เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่สอง (World Film Festival of Bangkok) 15-24 ตุลาคม ณ อีจีวี เมโทรโปลิส
27/09/04

เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่สอง (World Film Festival of Bangkok) 15-24 ตุลาคม ณ อีจีวี เมโทรโปลิส
http://www.worldfilmbkk.com

เปิดตัวเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 กับหนังดีกว่า 80 เรื่องจากทั่วโลก พร้อมกิจกรรมพิเศษคึกคัก บรมครูหนังไทย ดอกดิน กัญญามาลย์ มอบฟิล์ม “ไอ้ทุย” ซ่อมแซมใหม่เอี่ยม พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ ฉายโชว์ในรายการ “ปรมาจารย์หนังตลก” ผู้ให้ทุนตัวจริงจากฝรั่งเศสร่วมเสวนา แนะแนวหาทุนสร้างหนังจากต่างประเทศ ตามด้วยเสวนาเชิงปฏิบัติการ “เรตติ้งภาพยนตร์”

นายเกรียงศักดิ์ ศิลากอง ผู้อำนวยการเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ (World Film Festival of Bangkok) เปิดเผยว่า เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่สองจะจัดขึ้นในวันที่ 15-24 ตุลาคม นี้ ที่โรงภาพยนตร์อีจีวีเมโทรโพลิส โดยภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย มีกว่า 80 เรื่องจากทั่วโลก รวมทั้งภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลล่าสุดจากเทศกาลภาพยนตร์ต่างๆ ภาพยนตร์สร้างใหม่ที่นำออกฉายในประเทศไทยเป็นที่แรก และภาพยนตร์คลาสสิก ผลงานผู้กำกับและนักแสดงระดับบรมครู

ภาพยนตร์ที่จะนำออกฉายในเทศกาลแบ่งเป็น 9 หมวดคือ ภาพยนตร์เอเชียร่วมสมัย ภาพยนตร์นานาชาติ ภาพยนตร์ลาตินอเมริกา ภาพยนตร์อิสราเอล ภาพยนตร์สั้น ภาพยนตร์ทุนสร้าง Fonds Sud Cinema (ฟง ซุด ซิเนมา) ภาพยนตร์สารคดี รายการเชิดชูศิลปิน และ รายการปรมาจารย์หนังตลก

ฟง ซุด ซิเนมา ก่อตั้งโดยกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงวัฒนธรรมและการสื่อสารของประเทศฝรั่งเศสในปี 2527 เพื่อสนับสนุนทุนแก่ผู้สร้างภาพยนตร์จากซีกโลกใต้ ได้แก่อาฟริกา ลาติน อเมริกา ตะวันออกกลาง เอเชีย คาริบเบียน ยุโรปตะวันออก และประเทศในเอเชียกลางซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ในเทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 2 นี้ ผู้ชมจะได้ชมภาพยนตร์ 10 เรื่องจากทุนสร้างของฟง ซุด เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งกองทุน

นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่าคณะผู้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์โลกยังคงไว้ซึ่งเจตนารมณ์ของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ผู้ก่อตั้งเทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพฯ เมื่อปี 2534 นั่นคือการสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นศูนย์กลางศิลปะภาพยนตร์ในกรุงเทพมหานครซึ่งถือเป็นเมืองศิลปวัฒนธรรมและแหล่งบันเทิงสำคัญแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ปีนี้สีสันของเราสดใสและโดดเด่นเช่นเคย ไม่เพียงภาพยนตร์เด่นๆ จากฟง ซุดที่กล่าวมาแล้ว แต่ยังมีอีกมากมาย เช่นในรายการ ‘ ปรมาจารย์หนังตลก’ เรานำภาพยนตร์ซึ่งเป็นผลงานของผู้กำกับและนักแสดงตลกระดับโลก 3 ท่านมาให้ชมกัน คือชาลี แชปลิน เรื่อง The Great Dictator, แทร์รี่ กิลเลียมเรื่อง Brazil และแจ๊คกี้ ชาน หรือเฉิน หลง เรื่อง Traces of Dragon ส่วนปรมาจารย์หนังตลกของไทยนั้น เราได้รับเกียรติจากคุณดอกดิน กัญญามาลย์ ให้นำภาพยนตร์เรื่อง ‘ไอ้ทุย’ เข้าฉาย ซึ่งถ้าใครไม่เคยเห็นคู่พระคู่นางที่โด่งดังในอดีตอย่างเพชรา เชาวราษฎร์ และสมบัติ เมทะนี และไม่เคยเห็นว่าหนังไทยในยุครุ่งเรืองเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนเป็นอย่างไร ก็จะได้เห็นกันคราวนี้ “ นายเกรียงศักดิ์กล่าว

ดอกดินสร้างภาพยนตร์เรื่อง ”ไอ้ทุย” เมื่อปี พ.ศ 2514 ฟิล์มภาพยนตร์ที่นำมาฉายในเทศกาลเป็นฟิล์มที่ซ่อมแซมใหม่โดยความร่วมมือของเทศกาลฯ และมูลนิธิหนังไทย ซึ่งได้ทำคำบรรยายภาษาอังกฤษสำหรับผู้ชมต่างประเทศด้วย ทั้งนี้ดอกดินในวัย 80 ปีได้ตอบรับที่จะมาเป็นเกียรติในเทศกาลเพื่อพบกับผู้ชมซึ่งเป็นแฟนเก่าแก่

ในส่วนของรายการ “เรโทรสเปคทีฟ” หรือ “เชิดชูศิลปิน” เทศกาลฯ ได้คัดเลือกภาพยนตร์ของผู้กำกับและนักแสดงชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับ จ๊าค ตาติ มาฉายรวม 5 เรื่อง จ๊าค ตาติมีชื่อเสียงว่าเป็นผู้สืบทอดงานแสดงของชาลี แชปลินและบัสเตอร์ คีตัน รวมทั้งเป็นต้นแบบของตลก “มิสเตอร์บีน” ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบัน

นอกจากนั้น ยังมีภาพยนตร์พิเศษจากอิสราเอลเนื่องในวาระครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 50 ปี ไทย-อิสราเอล มีหนังเด่นหลายเรื่อง เช่น Or ซึ่งได้รับรางวัล Camera D’or มาสดๆร้อนๆ จากคานส์ปีนี้ และภาพยนตร์จากกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาซึ่งแทบจะไม่เคยมีผู้นำเข้ามาฉายในประเทศไทยมาก่อน อาทิ Seaward Journey จากอุรุกวัย The Night will Pay จากอาร์เจนตินา และ Lost Embrace จากอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นหนังชนะรางวัล silver bear สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน 2004

ในเทศกาลจะมีการมอบรางวัล Harvest of Talents ให้กับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กำกับศิลปะยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ที่มีจุดเด่นพิเศษเข้าตาคณะกรรมการตัดสิน และภาพยนตร์ยอดนิยมจากคะแนนโหวตของผู้ชม โดยคณะผู้จัดงานจะคัดเลือกภาพยนตร์ 10 เรื่องให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาประเทศจำนวน 5 คน ร่วมตัดสิน ทั้งนี้ กรรมการจากประเทศไทย ได้แก่ ดร สุรพล วิรุฬห์รักษ์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับกิจกรรมพิเศษที่ถือเป็นสีสันและหัวใจสำคัญของเทศกาลฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในวงการศิลปะภาพยนตร์ไทยนั้น เทศกาลฯ จะจัดเสวนาแนะแนวการหาทุนสร้างหนังจากต่างประเทศโดยเชิญผู้ให้ทุนจาก Fonds Sud Cinema ของประเทศฝรั่งเศสมาร่วมสนทนา พร้อมจัดเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “เรตติ้ง”หรือการกำหนดอายุผู้ชมภาพยนตร์ โดยให้ผู้ร่วมเสวนาทดลองจัดหมวดหมู่ภาพยนตร์ที่จะจัดฉายให้ชมกันสดๆ ส่วน ธรรมเนียมปฏิบัติของเทศกาล คือช่วงถามตอบกับผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์หลังจากชมภาพยนตร์นั้น ยังคงมีทุกวันระหว่างเทศกาลเป็นปกติ (โปรดดูกำหนดการ) เพื่อเปิดโอกาสให้คนดูซักถามและพูดคุยกับผู้กำกับฯอย่างใกล้ชิด

อนี่ง ในบริเวณอีจีวี เมโทรโพลิส ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ยังมีนิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์เยอรมันโบราณจากปี ค.ศ. 1918 ถึง 1943 จำนวนกว่า 50 ภาพแสดงให้ชมด้วย โปสเตอร์ดังกล่าวส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ของ UFA ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดของเยอรมนีในช่วงทศวรรษ 20 ถึง 40 โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันเกอเธ่ ซึ่งหนึ่งในโปสเตอร์เหล่านั้นคือ โปสเตอร์เรื่อง Blue Angel ที่ส่งผลให้ชื่อเสียงของ Marlene Dietrich นักแสดงสาวเยอรมันที่ต่อมาเป็นนักต่อต้านนาซี โด่งดังข้ามไปถึงฮอลลีวู้ด และเราจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในเทศกาลพร้อมกันไปด้วย

เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ดำเนินการโดยหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น โดยได้รับความอนุเคราะห์จากสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ และได้รับการสนับสนุนจากอีจีวี 




       











สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab