โปรแกรม In the Realm อีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ
08/01/04

ภาพยนตร์ในโปรแกรม In the Realm ถูกรวบรวมขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์ที่ต้องการจะนำเสนอแง่มุมต่าง ๆ ของสังคมไทยที่มีปรากฏอยู่ในสื่อภาพยนตร์ โดยช่วงเวลาที่เริ่มมีการผลิตงานหลากหลายมากที่สุดน่าจะเป็นช่วงหลังเหตุการณ์ “14 ตุลา 2516” ช่วงเวลาที่เสรีภาพในการพูด การเขียน การคิด เบ่งบานที่สุดในสังคมไทย นักศึกษา ผู้นำทางสังคมสามารถวิพากษ์ระบบการเมืองได้อย่างเสรี ก่อนที่จะเกิดภาวะชะงักงันทางความคิดในช่วงหลังเหตุการณ์ “6 ตุลา 2519” ที่มีการปราบปรามนักศึกษา ผู้นำชุมชนอย่างหนัก หลายคนต้องหลบหนี และอีกจำนวนมากต้องล้มตาย ส่งผลให้สังคมไทยเข้าสู่ยุคอึมครึมทางความคิด การโฆษณาชวนเชื่อกลายเป็นอาวุธสำคัญของรัฐบาล

ช่วงเวลาสั้น ๆ แห่งเสรีภาพนั้น สื่อภาพยนตร์ก็เป็นอีกสื่อหนึ่งที่ใช้เวลาในช่วงนั้นได้อย่างคุ้มค่า แต่ด้วยกระบวนการผลิตของภาพยนตร์ที่ยุ่งยากทำให้จำนวนผลงานที่ถูกผลิตออกไม่มากเท่ากับงานวรรณกรรม หรือบทเพลงเพื่อชีวิตที่มีอยู่อย่างมากมาย

ภาพยนตร์ทั้ง 7 เรื่องที่เลือกมาในโปรแกรมนี้มีทั้งภาพยนตร์ข่าวที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางสังคม ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์กึ่งสารคดี ภาพยนตร์เรื่อง และภาพยนตร์ทดลอง ที่ล้วนแต่สะท้อนแง่มุมต่าง ๆ ในสังคมไทยตั้งแต่ปี 2516 จนถึงปัจจุบัน ได้ราวกับการส่งต่อไม้จากช่วงเวลาหนึ่ง สู่อีกช่วงหนึ่งได้อย่างสนิทแนบแน่น

อนุทินวีชน 14 ตุลา (14 October)
ผู้กำกับ : ชิน คล้ายปาน
2516 / 94 นาที
ภาพยนตร์ข่าวที่บันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ที่นักศึกษาและประชาชนจำนวนเรือนแสนได้ร่วมกันชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลคณาธิปไตย ถนอม-ประภาส-ณรงค์ ปลดปล่อยนิสิต นักศึกษา อาจารย์ และนักการเมืองจำนวน 13 คน ที่ถูกจับกุมฐานเรียกร้องรัฐธรรมนูญ แต่ถูกรัฐบาลตั้งข้อหาว่ากระทำผิดกฎหมายมั่วสุมชักชวนให้มีการชุมนุมทางการเมืองในที่สาธารณะ บ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐ เป็นกบฎ และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีการบันทึกภาพการชุมนุมเรียกร้องตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2516 จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2516
ซึ่งภาพจากภาพยนตร์ อนุทินวีชน 14 ตุลา ถูกหยิบยืมไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์ต่างๆ อยู่เสมอ ครั้งล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่อง “14 ตุลา สงครามประชาชน” ในการจัดฉายครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะได้มีโอกาสชมบันทึกวีรชนฉบับนี้กันอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยไม่มีการตัดทอนใด ๆ ทั้งสิ้น

การต่อสู้ของกรรมกรหญิงโรงงานฮาร่า (The Hara Woman Workers Struggle)
ผู้กำกับ : จอน อิ๊งภากรณ์
2519 / 52 นาที
ภาพยนตร์สารคดีเรื่องแรก และเรื่องเดียวของ จอน อิ๊งภากรณ์ ที่เล่าเรื่องราวการต่อสู้ของเหล่ากรรมกรหญิงโรงงานกางเกงยีนส์ฮาร่า ที่พยายามต่อสู้เรียกร้องค่าแรงที่เป็นธรรมจากนายจ้าง โดยสามารถยึดหยัดต่อสู้นาน 5 เดือน ก่อนที่จะถูกทางการเข้าจับกุมถูกตั้งข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2518 ไปจนถึงประมาณเดือนมีนาคม 2519 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการประท้วง การเรียกร้องของกลุ่มต่าง ๆ แบบรายวันบนหน้าหนังสือพิมพ์ ซึ่งเหตุการณ์การประท้วงของเหล่ากรรมกรหญิงโรงงานฮาร่าก็เป็นหนึ่งในการประท้วงรายวันในช่วงเวลานั้น แต่สิ่งที่เหล่ากรรมกรหญิงได้พิสูจน์ให้เห็นคือการร่วมมือ ร่วมแรงกันอย่างแข็งขัน มีการจัดระเบียบในการสร้างงานที่ทำให้ยืนหยัดต่อสู้กับเหล่านายทุนได้อย่างยาวนาน

ทองปาน (Tongpan)
ผู้กำกับ : ไพจง ไหลสกุล, สรุชัย จันทิมาธร, ยุทธนา มุกดาสนิท
2520 / 60 นาที
ทองปาน เป็นภาพยนตร์ที่สร้างเลียนแบบเหตุการณ์การสัมมานาที่เคยเกิดขึ้นจริง ณ พื้นที่ที่จะมีการสร้างเขื่อนในภาคอีสาน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์จะเป็นการตัดสลับระหว่างบรรยากาศในการสัมมนาเรื่องการสร้างเขื่อน ข้อดี ข้อเสีย และประโยชน์ของการพัฒนาที่รับจะหยิบยื่นให้กับชาวบ้าน ที่ประกอบด้วยเหล่านักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ข้าราชการ และตัวแทนชาวบ้าน กับวิถีชีวิตของ ทองปาน ชาวบ้านที่เป็นตัวแทนของท้องถิ่นที่มาเข้าร่วมการสัมมนา เป็นภาพยนตร์ที่ตั้งคำถามกับกระบวนการคิด วิธีการในการพัฒนาของรัฐในยุคนั้น

ประชาชนนอก (On the Fringe of Society)
ผู้กำกับ : มานพ อุดมเดช
2524 / 95 นาที
“ประชาชนนอก” ภาพยนตร์ที่ได้รับทุนจากสภาคาธอริกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา ที่สะท้อนปัญหาการอพยพของย้ายถิ่นของคนในภาคอีสาน โดยผู้กำกับได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนบทจากอัตชีประวัติของคนรอบข้าง ใช้เวลาในการทำงานยาวนานกว่า 4 ปี และเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากหน่วยงานของรัฐในการเข้าตรวจสอบในระหว่างการถ่ายทำ หลังจากที่ “ประชาชนนอก” ออกฉายในปี 2524 ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มนักศึกษา กลุ่มองค์กรเพื่อการพัฒนาต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ในประเทศต่าง ๆ อาทิเช่น ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฮ่องกง และล่าสุดเมื่อปี 2542 ที่เมืองพูซาน ประเทศเกาหลี

! (อัศเจรีย์) Assajeree
ผู้กำกับ : สุรพงษ์ พินิจค้า
2519 / 17 นาที
ภาพยนตร์ส่วนตัวเรื่องที่สองของ สุรพงษ์ พินิจค้า ที่ทำลายกฎเกณฑ์การเล่าเรื่องอย่างแบบแผนนิยม หนังเดินเรื่องด้วยบทกล่อมเด็ก “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า” ซึ่งแต่งเสียดสีขึ้นใหม่บอกเล่าถึงสิทธิ ความอดอยาก และความไม่เทียมกันของเด็กในสังคมไทย ซึ่งในช่วงเวลานั้นสามารถเห็นได้ทั่วไป หนังเรื่องนี้ถูกมองว่ายั่วยุ อีกทั้งภาพสลัมที่ปรากฎอยู่ในหนังนั้น ถูกกล่าวหาว่าไปเอามาจากไหน ประเทศไทยไม่มีสลัม!

สำเพ็ง (Chinatown Montage)
ผู้กำกับ : สุรพงษ์ พินิจค้า
2525 / 59 นาที
ภาพยนตร์ที่ผู้กำกับบอกว่า เป็นงานทำขึ้นเพราะอยากจะทำแต่ไม่มีใครจ้าง โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสองร้อยปีกรุงเทพ ฯ นำเสนอภาพของสำเพ็งตั้งแต่เช้ายังค่ำ โดยใช้เวลาในการถ่ายนานกว่า 6 เดือน และตลอดเวลา 59 นาทีนั้นจะไม่มีเสียงบรรยายใด ๆ ทั้งสิ้นนอกจากเสียงดนตรี และเสียงธรรมชาติที่เกิดขึ้น เป็นภาพยนตร์สารคดีกึ่งทดลองที่ได้รับคำวิจารณ์ตั้งแต่ดีมากไปจนแย่ที่สุด

ดอกฟ้าในมือมาร
ผู้กำกับ : อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
2543 / 85 นาที
ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่คว้ารางวัลมาอย่างมากมายจากเวทีการประกวดภาพยนตร์ในเทศกาลต่าง ๆ ทั่วโลก ดอกฟ้าในมือมาร เป็นภาพยนตร์ถูกนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์สารคดีที่เรียกว่า Pseudo-Documentary ที่มีแกนของเรื่องเล่าเรื่อง “ครูดอกฟ้า” แบบบอกต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง จากจังหวัดหนึ่งไปสู่อีกจังหวัดหนึ่ง จากภาคเหนือสู่ภาคใต้ ในขณะเดียวกันก็ให้คนดูได้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ ของคนในส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย


       











สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab