Search Latest Topics | Create New Topic  
ใครมีหนังนานาชาติสามารถเอามาลงได้


สวัสดีครับเพื่อน ๆ และหลายคนที่อยากรู้จักกัน ใครมีหนังไม่มว่าจะเป็นออกประเทศไหนสามารถเอามาลงได้นะครับ คุยกันได้เลย 085 4154545

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 31/07/52 - 21:11 น.
หัวข้อที่: E266
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 1
สวัสดีครับ คุณจักรพรรดิ์ ผมเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากเวียตนามเคยเรียนภาษาไทยที่เวียตนามมาก่อน เลยเขียนภาษาไทยได้ ขออนุญาตินำหนังเวียตนามมาลงนะครับ หนังเวียตนาม เรื่อง A buffalo boy เรื่องราวชีวิตน่าสงสารมากคิม ลูกชาวนาที่ยากจนต้องรับภาระนำควายสองตัวสุดท้ายที่พ่อสั่งให้อพยพหนีน้ำท่วมไป เพื่อมุ่งไปหาฝั่งจนได้ ที่นาเขาโดนน้ำท่วมหมด ก่อนเขาจะพาควายสองตัวสุดท้ายหนีนำจนมันตายไปเพราะขาดหญ้าซึ่งถือเป็นอาหารของควาย ผมนำเรื่องราวแค่นี้ล่ะครับ

จาก: Jack Nguyen
วันที่: 31/07/52 - 21:48 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 2



This is Philippenes movies. Super Noypi is faverite best top in Philippenes Country in 2006. Cast by Mark Herras, Kathina Halili , Sandara Park, Jennylyn Mercado,John Prats and Polo Ravales.

จาก: Marlono Garcia
วันที่: 31/07/52 - 22:03 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 3



This is a photo of top younger super model in vienam .Nguyen Thuy Trang is name her. Thank you so much if you do i can show put down in exchange the idea.

จาก: Nguyen tri Trang Van
วันที่: 31/07/52 - 22:08 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 4



นี่ไม่ใช่หนังขออนุญาติลงได้นะครับคุณจักรพรรดิ์ นี่คือคุณ Freddie Aguilar เจ้าของบทเพลง Anak สุดยอดตำนานร็อคจากฟิลิปปินส์ คงไม่ว่านะครับ

จาก: กวิน
วันที่: 31/07/52 - 22:18 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 5
ยินดีครับใครมีอะไรไม่ว่าจะเป็นดาราหรือหนังก็ได้ไม่ว่ากันครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่งผมจะได้รับความรู้เพิ่มเติมแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ขอบคุณครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 31/07/52 - 22:19 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 6



This is a photo of Rvermaya band. A faverite sunger in Philippenes.

จาก: Migel Haras Consana.
วันที่: 31/07/52 - 22:22 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 7



นี่นักร้องมาเลเซียค่ะ Agnes Monica อยู่ในอันดับนักร้องวัยรุ่นท๊อปต้น ๆ ของประเทศมาเลเซีย

จาก: ชารีน่า
วันที่: 31/07/52 - 22:25 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 8



นี่ค่ะสุดยอดนางเอกของฟิลิปินส์ ดู ๆ ไปแล้วเหมือนศิริต้า แจนแซ่นบ้านเรามาก เธอมีชื่อว่า ?ฟพรฟื ฑรอำพฟ สวยมั๊ยคะ

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 31/07/52 - 22:27 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 9
ขอโทษค่ะต่อจากโพสที่แล้ว ดาราฟิลิปปินส์คนนี้เธอมีชื่อว่า Marian Rivera เธอฮ๊อทมากที่ฟิลิปปินส์เคยไปเรียนที่นั่นค่ะ

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 31/07/52 - 22:29 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 10



หนังมาเลเซียครับ เรื่อง Rain Dogs

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 31/07/52 - 22:31 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 11



นี่ตัวอย่างหนังสิงคโปร์ครับ เคยฉายในไทยแล้วไม่ประสบความสำเร็จในยอดขายเรื่อง I not stupid.

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 31/07/52 - 22:34 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 12
เลข IP เดียวกันหมดเลย อเมซซิ่งมั่กๆ


จาก: แบร้
วันที่: 31/07/52 - 22:34 น.
IP Address: 110.49.73.xx
ความคิดเห็นที่ 13



นี่ไงครับนางเอกเวียตนามผู้อื้อแวในครั้งนั้น ฮวาง ลี่ วิงห์ จำได้มั๊ยเอ่ย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 31/07/52 - 22:35 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 14



ยินดีและขอบคุณ แต่น้องจักรพรดิ์ ใช้ชืิ่อตัวเองหมดก็ได้ครับไม่มีใครว่า ไม่้ต้องเปลี่ยนชื่อปลอมตัวหรอกครับ เลขไอดีมันเห็นๆอยู่นะครับ น้อง

พี่ตั้งกระทู้มานานละ นี่คือ สุดยอดดาราอินโดนีเซีย ดังไปไกลในหลายๆประเทศ มากกว่านักแสดงไทยซะอีก

คริสทีน ฮาคิม

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 01/08/52 - 6:49 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 15
ถึงคุณ Jack Nguyen คห.ที่ 1
เป็นคนไทยที่เรียนภาษาเวียดนาม และสนใจเกี่ยวกับหนังเวียดนาม มีหนังเวียดนามหลายเรื่องเหมือนกัน
เรื่อง Buffalo Boy ชื่อภาษาเวียดนามคือ Mua len trau (หมั่ว เลน เจิว) เป็นหนังเวียดนามที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง

Rat vui da gap nguoi Viet tren mang nay.



จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 01/08/52 - 19:36 น.
IP Address: 125.26.186.xx
ความคิดเห็นที่ 16



นี่คำนางเอกลาว เรื่อง สะบายดี หลวงพระบาง


จาก: กวิน
วันที่: 01/08/52 - 21:35 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 17
ขอบคุณครับพี่ฮอ จอง วู ถ้ามีอีกเอาลงให้ด้วยนะครับ ที่ชื่อกวิน เป็นเพื่อนกันครับ ส่วนหญิงเล็กก็น้องสาวเค้า เมื่อวานนี้เจิมช่วยกันลง และก็มีเพื่อนชาวเวียตนามและฟิลิปปินส์ที่เรียนในมหาลัยบ้านเรานี่แหละครับ ผมบังคับมาให้ลงเอง แฮ่ ๆ และผู้หญิงนะเพื่อนๆ กันนี่แหละครับช่วยลงด้วยสามัคคีกันมั๊ยครับพวกผม

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 21:40 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 18



นี่ครับใครเคยอ่านมานีมานะรู้ไว้นะครับ อ.รัชนี ศรีไพรวรรณ ครับ คนแต่งตำราเรียนพวกเราเอง เป็นคนอำเภอยางตลาดจังหวัดกาฬสินธุ์ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 21:46 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 19



ตอนนี้บทถ่ายทำเขียนใกล้เสร็จแล้วล่ะ ( ผมเขียนเองกับมือนะ ) ใช้ชื่อหนังว่า "เราเพื่อนกัน ฉันเพื่อนเธอ" ชื่อภาษาอังกฤษว่า "My Freinds"

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 21:48 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 20



จำได้มั๊ยเอ่ย!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 21:50 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 21



ขอเปลี่ยนเป็นเรื่องบอลนะไมเคิล (ชื่อเล่นคุณไอ้จักรพรรดิ์นี่แหละครับ) เพื่อนสนิทกัน นี่เป็นชุดแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 ครับ ทีมชาติอุรุกวัย 1930

จาก: กวิน
วันที่: 01/08/52 - 21:52 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 22



เอ้านี่แหละใครเคยอ่านดราก้อนบอลมั๊ย นี่แหละคนแต่ง Toriyama Akira ที่ขายดีทั้งหนังสือและสร้างหนังฮอลลีวูด

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 21:55 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 23



ดาราฟิลิปินส์ครับ Jennylyn Mercado รับบทเป็น Lia ในหนังฟิลิปปินส์เรื่อง Super Noypi

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 21:59 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 24



นี่ไงครับโฉมหน้าดาราจอมอื้อฉาวที่มีกับแฟนหนุ่ม Kathina Halili สวยมั๊ย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 22:01 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 25



ชอบม๊ากมากนางเอก น้อง Trang Thanh Ha พระเอกเวียตนามคนนี้ได้ข่าวจากเพื่อนชาวเวียตนามว่าไม่ค่อยเด่นในวงการเท่าไหร่ เพราะเป็นลูกคนรวยในเวียตนาม ทางบ้านมีธุรกิจร่ำรวยอยู่แล้ว ชื่อว่า Loong Manh Hai ไม่รู้ว่าผมจะเขียนภาษาเวียตนามถูกมั๊ยครับ ถ้าผู้หญิงสวยเค้าว่า Dieb Lam อภัยนะถ้าเขียนไม่ถูกช่วยแก้ให้ด้วย เค้าอ่านว่า เดียบ หลัม แปลว่า สวยครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 22:08 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 26



นี่เป็นนักร้องมาเลเซีย วงlสาวๆ Dewi Dewi

จาก: กวิน
วันที่: 01/08/52 - 22:39 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 27



Xin Chao คุณคห.ที่ 1 ให้ภาพดาราเวียตนามให้ดูนะครับ

จาก: Jack Nguyen
วันที่: 01/08/52 - 22:44 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 28



นี่ดาราสิงคโปร์ครับ Fann Wong ในหนังร่วมทุนสร้างของมาเลเซียและสิงคโปร์ เรื่อง "The wedding games" ไม่รู้ว่าจะฉายในเมืองไทยเรารึเปล่าไม่รู้ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 22:47 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 29



ของพม่าก็มีค่ะ

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 01/08/52 - 22:49 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 30



ขอลงต่อคิวหน่อยนะหนูเล็ก ช๊อบ ชอบ นางเอกคนนี้ หลิน ชิน เสีย ไง ไม่ใช่ หลง กิน เสียม นะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 22:51 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 31



เด็ก ๆ ไม่ควรดู หนังเรท R จากประเทศฟิลิปินส์ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 01/08/52 - 22:53 น.
IP Address: 113.53.72.xx
ความคิดเห็นที่ 32
ครับๆ ถ้ามีโอกาส ก็ลงภาพเพื่อนๆ นานาชาติและเพื่อนคนไทยให้ดูกันมั่ง จะได้รู้จักกันไว้ คนที่นี่กันเองครับ ใจรักหนังไทยและหนังอื่นๆครับ

แล้วก็น้องจักรพรรดิครับ นายลงรูปตัวนายรูปอื่นๆ ให้พวกเีราพี่ๆน้องๆเพื่อนๆ ไทยฟิล์มยลบ้างสิครับเห็นว่าจะทำงานวงการ ทำไมมีรูปเดียวละ ขอชัดๆ นะครับ คนที่นี่กันเอง ไม่มีไรต้องปิดบังน้าาาา


จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 02/08/52 - 1:27 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 33
นางเอก ลาว จาก "สะบายดี หลวงพระบาง" ชื่อ คำลี่ พิลาวง ครับออกจะดังนะ

รูปนางเอกพม่าคนนี้ ดังที่สุด ของนางเอกพม่าปัจจุบัน แต่เล่นละคร และหนังแผ่นมา่กกว่า รายละเอียด มีรูปและข้อมูล ที่กระทู้ คุณ ปาริชาติ บริสุทธิ์ ตอนที่ ๒ ครับ

พี่เพิ่งไปงานภาพยนตร์ตลกโลก ที่ กทม มาสองสามเดือนก่อน ถ่ายกับ แจ็ค นีโอ ผกก แฟนน์ หว่อง นางเอก และพระเอก คริสโตเฟอร์ ลี จาก The Wedding Game มาครับ ไว้จะเอามาลงให้ดูนะ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 02/08/52 - 1:30 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 34
คุณจักรพรรดิ์ ภาษาเวียดนามสวยมากใช้ว่า đẹp lắm อ่านว่า "แด็บ หลำ" แล้วมีอีกคำหนึ่ง xinh (ซิง) มักจะใช้คู่กับ đẹp ด้วย

ไม่ทราบน้องจักรพรรดิ์เรียนอยู่ใน ม. ภาคอีสาน อีกเปล่า เห็นมีลงรูปอาจารย์ที่บอกว่าเป็นคนอำเภอ ยางตลาด กาฬสินธ์ ถ้ามหาวิทยาลัยใกล้ ๆ แถวนั้น ก็จะมี ม.มหาสารคาม

พี่เป็นคนกรุงเทพฯ ตอนนี้เรียนอยู่ ป. โท ภาษาเวียดนามที่ ม.มหาสารคาม ถามว่าทำไมต้องไปเรียนถึงนั้น ก็ขอตอบว่าเป็น มหาวิทยาลัยในไทยที่เดียวที่เปิดการเรียนการสอนในระดับสูงกว่าป. ตรี ที่เป็นหลักสูตรภาษาเวียดนาม และส่วนตัวสนใจด้านภาษาและวัฒนธรรมเวียดนามอยู่แล้ว ก็มีเอกสารและ dvd หนังเวียดนามพอสมควร ถ้าว่าง
จะมาช่วยลงเกี่ยวกับในส่วนของหนังเวียดนาม แลกเปลี่ยนกันนะ

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 02/08/52 - 9:46 น.
IP Address: 202.28.35.xx
ความคิดเห็นที่ 35
*โปสเตอร์หนังเวียดนามที่น้องลงมา คห. ที่ 25 เห็นตัวอักษรตัวใหญ่ตรงกลางคิดว่าคงเป็นชื่อหนัง อ่านว่า " แดบ ตึ่ง ซังติเมต" แปลได้ว่า "สวยทุกเซนติเมตร" *
* ระบบหน่วยวัด เมตริก คือ เซนติเมตร เมตร ต่าง ๆ เป็นระบบวัดที่เกิดจากประเทศฝรั่งเศส ดังนั้นชื่อหน่วยวัดพวกนี้จึงเป็นคำภาษาฝรั่งเศสทั้งสิ้น เวียดนามได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสจึงอ่านออกเสียงคำที่ยืมจากฝรั่งเศสพวกนี้ ใกล้เคียงกับเสียงจริงในภาษาฝรั่งเศส และระบบหน่วยวัดที่เวียดนามหรือประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสเขาจะใช้ระบบเมตริกเพียงระบบเดียวเท่านั้น

ต่างจากไทย ที่ใช้ทั้งระบบแบบอังกฤษ คือ ปอนด์ ไมล้ นิ้ว ฟุต (จำชื่อระบบไม่ได้) รวมทั้งระบบเมตริกผสมกัน
ส่วนประเทศที่ใช้ภาษาและวัฒนธรรมอังกฤษ เช่น อังกฤษ อเมริกา ... เป็นต้นก็ใช้ระบบการวัด เป็น นิ้ว ฟุต ไมล์ ...... เป็นหลัก อันนี้หลายคนคงทราบกันอยู่แล้ว


จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 02/08/52 - 9:56 น.
IP Address: 58.147.85.xx
ความคิดเห็นที่ 36




อยากดูเรื่องนี้ครับ อ่านเรื่องย่อแล้ว น่าดูมากๆ
คอหนังคุณภาพ คงไม่พลาดกันนะครับ

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/08/52 - 13:04 น.
IP Address: 61.90.104.xx
ความคิดเห็นที่ 37
ยังมีฉาย ที่เครือเอเพ็กซ์ลิโด ครับ หนังตัวแทนญี่ปุ่น ได้รางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปีล่าสุด จะออกแล้ว นัดไปดูกันไหมพี่ พี่ขิงก็ดูแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ดูเลยครับ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 02/08/52 - 13:14 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 38

ขอบคุณครับ โตโต้
เดี๋ยวขอเคลียร์คิวอีกที
วันศุกร์นี้ คงยังไม่ออกนะ

จาก: อ๊อด
วันที่: 02/08/52 - 13:18 น.
IP Address: 61.90.104.xx
ความคิดเห็นที่ 39



Diana Zubiri ครับสุดยอดเซ็กซี่สตาร์จากฟิลิปปินส์

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:36 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 40
หนัง Rate R จากฟิลิปปินส์ครับ เด็กไม่ควรดูนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:41 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 41



ต่อจาก Comment ที่แล้วครับ โทษทีลืมใส่ภาพครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:42 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 42



ของแท้ครับทีนี้หนัง Rate R เอาภาพให้ดู

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:44 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 43



นี่ครับโฉมหน้าผู้กำกับเรื่อง "ครูบ้านนอก" ทั้งฉบับเก่าและฉบับใหม่ ป๋าสุรสีห์ ผาธรรม พี่ชายอาจารย์อ๋อง สุพงษ์ ผาธรรม อาจารย์ไผท พี่อ๊อด

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:47 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 44



นี่ก็อาจารย์เผ่าไท วงศ์เหลา ผมก็คนหนึ่งแหละครับไปแย่รังมดแดงอาจารย์แตก จนอาจารย์ตัดสินใจเขียนเพลงลูกทุ่งดังให้เกษม คมสันต์ได้ร้อง คือเพลง "ได้รักก็พอ" "ไอ้หนุ่มตลาดนัด" ปัจจุบันเพลงพวกนี้ก็อยู่ในลิขสิทธิ์ของชัวร์ ออดิโดครับ ผมอยู่ในทีมงานคนทำเพลงมาก่อนครับเคยอยู่เบื้องหลัง ถ้ามีดอกาสจะเอารูปอาจารย์สวนสวรรค์ พรทิพย์ อาจารย์คนแรกที่ผลักดันให้มนต์แคน แก่นคูณ ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องดังของแกรมมี่ในปัจจุบันนี้ล่ะครับ ยังมีเพื่อน ๆ ศิลปินหลายท่านที่เป็นนักร้องที่คุ้นเคยกัน ทั้งที่เคยดังมาแล้ว และกำลังจะเกิดจะเอามาลงให้ดู

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:53 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 45
ขอบคุณทุก ๆ ท่านมากครับ เอามาลงได้ครับไม่ว่าจะเป็นหนังชาติไหน เก่าก็ไม่เป็นไรเอามาลงให้ดูเยอะ ๆ ครับ ขอบคุณมาก ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นหนัง เป็นเพลงหรืออะไร ๆ ที่หาดูยากอย่างไอ้โจ๊กคุณกวินเพื่อนผมเอาภาพชุดแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งที่ 1 ผมก็ชอบเหมือนกันครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 20:58 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 46



ถึงพี่แฟนหนังและเพลงเก่า ผมจบนานแล้วครับที่สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาครับ เคยร่วมงานกับดาราไทยดัง ๆ หลายคน ผมเป็นคนแถวภาคอีสานนี้แหละครับพี่ ไม่แน่คนสอนภาษาเวีตนาของพี่อาจเป็นเพื่อนกับ Thanh เพื่อนผมที่เรียนม.โท อยู่บ้านสมเด็จก็ได้นะ ผมอาจบังเอิญโชคดีที่รู้จักคนในวงการบันเทิงโดยไม่ได้ตั้ง เลยมีโอกาสได้ทำงานวงการ พอดีกำลังจะทำสารคดีเกี่ยวกับเวียตนามพอดีตอนนี้ปรึกษาอาจารย์ก่อน เพราะผมก็ยุ่งยากเกี่ยวกับบทหนังอยู่ ถ้าพี่ว่างก็มาเยี่ยมผมได้ (ถ้าผมว่างเหมือนกันนะพี่) เพื่อนผมคนลาว คนเวียตนามก็เยอะ ถ้าพี่ไม่รังเกียจชอบเที่ยวแบบ Home stay โดยไม่ผ่านไกด์บอกผมได้ ผมไปเวียตนามโดยไม่เคยผ่านไกด์ซักทีครับ เคยนั่งรถตั้งแต่เวียงจันทร์ไปฮานอย ใช้เวลาร่วม 20 ชั่วโมงก็ไปมาแล้วครับ เอ้อลืมบอกไปตอนนี้ท่านฑูตที่ฮานอยคือคุณป็อก กิตติพงษ์ ณ ระนอง น้องชายของอดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย กิตติรัตน์ ณ ระนอง ไงครับ ส่วนท่านกงศุลทางโฮจิมินห์คือคุณประวิทย์ ชัยมงคล ครับอยากเที่ยวบอก เอ้าผมเอาภาพนักร้องดังของเวียตนามให้ดูครับ Nguyen Phi Hung

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 21:19 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 47



นี่ล่ะที่ปรึกษาผมอาจารย์ดาว นคร พี่ชายคุณนพดล ดวงพร ที่เคยเป็นครูใหญ่เรื่องครูบ้านนอก อาจารย์ยังบ่นอยู่ว่าหนังเขียนบทถ่ายเป็นหน้าแล้ง แต่ฝนตกท่วมกองถ่ายตลอด น่าจะรออกพรรษาจะได้ถ่ายทำง่าย ไม่รู้อาจารย์อ๋อง สุพงษ์ ผาธรรม อาจารย์ไผท ป๋าสุรสีห์ ผาธรรมจะว่ายังไง แล้วแต่ดวงชะตาครับไม่รู้หนังจะเปิดกล้องได้มั๊ย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 21:25 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 48



ไมเคิลบังคับให้ช่วยลงครับ ตามใจช่วยเพื่อนมันหน่อยครับเป็นเหตุการณ์ในหนังมาเลเซียเรื่อง Rain Dogs ครับ

จาก: กวิน
วันที่: 02/08/52 - 21:38 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 49



เพื่อนกันกับไมเคิลขอลงหนังมาเลเซียด้วยครับ

จาก: เอก
วันที่: 02/08/52 - 21:45 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 50



คุ้นมั๊ยพระเอก เหมือนดาวร้ายในหนังไทยบ้านเรา ก็พี่เค้าล่ะ Johnny Nguyen จากต้มยำกุ้ง และ 5 หัวใจฮีโร่ และละครช่อง 3 ดิน น้ำ ลม ไฟ พอจำประวัติคร่าว ๆ พี่เค้าได้ว่าเกิดที่ Binh Dung แต่ไม่ทราบวันเกิด แกลงแต่ว่าแกเกิดเดือนตุลาคม ปี 1974 ครับ โษทีนะรูปเพื่อนชาวต่างชาติไม่สามารถเอามาลงได้หลายภาพ เพราะไฟล์ใหญ่เกินกว่าขนาดที่ตั้งไว้ครับ วันหลังจะเอามาให้ดู เพื่อนชาวฟิลิปปินส์ที่สนิทกันคือพี่มาร์โลโน่ การ์เซียครับ อดีตพี่เค้าเคยอยู่วงออโตบาห์นกับพี่ป้อมไง พี่แกจะเป็นมือกีตาร์ครับ ปัจจุบันได้ว่าว่าเล่นดนตรีอยู่ ก็ไม่ทราบว่าแถวไหน ไม่มีเวลาติดต่อกันครับเพราะต่างคนก็ต่างยุ่งกันอยู่

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 21:54 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 51



นี่ก็ไม่ได้เห็นกันนานเพื่อนเก่านายเจสัน ไงมาโผล่ได้ในหนังไทย 666 ตายไม่ได้ตาย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 22:02 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 52



จำได้มั๊ยอดีตแมงมุมสาวพี่จุ๋ม แสงระวีย์ อัศวรักษ์ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 02/08/52 - 22:05 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 53



เอ้าพระเอกนางเอก จำรัส สุวคนธ์กับมานี สุมมนัฏรุ่นยายเอ็งแล้วล่ะไมเคิลเอ๊ย เมื่อไหร่จะนอนซะที ยัยหมวยคนจีนทิ้งเมื่อปลายปียังไม่ลืมเหรอวะ มีแฟนใหม่แล้วยังคิดถึงหล่อนอีกเหรออ้วนก็อ้วน เพื่อนเอ๊ยคนจะนอนดันปลุกมาให้ลงภาพให้

จาก: กวิน
วันที่: 02/08/52 - 23:40 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 54
ถึง น้องจักรพรรดิ์ พี่ก็ไปเที่ยวเวียดนามหลายครั้งแล้วเหมือนกัน ส่วนมากก็ไปเอง ไปคนเดียวหลายครั้ง มีเพื่อนอยู่ที่นั่นบ้าง

พี่รู้จักคนเวียดนามคนหนึ่งที่เรียน ป. โท อยู่ราชภัฎบ้านสมเด็จ ชื่อ Xuan (เซวียน) เป็นผู้หญิง ไม่ทราบน้องรู้จักหรือเปล่า

หนังเวียดนามที่ Jonhny Nguyen เล่น พี่ก็มี DVD อยู่ เช่น
เรื่อง The First Morning (Buoi sang dau Nam ) 2004 ,

Hon Trung ba Da Hang Thit เป็นต้น

อยากติดต่อ โทรหาพี่นะได้ 085-0712904
tammiemukui@yahoo.fr





จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 03/08/52 - 10:57 น.
IP Address: 58.147.126.xx
ความคิดเห็นที่ 55



เอ่ยถึงหนังจากประเทศเวียดนาม ชื่อที่นึกถึงเป็นลำดับแรกๆ คงไม่พ้น The Scent of Green Papaya (1993) ของ ตรัน อาน ฮูง (Tran Anh Hung) กับ Three Seasons(1999) ของ โทนี่ บุย(Toni Bui)

เรื่องแรกแม้จะเป็นตัวแทนเวียดนามเข้ารอบสุดท้ายรางวัลออสการ์หนังภาษาต่างประเทศ แต่ตัวหนังน่าจะเรียกว่าเป็นหนังฝรั่งเศสมากกว่า เพราะนอกจากจะมีบริษัทสร้างหนังสัญชาติฝรั่งเศสหลายบริษัทอยู่เบื้องหลังแล้ว หนังที่มีฉากหลังเป็นกรุงไซง่อน ประเทศเวียดนาม เรื่องนี้ ยังถ่ายทำในฝรั่งเศสทั้งเรื่องอีกด้วย

ขณะที่ Three Seasons แม้จะถ่ายทำในเวียดนามและใช้นักแสดงในพื้นที่ แต่เป็นที่รับรู้กันว่านี่คือหนังอิสระสัญชาติอเมริกันเรื่องแรกที่ถ่ายทำในเวียดนาม

นอกจากนี้ ผู้กำกับฯทั้ง 2 คนคือ ตรัน อาน ฮูง และโทนี่ บุย คือชาวเวียดนามที่อพยพตนเองไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ยังเล็กๆ โดย ตรัน อาน ฮูง ซึ่งเกิดในปี 1962 ย้ายมาอยู่ฝรั่งเศสตอนอายุ 12 ขวบ ส่วนโทนี่ บุย เกิดปี 1973 ย้ายมาเป็นพลเมืองอเมริกันตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ดูจากช่วงเวลาแล้วจะเห็นได้ว่าทั้งสองอพยพออกนอกประเทศเพื่อหนีภัยสงครามกลางเมืองก่อนที่เวียดนามเหนือจะยึดครองไซง่อนได้ในปี 1975 นั่นเอง

ดังนั้น แม้จะเกิดในเวียดนาม แต่ก็เป็นคนเวียดนามที่เติบโต เล่าเรียน และใช้ชีวิตแบบชาวตะวันตกแทบจะตลอดชีวิต
เมื่อ 2 ปีก่อน มีหนังฝีมือผู้กำกับฯชาวเวียดนามซึ่งอพยพไปอยู่ต่างแดนโดดเด่นขึ้นมาในระดับนานาชาติอีกเรื่องหนึ่ง เคยฉายในบางกอกฟิล์มเมื่อปีกลาย และเป็นตัวแทนเวียดนามเข้าชิงออสการ์หนังภาษาต่างประเทศเมื่อต้นปี

Buffalo Boy หรือ Mua Len Trau เป็นงานกำกับฯเรื่องแรกของ มีน เหวียน-วอ (Minh Nguyen-Vo) หนุ่มใหญ่ชาวเวียดนามซึ่งอพยพมาอยู่ฝรั่งเศส ก่อนจะไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์ จากยูซีแอลเอ สหรัฐ จากนั้นจึงกลับเข้าไปเรียนด้านเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ในสถาบันเดิมอีกครั้งหนึ่ง

มีนเล่าถึงเหตุที่เขาสนใจมาทำหนังเป็นเพราะในวัยเด็กขณะที่ยังอยู่ในเวียดนาม เขาชอบหลีกหนีความวุ่นวายร้ายกาจของสงครามด้วยการเข้าไปอยู่ในโรงหนัง แม้ว่าจะไม่ได้เข้าใจกับเรื่องราวตรงหน้าเท่าไรนัก เพราะหนังทุกเรื่องพากย์ภาษาฝรั่งเศส แต่ภาพเคลื่อนไหวสุดแสนมหัศจรรย์ที่ได้เห็นทำให้เด็กน้อยอย่างเขาหลงใหลประทับใจนับแต่นั้น

มีน เหวียน-วอ เขียนบทหนัง Buffalo Boy โดยได้แรงบันดาลใจจากเรื่องสั้นชุด Scent of the Ca-Mau Forest ของ ซอน นาม(Son Nam) นักเขียนชาวเวียดนาม ซึ่งมีนอ่านตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ภาพภูมิประเทศในชนบทที่มีน้ำท่วมสูงตลอดระยะเวลาหลายเดือนในหน้าน้ำราวกับเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ รวมถึงภาพชาวนาที่ต้องดิ้นรนอยู่รอดในสภาพเช่นนั้น ฝังแน่นในความทรงจำของมีนตลอดมา กระทั่งถ่ายทอดออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ในที่สุด

หนังจับภาพชนบททางใต้ของเวียดนามโดยย้อนไปยังทศวรรษที่ 40 ขณะที่เวียดนามยังอยู่ภายใต้การยึดครองของฝรั่งเศส คิม เด็กหนุ่มลูกชาวนาได้รับมอบหมายจากพ่อให้พาควาย 2 ตัวลุยน้ำขึ้นไปยังที่สูงเพื่อหาหญ้าให้ควายกินก่อนที่มันจะอดตาย หลังจากที่น้ำท่วมนาจนไม่เหลือผืนดินให้หญ้าแทรกตัว

คิมอยู่กับพ่อและแม่ผู้แก่เฒ่า หาเลี้ยงชีพด้วยการทำนาบนที่นาคนอื่น ควาย 2 ตัวคือสมบัติที่มีค่าที่สุดและเป็นเครื่องมือทำกินเพียงอย่างเดียว แม่พยายามยุให้พ่อขายควายทิ้งเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ แต่พ่อกับคิมไม่ยอม ทั้งสองยังหวังว่าน้ำลดเมื่อไรจะทำนาขายข้าวมาใช้หนี้ให้หมด

ระหว่างทาง คิมต้องติดสอยห้อยตามคาราวานคนเลี้ยงควายที่มีลาพเป็นหัวหน้า อาชีพคนเลี้ยงควายว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากแก๊งนักเลง พวกเขาต้องเร่ร่อนไร้หลักแหล่ง คอยระแวดระวังภัยจากคนเลี้ยงควายกลุ่มอื่น บุคลิกของหัวหน้าคนเลี้ยงควายแห่งท้องน้ำอย่างลาพจึงดูน่ากลัวราวกับหัวหน้าโจรสลัดในท้องทะเล อย่างไรก็ตาม กับเด็กหนุ่มที่มาร่วมขบวนอย่างคิม ดูเหมือนลาพจะเก็บงำความลับอะไรบางอย่างไว้
คิมกลับมาบ้านพร้อมควายที่เหลือเพียงตัวเดียว พ่อจึงขายมันทิ้งโดยไม่ฟังคำทัดทานของคิม เมื่อไร้เครื่องมือทำกินและที่อยู่เสียแล้ว ครอบครัวจึงกระจัดพลัดพรากกันไปคนละทิศละทาง

...ราวกับจมหายลงไปใต้ท้องน้ำกว้างใหญ่ที่กลืนกินชีวิตมาแล้วนับไม่ถ้วน

หากเปรียบเทียบ Buffalo Boy กับหนังที่ใช้ฉากหลังเป็นเวียดนามอย่าง The Scent of Green Papaya และ Three Seasons ที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว จะพบว่า Buffalo Boy ให้ความรู้สึก “เป็นเวียดนาม” มากกว่า แม้ว่าทั้งสามเรื่องจะเป็นผลงานกำกับภาพยนตร์ของคนเวียดนามที่โยกย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศตะวันตกเหมือนกัน

อะไรคือ “ความเป็นเวียดนาม” ที่พูดถึง...ผู้เขียนยอมรับตามตรงว่าระบุออกมาชัดๆ ไม่ได้ บอกได้แต่เพียงว่าดู Buffalo Boy แล้วสัมผัสได้ถึงชีวิตของชาวเวียดนามมากกว่าอีก 2 เรื่อง อาจเป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้ใช้ฉากในชนบท ซึ่งปัจจุบันชนบทของเวียดนามไม่ได้แตกต่างจากในหนังเท่าใดนัก อีกทั้งการนำเสนอภาพชีวิตสามัญธรรมดาด้วยท่าทีซื่อตรงไร้จริต ให้ความรู้สึกจริงใจมากกว่า

หนังถ่ายทำในชนบทในช่วงหน้าน้ำจริงๆ ภาพน้ำท่วมที่ราบลุ่มสูงกว่าศีรษะครอบคลุมบริเวณกว้างนั้น คนไทยที่อยู่ไม่ไกลจากเวียดนามยังไม่เคยสัมผัสพบเห็น ไม่แปลกถ้าฝรั่งจะตื่นเต้นกับหนังเรื่องนี้ ที่สำคัญ ภาพท้องน้ำกว้างไกลเห็นทิวเขาอยู่ไกลลิบ นอกจากจะแปลกตาแล้วยังดูงดงามอย่างยิ่ง ขณะเดียวกัน ผืนน้ำที่ขุ่นข้นสูงท่วมศีรษะในบางภาพบางฉากก็ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามหวาดหวั่น ช่วยสื่อถึงความเชื่อเรื่องเทวดาฟ้าดินที่หนังกล่าวถึง

นอกจากนี้ ยังมีภาพคาราวานฝูงควายกว่า 200 ตัว เดินลุยน้ำปริ่มปาก โดยมีคนเลี้ยงคอยต้อน กับคนที่เป็นหัวหน้าคอยสั่งการอยู่บนเรือ เป็นอีกฉากหนึ่งที่น่าประทับใจและหาดูยาก เพราะปัจจุบันคนเลี้ยงควายเหลือเพียงกลุ่มเล็กๆ พวกเขาใช้เรือยนต์เป็นพาหนะ ไม่ใช่เรือสำปั้นแบบในหนัง อีกทั้งชาวบ้านหาหญ้าให้ควายได้เองแล้ว จึงไม่ต้องฝากควายให้คนอื่นเลี้ยงอีก ความดีเด่นน่าประทับใจด้านภาพทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้แก่ อีฟ คาป์ ผู้กำกับภาพชาวฝรั่งเศส
การที่หนังเล่าเรื่องวิถีดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดท่ามกลางท้องน้ำโอบล้อมโดยใช้ฉากหลังเป็นช่วงเวลาที่ฝรั่งเศสยังยึดครองเวียดนาม ก่อนที่ญี่ปุ่นจะขับไล่ฝรั่งเศสและยึดครองแทน ก็เพื่อเปรียบเทียบกับภาพของคนเวียดนามทั้งมวลที่ต้องยืนหยัดด้วยตนเองไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สภาพปัญหาหรือภาวะกดดันเช่นใด

มีน เหวียน-วอ ผูกร้อยเรื่องราวเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของผู้คนและครอบครัว ณ ท้องน้ำแห่งชนบท ได้อย่างงดงาม โดยสื่อถึงกระแสชะตากรรมของผู้คนที่เกาะเกี่ยวกันดั่งสายน้ำ แต่สายน้ำเดียวกันนี้เองได้กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างเช่นกัน ถึงกระนั้น สิ่งที่สูญหายไปในกระแสชะตากรรมใช่ว่าจะหายลับไปตลอดกาล ยังมีช่วงเวลาแห่งการฟื้นคืนรอคอยอยู่ ดังเช่นฤดูกาลที่ผันเวียนเปลี่ยนแปลงทุกรอบปี

เพราะทุกสิ่งผ่านมาแล้วต้องผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นผู้ยึดครอง ท้องน้ำ หรือแม้กระทั่ง...ชีวิต

หมายเหตุ ห้ามใช้คำเสียดสีในกระทู้ของผมใครก็ตาม เพราะเขตนี้เป็นเขตรักษามารยาทในการใช้ภาษา คงรู้นะครับทุกท่านที่ร่วม



จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 13:34 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 56
ถึงพี่คอเพลงและหนังเก่า สงสัยจะใช่ครับเค้าเป็นเพื่อนกับ Thanh xuan หรือเปล่าผมไม่รู้ แต่เห็น Thanh เค้าเรียกว่าอย่างนั้นครับ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ต่อโทครับ เพราะยังยุ่งกับงาน ถังกระสุนยังไม่เห็นครับ วันหลังผมจะส่งรูปผู้หญิงเวียตนามคนนั้นให้ดูด้วย อาจเป็นคนเดียวกันที่พี่รู้จัก และเป็นเพื่อนกับเพื่อนผู้หญิงของผมชาวเวียตนามก็ได้ โลกแคบจริง ๆ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 13:41 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 57
รอบบ่ายพอแค่นี้ก่อนพี่น้องทำงานก่อน เก็บตังค์ไว้ต่อโท เป้าหมายก็ฟิลปินส์ เวียตนาม มาเลเซียนี่แหละเป็นต่างประเทศที่พอมีเงินไปเรียนได้ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 13:48 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 58



นี่ก็นักร้องจากลาวคนหนึ่ง ติ่ง ไพลาวัณ เคยไปแสดงร้องเพลงที่โตเกียวมาแล้วครับ คิดถึงพี่ต๋อย สมจิตร บ่อทองจริง ๆ เลย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:26 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 59



ร่วมแจมหน่อยครับ ขอแทรกเป็นทีมฟุตบอลไทยชุดโอลิมปิกที่เม็กซิโก 1968

จาก: กวิน
วันที่: 03/08/52 - 21:38 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 60



ผลงานโปรดิวเซอร์ที่จัดทำโฆษณาชุดนี้คือพี่ นุช สุกัญญา โตสุวรรณ อยากเจอตัวคุณเหมือนกันนะคุณนุช เห็นแต่ผลงาน ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้วมั้งครับ พี่นุชอยู่ไหครับ!!!!!!!!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:42 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 61



วงนี้เป็นนักร้องจากประเทศมาเลเซียครับ ผมไปอยู่หลายเดือนฟังก็เพราะดีนะ แต่ไม่ใช่วง Top เท่าไหร่ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:44 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 62



วงนี้ Bamboo จากประเทศฟิลิปปินส์ครับ เคยมาร้องกับวง Rivermaya ที่บ้านเราในงาน Pattaya Music Festival ครั้งหนึ่งช่วงปี 2005 หรือ 2006 นี่แหละครับ เป็นวงระดับ Top ของฟิลิปปินส์ในแนวร็อค แต่ยังเป็นเบอร์สองสำหรับวง Rivermaya ที่ตั้งวงมานานถึง 15 ปีครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:49 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 63



Poster หนังลาว ที่คนไทยสร้างให้ครับ ได้ข่าวจากเพื่อนทีมงานโน่นที่ชื่ออาร์มว่า บ้านอยู่แถว ๆ พระธาตุหลวง เป็นคนเวียงจันทร์เรียนที่จีนว่างั้นเถอะ เอ้าลงให้นะเพื่อน

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:52 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 64



หนังญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:54 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 65



อย่างหนังเวียตนามเรื่อง Suchbeauty

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 21:58 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 66



นี่คือ Sunu นักร้องนำวง Matta Band จากประเทศมาเลเซีย เป็นวงร็อคอันดับหนึ่งของประเทศมาเลเซีย กับเพลงฮิตอันดับหนึ่งคือ Ketahuan ผมฟังตอนอยู่มาเลเซียหลายเดือนเหมือนกัน เพลงนี้ฮิตช่วงปี 2007 นี่แหละครับ ไม่รู้ความหมายของเพลงว่าอย่างไร แต่นางเอกมิวสิคสวยมาก แต่หลายใจชอบหมดทั้งวงตั้งแต่มือกลอง มือกีตาร์ จนถึงนักร้องนำ มีภาพถ่ายเป็นพยานให้เห็นตอนจบด้วย คำว่า Ketahuanมีความหมายเหมือนภาษาปักษ์ใต้ว่าคนขี้หก ถ้าจะบอกรักสาวจะพูดว่า Saya sebigan Awak แปลว่าผมรักคุณไงครับ!!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 22:06 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 67



โทษทีบอกผิดคำว่าจะบอกรักสาวเป็นภาษามาเลเซีย เราจะพูดว่า Saya sebikan Awak แปลว่าผมรักคุณ เอ้าโพสเตอร์หนังเด็ก ๆ จากประเทศสิงคโปร์ไปดูหน่อยครับ ขอโทษนะหนังลาวที่ผมเคยดูเป็นหนังทุนสร้างสูงสุดก็ว่าได้ เรื่อง "ขัวพระยาช้าง" เค้าไม่มีชื่อภาษาอังกฤษ เป็นหนังร่วมทุนสร้างระหว่างเวียตนามกับลาว ใช้งบสร้างถามเค้าในลาวเค้าว่า 7,000 ล้านกีบ ( 28 ล้านบาท ) เป็นประวัติศาสตร์หนังเลยก็ว่าได้ นักแสดงพระเอกของเรื่องไม่ใช่คนครับ ดันเป็นช้าง นางเอกเป็นชาวเวียตนาม จำชื่อไม่ได้ไปโตที่ฝรั่งเศส ถ้าผมไปนมัสการพระธาตุหลวงเวียงจันทร์อีกในช่วงออกพรรษา (ถ้าว่างนะ) จะเอาลงมาให้ดูครับ ได้ไปดูที่โรงหนังของลาวมาแล้วครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 22:14 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 68
ขอร้องผู้อ่านและผู้ที่จะนำข้อมูลมาลงในกระทู้นี่ ถ้าไม่รู้จริงอย่าเดาส่ง เพราะข้อมูลคุณอาจผิดพลาดทำให้ผู้ที่เค้าสนใจศึกษาได้รับข้อมูลผิดพลาดไป

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 22:17 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 69
ถึงพี่คอเพลงและหนังเก่า ความจริง Jack Nguyen เค้าเป็นคนเวียตนามก็จริงครับ แต่เค้าถือสัญชาติอเมริกันครับ ผมเก็บหล่นได้ตอนไปเจอกันกับอาจารย์เค้าที่สะหวันนะเขต พอดีผมรู้จักกับอาจารย์คนหนึ่งชื่อ ยง กู แอ็ม เคยสอนอยู่ทางภาคใต้ของเวียตนาม ในมหาลัยโฮจิมินห์ครับ ผมไปหาอาจารย์แอ็ม ( ขออนุณุญาตเรียกแบบคนคุ้นเคยกัน ) ท่านผิดหวังจากการมีครอบครัวมาบวชที่ลาว ได้ภาษาจีนกลางด้วย พูดลาวก็ได้ ภาษาไทยก็ได้ ตอนนี้ท่านบวชแล้วครับ (ไม่ยอมสึก) Jack Nguyen โฮจิมินห์เค้าเรียนภาษาไทยกับคนไทยที่อเมริกาเลยเขียนภาไทยได้ด้วย เค้ามารู้จักอาจารย์แอ็มเพราะให้อาจารย์เป็นไกด์ทำสารคดีเวียตนาม พอดีอาจารย์แอ็มแนะนำให้รู้จัก เราเลยรู้จักกัน เค้าตัวประมาณผมนี่แหละ แต่สูงไม่เท่าผมหรอก ผมสูงพอ ๆ ประมาณอนันดา พี่โก้ นฤเบศน์ พี่เป้ ไฮร็อคนี่แหละครับ ก็ 175 ซม.เนาะ เอ้าล่ะวันหลังผมจะติดต่อด้วย ยังไงก็ขอบคุณมาก ผมมีเบอร์อาจารย์แอ็มอยู่ แต่เป็นเบอร์ลาวนะครับ +856205866443 ตอนนี้ท่านอยู่ที่วัดในตัวเมืองสะหวันนะเขตประเทศลาวครับ แต่ผมก็เล่น ๆ ๆปทั่วอีสานก่อนจะเข้ากองถ่ายอีกไม่กี่วัน คุยกันได้ครับ หรือส่งข้อมูลให้อีกเมลล์ของผมก็ได้
michael.jk4545@gmail.com เมลล์นี้จัดส่งข้อมูลได้เยอะหน่อย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 03/08/52 - 22:35 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 70



หนังที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดในโลก

จาก: แดน
วันที่: 03/08/52 - 23:59 น.
IP Address: 124.121.217.xx
ความคิดเห็นที่ 71



หนึ่งในหนังของสุดยอดผู้กำกับขั้นเทพ อิงมาร เบิร์กแมน

จาก: เอก
วันที่: 04/08/52 - 0:02 น.
IP Address: 124.121.217.xx
ความคิดเห็นที่ 72



ภาพจากหนังสยองขวัญคลาสสิก Frankenstien

จาก: ชัย
วันที่: 04/08/52 - 0:04 น.
IP Address: 124.121.217.xx
ความคิดเห็นที่ 73



หนังเสียดสีเรื่องเยี่ยม ที่มาของคำว่า ปาปารัสซี่

จาก: ยศ
วันที่: 04/08/52 - 0:06 น.
IP Address: 124.121.217.xx
ความคิดเห็นที่ 74



งานยุคแรกของอากิระ คูโรซาวา ต้นแบบ Star Wars

จาก: พจน์
วันที่: 04/08/52 - 0:07 น.
IP Address: 124.121.217.xx
ความคิดเห็นที่ 75



หนึ่งในหนังคลาสสิกของผู้กำกับในตำนาน ฟรังซัวส์ ทรุฟโฟต์

จาก: แสน
วันที่: 04/08/52 - 0:10 น.
IP Address: 124.121.217.xx
ความคิดเห็นที่ 76
เมื่อคืนแปลก ๆ ได้ไงครับ ได้ดูหนัง Nepal ทางเคเบิ้ลท้องถิ่นจากจังหวัดหนึ่งริมฝั่งแม่น้ำนานาชาติที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จำได้ว่าชื่อเรื่อง "I need the third" ผมดูเรื่องราวจำเหตุการณ์ได้ว่า โอรา เป็นเด็กยากจนในเนปาล เขาดิ้นรนเรียนหนังสือเพื่อหนีความยากจน และต้องการให้พ่อกับแม่มีกินมีใช้ เข้าทำงานตั้งแต่ยังเด็กต่อสู้ชีวิตในวัยเพียง 12 ปี เรื่องราวทำให้เค้าหันต่อสู้ชีวิตเมื่อวันหนึ่ง ราลาล น้องสาวของเค้าอยากวิ่งแข่งขันมาราธอนที่โรงเรียนจัดขึ้น แต่ทางบ้านเค้ายากจนมาก ขนาดจะกินยังไม่มี ทำให้เค้าคิดหนักเพราะรักน้องสาวมาก และไม่อยากให้น้องสาวน้อยหน้าเพื่อนฝูง จนเขาเผลอเดินออกไปในตลาดเห็นแผ่นประกาศใบหนึ่งปลิวมาตกอยู่ตรงหน้าเค้า แล้วเคาก็หยิบกระดาษขึ้นมาดูพบข้อความในกระดาษมีการแข่งขันวิ่งแข่ง ซึ่งรางวัลที่ 3 เป็นรองเท้าสวย เค้าสนใจมากเหมือนมีอะไรมากระตุ้นให้เค้า หลังจากวันนั้นมา เค้าตั้งใจทำงานและฝึกฝนร่างกายจนถึงวันแข่งขัน เขาเข้าร่วมการแข่ง ผลการแข่งที่เค้าฝึกฝนมาเค้ากับที่ 1 ซึ่งมีทั้งเงินและของอะไรมากมาย แต่เค้ากับไม่สนใจของพวกนั้น เป้าของเขาต้องการแค่ที่ 3 ที่อยากได้เพียงรองเท้าไปให้น้องสาวเท่านั้น ซึ่งเขากล่าวกับผู้คนหลังจากชนะเลิศ พ่อแม่ได้ยินคำนี้ และน้องสาวภูมิใจมาก ผู้คนต่างยกให้เค้ากลายเป็นคนตัวอย่างในไม่นาน หลังจากวันนั้นชีวิตเค้าก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่เค้าก็ไม่ทิ้งกระดาษแผ่นนั้น เขานำกระดาษใบปลิวนั้นไปเข้ากรอบไว้ดูอย่างดี เพราะเขาคิดเสมอว่า ถ้าไม่มีกระดาษแผ่นนี้ในวันนั้น ชีวิตเค้าก็คงไม่รู้จักอะไรดีในวันนี้แน กระดาษแผ่นนั้น เหมือนเป็นใบบอกทางให้เขาแท้ ๆ
มดูตอนจบแล้วซึ่งใจมาก เสียดายมันเป็นเพียงหนัง Cable ทีวี ที่ฉายผ่านจอเท่านั้น ถ้ามีวาสนาคงได้แผ่น CD มาเป็นของตัวเอง อย่างน้อยก็รู้ว่า เนปาลเขียนบทได้ไม่เลว แต่คุณภาพการสร้างผมดูแล้วยังล้าหลังต้องตามบ้านเราอีกเยอะครับ พอกินข้าวเที่ยงก่อน บ่ายต้องรีบเร่งงานให้เสร็จภายในกลางเดือนก่อนไปกองถ่าย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 12:07 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 77



เอ้าพักเพี่ยงลงให้เพื่อนมันหน่อยครับ เดี๋ยวเข้าอ๊อฟฟิศ มีธุระข้ามฝั่งเพื่อนบ้าน ไปดูคาสิโนที่สะหวันนะเขตครับมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวอยากดู (อยากไปเล่นมากกว่า ) ปล่อยไมเคิลมันเขียนบทต่อให้เสร็จครับ ใครมีภาพหรือโปสเตอร์หนังก็เอ้ามาลงให้ไมเคิลมันหน่อย จะได้แลกเปลี่ยนรู้กัน นี่ในตัวอย่างหนังเวียตนามเรื่อง The rebel

จาก: กวิน
วันที่: 04/08/52 - 12:23 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 78
ถึง น้อง จักรพรรดิ์ ผู้กำกับเวียดนาม Tran Anh Hung (ออกเสียงที่ถูกต้องอ่านว่า เจิ่น แอง หุ่ง ) หนังเรื่องหนึ่งของเขาที่สะท้อนความเป็นเวียดนาม โดยเฉพาะชีวิตในฮานอยได้เป็นอย่างดี คือ Vertical Ray of the sun เป็นหนังปี 2000
ชื่อภาษาเวียดนามของเรื่องนี้คือ Mua he chieu thang dung (หมั่ว แห่ เจี่ยว ถั่ง ดึ๋ง)

ภาษาเวียดนาม จะยึดสำเนียงภาคเหนือโดยเฉพาะ ฮานอย เป็นมาตรฐาน เพราะจะออกเสียงวรรณยุกต์ได้ครบทั้ง 6 เสียง ตรงตามในรูปตัวเขียน รวมถึงพยัญชนะท้าย สระผสมต่าง ๆ ด้วย

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 04/08/52 - 14:06 น.
IP Address: 124.120.183.xx
ความคิดเห็นที่ 79



เอ้าไมเคิลฉันลงให้นายอีกแล้วนะเป็นหนังจีน

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 04/08/52 - 15:43 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 80



เห็นนายบ่นว่าสเป็กล่ะ Kathian Halili สวยแบบผิวสีผิวฉันและญาญ่าเลยลงให้นาย และจะงท้ายเป็นภาษาตากาล็อคนายคงรู้เรื่องอยู่หรอก เพราะบรรพบุรุษทางปู่นายเป็นคนเมืองเซบู ประเทศฟิลิปินส์นี่ เอ้าเขียนแล้วล่ะ นายเก่งแปลได้อยู่หรอก Kumusta gabi, Ko'y wala ma'oang tatoo kahit na sayo. gagawin walang baik umaga hitang iba. sinpleng wela tao silangka kaparalan.

จาก: หญิงเล็กและญาญ่า
วันที่: 04/08/52 - 15:54 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 81



ดราก้อนบอล ชุดสร้างที่จีนนะครับ ผมคนทางภาคใต้มาเล่นกับเพื่อนที่อีสาน เห็นจะไกองถ่ายอีกไม่กี่วัน เฮียแกเร่งเขียนบทมานีมานะอยู่ ตอนนี้ไม่คุยกับใครจริงจังกับงานมาก แกจะปรึกษาอาจารย์เรื่องการทำหนัง เฮียแกตั้งใจมากเป็นกำลังใจให้แกสำเร็จด้วย ( แฮ่ผมกะจะขอเกาะเข้าทีมงานหนังของแกมากกว่าครับ ) ลงให้หน่อยขอสมัครเป็นแฟนคลับด้วยนะครับ

จาก: แป็ก
วันที่: 04/08/52 - 16:08 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 82



ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อพี่โก้นฤเบศน์ จินปิ่นเพชรนานแล้ว เบอร์ 0815716432 ยังใช้เหมือนเดิมนะครับพี่โก้ ตอนอยู่คีตาด้วยกันไง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 17:57 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 83



กลัวเกาหลีน้อยใจ หนังเกาหลีครับเรื่อง Handphone

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 19:39 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 84



นี่หนังอินเดียได้ดูแล้ว ตั้งชื่อไทยว่า "จอมยุทธโรตี บี้แดนมังกร" ไงตอนจบสังเกตุเห็นเอ็กตร้าในซีนใส่เสื้อว่า "ศิษย์พ่อใหญ่" เฉยเลยครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 19:59 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 85
พี่เคยตั้งกระทู้หนังเวียดนามโดยเฉพาะเอาไว้

http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3003&page=1&keyword=

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 04/08/52 - 20:29 น.
IP Address: 124.120.130.xx
ความคิดเห็นที่ 86
พี่เคยตั้งกระทู้เกี่ยวกับหนังเวียดนามโดยเฉพาะ นานแล้ว ลองไปดูในกระทู้นี้ได้

http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3003&page=1&keyword=

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 04/08/52 - 20:31 น.
IP Address: 124.120.130.xx
ความคิดเห็นที่ 87



มีคนพี่อาจารย์ดาวใส่หมวกกับกล้องราคาเป็นแสน แกว่าอย่างงั้นนะครับคุยกับผม ตอนถ่ายรูปแกกำชับต้องใส่หมวกและพกกล้องให้เอาไปหาป๋าสุรสีห์ ผาธรรม นี่คนน้องอาจารย์นพดล ดวงพรตอนเล่นเป็นครูใหญ่ในหนังครูบ้านนอกชุดแรก ลืมไปว่าลูกชายอาจารย์นพดลคนเล็กก็เป็นเพื่อนผมมาก่อน วะโลกแคบอีกแล้วสำหรับผม

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 20:41 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 88



ขอบคุณนะพี่คอเพลงและหนังเก่า ถ้าผมมีเวลาว่างผมจะหาหาหนังร่วมทุนสร้างระหว่าง ลาว - เวียตนาม เรื่อง "ขัวพระยาช้าง" มาให้ดูเป็นการแลกเปลี่ยนนะครับ ตอนนี้ผมลงรูปเพื่อนผมก่อน เป็นมือกลองอดีตสมาชิกวง Sick Child ชื่อแจ็ค มณฑล ทองเหลา ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้แกรมมี่แล้ว ปัจจุบันได้แฟนเป็นดาราช่อง 7 นางอิจฉา ผมก็ไม่รู้ว่าใครพี่ลองสืบดูเอานะ ไอ้นี่สนิทกันมากครับตอนเด็ก ๆ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 20:49 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 89



นี่สุดยอดวงร็อคจากอินโดนีเซีย Jamrad

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 21:40 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 90



ขอบคุณมากนะครับพี่แฟนหนังและเพลงเก่าที่ให้ข้อมูลหนังเวียตนามของพี่แล้ว ผมได้ความรู้อีกมาก ผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อจะให้ได้ทุกชาติจริง ๆ เท่าที่หาได้ ขอให้ทุกคนช่วยอีกแรงก็จะเป็นกระทู้ที่มีข้อมูลจริง เอ้าให้ดูรูปดาราเนปาลไว้แก้เหงานะครับ Yumiadachisi

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 22:36 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 91



จำได้มั๊ยครับคนนี้ Lea Salonga หนึ่งเดียวของเอเชียชาวฟิลิปปินส์ที่ไปสร้างชื่อในฮอลลีวู๊ดกับการเต้นบัลเล่ย์อะไรนี่แหละ ผมจำไม่ได้ แต่จำได้คร่าว ๆ ว่า Exact เคยจ้างมาและบัตรเข้าชมก็แพงด้วย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 22:40 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 92



นี่หล่ะที่เค้าว่าหน้าเหมือนน้องแน็ทบ้านเรามาก ดารานางแบบจากประเทศฟิลิปปินส์ครับ เธอมีชื่อว่า Angel Locsin

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 22:42 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 93



ขอโทษทุกท่านที่จะไปเวียตนาม ตอนนี้คุณกิตติพงษ์ ณ ระนองได้พ้นวาระจากการเป็นเอกราชฑูตที่นั่นแล้ว คนนี้ครับมารับตำแหน่งไม่นาน ยังไม่ถึงสองเดือนเลย คุณพิษณุ จันทร์วิทัน รูปข้างล่าง ถ้าเทียบยศทางทหารก็ พลโทนะครับ ถ้าตำแหน่งข้าราชการพลเรือนก็ C 10 ถือ Passport ชนิดแบบ Type A เล่มสีแดงไงครับ เรา ๆ ท่าน ๆ อย่าหวังสูงพวกคุณพวกผม Type P ไม่เชื่อลองดูที่ต้นหนังสือเดินทางของผมคุณดูสิ ถ้าผมบอกไม่ถูกเชิญมาเตะผมได้เลย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 04/08/52 - 23:14 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 94



เอ้าหนังอินโดนีเซียเรื่อง Hari Mencari Cinta ขอระบายแต่เช้าหน่อยครับ นอนพึ่งตื่น เมื่อคืนใส่บทซะเพลิดเกือบตีสองถึงนอนครับ บอกแล้วของมันชอบถ้าได้ลงมือทำ ใครอย่ามาห้ามผมตอนทำงาน เพราะถ้าผมติดลมแล้วอยากที่จะออกง่าย ๆ ( สโลแกนของผมคือใจไม่ดีเหมือนหน้าตา ) คงรู้ความหมายนะ ผมก็ฝึกวูซูมาเหมือนกันโดยเฉพาะหมัดปาก่าจ่างท่ามือเปล่านี่ชอบสุด

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 10:05 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 95
คุณมี่ วันก่อนก็ได้คุยเอ็ม กับ Thanh Xuan เหมือนกัน ดูเธอชอบเมืองไทย ภาษาไทย และอยากมีเพื่อนคนไทยนะ เธอโชว์เบอร์มือถือในเอ็มด้วย ไม่ทราบว่าโทรไปยังจ๊ะ คุณมี่ (แฟนหนังและเพลงเก่า)

น้องจักรพรรดิ (น้องหรือพี่เราหว่า) วันนี้ผมจะโทรไปหาละนะ

คุณมีความรู้เรื่องเวีัยดนาม และหนังใช้ได้ ไม่ทราบว่าพอรู้ภาษาเวียดนามด้วยไหม ผมกับ มี่ จะได้ไปคุยกันได้ แหะๆ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 10:12 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 96



หนังร่วมทุนสร้างไทย - ญี่ปุ่น หนุมานพบห้าไอ้มดแดง แปลกอีกแนว ผมได้ข้อคิดจากอาจารย์โทรมาเมื่อเช้านี่เองว่า เราเขียนบทแล้ว เราต้องคำนึงถึงงบการสร้างด้วย และคาดว่าหนังจะขายได้มั๊ย ต้นทุนการสร้างประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ คนที่เขียนบทใส่ซะเวอร์คิดว่าคุณจะได้ไปประเทศนั้นประเทศนี่ ตื่นจากฝันได้แล้ว อย่าคิดว่าทีมงานจะเรียกคุณไปร่วมงานด้วย ถ้าคุณไม่ไปด้วยใจจริง ๆ และไม่รู้จักคนมากพอ คิดก็ได้แค่คิดแต่ไม่ได้ทำหรอก อาจารย์อ๋องสุพงษ์ ผาธรรมยังบอกอีกว่า ถึงคุณจะเสียเงินจนรวมกันซื้อรถเก๋งสวยได้คันหนึ่ง ความหมายคือคุณเสนอให้บริษัทสร้างกี่ที่ก็ตาม เค้าก็ไม่ตอบมาสร้างให้คุณหรอก คนเขียนบทข้างในเคาก็มีเยอะ ทั้งถ้าเค้าเสนอให้คุณก็เป็นการทับงานเค้าเอง อย่างที่หลายคนได้ลงอยู่นี่ มันเหมือนกับว่าเราเป็นเพียงแค่ได้ดูความสำเร็จของคนอื่นที่เค้าทำสำเร็จแล้ว แม้จะเป็นหนังต่างชาติหรือหนังไทยที่เราได้ร่วมขอถ่ายรูปด้วยกับนักแสดง อาจารย์ให้ข้อคิดนะครับ ทางทีดีหากคุณห้ามใจม่ไหวและชอบจริง ๆ อย่างที่ใจเรียกหา เราหาทางเจาะและขอได้ร่วมงานเพราะใจมันชอบจะไม่ดีกว่า ได้แค่ถ่ายรูปกับคนที่เค้าทำสำเร็จจะไม่ดีกว่าหรือ ข้อคิดที่อาจารย์อ๋องพูดกินใจผมมากครับ ผมก็ไม่รู้จะสวนตอบอาจารย์อ๋องคืนอย่างไร

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 10:24 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 97
คุณ จัีกรพรรดิ Lea Salonga สำคัญและเป็นหน้าเป็นตา ชาวเอเชียและฟิลิปปินส์มากกว่า นั้นไม่น่าเชื่อว่าคุณไม่ทราบว่าเธอ คือผู้ร้องเพลงธีม (แทนเสียงตัวนางเอก) ในการ์ตูน วอลท์ ดิสนี่ย์ หลายๆเรื่อง เช่น มู่หลาน Aladdin และเริ่้มจากการแคสติ้งละครเวทีผ่าน จนได้เล่นดังในบรอดเวย์ก่อนตั้งแต่อายุ 17 (1988) ใน Miss Saigon

จริงอยู่ คนฟิลิปปิโน เหมือนกับเป็นประเทศลูกอเมริก ได้ไปทำอะไร ใฮอลลีวู้ด ง่ายกว่าชา่ติอื่น แต่อย่าลืมว่าความสามารถการเต้น ร้องเพลง แสดง เขาก็สุดๆ ด้วย (สำเนียงภาษาอังกฤษได้ ไม่ใช่้เรื่องยาก แต่ยังบังเอิญ... คนปินส์เก่งทางนี้จริงๆ เสียแต่ว่าประเทศโกงกินกันเกินเหตุ คนพัฒนายากและอะไรหลายๆอย่าง เขาจึงสู้ไทยไม่ได้โดยรวมๆ แต่คนบันเทิงเขาเก่งกว่าไทยไม่เห็นฝุ่น แต่องค์กรโดยรวม ระบบไม่ดี)

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 10:38 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 98



หนังอินโด คห.๙๔ ชื่อจิงๆ คือ 30 Hari Mencari Cinta แปลประมาณว่า 30 วันลุ้นรัก อะไรประมาณนั้นนะ ไม่แน่ใจคำว่า Mencari

เคยดูหนังอินโดหลายๆเรือง (คาดว่าคงมากที่สุดที่คนไทยคนหนึ่งจะดู) เห็นได้ว่า อินโดฯปัจจุบัน มาแรงทั้งความคิดสร้่างสรรค์ เศรษฐกิจ และการสร้างหนัง

ตลาดต่างประเทศ เขาก็มี แต่น่าจับตามองมากๆ เพราะถ้าหนัง เพลง สื่อ และฯลฯ เขาเป็นคู่แข่งเราได้สบาย หนังเราตอนน้ครึ่งปีแรก มีแค่ 20 กว่าเรื่อง ขณะที่อินโดฯ ปาเข้าไป 50 เรื่อง! แล้ว

และหนังมีหลากหลายแนว เป็นประเทศอิสลามไม่เคร่งมาก มีความเป็นอุษาคเนย์สูง(ดี) กว่าไทยอีก เช่นหนังที่เห็น ตัวเด่น เป็นร ญ หลายๆ เรื่องก็สะท้อน ชีวิต สิทธิ ความเป็น ญ ให้ความสำคัญ เรื่อง ญ และ ช เท่าๆกัน (ดูจากมีหนังทั้งสองแนว) ทั้ง รัก บู๊มีหมด

และเน้นๆ ดราม่า ชีวิตมุนษย์ได้อามณ์ ภาพหลายๆเรื่อง ถ่ายสวยกว่าหนังไทย ทุนก็ต่ำกว่า น่าลุ้นมากๆ ว่าหนังเขาไปไกลแน่ๆ ไงผมมีกระทู้หนังอินโดฯโดยเฉพาะลองไปดูที่ http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3619&page=5&keyword=

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 10:45 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 99
ขรัวพระยาช้าง อยากดูครับ เป็นหนังเวีัยดนามนะ พระเอกลาวหล่อใช้ได้ แมนๆสูงๆ

(คือที่ชมจริงๆ เพราะคนลาว....ไม่น่าเชื่อ คนสวยเยอะนะ แต่คนหล่อ ด้วยผิวพรรณ หน้าตา ทำไมหายากจัง ทั้งๆทีั่คล้ายๆหนุ่มเหนือกับอีสานบ้านเรา คือ ขาวๆ ปากนิดจมูกหน่อย แต่อาจจะเป็นได้ ว่าลาวเขายังไม่ทุนนิยม จัด ผุ้ชายเลยยังไม่รักสวยรักงามมาก แต่มีอีกหนึ่งหนุ่มหล่อจากลาวเดี๋ยวจะลงให้ดู....)

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 10:48 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 100



อันนี้คัดลอกเขามา เดี๋ยวไปตั้งกระทู้ บันเทิงลาว ดีกว่าครับ อิอิ

หรั่ง สิทธิ์ประเสริฐ เป็นนักร้องจากฝั่งประเทศลาว (เพื่อนบ้านไทย)
มีผลงานเพลงล่าสุดเป็นเพลงภาษาลาว แนวสไตล์แบบ K-pop
ล่าสุดออกรายการ คืนนี้วันนั่น (ถ้าจำชื่อรายการผิดขออภัยด้วย) ทางช่อง5 ที่เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นพิธีกรอ่ะ ในรายการน้องหรั่งได้ร้องเพลงกับเจ๊คิ้มด้วย
ถ้าใครได้ดูรายการจะเห็นว่าน้องหรั่งน่ารักมาก
เรียกว่าแววซูเปอร์สตาร์ของประเทศลาว เปล่งประกายเชียว

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 10:53 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 101



OTOP Thailand to KOREA

Nichkhun Horrawechakul

Khunny 2PM

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 11:11 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 102



กับเพื่อนๆ วง 2PM

ทราบจากแฟนๆ เกาหลีว่า ชอบหนุ่มคุณมากๆๆ อันดับต้นๆ ของวงเลย... น่าชื่นใจ แต่จะชื่นใจมากกว่าถ้าเพลงทูพีเอ็ม เพลงต่อๆไป มีเนื้อภาษาไทย และคุณร้องภาษาไทย ถ่ายทอดไปด้วย

หรือคิดไกล ขนาด คุณร้องเดี่ยวเพลงไทย ขายเกาหลีไปเลย!

(ดูจากภาพก็รู้แล้ว ว่าหล่อกว่าเกาหลีเป็นไหนๆ)

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 11:16 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 103



ขออีกสักภาพ

นิชคุณ หรเวชกุล

คัดเลือก ทหาร เมื่อสองเดือนก่อน ผลก็คือ ได้ใบดำ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 11:21 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 104



ปิดพอดีไม่จุใจ หุๆๆ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 11:22 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 105
ขอโทษๆครับภาพเกณฑ์ทหาร สี่เดือนกว่าแระ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 11:23 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 106



หนังสิงคโปร์เรื่อง I not stupid too เป็นภาคต่อจากที่แล้ว ตัวแสดงในเรื่องโตกันหมดแล้วอย่าง หลิว กว็อก ปิน ก็จบมาจากอเมริกา บิน ฮุ๊ก เซลิน่า พี่สาวของเทอรี่จากภาคที่แล้วที่เป็นเด็กอ้วนจ่ำหม่ำน่ารัก ๆ ตอนนี้ก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว แต่ภาคนี้ไงตัดเทอรรี่ออกไปเฉยเลย ไม่มีบทบาทมาก และไม่มีการนำมาฉายในเมืองไทยอีกด้วยนะครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 12:23 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 107
จะช้าหน่อยไม่เป็นไรครับ แค่เอาภาพมาลงให้ความรู้ก็ขอบคุณมากแล้วครับ หรั่งจากประเทศลาว บ้านเค้าอยู่เยื้อง ๆ ห่างจากสถานฑูตไทยในเวียงจันทร์ไม่มากเท่าไหร่

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 12:26 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 108



ผมก็ได้ยินเค้าว่าร่วมทุนสร้างลาวกับเวียตนามนะเรื่องขัวพระยาช้าง เห็นผู้ใหญ่ทางลาวว่ายังนั้น ผมไปรู้จักเพราะป๋าประสิทธิ์นักธุรกิจคนไทยเคยเรียกให้ผมไปร้องเพลงที่ลาว ในงานคอนเสิร์ตจตุรมิตรเมื่อหลายปีก่อน มี จีน ลาว เวียตนาม และ ไทย สี่ประเทศร่วมกันจัดที่สะหวันนะเขต งานนี้แปลกมากที่รัฐบาลลาวห้ามมีการถ่ายภาพเผยแพร่ ผมเลยเสียใจที่ไม่สามารถบันทึกภาพได้ แม้แต่จะได้เป็นที่ระลึกเค้าก็ไม่ให้ถ่าย ตอนนั้นรัฐบาลลาวเข้มงวดมากครับ รู้มั๊ย ผมได้ร้องแค่สองเพลงเอง แล้วก็เดินลงจากเวทีไป เหตุที่ไอ้ที่ผมสนใจเรื่องเวียตนามเพราะว่า เอกอัครราชฑูตคนหนึ่งคนที่เป็นก่อนคุณป็อก กิตติพงษ์ ณ ระนอง จะมารับตำแหน่งเสียอีก นานแค่ไหนครับคิดดู ฑูตเป็นทีก็สี่ปีย้ายตามวาระ บางคนก็ถูกดองเป็น 6 - 8 ปีก็มีแล้วแต่เส้นสายทางผู้ใหญ่จะหนุนหลังครับ คนผู้นี้เคยทำงานอยู่สถานกงศุลกับพ่อผมมาก่อนครับ ก่อนนั้นเค้าเป็นกงศุลที่ไปอยู่ฮ่องกง เค้าจะมีภาษีทางผู้ใหญ่ดีกว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นฑูตไปทั้งลาวและเวียตนาม คนนี้หัวหงอก ๆ ปากเบี้ยว ๆ ครับ พูดกระตุ๊ก ๆ หรอก พอ ๆ ครับขี้เกียจบรรยาย เดียวประนามเค้า แต่ในวงการฑูตรู้จักกันได้ ปัจจุบันเป็นฑูตอยู่ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกแถบเอเชียของเรานี่แหละครับ พ่อผมลาออกจากวงการกงศุลและฑูตเพราะว่าตำแหน่งขึ้นยากครับ เงินเดือนสูงก็จริง แต่ตอนเกษียณแย่กว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเสียอีก เหตุที่ผมสนใจเวีตนาม ลาว และจีน เพราะว่าอยากให้หนังสักเรื่องหนึ่ง สร้างโดยสี่ประประเทศน้ร่วมมือกันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน ผมประทับใจตั้งแต่วันที่ขึ้นไปร้องเพลงมาก่อนนั้นแหละครับ ผมพูดภาษาเวียตนามไม่ได้หรอกครับ คุยภาษาตากาล็อกมาเลย บรรพบุรุษทางปู่เป็นคนเซบูนะครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 12:45 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 109



ถ้าเตะสวยมากครับ เป็นศาสตร์ของคาราเต้โดนะ การท่าตั้งเตะไม่ใช่วิชาของบู๊ตึ๊งครับ เพราะผมเคยฝึกมาก่อนกับอาจารย์คนจีนท่านหนึ่งเลยดูกระบวนท่าออก ก็เหมือนกันกับเราที่เรียนจบจากสถาบันไหนก็จะมีเอกลักษณ์ของสถานตามเรามาไงครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 13:03 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 110



นี่หนังเวียตนามไม่ใช่หรอครับ เรื่อง Saigon Eclipse

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 13:06 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 111



พอแค่นี้ก่อนบ่ายนี้ ทำงานต่อก่อนครับ เร่งเขียนบทหนังมานีมานะให้เสร็จไงครับ เอ้าลงท้ายให้เป็นนักร้องลูกทุ่งคนสวยของเวียตนาม Minh Tuyet เจ้าของบทเพลง Tham Goi Ten Anh ฝากแปลให้ดูเพลงนี้ผมก็มีนะ เพราะเหมือนเพลง 2+1=0 ที่ร้องโดย Quang Vinh ,Nguyen Phi Hung และ Kiwi Ngo Mai Trang สองเพลงนี้ผมมีนะจะบอกให่!!!!!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 13:11 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 112



ขอระบายหน่อยครับ เขียนมากไปก็ปวดหัวเหมือนกัน ใครไม่รู้จักคนนี้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงเนาะ เป็นนักร้องลูกทุ่ง มนต์แคน แก่นคูณไง ชื่อเล่นก็เพชร พ่อเค้าชื่ออุคำ แม่ชื่อล่อต น้องสาวชื่อภัค เค้าเป็นลูกชายคนโตของบ้าน พ่อผมกับพ่อเค้ารู้จักกันดี เพราะลุงเค้ากับลุงผมเป็นเพื่อนกัน ปัจจุบันก็ทำอัลบั้มชุดที่ 4 แล้ว กับแกรมมี่โกลด์ โธ่เด็กอาตี่กริช ทอมมัส กับอาจารย์สลา คุณวุฒิ กับเพลงที่มาแรงตอนนี้ โรงงานปิดคิดฮอดน้อง เอ้าเบอร์โทรเค้าผมก็มีนะ ลืมบอกไปว่าไอ้แจ็คโปรดิวเซอร์แกรมมี่พ่อเค้าทั้งสองก็รู้จักกัน บอกอีกแล้วไงว่าโลกมันแคบสำหรับผม แล้วจะให้ผมหยุดได้ไงมองไปทางไหนก็มีแต่เพื่อนกันทั้งนั้น

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 14:59 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 113



เอ้าผมกับพี่เป้าสุรัช ทับวัง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 15:02 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 114



ไม่แปลกที่คุณญารินดาได้มาเล่นเรื่องนี้ คนเขียนบทคุณอมราพร แผนดินทองก็ศิษ์ธรรมศาสตร์ไม่ใช่เหรอ เอาพี่เอาน้องไง ทั้งคุณญารินดาก็เคยออกเทปที่แกรมมี่มาก่อนไม่ใช่เหรอครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 21:09 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 115



Maui Taylor ดาราฟิลิปปินส์ครับ เล่นหนัง Rate R เด็ก ๆ ไม่ควรดูนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 21:21 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 116



เอ้าเดี๋ยวกัมพูชาน้อยใจ เอาหนังเขมรลงให้หน่อยครับ เขาบอกว่าบอกเรามีคุณโทนี่ จา เขมรก็ต้อง เอ ภูทอง เป็นนักมวยเขมรที่มาเล่นหนัง เอาภาพมาฝากครับ มีชื่อเขมรว่า kra Bey Lak Kon ชื่อภาอังกฤษว่า Buffalo - Protecting - Child โชคดีมีภาษาอังกฤษช่วย ไม่งั้นจะเขียนเป็นภาษาเวียตนามว่า Klong hieu gi ! ใช่มั๊ยพี่มี่พี่คมสันต์ แปลออกนะ ผมรู้แล้วว่าพี่สองคนชื่ออะไรกันบ้าง ?

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 22:02 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 117



เอ้าแถมภาพนักร้องสาวกัมพูชาสู้ชาติอื่นได้มั๊ยดูเอาเองนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 22:04 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 118



พี่มี่พี่คมสันต์ช่วยแปลให้หน่อยไม่ได้ภาษาเขมรครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 22:08 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 119



คนนี้นักร้องจากลาวครับ Anita

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 23:17 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 120



น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักพวกเค้า จากลาวครับวง Cells กับเพลง หวาน

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 23:20 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 121



นี่ก็วงฮิพฮ๊อพจากลาวไม่ใช่เหรอครับ L.O.G สังกัด Indee record ค่ายเทปในลาว

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 23:23 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 122



พระเอกรูปหล่อชาวเวียตนาม Loung Manh Hai ได้ข่าวว่าเป้นลูกคนรวยนะครับที่นั่น

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 23:25 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 123



นี่ดาราฟิลิปปินส์ครับ Mark Herras หน้าเหมือนคนไทยมั๊ย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 05/08/52 - 23:33 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 124
แหม ลงซะเยอะ ตอบได้บางส่วนนะ นายจักรพรรดิ์ (ไม่ทราบชื่อเล่นไม่แน่ใจด้วย ใครแก่กว่าใคร โทรไปเดี๋ยวก็รู้!) ภาพ จอห์นนี่ เหวงี๋ยน กระโดเตะ นั่น เรื่อ งThe Rebel ครับ หนังบู๊+ย้อนยุค พี่กับพี่มี่เคยดูละ ดีกว่าหนัไทยอีก ภาพสวย หนังมีมิติหลายๆอย่างมากกว่าแค่บู๊ (บ้านๆ แต่ขายได้ทั่วโลกแบบหนังจา)

อีกภาพ Saigon Eclipse เคยดูแต่ตัวอย่าง รู้สึกพี่มี่ จะมีนะ เป็นหนังดราม่าอาชญากรรม นะ คิดว่า

Toi van hieu tat ca! แปลได้นะจ๊ะ พ่อหนุ่มอีสาน ผู้รู้ภาษาเหวียต....

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 05/08/52 - 23:37 น.
IP Address: 58.181.215.xx
ความคิดเห็นที่ 125
ช่วยลงภาพให้หน่อยยังดีครับพี่มี่ !!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 10:33 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 126
พี่คมสันต์ชื่อเล่นผมไมเคิลครับ ผมวิจารณ์วิชาการต่อสู้ได้ โชคดีที่พ่อเคยทำงานอยู่สถานกงศูลมาก่อน เลยได้ล่องหลายประเทศตามพ่อครับ คุณพ่อขอย้ายจากกระทรวงการต่างประเทศมาอยู่กระทรวงศึกษาธิการได้หลายปี พอลาออกก็ได้ตำแหน่งผอ.เลยครับ ผมถึงได้ภามาเลย์ ภาษาตากาล็อก ภาษากวางตุ้งด้วย อยากลองฟังเพลงเติมใจให้กันที่เคยร้องโดยพี่ก้อง คุณมัม ลาโมนิค และโจ้ วงพอส (เสียชีวิตแล้วคงจำได้นะ) ร้องเป็นภาษาไทยนะ แต่ผมดัดแปลงเป็นภาษาอังกฤษ พ่อของเค้ากับอาของผมรู้จักกันครับ เพราะเคยเล่นการเมือง สมัคร ส.ส. พ่อของโจ้ชื่อ อดุลย์ เหลืองบริบูรณ์ ส่วนโจ้ชื่ออัมรินทร์ เป็นไงคล่องมั๊ยครับ ทั้งไอ้เจ้าของโรงหนังเนวาด้าที่จังหวัดอุบล ไอ้ที่แจกตั๋วหนังไงครับแล้วโดนใบแดงด้วยก็รู้จักกัน อยากรู้ข้อมูลจะบอก

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 10:46 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 127
เพลงเติมใจให้กันผมแต่งเป็นอีก 4 ภาษา คือภาษาอังกฤษ มาเลย์ ตากาล็อก และกวางตุ้ง ใช้ความหมายเดียวกัน ว่าจะขอลิขสิทธิ์ในการร้องด้วย ถ้าผ่านก็จะบันทึกเสียงในอีกไม่เกินปีหน้า

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 10:49 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 128
Vung Vung
บางทีแลกเปลี่ยนกันมะ ไว้มาเรียนภาษาเวียดนาม ทบทวนกัน แล้วนายสอนภาษาตากาล็อก กับ กวางตุ้ง และ มาเลย์ (ก็คล้ายๆ อินโด) ให้ผมสิครับ พี่ไมเคิล

จิีงๆ พี่ไมเคิล อาวุโส สุดนะ รองลงมาก็พี่มี่ (น่าจะปีเดียวกับพี่ไมเคิล) ผมน้องเล็กสุดในเราสามคนครับ แต่คนเห็นการพูด ความกล้า และ การพิมพ์ และ หน้าตา และการรู้จักคนกว้างขวาง

ไม่รู้ทำไม คนอื่นถึงประเคน ความแก่และ อาวุโส ให้ผมจัง อิอิ บ่นไปงั้นแหละครับ พี่ไมเคิล

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 06/08/52 - 11:43 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 129



หลายปีก่อนผมเจอพี่โก้นรินทร์ ทองคำที่ย่าน Wan Chai โดยบังเอิญที่ฮ่องกง และอีกหลายที่ในฮ่องกง โดยเฉพาะเวลากลางคืนจะเห็นกันบ่อยในแถว Causeway Bay และย่าน Lady Market อ้าวไม่บอกดีกว่าครับ ถ้าเคยไปแถวเกลัง ประเทศสิงคโปร์จะรู้ว่าเค้าทำอะไรกัน ? เด็ก ๆ อย่ารู้ดีกว่าครับเรื่องนี้ผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะควรจะทราบ ? ย่านนั้นตอนค่ำคืนก็เหมือนเด็กผู้หญิงแถวสนามหลวงเค้าทำกันเป็นทีม เรียกตัวเองว่าผีขนุนไง แต่ที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ในการหากินทั้งผู้ชายผู้หญิงทำกันเยอะนะครับ ? ไม่ต้องอธิบายนะว่าเค้าทำอะไร ? โธ่นึกว่าไปได้ดีที่แท้เอาอาชีพเดินแบบที่ฮ่องกงบังหน้าที่แท้..........

เอาภาพแสดงเรื่องเดียวของเค้าแล้วหายไปมาฝากได้แค่นี้ล่ะครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 13:19 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 130
หนังเรื่อง the rebel (Dòng Máu Anh Hùng -ส่อง เหมา แอง หุ่ง)
นอกจากเรื่อง Action แล้ว ยังมีประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับ แนวคิดเรื่องความรักชาติ ประวัติศาสตร์ และการต่อสู้เพื่อเอกราชของเวียดนาม ซึ่งความรู้และความเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ของเวียดนามเป็นปัจจัยสำคัญในการทำความเข้าใจในหลาย ๆ ประเด็นของหนังเรื่องนี้

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 06/08/52 - 13:52 น.
IP Address: 124.120.189.xx
ความคิดเห็นที่ 131
พักก่อนครับซีนสุดท้ายค่อยลงมือทำคืนนี้

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 13:56 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 132



เอ้าขอฝากตัวหน่อย ก็ผมศิษย์บู๊ตึ๊งเนาะ ถ้าไม่รู้จักปรมาจารย์ผูก่อตั้งสำนักอาจารย์จาง ซัน ฟง ผมก็ไม่สมควรที่ไม่เคยฝึกวูซูในศาสตร์ของบู๊ตึ๊งมาก่อน เปลี่ยนรสชาติหน่อย อาวุธที่ชอบใช้ก็กระบี่ กับดาบโค้ง ผมถนัดการฝึกอาวุธสั้นมากกว่าอาวุธยาว เพราะการใช้คล่องตัวดี ก็แล้วแต่ทักษะและความชอบของแต่ละคนห้ามกันไม่ได้ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 15:40 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 133



เป็นนางเอกที่ผมชอบที่สุดเลย Maggie Q ในเรื่อง Neked Weapon เอาให้ดูนะคุณคมสันต์ พี่มี่

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:01 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 134



ในครูบ้านนอกภาคก่อนคือคนนี้ครับ ภาคใหม่เป็นลูก อบต.ตำบลเหนือ จังหวัดกาฬสินธุ์มารับบทครูปิยะครับ แต่ทีมงานสร้างเหมือนเดิม ขาดเพียงอาจารย์ผมเท่านั้น คือ อาจารย์ดาว นคร ที่ส่งผมไปลุยแทนในภาคใหม่นี้

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:04 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 135
พี่มี่ถ้าอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับอาจารย์ดาว และผู้ออกทุนสร้างคือคุณกมล กุลตังวัฒนา ที่ทุ่มทุนให้สานมาแล้ว 7 เรื่อง ลองถามอาจารย์ดูนะบางทีเราอาจได้ร่วมทีมทำหนังที่ผมเขียนอยู่ก็ได้ ช่วยกันแย่รังมดแดงให้เขาสร้างเป็นเรื่องที่ 8 หน่อยนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:07 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 136
ลืมบอกไปเบอร์อาจารย์อยู่ที่ผมครับ ทีมงานเรามี

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:09 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 137



วงนี้ Overdance จากลาวครับ เพลงเค้าล่ะ Mr.หินส้ม ไงดังมากนะเมื่อสองสามปีก่อนที่ลาว

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:13 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 138



ฝากให้พี่หมี เทียนชัย เกียรติปรุงเวช ผู้บริหารค่ายจีนี่เร็คคอร์ดหน่อยครับ ยังจำแพรเลขาคนก่อนของพี่กับผมเพื่อนเค้าได้มั๊ยครับ ฝากรูปให้ดูหน่อย ปัจจุบันพวกนี้อยู่ไหนครับ ทำไมไม่เจอกันเหรอตอนนี้ เน้นที่ไอ้ชัดมือกีตาร์นะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:22 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 139
พี่มี่ก่อนนั้นผมเคยอยู่เบื้องหลังงานเพลงมาก่อน จะเห็นได้ว่าผมจะกว้างขวางในวงในของงานเพลงมากกว่า ส่วนเรื่องหนังนี้ผมพึ่งหันมาจับไม่นานเพราะรู้จักกับอาจารย์ทีมสร้าง รู้จักก่อนอาจารย์ดาวอีก เรื่องหนังนั้นก็รู้มาพอคร่าว ๆ แต่ไม่ลึกซึ้งเท่าไหร่หรอก เพราะทางญาติของเรามีแต่พวกเกี่ยวกับงานเพลงทั้งนั้น ไม่ว่าป้า แม่ เพื่อน เพื่อนแ เพื่อนป้า หรือเพื่อนผม อนาคตไม่แน่นอนเนาะไม่รู้อยู่ดี ๆ ผมกอยากมาเอาดีทางหนัง จนถึงจะขอเล่นหนังในที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่คลาดฝันมากสำหรับผม เพราะผมไม่เคยสนใจเรื่องหนังมาก่อนเลย ส่วนมากในวงการเพลงและแดนเซอร์ผมผ่านเวทีมาเยอะครับ เป็นเรื่องเหลือเชื่อจริง ๆ จะบอกให้

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 21:43 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 140
เห็นทีมงานป๋าบอกว่าหากสำเร็จและประสบยอดขายจากครูบ้านนอกแล้ว งานต่อไปที่จะเอามาสร้างรีเมกใหม่คือ "สวรรค์บ้านนา" นะพี่น้องเค้าว่ามาอย่างงั้นนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 22:27 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 141



จำเธอได้มั๊ยทุกท่าน

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 06/08/52 - 23:10 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 142



Kumusta gabi ,wala ibang gagawin ng umaga. Ma'ong ko'y kupusna. ขอทักเป็นภาษาตากาล็อกนะ เป็นคำทักทายครับ ลงภาพสวยให้ดูหน่อย

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 11:28 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 143



หากบอกว่า นี่เป็นหนังมาเลเซีย นักดูบ้านเราคงดูจะไม่คุ้นเท่าไร แต่นี่คือ งานของผู้กำกับฯดาวรุ่งพุ่งแรงคนหนึ่งของวงการหนังมาเลเซียที่มีชื่อเสียงในระดับไปคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดเทศกาลหนังนาชาติระดับโลกมาแล้ว โดยเป็นงานสร้างร่วมระหว่างมาเลเซีย และฮ่องกง เพราะฉะนั้นหนังมาเลเซียเรื่องนี้ก็อาจจะดูแปลก ๆ ไปนิดตรงที่พูดกวางตุ้ง และจีนกลางแทน ตัวหนังมีความเป็น “คัมมิ่ง ออฟ เอจ” พูดถึง ถัง (กวนชวนไหว่) เด็กหนุ่มในช่วงวัยรุ่นต้น ๆ มีชีวิตอยู่ในชนบทกับแม่สองคน โดยพ่อเสียชีวิตไปแล้ว มีพี่ชายคนหนึ่งก็หนีไปดิ้นรนสู้ชีวิตอยู่ในกัวลาลัมเปอร์ แล้วก็เข้าไปอยู่ในวังวนของแกงค์อิทธิพล การพนัน และยาเสพติด
หนังเปิดเรื่องด้วย ถัง เดินทางไปกัวลาลัมเปอร์เพื่อพบพี่ชาย แต่ไม่ทันไรเขาก็เจอดีจากพวก “18 มงกุฎ” ที่นั่น ซึ่งเล่นงานเอาซะหมดเนื้อหมดตัว แต่ยังดีที่ยังไง ถัง ก็ยังได้เจอพี่ชาย ซึ่งบอกเขาว่า กำลังตั้งหน้าตั้งตาแอบเงินจะซื้อคอนโดสักห้องที่นี่เพื่อให้แม่ และ ถัง ย้ายมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า แต่เมื่อ ถัง กลับมาจากกัวลาลัมเปอร์พร้อมความฝันสวยหรูของพี่ชาย ไม่นาน ถัง ก็ได้ข่าวพี่ชายไปมีเรื่องกับพวกเล่นการพนัน และถูกฆ่าตาย ในความเป็นลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ ถัง จะต้องเติบโตต่อไปให้ได้ รวมทั้งเป็นเสาหลักในชีวิตให้กับแม่ของเขาด้วย
ดูหนังเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึงตัวละครเอกในนวนิยายของ ประภัสสร เสวิกุล อย่าง “เวลาในขวดแก้ว”, “ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน” หรือ “ซิงตึ๊ง” ที่เด็กหนุ่มต้นวัยรุ่นที่เรียนรู้เพื่อจะต่อสู้ชีวิตในโลกของความจริง แม้การแสดงของ กวนชวนไหว่ ตัวเอกของเรื่องจะยังดูแข็ง ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ดูแปลกแยกหรือทำให้การเดินไปของเรื่องเสียหายนัก หนังยังตอกย้ำให้เห็นว่า นอกจากครอบครัวญาติพี่น้องจะมีส่วนช่วยดูแลกันและกันไม่ให้เด็กคนหนึ่งโตขึ้นมาอย่างใช้ชีวิตเข้ารกเข้าพงเป็นปัญหาของสังคมแล้ว ตัวของตัวเราเองนั่นเองคือ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะตัดสินเลือกที่จะทำที่จะเป็นเช่นไร!. ฉบับภาคภาษาจีนกวางตุ้งครับ


จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 12:22 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 144



ข้อมูลหนังได้รางวัลนานาชาติ
สำหรับรายชื่อหนังที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ติดตามได้ที่ ประกวดหนังเอเชีย - แปซิฟิกครั้งที่ 50
เทศกาลหนังเอเชีย – แปซิฟิค ครั้งที่ 50 28 กันยายน - 1 ตุลาคม
8 กันยายน 2548

ไม่รู่ว่าจะมีคนที่จำเทศกาลหนังอันนี้ได้กันบ้างไหม เพราะเมื่อก่อนเขาไม่ได้เรียกกันว่าเทศกาลหนังเอเชีย – แปซิฟิค แต่จะรู้จักกันในนามว่า มหกรรมภาพยนตร์เอเชียและแปซิฟิค ซึ่งจะเป็นงานระดับรัฐบาลมากกว่า โดยประเทศที่เข้าร่วมจะอยู่กับแถบเอเชียนี้ แถมประเทศออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์เข้ามาเพิ่ม ส่วนผู้จัดก็ผลัดหมุนเวียนกันไปในแต่ละประเทศ ไทยเราเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อ พ.ศ. 2542 หรือ 2543 นี้ล่ะคะ ปีที่แล้วเขาจัดที่ญี่ปุ่น
ถ้ายังจำไม่ได้อีก ก็ขอบอกเกริ่นว่าหลายปีก่อนโน้นเคยจัดที่เวียดนาม แต่ไม่รู้จัดกันท่าไหน ทำให้อ๊อกไซต์ ปัง โมโห บินกลับบ้านทันที ปีนี้เขาจัดกันที่มาเลเซีย เพราะเป็นงานระดับรัฐบาล หนังที่ได้รับการคัดเลือกก็เลยออกแนวทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีมากกว่า ส่วนจะเป็นเรื่องไหนบ้าง ก็ลองดูแล้วกัน

หนังที่ได้รางวัล
เวียดนาม Saigon Liberation, Buffalo Boy และ The Right Heart Plan
อินโดนีเซีย Banyu Biru – Waking Banyu, Janji Joni-Joni’s Promise และ Ungu Violet – Violet
ฮ่องกง Butterfly, New Police Story และ Initial D
มาเลเซีย Gangster, Puteri Gunung Ledang, Qaisy & Lailai
รัสเซีย National Bomb
เกาหลีใต้ Tae Guk Gi, A Family
ไต้หวัน The Wayward Cloud, The Moon Also Rises, The Passage
อิหร่าน Tradition of Killing Lovers, Mama’s Guest, Stone Blossoms
ญี่ปุ่น Beat Kids, Train Man, Samurai Commando – Mission 1549
รายชื่อผู้ชนะรางวัล
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Tae Guk Gui (เกาหลีใต้)
ผู้กำกับยอดเยี่ยม คังจีกิว จาก Tae Guk Gui (เกาหลีใต้)
ดารานำชายยอดเยี่ยม Joo Hyun for A Family (เกาหลีใต้)
ดารานำหญิงยอดเยี่ยม Tiara Jacquelina for Puteri Gunung Ledang (มาเลเซีย)
ดาราประกอบชายยอดเยี่ยม Anthony Wong for Initial D (ฮ่องกง)
ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยม Rima Melati for Ungu Violet (อินโดนีเซีย)
บทยอดเยี่ยม The Moon Also Rises (ไต้หวัน)
ถ่ายภาพยอดเยี่ยม Buffalo Boy (เวียดนาม)
ตัดต่อยอดเยี่ยม Janji Joni (อินโดนีเซีย)
ดนตรีประกอบดั้งเดิมยอดเยี่ยม Ayob Ibrahim จาก Qaisy & Laila (มาเลเซีย)
เทคนิคยอดเยี่ยม จอมขมังเวทย์ (ไทย)
กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม Tsuyoshi Shimizu จาก Samurai Commando-Mission 1549 (ญี่ปุ่น)
สารคดี / หนังสั้นยอดเยี่ยม Pua (มาเลเซีย)
แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม Fireball (ไต้หวัน)
รางวัลพิเศษมอบให้กับหนัง Path of Justice (เวียดนามi) เอ๋อเหรอ (ไทย)
รางวัลพิเศษมอบให้กับนักแสดง เฉินหลง (ฮ่องกง) Yang Kuei Mei (ไต้หวัน) Dian Sastrowardoyo (อินโดนีเซีย)





จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 12:29 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 145
ต่อจากคอมเม้นท์ที่แล้วครับไทย หนังไทยก็ไดรางวัลเหมอนกันครับ มีดังนี้นะ จอมขมังเวทย์ เอ๋อเหรอ และชัตเตอร์

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 12:32 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 146
ช่วยกันลงหน่อยพี่น้อง !!!!!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 12:37 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 147



Serbis เข้าชิงสายประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ในปีนี้ และกลายเป็นหนังที่อื้อฉาวที่สุดในเทศกาล ทั้งยังครองตำแหน่งหนังเอเชียที่ฉาวโฉ่ที่สุดในรอบหลายปี ได้รับทั้งเสียงชม เสียงเชียร์และเสียงสาปส่งอย่างล้นหลาม ก่อให้เกิดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างอึกทึกชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ผู้กำกับบริลลานเต้ เมนโดซ่า เล่าเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นล่างในฟิลิปปินส์ที่ทำธุรกิจหนังโป๊แบบครบวงจร และกิจการกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะตกต่ำ แน่นอน นอกเหนือจากการถกเรื่องประเด็นปัญหาสังคมในประเทศแล้ว แมนโดซ่าก็ไม่ยอมกระมิดกระเมี้ยนใดๆ ในการนำเสนอภาพที่ล่อแหลม เขย่าต่อมศีลธรรมของคนดู กล้องของเขาสำรวจทุกซอกทุกมุมของกิจกรรมต่างๆ ที่มนุษย์พึงปฏิบัติ โดยยืนยันว่าภาพที่เห็นนั้น ได้เกิดขึ้นจริงๆ ในสังคม แล้วทำไมพวกมือถือสากปากถือถึงได้พยายามต่อต้านมัน

เขียนบท อาร์มานโด้ เลา
กำกับภาพ โอดีสซี่ย์ ฟลอเรส
กำกับศิลป์ คาร์โล ตาบิเฮ, เบนจามิน ปาเดโร
ลำดับภาพ แคลร์ วิลลาเรียล
ดนตรี เกียน เกียนาน

Serbis ใช้เวลาถ่ายทำเพียง 12 วันเท่านั้น และในขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะได้ฉายในประเทศฟิลิปปินส์บ้านเกิดหรือไม่ ในลักษณะใด เนื่องมาจากภาพความรุนแรงต่างๆ

Serbis มีความหมายเดียวกับคำว่า Service หรือการให้บริการ
Serbis สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญให้กับวงการภาพยนตร์ฟิลิปปินส์ ด้วยการถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ ในเทศกาลหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างเทศกาลหนังเมืองคานส์ ก่อนหน้านี้หนังฟิลิปปินส์เคยเข้าชิงคานส์มาแล้ว 2 หน จากฝีมือของผู้กำกับ ลีโน่ บร็อกก้า

วันที่เข้าฉาย2008-10-16
แนวหนังดราม่า
ผู้กำกับบริลลานเต้ เมนโดซ่า
นักแสดงแดน อัลวาโร, เมอร์เซเดซ กาบราล, ฮูลิโอ ดิแอซ, แจ็คลีน โฮเซ่, คริสโตเฟอร์ คิง, โคโค่ มาร์ติน, จิน่า ปาเรโญ่




จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 18:17 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 148



นี่ก็หนังฟิลิปปินส์เรื่องหนึ่งที่แสดงโดยนางแบบแถวหน้าของฟิลิปปินส์คุณ Anne Certis

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 18:21 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 149
ภาพความเห็นที่ 42 นี่เป็นภาพถ่ายที่เวียดนามนี่ ไม่ทราบว่าเป็นโรงเรียนอะไร แต่ดูจากบรรยากาศแล้วอาจจะเป็นโรงเรียนทางภาคกลางหรือภาคใต้ของเวียดนามนะ (ไม่แน่ใจ)

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 07/08/52 - 18:26 น.
IP Address: 124.120.182.xx
ความคิดเห็นที่ 150
โทษที่จ่ะ คห. ที่ 142 พิมพ์ตกตัวเลข 1 ไป

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 07/08/52 - 18:27 น.
IP Address: 124.120.182.xx
ความคิดเห็นที่ 151



คู่แค้นสายโลหิต เป็นซีรีส์ฮ่องกงที่ผมรักมากที่สุด เรื่องนี้ทำสถิติเรตติ้งผู้ชมสูงสุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ฮ่องกง และเมื่อช่อง 3 เอามาฉายในเมืองไทย ก็เป็นที่โด่งดังกล่าวขวัญกันอย่างมาก สามารถชมคลิปไตเติ้ลได้ที่ นักแสดงนำในเรื่องได้แก่ หวงเย่อหัว, หลิวเจียหลิง และ เวินเจ้าหลุน ทุกคนได้แสดงบทบาทที่ดีสุดของตัวเองในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเวินเจ้าหลุน เรียกได้ว่าแจ้งเกิดจากเรื่องนี้อย่างเต็มตัว แม้ว่าต่อมาเขาแสดงหนังอีกหลายเรื่อง ผมก็ไม่อาจลบภาพความเป็น “ตัวร้าย” ของเขาจากเรื่องนี้ได้ เรื่องนี้ยังมีนักแสดงประกอบชื่อดังอย่าง โจวไห่เม่ย, เส้าเหม่ยฉี, หลันเจี๋ยอิง ฯลฯ

เรื่องนี้ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย เศร้าสะเทือนใจทุกตอน เป็นซีรีส์ที่รันทดมาก แม่พระเอก (แสดงโดยหลันเจี๋ยอิง) ถูกยัดข้อหาฆ่าคนตาย จนต้องจบชีวิตในคุก ส่วนพระเอก ติงโหย่วเจี้ยน (หวงเย่อหัว) เติบโตมากับน้องชาย ติงโหย่วคัง (เวินเจ้าหลุน) โดยได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากน้า ชีวิตค่อนข้างลำบาก แต่พระเอกเป็นคนหนักเอาเบาสู้ เพื่อส่งเสียน้องชายเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ส่วนนางเอก ฉู่จุน (หลิวเจียหลิง) เป็นลูกเศรษฐีที่มารู้จักพระเอกโดยบังเอิญ เรื่องราวชีวิตดำเนินไปอย่างเข้มข้นน่าติดตาม มีครบทุกรสชาติ ทั้งเรื่องความรัก ครอบครัว มิตรภาพ การต่อสู้ทางธุรกิจ ความซื่อสัตย์และความคดโกง ความดีและความชั่ว ดูเหมือนผู้เขียนบทต้องการบอกกับผู้ชมว่า คนเราควรยึดมั่นในความดี แม้ในโลกแห่งความเป็นจริง คนที่ทำความดีอาจไม่ได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอไป

ชอบที่หวงเย่อหัว หรือชื่อภาษาอังกฤษ Felix Wong เกิดรุ่น ๆ เดียวกันกับ Alan Tam และพ่อของผมโน่นแหละครับ



จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 21:33 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 152
เป็นโรงเรียนทางแว Dalat ครับพี่มี่ทางภาคใต้ของเวียตนามโน่นครับอยู่เหนือโฮจิมินห์ครับ อนาคตเส้นทางนี้คือเขตเศรษฐกิจใหม่ของเวีนตนามนะครับ เพราะอยู่ใกล้ ๆ แถวสนามบินนานาชาตินครเกิ่นเทอครับ เลยเก็บภาพถ่ายจากกล้องมือถือตัวเก่าเก็บไว้ใน Memory Card มาฝากครับ นึกว่าลืมกันแล้ว ขอบคุณมากพี่มี่ที่ช่วยลงให้

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 21:37 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 153
เอ่อใช่ Ma'oang เขียนอย่างนี้โทษทีรีบพิมพ์ไป

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 21:41 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 154



ข่าวจอมยุทธโรตีบี้แดนมังกร โดนแบนที่เนปาล

เนปาลร่อนหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศขอให้สกัดหนัง “จันนิ ชอร์ค ทู ไชน่า” (Chandni Chowk to China) จะเข้ามาฉายในเมืองไทย เผยเหตุเนื้อหาบิดเบือนสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
เมื่อวันที่ 31 มี.ค. นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ทำหนังสือเลขที่ กต.0904/236 ถึง วธ. เรื่องการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ จันนิ ชอร์ค ทู ไชน่า (Chandni Chowk to China) โดยระบุว่า รัฐบาลเนปาลได้ห้ามฉายภาพยนตร์เรื่อง จันนิ ชอร์ค ทู ไชน่า ในประเทศเนปาล เนื่องจาก ภาพยนตร์ดังกล่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่ประสูติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าประสูติในประเทศอินเดีย ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่พระองค์ประสูติที่ลุมพินี ประเทศเนปาล ดังนั้น จึงทำหนังสือขอให้ฝ่ายไทยพิจารณาเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย

“ผมได้มอบหมายให้สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (สภว.) สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) ในฐานะหน่วยงานตรวจสอบเนื้อหาภาพยนตร์ก่อนอนุญาตให้ฉาย เผยแพร่และจัดจำหน่าย ภายในประเทศไทย ว่า จะต้องดำเนินการอย่างไร หากพบว่ามีการ บิดเบือนข้อเท็จเกี่ยวกับสถานที่ประสูติของ พระพุทธเจ้าจริง จะต้องดำเนินการให้เกิดความเหมาะสมต่อไป” รมว.วัฒนธรรม กล่าว

ด้านนายประดิษฐ์ โปซิว รักษาการผอ.สำนักภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (สภว.) กล่าวว่า คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ได้รับหนังสือฉบับดังกล่าวแล้ว แต่ขณะนี้ยัง ไม่มีการส่งภาพยนตร์เรื่องนี้มาให้คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ฯ มีเพียงการส่งรูปแบบโปสเตอร์ที่จะใช้โฆษณาและประชาสัมพันธ์ มาให้ตรวจสอบเท่านั้น จึงต้องรอจนกว่าจะส่งภาพยนตร์เข้ามาให้คณะกรรมการพิจารณา ถึงจะตอบได้ว่า บิดเบือนหรือไม่ แต่เชื่อว่าการจะห้ามฉายในประเทศไทยคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งน่าจะเป็นการตัดฉาก ภาพ หรือเนื้อหาในส่วนที่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงออก หรือไม่ก็ขึ้นตัวหนังสือ ชี้แจงความจริงกรณีดังกล่าวว่า พระพุทธเจ้าประสูติที่ลุมพินี ประเทศเนปาล ไม่ใช่ประเทศอินเดีย

“เท่าที่ผมทราบภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์อินเดียเรื่องแรกที่สร้างในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเป็นหนังแนวตลกและคำพูด ที่บอกว่า พระพุทธเจ้า ประสูติในประเทศอินเดีย เป็นการพูดเชิงติดตลก จึงคิดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบจนถึงต้องห้ามฉายในไทย” รักษาการ ผอ.สภว. กล่าว

น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น จอมยุทธโรตี โดนบี้ที่เนปาลแทนใช่มั๊ยครับพี่มี่

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 21:51 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 155



ขอรายละเอียดหนังจากชาติต่าง ๆ หน่อยครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/08/52 - 22:02 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 156
ตอนนี้ยังไม่สะดวก เดี๋ยวค่อยช่วยนำมาลงๆครับ

พี่จักรพรรดิ์ครับ แนะนำนะครับ เวลาลอกบทความอะไร จของใครมาลง กรุณาให้เครดิตเขาหน่อยว่าใครเขียนเอามาจากไหน

จับได้จาก ที่เขียนถึง Serbis อ่ะครับ (หนังปินส์ในดวงใจผมเลย ดูสามรอบละ) หนังได้รับการเลือกไปฉายและ ได้ประกวดเทศกาลคานส์ เมื่อปีที่แล้ว บทความเขียนปีที่แล้วก็บอกประกวดปีนี้ (2008) ซึ่งเป็นปีที่แล้ว พี่ก็ถ้าไม่เกลา ก็น่าจะบอกเครดิตหน่อยครับ เป็นมารยาทครับ หรืออย่างรูปด้วย ถ้าเราหาจากไหน ช่วยบอกเครดิตด้วย

แนะเท่านี้ครับผม

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 08/08/52 - 0:33 น.
IP Address: 58.181.215.xx
ความคิดเห็นที่ 157



จำได้ว่าเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายคนอย่างพี่เป้สุรัช ทับวัง คนแต่งเพลงสุขสันต์หรรษาไงมาเป็นเพื่อนสนิทตอนวัยเด็กนายแจ็ค ขอเรียกเอ็ง (มึง ป เพราะหน่อยเพราะลงกระทู้ครั้งก่อนลงรูปให้แล้วนะ สมัยเด็กๆ สนิทกันมากพ่อแม่ยังรู้จักกันเลยถึงเอาเอาชื่อพ่อชื่อแม่มาเรียกกันแทนเลย พี่สาวผมได้ไปดูหนังได้ฟังเพลงและเห็นชื่อคนแต่งเลยมาทักผมว่าไอ้แจ็คร่วมแต่งเพลงด้วย (เค้าบอกว่าเสียงมันห้าว ๆ นะ) ไม่รู้ที่ตุ๊กพูดจริงหรือเปล่าผมก็ไม่รู้นะ (กระบือถูกเชือดก็ว่ามาเถอะ) ไอ้แจ็คมันมีพรสวรรคืในการเล่นดนตรี แต่มันไม่สูงนะประมาณ 163 ได้นี่แหละไอ้แจ็ค สมัยอยู่วงซิคชายด์พี่แดงที่อยู่จันทรเกษมเพื่อนไอ้ต่อซิลลี่ฟูลยังวิจารย์ว่ามันตีกลองไม่เร้าเท่าไหร่ อีกทั้งมันยังไม่มีพรสวรรค์พอที่จะเป็นนักร้องนำ สมัยที่มันไปหาเสียงให้vาผมตอนสมัคร ส.ส. เรียกตัวมาช่วยยังยากเลย ฝากภาพให้ดูครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 17:32 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 158
ผมต้องการรวบรวมข้อมูลเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเท่านั้น การคัดลอกจากคอลัมต์อื่นไม่ใช่ประสงค์ทางการค้า แต่เพื่อประสงค์ในการได้รวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะจำไว้

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 17:40 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 159
ไมเคิลเขาเป็นคนค่อนข้างจะมั่นใจในตัวเองนะครับ ครั้งหนึ่งเค้าเคยต่อยมวยมาก่อน ขนาดหาเงินออกค่าใช้จ่ายไปฝึกเองเลยครับ เคยไปต่อยแถวฮ่องกง มาเก๊ามาก่อน ก็แน่ล่ะไมเคิลเค้าลูกท่านหลานฑูตมาก่อนนี่ครับ สามารถล่องได้หลายประเทศง่าย ๆ เพราะพาสปอร์ตฑูตไงครับ เค้าเป็นคนมีทักษะต่อยมวยดีครับ แต่ด้วยเหตุใดเค้ายกเลิกไปเฉย ๆ โดยไม่สนใจอะไรเลย เพื่อนที่สนิทกับเค้าที่อยู่ค่ายเดียวกันมีไก่ ชื่อคือแสนสำรวย ส.ไทยแลนด์ปัจจุบันไก่อยู่ญี่ปุ่นครับ ชื่อของเค้าในอดีตในวงการมวย บันเทิงฤทธิ์ ศิษย์ไทยแลนด์หากินอยู่ต่างแดนอย่างเดียวครับ ลงชื่อเค้าก็รู้แล้ว

ปล.เล็ก

จาก: แสนสำราญเล็ก ศิษย์ไทยแลนด์
วันที่: 08/08/52 - 17:52 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 160



หนังญี่ปุ่นหน่อยครับ Ninja girl ภาค 2 ชื่อตอน Assassin of Darkness ให้ดูภาพสวย ๆ ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 21:17 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 161
อ้าวเจ้าเล็กเอ๊ยไปบอกคนอื่นเค้าทำไม เรื่องชกมวยมันนานมาแล้ว ให้ลงเรื่องหนังอย่างเดียว กว่าจะได้ลงชกแต่ละครั้งแถบกระอัก ค่าตัวก็นิดเดียว แถมยังเจ็บตัวเปล่า ๆ อีกน่ะไม่คุ้ม สู้อยู่ฮ่องกงยอมติดคุกยังได้เบี้ยเลี้ยงนักโทษคนละ 72 เหรียญฮ่องกงเชียวนะเอ็ง ทุกท่านรู้มั๊ยว่าคุกที่ฮ่องกงมีเบี้ยเลี้ยงจ่ายนักโทษด้วย ถ้าติดเดือนนึงก็คุณ 30 เอา 2160 เดี๋ยวนี้ไม่รู้หนึ่งเหรียญฮ่องกงแลกเป็นเงินไทยได้กี่บาท คงประมาณห้าบาทนะครับ คิดคร่าว ๆ เงินไทยก็หมื่นเศษ แต่รู้มั๊ยว่าที่ฮ่องกงเป็นคุกที่ติดยากที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้าคดีไม่หนักเขาก็ปรับเอา ไม่เหมือนเมืองไทยนะที่ติดคุกแทนค่าปรับได้ ถ้าหนัก ๆ เค้าก็ประหารเลย เข้าใจนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 21:25 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 162
พี่มี่เป็นไงบ้างนอ ? สบายดีมั๊ย ?

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 22:41 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 163



จำได้ว่าผมดูคนตัดคนทุกภาคเห็นหลงฟงแล้วชอบมาก ยิ่งภาค 3 ที่โจวซิงซือเล่นยิ่งชอบตลกดี ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครมีความตายพ้น ปลงซะเถอะชีวิต วันนี้ทำอะไรดี ๆ หรือยังครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 23:36 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 164



เห็นทีมงานเค้าบ้านว่า เรื่องนี้ก็จะเอามารีเมกใหม่เหมือนกันครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 23:45 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 165



ตอนนีกำลังปรึกษาอาจารย์ทำเรื่องนี้อยู่ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 08/08/52 - 23:46 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 166



เอาใจแฟนหนังไทยหน่อย คุณจีจ้าสวยดุ๊ดุ ใครได้เป็นภรรยาโดนฌธอเตะคอหักแน่ เอาภาพให้ชมครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 09/08/52 - 1:03 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 167



ไม่อยากเชื่อแต่ได้ข้อมูลจริง ภาพข้างบนดูเอา

คนนี้แหละคับ Ken Lo สตั้นท์แมนชาวไทยจากจ.อุดรธานี หรือชื่อไทยคือ คุณวิโรจน์ เป็นที่มีพื้นฐานมวยไทย กลายเป็นหนึ่งในทืมงานของเฉินหลงเริ่มโดนเด่นจากตัวร้ายที่เตะได้สุดยอดมากใน ไอ้หนุ่มหมัดเมา ภาค 2

เป้นข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ คมชัดลึกครับ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

Ken Lo เป็นคนไทยนะครับ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก เคยได้โอกาสสัมภาษณ์เค้าเมื่อตอนเดินทางเมืองไทยด้วย ก็เอามาให้อ่านกันครับ

คุยกับ "หนุ่มไทย" มือขวา "เฉินหลง" กับงานระดับอินเตอร์ไลฟ์สไตล์
(คมชัดลึก 20 พ.ย.45)

ถ้าเอ่ยชื่อ โล้ว ฮุย กัง ในเมืองไทย คงไม่มีใครคุ้นหูสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นในเกาะฮ่องกงชื่อนี้เป็นชื่อที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี สำหรับคนที่นั่น

และน้อยคนนักจะรู้ว่า โล้ว ฮุย กัง หรือ วิโรจน์ แซ่โล้ว เด็กหนุ่มชาวจังหวัดอุดรธานี พระเอกหนังเรื่อง "ไอ้หนุ่มหมัดเมาภาค2" หนังจีน ชื่อดังในอดีต คนนี้คือคนไทย 100% แต่กลับไปโด่งดังที่ฮ่องกง

คม ชัด ลึก ได้มีโอกาสเจอะเจอ วิโรจน์ แซ่โล้ว ที่มาช่วยเป็นธุระประสานงานให้กับกองถ่ายละคร พยัคฆ์ร้าย 6 แผ่นดิน ที่ยกกองถ่ายไปถ่ายทำที่เกาะฮ่องกง

วิโรจน์ แซ่โล้ว เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มแรกที่ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนนาน 15 ปี ว่าประเทศที่เขาคิดจะไปอยู่นั้นตั้งแต่แรกนั้น ไม่ใช่เกาะฮ่องกง แต่เป็นประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากมีพี่ชายทำมาหากินอยู่ที่นั่น

ครอบครัวผมอยู่ที่อุดรธานี "ผมมีพี่ชายคนโต อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ผมอยากไปอยู่กับพี่ชาย แต่ตอนนั้นแม่ผมได้ห้ามเอาไว้ เพราะท่านเห็นว่าที่ฝรั่งเศสอากาศหนาว ท่านเป็นห่วงก็เลยไม่ให้ผมไป ผมก็เลยเปลี่ยนเข็มไปฮ่องกงแทน ช่วงแรกผมมาเป็นไกด์ พาคนไทยเที่ยวที่ฮ่องกง

แล้วช่วงนั้นมีนักมวยไทยมาฮ่องกง แล้วผมก็มีโอกาสขึ้นไปต่อยบนเวทีด้วย ผู้กำกับที่โน่นเขาเห็นผมก็ถูกชะตา บอกว่าผมหุ่นดี ต่อยมวยได้ ก็เลยติดต่อให้ผมเล่นหนังเป็นตำรวจฮ่องกง" วิโรจน์ เล่าถึงจุดเปลี่ยนแปลง ของชีวิตอย่างอารมณ์ดี แล้วเริ่มเล่าต่อถึงการได้เข้ามาร่วมงานกับซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของฮ่องกง เฉินหลง หรือชื่อที่ใช้ในฮอลลีวู้ดว่า แจ็คกี้ ชาน อย่างอารมณ์ดีว่า

"นอกจากที่ผมทำงานในกองถ่ายแล้ว ช่วงนั้นผมก็ทำงานที่ดีสโก้เธคด้วย แล้วบังเอิญเฉินหลงมาเที่ยว ก็มีคนแนะนำให้รู้จัก เขาก็ชวนผมไปร่วมงานด้วย ทีแรกผมคิดว่าเขาพูดเล่น แต่หลังจากนั้นเขาก็ติดต่อมาอีก ผมก็ตัดสินใจออกจากที่ทำงานเดิมที่ทำมาได้ 2 ปี มาทำงานให้กับเฉินหลง จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ 15 ปีแล้ว"

หนุ่มไทยวัย 40 ปีกล่าวถึงภาระหน้าที่เขาทำให้กับเฉินหลงว่านอกจากเป็นหัวหน้าสตั๊นต์แมนแล้ว เขายังมีโอกาสได้เล่นหนังหลายต่อหลายเรื่อง และที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิต ของเขาอีกครั้งคือการได้ลุกขึ้นมาเป็นพระเอกหนังระดับฮอลลีวู้ด

"ผมก็เป็นหัวหน้าสตั๊นต์แมน อยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของหนังเฉินหลงทุกเรื่อง และก็ได้เล่นหนังของเฉินหลงทุกเรื่อง แต่ที่โด่งดังสุดขีด และทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างมากคือ ที่ได้มีโอกาส เล่นเป็นไอ้หนุ่มหมัดเมาภาค 2 ที่ผมได้เล่นเรื่องนี้ เพราะว่าตอนนั้นพระเอกเขาเตะต่อยไม่ได้ ผมก็เป็นสตั๊นต์แมนให้ เฉินหลงเขาเห็นเข้า เขาก็เลยบอกว่า แล้วทำไมไม่เล่นเองเลย ผมก็เลยได้เล่น แล้วหนังเรื่องนั้นก็ดังมาก จากหนังเรื่องนั้นทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนอย่างมาก"

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือขวาของเฉินหลง เขาบอกว่ารู้สึกภูมิใจที่เขามีวันนี้ แต่เสียใจที่มารดาของเขาไม่ได้อยู่เห็นในความสำเร็จของเขา

"มาถึงวันนี้ ผมดีใจที่มีวันนี้ แต่ก็รู้สึกเสียใจที่แม่ผมไม่อยู่ดูความสำเร็จของผม ทุกวันนี้ผมไปไหนมาไหนที่ฮ่องกงก็มีคนรู้จัก และจำได้ตลอด"

วิโรจน์เล่าถึงงานแสดงต่อว่า เขาเพิ่งไปเซ็นสัญญากับอเมริกา เพื่อร่วมเล่นหนังเรื่องใหม่ของ สตีเว่น ซีกัล ซึ่งคาดว่าจะเดินทางมาถ่ายทำที่เมืองไทยด้วย

"ช่วงนี้ผมไปอเมริกาบ่อย เพราะผมเพิ่งเซ็นสัญญากับอเมริกา ผมกำลังจะมีงานกับสตีเว่น ซีกัล เรื่องนี้อาจจะมาถ่ายทำเมืองไทยด้วย"

ส่วนชีวิตส่วนตัวนั้น วิโวจน์หรือชื่อที่ใช้ในฮ่องกงว่า โล้ว ฮุย กัง เล่าว่าปัจจุบันเขาได้แต่งงานกับรองมิสฮ่องกง จนมีบุตรด้วยกัน 1 ปี

"ลูกผมเป็นผู้ชาย อายุเกือบ 4 ขวบแล้ว ผมบอกเขาเสมอว่าครึ่งหนึ่งเขาเป็นคนไทย ผมก็สอนให้เขาพูดภาษาไทยด้วย แล้วก็เคยพามาเที่ยวเมืองไทย และเขาก็ชอบเมืองไทยมาก ทุกวันนี้ชีวิตส่วนใหญ่ผมอยู่ที่ฮ่องกง ไม่ค่อยได้กลับเมืองไทยเท่าไหร่" วิโรจน์ กล่าวปิดท้าย


จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 09/08/52 - 1:11 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 168
อีกนิดส์ครับ คนนี้แหละที่ติดต่อให้ โดโด้ ยุทธพิชัย ชาญเลขา ไปเล่นหนังเรื่อง Who am I ใหญ่เต็มฟัดครับ



จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 09/08/52 - 1:17 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 169
มันเก่งจริง ๆ ครับ สมกับเป็นนักเจาะข้อมูลจริง ๆ ไมเคิล

จาก: กวิน
วันที่: 09/08/52 - 1:32 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 170
แล้วหน้าเค้าดันคล้ายหน้าญาติทางฝ่ายแม่ผมคนหนึ่งม๊ากมาก ดีใจครับคนอีสานเหมือนกัน จำได้มั๊ยพี่เกี๊ยงวงเฉลียงก็คนหนองคายนะพี่น้อง!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 09/08/52 - 1:35 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 171
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 10/08/52 - 14:34 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 172



นี่แหละขวัญใจผม

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 10/08/52 - 15:26 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 173
ขอข้อมูลหน่อยพวก!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 10/08/52 - 16:28 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 174
ในอดีตผมเคยไปฉายหนังกับคนรู้จัก ครั้งหนึ่งเค้ารับงานมากจนเบลอและผมก็ไม่ได้พักผ่อน จัดหนังไปเลยตามเลย สมัยก่อนหนังต้องมีม้วนเสียงใส่เทปไปต่างหากไม่เหมือนในปัจจุบันที่เป็นเสียงในฟิล์มนะครับ ด้วยความรีบร้อนร้อนพวกผมไปฉายหนังที่ชนบทแห่งหนึ่ง เอาไปแต่ฟิล์มมาตรวจเช็คลืมเอาม้วนเสียงไป เป็นหนังเรื่องสุดท้ายด้วย ด้วยไหวพริบผมกับเพื่อนแก้ปัญหาด้วยการขออภัยพ่อแม่พี่น้อง และพวกเราลงมือภาคหนังเองครับ ผลตอบรับตรงกันข้ามกันครับนึกว่าพ่แอแม่พี่น้องจะบ่นจะด่า กับพอใจพากันมาดูโดยแทบไม่มีพื้นที่ว่างเลย ทำให้พวกผมทีมพากษ์จำเป็นดีใจมากที่พ่อแม่พี่น้องให้การตอบรับ คิดดูจากหนังทีมฆ่าอันโหดเหี้ยมกลายเป็นหนังปนตลกทำให้พี่น้องไม่เครียดพากันดูด้วยความชอบใจ จากวันนั้นหรืออะไรก็ไม่รู้ทำให้ผมมีความรักหนังมาก จากที่เคยเขียนการ์ตูนเล่มละบาทขาย จนได้กลายมาเป็นคนเขียนบทหนัง
โดยบังเอิญล่ะผมพี่น้อง !!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 10/08/52 - 17:07 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 175



ขอโชว์รูปพี่เค้าชัด ๆ หน่อยครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 10/08/52 - 21:31 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 176



เอาลงภาพหน่อยวันนี้ กองถ่ายยังทำงานไม่ได้อีกเพราะฝนตก

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 11/08/52 - 11:42 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 177
กำลังหาข้อมูลอยู่

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 11/08/52 - 15:24 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 178



โฉมหน้าพระเอกเรื่องครูบ้านนอกคนใหม่ พิเชษฐ์ กองการ กับผู้กำกับป๋าสุรสีห์ ผาธรรม นางเอกคือฟ้อนฟ้า ผาธรรม หลานของอาจารย์อ๋องและป๋าสุรสีห์ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 11/08/52 - 15:36 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 179



นี่ล่ะครูใหญ่คนใหม่ที่รับบทแทนอาจารย์นพดล ดวงพรซ่งเล่นครั้งก่อนป๋าหม่ำ จ๊กมก

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 11/08/52 - 21:40 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 180



ดาราญี่ปุ่นหน่อยครับ Erika Toda

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 11/08/52 - 23:28 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 181



เอ้าใครเคยดูหนังจีนภาคต่างๆ ของวีระบุรุษหวงเฟยหงที่มีหลายคนแสดงอย่าง Joshepine Ciao , Jet Li , Jacky Chan และคนอื่น ๆ แสดงเป็นเค้า มีนายทุนทั้งจากจีนและฮ่องกงต่างซื้อลิขสิทธิ์เรื่องราวของท่านไปทำเป็นหนังมากมาย ท่านเป็นส่วนหนึ่งสำคัญที่นำชาวจีนต่อต้านต่างชาติ และเป็นคคนสำคัญที่ดร.ซุน ยัด เซ็น จะขาดไม่ได้เป็นกำลังหลักในการปฏิวัติการปกครองในจีน ซึ่งเรื่องราวต่าง ๆ ก็ทำเป็นหนังให้ดูแล้วนะครับ อาจจะบิดเบือนไปบ้างก็มีนะ ชื่อภาษาอังกฤษของท่านเขียนเป็น Wong, Fei-Hong จงรับรู้ว่าท่านมีตัวตนจริงนะ เลยเอารูปมาลงให้เห็น เป็นคนมณฑลกวางตุ้งและเป็นศิษย์เส้าหลินเหมือนกับ Jet Li และ Jacky Chan เสียดายอยู่คนละสำนักกับเจ้าของกระทู้อย่างผมที่เป็นศิษย์สำนัก Wudang หรือคนไทยรู้จักในนามของบู๊ตึ๊งนั้นเองครับ ถ้าเรียนมาจากสำนักเดียวกันเหมือนผม ผมจะภูมิใจมากกว่านี้ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 12/08/52 - 17:11 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 182



คนนี้หลี่ เหลียง เหว่ย เป็นดาราฮ่องกงที่มีเชื้อสายเวียตนามด้วยครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 12/08/52 - 20:59 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 183
เอ้าขอระบายหน่อยครับ วัน ๆ อยู่แต่กับคอมเพราะผลันตัวเองมาเป็นนักเขียนก็เลยต้องอยู่แต่กลับหน้าคอมนะพี่น้อง!!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 13:15 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 184



หนังสือ: กิมย้ง โกวเล้ง ยอดยุทธจักรหนังสือกำลังภายใน
จากข้อมูลของ ว.ณ เมืองลุง ในหนังสือมังกรเจ้ายุทธจักรเล่ม 4 กิมย้งมีชื่อจริงว่า จงเหลียงหยง เกิดที่เมืองไห่หนิง มณฑลเจ๋อเจียง ในสมัยราชวงศ์ชิง (พระนางซูสีไทเฮา) จบมหาวิทยาลัยฉงชิ่ง มณฑลเสฉวน และทำงานด้านหนังสือพิมพ์มาตลอด ได้รับยกย่องว่าเป็นนักหนังสือพิมพ์ชั้นยอด เป็นนักวิจารณ์การเมืองชั้นเยี่ยม

ในช่วงที่บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อ ตุง กับฝ่ายประชาธิปไตยของเจียง ไคเช็ก จึงดิ้นรนออกจากจีน และในปี 2490 ก็ย้ายไปอยู่ฮ่องกง ต่อมาในปี 2492 เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ และเจียง ไคเช็กได้หนีไปตั้งหลักอยู่ที่ไต้หวัน กิมย้งตัดสินใจไม่ไปไหน อยู่ที่ฮ่องกงไปตลอด โดยทำงานทั้งหนังสือพิมพ์และภาพยนตร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในปี 2498 จึงลองเขียนนิยายด้านยุทธจักร เรื่องแรกคือ “จือเกี่ยมอึงชิ่วลก” หรือจอมใจจอมยุทธ์ ต่อมาได้แก่ “เพ็กฮ้วยเกี่ยม” “เซาะซัวปวยฮู้”

กระทั่งเล่มที่ 4 กิมย้งก็แจ้งเกิดเต็มตัวในเรื่อง “เสี่ยเตียวเอ็งย้งตึ่ง” หรือ “มังกรหยก” เรื่องราวความรักและการผจญยุทธจักรของก้วยเจ๋ง-อึ้งย้ง นั่นเอง ผลงานชิ้นนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เฮียงกั้งเซียงป่อ ซึ่งคนอ่านติดกันงอมแงม บางครั้งที่กิมย้งเขียนต้นฉบับไม่ทัน จึงต้องมีมือสำรองช่วยเขียนให้ไปก่อน บางครั้งโอเค บางครั้งเตลิดออกนอกลู่นอกทาง จนกิมย้งต้องโยงเรื่องกลับคืนมา

หลังประสบความสำเร็จสูงสุดจากมังกรหยกภาค 1 กิมย้งมีเงินตั้งตัวชนิดเปิดหนังสือพิมพ์เป็นของตัวเอง ชื่อ “หมิงเป้า” จากนั้นจึงเขียนมังกรหยก ภาค 2 รุ่นเอี้ยก้วย-เซียวเหล่งนึ่ง” เป็นที่โด่งดังไม่แพ้กัน กิมย้งเริ่มเขียนยุทธจักรนิยายตั้งแต่ปี 2498-2514 รวมทั้งสิ้น 14 เรื่อง (ใน 16-17 ปี) ได้แก่ 8 เทพอสูรมังกรฟ้า อุ้ยเซี่ยวป้อ กระบี่เย้ยยุทธจักร (เดชภัมภีร์เทวดา) ดาบมังกรหยก ตอนหลังเลิกเขียนเพราะไม่ค่อยมีเวลา เนื่องจากต้องดูแลกิจการหนังสือพิมพ์ กระทั่งหลังๆพอมีเวลาว่างมากขึ้น จึงรื้อเรื่องเก่าที่เขียนไว้ทั้ง 14 เรื่องมาตรวจทาน รีไรต์ให้สมบูรณ์กว่าเดิม จนเป็นหนังสือที่มีนักแปลของไทยแปลมาให้อ่าน ได้แก่ หนังสือที่มีนักแปลของไทยแปลมาให้อ่าน ได้แก่ ฉบับประยูร-จำลอง พิศนาคะ ใช้ชื่อมังกรหยก และว. ณ เมืองลุง ใช้ชื่อมังกรเจ้ายุทธจักร

ข้อมูลคล้ายกัน

ประวัติของกิมย้ง

ตอบ กิมย้งปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ที่ฮ่องกง ซึ่ง "โกวเล้ง" เจ้าของฉายาอัจฉริยะปีศาจ กล่าวถึงกิมย้งไว้ว่า "กิมย้งเป็นนักเขียนที่ข้าพเจ้านับถือที่สุดเสมอมา"

กิมย้ง ชื่อจริง จงเหลียงหยง แปลว่าระฆังชั้นเยี่ยม เกิดที่เมืองไห่หนิง มณฑลเจ๋อเจียง ในตระกูลบัณฑิต

จบการศึกษามหาวิทยาลัยฉงชิ่ง มณฑลเสฉวน จากนั้นก็ทำงานหนังสือพิมพ์มาตลอด จนกระทั่งในยุคที่กลุ่มคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตุงชิงอำนาจกับกลุ่มประชาธิปไตยของเจียงไคเช็ก กิมย้งจึงดิ้นรนย้ายไปฮ่องกงในปี 2490

ว. ณ เมืองลุง เล่าประวัติกิมย้งไว้ว่า ในปี 2492 เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ชนะและปกครองจีนนับแต่นั้น กิมย้งก็ปักหลักอยู่ซะที่ฮ่องกง ไม่ไปทั้งแผ่นดินใหญ่และไต้หวัน

ชีวิตทำงานที่ฮ่องกง วนเวียนอยู่ในวงการหนังสือพิมพ์และภาพยนตร์ แต่ก็ไม่ขึ้นไปอยู่แถวหน้า จึงลองหันไปเขียนนิยายในปี 2498

เรื่องแรก "จอมใจจอมยุทธ์" เขียนด้วยสำนวนที่สละสลวย เนื้อเรื่องอิงประวัติศาสตร์ คล้ายใช่แต่ไม่ใช่ จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

แต่ที่มาแจ้งเกิดชนิดดังสะเทือนฟ้าสะเทือนดินก็คือ เสี่ยเตียวเอ็งย้งตึ่ง หรือ "มังกรหยกภาค 1" (ก้วยเจ๋ง-อึ้งย้ง) เป็นผลงานที่ยอมรับว่าเป็นบทประพันธ์ชั้นครู ว่ากันว่ามุมไหนที่มีคนจีนอาศัย ที่นั่นต้องมีคนอ่านเรื่องนี้อย่างหลงใหล

ความยิ่งใหญ่ของมังกรหยก ทำให้นักเขียนจนๆ รายหนึ่งกลายเป็นเศรษฐี เพราะสำนักพิมพ์ต่างๆ แย่งกันซื้อด้วยการประมูลราคา พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก รับค่าลิขสิทธิ์ปรีดิ์เปรมไปเลย


เมื่อเขียนจบภาค 1 นี้แล้ว ยังรวบรวมสมัครพรรคพวกออกหนังสือพิมพ์รายวันหมิงเป้า จากนั้นเขียนมังกรหยกภาคสอง เลี้ยงหนังสือพิมพ์นานถึง 3 ปี จนกลายเป็นหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ที่สุดฉบับหนึ่งของฮ่องกง ภายหลังงานหนังสือพิมพ์ยุ่งมาก จนทำให้กิมย้งไม่มีเวลาเขียนหนังสืออีก และยุติการเขียนในปี 2514 รวมผลงานทั้งสิ้น 14 เรื่องเท่านั้น

แต่แค่ 14 เรื่องนี่ก็มีผู้มาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำละครชุด ภาพยนตร์ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และทำท่าว่าจะมีอีกหลายเวอร์ชั่นในอนาคต

ผลงาน 14 เรื่องที่ว่า ได้แก่ 1.จอมใจจอมยุทธ์ ตามด้วย 2.เพ็กฮ่วยเกี่ยม 3.จิ้งจอกภูเขาหิมะ 4.มังกรหยก 5.มังกรหยกภาคสอง 6.จิ้งจอกอหังการ 7.นิยายขนาดสั้น แป๊ะเบ๊เซาไซฮวง เป็นเรื่องที่กิมย้งปรับปรุงแก้ไขมากที่สุด 8.นิยายขนาดสั้น อวงเอียงตอ (ดาบสันนิวาส) 9.กระบี่ใจพิสุทธิ์ (มังกรสะท้านบู๊ลิ้ม) 10.ดาบมังกรหยก 11.แปดเทพอสูรมังกรฟ้า 12.เฮี้ยบแขะเฮ้ง (ลำนำจอมยุทธ์) 13.กระบี่เย้ยยุทธจักร (เดชคัมภีร์เทวดา) และ 14.อุ้ยเสี่ยวป้อ เป็นเรื่องสุดท้ายที่นักวิจารณ์ยกให้เป็นผลงานที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ปัจจุบันกิมย้งยังคอยดูแลกิจการหนังสือพิมพ์หมิงเป้า
งานเขียนของ กิมย้ง ถือเป็นเอกในบรรดานักนิรมิตเรื่องจีนกำลังภายในทั้งหลาย ความรอบรู้ทางประวัติศาสตร์ ความคมคายในเชิงปรัชญา กับทักษะในการสร้างเรื่องและสรรค์ตัวละครออกมาโลดแล่น..." (อ้างอิง : จิ้งจอกอหังการ น.นพรัตน์ แปล พิมพ์ครั้งที่ 2 โดยสำนักพิมพ์ปัจจุบัน)

กิมย้ง เป็นนักเขียนนิยายจีนกำลังภายใน ชื่อดังของฮ่องกง มีชื่อจริงว่า จาเลี้ยงย้ง เขียนนิยายกำลังภายในทั้งหมด 15 เรื่อง เป็น เรื่องขนาดสั้น 3 เรื่อง และเรื่องขนาดยาว 12 เรื่อง นิยายเรื่องแรกของ กิมย้ง คือเรื่อง จือเกี่ยมอึ้งชิ้วลก ( Shu Jian En Chau Lu : จอมใจจอมยุทธ์ ) ซึ่งเขียนขึ้นครั้งแรกราว ๆ พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) ซึ่งเนื้อเรื่องเรื่องนี้ ได้เค้าจากตำนานที่เล่าขานกันว่า พระจักรพรรดิ์เคี่ยนหลงฮ่องเต้ (เฉียนหลงฮ่องเต้) แห่งราชวงศ์เช็ง (ชิง) มีสายเลือดจีน(ชาวฮั่น) แสดงให้เห็นความขัดแย้งระหว่างอำนาจกับเชื้อชาตินิยม นิยายเรื่องนี้ทำให้กิมย้ง ติดอันดับในยุทธจักรนิยายกำลังภายในทันที เป็นพื้นฐานความสำเร็จในเรื่องต่อ ๆ ไป แต่มีข้อด้อยที่ตัวละครเอกไม่เด่น ความเด่นกลับไปตกอยู่กับหัวหน้าหน่วยพรรค ดอกไม้แดงทั้งหมด 14 คน ซึ่งมี ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว)ตัวเอกของเรื่อง เป็นหัวหน้าใหญ่ แม้ผู้แต่งจะพยายยามเน้นให้ประมุขพรรค คือ ตั้งแกลก เด่นกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ไม่ถึงกับประทับใจผู้อ่านมากนัก แต่กระนั้นก็ยังจัดเป็นวรรณกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

เรื่องถัดมาคือ เรื่อง เพ็กฮ้วยเกี่ยม (Bi Xue Jian : เพ็กฮ้วยเกี่ยม กระบี่เลือดเขียว) เรื่องนี้ กิมย้ง พยายามใช้กลวิธีการประพันธ์แบบใหม่ จากคำตามท้ายเรื่องของ กิมย้ง ได้กล่าวไว้ว่า ตัวเอกที่แท้จริงของเรื่องนี้คือ อ้วงชงฮ้วง และรองลงไป คือ กิมจั๊วนึ้งกุน (เทพบุตรงูทอง แฮ่เซาะงี้) ซึ่งทั้งคู่ได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องราวถูกนำมาเล่าย้อน ควบคู่ไปกับพฤติการณ์ของตัวเอกอีกคนหนึ่งคือ อ้วงเซ้งจี่ (หยวนฉงจื้อ) เป็นความแปลกใหม่ที่ยังทำได้ไม่ดีนัก

เมื่อเขียนเรื่อง เส้อเตียวเอ็งฮ้งตึ่ง (She Diao Yin Xiong Zhuan : มังกรหยก ภาค 1) เรื่องมังกรหยกภาค 1 เสนอความขัดแย้งระหว่างชาติพันธ์ คือ จีนกับมองโกลเป็นแก่นหลักของเรื่อง ส่วนแก่นเรื่องรอง คือความรักชาติ (จีน) การแก้แค้น (ของก๊วยเจ๋ง) ตัวละครทุกตัวค่อนข้างเป็นแบบฉบับ ในแนวจินตนิยม ไม่สู้เหมือนคนจริงนัก แต่แฝงไว้ด้วยความสนุกสนาน ในด้านการวางโครงเรื่องนั้น เหง่ยคัง นักวิจารณ์ชาวฮ่องกง ยกย่องมังกรหยก ภาค 1 ว่า ประณีตแนบเนียนดั่ง เสื้อสวรรค์ไร้ตะเข็บ คือ เรื่องดำเนินไปอย่างสมเหตุสมผล การผูกปมและคลี่คลายเรื่องสมจริง ไร้ที่ติ ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างฐานะของกิมย้งให้เป็นปรมาจารย์นิยายกำลังภายในอย่างเต็มภาคภูมิ

หลังจากที่ โด่งดัง จากเรื่อง เส้อเตียวเอ็งฮ้งตึ่ง (มังกรหยก ภาค 1) แล้ว กิมย้งได้พัฒนารูปแบบงานเขียนของตนเองอีกครั้งหนึ่ง โดยนำลักษณะการแต่งแบบเรื่อง ราโชมอน ของ ญี่ปุ่น เข้ามาใช้ คือ เรื่อง เสาะซัวปวยฮู้ ( Xue Shan Fei Hu : จิ้งจอกภูเขาหิมะ) ซึ่ง อุนสุยอัน (นักเขียนนิยายกำลังภายในชาวมาเลย์) ได้กล่าวถึงเรื่อง เสาะซัวปวยฮู้ ว่า "... เสาะซัวปวยฮู้ เขียนในรูปแบบของการเล่าเรื่องราว ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์พิเศษเฉพาะ ตลอดทั้งเรื่องล้วนเล่าเรื่องราว บางครั้งใช้บุคคลที่แตกต่าง มุมมองที่แตกต่าง เล่าเรื่องราวที่แตกต่าง บางคราใช้บุคคลแตกต่าง แง่มุมที่แตกต่าง เล่าเรื่องราวเดียวกัน เรื่องราวทั้งหมดที่เล่าออกมา รวมกันเป็นเรื่อง เสาะซัวปวยฮู้ ..."

ต่อจากนั้นกิมย้งได้เขียนนิยายมาหลายเรื่อง ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่สร้างปรากฏการณ์ในวงการนิยายกำลังภายในทั้งสิ้น เส้อเตียวเฮียบหลือ (Shen Diao Xia : มังกรหยกภาค 2 ) ได้ทำให้นามของ กิมย้ง แพร่หลายไปสู่ทุกมุมโลกที่มีชาวจีนอยู่ ด้วยการเสนอความขัดแย้งระหว่างตัวละครฝ่ายประเพณีนิยม นำโดยก๊วยเจ๋ง และ อึ้งย้ง กับฝ่ายธรรมชาตินิยม นำโดยเอี้ยก้วย และ เสียวเล้งนึ้ง เป็นแก่นหลักของเรื่อง ผ่านความรักแบบหนุ่มสาวระหว่างเอี้ยก้วยและเสียวเล้งนึ้ง ที่ยึดมั่นการแสดงความรู้สึก ความต้องการ ตามธรรมชาติของมนุษย์โดยอิสระเสรี ไม่ยอมตกอยู่ใต้กรอบค่านิยมสังคม หรือประเพณีที่มนุษย์สร้างขึ้นดังที่ก๊วยเจ๋งและอึ้งย้งยึดมั่นอยู่ เท่ากับเป็นการต่อสู้ระหว่างแนวคิดธรรมชาตินิยมของเต๋า และ แนวคิดจารีตนิยมของขงจื้อ เรื่องนี้ส่งผลสะท้านสะเทือนวงการวรรณกรรมนิยายกำลังภายในอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

(Lian Chen Que : กระบี่ใจพิสุทธิ์) เป็นนิยายขนาดกลางของกิมย้ง เรื่องนี้แสดงถึงความเลวร้ายสารพัดอย่างของมนุษย์ อาจารย์ แกล้งบอกเคล็ดวิชาผิดๆให้ศิษย์ บิดาฆ่าลูกสาวเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนา ตลอดจนความเลวร้ายอีกนานัปการ จอมยุทธในเรื่องนี้เมื่อมีความตายมาเยือนก็หวาดกลัวคิดเอาตัวรอด บางคนกล้าทำความชั่วเพียงเพื่อให้ตัวมีชีวิตรอด การกลัวตายเป็นสัญชาติญาณของมนุษย์ทุกคน กิมย้ง ชี้ให้เห็นว่า คนยิ่งสูงใหญ่เท่าใด ก็ยิ่งรักตัวกลัวตายและพลัดพรากจากสิ่งที่รักมากขึ้นเท่านั้น

อี้ทีโต้วเล้งกี่ (Yi Tian Tu Long Ji - ดาบมังกรหยก : บันทึกอิงฟ้า พิฆาตมังกร) หรือ มังกรหยกภาค 3 ภาคนี้เป็นการนำจินตนิยมผสมผสานกับสัจนิยมได้อย่างแนบเนียน เรื่องนี้มีตัวละครมาก มีโครงเรื่องย่อยแทรกซ้อนอยู่หลายตอนแต่ไม่สับสน ดำเนินเรื่องได้อย่างน่าอ่าน หักมุมอย่างคาดไม่ถึง เน้นให้เห็นถึงความเด่นของพรรคเม้งก้าเอาลักษณะกลุ่มเป็นตัวเอก แต่สามารถทำให้บทเจี่ยซุนและเตียบ่อกี้เด่นควบคู่ไปกับบทบาทของกลุ่ม ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ยากมาก วิธีการนี้กิมย้ง ล้มเหลวในเรื่อง จอมใจจอมยุทธ แต่สามารถพัฒนาจนประสบผลสำเร็จอย่างงดงามในเรื่องนี้

เทียนเล้งโป๊ยโป๋ว (Tian Long Ba Bu : แปดเทพอสูรมังกรฟ้า) เรื่องนี้ถือเป็นสุดยอดนิยายจินตนิยมของ กิมย้ง เพียงชื่อเรื่องก็ให้จินตนาการเร้าความสนใจอย่างยิ่ง เรื่องนี้มีตัวละครมากมาย มีเหตุการณ์สารพัดอย่างในยุทธจักร ถ้าฝีมือไม่พอไม่ถึง ยิ่งจะทำให้เรื่องยุ่งเหยิงถึงที่สุด ตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องสะท้อนภาพการเมืองในจีนและประชาคมโลกไปด้วย จำลองภาพมนุษย์ไว้สารพัดประเภท เป็นยอดเขาแห่งความสำเร็จของกิมย้ง อีกยอดหนึ่งที่ผู้เขียนอื่นขึ้นถึงได้ยาก

เรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า มีวิทยายุทธหลากหลายชวนให้บันเทิงใจได้หลายรส มีเหตุการณ์ตื่นเต้นพิศดาร แสดงให้เห็นถึงจินตนาการอันลึกล้ำและกว้างไกล สาระของเรื่องมีมากมายหลายประการ แต่สาระสำคัญที่สุดน่าจะเป็นการต่อต้านสงครามสร้างความรักสากลในหมู่มนุษยชาติ เขตแดนและเผ่าพันธุ์ไม่ควรเป็นเครื่องกีดกั้นไมตรีจิตของมนุษย์ ดังนั้นต้วนอวี้ แห่งแคว้นตาลีฟู ซีจู๋ของจีน เฉียวฟงแห่งต้าเหลียว จึงได้สาบานเป็นพี่น้องกัน มีอุดมการณ์ร่วมกัน แต่ละคนต่างมีบุคลิคและชะตากรรมต่างกัน

แปดเทพอสูรมังกรฟ้า มีฉากการต่อสู้ขนาดใหญ่และขนาดเล็กแทรกไว้มากมาย เช่น เฉียวฟงบุกตึกชุมนุมผู้กล้า หักหาญกับเหล่าจอมยุทธเพื่ออาจู ทั้งห้าวหาญองอาจ ทั้งแกร่งกล้าทรงพลัง ฉากหลวงจีนคิ้วเหลืองประลองหมากกับเอี่ยงเค่งไทจื้อฉากการวางแผนของชาวยุทธเพื่อลอบฆ่าบิดาของเฉียวฟง และอีกหลายฉากมากมายคณานับแปดเทพอสูรมังกรฟ้าคล้ายกับคลื่นลูกแล้วลูกเล่า หนุนเนื่องทยอยไล่พัดพาผู้อ่านไหลบ่าไปตามสายธารแห่งวรรณกรรมโดยไม่หยุดยั้ง ดุจดังมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างแท้จริง

เฮียบแขะเห็ง (Xia Ke Xing : เทพบุตรทลายฟ้า - มังกรทลายฟ้า ) เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายฝาแฝดคู่หนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนกัน คนหนึ่งซื่อสัตย์จริงจัง อีกคนหนึ่งกลิ้งกลอกมีมารยาตัวเอกไม่รู้หนังสือ ไม่เข้าใจธรรมเนียมแต่ถูกม้วนเข้าสู่วังวนยุทธจักร ฝึกวิทยายุทธในสภาพแวดล้อมไม่คาดฝันแต่สามารถรู้ซึ้งถึงแก่นแท้ ในขณะที่ผู้ทรงภูมิปัญญาหลายคนเข้าไปกลับออกมาไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเส้นทางน้อยที่กิมย้งแหวกไปสู่ทางใหญ่สายใหม่ ไม่ใช่งานเด่นแต่มีประดิษฐการใหม่ แสดงให้เห็นถึงกิมย้งเป็นนักเขียนที่ไม่ยอมย่ำรอยของตัวเอง ก้าวใหม่จะสั้นยาวประสบความสำเร็จแค่ไหนก็ต้องก้าวต่อไป

เซี่ยวโหงวกังโอ้ว (Xiao Ao Jiang Hu : กระบี่เย้ยยุทธจักร - เรื่องราวของความล้มเหลวทางมโนธรรม) เรื่องแสดงถึงความขัดแย้งระหว่างเหตุผลของสังคมกับธรรมชาติของมนุษย์และจบลงด้วยดีงามตามธรรมชาติเป็นผู้ชนะ สะท้อนการเมือง สังคม มนุษย์ได้ดีเยี่ยม แยกแยะดีชั่วได้ถ่องเที่ยงทั่วด้าน แฝงสารอันลึกซึ้ง สลัดพ้นจากค่านิยมของสังคมอันเป็นโซ่ตรวนใหญ่ที่สุดของมนุษย์เหล็งฮู้ชงไม่ใช่วีรบุรุษอย่างก๊วยเจ๋งแต่เป็นมนุษย์ที่แท้ ยึดความถูกต้องดีงามตามหลักธรรมชาติเป็นหลักดำรงชีวิตไม่ยึดติดอยู่ในกรอบของสังคม ไม่ยอมให้คุณค่าเทียมที่มนุษย์กำหนดเป็นเครื่องพันธนาการตัวเองอยู่เพื่อตัวเองทำตามเสรีภาพที่มนุษย์พึ่งมีโดยไม่ขัดกับจริยธรรมตามธรรมชาติ เหล็งฮู้ชงเป็นคนมีคุณธรรม ไม่ใช่แบกคุณธรรมไว้อวดสังคม ชีวิตเขาจึงไม่หนัก แม้ประสบปัญหาสารพัดก็แก้ไขได้อย่างเหมาะสมโดยไม่เสียความเป็นตัวของตัวเองสารัตถะของนิยายเรื่องนี้คือ " มนุษย์ควรรักเสรีภาพและความดีงามตามธรรมชาติมากกว่าหลงผูกมัดตัวเองอยู่กับคุณค่าเทียมของสังคม "

เต็กเตี้ยกี้ (Lu Ding Ji - อุ้ยเสี่ยวป้อ : ไร้กระบวนท่าสยบกระบวนท่าทั้งแผ่นดิน) เป็นนิยายเรื่องสุดท้ายของ กิมย้ง ซึ่ง เหง่ยคัง ถือว่าเรื่องนี้เป็นสุดยอดพัฒนาการทางการประพันธ์ของกิมย้ง และเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือกิมย้งว่า " ไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้ " ความเป็นยอดของเรื่องนี้อยู่ที่เป็นนิยายกำลังภายในที่ไม่ใช่นิยายกำลังภายใน นิยายกำลังภายในโดยทั่วไปมีขนบในการแต่งที่เห็นได้ง่ายอยู่สองประการคือ ตัวเอกต้องเป็นจอมยุทธหรืออย่างน้อยต้องมีวิทยายุทธ และตัวเอกต้องเป็นคนดีในแง่ของคุณธรรม แต่อุ้ยเสี่ยวป้อในเรื่องนี้มีลักษณะตรงข้ามกับขนบดังกล่าวทุกประการ ลักษณะดังกล่าวไม่เคยปรากฏในนิยายกำลังภายในเรื่องใดมาก่อน และเหง่ยคังว่าไม่มีเรื่องอื่นอีกต่อไป เรื่องนี้กิมย้งหันกลับไปใช้ประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ชิง มีส่วนสะท้อนการเมืองในจีนแผ่นดินใหญ่หลังปฏิวัติวัฒนธรรมอยู่ไม่น้อย แต่ความเด่นอยู่ที่สะท้อนธรรมชาติวิสัยมนุษย์ในสังคมปัจจุบันที่ต้องลดมาตราฐานศีลธรรมลงเพื่อความอยู่รอด เป็นนิยายที่มุ่มสะท้อนความจริงมากกว่าจะชี้นำผู้อ่านอย่างที่กิมย้งเคยสอดแทรกไว้ในแทบทุกเรื่องนับเป็นการแหวกวงล้อมครั้งยิ่งใหญ่ของนักประพันธ์เอกผู้นี้

ในด้านศิลปะการประพันธ์นั้น งานของกิมย้งมีความประณีตแยบยลทุกด้าน ที่เห็นได้ชัดคือ ด้านสำนวนภาษา กิมย้งมีทัศนะว่านิยายกำลังภายในเป็นวรรณกรรมแบบจีนแท้ แม้จะใช้ศิลปะการประพันธ์นวนิยายช่วยในการแต่ง แต่ไม่ควรใช้สำนวนภาษาแบบนวนิยาย ของตะวันตก ควรใช้สำนวนภาษาแบบนิยายรุ่นเก่าเช่นสามก๊กของจีน เป็นแนวทางพัฒนาให้เหมาะแก่ยุคสมัย

เนื่องจากความโด่งดัง ของ ยุทธจักรนิยายของ กิมย้ง จึงมีผู้คิดจะนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่เนื่องด้วย นิยายของ กิมย้งเป็นยุทธจักรนิยายที่มีขนาดยาวมาก และมีตัวละครมาก เมื่อมีการทำเป็นภาพยนตร์จอเงินจึงไม่สามารถทำให้จบเพียงตอนเดียวได้ ต้องมีการสร้างแบบหลายจนจบ ซึ่งทำให้ขาดช่วงในการติดตามชม และสูญเสียอรรถรสของภาพยนตร์ไปบ้าง

สำหรับการนำเอา ยุทธจักรนิยายของกิมย้ง มาสร้างเป็นภาพยนตร์ เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 1958 ผู้กำกับ Wu Pang นำเอา She Diao Ying Xiong Chuan (มังกรหยกภาค 1) ซึ่งกำลังโด่งดังในขณะนั้น มาสร้างเป็นภาพยนตร์ ถือได้ว่าเป็นการนำเอานิยายของกิมย้งมาสร้างเป็นเรื่องแรก โดยใช้ชื่อภาษาอังกฤาว่า Story of the Vulture Conqueror โดยสร้างขึ้นมา 2 ภาค ภาคแรกออกฉายเมื่อ วันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1958 และภาค 2 ออกฉายเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 1959 เรื่องนี้นำแสดงโดย Walter Tso Tat-Wah , Yung Siu Yi , Lee Ching , Mui Yee , Lam Gam Tong , Lam Kau

ในเดือน ธันวาคม ปี ค.ศ. 1958 ก็ปรากฏภาพยนตร์เรื่อง Sword of Blood and Valour เรื่องนี้กำกับการแสดง และเขียนบทโดย Lee Sun-Fung ซึ่งนำเอาบทประพันธ์ชิ้นที่สองของกิมย้ง Bi Xue Jian (เพ็กฮ้วยเกี่ยม) มาสร้างนำแสดงโดย Ng Cho-Fan , Law Yim Hing , Walter Tso Tat-Wah , Seung Goon Gwan Wai ซึ่งเรื่องนี้ ก็แบ่งออกเป็น 2 ภาคเช่นกัน โดยที่ภาค 1 ออกฉายเมื่อ วันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1958 และ ภาค 2 ออกฉายเมื่อ วันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1959

หลังจากนั้นมา ยุทธจักรนิยายของกิมย้ง ก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จอเงินในยุค ทศวรรษ 60 - 80 แทบทุกเรื่อง ในปี ค.ศ. 1960 มีเรื่อง Book and the Sword 2 ภาค (Shu Jian En Chou Lu - ตำนานอักษรกระบี่ - จอมใจจอมยุทธ์) กำกับการแสดงโดย Lee Sun-Fung นำแสดงโดย Cheung Ying , Tsi Law-Lin , Chan Gam Tong , Yung Siu Yi และ เรื่อง The Story of the Great Heroes 2 ภาค (Shen Diao Xia Lu - มังกรหยกภาค 2) กำกับการแสดงโดย Lee Dut นำแสดงโดย Patrick Tse Yin , Nam Hung Geung Chung Ping , Kong Suet

ปี ค.ศ. 1961 ผู้กำกับ Lee Dut สร้าง เรื่อง The Story of the Great Heroes(Shen Diao Xia Lu - มังกรหยกภาค 2) ภาค 3 และ 4 ต่อ นอกจากนี้ ยังหยิบเอาบทประพันธ์เรื่อง Yuan Yang Dao (ดาบอวงเอียงตอ) มาสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่อง Twin Swords นำแสดงโดย Lam Fung , Lee Ching , Chow Chung , Yam Yin

ปี ค.ศ. 1963 ผู้กำกับ Choi Cheong ร่วมมือกับ Cheung Ying สร้างเรื่อง Story of the Sword and the Sabre (Yi Tian Tu Long Ji - ดาบมังกรหยก) ขึ้น 2 ภาค นำแสดงโดย Cheung Ying , Pak Yin , Yeung Sai , Sek Kin

ปี ค.ศ. 1964 ผู้กำกับ Lee Dut หยิบเอาเรื่อง Xue San Fei Hu (จิ้งจอกภูเขาหิมะ ) มาสร้างในชื่อเรื่อง The Flying Fox in the Snowy Mountains 2 ภาค นำแสดงโดย Chiang Han , Au Ka-Wai , Lee Yuet Ching , Sek Kin

ปี ค.ศ. 1965 ผู้กำกับ Yeung Kung-Leung นำเอาเรื่อง Yi Tian Tu Long Ji (ดาบมังกรหยก ) มาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง ในชื่อเรื่อง Story of the Sword and the Sabre 2 ภาค นำแสดงโดย Lam Ka-Sing , Chan Hiu Kau , Connie Chan Po-Chu , Lee Hung

หลังจากนั้นก็เว้นว่าง มาถึง สิบกว่าปี ถึงมีผู้นำเอา ผลงานของกิมย้งมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งหนึ่ง และส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่อง เด่น ๆ ของกิมย้งทั้งสิ้น และส่วนใหญ่เป็นฝีมือการกำกับการแสดงของ Chang Che (จางเชอะ) คือเรื่อง The Brave Archer(มังกรหยก ภาค 1) ในปี ค.ศ. 1977 The Proud Youth (กระบี่เย้ยยุทธจักร) , Brave Archer Part II (มังกรหยก ภาค 1) , Heaven Sword and Dragon Sabre Part 1 & 2 (ดาบมังกรหยก) ในปี ค.ศ. 1978 , A Deadly Secret (กระบี่ใจพิสุจน์) และ Legend of the Fox (จิ้งจอกอหังการ์) ในปี ค.ศ. 1980

ปี ค.ศ. 1981 มี 3 เรื่อง คือ Sword Stained with Royal Blood (เพ็กฮ้วยเกี่ยม) , The Emperor and His Brother (จอมใจจอมยุทธ์) และ The Brave Archer Part III (มังกรหยก ภาค1) ปี ค.ศ. 1982 มี 3 เรื่อง คือ Brave Archer and His Mate (มังกรหยก ภาค 2) Ode to Gallantry (มังกรทลายฟ้า) และ Demi-Gods and Semi-Devils (แปดเทพอสูรมังกรฟ้า) ปี ค.ศ. 1983 มี 2 เรื่อง คือ Tales of a Eunuch (อุ้ยเสี่ยวป้อ) และเรื่อง Little Dragon Maid (มังกรหยก ภาค 2) ปี ค.ศ. 1984 เรื่อง New Tales of the Flying Fox (จิ้งจอกอหังการ์) ปี ค.ศ. 1987 มี เรื่อง 1 เรื่อง แต่แบ่งเป็น 2 ภาค คือ เรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ โดยภาคแรกใช้ชื่อว่า The Romance of Book and Sword และภาค 2 ใช้ชื่อว่า Princess Fragrance

เมื่อเข้าสู่ทศวรรษที่ 90 ยุทธจักรนิยายของกิมย้งก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งโดยผู้กำกับ Tsui Hark (ฉีเคอะ) เปิดศักราชด้วย เรื่อง Swordsman (เดชคัมภีร์เทวดา - กระบี่เย้ยยุทธจักร ) 3 ภาค ในปี ค.ศ. 1990 - 1993 ผู้กำกับ Wang Jing(หวังจิง) สร้าง Royal Tramp 1 & 2 (อุ้ยเสี่ยวป้อ ) ในปี ค.ศ. 1992 และเรื่อง The Kung Fu Cult Master (ดาบมังกรหยก) ในปี ค.ศ. 1993 ผู้กำกับ Poon Man-Kit สร้างเรื่อง Sword of Many Lovers (จิ้งจอกอหังการ์ - เข้ามาฉายในไทยในชื่อเรื่อง จิ้งจอกภูเขาหิมะ) ในปี ค.ศ. 1993 ผู้กำกับ Wong Kar-Wai(หว่องกาไว) สร้างเรื่อง The Eagle Shooting Heroes ในปี ค.ศ. 1993 และ Ashe Of Time ในปี ค.ศ. 1994

จวบจนมีการนำเอา มังกรหยกภาค 1 -2 ที่มี มาสร้างป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ โดย CTVที่มี ไป่เปียว แสดงเป็น ก๊วยเจ๋ง หมีเซียะ แสดง เป็น อึ้งย้ง หลอเล่อหลิน แสดงเป็น เอี้ยก้วย เฉินหมิงทง แสดงเป็น เซียวเหล่งนึ้ง ในยุคต้นของทศวรรษที่ 70 เป็นต้นมา ก็ได้มีการนำเอา ยุทธจักรนิยายของ กิมย้งมาสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์แทบทุกเรื่อง

ยุคที่ถือว่าเป็นยุคทอง ของการสร้างภาพยนตร์ จากผลงานการประพันธ์ของ กิมย้ง คือ ยุคปลายทศวรรษที่ 70 ต่อ ต้นยุคทศวรรษที่ 80 เพราะได้มีการนำเอายุทธจักรนิยายของ กิมย้ง มาสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ต่อเนื่อง กัน แทบทุกเรื่อง

ยุคที่ เจิ้งเส้าชิว หวังหมิงฉวน เจ้าหยาจือ โด่งดัง ก็ได้รับบท ตัวเอก ของยุทธจักรนิยายของกิมย้ง หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น บท เฉินเจียลั่ว(เจิ้งเส้าชิว) ฮาซิลโซม (หวังหมิงฉวน) ในเรื่อง Shu Jian En Chou Lu (จอมใจจอมยุทธ์) ในปี ค.ศ. 1978 ต่อด้วยเรื่อง Yi Tian Tu Long Ji (ดาบมังกรหยก) ที่เจิ้งเส้าชิว รับบท เตียบ่อกี้ ใน ปี ค.ศ. 1979

และยิ่งดังมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการนำเอา มังกรหยก ภาค 1 มังกรหยก ภาค 2 และ อุ้ยเสียวป้อ มาสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ ในยุคต้นทศวรรษที่ 80โดยนำเอานักแสดงที่โด่งดังขณะนั้น คือ ห้าพยัคฆ์ทีวีบี อันมี ทังเจิ้นเยี่ย , หวงเย่อหัว , หลิวเต๋อหัว , เหมียวเฉียวเหว่ย , เหลียงเฉาเหว่ย เป็นผู้แสดงนำ

ในยุคทศวรรษที่ 80 ได้มีการนำเอา นิยายของกิมย้ง มาสร้างเป็น ภาพยนตร์จอเงินหลายเรื่อง อาทิเช่น เดชคัมภีร์เทวดา อุ้ยเสียวป้อ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ดาบมังกรหยก จิ้งจอกภูเขาหิมะ และก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง

เนื่องจากมีการนำเอายุทธจักรนิยายของกิมย้งมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง ทำให้ครั้งหลัง ๆ ไม่ค่อยได้รับความนิยมเช่นเหมือนเมื่อครั้งสร้างแรก ๆ อาจเป็นไปได้ว่า คนดูต่างรู้เรื่องราวเหล่านั้นจนอาจจะเกิดความเบื่อ แล้ว หรืออาจจะเป็นได้ว่า ยุคคหลัง ๆ นี้แม้จะมีการใช้ กราฟฟิคทางคอมพิวเตอร์เข้าช่วยแต่ก็ยังทำสู้ของเก่าที่สร้างในอดีตไม่ค่อยได้นั่นเอง




จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 13:20 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 185



โก้วเล้ง"เป็นนักเขียนกำลังภายในชื่อกระฉ่อน ได้ชื่อว่าแหวกแนวนิยายกำลังภายในรุ่นเก่าอย่างสิ้นเชิง เน้นพฤติกรรมตัวละคร ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ความขัดแย้งภายในอารมณ์ของตัวละคร และความขัดแย้งในเหตุการณ์

โก้วเล้ง มีชื่อจริงว่า เอี้ยวฮั้ว แซ่ฮิ้ม เกิดเมื่อพ.ศ.2481 ที่ฮ่องกง จบการศึกษาชั้นประถมที่นั่น พออายุ 14 ปี ไปเรียนต่อที่ไต้หวัน พออายุ 18 ก็ขาดการติดต่อกับครอบครัวที่ฮ่องกง ต้องตกระกำลำบาก ทำงานชนิดปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงประทังชีวิตไปวันๆ มีงานทำชั่วคราวจนได้เงินเก็บส่งเสียตัวเองเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ แผนกภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยต้ากัง

โก้วเล้งเข้าทำงานแรกเป็นบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดของคณะที่ปรึกษาทหารอเมริกันในกรุงไทเป มีโอกาสเก็บเกี่ยวหาความรู้วรรณกรรมและนวนิยายตะวันตก ช่วงพ.ศ.2502 โกวเล้งก็เริ่มเขียนนิยายกำลังภายในเรื่องแรกคือเรื่อง"ชังเกียงซึ้งเกี่ยม" เป็นแนวบู๊ล้างแค้นธรรมดา ทำให้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ และนิยายส่วนใหญ่ไม่มีการแปลเป็นภาษาไทย

หลังจากนั้นอีก 4 ปี เขียนเรื่อง"พิฆาตทรชน" ได้รับการตอบรับจากคอนิยาย ทำให้เขาเริ่มมีชื่อเสียง และเป็นการเริ่มต้นใช้นามปากกา"โก้วเล้ง"อย่างจริงจัง

ต่อมาปีพ.ศ.2509 โก้วเล้งสร้างแนวการเขียนใหม่ เน้นความรู้สึก ความขัดแย้งทางจิตใจและความคิดของตัวละคร แทรกคติเตือนใจ ปรัชญาชีวิต แบบ"คุณธรรมน้ำมิตร" รวมทั้งการเดินเรื่องแบบบทภาพยนตร์ ซึ่งมีเรื่อง ศึกสายเลือด นักสู้ผู้พิชิต ศึกศรสวาท ธวัชล้ำฟ้า ราชายุทธจักร

ช่วงต่อมานับเป็นยุคทองของโก้วเล้ง แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะ โก้วเล้งเขียนเรื่อง เซียวฮื่อยี้ ได้รับความนิยมจนกลายเป็นนักเขียนมือหนึ่งของไต้หวัน ผลงานโดดเด่นที่สุดของเขาคือเรื่อง ฤทธิ์มีดสั้น

สำหรับผลงานในช่วงพ.ศ.2513 มีผลงานมากมาย ชอลิ่วเฮียง-เล็กเซี่ยวหงส์-อินทรีผงาดฟ้า-ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่-จอมดาบหิมะแดง-ซาเสียวเอี้ย-จับอิดนึ้ง-เหยี่ยวนรกทะเลทราย-ทวนทมิฬ-ตะขอจำพราก ฯลฯ และยังผลงานของโก้วเล้งไปสร้างเป็นภาพยนตร์โด่งดังไปทั่ว

ชีวิตส่วนตัวของโก้วเล้ง มีภรรยา 3 คน มีบุตร 2 คน โก้วเล้งนับเป็นคนที่มีคุณธรรมน้ำมิตร คบหาคนทุกระดับ นิยมชมชอบ 3 สิ่ง คือเพื่อน สุรา นารี ทำให้เขาไม่ค่อยมีทรัพย์สินที่มั่นคง ถึงแม้มีรายได้มหาศาลจากการเขียนหนังสือ ซึ่งสันนิษฐานกันว่าเขาใช้เงินจำนวนมากกับการเที่ยวราตรีและดื่มสุรา

โก้วเล้งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2528 ที่โรงพยาบาลซันจวิน กรุงไทเป ด้วยโรคตับแข็งเพราะการดื่มสุราหนัก รวมอายุ 48 ปี

ในงานศพของโก้วเล้ง ฉีเส้าเฉียน ดาราหนังชื่อดัง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของโก้วเล้ง ถึงขนาดขนขวดเหล้าเอ็กซ์โอ 49 ขวดไปใส่ในโลงศพเพื่อเป็นการคารวะนักเขียนอมตะผู้นี้

ข้อมูลส่วนตัว : โก้วเล้ง สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยต้าเจียง เบียดเสียดเข้าสู่ยุทธจักรเมื่อประมาณมิ่นก๊กปีที่ 49 (ค.ศ.1960) หลังจากผ่านการต่อสู้ดิ้นรนจวบจนมิ่นก๊กปีที่ 51 ก็เทียมบ่าเทียมไหล่กับ อ้อเล้งเซ็ง จูกวัะแชฮุ้น ซีเบ๊เหล็ง ได้รับขนานยกย่องเป็นสี่ยอดฝีมือยุทธจักรแห่งไตหวัน
.....ในสี่ยอดฝีมือ ที่อ่านหนังสือมากที่สุด ศึกษาวรรณกรรมต่างประเทศมากที่สุด นับโก้วเล้งอยู่อันดับหนึ่ง ดังนั้นย่อมรับวรรณธรรมจากต่างประเทศ สลัดหลุดจากกฏเกณฑ์ของนิยายจีน เป็นเหตุให้ยุทธจักรนิยายของโก้วเล้ง มีโฉมหน้าและแบบฉบับเป็นเอกเทศโดยเฉพาะ
.....การเขียนของโก้วเล้ง ผิดแผกจากบุคคลอื่นประการหนึ่ง และเป็นข้อมูลที่น้อยคนทราบได้ ....โก้วเล้งที่ปกติดื่มสุราเป็นอาจิณ ตอนเขียนนิยายกลับไม่แตะต้องแม้สักหยดเดียว ปรกติน้อยครั้งจะสูบบุหรี่ ตอนเขียนต้นฉบับกลับสูบติดต่อกันมวนแล้วมวนเล่า
.....ขณะตระเตรียมเขียนต้นฉบับ โก้งเล้งต้องล้างมือสะอาดสะอ้าน หรือตัดแต่งเล็บนิ้ว ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เห็นว่าสวมใส่สบายที่สุด จากนั้นค่อยนั่งสำรวมแน่วนิ่ง เริ่มต้นเขียนต้นฉบับ มีช่วงเวลาอันยายนานที่โก้วเล้งนิยมเขียนบนพื้น
......โก้วเล้งไม่ยอมอยู่เงียบเหงา ดังนั้นชมชอบคบสหายมากที่สุด สุรากับโก้วเล้งเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก มาตรว่าตอนเขียนต้นฉบับไม่แตะต้องสุรา แต่ในผลงานที่ออกมายังคงปรากฏกลิ่มหอมสุราขจรขจาย
.....โก้วเล้งเป็นผู้มีอารมณ์อันสุนทรีย์ ในผลงานของท่านจะพบว่า ท่านชมชอบยกคำคมของ โซวตังปอ ซิงคี่จิบ หรือกลอนของลี้แป๊ะ โต่งโพ่ว มาตรว่าเป็นความนึกคิด เป็นคำเอื้อนเอ่ยของตัวละครในเรื่อง แต่ตัวละครย่อมเป็นสื่อของผู้แต่งโดยไม่ต้องสงสัย
.....ภาษาเป็นถ้อยคำที่ไร้เสียง บทความเป็นเสียงสะท้อนของผู้เขียน และแสดงเห็นถึงทัศนคติต่อชีวิตของผู้เขียน ยุทธจักรนิยายของโก้วเล้งที่ผิดแผกจากยุทธจักรนิยายทั่วไปคือ โก้วเล้งกล้าเปิดเผย กล้าตีแผ่ บรรยายถึงนิสัยใจคอของคน ความนึกคิด บทเจรจา การแสวงหาของตัวละครในนิยายจำนวนมาก ล้วนถ่ายทอดเจตนารมณ์ของผู้แต่ง โดยเฉพาะกับสุรา กับการนอนหลับ กับความในใจของสตรี โก้วเล้งยิ่งบรรยายอย่างลึกซึ้งถึงแก่น แน่นอน เหล่านี้แสดงเห็นถึงความนึกคิดที่มีต่อโลก ต่อบุคคล และต่อวัตถุของโก้วเล้ง
..... ความดีเด่นของยุทธจักรนิยายโก้วเล้ง นอกจากมีเนื้อเรื่องสลับซับซ้อน บรรยากาศลี้ลับพิสดาร จุดเด่นประการสำคัญที่สุดคือ พลังและความสามารถที่แสดงออกต่อสิ่งเหล่านี้


จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 13:24 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 186
ขอขอบคุณ 2 ข้อมูลนักเขียนดังจาก http://www.thai.to/chinabook/author/a_01.html และ
http://www.geocities.com/niyayjeen

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 13:25 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 187



จำได้มั๊ยครับหนังเรื่องนี้ The stom riders หรือชื่อไทยคือ "ฟงอวิ๋นขี่พายุทะลุฟ้า" ใช้เวลาการถ่ายทำถึง 2 ปีกว่าครับ จนเรียกว่านักแสดงและทีมงานต่างพากันเอี่ยมระอาไปตามกันนะครับเพราะมันถ่ายทำนาน เพราะหลายคนอาจติดคิวเรื่องอื่นด้วยก็มี ดารานำฝ่ายชายก็ Aaron Kwok หรือคนไทยรู้จักในนามของ กัว ฟู่ เฉิน กับ Eken Cheng หรือเจิ้ง อวี้ เจี้ยน 2 ดารานำซุปเปอร์สตาร์ของฮ่องกงมาประชันกัน และดารานำอีกหลายคนมาร่วมด้วย กำกับการแสดงโดย ฉีเคอะ หนังเรื่องนี้ยังเป็นหนังต้นตำรับของฮ่องกงที่มีการนำภาพ CG มาใช้ในการตัดต่อและถ่ายทำเรื่องแรกแห่งทศวรรษนี้ และมีหลายเรื่องต่อมา หนังเรื่องนี้ใช้งบในการสร้างประมาณ 100 ล้านเหรียญฮ่องกงเศษ เริ่มสร้างถ่ายทำในปี 1998 สิ้นสุดการถ่ายทำในปี 2000 เศษ และรวมหมดค่าโปรโมททั่วเอเชียหลายร้อยล้านจากการฉายทั่วเอเชียหนังขายได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม งานนี้ต้องยกความดีให้โดยนักเขียนบทโดย หม่าหย่งเฉิง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 13:45 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 188



Chinese News :
ฟงอวิ๋น กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ในภาค 2

หลังจากผ่านไป 10 ปี ฟงอวิ๋น กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ กับสองพี่น้องผู้กำกับตระกูล แปง กับงานบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ ฟงอวิ๋น 2 หรือในชื่อภาษาอังกฤษว่า The Strom Warriors เมื่อบ่ายวันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2551
ภาพยนตร์เรื่อง ฟงอวิ๋น 2 ได้ฤกษ์บวงสรวงเปิดกล้องแล้ว ในวันจันทร์ที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัท Universe Entertainment ที่ได้สิทธิ์ในการถ่ายทำ โดยเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง ฟงอวิ๋น 2 เป็นการนำเรื่องราวความตื่นเต้นของการ์ตูนชื่อดังของนักเขียน หม่าหยงเฉิง ที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ที่ชมชอบนิยายและการ์ตูนกำลังภายในได้มาชมกันต่อ พร้อมทั้งเชิญสองพี่น้อง ออกไซด์ และแดนนี่ แปง มานั่งแท่น ผู้กำกับ โดยครั้งนี้ มีนักแสดงนำจากภาคแรก กัวฟู่เฉิง และ เจิ้งอีเจี้ยน กลับมาปะทะกันอีกครั้งในรอบ 10 ปีพร้อมกับให้รับบท ปู้จิ้งอวิ๋น และ เนี่ยฟง อีกครั้ง
งานนี้ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลก อาทิ ฮ่องกง ไต้หวัน จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และสื่อมวลชนจากประเทศไทย เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้กระทบไหล่นักแสดงนำทั้งสองคนแล้ว ยังได้บุกเข้าไปดูการถ่ายทำจริงอีกด้วย ภาพยนตร์เรื่อง ฟงอวิ๋น 2 นี้ใช้ทุนสร้างกว่า 400 ล้านบาท โดยมีกำหนดเข้าฉายประมาณปลายปี 2009 ซึ่งบริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์สำหรับนำเข้ามาฉายในเมืองไทย

พร้อมกันนี้ตัวแทนจากทั้งสองประเทศ คือ บริษัท โมโน ฟิล์ม จำกัด โดย คุณ จิรัญ รัตนวิริยะชัย กรรมการผู้จัดการและ คุณบรรณสิทธ์ รักวงษ์ รองกรรมผู้จัดการ ได้ถ่ายภาพร่วมกับ MR.Daniel S. M’ Lam Chairman และ MD. และน้องชาย Mr. Alvin S. M. Lam”ตัวแทนจาก บริษัท Universe Entertainment พร้อมผู้กำกับและนักแสดง เป็นที่ระลึกอีกด้วย.
ขอขอบคุณข้อมูลถ่ายทำจากทีมงานหนังไทยและฮ่องกง คุณวิชัย วราศิริกุล กงศุลไทยประจำ ณ เมืองฮ่องกงและเจ้าหน้าที่ประจำกงศุลทุกท่าน อานพ หน้าสุริยา และเพื่อนเก่าทุกท่าน ที่ให้ความสะดวกในการเข้าเมืองโดยสะดวก เอ้าฝากภาพให้ดูด้วยพี่น้อง จะสนุกเหมือนภาคแรกมั๊ยไม่รู้นะ แต่งานนี้ได้ข่าวจากทีมงานข้างในว่าใช้งบในการทำ CG เกือบร้อยล้านเชียวนะครับ เทียบแล้วเจิ้งอี้เจียนความสูงประมาณ 178 Cms เมื่อเทียบกับผมก็สูงกว่ากันไม่เท่าไหร่ 175 Cms ครับ ส่วน กัว ฟู่ เฉิน สูงประมาณ 170 Cms ครับ เตี้ยกว่าผมอีก ภูมิใจครับได้กระทบไหล่ ทั้งดาราระดับแถวหน้าของเอเชียก็รูปร่างไม่เกินผมเท่าไหร่ 555 666 !!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 13:56 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 189
ช่วยกันลงข้อมูลหนังอื่นด้วยหน่อยนะพี่น้อง ถึงผมจะตัวเล็กแต่ดาราระดับเอเชียหลายคนก็มีรูปร่างไม่ใหญ่โตและสูงเกินผมเท่าไหร่นะครับพี่น้อง!!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 13/08/52 - 14:14 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 190



ดาราจากไต้หวันที่เคยแสดงหนังไทยมาก่อนครับ เรื่องอั้งยี่ ลูกผู้ชายพันธุ์มังกร หลินจื้ออิงไงจำไม่ได้รึไงครับ!!!!!!!!!

จาก: แจ็ค การ์เซีย
วันที่: 13/08/52 - 17:52 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 191



นี่ครับโฉมหน้าผู้กำกับมือหนึ่งของเอเชียฉีเคอะ กับตำนานหลายเรื่องของหนังกำลังภายในไง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 13:34 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 192



จำได้มั๊ยครับ เรื่องนี้ล่ะทำให้ชื่อของฉีเคอะดังกระฉ่อนทั่วเอเชียในพริบตาด้วยทุนสร้าง 200 ล้านบาทสร้างโดยไม่ใช้ภาพ CG ช่วยในเรื่องเทคนิคเลย เรื่องเดชคัมภีร์เทวดา เป็นเรื่องจากสำนักเหมาซานที่มาจากภาคกลางของจีนแถบมณฑลเสฉวนมีเรื่องพิพาทกับพวกแม้วชนกลุ่มน้อยจากมณฑลยูนนานครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 13:41 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 193



ดาราเวียตนามครับ Phi Thanh Van Se

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 13:43 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 194
ดาราคนนี้รู้สึกจะเป็นนางแบบด้วย เคยดูเธอแสดงในละคร ซิทคอมของเวียดนามเรื่อง Cô gái xấu xí (โก ก๋าย เสิว สี) (ผู้หญิงขี้เหร่)
ทางทีวี VTV 4 (เว เต เว โบ๋น) ของเวียดนาม

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 14/08/52 - 14:02 น.
IP Address: 124.120.184.xx
ความคิดเห็นที่ 195
ชื่อเธอจะแค่ Phi Thanh Vân ฟี แทง เวิน (ไม่มี se ต่อท้ายจ่ะ)

จาก: แฟนหนังและเพลงเก่า
วันที่: 14/08/52 - 14:06 น.
IP Address: 124.120.184.xx
ความคิดเห็นที่ 196
คห.192 ข้อมูลผิดครับ

เดชคัมภีร์เทวดาสร้างมาจากนิยายของกิมย้งเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร (ในอดีตเคยแปลในชื่อเรื่องผู้กล้าหาญคนอง) เนื้อหาหลักของเรื่องคือการแย่งชิงคัมภีร์ทานตะวัน โดยมีห้าสำนักห้าบรรพต และหนึ่งสำนักมารมาเกียวข้อง และพล็อตหลักของหนังสือก็เป็นธีมหลักของหนังเช่นกัน

ความขัดแย้งระหว่างสำนักฮั้วซัว (หัวซาน) กับพรรคมารเป็นแค่พล็อตรองช่วยเสริมความแปลกแยกของพระเอกคือเหล็งฮู้ชงเท่านั้น

เรื่องอื่นที่เขียนมาผมไม่รู้ว่าถูกหรือผิด แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนิยายกำลังภายในที่ผมรู้ต้องขอแย้ง

อ้อ อีกอย่าง ข้อมูลประวัติของกิมย้งและโกวเล้ง ถ้าเขียนด้วยสำนวนส่วนตัวบวกประสบการณ์กับการได้ติดตามผลงานของทั้งสองท่าน จะอ่านสนุกกว่าลอกเขามาทั้งดุ้นแบบนี้ เป็นคำแนะนำครับ

จาก: แฟนหนังสือบู๊ล้ม(ยุคเก่า)
วันที่: 14/08/52 - 15:14 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 197



ผู้กำกับหนังแอ็คชั่นชาวฮ่องกงที่เป้นที่ยอมรับให้ไปกำกับหนังในฮอลลีวู๊ด John Woo

จาก: ไมเคิล
วันที่: 14/08/52 - 22:01 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 198
ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยคอมเม้นท์มาก ๆ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:03 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 199
จริงเหรอครับพี่มี่บ้านผมก็รับ VTV 4 ได้นะบอกได้มั๊ยว่าตอนนี้จบรึยังครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:09 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 200
ใครใครเขาแสวงหาอำนาจ ล้นฟ้า บารมี

คงมีเพียงสองเราเฝ้าล้อเล่น บรรเลง บทเพลง

เสียงกังวาลไปก้องพนาไพร กิ่งไผ่ แว่วลม

บทเพลงราวมีมนตร์สะกด แม้เซียนยังต้องหยุดฟัง

เสียงคู่สอดประสานกันของสายพิณ กับขลุ่ยผิว

สลับบรรเลงเพลงลอยลม บ้างดังบ้างแผ่ว เป็นระลอก

บางครั้งฟังเรื่อยเปื่อยราวกระแสธารน้อยพริ้วไหลเอื่อย

บางครั้งฟังพลุ่งพล่านราวคลื่นยักษ์ถาโถมสู่ชายฝั่ง

เสียงบรรเลงประสานเข้ากันนานไม่รู้จบ

หนึ่งหญิง หนึ่งชายต่างช่วยกันบรรเลงเพลงสอดประสาน

ใดใดในโลกนี้ล้วนไม่สำคัญไปกว่ากันและกัน

นี่หรือคือบทเพลง ยิ้มเย้ยยุทธจักร

รู้มั๊ยผมชอบมากเพลงในหนังเรื่องเดชคัมภีร์เทวดาน่ะ ไม่รู้ว่าจะแปลเป็นยังนี้มั๊ยในความหมายของเพลง เห็นเค้าแปลมา ผมก็คัดลอกลงมาให้อ่านเพราะผมชอบมากจริง ๆ ครับ เวลาฝึกกระบี่และดาบโค้งผมยังเปิดกระตุ้นการฝึกไปด้วยเหรอ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:12 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 201
หวังว่า ฟงอวิ๋นขี่พายุทะลุฟ้าภาค 3 คงจะไม่สร้างอีกใน 10 ปีข้างหน้านะครับ นักแสดงนำของเรื่องอย่าง กัว ฟู่ เฉิน ปีนี้อายุ 44 แล้วนะครับ ส่วน เจิ้ง อวี้ เจี้ยนก็ 42 แล้ว ถ้าอีก 10 ปีข้างหน้า 2 คนนี้อายุ 50 กว่าแล้วนะครับ หากนักแสดงไม่ล้มหายตายจากไปก็หนีกฏของธรรมชาติคือความร่วงโรยของสังขารไม่ได้นะครับ ยังไงต้องรีบสร้างภาค 3 ภายในอีกไม่เกิน 3 ปีข้างหน้านี้นะครับทางทีมงาน ฝากผ่านคุณพี่วิโรจน์หรือโล้ว กุย ฮัง ในฮ่องกงด้วยนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:19 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 202
ถึงทุกท่านที่อ่านในกระทู้ผม ข้อมูลที่ผมเอามาลง เพื่อไว้ศึกษาในงานของค้นคว้าของผมทั้งนั้น ไม่มีวัตถุประสงค์อื่นแฝงอยู่ จำไว้!!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:24 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 203



นี่คือหว่อง กา ไว ผู้กำกับมีชื่ออีกคนของฮ่องกง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:27 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 204



นี่คงเป็น buffalo boy ฉบับของไทยนะพี่มี่

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:36 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 205
อึดอัดจริงช่วงนี้ทำงานลำบากเพราะฝนตกบ่อย เลยถ่ายหนังติด ๆ ขัด ๆ แต่ก็มีเวลาลงกระทู้เป็นบางช่วงเท่านั้นนะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 14/08/52 - 22:38 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 206



ขอคั้นเป้นรายการบอลหน่อยนะไมเคิล ลึกๆ แก (มึง) ก็ชอบอยู่ไม่ใช่เหรอวะเพื่อน เอ้าวันนี้จะให้ข้อมูลทีมชาติแรกของเอเชียที่ไปบอลโลกเลยล่ะเพื่อนนรู้มั๊ยว่าคือประเทศดัตช อีสอินดี้ ไปในปี 1938 ที่ฝรั่งเศสเป้นเจ้าภาพ โชคดีเป็นบ้าเลยเมื่อจับฉลากแบ่งสายเจอทีมแกร่งอย่างฮังการี รองแชมป์เมื่อครั้งที่แล้วในปี 1934 ทั้งยังเป็นรอบแบบว่าแพ้คัดออกด้วย ด้วยความน้อยประสบการณ์ของทีมดัตช์ อีสอินดี้และมีแต่นักเตะพันธุ์พื้นเมืองตัวเล็ก ๆ โดนฮังการีสอยร่วงไป 6 - 0 ว่ะไมเคิล เอ้าจะเอารายชื่อและโค๊ชให้ดูนะว่ามีใครบ้างพวกรายชื่อคัดมาจากฟีฟ่าให้เลยเห็นชอบน่ะ

Achmad NAWIR 01/01/1900 MF
Anwar SUTAN 21/03/1914 MF
DORST 01/01/1900
Frans HU KON 01/01/1900 DF
Frans MEENG 01/01/1900 MF
G. FAULHABER 01/01/1900 MF
G. VAN DEN BURG 01/01/1900 MF
Hans TAIHUTTU 01/01/1900 FW
Henk ZOMERS 01/01/1900 FW
Hong Djien TAN 12/01/1916 FW
J. HARTING 01/01/1900 GK
Jack SAMUELS 01/01/1900 DF
Mo Heng BING 01/01/1900
Mo Heng TAN 28/02/1913 GK
R. TELWE 01/01/1900 FW
Se Han TAN 01/01/1910 FW
Suvarte SOEDERMADJI 06/12/1915 FW
TEILHERBER 01/01/1900
Tjaak PATTIWAEL 23/02/1914 FW

Coach: Johannes VAN MASTENBROEK (NED)
รู้มั๊ยปัจจุบันนี้ประเทศนี้มีชื่อว่าอะไร ? คำตอบคือประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบันไง ภูมิใจมั๊ยชาติแรกของเอเชียที่ได้ไปบอลโลกเป็นประเทศเพื่อนบ้านเราเอง

จาก: กวิน
วันที่: 15/08/52 - 0:02 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 207



เอ้านี่คนเตะเข้าเป็นคนแรกของฟุตบอลดโลกเลย Laurent Lucien เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ปี 1930 ที่สนาม Pocitos ใน Montevideo เวลา 15.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น เสียดายฝรั่งเศสกับเม็กซิโกไม่ใช่ทีมเต็งจึงมีคนดูน้อยแค่ 1,000 คนเท่านั้น เขายิงได้ในนาทีที่ 19 นับเป็นประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกโดยทีเดียวเพื่อน เห็นมันแปลกและหายากและอันที่จริง (มึง ) ก็ชอบเลยเอามาลงให้ สงสัยหลับไปแล้ว จะไปกองถ่ายไหวมั๊ยเนี้ย

จาก: กวิน
วันที่: 15/08/52 - 0:19 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 208



ชุมแพ

จาก: ชัย
วันที่: 15/08/52 - 0:55 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 209



แค้น

จาก: พจน์
วันที่: 15/08/52 - 0:56 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 210



ทางเสือผ่าน

จาก: เอก
วันที่: 15/08/52 - 0:57 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 211



รุกฆาต

จาก: ชัย
วันที่: 15/08/52 - 0:58 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 212



ตลุมบอน

จาก: ยศ
วันที่: 15/08/52 - 0:58 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 213



ป้อมปืนตาพระยา

จาก: แดน
วันที่: 15/08/52 - 0:59 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 214



ลาบเลือด

จาก: แสน
วันที่: 15/08/52 - 1:00 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 215



ส้มตำ

จาก: เอก
วันที่: 15/08/52 - 1:01 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 216



ทีใครทีมัน

จาก: พจน์
วันที่: 15/08/52 - 1:02 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 217



ท้ามฤตยู

จาก: ยศ
วันที่: 15/08/52 - 1:03 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 218



ใครใหญ่ใครอยู่

จาก: ชัย
วันที่: 15/08/52 - 1:04 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 219



นักเลงป่าสัก

จาก: เอก
วันที่: 15/08/52 - 1:05 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 220



มหาหิน

จาก: แดน
วันที่: 15/08/52 - 1:05 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 221



นักเลงสามสลึง

จาก: แสน
วันที่: 15/08/52 - 1:07 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 222



อีเสือ

จาก: ชัย
วันที่: 15/08/52 - 1:08 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 223



วีรบุรษกองขยะ

จาก: แดน
วันที่: 15/08/52 - 1:09 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 224



ไอ้ควายเหล็ก

จาก: เอก
วันที่: 15/08/52 - 1:10 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 225



หนักแผ่นดิน

จาก: ยศ
วันที่: 15/08/52 - 1:11 น.
IP Address: 124.121.124.xx
ความคิดเห็นที่ 226



นี่นักร้องจากมาเลเซียค่ะ Peterpan หลายคนเข้าใจว่าเป็นนัก้องจากประเทศอินโดนีเซีย ความจริงไม่ใช่ค่ะ เขาบิน 2 ประเทศระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซีย ครั้งหนึ่งเคยทำสัญญาเทปกับอินโดนีเซียเลยเข้าใจว่าเค้าเป็นคนอินโดนีเซียค่ะ

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 15/08/52 - 12:57 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 227



ตอนนี้หนังไทยเรื่องนี้ส่งขายต่างประเทศแล้วครับ ถ้าจำไม่ผิดเรื่องนี้คือ นช.นักโทษชาย นะ

จาก: กวิน
วันที่: 15/08/52 - 13:33 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 228
ช่วงนี้ไมเคิลเหนื่อยรึเปล่า!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 13:20 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 229



ผมต้องลงแทนเพื่อนมันหน่อยครับ ติดธุระเรื่องงานไม่มีเวลาอยู่เฝ้ากระทู้หรอกโทรฝากมา เอ้าหนังมาเลเซีย เรื่อง Mendam Berhari ไมเคิลฝากบอกด้วยว่ากระทู้นี้เป็นเขตสุภาพ ๆ ห้ามใช้คำและกิริยาไม่ดีมาลงครับ!!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 16:38 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 230



เป็นหนังไทยอีกเรื่องหนึ่งที่สร้างสรรค์ได้ดี แต่ขาดดารโปรโมทและสนับสนุน เรื่องมนุษย์เหล็กไหลครับ จะสังเกตเห็นว่าทีมสตั้นแมนเล่นได้ดีไม่แพ้ทีมของพี่พันนาเลย เผลอๆเล่นคุณภาพกว่าเหมือนทีมสตั้นจากฮ่องกงด้วยซ้ำนะ นี่แหละน้าหนังไทยถึงไม่ไปไหนซักที เห็นใครทำดีกว่าแต่กลัวเกินหน้า มิน่าประเทศไทยถึงไม่พัฒนาไปไหนซักที ทั้งระบบการปกครองที่ออกกฏหมายล้าหลังเข้าข้างแต่ตัวเอง ระบบการเมืองที่แย่ รวมถึงงานทุกแทบวงการ ไม่เว้นแม้แต่วงการบันเทิงเฮ้!!!!! ขอระบายหน่อยนะไมเคิล

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 17:50 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 231



จำได้ว่าหนังเกาหลีเรื่องนี้เข้าฉายในเมืองไทยในวันพฤหัสที่ 4 พ.ค. 2544 เรื่องเดชคัมภีร์ บี ชุน มู ที่ดารานำฝ่ายชายคือ Kim Joon Sun พระเอกหน้าเข้มรูปร่างสมสัดส่วนที่ความสูง 182 Cms โดยประมาณ ผมจำได้ดีว่าเข้าฉายหลังจากละครจากเกาหลีเรื่องแรกมาตีตลาดไทยทางช่อง 5 เรื่อง Good bye my love หรือชื่อไทยคือ ที่สุดแห่งรัก ที่แสดงนำโดยดาราชายตัวเล็ก ๆ ของเกาหลคือ Anh Jae Wook หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกของเกาหลีในรอบทศวรรษนี้ก็ว่าได้นะครับ ที่นำกลับเข้ามาฉายในเมืองไทย เข้าฉายหลังจากเรื่องมือปืน โลก /พระ/จัน เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น เป็นหนังกำลังภายในของเกาหลีที่ทุ่มทุนสร้างไม่น้อย แต่ข้อเสียเรื่องนี้มีอย่างเดียวคือใช้นักแสดงหญิงทั้งเรื่องเชื่อมั๊ยแค่ 2 คนเท่านั้นจริง ๆ ทั้ง ๆ หนังดำเนินเรื่องไดดีไม่แพ้หนังจีนเลยนะ มีนางเอกที่ชื่อ ซุลลี และน้องของตัวโกงอีกหนึ่งคนเท่านั้น ๆ จริง ๆ ไม่เชื่อก็หาเช่ามาดู หรือไม่ก็ซื้อแผ่นมาดูเลยก็ได้นะครับ ถ้าไม่เชื่อ!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 18:06 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 232



นี่ดารานักร้องเวียตนาม Nhu Quynh กับเจ้าของบทเพลง Love paradise ค่ะ

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 17/08/52 - 20:36 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 233



ลงของไทยบ้างเรื่องนี้เจ้าหนุ่มศรรามแสดงไช่เหรอพี่น้อง หนุมานคลุกฝุ่นไง!!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 20:44 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 234



เป็นหนังต่างชาติที่คนไทยได้เล่นเป็นพระเอกนำโดยคุณมิตร ชัยบัญชาในเรื่องอัศวินดาบกายสิทธิ์ครับ ภูมิใจมั๊ยพี่น้อง!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 20:53 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 235



จำได้ว่านายเต๊ะเคยอยู่ในกลุ่มของวง Teenage Grade A เมื่อหลายปีก่อนที่มีสมาชิก 8 คน ไงตอนนี้เต๊ะมาไกลกว่าเพื่อน เคยเห็นแสดงประกบหลิน จื้อ อิง ในเรื่องเซี้ยว ฮื้อ ยี้ 2 ที่รับบทเป็นอู๋จี้ที่เคยออกอากาศทางช่อง 3 เมื่อราวปี 46 ไงครับ ไม่นึกว่าเต๊ะจะมาได้ไกลขนาดนี้รู้จักทั้งไทยและเกาะไต้หวัน ขอให้ดังนานๆ มีงานเข้าเยอะนะนายเต๊ะ!!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 17/08/52 - 20:59 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 236
กระทู้ชักอืด (ในเครื่องคนอื่น) ที่ไม่ได้ใช้ไฮสปีดแล้ว ไงลองๆพิจารณานะครับ ถ้าลงความคิดเห็นมากพอแล้ว กรุณาไปตั้งกระทู้ภาคต่อละกันนะครับ เห็นแก่ความสะดวกค้นหาและดูภาพข้อมูลละกันนะครับ พี่จักรพรรดิ์ ขอบพระคุณครับพี่

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 17/08/52 - 22:36 น.
IP Address: 58.181.215.xx
ความคิดเห็นที่ 237
ไมเคิลมันไม่อยู่ผมอาสามาลงแทนมันครับ ก็ไม่ว่างเหมือนกันช่วงบ่ายนี้ก็แวะกระทู้เพื่อนและของตัวเองด้วย ตอนนี้คุณไมเคิลไปนอนกินข้าวอยู่ป่าแห่งไหนไม่ทราบนะ ออกภาคสนามด้วยรับงานไม่มีเวลาเยี่ยมกระทู้เป็นเดือนเลยแหละ

จาก: กวิน
วันที่: 18/08/52 - 12:22 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 238



นางเอกเรื่องดรากอนบอลชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี Jamie Chung

จาก: ญาญ่า
วันที่: 18/08/52 - 17:37 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 239



วันนี้ผมกลับมาบ้านขอลงแค่สองกระทู้นะทุกท่าน เพราะเหนื่อยมากเห็นเจ้าเอกกวินไปเปิดกระทู้สาขา 2 ตั้งชื่อยังกะแฟนชายก๋วยเตี๋ยวเลย แต่ไม่เป็นไรแบ่ง ๆ กันเอาความรู้ไป นี่ครับนักปฏิวัติชาวจีน ดร.ซุน ยัด เซ็น ที่พยายามโค่นล้มการปกครองของพระนางซูสีไทเฮา แต่เค้าทำไม่สำเร็จครับเพราะเค้าไม่มีความสามารถในการโน้มน้าวใจคนได้ แม้จะเป็นคนจีนรุ่นใหม่ในสมัยนั้นและเป็นคนค่อนข้างหัวรุนแรงนะ แต่คนจีนยังมีคนไม่รู้หนังสือเยอะสมัยนั้น และคนที่มีโอกาสในการศึกษาก็มีน้อยมาก การทำงานของเค้าจึงไม่เป็นผลเท่าไหร่ แม้จะมีคนสนใจมากก็จริง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 20/08/52 - 22:18 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 240



คนนี้ครับที่โค่นล้มซูสีไทเฮาเปลี่ยนการปกครองจากระบอบกษัตริย์ของจีนมาเป็นคอมมิวนิสต์ได้ เหมา เจ๋อ ตุง

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 20/08/52 - 22:32 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 241



ขอบ้าหนังการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้หน่อยครับ ถึงรูปการ์ตูนจะวาดไม่สวยเหมือนการ์ตูนบู๊เรื่องอื่น ๆ ตามแบบการ์ตูนหนังญี่ป่นทั่วไป แต่ผมจำได้ว่าหนังเรื่องนี้ออกฉายได้ปีเศษทำรายได้เยอะพอสมควร ทำให้ชื่อหนังเรื่องนี้ไปเป็นชื่อรถของมอเตอร์ยี่ห้อซูซูกิ AKIRA ไม่รู้ว่าบ้าตามหนังหรือทางฝ่ายขายเขาเสนอจะตั้งชื่อนี้อยู่แล้วแต่ก่อนผมก็ไม่รู้นะ เรื่องราวของเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษนะครับ เพราะการ์ตูนเรื่องนี้เอามาเทิร์นใหม่ขายทั่วโลกครับ
เอาเนื้อเรื่องไปนะ
Set in 2019, the film richly imagines the new metropolis of Neo-Tokyo, which is designed from huge buildings down to the smallest details of passing vehicles or police uniforms. Two disaffected orphan teenagers–slight, resentful Tetsuo and confident, breezy Kanada–run with a biker gang, but trouble grows when Tetsuo start to resent the way Kanada always has to rescue him. Meanwhile, a group of scientists, military men and politicians wonder what to do with a collection of withered children who possess enormous psychic powers, especially the mysterious, rarely seen Akira, whose awakening might well have caused the end of the old world. Tetsuo is visited by the children, who trigger the growth of psychic and physical powers that might make him a superman or a super-monster.

Akira is a 1988 Japanese animated film co-written and directed by Katsuhiro Otomo based on his manga of the same name. The film is set in a neon-lit Tokyo in 2019. While most of the character designs and basic settings were adapted from the original 2,182-page manga epic, the restructured plot of the movie differs considerably from the print version, pruning much of the last half of the book. Akira is regarded by many critics as a landmark anime film, one that influenced much of the art in the anime world that followed its release.[1] Akira is regarded by critics as one of the greatest animated films ever made.

The movie led the way for growing the popularity of anime in the West. Akira is considered a forerunner of the second wave of anime fandom that began in the early 1990s. One of the reasons for the movie’s success was the quality of its animation. At the time, most anime was notorious for cutting production corners with limited motion, such as having only the characters’ mouths move while their faces remained static. Akira broke from this trend with detailed scenes, lip-synched dialogue—a first for an anime production and super-fluid motion as realized in the film’s more than 160,000 animation cels.[2] Notable themes in the film include youth culture, cyberpunk, delinquency, psychic awareness, social unrest, the world’s reaction toward a nuclear holocaust and Japan’s post-war economic revival. The film also explores a number of psychological and philosophical themes, such as the nature of corruption, the will to power, and the growth from childhood to maturity both in individuals and the human race itself. Elements of Buddhist symbolism are also present in the film.

แปลเอาเองนะครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 0:32 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 242
ผมจำได้แล้วครับหนังการ์ตูนเรื่องนี้เคยเอามาฉายในไทยนานเป็นสิบปีแล้วนะครับ ชื่อเรื่องว่า "อากีร่า ไม่เหมือนคน" ไง

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 0:35 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 243



เป็นหนังอินโดนีเซียเรื่อง Berbagi Suam ครับ

จาก: นนท์
วันที่: 22/08/52 - 10:42 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 244



นี่เป็นหนึ่งในหนังของอินโดนีเซียที่ได้รับรางวัลในปี 2005 ร่วมกับหนังไทยเรื่อง ซัตเตอร์ และเอ๋อเหรอ เรื่อง Ungu-Violet ครับ เอาข้อมูลนายไมเคิลที่เก็บไว้มาลงแทนครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 12:04 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 245



คงไม่ต้องบรรยายนะครับว่าหนังเกาหลีเรื่องนี้สร้างดีแค่ไหน เพราะเคยเข้ามาฉายในเมืองไทยแล้ว และผ่านทางทีวีช่อง 7 สีของไทยใน Big cinema เรียบร้อยมาแล้ว ทั้งผู้เขียนบท เนื้อเรื่อง นักแสดง ทุ่มเทเป็นที่ Tae Guk Gi เป็นหนังทุนสร้างจากอเมริกาที่บรรยาถึงความโหดร้ายระหว่างสงครามสายเลือดเกาหลีด้วยกัน เพราะคำว่าเกาหลีกับเกาหลีใต้แค่นั้นเองทำให้เพื่อนรักต้องกลายเป็นนักรบคนละฝ่ายในสงคราม ดูแล้วเศร้ามากครับเพราะเดินเรื่องและเขียนบท ทังกำกับได้ดีจริง ๆ ผมว่านะจะเป็นหนังสุดยอดของเอเชียในปีนั้นจริง ๆ นะครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 12:17 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 246



ลงบ้างครับ นี่ครับดูแอ็คชั่นของตัวแสดงเกาหลี เค้าไม่ใช่มาเล่นง่าย ๆ เหมือนนักแสดงไทยนะครับ หากได้รับงานเค้าต้องเรียนการแสดง เอาใบประกอบวิชาชีพอีกถึงจะมาเล่นหนังได้ คล้าย ๆ กับวิศวะ หมอ สถาปนิกบ้านเรานี่ล่ะครับต้องมีใบประกอบวิชาชีพก่อน ดูสิครับเขาเล่นได้เยี่ยมแค่ไหนทางสีหน้าและอารมณ์ หนังเค้าถึงถ่ายได้เร็ว เพราะดาราบ้านเค้างวดขันมากในเรื่องใบประกอบวิชาชีพ

จาก: นนท์
วันที่: 22/08/52 - 12:22 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 247



หนังเรื่องนี้สร้างมาจากเกมส์ครับ ดาราจากไต้หวันแต่หนังสร้างฮ่องกง

จาก: นนท์
วันที่: 22/08/52 - 12:25 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 248



หนังเรื่องนี้ก็สร้างได้ดีครับ แต่จุดเสียคือเดินเรื่องไม่ต่างจากหนังฮ่องกงที่ผ่านมา ไม่เกินกำหนดไว้ว่ามีวางคิวบู๊ทั้งเรื่องไม่เกิน 6 แอ็ค ผมก็จำรูปแบบการวางเรื่องและสังเกตุและเรียนรู้เอากับไมเคิลนะครับ หมอนี่จะดูเนื้อเรื่องและการวาวเรื่องออกล่วงหน้าเลย สมกับที่มันหมดไปหลายแสนเพื่อเรียนเขียนบทหนังจนพ่อมันด่าจริง ๆ ครับ มันทุ่มเทมาก เรื่องนี้ผมยังไม่เคยดู แต่ไมเคิลบอกว่าได้เข้าฉายในไทยแล้วครับ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มีพี่โรจน์ หรือ โล้ว ฮุย กัง ได้เล่นบ้างมั๊ย แต่เค้าอยู่ทีมงานเดียวกันไม่น่าจะพลาดนะครับ อ้อเรื่องนี้คือ วิ่งสู้ฟัด 5 ครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 12:34 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 249



หนังอินโด สองเรื่องนั้น และอีกหลายๆเรือง ผมรู้จักและพอมีข้อมูล ขอเวลาแปลๆ และ เดี๋ยวเอามาลงให้อ่านกันนะครับ หรือไปติดตามที่กระทู้หนังอินโดฯของผมได้ อิอิ

ขอโชว์หน่อย ภาพปกแผ่นเสียง คลาสสิค เพลงประกอบหนัง Cinta Pertama (1973) หรือ "รักครั้งแรก" หนังรักสุดซึ้งและสนุกมาก ดารานำ คือ ครีสทีน ฮาคิม เล่นเรื่องแรก อายุ ๑๖ และ ได้่รางวัลจิตรา (ตุ๊กตาทอง) นำหญิง จนได้มาเรื่อยๆ เรื่องอื่นๆ อีก รวม หกตัว เป็นดาราอินเตอร์ นักสร้างหนัง ดาราใหญ่ระดับอินเตอร์คนแรก ของอินโดนีเซียครับ

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 22/08/52 - 12:36 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 250



ขอพี่เอกกวินให้ผมได้ลงบ้าง เรื่องนี้เป็นหนังมาเลเซียที่ได้รับรางวัลเรื่องหนึ่งในการประกาศหนังยอดเยี่ยมของเอเชียปี 2005 คับเรื่อง Puteri Gunung Ledang เป็นหนังยุคย้อนสมัยโบราณเหมือนไทยเราในช่วงรัชกาลที่ 3 ครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 22/08/52 - 12:39 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 251
ไม่ใช่นะครับ ดูๆแล้ว และทราบประวัติศาสตร์ เรืองนี้เป็นแนวบู๊ๆ อภินิหารเล็กน้อย เป็นสมัยอาณาจักร มัชปาหิต ประมาณ สมัยอยุธยาตอนกลาง่างหาก ประมาณ ห้าร้อยกว่าปีแล้ว สำหรับ เจ้าหญิงแห่งหุบเขาเลดัง

จาก: ฮอ จอง วู
วันที่: 22/08/52 - 12:45 น.
IP Address: 58.10.96.xx
ความคิดเห็นที่ 252
ผมคลาดการดูจากการแต่งตัว แสดงว่าหนังเรื่องนี้เป็นช่วงยุคราวในยราวสมัยกษัตริย์ในราชวงศ์สุโขทัยขึ้นปกครองกรุงศรีอยุธยาเรอะครับพี่!!!!!

จาก: หน่อย
วันที่: 22/08/52 - 12:53 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 253



Tiara Jacquelina ได้ข่าวว่าเป็นดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยมจากหนังเรื่องนี้เลยฝากรูปให้ดูหน่อย ตอนนี้พี่เอกคนเฝ้ากระทู้แทนพี่ไมเคิลก็ไปกินข้าว ผมก็เลยเล่นแทน ส่วนพี่ไมเคิลไม่อยู่เดินสายกับงานเยอะมากช่วงนี้

จาก: หน่อย
วันที่: 22/08/52 - 13:05 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 254
ผมเห็นตัวจริงพี่หนุ่มศรราม เทพพิทักษ์แล้ว ตัวจริงหุ่นดี (แต่ผมว่าผอมมากนะ) ดูจากที่เห็นความสูงว่า 180 cms ผมว่าไม่ถึงนะ เพราะดูแล้วสูงกว่าพี่ไมเคิลไม่เกิน 2-3 เซ็นต์เอง ประมาณ 177 - 178 นี่แหละ พี่ไมเคิลก็ 175 ผอมเหมือนกันเลย พักกระทู้ก่อนเจ้าของกระทู้เค้าบอกให้ลงเรื่องความรู้ แต่ดันวิจารณ์เจ้าของเค้าขอพักก่อนนะครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 22/08/52 - 13:10 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 255
Bruce Lee ดังในหนังฮ่องกงใช้หมัดหย่ง ชุน ซึ่งเป็นศาสตร์วูซูที่แยกแขนงออกมาจากเส้าหลินครับ เพลงมวยนี้เกิดจากศิษย์ฆราวาสเส้าหลินที่เป็นผู้หญิงชื่อหย่ง ชุนเป็นผู้คิดกระบวนท่าขึ้นทั้งนั้นกับ หมัดแต่ละหมัดก็เกิจากท่าธรรมดานี่เองนะ อย่างหมัดแป้งหมี่ เป็นต้น บรู๊ช ลี ใช้การฝึกฝนจนชำนาญในศาสตร์น้ในการแสดงจนมีชื่อเสียงไปทั่ว น่าเสียดายที่เขาเสียชีวิตในวัยแค่ 32 ปีเองซึ่งยังสามารถใช้ชีวิตในวงการได้อีกนาน ก็เลยนึกถึงความทรงจำหน่อย อีกทั้งเจ้าของกระทู้อย่างนายไมเคิล จักรพรรดิ์ วงศ์สุขมีหน้าตาละหม้ายคล้ายกันครับ เลยให้เกียรติเจ้าของกระทู้หน่อย ตอนนี้ไม่อยู่ขอนินทาหน่อย

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 15:57 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 256



โทษทีครับลืมลงภาพเปรียบเทียบกันเอาเองนะครับกับภาพแรกของกระทู้ !!!!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 15:59 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 257



การ์ตูนเรื่องนี้ก็เคยผ่านตาสนุกนะครับ "กัปตันฮาร์ล็อค" ไง

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 21:44 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 258



คนนี้เป็นดารายอดนิยมในรัสเซียครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 21:47 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 259



คงไม่ต้องบอกก็คงรู้นะครับว่าการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้ดังแค่ไหนในตอนนั้น เคยฉายในช่อง 3 มาก่อน ตั้งชื่อเรื่องว่า "เซย่า เทพบุตรดาวหาง" ไง

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 21:52 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 260



ขอคั้นเป็นโลโก้ฟุตบอลโลกครั้งที่ 19 หน่อยครับ World Cup 2010 สาธารณรัฐแอฟริใต้เป็นเจ้าภาพ เอาโลโก้ให้ดูครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 21:55 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 261



นี่ครับตัวมาสค็อตการแข่งขันครั้งนี้ ใช้รูปเสือชีตาร์เป็นสัญลักษณ์ครับ

จาก: กวิน
วันที่: 22/08/52 - 21:57 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 262



หนังเรื่องนี้สนุกครับเข้าฉายประมาณเดือนสิงหาคม 2544 เรื่อง Shoalin soccer ดารานำแสดงโดย Stephen Chow หรือ โจว ซิง ฉือ Zhao Wei ,Ng Mong Tat เป็นชื่อไทยคือ "นักเตะเสี่ยวลิ้มยี่" คำว่าเสี่ยวลิ้มยี่เป็นภาษากวางตุ้งครับ เป็นคำเรียกชื่อแทนศิษย์ฆราวาสที่เรียนจบวิชากังฟูจากวัดเส้าหลิน คล้าย ๆ เมืองไทยเรียกคนรักลิเวอร์พูลว่า The Cop และแฟนแมนยูเรียกตัวเองว่าเด็กผีนั้นเอง ลงแทนนายไมเคิลครับเอก กวินไม่อยู่ หน่อยก็ไม่อยู่ผมก็ชอบหนังเรื่องนี้เลบลงให้ดู

จาก: เล็ก
วันที่: 23/08/52 - 14:04 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 263



ดูท่าตั้งเตะแบบกังฟูหน่อยครับ

จาก: เล็ก
วันที่: 23/08/52 - 14:06 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 264



พี่เค้าตั้งท่าสวยมั๊ยครับ สนามนี้เป็นสนามกีฬาแห่งชาติของฮ่องกง ตั้งอยู่ใกล้เขต New Terri Torry ฝั่งเกาลูนใกล้ ๆ ดิสนีย์แลนด์ในปัจจุบัน สนามนี้เคยดับฝันทีมฟุตบอลไทยมาแล้วเมื่อปี 1997 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียกลุ่ม 6 ที่มีเกาหลีใต้ ไทย และฮ่องกง อยู่ในสายเดียวกัน และทีมไทยแพ้ฮ่องกงที่นี่ 3-2 หมดทางลุ้นเข้าเส้นทางฟุตบอลโลก จำได้มั๊ยครับมีปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ซิโก้ ดุสิต เฉลิมแสน จำได้มั๊ยนักฟุตบอลที่หันไปเป็นนักกอล์ฟในปัจจุบันก็อยู่ในชุดนี้ด้วย อัลเฟรด เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ไงครับ สนามนี้ที่เนาะ เสนาะ โล่งสว่างต้องจำฝังใจแน่ เพราะโดนกรรมการจากมาเลเซียไล่ออกไปพร้อมกับเอา ไว ลุน ผู้เล่นของฮ่องกงออกจากสนามไปพร้อมกัน

จาก: เล็ก
วันที่: 23/08/52 - 14:14 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 265



ปิดท้ยกระทู้นี้นะครับขออีกภาพ ผู้รักษาประตูรับลูกได้สวยมั๊ยครับ สมัยกีฬาแห่งชาติ Hong Kong Stadium ฝั่งเกาลูนทีมฟุตบอลไทยไปตอนนั้นท่านฑูตก็ลูกพี่เก่าไมเคิลไม่ใช่เหรอครับ หัวหงอก ๆ ปากเบี้ยว ๆ ท่านรัฐกิต มานะทัตไงตอนนั้นยังเป็นกงศุล ซี 9 อยู่ ปี 1999 ย้ายไปเป็นทูตที่เวียงจันทร์ได้ซี 10 ปัจจุบันเป็นท่านฑูตอยู่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในปักกิ่งครับ

จาก: เล็ก
วันที่: 23/08/52 - 14:18 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 266



นี่ไงครับท่านรัฐกิจ มานะทัต เอกราชฑูตไทยประจำกรุงปักกิ่งที่เคยเป็นกงศุลอยู่ฮ่องกง ท่านนี้อัธยาศัยดีมากเป็นกันเอง สุริยา แก้วพิลึกเพื่อนนายไมเคิลจำได้ดีครับ เพราะมีความหลังจนทำให้คนชื่อนี้ไปฮ่องกงไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะแจ้งตายให้เค้า แต่ดันฟื้นตม.ฮ่องกงจึงไม่อนุญาตให้สุริยเข้าฮ่องกงได้ ขะที่ท่านแจ้งเพียงสัปดาห์เศษก็ย้ายไปลาว จึงไม่มีใครแก้เอกสารได้... ไมเคิลมันกว้างจริง เจอแต่ระดับบิ๊กทั้งนั้น

จาก: เล็ก
วันที่: 23/08/52 - 14:23 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 267



เจ้าเล็กลงแล้วเมื่อเช้าภาคที่สร้างที่ฮ่องกง แต่ภาคนี้ Shaolin Girl ญี่ปุ่นเอาไปสร้างไม่รู้ว่าคนไทยรู้จักดาราญี่ปุ่นน้อยกว่าฮ่องกง หรือฮ่องกงเดินเรื่องได้ดีกว่า และหนังส่วนใหญ่ในฮ่องกงผูกขาดกับชีวิตคนไทยมานานแสนนานเหมือนหนังฮอลลีวู๊ดที่คล้ายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตก็ไม่รู้นะครับ เรื่องนี้ไม่ประสบผลสำเร็จยอดขายในเมืองไทยครับ ทั้งที่โปรโมทหนังไม่น้อยนะ อาจเป็นเพราะว่าหนังญี่ปุ่นไม่ค่อยได้ตีตลาดเมืองไทยเท่าไหร่ คนไทยบางคนรู้จักดาราฮ่องกงมากกว่าดาราไทยซะด้วยซ้ำ แต่ไม่คุ้นดาราประเทศอื่น ถ้าเป็นฝรั่งก็จะรู้จักจากฝั่งอเมริกามากว่าชาติอื่นจริงมั๊ยครับที่พูด ยิ่งช่วงหลังหนังเกาหลีเจาะตลาดไทยมากกว่าญี่ปุ่นซะอีก เป็นไปได้ว่าหนังที่มาจากญี่ปุ่นไม่ถูกคอคนไทยก็ได้เนาะ อีกทั้งเรื่องนี้ใช้ชุดแสดงจากทีมดาราจากฮ่องกงแค่ 2 คนที่ต่อจากภาคที่แล้วใช่มั๊ยครับถ้าจำไม่ผิด

จาก: กวิน
วันที่: 23/08/52 - 21:52 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 268



เอ้าลงภาพดูความสวยของนางเอกญี่ปุ่นหน่อย

จาก: กวิน
วันที่: 23/08/52 - 21:58 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 269



เอ้าทีมฮ๊อกกี้สาวศิษย์เส้าหลินครับ

จาก: กวิน
วันที่: 23/08/52 - 21:59 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 270



เอาใจเจ้าของกระทู้หน่อย ถึงเป็นการ์ตูนนายไมเคิลชอบมากครับเรื่องนี้ "กังฟูแพนด้า จอมยุทธ์พลิกล็อคช็อคยุทธภพ" เพราะเรื่องนี้ใช้ศาสตร์วิชาต่อสู้แบบบู๊ตึ๊งทั้งเรื่อง นายไมเคิลชอบมากเพราะวิชาต่อสู้ที่เขาเรียนมาจากศาสตร์ของบู๊ตึ๊งนี่เองครับ....เอาใจหน่อย

จาก: กวิน
วันที่: 23/08/52 - 22:03 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 271



เรื่องนี้ใช้ชื่อสัตว์แทนท่าต่อสู้ตามแบบศาสตร์ของวิชากังฟูตามแบบฉบับของบู๊ตึ๊งครับ อย่างเสือโคร่งจะเป็นหมัดพยัคฆ์ นกกระเรียนก็แทนเป็นหมัดนกกระเรียน งูแทนหมัดอสรพิษ ลิงแทนหมัดวานร ตั๊กแตนแทนหมัดตั๊กแตน และศาสตร์ของหยินและหยาง เฮ้อผมไม่รู้เท่าไมเคิลหรอก ไม่ได้เรียนการต่อสู้กังฟูแบบบู๊ตึ๊งเหมือนเค้า อธิบายไม่เป็นหรอก.....ถามเค้าเองนะครับถ้าอยากรู้ ผมเฝ้ากระทู้แทนเพราะเจ้าของเค้าไม่อยู่แค่นั้นเอง!!!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 23/08/52 - 22:11 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 272



Melly Goeslaw เป็นศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง ที่ดังมากของอินโดนีเซีย จะเรียกเป็นหนึ่งใน Diva ถือเป็นเจ๊ของวงการเลยทีเดียว เสียงของ Melly ก็ไม่ถือว่าเพราะมากนัก ซึ่งผิดวิสัยของนักร้องอินโดฯทั่วๆไป หน้าตาก็ธรรมดามากแต่ความสามารถ คุณภาพคับแก้วแบบนี้เป็นที่ยอมรับได้ไม่ยาก แต่ถึงกระนั้น Melly มีเสียงร้องมีเอกลักษณ์รวมถึงสไตล์เพลงที่แต่งด้วย ประเภทได้ยินแล้วเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเพลงของ Melly เพราะมีเอกลักษณ์จริงๆ ไม่เชื่อลองฟังดูแล้วรับรองต้องจับทางเพลงของเธอได้แน่ๆ แม้จะแต่งให้คนอื่นร้องก็ตาม อย่างเพลงที่ 2-3 ก็เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ Melly แต่งแต่ไม่ได้ร้องเองน่ะค่ะ ร้องโดย Irwansyah & Acha Septriasa ซึ่งเป็นนักแสดงนำคู่ของทั้งสองเรื่องค่ะ ซึ่งเสียงร้องแบบนี้ถือว่าไม่ดีเลยสำหรับวงการเพลงอินโดแต่อาศัยว่าหนังดัง เพลงเพราะ เพลงเลยดังระเบิด ปล. พอ ๆ พวกบ้านี่พากันลงอะไรไม่รู้ ตีห้านี่ต้องเดินทางออกต่างประเทศหลายวันครับ ไม่มีเวลามาแก้กระทู้หรือโต้เถียงกับใคร อยากลงอะไรก็ลงไปนะขอให้มีสาระด้วย ขอขอบคุณทุกท่าน!!!!



จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 24/08/52 - 0:29 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 273



เห็นพี่ไมเคิลชอบการ์ตูนเรื่องนี้ เค้าบอกว่าเอามาทำและฉายใหม่เรื่อง"กัปตันซึบาสะ" ในอดีตก็คือเรื่อง "เจ้าหนู สิงห์นักเตะ" เป็นเรื่องราวของนักเตะเยาวชนจากทั่วญี่ปุ่นตามโรงเรียนต่าง ๆ มุ่งมั่นสู่ฝันในการไต่ต้าวขึ้นสู่ระดับทีมชาติ แต่ในภาคของที่ชื่อเจ้าหนูสิงห์นักเตะเป็นเพียงมุ่งมั่นสู่แชมป์โรงเรียน และไต่ต้าวระดับสโมสร เรื่องราวตอนนั้นต่างกันกับตอนนี้เห็นพี่ไมเคิลพูดให้ฟัง มาตรฐานฟุตบอลญี่ปุ่นตอนนั้นแย่กว่าเกาหลีใต้และทีมชาติไทยอีก แต่ตอนนี้ต่างกันครับเพราะมาตรฐานญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย หากออสเตรเลียไม่ย้ายมาเข้ากลุ่มโซนเอเชีย เอ้ามาดูเวอร์ชั่นใหม่หน่อยครับตัวละครสร้างใหม่อีกด้วย
<< กัปตันซึบาสะ Road To Dream >>

เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเกี่ยวกับฟุตบอล มีการจัดทำหลายภาคต่อมา และได้จัดทำเป็นวีดีโอเกมส์ และภาพยนตร์การ์ตูน เป็น เรื่องราวของเด็กชายโอโซระ ซึบาสะ ซึ่งได้รับการสอนฟุตบอลจากอดีตนักฟุตบอลทีมชาติบราซิล เชื้อสายญี่ปุ่นชื่อโรแบร์โต ฮอนโก และร่วมทีมนันคัตสึเพื่อเข้าชิงชัยฟุตบอล แห่งชาติทั้งระดับประถมและมัธยม
หนังสือการ์ตูนเรื่องกัปตันซึบาสะ ปัจจุบันได้มีทั้งหมด 4 ภาค โดยภาคแรกออกมาในช่วง ปี 2524-2531 มีจำนวน 37 เล่ม, ภาคเยาวชนโลก ออกมาในช่วง 2537-2540 มีจำนวน 18 เล่ม, ภาค Road to 2002 ออกมาในช่วง 2544-2547 มีจำนวน 15 เล่ม, และ ภาค Golden 23 ออกมาตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน
ผลงานบางส่วนในเรื่องซึบาสะนี้ ได้มีการเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาด้วย

<< เนื้อเรื่องย่อ กัปตันซึบาสะ Road To Dream ภาคแรก >>


โอโซระ ซึบาสะ เจ้าหนูสิงห์นักเตะ เรื่องราวนี้ได้เกิดขึ้นในเมืองนันคัตซึ จังหวัดชิสึโอกะ ซึบาสะ ได้พบกับเพื่อนเล่นบอลที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น อิชิซากิ วาคาบายาชิ มิซากิ ความฝันและการต่อสู้ของพวกเขาจึงได้เริ่มต้นขึ้น จากระดับเมือง เป็นจังหวัด จนถึงระดับประเทศ ได้แข่งขันกันอย่างดุเดือด ได้พบทั้งคู่แข่ง และเพื่อนมากมาย เช่น เฮียวงะ มิสุกิ มัตซึยาม่า พี่น้องทาจิบาน่า อีกทั้งเมื่อซึบาสะได้รู้จักกับ โรแบร์โต้ ฮอนโก อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบราซิล ทำให้ซึบาสะเกิดความฝันที่จะไปบราซิลกับโรแบร์โต้ แต่แล้วด้วยเหตุบางอย่าง ทำให้โรแบร์โต้จากเขาไปบราซิลแต่เพียงลำพัง ทิ้งให้ซึบาสะที่เพิ่งนำทีมประถมนันคัตซึชนะเลิศฟุตบอลระดับประเทศมาสดๆร้อนๆ ต้องอยู่ญี่ปุ่นต่อไป อย่างไรก็ตาม ซึบาสะก็ยังตั้งใจว่าสักวัน เขาจะต้องไปบราซิลและได้พบกับโรแบร์โต้อย่างแน่นอน
หลังจากนั้นซึบาสะก็ใช้หนังสือที่โรแบร์โต้เขียนทิ้งไว้ให้ ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ เขาได้นำทีมมัธยมนันคัตซึเป็นแชมป์ระดับประเทศ 3 สมัยซ้อน จากนั้นเขาและเพื่อนๆ ทีมชาติ ได้นำชื่อของญี่ปุ่นไปชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลยุวชนนานาชาติอีกด้วย และสุดท้ายความฝันที่จะไปบราซิลกับโรแบร์โต้ของซึบาสะก็เป็นจริง
ภาคเยาวชนโลกจะเข้มข้นขึ้นครับ
เป็นเรื่องราวภาคต่อ หลังซึบาสะพาทีมชาติญี่ปุ่นชนะทีมชาติเยอรมนี ในศึกฟุตบอลยุวชนนานาชาติได้แล้ว หลังจากนั้นอีก 3 ปี จึงได้มาเตะฟุตบอลเยาวชนโลก (World Youth) โดยมีคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศคือทีมชาติเยาวชนบราซิลซึ่งมี โรแบร์โต ฮอนโก อดีตโค้ชของซึบาสะเป็นผู้จัดการทีม เพื่อเฟ้นหาราชาลูกหนังรุ่นหนุ่มแห่งอนาคต (ภาคนี้ มีทีมชาติเยาวชนของไทยด้วย)

<< กัปตันซึบาสะ Road To Dream ภาคเยาวชนโลก ตัวละครใหม่ >>

อาโออิ ชินโง กองกลาง ทีมชาติญี่ปุ่น
คาร์ลอส ซันตาน่า กองหน้า ทีมชาติบราซิล
สเตฟาน เรวินส์ กองกลาง ทีมชาติสวีเดน
เอสปาดาซ์ ผู้รักษาประตู ทีมชาติเม็กซิโก
นาโทเลซ่า กองกลาง/กองหน้า ทีมชาติบราซิล
ฮิโนะ เรียวมะ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย (เชื้อชาติญี่ปุ่น)
ฟ้าลั่น กรสวัสดิ์ กองกลาง ทีมชาติไทย
สกุล กรสัวสดิ์ กองหน้า ทีมชาติไทย
ชนะ กรสวัสดิ์ กองหน้า ทีมชาติไทย
สิงห์ประเสริฐ บุญนาค กองหลัง ทีมชาติไทย
ซานวาทอเล เจนติเล่ กองหลัง ทีมชาติอิตาลี
เนื้อเรื่องภาคปี 2002
หลังจากภาคเยาวชนโลก ซึบาสะ ต้องการที่จะพาทีมชาติญี่ปุ่นคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีร่วมกันเป็นเจ้าภาพ และต้องการเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลก โดยซึบาสะย้ายทีมจากเซาเพาโลในประเทศบราซิล มาอยู่กับบาร์เซโลนาในประเทศสเปน และต้องพบกับความจริงจังในการเป็นนักเตะอาชีพ และได้พบกับ ริวัล หมายเลข 10 ของบาร์เซโลนา ซึ่งเป็นนักเตะอันดับ 1 ของโลก เพื่อนร่วมทีมอย่างเฮียวงะ โคจิโร่ที่ไปอยู่กับยูเวนตุส เพื่อสานฝันการเป็น สไตรก์เกอร์อันดับ 1 ของโลก และวากาบายาชิอยู่กับฮัมบูร์ก ส่วนคู่แข่งคนสำคัญ นาโทเลซา มาอยู่กับรีล มาดริด

รายชื่อตัวละครภาคนี้
<< รายชื่อตัวละคร กัปตันซึบาสะ Road To Dream >>

ทีมญี่ปุ่น :
โอโซระ ซึบาสะ
(โอโซระ แปลว่าท้องฟ้า และ ซึบาสะแปลว่า ปีก) เป็นนักเตะเล่นตำแหน่ง มิดฟิลด์มีท่าไม้ตายคือ ไดร์ฟชู๊ต มีความสามารถในการลอกเลียนท่าไม้ตายของคนอื่นมาเป็นของตน และความรักในฟุตบอลที่ทำให้เขากลายเป็นสุดยอดนักเตะ

วากาบายาชิ เก็นโซ
ผู้รักษาประตู มีความสามารถมาก ฉายา SGGK (Super Great Goal Keeper)ไปอยู่เยอรมันตั้งแต่เด็กหลังจากร่วมกับซึบาสะคว้าชัยในการแข่งระดับประถมได้

มิซากิ ทาโร่
มิดฟิลด์ เล่นคู่กับซึบาสะได้รับฉายาว่าคู่แข้งทอง เดินทางตามพ่อไปทั่วโลก ทำให้มีเพื่อนและทักษะฟุตบอลมากมาย มีท่าไม้ตายคือ บูมเบอรแรง ช็อต

เฮียวงะ โคจิโร่
เป็นศูนย์หน้าของ เมวะ ฮิงาชิ FC เป็นนักเตะที่มีพลังในการยิงประตูสูงมาก และเป็นคนแรกที่สามารถเล่นบอลเอาชนะซึบาสะได้ แต่ก็ต้องมาพ่ายแพ้แก่ซึบาสะในภายหลัง เฮียวงะ เกิดในครอบครัวที่ยากจน เป็นลูกคนโตในบรรดาพี่น้องทั้ง 4 คน เพราะต้องช่วยทางบ้านซึ่งพึ่งจะสูญเสีย "พ่อ" ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านไป เฮียวงะจึงต้องทำงานพิเศษทุกงานและเรียนไปด้วย ในต่อมา เฮียวงะได้สามารถคิดค้น ลูกยิง ไทเกอร์ช็อตที่รุนแรงได้ และยังพัฒนาเป็นลูกยิง นีโอ ไทเกอร์ช็อต เมื่อได้ไปแข่งฟุตบอลยุวชนนานาชาติที่ฝรั่งเศส

วากาชิมัตสึ เคน
ผู้รักษาประตู ใช้คาราเต้ผสมผสานกับฟุตบอลในการป้องกันประตู มีสไตล์การเล่นแบบบุกตะลุย ผู้รักษาประตูมือสองของญี่ปุ่น มีความสามารถทางคาราเต้ และได้ปรับเข้ามาใช้กับการป้องกันประตูด้วย ทำให้เกิดเป็นท่วงท่าเฉพาะตัว ถนัดการออกมาตัดบอลและเติมเกมรุก

พี่น้องทาจิบานะ
คู่แฝดอดีตคู่แข่งของซึบาสะ มีความสามารถในการเล่นฟุตบอลจากกลางอากาศ ท่าไม้ตายคือ สกายเล็ป เฮอร์ริเคน

อิชิซากิ เรียว
แบ๊คซ้าย เล่นกับซึบาสะมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ระดับโรงเรียนจนถึงเยาวชนทีมชาติ ฝีเท้าพัฒนาตามซึบาสะไปด้วย มีท่าไม้ตายพิเศษคือการเอาหน้าบล็อกลูกบอล

มิสึกิ จุน
มิดฟิลด์,ลิเบโร่ พรสวรรค์สูงแต่เป็นโรคหัวใจ ภายหลังรักษาหายกับมาเล่นทีมชาติในตำแหน่งลิเบโร่ มีท่าไม้ตายมาใช้ภายหลัง ลูกยิงใบไม้ร่วง หรือในที่รู้จักกันในนามว่า ไดร์วชู๊ต แบบเดียวกันกับซึบาสะ

มัตสึยาม่า ฮิคารุ
กองหลัง,มิดฟิลด์ตัวรับ เป็นผู้เล่นที่มีความเป็นผู้นำ และความพยายามสูง มีจุดเด่นที่ครองบอลได้ดี มีท่าไม้ตายคือ อีเกิล ลองช็อต

อาโออิ ชินโง
น้องใหม่ที่มาแรงของทีมญี่ปุ่น ฉายาไฟเขียวผ่านตลอด แม้ในช่วงมัธยมต้น เขาจะไม่มีโอกาสได้แข่งขันในระดับประเทศเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและรักการเล่นฟุตบอล เขาจึงได้เดินทางไปฝึกฝนฝีเท้าที่ประเทศอิตาลี จุดเด่นคือ ความสามารถในการเข้าหาและเกาะติดบอลในทุกรูปแบบ อีกทั้งพลังกายที่จะเคลื่อนไหวได้ตลอดทั้งเกม

ทีมจากประเทศอื่น

เชสเตอร์ มาลคัส
เป็นศูนย์หน้าของทีมเยาวชนเยอรมัน เป็นนักเตะที่ได้เปรียทีมรวมดาราโลก

คาร์ลอส ซันตานา
เป็นศูนย์หน้าของทีมเยาวชนบราซิล ซันตาน่าเป็นกองหน้าอัจฉริยะ และเป็นคู่แข่งของซึบาสะ ซันตาน่านั้น สามารถนำเทคนิคยิงประตูจากคนอื่นมาเป็นของตนเองได้ อย่างเช่น ฟลายอิ้งไดรว์ชู้ต ของซึบาสะ โรลลิ่งโอเวอร์เฮดคิ๊ก ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะตัวของซันตานา ลูกยิงโกลเด้น อีเกิ้ลช็อตของ มัตสึยาม่า สกายวิงชู๊ต ในตอนแรกนั้น ซันตาน่าเป็นคนที่เย็นชา และไม่ค่อยมีความรู้สึก เพราะเกิดจากการที่ ตากับยายที่เลี้ยงตนมาได้ตายจากไป และโดนบังคับจาก มิสเตอร์บาลา เจ้าของสโมสรบาลา FC ในบราซิลให้เล่นฟุตบอลตามที่ตนต้องการ แต่เมื่อได้พบกับซึบาสะ จึงทำให้เขาเปลี่ยนไป ซันตาน่าได้ย้ายไปเล่นกับ บาเลนเซียในสเปน เพื่อแข่งกับซึบาสะที่อยู่บาร์เซโลนา ในเรื่องความสูง จึงมีลูกโหม่งที่ยอดเยี่ยม ฟรานซ์ เชสเตอร์ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกของเยอรมัน เป็นผู้สวมเสื้อหมายเลข 10 และได้ฉายาว่า เพชฌฆาตจอมเลื้อยในแดนกลาง

สเตฟาน เรวินส์
นักเตะจากสวีเดน เล่นให้ บาเยิร์นมิวนิค สวมเสื้อหมายเลข 12

คาร์ล ไฮนซ์ ชไนเดอร์
กองหน้าชาวเยอรมัน เผู้มีทั้งพละกำลังและความเฉียบขาด ยิงได้ทั้งสองเท้า ลูกกลางอากาศก็แข็งแกร่ง และยังมีความเป็นผู้นำสูงมาก เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งกับวากาบายาชิ มีลูกยิงอันทรงพลัง "ไฟร์เออร์ช็อต" และในภาคหลังได้พัฒนาเป็น "นีโอ ไฟร์เออร์ช็อต" ชไนเดอร์เล่นทีมสโมสรให้ บาเยิร์นมิวนิค สวมเสื้อหมายเลข 11

ดูเตอร์ มูลเลอร์
ผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน เล่นให้ สตุ๊ตการ์ด

เฮลมัน คาลตซ์
กองกลางชาวเยอรมัน เล่นให้ ฮัมบูร์ก สวมเสื้อหมายเลข 5

เอล ซี ปีแอร์
กองกลางชาวฝรั่งเศส เล่นให้ บอร์กโดซ์

ซีโน เออร์นันเดซ
ผู้รักษาประตูชาวอิตาลี เล่นให้ อินเตอร์มิลาน

ซาลวาทอเร เจนตีเล
กองหลังชาวอิตาลี เล่นให้ ยูเวนตุส

เซียว ซุงโก
กองกลางชาวจีน เล่นให้ บาเยิร์นมิวนิค สวมเสื้อหมายเลข 16

สิงห์ประเสิรฐ บุนนาค
กองหลังทีมไทย โดยเล่นให้กับ แอทเลติโกมาดริด สวมเสื้อหมายเลข 4

ฮวน รามอน ดีอาส
กองหน้าชาวอาร์เจนตินา

รามอน วิกตอรีโน
กองหน้าชาวอุรุกวัย เล่นให้กับ เวร์ดอร์ เบรเมน สวมเสื้อหมายเลข 11

ฮิโนะ เรียวมะ
กองหน้าลูกครึ่งชาวญี่ปุ่น-อุรุกวัย แต่เล่นให้กับทีมอุรุกวัย โดยเล่นให้สโมสร ริเวอร์เพลต

นาโทเรซา
กองกลางชาวบราซิล เล่นให้สโมสร รีลมาดริด

เปเป้
กองหน้านักเตะชาวบราซิล เล่นให้สโมสร คะชิมะ แอนต์เลอร์

เลโอ
กองกลางนักเตะชาวบราซิล เล่นให้สโมสร คะชิมะ แอนต์เลอร์


ดูภาคนี้นักเขียนญี่ปุ่นจะชื่นชอบเมืองไทยหรือกระตุ้นให้ทีมไทยได้ขึ้นมาเป็นแถวหน้าของเอเชียอย่างทีมญี่ปุ่นทำได้รึเปล่าก็ไม่รู้นะครับ จะเห็นว่าทีมเยาวชนโลกมีนักเตะทีมชาติไทยเข้าทีมเยาวชนโลกถึง 4 คนเชียว ญี่ปุ่นเคยล้มเหลวในเรื่องการทำบอลหนักกว่าทีมชาติไทยเราอีก จนรัฐบาลญี่ปุ่นเคยตัดงบและไม่ให้มีเรื่องการทำทีมบอลทีมชาติญี่ปุ่นซะด้วยซ้ำ แต่ญี่ปุ่นก็สู้จนได้ นักเขียนญี่ปุ่นอาจกระตุ้นอีกทางให้ทีมบอลไทยกลับมาผงาดในเอเชียอีกครั้งก็ได้นะครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 24/08/52 - 9:24 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 274
เจ้าหน่อยลงอะไรไม่รู้หาข้อมูลมาจากไหนเนี่ย รู้มํยการ์ตูนเรื่อง "เจ้าหนู สิงห์นักเตะ"นี้ ถูกใจหลายคนเลยรู้มั๊ย

จาก: กวิน
วันที่: 24/08/52 - 14:03 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 275



หนังญี่ปุ่นเรื่องนี้เคยดังมากในช่อง 7 เป็นหนังญี่ปุ่น ชีวิตของซามูไร "เรื่องซามูไร พ่อลูกอ่อน" ในบรรดาหนังแนวซามูไรของญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักกันดีของคนดูทั่วโลกแล้ว

นอกจาก “ ฤทธิ์ดาบซามูไร ” และ “ ฤทธิ์ไอ้บอด ” ก็ยังมี

“ ซามูไรพ่อลูกอ่อน (KOZURE OKAMI 子連れ狼)” ดูเหมือนว่า

จะดังกว่าสองเรื่องแรกเพราะคนดูรู้จักมากที่สุด

“ ซามูไรพ่อลูกอ่อน ” หนังซีรี่ส์ปี 1973 เมื่อออกอากาศทางจอแก้ว
กลายเป็นหนังที่โด่งดังสนั่น สร้างความฮือฮาและเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วโดยเฉพาะตัวละครเจ้าหนูน้อยไดโกโร่ที่คนดูชื่นชอบเป็นอย่างมาก
อยากหอมแก้มและกอดให้แน่นเต็มอก เนื้อเรื่องสนุกชวนติดตามทุกตอนบางตอนพวกญายิวตามไล่ล่า บางตอนชาวท้องถิ่นจ้างอิตโตฆ่าคน(เฉพาะคนเลวเท่านั้น) บางตอนไดโกโร่พลัดหลงจากพ่ออยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือขออาศัยอยู่กับชาวบ้านชั่วคราว เป็นต้น

เนื้อเรื่องย่อ

ในวันประลองดาบคัดเลือกยอดฝีมือเข้าราชสำนักของโชกุน โอกามิ อิตโตสามารถเอาชนะบุตรชายของเรตสุโดหัวหน้าขบวนการญายิวซึ่งหมายแทรกแซงคนของตนเข้าไปในราชสำนักของโชกุนเพื่อสร้างและขยายอิทธิพล เมื่อไม่สำเร็จจึงผูกใจเจ็บ กลั่นแกล้งโอกามิ อิตโตทุกวิถีทางจนในที่สุดภรรยาของอิตโตถูกลอบสังหารต้องตายจากไป ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอิตโตยังถูกทางการให้ทำพิธีอาราคีรีแต่เขาไม่ยอมจึงหลบหนีพร้อมกับไดโกโรบุตรชายตัวน้อยๆยังไม่ถึงขวบ
เมื่อเสียชื่อเสียยศศักดิ์ โอกามิ อิตโตต้องเดินทางเร่ร่อนไร้จุดหมายปลายทางกลายเป็นซามูไรพเนจร ดำรงชีพด้วยการรับจ้างฆ่า แต่ทว่าทางฝ่ายญายิวต้องการฆ่าอิตโตเพื่อมิให้เป็นเสี้ยนหนามในภายข้างหน้า การติดตามไล่ล่าจึงเกิดขึ้น
โอกามิ อิตโต หนีการไล่ล่าของเหล่าสมุนขบวนการญายิวอยู่หลายปีก็หมดหนทางไปและหมดความอดทนที่จะหนีต่อไปอีก เขาตัดสินใจโต้ตอบกลับด้วยการเป็นฝ่ายไล่ล่าฆ่าพวกญายิวคนแล้วคนเล่า จุดหมายปลายทางของเขาคือเรตสุโดหัวหน้าขบวนการญายิว บุตรชายหลายคนและซามูไรฝีมือดีๆของเรตสุโดถูกอิตโตฆ่าตายจนหมดเกลี้ยง การชำระความแค้นก็ได้เวลาสะสาง เมื่อพวกญายิวเหลือคนสุดท้ายคือเรตสุโดโอกามิ อิตโตฝ่าฟันฝ่าด่านสมุนจนถึงตัวเรตสุโดก็เกิดความอ่อนล้าจึงเสียทีพลาดท่าต้องตายด้วยน้ำมือของเรตสุโด ทิ้งให้เจ้าหนูน้อยไดโกโร่ต้องเผชิญหน้ากับเรตสุโดตามลำพัง...
เอ้าเล่าให้ฟังคงไม่สนุกจะเรียบเรียงเหตุกาณ์ให้ดูนะครับ



จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:47 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 276



โปสเตอร์หนังญี่ปุ่นเรื่อง ฤทธิ์ดาบซามูไรครับ

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:51 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 277



ฤทธิ์ไอ้บอด

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:52 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 278



ไดโกโร ลูกชายของโอมากิ อิตโต

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:54 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 279



ไดโกโร่ กับแม่ของเขา

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:56 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 280



นี่ไงโฉมหน้าตัวโกงของเรื่องครับ เรตสุโด น่าทืบมั๊ยครับ!!!!!

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:57 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 281



มีตัวโกงแล้วจะไม่มีพระเอกได้ไง โอมากิ อิตโต นี่ครับโฉมหน้าพระเอก

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 14:59 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 282



เป็นภาคการ์ตูนเอาไปทำก็มีครับ แต่ไม่ได้รับความนิยมเหมือนภาคหนัง!!!!

จาก: จอมยุทธ์น้อย
วันที่: 24/08/52 - 15:02 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 283
คนลงและเจ้าของกระทู้ยังไม่เกิดเลย

จาก: หน่อย
วันที่: 24/08/52 - 15:04 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 284



เอ้าที่แบบเกิดทันกันหน่อย ซามูไรพเนจร

จาก: หน่อย
วันที่: 24/08/52 - 15:06 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 285



หนังเรื่องก็เอามาจากหนังการ์ตูนญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ

จาก: หน่อย
วันที่: 25/08/52 - 22:28 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 286



Lam truong นักร้องยอดนิยมของเวียตนามครับ !!!! ลงภาพให้ดูไม่ใช่ดาราจีนนะ

จาก: หน่อย
วันที่: 26/08/52 - 20:57 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 287



คนนี้ก็นักร้องเวียตนามเหมือน Lam Truong ครับ มาจากทางภาคใต้ของเวียตนาม เป็นคนโฮจิมินห์ ซิตี้เหมือนกัน แต่คนนี้มีพ่อเป็นชาวจีน เป็นนักร้องชายรูปร่างเล็กอีกคน !!!!

จาก: หน่อย
วันที่: 26/08/52 - 21:01 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 288



เป็นนักร้องหญิงจากเวียตนามที่ไปโตในต่างประเทศ Kiwi Ngo Mai Trang ครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 26/08/52 - 21:03 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 289



นี่ก็นักร้องหญิงเวียตนามเหมือนกัน Palm Thanh Thao

จาก: หน่อย
วันที่: 26/08/52 - 21:05 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 290



กลับมารวมตัวใหม่แต่ฮิเดโตะ มัทซึโมโต้ หรือฮิเดะลาโลกไปแล้วครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 28/08/52 - 0:16 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 291
ฮิเดะ หรือ ฮิเดโตะ มัทซึโมโตะ เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ปี 1964 สูง 185 ซม. หนัก 79 กิโลกรัม (สูงมั๊ยครับ) ไม่แน่ใจว่าเกิดที่นางาซากิ หรือโตเกียว

จาก: หน่อย
วันที่: 28/08/52 - 0:19 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 292



นี่คือรุ่นต่อมา L'arc En ciel นักร้องนำตัวเล็กมากสูงแค่ 158 ซม.เท่านั้นครับ แต่เสียงการร้องเกินตัวครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 28/08/52 - 0:21 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 293



นี่ก็รุ่นถัดมาวง Glay ครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 28/08/52 - 0:22 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 294



หนังฟิลิปปินส์เรื่องใหม่ครับเรื่อง best friends forever ฉายในปี 2009 นำแสดงโดย Sharon Cuneta , John Estrada , Ai-Ai Delas Alas

จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:15 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 295



นี่ครับ Sharon Cuneta !!!! ดาราสาวรุ่นใหญ่ของฟิลิปปินส์

จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:19 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 296



Ai-Ai De las Alas ครับ!!!!

จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:21 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 297



John Estrada หน้าเหมือน อนันดา เอเวอริ่งแฮม ดารานักแสดงหนังไทยลูกคครึ่งลาว-ออสเตรเลียมั๊ยครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:24 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 298
นี่ครับนางเอกของเรื่องสวยมาก ๆ เลย Empress Schuck ครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:29 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 299



โทษทีครับลืมใส่รูป เอ้ารูปนี้ครับ Empress Schuck สวยมัย !!!


จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:31 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 300
เอ้านี่
Synopsis / Plot

Honey (Sharon Cuneta) is a happily married housewife for 20 years to Tim (John Estrada). One day she finds a pair of sexy lingerie in her husband’s possession, without any doubt she knows that he is seeing the other woman. She decides not to confront Tim about it and enrolls in a fitness class to make herself more attractive to her husband. There she meets up with a fun-loving instructor, Frances (Ai Ai De Las Alas).

Frances is not just a fitness instructor to Honey, she also advises her about her personal matters. Later they become best of friends. That is, until Honey learns that Frances is Tim’s mistress. When Frances learns that she is a mistress, she breaks up with Tim. Honey is caught between taking care of her heartbroken friend and keeping the mistress away from her family’s life. But when Frances learns that Honey is Tim’s legal wife, it seems that it is the end of their friendship…



จาก: หน่อย
วันที่: 30/08/52 - 0:32 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 301



หนังเกาหลีครับ เฮ่พี่ไมเคิลจะกลับจากฮ่องกงวันเสาร์นี้ดีใจจริง ๆ เจ้าของฉายาตู้หนังสือเคลื่อนที่จะกลับมาแล้ว เหนังเกาหลีหลงนะครับ
Finally, a movie that is so refreshingly entertaining that it puts most blockbusters to shame. “The Host” is the new film by director Bong Joon-Ho (”Memories of Murder”), and besides being one of the best films I’ve seen all year, it deserves all the attention it is receiving, and more. The host of the title is a mutant monster that climbs out of the Han River and begins to devour people left and right. More specifically, the film concerns the protagonist’s attempts, with the help of his family, to rescue his daughter, who has been kidnapped by the creature. During the hunt, the group becomes imperiled not just by the monster, but a government seeking to contain a deadly virus that is supposedly arising from contact with the monster.

Like Bong Joon-Ho’s previous film, “The Host” is in essence a dark comedy, and the director manages to find humor and delightful irony in even the most disturbing situations. In a scene that completely breaks the rules of the monster genre, the one person who is locked out of a shelter is miraculously spared while the monster charges headfirst into the shelter and begins attacking the people inside. These kinds of subtle touches are what make “The Host” so fresh, despite being little more than a generic monster movie on the surface.

“The Host” is also layered with rich details, and while we never sympathize with the monster itself, we are encouraged to question how its emergence affects the lives of the family, in that both are eventually treated as monsters by government forces. We see this in the family’s attempts to rescue the daughter, which is mostly thwarted not by the creature itself, but by their fellow humans. In a hilarious scene, the family’s attempts to trace a phone call in order to locate the daughter leads to a run-in with a gang that is after the reward posted on the family by the government.

Unlike some Korean films, “The Host” can be readily acceptable to both Koreans and Americans. Not only is everything happening in our backyard, but the film also ridicules American foreign policy in South Korea by showing a very possible scenario in regards to the monster’s origins. However, Americans may catch something that most Korean viewers will miss, in that the film can be seen as an allegory for the War in Iraq . We learn later on in the film that the virus that supposedly came out of contact with the monster was a lie created by the government under false pretenses. Having lied to the people, the government can no longer turn back.

I can’t do this review justice without mentioning how incredible the CGI looks, especially since this is a movie that would have come crashing down had the monster looked fake and unthreatening. There is really only one moment in the entire film that I had doubts about the reality of the creature, which comes toward the end when the monster is burning. Otherwise, SFX company The Orphanage has done a wonderful job.

The performances by the cast are excellent, with Song Kang-Ho, Park Hae-Il, and Byeon Hie-Bong all returning from “Memories of Murder.” However, I do wish more had been done with Bae Du-Na’s character; as well, Park Hae-Il’s character doesn’t have much characterization beyond the fact that he’s out of work despite being a college graduate. Also good are Song Kang-Ho and Byeon Hie-Bong, who plays the abducted daughter. The script doesn’t give their characters a whole lot of depth, but the actors still do excellently with what they are given.

“The Host” easily exceeded my high expectations, and lives up to the hype by presenting a refreshing and exciting scenario filled with priceless dark comedy and poetic images. The final shot is quiet, and yet so deeply poetic and beautiful at the same time; it is the perfect ending for a relentlessly thrilling movie. Bong Joon-Ho never fails to make great movies (both “Barking Dogs Never Bite” and “Memories of Murder” are two of my favorite Korean movies), and “The Host” is no exception.

Casts:
Kang-ho Song …. Park Kang-du
Hie-bong Byeon …. Park Hie-bong
Hae-il Park …. Park Nam-il
Du-na Bae …. Park Nam-ju
Ah-sung Ko …. Park Hyun-seo

Genre: Action / Comedy / Drama / Fantasy / Horror / Sci-Fi / Thriller
อ่านเอาเองนะครับ

จาก: หน่อย
วันที่: 31/08/52 - 21:48 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 302



หนังเกาหลีเรื่องใหม่ค่ะฉายปีนี้เรื่อง Whispering Corridors 5 : A Blood pledge ฉายในปี 2009 นี้เองค่ะ
นำแสดงโดย
Son Eun-Seo
Jang Kyeong-Ah
Oh Yeon-Seo
Song Min-Jeong
Yu Shin-Ae

Synopsis / Plot

Strange rumors start to spread at the catholic girls’ high school after Unjoo committed suicide one night. Unjoo’s younger sister Jung-un who attends the same school gets suspicious about Unjoo’s death. After persistent investigation, Jung-un finds out that on the night of the incident, Soy, Eugene, Eun-young, Unjoo, the four of them had tried to commit a joint suicide after making a vow on blood. But the three are still alive, and only Unjoo had died. the desire, jealousy, and lies behind the pledge of death between the four girls are revealed, along with the hidden truth behind Unjoo’s suicide.



จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 01/09/52 - 21:10 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 303
เป็นหนังญี่ปุ่นที่สร้างไว้นานแล้วค่ะ ตั้งแต่ปี 1976 โน่แหละ เรื่อง In the realm of the sense
นำแสดงโดย
Tatsuya Fuji
Eiko Matsuda
Aoi Nakajima
Yasuko Matsui
Meika Seri

Plot: Based on one of Japan’s most notorious scandals, this film tells the story of an ex-prostitute who becomes involved in an obsessive love affair with the master of the household, the story between Sada and Kichi. Sada is employed as maid servant when Kichi is her master. What starts as a casual diversion escalates into a passion that holds no bounds

จาก: หญิงเล็ก
วันที่: 01/09/52 - 21:19 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 304



คิดถึงหนังเรื่องนี้ค่ะ ใครหลายคนคงจำได้กับคำพูดนี้คงผีไรเฟิ่ล "This is a booK" จากเรื่อง มือปืน/โลก/พระ/จัน Killer Tattoo มือปืน โลก/พระ/จัน เป็นภาพยนตร์แอคชั่น ดรามา ตลก ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2544 เขียนบทและกำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค เป็นผลงานชิ้นแรกของบริษัท อาวอง ในเครืออาร์เอส นำแสดงโดย เทพ โพธิ์งาม, สมชาย เข็มกลัด, หม่ำ จ๊กมก, ถั่วแระ เชิญยิ้ม และเท่ง เถิดเทิง

ผู้กำกับ ยุทธเลิศ สิปปภาค
อำนวยการสร้าง ราเชนทร์ ลิ้มตระกูล
บทภาพยนตร์ ยุทธเลิศ สิปปภาค
นักแสดงนำ เทพ โพธิ์งาม
สมชาย เข็มกลัด
หม่ำ จ๊กมก
ถั่วแระ เชิญยิ้ม
เท่ง เถิดเทิง
กรุง ศรีวิไล
ดามพ์ ดัสกร
เหี่ยวฟ้า
โกร่ง กางเกงแดง
สีเทา
วันที่เข้าฉาย 5 เมษายน พ.ศ. 2544
ความยาว 114 นาที
เรื่องย่อ
กรุงเทพมหานคร ปีพุทธศักราช 2554 เป๋ ปืนควาย (เทพ โพธิ์งาม) อดีตมือปืนรุ่นใหญ่ถูกปล่อยตัวออกจากคุก พร้อมสังขารที่ชราภาพ งานแรกที่ได้รับการติดต่อให้สังหาร เถกิง มือปราบตงฉินฉายา ตำรวจเหล็ก

เป๋ จัดการรวบรวมทีมงานที่เคยคุ้นมือ ซึ่งปัจจุบันล้วนได้ชื่อว่าเป็น มือปืนตกรุ่น ไปแล้ว ไม่มีใครสนใจจ้าง นี่จึงเป็นงานที่ทุกคนต้องตะครุบ นอกจากเงินค่าจ้างตัวเลขสูงแล้ว ทุกคนต่างมีความหวังที่จะกลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ได้แก่ หมา ลูกบักเขียบ (หม่ำ จ๊กม๊ก หรือ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) มือระเบิดลูกอิสานจอมโว เอ๋อ เอลวิส (เท่ง เถิดเทิง หรือ พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ) นักฆ่าหมื่นศพ สิงห์สำอาง ผี ไรเฟิล (ถั่วแระ) นักแม่นปืนจิตหลอน

ขณะเดียวกัน คิด ไซเลนเซอร์ (สมชาย เข็มกลัด) มือปืนรุ่นใหม่ค่าตัวราคาแพง และทำงานคนเดียว ก็ได้รับการว่าจ้างให้ลงมือฆ่าตำรวจเหล็กคนนี้ด้วยเช่นกัน

การปะทะฝีมือระหว่างมือปืนตกรุ่น กับรุ่นใหม่ไฟแรงจึงโหมปะทุ มิหนำซ้ำความจริงเปิดเผยว่ามีการว่าจ้างผิดตัว ชุลมุนฆ่าจึงเกิดขึ้น และกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการอาชญากรรม


[แก้] นักแสดง

[แก้] นักแสดงนำ
สุเทพ โพธิ์งาม รับบท "เป๋ ปืนควาย" นักฆ่ามือเก๋าของวงการ เพิ่งเข้าวงการหลังจากติดคุกนานหลายปี
สมชาย เข็มกลัด รับบท สมคิด ไทรงาม "คิด ไซเลนเซอร์" นักฆ่ารุ่นใหม่ที่นิยมใช้ปืนติดลำกล้องเก็บเสียง
เพ็ชรทาย วงศ์คำเหลา หรือ หม่ำ จ๊กมก รับบท "หมา ลูกบักเขียบ" นักฆ่าที่ยิงปืนไม่เป็น เลยใช้แต่ระเบิดเป็นอาวุธ
ศรสุทธา กลั่นมาลี หรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม รับบท "ผี ไรเฟิล" นักฆ่าที่ยิงไรเฟิลจากระยะไกลแม่นยิ่งกว่าจับวาง แต่กลัวผีเป็นที่สุด
พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ หรือ เท่ง เถิดเทิง รับบท อดีต "โอ๋ เอ็ม 16 หมื่นศพสิงห์สำอาง" แต่เพี้ยนคิดว่าตัวเองเป็น เอลวิส เพรสลีย์ ใครๆ เลยเรียกว่า "เอ๋อ เอลวิส"

[แก้] นักแสดงสมทบ
ไพลิน พิจิตรอำพล รับบท จันทรา ลูกสาวเป๋ ปืนควาย
อังคณา ทิมดี รับบท แหวน เมียผี ไรเฟิล
ไอรีน ศรีแกล้ว (เปิ้ล) รับบท เมี่ยง เมียหมา ลูกบักเขียบ
กรุง ศรีวิไล รับบท แป๊ะ ประตูผี
ดามพ์ ดัสกร รับบท เป้า ปลากระตัก เจ้าของรีสอร์ตที่เกาะดอกไม้
จรัล เพ็ชรเจริญ รับบท หลวงตา
อนันต์ สัมมาทรัพย์ รับบท พ.ต.อ.เถกิง เฉลิมหล้า ตำรวจเหล็ก
กฤตธีรา อินพรวิจิตร (เข็ม) รับบท แพรวา เฉลิมหล้า (แพร) ลูกสาวตำรวจเหล็ก
ณรงค์ รดากรณ์ (โกร่ง กางเกงแดง) รับบท ลุงอ๋ง เจ้าของท่าเรือข้ามไปเกาะเที่ยง
สุรินทร์ ปานทโชติ รับบท ลุงหมี เจ้าของท่าเรือที่เกาะเที่ยง
พรมมา สระทองแก้ว (เหี่ยวฟ้า) รับบท แย่ ลูกน้องแป๊ะ
เจนนิเฟอร์ วัฒนวิศิษฐ์ รับบท โรซี่ มือปืนสาวเซ็กซี่ ที่แป๊ะส่งมาเก็บ คิด ไซเลนเซอร์
ตรัณ ปัทมานนท์ รับบท เบี้ยว ลูกน้องเป้า
ดลกมล ศรัทธาทิพย์ รับบท ปู ลูกน้องเป้า
ปีเตอร์ หลุยส์ ไมอ็อกซี รับบท แมทธิว ลูกน้องแป๊ะ
ธนัสต์ ศรีพันธวานุสรณ์ รับบท หิน
กนต์ธร บุษราตัม รับบท อ่ำ
สุพจน์ พงษ์พรรณเจริญ รับบท กุ้ง หลานลุงอ๋ง
พีรพล เธียรเจริญ รับบท หมึก หลานลุงอ๋ง (ผู้ช่วยผู้กำกับ เป็น cameo)

สมชาย เข็มกลัด ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ประจำปี พ.ศ. 2544 [1]
เทพ โพธิ์งาม ได้รับรางวัลนักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
ไพลิน พิจิตรอำพล ได้รับรางวัลตุ๊กตาเงิน นักแสดงดาวรุ่งหญิงยอดเยี่ยม
ถั่วแระ เชิญยิ้ม ได้รับรางวัลตุ๊กตาเงิน นักแสดงบทตลกยอดเยี่ยม
กวี ศรีคณรัตน์ ได้รับรางวัลตุ๊กตาเงิน ผู้กำกับบทบู๊ยอดเยี่ยม


จาก: ญาญ้า
วันที่: 01/09/52 - 22:23 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 305



วงนี้จากประเทศอินโดนีเซียค่ะ เจ้าของบทเพลง Orang Utan เพลงนี้ไมเคิลมีค่ะ !!!! เป็นร็อคหนัก ๆ

จาก: ญาญ้า
วันที่: 01/09/52 - 22:28 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 306



เป็นหนังที่พระเอกชาวเอเชีย โจว เหวิน ฟะ เคยเล่นหนังไทยมาก่อนครับ เรื่อง กตัญญูประกาศิต มีเกรียงไกร อุณหนันท์ ฉัตรชัย เปล่งพานิช สินใจ หงษ์ไทย เพ็ญพักตร์ ศิริกุลเล่นด้วย หนังเรื่องนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2526 กำกับโดย แจ๊สสยาม ทุนสร้างมากถึงในสมัยนั้น 10 ล้านบาท ปัจจุบันราคานี้จ้างโจว เหวิน ฟะ มาเล่นอีกไม่ได้แล้ว เพราะ โจวเหวิน ฟะ ค่าตัวต่อหนัง ฮอลลีวู๊ดตอนนี้ทราบคร่าว ๆ ว่าต่อเรื่องอย่างต่ำ 5 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วนะครับ นี่เฉพาะค่าตัวเจรจาอย่างดียวนะ ยังไม่นับค่าเสียเวลาอื่นๆอีกจิปาถะนะ ดูสิเขาก้าวไกลขนาดไหน ขนาดแสดงหนังไทยมาด้วยกันนะเนี่ย ดูดาราไทยเราสิ สองแสนต่อตอนยังไม่ถึงเลย นี่ล่ะหนาวาสนามันแข่งกันไม่ได้ครับพี่น้อง !!!!

จาก: กวิน
วันที่: 03/09/52 - 11:29 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 307
อย่างครูบ้านนอกที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2521 ใช้ทุนสร้างที่ สามแสนบาทเศษเท่านั้น หนังสร้างออกมาแทบหาโรงฉายไม่ได้ แต่เมื่อฉายแล้วทำเกินเป้าครับ มาปัจจุบันปี พ.ศ. 2552 ใช้งบที่สามล้านเศษ ถือว่าเป็นหนังไทยที่ใช้ทุนต่ำที่สุด มาปีนี้เหมือนกันที่ตอนนั้นคุณกมล กุลตังวัฒนาเป็นคนออกทุนให้ แต่ยากที่หาโรงฉาย มาครั้งนี้ปัจจุบันทีมงานหารวบรวมยืมเงินมาสร้างเอง เสี่ยเจียงไม่ได้ควักนะครับ แต่ต่างกันที่มีโรงฉายคือสหมงคลฟิล์มเมื่อเสี่ยเจียงอนุญาตให้นำมาฉายได้เมื่อหนังทำเสร็จ มาเปรียบดูว่าหนังจะทะลุเหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่ ปล.กลัวที่สุดก็พวกของเถื่อนจะทำมาหารับประทานก่อนครับ อันนี้ยังกลัวมากกว่าไม่มีคนดูซะอีกจะบอกให้

จาก: กวิน
วันที่: 03/09/52 - 11:38 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 308



จำหนังเรื่องนี้ในวัยเด็ก หลายคนอาจรู้และหลายคนอาจไม่รู้ เป็นเรื่องเหล่าที่เศร้ามากนะครับ เนโร อาโลอา จำได้มั๊ยเนโรกับหมาคู่ใจ ใช่แล้วครับเรื่อง "หมาน้อยเพื่อนยาก" ไงครับ
เนื้องเรื่องเป็นอย่างนี้ครับ
ใช่เรื่อง หมาน้อยเพื่อนยากมั้ยครับ นี่ก็ 20 ปีแล้วเหมือนกัน จำได้ว่าชอบมากๆ ดูทุกเย็น ช่องเจ็ดมั้งครับ รู้สึกว่าพาโตราชูเป็นหมา พันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ด้วยมั้ง (มานั่งนึกเอาตอนนี้นะครับ ตอนเด็กๆ น่ะ ไม่รู้หรอกว่ามันพันธุ์อะไร) ใครจำเนื้อเรื่องได้บ้างมาเล่าให้ฟังหน่อย

หมาใหญ่เพื่อนยาก
จำได้เมโลชอบวาดรูปใต้ต้นไม้ใหญ่บนเขา ..
ตอนจบเศร้ามาก ๆ ครับ
อยากดูอีกครั้ง มีที่ไหนให้ดูมั่งเอ่ย อยากดูอีกรอบจะดูที่ไหนครับ
เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่ทำให้ผมเสียน้ำตาครับ
ตอนจบ เนโร ตายครับท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก
ก่อนตายไปประกวดภาพเขียนเกือบได้ แต่ไม่ได้เพราะเป็นเด็กยากจนครับ
(ตอนหลังกรรมการเปลี่ยนผลการตัดสิน แต่สายไปแล้ว เนโรไม่มีโอกาสรับรู้ผลคำตัดสินนั้น)




จาก: แจ็ค การ์เซีย
วันที่: 03/09/52 - 22:34 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 309



โทษครับผมเป็นชาวฟิลิปปินส์ลืมใส่ชื่อกลาง เรียนภาษาไทยมานานแล้ว โตอยู่ไทยนี้แหละ ดูอีกว่าภาพนี้ไม่น่าจะใช่นะ

จาก: แจ้ค ซีซาร์ การ์เซีย
วันที่: 03/09/52 - 22:37 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 310



เรื่องนี้แน่ใจว่าพระเอกชื่อนิวครับ

จาก: แจ็ค ซีซาร์ การ์เซีย
วันที่: 03/09/52 - 22:40 น.
IP Address: 125.26.67.xx
ความคิดเห็นที่ 311



ละครเกาหลี : ที่สุดแห่งรัก
Korean Drama : Goodbye My Love
นี่ไงครับเป็นละครเกาหลีเรื่องแรกที่เข้ามาบุกตลาดไทย ละครเรื่องนี้นำเข้ามาออกอากาศทาง ททบ.5 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2543 ถือว่าเป็นการพลิกประวัติศาสตร์และการเสี่ยงเจาะตลาดของละครต่างประเทศจากเกาหลีเลยทีเดียวครับ เพราะละครเกาหลีห่างหายจากบ้านเราไปนาน จะมีแต่ละครญี่ปุ่น จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และฮ่องกงเท่านั้นถือครองตลอดละครช่องทีวีไทยมาตลอด จะได้เปรียบเพื่อนเห็นจะเป็นจากเกาะฮ่องกงมากที่สุดครับ เพราะอยู่คู่เมืองไทยมาทุกยุคสมัย จนคนไทยหลายคนรู้จักดาราฮ่องกงมาก เพราะหนังฮ่องกงมาตีตลาดกับเมืองไทยจนเป็นเรื่องปกติ รองลงมาจะเป็นไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ลำบากก็เพื่อนเห็นจะเป็นญี่ปุ่นเพราะไม่มีคนไทยคุ้นเคยกับดาราญี่ปุ่นเท่าไหร่ แต่ก็ยังตีตลาดได้ การนำละครเกาหลีเข้ามาก็ถือว่าเสี่ยงไม่น้อยนะครับ เพราะคนไทยไม่ค่อยคุ้นทั้งหนังเกาหลีและละครเกาหลี บางคนไม่รู้จักด้วยซ้ำ อีกทั้งเกาหลีไม่เคยเจาะตลาดไทยเลยในช่วงเกือบสิบปีก่อนที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการโปรโมทละครเกาหลีไปในตัวด้วย อีกครั้งตอนคั้นโฆษณาจำได้ นอกจากมีแต่โฆษณา โมโนมัตศึกาตาริแล้ว ก็จะมีหนังกำลังภายในเกาหลีเรื่อง เดชคัมภีร์ บีชุนมู ซึ่งลงกระทู้ก่อนหน้านี้ นำฉสดงโดยพระเอกหน้าเข้ม Kim Joon Sun ก็มีแค่นี้ละครับ เพราะเป็นการเสี่ยงเจาะตลาดจึงไม่มีสปอนเซอร์กล้าลงทุนด้วย แต่ผลสุดท้ายละครกับมีคนติดตามดูเยอะครับ เพราะคนไทยหลายคนต้องการดูความแปลกใหม่ไง ละครเรื่องนี้จึงกลายเป็นละครประวิติศาสตร์เรื่องแรกแห่งทศวรรษนี้เลยครับที่ไม่น่าพลาดจะนำมาลงเป็นเกล็ดความมรู้

นักแสดงนำ
Ahn Jae Wook, Kim Hee Sun

>> เรื่องย่อ
ชายหนุ่มอนาถาที่มีความเชื่อว่าเงินจะเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ กับ สาวโรงงานผู้กำพร้าพ่อที่ใฝ่ฝันว่า จะได้แต่งงานกับชายหนุ่มผู้ร่ำรวย เธอจึงเสาะแสวงหาเจ้าชาย ในฝัน จนเขาทั้ง 2 ได้เจอกันโดยที่ไม่มีใครรู้เบื้องหลัง ที่แท้จริงของตนเอง...

มินซู กับ ยวินจู ต่างก็ดร็อปเรียน และได้รู้จักกันที่มหาวิทยาลัย ยวินจูคิดว่ามินซู เป็นลูกเศรษฐี ขับรถยี่ห้อหรูจากต่างประเทศ แต่ความจริงมินซูขับรถมารับฮีจุงน้องสาวของคีแต มินซูก็คิดว่า ยวินจูยังเป็นนักศึกษา แต่ความจริง เธอทำงานเป็นสาวโรงงานได้สี่ปีแล้ว แต่เผอิญเธอมาเยี่ยม โซยุงในมหาวิทยาลัย ตั้งแต่มินซูช่วยคีแตจากการถูกจับตัวไปเรียกค่าไถ่ สมัยเป็นนักศึกษาปีที่ 1 พ่อแม่ของคีแต ก็ไว้วางใจเขา มอบหมายงานดูแลโรงแรมบนเกาะเชจูให้แก่เขา สร้างความไม่พอใจให้แก่คีแต ถึงแม้ทั้งสองจะดูคล้ายเพื่อนสนิทกันแต่คีแตก็ปฏบัติต่อมินซู เยี่ยงนายกับบ่าว ผิดกับอีจุงน้องสาวของเขา ซึ่งดื้อรั้น รักเสรี และมีจิตใจดีงาม

ฝ่ายยวินจูก็มีเพื่อนสาวโรงงานซื่อ จุงเอ ซึ่งเสาะแสวงหาชายหนุ่มผู้ร่ำรวยมาแต่งงานด้วย เช่นเดียวกับยวินจูซึ่งเธอไม่สนใจไอ้หนุ่มโรงงานที่คอยตามตื้อ แต่ยวินจูก็รู้จักอดออมเก็บเงินทอง แม้เธอจะมีความใฝ่ฝันเหมือนกับเพื่อน คืนหนึ่ง จุงเอพายวินจูไปเที่ยวไนท์คลับ และได้พบกับ มินซูอีกครั้ง คีแตกับจุงเอก็เกิดอาการปิ๊งกัน ฝ่ายมินซูก็ทำตัวเป็นชนชั้นสูง และยวินจู ก็แสร้งทำเป็นเด็กสาวมหาวิทยาลัย หนุ่มสาวทั้งสองคู่พบปะกันบ่อยครั้ง มินซู และยวินจู เกิดรักกันจริงๆ โดยต่างฝ่ายต่างก็หวั่นเกรงที่ตนเองปิดบังอำพรางฐานะที่แท้จริงของตนเอง ตราบกระทั่งความจริงปรากฎ มินซูหันหลังให้ยวินจูทันที คีแตกับจุงเอยังคงคบหากันต่อไป

วันหนึ่ง ฮีจุงหนีออกจากบ้านและแวะไปค้างคืนในห้องพักของมินซู ทำให้คีแตโกรธมาก ยวินจูถูกขอร้องจากโซยุงเพื่อนสาวที่ตั้งครรภ์ ให้เข้ารับการตรวจร่างกายประจำปีแทนเธอ ยวินจูจึงเข้าตรวจแทนเพื่อนตามคำขอร้อง แต่พบว่าเธอเป็นโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งในเม็ดเลือด ซึ่งคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ในช่วงนั้นเอง มินซูก็กลับมาหายวินจู และคบกันอีกครั้ง ยวินจูสนับสนุนให้มินซูก้าวไปเพื่ออนาคต เมื่อบิดาของคีแตตกลงใจ จะมอบหมาย ให้มินซูดูแลกิจการโรงแรมบนเกาะเชจู คีแตก็คัดค้าน มินซูจึงมุมานะไปเรียนภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ ยวินจูเข้าโรงพยาบาลรับการถ่ายเลือดเป็นครั้งแรก เธอเกิดเข้าใจผิดกับมินซูที่ผิดนัด เพราะไปช่วยคีแตจากอุบัติเหตุเมาสุราขับรถ และยอมถูกจับไปโรงพักแทนคีแต

มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อ จินโฮ ที่ชอบนิสัยของมินซู ได้ชวนเขาไปทำงานด้วย แต่คีแตก็ดึงตัวมินซูไว้ มินซูจึงเดินทางไปยังเกาะเชจู เมื่อยวินจูออกจากโรงพยาบาล เธอจึงไปตามหามินซูที่เกาะเชจู มินซูให้โทรศัพท์มือถือแก่เธอเพื่อจะได้ไม่ขาดการติดต่อกันอีก เมื่อมินซูขอเธอแต่งงาน ยวินจูจึงบอกความจริงเรื่องโรคร้ายของเธอ มินซูโกรธเธอมากที่บอกเขาช้าไปและเสียใจ ต่อชะตากรรมของตนเองที่จะสูญเสียคนที่เขาเลือกรัก เขาจึงเดินจากไป

ยวินซูเข้าใจผิดคิดว่าเขาทิ้งเธอ เธอจึงกลับไปเยี่ยมแม่ที่ชองจู เพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายที่นั่น มินซูยุ่งอยู่กับกิจการโรงแรม และต้องช่วยคีแตต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพล แต่เขาไม่อาจลืมยวินจู เขาจึงได้เดินทางไปหาเธอที่ชองจู กล่อมเธอให้เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล มินซูไปขอยืมเงินจากคีแต แต่คีแตไม่ยอมให้ มินซูจึงไปโขมยเงินในเซพของคีแต และถูกฮีจูงน้องสาวคีแตจับได้ เธอจึงเข้าใจในความรักของมินซูที่มีต่อ ยวินจู

ยวินจูพยายามฆ่าตัวตายแต่มินซูขัดขวางไว้ได้ทัน เขาจึงพาเธอขับรถไปเที่ยวทะเล หวังจะฆ่าตัวตายพร้อมเธอ เมื่อยวินจูรู้ตัวก็ห้ามเขาขณะที่เขาขับรถพุ่งลงทะเล ทั้งสองว่ายน้ำมาขึ้นฝั่งโดยปลอดภัย ย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิของปีนั้น ยวินจูก็จากไป มินซูขับรถไปยังสถานที่ที่เขาและเธอเคยมาเที่ยว และโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของเธอ เพื่อฟังเสียงของเธอที่บันทึกไว้เป็นครั้งสุดท้าย และบอกรักเธอเป็นครั้งแรก พร้อมๆกับหยดน้ำอุ่นๆ ก็ไหลรินออกจากตา





จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:12 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 312



Anh Jae Wook หนุ่มร่างเล็ก แสดงเป็น ชาง มิน ชู หนุ่ม อายุ 25ปี

เขาเป็นหนุ่มอนาถา อาศัยอยู่กับเพื่อนชื่อ คีตา เป็นคนใจเย็น อดทน แต่ว่าขี้อาย นอกจากนั้นเขายังมีปม บุคลิกภาพสับสน ชอบเก็บตัว และเชื่อว่าเงินตัวเดียวจะเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ เขาจึงพยายามทำตัวให้เป็นที่ไว้ใจของ คีแต ผู้มีพ่อเป็นมหาเศรษฐี ถึงขนาดฝัน ว่าจะเป็นผู้สืบทอดกิจการโรงแรมของบิดาเพื่อน ซึ่ง คีตา ก็รู้เรื่องนี้ดี มินซูรู้จักกับ คีแต ครั้งแรกเพราะเขาเข้าช่วย คีแต ให้รอดพ้นจากการถูกจับจับไปเรียกค่าไถ่ คีแตจึงชวนเขามาอยู่ที่บ้านเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณ แต่เมื่อมารู้ภายหลังว่ามินซูหวังสมบัติของพ่อเขา คีแตจึงคิดกำจัดมินซูไปให้พ้นทาง มินซูได้พบกับ ยวินจู และหลงรักเธอเพราะคิดว่าเธอเป็นลูกสาวเศรษฐี แต่เมื่อมารู้ว่าเธอเป็นเด็กกำพร้ายากจนเขาจึงทิ้งเธอ แต่เขาก็ปวดร้าวเมื่อรู้ว่าตนไม่อาจลืมเลือนไปจากใจได้ แต่แล้วในที่สุดเขาก็ตระหนักถึงคุณค่าแห่งความรักและสามารถสลัดความมุ่งหวังอยากพึ่งพาคนร่ำรวยออกไป


จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:18 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 313



Kim Hee Sun จากเรื่องเดชคัมภีร์บีชุนมู ในละครเรื่องนี้เธอรับบทเป็นซอ วินจิ หญิงสาว อายุ 23 ปี

เธอเป็นสาวโรงงานผู้กำพร้าพ่อ แต่เป็นคนฉลาด และมั่นใจในตัวเอง ยวินจูรู้จักการปรับปรุงตัวเอง และรู้จักการคว้าโอกาส เพื่อประโยชน์ของตนเอง เธอหัดโกหกเพื่อหน้าตาของตัวเอง เพราะใฝ่ฝันว่า จะได้แต่งงานกับชายหนุ่มผู้ร่ำรวย เธอจึงเสาะแสวงหาเจ้าชายในฝันของเธอจนได้พบกับมินซู ผู้ซึ่งทีแรกเธอคิดว่าเขาเป็นลูกชายเศรษฐี เจ้าของกิจการโรงแรมใหญ่ แต่ความสัมพันธ์ของเธอและเขา ก็ไม่ยืดยาวเมื่อทั้งคู่ต่างรู้ว่าทั้งสองฝ่ายเป็นคนยากจนและต่างฝ่ายก็หลอกลวงกัน ระหว่างที่เธอจมอยู่กับความซอกซ้ำ เธอก็รู้ว่าเธอกำลังจะตายด้วยโรคมะเร็งและมินซู ก็กลับมาอยู่เคียงข้างเธอจวบจนวันที่เธอสิ้นลม

จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:21 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 314



ซอย คีแต (แสดงโดย จุงจุนโฮ) หนุ่ม อายุ 25 ปี

คีแต เป็นลูกชายมหาเศรษฐี ชอบใช้ชีวิตเสเพล ดื่มเหล้ามั่วผู้หญิงและเล่นการพนัน ครั้งหนึ่งเขาถูกจับตัว ไปเรียกค่าไถ่ แต่มินซูช่วยเขาไว้ คีแตจึงตอบแทนมินซูผู้อนาถาเยี่ยงผู้มีพระคุณช่วยชีวิต แต่เมื่อเขาเห็นว่ามินซูคิดจะสืบทอดกิจการโรงแรมของบิดาเขาแทนตัวเขา เขาจึงพยายามตัดมินซูออกไปจากชีวิต แม้ว่าเขายังทำเสมือนเป็นเพื่อนกับมินซู เพื่อน ยวนจู แสร้งทำเป็นว่าเขารักเธอ แต่แล้วเขาก็ทิ้งจุงเอ ไปแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีระดับเดียวกับตน เมื่อมินซูเห็นตัวตนที่แท้จริงของคีตา เขาผิดหวังมาก แตาคีตาก็ไม่รู้จักการกล่าวโทษนอกจากพยายามจะใช้เงินชดเชยทุกสิ่ง

จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:23 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 315



ลิม จุงเอ (แสดงโดย ลีแฮยุง) หญิงสาว อายุ 23 ปี

เป็นสาวโรงงานเพื่อนของ ยวินซู ใฝ่ฝันอยากแต่งงานกับหนุ่มฐานะดี เช่นกัน เธอคิดว่าฝันของเธอกลายเป็นจริง เมื่อได้พบกับคีแต แต่ไม่ช้าเธอก็รู้ว่าเขาไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ เขาเห็นเธอเป็นเพียงเครื่องเล่น เธอจึงได้แต่จมอยู่กับความเจ็บช้ำ

จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:24 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 316



ชอย ฮีจุง ( แสดงโดย ลีแตราน) หญิงสาวอายุ 23 ปี

เป็นนิสิตสาวปี 4 น้องสาวของคีแต เธอถูกเลี้ยงดูมาเยี่ยงเจ้าหญิงฉลาด มีจิตใจดีงาม เธอหลงรักมินซู ตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในครอบครัวเธอ เมื่อมินซูก็ดีต่อเธอ แม้เธอจะรู้ว่านั่นเป็นความรัก มักใหญ่ใฝ่สูงของเขา แต่เธอก็รักเขาเสียแล้ว เธอยินดีจะให้เขาทุกอย่างทั้งเงินทองและฐานะ แต่เมื่อมินซูเกดลังเลใจและเลือกที่จะรักยวินจู ฮีจุงก็จำใจปล่อยเขาไป



รายชื่อตัวละครและนักแสดง

ชาง มินซู
ซอ วินจิ
ซอย คีแต
ลิม จุงเอ
ชอย ฮีจุง แสดงโดย
แสดงโดย
แสดงโดย
แสดงโดย
แสดงโดย Ahn Jae Wook
Kim Hee Sun
Jung Jun Ho
Lee Hae Yeong
Lee Tae Ran

ชื่อภาษาเกาหลี 안녕 내사랑 / อันนยอง แนซารัง
ชื่อภาษาอังกฤษ Goodbye My Love
ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ MBC, ประเทศเกาหลีใต้
ออกอากาศ 21 กันยายน ถึง 21 ตุลาคม 1999 ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 21.55 น.
จำนวน 16 ตอน
เพลงหลัก Ma ji mahk yahk sohk ขับร้องโดย Ahn Jae-wook
โปรดิวเซอร์ Lee Chang Soon
ผู้เขียนบท Jo Myung Joo

แนวซีรี่ส์
รัก ดราม่า




จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:27 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 317



ถึงคุณแจ็ค ซีซาร์ การ์เซีย ขอบคุณที่ช่วยกันลงผมว่าเนโร อโลอาน่าจะเป็นเรื่องนี้นะ
เรื่องหมาใหญ่เพื่อนยากบ้าง ทางช่อง 7 ตอนเย็นน่าจะ 20 ปีแล้ว มีหมาชื่อพลาโตราชู - ตัวเอกเป็นเด็กชื่อเนโร-อาโลอา ที่ประเทศเนเธอร์แลนมีกังหันลมและทุ่งทิวลิปเราดูแล้วชอบมากอยากดูอีกแต่นานมากแล้ว
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า หมาใหญ่เพื่อนยาก <The Dog of Flander>
เรื่องราวสุดซึ้งกับ OP น่ารักๆ ดัดแปลงจาก นิยายเรื่อง A Dog of Flanders ของ Marie Louisa de la Ramee
เนลโลเด็กกำพร้ายากจนที่อาศัยอยู่กับคุณปู่จีฮัน โดยมีอาชีพส่งนม เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นจิตรกรเลื่องชื่อเหมือน ปีเตอร์ พอล ลูเบนส์

ณ.วันหนึ่งเขาได้พบกับ สุนัข ปาโตรัชชู (ปาตรัช) ที่ถูกทอดทิ้งมา เขาจึงรับเลี้ยงไว้และก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่แน่นแฟ้นต่อกัน เนลโลมีเพื่อนสาวชื่ออโลอิส ลูกสาวของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน นอกจากนี้เนลโลเองยังถูกกดขี่และดูถูกจากมหาเศรษฐีและคนในหมู่บ้าน เขาเองต้องฝ่าฝันอุปสรรคต่างๆเพื่อบรรลุถึงความฝันของเขาให้ผู้คนยอมรับ ตอนจบก็อย่างที่คุณแจ็ค ซีซาร์เล่ามาก่อนขี้เกียจลงครับ

จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:44 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 318



เป็นหนังก็มีแล้วนะเอ้าภาพกับตอนในหนังสือมาให้อ่านนะ
NELLO and Patrasche were left all alone in the world.

They were friends in a friendship closer than brotherhood.


Nello was a little Ardennois--Patrasche was a big Fleming. They were both of the same age by length of years, yet one was still young, and the other was already old. They had dwelt together almost all their days: both were orphaned and destitute, and owed their lives to the same hand. It had been the beginning of the tie between them, their first bond of sympathy; and it bad strengthened day by day, and had grown with their growth, firm and indissoluble, until they loved one another very greatly.

Their home was a little hut on the edge of a little village--a Flemish village a league from Antwerp, set


--------------------------------------------------------------------------------
Page 2
amidst flat breadths of pasture and corn-lands, with long lines of poplars and of alders bending in the breeze on the edge of the great canal which ran through it.


It had about a score of houses and homesteads, with shutters of bright green or sky-blue, and roofs rose-red or black and white, and walls whitewashed until they shone in the sun like snow. In the centre of the village stood a windmill, placed on a little moss-grown slope: it was a landmark to all the level country round.


It had once been painted scarlet, sails and all, but that had been in its infancy, half a century or more earlier, when it had ground wheat for the soldiers of Napoleon; and it was now a ruddy brown, tanned by wind and weather. It went queerly by fits and starts, as though rheumatic and stiff in the joints from age, but it served the whole neighborhood, which would have thought it almost as impious to carry grain elsewhere as to attend any other religious service than the mass that was performed at the altar of the little old gray church, with its conical steeple, which stood opposite to it, and whose single bell rang morning, noon, and night with that strange, subdued, hollow sadness which every bell that hangs in the Low Countries seems to gain as an integral part of its melody.

Page 3

Within sound of the little melancholy clock almost from their birth upward, they had dwelt together, Nello and Patrasche, in the little hut on the edge of the village, with the cathedral spire of Antwerp rising in the north-east, beyond the great green plain of seeding grass and spreading corn that stretched away from them like a tideless, changeless sea.


It was the hut of a very old man, of a very poor man--of old Jehan Daas, who in his time had been a soldier, and who remembered the wars that had trampled the country as oxen tread down the furrows, and who had brought from his service nothing except a wound, which had made him a cripple.


When old Jehan Daas had reached his full eighty, his daughter had died in the Ardennes, hard by Stavelot, and had left him in legacy her two-year- old son. The old man could ill contrive to support himself, but he took up the additional burden uncomplainingly, and it soon became welcome and precious to him. Little Nello--which was but a pet diminutive for Nicolas--throve with him, and the old man and the little child lived in the poor little hut contentedly.


It was a very humble little mud-hut indeed, but it was clean and white as a sea-shell, and stood in a small plot of garden-ground that yielded beans and herbs and pumpkins.



--------------------------------------------------------------------------------
Page 4

They were very poor, terribly poor--many a day they had nothing at all to eat. They never by any chance had enough: to have had enough to eat would have been to have reached paradise at once. But the old man was very gentle and good to the boy, and the boy was a beautiful, innocent, truthful, tender-hearted creature; and they were happy on a crust and a few leaves of cabbage, and asked no more of earth or heaven; save indeed that Patrasche should be always with them, since without Patrasche where would they have been?


For Patrasche was their alpha and omega; their treasury and granary; their store of gold and wand of wealth; their bread-winner and minister; their only friend and comforter. Patrasche dead or gone from them, they must have laid themselves down and died likewise. Patrasche was body, brains, hands, head, and feet to both of them: Patrasche was their very life, their very soul.


For Jehan Daas was old and a cripple, and Nello was but a child; and Patrasche was their dog.


A dog of Flanders--yellow of hide, large of head and limb, with wolf-like ears that stood erect, and legs bowed and feet widened in the muscular development wrought in his breed by many generations of hard service, Patrasche came of a race which had toiled hard

Page 5
and cruelly from sire to son in Flanders many a century--slaves of slaves, dogs of the people, beasts of the shafts and the harness, creatures that lived straining their sinews in the gall of the cart, and died breaking their hearts on the flints of the streets.


Patrasche had been born of parents who had labored hard all their days over the sharp-set stones of the various cities and the long, shadowless, weary roads of the two Flanders and of Brabant. He had been born to no other heritage than those of pain and of toil. He had been fed on curses and baptized with blows. Why not? It was a Christian country, and Patrasche was but a dog.


Before he was fully grown he had known the bitter gall of the cart and the collar. Before he had entered his thirteenth month he had become the property of a hardware-dealer, who was accustomed to wander over the land north and south, from the blue sea to the green mountains. They sold him for a small price, because he was so young.


This man was a drunkard and a brute. The life of Patrasche was a life of hell.


His purchaser was a sullen, ill-living, brutal Brabantois, who heaped his cart full with pots and pans and flagons and buckets, and other wares of crockery

--------------------------------------------------------------------------------
Page 6
and brass and tin, and left Patrasche to draw the load as best he might, whilst he himself lounged idly by the side in fat and sluggish ease, smoking his black pipe and stopping at every wineshop or café on the road.


Happily for Patrasche--or unhappily--he was very strong: he came of an iron race, long born and bred to such cruel travail; so that he did not die, but managed to drag on a wretched existence under the brutal burdens, the scarifying lashes, the hunger, the thirst, the blows, the curses, and the exhaustion which are the only wages with which the Flemings repay the most patient and laborious of all their fourfooted victims.


One day, after two years of this long and deadly agony, Patrasche was going on as usual along one of the straight, dusty, unlovely roads that lead to the city of Rubens.


It was full midsummer, and very warm. His cart was very heavy, piled high with goods in metal and in earthenware. His owner sauntered on without noticing him otherwise than by the crack of the whip as it curled round his quivering loins.


The Brabantois had paused to drink beer himself at every wayside house, but he had forbidden Patrasche to stop a moment for a draught from the canal. Going


--------------------------------------------------------------------------------
Page 7
along thus, in the full sun, on a scorching highway, having eaten nothing for twenty-four hours, and, which was far worse to him, not having tasted water for near twelve, being blind with dust, sore with blows, and stupefied with the merciless weight which dragged upon his loins, Patrasche staggered and foamed a little at the mouth, and fell.


He fell in the middle of the white, dusty road, in the full glare of the sun; he was sick unto death, and motionless. His master gave him the only medicine in his pharmacy--kicks and oaths and blows with a cudgel of oak, which had been often the only food and drink, the only wage and reward, ever offered to him.


But Patrasche was beyond the reach of any torture or of any curses. Patrasche lay, dead to all appearances, down in the white powder of the summer dust.


After a while, finding it useless to assail his ribs with punishment and his ears with maledictions, the Brabantois--deeming life gone in him, or going so nearly that his carcass was forever useless, unless indeed some one should strip it of the skin for gloves--cursed him fiercely in farewell, struck off the leathern bands of the harness, kicked his body aside into the grass, and, groaning and muttering in Book Description
A classic sentimental story of a rustic boy, Patrasche, and his beloved dog. The boy desires to be an artist and the dog helps him reach his goal. Both of them face various hardships to fulfill the dream. The novel stresses the need for hard work in order to realize an ambition. Undoubtedly a wonderful piece of writing that will be engraved in the reader's memory. Timeless!
Page 8
savage wrath, pushed the cart lazily along the road up hill, and left the dying dog for the ants to sting and for the crows to pick.


It was the last day before Kermesse away at Louvain, and the Brabantois was in haste to reach the fair, and get a good place for his truck of brass wares.


He was in fierce wrath, because Patrasche had been a strong and much-enduring animal, and because he himself had now the hard task of pushing his charette all the way to Louvain. But to stay to look after Patrasche never entered his thoughts: the beast was dying and useless, and he would steal, to replace him, the first large dog that he found wandering alone out of sight of its master. Patrasche had cost him nothing, or next to nothing, and for two long, cruel years had made him toil ceaselessly in his service from sunrise to sunset, through summer and winter, in fair weather and foul.


He had got a fair use and a good profit out of Patrasche: being human, he was wise, and left the dog to draw his last breath alone in the ditch, and have his bloodshot eyes plucked out as they might be by the birds, whilst he himself went on his way to beg and to steal, to eat and to drink, to dance and to sing, in the mirth at Louvain. A dying dog, a dog of the

-------------------------------------------------------------------------------
Page 9
cart -- why should he waste hours over its agonies at peril of losing a handful of copper coins, at peril of a shout of laughter.


Patrasche lay there, flung in the grass-green ditch.


It was a busy road that day, and hundreds of people, on foot and on mules, in wagons or in carts, went by, tramping quickly and joyously on to Louvain. Some saw him, most did not even look: all passed on. A dead dog more or less--it was nothing in Brabant: it would be nothing anywhere in the world.


After a time, among the holiday-makers, there came a little old man who was bent and lame, and very feeble. He was in no guise for feasting: he was very poorly and miserably clad, and he dragged his silent way slowly through the dust among the pleasure-seekers.


He looked at Patrasche, paused, wondered, turned aside, then kneeled down in the rank grass and weeds of the ditch, and surveyed the dog with kindly eyes of pity.


There was with him a little rosy, fair-haired, dark-eyed child of a few years old, who pattered in amidst the bushes, that were for him breast-high, and stood gazing with a pretty seriousness upon the poor, great, quiet beast.
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จากคุณ : ปุ๊กกี้&คิตตี้ มากนะครับ

จาก: กวิน
วันที่: 04/09/52 - 1:49 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 319
คุณแจ็คครับพอจะทราบที่มาของเรื่องหมาใหญ่เพื่อนยาก และหาซื้อแผ่นได้มั๊ยครับ!!!!

จาก: กวิน
วันที่: 05/09/52 - 21:36 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 320



นี่ก็เป็นหนึ่งในวงร็อคอันดับต้น ๆ จากประเทศอินโดนีเซียวง Dewa ครับ!!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 22:10 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 321
คุณแจ็ค ซีซาร์ การ์เซียครับ พอจะรู้มั๊ยว่า หมาใหญ่เพื่อนยากพอจะหาซื้อแผ่นได้ที่ไหน รู้มั๊ยผมค้นหามาตั้งนานนะเรื่องนี้ ทักทายกันหน่อยนะ !!!!
Kumusta ma'oang k'oy itang iba. Umaga kakawin wala kahit na tang t'oy tatoo. ito simplemg ng The Dog of Flander n'ong isilangka umaga gagawin.

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 22:17 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 322



เป็นหนังเมื่อปีที่แล้วครับจากประเทศเพื่อนบ้านติดภาคใต้ของไทยเรื่อง Cuci จากประเทศมาเลเซียครับ Plot เรื่องเป็นภาอังกฤษครับเพราะหนังเข้าระดับเอเชียเรื่องแรกของวันนี้ 07 /09 /09 เลยนะครับ
Plot :
Synopsis / Plot

Four adopted brothers – Jojo (Awie), Fairil (Afdlin Shauki), C’tan (AC Mizal) and Khai (Hans Isaac) – leave their kampung and head to Kuala Lumpur to make it big in the cleaning business. Fairil, the most ambitious of the four, inspires them to enter the Window Washing Olympics for the most coveted contract of all – cleaning the windows of KLCC. But the brothers would have to survive the allure of organiser CJ (Erra Fazira) as well as stiff competition from current champion and contract holder Wira (Khir Rahman) to win the title.

Year: 2008
Directed: Hans Isaac
Genre: Comedy
Runtime: 01:36:38
Country: Malaysia
Language: Malay
Subtitles: English
Cast: Wai Ka Fai, AC Mizal, Umie Aida, Andy Cheng, Erra Fazira


จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 22:28 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 323



นักแสดง Wai Ka Fai ครับ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 22:32 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 324



ไม่มีภาพลงกระทู้นี้นะ

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 22:34 น.
IP Address: 125.26.65.xx
ความคิดเห็นที่ 325



AC Mizal

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 23:19 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 326



Umie Aida ดาราหญิงครับ !!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 23:21 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 327



Andy Cheng

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 23:25 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 328



Erra Fazira

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 07/09/52 - 23:27 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 329
รู้มั๊ยว่าการ์ตูนเนโลทีทำเป็นแผ่นแล้ว หาซื้อได้ที่ไหนคุณแจ็ค ซีซาร์ การ์เซีย หรือใครก็ได้ที่เข้ามาดูกระทู้ช่วยบอกทีครับ หรือดทรมาบอกก็ได้ที่ 0854154545 จะขอบคุณยิ่ง เพราะผมหามานานแล้วครับ !!!!

จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 12/09/52 - 11:05 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 330



หนังไทยเรื่องนี้ติดท๊อปเอเชียแล้วครับ

มีเนื้อตัวอย่างเป็นภาอังกฤษให้ชมด้วยนะครับ

Synopsis / Plot

Four Children are forced to forget their differences and band together in this action packed drama. Wut, Pong and Kat are a group of very close friends who enjoy nothing more than practicing the latest traditional Thai boxing moves. They make it their mission to help Wut’s younger brother Wun, after learning that he suffers from a debilitating form of heart disease. They are joined by an unlikely aide Jib, a girl from a totally different social background from Wut. It looks like everything is going to work out but then something unexpected and terrifying transpires. A group of terrorists belonging to led by the notoriously viscous Paeda has taken control of the hospital. The four children, realizing that Wun’s new heart is now in jeopardy, decide to embark on a daring raid to save their friend’s heart and possibly the whole hospital. Unfortunately the children are not as prepared as they would have wished. They are captured along with a UN ambassador, doctors, nurses and patients and are used as ransom in an effort to show Paeda’s determination and capability to the world.

Will the children be able to escape, secure the heart for their Wun and stop the unnecessary slaying of many innocent lives?





จาก: จักรพรรดิ์ วงศ์สุข
วันที่: 12/09/52 - 22:18 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 331



หนังญี่ปุ่นเรื่อง Lone wolf and club/baby cart หนังเรื่องนี้นำฉายในปี 1972 - 1974 เป็นเรื่อง ซามุไร พ่อลูกอ่อน ที่คุณจอมยุทธ์น้อยเคยลงมาก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับ แต่นี่เป็นหนังยาวครับ ที่คุณจอมยุทธ์น้อยเคยลงเป็นหนังชุด โครงเรื่องและชื่อตัวแสดงเหมือนกัน แต่เปลี่ยนแค่คนแสดงเท่านั้น จะวาง Plot ให้ดูนะครับ ....

Year: 1972/1973/1974
Directed: Kenji Misumi
Genre: Action, Drama, Samurai
Runtime: ~85min each
Country: Japan
Language: Japanese
Subtitles: English Subtitles
Cast: Tomisaburo Wakayama, Fumio Watanabe, Tomoko Mayama, Shigeru Tsuyuguchi, Tomoo Uchida, Taketoshi Naito

Synopsis / Plot

The Lone Wolf and Cub series were adapted from the manga by Kazuo Koike…

He was Itto Ogami, a man who held himself to the harsh code of Bushido, entrusted by the Shogun with the gravest of responsibilities, that of official executioner. His flashing blade brought swift release to those ordered to commit Seppuku, ritual suicide – be they man, woman, or even child…
He was Itto Ogami, falsly accused of treason by the evil Yagyu Clan, stripped of his position; his wife murdered by Yagyu assassins…
He was Itto Ogami, a father who gave his infant son a terrible choice between a beautiful red ball and a sword. To choose the ball meant to join his mother in the Void, to choose the sword meant to join his father, now a Ronin, a samurai without a master, in a terrible journey that must end in revenge and death…
Now Ogami and his son are no more, and through the countryside of Japan stalks


จาก: หน่อย
วันที่: 21/09/52 - 21:51 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 332



ไม่ทราบว่าหนังเกาหลีเรื่องนี้เข้าฉายเมืองไทยรึยังนะครับ... มีชื่อเรื่องว่า My girlfriend is an agent ก็เป็นหนังที่เข้าฉายในปี 2009 นี้เองนะครับ

โครงสร้างเรื่องก็อย่างนี้ครับ...
Aka: 7-geum Gong-moo-won
Year: 2009
Directed: Sin Tae-ra
Genre: Action, Comedy, Romance
Runtime: 01:52
Country: South Korea
Language: Korean
Subtitles: English/Korean
Cast: Kim Ha-neul, Kang Ji-hwan, Ryoo Seung-yong, Jang Young-nam, Kang Shin-il

Synopsis / Plot

A Russian organized crime group is set out to steal an advanced chemical weapon from Korea and two secret agents are out to stop them. One is a veteran secret agent named AHN Soo-ji who is a master of all forms of martial arts and envied by her comrades. Another is a rookie named LEE Jae-joon who’s never been out on the field and always goofs up on the job. The two agents don’t know each other’s secret identity. All that they know is that they hate each other. As a couple that is…


จาก: หน่อย
วันที่: 21/09/52 - 22:01 น.
IP Address: 125.26.66.xx
ความคิดเห็นที่ 333
เป็นหนังจากประเทศเพื่อนบ้านเราแดนลอดช่องครับ เรื่อง Love Story เข้าฉายในปี 2006 รายละเอียดตามังกล่าวครับ ...

Year: 2006
Directed: Kelvin Tong
Genre: Drama, Romance
Runtime: 01:39:57
Country: Singapore
Language: Mandarin, Cantonese
Subtitles: English, Chinese
Cast: Benjamin Heng, Erica Lee, Amanda Ling, Evelyn Tan, Tracy Tan


Synopsis / Plot

A theatre usher looks everywhere for love only to find it in a library book. A cop chases a killer only to wind up at the end of her own gunKAnd a pulp-romance writer confuses fact with fiction and learns that true love comes only after a great loss. The stories that flows from the desire to find true love leads us various stories that come across time, space and consequences, demonstrating with warmth and honestly that the lines between fact and fiction often are blurred. Whether cynic or romantic, Love Story will touch everyone with its insightful charm.

ต้องขออภัยนะครับที่ลงรูปไม่ได้เพราะไฟล์ใหญ่เกินกว่าที่จะลงได้

จาก: หน่อย
วันที่: 25/09/52 - 21:31 น.
IP Address: 125.26.64.xx
ความคิดเห็นที่ 334
ภาพยนตร์ลาว

ภาพยนตร์ลาว คือภาพยนตร์ภาษาลาว โดยในยุคแรกประมาณปี ค.ศ. 1950 เป็นต้นมาภาพยนตร์ลาวส่วนใหญ่เป็นหนังสารคดีที่ทำขึ้นเพื่อโน้มน้าวประชาชนให้รักชาติ ภายใต้การอำนวยการสร้างของรัฐบาลและกลุ่มแนวลาวรักชาติ (Lao Patriotic Front) อาทิเช่นภาพยนตร์เรื่อง Gathering in the Zone of Two Provinces ถือเป็นภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุด ไม่ปรากฏปีที่สร้าง สร้างโดยคนทำภาพยนตร์เวียดนาม ,20 ปีแห่งการปฏิวัติ (1965) , ไซซะนะละดูแล้ง (ชัยชนะฤดูแล้ง - 1970) และ แดนแห่งอิดสะระ (1970)

ต่อมารัฐบาลลาวเริ่มทำหนังบ้างและมีจุดประสงค์เพื่อปลูกฝังให้คนรักชาติเช่นเดิม เช่น เพื่อนฮัก เพื่อนแค้น และ แผ่นดินของเฮา (ทั้ง 2 เรื่องไม่ปรากฏปีที่ฉาย) มีการเผยแพร่ด้วยวิธีเร่ฉายตามชานเมืองเพื่อให้เข้าถึงคนหมู่มาก

หลังปี ค.ศ. 1975 หลังการปลดปล่อยประเทศ วงการหนังลาวเข้าสู่ภาวะซบเซา แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงวัฒนธรรมได้ตั้งศูนย์สำเนาฟิล์มขึ้นเพื่อรักษาฟิล์มหนังและผลิตสารคดีเผยแพร่ทางโทรทัศน์ในวาระสำคัญต่างๆ มากกว่าการปลุกระดมดังแต่ก่อน เช่น บันทึกการประชุมนานาชาติ ,บันทึกเหตุการณ์น้ำท่วม, บันทึกการสร้างเมืองใหม่ เป็นต้น

ต่อมาปี 1983 รัฐบาลลาวและเวียดนามร่วมกันสร้างภาพยนตร์เล่าเรื่องเรื่องแรก คือ เสียงปืนจากทุ่งไห่ กำกับโดย สมจิต พนเสนาและ พัน กี นัม ผู้กำกับชาวเวียดนาม เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกองกำลังทหารยุคคอมมิวนิสต์ แต่ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีนัก ต่อมารัฐบาลลาวสร้างหนังเรื่อง บัวแดง ในปี 1988 เป็นเรื่องราวรันทดของครอบครัวที่ถูกพรากจากกันโดยสงครามกลางเมือง เป็นเรื่องที่มีฉากหลังอยู่ในปี 1972 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จดี และหนังจากทุนเวียดนามเรื่อง ขรัวพญาช้าง

ในปี ค.ศ. 2008 กับภาพยนตร์ลาวเรื่อง สะบายดีหลวงพระบาง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริ่งแฮม และ คำลี่ พิลาวง



จาก: กวิน
วันที่: 12/10/52 - 22:17 น.
IP Address: 113.53.73.xx
ความคิดเห็นที่ 335
เรื่อง ขรัวพระยาช้าง ผมเห็นโฆษณาในสถานีของลาวเมื่อ 4 - 5 ปีก่อน เขาว่าใช้งบสูงถึง 7,000 ล้านกีบเงินลาว กรือ 14,000 ดองเงินเวียตนาม ( เงินไทย 28 ล้านบาท ) นางเอกจำชื่อไม่ได้รู้แต่ว่าเป็นคนเวียตนามที่ไปโตฝรั่งเศส

จาก: กวิน
วันที่: 12/10/52 - 22:21 น.
IP Address: 113.53.73.xx
ความคิดเห็นที่ 336



มีเข้าอีกแล้วหนังแดนตากาล็อก มีดาราขวัญใจเจ้าเคิ่ลอีกครับ Marian Rivera แต่มันไม่อยู่เลยอาสาลงให้ครับ
aka: Pamahiin
Year: 2006
Directed: Rahyan Carlos
Genre: Horror, Thriller
Runtime: 01:40:00
Country: Philippines
Language: Filipino
Subtitles: English
Cast: Dennis Trillo, Iya Villania, Marian Rivera, Paolo Contis
IMDb: Pamahiin

Synopsis / Plot
Noah (Dennis Trillo) returns to the Philippines with his girlfriend Eileen (Iya Villania) after 15 years when his best friend Damian (Paolo Contis) commits suicide. Knowing how strong Damian has always been, Noah is intrigued why he took his own life. Damian’s death starts a series of peculiar and unexplained deaths and eerie haunting, all revolving around different superstitions. Because Noah was raised in the States, his modern ways keeps him from believing in superstitions… until he experiences the haunting himself


จาก: กวี จิตสมบูรณ์
วันที่: 29/10/52 - 20:00 น.
IP Address: 117.47.72.xx
ความคิดเห็นที่ 337



เอาน้องยุงนักศึกษาเวียดนามแลกเปลี่ยนลงเว็บได้นะ

จาก: กัง
วันที่: 08/03/53 - 21:56 น.
IP Address: 114.128.195.xx
ความคิดเห็นที่ 338
Chao em "Dung" (la "Dung" nay khong a?)

จาก: Quang
วันที่: 09/03/53 - 13:35 น.
IP Address: 124.120.185.xx
ความคิดเห็นที่ 339
Xin chao!!!

จาก: Ly Haong
วันที่: 13/03/53 - 23:38 น.
IP Address: 112.142.163.xx
ความคิดเห็นที่ 340



ข้อมูลตามนี้ หังประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซีย
AKA : Mountain Spirit
Year : 2009
Runtime : 99 min
Country : Malaysia
Language : Malay, English & Mandarin
Subtitles : Malay | English | Chinese
Genre : Horror | Mystery | Thriller
Director : Jeffery Wong
Cast : Zami Ismail, Jeffery Wong, Opie Zami, Rong Zhou

Synopsis :
A group of reporters from China with the help of two local reporters to do a research about the natural ecology topic and investigate the senior maternity health care herbal. They have entered to A tropical forest for this research. It should be a quite relaxed journey but it been hide a crisis. They have been attack by an unknown monster and their friend being die one another, in the same time the landslide has block their way out. They struggle for survive and later calm down investigate and analyze the actual fact

จาก: กัง
วันที่: 07/05/53 - 23:14 น.
IP Address: 112.142.173.xx
ความคิดเห็นที่ 341



จากอินโดนีเซียเรื่องนี้ดูข้อมูลเอาเองครับ

AKA: Rumah Dara, Darah
Year: 2009
Runtime: 94 mins.
Country: Indonesia, Singapore
Language: Indonesian
Subtitles: English, Chinese
Genre: Horror
Director: Kimo Stamboel, Timo Tjahjanto
Cast: Ario Bayu, Shareefa Daanish, Julie Estelle, Ruly Lubis, Daniel Mananta, Mike Muliadro


Synopsis:
Two newly weds Adjie and Astrid, along with 3 of their best friends decided to have an interstate road trip as a last attempt to reconcile Adjie with his estranged little sister Ladya. Their trip is however abruptly interrupted when they run into Maya, a strange girl out of nowhere, who wanders aimlessly into their path. “I’ve been robbed” is all she has to say. The friends unanimously decided to give her a ride to her isolated house by the end of the woods. Maya introduces Adjie and friends to her blue-blooded mother Dara, a woman of ageless enigma and few spoken words. Dara insists that their kindness should be repaid with a dinner feast. This is where the night turns into a crimson-hell for the 6 friends, who find themselves trapped and hunted down by Dara and her cult-like family of her three deadly protégés, born and raised to systematically eliminate unsuspecting passers-by for one nefarious reason. Slaughtered one by one, everybody will bleed, the darkest of nights never looked so red.


จาก: กัง
วันที่: 07/05/53 - 23:20 น.
IP Address: 112.142.173.xx
ความคิดเห็นที่ 342



เรื่องนี้จากประเทศฟิลิปปินส์

AKA : A Love Story
Year : 2007
Runtime : 1h 57min 13sec
Country : Philippines
Language : Filipino | Tagalog
Subtitles : English
Genre : Drama | Romance
Director : Maryo J. De Los Reyes
Cast : Maricel Soriano, Aga Muhlach, Angelica Panganiban, Dante Rivero, Bobby Andrews, TJ Trinidad

Synopsis :
Ian Montes is a picture of success. Despite being a son of a shipping tycoon, Ian refused to just ride in his father’s empire. He built his own real estate company and earned his first million at a very young age. He never looked back since then. Driven by his ambition to become better, if not as good as his father, Ian managed to make it on his own. But behind all the glory is a man yearning for love and recognition. Wounded from the abandonment of their mother when he was 17 and desperate for his father’s approval, Ian longed for someone who can and will love him unconditionally. And he felt this twice when he met two women who would change his life forever

Credit from asian movie

จาก: กัง
วันที่: 07/05/53 - 23:23 น.
IP Address: 112.142.173.xx















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab