี แยกขายเป็นหัว หัวละ 25000 ครับ (คุณเปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์ ก็มีอยู่ 1 หัวเครื่องครับ รุ่นนี้แหละผมเป็นคนแนะนำให้พี่ฯเขาซื้อเอง พี่เปิ้ลได้แรงบรรดาลใจจากการไปงานวันที่ 06 กันยายน ที่หอภาพยนตร์แห่งชาติ เป็นของมือสอง จนป่านนี้พี่เปิ้ลยังไม่ได้เอาไปฉายที่ไหนเลย ยังเก็บไว้ที่บ้าน)......งานนี้หนังเรื่อง"แผลเก่า" ฉายเป็นฟิล์มหรือว่าเป็นเทปยูเมติกครับ เป็นฟิล์มก็จะดีมากๆเลย ถ้าไม่มีฟิล์ม ผมแนะนำคุณมนัสว่า ที่แจ่มจันทร์ภาพยนตร์ จังหวัดอุดรธานี มีฟิล์มหนังเรื่องนี้ด้วย เห็นเขาลงประกาศขายในเวป thaicine.com ครับ..

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 09/04/53 - 15:56 น.
IP Address: 113.53.175.xx
ความคิดเห็นที่ 145
ปล. พูดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้ผมนึกถึงฟิล์มหนังเรื่อง"มหาเฮง" ที่ฉายไม่ได้ ฟิล์มหนามเตยแตก ไม่รู้ว่าที่หอฯเขาซ่อมฟิล์มเสร็จยังครับคุณมนัส ฟิล์มเปราะบางมากแค่ไหน จะเหมือนกับ"แผ่นดินวิปโยค"ที่เพื่อนผมมีอยู่หรือเปล่า อันนี้กระชากเบาๆฟิล์มก็ขาดแล้วครับ

จาก: อุ้ย(ธวัชชัย)
วันที่: 09/04/53 - 16:10 น.
IP Address: 113.53.175.xx
ความคิดเห็นที่ 146
สวัสดีครับคุณมนัส
อยากทราบว่า ภาพยนตร์เรื่อง "วิวาห์พาฝัน"
มีสิทธิ์เป็นดีวีดีเหมือนเรื่อง "เกาะสวาทหาดสวรรค์" บ้างมั้ยครับ

จาก: ศธร
วันที่: 23/04/53 - 13:05 น.
IP Address: 118.174.89.xx
ความคิดเห็นที่ 147
คุณมนัสครับผมทราบมาว่า บริษัท ทริปเปิ้ลเอ็กช์ หยุดทำ วีซีดี หรือดีวีดี

แล้วหรือครับ(ไม่ว่าจะเป็นหนังไทย หรือหนังต่างประเทศ)

จาก: sudpob
วันที่: 25/04/53 - 15:45 น.
IP Address: 118.173.155.xx
ความคิดเห็นที่ 148
เสียดายแย่เลยถ้าทริปเปิลเอกหยุดทำ วีซีดี ดีวีดี แล้วมรดกทางวัฒนธรรมความเป็นไทยรุ่นหลังๆจะได้ทราบเรื่องราวหรือเปล่า..ยังไงก็ขอให้มีกำลังใจทำต่อไปนะครับ...เพื่อ......

จาก: ศ.
วันที่: 25/04/53 - 21:38 น.
IP Address: 110.49.42.xx
ความคิดเห็นที่ 149
อยากสอบถามผู้รู้ครับว่าดาราที่เล่นเรื่องเจ้าพ่อภูเขียวที่เล่นเป็นน้องชายของดวงใจแฟนเก่าสรพงษ์ที่ฉากแรกมีเรื่องต่อยกับลักษณ์อภิชาติบนรถบัสชื่ออะไรครับมีข่าวคราวมั้ยครับ

จาก: สมิงหนุ่ม
วันที่: 17/07/53 - 18:05 น.
IP Address: 118.173.10.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab