ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ
17/10/04 (By: B1)

 

...ก่อนไปดูหนัง....เห็นจากหนังตัวอย่างในทีวีก็น่ากลัวใช้ได้ 
และเราเองก็ไม่ค่อยจะถูกกับหนังประเภทนี้เท่าไหร่นัก  ....   
...หลังจากดูหนังไป 10 นาที...ใจบอกว่า ขอเดินออกไปข้างนอกโรงหนังได้มั้ย .... 
....ไม่ใช่เพราะหนังไม่สนุกหรอกนะ
แต่เป็นเพราะจังหวะของหนังที่ถาโถมใส่เราอย่างไม่ปราณีและกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆๆๆ....  
....แต่ช้าก่อน สติอันน้อยนิดที่เหลือบอกว่าไม่อยากดูต่อให้จบหรือ.... 
 
นี่เป็นเพียงความรู้สึกเล็ก ๆ  ที่ผู้เขียนมีกับหนังเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ!!   
หนังที่ผูกโครงเรื่องไว้บนความน่ากลัว และในขณะเดียวกันก็ล่อหลอกให้เราอยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครในเรื่อง ซึ่งคนเขียนบทก็เลี้ยงความรู้สึกเหล่านี้ให้อยู่กับคนดูไปจนจบเรื่อง  แม้ว่าคนดูจะรู้สึกว่าเรื่องน่าจะจบลงแล้ว  แต่หนังก็ยังไม่ยอมปล่อยยังคงพาคนดูไปพบกับความจริงอีกด้านก่อนที่จะจบลงและ     ทิ้งเรื่องให้คนดูอึ้ง
ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นผลงานการกำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของสองผู้กำกับที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากการทำหนังสั้น และหนังโฆษณา  ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ  กับ บรรจง ปิสัญธนะกูล    ผู้กำกับทั้งสองคนร่วมกันเขียนบทกับ โสภณ ศักดาพิสิษฏ์   ผู้กำกับหนังสั้นอีกคน   ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นการเติบโตอีกก้าวของคนทำหนังสั้น 
ก่อนหน้านี้ หนังสั้นของทั้งสามคนเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนดูหนังสั้นพอสมควร  

ภาคภูมิ
วงศ์ภูมิ มีผลงานหนังสั้นที่โดดเด่นตั้งแต่เรียนอยู่ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อ 4 ปีที่แล้ว  หนังสั้นเรื่อง หลวงตา  ประสบความสำเร็จอย่างมาก เรียกง่าย ๆ ว่าได้ทั้งเงินและกล่อง  คือสามารถกวาดรางวัลจากการประกวดในระดับประเทศ  เข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ในหลายประเทศ  และยังเป็นหนังสั้นเรื่องแรก ๆ ที่สามารถขายลิขสิทธิ์ได้ในต่างประเทศ   หลังจากนั้น 2 ปี หนังสั้นเรื่อง In the Eye หนึ่งในโครงการทำหนังสั้นเพื่อก้าวเป็นผู้กำกับโฆษณาของบริษัทฟิโนมีน่าก็ตามออกมา  แม้ว่าเรื่องที่สองจะไม่ประสบความสำเร็จล้นหลามเหมือนเรื่องแรก แต่ก็ยังคงรักษามาตราฐานของตนเองไว้   หนังสั้นทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องของการแอบดู  และพบคำตอบที่ตัวละครไม่คาดคิด  เป็นงานที่เล่นกับความอยากรู้อยากเห็นของคน  
บรรจง ปิสัญธนะกูล มีผลงานหนังสั้นเรื่อง Color Blind   ที่สร้างออกมาภายใต้โครงการเดียวกันของบริษัทฟิโนมีน่า  สำหรับหนังสั้นแล้ว หนังรักมักจะเป็นหนังแบบท้าย ๆ  ที่จะมีคนทำกัน (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม)  หนังเรื่องนี้ เป็นหนังสั้นที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ดูซ้ำมากที่สุดเรื่องหนึ่ง และเป็นหนังรักที่น่ารักเรื่องหนึ่งด้วย      เรื่องราวของช่างซ่อมโทรทัศน์ตาบอดสี กับหญิงสาวข้างห้อง  แม้ว่าจะเป็นหนังรักที่ดูง่าย   มีกลิ่นอายแบบหนังรักเกาหลี  แต่เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือคนดูสามารถจับต้องได้  รู้สึกร่วมไปกับตัวละครในเรื่อง  ซึ่งนี้คือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำหนังรัก  
โสภณ ศักดาพิสิษฏ์  ผู้กำกับหนังสั้นที่มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง  แต่เรื่องที่โดดเด่นที่สุด   Hallucination  หนังสั้นที่ใช้สถานที่ถ่ายทำเพียงแห่งเดียว  แต่มีจังหวะในการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ที่สามารถพาคนดูไปพบกับเรื่องราวที่หลอน ๆ ได้อย่างน่าดู  
การที่ผู้เขียนอารัมบทถึงประวัติในการทำหนังสั้นของแต่ละคนนั้น ก็เพราะตลอดเวลาที่ดูผู้เขียนจะเห็นภาพราง ๆ ของหนังสั้นซ้อนทับอยู่ในเรื่อง  เหมือนกับภาพถ่ายวิญญาณที่ปรากฏอยู่ในหนัง  มันเป็นเหมือนลายเซ็นที่บอกลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนที่นำมาผสมรวมกันมากกว่า  เราจะเห็นฉากหลอน ๆ ที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจริงหรืออยู่แค่เพียงในห้วงความคิดของตัวละครในชัตเตอร์ที่บังเอิญทำให้เห็นภาพของHallucination  ปรากฎขึ้นอย่างราง ๆ  หรือพล็อตเรื่องที่พลิกกลับในตอนท้ายของเรื่องที่ทำให้คนดูทั้งขำขื่น ๆ ปนสยองนิด ๆ ที่เป็นเหมือนลักษณะเฉพาะตัวของภาคภูมิ  ที่เขารู้ว่าจะจบเรื่องของเขาไว้ที่ใด    
โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนยอมรับว่าบทหนัง ชัตเตอร์  มีความน่าเชื่อถือของเหตุและผลมากพอที่จะทำให้คนดูคล้อยตามได้  (แม้ว่าจะมีบ้างตอนที่ค่อนข้างจะเหลือเชื่อก็ตาม)  และเนื้อของเรื่องก็มีมากพอที่จะให้คนดูติดตามไปจบจนเรื่อง   ถ้าโจทย์ของหนังเรื่องนี้คือการสร้างหนังผีที่เล่นกับความกลัวของคนดู   หนังก็สามารถตอบโจทย์ที่วางไว้ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ทั้งในเรื่องบรรยากาศของภาพ โทนสีที่ปรากฏในหนัง จังหวะการเข้ามาของภาพและเสียงที่มักจะกระตุ้นให้คนดูตกใจอยู่เกือบจะตลอดเวลา แต่สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับผู้เขียนคือลักษณะการปรากฏกายของหญิงสาวที่เป็นวิญญาณในเรื่องมักจะลักษณะร่วมบางอย่างที่ต้องบังเอิญไปเหมือน กับหนังผีจากเรื่องอื่น ๆ  ที่คนดูมักจะชินตาอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ความเป็นลักษณะเฉพาะหรือเอกลักษณ์เฉพาะของหนังหายไปอย่างน่าเสียดาย  เมื่อเป็นหนังเรื่องแรกคนดูอาจจะให้อภัยหรือมองข้ามไป    แต่นี้คือประเด็นที่ควรระวังในการทำงานเรื่องต่อ ๆ ไป     แม้ว่าจะมีคนเคยบอกว่าทุกอย่างที่เราคิดมักจะมีคนที่ทำก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม  แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เราไม่สร้างสรรค์  เพราะการรับมาแล้วคิดคืบไปข้างหน้า กับการรับมาเฉย ๆ เป็นคนละเรื่องกัน
เวลาผ่านไป 2 อาทิตย์  หนังของผู้กำกับหน้าใหม่ที่ใช้นักแสดงระดับกลาง ๆ  และไม่มีนักแสดงตลกมาวิ่งหนีผี  อย่าง ชัตเตอร์ สามารถทำรายได้พุ่งทะยานเข้าสู่หลักร้อยล้านบาทเป็นเรื่องแรกของปี 2547  สร้างความแปลกใจให้กับผู้เขียนพอสมควร  เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหนังผี  หนังสยองขวัญ  หนังน่ากลัว หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะเรียกกันได้เดินขบวนเข้าฉายกันเป็นว่าเล่นทั้งหนังไทย จีน ฝรั่ง  จนคนดูเริ่มจะเบื่อหรือเอียนกับหนังประเภทนี้แล้ว   แต่อะไรที่ทำให้หนังเรื่องนี้สามารถเก็บเงินจากกระเป๋าคนดูได้อีก   
ปัจจัยสำคัญก็คือ เนื้อเรื่องที่สามารถสร้างความรู้สึกคล้อยตามได้ มีเหตุและผลที่เชื่อได้พอสมควร(ไม่มีหนังผีเรื่องไหนที่มีเหตุผลไปซะหมด) จึงพาคนดูไปได้ตลอดรอดฝั่ง อีกทั้งการเล่นกับความรู้สึกของคนดูระหว่างความอยากรู้อยากเห็น กับความกลัวล่วงหน้าในสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการทำให้คนกลัวจนอยากลุกออกที่นั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็อยากรู้ว่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ที่สำคัญหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดูสนุก  ซึ่งความสนุกไม่จำเป็นต้องแปลว่าทำให้คนหัวเราะเสมอไป 
 















สมัครสมาชิก Thai Film เพื่อรับข่าวสารข้อมูลทางอีเมล์และรับสิทธิประโยชน์ต่างๆสำหรับสมาชิก [ JOIN ]


Copyright © 2004
Thai Film Foundation All Rights Reserved.
Site by Redlab